The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 4 การตลาดและมาตรฐานสินค้าเกษตร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rujiraphon, 2022-08-15 23:12:11

หน่วยที่ 4 การตลาดและมาตรฐานสินค้าเกษตร

หน่วยที่ 4 การตลาดและมาตรฐานสินค้าเกษตร

หนว่ ยท่ี 4
การตลาดและมาตรฐานสินค้าเกษตร

สาระสาคญั
การตลาด หมายถึงระบบของการดาเนินงานทางธุรกิจทั้งหมดท่ีกาหนดขึ้น เพื่อวางแผนเกี่ยวกับการต้ัง

ราคา การส่งเสริมการตลาดและการจาแนกแจกจ่ายผลิตภัณฑ์หรือบริการ เพื่อใช้บาบัดความต้องการให้แก่ลูกค้า
ในปจั จุบันและผ้ทู ี่คาดว่าจะเป็นลกู ค้าในอนาคต

มาตรฐานสินคา้ เกษตร เพ่ือเป็นเครือ่ งมือในการควบคมุ และส่งเสรมิ สินค้าเกษตร ให้มีคุณภาพเป็นไปตาม
มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยและคุ้มครองผู้บริโภค ป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดแก่เกษตรกรหรือกิจการ
การคา้ สินค้าเกษตร หรือเศรษฐกจิ ของประเทศ และเพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกบั พนั ธกรณีระหว่างประเทศ

จดุ ประสงค์
1. อธิบายการตลาดและมาตรฐานสนิ ค้าเกษตรได้
2. บอกเคร่ืองหมายมาตรฐานทเ่ี ก่ียวข้องกับการเกษตรได้
3. อธบิ ายมาตรฐานฟาร์มเพาะเลีย้ งสตั ว์น้าได้

สาระการเรยี นรู้
1. การตลาดเกษตร
2. มาตรฐานสินคา้ เกษตร
3. เครือ่ งหมายมาตรฐานทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับการเกษตร
4. มาตรฐานฟารม์ เพาะเลยี้ งสตั ว์นา้

เน้ือหาสาระ
1. การตลาดเกษตร

1.1 ตลาด (Market) หมายถึงการท่ีผซู้ อ้ื และผู้ขายสามารถตกลงแลกเปลย่ี นสินคา้ และบรกิ ารต่างๆ กันได้
อาจมีสถานท่ีหรือไม่มีก็ได้ องค์ประกอบของตลาดท่ีสาคัญ คือ ผู้ซื้อ ผู้ขาย สินค้า และเงื่อนไข หรือกรรมวิธี
การตลาด

1.2 การตลาด (Marketing) หมายถึงระบบของการดาเนินงานทางธุรกิจท้ังหมดที่กาหนดข้ึน เพื่อ
วางแผนเก่ียวกับการต้ังราคา การส่งเสริมการตลาดและการจาแนกแจกจ่ายผลิตภัณฑ์หรือบริการ เพื่อใช้บาบัด
ความตอ้ งการใหแ้ กล่ กู ค้าในปจั จุบันและผ้ทู ่ีคาดวา่ จะเป็นลูกคา้ ในอนาคต

1.3 กระบวนการตลาด
1.3.1 การรวบรวมผลผลิต
1.3.2 การปรับใหเ้ กดิ สมดลุ ระหว่างการผลติ และการบรโิ ภค
1.3.3 การกระจายสนิ ค้าไปสู่ผู้บริโภค

1.4 ระบบการตลาด (Marketing System)
หมายถงึ ลักษณะความสัมพันธ์ของกิจกรรมาทางเศรษฐกิจทุกชนิดในกระบวนการตลาด รวมทั้ง

ความสัมพนั ธ์ของการบรกิ ารผู้ใหบ้ ริการและผรี ับบริการในตลาด
ระบบตลาด แบง่ เป็น 2 ระบบ
1.4.1 ระบบการตลาดแบบเข้าสศู่ นู ย์กลาง (Centralize System)
ได้แก่ ระบบตลาดสินค้าเกษตรที่มีแหล่งผลิตกระจัดกระจายถูกนาผลผลิตเข้ามาสู่ตลาดกลาง

เพ่ือรวบรวมส่งโรงงานหรอื สง่ ออก เช่น ขา้ วโพด มนั สาปะหลงั หรือยางพารา เปน็ ตน
1.4.2 ระบบการตลาดแบบกระจายออกจากศูนย์กลาง (Decentralize System)
ได้แก่ ระบบตลาดสินค้าเกษตรที่มีแหล่งผลิตเฉพาะแห่ง เช่น ลาไยจากลาพูน ลองกองจาก

ตันหยงมัส สม้ โอนครชัยศรี โดยท่ีผลผลติ ถกู กระจายไปยงั ผูบ้ ริโภคต่างถิน่ ทัง้ ภายในและภายนอกประเทศ
1.5 วิถกี ารตลาด (Marketing Channel)
หมายถึง เส้นทางการเคลื่อนย้ายผลผลิตจากแหลง่ ผลติ ไปสู่ผบู้ ริโภคคนสุดทา้ ย วิถีการตลาดจะสามารถบ่ง

ชใ้ี ห้เหน็ ถึงกิจกรรมทางเศรษฐกจิ เชน่ การเก็บรวบรวม การแปรรูป การจาหน่ายจา่ ยแจก ในสนิ คา้ น้ัน ๆ ได้
1.6 ระดบั ของตลาด
1.6.1 ตลาดทอ้ งท่ี หมายถงึ ตลาดทตี่ งั้ อยู่ ณ แหล่งผลติ สนิ ค้าน้ัน
1.6.2 ตลาดท้องถ่ิน หมายถึง ตลาดท่ีอยู่ในแหล่งผลิตแต่เป็นศูนย์กลางของแหล่งผลิต การ

คมนาคม สะดวก
1.6.3 ตลาดปลายทาง หมายถงึ ตลาดท่ีสนิ ค้าสว่ นใหญ่ของประเทศมารวมกัน ณ ท่ีน้ัน

1.7 ปัญหาพืน้ ฐานทางการตลาดสนิ ค้าเกษตร
1.7.1 คณุ สมบัตสิ นิ ค้าเกษตร เนา่ เสียหาย ยากต่อการควบคมุ คณุ ภาพมาตรฐาน การผลิตสินค้า

เกษตร ข้ึนกับฤดูกาลธรรมชาติ ใช้ระยะเวลาในการปลูก – เก็บเกี่ยว ปริมาณการผลิตไม่แน่นอน ปัญหาเรื่อง โรค
แมลง

1.7.2 สิ่งอานวยความสะดวกขั้นพื้นฐานทางการตลาด
1.7.3 ลักษณะความต้องการสินคา้ เกษตร
1.8 แนวทางในการแกไ้ ขปัญหาการตลาดสนิ ค้าเกษตร
1.8.1 สงิ่ อานวยความสะดวกพน้ื ฐาน เชน่ ถนน การสอื่ สาร การวจิ ัย เทคโนโลยี

1.8.2 แหล่งรวบรวมผลผลิต
1.8.3 การขยายความต้องการสนิ ค้าเกษตร ท้ังภายในและต่างประเทศ
1.9 ปัจจัยที่มผี ลตอ่ ระบบการตลาดสินคา้ เกษตร
1.9.1 การเปลย่ี นแปลงด้านการผลิต
1.9.2. ลักษณะการผลิตและการจาหนา่ ยของเกษตรกร
1.9.3. รสนยิ มและความต้องการของผูบ้ รโิ ภค
1.9.4. ทัศนคตแิ ละคา่ นิยมของผู้บรโิ ภค
1.9.5. ลกั ษณะพิเศษของตลาดสินคา้ บางชนดิ
1.9.6. การแทรกแซงของรฐั บาล
1.9.7. การเปลย่ี นแปลงของระบบตลาด

2. มาตรฐานสินค้าเกษตร
2.1 ความหมายมาตรฐานสนิ ค้าเกษตร
มาตรฐาน หมายถึง ข้อกาหนดทางวิชาการในรูปของเอกสารวัตถุ ที่แพร่หลายแก่บุคคลท่ัวไป กาหนดข้ึน

โดยความร่วมมือ การยอมรับร่วมกันของผู้มีส่วนได้เสีย และผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นผลจากการพิจารณา
รว่ มกนั โดยมุ่งประโยชนส์ ูงสดุ

สนิ ค้าเกษตร หมายถึง ผลิตผลหรอื ผลติ ภณั ฑอ์ ันเกิดจากการกสกิ รรม การประมง การปศุสัตว์ หรือการป่า
ไม้ และผลพลอยได้ของผลิตผลหรือผลิตภณั ฑด์ งั กลา่ ว

2.2 ประเภทมาตรฐานสินค้าเกษตรท่ีกาหนดข้ึนภายใต้ พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ.2551
แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ มาตรฐานบังคับ และ มาตรฐานทว่ั ไป

2.1 มาตรฐานบังคับ คือ มาตรฐานท่ีมีกฎกระทรวงกาหนดให้สินค้าเกษตรต้องเป็นไปตาม
มาตรฐาน

2.2 มาตรฐานทั่วไป คอื มาตรฐานท่มี ปี ระกาศกาหนดเพื่อสง่ เสริมสนิ ค้าเกษตรใหไ้ ด้มาตรฐาน
2.2 วตั ถุประสงค์ในการกาหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร
เพื่อเป็นเครื่องมือในการควบคุมและส่งเสริมสินค้าเกษตร ให้มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน เพ่ือความ
ปลอดภัยและค้มุ ครองผบู้ รโิ ภค ปอ้ งกนั ความเสียหายท่ีอาจจะเกิดแกเ่ กษตรกรหรือกจิ การการค้าสินค้าเกษตร หรือ
เศรษฐกจิ ของประเทศ และเพอื่ ใหส้ อดคลอ้ งกบั พนั ธกรณีระหว่างประเทศ
2.3 ขั้นตอนการจดั ทามาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร
การกาหนดมาตรฐานสนิ ค้าเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปน็ อานาจของคณะกรรมการพัฒนา
คุณภาพมาตรฐานและตรวจสอบสินค้าเกษตร ไดก้ าหนดหลักเกณฑ์และขน้ั ตอนการกาหนดมาตรฐานสินค้า ดงั นี้

2.3.1 การพิจารณาเรื่องท่ีสมควรกาหนดมาตรฐานสินคา้ เกษตร
พิจารณาจดั ลาดับความสาคัญของสนิ ค้าเกษตรทจ่ี ะกาหนดมาตรฐาน ตามความสอดคล้องกับ
หลักเกณฑ์ ดังน้ี

1) เป็นสนิ คา้ ท่ีมคี วามสาคัญทางเศรษฐกิจ เช่น มีมลู คา่ การผลติ และสง่ ออกสูง การ
กาหนดมาตรฐานจะทาใหเ้ กดิ ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

2) เป็นสินค้าหรือระบบท่ีกาลังมกี ารจดั ทาหรือเปล่ียนแปลงมาตรฐานระหว่างประเทศ
จาเป็นต้องจดั ทามาตรฐานของไทยใหส้ อดคล้องกับสากล

3) เป็นสนิ ค้าที่มีปญั หาคุณภาพมาตรฐาน การจัดทามาตรฐานจะเป็นกรอบแนวทางใน
การส่งเสรมิ และควบคุมคุณภาพทีช่ ัดเจน

4) แก้ไขปญั หาการกีดกนั ทางการค้า
5) คมุ้ ครองผู้บรโิ ภค
2.3.2 การแตง่ ต้ังคณะกรรมการวิชาการพิจารณามาตรฐานสินคา้ เกษตร
คณะกรรมการวิชาการต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้ที่มีความรู้ความเช่ียวชาญเก่ียวกับมาตรฐาน
ตามประเภทหรือกลุ่มของสินค้าเกษตรท่ีได้รับแต่งต้ัง จานวนไม่เกิน 15 คน มีหน้าท่ีจัดทาร่างมาตรฐานสาหรับ
สนิ คา้ เกษตรหรอื เสนอแนะในการแก้ไขหรอื ยกเลกิ มาตรฐานสาหรับสนิ ค้าเกษตร รวมท้ังปฏิบัติงานทางวิชาการอ่ืน
ทเ่ี กี่ยวกับมาตรฐานตามท่คี ณะกรรมการมาตรฐานสนิ ค้าเกษตรมอบหมาย
2.3.3 การจัดทารา่ งมาตรฐานสนิ ค้าเกษตร
ศึกษาค้นคว้า รวบรวมข้อมูลทางวิชาการและข้อมูลเทคนิคภาคปฏิบัติท่ีเกี่ยวข้องกับมาตรฐานท่ี
จะจัดทาข้ึน รวมท้ังมาตรฐานระหว่างประเทศ มาตรการ ข้อกาหนดกฎระเบียบ ของประเทศคู่ค้าที่สาคัญ หรือ
แนวทางปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศ เพ่ือนามาจัดทาร่างมาตรฐานฯ การจัดทามาตรฐาน แบ่งเป็น
3 วธิ ี คือ
1) การยกรา่ งใหม่
2) การรบั รา่ งมาตรฐานระหว่างประเทศแบบเหมอื นกันทุกประการ
3) การรบั ร่างมาตรฐานระหว่างประเทศแบบการเรียบเรียงใหม่
2.3.4 การเสนอคณะกรรมการวิชาการพจิ ารณาร่างมาตรฐานสนิ คา้ เกษตร
คณะกรรมการวิชาการฯ ประชมุ พจิ ารณาให้ขอ้ มูล ขอ้ คิดเหน็ คาแนะนาทางวิชาการต่อร่าง
มาตรฐานสินค้าเกษตร เพ่ือให้มาตรฐานที่กาหนดขึ้นอยู่บนพ้ืนฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และเสนอความเห็นต่อ
คณะกรรมการมาตรฐานสนิ คา้ เกษตร กาหนดให้ร่างมาตรฐานฯ น้ันเป็นมาตรฐานบังคับหรือมาตรฐานท่วั ไป

2.3.5 การประสานความเห็นจากผูม้ ีส่วนไดเ้ สีย
เป็นขน้ั ตอนเพ่ือใหท้ ุกภาคสว่ นที่เกี่ยวข้อง ให้ข้อคดิ เหน็ ต่อรา่ งมาตรฐานสินคา้ เกษตรโดยใช้
วิธีการสัมมนา หรือวธิ ีการอน่ื เพอื่ ให้เปน็ ท่ียอมรับและปฏิบัติได้ โดยนาข้อคดิ เห็นมาปรับปรงุ แก้ไขร่างมาตรฐาน
สนิ ค้าเกษตรใหค้ รบถ้วนและสมบูรณ์ ก่อนนาเสนอคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรให้ความเหน็ ชอบ
2.3.6 การเสนอคณะกรรมการมาตรฐานสนิ ค้าเกษตร
เมอื่ ร่างมาตรฐานสินคา้ เกษตร ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการวิชาการฯ แล้ว ให้เสนอ
คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร พจิ ารณาให้ความเห็นชอบในการประกาศรา่ งมาตรฐานนัน้ เป็นมาตรฐาน
บงั คบั หรือมาตรฐานท่ัวไปตามทค่ี ณะกรรมการวิชาการฯเสนอ
2.3.7 การรับฟงั ความเหน็ จากตา่ งประเทศตามพนั ธกรณีของการเป็นสมาชิก WTO (กรณีเป็น
มาตรฐานบังคบั )
ในกรณที ่ีคณะกรรมการมาตรฐานสนิ ค้าเกษตรเหน็ ชอบให้เป็นมาตรฐานบงั คับ ซงึ่ อาจมี
ผลกระทบต่อการนาเข้าสนิ ค้าเกษตรจากต่างประเทศตามพันธกรณขี องความตกลง SPS หรอื TBT จะต้องมีการ
แจ้งสมาชกิ WTO เพือ่ รบั ทราบ กรณที ่ีมีขอ้ คดิ เห็น คาถาม หรอื ขอ้ คดั ค้านจากประเทศอื่น จะต้องนาเสนอ
คณะกรรมการวชิ าการฯ พจิ ารณาตามความจาเปน็ และความเหมาะสม และนาผลการแสดงความคดิ เห็นของการ
รบั ฟงั ความเหน็ เสนอคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรอีกครั้งเพื่อทราบ/ประกอบการพิจารณาออก
กฎกระทรวงประกาศเป็นมาตรฐานบงั คบั ตอ่ ไป
2.3.8 การเสนอรฐั มนตรลี งนามในประกาศ/กฎกระทรวง ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา และ
เผยแพร่มาตรฐานสนิ ค้าเกษตร
มาตรฐานสินคา้ เกษตรที่คณะกรรมการมาตรฐานสินคา้ เกษตรมมี ติเหน็ ชอบแลว้ นาเสนอ
รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงเกษตรและสหกรณเ์ พ่ือออกเป็นประกาศ/กฎกระทรวง และประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
เพื่อใหเ้ ป็นทที่ ราบโดยทั่วกนั พรอ้ มท้งั เผยแพรม่ าตรฐานสินคา้ เกษตรผา่ นช่องทางต่างๆ เพอ่ื ใชป้ ระโยชน์ต่อไป
2.3.9 การทบทวนมาตรฐานสินคา้ เกษตร
การทบทวนมาตรฐานสนิ คา้ เกษตรจะพจิ ารณาดาเนนิ การเม่ือประกาศใช้มาตรฐานแล้วครบ 5 ปี
ขนึ้ ไป หรอื เมอื่ มีข้อเสนอให้ปรบั ปรงุ แก้ไขมาตรฐานนน้ั เช่น มาตรฐานสากล สถานการณ์ทางการคา้ หรือข้อมูล
อ่นื ๆ เปลย่ี นแปลงไปทีม่ ีผลต่อความปลอดภยั ของผู้บรโิ ภค เป็นเหตุใหม้ าตรฐานไมเ่ หมาะสมในทางปฏิบตั ิ หรอื มี
ความจาเป็นตอ้ งเพิ่มเตมิ ข้อกาหนดในมาตรฐานเพอื่ ความครบถว้ น เพ่อื ให้มาตรฐานมีความเปน็ ปจั จุบนั และตรง
กบั ความต้องการของผมู้ สี ว่ นได้ สว่ นเสยี



3. เครื่องหมายมาตรฐานท่ีเกยี่ วข้องกบั การเกษตร
เครือ่ งหมายมาตรฐานทเ่ี กย่ี วข้องกับการเกษตรทแ่ี สดงวา่ สินค้าต่างๆ ท่ีผลติ ขน้ึ อยา่ งมคี ุณภาพ หรือความ

ปลอดภัยในการอุปโภค และมีประสิทธภิ าพในการใช้งาน มคี ณุ ภาพสมราคา มหี ลายอย่าง ดังนี้
3.1 เคร่ืองหมายมาตรฐานสินคา้ เกษตรและอาหาร หรอื Q
สืบเนื่องจาก คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ได้มีมติในการประชุม ครั้งท่ี

3/2546 วันที่ 29 กรกฎาคม 2546 ให้หน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใช้เคร่ืองหมายรับรองมาตรฐาน
สินค้าเกษตรและอาหารให้เป็นเคร่ืองหมายเดียวกัน คือ เคร่ืองหมาย "Q" เพ่ือลดความซ้าซ้อนในการใช้
เคร่ืองหมายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซ่ึงเครื่องหมายน้ีแสดงให้เห็นว่าสินค้าเกษตรและอาหารมีคุณภาพ
และความ ปลอดภัยพร้อมทั้งยังสื่อไปถึงผู้บริโภคภายในประเทศและประเทศคู่ค้าให้เกิดความเช่ือม่ันในระบบการ
ผลิตและผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรและอาหารให้เป็นไปตาม มาตรฐานและเป็นท่ียอมรับของนานาประเทศ

หน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไดม้ กี ารจดั ทาบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่อง การใช้
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร โดยมีการลงนามวันที่ 26 กันยายน 2546 ร่วมกัน 8
หน่วยงาน ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรม
พัฒนาท่ีดิน องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร และสานักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ โดยหน่วย
รับรองให้การรับรอง ต้ังแต่ระดับไร่นาจนถึงผู้บริโภค (From Farm To Table) เพ่ือให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่มี
คณุ ภาพและมคี วามปลอดภยั รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้เป็นผู้ผลิต ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรและอาหารของไทย
ไดต้ ระหนักถงึ คุณคา่ ความสาคญั ของเคร่ืองหมายรับรอง "Q" ท่แี สดงถงึ ความมคี ณุ ภาพและปลอดภัย

3.2 เครอ่ื งหมาย อย.
อย. คือ อักษรย่อของ “สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา” (Food and Drug Administration)
เป็นส่วนราชการในระดับกรม ของประเทศไทย สังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีหน้าท่ีในการดาเนินงานด้านการ
คุ้มครองผู้บริโภค ปกป้องและคุ้มครองสุขภาพประชาชนจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ (ซึ่งผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ส่วนใหญ่มักจะหมายถึง อาหาร ยา เวชภัณฑ์ และเคร่ืองสาอางค์) ต้องมีคุณภาพมาตรฐานและปลอดภัย มีการ
ส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคที่ถูกต้องด้วยข้อมูลวิชาการท่ีมีหลักฐาน เช่ือถือได้และมีความเหมาะสม เพื่อให้
ประชาชนได้บริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพท่ีปลอดภัยและสมประโยชน์ เครื่องหมาย อย. ที่อยู่บนฉลากผลิตภัณฑ์
อาหารแปรรูปน้ัน ไม่ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ อาหารท่ีจะได้รับ อย. นั้นส่วนใหญ่ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบความ
เหมาะสมของสถานท่ีต้ังและอาคารผลิต เคร่ืองมือ เคร่ืองจักร และอุปกรณ์ในการผลิตการควบคุมกระบวนการ
ผลิตการสุขาภิบาลโรงงานการบารุงรกั ษาและทาความสะอาด และบคุ ลากรการผลติ เปน็ ไปตามเกณฑ์วิธีการที่ดีใน
การผลิตอาหาร หรือ จี.ดี.พี. (Good Manufacturing Practice) นอกจากนั้นคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์
ภาชนะบรรจุและการแสดงข้อมูลบนฉลากว่าครบถ้วนไม่โอ้อวด หลอกลวง หรือทาให้เข้าใจผิด อาหารน้ันจึงจะ

ได้รับเคร่ืองหมาย อย. เป็นสัญลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ที่มีภาชนะบรรจุสนิท รับผิดชอบโดย
สานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสขุ

รูปที่ 2.16 เครอื่ งหมาย อย.

3.3 เครอ่ื งหมายอาหารปลอดภยั (Food Safely)
กระทรวงสาธารณสุขเป็นองค์กรที่ให้การรับรองเครื่องหมายสุขภาพดีเริ่มท่ีอาหารปลอดภัย โดยเป็น
สัญลักษณ์ให้กับร้านค้า แผงจาหน่ายอาหารสด ตลาดสด และซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อรับรองคุณภาพอาหาร ได้แก่
อาหารสด อาหารแปรรูป อาหารปรุงจาหน่าย พร้อมตรวจสอบสารเคมีปนเป้ือนท่ีเป็นอันตรายกับสุขภาพ เช่น
บอรแ์ รกซ์ สารพษิ ตกค้างจากสารเคมี สารฟอกขาว สารเรง่ เนือ้ แดง เปน็ ตน้

รูปท่ี 2.17 เครอื่ งหมายอาหารปลอดภยั (Food Safely)

4. มาตรฐานฟาร์มเพาะเลยี้ งสัตว์น้า
การรับรองมาตรฐานฟาร์มเพาะเล้ียงสัตว์น้า โดยหน่วยรับรองกองพัฒนาระบบมาตรฐานสินค้าประมง

(กมป.) การรับรองมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้า เป็นการรับรองระบบงาน หรือ System Certification
ประเภทหน่ึงต้องมีการตรวจประเมินระบบการผลิต การรับรองจะครอบคลุมกระบวนการผลิตในฟาร์ม ผลผลิต
และผลิตภณั ฑ์ ดว้ ยการรบั รองจงึ มคี วามสาคญั เนื่องจากทาให้ผู้บรโิ ภคมคี วามเชือ่ มั่นในสินค้า ว่าสินค้าและระบบ
การผลิตสนิ ค้านั้นมี คณุ ภาพตามมาตรฐาน และมีความปลอดภัย

องค์ประกอบสาคัญของการรับรองได้แก่ มาตรฐานฟาร์มที่ให้การรับรอง หรือ Standard หน่วยรับรอง
หรือ Certification Body และหน่วยตรวจสอบหน่วยรับรอง หรือ Accreditation Body ซึ่งเดิม ได้แก่ ศูนย์
พฒั นาระบบและ รบั รองมาตรฐานฟารม์ เพาะเลี้ยงสัตว์น้า (ศรฟ.)

ปี 2557 กรมประมงไดม้ ีการปรับโครงสร้างองค์กร และเล็งเห็นความสาคัญด้านมาตรฐานและการรับรอง
ท่ีมี ความสาคัญมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจโลก และจัดต้ังกองพัฒนาระบบมาตรฐานสินค้าประมง หรือ กมป. เม่ือ
วันที่ 18 กันยายน 2557 และให้การดาเนินงานของหน่วยรับรอง ศรฟ. อยู่ในความรับผิดชอบเพ่ือให้ดาเนินการ
ด้านการรับรอง ตามระบบมาตรฐานสากล ISO/IEC Guide 65/17065 ในการให้บริการรับรองมาตรฐานฟาร์ม
เพาะเลย้ี งสัตวน์ ้าซงึ่ ปัจจบุ ันเปิดขอบข่ายให้การรับรองสาหรบั 2 กล่มุ สตั ว์นา้ คือ กุง้ ทะเล และปลานิล

4.1 มาตรฐาน GAP และ CoC ได้แก่
4.1.1. มาตรฐานกรมประมง การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้าท่ีดี หรือ GAP กรมประมง

สาหรับฟาร์ม เพาะพนั ธุและอนบุ าลกุ้งทะเล และสาหรบั ฟารม์ เลย้ี งก้งุ ทะเล
4.1.2 มาตรฐานกรมประมง การปฏิบัติทางการเพาะเล้ียงสัตว์น้าท่ีดี หรือ GAP กรมประมง

สาหรบั ฟาร์ม เพาะพนั ธุ์และอนบุ าลปลานิล และสาหรบั ฟารม์ เลีย้ งปลานลิ
4.1.3 มาตรฐานกรมประมง โค้ด ออฟ คอนดัค (Code of Conduct) หรือ CoC สาหรับฟาร์ม

เพาะพันธ์ุ และอนุบาลกงุ้ ทะเล และสาหรบั ฟารม์ เลย้ี งกุ้งทะเล
4.1.4 มาตรฐานสินค้าเกษตร การปฏิบัติทางการเพาะเล้ียงสัตว์น้าที่ดี สาหรับฟาร์มเล้ียงกุ้งทะเล

(มกษ.7401-2557)
4.1.5 มาตรฐานสินค้าเกษตร การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้าที่ดี สาหรับฟาร์มเพาะพันธ์ุ

และอนุบาลลกู ก้งุ ทะเล (มกษ.7422-2553)
4.1.6 มาตรฐานสินค้าเกษตร การปฏิบัติทางการเพาะเล้ียงสัตว์น้าท่ีดีสาหรับฟาร์มเลี้ยงปลานิล

(มกษ.7405-2553) ส่วนมาตรฐานและขอบข่ายสัตว์น้าชนิดอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น ยังอยู่ในความ
รับผิดชอบให้การรับรองโดยศูนย์/สถาบันของกรมประมงในพ้ืนที่ จนกว่า กมป. ได้ดาเนินกระบวนการตามระบบ
คุณภาพสาหรบั หน่วยรบั รองตาม ระบบ ISO/IEC 17065 เพอ่ื เปดิ ขอบขา่ ยให้บริการรับรอง

เดมิ ตามข้อตกลงรว่ มของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กาหนดการใช้เครื่องหมาย "Q" เป็นเคร่ืองหมาย
รับรองของสินค้าเกษตร ซ่ึงกรมประมง ได้ถือใช้มาโดยตลอด ต่อมาในปี 2553 คณะกรรมการมาตรฐาน สินค้า
เกษตรและอาหารแห่งชาติ ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกกฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับใหม่
สาหรับการใช้เคร่ืองหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรสาหรับมาตรฐานแห่งชาติ (มกษ.) เท่านั้น ส่งผลให้
มาตรฐานอ่ืน ๆ ท่ี กมป. ให้การรับรอง ได้แก่ มาตรฐาน "GAP กรมประมง" และ "มาตรฐาน CoC กรมประมง"
ต้องมกี ารปรับปรงุ เครือ่ งหมายแสดงถงึ การรับรอง

กมป. ได้ออกแบบเคร่ืองหมายรับรองมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้า สาหรับมาตรฐาน GAP กรม
ประมงและมาตรฐาน CoC กรมประมง ใหม่ โดยเคร่ืองมายท้ัง 2 เคร่ืองหมายได้ประกาศใช้ตามหลักเกณฑ์และ
เงื่อนไขการรบั รองมาตรฐานฟารม์ ท่ี ปรบั ปรุงใหม่ เม่ือวันที่ 16 พฤษภาคม 2555

4.2 ยาสัตว์ สารเคมี และวตั ถุอันตรายกับการเพาะเลย้ี งสัตว์นา้ ตามมาตรฐาน
การเล้ียงสัตว์น้าตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเล้ียงสัตว์น้าท่ีดี GAP และ มาตรฐาน CoC ให้
ความสาคญั อยา่ งยิ่งตอ่ ความปลอดภัยของผ้บู รโิ ภค ดังน้นั การใช้ยาสัตว์ สารเคมี และวัตถุอันตรายทางการประมง
จึงต้องเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยในการให้รับรองมาตรฐานฟาร์มเพาะเล้ียงสัตว์น้า ศรฟ. มีการ
ตรวจสอบการใชต้ อ้ งใชย้ าสตั ว์ สารเคมี และวัตถุอันตรายทางการประมงทมี่ ีการขึ้นทะเบียนถูกต้อง กรณีท่ีมีการใช้
เปน็ ไปตามทร่ี ะบใุ นฉลากและมีบันทกึ ข้อมลู การใช้ และต้องไมพ่ บการตกค้างเกนิ คา่ ท่ีกาหนด
ยาและสารเคมีต้อง และยาต้านจุลชีพที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สาหรับสัตว์น้า ตามประกาศสานักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ดงั น้ี

4.2.1 ยาและสารเคมตี ้องห้าม
1) คลอแรมฟินิคอล (Chloramphenicol)
2) ไนโทรฟิวราโซน (Nitrofurazone)
3) ไนโทรฟวิ แรนโทอนิ (Nitrofurantoin)
4) ฟิวราโซลิโดน (Furazolidone)
5) ฟวิ แรลทาโดน (Furaltadone)
6) มาลาไคท์ กรีน (Malachite Green)

4.2.2 ยาตา้ นจลุ ชพี ท่ไี ด้รบั อนุญาตให้ใช้สาหรบั สตั วน์ ้า
จากการตรวจสอบฐานข้อมูลโดยสานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวง

สาธารณสุข พบว่า มีทะเบียนตารับยาต้านจุลชีข้ึนทะเบียน ได้รับอนุญาตให้ใช้สาหรับสัตว์น้า แบ่งเป็น ตารับยา
เดีย่ ว (มตี ัวยายาสาคัญ 7 ตัวยา) และตาหรบั ยาผสม (มตี วั ยาสาคัญผสม 5 ชนดิ ) ดังน้ี

1) ตารบั ยาเด่ยี ว มีตัวยาสาคัญ 7 ตวั ยา
1.1) Amoxicillin
1.2) Enrofloxacin (เฉพาะปลาเท่านนั้ )
1.3) Oxytetracycline
1.4) Sarafloxacin
1.5) Oxolinic acid
1.6) Toltrazuril
1.7) Sulfamonomethoxine Sodium

2) ตารายาผสม มตี วั ยาสาคัญผสม 5 ชนดิ
2.1) Sulfadiazine + trimethoprim
2.2) Sulfadimethoxine sodium + trimethoprim

2.3) Sulfadimethoxine sodium + ormethoprim
2.4) Sulfamonomethoxine + trimethoprim
2.5) Sulfadimidine + trimethoprim
สรุป
การตลาด หมายถึงระบบของการดาเนินงานทางธุรกิจท้ังหมดที่กาหนดข้ึน เพื่อวางแผนเก่ียวกับการต้ัง
ราคา การส่งเสริมการตลาดและการจาแนกแจกจ่ายผลิตภัณฑ์หรือบริการ เพื่อใช้บาบัดความต้องการให้แก่ลูกค้า
ในปัจจุบันและผู้ท่ีคาดว่าจะเป็นลูกค้าในอนาคต กระบวนการตลาด ได้แก่ การรวบรวมผลผลิต การปรับให้เกิด
สมดุลระหว่างการผลิตและการบริโภค และการกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภค ระดับของตลาด มี 3 ระดับ คือ
ตลาดท้องที่ ตลาดท้องถ่นิ และตลาดปลายทาง
มาตรฐานสินค้าเกษตร เพอ่ื เป็นเครอื่ งมอื ในการควบคมุ และสง่ เสริมสินค้าเกษตร ให้มีคุณภาพเป็นไปตาม
มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยและคุ้มครองผู้บริโภค ป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดแก่เกษตรกรหรือกิจการ
การคา้ สินค้าเกษตร หรอื เศรษฐกจิ ของประเทศ และเพ่ือให้สอดคลอ้ งกับพันธกรณีระหว่างประเทศ
มาตรฐานสินค้าเกษตร มี 2 ประเภท คือ มาตรฐานบังคับ คือ มาตรฐานท่ีมีกฎกระทรวงกาหนดให้
สินค้าเกษตรต้องเป็นไปตามมาตรฐาน และมาตรฐานท่ัวไป คือ มาตรฐานท่ีมีประกาศกาหนดเพื่อส่งเสริมสินค้า
เกษตรให้ได้มาตรฐาน
เคร่ืองหมายมาตรฐานที่เก่ียวข้องกับการเกษตรที่แสดงว่าสินค้าต่างๆ ท่ีผลิตขึ้นอย่างมีคุณภาพ เช่น
เคร่ืองหมายมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร หรือ Q เคร่ืองหมาย อย. เคร่ืองหมายอาหารปลอดภัย (Food
Safely) มาตรฐาน GAP และ CoC เปน็ ตน้

เอกสารอา้ งองิ

ณฐติ ากานต์ ปนิ ทกาศ. การตลาดเกษตร. http://agecon-extens.agri.cmu.ac.th/Course pdfpdf
ไทยเกษตรศาสตร์. การตลาดเกษตร. https://www.thaikasetsart.com
มาตรฐานสินค้าเกษตร. สานกั งานมาตรฐานสนิ ค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ. https://www.acfs.go.th
มาตรฐานสินคา้ เกษตร. สานกั งานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ.

http://web.acfs.go.th/standard_meaning.php


Click to View FlipBook Version