1
หน่วยการเรียนที่ 1
เรือ่ ง ความหมาย ความสำคัญของดนิ และการกำเนดิ ดิน
แผนผังความคิดรายหน่วย
2
สาระสำคัญ
การเริ่มต้นเรียนรู้ในรายวิชาดินและและการจัดการดินเพื่อการเกษตร ผู้เรียนควรเรียนรู้
ความหมายของดนิ ความสำคญั ของดิน และการกำเนิดดนิ ก่อนเป็นอันดบั แรก เพือ่ ให้เกิดความเข้าใจ
เปน็ พื้นฐานในการตอ่ ยอดความรู้เก่ียวกบั การปรบั ปรุงดินให้มคี วามอุดมสมบูรณ์ แล้วนำไปใชป้ ระโยชน์
ทางการเกษตรไดอ้ ย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ในการปลูกพืช “ดิน” หมายถงึ วตั ถตุ ามธรรมชาติ
ทมี่ าจากผลของการผุพังสลายตวั ของหินและแร่ต่างๆ ซ่ึงเป็นอนินทรยี วัตถุ ผสมรวมกบั อินทรียวตั ถุ
ท่ไี ด้มาจากการสลายตัวของเศษซากพืชและสตั ว์จนเปน็ เนือ้ เดียวกัน มลี ักษณะร่วนไม่เกาะกันแขง็ เป็น
หิน เกิดข้ึนปกคลุมพ้ืนผิวโลกอยู่เป็นชั้นบางๆ มีความสำคัญในแง่เป็นท่ียึดเหนี่ยวรากพืชและเป็น
แหลง่ สารอาหารสำหรับการเจริญเตบิ โตของพืช เปน็ แหล่งเกบ็ กกั นำ้ หรอื ความชน้ื ในดนิ และเป็นแหลง่ ให้
อากาศในดนิ ทรี่ ากพืชใช้เพ่อื การหายใจ ดนิ ประกอบดว้ ย อนินทรียวตั ถุ อินทรียวตั ถุ นำ้ และอากาศ
จุดประสงค์การเรยี นรู้ เพ่อื ให้
1. ผู้เรยี น รู้ และเข้าใจเก่ียวกับความหมายของดนิ
2. ผเู้ รียน รู้ และเข้าใจเก่ยี วกับความสำคญั ของดนิ
3. ผเู้ รยี น รู้ และเข้าใจเกย่ี วกบั การกำเนิด และองค์ประกอบสำคญั ของดนิ
จุดประสงคเ์ ชิงสมรรถนะ
1. ผ้เู รียนสามารถอธบิ ายความหมายของดินได้
2. ผเู้ รียนสามารถอธิบายความสำคญั ของดินได้
3. ผเู้ รยี นสามารถอธบิ ายการกำเนิด และองคป์ ระกอบสำคญั ของดินได้
4. ผเู้ รยี นมีคุณลกั ษณะที่พงึ ประสงคใ์ นเรื่องศกึ ษาค้นคว้าดว้ ยตนเอง ทำงานเปน็ กลมุ่ เปน็ ผนู้ ำ
– ผ้ตู ามที่ดี และกลา้ แสดงออก
เน้ือหาสาระการเรยี นรู้
1. ความหมายของดนิ
คณะกรรมการจัดทำปทานุกรมปฐพีวิทยา (2541) ให้ความหมายว่า ดิน ในภาษาอังกฤษว่า
soil โดยมี 2 ความหมาย ได้แก่ 1) อินทรียวตั ถุ และอนินทรียวัตถุที่ไม่จับตัวแข็งเป็นหิน ซึ่งปกคลุม
พืน้ ผวิ โลก เป็นตัวกลางธรรมชาติสำหรับการเจรญิ เติบโตของพืช 2) อนิ ทรียวัตถุ และอนินทรยี วัตถทุ ่ี
3
ไม่จับตัวแข็งเป็นหิน ซ่ึงปกคลุมพ้ืนผิวโลก ซ่ึงเป็นผลมาจากปัจจัยด้านการกำเนิดดินและ
สภาพแวดล้อม ได้แก่ ภูมิอากาศ ส่ิงมีชีวิต (พืชและสัตว์) สภาพภูมิอากาศ วัตถุต้นกำเนิดและ
ระยะเวลา ความเหมาะสมต่อการผลิตพืชของดินแตกต่างกันเนื่องมาจากลักษณะและสมบัติทาง
กายภาพ เคมี ชวี ภาพ และสณั ฐาน
ทิพวรรณ สิทธิรังสรรค์ (2551) ให้ความหมายว่า ดิน คือ เทหวัตถุธรรมชาติ (natural
body) ที่ปกคลุมผิวโลกอยู่บางๆ เกิดจากผลของการแปรสภาพหรือผุพังของหินและแร่ และ
อนิ ทรยี วตั ถผุ สมคลกุ เคลา้ กนั
สารานุกรมไทยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (2552) ให้ความหมายของดินตามหลัก
ปฐพวี ิทยา (Pedology) ว่า ดนิ หมายถงึ วัตถุธรรมชาตทิ ี่เกิดปกคลุมผิวโลก มกี ารจัดเรียงชน้ั ดิน (Soil
profile) ตามธรรมชาติเกิดมาจากการสลายตัวผุพังของหิน และอินทรียวัตถุ ถ้ามีแร่ธาตุอาหาร
อากาศ และน้ำเหมาะสมพชื จะสามารถเจรญิ เติบโต ผลดิ อกออกผลได้เป็นอย่างดี
ราชบัณฑิตยสถาน (2554) ให้ความหมายว่า ดิน หมายถึง ช่ือธาตุ ๑ ในธาตุ ๔ คือ ดิน น้ํา
ไฟ ลม วตั ถธุ าตุของพืน้ โลกท่ีใชส้ ำหรับปลูกพชื ผลหรือป้นั ส่ิงต่างๆ เป็นต้น
NECTEC's Lexitron Dictionary (2557) ให้ความหมายว่า ดิน ในภาษาอังกฤษว่า soil คือ ช่ือ
ธาตุอย่างหนึ่งในธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม วัตถุธาตุของพ้ืนโลกทใ่ี ช้สำหรบั ปลูกพืชผลหรอื ป้ันส่ิง
ต่างๆ เป็นตน้
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา (2562) ให้ความหมายว่า ดิน ในภาษาอังกฤษว่า soil คือ วัสดุ
ตามธรรมชาตทิ ีป่ กคลมุ ผิวโลก เกิดจากการผพุ งั สลายตัวของหนิ และแร่ ผสมกบั อนิ ทรียวัตถุ ทำหนา้ ท่ี
เป็นฐานสำหรับการเจรญิ เตบิ โตของพืช
วิสันต์ ท้าวสูงโนน (มปป.) ให้ความหมายว่า ดิน คือ วัสดุธรรมชาติท่ีเกิดข้ึนจากการผสม
คลุกเคล้ากนั ของอินทรยี วตั ถุทเี่ กดิ จากการสลายตวั ผพุ ังตามธรรมชาตใิ นสภาพภมู อิ ากาศ สภาพพน้ื ที่
และระยะเวลาในการเกิดท่ีแตกต่างกัน ทำให้เกิดดินท่ีคล้ายคลึงหรือแตกต่างกันหลายชนิดปกคลุม
พ้ืนผิวโดยอยู่เป็นช้ันบางๆ เป็นท่ียึดเหนี่ยวเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของพืช รวมถึงเป็นแหล่งน้ำ
อาหาร และอากาศแกส่ งิ่ ท่มี ีชวี ิตอ่นื ๆ ที่อาศัยอยูใ่ นดินและบนดนิ
สรุปได้ว่า ดิน หมายถึง วตั ถตุ ามธรรมชาติท่ีมาจากผลของการผุพังสลายตวั ของหินและแร่
ตา่ งๆ ซึ่งเป็นอนนิ ทรียวตั ถุ ผสมรวมกบั อินทรียวัตถุทไ่ี ด้มาจากการสลายตัวของเศษซากพืชและสัตว์
จนเป็นเนือ้ เดียวกัน มีลกั ษณะรว่ นไม่เกาะกันแข็งเป็นหิน เกิดข้ึนปกคลมุ พื้นผิวโลกอยู่เป็นช้ันบางๆ
และเป็นทยี่ ึดเหนีย่ วรากพืช และเปน็ แหล่งสารอาหารสำหรบั การเจรญิ เติบโตของพืช
2. ความสำคัญของดนิ
ในคมั ภีร์ฮีบรู (Hebrew Bible) ผู้ชายคนแรกของโลกถูกตัง้ ช่อื ว่า “อดมั (Adam)” ซ่งึ แปลว่า
“แผ่นดนิ (earth)” หรือ “ดนิ (soil)” ส่วนผู้หญิงคนแรกของโลกถกู ตั้งช่ือว่า “อีฟ (Eve)” ซ่ึงแปลว่า
4
“การมีชีวิต (living)” ดังนั้นจึงเป็นที่ทราบกันดีว่า ดินกับชีวิตมนุษย์อยู่เคียงคู่กันมาโดยตลอด
(Magdoff and Van, 2009) แมว้ ่ามนษุ ย์จะเน้นการใช้ประโยชน์ดินไปในการปลูกพชื แตแ่ ทจ้ ริงแล้ว
ดินให้สิ่งท่ีจำเป็นต่อการดำเนนิ ชีวติ หลายประการ ตง้ั แตก่ ารดูดซับน้ำฝน กักเก็บน้ำไวใ้ ตด้ ิน ให้ชีวิต
พชื พันธจุ์ นถงึ ย่อยสลายกลายเป็นอินทรียวตั ถุ เปน็ ต้น
Magdoff and Van (2009) กล่าวว่า ดินทำหน้าที่ดูดซับ ปลดปล่อย และเปล่ียนรูป
สารประกอบทางเคมีหลายชนดิ ตัวอย่างเชน่ ดินช่วยกำจัดของเสียจากฟาร์มท่ีปล่อยลงสู่แปลงหญ้า
เป็นต้น ดินเป็นท่ีอยู่อาศัยของจุลินทรีย์และมีหลายชนิดที่มีความสำคัญ เช่น แบคทีเรียที่ผลิตสาร
ปฏิชีวนะที่ใช้รักษาโรค ดนิ กักเกบ็ สารชีวภาพกลุ่มที่มีคารบ์ อน (C) เปน็ องค์ประกอบในปรมิ าณมาก
หากย่งิ มกี ารกักเกบ็ คารบ์ อนไว้ในดนิ มากเทา่ ใดกม็ ีแนวโน้มจะช่วยลดโลกรอ้ นไดม้ ากขึ้น เนื่องจากเป็น
การลดคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในอากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของกรีนเฮ้าส์เอฟเฟ็ค (green
house effect) ที่ทำให้โลกร้อนขึ้นน่ันเอง นอกจากนี้มนุษย์ยังใช้ดินเป็นรากฐานในการสร้างถนน
อุตสาหกรรม และชุมชนอีกด้วย สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ท่ีดิน กรมพัฒนาที่ดิน (มปป.)
กล่าวว่า ส่ิงมีชีวิตทั้งหลายต้องอาศัยดินในการยังชีพและเจริญเติบโต สำหรับมนุษย์แล้วดินเป็น
แหล่งที่มาของปัจจยั สเ่ี พ่ือการดำรงชพี เพราะเราได้อาศยั ดินสำหรับปลกู พืชท่เี ปน็ อาหาร เครื่องนุ่งหม่
ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค หน้าที่และความสำคัญของดินที่มีต่อการเจริญเติบโตของพืช (แสดงดัง
ภาพท่ี 1.1) โดยสรุปหนา้ ที่ และความสำคัญได้ดงั น้ี
1) ดนิ ทำหน้าที่เป็นทีใ่ ห้รากพชื ไดเ้ กาะยึดเหนี่ยวเพื่อใหล้ ำต้นของพชื ยืนต้นไดอ้ ย่างมนั่ คง
2) ดนิ เป็นแหลง่ ให้ธาตุอาหารที่จำเปน็ ต่อการเจรญิ เตบิ โตของพืช
3) ดนิ เป็นแหลง่ ทเี่ ก็บกักนำ้ หรอื ความช้นื ในดนิ
4) ดนิ เปน็ แหล่งที่ให้อากาศในดิน ที่รากพชื ใชเ้ พ่อื การหายใจ
ภาพที่ 1.1 หนา้ ท่ีและความสำคัญของดินที่มีตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของพชื
ทม่ี า : สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดนิ กรมพัฒนาทด่ี นิ (มปป.)
5
สารานุกรมไทยในพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั (2552) กลา่ ววา่ ทรัพยากรดินมคี วามสำคัญ
เน่ืองจากดินคอื รากฐานกสิกรรมไทย ถา้ จะเปรียบดินเหมือนกับมนุษยต์ นหนึ่ง มีลำตวั มีแขน มขี า มี
หวั ใจ ดนิ กม็ สี ว่ นประกอบสำคัญเปรียบไดก้ ับมนษุ ย์ มีแร่ธาตเุ ปรยี บได้กับลำตวั มีอากาศเปรียบไดก้ ับ
แขน มนี ้ำเปรียบได้กับขา มีอินทรยี วัตถุเปรียบได้กับหัว มีสงิ่ มีชีวติ ในดินเปรยี บได้กับหวั ใจที่จะทำให้
ดินมีชวี ิตเช่นเดียวกับมนุษย์ มนุษย์เป็นส่ิงมีชีวิต จึงต้องการอาหาร ต้องการอากาศ ต้องการน้ำ ไป
สร้างส่ิงจำเปน็ ตอ่ การดำรงชวี ิต การเจรญิ เตบิ โตและการขยายพนั ธ์ุ เหมือนกบั สง่ิ มชี วี ิตอืน่ ๆ เชน่ สัตว์
และพืช ส่ิงท่ีทุกคนมองขา้ มคือ สภาวะแวดล้อมมีผลกระทบตอ่ การดำรงชวี ติ ของสิ่งมีชวี ิตเหล่านด้ี ้วย
เชน่ กนั (แสดงดงั ภาพที่ 1.2)
ภาพที่ 1.2 การเปรียบดนิ กบั มนษุ ย์
ท่มี า : สารานกุ รมไทยในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั (2552)
สำหรับความสำคญั ทางด้านการเกษตร Advanced Biological Marketing (2017) กลา่ วว่า
ดินดมี ปี ระโยชน์ 5 อยา่ ง ได้แก่
1) ดินช่วยให้ดำรงชีวิตไดอ้ ยา่ งยง่ั ยนื ดนิ เป็นแหลง่ รวมของทุกสิ่ง ตัวอย่างเช่น ขนแกะได้มา
จากแกะ และดินสอได้มาจากต้นไม้ แต่ที่ท้ังสองสิ่งมีเหมือนกันคือต้องพ่ึงพาพืชท่ีเจริญเติบโตด้วย
อาหารท่มี าจากดิน
2) ดินชว่ ยให้แหลง่ อาหารเจรญิ เติบโตเพื่อเลย้ี งโลก หากไม่มีดนิ พชื กไ็ มม่ ีสารอาหารทีจ่ ำเปน็
ต่อการเจรญิ เติบโต ในทำนองเดียวกนั ดินคือฐานในการหยงั่ ราก กลา่ วคอื ช่วยให้ระบบรากขยายลงไป
ในดิน ซงึ่ ทำใหพ้ ชื มีความม่ันคงแขง็ แรงเพียงพอทจี่ ะสามารถเจริญเติบโตไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
3) ดินมีธาตุอาหารมากมายที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชทุกชนิด อาหาร น้ำ และ
สารอาหารที่สำคัญอ่ืนๆ ดินไม่เพียงแต่ครอบคลุมพน้ื ท่ีส่วนใหญข่ องโลก แตย่ ังให้ชวี ิตแก่พชื ทุกชนิด
อีกด้วย ดินตอบแทนพืชด้วยการให้ธาตอุ าหารที่จำเปน็
6
4) ดินดีชว่ ยรกั ษาสิ่งแวดล้อม ลดการสูญเสีย และลดมลพิษทางอากาศ ดินเป็นแหลง่ รไี ซเคิล
วัตถุดิบและการกรองนำ้ ดินประกอบด้วยจลุ นิ ทรยี ์ในวตั ถสุ ีน้ำตาลทีร่ ว่ นซยุ อย่ขู ้างใต้รักษาสภาพแวดล้อม
ให้สะอาดและสมดุลอยู่เสมอ โดยเปลี่ยนของเสียให้เป็นสิ่งใหม่ที่ดีกว่า เพ่ือให้ธรรมชาติสามารถนำ
กลบั มาใชใ้ หมไ่ ด้อย่างเปน็ วฏั จกั ร
5) ดนิ ท่ดี ีข้ึน พืชก็สามารถดดู ซมึ สารอาหารได้มากข้ึน ดินดจี ะมีอินทรียวัตถจุ ำนวนมาก เป็น
ทอ่ี ยอู่ าศยั รวมทงั้ อาหารท่ดี สี ำหรบั สง่ิ มีชวี ติ ตา่ งๆ เชน่ ไส้เดอื น มันจะประกอบด้วยก้อนและกอขนาด
ตา่ ง ๆ และอดุ มไปด้วยสารอาหารทพี่ ืชต่าง ๆ สามารถใช้เปน็ แหลง่ อาหารเพยี งแหลง่ เดียว
กลา่ วได้วา่ ดินมปี ระโยชนแ์ ละมคี วามสำคัญ ดังน้ี
1) ดินทำหน้าท่ีเป็นที่ให้รากพืชได้เกาะยึดเหน่ียวเพ่ือให้ลำต้นของพืชยืนต้นได้อย่างม่ันคง
แข็งแรง ขณะที่พืชเจริญเติบโตรากของพืชจะเติบโตชอนไชหยั่งลึกแพร่กระจายลงไปในดินอย่าง
กว้างขวางทั้งแนวลึกและแนวราบ ดินท่ีร่วนซุยและมีช้ันดินลึก รากพืชจะเจริญเติบโตแข็งแรง
สามารถเกาะยดึ ดิน ต้านทานตอ่ ลมพายุไมท่ ำให้ตน้ พืชลม้ หรือถอนโคนได้
2) ดินเป็นแหล่งให้ธาตอุ าหารทจี่ ำเป็นตอ่ การเจรญิ เติบโตของพืช ทั้งนี้เนื่องจากธาตอุ าหาร
พชื จะถูกปลดปล่อยออกจากอินทรยี วัตถุ และแร่ตา่ งๆ ที่เป็นองค์ประกอบของดิน ให้อยู่ในรปู ที่ราก
พืชสามารถดึงดดู ไปใช้ประโยชนไ์ ด้งา่ ย
3) ดินเป็นแหล่งที่เก็บกักน้ำหรือความช้ืนในดิน ให้อยู่ในรูปที่รากพืชสามารถดึงดูดได้ง่าย
เพอื่ นำไปหล่อเลยี้ งลำต้นและสรา้ งการเจริญเตบิ โต น้ำในดินจะตอ้ งอยู่ในสภาพทีเ่ หมาะสมเทา่ นน้ั ที่
รากพชื สามารถดึงดดู ข้ึนมาใชป้ ระโยชน์ได้ การรดน้ำพืชจนขังแฉะ รากพืชไม่สามารถดงึ ดดู น้ำขน้ึ ไปใช้
ประโยชนไ์ ด้ จะทำใหพ้ ืชเหี่ยวเฉาและตายในท่สี ดุ
4) ดินเป็นแหล่งท่ีให้อากาศในดินท่ีรากพืชใช้เพ่ือการหายใจ รากพืชประกอบด้วยเซลล์ที่มี
ชีวิต ต้องการออกซิเจนสำหรับการหายใจทำให้เกิดพลังงานเพื่อการดึงดูดน้ำ ธาตุอาหารและการ
เจริญเตบิ โต ดนิ ที่มีการถา่ ยเทอากาศดี รากพืชจะเจรญิ เติบโตแข็งแรง ดดู นำ้ และธาตุอาหารได้มาก
ทำใหต้ น้ พืชเจริญเติบโตแขง็ แรงและให้ผลิตผลสงู
5) ดินเปน็ ทีอ่ ยูอ่ าศยั ของสัตว์ เพราะสัตวส์ ว่ นใหญอ่ าศัยอยู่บนพ้นื ดิน บางชนดิ อาศัยอยูใ่ ตด้ นิ
เชน่ มด หนู ไสเ้ ดือน กง้ิ กอื ปลวก เป็นตน้ และมีจลุ ินทรยี ์ชว่ ยรไี ซเคิลของเสีย รักษาสมดลุ ใหส้ ่งิ แวดล้อม
6) ดนิ ใชท้ ำของใช้ เครื่องปัน้ ดินเผาต่างๆ เช่น ภาชนะ ถว้ ย ชาม แจกัน กระถางตน้ ไม้ เป็นต้น
7) ดินใชส้ ร้างและเป็นส่วนประกอบในการก่อสร้างท่ีอยู่อาศัย เช่น อิฐ ทำมาจากดินเหนียว
ผสมกับทราย และแกลบหรือขีเ้ ลื่อยผสมกนั
3. การกำเนิดดนิ
สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดิน กรมพฒั นาท่ีดนิ (มปป.) รายงานว่า โลกของเรามี
อายุประมาณ 4,600 ล้านปี นับจากทโี่ ลกเริ่มก่อตวั ข้ึนและเยน็ ตัวลง มีพื้นผิวภายนอกเป็นหนิ แขง็ แต่
7
ภายในเป็นของเหลวร้อนจดั มีบรรยากาศซง่ึ ประกอบด้วยกา๊ ซหลายชนิดห่อหุ้มโลกอยูโ่ ดยรอบอย่าง
เบาบาง ต่อมาจึงมีวิวัฒนาการมากขนึ้ จนเกิดมีน้ำและสิ่งมีชวี ติ ขึ้นบนโลก พชื บกรุน่ แรกสุดเกิดขึ้นมา
บนโลก เม่ือประมาณ 590 ล้านปีมาแล้ว พืชบกรุ่นแรกนี้มแี ต่ลำต้น ไม่มีใบ ไม่มีราก อาศัยเกิดและ
เกาะติดอยู่บนสาหร่ายทะเลท่ีถูกคล่ืนซัดขึ้นมาค้างอยู่บนหินและเติบโตอยู่บนนั้น เช่ือกันว่า
วิวัฒนาการของพืชบกรุ่นแรกน้ีเองทีเ่ ป็นสาเหตทุ ำให้ก้อนหินเกิดการผุพัง แตกแยกออกเป็นช้ินเล็ก
ช้ินนอ้ ย และเกิดพัฒนาการตอ่ จนกลายเป็นดินในท่สี ดุ ทง้ั น้ีเพราะการทพ่ี ชื มีวิวัฒนาการมากขึน้ จนมี
ส่วนประกอบของราก ลำต้น ใบ กิจกรรมของรากของพืชที่ชอนไชไปตามรอ่ งรอยแตกของหินและช้ัน
ของหินผุเพื่อหาอาหารไปเล้ียงลำตน้ และใบ รวมท้ังเกาะยึดกับสง่ิ ต่างๆ เพอื่ ค้ำจนุ ลำต้นน้ัน กจ็ ะชว่ ย
เรง่ ให้หิน แร่ เกิดการสลายตัวเป็นชิ้นเล็กชน้ิ น้อยไดร้ วดเรว็ ยิ่งขึ้น นอกเหนือไปจากการผุกร่อนตาม
ธรรมชาติและการเปล่ียนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ท้ังอุณหภูมิ ปริมาณน้ำฝน น้ำค้าง หรือหิมะ
ในช่วงเวลาต่าง ในขณะเดียวกบั ท่พี ืชเจรญิ เติบโตขน้ึ กย็ อ่ มมีส่วนของ ราก ลำต้น ใบ ทีห่ ลดุ ร่วงตายลง
และทบั ถมกนั อยทู่ ้งั บนดนิ และใตด้ นิ นอกจากนยี้ งั มมี ูลสัตว์และเศษซากสิ่งมีชวี ิตอ่ืนๆ รวมอยู่ด้วย ซึ่ง
เมอื่ วัสดเุ หลา่ นเ้ี กดิ การเน่าเปอื่ ยโดยการยอ่ ยสลายของจลุ นิ ทรยี ท์ อี่ าศยั อยใู่ นดนิ จนกลายเปน็ สารสดี ำ
ท่ีมีเนื้อละเอียดนุ่ม เรยี กวา่ “ฮิวมัส” (humus) และต่อมาเมอื่ ฮิวมัสได้ผสมคลุกเคล้าเขา้ กับช้ินส่วน
ของหิน แร่ ที่ผุพังเป็นช้นิ เล็กชิ้นน้อยจนเข้ากันเป็นเน้ือเดียว จึงกลายเป็นสิง่ ท่ีเรียกวา่ “ดิน” สบื มา
จนทุกวนั น้ี ประมาณกันว่า ต้องใช้เวลาถึง 500 ปี ในการท่ีหินจะผพุ ังย่อยสลาย เกดิ การทับถมของ
ซากพืชและสัตว์ และเกดิ กระบวนการต่างๆ ในดนิ (แสดงดังภาพท่ี 1.3) จนเกดิ เปน็ ดินที่มีความหนา
เพยี ง 1 น้ิว และอาจต้องใชเ้ วลานาน 3,000 ถงึ 12,000 ปี ที่ดนิ จะมคี วามลกึ พอสำหรบั เกษตรกรรม
1. การผุพงั สลายตวั ของหนิ แร่
2. เรม่ิ มีพชื พรรณธรรมชาตแิ ละมีการสะสมอนิ ทรียวตั ถุ
3. มกี ารผสมคลกุ เคล้าและเกดิ พฒั นาการของชน้ั ดินตา่ งๆ
ภาพท่ี 1.3 การกำเนิดของดิน
ทมี่ า : สำนักสำรวจดนิ และวางแผนการใช้ทดี่ ิน กรมพฒั นาทีด่ นิ (มปป.)
8
สว่ นประกอบท่ีสำคัญของดินแบ่งออกเป็น 2 สว่ น (กล้า สมตะกูล, 2542; สำนักสำรวจดิน
และวางแผนการใชท้ ่ดี ิน กรมพฒั นาท่ีดนิ , มปป.; วสิ ันต์ ท้าวสูงโนน, มปป.) (แสดงดงั ภาพที่ 1.4 และ
1.5) ดงั นี้
1) ของแขง็ (soil solid) ประกอบด้วย อนินทรยี วตั ถุ และอนิ ทรียวตั ถุ
1.1) อนินทรียวัตถุ หรือแร่ธาตุ ได้จากการสลายตัวผุพังของสิ่งไม่มีชีวิต มีปริมาณมาก
ทสี่ ุดในดินท่วั ไป (ยกเวน้ ดินอนิ ทรีย)์ ไดจ้ ากการผพุ ังสลายตวั ของหินและแร่ อนินทรียวตั ถุ อยู่ในดินใน
ลกั ษณะของชิ้นสว่ นที่เรยี กวา่ “อนภุ าคดนิ ” ซ่งึ มีหลายรูปทรงและมีขนาดแตกตา่ งกนั ไป แบ่งได้เป็น 3
กลมุ่ ได้แก่ (1) กล่มุ อนุภาคขนาดทราย (เส้นผ่าศนู ยก์ ลาง 2.00-0.05 ม.ม.) (2) กล่มุ อนุภาคขนาดทราย
แป้ง (เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.05-0.002 ม.ม.) และ (3) กลมุ่ อนุภาคขนาดดินเหนียว (เส้นผ่าศูนย์กลาง <
0.002 ม.ม.) อนินทรยี วัตถุ หรือ แรธ่ าตุในดินน้ี เปน็ ส่วนท่ีสำคัญในการควบคุมลักษณะของเน้ือดิน
เปน็ แหล่งกำเนิดของธาตุอาหารพชื และเปน็ แหล่งอาหารของจุลนิ ทรีย์ดิน นอกจากนี้อนภุ าคที่อย่ใู น
กลมุ่ ขนาดดนิ เหนียวยังเป็นสว่ นท่สี ำคัญท่สี ุดในการเกิดกระบวนการทางเคมตี ่างๆ ในดนิ ด้วย
1.2) อินทรียวัตถุ ได้จากการสลายตัวผุพังของส่ิงมีชีวิต ในท่ีนี้มีความหมายครอบคลุม
ต้ังแต่ส่วนของซากพืชซากสัตว์ท่ีกำลังสลายตัว เซลล์จุลินทรีย์ ทั้งที่มีชีวิตอยู่และในส่วนที่ตายแล้ว
ตลอดจนสารอินทรยี ์ทีไ่ ดจ้ ากการย่อยสลาย หรือสว่ นท่ถี กู สังเคราะหข์ น้ึ มาใหม่ แต่ไมร่ วมถงึ รากพืช หรือ
เศษซากพืช หรือสัตว์ท่ียังไม่มีการย่อยสลาย อินทรียวัตถุในดินน้ี เป็นแหล่งสำคัญของธาตุอาหารพืช
และเป็นแหล่งอาหารและพลังงานของจุลินทรีย์ดินโดยเฉพาะอย่างย่ิง ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และ
กำมะถัน อีกทั้งยังเป็นส่วนที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อสมบัติต่างๆ ของดินท้ังทางกายภาพ เคมี และ
ชีวภาพ เช่น โครงสร้างดิน ความร่วนซุย การระบายน้ำ การถ่ายเทอากาศ การดูดซับน้ำและธาตุ
อาหารของดิน ซงึ่ ส่งผลกระทบต่อเนือ่ งไปถงึ ระดับความอุดมสมบรู ณ์ของดิน และความสามารถในการ
ใหผ้ ลผลิตของดินอกี ด้วย
2) ช่องว่าง (pore space) ประกอบไปดว้ ยน้ำและอากาศ อากาศท่ีอยู่ในดนิ นั้นจะเปน็ ก๊าซ
ไนโตรเจนมากทีส่ ดุ รองลงไปคอื กา๊ ซออกซเิ จน นอกจากนั้นก็มีกา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด์ และกา๊ ซอืน่ ๆ
ประกอบอีกเล็กนอ้ ย สงิ่ ต่างๆ ที่กล่าวมาน้ีต่างก็เปน็ สิง่ จำเปน็ สำหรับพืชด้วยกนั ทง้ั สน้ิ
2.1) น้ำในดิน หมายถึง ส่วนของน้ำท่ีพบอยู่ในช่องว่างระหว่างอนุภาคดินหรือเม็ดดินมี
ความสำคัญมากต่อการปลูก และการเจริญเติบโตของพืช เน่ืองจากเป็นตัวช่วยในการละลายธาตุ
อาหารต่างๆ ในดนิ และเปน็ ส่วนสำคัญในการเคลื่อนย้ายอาหารพชื จากรากไปส่สู ่วนต่างๆ ของพชื
2.2) อากาศในดิน หมายถึง ส่วนของก๊าซต่างๆ ท่ีแทรกอยู่ในช่องว่างระหว่างเม็ดดินใน
ส่วนที่ไม่มีน้ำอยู่ ก๊าซท่ีพบโดยท่ัวไปในดิน คือ ก๊าซไนโตรเจน (N2) ออกซิเจน (O2) และ
คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซงึ่ รากพชื และจลุ ินทรียด์ นิ ใช้ในการหายใจ และสร้างพลงั งานในการดำรงชวี ติ
สว่ นชอ่ งวา่ ง 9
สว่ นของแข็ง
สว่ นชอ่ งว่าง
ภาพท่ี 1.4 สว่ นประกอบของดิน
ที่มา : ดัดแปลงจาก กลา้ สมตะกลู (2542)
ภาพท่ี 1.5 สว่ นประกอบของก๊าซทมี่ ีอย่ใู นชอ่ งวา่ งของดนิ
ที่มา : ดัดแปลงจาก กล้า สมตะกลู (2542)
10
สรปุ
ดิน คอื วัตถตุ ามธรรมชาติท่มี าจากผลของการผพุ งั สลายตัวของหินและแร่ ตา่ งๆ ผสมรวมกับ
อินทรียวตั ถทุ ไ่ี ด้มาจากการสลายตัวของเศษซากพืชและสตั ว์ ดินมคี วามสำคัญ เน่อื งจากทำหนา้ ทีเ่ ป็น
ที่ให้รากพืชได้เกาะยึดเหนี่ยวเพื่อให้ลำต้นของพืชยืนต้นได้อย่างมั่นคง แข็งแรง เป็นแหล่งให้ธาตุ
อาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช เป็นแหลง่ ที่เกบ็ กักน้ำหรือความชื้นในดิน ให้อยู่ในรูปที่
รากพชื สามารถดึงดดู ไดง้ ่าย เพ่อื นำไปหล่อเลย้ี งลำต้นและสรา้ งการเจริญเติบโต เปน็ แหล่งทใี่ ห้อากาศ
ในดินท่ีรากพชื ใช้เพื่อการหายใจ เปน็ ท่อี ยู่อาศยั ของสตั ว์ และจุลินทรีย์ นอกจากนี้ มนุษย์ยงั ใช้ดินทำ
ของใช้ เครือ่ งป้นั ดินเผา รวมท้ังใชส้ รา้ งและเปน็ ส่วนประกอบในการกอ่ สร้างทีอ่ ยูอ่ าศัย ดินกำเนดิ หลัง
โลกกอ่ ตัวข้ึนและเยน็ ตวั ลง ตอ่ มาเกิดมนี ้ำและส่ิงมีชีวติ ขึ้นบนโลก พืชบกร่นุ แรกสดุ เกิดข้นึ มาบนโลก
เม่ือประมาณ 590 ล้านปีมาแล้ว เชอื่ กันวา่ ววิ ฒั นาการของพชื บกรุ่นแรกเป็นสาเหตทุ ำใหก้ อ้ นหนิ เกิด
การผุพัง แตกแยกออกเป็นช้ินเล็กชิ้นน้อย และเกิดพัฒนาการต่อจนกลายเป็นดินในท่ีสุด
ส่วนประกอบที่สำคัญของดินแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่หนึ่ง คือ ของแข็ง ประกอบด้วย
อนินทรียวัตถุ 45% และอินทรียวัตถุ 5% และส่วนท่ีสอง คือ ช่องว่าง ประกอบไปด้วยน้ำ (ในรูป
สารละลาย) 25% และอากาศ 25% อากาศที่อยู่ในดินน้ันจะเป็นก๊าซไนโตรเจน 79% ก๊าซออกซเิ จน
20% นอกจากน้นั ก็มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.5% และก๊าซอ่ืนๆ 0.5%
11
เอกสารอ้างอิง
กล้า สมตระกลู . 2542. ดนิ คือ สนิ ทรัพย์ ตามแนวพระราชดำร.ิ กรงุ เทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานิช.
คณะกรรมการจดั ทำปทานุกรมปฐพวี ทิ ยา. 2541. ปทานุกรมปฐพวี ิทยา. กรงุ เทพมหานคร :
สำนักพิมพม์ หาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์.
โครงการสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั . 2556.
เลม่ ที่ 18 เร่อื งท่ี 8 ดินและปุ๋ย. [ออนไลน]์ เข้าถึงได้จาก http://guru.sanook.com/
encyclopedia/sara18/ [5 มกราคม 2562].
ทิพวรรณ สิทธริ งั สรรค.์ 2551. เกษตรธรรมชาต.ิ กรุงเทพมหานคร : โอเดยี นสโตร.์
วสิ ันต์ ทา้ วสูงโนน. มปป. คู่มือปรบั ปรุงดนิ 4 ภาค. นนทบรุ ี : วี.ที.เอส. บคุ๊ เซน็ เตอร์.
สารานุกรมไทยในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ วั . 2552. ความสำคญั ของทรัพยากรดิน. [ออนไลน์]
เขา้ ถึงได้จาก https://www.hii.or.th/wiki84/index.php?title=ความสำคัญของทรัพยากรดนิ
[5 มกราคม 2562].
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. 2562. พจนานุกรมศัพทป์ ฐพศี าสตร์ ฉบบั ราชบณั ฑิตยสภา.
กรุงเทพมหานคร : อมรนิ ทรพ์ รน้ิ ต้งิ แอนด์พลับบลชิ ง่ิ จำกดั (มหาชน).
สำนักสำรวจดินและวางแผนการใชท้ ี่ดิน กรมพฒั นาทดี่ นิ . มปป. ความรเู้ รอ่ื งดินสำหรบั เยาวชน.
[ออนไลน]์ เขา้ ถึงไดจ้ าก http://osl101.ldd.go.th/easysoils/s_meaning.htm
[15 มกราคม 2562].
Advanced Biological Marketing. 2017. 5 Benefits of Healthy Soil. [Online]
Available from https://www.abm1st.com/5-benefits-of-healthy-soil-for-crops/
[January, 15 2019].
Magdoff, F. and Van Es. 2009. Building soils for better crops, sustainable soil
management. Baltimore : United book press.
NECTEC's Lexitron Dictionary. 2557. พจนานุกรมแปล ไทย-อังกฤษ. [ออนไลน์] เข้าถงึ ได้
จาก. http://dictionary.sanook.com/search/dict-th-en-lexitron/ดิน
[5 มกราคม 2562].