แนวทางการดำเนนิ การถอดบทเรยี น“Best Practices”
ของครูผสู้ อน
“การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้เสรมิ สร้างคุณธรรม จรยิ ธรรมในรายวชิ า
วทิ ยาศาสตรโ์ ดยใชโ้ ครงงานเปน็ ฐาน ( Project – based Learning : PBL )
สำหรบั นกั เรียนช้ันประถมศึกษาปที ี่ 4-6”
นางกมลวรรณ ธรรมรัตนารมย์
ครู คศ.2
โรงเรยี นบ้านยายคำ อ.เฉลิมพระเกยี รติ จ.บรุ รี มั ย์
สงั กดั สำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาบรุ ีรมั ย์ เขต 3
ศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์
ก
คำนำ
เอกสารฉบบั น้จี ัดเพื่อใช้เปน็ แบบเสนอ (Best Practice) “การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้เสรมิ สรา้ ง
คณุ ธรรม จริยธรรมในรายวชิ าวทิ ยาศาสตรโ์ ดยใชโ้ ครงงานเป็นฐาน ( Project – based Learning :
PBL ) สำหรับนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๔-6” นเ้ี ป็นรูปแบบทเ่ี กิดจากกระบวนการจัดการเรยี นรู้
รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ หรอื การจัดการเรียนการสอน Active Learning ใหเ้ ปน็ ไปตามระบบการทำงานที่
มคี ุณภาพ โดยการจดั การเรียนร้โู ดยใชโ้ ครงงานเป็นฐาน ( Project – based Learning : PBL )
ขน้ั ตอนและวิธีการดำเนนิ งานทกุ ขัน้ ตอน สรปุ รายงานเพ่ือเปน็ ขอ้ มูลในการพัฒนาให้นกั เรยี นเป็นบคุ คล
ท่กี ารเรียนร้ดู ี เก่ง และมคี วามสุข ควบคู่คุณธรรม ๕ ประการ เผยแพรต่ ่อสาธารณชน
การดำเนินการจดั ทำนวตั กรรมเพ่ือการถอดบทเรยี น ( Best Practice) เพอ่ื แลกเปลี่ยนเรียนรู้
การนำเสนอผลงานและการประกวดแข่งขนั กจิ กรรมการเรียนรู้ ภายใต้โครงการเสรมิ สร้างคณุ ธรรม
จรยิ ธรรมและธรรมาภิบาลในสถานศึกษา “ป้องกนั การทุจริต” (โรงเรียนสจุ ริต) ของโรงเรียนบ้านยายคำ
ภายใต้ชอ่ื “การขับเคล่ือนโครงการโรงเรียนสุจริต โรงเรยี นบ้านยายคำ การพัฒนางานเสรมิ สรา้ ง
คณุ ธรรมจรยิ ธรรมและธรรมาภบิ าลในสถานศึกษา (โรงเรียนสุจริต) โดยใช้รูปแบบการดำเนินกิจกรรม
บรษิ ทั สรา้ งการดี “บริษทั ทรัพยใ์ นดินจำกดั ณ ยายคำ” เปน็ การนำเสนอผลงานทเี่ กดิ จากการ
ปฏบิ ตั ิงานมานานกวา่ ๕ ปีการศึกษา จนเกดิ เป็นการดำเนินงานทย่ี ่งั ยืนเพราะมีการพัฒนาและต่อยอด
การปฏบิ ัตมิ าอยา่ งต่อเนอ่ื ง เกิดเปน็ ผลงานเชิงประจกั ษ์ และไดร้ ับการยอมรบั การจดั ทำผลงานเพื่อ
แลกเปล่ยี นเรียนรู้ในครั้งนี้ เป็นการนำเสนอผลงานที่ เป็นแบบอยา่ งและแนวทางในการดำเนินการท่ี
สอดคล้องกับบรบิ ทและความพรอ้ มของโรงเรียน ซ่ึงหวังว่าการจัดทำนวตั กรรมเพ่ือการถอดบทเรยี น
(Best Practice) ตามโครงการโรงเรยี นสุจรติ จะนำไปใช้ประโยชนไ์ ด้ กจ็ ะเป็นประโยชนย์ ิง่ ในการ
ช่วยกันขบั เคลื่อนโครงการเสริมสรา้ งคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลในสถานศึกษา (โครงการ
โรงเรียนสุจริต) ใหป้ ระสบความสำเรจ็ ได้ จะเป็นประโยชนย์ ่ิงต่อการปลกู ฝงั คุณลักษณะและปฏิญญา
โรงเรยี นสุจรติ ใหเ้ กิดข้นึ กับผ้เู รยี น บคุ ลากรทางการศึกษาและชมุ ชนตลอดไปสบื
ขอขอบคุณผทู้ ีม่ ีส่วนเก่ยี วข้องในการให้คำแนะนำทเ่ี ป็นประโยชน์ และหวงั เปน็ อยา่ งย่งิ ว่า Best
Practice “การจดั กิจกรรมการเรียนรู้เสรมิ สร้างคุณธรรม จริยธรรมในรายวชิ าวทิ ยาศาสตรโ์ ดยใช้
โครงงานเปน็ ฐาน ( Project – based Learning : PBL ) สำหรบั นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔-6”
โดยใช้รูปแบบเทคนิค 6 ขน้ั ตอน 6 การจดั การเรียนรแู้ บบใชโ้ ครงงานเปน็ ฐาน ” น้ี จะเป็นแบบอยา่ ง
ในการบรหิ ารจัดการในสถานศึกษาอื่น ๆ ต่อไป
กมลวรรณ ธรรมรตั นารมย์
(นางกมลวรรณ ธรรมรตั นารมย์)
ครู
สารบัญ ข
เรอ่ื ง หนา้
คำนำ ก
สารบญั ข
แบบนำเสนอ ๑
1. ความสำคญั ของผลงาน/นวัตกรรมถอดบทเรียน 1
2. จดุ ประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน 3
3. กระบวนการผลิตผลงานหรอื ขน้ั ตอนการดำเนนิ งาน 3
4. ผลการดำเนนิ การ/ผลสมั ฤทธ/์ิ ประโยชน์ทไ่ี ดร้ ับ 9
5. ปัจจยั ความสำเร็จ 10
6. บทเรยี นทไ่ี ดร้ บั 10
7. การเผยแพร/่ การได้รบั การยอมรบั /รางวัลที่ได้รับ 11
8. เงือ่ นไขความสำเรจ็ 12
ภาคผนวก 14
แนวทางการดำเนนิ การถอดบทเรียน (Best Practices)
ช่อื ผลงาน การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้เสรมิ สร้างคณุ ธรรม จริยธรรมในรายวิชาวทิ ยาศาสตร์โดยใช้
โครงงานเปน็ ฐาน ( Project – based Learning :PBL ) สำหรบั นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4-6
ชอื่ เจ้าของผลงาน นางกมลวรรณ ธรรมรตั นารมย์
โรงเรียนบ้านยายคำ
สังกัดสำนักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษาบุรีรมั ย์ เขต 3
โทรศพั ท์มอื ถอื 081-7258719 e-mail : [email protected]
ประเภทผลงาน ผู้บริหารสถานศึกษา
ครู
นกั เรยี น
บุคลากรทางการศึกษา/ผ้รู ับผิดชอบโครงการสอดคล้องกับคณุ ลกั ษณะสุจริต
โรงเรียนสจุ รติ
ทกั ษะกระบวนการคดิ
มีวินัย
ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ
อยู่อย่างพอเพียง
จติ สาธารณะ
รายละเอยี ดเอกสารการนำเสนิผลงาน/นวัตกรรมถอดบทเรยี น
1. ความสำคัญของผลงานหรอื นวตั กรรมทน่ี ำเสนอ
การเปล่ียนแปลงในยุคโลกาภวิ ตั น์ ทำใหส้ ังคมไทยต้องเผชญิ กับปัญหาหลายดา้ นที่ เกดิ จาก
ปญั หาดา้ นจิตใจของคนในสงั คมท่ีเสื่อมลงท้งั ทางดา้ นศลี ธรรม วัฒนธรรม การเมอื ง เศรษฐกิจและสงั คม
กอ่ ให้เกดิ ปัญหาทีส่ ำคัญ โดยเฉพาะปัญหาคอรับชนั่ ท่ีมสี าเหตมุ าจากปญั หาดา้ นคุณธรรมจริยธรรมทส่ี ่ัง
สมมาโดยไม่ร้ตู วั ตัง้ แต่ วัยเยาว์ จึงทำให้หน่วยงานราชการท่เี กย่ี วข้องกบั การสง่ เสรมิ การศกึ ษาไดใ้ ห้
ความสำคัญในการพฒั นาสถานศึกษาใหเ้ ป็นองค์กรคณุ ธรรม โดยต้องมุง่ สร้างพ้นื ฐานให้ผูเ้ รียนเป็น “คน
ด”ี เพราะถา้ ผเู้ รียนเป็นคนดีต้ังแตเ่ ดก็ เขาก็จะคดิ ดี ทำดี สรา้ งประโยชน์ให้สงั คม และอยูใ่ นสงั คมได้
อยา่ งมีความสุข พระราชกระแสรบั สั่งของพระบาทาสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช ทว่ี า่
“ชว่ ยกันสรา้ งคนดใี ห้บ้านเมอื ง” และพระราชกระแส รับส่ังของสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัวมหาวชริ าลงกรณ
บดินทรเทพยวรางกูร ในหลวงรชั การที่ 10 เมื่อวนั ที่ 1 ธนั วาคม 2559 ท่ีว่า “เพอื่ สืบสานพระราช
ปณิธานและเพอ่ื ประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทัง้ ปวง” ซง่ึ ทรงรับส่ังใหด้ ำเนนิ การตามแนวทางของ
พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช ในหลวงรัชกาลท่ี 9 โดยการให้ทุกคนทำการเพ่ือ
บา้ นเมอื งและประชาชน โดยมพี ระบรมราโชบายด้านการศึกษาของสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั มหาวชิราลง
กรณ บดนิ ทรเทพยวรางกูร ทรงมีกระแสรบั สง่ั ใหจ้ ัดการศึกษาโดยตอ้ งมงุ่ สรา้ งพน้ื ฐานให้แก่ผเู้ รยี นใน 4
เรือ่ ง คือ 1. ทศั นคตทิ ีถ่ ูกต้อง 2. พื้นฐานชวี ติ ที่มัน่ คงแข็งแรง 3. มอี าชีพ มีงานทำ และ 4. เป็น
2
พลเมอื งดี ดังน้นั หน่วยงานทางการศึกษาจงึ ไดก้ ำหนดนโยบาย แผน หลกั สูตร ลว้ นมุ่งที่จะเสริมสรา้ ง
คุณธรรม จรยิ ธรรม ให้เกดิ ขึ้นในสงั คมไทย
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน เปน็ หน่วยงานหลกั ทีร่ บั ผิดชอบงานการจัด
การศึกษาข้นั พื้นฐานให้กับเยาวชนสว่ นใหญข่ องประเทศให้เปน็ พลเมืองทีม่ ีคณุ ภาพในอนาคต ตระหนัก
ในความสำคญั ของการเตรียมการด้านการป้องกนั และปราบปรามการทุจริตในสถานศึกษา ไดร้ ่วมเป็น
สว่ นหนงึ่ ในการขบั เคล่ือนยุทธศาสตรช์ าติวา่ ดว้ ยการป้องกันปราบปรามการทุจรติ ระยะท่ี 3 (พ.ศ.
2560– 2564) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560 – 2564)
มาอยา่ งต่อเนื่องโดยดำเนนิ โครงการเสรมิ สรา้ งคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลในสถานศกึ ษา
(โครงการโรงเรียนสจุ รติ ) เพื่อวางรากฐานการปลกู จติ สำนึก ซง่ึ เป็นกลไกในการปอ้ งกนั และปราบปราม
การทจุ ริตของประเทศชาติ
การพฒั นางานเสริมสรา้ งคุณธรรมจริยธรรมและธรรมาภบิ าลในสถานศกึ ษา (โรงเรียนสจุ รติ )
โดยใชร้ ปู แบบการดำเนนิ กจิ กรรมบรษิ ทั สรา้ งการดี “บริษัททรพั ย์ในดนิ จำกดั ณ ยายคำ” เปน็ การ
นำเสนอผลงานท่เี กิดจากการปฏิบัติงานมานานกว่า ๕ ปีการศกึ ษา จนเกดิ เปน็ การดำเนนิ งานทย่ี ่งั ยืน
เพราะมกี ารพัฒนาและตอ่ ยอดการปฏบิ ัติมาอย่างต่อเนือ่ ง เกดิ เป็นผลงานเชงิ ประจักษ์ และไดร้ ับการ
ยอมรบั การจดั ทำและเป็นท่ีรู้จกั โดยทัว่ ไป เปน็ แบบอย่างและแนวทางในการดำเนินการทีส่ อดคล้องกับ
บริบทและความพร้อมของโรงเรยี น โดยมุง่ เนน้ การพฒั นานักเรียน ครู ผ้บู ริหาร และบุคลากรทางการ
ศกึ ษาให้เกิดคณุ ลกั ษณะ 5 ประการของโรงเรียนสจุ ริต ได้แก่ ทักษะกระบวนการคิดมวี ินยั ซื่อสตั ย์
สุจริต อยอู่ ย่างพอเพยี ง และมีจิตสาธารณะ รวมท้งั มีพฤติกรรมร่วมต้านการทจุ รติ ท้งั ในระดับ
สถานศกึ ษา ชมุ ชน สงั คม และประเทศชาติโดยคุณธรรมจรยิ ธรรมและธรรมาภิบาลในสถานศึกษา
(โครงการโรงเรียนสุจรติ ) ใหป้ ระสบความสำเร็จได้ จะเป็นประโยชน์ย่ิงตอ่ การปลูก ฝงั คณุ ลักษณะและ
ปฏญิ ญาโรงเรียนสุจรติ ใหเ้ กิดขึน้ กับผเู้ รยี น บคุ ลากรทางการศกึ ษาและชมุ ชนตลอดไปสืบ
โรงเรยี นบ้านยายคำได้ใช้รปู แบบการดำเนินกิจกรรมบริษทั สรา้ งการดี “บริษัททรัพยใ์ นดิน
จำกดั ณ ยายคำ” โดยใชแ้ หล่งเรยี นร้โู รงเรียนบ้านยายคำในการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนบูรณาการ
กับรายวิชาวทิ ยาศาสตร์ เพื่อสง่ เสรมิ ใหน้ ักเรียนได้ใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และ
คุณลักษณะ 5 ประการของโรงเรียนสจุ รติ ไดแ้ ก่ ทักษะกระบวนการคดิ มวี ินัย ซื่อสตั ยส์ ุจรติ อย่อู ยา่ ง
พอเพียง และมจี ิตสาธารณะ ผจู้ ัดทำจงึ คิดแกป้ ัญหาดว้ ยการเรียนรู้ภาคสนามบูรณาการท้ังในเวลาและ
นอกเวลาเรียน โดยการจัดการเรียนร้โู ดยใช้โครงงานเปน็ ฐาน (Project Based Learning : PBL) เพ่ือ
ส่งเสริมให้นกั เรียนเกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เกิดทกั ษะกระบวนการคดิ อยา่ งมวี นิ ัย มี
ความซอ่ื สัตยส์ จุ ริต อยู่อย่างพอเพียงและมีจิตสาธารณะ กล้าแสดงออกอยา่ งสรา้ งสรรค์ และมเี จตคติที่
ดีตอ่ การเรียน การจดั การเรยี นร้แู บบโครงงานเป็นกระบวนการแสวงหาความรู้และแก้ปัญหาในสว่ นปา่
ดอกดนิ ซึง่ มีโครงงานที่น่าสนใจนำมาแก้ปัญหารากเน่าของตน้ ดอกดนิ ทีเ่ กดิ จากเชอ้ื ราในชว่ งต้นฤดฝู น
หรอื การคน้ คว้าหาคำตอบในสง่ิ ท่ีผู้เรยี นอยากรหู้ รือสงสัย โดยใชก้ ระบวนการและวธิ กี ารทาง
วทิ ยาศาสตร์ ผู้เรียนจะเปน็ ผลู้ งมอื ปฏิบตั กิ ิจกรรมตา่ ง ๆ เพือ่ คน้ หาคำตอบดว้ ยตนเอง โดยใช้ทรัพยากร
ทม่ี ีอยู่ในท้องถ่นิ คอื แหลง่ เรยี นร้ใู นโรงเรียนสวนปา่ ดอกดนิ โรงเรยี นบา้ นยายคำ จนไดช้ ิ้นงานที่สามารถ
3
นำผลการศกึ ษาไปใชไ้ ดจ้ รงิ ในชวี ติ ประจำวัน และมีครผู ้สู อนคอยสนบั สนุน ให้คำปรึกษาผูเ้ รยี น ใน
การศึกษาค้นควา้ เพิ่มเตมิ จากแหล่งเรยี นรแู้ ละปรับปรุงความรูท้ ่ีได้ให้สมบูรณย์ ง่ิ ขน้ึ
2. จุดประสงคแ์ ละเปา้ หมายของการดำเนินงาน
๒.๑ วัตถุประสงค์
1) เพ่อื จัดกจิ กรรมการสอนใหผ้ ูเ้ รยี นไดพ้ ฒั นาอยา่ งเต็มศักยภาพตามทักษะการเรียนรู้
ในศตวรรษท่ี ๒๑ ดว้ ยวธิ ีการเรียนรแู้ บบ PBL
2) เพือ่ ให้ผเู้ รยี นได้พฒั นาทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และคณุ ลักษณะ 5
ประการของโครงการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้เสรมิ สร้างคุณธรรม จริยธรรมในรายวชิ าวทิ ยาศาสตรโ์ ดยใช้
โครงงานเปน็ ฐาน ( Project – based Learning :PBL ) สำหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4-๖
๒.๒ เปา้ หมาย
เชงิ ปริมาณ นกั เรียนชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4-6
เชิงคณุ ภาพ นกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4-6 ได้รบั การพัฒนาทักษะกระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตร์ คุณลักษณะ 5 ประการของโครงการจดั กิจกรรมการเรยี นรเู้ สริมสรา้ งคุณธรรม
จรยิ ธรรมในรายวิชาวิทยาศาสตรโ์ ดยใชโ้ ครงงานเป็นฐาน ( Project – based Learning :PBL )
สำหรับนักเรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4-๖
3. กระบวนการผลติ ผลงาน หรอื ขัน้ ตอนการดำเนนิ งาน
จากเจตนารมณข์ องกจิ กรรมการสอนทม่ี ีความมงุ่ หวงั และความคาดหมาย หลกั ๆ คอื ผู้เรียน
ไดร้ ับการพัฒนาให้เปน็ พลเมืองท่มี ีคุณภาพ อันหมายถึง เป็นคนดี เป็นคนเก่ง เปน็ คนที่สามารถ
ดำรงชีวิตไดอ้ ยา่ งมคี ุณคา่ และมคี วามสุข บนพื้นฐานของความเป็นไทย ภายใตบ้ ริบท สังคมโลกใหม่
รวมทงั้ เพิม่ ศกั ยภาพและความสามารถในระดบั สูงดา้ นวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยแี ละ การสอ่ื สาร เพื่อการ
พ่ึงตนเองและเพื่อสมรรถนะในการแขง่ ขนั และโรงเรียนยกระดับคุณภาพผ้เู รียนสงู ขน้ึ เพ่อื ใหเ้ ป็น
โรงเรยี นบ้านยายคำท่ีจดั การศึกษาแบบรูแ้ บบโครงงานวิทยาศาสตร์ และบูรณาการเชื่อมโยงกับ
เศรษฐกิจ สงั คม วฒั นธรรม ศาสนา และการเมอื ง เพอ่ื พฒั นาประเทศอยา่ งย่ังยนื โดยมีภาคีเครอื ขา่ ย
การจัดการเรียนร้แู ละรว่ มพฒั นากบั สถานศึกษาระดบั ทอ้ งถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับ ชาติและนานาชาติ
รวมทงั้ เครือข่ายสนบั สนนุ จากสถาบันอุดมศึกษาและองค์กรอ่ืน ๆ ทเ่ี กีย่ วข้อง ตลอดจนเปน็ ศนู ยแ์ ละ
รว่ มเป็นเครอื ข่ายพฒั นา ความรใู้ ห้กบั ประชาชนในชมุ ชนและบุคคลทั่วไป
ดังน้ัน ข้าพเจา้ จึงดำเนินการพัฒนาและแก้ไขปญั หาผเู้ รยี นโดยใชน้ วัตกรรมทางการเรยี นการ
สอน (Instructional innovation) โดยมเี ป้าหมายตามหลักการจัดการศกึ ษาตามพระราชบัญญตั ิ
การศึกษาแหง่ ชาติ ที่เน้นผูเ้ รียนเป็นสำคัญ ซึง่ ต้องดำเนนิ การพฒั นาผ้เู รียนใหเ้ ปน็ ผูม้ คี วามรอบรู้ ก้าวทัน
โลกและการเปลยี่ นแปลง มีคุณธรรมและจรยิ ธรรมสามารถนำความรู้ไปประยกุ ต์ใช้และพัฒนาตนเองได้
อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ สอดคล้องกับปรัชญาการศึกษา ด้านประสบการณ์นิยม(Progressivism) และ
ทฤษฎกี ารเรียนรู้ ด้านการสร้างองค์ความร้ดู ้วยตนเอง (Constructivism) โดยสงั เคราะห์เปน็ นวัตกรรม
การจัดการเรยี นการสอน Active learning โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรยี นร้ใู นรายวชิ าวิทยาศาสตรโ์ ดย
4
ใชโ้ ครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning : PBL) กระบวนการพฒั นานวัตกรรม/วิธปี ฏิบัติท่ีเป็น
เลิศ ใช้วธิ ี System Approach ประกอบด้วย Input Process Output Feedback และทุกข้นั ตอนจะ
ควบคมุ โดยวงจรคุณภาพ PDCA ดังแสดงในแผนภาพ ดังน้ี
การควบคุม
การประเมินประสิทธภิ าพ
การประเมนิ ประสิทธิผล
ปจั จยั นำเขา้ (Input) กระบวนการ(Process) ผลผลติ (Output)
การวิเคราะหค์ วามต้องการ • กลยทุ ธ์การเรียนการสอน ผลการเรยี นรู้
ความจำเป็น (เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั )
• ความรู้
• ผ้เู รยี น • ปรชั ญาการศกึ ษา • ความสามารถในการปฏบิ ตั ิ
• สิ่งแวดล้อม (Progressivism) • ทกั ษะ/กระบวนการ
• ภาระงานเพือ่ การเรยี นรู้ • คณุ ลกั ษณะของผู้เรียน
• จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ • ทฤษฎีการเรียนรู้ • ความพึงพอใจของผู้เรยี น
• อุปกรณ์และสิ่งอำนวย (Constructivism)
ความสะดวก • วิธีการ/พฤติกรรมการเรียน
การสอน(โครงงานเป็นฐาน
ขอ้ มูลย้อนกลบั (Feedback)
จากกระบวนการพัฒนานวัตกรรม/วธิ ปี ฏิบัติท่ีเปน็ เลศิ ใชว้ ธิ ี System Approach ประกอบด้วย Input
Process Output Feedback และทกุ ขนั้ ตอนจะควบคุม โดยวงจรคุณภาพ PDCA ดังแสดงในภาพนั้นมี
ดำเนนิ การ ดงั นี้
1.1) ศกึ ษาหลกั สตู รของโรงเรยี น ศึกษาเอกสารประกอบหลกั สูตรและวิเคราะหห์ ลกั สตู ร
1.2) ออกแบบหน่วยการเรียนรแู้ ละจัดทำแผนการเรยี นรู้อยา่ งชัดเจน ซ่งึ ในแผนการ
จัดการเรียนรนู้ อกจากจะกำหนดมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวชีว้ ัดแลว้ จะกำหนดจดุ ประสงค์การเรยี นร้ทู ่ี
ครอบคลุมทงั้ 3 ดา้ น คือ ดา้ นพทุ ธพิ ิสยั ด้านจิตพสิ ยั และด้านทักษะพสิ ัย และคุณลักษณะ 5 ประการ
1.3) ระบุเทคนิควิธกี ารในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ระบุใช้ส่อื /นวัตกรรมทใ่ี ชจ้ ัดกิจกรรมการ
เรียนร้ทู เี่ หมาะสมสอดคล้องกับเน้ือหาสาระและผู้เรียน
1.4) กำหนดวธิ กี ารวดั และประเมินผลพร้อมเคร่อื งมือการวดั และประเมนิ ผลไวอ้ ยา่ งชัดเจน
1.5) จากน้ันนำแผนการจัดการเรยี นร้ไู ปใช้จดั กิจกรรมการเรยี นรทู้ เ่ี น้นผูเ้ รียนเปน็ สำคญั
ใชส้ อ่ื /นวตั กรรมอย่างหลากหลายประกอบการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ รวมทง้ั ออกแบบและสร้าง
เคร่อื งมือวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรใู้ ห้ครอบคลุมตามตัวชี้วัดและมาตรฐานการเรียนรู้
5
ทงั้ น้ี ขา้ พเจ้ามีการวดั และประเมินผลในรายวิชาวทิ ยาศาสตร์ คอื การประเมนิ การปฏิบัติ
(Authentic Assessment) และการประเมนิ สภาพจริง (Performance Assessment) โดยผ่านการ
ปฏิบตั ิของผ้เู รยี น โดยการวัดและประเมนิ ผลด้วยวธิ ีการดังกล่าวตอ้ งวัดและประเมนิ ได้ครอบคลุม
ครบถว้ นพฤติกรรมของผ้เู รยี นทัง้ 3 ดา้ น ดังนี้
ดา้ นพุทธพิ สิ ยั (Cognitive Domain) การประเมนิ ความรู้ในรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ เปน็ การให้
ผู้เรียนได้รับความรู้ ความเข้าใจและสามารถประยุกต์ใช้ ทั้งเน้ือหาดา้ นทฤษฎแี ละปฏบิ ัติ ซึ่งความรใู้ น
เน้อื หาสาระนี้สามารถประเมินโดยการใชแ้ บบทดสอบ
ดา้ นจิตพสิ ยั (Affective Domain) เป็นการประเมินการแสดงออกของผู้เรยี นทั้งหมด
ตลอดจน การทำงานรว่ มกันและคุณลกั ษณะตา่ งๆ ซงึ่ สามารถประเมนิ ดว้ ยวธิ ีการสงั เกตไดอ้ ยา่ งชดั เจน
ดา้ นทกั ษะพิสัย (Psychomotor Domain) การประเมนิ ทักษะในรายวชิ าวิทยาศาสตร์ ตาม
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละทักษะท่ีสำคัญของนกั เรยี นในศตวรรษท่ี 21
คุณลักษณะ 5 ประการดังนี้
1. ทกั ษะกระบวนการคิด หมายถึงนกั เรยี นมีความสามารถในการจำแนกเปรียบเทยี บใหเ้ หตผุ ล
มีวิจารณญาณแกป้ ัญหาและสรา้ งสรรค์ได้ว่าส่ิงใดควรประพฤติปฏิบตั ิ และไมค่ วรประพฤตปิ ฏิบัติ ไม่ให้
เกิดการการกระทำใด ๆ เพื่อตนเองหรอื ผู้อื่นให้ได้รับผลประโยชน์ทไ่ี มม่ ีสิทธจิ์ ะไดร้ ับโดยวธิ ีการทไี่ ม่
ถกู ต้อง ไม่ซื่อสตั ย์
2. มวี ินยั หมายถงึ นกั เรียนมีจิตสำนึกในบทบาทและหน้าที่ของตนเองและปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง
ขอ้ บงั คับ กติกา ระเบยี บ กฎหมายของครอบครวั โรงเรยี น สงั คม และยอมรับผลทเี่ กิดจากการปฏิบัติ
เคารพสิทธิของผู้อื่นและเป็นพลเมอื งที่ดีของชุมชน สงั คมประเทศชาติและสงั คมโลก
3. ซ่ือสัตย์สจุ รติ หมายถงึ นักเรียนแสดงออกถงึ ความประพฤตติ รงตามความเปน็ จรงิ ต่อตนเอง
ครอบครวั สงั คมและโลกท้ังทางกาย วาจา และใจ
4. อย่อู ยา่ งพอเพยี ง หมายถงึ นกั เรยี นมีการดำเนนิ ชีวิตโดยยึดหลักความพอประมาณ ความมี
เหตผุ ล มภี ูมคิ มุ้ กันสามารถอยู่ในสังคมไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ
5. มีจติ สาธารณะ หมายถงึ นักเรยี นมกี ารช่วยเหลอื ผู้อ่นื ดว้ ยความเตม็ ใจไม่หวังผลตอบแทน
เขา้ ร่วมกจิ กรรมทีเ่ ปน็ ประโยชน์ต่อส่วนรวม โรงเรียน ชุมชน สังคม
3.2 การดำเนินงานตามกิจกรรม
ข้นั เตรยี มการ (Plan)
1) ผ้สู อนศกึ ษาเปา้ หมายของการจดั การศกึ ษาของสถานศึกษา ศกึ ษาหลกั สูตรของ
โรงเรยี น ศึกษาเอกสารประกอบหลักสูตรและวิเคราะหห์ ลักสูตร ศึกษาทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรแ์ ละทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 ในการค้นคว้าและสรา้ งองค์ความรู้ดว้ ยกระบวนการสืบ
เสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอยา่ งเปน็ ระบบ สามารถตัดสนิ ใจ โดยใชข้ อ้ มลู หลากหลายและ
ประจกั ษ์พยานที่ตรวจสอบได้ เพ่ือสร้างหน่วยการเรยี นรู้ให้สอดคลอ้ งกบั ตัวชี้วัดและสาระการเรยี นรู้
6
แกนกลาง กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ ภายใตห้ ลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน
พุทธศกั ราช 2551
2) ผูส้ อนจดั ทำหนว่ ยการเรยี นรู้ และแผนการจดั การเรียนรู้
3) ผู้เรยี นและผสู้ อนร่วมกันสำรวจแนวคดิ หลกั ในการจัดทำผลงงานและนวัตกรรม
เพื่อนำไปส่กู ารกำหนดหัวข้อองค์ความรใู้ หม่ที่ผ้เู รยี นมีความสนใจร่วมกัน
ขนั้ ดำเนนิ การ (Do)
การพัฒนาผลงานและนวัตกรรมของนักเรียนจากการจดั การเรยี นการสอน Active
learning โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนร้ใู นรายวชิ าวทิ ยาศาสตรโ์ ดยใช้โครงงานเปน็ ฐาน (Project-
based Learning : PBL) ดังนี้
6. ขนั้ นำเสนอผลงาน
5. ขัน้ สรปุ ส่ิงท่ีเรยี นรู้
4. ข้นั แสวงหาความรู้
3. ข้นั จัดกลมุ่ รว่ มมือ
2. ขัน้ กระตุ้นความสนใจ
1. ขั้นให้ความรพู้ นื้ ฐาน
การจัดการเรยี นรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน ทปี่ รบั จากการศกึ ษาการจดั การเรียนรแู้ บบ PBL
ทไี่ ด้จากโครงการสร้างชดุ ความรเู้ พอ่ื สรา้ งเสริมทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 ของเดก็ และเยาวชน: จาก
ประสบการณ์ความสำเร็จของโรงเรยี นไทย ของ ดษุ ฎี โยเหลาและคณะ (2557) โดยมีท้งั หมด 6
ข้ันตอน ดังนี้
7
ขัน้ ตอนการจดั การเรยี นรู้
1. ขนั้ ให้ความรู้พน้ื ฐาน ครูให้ความรู้พ้ืนฐานเกยี่ วกบั การทำโครงงานก่อนการเรยี นรู้
เนอื่ งจากการทำโครงงานมรี ูปแบบและขน้ั ตอนที่ชัดเจนและรัดกุม ดงั นนั้ นกั เรียนจึงมคี วามจำเปน็ อย่าง
ยงิ่ ทจ่ี ะต้องมีความรู้เก่ียวกบั โครงงานไว้เป็นพื้นฐาน เพื่อใช้ในการปฏบิ ตั ขิ ณะทำงานโครงงานจริง ในข้นั
แสวงหาความรู้
2. ข้ันกระตุ้นความสนใจ ครูเตรยี มกิจกรรมท่จี ะกระตนุ้ ความสนใจของนักเรียน โดยตอ้ งคดิ
หรือเตรียมกจิ กรรมที่ดงึ ดูดให้นกั เรยี นสนใจ ใคร่รู้ ถึงความสนุกสนานในการทำโครงงานหรอื กิจกรรม
ร่วมกัน โดยกิจกรรมน้ันอาจเปน็ กจิ กรรมท่ีครกู ำหนดขึน้ หรืออาจเปน็ กิจกรรมที่นกั เรยี นมคี วามสนใจ
ตอ้ งการจะทำอย่แู ลว้ ทัง้ นี้ในการกระตนุ้ ของครจู ะต้องเปิดโอกาสใหน้ ักเรียนเสนอจากกิจกรรมท่ไี ด้
เรียนรู้ผ่านการจดั การเรียนรู้ของครทู ี่เกยี่ วข้องกบั ชุมชนท่ีนักเรียนอาศัยอย่หู รือเป็นเรอ่ื งใกลต้ ัวที่
สามารถเรยี นร้ไู ด้ดว้ ยตนเอง
3. ข้นั จัดกลมุ่ รว่ มมือ ครใู ห้นกั เรียนแบ่งกลุ่มกนั แสวงหาความรู้ ใชก้ ระบวนการกลุ่มในการ
วางแผนดำเนนิ กจิ กรรม โดยนกั เรียนเปน็ ผู้รว่ มกันวางแผนกจิ กรรมการเรยี นของตนเอง โดยระดม
ความคิดและหารือ แบ่งหน้าทีเ่ พ่ือเป็นแนวทางปฏบิ ัตริ ว่ มกัน หลังจากที่ไดท้ ราบหัวข้อส่ิงท่ีตนเองตอ้ ง
เรยี นรู้ในภาคเรยี นนน้ั ๆเรยี บร้อยแลว้
4. ขน้ั แสวงหาความรู้ ในข้ันแสวงหาความร้มู แี นวทางปฏบิ ตั ิสำหรับนกั เรียนในการทำ
กจิ กรรม ดังนี้
4.1 นกั เรียนลงมอื ปฏิบตั กิ จิ กรรมโครงงาน ตามหวั ข้อทีก่ ลุ่มสนใจ
4.2 นักเรยี นปฏบิ ัตหิ น้าทขี่ องตนตามขอ้ ตกลงของกล่มุ พร้อมทั้งรว่ มมือกนั ปฏิบตั กิ จิ กรรม
โดยขอคำปรึกษาจากครูเป็นระยะเม่ือมีข้อสงสัยหรอื ปญั หาเกดิ ขน้ึ
4.3 นักเรยี นรว่ มกันเขียนรปู เลม่ สรปุ รายงานจากโครงงานท่ีตนปฏบิ ัติ
5. ข้นั สรปุ ส่ิงทเ่ี รยี นรู้ ครูให้นกั เรียนสรุปสิง่ ที่เรียนรู้จากการทำกจิ กรรม โดยครใู ชค้ ำถาม
ถามนักเรยี นนำไปส่กู ารสรปุ สิง่ ทีเ่ รยี นรู้
6. ขั้นนำเสนอผลงาน ครใู ห้นกั เรยี นนำเสนอผลการเรียนรู้ โดยครูออกแบบกิจกรรมหรือจดั
เวลาใหน้ กั เรยี นได้เสนอสง่ิ ทตี่ นเองได้เรยี นรู้ เพื่อใหเ้ พ่ือนร่วมช้นั และนักเรยี นอน่ื ๆในโรงเรียนได้ชม
ผลงานและเรยี นรกู้ จิ กรรมทนี่ ักเรียนปฏิบัตใิ นการทำโครงงาน
กระบวนการท้งั 6 ขน้ั น้ี จะเป็นไปเพื่อสนับสนุนให้ผเู้ รยี นสร้างองค์ความรู้ใหม่ โดยเชอื่ มโยงส่งิ
ที่เรียนรเู้ ขา้ กบั ประสบการณ์หรือความรเู้ ดิม
ข้ันตรวจสอบและประเมินผลการพัฒนางาน (Check)
1) ผู้เรียนมคี วามตน่ื ตัวในการเขา้ รว่ มกิจกรรม มีการคน้ คว้าขอ้ มูลจากหลายแหล่ง
เรียนรู้ และมีการปรบั ปรุงเป็นระยะ โดยมีผู้สอนทำหน้าที่ให้ขอ้ เสนอแนะในการแกไ้ ขปรับปรุงและ
พฒั นางาน
8
2) เมื่อผเู้ รียนจัดทำนวัตกรรม แลว้ ผ้สู อนทำหน้าที่ตรวจสอบ และเสนอแนะ
แลกเปลย่ี นเรียนรรู้ ว่ มกับผ้เู รียน
ขัน้ สรุปและรายงาน (Action)
1) Reflection หรือถอดบทเรยี น เป็นขัน้ ตอนการนำเสนอผลงานของนักเขียนในแต่
ละกลุ่มเพ่ือให้เกิดการแลกเปลีย่ นเรยี นรู้กนั ระหวา่ งกล่มุ นอกจากนีม้ กี ระบวนการการถอดบทเรยี นจาก
การทำผลงานหรือนวัตกรรมของตนเองวา่ นักเรยี นเรียนรู้อะไร ได้อะไรจากการทำผลงานหรอื นวัตกรรม
ในคร้งั น้ี เพื่อเปน็ การทบทวนกระบวนการจดั การเรยี นรู้ท่ีเกดิ ขนึ้ มาตลอดทัง้ หน่วยการเรียนรทู้ ่ีผ่านมา
หรืออาจกลา่ วได้ว่าเป็นกระบวนการตกผลึกทางความคดิ เพ่อื เช่ือมโยงองคค์ วามรู้ทีไ่ ด้รับกับการนำไปใช้
ได้จรงิ ในชีวิตประจำวนั โดยมีผูส้ อนทำหนา้ ที่ให้คำช้แี นะอย่างใกลช้ ดิ
2) ผู้สอนนำเสนอนวตั กรรมท่ีผู้เรียนรว่ มกันสร้างองค์ความรู้ครงั้ น้เี ผยแพร่ท้งั ภายใน
สถานศกึ ษาและภายนอกสถานศกึ ษา
3.3 ประสิทธภิ าพของการดำเนนิ งาน
ขนั้ ตอนในการพฒั นาผลงานหรอื นวตั กรรมของนักเรียนโดยใชก้ ารจัดกจิ กรรมการเรยี นร้ใู น
รายวชิ าวิทยาศาสตรโ์ ดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning : PBL) พบว่านักเรยี นเกดิ
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละทักษะในศตวรรษท่ี 21 ในการค้นควา้ และสร้างองค์ความรดู้ ว้ ย
กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสนิ ใจ โดยใชข้ อ้ มูล
หลากหลายและประจกั ษ์พยานทีต่ รวจสอบได้ สามารถนำวิธกี ารเรียนรู้ ที่ใชโ้ ครงงานเป็นฐาน (Project-
based Learning : PBL) ในการดำเนนิ งานไปใชเ้ ป็นแหล่งข้อมูลในการศึกษา และใช้เป็นแนวทางการ
พัฒนา หรอื เป็นฐานข้อมูลสำหรับการศึกษาเพม่ิ เตมิ ทจ่ี ะนำไปสกู่ ารพฒั นา การต่อยอด การแสวงหา
องค์ความรู้ใหมเ่ พิ่มขนึ้ ได้อยา่ งตอ่ เนื่อง
3.4 การใช้ทรัพยากร
การพัฒนาผลงานและนวัตกรรมของนักเรยี นผา่ นการดำเนินการโดยใช้โครงงานเป็นฐาน
(Project-based Learning : PBL) ไดเ้ น้นกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 ใน
การค้นคว้าและสร้างองค์ความร้ดู ้วยกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ สามารถแกป้ ัญหาอย่างเป็นระบบ
สามารถตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานท่ีตรวจสอบได้ ซ่ึงต้องอาศัยจากแหล่งการ
เรยี นรูท้ ีห่ ลากหลายและเป็นแหล่งการเรยี นรทู้ อี่ ยู่ในท้องถ่นิ เพอ่ื ให้การสืบค้นข้อมลู และนำขอ้ มูลมาใช้
สรา้ งองค์ความรู้ใหม่ ๆ นนั้ มีความถูกต้อง นา่ เชื่อถือ จึงมกี ารใช้ทรัพยากรในรูปแบบต่าง ๆ ดังน้ี
3.4.1 ผเู้ รยี นและผู้สอนระดมความคิด เพื่อระบแุ หล่งเรยี นรูท้ สี่ ามารถสบื คน้ หาขอ้ มูล
มาจัดทำผลงานและนวัตกรรมของตนเองได้อย่างถกู ต้อง มีความนา่ เชือ่ ถือ เช่น หอ้ งสมุดโรงเรียนบ้าน
ยายคำ ห้องภูมิปญั ญาท้องถิ่นโรงเรียนบา้ นยายคำ สวนปา่ ดอกดินโรงเรียนบ้านยายคำ และข้อมลู ใน
ระบบอนิ เตอรเ์ นต็
3.4.2 กระบวนการสบื คน้ ขอ้ มูลและเขียนบทความ มีการใช้ทรพั ยากร เชน่ กระดาษ
A4 กระดาษชารจ์ ปากกาเคมี เพ่อื ใช้ในการจดบนั ทกึ ข้อมูล แลว้ นำไปจัดพิมพโ์ ดยคอมพวิ เตอรเ์ พื่อเก็บ
ข้อมลู เป็นสารสนเทศ
3.4.3 การลงพื้นท่สี บื คน้ ขอ้ มูล ได้รบั การอำนวยความสะดวกจากผปู้ กครองของ
นกั เรยี นซงึ่ เป็นคนในท้องถิ่น ทำใหน้ ักเรียนสามารถเข้าถงึ ข้อมลู เชิงลกึ ได้
9
3.4.4 การจัดแสดงผลงานและนวตั กรรมที่ไดด้ ำเนินการศึกษา ผ่านบอร์ด เพื่อเพม่ิ
ความน่าสนใจให้กบั งานนำเสนอ
3.4.5 การเผยแพร่ผลงานและนวัตกรรมท่ีได้ดำเนนิ การศึกษา ผา่ นระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศตามศักยภาพและความสนใจของนักเรียนเอง
4. ผลการดำเนนิ งาน/ผลสมั ฤทธ์ิ /ประโยชน์ทีไ่ ด้รับ
4.1 ผลท่เี กิดตามจดุ ประสงค์
4.1.1 นกั เรยี นมคี ณุ ภาพการตามศักยภาพและทกั ษะการเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี 21 โดยใช้
โครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning : PBL)
4.1.2 นกั เรียนไดพ้ ฒั นาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และคณุ ลักษณะ 5 ประการ ใน
การค้นควา้ และสร้างองค์ความรู้ดว้ ยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถแกป้ ัญหาอย่างเป็นระบบ
สามารถตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานทต่ี รวจสอบได้
4.1.3 นักเรียนสามารถ รวบรวม วเิ คราะห์ขอ้ มูล อยา่ งครบถ้วน และเปน็ ระบบ นำองค์ความรู้
ทีไ่ ด้มาสังเคราะหเ์ ป็นนวตั กรรม
4.1.4 นักเรียนสามารถนำองคค์ วามรู้ท่ไี ด้จากการศกึ ษา ค้นคว้าเผยแพร่ในวงกว้าง ท้ังภายใน
สถานศึกษาและชุมชนภายนอก
4.2 ผลสัมฤทธ์ิของงาน
ผลการดำเนินงานการจดั กจิ กรรมการเรียนรใู้ นรายวชิ าวทิ ยาศาสตรโ์ ดยใช้โครงการจัดกจิ กรรม
การเรียนรเู้ สริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมในรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์โดยใช้โครงงานเป็นฐาน ( Project –
based Learning :PBL ) สำหรบั นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4-๖ พบวา่ ผู้เรียนเกดิ ทักษะ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การคดิ สร้างสรรค์ การคดิ อย่างมีวิจารณญาณ และการคิดแก้ปญั หา
คน้ ควา้ และคดั เลอื กข้อมูลหรือองคค์ วามรเู้ ปน็ ทักษะการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 สามารถค้นคว้าและ
สรา้ งองค์ความรดู้ ว้ ยกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ สามารถแกป้ ัญหาอย่างเปน็ ระบบ สามารถตดั สินใจ
โดยใช้ขอ้ มลู หลากหลายและประจกั ษ์พยานที่ตรวจสอบได้ ซึ่งทกั ษะเหล่าน้ีจะตดิ ตัวผู้เรียนไปตลอด
และผเู้ รียนสามารถจดั ทำผลงานซึ่งเปน็ นวตั กรรมสำคญั ซง่ึ เป็นผลสรุปของการออกแบบการจัดการ
เรยี นรู้ และสามารถนำนวตั กรรมมาศึกษาหาความรู้ และนำส่กู ารเผยแพร่ให้กว้างขวางมากขนึ้
4.3 ประโยชน์ทีไ่ ด้รบั
4.3.1 นกั เรยี นเกดิ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษท่ี 21 ในการ
คน้ คว้าและสรา้ งองคค์ วามรูด้ ้วยกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ เกดิ ทักษะการคิดสร้างสรรค์ การคิด
อยา่ งมีวจิ ารณญาณ และการคิดแก้ปัญหา สามารถแกป้ ัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ รวมทงั้
ปลูกฝังคุณธรรม 5 ประการใหก้ บั ผเู้ รียนใหเ้ กิดข้ึนในตัวนักเรยี น
4.3.2 ผู้เรียนมีความตระหนกั ในการนำความร้ทู างวิทยาศาสตรม์ าใช้การพัฒนาทอ้ งถ่นิ ของ
ตนเอง และรู้สกึ เป็นเจา้ ของชุมชนของตนเอง (Sense of Belonging) ได้เรียนร้รู ่วมกันในเรื่องที่
เกยี่ วกับท้องถน่ิ และรู้จกั สวนปา่ ดอกดินโรงเรยี นบา้ นยายคำซงึ่ เป็นแหล่งเรยี นร้ขู องนักเรียนท่ี
10
หลากหลายแงม่ มุ มากยิ่งขนึ้ ในการคิดแก้ปัญหาหรือสรา้ งสรรค์นวัตกรรมเพ่ือตอบแทนสังคมที่ตนเอง
ดำรงชวี ิตอยู่
4.3.3 ผู้เรยี นสามารถเปล่ียนจากผรู้ ับองค์ความรู้มาเปน็ ผสู้ รา้ งองค์ความรู้ และเผยแพร่องค์
ความรู้ ที่เกดิ จากการศกึ ษา ค้นคว้าให้เกิดประโยชน์กับชมุ ชนท้องถ่นิ ของตนเอง
5. ปัจจยั ความสำเรจ็
5.1 กระบวนการจดั การเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรายวิชาวิทยาศาสตร์โดยใชโ้ ครงงาน
เป็นฐาน (Project-based Learning : PBL) มกี ารวางแผนในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้อยา่ งเปน็ ระบบ
รัดกุม ทำใหเ้ กิดประสทิ ธิภาพในการสรา้ งนวัตกรรมของนักเรียน
5.2 ครแู ละนักเรยี นกล้าท่ีจะกา้ วขา้ มขีดจำกัดของตนเอง กลา้ คดิ กล้าลงมอื ทำ หวงั ผลเพอ่ื พฒั นา
ตนเองให้เต็มศักยภาพ เรียนรู้ร่วมกนั
5.3 นกั เรยี นได้นำความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์มาใชใ้ นการอธบิ าย เชอื่ มโยง และบรู ณาการองค์ความรู้
ทั้งทางดา้ นสงั คมศาสตร์ เศรษฐกิจ วฒั นธรรมและส่ิงแวดลอ้ มอยา่ งรอบด้าน
5.4 ผูบ้ รหิ ารและคณะครูใหค้ วามเหน็ ชอบและใหก้ ารสนับสนนุ การดำเนนิ กจิ กรรม มีวัสดุอุปกรณ์
ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมอย่างเพยี งพอ และใหค้ ำแนะนำการนำวัสดุท่ีสามารถใชท้ ดแทนโดยท่ีไม่ต้องใช้
เงินซอ้ื นำวสั ดหุ าได้ในท้องถ่ิน
5.5 บุคลากรท้องถ่ินถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ให้ข้อมูลกับนกั เรยี นในเร่ืองราวท่ีสอดคล้องกับ
เนอ้ื หาในการเรยี น รวมถงึ ให้ความรู้ท่ีเปน็ ภมู ิปัญญาท้องถิ่นซง่ึ เป็นข้อมูลทีเ่ ปน็ ประโยชนต์ อ่ การจดั การ
เรียนรู้ ส่งผลให้ผปู้ กครองและชุมชนมคี วามพงึ พอใจต่อการทำงานของโรงเรยี น
5.6 การประชาสมั พนั ธอ์ งค์ความรูท้ ี่ได้จากการทำกจิ กรรมรว่ มกนั ผา่ นการเผยแพรท่ ้ังภายในและ
ภายนอกสถานศกึ ษาได้รบั การตอบรับเป็นอย่างดี ทำใหอ้ งค์ความรู้ท่ีไดจ้ ากการศึกษา ค้นคว้าไดเ้ ผยแพร่
ไปในวงกวา้ ง และชว่ ยใหผ้ ูค้ นตระหนกั ถึงการนำความร้ทู างวิทยาศาสตรม์ ารว่ มพฒั นาท้องถ่นิ ของ
ตนเองมากขึ้น สร้างความเข้มแข็งของชุมชน และพัฒนาต่อยอดตอ่ ไปได้อย่างยงั่ ยืน
6. บทเรยี นทไี่ ดร้ ับ (Lesson Learned)
6.1 การระบุข้อมลู ท่ีไดร้ บั จากการผลติ และการนำผลงานไปใช้
1) นกั เรยี นเกดิ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คุณลักษณะ 5 ประการ และทักษะใน
ศตวรรษที่ 21 ในการคน้ ควา้ และสร้างองค์ความรู้ดว้ ยกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ เกิดทักษะการ
คิดสรา้ งสรรค์ การคิดอย่างมวี ิจารณญาณ และการคิดแก้ปัญหา สามารถแกป้ ัญหาอย่างเป็นระบบ
สามารถตดั สินใจ
2) ผู้เรียนทราบวิธกี ารคน้ คว้าและคดั เลือกข้อมูลหรือองค์ความรู้ไดอ้ ย่างถูกตอ้ งและเป็นระบบ
3) ผเู้ รียนมคี วามภาคภมู ิใจในผลงานหรอื นวัตกรรมของตนเอง
4) ผู้เรียนไดเ้ รียนรรู้ ว่ มกนั ในเรอ่ื งท่เี กย่ี วกบั การนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตรไ์ ปพฒั นาท้องถิ่น
และรูจ้ ัก สวนปา่ ดอกดินโรงเรียนบ้านยายคำซึง่ เปน็ เรยี นรูใ้ นโรงเรียนของนักเรียนท่หี ลากหลายแงม่ ุม
มากยง่ิ ขนึ้ สนองตอบหลกั สตู รสถานศึกษา และหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช
2551
11
6.2 ขอ้ เสนอแนะ ขอ้ ควรระวงั
1) ผเู้ รยี นขาดประสบการณแ์ ละทกั ษะในการคน้ คว้า เลอื กใชแ้ ละรวบรวมข้อมลู การจดั ทำ
ผลงานหรือนวตั กรรมครงั้ น้ี ผู้สอนจำเป็นตอ้ งดูแล ให้คำแนะนำในลักษณะของผูอ้ ำนวยความสะดวก
(Facilitator) และผใู้ ห้คำแนะนำ (Coach) อยา่ งใกลช้ ิด พร้อมช่วยเหลือในการแก้ไขปญั หา ให้
ขอ้ เสนอแนะเพ่มิ เตมิ ในการปรับปรงุ แกไ้ ขและพฒั นางานให้ดียง่ิ ข้ึน
2) ผสู้ อนต้องวางแผนการจดั ทำผลงานหรือนวัตกรรมของนกั เรียนให้มคี วามชดั เจน รดั กมุ
เพอื่ ใหก้ ารดำเนินงานเปน็ ไปตามแผนที่กำหนดไว้
6.3 แนวทางในการพฒั นานวตั กรรมเพ่ิมเตมิ
1) การพฒั นาผลงานหรือนวัตกรรมของนักเรยี นด้วยการจัดโครงการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
เสริมสรา้ งคุณธรรม จริยธรรมในรายวชิ าวทิ ยาศาสตรโ์ ดยใช้โครงงานเปน็ ฐาน ( Project – based
Learning : PBL ) สำหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4-๖ ควรจัดทำในรูปแบบของส่ือออนไลน์ เชน่
E-book เพ่อื ให้สามารถมีผเู้ ข้าถึงองค์ความรู้ที่นักเรยี นได้ศึกษา คน้ คว้าและเรยี บเรยี งอย่างเป็นระบบได้
จำนวนมากและวงกวา้ งยง่ิ ข้ึน หรอื เข้าถึงโดยการสแกน QR code
2) การนำเทคโนโลยีสมยั ใหม่เขา้ มาประยุกต์ใช้กับผลงานหรือนวัตกรรมของนักเรยี นมากข้นึ
เช่น การใช้ AR Augmented Reality เป็นเทคโนโลยที น่ี ำภาพเสมือน ท่เี ป็นรูปแบบ 3 มติ ิ จำลองเข้าสู่
โลกจริงผ่านกล้อง จะทำใหผ้ ลงานหรอื นวตั กรรมของนกั เรียนมคี วามนา่ สนใจและมปี ฏิสัมพันธ์กบั ผูอ้ ่าน
ได้มากย่ิงขนึ้ สอดคล้องกบั การพฒั นาการศึกษาในยคุ ไทยแลนด์ 4.0
3) การกำหนดประเดน็ ทจี่ ะศึกษา คน้ คว้า ใหม้ ีความหลากหลากมากขน้ึ เพื่อให้ผู้เรียนไดศ้ ึกษา
องค์ความรู้อย่างละเอยี ดอนื่
7. การเผยแพร/่ การไดร้ ับการยอมรบั
7.1 การเผยแพร่
1) เผยแพร่ ใหก้ ับผ้ปู กครอง คณะครูในโรงเรียน โรงเรียนในศูนย์เครือขา่ ย และโรงเรยี นใน
สังกัดสำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษาบรุ ีรมั ย์ เขต ๓
2) เผยแพร่ผลงานในงานนิทรรศการสัปดาห์วิทยาศาสตร์ งานการประชุม
3) เผยแพรผ่ ลงานโดยการให้ความรูแ้ ก่คณะครูจากโรงเรียนต่าง ๆ ทีเ่ ขา้ มาศึกษาดูงาน
4) นกั เรียนได้รางวลั การประกวดโครงงานวทิ ยาศาสตร์ สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาบรุ ีรัมย์ เขต 3 งานศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรยี น
๕) นกั เรียนได้แสดงผลงานในการประกวดโครงการยุวเกษตรระดับจงั หวัดบุรรี มั ย์
๖) นกั เรียนไดแ้ สดงผลงานในการประกวดโรงเรียนพระราชราชระดับเขต ระดับจังหวัด
และระดบั โซน
7.2 การยกย่องชมเชย
๑) รางวลั เหรียญทอง โครงงานวิทยาศาสตรป์ ระเภททดลอง ระดับชั้น ป.๔ – ป.๖ ในงาน
มหกรรมความสามารถทางศิลปหตั ถกรรม วชิ าการ และเทคโนโลยขี องนกั เรยี น ปีการศึกษา ๒๕๖๑
ระดับเขตพืน้ ที่การศึกษา คร้ังที่ ๖๘
12
๒) รางวลั เหรยี ญทอง การจัดนทิ รรศการถนนคนเรยี นแลกเปล่ยี นเรียนร้แู ละแสดงผลงาน
ทางวิชาการ ในงานมหกรรมความสามารถทางศิลปหตั ถกรรม วิชาการ และเทคโนโลยีของนักเรียน ปี
การศึกษา ๒๕๖๑ ระดบั เขตพื้นทก่ี ารศึกษา ครง้ั ที่ ๖๙
๓) รางวัลเหรยี ญทอง โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภททดลอง ระดับช้ัน ป.๔ – ป.๖ ใน
งานมหกรรมความสามารถทางศลิ ปหตั ถกรรม วชิ าการ และเทคโนโลยีของนักเรยี น ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒
ระดบั เขตพนื้ ท่ีการศึกษา คร้ังท่ี ๖๙
๔) เปน็ ครผู ้สู อนนักเรียนมีผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาตขิ น้ั พ้ืนฐาน (O-NET)
ปีการศึกษา ๒๕๖๐ ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ กล่มุ สาระวิทยาศาสตร์ สูงกวา่ ระดบั ประเทศ
๕) เป็นครูผู้สอนนักเรียนมีผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติขั้นพน้ื ฐาน (O-NET)
ระดับช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 กลมุ่ สาระวทิ ยาศาสตร์ สงู กว่าระดบั ประเทศ ประจำปกี ารศกึ ษา 2561
๘. เงือ่ นไขความสำเรจ็
๘.๑ ข้อสงั เกต
- ความพร้อมของนักเรยี นในชั้นเรียน เนื่องจากทกุ กิจกรรมตอ้ งมีนักเรยี นเปน็ ผู้
ปฏิบัตกิ ารทำลอง ครูตอ้ งมีการกำกบั ติดตาม ทุกขั้นตอน ทั้งให้ความชว่ ยเหลอื ดแู ล ใหค้ ำปรึกษาโดย
ตลอด หากครูมีความพร้อมหรือขาดความมงุ่ มั่น ทมุ่ เท กย็ ากท่จี ะดำเนินการได้สำเร็จ
- การเลอื กกิจกรรมในการดำเนนิ การโรงเรียนสุจรติ ไมว่ ่าจะเป็นการนำหลักสูตรต้าน
ทจุ รติ ไปจัดการเรยี นการสอน กิจกรรมดา้ นปฏญิ ญาโรงเรียนสุจริต หรือคุณลักษณะโรงเรยี นสุจริต
จะตอ้ งมคี วามสอดคล้องกนั ระหว่าง กจิ กรรม วธิ ีดำเนนิ การ และที่สำคัญท่ีสดุ คอื การวดั ผลประเมินผล
เนอ่ื งจากคุณลักษณะโรงเรยี นสจุ ริตนนั้ เปน็ การวดั พฤติกรรมทีแ่ สดงออกมากกว่าความรู้ความเขา้ ใจ จึง
จำเปน็ ตอ้ งสร้างเคร่อื งมอื วัดหรอื เก็บขอ้ มูลใหส้ ะท้อนพฤติกรรมทแี่ ทจ้ ริง
- การสร้างเครือขา่ ยความร่วมมือจากบุคคล องค์กร หรอื ชุมชน หากทำได้อยา่ ง
ต่อเน่อื งสม่ำเสมอจะสามารถแลกเปล่ยี นเรยี นรูก้ ันไดม้ ากขึ้น และจะสามารถเอ้ืออำนวยประโยชนก์ นั ใน
การดำเนนิ กจิ กรรม เชน่ การเป็นผรู้ ับซ้ือวัตถดุ บิ การขายผลิตภณั ฑ์ การประชาสัมพนั ธผ์ ลิตภณั ฑ์ เปน็
ตน้
๘.๒ ข้อเสนอแนะ
- การทำความเข้าใจกบั ผู้มีส่วนเกย่ี วข้อง ไม่ว่าจะเปน็ บุคลากรในโรงเรยี น รวมไปถึง
ชุมชนโดยเฉพาะผู้ปกครอง ท่ีย่อมจะคาดหวังว่าลกู มาโรงเรียนจะตอ้ งเรยี นเก่งจนอาจมองข้ามวชิ าท่ีเป็น
ทกั ษะอาชีพสำหรับใช้ประกอบอาชีพไดใ้ นอนาคต ดงั นั้น โรงเรียนจำเปน็ ตอ้ งทำความเข้าใจ สร้างความ
ตระหนักเกี่ยวกบั การประกอบอาชพี สจุ ริต การฝึกทักษะอาชีพและการสร้างรายได้ระหว่างเรยี นเพ่ือแบง่
เบาภาระของครอบครัว
- การแสวงหาและการไดร้ ับโอกาสจากองค์กรหรือหนว่ ยงานตา่ งๆ ให้โรงเรียนไดน้ ำ
นกั เรียนออกแสดงผลงานตอ่ สาธารณชน เพื่อสร้างความมั่นใจในตนเอง และเปน็ การประชาสมั พนั ธ์
ผลงานของผู้เรยี นจะสามารถสร้างความม่นั ใจ ร้สู กึ ภมู ิใจ และมเี จตคติท่ดี ตี ่ออาชีพสุจรติ
13
๘.๓ แนวทางในการนำผลงานไปใช้
- การจะเลือกดำเนนิ กจิ กรรมใดๆ ต้องคำนึงถึงบริบทและสภาพแวดลอ้ ม จุดเนน้
วิสยั ทัศน์ของโรงเรียน เพ่ือใหก้ ารดำเนินการสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ และเกิดผลกบั
ผู้เรียนอยา่ งย่ังยนื
- การวดั ผลประเมินจากการจัดกิจกรรมทกุ กิจกรรมจะตอ้ งสะท้อนพฤติกรรมท่แี ทจ้ รงิ
ของผู้เรยี น ดังน้ันเคร่ืองมอื ในการวดั ผลประเมนิ ผลจะต้องมีความนา่ เชือ่ ถือ เพราะกจิ กรรมทด่ี ำเนนิ การ
นั้นเป็นการลงมือปฏบิ ัตจิ ริงไม่ ใชก่ ารวดั ด้านความรู้
กมลวรรณ
ลงช่ือ........................................
(นางกมลวรรณ ธรรมรตั นารมย์)
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ชำนาญการ
14
ภาคผนวก
15
เกยี รติบตั รผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติข้นั พื้นฐาน (O-NET)และ (NT)
สงู กวา่ ระดับประเทศ กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
16
รายงานผลการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมโครงงานวิทยาศาสตร์
17
ภาพประกอบแสดงรูปเลม่ โครงงานวทิ ยาศาสตร์ใช้ในการประกวด
ในระดับ เขต ระดบั จังหวัด และระดับโซน
18
ภาพประกอบแสดงเกียรตบิ ตั รการประกวดโครงงานวิทยาศาสตรใ์ นระดับตา่ ง ๆ
19
ภาพประกอบแสดงรว่ มจัดทำและพฒั นาหลักสตู รตอ่ เน่ืองเชือ่ มโยงการศึกษาข้นั พนื้ ฐานกบั อาชีวศึกษา
และอดุ มศึกษา จงั หวดั บุรรี ัมย์ ภายใตโ้ ครงการส่งเสรมิ และประชาคมเพ่ือจดั ทำรปู แบบและแนวทางการ
พฒั นาหลักสูตรต่อเนื่องเช่ือมโยงการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานกบั อาชีวศึกษาและอดุ มศึกษา ประจำปี
งบประมาณ พ.ศ.2563
ภาพประกอบแสดงทบทวนหลกั สูตรดา้ นทุจริตศึกษา (หลักสูตรการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน) โครงการโรงเรยี น
สจุ รติ ประจำปี 2563
20
ภาพประกอบแสดงโรงเรียนบ้านยายคำได้รับรางวลั ที่ ๑ ประเภทสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวดั
สาขายุวเกษตรกร ประจำปี ๒๕๖๓
ภาพประกอบ รางวัลชนะเลศิ ระดบั ดเี ยย่ี ม การประกวดคัดเลอื ก Best Practices ประเภทครูผ้สู อน
โครงการโรงเรียนสุจริต ประจำปี 2564
21
ภาพประกอบแสดง การแสดงผลงานนกั เรยี นในระดบั ต่าง ๆ
22
แข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภททดลอง ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4-6
รางวลั เหรยี ญทอง ระดับเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาบรุ ีรัมย์ เขต ๓
23
โครงงานดอกดนิ ประดิษฐจ์ ากกระดาษสา
24
กจิ กรรมวนั วิทยาศาสตร์ โรงเรยี นบ้านยายคำ
25
แข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภททดลอง ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4-6
รางวลั เหรยี ญทอง ระดับเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาบรุ ีรัมย์ เขต ๓
26
กจิ กรรมทดลองโครงงานวิทยาศาสตร์
27
เผยแพรผ่ ลในระดับโรงเรียน และในระดับต่าง ๆ รวมทงั้ คระครจู ากโรงเรยี นทมี่ าศกึ ษาดูงานท่ี
โรงเรยี นบ้านยายคำ
ภาพประกอบแสดง การขยายผลโครงงานวทิ ยาศาสตรก์ ารทำเช้ือราไตรโคเดอร์มา
ใหก้ บั กลุม่ ยวุ เกษตรโรงเรียนบ้านยายคำ