The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือครู วิทยาการคำนวณ ป.5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mr.archanai, 2022-05-26 10:34:21

คู่มือครู วิทยาการคำนวณ ป.5

คู่มือครู วิทยาการคำนวณ ป.5

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน ¡¨Ô ¡รรÁ Com Sci
½ƒ¡·¡Ñ ÉÐ
ดาํ เนนิ การศกึ ษาคน้ ควา้
ทา� ป รใะหวน้ ตั กั สิ เ่วรนยี ตนวับ นัพทรอ้กึ มขอ้ตมกลูแสตว่ง่ นใหตส้ วั วตยอ่ งไาปมนโล้ีดงยใในชส้โปมรดุ แ แกลรว้มนปา� รขะอ้มมวลลู ผไปลจคดั�า1
4. นักเรียนทาํ กจิ กรรมฝก ทกั ษะ Com Sci จาก
หนังสือเรียน โดยใหนักเรียนสํารวจตนเอง
และบันทึกขอมูลสวนตัวลงในสมุด แลวนํา
ขอมูลไปจัดทําประวัติสวนตัว พรอมตกแตง
ใหสวยงามโดยใชโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด
หรือโปรแกรมประมวลคาํ

ชื่อ-สกลุ ...............................................................................................................................
ชื่อเล่น ....................................................................................................................................
วนั /เดอื น/ปเกิด .......................................................................................................
สญั ชาต ิ .................................................................................................................................
เชือ้ ชาติ ................................................................................................................................
หนับมถ่โู ลอื หศิตา สนา บันทกึ ลงในสมุด..............................................................................................................

.............................................................................................................................

น้�าหนัก ..................................................................................................................................
สว่ นสูง ....................................................................................................................................
ที่อย ู่ ............................................................................................................................................

............................................................................................................................................

คตปิ ระจ�าใจ .........................................................................................

ทกั ษะการเรยี นรู้ในศตวรรษท ี่ 21

50 1. ทักษะการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ

ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 50

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด

ครูใหน กั เรยี นทํากิจกรรมฝก ทักษะ Com Sci โดยใหน ักเรียนบันทึกขอ มูล ขอใดตอไปน้เี ปน ขอ มูล
สวนตัวลงไปในโปรแกรมประมวลคํา โดยครูอาจจะสาธิตการทําช้ินงานน้ีให 1. วินยั ตดิ 0 วชิ าคอมพิวเตอร
นักเรียนดูเปนตัวอยาง โดยพิมพประวัติสวนตัวลงไปในโปรแกรมประมวลคํา 2. ณฐั พลเปนนกั เรยี นโรงเรยี นเพชรพิทยาคม
พรอ มตกแตง เนอื้ หาใหส วยงาม จากนนั้ ใหน กั เรยี นพมิ พผ ลงานมาตดิ ลงในสมดุ 3. โรงเรยี นชลกันยานกุ ลู มนี กั เรยี นทง้ั สิ้น 3,250 คน
ประจําตวั ของนกั เรยี น 4. สมชายไดค ะแนนสอบวิชาภาษาไทยมากท่สี ดุ ในหอ ง

นักเรียนควรรู (วิเคราะหค าํ ตอบ โรงเรียนชลกนั ยานกุ ูลมีนกั เรยี นทั้งสิน้ 3,250
คน เปน ขอ มูล เพราะเปน ขอ เทจ็ จรงิ ของจํานวนนกั เรียนที่ออกมา
1 โปรแกรมประมวลคํา คือ การนําคําหลายคํามาเรียงกนั ใหอยใู นรูปแบบท่ี เปนตัวเลขทั้งสิ้น 3,250 คน โดยเปนการเก็บรวบรวมขอมูลจาก
กาํ หนด ซงึ่ เราสามารถกาํ หนดไดว า จะใหม กี ตี่ วั อกั ษรตอ หนงึ่ บรรทดั หรอื หนา ละ การสังเกต หรือสัมภาษณ เพอ่ื ใหไดอ อกมาเปน ขอมลู ของจํานวน
กี่บรรทัด และสามารถแกไขเพิม่ เติมไดอ ยา งสะดวก จากนน้ั จึงส่ังพิมพเ อกสาร นักเรียน ดงั นนั้ ตอบขอ 3.)
นั้นออกมากี่ชุดก็ได โดยทุกชุดที่ออกมาจากเครื่องพิมพจะมีลักษณะเหมือนกัน
ทุกประการ

T94

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

1.2 ประเภทของข้อมูล ขน้ั สอน

ขอ้ มลู ทอ่ี ยรู่ อบตวั เรา สามารถแบง่ ไดเ้ ปน็ 5 ประเภท ดงั นี้ ดาํ เนนิ การศกึ ษาคน้ ควา้

1) ขอ้ มลู ตวั อกั ขระ เปน็ ขอ้ มลู ที่ 1กก 4422 5. ครูทบทวนเน้ือหาการเรียนเมื่อช่ัวโมงท่ีแลว
ประกอบไปด้วยตัวอักษรภาษาไทย เกี่ยวกับความหมายของขอมูล จากน้ันครูสุม
หรือภาษาต่างประเทศ เช่น ช่ือ- โรงเรียนอกั ษรเวลววขันิทันปยเอรดอะบาือจกนตัำบตรนตัปวั ปราปยเรรก1สะ2ะิดมช/จ0ชา15ชำา1/ยนต/611ัว1ใ0จ/0นบ2ด0ัต5ักี04ร0เห50รม0ยี ด0นอ0า0ย0ุ0102/05/64 นกั เรียน 2-3 คน ออกมานําเสนอประวัติสว น
นามสกุล ประวัติโรงเรียน หรือ ตัวท่ีจัดทาํ เสรจ็ เรยี บรอ ยแลว
ข้อความท่ีเป็นตัวเลขซึ่งไม่สามารถ เลขประจำตัว xxxxx
น�าไปใช้ในการค�านวณ เช่น ปาย 6. นกั เรยี นศกึ ษาเนอ้ื หา เรอ่ื ง ประเภทของขอ มลู
ทะเบยี นรถ บา้ นเลขท ่ี เลขประจา� ตวั ภาพที่ 3.1 ขอมูลตวั อกั ขระ จากหนังสือเรียนหรือสืบคนจากอินเทอรเน็ต
น กั เ รียน และอธิบายขอมูลตัวอักขระวาเปนขอมูลที่
2) ข้อมูลภาพ เป็นข้อมูลท่ีมี ภาพที่ 3.2 ขอมลู ภาพ ประกอบไปดวยตวั อกั ษรภาษาไทย หรือภาษา
ลกั ษณะเปน็ ภาพในรูปแบบต่าง ๆ ท่ี องั กฤษ จากนน้ั อธบิ ายขอ มลู ภาพวา เปน ขอ มลู
เรามองเห็นซึ่งอาจจะเป็นภาพน่ิง ท่ีมีลักษณะเปนภาพในรูปแบบตางๆ ที่เรา
เช่น ภาพวาด ภาพถ่าย หรือภาพ มองเห็นได ซ่ึงอาจจะเปนภาพนิ่งหรือภาพ
เคลื่อนไหว เช่น ภาพจากโทรทัศน ์ เคลือ่ นไหวกไ็ ด
ภาพจากวดี ิทศั น์

ÁÁØ Com Sci

เลขประจา� ตวั ประชาชน เปน็ ขอ้ มลู ตวั อกั ขระทไ่ี มค่ วรเผยแพรใ่ หบ้ คุ คลอน่ื
ทราบ เพราะอาจมผี ไู้ มห่ วงั ดนี า� ไปใช ้ ซงึ่ สรา้ งความเสยี หายแกเ่ ราได้

51

ภาพจาก หนงั สือเรียน หนา 51

ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

ขอใดไมเปนลักษณะของขอ มูลตวั อักขระ ครูใหนักเรียนแตละคนอธิบายความหมายของขอมูลตัวอักขระและขอมูล
1. นาํ ไปจัดเรียงได ภาพ จากนั้นใหนักเรียนแตละคนยกตัวอยางขอมูลตัวอักขระและขอมูลภาพท่ี
2. นําไปคํานวณได พบเห็นในชีวิตประจําวันมาคนละ 2 ตัวอยาง พรอมอธิบายเหตุผลวาทําไมถึง
3. มีทงั้ ตัวเลขและตวั อักษร เลือกขอมูลเหลานี้มา ครูอาจจะทําการสรุป เร่ือง ขอมูลตัวอักขระและขอมูล
4. มคี วามหมายและมีความเปนจริง ภาพใหน ักเรียนเขาใจเพิม่ มากข้ึน

(วเิ คราะหค ําตอบ ขอ มลู ตวั อกั ขระเปน ขอ มลู ทป่ี ระกอบไปดว ยตวั
อกั ษรภาษาไทย หรอื ภาษาตา งประเทศ เชน ชอ่ื -นามสกลุ ประวตั ิ
โรงเรียน หรือขอความท่ีเปนตัวเลขซ่ึงไมสามารถนําไปใชในการ
คาํ นวณได ดังนัน้ ตอบขอ 2.)

T95

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน 3) ข้อมูลตัวเลข เป็นข้อมูลท่ี SAVE MONEY
ประกอบด้วยตัวเลข 0 - 9 ที่เรา 122133,,3122
สงั เคราะหค์ วามรู้ สามารถน�ามาใช้ในการค�านวณหรือ 336,44
ประมวลผลได้ เช่น ราคาสินค้า
1. ครูอธิบาย เรอื่ ง ขอมูลตวั เลข ขอ มูลเสยี ง และ จ�านวนเงนิ คะแนนสอบวิชาตา่ ง ๆ
ขอมูลอืน่ ๆ ใหนักเรียนฟง โดยจะยกตวั อยา ง
เก่ียวกับขอมูลตัวเลขวาเปนขอมูลท่ีประกอบ 4) ข้อมูลเสียง เป็นข้อมูลที่ ภาพท่ี 3.3 ขอมลู ตวั เลข
ดวยตัวเลข 0-9 ซึ่งสามารถนํามาใชคํานวณ เกดิ จากการไดย้ ิน เชน่ เสยี งคนพูด
หรือประมวลผลได ขอมูลเสียงจะเปนขอมูล
ท่ีเกิดจากการไดยิน เชน เสียงคนพูด เสียง
สตั วรอง สวนขอ มลู อื่นๆ จะเปน ขอ มลู ท่นี อก
เหนือจากขอ มูลท้งั 4 ประเภททีก่ ลาวมา เชน
ขอ มูลกลน่ิ ขอ มลู รสชาติ ขอ มูลท่ีเกย่ี วขอ งกับ
อุณหภูมิ

เสยี งสตั วร์ อ้ ง เสยี งจากปรากฏการณ์
ธรรมชาติ และเสียงจากอุปกรณ์
เทคโนโลยตี ่าง ๆ ที่สามารถแสดงผล
ขอ้ มลู ในรปู แบบเสยี งได ้ เชน่ แผน่ ซดี ี
โทรทัศน์ วิทยุ
ภาพที่ 3.4 ขอ มูลเสยี ง

5) ข้อมูลอื่น ๆ เป็นข้อมูลที่ 17C ํ
นอกเหนอื จากขอ้ มลู ทงั้ 4 ประเภท ท่ี
กล่าวมาข้างต้น เช่น ข้อมูลกล่ิน
ขอ้ มลู รสชาต ิ ขอ้ มลู เกย่ี วกบั อณุ หภมู ิ

ภาพท่ี 3.5 ขอ มลู อณุ หภูมิ

52

ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 52

เกร็ดแนะครู กิจกรรม 21st Century Skills

ครูใหนักเรียนภายในหองชวยกันตอบคําถามของครูวา ในชีวิตประจําวัน 1. นักเรยี นแบง กลมุ กลุมละ 3-4 คน โดยใหน กั เรียนแตล ะกลุม
นกั เรยี นสามารถพบขอ มลู ตัวเลข ขอ มลู เสยี ง และขอ มูลอ่ืนๆ ไดจ ากแหลง ใด ชวยกันเขียนขอมูลที่พบภายในโรงเรียนใหมากท่ีสุด และให
บาง และขอมูลเหลาน้ันมีอะไรบาง ใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบ จากนั้นครู นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมาเติมคําตอบบนกระดาน
สรุปเนือ้ หา เรอ่ื ง ประเภทของขอ มูล ใหนกั เรยี นฟง วา แบงออกเปน 5 ประเภท โดยแตละกลมุ จะตองตอบไมซา้ํ กนั
ดังนี้ ขอมูลตัวอักขระ ขอมูลภาพ ขอมูลตัวเลข ขอมูลเสียง และขอมูลอ่ืนๆ
ซ่ึงแตขอมูลบางอยางไมควรเผยแพรใหบุคคลอ่ืนรับรู เพราะอาจมีผูที่ไมหวังดี 2. จากน้ันนําขอมูลที่เขียนไดมาจัดประเภทของขอมูลโดยการ
นําไปใช และสรางความเสียหายใหแกเรา เชน เลขบัตรประจําตัวประชาชน เขยี นลงบนกระดาน และใหแ ตล ะกลมุ ชว ยกนั เขยี นแบง ประเภท
เบอรโ ทรศพั ท รหสั บตั ร ATM ของขอมูลที่ไดมาใหถูกตอง กลุมไหนทําเสร็จกอนจะเปนกลุม
ท่ชี นะ และไดรบั ของรางวัลจากครู

T96

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

¡Ô¨¡รรÁ Com Sci ขนั้ สอน
½¡ƒ ·¡Ñ ÉÐ
สงั เคราะหค์ วามรู้
ใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาภาพตอ่ ไปน ี้ แลว้ พดู คยุ แลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ กนั
ภายในห้องเรียนว่า เปนข้อมูลประเภทใด โดยให้บนั ทึกลงในสมดุ 2. นักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ใน
หนังสือเรียน โดยใหนักเรียนพิจารณาภาพท่ี
กําหนดให และสามารถบอกไดวา ภาพน้ัน
จดั เปน ขอ มลู ประเภทใด และบนั ทกึ ลงในสมดุ
โดยครูอาจจะทบทวนความรู เรื่อง ประเภท
ของขอมูล ใหนักเรียนฟงเพ่ิมเติม เพ่ือนํา
ขอ มลู ท่ีไดไปทาํ กิจกรรมฝก ทักษะ Com Sci

1. ขอ้ มูลประเภท 2. ข้อมลู ประเภท บันทึกลงในสมุด ........................................................ ........................................................

3. ขอ้ มูลประเภท 4. ข้อมลู ประเภท ........................................................ ........................................................

ภาพท่ี 3.6 ภาพประกอบกิจกรรมฝก ทกั ษะ

ทักษะการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ ี 21 2. ทกั ษะการส่ือสาร 53
1 . ทกั ษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ

ภาพจาก หนงั สือเรียน หนา 53

ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

กานจัดทําสรุปความรูในวิชาวิทยาศาสตรไวอานทบทวน ครูอาจจะใหนักเรียนสํารวจภายในโรงเรียนของเราวา มีขอมูลอะไรบาง
กอนสอบ โดยสรุปความรูเปนแผนผังความคิดไว จากเหตุการณ จากนั้นครสู มุ นักเรยี นภายในหอง 4-5 คน ใหตอบคาํ ถาม เรือ่ ง ประเภทของ
ขางตน ลักษณะขอ มูลของกานจดั เปนขอมูลประเภทใด ขอมูลน้ี และเมื่อนักเรียนใหขอมูลตางๆ แลว ครูอาจจะถามคําถามอีกขอวา
ขอมูลท่ีนักเรียนใหมานั้นเปนขอมูลประเภทใด จากนั้นใหนักเรียนทํากิจกรรม
1. ขอ มลู ภาพ ฝกทกั ษะ Com Sci ในหนังสอื เรียน
2. ขอมลู เสยี ง
3. ขอมลู ตวั เลข
4. ขอมูลตัวอักขระ

(วิเคราะหค าํ ตอบ แ ผ น ผั ง ค ว า ม คิ ด ที่ ส รุ ป ค ว า ม รู  ใ น วิ ช า
วิทยาศาสตรจัดเปนขอมูลประเภทขอมูลตัวอักขระ เพราะ
เปนขอมูลที่ประกอบดวยตัวอักษรภาษาไทย หรือภาษาตาง
ประเทศ ทไี่ ดจากการสรุปความรูวิชาวิทยาศาสตรอ อกมา ดงั นน้ั
ตอบขอ 4.)

T97

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน ใบงานท่ี 3.1.1
เร่อื ง ประเภทของข้อมูล
สงั เคราะหค์ วามรู้
คาช้ีแจง : ให้นักเรยี นพจิ ารณาภาพทก่ี าหนดให้ จากนั้นนาหมายเลขประจาภาพมาเติมให้ตรงกับประเภทของขอ้ มูล
3. ครูใหนักเรียนทําใบงาน เรื่อง ประเภทของ
ขอมูล โดยใหนักเรียนพิจารณาภาพที่กําหนด 1. 2. 3.
ให จากน้ันนําหมายเลขประจําภาพมาเติม
ใหตรงกับประเภทของขอมูลใหถูกตองที่สุด หอมจัง
จากนัน้ นาํ ใบงานที่ทาํ มาสง ครใู นชว่ั โมงถดั ไป
4. 5. 6.

7. 8. 9.

10.

ข้อมูลภาพ หมายเลข 7 , หมายเลข 9
ข้อมลู ตวั อกั ขระ หมายเลข 4 , หมายเลข 10
หมายเลข 2 , หมายเลข 6
ขอ้ มูลเสยี ง หมายเลข 5 , หมายเลข 8
ขอ้ มลู ตัวเลข หมายเลข 1 , หมายเลข 3
ข้อมลู อื่น ๆ

ภาพจาก

แผนการสอน ที่ 1

หน่วยที่ 13

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ

ครูอาจจะแนะนําการทําใบงาน เรื่อง ประเภทของขอมูล โดยใหนักเรียน ขอ ใดจดั เปน ขอ มลู ที่มีความนาเช่ือถอื มากท่ีสุด
ทําการศกึ ษาเนอื้ หาเพมิ่ เติมจากหนังสือเรยี น หรอื ส่อื ออนไลนตา งๆ เพอื่ ใหได 1. แนนเช่อื เรอื่ งวญิ ญาณจากคาํ บอกเลาของบรรพบรุ ุษ
ขอมูลที่หลากหลาย และสามารถนําขอมูลท่ีไดมาเปรียบเทียบกันเพื่อใหได 2. นกลดนา้ํ หนกั โดยการอดอาหารตามความคดิ เหน็ ในเวบ็ ไซต
ขอ มลู ทถี่ กู ตอ งทสี่ ดุ ในการทาํ ใบงาน ซง่ึ กอ นเรมิ่ ทาํ ใบงาน ครอู าจจะสรปุ ความรู สาธารณะ
เรอ่ื ง ประเภทของขอมูล เพอื่ เปน การทบทวนความรูใหกับนกั เรยี นอกี ครง้ั 3. นิดเช่ือวาตะไครสามารถรักษาโรคเบาหวานไดจากขอมูลท่ี
สงตอกนั ในไลนก ลมุ
T98 4. หนิงคนควาบทความ เร่ือง ประวัติของการศึกษา จาก
เวบ็ ไซตของหนวยงานราชการ

(วิเคราะหค ําตอบ ขอมูลท่ีมีความนาเชื่อถือตองมีลักษณะ ดังนี้
มีหลักฐานรวบรวมขอมูลไวชัดเจน โดยจะไดมาจากตําราที่มี
ผูเขียนหรือมีแหลง อา งองิ ทชี่ ดั เจน ซ่งึ หนิงคนควา บทความ เรอ่ื ง
ประวัติของการศึกษา จากเว็บไซตของหนวยงานราชการ เปน
ขอมูลที่มีความนาเชื่อถือมากท่ีสุด เพราะมีแหลงอางอิงขอมูลท่ี
ชดั เจน ดงั นั้น ตอบขอ 4.)

นา� สอน สรุป ประเมนิ

3 ¢ÍŒ ÁÙÅÊÒÃʹà·È˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹÷ŒÙ èÕตวั ชว้ี ดั ว 4.2 ป.5/3 ว 4.2 ป.5/4 คะแนนเตม็ ขนั้ สอน

Ẻ½¡ƒ ËÑ´ รูจ ักขอ มูล 25 สงั เคราะหค์ วามรู้

ลองทําดู 1. ใหน กั เรยี นพจิ ารณาภาพทก่ี าํ หนดวา มขี อ มลู ประเภทใดบา ง และขอ มลู 4. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด หนา 36 ใน
ใหน ักเรียนลากเสนพาตัวอกั ษรภาษาองั กฤษดานบนเดินทางไปยงั กลอง น้ันคอื สง่ิ ใดที่อยูในภาพ แลว บนั ทกึ ลงในตาราง (4 คะแนน) แบบฝกหัด รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี
ดานลางใหถกู ตอง (วิทยาการคํานวณ) ป.5 โดยใหนักเรียนลาก
เสนทางเดินของตัวอักษรภาษาอังกฤษจากจุด
รายชือ่ เต็ม ที่ได เริ่มตนไปยังจุดสุดทาย และใหนักเรียนเติม
1. นพิ นธ 10 10 คาํ ตอบจากการเดนิ ทางทไี่ ดเ ปน ตวั อกั ษรภาษา
อังกฤษพรอ มกับความหมาย
2. ดารุณี 10 9
5. ครใู หนกั เรยี นทาํ แบบฝก หัด หนา 37 และ 38
3. ชชั วาล 10 8 โดยใหนักเรียนพิจารณาภาพที่กําหนดใหวามี
ขอมลู ประเภทใดบา ง
เฉฉบลับย เฉฉบลับย
ขนั้ สรปุ
11 E2 2 A R3 3 4 C4 5 5 H6 6
สรปุ และประเมนิ คา่ ของคาํ ตอบ
S ประเภทขอมูล ประกอบดว ย
1. ครูเปด โอกาสใหนักเรยี นซกั ถามขอ สงสัย และ
นําตวั อักษรภาษาอังกฤษในแตล ะกลอ งมาเรยี งตามลาํ ดบั จะไดค ําวา อักขระ ปฏิทนิ นาฬก า หนงั สอื ครใู หค วามรเู พิม่ เตมิ ในสวนนั้น
รปู ภาพ กรอบรปู
SEARCH ตวั เลข คะแนนบนบอรด สตู รคูณ 2. ครูตรวจสอบความถูกตองของผลงานการทํา
เสยี ง กระดงิ่ ใบงาน และกจิ กรรมฝกทกั ษะ
มคี วามหมายวา
37
การคน หาอยา งละเอยี ดถถ่ี ว น เพ่ือใหไ ดส ิง่ ที่ตองการ

36

2. ใหนกั เรยี นพิจารณาภาพตอไปน้ี วา เปน ขอ มูลประเภทใด (6 คะแนน)
1. 2.

ขอ มูลประเภท ตัวเลข ขอ มลู ประเภท อื่น ๆ (ขอมูลกล่นิ ) ขน้ั ประเมนิ
3. 4.
นาํ เสนอและประเมนิ ผล
เฉฉบลับย
ตารางการวัดและประเมินผล

วิธกี าร เครอ่ื งมือ เกณฑการประเมิน
ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบ ประเมินตาม
ขอมลู ประเภท อักขระ ขอ มูลประเภท อกั ขระ กอนเรยี น กอ นเรียน สภาพจริง
5. 6.
ตรวจแบบฝก หัด แบบฝก หัด รอยละ 60 ผา นเกณฑ
ตรวจใบงาน ใบงาน รอยละ 60 ผานเกณฑ
ประเมนิ แบบประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ 2
ขอมลู ประเภท รปู ภาพ ขอ มลู ประเภท เสยี ง การนาํ เสนอ การนาํ เสนอ ผานเกณฑ

38 ภาพจาก ผลงาน ผลงาน
สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกต ระดบั คณุ ภาพ 2
แบบฝกหดั การทาํ งานรายบคุ คล พฤตกิ รรม ผา นเกณฑ
จาก แบบฝก หดั หนา 4 หน้า 36-38 สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกต ระดบั คณุ ภาพ 2
การทํางานกลุม พฤติกรรม ผา นเกณฑ

ขอสอบเนน การคดิ แนวทางการวัดและประเมินผล

ขอใดไมใชคณุ สมบตั ขิ องขอมูลสารสนเทศทด่ี ี ครูสามารถสังเกตการนําเสนอผลงาน พฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
1. มคี วามเปนปจ จุบนั และการทํางานกลุมของนักเรียน โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลจาก
2. มคี วามชดั เจน ถูกตอ ง แบบประเมินการนําเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
3. มภี าษาทไี่ พเราะ สละสลวย และการทาํ งานกลมุ ทแ่ี นบมาทา ยแผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 6 หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3
4. มีความสมบรู ณและนาเชื่อถอื
แบบประเมินการนาเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล
(วิเคราะหคาํ ตอบ คุณสมบัติของขอมูลและสารสนเทศที่ดีตอง
มีความเปนปจจุบัน ทันสมัย มีความถูกตอง ชัดเจน สมบูรณ คาชีแ้ จง:ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในช่องท่ี คาชแี้ จง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งท่ี คาชี้แจง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องท่ี
และมีความนาเชือ่ ถือ ดังนั้น ตอบขอ 3.) ตรงกับระดับคะแนน ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกบั ระดับคะแนน

ระดับคะแนน ลาดบั ที่ ช่ือ–สกุล การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมนี ้าใจ การมี รวม ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 1
32 ของนกั เรียน ความคิดเห็น ฟงั คนอื่น ตามท่ไี ด้รบั ส่วนรว่ มใน 15 32 
ลาดับที่ รายการประเมิน  มอบหมาย การปรบั ปรงุ คะแนน  
ผลงานกลุ่ม 1 การแสดงความคิดเหน็ 
 1 2 การยอมรับฟงั ความคิดเห็นของผู้อน่ื  
1 ความถกู ต้องของเนื้อหา  321321321321321 3 การทางานตามหน้าท่ีที่ไดร้ บั มอบหมาย 
2 ความคดิ สรา้ งสรรค์   4 ความมีนาใจ 
3 วธิ ีการนาเสนอผลงาน  5 การตรงต่อเวลา
4 การนาไปใช้ประโยชน์   
5 การตรงต่อเวลา 
 

รวม

รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน
............/.................../................
ลงช่ือ...................................................ผ้ปู ระเมนิ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมนิ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
............/................./................... ............./.................../............... ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบูรณช์ ดั เจน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ เป็นสว่ นใหญ่ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางส่วน ให้ 3 คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ให้ 2 คะแนน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ 14–15 ดีมาก

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 11–13 ดี

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ 14–15 ดีมาก 8–10 พอใช้

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 11–13 ดี ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ

14–15 ดมี าก 8–10 พอใช้
ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ
11–13 ดี

8–10 พอใช้

ต่ากว่า 8 ปรบั ปรุง

T99

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 2เวลา ชั่วโมง

ลกั ษณะของข้อมลู ที่ดี

1. มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด

ตัวชว้ี ดั

ว 4.2 ป.5/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมทม่ี ีการใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะอยา่ งงา่ ย ตรวจหาขอ้ ผิดพลาดและแกไ้ ข

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. บอกลกั ษณะของข้อมูลท่ีดไี ดถ้ กู ต้อง (K)
2. อธิบายประโยชน์ทีไ่ ดร้ ับจากการน�ำข้อมลู มาใช้งานได้ (K)
3. สบื ค้นขอ้ มูลเกยี่ วกับลักษณะของขอ้ มลู ท่ีดแี ละประโยชน์ที่ไดจ้ ากการน�ำข้อมูลมาใชง้ าน (P)
4. เห็นประโยชนข์ องการน�ำขอ้ มลู ทดี่ ีมาใชง้ านในชวี ิตประจ�ำวัน (A)

3. สาระการเรยี นรู้

- การค้นหาข้อมลู ในอนิ เทอรเ์ น็ต และการพจิ ารณาผลการคน้ หา
- ก ารประเมนิ ความนา่ เชอื่ ถอื ของขอ้ มลู เชน่ ความสอดคลอ้ ง สมบรู ณข์ องขอ้ มลู จากหลายแหลง่ แหลง่ ตน้ ตอของขอ้ มลู

ผู้เขยี น วันท่ีเผยแพร่ขอ้ มูล
- ขอ้ มูลท่ดี ตี อ้ งมรี ายละเอยี ดครบทกุ ด้าน เช่น ข้อดแี ละข้อเสยี ประโยชน์และโทษ

4. สาระสำ� คญั /ความคิดรวบยอด

การค้นหาข้อมูลเพ่อื ท�ำการสงิ่ ใดสิ่งหนง่ึ จะต้องพจิ ารณาข้อมลู ทดี่ ที ่สี ดุ ซ่ึงขอ้ มลู ท่ีดีควรมคี วามถกู ต้องเชื่อถอื ได้ มคี วาม

สมบูรณ์ครบถ้วน สามารถน�ำไปใช้งานได้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ มีความทันสมัย และมีความสอดคล้องกันของ

ขอ้ มลู นอกจากน้นั ขอ้ มูลต่าง ๆ ยงั สามารถนำ� มาใช้ประโยชนไ์ ด้อย่างหลากหลาย

5. สมรรถนะส�ำคญั ของผเู้ รียนและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสำ� คญั ของผเู้ รียน ทักษะ 4 Cs คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. ทักษะการคดิ อย่างมีวิจารณญาณ 1. มีวินัย
2. ความสามารถในการคิด (Critical Thinking) 2. ใฝ่เรียนรู้
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา 2. ทกั ษะการท�ำงานร่วมกนั 3. มุ่งมน่ั ในการท�ำงาน
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต (Collaboration Skill)
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 3. ทักษะการส่ือสาร
(Communication Skill)
4. ทักษะความคดิ สร้างสรรค์
(Creative Thinking)

6. กิจกรรมการเรยี นรู้

แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : วธิ ีการสอนโดยเน้นรูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้
(5Es Instructional Model)

T100

นา� น�า สอน สรปุ ประเมนิ

1.3 ลักษณะของข้อมลู ที่ดี ขนั้ นาํ

ในการค้นหาข้อมูลเพื่อจะท�าการส่ิงใดส่ิงหน่ึง จะต้อง กระตนุ้ ความสนใจ
พิจารณาหาขอ้ มูลท่ีดีท่สี ุด ซึง่ ข้อมูลที่ดคี วรมีลกั ษณะ ดงั นี้
1) มีความถูกต้องเช่ือถือได้ ข้อมูลท่ีถูกต้องเช่ือถือได้ 1. ครูทบทวนความรูเดิมของนักเรียนเกี่ยวกับ
จะตอ้ งไดม้ าจากแหลง่ ขอ้ มลู ทม่ี คี วามนา่ เชอ่ื ถอื เชน่ การสอบถาม ความหมายและประเภทของขอมูล พรอมให
จากผู้รู้โดยตรง การค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์หน่วยงานของรัฐ นกั เรยี นยกตวั อยา งขอ มลู ทอ่ี ยบู รเิ วณบา นของ
การคน้ หาจากหนงั สือเอกสารตา่ ง ๆ ตนเอง
2) มคี วามสมบรู ณค์ รบถว้ น สามารถนา� ไปใชง้ านได ้ ขอ้ มลู
ที่ดีจะตอ้ งมีรายละเอียดครอบคลุมครบทุกดา้ น เช่น มีการบอก 2. นกั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ 5 คน หรอื ตามความ
ขอ้ ดีและข้อเสยี บอกประโยชน์และโทษของขอ้ มูลนั้น ๆ เหมาะสม จากน้ันครูเขียนประเภทของขอมูล
3) ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ ข้อมูลที่ผู้ใช้งานเลือก บนกระดานโดยแบงเปนคอลัมนของแตละ
ใช้จะตอ้ งเปน็ ขอ้ มูลท่ผี ู้ใชต้ ้องการ ไม่นา� ข้อมูลทไี่ ม่จ�าเปน็ หรือ ประเภท และใหนักเรียนที่เปนตัวแทนของ
ไม่เก่ียวข้องมาใช้ เพราะจะท�าให้เสียเวลาในการค้นหาและได้ แตละกลุมออกมาเขียนส่ิงอยูบริเวณบานของ
ข้อมูลท่ีไมต่ ้องการ ตนเองบนกระดาน
4) มคี วามทนั สมัย ข้อมูลควรจะเป็นขอ้ มูลทที่ นั สมัยตาม
กาลเวลา เพราะจะท�าใหส้ ามารถนา� ขอ้ มูลไปใชไ้ ดท้ ันที 3. นกั เรยี นและครรู ว มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ ง
5) มีความสอดคล้องกันของข้อมูล ในการหาข้อมูลจาก ของขอ มลู บนกระดาน
หลาย ๆ แหล่ง ข้อมูลที่ได้ควรจะเป็นข้อมูลท่ี
เป็นเร่ืองเดียวกัน และมีเน้ือหาที่สอดคล้องกัน 4. ครูถามนกั เรยี นวา
สามารถนา� มาใช้ร่วมกันได้ • ขอ มลู บนกระดานมคี วามสมบรู ณห รอื ไม ถา
ยังไมส มบรู ณ หากนกั เรยี นนาํ ขอ มูลเหลานี้
ไปใชจะเกิดผลอยางไร
(แนวตอบ นกั เรยี นตอบตามความคดิ เหน็ ของ
ตนเอง โดยคําตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของ
ครูผูสอน เชน ขอมูลเกิดความผิดพลาด
ขอมูลขาดความนาเช่อื ถือ)

ขน้ั สอน

สาํ รวจคน้ หา

1. นักเรียนศึกษาลักษณะของขอมูลท่ีดีจาก
หนงั สือเรยี น หรอื สืบคนจากอนิ เทอรเ น็ต

2. ครูสุม นกั เรยี น 2-3 คน ออกมาอภิปรายหนา
ชั้นเรียนเก่ียวกับขอมูลท่ีไดดําเนินการศึกษา
หนา ชั้นเรียน

54

ภาพจาก หนังสอื เรียน หนา 54

ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

ขอใดไมใ ชประโยชนของขอ มลู ครอู ธิบาย เร่อื ง ลกั ษณะของขอ มูลทด่ี ี ใหนกั เรยี นภายในหองฟงวา ขอ มลู
1. ทาํ ใหเกง ขึ้น ท่ีดคี วรมีลกั ษณะ ดงั น้ี 1. มคี วามถกู ตองเชอ่ื ถอื ได คือ ขอ มูลท่ถี กู ตอ งทไ่ี ดม า
2. ทําใหว างแผนได จากแหลงขอมูลท่มี คี วามนาเช่ือถอื 2. มีความสมบรู ณค รบถว น สามารถนําไป
3. ทาํ ใหตดั สินใจได ใชงานได 3. เปน ขอมูลที่ตรงตามความตองการของผใู ชง าน 4. เปน ขอมูลที่มี
4. ทาํ ใหทราบขอ มลู ท่ีแทจ รงิ ความทันสมัยและเปนปจจุบัน 5. เปนขอมูลท่ีมีความสอดคลองกันของขอมูล
ตา งๆ จากนน้ั ครสู มุ ใหน กั เรยี นตอบคาํ ถามวา ลกั ษณะของขอ มลู ทด่ี เี ปน อยา งไร
(วเิ คราะหคาํ ตอบ ประโยชนของขอมูล มีดังนี้ การทราบขอมูล ใหนักเรยี นอธิบาย
ตางๆ ทําใหตัดสินใจหรือแกไขปญหาไดอยางถูกตอง ทําให
วางแผนได และเกดิ การตัดสินใจได ดงั นน้ั ตอบขอ 1.)

T101

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน ¡¨Ô ¡รรÁ Com Sci
½¡ƒ ·Ñ¡ÉÐ
อธบิ ายความรู
ให้นักเรียนพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายในห้องเรียน แล้วท�า
1. นักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ใน เครอื่ งหมาย ✓ หน้าข้อทเ่ี ปน การน�าขอ้ มลู ทด่ี มี าใช้ และท�าเครอ่ื งหมาย
หนงั สอื เรยี น โดยใหน กั เรยี นพดู คยุ แลกเปลยี่ น ✗ หนา้ ข้อท่ีเปนการน�าข้อมลู ทีไ่ ม่ดมี าใช ้ โดยให้บันทึกลงในสมุด
ความคิดเห็นกันภายในหองเรียน แลวทํา
เครื่องหมายถูกหนาขอท่ีเปนการนําขอมูล ................ 1. โปต อ้ งการหาขอ้ มลู เรอ่ื ง “จกั รวาล” โปจ งึ หาขอ้ มลู
ท่ีดีมาใช และทําเครื่องหมายผิดหนาขอท่ี ทพี่ มิ พไ์ วเ้ มอื่ 5 ปท แ่ี ลว้ เพอื่ ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ทถี่ กู ตอ้ ง
เปนการนําขอมูลที่ไมดีมาใช จากน้ันบันทึก ................ 2. ปจู ะไปเทย่ี วจงั หวดั ชลบรุ ี จงึ คน้ หาสถานทท่ี อ่ งเทย่ี ว
ขอมูลท่ีไดลงในสมุด นักเรียนสามารถ จากเว็บไซตข์ องการทอ่ งเท่ยี วแห่งประเทศไทย
หาความรูเพ่ิมเติมไดจากหนังสือเรียน หรือ ................ 3. โปต้องการน�าเสนอสรรพคณุ ของกระเทยี มให้แก่
สือ่ ออนไลนต างๆ ได ผ้อู ืน่ โปจ ึงหาข้อมูลเกยี่ วกับประโยชน ์ ขอ้ ดแี ละ
ข้อเสยี ของการรับประทานกระเทยี ม
................ 4. ปนู �าข้อมูลที่ได้จากหนังสือหลาย ๆ เล่ม มารวม
เขา้ ด้วยกันให้เป็นเรือ่ งเดียว
................ 5. ปูและโปตอ้ งการทา� รายงานเรอ่ื ง
“โรงเรยี นของฉัน” ปแู ละโปจ ึงสอบถาม
ข้อมูลกบั คณุ ครูในโรงเรียนเพอื่ ให้ได้
ขอ้ มลู ที่ตรงตามความต้องการ

บนั ทกึ ลงในสมุด

ทกั ษะการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี 21 55
1. ทักษะการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ 2. ทกั ษะการสอื่ สาร
ภาพจาก หนังสือเรียน หนา้ 55

เกร็ดแนะครู กิจกรรม สรางเสริม

ครูใหน ักเรียนทาํ กิจกรรมฝก ทกั ษะ Com Sci ในหนงั สือเรียน กอนทจ่ี ะทํา ครใู หน ักเรียนเขยี นสถานการณ 2 สถานการณ โดยมีเงอื่ นไข
กิจกรรมครูอาจจะยกสถานการณมาถามเพ่ือใหนักเรียนคิดวา สถานการณนี้ วาจะตองเปนการนําขอมูลที่ดีและขอมูลที่ไมดีมาใช จากนั้นให
เปน การนาํ ขอ มลู ทด่ี หี รอื ไมด มี าใช โดยใหน กั เรยี นภายในหอ งชว ยกนั ตอบคาํ ถาม นักเรียนแตละคนวาดภาพประกอบสถานการณท่ีนักเรียนกําหนด
ซงึ่ จะมคี าํ ถามเปน สถานการณ ดังน้ี ทั้ง 2 สถานการณ ลงในกระดาษ A4 ท่คี รแู จกให พรอมอธิบาย
วาแตละสถานการณเปนการนําขอมูลแบบใดมาใช และตกแตง
1. นดิ ตอ งการทาํ ไขเ จยี ว นดิ จงึ ไปสอบถามขอ มลู การทาํ ไขเ จยี วจากคณุ แม ใหส วยงาม ชิ้นงานของนักเรยี นคนใดมีความสวยงามและถูกตอ ง
เพื่อใหไดวิธกี ารทาํ ไขเ จยี วใหมีความอรอย สมบรู ณของเนอ้ื หาที่สดุ จะไดร ับรางวลั จากครู

2. บีตอ งการคน หาขอ มลู เรื่อง ไขห วดั เพื่อจะนําขอ มูลท่ไี ดไปดแู ลนองที่
ปว ยอยู โดยบไี ดส บื คน ขอ มลู เรอ่ื ง ไขห วดั จากเวบ็ ไซตข องโรงพยาบาลแหง หนงึ่

3. เจมจะตองทํารายงาน เร่ือง ฟุตบอล เจมจึงไปสืบคนขอมูลโดยการ
สอบถามขอ มลู เรอื่ ง ฟตุ บอล จากครวู ทิ ยาศาสตร และคณุ ลงุ ขายขา วทโี่ รงเรยี น

T102

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

ใบงานที่ 3.2.1 ขนั้ สอน
เรือ่ ง ลักษณะของข้อมูลท่ีดี
อธบิ ายความรู้
คาชแ้ี จง : ใหน้ ักเรียนพิจารณาข้อความท่ีกาหนดใหต้ ่อไปน้ี และทาเคร่อื งหมาย  ด้านหนา้ ข้อความ
ทีน่ าข้อมูลทด่ี มี าใช้งาน และทาเคร่ืองหมาย  ดา้ นหนา้ ข้อความทน่ี าข้อมูลท่ีไมด่ มี าใช้งาน 2. ครูใหนักเรียนทําใบงาน เร่ือง ลักษณะของ
1. มาริสาเหน็ เพื่อนในห้องโพสต์ขอ้ ความในสื่อสังคมออนไลนว์ ่า ขอมูลท่ีดี โดยใหพิจารณาขอความที่กําหนด
ให และทําเครื่องหมายถูกหนาขอท่ีสามารถ
............ ............ “พรุ่งน้ีโรงเรยี นหยดุ ” จึงโพสต์ข้อมูลน้ตี อ่ ใหเ้ พื่อน ๆ ภายในหอ้ งเรียน นาํ มาใชง านได จากนนั้ ครสู มุ นกั เรยี น 2-3 คน
ออกมานําเสนอ พรอ มอภปิ รายรวมกนั ภายใน
หอ งเรียน

2. ลักษณาต้องทาการบ้านเร่ืองข้อมลู ที่ดี จึงไปหาข้อมลู เพม่ิ เติมท่ีห้องสมดุ
............ ............ ภายในโรงเรียน เพ่อื ทาการบา้ นและส่งให้ครตู ามเวลาท่ีกาหนด

3. ธีรศกั ด์ิตอ้ งการเดินทางไปจงั หวดั บุรรี มั ยด์ ว้ ยเคร่ืองบิน จงึ คน้ หาขอ้ มลู
จากเว็บไซต์สายการบนิ เพอื่ นาขอ้ มลู ราคาคา่ โดยสารมาเปรียบเทียบ
............ ............ ก่อนตดั สนิ ใจเดนิ ทาง

14. หน่อยอยากมีผิวพรรณดี ขาวใส จงึ คน้ หาข้อมลู เกีย่ วกบั อาหารเสริมตา่ ง ๆ

............ ............ จากอินเทอร์เน็ตเพอ่ื ประกอบการตดั สินใจในการเลอื กซื้อ

5. เอกและกติ ตอ้ งทารายงานวชิ าภาษาอังกฤษสง่ ครู ดังนน้ั จึงหาขอ้ มูล
............ ............ จากอินเทอรเ์ น็ตและหนังสอื หลาย ๆ เลม่ และจัดทาเปน็ รายงานสง่ คณุ ครู

ภาพจาก

แผนการสอน ที่ 12

หน่วยท่ี 13

กจิ กรรม ทา ทาย เกร็ดแนะครู
ใหน กั เรยี นเขยี นขอมูลที่พบเห็นในชีวิตประจําวนั โดยจะตอง
เขียนแยกประเภทของขอมูลท้ัง 5 ประเภทใหไดมากที่สุด โดย ครูใหนักเรียนทําใบงาน เรื่อง ลักษณะของขอมูลที่ดี โดยสามารถศึกษา
นักเรียนคนใดไดขอมูลที่พบเห็นในชีวิตประจําวันมากที่สุด และ เนื้อหาเพ่ิมเติมไดจากหนงั สือเรียน หรอื สอื่ ออนไลนต า งๆ โดยในการทําใบงาน
แยกประเภทของขอ มลู ไดถ กู ตอ งทส่ี ดุ จะเปน ผชู นะ จะไดร บั รางวลั นน้ั นักเรียนจะตองเรยี นรเู น้อื หา เร่ือง ลักษณะของขอ มูลทดี่ ี วา มอี ะไรบา ง เพอ่ื
จากครู โดยมเี งอื่ นไขในการทาํ วา ตอ งวาดตารางตามทกี่ าํ หนดให ทจ่ี ะตอบคาํ ถามในใบงานได โดยครอู าจจะสมุ นกั เรยี นขน้ึ มา 3-5 คน ออกมาตอบ
ลงในสมุด พรอมเก็บขอมูลที่พบเห็นในชีวิตประจําวันใหไดมาก คาํ ถามวา ลกั ษณะของขอ มลู ทดี่ มี อี ะไรบา ง ใหน กั เรยี นยกตวั อยา งมาคนละ 1 ขอ
ท่ีสดุ จะมเี วลาในการทาํ กจิ กรรมนี้ทง้ั หมด 20 นาที หามซํ้ากัน

ขอมลู ท่ี ประเภทของขอมูล นักเรียนควรรู
พบในชีวิต ขอ มลู ตวั ขอ มลู ขอ มลู ขอ มูล ขอ มูล
ประจาํ วนั อกั ขระ ภาพ ตวั เลข เสยี ง อืน่ ๆ 1 อินเทอรเน็ต คือ เครือขายคอมพิวเตอรท่ีมีขนาดใหญ มีการเชื่อมตอ

ระหวางเครือขายหลายๆ เครอื ขา ยทวั่ โลก โดยใชภาษาทใ่ี ชส ่ือสารกันระหวาง
คอมพวิ เตอรทเ่ี รียกวา โพรโทคอล (protocol) ผูใชเครือขา ยนี้สามารถสือ่ สาร
ถึงกันไดในหลายๆ ทาง เชน อีเมล เว็บบอรด และสามารถสืบคนขอมูลและ
ขา วสารตางๆ
T103

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน 1.4 ประโยชนข์ องขอ้ มลู
ข้อมูลต่าง ๆ ท่ีเรารับรู้สามารถน�ามาใช้ประโยชน์ได้
อธบิ ายความรู้ หลายดา้ น ดงั น้ี
1) ด้านการตัดสินใจหรือ
3. ครูทบทวนเนอ้ื หาการเรียนเม่อื ชัว่ โมงที่แลว แก้ไขปญหา การทราบข้อมูล ¨Ðเล×อ¡¡Ôน
4. นักเรียนศึกษาเน้ือหา เรื่อง ประโยชนของ ต่าง ๆ ท�าให้ตัดสินใจหรือแก้ไข ¹Òéí ¼ÅäÁŒ
Ëรอ× นม´นÕ Ð
ขอมูล จากหนงั สอื เรียน หรอื สืบคนขอ มลู เพิม่
เติมจากอินเทอรเน็ตในเครื่องคอมพิวเตอร ปญ หานัน้ ๆ ไดอ้ ย่างถกู ต้องและ
ของตนเอง จากนน้ั สมุ นกั เรยี นออกมาอภปิ ราย เหมาะสม เช่น การเลือกซื้อ
เนื้อหาหนาชั้นเรียน โดยครูคอยใหคําแนะนํา สินค้าท่ีมีคุณภาพและราคาถูก
เพมิ่ เติม การปรับปรุงตนเองเม่ือทราบ
5. ครูอธิบายกับนักเรียนเกี่ยวกับประโยชนของ ผลสอบ
ขอมูลที่สามารถนํามาใชประโยชนไดหลาย ภาพท่ี 3.7 ประโยชนข องขอ มูลดานการตัดสินใจ
ดา น ดงั นี้ ดา นการตัดสินใจหรือแกไขปญหา
เชน การเลอื กซอ้ื ผกั การเลอื กเสน ทางการเดนิ
ทางท่ีเรว็ ที่สุด ดา นการติดตอส่ือสาร เชน การ
พดู คยุ การแลกเปลยี่ นขอ มลู ซงึ่ กนั และกนั การ
ดูการตูน (เปนการรับขอมูลอยางเดียว) การ
เลนเกม (เปนการรับและสง ขอมูล)

2) ด้านการติดต่อส่ือสาร1
เมอ่ื เราอยู่ในสังคม เราตอ้ งมกี าร Çѹ¹éÕàÃÒÁ¡Õ ÒúŒÒ¹ÇªÔ ÒÍÐäúҌ §¹Ð
ติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นอยู่เสมอ
ซงึ่ การตดิ ต่อส่อื สารด้วยวิธตี ่าง ๆ มÕÇÔªา
จะท�าให้เรากับผู้อื่นเข้าใจในเร่ือง Ç·Ô ÂÒÈÒʵÏ áÅÐ
¤³µÔ ÈÒʵè ÐŒ

ตา่ ง ๆ ไดต้ รงกนั

ภาพท่ี 3.8 ประโยชนข องขอ มูลดานการพูดคุย
ตดิ ตอ สื่อสาร

56

ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 56

นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคิด

1 การติดตอสื่อสาร คือ กระบวนการถายทอดขาวสารจากบุคคลหนึ่งไปยัง ขอมลู มปี ระโยชนอยางไรบาง จงเขียนอธบิ าย
อีกบคุ คลหนึ่ง หรอื จากกลุมหนง่ึ ไปยงั อกี กลุมหนึ่ง ซ่งึ การถา ยทอดอาจใชภาษา
พูด ภาษาเขียน หรือสัญลักษณอ่ืนๆ ที่สามารถทําใหเขาใจขาวสารไดตรงกัน (แนวตอบ 1. ดานการตัดสินใจหรือแกไขปญหา การทราบ
ซ่ึงกระบวนการติดตอส่ือสารเปนกระบวนการสงขาวสารระหวางบุคคล 2 คน ขอ มูลตา งๆ ทาํ ใหต ัดสนิ ใจหรือแกไ ขปญ หาไดอยา งถูกตอ ง และ
หรอื มากกวา 2 คนขน้ึ ไป และองคป ระกอบสาํ คญั ทเ่ี กยี่ วขอ งกบั การตดิ ตอ สอื่ สาร เหมาะสม 2. ดานการตดิ ตอ ส่อื สาร เมื่อเราอยูในสังคม เรายอม
อยางงา ย 3 ประการ มีดังน้ี ผสู งขาวสาร ขา วสาร และผูร ับขา วสาร มีการติดตอสอ่ื สารกับผูอ่นื ซึ่งการติดตอ สอ่ื สารดว ยวธิ ีการตางๆ
จะทําใหเรากับผูอ่ืนเขาใจในเร่ืองตางๆ ไดตรงกัน 3. ดานการ
เรยี นหรือการทํางาน ซึง่ การศกึ ษาคนควาขอมูลตา งๆ เพอื่ นาํ มา
พัฒนาตนเองใหฉลาดรอบรู 4. ดานการพัฒนาชุมชนและสังคม
โดยขอมูลในดานชีวิตความเปนอยูของคนในทองถ่ิน สามารถนํา
มาพฒั นาชมุ ชนและสังคมได)

T104

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

3) ด้านการเรียนหรือการ ขนั้ สอน
ท�างาน การศึกษาค้นคว้าข้อมูล
ต่าง ๆ เพื่อน�ามาพัฒนาตนเอง อธบิ ายความรู้
ใหฉ้ ลาดรอบรทู้ า� ใหส้ ามารถเรยี น
หนังสือหรือท�างานต่าง ๆ ตาม 6. ครูอธิบาย เรื่อง ประโยชนของขอมูลในดาน
หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้อย่าง การเรียนหรือการทํางานวา เปนการศึกษา
มีประสทิ ธภิ าพ คน ควา ขอ มลู ตา งๆ เพอื่ นาํ มาใชใ นการพฒั นา
4) ด้านการพัฒนาชุมชน ตนเอง และอธบิ ายประโยชนใ นดา นการพฒั นา
และสังคม การศึกษาข้อมูลใน ชุมชนกับนักเรียนวา เปนการศึกษาขอมูลใน
ด้านชีวิตความเป็นอยู่ของคน ดานชีวิตความเปนอยูของคนในทองถ่ิน ซึ่ง
ในท้องถ่ินสามารถน�ามาพัฒนา สามารถนํามาพัฒนาชุมชนและสงั คมได
ชมุ ชนและสงั คมได ้ เชน่ มีข้อมูล
เร่ืองจ�านวนเด็กในชุมชนท่ีชอบ ภาพท่ี 3.9 ประโยชนของขอ มูลดา นการเรยี น
เล่นกีฬาเพ่ิมขึ้นเร่ือย ๆ จงึ สรา้ ง หรอื การทาํ งาน
ลานกฬี าสา� หรบั เดก็ ขนึ้
ภาพที่ 3.10 ประโยชนของขอมูลดานการพฒั นา
ชมุ ชนและสงั คม

57

ภาพจาก หนงั สือเรยี น หนา 57

ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

บคุ คลใดสามารถใชประโยชนจ ากขอมูลสารสนเทศไดถกู ตอง ครอู าจจะสมุ นกั เรยี นขน้ึ มาถามคาํ ถามเกยี่ วกบั เรอ่ื ง ประโยชนข องขอ มลู วา
1. หนูนาคน หาความรูจ ากเว็บไซตที่ไมรจู ัก ใหน กั เรยี นยกตวั อยา งประโยชนข องขอ มลู วา มอี ะไรบา ง และขอ มลู ทเี่ ราพบเหน็
2. น้าํ หวานคนหาขอมูลแลว ไปเผยแพรต อ ในชีวิตประจําวันมีความสําคัญกับตัวเราหรือไม และนักเรียนคิดวาในอนาคต
3. บุม นําขอ มลู ทีไ่ มเ ปนความจริงไปสง งานคุณครู ขอมูลจะมีความเปลี่ยนแปลงหรือแตกตางไปจากขอมูลในปจจุบันหรือไม จาก
4. จินใชข อมูลทไ่ี ดประมวลผลแลว มาใชแกโจทยคณติ ศาสตร น้ันครอู ธิบายสรุป เร่อื ง ประโยชนของขอ มูล รวมกับนักเรยี นภายในหองเรียน

(วิเคราะหคาํ ตอบ จินนําขอมูลท่ีไดประมวลผลแลวมาใชในการ
แกโจทยปญหาวิชาคณิตศาสตร เปนการนําขอมูลสารสนเทศ
ไปใชใหเกิดประโยชนใ นดา นการเรยี น ดงั นัน้ ตอบขอ 4.)

T105

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน ¡Ô¨¡รรÁ Com Sci
½¡ƒ ·¡Ñ ÉÐ
ขยายความเขา้ ใจ
ให้นักเรียนพจิ ารณาภาพตอ่ ไปนี้ แลว้ พูดคุยแลกเปลย่ี นความคิดเห็น
1. นกั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ3-4คนเพอื่ ทาํ กจิ กรรม กันภายในห้องเรียนว่า ข้อมูลท่ีได้จากภาพมีประโยชน์ในด้านใดบ้าง
ฝก ทกั ษะ Com Sci ในหนังสือเรียน โดยให โดยใหบ้ นั ทกึ ลงในสมดุ
นักเรียนพิจารณาภาพ แลวพูดคุยแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็นรวมกันเก่ียวกับขอมูลที่ไดจาก
ภาพ เมอื่ ทําเสร็จแลวครใู หน กั เรียนแตละกลมุ
ออกมานําเสนอหนาชน้ั เรียน

ภาพท่ี 3.11 ภาพประกอบกิจกรรมฝกทักษะ

ขอ้ มูลทไ่ี ดจ้ ากภาพมีประโยชน ์ คือ ..............................................................................................................

บนั ทึกลงในสมุด..............................................................................................................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................................................................................................

ทักษะการเรยี นรู้ในศตวรรษท ี่ 21 2. ทักษะการสอื่ สาร

58 1. ทักษะการคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ

ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 58

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด

ครูอาจจะชวยอธิบายข้ันตอนในการทํากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci โดย การจัดทําขอมูลใหเปนสารสนเทศ ข้ันตอนใดที่ตองทําเปน
ใหด ภู าพทก่ี าํ หนดให และอธบิ ายถงึ ขอ มลู ทไี่ ดจ ากภาพวา มปี ระโยชนใ นดา นใด ขนั้ ตอนสุดทาย
บา ง และบันทึกขอมลู ลงในสมดุ ครูอาจจะยกสถานการณกอ นการทาํ กจิ กรรม
มาใหน กั เรียนลองทาํ เชน ครูยกสถานการณเปน ภาพประกอบพรอมคาํ อธบิ าย 1. การจดั เก็บขอ มลู
วา นักเรียนชวยกนั ตวิ หนังสือสอบกับเพื่อนในวิชาวทิ ยาศาสตร ภาษาไทย และ 2. การนําขอ มูลไปใช
คณติ ศาสตร ซึ่งในกลุมเพื่อนจะมคี นที่เกงในแตล ะวชิ า จงึ นดั กนั วาใหคนท่ีเกง 3. การตรวจสอบขอมูล
ในแตละวิชาติวหนังสือใหเพื่อนเพ่ือใหไดรับความรูกันอยางท่ัวถึง จากการยก 4. การประมวลผลขอมลู
สถานการณพ รอ มภาพประกอบนอี้ ธบิ ายไดว า จะเกดิ ประโยชนใ นดา นการเรยี น
หรอื การทาํ งาน เพราะเปน การศกึ ษาคน ควา ขอ มลู ตา งๆ เพอ่ื นาํ มาพฒั นาตนเอง (วเิ คราะหคําตอบ การจัดทําขอมูลใหเปนสารสนเทศในขั้นตอน
ใหม ีความฉลาดรอบรใู นแตล ะดา น สุดทา ยจะเปน ขนั้ ตอนการนําขอ มูลไปใช ดงั นนั้ ตอบขอ 2.)

T106

นา� สอน สรุป ประเมิน

3. ใหน ักเรยี นอานขอความ แลว ตอบคําถาม (6 คะแนน) ติดภาพ ขน้ั สอน
ธนพลดูรายการโทรทัศนเก่ียวกับไฟไหมมหาวิหารโนเตรอดาม ที่ประเทศ (ขน้ึ อยูกับดุลยพนิ ิจของผูสอน)
ฝรง่ั เศส จงึ เกิดความสนใจศึกษาประวัติและความสาํ คญั ของมหาวิหารแหง ขยายความเขา้ ใจ
นเี้ พมิ่ เตมิ ใหน กั เรยี นชว ยธนพลคน ควา หาขอ มลู เรอื่ งมหาวหิ ารโนเตรอดาม
จากเวบ็ ไซต 2 เวบ็ ไซต นาํ ภาพมาตดิ และบอกรายละเอยี ดของแหลงท่มี า 2. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด หนา 39-40 ใน
พรอมประเมนิ ความนา เช่ือถือของแหลงขอมูลนน้ั ๆ ดว ย แบบฝกหัด รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี
(วิทยาการคํานวณ) ป.5 โดยมีคําสั่งวาให
แหลงขอ มูล th.wikipedia.org นักเรียนอา นขอความตอไปน้แี ละตอบคาํ ถาม

ตดิ ภาพ ผเู ผยแพร วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี 3. ครใู หน กั เรยี นทาํ แบบฝก หดั หนา 40-41 โดยมี
(ข้ึนอยกู ับดลุ ยพนิ จิ ของผูสอน) คาํ สง่ั วา ใหน กั เรยี นพจิ ารณาภาพตอ ไปนี้ แลว
เฉฉบลบั ย เฉฉบลบั ย วนั ที่เผยแพร ไมไดระบุ บอกวาขอมูลที่ไดจากภาพนั้นมีประโยชนใน
ขอ มูลมคี วามนาเช่ือถือหรือไม เพราะเหตุใด ดานใดบาง พรอมอธิบายเหตุผลประกอบ

มคี วามนา เชอ่ื ถอื แตต อ งใชว จิ ารณญาณในการอา น เพราะแหลง ขอ มลู มาจากคน
ท่ัวโลก ไมว าจะเปนผเู ชีย่ วชาญหรอื บุคคลท่วั ไป สามารถเพ่ิมหรอื แกไขขอมลู ได

แหลงขอมูล www.thairath.co.th 4. ใหน กั เรียนพจิ ารณาภาพตอไปน้ี แลว บอกวา ขอมลู ท่ีไดจากภาพ ขน้ั สรปุ
ผเู ผยแพร ไทยรัฐออนไลน มีประโยชนด านใดบา ง (9 คะแนน)
วันทเี่ ผยแพร 16 เมษายน พ.ศ. 2562 ตรวจสอบผล
ขอมลู มีความนา เช่อื ถือหรอื ไม เพราะเหตุใด 1. ขอมูลที่ไดจ ากภาพมปี ระโยชน คอื
มีความนาเช่ือถือ เพราะมาจากองคกรขาวสารที่มีชื่อเสียง และมีกระบวนการ 1. ครูประเมินผลนักเรียนจากการตอบคําถาม
ตรวจสอบขาวกอ นนาํ เสนอ ดา นการเรยี นหรอื ทาํ งาน เพอ่ื พัฒนา การทาํ ใบงาน และสมุดประจําตัวของนักเรียน
ตนเองใหฉ ลาดรอบรู สามารถเรยี น
39 หนงั สือหรือทํางานตาง ๆ ไดอ ยา งมี 2. ครูตรวจสอบความถูกตองของผลงานการทํา
ประสิทธภิ าพ ใบงาน และกจิ กรรมฝกทกั ษะ

40 3. นักเรียนและครูรวมกันสรุปเก่ียวกับลักษณะ
ของขอ มูลทีด่ ี
2. ขอ มลู ทไี่ ดจ ากภาพมีประโยชน คอื
ขนั้ ประเมนิ
1) ดานการตดิ ตอสือ่ สาร การสนทนากบั ผอู นื่
ทาํ ใหเ ราเขาใจในเรื่องตา ง ๆ ไดตรงกัน ตรวจสอบผล

2) ดา นการตดั สินใจ เชน เมอ่ื เราทราบขอมลู
ตา ง ๆ ทาํ ใหเราตดั สนิ ใจวาจะเลอื กใช
บรกิ ารหรอื ไม

3. ขอ มลู ที่ไดจ ากภาพมีประโยชน คอื ตารางการวดั และประเมินผล

1) ดานการติดตอส่ือสาร การบอกขอมูลสภาพ เฉฉบลบั ย วธิ กี าร เครือ่ งมอื เกณฑการประเมิน
อากาศใหก บั ผูอ่นื รับรู

2) ดานการตัดสินใจ การทราบขอมูลสภาพ ตรวจใบงาน ใบงาน รอยละ 60 ผานเกณฑ

อากาศแตละวัน ทําใหเราตัดสินใจในการ

ดาํ เนนิ ชวี ติ ประจาํ วนั ถูกตอง ตรวจแบบฝกหดั แบบฝกหดั รอ ยละ 60 ผานเกณฑ

3) ดานการพัฒนาชุมชนและสังคม ขอมูลสภาพ ประเมิน แบบประเมนิ ระดับคณุ ภาพ 2

อากาศทาํ ใหเ ราวางแผนการเพาะปลกู พชื ในชมุ ชน

ไดอ ยา งเหมาะสม และใชทรพั ยากรอยา งคมุ คา การนาํ เสนอ การนําเสนอ ผานเกณฑ

เกณฑก ารใหค ะแนน รายการประเมนิ คะแนนตอขอ ยอ ย คะแนนรายขอ เกณฑก ารตัดสนิ ผลงาน ผลงาน

1. ระบุประเภทขอ มลู ไดถกู ตอง (4 ขอยอย) 1 4 •12 คะแนนข้นึ ไป = ผาน สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกต ระดับคณุ ภาพ 2
2. จําแนกขอ มูลแตละประเภทไดถกู ตอ ง (6 ขอ ยอ ย) 1 6 •ต่าํ กวา 12 คะแนน = ปรบั ปรงุ การทาํ งานรายบคุ คล พฤติกรรม ผานเกณฑ
3. ระบุและประเมินความนาเชอ่ื ถือของแหลงทมี่ าของขอ มูล 3 6
3 9
ได (2 ขอยอ ย) 25
4. บอกประโยชนข องขอ มูลแตล ะชนดิ ไดถ ูกตอ ง (3 ขอ ยอ ย) สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ระดับคณุ ภาพ 2
41 การทํางานกลมุ พฤติกรรม ผา นเกณฑ
คะแนนเตม็

ภาพจาก
แบบฝกหดั
จาก แบบฝก หัด หนา 4 หน้า 39-41

กิจกรรม 21st Century Skills แนวทางการวัดและประเมินผล

1. ใหนกั เรียนแบง กลมุ ตามความสมคั รใจ กลุมละ 4-5 คน ครูสามารถสังเกตการนําเสนอผลงาน พฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
2. ใหน กั เรียนทาํ รายงาน เรื่อง ขอ มูลสารสนเทศในชีวิตประจาํ วนั และการทํางานกลุมของนักเรียน โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลจาก
3. สมาชิกในกลุมรวมกันเลือกขอมูลและจัดเตรียมขอมูล เพ่ือ แบบประเมินการนําเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
และการทาํ งานกลมุ ทแ่ี นบมาทา ยแผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 6 หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3
นําเสนอตามรูปแบบทน่ี ักเรยี นคดิ วา นาสนใจอยางอสิ ระ
4. นาํ เสนอขอ มลู หนา ชน้ั เรยี น ดว ยวธิ กี ารสอ่ื สารทท่ี าํ ใหผ อู นื่ เขา ใจ แบบประเมินการนาเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม

ไดง าย คาชแ้ี จง:ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงในช่องที่ คาช้แี จง : ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในช่องท่ี คาชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่องท่ี
5. ครูและนักเรียนภายในหอ งเรยี นรว มกนั สรุปขอมูล เรอ่ื ง ขอมลู ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกับระดับคะแนน

สารสนเทศในชีวิตประจําวนั ระดบั คะแนน ลาดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 ลาดับที่ ชอื่ –สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมีนา้ ใจ การมี รวม
32 32  ของนักเรียน ความคิดเห็น ฟังคนอนื่ ตามท่ีได้รบั ส่วนร่วมใน 15
ลาดบั ที่ รายการประเมนิ    มอบหมาย การปรับปรุง คะแนน
1 การแสดงความคดิ เหน็  ผลงานกลุ่ม
 1 2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ ืน่  
1 ความถกู ตอ้ งของเนื้อหา  3 การทางานตามหน้าท่ีทไี่ ด้รับมอบหมาย  321321321321321
2 ความคดิ สร้างสรรค์   4 ความมีนาใจ 
3 วิธีการนาเสนอผลงาน  5 การตรงต่อเวลา
4 การนาไปใชป้ ระโยชน์   
5 การตรงต่อเวลา 
 

รวม

รวม ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน
............/.................../................
ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมนิ เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชือ่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............/................./................... ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ............./.................../...............
ให้ 2 คะแนน
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ สมบูรณช์ ัดเจน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้งั
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ เปน็ ส่วนใหญ่ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ บางส่วน ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ให้ 1 คะแนน

14–15 ดมี าก เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

11–13 ดี ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ 8–10 พอใช้ 14–15 ดมี าก

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรุง 11–13 ดี

14–15 ดมี าก 8–10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรุง
11–13 ดี

8–10 พอใช้

ต่ากว่า 8 ปรับปรุง

T107

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 2เวลา ชั่วโมง

แหล่งขอ้ มลู

1. มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั

ตัวชี้วัด

ว 4.2 ป.5/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมทมี่ กี ารใช้เหตุผลเชิงตรรกะอยา่ งงา่ ย ตรวจหาข้อผดิ พลาดและแกไ้ ข

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธิบายประเภทของแหลง่ ขอ้ มลู ไดถ้ ูกตอ้ ง (K)
2. จ�ำแนกข้อมูลตามแหล่งข้อมลู ไดถ้ ูกต้อง (K)
3. สบื ค้นขอ้ มลู เกี่ยวกบั แหล่งข้อมูลจากทางอนิ เทอรเ์ น็ตได้ (P)
4. เหน็ ความส�ำคัญของแหลง่ ข้อมูลและการนำ� ไปใช้ในชวี ติ ประจ�ำวัน (A)

3. สาระการเรียนรู้

- การค้นหาข้อมูลในอินเทอรเ์ นต็ และการพจิ ารณาผลการคน้ หา
- ก ารประเมนิ ความนา่ เชอ่ื ถอื ของขอ้ มลู เชน่ ความสอดคลอ้ ง สมบรู ณข์ องขอ้ มลู จากหลายแหลง่ แหลง่ ตน้ ตอของขอ้ มลู

ผู้เขียน วันท่ีเผยแพร่ข้อมลู
- ข้อมลู ทด่ี ตี ้องมีรายละเอียดครบทกุ ด้าน เช่น ขอ้ ดแี ละขอ้ เสยี ประโยชนแ์ ละโทษ

4. สาระส�ำคญั /ความคิดรวบยอด

แหล่งขอ้ มลู ถือว่าเป็นตน้ กำ� เนิดของขอ้ มูลต่าง ๆ ไม่วา่ จะเปน็ หนงั สอื อนิ เทอร์เนต็ บคุ คล และสถานที่ตา่ ง ๆ ที่สามารถ

ใหข้ อ้ มูลได้ ไมว่ ่าจะเปน็ พิพิธภณั ฑห์ รอื แหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว โดยแหลง่ ขอ้ มลู สามารถแบ่งออกได้เปน็ 2 ประเภท คือ แหลง่ ข้อมลู

ปฐมภมู แิ ละแหลง่ ขอ้ มูลทุติยภูมิ

5. สมรรถนะสำ� คญั ของผเู้ รียนและคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะสำ� คญั ของผ้เู รยี น ทักษะ 4 Cs คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. ทักษะการคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ 1. มวี ินัย
2. ความสามารถในการคดิ (Critical Thinking) 2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา 2. ทักษะการท�ำงานร่วมกัน 3. ม่งุ ม่นั ในการทำ� งาน
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ (Collaboration Skill)
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 3. ทกั ษะการสอื่ สาร
(Communication Skill)
4. ทักษะความคดิ สร้างสรรค์
(Creative Thinking)

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้

แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนคิ : วธิ กี ารสอนโดยเน้นรปู แบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้
(5Es Instructional Model)

T108

นา� น�า สอน สรปุ ประเมนิ

ถานักเรียนตองการ 2. àรÕ¹รŒáÙ Ëŧ‹ ¢ÍŒ ÁÙÅ1 ขนั้ นาํ
ทาํ รายงานเก่ียวกับ
แหล่งข้อมูลเป็นต้นก�าเนิดของข้อมูล กระตนุ้ ความสนใจ
สัตวเ ลี้ยง นกั เรียน ตา่ ง ๆ ไมว่ า่ จะเปน็ หนงั สอื อนิ เทอรเ์ นต็ บคุ คล
จะมวี ิธกี ารรวบรวม และสถานทตี่ า่ ง ๆ ทส่ี ามารถใหข้ อ้ มลู แกเ่ ราได้ 1. ครูทบทวนความรูเดิมของนักเรียนเกี่ยวกับ
ขอมูลอยา งไร เชน่ พพิ ธิ ภัณฑ ์ แหล่งท่องเที่ยว ลักษณะของขอมูลท่ีดี และประโยชนของการ
นําขอมูลไปใช
2.1 แหล่งข้อมูล
แหล่งข้อมูลต่าง ๆ ท่ีอยู่รอบตัวเรา สามารถแบ่งออกได้ 2. ครูถามคําถามสําคัญประจําหัวขอวา ถา
เป็น 2 ประเภท ดงั น ้ี นักเรียนตองการทํารายงานเก่ียวกับสัตวเล้ียง
1) แหลง่ ขอ้ มลู ปฐมภมู *ิ เปน็ แหลง่ ขอ้ มลู ทใ่ี หข้ อ้ มลู โดยตรง นักเรยี นจะมีวธิ กี ารรวบรวมขอมลู อยา งไร
กับผ้รู ับข้อมลู โดยอาจจะเกดิ ขนึ้ จากการพบเห็นสิ่งตา่ ง ๆ หรือ
ขน้ั สอน

สาํ รวจคน้ หา

นักเรียนศึกษาเน้ือหาเก่ียวกับประเภทของ
แหลงขอมูล จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน
เทคโนโลยี (วิทยาการคํานวณ) ป.5 และสังเกต
สถานการณต วั อยา งการหาขอ มลู จากแหลง ขอ มลู
ปฐมภูมแิ ละแหลง ขอ มลู ทุติยภมู ิ

จากการสังเกตการทดลอง รวมไปถงึ การส�ารวจข้อมูล

µÇÑ Í‹ҧ ¡ÒÃËҢ͌ ÁÙŨҡáËŧ‹ ¢ŒÍÁÙÅ»°ÁÀÙÁÔ

โปต้องการทราบ »ÁÙ ÒâçàÃÕ¹â´Âö
ขอ้ มลู จา� นวนของเพอื่ น ๆ âçàÃÕ¹ËÃ×Íà»Å‹Ò
ในหอ้ งเรยี นทม่ี าโรงเรยี น
โดยรถโรงเรียน โปจึงใช้ 㪨‹ Ð้ แนวตอบ คาํ ถามสําคญั ประจาํ หวั ขอ้
วิธีการสอบถามเพ่ือนใน
ห้องเรยี นทลี ะคน นักเรียนแสดงความคิดเห็นตามประสบการณ
ของตนเอง โดยคําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของครู
* ปฐมภมู ิ อา นวา ปะ-ถม-มะ-พมู ผูสอน เชน อาจจะรวบรวมขอ มูลจากสอ่ื การศึกษา
ตางๆ เชน หนังสือ อินเทอรเน็ต หองสมุด หรือ
59 อาจจะสอบถามคนในบานท่ีเล้ียงสัตว เพื่อใหได
คาํ ตอบทม่ี คี วามนา เชอ่ื ถอื ถกู ตอ ง และตรงประเดน็
ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 59 ทีต่ องการ

ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู

แหลงขอมูลปฐมภูมิมีลกั ษณะอยางไร 1 แหลง ขอมูล คือ สถานท่หี รือแหลงที่เกดิ ขอมลู ซงึ่ แหลง ขอ มลู จะมีความ
แตกตางกนั ไปตามขอ มูลทต่ี อ งการ เชน บา นเปน แหลง ขอ มลู ทเี่ กย่ี วกับนกั เรยี น
(แนวตอบ แหลง ขอ มูลปฐมภมู ิ (Primary data) คอื ขอ มลู หรือ โดยบันทึกขอมูลไวในทะเบียนบาน หองสมุดเปนแหลงขอมูลเก่ียวกับความรู
ขอ เทจ็ จรงิ ทไี่ ดจ ากการเกบ็ รวบรวมขอ มลู จากเเหลง ขอ มลู โดยตรง ตางๆ สามารถแบง แหลง ขอมูลตามลักษณะการเกดิ ได ดังนี้
เชน ขอมูลจากการสัมภาษณ การสังเกต การทดลอง การทดสอบ
ขอมูลการเขาชั้นเรียนของนักเรียนเเตละภาคการศึกษา ซึ่งเก็บ 1. แหลง ขอ มลู ปฐมภมู ิ เปน ขอ มลู ทวั่ ไปทไ่ี ดจ ากการเกบ็ รวบรวม หรอื บนั ทกึ
ขอมูลโดยวิธีการเช็กชื่อเขาเรียน มขี อดี คือ มโี อกาสไดร บั ขอ มูล จากแหลงขอมูลโดยตรง อาจเปนการสอบถาม การสัมภาษณ การจดบันทึก
มาก เพราะวาผวู ิจัยสามารถท่ีจะใชการสาํ รวจ สงั เกตดวยตนเอง และการจดั หาดวยเครือ่ งอัตโนมัติ
และมคี วามคลองตัวในการเกบ็ รวบรวมขอ มลู ทีม่ อี ยโู ดยทั่วไป)
2. แหลง ขอ มลู ทตุ ยิ ภมู ิ เปน ขอ มลู ทไ่ี ดม ผี รู วบรวมไวแ ลว ในลกั ษณะเอกสาร
ตีพิมพเผยแพรและตําราทางวิชาการ เชน ขอมูลสถิติ ซ่ึงขอมูลเหลาน้ีมีการ
ตีพิมพเผยแพรเพ่อื ใชง านหรือนาํ ไปประมวลผลตอ

T109

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน 2) แหลงขอมูลทุติยภูมิ เปนแหลงขอมูลท่ีไดจากการ
นําขอมูลที่มีผูอื่นรวบรวมไวอยางเปนระบบมาใชในทันทีโดย
อธบิ ายความรู้ ไมไ ดล งมอื สอบถาม สงั เกต หรอื หาขอ มลู จากแหลง ขอ มลู ดว ย
ตนเอง เชน ขอมูลจาก อนิ เทอรเนต็ หนังสือ วทิ ยุ โทรทศั น
1. ครูสุมนักเรียน 2-3 คน ออกมาอภิปราย
หนาช้ันเรียนเก่ียวกับความแตกตางของแหลง µÑÇÍ‹ҧ ¡ÒÃËҢ͌ ÁÅÙ ¨Ò¡áËŧ‹ ¢ÍŒ ÁÅÙ ·µØ ÔÂÀÁÙ Ô
ขอ มลู ปฐมภูมแิ ละแหลง ขอ มลู ทตุ ยิ ภูมิ
โปและปูตองการ
2. ครูอธิบายเกี่ยวกับประเภทของแหลงขอมูล ทาํ รายงานสง คณุ ครเู รอ่ื ง
แบง เปน 2 ประเภท เพอื่ ใหน กั เรียนเขา ใจมาก การดํารงชีวิตของสัตว
ย่ิงขึ้นวาแหลงขอมูลสามารถแบงออกเปน 2 ทง้ั สองคนจงึ ชวนกนั มาดู
ประเภท ซงึ่ มคี วามแตกตางกนั ดังนี้ 1. แหลง สารคดีเกี่ยวกบั การดาํ รง
ขอมูลปฐมภูมิเปนแหลงขอมูลท่ีใหขอมูล ชีวติ ของสตั ว
โดยตรงกับผรู บั ขอ มลู ซง่ึ พบไดจ ากการไดยนิ
การเห็น และการไดกล่ิน 2. แหลงขอมูล
ทุติยภูมิเปนแหลงขอมูลท่ีไดจากการนําขอมูล
ท่ีผูอ่ืนรวบรวมไวมาใช เชน จํานวนนักเรียน
แตละหอง อุณหภูมิแตละวัน แตการหา
ขอมูลจากแหลงขอมูลทุติยภูมิ ทําใหสะดวก
สบายและประหยัดคาใชจายสําหรับการเดิน
ทางไปหาขอ มลู แตม ขี อ ควรระวงั คอื ขอ มลู บาง
สวนอาจคลาดเคลื่อนหรือเปนขอมูลที่ลาสมัย
ขาดความครบถว นสมบรู ณแ ละความนา เชอ่ื ถอื

ÁÁØ Com Sci

การหาขอ มลู จากแหลง ขอ มลู ทตุ ยิ ภมู ิ ทาํ ใหส ะดวกสบายและประหยดั คา ใชจ า ย
ในการเดนิ ทางไปหาขอ มลู แตม ขี อ ควรระวงั ขอ มลู บางสว นอาจคลาดเคลอื่ นหรอื เปน
ขอ มลู ทลี่ า สมยั ขาดความครบถว นสมบรู ณ และความนา เชอ่ื ถอื

60 ประเภทของแหลงขอมลู

ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 60

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ

ครอู าจจะใหน กั เรยี นแตล ะคนยกตวั อยา งขอ มลู ปฐมภมู แิ ละขอ มลู ทตุ ยิ ภมู ทิ ี่ ขอ ใดเปนแหลง ขอมลู ทตุ ิยภูมิ
พบเหน็ ในชวี ติ ประจาํ วนั วา เปน ขอ มลู ทม่ี ลี กั ษณะอยา งไร และแหลง ขอ มลู ชนดิ ใด 1. การทดลอง
สามารถนาํ ไปใชค น หาขอ มลู ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพมากทส่ี ดุ ใหน กั เรยี นชว ยกนั ศกึ ษา 2. การสัมภาษณ
โดยสามารถสบื คน ขอ มูลเพิม่ เติมไดจากหนงั สอื เรยี น หรือสื่อออนไลนตา งๆ ได 3. การจดบันทกึ
จากนนั้ ครเู ปด สอื่ เพาเวอรพ อยตก ารสอนเพม่ิ เตมิ เรอื่ ง ประเภทของแหลง ขอ มลู 4. หนังสอื เรียน
เพอ่ื ใหน กั เรียนสามารถทบทวนความรูเพมิ่ เตมิ
(วิเคราะหค ําตอบ ขอ มลู ทตุ ยิ ภมู ิ (Secondary data) เปน ขอ มลู
หรือขอเท็จจริงที่ไดจากการนําขอมูลท่ีผูอ่ืนรวบรวมไวอยางเปน
ระบบมาใชงานโดยไมตองลงมือเก็บรวบรวมขอมูลเอง หรือการ
หาขอมลู จากแหลงขอมลู ดว ยตนเอง เชน ขอมลู จากอนิ เทอรเนต็
ขอมลู จากหนงั สือ ดังน้ัน ตอบขอ 4.)

T110

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

¡¨Ô ¡รรÁ Com Sci ขนั้ สอน
½ƒ¡·Ñ¡ÉÐ
อธบิ ายความรู้
ให้นกั เรยี นพิจารณาภาพต่อไปน ้ี แล้วพดู คยุ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
กนั ภายในหอ้ งเรยี นวา่ เปน แหลง่ ขอ้ มลู ประเภทใด โดยใหบ้ นั ทกึ ลงในสมดุ 3. ครูใหน ักเรยี นทํากิจกรรมฝกทกั ษะ Com Sci
ในหนังสือเรียน โดยใหนักเรียนพิจารณาภาพ
ที่กําหนดให และบอกวาเปนแหลงขอมูล
ประเภทใด จากนั้นบนั ทกึ ลงในสมุด

4. ครูสุมนักเรียน 2-3 คน ออกมานําเสนอหนา
ชนั้ เรยี น พรอ มกบั อภปิ รายรว มกนั ในหอ งเรยี น

1. แหลง่ ขอ้ มลู บนั ทกึ ลงในสมดุ 2. แหลง่ ข้อมูล ................................................................ ................................................................

3. แหลง่ ข้อมูล 4. แหลง่ ข้อมลู ................................................................ ................................................................

ทักษะการเรยี นร้ใู นศตวรรษที ่ 21 ภาพที่ 3.12 ภาพประกอบกิจกรรมฝก ทักษะ
1. ทักษะการคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ
2. ทกั ษะการสอื่ สาร 61

ภาพจาก หนงั สือเรียน หนา 61

ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

ขอใดเปนขอ มูลปฐมภูมิ ครใู หน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมฝก ทกั ษะ Com Sci โดยมคี าํ สง่ั ใหน กั เรยี นทาํ คอื
1. บันทกึ ผลการสาํ รวจงานอดเิ รก ใหนักเรียนพจิ ารณาภาพตอ ไปน้ี แลว พดู คยุ แลกเปลี่ยนความคิดเหน็ กนั ภายใน
2. กราฟแสดงยอดขายใน 1 เดือน หองเรียนวา เปนแหลงขอมูลประเภทใด จากน้ันใหนักเรียนบันทึกขอมูลท่ีได
3. ผลการสอบเรียงตามลาํ ดบั คะแนน ลงในสมุด ครูอาจจะใหนักเรียนทบทวนความรู โดยครูอาจจะตั้งคําถามถาม
4. สถติ ิการใชคอมพวิ เตอรของคนไทย นักเรียนวา แหลงขอมูลปฐมภูมิและแหลงขอมูลทุติยภูมิมีลักษณะอยางไร
แตกตา งกนั อยา งไร เพื่อใหน กั เรยี นทบทวนเน้อื หาทไ่ี ดเรยี นมา
(วเิ คราะหคําตอบ แหลงขอมูลปฐมภูมิเปนแหลงขอมูลท่ีให
ขอ มูลโดยตรงกบั ผรู ับขอมลู โดยอาจจะเกิดข้ึนจากการพบเหน็ สิ่ง
ตางๆ จากการสงั เกต การทดลอง หรือการสาํ รวจขอ มูล ดังนัน้
ตอบขอ 1.)

T111

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน ใบงานที่ 3.3.1
เร่ือง แหลง่ ขอ้ มูล
ขยายความเขา้ ใจ
คาชแี้ จง : ให้นาข้อมูลทก่ี าหนดให้ไปไว้ท่กี อ้ นเมฆปฐมภูมิและก้อนเมฆทตุ ิยภมู ิ โดยมเี ง่อื นไขดงั น้ี
1. ครูใหนักเรียนทําใบงาน เร่ือง แหลงขอมูล 1) ถ้าข้อมลู ใดเปน็ แหล่งขอ้ มูลปฐมภมู ใิ หใ้ ช้ปากกาสนี า้ เงนิ ลากไปไว้ทีก่ อ้ นเมฆปฐมภูมิ
โดยใหนําขอมูลที่กําหนดใหไปไวท่ีกอนเมฆ 2) ถ้าขอ้ มูลใดเปน็ แหลง่ ข้อมูลทุตยิ ภูมิใหใ้ ชป้ ากกาสแี ดงลากไปไวท้ กี่ ้อนเมฆทุตยิ ภูมิ
ปฐมภูมิและกอนเมฆทุติยภูมิ โดยมีเงื่อนไข
ตามที่กําหนดใหในใบงาน จากนั้นนําใบงาน
กลับไปทาํ เปนการบา น และนํามาสงในชวั่ โมง
ถัดไป

กอ้ นเมฆปฐมภมู ิ กอ้ นเมฆทุติยภมู ิ

ภาพจาก ภาพจาก

แผนการสอน ที่ 31

หน่วยท่ี 31

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ

ครอู ธบิ ายขน้ั ตอนการทาํ ใบงานกบั นกั เรยี นวา ใหน กั เรยี นนาํ ขอ มลู ทก่ี าํ หนด แหลงขอมลู ใดใหขอ มลู ปฐมภูมิ
ใหไปไวที่กอนเมฆปฐมภูมิและกอนเมฆทุติยภูมิ โดยมีเงื่อนไขวาถาขอมูลใด 1. บอลอา นหนงั สือเรอ่ื งเขาพระวิหาร
เปนแหลงขอมูลปฐมภูมิใหใชปากกาสีน้ําเงินลากไปไวที่กอนเมฆปฐมภูมิ และ 2. วทิ ยาสอบถามราคาตุกตาจากแมค า
ถาขอมูลใดเปนแหลงขอมูลทุติยภูมิใหใชปากกาสีแดงลากไปไวที่กอนเมฆ 3. มนิ ตราดูวธิ ีการทําเคกจากหนงั สือทาํ ขนม
ทุติยภูมิ จากนั้นครูอาจจะทบทวนเนื้อหาความรู เร่ือง แหลงขอมูลปฐมภูมิ 4. ศลิ าคน หาขอ มูลเรอ่ื งภาวะโลกรอนจากอินเทอรเ น็ต
และแหลงขอมูลทุติยภูมิ ใหนักเรียนทําใบงานเพื่อเปนการกระตุนความคิด
ของนกั เรยี น (วเิ คราะหคาํ ตอบ แหลง ขอ มลู ปฐมภมู เิ ปน แหลง ขอ มลู ทใี่ หข อ มลู
โดยตรงกับผูรับขอมูล วิทยาสอบถามราคาตุกตาจากแมคาเปน
การสอบถามขอมูลจากแมคาโดยตรง เพ่ือใหไดขอมูลที่ถูกตอง
ดังนนั้ ตอบขอ 2.)

T112

นา� สอน สรุป ประเมิน

Ẻ½¡ƒ ËÑ´ เรยี นรแู หลง ขอมูล คะแนนเตม็ ขน้ั สอน

1. ใหน กั เรยี นตอบคาํ ถามจากภาพทก่ี ําหนด (6 คะแนน) 35 ขยายความเขา้ ใจ
1. 2.
2. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด หนา 42 เร่ือง
เรียนรูแหลงขอมูล ในแบบฝกหัด รายวิชา
พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคํานวณ) ป.5
หนา 42 เร่ือง แหลงเรียนรู โดยใหนักเรียน
ตอบคําถามจากภาพที่กาํ หนดใหถ ูกตอ ง

แหลง ขอ มลู การศึกษา คอมพิวเตอร แหลงขอมูลการศึกษา หนงั สือ ขนั้ สรปุ
แหลง ขอมูลประเภท ทุติยภูมิ แหลง ขอมูลประเภท ทตุ ิยภมู ิ
ตรวจสอบผล
3. 4.
1. ครปู ระเมนิ ผลนกั เรยี น จากการสงั เกตการตอบ
เฉฉบลับย คาํ ถาม การทําใบงาน และสมุดประจาํ ตัวของ
นกั เรยี น
แหลงขอ มูลการศึกษา ผูเชย่ี วชาญ แหลงขอ มูลการศึกษา ธรรมชาติ
แหลง ขอ มลู ประเภท ปฐมภูมิ แหลงขอมลู ประเภท ปฐมภมู ิ 2. ครูตรวจสอบผลการทําใบงานและกิจกรรม
ฝก ทกั ษะ
5. 6.
3. นกั เรยี นและครรู ว มกนั สรุปเกีย่ วกบั ขอมลู และ
แหลงขอมูลตางๆ ท่ีพบไดในชีวิตประจําวัน
ไมวาจะเปนแหลงขอมูลปฐมภูมิหรือแหลง
ขอ มูลทตุ ิยภมู ิ

ขน้ั ประเมนิ

ตรวจสอบผล

ตารางการวัดและประเมนิ ผล

วิธีการ เคร่ืองมอื เกณฑการประเมนิ
ตรวจใบงาน ใบงาน รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
ตรวจแบบฝก หดั แบบฝกหดั รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ
ประเมนิ แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ 2
แหลงขอมูลการศึกษา ลกู โลก แหลงขอ มลู การศึกษา ตน ไม การนําเสนอ การนําเสนอ ผานเกณฑ
แหลงขอ มลู ประเภท ทุติยภมู ิ แหลงขอมลู ประเภท ปฐมภูมิ ผลงาน ผลงาน
สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ระดับคณุ ภาพ 2
42 ภาพจาก การทาํ งานรายบคุ คล พฤติกรรม ผา นเกณฑ

แบบฝกหดั สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ระดบั คณุ ภาพ 2
หนา้ ท4ี่ 42 การทาํ งานกลุม พฤตกิ รรม ผานเกณฑ

กิจกรรม สรา งเสรมิ แนวทางการวัดและประเมินผล

1. ใหน กั เรยี นทํารายงาน เรือ่ ง แหลงขอ มูล ครูสามารถสังเกตการนาํ เสนอผลงาน พฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล
2. ใหนักเรียนเลือกขอมูลและจัดเตรียมขอมูล เพ่ือนําเสนอตาม และการทํางานกลุมของนักเรียน โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลจาก
แบบประเมินการนําเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
รปู แบบท่ีนกั เรยี นคดิ วานาสนใจอยางอิสระ และการทาํ งานกลมุ ทแี่ นบมาทา ยแผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 6 หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3
3. นาํ เสนอขอ มลู หนา ชนั้ เรยี น ดว ยวธิ กี ารสอ่ื สารทท่ี าํ ใหผ อู นื่ เขา ใจ
แบบประเมินการนาเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่
ไดง า ย
4. ครแู ละนักเรียนภายในหอ งเรียนรว มกนั สรปุ ขอ มูล เรื่อง แหลง คาชแ้ี จง:ให้ผูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่องที่ คาชแี้ จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในช่องท่ี คาชแี้ จง : ให้ผ้สู อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกับระดับคะแนน
ขอมลู
ระดับคะแนน ลาดับท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1 ลาดบั ที่ ชอื่ –สกุล การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมนี ้าใจ การมี รวม
32 32  ของนกั เรยี น ความคิดเหน็ ฟังคนอ่นื ตามท่ไี ดร้ ับ สว่ นร่วมใน 15
ลาดบั ที่ รายการประเมิน    มอบหมาย การปรับปรุง คะแนน
1 การแสดงความคิดเหน็  ผลงานกลมุ่
 1 2 การยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผูอ้ น่ื  
1 ความถกู ต้องของเนอ้ื หา  3 การทางานตามหน้าที่ท่ีได้รบั มอบหมาย  321321321321321
2 ความคดิ สรา้ งสรรค์   4 ความมีนาใจ 
3 วิธกี ารนาเสนอผลงาน  5 การตรงต่อเวลา
4 การนาไปใชป้ ระโยชน์   
5 การตรงต่อเวลา 
 

รวม

รวม ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน
............/.................../................
ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงช่ือ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
............/................./................... ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ............./.................../...............
ให้ 2 คะแนน
เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครัง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครัง ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเปน็ สว่ นใหญ่ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ บางส่วน ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ ให้ 1 คะแนน

14–15 ดีมาก เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ

11–13 ดี ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ 8–10 พอใช้ 14–15 ดมี าก

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ ต่ากว่า 8 ปรบั ปรุง 11–13 ดี

14–15 ดีมาก 8–10 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ
11–13 ดี

8–10 พอใช้

ตา่ กวา่ 8 ปรับปรงุ

T113

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4 2เวลา ช่ัวโมง

การรวบรวมข้อมลู

1. มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด

ตวั ชี้วัด
ว 4.2 ป.5/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมท่ีมีการใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะอยา่ งงา่ ย ตรวจหาขอ้ ผิดพลาดและแก้ไข

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายข้ันตอนการรวบรวมข้อมูลได้ถกู ตอ้ ง (K)
2. บอกวิธกี ารรวบรวมข้อมลู ได้ (K)
3. เขยี นการวางแผนรวบรวมข้อมูลตามขน้ั ตอนต่าง ๆ ได้ (P)
4. เหน็ ความสำ� คัญของการรวบรวมขอ้ มลู และการนำ� ไปใชใ้ นชวี ติ ประจำ� วนั (A)

3. สาระการเรยี นรู้

- ก ารประเมนิ ความน่าเชอื่ ถอื ของข้อมลู เช่น การเปรยี บเทยี บความสอดคลอ้ ง ความสมบรู ณข์ องขอ้ มลู จากหลายแหลง่
แหลง่ ตน้ ตอของข้อมูล ผ้เู ขยี น วันที่เผยแพร่ขอ้ มลู

- ก ารรวบรวมข้อมูล ประมวลผล สร้างทางเลือก และประเมินผล จะท�ำให้ได้สารสนเทศเพ่ือใช้ในการแก้ปัญหาหรือ
การตดั สนิ ใจได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ

- ใ ช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตที่หลากหลายในการรวบรวม ประมวลผล สร้างทางเลือก และน�ำเสนอ
จะช่วยให้การแก้ปัญหาท�ำไดอ้ ย่างรวดเร็ว ถูกตอ้ ง และแม่นย�ำ

4. สาระสำ� คัญ/ความคดิ รวบยอด

การรวบรวมข้อมูล เปน็ การด�ำเนนิ การด้วยวธิ ตี ่าง ๆ เพอ่ื ใหไ้ ด้ขอ้ มูล ซึง่ ข้นั ตอนในการรวบรวมข้อมลู น้ันจะประกอบดว้ ย
5 ขั้นตอน คอื ก�ำหนดวตั ถุประสงค์และความตอ้ งการของสิ่งทส่ี นใจ วางแผนและพิจารณาเลือกแหลง่ ขอ้ มลู ก�ำหนดวธิ กี าร
รวบรวมข้อมูล ค้นหาและรวบรวมขอ้ มูล และสรปุ ผลขอ้ มลู ส่วนวิธกี ารในการรวบรวมข้อมลู แบ่งเป็น 4 วิธี คือ การสงั เกต
สำ� รวจ และจดบันทึก การสอบถามหรอื การสัมภาษณ์ การสำ� รวจโดยใชแ้ บบสอบถาม และการรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร

5. สมรรถนะสำ� คัญของผูเ้ รียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสำ� คัญของผเู้ รยี น ทักษะ 4 Cs คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. ทกั ษะการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ 1. มีวินยั
2. ความสามารถในการคดิ (Critical Thinking) 2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 2. ทักษะการทำ� งานร่วมกนั 3. ม่งุ มน่ั ในการท�ำงาน
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ (Collaboration Skill)
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 3. ทักษะการสอ่ื สาร
(Communication Skill)
4. ทกั ษะความคดิ สร้างสรรค์
(Creative Thinking)

6. กิจกรรมการเรียนรู้

แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนคิ : วิธีการสอนโดยเนน้ รูปแบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้
(5Es Instructional Model)

T114

นา� น�า สอน สรปุ ประเมนิ

2.2 การรวบรวมข้อมูล1 ขน้ั นาํ

การรวบรวมขอ้ มลู เปน็ การดา� เนนิ การดว้ ยวธิ ตี า่ ง ๆ เพอ่ื ให้ กระตนุ้ ความสนใจ
ไดข้ อ้ มลู ซงึ่ การรวบรวมขอ้ มลู ม ี 5 ขนั้ ตอน ดงั น ี้
1. ครูทบทวนความรูเดิมเกี่ยวกับแหลงขอมูล
สรปุ ผลขอ้ มลู กา� หนดวตั ถปุ ระสงค์ วางแผนและพจิ ารณา พรอมกับใหนักเรียนยกตัวอยางของแหลง
และความตอ้ งการ เลอื กแหลง่ ขอ้ มลู ขอ มูลแตล ะประเภท
คน้ หาและ ของสงิ่ ทส่ี นใจ กา� หนดวธิ กี าร
รวบรวมขอ้ มลู รวบรวมขอ้ มลู 2. นักเรียนออกมาเขียนแหลงขอมูลบนกระดาน
¡าขรขéÑนรอ้ µÇมºอูลรนÇม คนละ 1 ตวั อยา ง ระหวางแหลงขอ มลู ปฐมภูมิ
การบันทึกขอมูล กับแหลงขอมูลทุติยภูมิ พรอมอภิปรายกับ
เพ่ือนทหี่ นาช้ันเรยี น

3. ครูถามนกั เรยี นวา
• ขอมูลที่นักเรียนแตละคนมานําเสนอ
หนาชั้นเรียนนัน้ นกั เรยี นไดมาดว ยวิธีใด
(แนวตอบ นกั เรยี นตอบตามประสบการณข อง
ตนเอง โดยคําตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของ
ครูผูสอน เชน การสังเกตจากการมองเห็น
การไดย นิ การจดบันทึก)

62

ภาพจาก หนงั สือเรียน หนา 62

ขอ สอบเนน การคิด นักเรียนควรรู

ข้นั ตอนการรวบรวมขอ มลู มอี ะไรบาง จงอธบิ าย 1 การรวบรวมขอมลู คือ การนาํ ขอ มลู จากแหลง ขอมลู ตางๆ มารวมกนั ไว
ในรูปแบบที่เหมาะสมดวยวิธีตางๆ ดังน้ี การสังเกตเปนการคนหาขอมูลดวย
(แนวตอบ การรวบรวมขอ มูลมี 5 ขน้ั ตอน ดังน้ี 1. การกําหนด ตนเองโดยตรง เชน การสงั เกตเหตกุ ารณต า งๆ ในชวี ติ ประจาํ วนั การสมั ภาษณ
วัตถุประสงคและความตองการของสิ่งที่สนใจ 2. วางแผนและ หรือการสอบถามเปนการรวบรวมขอมูลจากคนอ่ืนโดยผูถามใชคําพูดในการ
พิจารณาเลือกแหลงขอมูล 3. กําหนดวิธีการรวบรวมขอมูล 4. ถามและผูตอบใชคําพูดในการตอบ การตอบแบบสอบถามซึ่งเปนแบบรายการ
คน หาและรวบรวมขอมลู และ 5. สรุปผลขอมูล) คาํ ถามท่ีทําใหผอู ืน่ เขียนคําตอบลงในแบบสอบถามของผูถาม

T115

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน 1) ก�าหนดวัตถุประสงค์และ àÃèÍ× §¾ª×
ความต้องการของสิ่งท่ีสนใจ - ʋǹ»ÃСͺ¢Í§¾×ª
สาํ รวจคน้ หา เใปน็นกาสร่ิงรทวี่คบวรรวปมฏขิบ้อัตมิเูลป1เ็นพอ่ือยเป่า็นงแกรากร - ¡ÒÃà¨ÃÞÔ àµºÔ âµ¢Í§¾×ª
- ¡ÒÃÊ׺¾¹Ñ ¸¢Ø ͧ¾ª×
1. นักเรียนสืบคนความหมายของการรวบรวม
ขอมูลจากอินเทอรเน็ตท่ีเครื่องคอมพิวเตอร ก�าหนดวัตถุประสงค์และขอบข่าย
ของตนเอง ของข้อมูลท่ีต้องการค้นหา ว่า
ต้องการรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับ
2. ครสู ุม นักเรยี น 2-3 คน ออกมานาํ เสนอหนา เรอื่ งอะไรบา้ ง ภาพท่ี 3.13 กาํ หนดวัตถปุ ระสงคแ ละความ
ชน้ั เรยี น พรอมกับอภิปรายรว มกนั ในชนั้ เรยี น ตองการของสิง่ ทสี่ นใจ

3. นักเรียนศึกษาการรวบรวมขอมูลหนังสือเรียน 2) วางแผนและพิจารณา
รายวชิ าพน้ื ฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคาํ นวณ) เลือกแหล่งข้อมูล จะต้องท�าการ
ป.5 หรือสืบคนเพ่ิมเติมเพ่ือขยายความเขาใจ วิเคราะห์ว่า มีแหล่งข้อมูลใดบ้าง
จากอินเทอรเ น็ต ทม่ี ขี อ้ มลู ทตี่ อ้ งการอย ู่ โดยจะตอ้ ง
เลือกจากแหล่งข้อมูลท่ีมีความ
อธบิ ายความรู้ น่าเช่ือถือ เช่น บุคคลท่เี กี่ยวขอ้ ง
กับข้อมูลโดยตรง หน่วยงานของ
1. ครูอธิบายความรู เร่ือง ขั้นตอนการรวบรวม รัฐ หรือแหล่งข้อมูลที่ตนเองได้
ขอมูล ซึ่งมีขั้นตอน ดังตอไปนี้ การกําหนด เข้ารว่ มอยู่ในเหตกุ ารณ์ เพราะจะ
วัตถุประสงคและความตองการของส่ิงที่สนใจ ท�าใหไ้ ด้ข้อมูลทถี่ กู ต้องน่าเชอ่ื ถอื
การวางแผนและพจิ ารณาเลือกแหลง ขอมูล

ภาพที่ 3.14 วางแผนและพจิ ารณาเลอื กแหลง ขอ มูล

63

ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 63

นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคดิ

1 ขอ มลู คอื ขา วสาร เอกสาร ขอ เทจ็ จรงิ เกยี่ วกบั บคุ คล สงิ่ ของหรอื เหตกุ ารณ ขอ ใดไมใชประโยชนข องขอมลู
ทม่ี ีอยใู นรูปของตวั เลข ภาษา ภาพ สญั ลักษณตางๆ ทม่ี คี วามหมายเฉพาะตัว 1. นา้ํ ศึกษาขอ มลู เพราะชวยใหมีความรเู พิม่ ขนึ้
ซึ่งยังไมมีการประมวลไมเก่ียวกับการนําไปใชไดอยางมีประสิทธิภาพ ตัวอยาง 2. บที ราบขอมูลของสิง่ ทสี่ นใจจากการศึกษาขอ มูลนนั้
ของขอ มลู เชน 3. มดใชข อ มูลในการวางแผนการเดนิ ทางไปตา งจงั หวัด
4. กานใชข อมูลชวยประกอบการตดั สนิ ใจในการซอื้ โทรศพั ท
• ขอมูลการรับนกั เรียนเขาศึกษาตอในระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 1 และ 4
ปการศึกษา 2546 ของโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา (วเิ คราะหคําตอบ นํ้าศึกษาขอมูลเพราะชวยใหมีความรูเพิ่มข้ึน
ชลบรุ ี เขต 1 มดใชขอมูลในการวางแผนการเดินทางไปตางจังหวัด และกาน
ใชขอมูลชวยประกอบการตัดสินใจในการซื้อโทรศัพท เปนการ
• ขอ มลู นกั ทอ งเทย่ี วชาวตา งประเทศทเ่ี ขา มาเทย่ี วในจงั หวดั สระบรุ ี ประจาํ ป นําขอมูลท่ีไดไปใชใหเกิดประโยชน สวนบีทราบความจริงของ
2560 สิ่งที่สนใจจากการศึกษาขอมูลไมใชประโยชนของขอมูล ดังนั้น
ตอบขอ 2.)

T116

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

3) ก�าหนดวิธีการรวบรวม 1. Ê§Ñ à¡µÅ¡Ñ É³Ð ขน้ั สอน
ขอ้ มลู เปน็ การเลอื กวธิ กี ารทจ่ี ะ ¢Í§´Í¡äÁŒ
รวบรวมขอ้ มลู โดยการพจิ ารณา 2. ¤Œ¹ËҢ͌ ÁÙÅã¹ อธบิ ายความรู้
แหลง่ ขอ้ มลู วา่ เปน็ อะไร แลว้ จงึ Í¹Ô à·ÍÃà ¹çµ
เลือกวิธีการรวบรวมข้อมูลที่ 2. ครูอธิบายวิธีการรวบรวมขอมูลซึ่งมีทั้งหมด
เหมาะสมกบั แหลง่ ขอ้ มลู โดยวธิ ี ภาพท่ี 3.15 กําหนดวธิ ีการรวบรวมขอมลู 4 วิธี ดังน้ี
การรวบรวมข้อมลู สามารถแบ่งไดเ้ ปน็ 4 วิธ ี ดงั นี้ • การสงั เกต สํารวจ และจดบนั ทกึ
1. การสงั เกต สา� รวจ และจดบันทกึ • การสอบถามหรือสมั ภาษณผ ทู เ่ี ก่ียวขอ ง
2. การสอบถาม หรือสมั ภาษณ์ผทู้ เี่ ก่ยี วขอ้ ง • การสํารวจโดยการใชแบบสอบถาม
3. ก ารส�ารวจ โดยการใช้แบบสอบถาม แบบทดสอบ แบบทดสอบ
4. การรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร หรือข้อมูลที่ผู้อื่น • การรวบรวมขอมูลจากเอกสารหรือขอมูลที่
รวบรวมไวแ้ ลว้ ผอู น่ื รวบรวมไวแลว

3. ครูอธิบายเก่ียวกับการรวบรวมขอมูลเพิ่มเติม
วาวิธีการรวบรวมขอมูล จัดเปนข้ันตอนหนึ่ง
ของการดําเนินงานท่ีเกี่ยวกับการศึกษาสิ่งใด
สง่ิ หนงึ่ เพอ่ื ใหบ รรลวุ ตั ถปุ ระสงคท ต่ี งั้ ไว ดงั นน้ั
กอนการรวบรวมขอมูล ผูท่ีทําการรวบรวม
ขอมูลจึงตองทราบถึงวัตถุประสงคของการนํา
ขอมลู ไปใช เพ่ือใหไดขอมลู ท่ีถูกตอง ชดั เจน
ตรงประเดน็ และใชเวลานอยลง

4) ค้นหาและรวบรวมข้อมูล เมื่อเร่ิมด�าเนินการรวบรวม
ขอ้ มลู ควรกา� หนดสง่ิ ทจ่ี ะตอ้ งทา� แลว้ ลงมอื ปฏบิ ตั ิ และเลอื กวธิ ี
การรวบรวมขอ้ มูลทเ่ี หมาะสม

ภาพท่ี 3.16 การคนหาและรวบรวมขอ มลู ดวยวิธกี ารตาง ๆ การบันทึกขอมูล

64 ภาพจาก หนงั สือเรยี น หนา 64

ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

ขอ ใดเปนการรักษาแหลง ขอ มูลที่เหมาะสม ครอู ธบิ าย เรอ่ื ง การกาํ หนดวธิ กี ารรวบรวมขอ มลู ใหน กั เรยี นฟง วา เปน การ
1. บอกคุณครูในหอ งสมุดวาหนังสอื ชํารดุ เลอื กวธิ กี ารทจ่ี ะรวบรวมขอ มลู โดยการพจิ ารณาแหลง ขอ มลู วา เปน อะไร แลวจงึ
2. ใชมอื สมั ผัสภาพจิตรกรรมฝาผนงั ในวดั เลือกวิธีการรวบรวมขอมูลท่ีเหมาะสมกับขอมูลนั้นๆ ซ่ึงวิธีการรวบรวมขอมูล
3. ซอ นหนังสอื ของหองสมดุ ทตี่ นเองตอ งการใช มที งั้ หมด 4 วิธี คอื การสงั เกต สาํ รวจ จดบนั ทกึ การสอบถาม หรือสมั ภาษณ
4. จดั วางสง่ิ ของทจี่ ดั แสดงในพพิ ธิ ภณั ฑใ หมต ามทตี่ นเองชอบ ผทู ่ีเก่ยี วขอ ง การสาํ รวจโดยการใชแ บบสอบถาม แบบทดสอบ และการรวบรวม
ขอมูลจากเอกสารหรือขอมูลท่ีผูอื่นรวบรวมไวแลว จากน้ันครูอธิบาย เร่ือง
(วิเคราะหคําตอบ การรกั ษาแหลง ขอ มลู ทเี่ หมาะสมเปน การรกั ษา การคน ควา และรวบรวมขอ มลู ใหน กั เรยี นฟง วา เมอ่ื เรม่ิ ดาํ เนนิ การรวบรวมขอ มลู
เพือ่ ทจี่ ะใหแ หลงขอ มูลนนั้ สามารถนําไปใชประโยชนไ ดต อไป ซงึ่ แลว ควรกําหนดสิ่งท่ีจะตองทําแลวลงมือปฏิบัติ และตองเลือกวิธีการรวบรวม
การบอกคุณครูในหองสมุดวาหนังสือชํารุดเปนการรักษาแหลง ขอ มูลทเี่ หมาะสม
ขอ มลู ท่ีดี เพือ่ ทจี่ ะไดมหี นงั สือใชก นั ตอไป ดงั นั้น ตอบขอ 1.)

T117

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน 5) สรปุ ผลขอ้ มลู เมอ่ื ไดข้ อ้ มลู ทต่ี อ้ งการแลว้ ตอ้ งนา� ขอ้ มลู
ที่ได้จากแหล่งต่าง ๆ มาพิจารณาเปรียบเทียบกันแล้วจึงน�า
อธบิ ายความรู้ ข้อมลู ท่รี วบรวมไดม้ าประมวลผลใหเ้ ปน็ สารสนเทศท่ีต้องการ
การสรปุ ผลขอ้ มลู ทร่ี วบรวมไว ้ ทา� ไดโ้ ดยนา� ขอ้ มลู มาจดั
4. ครเู ปด โอกาสใหน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมกลมุ อยา ง กระทา� โดยวธิ ีใดวิธีหน่ึง เชน่ บันทึกลงตารางเพอื่ เปรียบเทียบ
อิสระ และใหแตละกลุมสงตัวแทนออกมา และเรียงล�าดับข้อมูล โดยข้อมูลที่ผ่านกระบวนการจัดกระท�า
นาํ เสนอหนาชั้นเรียน แลว้ ไดผ้ ลลพั ธท์ ส่ี ามารถนา� ไปใชป้ ระโยชนไ์ ด ้ เรยี กวา่ สารสนเทศ
ซึ่งการน�าเสนอสารสนเทศสามารถท�าได้หลายลักษณะ เช่น
5. ครูถามคําถามทา ทายการคดิ ขัน้ สงู วา ในการ การพูดรายงาน การจดั ปา ยนเิ ทศ
รวบรวมขอมูล ถาขาดข้ันตอนการวางแผน
พจิ ารณาเลอื กแหลง ขอ มลู จะสง ผลอยา งไรบา ง ¡ารนíาเสนอขอ้ มลู
จากนั้นใหนักเรยี นชวยกันคิดหาคาํ ตอบ àÃ×Íè § ¾×ª

ภาพที่ 3.17 การนาํ เสนอสารสนเทศลักษณะตาง ๆ

¤Ó¶ÒÁ·ÒŒ ·Ò¡ÒäԴ¢¹éÑ ÊÙ§

แนวตอบ คาํ ถามทา้ ทายการคดิ ขัน้ สูง ในการรวบรวมขอ้ มลู ถา้ ขาดขน้ั ตอนการวางแผนและพจิ ารณา
เลอื กแหล่งข้อมูล จะสง่ ผลอย่างไรบา้ ง
นักเรียนตอบตามประสบการณของตนเอง
โดยคําตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน เชน 65
สงผลใหแ หลง ขอมลู ท่ีไดม าขาดความนา เชื่อถอื
ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 65

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ

ครูอธบิ าย เรื่อง การสรุปผลขอมลู ใหน ักเรียนฟงวา เม่อื ไดขอ มูลทีต่ องการ ถาตอ งการไดข อ มูลทถี่ ูกตองแมน ยาํ ควรปฏบิ ตั ิอยางไร
แลว ตองนําขอมูลท่ีไดจากแหลงตางๆ มาพิจารณาเพ่ือเปรียบเทียบกัน แลว 1. อานขอมูลเทา ที่มีอยูซํา้ หลายรอบ
จึงนําขอมูลนั้นมาประมวลผลใหเปนสารสนเทศตามท่ีตองการ ซ่ึงขอมูลท่ีผาน 2. อา นขอมลู จากหนังสือที่เปน ทน่ี ิยม
กระบวนการจัดกระทําแลวผลลัพธที่ไดสามารถนํามาใชประโยชนได เรียกวา 3. อา นจากหนงั สือท่ใี หข อมลู มากท่ีสดุ
สารสนเทศ จากน้ันครูใหนักเรียนภายในหองชวยกันสรุป เร่ือง ขั้นตอนของ 4. อา นขอมูลจากหลายแหลง แลว นาํ มาเปรียบเทียบกนั
การรวบรวมขอ มูลวา มีขน้ั ตอนอะไรบา ง และอธบิ ายลักษณะตา งๆ ของแตล ะ
ขน้ั ตอน (วเิ คราะหค าํ ตอบ ถาตองการไดขอมูลที่ถูกตองแมนยําควรจะ
ตอ งอานขอมลู จากหลายแหลง แลว นาํ มาเปรยี บเทยี บกัน ดังน้นั
ตอบขอ 4.)

T118

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

¡Ô¨¡รรÁ Com Sci ขน้ั สอน
½ƒ¡·¡Ñ ÉÐ
ขยายความเขา้ ใจ
ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 4-5 คน แลว้ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ รวบรวมขอ้ มลู
ตามขน้ั ตอน เพอ่ื สา� รวจความคดิ เหน็ ของนกั เรยี นในโรงเรยี นเกย่ี วกบั กฬี า 1. นกั เรยี นแตล ะกลมุ รว มกนั ทาํ กจิ กรรมฝก ทกั ษะ
ทช่ี ่นื ชอบ โดยปฏิบัติ ดงั น้ี Com Sci ในหนังสือเรยี น

1. ให้นกั เรยี นวางแผนรวบรวมขอ้ มลู ตามขนั้ ตอนต่าง ๆ 2. ใหนกั เรียนแตละกลมุ ออกมานาํ เสนอแนวทาง
การรวบรวมขอมูลเพ่ือจัดทําแบบสํารวจความ
คิดเห็นหนาชั้นเรียน เพื่อสํารวจความคิดเห็น
ของนักเรียนภายในโรงเรียนเก่ียวกับกีฬาท่ี
ชื่นชอบ จากนั้นใหแตละกลุมกลับไปทําเปน
การบา น และนํามาสง ในช่วั โมงถัดไป

ข้นั ตอน รายละเอียดกิจกรรม

ขั้นท่ี 1 ก�าหนดวตั ถปุ ระสงค์ ......................................................................................

ข้ันที ่ 2 เลอื กแหลง่ ขอ้ มูล ......................................................................................

ขั้นท ี่ 3 กา� หนดวิธกี ารรวบรวมข้อมูล บนั ทกึ ลงในสมดุ......................................................................................

ขนั้ ที่ 4 ดา� เนินการรวบรวมข้อมูล ......................................................................................
ขั้นท ี่ 5 สรปุ ผลข้อมูล ......................................................................................

2. ออกแบบแบบสอบถามเพ่ือรวบรวมข้อมลู ใหไ้ ด้ตามประเด็น
ท่กี �าหนด แล้วนา� เสนอหน้าชั้นเรียน

• มีจ�านวนนักเรยี นกคี่ น
• มีกีฬาก่ีชนิดทน่ี ักเรยี นช่นื ชอบ
• กีฬาแตล่ ะชนิดมีนกั เรียนช่ืนชอบก่คี น
• นักเรียนชอบกีฬาชนิดใดมากที่สดุ และมกี ่ีคน

ทักษะการเรียนร้ใู นศตวรรษท่ี 21
1. ทกั ษะการสอ่ื สารและการรว่ มมือ 2. ทกั ษะการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ
66 3. ทกั ษะดา้ นความเป็นผนู้ า� และความรับผิดชอบ

ภาพจาก หนงั สือเรยี น หนา 66

ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

การจดั ทาํ ขอ มลู ใหเ ปน สารสนเทศ เมอื่ ตรวจสอบขอ มลู ทไ่ี ดม า ครูอธิบายวิธีการทํากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ใหนักเรียนฟง แลวให
แลว ควรปฏิบัตอิ ยางไร นักเรียนแบงกลุม และใหแตละกลุมรวบรวมขอมูลตามขั้นตอน เพื่อสํารวจ
ความคิดเห็นของนักเรียนในโรงเรียนเกี่ยวกับกีฬาท่ีชื่นชอบ จากนั้นบันทึก
1. วิเคราะหข อ มูล ขอความลงในสมุดประจําตัว นักเรียนอาจจะทบทวนความรูเดิมไดจาก
2. ประมวลผลขอมูล หนงั สอื เรยี นหรือสอื่ ออนไลนตา งๆ เพอื่ หาคําตอบของกจิ กรรมน้ี
3. จัดเก็บขอมลู ทันที
4. นาํ ขอ มูลไปใชท ันที

(วเิ คราะหคาํ ตอบ การจัดทาํ ขอมูลใหเปนสารสนเทศ เม่อื ตรวจ
สอบขอมูลท่ีไดมาแลวจะตองนําขอมูลเหลานั้นไปประมวลผล
เพ่ือใหออกมาเปน สารสนเทศ ดังน้นั ตอบขอ 2.)

T119

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน ใบงานที่ 3.4.1
เร่ือง การรวบรวมข้อมูล
ขยายความเขา้ ใจ
คาชีแ้ จง : ให้นักเรยี นรวบรวมขอ้ มูลตามขั้นตอนการรวบรวมท้งั 5 ขั้นตอน เพื่อสารวจในประเด็น
3. ครูใหนักเรียนทําใบงาน เร่ือง การรวบรวม ที่นกั เรยี นสนใจมาคนละ 1 ประเด็น จากนั้นบนั ทกึ ผลอยา่ งละเอยี ด
ขอมูล โดยใหนักเรียนรวบรวมขอมูลตาม
ข้นั ตอนการรวบรวมทัง้ 5 ข้ันตอน เพอ่ื สํารวจ 1. ใหน้ กั เรียนวางแผนรวบรวมขอ้ มูลตามขัน้ ตอนตา่ งๆ
ในประเดน็ ทน่ี กั เรยี นสนใจมาคนละ 1 ประเดน็
จากน้ันบนั ทึกผลลงในใบงานอยางละเอยี ด

ชอื่ หัวขอ้ เร่ืองที่นกั เรียนสนใจ การสารวจรสชาติไอศกรีมทช่ี ่นื ชอบของเพอื่ นในหอ้ งเรยี นจานวน 10 คน

ขนั้ ตอน รายละเอียด
ขนั้ ตอนที่ 1 กาหนดวตั ถุประสงค์ รสชาติไอศกรมี ท่ีช่ืนชอบ.........................................................
ขัน้ ตอนที่ 2 เลือกแหลง่ ข้อมูล .......................................................................................... .....
ขั้นตอนท่ี 3 กาหนดวิธีการรวบรวมข้อมูล เพอื่ นในห้องเรยี นจานวน 10 คน.............................................
ขนั้ ตอนท่ี 4 ดาเนนิ การรวบรวมข้อมูล .......................................................................................... .....
ขั้นตอนท่ี 5 สรุปผลข้อมูล แบบบนั ทกึ ,แบบสอบถาม,แบบสมั ภาษณ์................................
.......................................................................................... .....
ใช้แบบบันทกึ ,แบบสอบถาม,แบบสัมภาษณ์เปน็ รายบุคคล......
.......................................................................................... .....
สรุปข้อมูลรสชาตไิ อศกรีมที่เพ่อื นชืน่ ชอบ...............................
......................................................................................... ......

2. ให้นักเรียนออกแบบสอบถามเพอื่ รวบรวมข้อมูลตามประเดน็ ท่ีนักเรียนกาหนด
ระดับความชอบ
ลาดบั ขอ้ คาถาม ชอบ เฉยๆ ไมช่ อบ

1 ไอศกรีมรสวนลิ า 

2 ไอศกรีมรสช็อกโกเลต 
3 ไอศกรีมรสสตอเบอร่ี

ข้อเสนอแนะเพ่มิ เตมิ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ภาพจาก

แผนการสอน ท่ี 14

หน่วยท่ี 31

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด

ครูอธิบายขั้นตอนการทําใบงานใหนักเรียนฟง โดยใหนักเรียนรวบรวม การประมวลผลขอ มูล หมายถงึ ขอ ใด
ขอมูลตามข้ันตอนการรวบรวมทั้ง 5 ข้ันตอน เพ่ือสํารวจในประเด็นที่นักเรียน 1. การตรวจสอบขอมูลที่ไดร บั
สนใจมาคนละ 1 ประเดน็ จากนน้ั บันทึกผลอยา งละเอยี ด ซึ่งในขอแรกครใู ห 2. การนาํ ขอมูลไปใชในลกั ษณะตางๆ
นกั เรียนวางแผนรวบรวมขอมูลตามขั้นตอนตา งๆ และในขอสองครใู หน ักเรียน 3. การเกบ็ รักษาขอ มลู ในรูปแบบตา งๆ
ออกแบบแบบสอบถามเพอ่ื รวบรวมขอ มูลตามประเดน็ ท่ีนกั เรยี นกาํ หนด 4. การจดั กระทําขอมูลใหเ ปน สารสนเทศ

(วเิ คราะหคําตอบ การประมวลผลขอมูลเปนการนําขอมูลที่เก็บ
รวบรวมไดมาผานกระบวนการตางๆ เพ่ือแปรสภาพขอมูลใหอยู
ในรปู แบบทต่ี องการ เรียกวา ขอมลู สนเทศหรือสารสนเทศ ดงั นัน้
ตอบขอ 4.)

T120

นาํ สอน สรปุ ประเมิน

2. ใหนกั เรียนเขยี นอธิบายขน้ั ตอนการรวบรวมขอมูลใหถกู ตอ ง ขนั้ สอน
โดยใหน กั เรียนเลือกหัวขอที่กําหนดใหมา 1 หวั ขอ ((1ต0ัวคอะยแานงนค) าํ ตอบ)
• สัตวปาที่อาศัยอยูใ นธรรมชาติ • อปุ กรณเ ทคโนโลยี ขยายความเขา ใจ
1. ติดรูปภาพหรอื วาดภาพทีน่ กั เรยี นตองการรวบรวมขอ มลู ลงในกรอบ
4. ครใู หนักเรียนทําแบบฝก หัด หนา 43-44 เรอ่ื ง
การรวบรวมขอมูล ในแบบฝกหัด รายวิชา
พ้ืนฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคํานวณ)
ป.5 โดยใหนักเรียนเขียนอธิบายแตละ
ขน้ั ตอนของการรวบรวมขอมูลใหถกู ตอง

เฉฉบลับย ขนั้ สรปุ

นักเรียนเลือกรวบรวมขอมูลเกย่ี วกบั คอมพิวเตอร ตรวจสอบผล
เหตผุ ลทน่ี กั เรียนตอ งการรวบรวมขอ มูล
1. ครูประเมินผลนักเรียน จากการสังเกตการ
อยากสรา งเกมคอมพวิ เตอร อยากเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอรไ ด ตอบคาํ ถาม การทาํ ใบงาน และสมดุ ประจาํ ตวั

2. แหลงขอ มูลจากที่ใดบา งที่มีความนาเชื่อถอื และนกั เรยี นสามารถ 3. นักเรยี นรวบรวมขอ มลู โดยวิธใี ด และทาํ อยา งไร 2. ครูตรวจสอบความถูกตองของการทําใบงาน
นํามาเปน ขอมลู ได และกจิ กรรมฝกทักษะ
1) การสังเกต สาํ รวจ และจดบันทกึ จากคอมพิวเตอรเ ครอ่ื งอ่ืน ๆ
1) การใชอ ินเทอรเ น็ตหาขอมูล เชน ขอมลู รูปภาพ วิดีโอ บทความเกีย่ วกับ 2) การสอบถาม โดยสอบถามจากบุคคลท่ีมีความรเู รอ่ื งคอมพิวเตอรแ ละ ขน้ั ประเมนิ
คอมพวิ เตอรท่ีมีการอธิบายอยา งเปนขน้ั ตอนจากเวบ็ ไซตท่นี าเชอื่ ถือ
มคี วามนา เช่อื ถอื ตรวจสอบผล
2) หนงั สอื เกยี่ วกับคอมพิวเตอร 3) การรวบรวมขอมูลจากแบบทดสอบ หรือสอบถามจากผคู นจาํ นวน
3) ผเู ชยี่ วชาญท่ีมคี วามรเู กี่ยวกับการใชค อมพิวเตอร
มากเพ่อื ใหไ ดขอ มลู ท่มี ีมมุ มองตอ คอมพิวเตอรห ลากหลาย
43 4) รวบรวมขอ มูลจากหนังสอื และเว็บไซตเก่ยี วกบั คอมพวิ เตอรท ีม่ คี วาม

นาเช่ือถือ ตารางการวดั และประเมนิ ผล

4. ใหน ักเรียนบอกขน้ั ตอนการคนหาและรวบรวมขอมูลท่ีนกั เรยี น วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑการประเมิน
เลอื กศกึ ษา ตรวจใบงาน ใบงาน รอ ยละ 60 ผานเกณฑ

การคนหาขอมูลดวยคอมพิวเตอรจากการใชอินเทอรเน็ต เว็บไซตท่ีใชใน ตรวจแบบฝก หดั แบบฝก หดั รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
เฉฉบลบั ย การคน หาขอมลู คอื www.google.com ซึ่งเปน แหลงรวบรวมเว็บไซตท ี่
ประเมิน แบบประเมิน ระดับคณุ ภาพ 2
เปน แหลง ขอ มลู มที งั้ รายละเอยี ดของคอมพวิ เตอร วธิ กี ารประกอบ การซอ ม การนําเสนอ การนําเสนอ ผา นเกณฑ
และคณุ สมบัตขิ องอปุ กรณแ ตละชนิ้ สวน มีรปู ภาพและวดิ ีโอประกอบ เพื่อ ผลงาน ผลงาน
ใชในการศกึ ษา หรอื ใชว ธิ กี ารจดบนั ทกึ จากการเดินสาํ รวจคอมพิวเตอรท่ี
รานคานํามาตั้งแสดง จากนั้นนําขอมูลท่ีไดมารวมกันและประมวลผลให สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกต ระดบั คุณภาพ 2
เปน ขอ มูลชุดเดยี วกัน การทาํ งาน พฤติกรรม ผา นเกณฑ
รายบคุ คล
5. สรุปผลจากการคน หาและรวบรวมขอมูล
สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต ระดับคุณภาพ 2
1) สามารถหาขอมูลเกี่ยวกับสวนประกอบหลักของคอมพิวเตอรได เชน การทํางานกลุม พฤตกิ รรม ผานเกณฑ
ฮารด ดสิ ก แรม ซพี ยี ู การด จอ เมนบอรด สายเชื่อมอปุ กรณ เครอ่ื ง
สํารองไฟ พดั ลมระบายความรอน ฯลฯ

2) ทราบลักษณะและคณุ สมบตั ิเฉพาะของอุปกรณแ ตล ะช้ินสว น
3) ไดรขู ัน้ ตอนการประกอบและการเชือ่ มตออุปกรณใ หท าํ งานได
4) ไดร บั ความรเู พอ่ื การแกป ญ หาเบอ้ื งตน เมอ่ื คอมพวิ เตอรม คี วามผดิ ปกตไิ ด

44

ภาพจาก

แบบฝึกหัด
หน้า 43-44

ขอ สอบเนน การคดิ แนวทางการวัดและประเมินผล
1) สรปุ ผลขอ มลู ทรี่ วบรวมได
2) กาํ หนดหัวขอ ของขอ มลู และเตรียมอปุ กรณทีใ่ ชใ นการบันทึก ครูสามารถสังเกตการนําเสนอผลงาน พฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
3) กาํ หนดวตั ถุประสงคแ ละความสนใจ และการทํางานกลุมของนักเรียน โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลจาก
4) คน หาและรวบรวมขอ มลู จากแหลง ขอ มูลตา งๆ แบบประเมินการนําเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
5) วางแผนพิจารณาเลอื กแหลง ขอ มูล และการทาํ งานกลมุ ทแ่ี นบมาทา ยแผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 6 หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3

จากขอ ความทก่ี าํ หนดให ขอ ใดเรยี งลาํ ดบั ขน้ั ตอนการรวบรวม แบบประเมินการนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่

ขอ มูลไดถ กู ตอง คาชแี้ จง:ให้ผ้สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่องที่ คาชแี้ จง : ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในชอ่ งที่ คาชแี้ จง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกับระดับคะแนน ตรงกบั ระดับคะแนน

ระดบั คะแนน ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1 ลาดับที่ ช่ือ–สกุล การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมีน้าใจ การมี รวม
32 32  ของนกั เรยี น ความคดิ เหน็ ฟังคนอน่ื ตามทไ่ี ด้รบั สว่ นรว่ มใน 15
ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ    มอบหมาย การปรับปรงุ คะแนน
1  ผลงานกล่มุ
  1 การแสดงความคิดเห็น  
1. 3) 5) 2) 4) 1) 2. 2) 4) 5) 3) 1) 1 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา  2 การยอมรับฟังความคดิ เห็นของผูอ้ นื่  321321321321321
2 ความคดิ สร้างสรรค์   3 การทางานตามหนา้ ท่ีท่ไี ดร้ บั มอบหมาย 
3. 5) 2) 4) 3) 1) 4. 4) 3) 2) 1) 5) 3 วิธกี ารนาเสนอผลงาน  4 ความมีนาใจ
4 การนาไปใช้ประโยชน์   5 การตรงต่อเวลา 
5 การตรงต่อเวลา
 รวม 

รวม

(วิเคราะหคาํ ตอบ การเรียงลําดับขั้นตอนการรวบรวมขอมูล ลงชอื่ ...................................................ผ้ปู ระเมนิ ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ
ไดเหมาะสมเรียงได ดังน้ี กําหนดวัตถุประสงคและความสนใจ ............/................./................... ............/.................../................
วางแผนพิจารณาเลือกแหลงขอมูล กําหนดหัวขอของขอมูล
และเตรียมอุปกรณที่ใชในการบันทึก คนหาและรวบรวมขอมูล เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ลงช่อื ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
จากแหลงขอมูลตางๆ และสรุปผลขอมูลที่รวบรวมได ดังน้ัน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 2 คะแนน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน ............./.................../...............
ตอบขอ 1.) ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเปน็ สว่ นใหญ่ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครงั เกณฑก์ ารให้คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ บางส่วน ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้งั
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ ให้ 1 คะแนน

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 14–15 ดมี าก เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ

14–15 ดีมาก 11–13 ดี ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ

11–13 ดี 8–10 พอใช้ 14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้ ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ 8–10 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ

T121

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 2เวลา ชั่วโมง

การประมวลผลขอ้ มูล

1. มาตรฐาน/ตัวช้วี ดั

ตวั ช้วี ดั
ว 4.2 ป.5/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมทีม่ ีการใช้เหตุผลเชิงตรรกะอยา่ งงา่ ย ตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดและแกไ้ ข

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธิบายความหมายของการประมวลผลข้อมลู ได้ (K)
2. บอกวิธกี ารประมวลผลข้อมลู ได้อย่างถูกต้อง (K)
3. สรา้ งทางเลอื กในการประมวลผลข้อมลู ได้ (P)
4. เหน็ ความสำ� คัญของการประมวลผลขอ้ มลู และการนำ� ไปใชใ้ นชีวิตประจ�ำวัน (A)

3. สาระการเรยี นรู้

การรวบรวมขอ้ มลู ประมวลผล สรา้ งทางเลอื ก และประเมนิ ผล จะทำ� ใหไ้ ดส้ ารสนเทศเพอื่ ใชใ้ นการแกป้ ญั หาหรอื การ
ตดั สนิ ใจได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ

4. สาระส�ำคญั /ความคดิ รวบยอด

ข้อมูลท่ีอยู่รอบตัวเรามีจ�ำนวนมาก ๆ มีข้อมูลบางอย่างที่สามารถน�ำมาใช้ได้ทันที และมีข้อมูลบางอย่างท่ีจะต้องน�ำไป
ประมวลผลทำ� ใหเ้ ปน็ ขอ้ มลู สารสนเทศกอ่ นนำ� มาใชง้ าน เพอื่ ใหส้ ามารถนำ� ขอ้ มลู ไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งสะดวกและเกดิ ประโยชนอ์ ยา่ ง
สูงสุด ส�ำหรับการประมวลผลข้อมูลน้ันสามารถเลือกท�ำได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบข้อมูล การจัดกลุ่ม
ขอ้ มลู การแยกแยะขอ้ มลู และการเรยี งล�ำดับขอ้ มลู

5. สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรยี นและคุณลักษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสำ� คญั ของผู้เรยี น ทักษะ 4 Cs คุณลักษณะอันพึงประสงค์

1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. ทักษะการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ 1. มวี นิ ัย
2. ความสามารถในการคดิ (Critical Thinking) 2. ใฝ่เรียนรู้
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 2. ทกั ษะการท�ำงานร่วมกัน 3. ม่งุ มั่นในการทำ� งาน
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต (Collaboration Skill)
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 3. ทกั ษะการสอ่ื สาร
(Communication Skill)
4. ทกั ษะความคดิ สร้างสรรค์
(Creative Thinking)

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้

แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : วธิ กี ารสอนโดยเน้นรปู แบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้
(5Es Instructional Model)

T122

นา� น�า สอน สรปุ ประเมนิ

2.3 การประมวลผลขอ้ มูล ขนั้ นาํ

ขอ้ มลู ทอี่ ยรู่ อบตวั มจี า� นวนมาก โดยขอ้ มลู บางอยา่ งสามารถ กระตนุ้ ความสนใจ
นา� มาใชไ้ ดท้ นั ท ี และขอ้ มลู บางอยา่ งจะตอ้ งนา� ไปประมวลผลให้
เปน็ สารสนเทศกอ่ นนา� มาใชง้ าน ซง่ึ การประมวลผลนนั้ สามารถ 1. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทน
ทา� ไดห้ ลายวธิ ี เชน่ การเปรยี บเทยี บขอ้ มลู การจดั กลมุ่ ขอ้ มลู การ ออกมานาํ เสนอผลการจดั ทาํ แบบสาํ รวจความ
แยกแยะขอ้ มลู การเรยี งลา� ดบั ขอ้ มลู หรอื การคา� นวณผลขอ้ มลู คดิ เหน็ ของนกั เรียนแตละกลมุ
เพอ่ื ใหน้ า� ขอ้ มลู ไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งสะดวกและเกดิ ประโยชนส์ งู สดุ
2. ครูซักถามเพอ่ื กระตุนความคิดของนักเรียนวา
µÇÑ ÍÂÒ‹ § ¡าร»รÐมÇล¼ลขอ้ มลู • นกั เรยี นมีวิธีการจัดการกับขอ มูลอยา งไร
(แนวตอบ นกั เรยี นตอบตามความคดิ เหน็ ของ
ปูต้องการวิเคราะห์ข้อมูลน้�าหนัก และส่วนสูงของนักเรียน ตนเอง โดยคําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของ
ชนั้ ป.5 โดยการเปรยี บเทยี บขอ้ มลู กบั เกณฑม์ าตรฐานวา่ นกั เรยี นคนใด ครผู สู อน เชน การวิเคราะหข อมลู การจดั
มีน�า้ หนกั และส่วนสงู ทสี่ ูงกวา่ หรอื ต่�ากวา่ เกณฑ์มาตรฐาน กลมุ ขอ มูล การคํานวณขอ มลู การแยกแยะ
ขอมูล การประเมินผลขอ มลู )
ตารางแสดงเกณฑม์ าตรฐานของน�้าหนักและส่วนสงู ตามอายุ
ขน้ั สอน
อาÂØ นาíé ËนÑ¡ นéíาËน¡Ñ ʋǹʧ٠ÊÇ‹ ¹ÊÙ§ »รÐมÇล¼ลâ´Â
(เ´อ× น) ªÒ (¡¡.) ËÞ§Ô (¡¡.) ªÒ («Á.) ËÞÔ§ («Á.) - ¡ÒÃÇÔà¤ÃÒÐˏ สาํ รวจคน้ หา
50-57 - ¡Òè´Ñ ¡ÅÁØ‹
1 3.5-5 3-4.5 53-60 49-57 - ¡ÒäÒí ¹Ç³ นักเรียนแตละคนคนหาความหมายของการ
2 4-6 4-5.5 55-63 51-60 ประมวลผลขอมูลจากอินเทอรเน็ตท่ีเคร่ือง
3 4.5-6.5 4.2-6 57-66 53-63 คอมพิวเตอรของตนเอง จากนั้นครูสุมนักเรียน
4 5-7.5 4.5-7 59-68 55-66 2-3 คน ออกมานาํ เสนอขอ มลู หนา ชน้ั เรยี น พรอ ม
5 5.5-8 5-7.8 61-70 58-68 กบั อภิปรายรวมกันในชั้นเรยี น
6 6-9 5.5-8.5 63-73 59-71
7 7-10 6-9.5 65-75 61-73 อธบิ ายความรู้
8 7.5-10.5 6.5-10 66-76 63-74
9 7.5-11 6.8-10.3 68-78 64-76 1. นักเรียนศึกษาการประมวลผลขอมูลจาก
10 8-11 7-10.7 69-80 65-78 สถานการณต วั อยา งการประมวลผลขอ มลู โดย
11 8-11.5 7.2-11 66-79 วเิ คราะหข อ มลู นาํ้ หนกั และสว นสงู ของนกั เรยี น
ในหนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน เทคโนโลยี
ท่ีมา : http://www.maerakluke.com/topics/5703 (วิทยาการคํานวณ) ป.5 โดยเปรียบเทียบ
(ข้อมลู ณ วันท่ี 15 มกราคม พ.ศ. 2562) ขอมูลกับเกณฑมาตรฐานวา นักเรียนคนใดมี
นํ้าหนักและสวนสูงท่ีสูงกวาหรือต่ํากวาเกณฑ
มาตรฐานตารางแสดงเกณฑมาตรฐานของนํ้า
หนักและสวนสูงตามอายุ

67

ภาพจาก หนงั สอื เรียน หนา 67

ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

การประมวลผล หมายถงึ ขอ ใด ครูใชคําถามกระตุนความสนใจของนักเรียนวา การเลือกรับประทาน
1. กราฟแสดงการขายสนิ คา ประจําวนั อาหารกลางวันในโรงอาหาร นักเรียนจะตองมีขอมูลใดบางเพื่อชวยในการ
2. การแสดงภาพเคล่ือนไหวบนจอภาพ ตดั สนิ ใจจากนนั้ ครอู ธบิ ายเพอ่ื เชอื่ มโยงเขา สบู ทเรยี นวา จากคาํ ตอบของนกั เรยี น
3. การเรยี งลําดบั ชือ่ นกั เรียนตามตวั อกั ษร จะบอกไดวา กอนทน่ี ักเรยี นจะซื้ออาหารรบั ประทานนนั้ สมองของนกั เรยี นตอ ง
4. การจดั เกบ็ ขอ มลู ไวท ี่หนวยความจํารอง ประมวลผลกอนวาตองการรับประทานอะไร รานใด เพราะเหตุผลใด ถาเปน
เชน น้ันแสดงวา การประมวลผลหรือการประมวลขอ มูลนั้นมีความสาํ คัญกับเรา
(วิเคราะหค ําตอบ การประมวลผลเปนการนําขอมูลที่เก็บ ตลอดเวลา ดังน้ัน จึงตองมีการประมวลผลขอมูลอยูเสมอเพื่อใหไดขอมูลท่ี
รวบรวมไดม าผา นกระบวนการตา งๆ เพอื่ แปรสภาพขอ มลู ใหอ ยใู น ถูกตองอยเู สมอ
รูปแบบท่ีตองการ เรียกวา ขอมูลสนเทศหรือสารสนเทศ ดังน้ัน
ตอบขอ 1.)

T123

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน ในการดา� เนนิ ชวี ติ ประจา� วนั ของนกั เรยี น บางครงั้ นกั เรยี น
อาจจะพบกับปญหาท่ีต้องเลือกส่ิงใดส่ิงหน่ึง นักเรียนจึงต้องมี
อธบิ ายความรู้ การประมวลผลขอ้ มลู จากทางเลอื กทสี่ รา้ งขนึ้ ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี

2. ครูอธิบายกับนักเรียนวา ในการดําเนินชีวิต µÑÇÍÂÒ‹ § ¡ÒÃÊÌҧ·Ò§àÅÍ× ¡ã¹¡ÒûÃÐÁÇżÅ
ประจําวันของนักเรียน บางคร้ังนักเรียนอาจ
จะพบปญหาท่ีตองเลือกสิ่งใดส่ิงหน่ึง ดังน้ัน โปก�าลังเลือกซ้ือสินค้าท่ีซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง โดยโปจะต้อง
เพื่อการเลือกที่ถูกตอง นักเรียนจะตองมีการ พิจารณาเลอื กขนมขบเคีย้ วช้นิ ใดชนิ้ หนึ่งในราคาไมเ่ กนิ 25 บาท
ประมวลผลจากทางเลอื กทีม่ อี ยางละเอยี ด

3. นักเรียนดูตัวอยางแนวทางการสรางทางเลือก
ในการประมวลผลจากสถานการณท่ีโปกําลัง
พิจารณาเลือกซ้ือสินคาท่ีซูเปอรมารเกตใน
หนังสอื เรยี น

ชนิ้ ที ่ 1 ชน้ิ ท่ ี 2
• ราคา 25 บาท • ราคา 20 บาท
• ไดข้ นมปริมาณมาก • ไดข้ นมปริมาณน้อย
• มคี ณุ ค่าทางโภชนาการ • มีคณุ ค่าทาง
มาก เนอ่ื งจากเปน็ ธญั พชื โภชนาการน้อย

• ซองเป็นซปิ ล็อก

เม่อื นา� ขอ้ มูลของขนมขบเคี้ยวท้ัง 2 ชิ้นมาวเิ คราะห์ แลว้ พบวา่
ควรเลือกซ้ือชิ้นที่ 1 เนื่องจากมีปริมาณและคุณค่าทางโภชนาการ
มากกว่า ซองเป็นซิปล็อก สามารถปดเพื่อเก็บไว้รับประทานต่อได้
และราคาไมเ่ กนิ 25 บาท

68

ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 68

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด

ครอู ธิบายเพ่ิมเติมเก่ยี วกับการประมวลผลขอมูลวา การประมวลผลขอมูล การฝากถอนเงนิ ในธนาคาร เปนการประมวลผลแบบใด
เปนการเปลี่ยนแปลงหรือการจัดระเบียบขอมูลใหอยูในรูปแบบท่ีเปนประโยชน 1. การประมวลผลแบบกลมุ
ตอ ผใู ชง าน ขอ มลู โดยทว่ั ไปเกดิ ขน้ึ อยา งไมเ ปน ระเบยี บจากกระบวนการนบั หรอื 2. การประมวลผลแบบตอ เน่อื ง
การวัดโดยไมสามารถส่ือความหมายใหเขาใจหรือนํามาใชประโยชนได ดังน้ัน 3. การประมวลผลแบบช่วั คราว
การประมวลผลจึงเปนวิธีการนําขอมูลใหเปนสารสนเทศท่ีมีประสิทธิภาพและ 4. การประมวลผลแบบเชอ่ื มตรง
นาํ ไปใชประโยชนตอ ไปไดอยา งเหมาะสม
(วเิ คราะหคาํ ตอบ การฝากถอนเงินในธนาคารเปนการประมวล
ผลแบบเชอื่ มตรง (online processing) เพราะเปนการทาํ งานใน
ขณะท่ีขอมูลเดินทางไปบนสายสัญญาณเชื่อมตอจากเคร่ืองปลาย
ทางไปยังฐานขอมูลของเคร่ืองหลักที่ใชในการประมวลผล การ
ประมวลผลแบบเช่ือมตรงจึงเปนการประมวลผลโดยทันทีทันใด
ดังนนั้ ตอบขอ 4.)

T124

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

¡¨Ô ¡รรÁ Com Sci ขน้ั สอน
½¡ƒ ·Ñ¡ÉÐ
ขยายความเขา้ ใจ
ให้นักเรยี นส�ารวจร้านค้าในโรงเรยี น แลว้ พิจารณาเลือกซื้ออาหารให้
ตรงกับความต้องการของนกั เรยี น โดยใหบ้ นั ทกึ ลงในสมดุ 1. นักเรียนจับคูกับเพ่ือนท่ีน่ังขางๆ เพ่ือทํา
กจิ กรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสอื เรยี น
ตอนท ่ี 1 ข้อมลู รา้ นค้า โดยการสาํ รวจรา นคา ในโรงเรยี น แลว พจิ ารณา
รา้ นค้ามีจ�านวน รา้ น .............................................. เลือกซื้ออาหารใหตรงกับความตองการของ
สนิ คา้ ทข่ี าย ไดแ้ ก ่ .................................................................................................................. นักเรียน จากนั้นบันทึกลงในสมุดประจําตัว
และใหน ักเรยี นแตละคอู อกมานาํ เสนอผลงาน
....................................................................................................................................................................................... หนา ชัน้ เรยี น

.......................................................................................................................................................................................

ต อน ที ่ 2 การพจิ ารณาเลอื กซอ้ื อาหาร

ช่อื ร้าน ........................................................................ ชอ่ื ร้าน ........................................................................
ข•• ้อมูลร้านค้า บันทกึ ลงในส มุด ข• อ้ มลู รา้ นค้า ...............................................................................
• ...............................................................................
...............................................................................
...............................................................................

• ............................................................................... • ...............................................................................

นักเรียนซอื้ อาหารจากรา้ น ..........................................................................................................
เพราะ ..................................................................................................................................................................................

........................................................................................................................................................................................................

ทกั ษะการเรยี นรูใ้ นศตวรรษที่ 21 2. ทกั ษะการสื่อสาร 69
1. ทกั ษะการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ
3. ทกั ษะการคดิ เชิงค�านวณ ภาพจาก หนงั สือเรยี น หนา 69

ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

วิธกี ารประมวลผลขอมูลโดยใชค อมพิวเตอรมกี ว่ี ิธี ครูใหน กั เรยี นทํากิจกรรมฝก ทักษะ Com Sci โดยใหนกั เรียนอานคาํ ชีแ้ จง
ในการทาํ กิจกรรมวา ใหสาํ รวจรานคา ในโรงเรียน แลวพิจารณาเลือกซ้อื อาหาร
(แนวตอบ มี 2 วธิ ี ไดแ ก การประมวลผลแบบเชอ่ื มตรง (online ใหต รงกบั ความตอ งการของนกั เรยี น จากนน้ั ใหน กั เรยี นบนั ทกึ ขอ ความลงในสมดุ
processing) หมายถึง การทํางานในขณะที่ขอมูลเดินทางไปบน ประจําตัว ครอู าจจะเปนคนคอยสาธิตการทาํ กจิ กรรมโดยมตี ัวอยางประกอบไว
สายสัญญาณเชื่อมตอจากเคร่ืองปลายทางไปยังฐานขอมูลของ บนกระดาน เพ่ือใหน กั เรยี นมองเห็นภาพ
เครอื่ งหลกั ทใ่ี ชใ นการประมวลผล การประมวลผลแบบเชอ่ื มตรงจงึ
เปน การประมวลผลโดยทนั ทีทันใด และการประมวลผลแบบกลมุ
(batch processing) หมายถึง การประมวลผลในเรื่องที่สนใจ
ท่ีถูกเกบ็ สะสมไวในชวงเวลาทก่ี าํ หนด)

T125

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน ใบงานที่ 3.5.1
เร่ือง การประมวลผลข้อมลู
ขยายความเขา้ ใจ
คาชี้แจง : ให้นกั เรยี นพิจารณาตารางขอ้ มูลคะแนนสอบกลางภาคท้งั 4 รายวิชา และตอบคาถามใหถ้ ูกตอ้ ง
2. นกั เรยี นแตล ะคนทาํ ใบงาน เรอ่ื ง การประมวล
ผลขอมูล โดยใหนักเรียนแตละคนพิจารณา ตารางขอ้ มลู คะแนนสอบกลางภาคทง้ั 4 รายวชิ า
ตารางขอมูลคะแนนสอบกลางภาคทั้ง 4 รายวชิ า รายวชิ า รายวิชา รายวิชา
รายวิชา และตอบคําถามใหถูกตองผานการ เลขท่ี รายชอ่ื วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ คะแนนรวม
ประมวลผลขอมูล จากนั้นนํามาสงในชั่วโมง 10
ถัดไป 1 สมศรี 4 3 2 1 15
3 6 11
2 สมบัติ 1 5 2 2 18
3 สมทรง 5 2 6 8 16
4 สมจิตร 1 3 2 4 17
5 สมพร 9 1 2 5 11
6 สมสมร 2 8 2 5 14
7 สมใจ 3 1 1 5 11
8 สมชาย 4 4 1 4 10
9 สมศกั ด์ิ 1 5 4 2
10 สมปอง 2 2

จากตารางข้อมลู คะแนนสอบกลางภาคทัง้ 4 รายวชิ า ใหน้ กั เรียนตอบคาถามตอ่ ไปนี้ใหถ้ กู ตอ้ ง
โดยใชว้ ธิ ีการประมวลผลข้อมูลเพอื่ เปรียบเทยี บขอ้ มูล

1. รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ นักเรียนคนใดไดค้ ะแนนสูงท่ีสดุ สมพร
2. รายวชิ าคอมพวิ เตอร์ นกั เรียนคนใดได้คะแนนทต่ี ่าสุด สมใจ สมพร
3. รายวชิ าภาษาไทย นกั เรียนคนใดได้คะแนนสูงที่สดุ สมจติ ร
4. รายวิชาคณติ ศาสตร์ นกั เรยี นคนใดได้คะแนนสงู ท่สี ุดเป็นลาดบั ท่ี 2 สมบตั ิ
5. นกั เรยี นคนใดไดม้ คี ะแนนรวมทกุ วชิ าเปน็ ลาดบั ท่ี 1 สมจิตร
6. นกั เรยี นคนใดได้มีคะแนนรวมทุกวิชาเปน็ ลาดบั สดุ ทา้ ย สมศรี สมปอง

ภาพจาก

แผนการสอน ท่ี 15

หน่วยท่ี 13

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด

ครูใหนักเรียนทําใบงาน เรื่อง การประมวลผลขอมูล โดยมีคําส่ังวา ให ขอ มลู การใชไ ฟฟา จะถกู นาํ มารวบรวมและประมวลผลครง้ั เดยี ว
นักเรียนพิจารณาตารางขอมูลคะแนนสอบกลางภาคทั้ง 4 รายวิชา และตอบ เพอื่ ออกใบแจงหนี้ใหแ กผใู ชบริการเปนการประมวลแบบใด
คําถามใหถูกตอง จากตารางขอมูลคะแนนสอบกลางภาคทั้ง 4 รายวิชา ให
นกั เรยี นตอบคาํ ถามตอ ไปนใี้ หถ กู ตอ งโดยใชว ธิ กี ารประมวลผลขอ มลู เพอ่ื เปรยี บ 1. การประมวลผลแบบกลุม
เทียบขอมลู แลวใหน ักเรียนหาคําตอบทถ่ี ูกตอ งเติมลงในชองวาง 2. การประมวลผลแบบทันที
3. การประมวลผลแบบถาวร
4. การประมวลผลแบบครัง้ เดียว

(วิเคราะหค าํ ตอบ ขอมูลการใชไฟฟาจะถูกนํามารวบรวมและ
ประมวลผลครั้งเดียวเพื่อออกใบแจงหน้ีใหแกผูใชบริการเปนการ
ประมวลผลแบบกลมุ ดงั นน้ั ตอบขอ 1.)

T126

นา� สอน สรปุ ประเมิน

3. ใหนักเรียนพิจารณาขอมูลและจัดการประมวลผลพรอมตอบคําถาม ขนั้ สอน

(5 คะแนน) ขยายความเขา้ ใจ

กรชิ มเี งินอยู 1,058 บาท สงู 145 ซม. หนัก 32 กก. กรชิ ใชเ งนิ 3. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด หนา 45 เรื่อง
ซื้อของเลน 518 บาท ฟล มมีเงนิ นอ ยกวากริช 158 บาท สงู มาก การประมวลผลขอมลู ในแบบฝกหดั รายวชิ า
กวา ตา ย 8 ซม. และหนักกวาเอก 13 กก. ใชเงินซอ้ื ของเลน นอย พ้ืนฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคํานวณ) ป.5
กวา กริช 18 บาท ตา ยมีเงนิ มากกวาฟล ม 200 บาท สูง 147 ซม. โดยใหนักเรียนพิจารณาขอมูลที่ใหมาและ
หนักนอ ยกวาเอก 10 กก. ใชเ งินซ้ือของเลน มากกวากริช 32 บาท จัดการประมวลผลขอมูลแลวตอบคําถาม
เอกมเี งนิ มากกวา ฟล ม 142 บาท สูงกวาตา ย 13 ซม. หนักกวา กรชิ ทีก่ าํ หนดให
22 กก. ใชเงนิ ซ้อื ของเลนมากกวากรชิ 2 บาท
ขน้ั สรปุ
1. ประมวลผลขอมลู ลงในตารางใหถ ูกตอ งเหมาะสม เฉฉบลบั ย
ตรวจสอบผล
ชอื่ มเี งนิ (บ.) ความสูง (ซม.) น้ําหนัก (กก.) ซื้อของเลน (บ.) เหลือเงนิ (บ.)
1. ครูประเมินผลนักเรียนจากการสังเกตการ
กรชิ 1,058 145 32 518 540 ตอบคาํ ถาม การทาํ ใบงาน และสมดุ ประจาํ ตวั
ฟล ม 900 155 41 500 400 ของนกั เรียน
ตาย 1,100 147 44 550 550
เอก 1,042 160 54 520 522 2. ครูตรวจสอบผลงานจากการทําใบงานและ
กิจกรรมฝก ทักษะ

3. นักเรียนและครูรวมกันสรุปเนื้อหาเกี่ยวกับ
ขั้นตอนการประมวลผลขอมูล การพิจารณา
และการเปรียบเทียบขอมูล

2. เรียงลาํ ดับช่ือคนทีม่ เี งินมากท่สี ุดไปหานอ ยทีส่ ดุ ขน้ั ประเมนิ

ตา ย กรชิ เอก ฟลม ตรวจสอบผล

3. ฟลม กบั เอกใครสงู กวา กนั แลวสูงกวา เทาไร ตารางการวดั และประเมนิ ผล

เอกสงู กวา ฟลม และสูงกวา 5 ซม. วิธกี าร เครอ่ื งมือ เกณฑการประเมนิ
ตรวจใบงาน ใบงาน รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
4. ผลตางของผลรวมความสูงกบั ผลรวมนา้ํ หนักมีคาเทาไร
ตรวจแบบฝกหดั แบบฝกหัด รอยละ 60 ผานเกณฑ
607 - 171 = 436

5. ใครใชเงนิ ซ้อื ของเลน มากเปนลาํ ดบั ท่ี 3 ประเมิน แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2
การนําเสนอ การนําเสนอ ผานเกณฑ
กรชิ ใชเ งินซอื้ ของเลน มากเปน ลาํ ดับที่ 3 ผลงาน ผลงาน

45 สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกต ระดับคณุ ภาพ 2
การทาํ งาน พฤติกรรม ผา นเกณฑ
ภาพจาก รายบุคคล

แบบฝก หัด สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต ระดบั คณุ ภาพ 2
หนา้ ท4่ี 45 การทาํ งานกลมุ พฤตกิ รรม ผานเกณฑ

กิจกรรม 21st Century Skills แนวทางการวัดและประเมินผล

1. ใหนักเรยี นแบงกลมุ ตามความสมัครใจ กลมุ ละ 4 คน ครูสามารถสังเกตการนําเสนอผลงาน พฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
2. ใหนักเรยี นทาํ รายงาน เร่อื ง การประมวลผลขอมลู และการทํางานกลุมของนักเรียน โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลจาก
3. สมาชิกในกลุมรวมกันเลือกขอมูลและจัดเตรียมขอมูล เพื่อนํา แบบประเมินการนําเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
และการทาํ งานกลมุ ทแ่ี นบมาทา ยแผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 6 หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3
เสนอตามรูปแบบทีน่ ักเรยี นคิดวานาสนใจอยางอิสระ
4. นาํ เสนอขอ มลู หนา ชน้ั เรยี น ดว ยวธิ กี ารสอื่ สารทท่ี าํ ใหผ อู นื่ เขา ใจ แบบประเมินการนาเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม

ไดงาย คาชแ้ี จง:ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในชอ่ งที่ คาชแี้ จง : ใหผ้ ูส้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งที่ คาชแี้ จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่องที่
5. ครูและนักเรียนภายในหองเรียนรวมกันสรุปขอมูล เรื่อง การ ตรงกับระดับคะแนน ตรงกับระดับคะแนน ตรงกับระดับคะแนน

ประมวลผลขอมลู ระดบั คะแนน ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1 ลาดับที่ ชือ่ –สกุล การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมนี ้าใจ การมี รวม
32 32  ของนักเรียน ความคดิ เห็น ฟังคนอื่น ตามทีไ่ ด้รบั ส่วนรว่ มใน 15
ลาดับท่ี รายการประเมนิ    มอบหมาย การปรับปรุง คะแนน
1  ผลงานกลุ่ม
  1 การแสดงความคดิ เห็น  
1 ความถกู ตอ้ งของเนอ้ื หา  2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผ้อู น่ื  321321321321321
2 ความคดิ สรา้ งสรรค์   3 การทางานตามหนา้ ท่ีทไี่ ดร้ ับมอบหมาย 
3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน  4 ความมนี าใจ
4 การนาไปใช้ประโยชน์   5 การตรงต่อเวลา 
5 การตรงต่อเวลา
 รวม 

รวม

ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน
............/................./................... ............/.................../................

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ สมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน ............./.................../...............
ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเป็นสว่ นใหญ่ ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั เกณฑก์ ารให้คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางสว่ น ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครงั ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ ให้ 1 คะแนน

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 14–15 ดมี าก เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ

14–15 ดีมาก 11–13 ดี ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

11–13 ดี 8–10 พอใช้ 14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้ ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ 8–10 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรุง ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ

T127

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6 2เวลา ช่ัวโมง

การสบื ค้นข้อมูล โดยใชอ้ นิ เทอร์เนต็

1. มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั

ตวั ช้วี ดั
ว 4.2 ป.5/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมท่ีมีการใช้เหตุผลเชิงตรรกะอยา่ งงา่ ย ตรวจหาข้อผดิ พลาดและแกไ้ ข

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายวิธีการสบื คน้ ข้อมูลโดยใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตได้ (K)
2. บอกหลักในการประเมินความน่าเชื่อถอื ของข้อมูลจากการสืบค้นได้ (K)
3. สบื ค้นข้อมลู โดยใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ตตามวธิ ีการตา่ ง ๆ ได้ (P)
4. ตรวจสอบความน่าเชอ่ื ถอื ของขอ้ มูลจากอินเทอร์เน็ตได้ (P)
5. เห็นความส�ำคัญของการสบื ค้นขอ้ มูลโดยใช้อินเทอร์เน็ตและการน�ำไปใชใ้ นชวี ติ ประจ�ำวัน (A)

3. สาระการเรยี นรู้

- การค้นหาขอ้ มลู ในอนิ เทอร์เน็ตและการพิจารณาผลการค้นหา
- การประเมินความน่าเช่ือถือของข้อมูล เช่น เปรียบเทียบความสอดคล้อง ความสมบูรณ์ของข้อมูลจากหลายแหล่ง

แหล่งตน้ ตอของข้อมูล ผู้เขียนวันทเ่ี ผยแพรข่ อ้ มลู
- ข้อมูลที่ดีต้องมรี ายละเอยี ดครบทกุ ด้าน เชน่ ข้อดีและข้อเสยี ประโยชน์และโทษ

4. สาระสำ� คัญ/ความคดิ รวบยอด

การคน้ หาขอ้ มลู ในอนิ เทอรเ์ นต็ โดยใชเ้ วบ็ ไซตท์ เี่ รยี กวา่ Search Engine สามารถคน้ หาไดห้ ลายวธิ ไี มว่ า่ จะเปน็ การคน้ หา
ข้อมลู โดยใช้คยี เ์ วริ ด์ การค้นหาขอ้ มูลตามหมวดหมู่ หรอื การคน้ หาข้อมลู จากหลายแหลง่ และในการสืบค้นขอ้ มลู จากแหล่ง
ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ จะตอ้ งมกี ารประเมนิ ความนา่ เชอ่ื ถอื ของขอ้ มลู เพอื่ ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ทถี่ กู ตอ้ งและตรงตามความตอ้ งการของผใู้ ชง้ าน

5. สมรรถนะสำ� คัญของผ้เู รยี นและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

สมรรถนะสำ� คญั ของผู้เรยี น ทกั ษะ 4 Cs คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. ทกั ษะการคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ 1. มีวินยั
2. ความสามารถในการคดิ (Critical Thinking) 2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 2. ทักษะการทำ� งานรว่ มกัน 3. มุ่งม่นั ในการท�ำงาน
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต (Collaboration Skill)
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 3. ทกั ษะการสือ่ สาร
(Communication Skill)
4. ทกั ษะความคิดสร้างสรรค์
(Creative Thinking)

6. กจิ กรรมการเรียนรู้

แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : วิธีการสอนโดยเน้นรูปแบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้
(5Es Instructional Model)

T128

นา� น�า สอน สรปุ ประเมนิ

2.4 การสืบคน้ ขอ้ มลู โดยใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ ขนั้ นาํ

ในการค้นหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต โดยใช้เว็บไซต์ที่ใช้ กระตนุ้ ความสนใจ
สา� หรบั คน้ หาขอ้ มลู ทเ่ี รยี กวา่ Search Engine เชน่ เวบ็ ไซต์
Google สามารถคน้ หาไดห้ ลายวธิ ี ไดแ้ ก่ ครถู ามคาํ ถามกระตนุ ความสนใจของนกั เรยี น
• ค้นหาข้อมลู โดยใชค้ ยี ์เวิร์ด (Key Word) เปน็ การคน้ หา วา
ข้อมูลโดยการปอนค�าส�าคัญท่ีต้องการค้นหาในเว็บ Search
Engine เช่น ถา้ ตอ้ งการค้นหาขอ้ มูลเกี่ยวกับดอกกล้วยไม้ ให้ • โดยปกติแลว ถานักเรียนตองการจัดทํา
พมิ พ์ค�าว่า “ดอกกลว้ ยไม”้ ลงในเว็บไซต ์ Google รายงานหรือตองการสืบคนขอมูล นักเรียน
สามารถหาขอ มูลไดจากทใ่ี ดบา ง
ดอกกล้วยไม้ (แนวตอบ นักเรียนตอบตามความคิดเห็น
ของตนเอง โดยคําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจ
• การค้นหาข้อมูลตามหมวดหมู่ เป็นการค้นหาข้อมูล ของครูผูสอน เชน หนังสือเรียน หองสมุด
ตามหมวดหมทู่ ใี่ นแตล่ ะเวบ็ Search Engine กา� หนดไว ้ เชน่ อนิ เทอรเนต็ )
เวบ็ ไซต ์ Google มกี ารจัดหมวดหม่ขู ้อมลู ในการคน้ หา ได้แก่
ขน้ั สอน
ทั้งหมด ค้นรปู วิดโี อ แผนท่ี ข่าวสาร เพิ่มเติม
สาํ รวจคน้ หา
ÁØÁ Com Sci
1. ครูใหนักเรียนแตละคนสืบคนขอมูลเกี่ยวกับ
เว็บไซต์ Search Engine ที่ได้รับความนิยมในปจจุบัน เช่น Google เร่ือง ที่มาของคอมพิวเตอร โดยเปดโอกาส
(www.google.com), Sanook (www.sanook.com), Yahoo (www.yahoo.com) ใหนักเรียนสืบคนจากเคร่ืองคอมพิวเตอรของ
ตนเอง จากนั้นครูสุมถามนักเรียน 5-6 คน
เก่ียวกบั คาํ ท่ีใชค น หาในเวบ็ Search Engine
(แนวตอบ ประวัติของคอมพิวเตอร ที่มาของ
คอมพิวเตอร คอมพิวเตอรเกิดขึ้นไดอยางไร
การกอตั้งคอมพิวเตอร และคอมพิวเตอร)

2. นักเรียนศึกษาเนื้อหา เร่ือง การสืบคนขอมูล
โดยใชอ นิ เทอรเ นต็ จากหนังสอื เรียน รายวิชา
พ้ืนฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคํานวณ) ป.5
โดยครอู ธบิ ายกบั นักเรยี นวา การคน หาขอมลู
จากเว็บไซต Search Engine วา มีหลายวธิ ี
เชน การคนหาขอมูลโดยใชคียเวิรด การ
คนหาขอมูลตามหมวดหมู การคนหาขอมูล
จากหลายแหลง

70

ภาพจาก หนงั สอื เรยี น หนา 70

ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

โปรแกรมคน หาขอ มูล (Search Engine) หมายถงึ ขอใด ครอู ธบิ ายเพอื่ เชอ่ื มโยงเขา สบู ทเรยี นวา ปจ จบุ นั วธิ กี ารทนี่ ยิ มใชส าํ หรบั การ
1. เคร่อื งมอื ชว ยคน คน หาขอ มลู คือ การคนหาขอ มูลผานอินเทอรเน็ต โดยใชเ ว็บไซตต างๆ ในการ
2. การคน หาขอ เท็จจริง สืบคนขอ มลู หรอื ทเี่ รียกวา Search Engine เชน www.google.com และถาม
3. การหาผลลัพธจ ากอินเทอรเ น็ต นักเรียนภายในหองเรียนวา มีนักเรียนคนใดเคยใช www.google.com บาง
4. เครอื่ งมอื หรือเวบ็ ไซตท ีอ่ ํานวยความสะดวกในการสบื คน และใชส ืบคน ขอ มูลอะไร

(วิเคราะหคาํ ตอบ โปรแกรมคนหาขอมูล (Search Engine)
คือ โปรแกรมท่ีชวยในการสืบคนขอมูล โดยเฉพาะขอมูลบน
อนิ เทอรเนต็ โดยครอบคลุมทัง้ ขอความ รปู ภาพ ภาพเคล่ือนไหว
เพลง ซอฟตแวร แผนท่ี ขอมูลบุคคล กลุมขาว และอ่ืนๆ ซึ่ง
แตกตางกันไปแลวแตโปรแกรมหรือผูใหบริการแตละราย ดังน้ัน
ตอบขอ 4.)

T129

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน • การค้นหาข้อมูลจากหลายแหล่ง เป็นการค้นหาข้อมูล
บนเครอื ขา่ ยอนิ เทอร์เนต็ ทม่ี ีอย่เู ป็นจ�านวนมาก โดยค้นหาจาก
อธบิ ายความรู้ Search Engine หลายแหล่ง แล้วน�ามาเปรียบเทียบกัน
เพอื่ ให้ได้เน้อื หาท่มี ีความถูกต้อง และมีความน่าเชือ่ ถอื
1. ครชู แี้ จงกบั นกั เรยี นวา เวบ็ ไซต Search Engine
ท่ีไดรับความนิยมในปจจุบัน เชน www.
google.com www.sanook.com

2. ครอู ธบิ ายความรูเสรมิ ในมมุ Com Sci ใหกับ
นกั เรยี นฟง เรอ่ื ง การนาํ ขอ มลู ทส่ี บื คน ไดม าใช
งาน

ภาพท่ี 3.18 การคน หาขอ มลู จากหลายแหลง

ในการสืบคน้ ข้อมูล จะตอ้ งพิจารณาวา่ ข้อมลู ทสี่ บื คน้ นนั้
มีความถูกต้องตรงตามความต้องการหรือไม่ ข้อมูลครบถ้วน
สมบรู ณ์หรอื ไม ่ ถ้าข้อมลู ทไ่ี ด้ยงั ไม่ครบถ้วนสมบรู ณ ์ ให้สบื ค้น
จากแหล่งอ่นื ๆ เพิ่มเตมิ

ÁØÁ Com Sci

การนา� ขอ้ มลู ทส่ี บื คน้ ไดม้ าใชง้ าน จะตอ้ งมกี ารอา้ งองิ แหลง่ ทม่ี าของขอ้ มลู
เพ่ือยืนยันว่าข้อมูลมีแหล่งที่มาที่ชัดเจน น่าเช่ือถือ เช่น ได้ข้อมูลของดอกกล้วยไม้
มาจาก http://www.baanlaesuan.com/33409/plant-scoop/orchid/
(ขอ้ มลู ณ วนั ท ี่ 15 มกราคม พ.ศ. 2562)

แหลง สืบคนขอมลู ทางอนิ เทอรเ น็ต 71

ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 71

ความรูเสริม ขอสอบเนน การคดิ

Search Engine มปี ระโยชนใ นการใชส ืบคนขอมูลทต่ี อ งการทราบไดอ ยา ง Search Engine มกี ่ีประเภท อะไรบา ง
สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธภิ าพสูง สามารถใชงานไดตลอดเวลา รวมทั้งให
ผลลัพธท ต่ี รงกบั ความตองการแกผูส ืบคนขอ มูล ดงั น้นั การสรางและออกแบบ (แนวตอบ Search Engine สามารถแบง ออกไดเ ปน 3 ประเภท
เว็บไซตใหมๆ ในในปจจุบันจึงควรคํานึงถึงรูปแบบของเว็บไซตใหมีความ โดยมีความแตกตา งกนั ทห่ี ลกั การทํางาน และการจัดอันดับขอมลู
เหมาะสมแก Search Engine ดวยเชน กัน เพือ่ ใหผสู ืบคน สามารถคนหาขอ มูล ในการคนหา 1. Crawler Based Search Engine คือ เครอ่ื งมอื
ที่ตอ งการไดง า ยมากย่งิ ขึ้น ซง่ึ ประโยชนของ Search Engine มดี ังน้ี ท่ีใชสําหรับการสบื คนขอ มลู บนเครือขายอนิ เทอรเน็ต ซ่ึง Search
Engine ชนิดนี้เปนประเภทที่ไดรับความนิยมในการใชงานสูงสุด
1. คน หาขอ มูลไดอ ยา งหลากหลาย 2. Web Directory คอื สารบญั เว็บไซตสาํ หรับการสบื คน ขอมลู
2. คนหาขอ มลู ไดจ ากเวบ็ ไซตเฉพาะทางตา งๆ ได ขาวสารท่ีมีการจัดระเบียบและแบงขอมูลตางๆ ไวเปนหมวดหมู
3. คนหาเวบ็ ไซตท ตี่ อ งการไดงาย สะดวก และรวดเร็ว ผูสืบคนจึงสามารถใชงานไดงายและมีความสะดวกในการคนหา
4. รองรบั การคน หาไดห ลายภาษา รวมทั้งภาษาไทย และ 3. Meta Search Engine คอื เครอื่ งมอื ทใ่ี ชส าํ หรบั การสบื คน
5. คนหาขอมูลไดอ ยา งละเอยี ดและหลากหลายรปู แบบ ขอมูลบนเครือขายอินเทอรเน็ต มีหลักการทํางานโดยการอาศัย
Meta Tag สาํ หรบั ประกาศชดุ คาํ สง่ั ทไี่ ดร บั มาในรปู แบบของ Text
T130 Editor โดยใชภ าษา HTML ในการประมวลผลลพั ธ)

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

¡¨Ô ¡รรÁ Com Sci ขน้ั สอน
½¡ƒ ·Ñ¡ÉÐ
อธบิ ายความรู้
ให้นักเรียนค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับสถานท่ีท่องเที่ยวใน
ประเทศไทยทนี่ กั เรยี นสนใจ แลว้ นา� เสนอผลการคน้ หาขอ้ มลู หนา้ หอ้ งเรยี น 3. ครูมอบหมายใหนักเรียนแตละคนทํากิจกรรม
โดยกา� หนดใหม้ รี ายละเอยี ด ดงั น้ี ฝก ทกั ษะ Com Sci ในหนงั สอื เรยี น โดยคน หา
ขอ มลู บนอนิ เทอรเ นต็ เกย่ี วกบั สถานทท่ี อ งเทย่ี ว
ในประเทศไทย และนํามาสง ในชวั่ โมงถดั ไป

4. ครูทาํ การสมุ นักเรียน 2-3 คน ออกมานําเสนอ
หนา ชนั้ เรยี นเกยี่ วกบั ขอ มลู ทไ่ี ดส บื คน จากการ
ทาํ กิจกรรมฝก ทักษะ Com Sci

• ช่ือสถานทที่ อ่ งเที่ยว
• สถานท่ีต้ังของแหล่งท่องเทีย่ ว
• ลักษณะของแหลง่ ท่องเท่ียว
• กิจกรรมท่ีสามารถทา� ได้
• แหล่งท่ีมาของขอ้ มลู

ทกั ษะการเรยี นรูใ้ นศตวรรษท่ี 21
1. ทักษะการคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ 2. ทกั ษะการสื่อสาร
72 3. ทักษะการคดิ เชงิ คา� นวณ 4. ทักษะการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ

ภาพจาก หนงั สือเรยี น หนา 72

ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

Search Engine คือขอ ใด ครอู ธบิ ายการทํากจิ กรรมฝก ทักษะ Com Sci โดยใหน กั เรยี นคนหาขอ มูล
1. เวบ็ ขาวสาร บานเมอื ง บนอินเทอรเน็ตเก่ียวกับสถานท่ีทองเที่ยวในประเทศไทยท่ีนักเรียนสนใจ แลว
2. เปน จดหมายอเิ ล็กทรอนกิ ส นําเสนอผลการคนหาขอมูลหนาช้ันเรียน โดยกําหนดใหมีรายละเอียดของ
3. เปน ทฝ่ี ากขอ มลู บนเว็บไซต ผลงาน ดงั น้ี
4. เปนเว็บไซตท ่ชี ว ยในการคนหาขอ มลู
• ชอ่ื สถานท่ีทองเท่ียว
(วิเคราะหคาํ ตอบ Search Engine คือ โปรแกรมที่ออกแบบ • สถานท่ีตัง้ ของแหลงทอ งเทีย่ ว
มาเปนเครื่องมือสําหรับใชคนหาขอมูล ซึ่งโปรแกรมที่ใชสําหรับ • ลักษณะของแหลงทองเท่ยี ว
คนหาขอมูลบนเว็บไซตหรือเว็บไซตท่ีใชสําหรับคนหาขอมูล • กจิ กรรมทส่ี ามารถทาํ ได
เรยี กวา Web Search Engine ดังนน้ั ตอบขอ 4.) • แหลง ทีม่ าของขอมูล
จากน้นั ครอู ธิบายการคนหาขอ มูลบนอนิ เทอรเน็ต โดยอาจจะสาธติ การหา
ขอมูลอ่ืนๆ ใหน กั เรียนเห็นภาพ และใหน ักเรยี นทาํ กจิ กรรมฝก ทกั ษะ Com Sci
ตามที่กําหนด

T131

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน ใบงานที่ 3.6.1
เรอื่ ง การสืบคน้ ขอ้ มลู ด้วยอนิ เทอร์เนต็
อธบิ ายความรู้ คาช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นค้นหาข้อมูลเกีย่ วกับ “ตน้ รวงผงึ้ ” ซึ่งเปน็ ต้นไม้ประจาพระองค์ในรัชกาลท่ี 10
จากนน้ั ให้ตอบคาถามให้ถูกต้อง
5. นกั เรยี นจบั คกู บั เพอ่ื นทน่ี งั่ ขา งๆ และทาํ ใบงาน 1. ความสาคัญของตน้ รวงผ้ึง
เร่ือง การสืบคนขอมูลดวยอินเทอรเน็ต และ ตน้ รวงผ้ึง เป็นพรรณไม้ทีถ่ ูกยกให้เปน็ พรรณไมป้ ระจาพระองค์ในรชั กาลที่ 10
ใหแตละกลุมสงตัวแทนออกมานําเสนอหนา
ชั้นเรียน โดยครูแนะนํากับนักเรียนวา การ 2. ประวัติความเป็นมาของต้นรวงผ้งึ
คน หาขอ มลู บนอนิ เทอรเ นต็ ผใู ชจ ะตอ งสบื คน โดยทวั่ ไปจะเรียกต้นไมช้ นิดนี้ว่า "ตน้ รวงผึง้ " แต่ถ้าหากได้ยินคนเรยี ก ต้นน้าผึ้ง ต้นสายน้าผึง้ หรอื
และนําขอมูลมาเปรียบเทียบกันเพ่ือคัดเลือก ดอกนา้ ผ้ึง เพราะช่ือเหล่านี้เป็นชอื่ เรยี กของคนท้องถน่ิ ท่ีมกั ได้ยนิ กันบ่อยในแถบกรุงเทพฯ และภาคเหนือ
เน้ือหาท่ีมีความถูกตองและมีความนาเช่ือถือ ต้นรวงผ้ึง มีช่ือภาษาอังกฤษวา่ Yellow star เป็นพรรณไม้ทม่ี ถี ิน่ กาเนดิ ในประเทศไทย พบมากในป่า
และมารยาทในการนําขอมูลมาใชงาน คือ ทางภาคเหนือ ความสงู จากระดบั น้าทะเล 1,000-1,100 เมตร
ผใู ชจ ะตอ งมกี ารอา งองิ ถงึ แหลง ทม่ี าของขอ มลู
เพอ่ื เปน การยนื ยนั วา ขอ มลู มแี หลง ทมี่ าชดั เจน 3. ลักษณะของต้นรวงผึ้ง
นา เชอื่ ถอื และเพอ่ื เปน การใหเ กยี รตแิ กเ จา ของ ตน้ รวงผงึ้ จดั เปน็ ไม้ยนื ตน้ ขนาดเล็ก ความสงู ประมาณ 5 เมตร ทนแดด และชอบข้ึนในท่ีแลง้ หรือ
ขอ มลู ค่อนข้างแล้ง ลาต้นแตกก่ิงตา่ ลกั ษณะลาต้นเป็นทรงพมุ่ มน สง่ กลนิ่ หอมตลอดทั้งวนั และมีสีเหลืองอร่าม
ออกดอกเปน็ ช่อสน้ั ตามซอกใบ ดอกจะบานได้นาน 7-10 วัน โดยจะผลดิ อกในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม

4. วิธีการปลูกและวธิ ีการดูแลรักษา
ตน้ รวงผง้ึ นิยมขยายพนั ธด์ุ ว้ ยการตอนก่ิง ด้วยการควัน่ ก่งิ และลอกเปลือกออก จากนนั้ นาดนิ เหนียวและ
กาบมะพรา้ วชบุ นา้ มาหุ้มแผลเอาไว้ ห่อดว้ ยแผ่นพลาสตกิ และมัดเชือกปดิ มิด ดูแลรดนา้ ตามปกติ รอ
รากงอกออกมาภายใน 2-3 วัน จงึ คอ่ ยตดั ไปปลกู ลงในหลุมดินรว่ น เพ่ือให้ได้ผลดแี นะนาให้ปลูกในท่ี
กลางแจง้ เน่ืองจากเป็นพชื ทช่ี อบแดดและทนแล้งได้ดี

5. ประโยชน์ของต้นรวงผึ้ง
มีรปู ลักษณ์และสสี ันสวยงาม มกี ลน่ิ หอมอ่อน ๆ เพ่ือปรับบรรยากาศให้สดช่นื นอกจากนี้ยงั เป็นไม้มงคล
ทเ่ี หมาะจะนามาปลกู ประดับสวนภายในบา้ นและตามสถานทต่ี า่ ง ๆ โดยเฉพาะบ้านทีม่ ีคนธาตุไฟ
ตน้ รวงผึ้งกจ็ ะชว่ ยเสรมิ ความเปน็ สริ ิมงคลให้มากย่งิ ขึ้น

แหล่งท่ีมาของข้อมลู :

1. https://home.kapook.com/view162236.html
2.
3.
4.
5.

ภาพจาก

แผนการสอน ท่ี 16

หนว่ ยท่ี 31

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ

ครใู หน ักเรยี นทาํ ใบงาน เร่อื ง การสบื คน ขอ มูลดวยอินเทอรเน็ต โดยมคี ํา การสบื คน ขอ มลู หมายถงึ อะไร จงอธบิ าย
ชี้แจงวา ใหนักเรียนคนหาขอมูลเกี่ยวกับตนรวงผ้ึงซ่ึงเปนตนไมประจํารัชกาล
ท่ี 10 จากน้นั ใหต อบคาํ ถามใหถกู ตอง แลวใหนกั เรยี นสืบคน ขอ มูลจากเนอ้ื หา (แนวตอบ การนําความรูเก่ียวกับอินเทอรเน็ตมาประยุกตใชใน
เร่อื ง การสืบคนขอมูลโดยใชอ นิ เทอรเ น็ต เพอ่ื ใชในการทําใบงาน การศึกษาหาความรู ไดแก การสืบคนขอมูลทางอินเทอรเน็ต
โดยการใชงานอินเทอรเน็ตเกี่ยวกับการศึกษานี้จะสามารถแบง
เน้อื หาออกเปน 3 ระดบั ดงั นี้ การสืบคนขอมูลทางอนิ เทอรเน็ต
การนาํ ขอ มูลจากอินเทอรเน็ตมาใชง าน และการสรางแหลงขอ มูล
ดว ยตนเอง)

T132

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

4. ใหน ักเรยี นสืบคนขอ มูลเกีย่ วกบั ความเปนมาของรถยนตใ นประเทศไทย ขนั้ สอน
โดยการใชอ นิ เทอรเ นต็ และนาํ ภาพตวั อยา งมาตดิ ลง(ใตนวักอรยอา บงค(4าํ คตะอแบนน))
1. นกั เรยี นใชโ ปรแกรมคน หา (Search Engine) ใดในการสบื คน ขอ มลู อธบิ ายความรู้

www.google.com, www.sanook.com, www.yahoo.com 6. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด ในแบบฝกหัด
รายวชิ าพนื้ ฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคาํ นวณ)
2. หากนักเรียนตองการสืบคน ภาพรถยนตจะตอ งทาํ อยา งไร ป.5 หนา 46 เร่ือง การสืบคนขอมูลโดย
ใชอินเทอรเน็ต ซ่ึงใหนักเรียนสืบคนขอมูล
เขาไปท่ี www.google.com สบื คน ดวยคียเวริ ดรถยนต หรอื car เกย่ี วกบั ความเปน มาของรถยนตใ นประเทศไทย
จากน้นั ไปคลกิ เลอื กที่ คนรปู และนําภาพตัวอยางมาติดลงในกรอบ แลว
ตอบคาํ ถามใหถ กู ตอ ง
3. ใหน กั เรยี นหาภาพรถยนตส มยั ใหมแ ละสมยั โบราณมาตดิ ลงในกรอบ
พรอ มบอกรายละเอยี ดของรถ

เฉฉบลับย

รถสมยั ใหม Mazda-CX3 รถสมัยโบราณ Aus(CtihnumSmeyv) en
ยห่ี อ /รุน ย่ีหอ /รนุ

ขนาดเครื่องยนต 2000 cc ขนาดเครอื่ งยนต 747 cc

ผลิตข้นึ ป พ.ศ. 2562 ผลิตขน้ึ ป พ.ศ. 2472

4. นักเรยี นหาภาพและรายละเอียดมาจากแหลงขอมลู ใดบาง

1) https://www.mazda.co.th/globalassets/01_global/brochure/
brochure-mazda3-2018.pdf

2) https://mgronline.com/motoring/detail/9560000078561

46

ภาพจาก

แบบฝกหัด
หนา้ ท4่ี 46

ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

การระบคุ ําเพอ่ื ใชในการคน หา เรียกอีกอยางวา อะไร ครูอธิบาย เรื่อง ข้ันตอนการทําแบบฝกหัดใหนักเรียนฟง โดยใหนักเรียน
1. Key Word สืบคนขอมูลของรถยนตโดยใชอินเทอรเน็ตในการคนหา และนําขอมูลกับภาพ
2. Search Site ที่ไดมาเขียนและติดลงในกรอบที่กําหนดให จากนั้นเมื่อนักเรียนทําแบบฝกหัด
3. Search Engine เสร็จแลว ครูจะสุมใหนักเรียนออกมานําเสนอคําตอบในแตละขอหนาชั้นเรียน
4. Meta search Engine ครูและนักเรียนรว มกันสรปุ ความรู เรอื่ ง การสบื คน ขอมูลโดยใชอินเทอรเ น็ต

(วิเคราะหคําตอบ การระบคุ าํ เพอื่ ใชใ นการคน หา เรยี กวา คยี เ วริ ด
(Key Word) เปน การคน หาขอ มลู โดยการปอ นคาํ สาํ คญั ทต่ี อ งการ
คน หาในเว็บ Search Engine ดงั น้ัน ตอบขอ 1.)

T133

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน 2.5 การประเมนิ ความน่าเช่อื ถอื ของข้อมลู

อธบิ ายความรู้ ในการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ จะต้องมีการ
ประเมนิ ความนา่ เชอ่ื ถอื ของขอ้ มลู เพอ่ื ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ทถี่ กู ตอ้ ง และ
7. ครูทบทวนเนื้อหาการเรียนเมื่อช่ัวโมงที่แลว ตรงตามความตอ้ งการ โดยหลกั ในการประเมนิ ความนา่ เชอ่ื ถอื
เกี่ยวกบั การสบื คนขอมูลโดยใชอนิ เทอรเนต็ ของขอ้ มลู ควรพจิ ารณา ดงั นี้
1) มีการบอกวัตถุประสงค์ในการจัดท�าข้อมูล เป็นการ
8. ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับการสืบคนขอมูล แสดงใหเ้ หน็ วา่ ขอ้ มลู นจ้ี ดั ทา� เพอื่ อะไร เชน่ การจดั ทา� ขอ้ มลู เพอื่
วา ในการสืบคนขอมูลใดๆ มาใชงานนั้น ใช้ในการเผยแพร่ การจัดท�าขอ้ มูลเพ่อื การศกึ ษา
ผูที่คนหาขอมูลจะตองมีการอางอิงถึง 2) มีการระบุช่ือผู้เขียนหรือผู้ให้ข้อมูล เป็นการระบุให้
แหลง ที่มาของขอ มลู เพ่อื ยนื ยันวาขอ มูลนนั้ ทราบว่า ข้อมลู นน้ั จดั ทา� ข้ึนโดยใคร หรอื มใี ครเปน็ ผใู้ หข้ ้อมูล
มีแหลงที่มาชัดเจน นาเช่ือถือ และเพ่ือ 3) มีการระบุวนั ทีพ่ ิมพ์ และครง้ั ทป่ี รบั ปรุง เปน็ การแสดง
เปนการใหเ กยี รตแิ กเจา ของขอ มลู ใหเ้ หน็ วา่ ขอ้ มลู นนั้ ๆ มกี ารจดั พมิ พแ์ ละไดร้ บั การปรบั ปรงุ เมอ่ื ไร
เพื่อเป็นการแสดงถึงความทันสมยั ของข้อมลู
9. นักเรียนศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับการประเมิน 4) มีการอ้างอิงแหล่งท่ีมา เป็นการอ้างอิงว่า ข้อมูลน้ัน
ความนาเช่ือถือของขอมูลจากหนังสือเรียน นา� มาจากแหล่งขอ้ มูลใด
และอภปิ รายรวมกันภายในช้ันเรียน 5) พิจารณาขอ้ มลู จากแหลง่ ขอ้ มูลทีเ่ ชอ่ื ถอื ได้
ในการเลอื กแหล่งขอ้ มูลตอ้ งพจิ ารณาข้อมลู ทมี่ าจาก
10. ครูอธิบายกับนักเรียนถึงขอควรพิจารณา แหลง่ ขอ้ มูลท่ีเชอ่ื ถอื ได้ เชน่ ข้อมลู ทีไ่ ดจ้ ากเวบ็ ไซต์
ในการประเมินความนาเช่ือถือของขอมูล ของสถาบนั การศึกษาหรอื หนว่ ยงานของรัฐ
วา ควรพจิ ารณา ดงั นี้ มกี ารบอกวตั ถปุ ระสงค
ในการจัดทําขอมูล มีการระบุชื่อผูเขียน
หรือผูใหขอมูล มีการระบุวันที่พิมพและ
คร้ังท่ีปรับปรุง มีการอางอิงแหลงท่ีมา และ
พิจารณาขอ มลู จากแหลง ขอ มลู ที่เชอื่ ถือได

ภาพจาก 73

แบบฝก หดั 73
หน้า 23

ภาพจาก หนังสือเรียน หนา

ความรูเสริม ขอสอบเนน การคดิ

Search Engine สามารถแบงออกไดเปน 3 ประเภท โดยมคี วามแตกตาง เว็บไซต Search Engine ทกี่ ําลังไดรบั ความนยิ มอยูในปจจบุ นั
กนั ทีห่ ลกั การทํางาน และการจัดอนั ดับขอมูลในการคนหา และมีใหบ ริการอยูท ั่วโลกคือเว็บไซตใ ด

• Crawler Based Search Engine คือ เครื่องมือท่ีใชส าํ หรับการสืบคน 1. www.yahoo.com
ขอ มลู บนเครือขา ยอนิ เทอรเน็ต ซึง่ Search Engine ชนดิ นีเ้ ปน ประเภทท่ไี ดรับ 2. www.sanook.com
ความนยิ มในการใชง านสงู สดุ มหี ลกั การทาํ งานโดยการบนั ทกึ และจดั เกบ็ ขอ มลู 3. www.google.com
ตางๆ สามารถใหผลลัพธก ารคน หาทมี่ ีความแมน ยาํ สูง 4. www.saimguru.com

• Web Directory คอื สารบัญเว็บไซตส ําหรับการสบื คนขอมูลขา วสารทมี่ ี (วิเคราะหคาํ ตอบ เวบ็ ไซต Google เปนเว็บไซตท ี่ใหบริการใน
การจดั ระเบยี บและแบง ขอมูลตา งๆ ไวเ ปน หมวดหมู ผูส บื คน จึงสามารถใชงาน การคน หาขอมูลในโลกของอนิ เทอรเนต็ โดยสามารถคน หาขอ มลู
ไดงายและมคี วามสะดวกในการคน หา รูปภาพ ซึ่งจะคนหาโดยการพิมพขอความลงไป ในเว็บไซต
Search Engine ที่กําลังไดรับความนิยมอยูในปจจุบัน ดังนั้น
• Meta Search Engine คือ เคร่ืองมือท่ีใชสําหรับการสืบคนขอมูลบน ตอบขอ 3.)
เครอื ขา ยอินเทอรเ นต็

T134

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

¡¨Ô ¡รรÁ Com Sci ขนั้ สอน
½¡ƒ ·¡Ñ ÉÐ
ขยายความเขา้ ใจ
ให้นักเรยี นจับคูก่ ับเพอื่ น แล้วท�ากจิ กรรมต่อไปนี้
1. นักเรยี นจบั คกู บั เพอ่ื นทนี่ ง่ั ขางๆ (คเู ดมิ ) และ
1. ใหน้ กั เรยี นคน้ หาขอ้ มลู จากเวบ็ ไซตต์ า่ ง ๆ บน ทาํ กจิ กรรมฝก ทกั ษะ Com Sci ในหนงั สอื เรยี น
อนิ เทอรเ์ นต็ เกย่ี วกบั หวั ข้อ “ผลิตภณั ฑ์จาก โดยการสืบคนขอมูลจากเว็บไซต จากนั้น
ภูมิปญ ญาชาวบา้ น” ทําการรวบรวมขอมูลและจัดทํารายงาน
2. ใ ห้นักเรยี นรวบรวมข้อมลู และจัดทา� รายงาน แลวใหนักเรียนวิเคราะหวาขอมูลท่ีไดมาน้ัน
มคี วามนา เชอ่ื ถอื หรือไม อยา งไร
เรือ่ ง “ผลติ ภณั ฑจ์ ากภูมปิ ญ ญาชาวบ้าน”
พร้อมบอกที่มาของข้อมลู และวนั ทีส่ ืบค้นขอ้ มลู 2. นักเรียนแตละคูออกมานําเสนอขอมูลที่ได
3. ให้นกั เรียนวิเคราะห์วา่ ข้อมูลทีค่ น้ หาและ สืบคนหนาช้ันเรียน โดยครูคอยใหคําแนะนํา
รวบรวมได้มีความน่าเชอ่ื ถือหรอื ไม่ อย่างไร เพิ่มเตมิ ตามความเหมาะสม

ทกั ษะการเรียนรูใ้ นศตวรรษที่ 21
1. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 2. ทกั ษะการคิดเชิงคา� นวณ
74 3. ทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

ภาพจาก หนังสอื เรยี น หนา 74

ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

การคนหาขอมูลในอินเทอรเน็ตขอใด เรียงลําดับขอมูลจาก ครูอาจจะใหนักเรียนศึกษาขอมูลเพิ่มเติม เรื่อง การสืบคนขอมูลโดยใช
แคบไปสขู อมูลทีก่ วา ง อนิ เทอรเ นต็ เพอ่ื นาํ มาใชป ระกอบการเรยี นและการทาํ กจิ กรมฝก ทกั ษะ Com Sci
จากน้ันใหนักเรียนลองทํากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci โดยใหนักเรียนจับคู
1. ทอ่ี ยอู าศยั > บาน > บา นพักตากอากาศ กับเพื่อน แลวทํากิจกรรมโดยใหนักเรียนคนหาขอมูลจากเว็บไซตตางๆ บน
2. ลิง > ชมิ แปนซี > สตั วเลี้ยงลกู ดวยนาํ้ นม อินเทอรเน็ตในหัวขอ เรื่อง ผลิตภัณฑจากภูมิปญญาชาวบาน และจัดทํา
3. ขา วหอมมะลิ > ขาว > อาหารหลกั ของคนไทย ออกมาในรูปแบบของรายงาน พรอมบอกที่มาของขอมูลที่หามาได จากนั้นให
4. ดอกไม > ดอกไมสีเหลอื ง > ดอกไมทีม่ ีกลน่ิ หอม วิเคราะหข อมูลวา มีความนา เชื่อถือหรือไม อยางไร

(วิเคราะหค ําตอบ การคนหาขอมูลในอินเทอรเน็ตท่ีเรียงลําดับ
ขอมูลจากแคบไปสขู อ มูลทก่ี วา ง 3. ขาวหอมมะลิ > ขา ว > อาหาร
หลักของคนไทย เปนการเรียงลําดับของพันธุขาวไทยซ่ึงเปน
ขาวหอมมะลิ และเปนพันธุขาวซ่ึงเปนอาหารหลักของคนไทย
ดังนนั้ ตอบขอ 3.)

T135

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน 5. ใหนักเรียนหาขอมลู เก่ียวกบั เรื่อง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จาก
อินเทอรเนต็ แลว นําภาพมาติดลงในกรอบพรอมทัง้ ระบุรายละเอียด
ขยายความเขา ใจ แหลงทม่ี า และประเมินความนา เชื่อถือของแหลง ขอ มลู (10 คะแนน)
(ตัวอยางคําตอบ)
3. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด หนา 47-48 ใน
แบบฝกหัด รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี ตดิ ภาพ
(วิทยาการคํานวณ) ป.5 โดยใหนักเรียนหา (ขึ้นอยกู ับดลุ ยพนิ จิ ของผสู อน)
ภาพเกี่ยวกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจาก
อินเทอรเน็ต จากน้ันนําภาพมาติดและเขียน เฉฉบลบั ย
อธบิ ายขอ มลู จากแหลง ขอ มลู ทมี่ คี วามนา เชอื่ ถอื

ในป พ.ศ. 2135 พระเจานันทบุเรงนํากองทัพทหารมาตี 1. แหลง ขอ มลู ทน่ี กั เรยี นศกึ ษาอา งองิ มาจากทใี่ ดบา ง ตอบมา 2 แหลง
กรุงศรีอยธุ ยา สมเดจ็ พระนเรศวรตกอยูในวงลอมขา ศึก https://www.tnews.co.th/contents/339323
แตดวยพระปฏภิ าณไหวพริบของสมเดจ็ พระนเรศวรทท่ี รงเห็นวา https://th.wikipedia.org/wiki/พระราชพงศาวดาร_ฉบบั หมอบรดั เล
เปนการเสียเปรียบขาศกึ จงึ ไสชางเขาไปใกล แลว ตรัสถามดว ย
ความคุนเคยมากอนแตวยั เยาววา “พระเจา พ่ีเราจะยนื อยไู ยใน 2. นักเรียนสบื คนขอ มลู เก่ยี วกบั สมเดจ็ พระนเรศวรในเรื่องใด
รมไมเลา เชิญออกมาทํายทุ ธหตั ถีดว ยกนั ใหเปน เกียรติยศไวใ น สงครามยทุ ธหัตถี
แผนดนิ เถดิ ภายหนา ไปไมม พี ระเจา แผน ดินทีจ่ ะไดย ทุ ธหัตถีแลว”
3. แหลง ขอ มลู ทนี่ กั เรยี นหาขอ มลู มกี ารระบทุ มี่ าของบทความหรอื ไม
47 อยา งไร
มีการระบุท่มี าจากอาจารยถนัด ยนั ตท อง และพระราชพงศาวดาร
กรุงศรีอยุธยา ฉบับหมอบรัดเล

4. แหลงขอมูลมีการระบุวันท่ีเผยแพรและปรับปรุงบทความที่ศึกษา
เมอื่ ไร
เฉฉบลับย
พิมพเผยแพรค รัง้ แรกในป พ.ศ. 2407 พมิ พค รั้งท่ี 2 ในป พ.ศ. 2434

แหลง ขอ มลู หนา นแี้ กไ ขลา สดุ เมอื่ วนั ท่ี 27 มนี าคม พ.ศ. 2562 เวลา 16 : 11 น.

5. ขอ มลู ทนี่ กั เรยี นสบื คน มคี วามนา เชอ่ื ถอื หรอื ไม เพราะเหตใุ ด

มีความนา เช่ือถือ เพราะในเวบ็ ไซตดังกลา วนําขอ มูลมาจากพระราช-
พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบบั หมอบรัดเล ซง่ึ เคยมีการพมิ พเ ผย
แพรแ ลว

เกณฑการใหคะแนน รายการประเมิน คะแนนตอขอ ยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตดั สิน
1. ระบปุ ระเภทขอมลู ไดถ ูกตอ ง (6 ขอ ยอย) 1 6 •18 คะแนนขนึ้ ไป = ผาน
2. อธบิ ายข้ันตอนการรวบรวมขอ มูลไดถกู ตอ ง (5 ขอ ยอ ย) 2 10 •ตํ่ากวา 18 คะแนน = ปรบั ปรงุ
3. สามารถประมวลผลขอมูลไดถกู ตอง (5 ขอยอย) 15
4. บอกวิธสี ืบคน ขอ มูลไดถ ูกตอง (4 ขอยอ ย) 14
5. ประเมินความนาเชอ่ื ถอื ของขอ มลู และใหเ หตผุ ลได 2 10

เหมาะสม (5 ขอ ยอ ย) 35
คะแนนเต็ม

48

ภาพจาก

แบบฝกึ หดั
หนา้ 47-48

ความรูเสริม กิจกรรม 21st Century Skills

กระบวนการทํางานของ Search Engine บนเว็บไซตทั่วไป สามารถแบง 1. ใหนักเรยี นแบง กลมุ ตามความสมัครใจ
ข้นั ตอนการทาํ งานออกเปน 3 ขน้ั ตอน ดงั นี้ 2. ใหนักเรียนทําแผนผังความคิด เร่ือง การสืบคนขอมูลโดยใช

1. ใชโ ปรแกรมรวบรวมเอกสารเวบ็ (Spider หรอื Crawler) เปน ขั้นแรกท่ี อนิ เทอรเน็ต
Search Engine ทําการสํารวจและตรวจสอบหนาเว็บไซตตางๆ จากโดเมน 3. สมาชิกในกลุมรวมกันเลือกขอมูลและจัดเตรียมขอมูล เพื่อนํา
แลว ตดิ ตาม Links ที่พบภายในเวบ็ ไซตท้งั หมด
เสนอตามรูปแบบที่นักเรียนคดิ วา นาสนใจอยางอสิ ระ
2. จัดทํารายการดรรชนี เม่ือโปรแกรมรวบรวมเอกสารเว็บทําการคนพบ 4. นาํ เสนอขอ มลู หนา ชน้ั เรยี นดว ยวธิ กี ารสอื่ สารทที่ าํ ใหผ อู น่ื เขา ใจ
ขอมูลแลว จะมีการนําขอมูลเหลานั้นไปทําสําเนา และสงไปจัดเก็บยังรายการ
ดรรชนี ท่เี รยี กวา Index หรอื Catalog ไดง า ย
5. ครูและนักเรียนภายในหองเรียนรวมกันสรุปขอมูล เร่ือง การ
3. โปรแกรมสบื คน เปน โปรแกรมทใ่ี ชส าํ หรบั ทาํ การคน หาขอ มลู ตา งๆ จาก
ฐานขอ มลู ของ Search Engine โดยมกี ารทํางานเริ่มตน จากการรับคําคน หาท่ี สืบคนขอมลู โดยใชอ นิ เทอรเ นต็
ถูกปอนเขามาในโปรแกรม โดยผูใชงานบนเครือขายอินเทอรเน็ต แลวนําคํา
คน หาไปจบั คกู บั ดรรชนใี นฐานขอ มลู จากนนั้ จงึ จะทาํ การดงึ เอกสารจากเวบ็ ไซต

T136

นา� สอน สรุป ประเมนิ

เเกล่นม กับ Com Sci ขนั้ สรปุ
เกม แยกหมวดหมขู่ องขอ้ มูล
ตรวจสอบผล
ให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน แล้วน�า
ข้อมูลที่ก�าหนดให้ต่อไปนี้ แยกเป็นประเภทข้อมูล 1. ครูนํานกั เรียนเลน เกมกับ Com Sci เกมแยก
ตัวอักขระ ข้อมูลภาพ ข้อมูลตัวเลข ข้อมูลเสียง หมวดหมูของขอมูล ซึ่งจะใหนักเรียนจับกลุม
หรือข้อมูลอ่ืน ๆ โดยกลุ่มไหนท�าเวลาได้น้อยที่สุด เพ่ือนําขอมูลท่ีกําหนดใหไปแยกหมวดหมู
จะเป็นผ้ชู นะ ประเภทของขอมูลใหถูกตอง จากน้ันให
• สนุ ัขเหา่ • ทะเบียนรถยนต์ นักเรียนประเมินผลตนเองหลังเรียนจบหนวย
• ชื่อเล่น สม้ โอ • เสียงประกาศข่าวจากวทิ ยุ ใหต รงกับระดับความสามารถของตนเอง
• ภาพแมวทบ่ี ้าน • บา้ นเลขที ่ 31/15
• ราคาเส้อื 200 บาท 2. ครูใหน ักเรยี นตรวจสอบตนเอง ซง่ึ เปนคาํ ถาม
เพื่อใหผูเรียนตรวจสอบระดับความสามารถ
ของตนเอง เปนการทบทวนความรูในเน้ือหา
เดิมที่เรียนมาวา มีความเขาใจในเน้ือหามาก
นอ ยเพยี งใด

• คะแนนสอบวชิ าคณติ ได ้ 15 เตม็ 20
• วนั นี้มีอณุ หภูมิ 24 องศาเซลเซยี ส

µÃǨÊͺµ¹àͧ กิจกรรม สรปุ ความรปู้ ระจา� หนว่ ยท่ี 3

หลงั จากเรยี นจบหนว่ ยนแ้ี ลว้ ใหบ้ อกสญั ลกั ษณท์ ตี่ รงกบั ระดบั ความสามารถของตนเอง

รายการ เกณฑ์

ดี พอใช้ ควรปรับปรุง

1. นกั เรยี นรจู้ กั ขอ้ มลู และประเภทของขอ้ มลู
2. นกั เรยี นสามารถบอกประโยชนแ์ ละลกั ษณะ
ของขอ้ มลู ทด่ี ไี ด้
3. นกั เรยี นรจู้ ักประเภทของแหล่งขอ้ มลู
4. นักเรียนเขา้ ใจขนั้ ตอนการรวบรวมและ
ประมวลผลข้อมูล
5. นกั เรยี นรจู้ กั การสบื คน้ และประเมนิ ความ
นา่ เชอื่ ถอื ของขอ้ มลู

75

ภาพจาก หนงั สือเรียน หนา 75

ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

จุดประสงคห ลักของการจัดเรียงขอ มลู คืออะไร ครูอธิบายข้ันตอนในการเลนเกม Com Sci เรื่อง การแยกหมวดหมูของ
1. เพือ่ เกบ็ รักษาขอมูล ขอมูล โดยนักเรียนสามารถไปศึกษาเนื้อหาเพ่ิมเติม เร่ือง ประเภทของขอมูล
2. เพ่ือทาํ ใหขอมลู ทนั สมัย ในหนังสือเรียนหรือส่ือออนไลนตางๆ เพ่ือเปนการทบทวนความรูกอนการเลน
3. เพอ่ื ใชในการตดั สินใจเพอื่ ดําเนินการ เกม จากนน้ั ครูอาจจะสรปุ เน้ือหา เรือ่ ง ขอ มลู สารสนเทศ และสมุ ถามคาํ ถาม
4. เพื่อเรียกใชง านงาย และประหยัดเวลา กับนกั เรียนวา ในชีวติ ประจาํ วนั นกั เรียนพบขอมลู อะไรบาง และขอมูลเหลา น้ัน
มีประโยชนอ ยา งไรตอตวั นักเรยี นบาง
(วิเคราะหคําตอบ จุดประสงคหลักของการจัดเรียงขอมูลน้ัน
สามารถจดั เรยี งเพอื่ ทาํ ใหเ วลาทจี่ ะเรยี กใชข อ มลู ทตี่ อ งการสามารถ
หาขอมูลไดงาย และประหยัดเวลาในการคนหาขอมูล ดังน้ัน
ตอบขอ 4.)

T137

นา� สอน สรุป ประเมนิ

ขน้ั สรปุ สรปุ สาระสา� คัญ ตัวอักขระ ตัวเลข รปู ภาพ

ตรวจสอบผล การพฒั นาชมุ ชนและสงั คม

3. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ ความรทู เ่ี รยี นมาใน การเรียน การทา� งาน ประเภท เสียง
หนวยการเรียนรทู ี่ 3 เรอื่ ง ขอมลู สารสนเทศ ของขอ้ มลู อ่ืน ๆ
ซงึ่ ครจู ะถามคาํ ถามกบั นกั เรยี นภายในหอ งเพอ่ื การติดตอ่ สอ่ื สาร ประโยชน์ของข้อมลู
เปนการทบทวนความรูกับนักเรียนวานักเรียน
ไดป ระโยชนจ ากการใชข อ มลู สารสนเทศอยา งไร การตดั สินใจ ตรงตามตอ้ งการ
บา ง จากนนั้ ใหนักเรยี นภายในหอ งหาคําตอบ หรือแกไ้ ขปัญหา
โดยสบื คนจากหนงั สือเรียน
ความหมายของขอ้ มูล
รู้จักขอ้ มูล ลักษณะ ทนั สมยั
ของขอ้ มลู ทด่ี ี

ขอ้ มลู หรือขอ้ เทจ็ จริงตา่ ง ๆ มีความสอดคล้อง เชื่อถือได้

ครบถว้ นสมบูรณ์

ขอ้ มูลสารสนเทศ

แหลง่ ข้อมลู ทุติยภมู ิ บอกวตั ถปุ ระสงค์ ระบุผ้เู ขยี น ระบคุ รง้ั ทพ่ี ิมพ์
แหล่งข้อมลู ปฐมภมู ิ
เรยี นรู้แหลง่ การประเมนิ มีอา้ งองิ
แหลง่ ข้อมลู ขอ้ มูล ความนา่ เช่ือถอื เชอ่ื ถอื ได้

ของข้อมูล

กา� หนดวัตถุประสงค์ การสืบคน้ ระบเุ วลาทีส่ บื ค้น
ข้อมูล
วางแผน หาจาก
หลายแหลง่
ก�าหนด การรวบรวม การประมวล
วิธกี าร ข้อมลู แยกแยะ ผลขอ้ มูล
คา� นวณ หาตามหมวดหมู่
รวบรวมข้อมูล เปรียบเทียบ ใช้คยี ์เวริ ์ด

สรปุ ผล จัดล�าดับ วเิ คราะห์

76 จัดกลมุ่

ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 76

เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรา งเสริม

ครสู รปุ ความรู เรอื่ ง ขอ มลู สารสนเทศ โดยถามคาํ ถามกบั นกั เรยี นภายในหอ ง ใหนักเรียนสืบคนขอมูล เร่ือง ของดีของทองถิ่นที่นักเรียน
ดงั ตอ ไปนี้ อาศัยอยู โดยใหนักเรียนคนหาขอมูลจากแหลงขอมูลตางๆ ได
เชน ขอ มลู จากคนในชมุ ชน ขอ มลู จากหนงั สอื หรอื สอื่ อนิ เทอรเ นต็
• ขอ มูลคอื อะไร แบง ไดเปนกปี่ ระเภท ตางๆ เพ่ือเปนการเปรียบเทียบขอมูลท่ีไดมาและสามารถเลือก
• ใหน ักเรียนยกตัวอยา งขอ มลู ตวั เลขและขอ มลู ภาพ ขอมูลท่ีมีความนาเชือ่ ถือ ถูกตอง มคี วามทันสมัย โดยใหน กั เรยี น
• ขอ มลู ที่ดีควรมลี กั ษณะอยา งไร หาภาพของดีของทองถ่ินมาติดลงในกระดาษ พรอมเขียนขอมูล
• นกั เรยี นไดป ระโยชนอ ยา งไรบา งกบั การนาํ ขอ มลู ทไ่ี ดม าใชใ นชวี ติ ประจาํ วนั ทีไ่ ดสบื คน มาของส่ิงของชิน้ นน้ั
• แหลง ขอมลู คืออะไร แบงไดเปนก่ปี ระเภท

T138

นา� สอน สรปุ ประเมนิ

กิจกรรม ขน้ั สรปุ
เสริมสรางการเรียนรู
ตรวจสอบผล
ให้นักเรียนพิจารณาบทความที่ก�าหนดให้ หลังจากนั้นพูดคุย
แลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ กนั ในห้องเรียน แลว้ ตอบค�าถามให้ถกู ต้อง 4. ครใู หน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมเสรมิ สรา งการเรยี นรู
โดยบนั ทกึ ลงในสมุด โดยใหนักเรียนพิจารณาบทความท่ีกําหนดให
จากนั้นแลกเปล่ียนความคิดเห็นกันกับเพื่อน
ยงั มีคนจ�านวนไมน่ อ้ ยเชือ่ วา่ มา้ ลายมพี ้ืนลา� ตัวสีขาว เพราะท้อง ในหองเรียน แลวตอบคําถามที่กําหนดให
ของมันมสี ขี าว แต่ชาวพ้นื เมอื งแอฟรกิ าเชือ่ มานานแลว้ วา่ ม้าลายมี ถูกตอง โดยบันทึกลงในสมุดประจําตัว เม่ือ
พน้ื ลา� ตวั สดี า� และมแี ถบสขี าวพาดผา่ น ผลการศกึ ษาทางวทิ ยาศาสตร์ นักเรียนคนใดทําเสร็จแลว ครูจะใหออกมา
ยนื ยันเชน่ เดียวกบั ชาวแอฟรกิ า เนอื่ งจากตัวออ่ นแรกเร่มิ ของมา้ ลาย นําเสนอผลงานหนาช้ันเรียน พรอมอธิบาย
ในทอ้ งแมจ่ ะมพี นื้ ผวิ สเี ขม้ กอ่ นพฒั นาการเตบิ โตจากในทอ้ งแม ่ มขี น ข้ันตอนการทํางาน
ปกคลมุ ตวั เปน็ ลายแถบสขี าว นกั วทิ ยาศาสตรย์ งั วเิ คราะหอ์ กี วา่ ประโยชน
ของลวดลายท่ีแตกต่างส�าหรับม้าลายด้วยกันน้ัน นอกจากจะสร้าง
การจดจา� ระหว่างมา้ ลายตวั อ่ืน ๆ แล้วยังอาจบ่งบอกถึงเพศผเู้ พศเมีย
อกี ดว้ ย

ทีม่ า : นิตยสาร สารคด ี ฉบบั ท่ ี 373

1. ขอ้ มูลนี้จดั เปน็ ขอ้ มูลประเภทใด
.................................................................................................................................................................................................................................
2. นักเรียนคิดว่า การศกึ ษาขอ้ มูลนีม้ ีประโยชน์อยา่ งไร
.................................................................................................................................................................................................................................
3. ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ยนื ยนั ว่ามา้ ลายมพี ้ืนลา� ตวั สีอะไร
.................................................................................................................................................................................................................................
4. ม้าลายแต่ละตัวมลี วดลายเหมอื นกันหรอื ไม่ บนั ทกึ ลงในสมุด .................................................................................................................................................................................................................................
5. ลวดลายของมา้ ลายมปี ระโยชน์อยา่ งไรบ้าง
.................................................................................................................................................................................................................................
77

ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 77

ขอ สอบเนน การคดิ ความรูเสริม

ตกุ ตามองเหน็ เหตกุ ารณร ถชนกนั จงึ นาํ มาเลา ใหเ พอื่ นฟง ตกุ ตา การประมวลผลขอมูลดวยคอมพิวเตอรอาจ แบงตามสภาวะการนําขอมูล
นําขอ มูลมาจากแหลง ขอมลู ใด มาประมวลผลไดเ ปน 2 แบบ คือ

1. แหลง ขอมูลจากการฟง 1. การประมวลผลแบบเชอ่ื มตรง (Online Processing) เปน การประมวลผล
2. แหลงขอ มลู จากการไดย นิ แบบทข่ี อ มลู วงิ่ จากปลายทางไปยงั เครอื่ งทใ่ี ชใ นการประมวลผล การประมวลผล
3. แหลงขอ มลู จากการมองเหน็ แบบน้ีเปนการประมวลผลแบบทันทีทันใด เชน การจองตั๋วเคร่ืองบิน การ
4. แหลงขอมลู จากการซักถามพูดคุยดวยตนเอง ถอนเงนิ จากเครือ่ งเอทเี อ็ม

(วเิ คราะหคาํ ตอบ ตกุ ตามองเหน็ เหตกุ ารณร ถชนกนั จงึ นาํ มาเลา 2. การประมวลผลแบบกลุม (Batch Processing) เปนการประมวลผล
ใหเพ่ือนฟง ตุกตานําขอมูลมาจากแหลงขอมูลการมองเห็น ซ่ึง เปน ครงั้ ๆ โดยมกี ารรวบรวมขอ มลู ไวก อ น เมอ่ื ตอ งการผลกน็ าํ ขอ มลู มาประมวล
ตุกตาเห็นภาพเหตุการณขณะที่รถชนกัน จึงสามารถเลาใหเพ่ือน การทาํ โพลสสาํ รวจ
ฟงได ดังนน้ั ตอบขอ 3.)

T139

นาํ สอน สรุป ประเมนิ

ขนั้ สรปุ ชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เรอ่ื ง ข้อมูลสารสนเทศ
ตรวจสอบผล
คาชี้แจง : ให้นักเรยี นตอบคำถำมตอ่ ไปนใ้ี หถ้ ูกต้อง
5. ครใู หนกั เรยี นทําช้นิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. ประเภทของข้อมลู แบ่งออกเปน็ กปี่ ระเภทอะไรบ้าง จงอธิบายตามท่ีนักเรียนเขา้ ใจ
เรอ่ื ง ขอมูลสารสนเทศ โดยใหน กั เรยี นสบื คน
ขอมูลจากหนังสือเรียน เพื่อนํามาใชในการ 5 ประเภท ได้แก่ ข้อมลู อกั ขระ ข้อมูลภำพ ข้อมูลตัวเลข ข้อมูลเสียง และข้อมลู อน่ื ๆ
ตอบคาํ ถาม จากนน้ั ใหน กั เรยี นออกมานาํ เสนอ
ผลงานหนา ชั้นเรียน 2. ลักษณะของข้อมูลทดี่ คี วรมีลักษณะอยา่ งไร
มคี วำมถูกตอ้ งนำ่ เชอื่ ถอื มีควำมครบถ้วนสมบรู ณส์ ำมำรถนำไปใช้งำนได้ ตรงตำมควำมตอ้ งกำรของ

ผ้ใู ช้งำน มีควำมทันสมยั และมีควำมสอดคลอ้ งกันของขอ้ มูล

3. ใหน้ ักเรยี นวเิ คราะหข์ ้อความที่กาหนดให้และเตมิ เคร่ืองหมาย  ไวห้ นา้ ข้อทน่ี ักเรียนคิดวา่ ถกู ตอ้ ง
และเติมเครื่องหมาย  ไวห้ น้าขอ้ ที่นักเรยี นคิดวา่ ผิด

 1. เจเจ ตอ้ งกำรทจี่ ะรขู้ ้อมูลเบอรโ์ ทรศพั ท์ของเพือ่ นๆ ในห้องเรยี น เพ่ือนำไปเป็นประโยชน์
ด้ำนพัฒนำชมุ ชนและสังคมในจังหวัดสมทุ รปรำกำร

 2. ถ้ำตอ้ งกำรทรำบข้อมูลเพื่อตดั สินใจเลือกซ้ือปำกกำใหถ้ ำมขอ้ มลู กับเพอ่ื น ๆ จะได้ขอ้ มูล
ท่ีถูกต้องและเหมำะสมที่สดุ

 3. ณัชชำตอ้ งกำรให้คุณพอ่ ไปส่งที่บ้ำนของลดั ดำแต่ไม่ทรำบเส้นทำง ถำ้ ณชั ชำต้องกำรทรำบ
แผนที่เพ่ือเดินทำงไปบ้ำนลดั ดำ ณชั ชำต้องคน้ หำข้อมูลเสน้ ทำงกำรเดินทำงท่ีเว็บไซต์ค้นหำแผนที่

 4. ประโยชน์ของข้อมูลด้ำนกำรเรียนกำรสอนคือ เพอ่ื ใช้ในกำรตดิ ต่อสอื่ สำรกบั ผู้อืน่

 5. เลขประจำตวั นกั เรยี น หอ้ งเรยี น ครูประจำช้นั คะแนนสอบ เป็นข้อมูลหรือขอ้ เทจ็ จรงิ

4. ใหน้ กั เรียนวิเคราะห์คาทกี่ าหนดให้ และเรยี งลาดบั ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลให้ถูกตอ้ ง

กาหนดวธิ ีการรวบรวมขอ้ มลู ค้นหาและรวบรวมขอ้ มลู สรุปผลข้อมูล

วางแผนและพิจารณาเลือกแหลง่ ข้อมูล กาหนดวตั ถปุ ระสงคแ์ ละความต้องการ
ของสิ่งท่ีสนใจ

กาหนดวัตถปุ ระสงคแ์ ละความตอ้ งการของสง่ิ ทส่ี นใจ

วางแผนและพจิ ารณาเลือกแหลง่ ข้อมูล

กาหนดวิธีการรวบรวมขอ้ มลู
ค้นหาและรวบรวมข้อมูล

สรุปผลขอ้ มูล

ภาพจาก

แผนการสอน ที่ 16

หน่วยที่ 13

เกร็ดแนะครู กจิ กรรม ทาทาย

ครูสรุปความรูจากเร่ืองท่ีเรียนมาและใหนักเรียนทําช้ินงาน/ภาระงาน ถานักเรียนตองการทราบวา นักเรียนในหองเรียนที่มาเรียน
(รวบยอด) เรื่อง ขอมูลสารสนเทศ โดยมีคําช้ีแจงวา ใหนักเรียนตอบคําถาม วันน้ีมีจํานวนท้ังหมดก่ีคน ซึ่งนักเรียนจะไปนําใบรายชื่อเพื่อนใน
ตอไปนี้ใหถูกตอง และใหนักเรียนวิเคราะหคําท่ีกําหนดให และเรียงลําดับ หองของนักเรียนมานับจํานวน แลวสรุปรวมเปนสารสนเทศ โดย
ข้ันตอนการรวบรวมขอมูลใหถูกตอง โดยครูสามารถใหนักเรียนศึกษาขอมูล ไมไดตรวจสอบกอนวามีนักเรียนคนใดไมมาในวันนี้ ถือวาขอมูล
เพมิ่ เตมิ ไดจ ากหนงั สอื เรยี น ที่ไดเปนขอมูลที่มีความนาเช่ือถือหรือไม ถาไม นักเรียนจะมีวิธี
ในการเก็บรวบรวมอยา งไรบา งเพือ่ ใหไ ดข อ มูลท่ีมคี วามนาเชื่อถอื

T140






Click to View FlipBook Version