นา� สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน ¡¨Ô ¡รรÁ Com Sci
½ƒ¡·¡Ñ ÉÐ
ดาํ เนนิ การศกึ ษาคน้ ควา้
ทา� ป รใะหวน้ ตั กั สิ เ่วรนยี ตนวับ นัพทรอ้กึ มขอ้ตมกลูแสตว่ง่ นใหตส้ วั วตยอ่ งไาปมนโล้ีดงยใในชส้โปมรดุ แ แกลรว้มนปา� รขะอ้มมวลลู ผไปลจคดั�า1
4. นักเรียนทาํ กจิ กรรมฝก ทกั ษะ Com Sci จาก
หนังสือเรียน โดยใหนักเรียนสํารวจตนเอง
และบันทึกขอมูลสวนตัวลงในสมุด แลวนํา
ขอมูลไปจัดทําประวัติสวนตัว พรอมตกแตง
ใหสวยงามโดยใชโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด
หรือโปรแกรมประมวลคาํ
ชื่อ-สกลุ ...............................................................................................................................
ชื่อเล่น ....................................................................................................................................
วนั /เดอื น/ปเกิด .......................................................................................................
สญั ชาต ิ .................................................................................................................................
เชือ้ ชาติ ................................................................................................................................
หนับมถ่โู ลอื หศิตา สนา บันทกึ ลงในสมุด..............................................................................................................
.............................................................................................................................
น้�าหนัก ..................................................................................................................................
สว่ นสูง ....................................................................................................................................
ที่อย ู่ ............................................................................................................................................
............................................................................................................................................
คตปิ ระจ�าใจ .........................................................................................
ทกั ษะการเรยี นรู้ในศตวรรษท ี่ 21
50 1. ทักษะการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 50
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ครูใหน กั เรยี นทํากิจกรรมฝก ทักษะ Com Sci โดยใหน ักเรียนบันทึกขอ มูล ขอใดตอไปน้เี ปน ขอ มูล
สวนตัวลงไปในโปรแกรมประมวลคํา โดยครูอาจจะสาธิตการทําช้ินงานน้ีให 1. วินยั ตดิ 0 วชิ าคอมพิวเตอร
นักเรียนดูเปนตัวอยาง โดยพิมพประวัติสวนตัวลงไปในโปรแกรมประมวลคํา 2. ณฐั พลเปนนกั เรยี นโรงเรยี นเพชรพิทยาคม
พรอ มตกแตง เนอื้ หาใหส วยงาม จากนนั้ ใหน กั เรยี นพมิ พผ ลงานมาตดิ ลงในสมดุ 3. โรงเรยี นชลกันยานกุ ลู มนี กั เรยี นทง้ั สิ้น 3,250 คน
ประจําตวั ของนกั เรยี น 4. สมชายไดค ะแนนสอบวิชาภาษาไทยมากท่สี ดุ ในหอ ง
นักเรียนควรรู (วิเคราะหค าํ ตอบ โรงเรียนชลกนั ยานกุ ูลมีนกั เรยี นทั้งสิน้ 3,250
คน เปน ขอ มูล เพราะเปน ขอ เทจ็ จรงิ ของจํานวนนกั เรียนที่ออกมา
1 โปรแกรมประมวลคํา คือ การนําคําหลายคํามาเรียงกนั ใหอยใู นรูปแบบท่ี เปนตัวเลขทั้งสิ้น 3,250 คน โดยเปนการเก็บรวบรวมขอมูลจาก
กาํ หนด ซงึ่ เราสามารถกาํ หนดไดว า จะใหม กี ตี่ วั อกั ษรตอ หนงึ่ บรรทดั หรอื หนา ละ การสังเกต หรือสัมภาษณ เพอ่ื ใหไดอ อกมาเปน ขอมลู ของจํานวน
กี่บรรทัด และสามารถแกไขเพิม่ เติมไดอ ยา งสะดวก จากนน้ั จึงส่ังพิมพเ อกสาร นักเรียน ดงั นนั้ ตอบขอ 3.)
นั้นออกมากี่ชุดก็ได โดยทุกชุดที่ออกมาจากเครื่องพิมพจะมีลักษณะเหมือนกัน
ทุกประการ
T94
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
1.2 ประเภทของข้อมูล ขน้ั สอน
ขอ้ มลู ทอ่ี ยรู่ อบตวั เรา สามารถแบง่ ไดเ้ ปน็ 5 ประเภท ดงั นี้ ดาํ เนนิ การศกึ ษาคน้ ควา้
1) ขอ้ มลู ตวั อกั ขระ เปน็ ขอ้ มลู ที่ 1กก 4422 5. ครูทบทวนเน้ือหาการเรียนเมื่อช่ัวโมงท่ีแลว
ประกอบไปด้วยตัวอักษรภาษาไทย เกี่ยวกับความหมายของขอมูล จากน้ันครูสุม
หรือภาษาต่างประเทศ เช่น ช่ือ- โรงเรียนอกั ษรเวลววขันิทันปยเอรดอะบาือจกนตัำบตรนตัปวั ปราปยเรรก1สะ2ะิดมช/จ0ชา15ชำา1/ยนต/611ัว1ใ0จ/0นบ2ด0ัต5ักี04ร0เห50รม0ยี ด0นอ0า0ย0ุ0102/05/64 นกั เรียน 2-3 คน ออกมานําเสนอประวัติสว น
นามสกุล ประวัติโรงเรียน หรือ ตัวท่ีจัดทาํ เสรจ็ เรยี บรอ ยแลว
ข้อความท่ีเป็นตัวเลขซึ่งไม่สามารถ เลขประจำตัว xxxxx
น�าไปใช้ในการค�านวณ เช่น ปาย 6. นกั เรยี นศกึ ษาเนอ้ื หา เรอ่ื ง ประเภทของขอ มลู
ทะเบยี นรถ บา้ นเลขท ่ี เลขประจา� ตวั ภาพที่ 3.1 ขอมูลตวั อกั ขระ จากหนังสือเรียนหรือสืบคนจากอินเทอรเน็ต
น กั เ รียน และอธิบายขอมูลตัวอักขระวาเปนขอมูลที่
2) ข้อมูลภาพ เป็นข้อมูลท่ีมี ภาพที่ 3.2 ขอมลู ภาพ ประกอบไปดวยตวั อกั ษรภาษาไทย หรือภาษา
ลกั ษณะเปน็ ภาพในรูปแบบต่าง ๆ ท่ี องั กฤษ จากนน้ั อธบิ ายขอ มลู ภาพวา เปน ขอ มลู
เรามองเห็นซึ่งอาจจะเป็นภาพน่ิง ท่ีมีลักษณะเปนภาพในรูปแบบตางๆ ที่เรา
เช่น ภาพวาด ภาพถ่าย หรือภาพ มองเห็นได ซ่ึงอาจจะเปนภาพนิ่งหรือภาพ
เคลื่อนไหว เช่น ภาพจากโทรทัศน ์ เคลือ่ นไหวกไ็ ด
ภาพจากวดี ิทศั น์
ÁÁØ Com Sci
เลขประจา� ตวั ประชาชน เปน็ ขอ้ มลู ตวั อกั ขระทไ่ี มค่ วรเผยแพรใ่ หบ้ คุ คลอน่ื
ทราบ เพราะอาจมผี ไู้ มห่ วงั ดนี า� ไปใช ้ ซงึ่ สรา้ งความเสยี หายแกเ่ ราได้
51
ภาพจาก หนงั สือเรียน หนา 51
ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
ขอใดไมเปนลักษณะของขอ มูลตวั อักขระ ครูใหนักเรียนแตละคนอธิบายความหมายของขอมูลตัวอักขระและขอมูล
1. นาํ ไปจัดเรียงได ภาพ จากนั้นใหนักเรียนแตละคนยกตัวอยางขอมูลตัวอักขระและขอมูลภาพท่ี
2. นําไปคํานวณได พบเห็นในชีวิตประจําวันมาคนละ 2 ตัวอยาง พรอมอธิบายเหตุผลวาทําไมถึง
3. มีทงั้ ตัวเลขและตวั อักษร เลือกขอมูลเหลานี้มา ครูอาจจะทําการสรุป เร่ือง ขอมูลตัวอักขระและขอมูล
4. มคี วามหมายและมีความเปนจริง ภาพใหน ักเรียนเขาใจเพิม่ มากข้ึน
(วเิ คราะหค ําตอบ ขอ มลู ตวั อกั ขระเปน ขอ มลู ทป่ี ระกอบไปดว ยตวั
อกั ษรภาษาไทย หรอื ภาษาตา งประเทศ เชน ชอ่ื -นามสกลุ ประวตั ิ
โรงเรียน หรือขอความท่ีเปนตัวเลขซ่ึงไมสามารถนําไปใชในการ
คาํ นวณได ดังนัน้ ตอบขอ 2.)
T95
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน 3) ข้อมูลตัวเลข เป็นข้อมูลท่ี SAVE MONEY
ประกอบด้วยตัวเลข 0 - 9 ที่เรา 122133,,3122
สงั เคราะหค์ วามรู้ สามารถน�ามาใช้ในการค�านวณหรือ 336,44
ประมวลผลได้ เช่น ราคาสินค้า
1. ครูอธิบาย เรอื่ ง ขอมูลตวั เลข ขอ มูลเสยี ง และ จ�านวนเงนิ คะแนนสอบวิชาตา่ ง ๆ
ขอมูลอืน่ ๆ ใหนักเรียนฟง โดยจะยกตวั อยา ง
เก่ียวกับขอมูลตัวเลขวาเปนขอมูลท่ีประกอบ 4) ข้อมูลเสียง เป็นข้อมูลที่ ภาพท่ี 3.3 ขอมลู ตวั เลข
ดวยตัวเลข 0-9 ซึ่งสามารถนํามาใชคํานวณ เกดิ จากการไดย้ ิน เชน่ เสยี งคนพูด
หรือประมวลผลได ขอมูลเสียงจะเปนขอมูล
ท่ีเกิดจากการไดยิน เชน เสียงคนพูด เสียง
สตั วรอง สวนขอ มลู อื่นๆ จะเปน ขอ มลู ท่นี อก
เหนือจากขอ มูลท้งั 4 ประเภททีก่ ลาวมา เชน
ขอ มูลกลน่ิ ขอ มลู รสชาติ ขอ มูลท่ีเกย่ี วขอ งกับ
อุณหภูมิ
เสยี งสตั วร์ อ้ ง เสยี งจากปรากฏการณ์
ธรรมชาติ และเสียงจากอุปกรณ์
เทคโนโลยตี ่าง ๆ ที่สามารถแสดงผล
ขอ้ มลู ในรปู แบบเสยี งได ้ เชน่ แผน่ ซดี ี
โทรทัศน์ วิทยุ
ภาพที่ 3.4 ขอ มูลเสยี ง
5) ข้อมูลอื่น ๆ เป็นข้อมูลที่ 17C ํ
นอกเหนอื จากขอ้ มลู ทงั้ 4 ประเภท ท่ี
กล่าวมาข้างต้น เช่น ข้อมูลกล่ิน
ขอ้ มลู รสชาต ิ ขอ้ มลู เกย่ี วกบั อณุ หภมู ิ
ภาพท่ี 3.5 ขอ มลู อณุ หภูมิ
52
ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 52
เกร็ดแนะครู กิจกรรม 21st Century Skills
ครูใหนักเรียนภายในหองชวยกันตอบคําถามของครูวา ในชีวิตประจําวัน 1. นักเรยี นแบง กลมุ กลุมละ 3-4 คน โดยใหน กั เรียนแตล ะกลุม
นกั เรยี นสามารถพบขอ มลู ตัวเลข ขอ มลู เสยี ง และขอ มูลอ่ืนๆ ไดจ ากแหลง ใด ชวยกันเขียนขอมูลที่พบภายในโรงเรียนใหมากท่ีสุด และให
บาง และขอมูลเหลาน้ันมีอะไรบาง ใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบ จากนั้นครู นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมาเติมคําตอบบนกระดาน
สรุปเนือ้ หา เรอ่ื ง ประเภทของขอ มูล ใหนกั เรยี นฟง วา แบงออกเปน 5 ประเภท โดยแตละกลมุ จะตองตอบไมซา้ํ กนั
ดังนี้ ขอมูลตัวอักขระ ขอมูลภาพ ขอมูลตัวเลข ขอมูลเสียง และขอมูลอ่ืนๆ
ซ่ึงแตขอมูลบางอยางไมควรเผยแพรใหบุคคลอ่ืนรับรู เพราะอาจมีผูที่ไมหวังดี 2. จากน้ันนําขอมูลที่เขียนไดมาจัดประเภทของขอมูลโดยการ
นําไปใช และสรางความเสียหายใหแกเรา เชน เลขบัตรประจําตัวประชาชน เขยี นลงบนกระดาน และใหแ ตล ะกลมุ ชว ยกนั เขยี นแบง ประเภท
เบอรโ ทรศพั ท รหสั บตั ร ATM ของขอมูลที่ไดมาใหถูกตอง กลุมไหนทําเสร็จกอนจะเปนกลุม
ท่ชี นะ และไดรบั ของรางวัลจากครู
T96
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
¡Ô¨¡รรÁ Com Sci ขนั้ สอน
½¡ƒ ·¡Ñ ÉÐ
สงั เคราะหค์ วามรู้
ใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาภาพตอ่ ไปน ี้ แลว้ พดู คยุ แลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ กนั
ภายในห้องเรียนว่า เปนข้อมูลประเภทใด โดยให้บนั ทึกลงในสมดุ 2. นักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ใน
หนังสือเรียน โดยใหนักเรียนพิจารณาภาพท่ี
กําหนดให และสามารถบอกไดวา ภาพน้ัน
จดั เปน ขอ มลู ประเภทใด และบนั ทกึ ลงในสมดุ
โดยครูอาจจะทบทวนความรู เรื่อง ประเภท
ของขอมูล ใหนักเรียนฟงเพ่ิมเติม เพ่ือนํา
ขอ มลู ท่ีไดไปทาํ กิจกรรมฝก ทักษะ Com Sci
1. ขอ้ มูลประเภท 2. ข้อมลู ประเภท บันทึกลงในสมุด ........................................................ ........................................................
3. ขอ้ มูลประเภท 4. ข้อมลู ประเภท ........................................................ ........................................................
ภาพท่ี 3.6 ภาพประกอบกิจกรรมฝก ทกั ษะ
ทักษะการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ ี 21 2. ทกั ษะการส่ือสาร 53
1 . ทกั ษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
ภาพจาก หนงั สือเรียน หนา 53
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
กานจัดทําสรุปความรูในวิชาวิทยาศาสตรไวอานทบทวน ครูอาจจะใหนักเรียนสํารวจภายในโรงเรียนของเราวา มีขอมูลอะไรบาง
กอนสอบ โดยสรุปความรูเปนแผนผังความคิดไว จากเหตุการณ จากนั้นครสู มุ นักเรยี นภายในหอง 4-5 คน ใหตอบคาํ ถาม เรือ่ ง ประเภทของ
ขางตน ลักษณะขอ มูลของกานจดั เปนขอมูลประเภทใด ขอมูลน้ี และเมื่อนักเรียนใหขอมูลตางๆ แลว ครูอาจจะถามคําถามอีกขอวา
ขอมูลท่ีนักเรียนใหมานั้นเปนขอมูลประเภทใด จากนั้นใหนักเรียนทํากิจกรรม
1. ขอ มลู ภาพ ฝกทกั ษะ Com Sci ในหนังสอื เรียน
2. ขอมลู เสยี ง
3. ขอมลู ตวั เลข
4. ขอมูลตัวอักขระ
(วิเคราะหค าํ ตอบ แ ผ น ผั ง ค ว า ม คิ ด ที่ ส รุ ป ค ว า ม รู ใ น วิ ช า
วิทยาศาสตรจัดเปนขอมูลประเภทขอมูลตัวอักขระ เพราะ
เปนขอมูลที่ประกอบดวยตัวอักษรภาษาไทย หรือภาษาตาง
ประเทศ ทไี่ ดจากการสรุปความรูวิชาวิทยาศาสตรอ อกมา ดงั นน้ั
ตอบขอ 4.)
T97
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน ใบงานท่ี 3.1.1
เร่อื ง ประเภทของข้อมูล
สงั เคราะหค์ วามรู้
คาช้ีแจง : ให้นักเรยี นพจิ ารณาภาพทก่ี าหนดให้ จากนั้นนาหมายเลขประจาภาพมาเติมให้ตรงกับประเภทของขอ้ มูล
3. ครูใหนักเรียนทําใบงาน เรื่อง ประเภทของ
ขอมูล โดยใหนักเรียนพิจารณาภาพที่กําหนด 1. 2. 3.
ให จากน้ันนําหมายเลขประจําภาพมาเติม
ใหตรงกับประเภทของขอมูลใหถูกตองที่สุด หอมจัง
จากนัน้ นาํ ใบงานที่ทาํ มาสง ครใู นชว่ั โมงถดั ไป
4. 5. 6.
7. 8. 9.
10.
ข้อมูลภาพ หมายเลข 7 , หมายเลข 9
ข้อมลู ตวั อกั ขระ หมายเลข 4 , หมายเลข 10
หมายเลข 2 , หมายเลข 6
ขอ้ มูลเสยี ง หมายเลข 5 , หมายเลข 8
ขอ้ มลู ตัวเลข หมายเลข 1 , หมายเลข 3
ข้อมลู อื่น ๆ
ภาพจาก
แผนการสอน ที่ 1
หน่วยที่ 13
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ
ครูอาจจะแนะนําการทําใบงาน เรื่อง ประเภทของขอมูล โดยใหนักเรียน ขอ ใดจดั เปน ขอ มลู ที่มีความนาเช่ือถอื มากท่ีสุด
ทําการศกึ ษาเนอื้ หาเพมิ่ เติมจากหนังสือเรยี น หรอื ส่อื ออนไลนตา งๆ เพอื่ ใหได 1. แนนเช่อื เรอื่ งวญิ ญาณจากคาํ บอกเลาของบรรพบรุ ุษ
ขอมูลที่หลากหลาย และสามารถนําขอมูลท่ีไดมาเปรียบเทียบกันเพื่อใหได 2. นกลดนา้ํ หนกั โดยการอดอาหารตามความคดิ เหน็ ในเวบ็ ไซต
ขอ มลู ทถี่ กู ตอ งทสี่ ดุ ในการทาํ ใบงาน ซง่ึ กอ นเรมิ่ ทาํ ใบงาน ครอู าจจะสรปุ ความรู สาธารณะ
เรอ่ื ง ประเภทของขอมูล เพอื่ เปน การทบทวนความรูใหกับนกั เรยี นอกี ครง้ั 3. นิดเช่ือวาตะไครสามารถรักษาโรคเบาหวานไดจากขอมูลท่ี
สงตอกนั ในไลนก ลมุ
T98 4. หนิงคนควาบทความ เร่ือง ประวัติของการศึกษา จาก
เวบ็ ไซตของหนวยงานราชการ
(วิเคราะหค ําตอบ ขอมูลท่ีมีความนาเชื่อถือตองมีลักษณะ ดังนี้
มีหลักฐานรวบรวมขอมูลไวชัดเจน โดยจะไดมาจากตําราที่มี
ผูเขียนหรือมีแหลง อา งองิ ทชี่ ดั เจน ซ่งึ หนิงคนควา บทความ เรอ่ื ง
ประวัติของการศึกษา จากเว็บไซตของหนวยงานราชการ เปน
ขอมูลที่มีความนาเชื่อถือมากท่ีสุด เพราะมีแหลงอางอิงขอมูลท่ี
ชดั เจน ดงั นั้น ตอบขอ 4.)
นา� สอน สรุป ประเมนิ
3 ¢ÍŒ ÁÙÅÊÒÃʹà·È˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹÷ŒÙ èÕตวั ชว้ี ดั ว 4.2 ป.5/3 ว 4.2 ป.5/4 คะแนนเตม็ ขนั้ สอน
Ẻ½¡ƒ ËÑ´ รูจ ักขอ มูล 25 สงั เคราะหค์ วามรู้
ลองทําดู 1. ใหน กั เรยี นพจิ ารณาภาพทก่ี าํ หนดวา มขี อ มลู ประเภทใดบา ง และขอ มลู 4. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด หนา 36 ใน
ใหน ักเรียนลากเสนพาตัวอกั ษรภาษาองั กฤษดานบนเดินทางไปยงั กลอง น้ันคอื สง่ิ ใดที่อยูในภาพ แลว บนั ทกึ ลงในตาราง (4 คะแนน) แบบฝกหัด รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี
ดานลางใหถกู ตอง (วิทยาการคํานวณ) ป.5 โดยใหนักเรียนลาก
เสนทางเดินของตัวอักษรภาษาอังกฤษจากจุด
รายชือ่ เต็ม ที่ได เริ่มตนไปยังจุดสุดทาย และใหนักเรียนเติม
1. นพิ นธ 10 10 คาํ ตอบจากการเดนิ ทางทไี่ ดเ ปน ตวั อกั ษรภาษา
อังกฤษพรอ มกับความหมาย
2. ดารุณี 10 9
5. ครใู หนกั เรยี นทาํ แบบฝก หัด หนา 37 และ 38
3. ชชั วาล 10 8 โดยใหนักเรียนพิจารณาภาพที่กําหนดใหวามี
ขอมลู ประเภทใดบา ง
เฉฉบลับย เฉฉบลับย
ขนั้ สรปุ
11 E2 2 A R3 3 4 C4 5 5 H6 6
สรปุ และประเมนิ คา่ ของคาํ ตอบ
S ประเภทขอมูล ประกอบดว ย
1. ครูเปด โอกาสใหนักเรยี นซกั ถามขอ สงสัย และ
นําตวั อักษรภาษาอังกฤษในแตล ะกลอ งมาเรยี งตามลาํ ดบั จะไดค ําวา อักขระ ปฏิทนิ นาฬก า หนงั สอื ครใู หค วามรเู พิม่ เตมิ ในสวนนั้น
รปู ภาพ กรอบรปู
SEARCH ตวั เลข คะแนนบนบอรด สตู รคูณ 2. ครูตรวจสอบความถูกตองของผลงานการทํา
เสยี ง กระดงิ่ ใบงาน และกจิ กรรมฝกทกั ษะ
มคี วามหมายวา
37
การคน หาอยา งละเอยี ดถถ่ี ว น เพ่ือใหไ ดส ิง่ ที่ตองการ
36
2. ใหนกั เรยี นพิจารณาภาพตอไปน้ี วา เปน ขอ มูลประเภทใด (6 คะแนน)
1. 2.
ขอ มูลประเภท ตัวเลข ขอ มลู ประเภท อื่น ๆ (ขอมูลกล่นิ ) ขน้ั ประเมนิ
3. 4.
นาํ เสนอและประเมนิ ผล
เฉฉบลับย
ตารางการวัดและประเมินผล
วิธกี าร เครอ่ื งมือ เกณฑการประเมิน
ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบ ประเมินตาม
ขอมลู ประเภท อักขระ ขอ มูลประเภท อกั ขระ กอนเรยี น กอ นเรียน สภาพจริง
5. 6.
ตรวจแบบฝก หัด แบบฝก หัด รอยละ 60 ผา นเกณฑ
ตรวจใบงาน ใบงาน รอยละ 60 ผานเกณฑ
ประเมนิ แบบประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ 2
ขอมลู ประเภท รปู ภาพ ขอ มลู ประเภท เสยี ง การนาํ เสนอ การนาํ เสนอ ผานเกณฑ
38 ภาพจาก ผลงาน ผลงาน
สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกต ระดบั คณุ ภาพ 2
แบบฝกหดั การทาํ งานรายบคุ คล พฤตกิ รรม ผา นเกณฑ
จาก แบบฝก หดั หนา 4 หน้า 36-38 สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกต ระดบั คณุ ภาพ 2
การทํางานกลุม พฤติกรรม ผา นเกณฑ
ขอสอบเนน การคดิ แนวทางการวัดและประเมินผล
ขอใดไมใชคณุ สมบตั ขิ องขอมูลสารสนเทศทด่ี ี ครูสามารถสังเกตการนําเสนอผลงาน พฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
1. มคี วามเปนปจ จุบนั และการทํางานกลุมของนักเรียน โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลจาก
2. มคี วามชดั เจน ถูกตอ ง แบบประเมินการนําเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
3. มภี าษาทไี่ พเราะ สละสลวย และการทาํ งานกลมุ ทแ่ี นบมาทา ยแผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 6 หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3
4. มีความสมบรู ณและนาเชื่อถอื
แบบประเมินการนาเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล
(วิเคราะหคาํ ตอบ คุณสมบัติของขอมูลและสารสนเทศที่ดีตอง
มีความเปนปจจุบัน ทันสมัย มีความถูกตอง ชัดเจน สมบูรณ คาชีแ้ จง:ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในช่องท่ี คาชแี้ จง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งท่ี คาชี้แจง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องท่ี
และมีความนาเชือ่ ถือ ดังนั้น ตอบขอ 3.) ตรงกับระดับคะแนน ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกบั ระดับคะแนน
ระดับคะแนน ลาดบั ที่ ช่ือ–สกุล การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมนี ้าใจ การมี รวม ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 1
32 ของนกั เรียน ความคิดเห็น ฟงั คนอื่น ตามท่ไี ด้รบั ส่วนรว่ มใน 15 32
ลาดับที่ รายการประเมิน มอบหมาย การปรบั ปรงุ คะแนน
ผลงานกลุ่ม 1 การแสดงความคิดเหน็
1 2 การยอมรับฟงั ความคิดเห็นของผู้อน่ื
1 ความถกู ต้องของเนื้อหา 321321321321321 3 การทางานตามหน้าท่ีที่ไดร้ บั มอบหมาย
2 ความคดิ สรา้ งสรรค์ 4 ความมีนาใจ
3 วธิ ีการนาเสนอผลงาน 5 การตรงต่อเวลา
4 การนาไปใช้ประโยชน์
5 การตรงต่อเวลา
รวม
รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน
............/.................../................
ลงช่ือ...................................................ผ้ปู ระเมนิ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมนิ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
............/................./................... ............./.................../............... ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบูรณช์ ดั เจน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ เป็นสว่ นใหญ่ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางส่วน ให้ 3 คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ให้ 2 คะแนน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ 14–15 ดีมาก
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 11–13 ดี
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ 14–15 ดีมาก 8–10 พอใช้
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 11–13 ดี ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ
14–15 ดมี าก 8–10 พอใช้
ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรุง
T99
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 2เวลา ชั่วโมง
ลกั ษณะของข้อมลู ที่ดี
1. มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ตัวชว้ี ดั
ว 4.2 ป.5/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมทม่ี ีการใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะอยา่ งงา่ ย ตรวจหาขอ้ ผิดพลาดและแกไ้ ข
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกลกั ษณะของข้อมูลท่ีดไี ดถ้ กู ต้อง (K)
2. อธิบายประโยชน์ทีไ่ ดร้ ับจากการน�ำข้อมลู มาใช้งานได้ (K)
3. สบื ค้นขอ้ มูลเกยี่ วกับลักษณะของขอ้ มลู ท่ีดแี ละประโยชน์ที่ไดจ้ ากการน�ำข้อมูลมาใชง้ าน (P)
4. เห็นประโยชนข์ องการน�ำขอ้ มลู ทดี่ ีมาใชง้ านในชวี ิตประจ�ำวัน (A)
3. สาระการเรยี นรู้
- การค้นหาข้อมลู ในอนิ เทอรเ์ น็ต และการพจิ ารณาผลการคน้ หา
- ก ารประเมนิ ความนา่ เชอื่ ถอื ของขอ้ มลู เชน่ ความสอดคลอ้ ง สมบรู ณข์ องขอ้ มลู จากหลายแหลง่ แหลง่ ตน้ ตอของขอ้ มลู
ผู้เขยี น วันท่ีเผยแพร่ขอ้ มูล
- ขอ้ มูลท่ดี ตี อ้ งมรี ายละเอยี ดครบทกุ ด้าน เช่น ข้อดแี ละข้อเสยี ประโยชน์และโทษ
4. สาระสำ� คญั /ความคิดรวบยอด
การค้นหาข้อมูลเพ่อื ท�ำการสงิ่ ใดสิ่งหนง่ึ จะต้องพจิ ารณาข้อมลู ทดี่ ที ่สี ดุ ซ่ึงขอ้ มลู ท่ีดีควรมคี วามถกู ต้องเชื่อถอื ได้ มคี วาม
สมบูรณ์ครบถ้วน สามารถน�ำไปใช้งานได้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ มีความทันสมัย และมีความสอดคล้องกันของ
ขอ้ มลู นอกจากน้นั ขอ้ มูลต่าง ๆ ยงั สามารถนำ� มาใช้ประโยชนไ์ ด้อย่างหลากหลาย
5. สมรรถนะส�ำคญั ของผเู้ รียนและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสำ� คญั ของผเู้ รียน ทักษะ 4 Cs คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. ทักษะการคดิ อย่างมีวิจารณญาณ 1. มีวินัย
2. ความสามารถในการคิด (Critical Thinking) 2. ใฝ่เรียนรู้
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา 2. ทกั ษะการท�ำงานร่วมกนั 3. มุ่งมน่ั ในการท�ำงาน
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต (Collaboration Skill)
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 3. ทักษะการส่ือสาร
(Communication Skill)
4. ทักษะความคดิ สร้างสรรค์
(Creative Thinking)
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : วธิ ีการสอนโดยเน้นรูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้
(5Es Instructional Model)
T100
นา� น�า สอน สรปุ ประเมนิ
1.3 ลักษณะของข้อมลู ที่ดี ขนั้ นาํ
ในการค้นหาข้อมูลเพื่อจะท�าการส่ิงใดส่ิงหน่ึง จะต้อง กระตนุ้ ความสนใจ
พิจารณาหาขอ้ มูลท่ีดีท่สี ุด ซึง่ ข้อมูลที่ดคี วรมีลกั ษณะ ดงั นี้
1) มีความถูกต้องเช่ือถือได้ ข้อมูลท่ีถูกต้องเช่ือถือได้ 1. ครูทบทวนความรูเดิมของนักเรียนเกี่ยวกับ
จะตอ้ งไดม้ าจากแหลง่ ขอ้ มลู ทม่ี คี วามนา่ เชอ่ื ถอื เชน่ การสอบถาม ความหมายและประเภทของขอมูล พรอมให
จากผู้รู้โดยตรง การค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์หน่วยงานของรัฐ นกั เรยี นยกตวั อยา งขอ มลู ทอ่ี ยบู รเิ วณบา นของ
การคน้ หาจากหนงั สือเอกสารตา่ ง ๆ ตนเอง
2) มคี วามสมบรู ณค์ รบถว้ น สามารถนา� ไปใชง้ านได ้ ขอ้ มลู
ที่ดีจะตอ้ งมีรายละเอียดครอบคลุมครบทุกดา้ น เช่น มีการบอก 2. นกั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ 5 คน หรอื ตามความ
ขอ้ ดีและข้อเสยี บอกประโยชน์และโทษของขอ้ มูลนั้น ๆ เหมาะสม จากน้ันครูเขียนประเภทของขอมูล
3) ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ ข้อมูลที่ผู้ใช้งานเลือก บนกระดานโดยแบงเปนคอลัมนของแตละ
ใช้จะตอ้ งเปน็ ขอ้ มูลท่ผี ู้ใชต้ ้องการ ไม่นา� ข้อมูลทไี่ ม่จ�าเปน็ หรือ ประเภท และใหนักเรียนที่เปนตัวแทนของ
ไม่เก่ียวข้องมาใช้ เพราะจะท�าให้เสียเวลาในการค้นหาและได้ แตละกลุมออกมาเขียนส่ิงอยูบริเวณบานของ
ข้อมูลท่ีไมต่ ้องการ ตนเองบนกระดาน
4) มคี วามทนั สมัย ข้อมูลควรจะเป็นขอ้ มูลทที่ นั สมัยตาม
กาลเวลา เพราะจะท�าใหส้ ามารถนา� ขอ้ มูลไปใชไ้ ดท้ ันที 3. นกั เรยี นและครรู ว มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ ง
5) มีความสอดคล้องกันของข้อมูล ในการหาข้อมูลจาก ของขอ มลู บนกระดาน
หลาย ๆ แหล่ง ข้อมูลที่ได้ควรจะเป็นข้อมูลท่ี
เป็นเร่ืองเดียวกัน และมีเน้ือหาที่สอดคล้องกัน 4. ครูถามนกั เรยี นวา
สามารถนา� มาใช้ร่วมกันได้ • ขอ มลู บนกระดานมคี วามสมบรู ณห รอื ไม ถา
ยังไมส มบรู ณ หากนกั เรยี นนาํ ขอ มูลเหลานี้
ไปใชจะเกิดผลอยางไร
(แนวตอบ นกั เรยี นตอบตามความคดิ เหน็ ของ
ตนเอง โดยคําตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของ
ครูผูสอน เชน ขอมูลเกิดความผิดพลาด
ขอมูลขาดความนาเช่อื ถือ)
ขน้ั สอน
สาํ รวจคน้ หา
1. นักเรียนศึกษาลักษณะของขอมูลท่ีดีจาก
หนงั สือเรยี น หรอื สืบคนจากอนิ เทอรเ น็ต
2. ครูสุม นกั เรยี น 2-3 คน ออกมาอภิปรายหนา
ชั้นเรียนเก่ียวกับขอมูลท่ีไดดําเนินการศึกษา
หนา ชั้นเรียน
54
ภาพจาก หนังสอื เรียน หนา 54
ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ขอใดไมใ ชประโยชนของขอ มลู ครอู ธิบาย เร่อื ง ลกั ษณะของขอ มูลทด่ี ี ใหนกั เรยี นภายในหองฟงวา ขอ มลู
1. ทาํ ใหเกง ขึ้น ท่ีดคี วรมีลกั ษณะ ดงั น้ี 1. มคี วามถกู ตองเชอ่ื ถอื ได คือ ขอ มูลท่ถี กู ตอ งทไ่ี ดม า
2. ทําใหว างแผนได จากแหลงขอมูลท่มี คี วามนาเช่ือถอื 2. มีความสมบรู ณค รบถว น สามารถนําไป
3. ทาํ ใหตดั สินใจได ใชงานได 3. เปน ขอมูลที่ตรงตามความตองการของผใู ชง าน 4. เปน ขอมูลที่มี
4. ทาํ ใหทราบขอ มลู ท่ีแทจ รงิ ความทันสมัยและเปนปจจุบัน 5. เปนขอมูลท่ีมีความสอดคลองกันของขอมูล
ตา งๆ จากนน้ั ครสู มุ ใหน กั เรยี นตอบคาํ ถามวา ลกั ษณะของขอ มลู ทด่ี เี ปน อยา งไร
(วเิ คราะหคาํ ตอบ ประโยชนของขอมูล มีดังนี้ การทราบขอมูล ใหนักเรยี นอธิบาย
ตางๆ ทําใหตัดสินใจหรือแกไขปญหาไดอยางถูกตอง ทําให
วางแผนได และเกดิ การตัดสินใจได ดงั นน้ั ตอบขอ 1.)
T101
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน ¡¨Ô ¡รรÁ Com Sci
½¡ƒ ·Ñ¡ÉÐ
อธบิ ายความรู
ให้นักเรียนพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายในห้องเรียน แล้วท�า
1. นักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ใน เครอื่ งหมาย ✓ หน้าข้อทเ่ี ปน การน�าขอ้ มลู ทด่ี มี าใช้ และท�าเครอ่ื งหมาย
หนงั สอื เรยี น โดยใหน กั เรยี นพดู คยุ แลกเปลยี่ น ✗ หนา้ ข้อท่ีเปนการน�าข้อมลู ทีไ่ ม่ดมี าใช ้ โดยให้บันทึกลงในสมุด
ความคิดเห็นกันภายในหองเรียน แลวทํา
เครื่องหมายถูกหนาขอท่ีเปนการนําขอมูล ................ 1. โปต อ้ งการหาขอ้ มลู เรอ่ื ง “จกั รวาล” โปจ งึ หาขอ้ มลู
ท่ีดีมาใช และทําเครื่องหมายผิดหนาขอท่ี ทพี่ มิ พไ์ วเ้ มอื่ 5 ปท แ่ี ลว้ เพอื่ ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ทถี่ กู ตอ้ ง
เปนการนําขอมูลที่ไมดีมาใช จากน้ันบันทึก ................ 2. ปจู ะไปเทย่ี วจงั หวดั ชลบรุ ี จงึ คน้ หาสถานทท่ี อ่ งเทย่ี ว
ขอมูลท่ีไดลงในสมุด นักเรียนสามารถ จากเว็บไซตข์ องการทอ่ งเท่ยี วแห่งประเทศไทย
หาความรูเพ่ิมเติมไดจากหนังสือเรียน หรือ ................ 3. โปต้องการน�าเสนอสรรพคณุ ของกระเทยี มให้แก่
สือ่ ออนไลนต างๆ ได ผ้อู ืน่ โปจ ึงหาข้อมูลเกยี่ วกับประโยชน ์ ขอ้ ดแี ละ
ข้อเสยี ของการรับประทานกระเทยี ม
................ 4. ปนู �าข้อมูลที่ได้จากหนังสือหลาย ๆ เล่ม มารวม
เขา้ ด้วยกันให้เป็นเรือ่ งเดียว
................ 5. ปูและโปตอ้ งการทา� รายงานเรอ่ื ง
“โรงเรยี นของฉัน” ปแู ละโปจ ึงสอบถาม
ข้อมูลกบั คณุ ครูในโรงเรียนเพอื่ ให้ได้
ขอ้ มลู ที่ตรงตามความต้องการ
บนั ทกึ ลงในสมุด
ทกั ษะการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี 21 55
1. ทักษะการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ 2. ทกั ษะการสอื่ สาร
ภาพจาก หนังสือเรียน หนา้ 55
เกร็ดแนะครู กิจกรรม สรางเสริม
ครูใหน ักเรียนทาํ กิจกรรมฝก ทกั ษะ Com Sci ในหนงั สือเรียน กอนทจ่ี ะทํา ครใู หน ักเรียนเขยี นสถานการณ 2 สถานการณ โดยมีเงอื่ นไข
กิจกรรมครูอาจจะยกสถานการณมาถามเพ่ือใหนักเรียนคิดวา สถานการณนี้ วาจะตองเปนการนําขอมูลที่ดีและขอมูลที่ไมดีมาใช จากนั้นให
เปน การนาํ ขอ มลู ทด่ี หี รอื ไมด มี าใช โดยใหน กั เรยี นภายในหอ งชว ยกนั ตอบคาํ ถาม นักเรียนแตละคนวาดภาพประกอบสถานการณท่ีนักเรียนกําหนด
ซงึ่ จะมคี าํ ถามเปน สถานการณ ดังน้ี ทั้ง 2 สถานการณ ลงในกระดาษ A4 ท่คี รแู จกให พรอมอธิบาย
วาแตละสถานการณเปนการนําขอมูลแบบใดมาใช และตกแตง
1. นดิ ตอ งการทาํ ไขเ จยี ว นดิ จงึ ไปสอบถามขอ มลู การทาํ ไขเ จยี วจากคณุ แม ใหส วยงาม ชิ้นงานของนักเรยี นคนใดมีความสวยงามและถูกตอ ง
เพื่อใหไดวิธกี ารทาํ ไขเ จยี วใหมีความอรอย สมบรู ณของเนอ้ื หาที่สดุ จะไดร ับรางวลั จากครู
2. บีตอ งการคน หาขอ มลู เรื่อง ไขห วดั เพื่อจะนําขอ มูลท่ไี ดไปดแู ลนองที่
ปว ยอยู โดยบไี ดส บื คน ขอ มลู เรอ่ื ง ไขห วดั จากเวบ็ ไซตข องโรงพยาบาลแหง หนงึ่
3. เจมจะตองทํารายงาน เร่ือง ฟุตบอล เจมจึงไปสืบคนขอมูลโดยการ
สอบถามขอ มลู เรอื่ ง ฟตุ บอล จากครวู ทิ ยาศาสตร และคณุ ลงุ ขายขา วทโี่ รงเรยี น
T102
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
ใบงานที่ 3.2.1 ขนั้ สอน
เรือ่ ง ลักษณะของข้อมูลท่ีดี
อธบิ ายความรู้
คาชแ้ี จง : ใหน้ ักเรียนพิจารณาข้อความท่ีกาหนดใหต้ ่อไปน้ี และทาเคร่อื งหมาย ด้านหนา้ ข้อความ
ทีน่ าข้อมูลทด่ี มี าใช้งาน และทาเคร่ืองหมาย ดา้ นหนา้ ข้อความทน่ี าข้อมูลท่ีไมด่ มี าใช้งาน 2. ครูใหนักเรียนทําใบงาน เร่ือง ลักษณะของ
1. มาริสาเหน็ เพื่อนในห้องโพสต์ขอ้ ความในสื่อสังคมออนไลนว์ ่า ขอมูลท่ีดี โดยใหพิจารณาขอความที่กําหนด
ให และทําเครื่องหมายถูกหนาขอท่ีสามารถ
............ ............ “พรุ่งน้ีโรงเรยี นหยดุ ” จึงโพสต์ข้อมูลน้ตี อ่ ใหเ้ พื่อน ๆ ภายในหอ้ งเรียน นาํ มาใชง านได จากนนั้ ครสู มุ นกั เรยี น 2-3 คน
ออกมานําเสนอ พรอ มอภปิ รายรวมกนั ภายใน
หอ งเรียน
2. ลักษณาต้องทาการบ้านเร่ืองข้อมลู ที่ดี จึงไปหาข้อมลู เพม่ิ เติมท่ีห้องสมดุ
............ ............ ภายในโรงเรียน เพ่อื ทาการบา้ นและส่งให้ครตู ามเวลาท่ีกาหนด
3. ธีรศกั ด์ิตอ้ งการเดินทางไปจงั หวดั บุรรี มั ยด์ ว้ ยเคร่ืองบิน จงึ คน้ หาขอ้ มลู
จากเว็บไซต์สายการบนิ เพอื่ นาขอ้ มลู ราคาคา่ โดยสารมาเปรียบเทียบ
............ ............ ก่อนตดั สนิ ใจเดนิ ทาง
14. หน่อยอยากมีผิวพรรณดี ขาวใส จงึ คน้ หาข้อมลู เกีย่ วกบั อาหารเสริมตา่ ง ๆ
............ ............ จากอินเทอร์เน็ตเพอ่ื ประกอบการตดั สินใจในการเลอื กซื้อ
5. เอกและกติ ตอ้ งทารายงานวชิ าภาษาอังกฤษสง่ ครู ดังนน้ั จึงหาขอ้ มูล
............ ............ จากอินเทอรเ์ น็ตและหนังสอื หลาย ๆ เลม่ และจัดทาเปน็ รายงานสง่ คณุ ครู
ภาพจาก
แผนการสอน ที่ 12
หน่วยท่ี 13
กจิ กรรม ทา ทาย เกร็ดแนะครู
ใหน กั เรยี นเขยี นขอมูลที่พบเห็นในชีวิตประจําวนั โดยจะตอง
เขียนแยกประเภทของขอมูลท้ัง 5 ประเภทใหไดมากที่สุด โดย ครูใหนักเรียนทําใบงาน เรื่อง ลักษณะของขอมูลที่ดี โดยสามารถศึกษา
นักเรียนคนใดไดขอมูลที่พบเห็นในชีวิตประจําวันมากที่สุด และ เนื้อหาเพ่ิมเติมไดจากหนงั สือเรียน หรอื สอื่ ออนไลนต า งๆ โดยในการทําใบงาน
แยกประเภทของขอ มลู ไดถ กู ตอ งทส่ี ดุ จะเปน ผชู นะ จะไดร บั รางวลั นน้ั นักเรียนจะตองเรยี นรเู น้อื หา เร่ือง ลักษณะของขอ มูลทดี่ ี วา มอี ะไรบา ง เพอ่ื
จากครู โดยมเี งอื่ นไขในการทาํ วา ตอ งวาดตารางตามทกี่ าํ หนดให ทจ่ี ะตอบคาํ ถามในใบงานได โดยครอู าจจะสมุ นกั เรยี นขน้ึ มา 3-5 คน ออกมาตอบ
ลงในสมุด พรอมเก็บขอมูลที่พบเห็นในชีวิตประจําวันใหไดมาก คาํ ถามวา ลกั ษณะของขอ มลู ทดี่ มี อี ะไรบา ง ใหน กั เรยี นยกตวั อยา งมาคนละ 1 ขอ
ท่ีสดุ จะมเี วลาในการทาํ กจิ กรรมนี้ทง้ั หมด 20 นาที หามซํ้ากัน
ขอมลู ท่ี ประเภทของขอมูล นักเรียนควรรู
พบในชีวิต ขอ มลู ตวั ขอ มลู ขอ มลู ขอ มูล ขอ มูล
ประจาํ วนั อกั ขระ ภาพ ตวั เลข เสยี ง อืน่ ๆ 1 อินเทอรเน็ต คือ เครือขายคอมพิวเตอรท่ีมีขนาดใหญ มีการเชื่อมตอ
ระหวางเครือขายหลายๆ เครอื ขา ยทวั่ โลก โดยใชภาษาทใ่ี ชส ่ือสารกันระหวาง
คอมพวิ เตอรทเ่ี รียกวา โพรโทคอล (protocol) ผูใชเครือขา ยนี้สามารถสือ่ สาร
ถึงกันไดในหลายๆ ทาง เชน อีเมล เว็บบอรด และสามารถสืบคนขอมูลและ
ขา วสารตางๆ
T103
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน 1.4 ประโยชนข์ องขอ้ มลู
ข้อมูลต่าง ๆ ท่ีเรารับรู้สามารถน�ามาใช้ประโยชน์ได้
อธบิ ายความรู้ หลายดา้ น ดงั น้ี
1) ด้านการตัดสินใจหรือ
3. ครูทบทวนเนอ้ื หาการเรียนเม่อื ชัว่ โมงที่แลว แก้ไขปญหา การทราบข้อมูล ¨Ðเล×อ¡¡Ôน
4. นักเรียนศึกษาเน้ือหา เรื่อง ประโยชนของ ต่าง ๆ ท�าให้ตัดสินใจหรือแก้ไข ¹Òéí ¼ÅäÁŒ
Ëรอ× นม´นÕ Ð
ขอมูล จากหนงั สอื เรียน หรอื สืบคนขอ มลู เพิม่
เติมจากอินเทอรเน็ตในเครื่องคอมพิวเตอร ปญ หานัน้ ๆ ไดอ้ ย่างถกู ต้องและ
ของตนเอง จากนน้ั สมุ นกั เรยี นออกมาอภปิ ราย เหมาะสม เช่น การเลือกซื้อ
เนื้อหาหนาชั้นเรียน โดยครูคอยใหคําแนะนํา สินค้าท่ีมีคุณภาพและราคาถูก
เพมิ่ เติม การปรับปรุงตนเองเม่ือทราบ
5. ครูอธิบายกับนักเรียนเกี่ยวกับประโยชนของ ผลสอบ
ขอมูลที่สามารถนํามาใชประโยชนไดหลาย ภาพท่ี 3.7 ประโยชนข องขอ มูลดานการตัดสินใจ
ดา น ดงั นี้ ดา นการตัดสินใจหรือแกไขปญหา
เชน การเลอื กซอ้ื ผกั การเลอื กเสน ทางการเดนิ
ทางท่ีเรว็ ที่สุด ดา นการติดตอส่ือสาร เชน การ
พดู คยุ การแลกเปลยี่ นขอ มลู ซงึ่ กนั และกนั การ
ดูการตูน (เปนการรับขอมูลอยางเดียว) การ
เลนเกม (เปนการรับและสง ขอมูล)
2) ด้านการติดต่อส่ือสาร1
เมอ่ื เราอยู่ในสังคม เราตอ้ งมกี าร Çѹ¹éÕàÃÒÁ¡Õ ÒúŒÒ¹ÇªÔ ÒÍÐäúҌ §¹Ð
ติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นอยู่เสมอ
ซงึ่ การตดิ ต่อส่อื สารด้วยวิธตี ่าง ๆ มÕÇÔªา
จะท�าให้เรากับผู้อื่นเข้าใจในเร่ือง Ç·Ô ÂÒÈÒʵà áÅÐ
¤³µÔ ÈÒʵè ÐŒ
ตา่ ง ๆ ไดต้ รงกนั
ภาพท่ี 3.8 ประโยชนข องขอ มูลดานการพูดคุย
ตดิ ตอ สื่อสาร
56
ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 56
นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคิด
1 การติดตอสื่อสาร คือ กระบวนการถายทอดขาวสารจากบุคคลหนึ่งไปยัง ขอมลู มปี ระโยชนอยางไรบาง จงเขียนอธบิ าย
อีกบคุ คลหนึ่ง หรอื จากกลุมหนง่ึ ไปยงั อกี กลุมหนึ่ง ซ่งึ การถา ยทอดอาจใชภาษา
พูด ภาษาเขียน หรือสัญลักษณอ่ืนๆ ที่สามารถทําใหเขาใจขาวสารไดตรงกัน (แนวตอบ 1. ดานการตัดสินใจหรือแกไขปญหา การทราบ
ซ่ึงกระบวนการติดตอส่ือสารเปนกระบวนการสงขาวสารระหวางบุคคล 2 คน ขอ มูลตา งๆ ทาํ ใหต ัดสนิ ใจหรือแกไ ขปญ หาไดอยา งถูกตอ ง และ
หรอื มากกวา 2 คนขน้ึ ไป และองคป ระกอบสาํ คญั ทเ่ี กยี่ วขอ งกบั การตดิ ตอ สอื่ สาร เหมาะสม 2. ดานการตดิ ตอ ส่อื สาร เมื่อเราอยูในสังคม เรายอม
อยางงา ย 3 ประการ มีดังน้ี ผสู งขาวสาร ขา วสาร และผูร ับขา วสาร มีการติดตอสอ่ื สารกับผูอ่นื ซึ่งการติดตอ สอ่ื สารดว ยวธิ ีการตางๆ
จะทําใหเรากับผูอ่ืนเขาใจในเร่ืองตางๆ ไดตรงกัน 3. ดานการ
เรยี นหรือการทํางาน ซึง่ การศกึ ษาคนควาขอมูลตา งๆ เพอื่ นาํ มา
พัฒนาตนเองใหฉลาดรอบรู 4. ดานการพัฒนาชุมชนและสังคม
โดยขอมูลในดานชีวิตความเปนอยูของคนในทองถ่ิน สามารถนํา
มาพฒั นาชมุ ชนและสังคมได)
T104
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
3) ด้านการเรียนหรือการ ขนั้ สอน
ท�างาน การศึกษาค้นคว้าข้อมูล
ต่าง ๆ เพื่อน�ามาพัฒนาตนเอง อธบิ ายความรู้
ใหฉ้ ลาดรอบรทู้ า� ใหส้ ามารถเรยี น
หนังสือหรือท�างานต่าง ๆ ตาม 6. ครูอธิบาย เรื่อง ประโยชนของขอมูลในดาน
หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้อย่าง การเรียนหรือการทํางานวา เปนการศึกษา
มีประสทิ ธภิ าพ คน ควา ขอ มลู ตา งๆ เพอื่ นาํ มาใชใ นการพฒั นา
4) ด้านการพัฒนาชุมชน ตนเอง และอธบิ ายประโยชนใ นดา นการพฒั นา
และสังคม การศึกษาข้อมูลใน ชุมชนกับนักเรียนวา เปนการศึกษาขอมูลใน
ด้านชีวิตความเป็นอยู่ของคน ดานชีวิตความเปนอยูของคนในทองถ่ิน ซึ่ง
ในท้องถ่ินสามารถน�ามาพัฒนา สามารถนํามาพัฒนาชุมชนและสงั คมได
ชมุ ชนและสงั คมได ้ เชน่ มีข้อมูล
เร่ืองจ�านวนเด็กในชุมชนท่ีชอบ ภาพท่ี 3.9 ประโยชนของขอ มูลดา นการเรยี น
เล่นกีฬาเพ่ิมขึ้นเร่ือย ๆ จงึ สรา้ ง หรอื การทาํ งาน
ลานกฬี าสา� หรบั เดก็ ขนึ้
ภาพที่ 3.10 ประโยชนของขอมูลดานการพฒั นา
ชมุ ชนและสงั คม
57
ภาพจาก หนงั สือเรยี น หนา 57
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
บคุ คลใดสามารถใชประโยชนจ ากขอมูลสารสนเทศไดถกู ตอง ครอู าจจะสมุ นกั เรยี นขน้ึ มาถามคาํ ถามเกยี่ วกบั เรอ่ื ง ประโยชนข องขอ มลู วา
1. หนูนาคน หาความรูจ ากเว็บไซตที่ไมรจู ัก ใหน กั เรยี นยกตวั อยา งประโยชนข องขอ มลู วา มอี ะไรบา ง และขอ มลู ทเี่ ราพบเหน็
2. น้าํ หวานคนหาขอมูลแลว ไปเผยแพรต อ ในชีวิตประจําวันมีความสําคัญกับตัวเราหรือไม และนักเรียนคิดวาในอนาคต
3. บุม นําขอ มลู ทีไ่ มเ ปนความจริงไปสง งานคุณครู ขอมูลจะมีความเปลี่ยนแปลงหรือแตกตางไปจากขอมูลในปจจุบันหรือไม จาก
4. จินใชข อมูลทไ่ี ดประมวลผลแลว มาใชแกโจทยคณติ ศาสตร น้ันครอู ธิบายสรุป เร่อื ง ประโยชนของขอ มูล รวมกับนักเรยี นภายในหองเรียน
(วิเคราะหคาํ ตอบ จินนําขอมูลท่ีไดประมวลผลแลวมาใชในการ
แกโจทยปญหาวิชาคณิตศาสตร เปนการนําขอมูลสารสนเทศ
ไปใชใหเกิดประโยชนใ นดา นการเรยี น ดงั นัน้ ตอบขอ 4.)
T105
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน ¡Ô¨¡รรÁ Com Sci
½¡ƒ ·¡Ñ ÉÐ
ขยายความเขา้ ใจ
ให้นักเรียนพจิ ารณาภาพตอ่ ไปนี้ แลว้ พูดคุยแลกเปลย่ี นความคิดเห็น
1. นกั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ3-4คนเพอื่ ทาํ กจิ กรรม กันภายในห้องเรียนว่า ข้อมูลท่ีได้จากภาพมีประโยชน์ในด้านใดบ้าง
ฝก ทกั ษะ Com Sci ในหนังสือเรียน โดยให โดยใหบ้ นั ทกึ ลงในสมดุ
นักเรียนพิจารณาภาพ แลวพูดคุยแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็นรวมกันเก่ียวกับขอมูลที่ไดจาก
ภาพ เมอื่ ทําเสร็จแลวครใู หน กั เรียนแตละกลมุ
ออกมานําเสนอหนาชน้ั เรียน
ภาพท่ี 3.11 ภาพประกอบกิจกรรมฝกทักษะ
ขอ้ มูลทไ่ี ดจ้ ากภาพมีประโยชน ์ คือ ..............................................................................................................
บนั ทึกลงในสมุด..............................................................................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................................................................
ทักษะการเรยี นรู้ในศตวรรษท ี่ 21 2. ทักษะการสอื่ สาร
58 1. ทักษะการคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ
ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 58
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ครูอาจจะชวยอธิบายข้ันตอนในการทํากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci โดย การจัดทําขอมูลใหเปนสารสนเทศ ข้ันตอนใดที่ตองทําเปน
ใหด ภู าพทก่ี าํ หนดให และอธบิ ายถงึ ขอ มลู ทไี่ ดจ ากภาพวา มปี ระโยชนใ นดา นใด ขนั้ ตอนสุดทาย
บา ง และบันทึกขอมลู ลงในสมดุ ครูอาจจะยกสถานการณกอ นการทาํ กจิ กรรม
มาใหน กั เรียนลองทาํ เชน ครูยกสถานการณเปน ภาพประกอบพรอมคาํ อธบิ าย 1. การจดั เก็บขอ มลู
วา นักเรียนชวยกนั ตวิ หนังสือสอบกับเพื่อนในวิชาวทิ ยาศาสตร ภาษาไทย และ 2. การนําขอ มูลไปใช
คณติ ศาสตร ซึ่งในกลุมเพื่อนจะมคี นที่เกงในแตล ะวชิ า จงึ นดั กนั วาใหคนท่ีเกง 3. การตรวจสอบขอมูล
ในแตละวิชาติวหนังสือใหเพื่อนเพ่ือใหไดรับความรูกันอยางท่ัวถึง จากการยก 4. การประมวลผลขอมลู
สถานการณพ รอ มภาพประกอบนอี้ ธบิ ายไดว า จะเกดิ ประโยชนใ นดา นการเรยี น
หรอื การทาํ งาน เพราะเปน การศกึ ษาคน ควา ขอ มลู ตา งๆ เพอ่ื นาํ มาพฒั นาตนเอง (วเิ คราะหคําตอบ การจัดทําขอมูลใหเปนสารสนเทศในขั้นตอน
ใหม ีความฉลาดรอบรใู นแตล ะดา น สุดทา ยจะเปน ขนั้ ตอนการนําขอ มูลไปใช ดงั นนั้ ตอบขอ 2.)
T106
นา� สอน สรุป ประเมิน
3. ใหน ักเรยี นอานขอความ แลว ตอบคําถาม (6 คะแนน) ติดภาพ ขน้ั สอน
ธนพลดูรายการโทรทัศนเก่ียวกับไฟไหมมหาวิหารโนเตรอดาม ที่ประเทศ (ขน้ึ อยูกับดุลยพนิ ิจของผูสอน)
ฝรง่ั เศส จงึ เกิดความสนใจศึกษาประวัติและความสาํ คญั ของมหาวิหารแหง ขยายความเขา้ ใจ
นเี้ พมิ่ เตมิ ใหน กั เรยี นชว ยธนพลคน ควา หาขอ มลู เรอื่ งมหาวหิ ารโนเตรอดาม
จากเวบ็ ไซต 2 เวบ็ ไซต นาํ ภาพมาตดิ และบอกรายละเอยี ดของแหลงท่มี า 2. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด หนา 39-40 ใน
พรอมประเมนิ ความนา เช่ือถือของแหลงขอมูลนน้ั ๆ ดว ย แบบฝกหัด รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี
(วิทยาการคํานวณ) ป.5 โดยมีคําสั่งวาให
แหลงขอ มูล th.wikipedia.org นักเรียนอา นขอความตอไปน้แี ละตอบคาํ ถาม
ตดิ ภาพ ผเู ผยแพร วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี 3. ครใู หน กั เรยี นทาํ แบบฝก หดั หนา 40-41 โดยมี
(ข้ึนอยกู ับดลุ ยพนิ จิ ของผูสอน) คาํ สง่ั วา ใหน กั เรยี นพจิ ารณาภาพตอ ไปนี้ แลว
เฉฉบลบั ย เฉฉบลบั ย วนั ที่เผยแพร ไมไดระบุ บอกวาขอมูลที่ไดจากภาพนั้นมีประโยชนใน
ขอ มูลมคี วามนาเช่ือถือหรือไม เพราะเหตุใด ดานใดบาง พรอมอธิบายเหตุผลประกอบ
มคี วามนา เชอ่ื ถอื แตต อ งใชว จิ ารณญาณในการอา น เพราะแหลง ขอ มลู มาจากคน
ท่ัวโลก ไมว าจะเปนผเู ชีย่ วชาญหรอื บุคคลท่วั ไป สามารถเพ่ิมหรอื แกไขขอมลู ได
แหลงขอมูล www.thairath.co.th 4. ใหน กั เรียนพจิ ารณาภาพตอไปน้ี แลว บอกวา ขอมลู ท่ีไดจากภาพ ขน้ั สรปุ
ผเู ผยแพร ไทยรัฐออนไลน มีประโยชนด านใดบา ง (9 คะแนน)
วันทเี่ ผยแพร 16 เมษายน พ.ศ. 2562 ตรวจสอบผล
ขอมลู มีความนา เช่อื ถือหรอื ไม เพราะเหตุใด 1. ขอมูลที่ไดจ ากภาพมปี ระโยชน คอื
มีความนาเช่ือถือ เพราะมาจากองคกรขาวสารที่มีชื่อเสียง และมีกระบวนการ 1. ครูประเมินผลนักเรียนจากการตอบคําถาม
ตรวจสอบขาวกอ นนาํ เสนอ ดา นการเรยี นหรอื ทาํ งาน เพอ่ื พัฒนา การทาํ ใบงาน และสมุดประจําตัวของนักเรียน
ตนเองใหฉ ลาดรอบรู สามารถเรยี น
39 หนงั สือหรือทํางานตาง ๆ ไดอ ยา งมี 2. ครูตรวจสอบความถูกตองของผลงานการทํา
ประสิทธภิ าพ ใบงาน และกจิ กรรมฝกทกั ษะ
40 3. นักเรียนและครูรวมกันสรุปเก่ียวกับลักษณะ
ของขอ มูลทีด่ ี
2. ขอ มลู ทไี่ ดจ ากภาพมีประโยชน คอื
ขนั้ ประเมนิ
1) ดานการตดิ ตอสือ่ สาร การสนทนากบั ผอู นื่
ทาํ ใหเ ราเขาใจในเรื่องตา ง ๆ ไดตรงกัน ตรวจสอบผล
2) ดา นการตดั สินใจ เชน เมอ่ื เราทราบขอมลู
ตา ง ๆ ทาํ ใหเราตดั สนิ ใจวาจะเลอื กใช
บรกิ ารหรอื ไม
3. ขอ มลู ที่ไดจ ากภาพมีประโยชน คอื ตารางการวดั และประเมินผล
1) ดานการติดตอส่ือสาร การบอกขอมูลสภาพ เฉฉบลบั ย วธิ กี าร เครือ่ งมอื เกณฑการประเมิน
อากาศใหก บั ผูอ่นื รับรู
2) ดานการตัดสินใจ การทราบขอมูลสภาพ ตรวจใบงาน ใบงาน รอยละ 60 ผานเกณฑ
อากาศแตละวัน ทําใหเราตัดสินใจในการ
ดาํ เนนิ ชวี ติ ประจาํ วนั ถูกตอง ตรวจแบบฝกหดั แบบฝกหดั รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
3) ดานการพัฒนาชุมชนและสังคม ขอมูลสภาพ ประเมิน แบบประเมนิ ระดับคณุ ภาพ 2
อากาศทาํ ใหเ ราวางแผนการเพาะปลกู พชื ในชมุ ชน
ไดอ ยา งเหมาะสม และใชทรพั ยากรอยา งคมุ คา การนาํ เสนอ การนําเสนอ ผานเกณฑ
เกณฑก ารใหค ะแนน รายการประเมนิ คะแนนตอขอ ยอ ย คะแนนรายขอ เกณฑก ารตัดสนิ ผลงาน ผลงาน
1. ระบุประเภทขอ มลู ไดถกู ตอง (4 ขอยอย) 1 4 •12 คะแนนข้นึ ไป = ผาน สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกต ระดับคณุ ภาพ 2
2. จําแนกขอ มูลแตละประเภทไดถกู ตอ ง (6 ขอ ยอ ย) 1 6 •ต่าํ กวา 12 คะแนน = ปรบั ปรงุ การทาํ งานรายบคุ คล พฤติกรรม ผานเกณฑ
3. ระบุและประเมินความนาเชอ่ื ถือของแหลงทมี่ าของขอ มูล 3 6
3 9
ได (2 ขอยอ ย) 25
4. บอกประโยชนข องขอ มูลแตล ะชนดิ ไดถ ูกตอ ง (3 ขอ ยอ ย) สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ระดับคณุ ภาพ 2
41 การทํางานกลมุ พฤติกรรม ผา นเกณฑ
คะแนนเตม็
ภาพจาก
แบบฝกหดั
จาก แบบฝก หัด หนา 4 หน้า 39-41
กิจกรรม 21st Century Skills แนวทางการวัดและประเมินผล
1. ใหนกั เรียนแบง กลมุ ตามความสมคั รใจ กลุมละ 4-5 คน ครูสามารถสังเกตการนําเสนอผลงาน พฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
2. ใหน กั เรียนทาํ รายงาน เรื่อง ขอ มูลสารสนเทศในชีวิตประจาํ วนั และการทํางานกลุมของนักเรียน โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลจาก
3. สมาชิกในกลุมรวมกันเลือกขอมูลและจัดเตรียมขอมูล เพ่ือ แบบประเมินการนําเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
และการทาํ งานกลมุ ทแ่ี นบมาทา ยแผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 6 หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3
นําเสนอตามรูปแบบทน่ี ักเรยี นคดิ วา นาสนใจอยางอสิ ระ
4. นาํ เสนอขอ มลู หนา ชน้ั เรยี น ดว ยวธิ กี ารสอ่ื สารทท่ี าํ ใหผ อู นื่ เขา ใจ แบบประเมินการนาเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม
ไดง าย คาชแ้ี จง:ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงในช่องที่ คาช้แี จง : ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในช่องท่ี คาชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่องท่ี
5. ครูและนักเรียนภายในหอ งเรยี นรว มกนั สรุปขอมูล เรอ่ื ง ขอมลู ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกับระดับคะแนน
สารสนเทศในชีวิตประจําวนั ระดบั คะแนน ลาดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 ลาดับที่ ชอื่ –สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมีนา้ ใจ การมี รวม
32 32 ของนักเรียน ความคิดเห็น ฟังคนอนื่ ตามท่ีได้รบั ส่วนร่วมใน 15
ลาดบั ที่ รายการประเมนิ มอบหมาย การปรับปรุง คะแนน
1 การแสดงความคดิ เหน็ ผลงานกลุ่ม
1 2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ ืน่
1 ความถกู ตอ้ งของเนื้อหา 3 การทางานตามหน้าท่ีทไี่ ด้รับมอบหมาย 321321321321321
2 ความคดิ สร้างสรรค์ 4 ความมีนาใจ
3 วิธีการนาเสนอผลงาน 5 การตรงต่อเวลา
4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงต่อเวลา
รวม
รวม ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน
............/.................../................
ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมนิ เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชือ่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............/................./................... ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ............./.................../...............
ให้ 2 คะแนน
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ สมบูรณช์ ัดเจน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้งั
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ เปน็ ส่วนใหญ่ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ บางส่วน ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ให้ 1 คะแนน
14–15 ดมี าก เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
11–13 ดี ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ 8–10 พอใช้ 14–15 ดมี าก
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรุง 11–13 ดี
14–15 ดมี าก 8–10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรุง
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรับปรุง
T107
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 2เวลา ชั่วโมง
แหล่งขอ้ มลู
1. มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ตัวชี้วัด
ว 4.2 ป.5/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมทมี่ กี ารใช้เหตุผลเชิงตรรกะอยา่ งงา่ ย ตรวจหาข้อผดิ พลาดและแกไ้ ข
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายประเภทของแหลง่ ขอ้ มลู ไดถ้ ูกตอ้ ง (K)
2. จ�ำแนกข้อมูลตามแหล่งข้อมลู ไดถ้ ูกต้อง (K)
3. สบื ค้นขอ้ มลู เกี่ยวกบั แหล่งข้อมูลจากทางอนิ เทอรเ์ น็ตได้ (P)
4. เหน็ ความส�ำคัญของแหลง่ ข้อมูลและการนำ� ไปใช้ในชวี ติ ประจ�ำวัน (A)
3. สาระการเรียนรู้
- การค้นหาข้อมูลในอินเทอรเ์ นต็ และการพจิ ารณาผลการคน้ หา
- ก ารประเมนิ ความนา่ เชอ่ื ถอื ของขอ้ มลู เชน่ ความสอดคลอ้ ง สมบรู ณข์ องขอ้ มลู จากหลายแหลง่ แหลง่ ตน้ ตอของขอ้ มลู
ผู้เขียน วันท่ีเผยแพร่ข้อมลู
- ข้อมลู ทด่ี ตี ้องมีรายละเอียดครบทกุ ด้าน เช่น ขอ้ ดแี ละขอ้ เสยี ประโยชนแ์ ละโทษ
4. สาระส�ำคญั /ความคิดรวบยอด
แหล่งขอ้ มลู ถือว่าเป็นตน้ กำ� เนิดของขอ้ มูลต่าง ๆ ไม่วา่ จะเปน็ หนงั สอื อนิ เทอร์เนต็ บคุ คล และสถานที่ตา่ ง ๆ ที่สามารถ
ใหข้ อ้ มูลได้ ไมว่ ่าจะเปน็ พิพิธภณั ฑห์ รอื แหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว โดยแหลง่ ขอ้ มลู สามารถแบ่งออกได้เปน็ 2 ประเภท คือ แหลง่ ข้อมลู
ปฐมภมู แิ ละแหลง่ ขอ้ มูลทุติยภูมิ
5. สมรรถนะสำ� คญั ของผเู้ รียนและคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
สมรรถนะสำ� คญั ของผ้เู รยี น ทักษะ 4 Cs คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. ทักษะการคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ 1. มวี ินัย
2. ความสามารถในการคดิ (Critical Thinking) 2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา 2. ทักษะการท�ำงานร่วมกัน 3. ม่งุ ม่นั ในการทำ� งาน
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ (Collaboration Skill)
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 3. ทกั ษะการสอื่ สาร
(Communication Skill)
4. ทักษะความคดิ สร้างสรรค์
(Creative Thinking)
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนคิ : วธิ กี ารสอนโดยเน้นรปู แบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้
(5Es Instructional Model)
T108
นา� น�า สอน สรปุ ประเมนิ
ถานักเรียนตองการ 2. àรÕ¹รŒáÙ Ëŧ‹ ¢ÍŒ ÁÙÅ1 ขนั้ นาํ
ทาํ รายงานเก่ียวกับ
แหล่งข้อมูลเป็นต้นก�าเนิดของข้อมูล กระตนุ้ ความสนใจ
สัตวเ ลี้ยง นกั เรียน ตา่ ง ๆ ไมว่ า่ จะเปน็ หนงั สอื อนิ เทอรเ์ นต็ บคุ คล
จะมวี ิธกี ารรวบรวม และสถานทตี่ า่ ง ๆ ทส่ี ามารถใหข้ อ้ มลู แกเ่ ราได้ 1. ครูทบทวนความรูเดิมของนักเรียนเกี่ยวกับ
ขอมูลอยา งไร เชน่ พพิ ธิ ภัณฑ ์ แหล่งท่องเที่ยว ลักษณะของขอมูลท่ีดี และประโยชนของการ
นําขอมูลไปใช
2.1 แหล่งข้อมูล
แหล่งข้อมูลต่าง ๆ ท่ีอยู่รอบตัวเรา สามารถแบ่งออกได้ 2. ครูถามคําถามสําคัญประจําหัวขอวา ถา
เป็น 2 ประเภท ดงั น ้ี นักเรียนตองการทํารายงานเก่ียวกับสัตวเล้ียง
1) แหลง่ ขอ้ มลู ปฐมภมู *ิ เปน็ แหลง่ ขอ้ มลู ทใ่ี หข้ อ้ มลู โดยตรง นักเรยี นจะมีวธิ กี ารรวบรวมขอมลู อยา งไร
กับผ้รู ับข้อมลู โดยอาจจะเกดิ ขนึ้ จากการพบเห็นสิ่งตา่ ง ๆ หรือ
ขน้ั สอน
สาํ รวจคน้ หา
นักเรียนศึกษาเน้ือหาเก่ียวกับประเภทของ
แหลงขอมูล จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน
เทคโนโลยี (วิทยาการคํานวณ) ป.5 และสังเกต
สถานการณต วั อยา งการหาขอ มลู จากแหลง ขอ มลู
ปฐมภูมแิ ละแหลง ขอ มลู ทุติยภมู ิ
จากการสังเกตการทดลอง รวมไปถงึ การส�ารวจข้อมูล
µÇÑ Í‹ҧ ¡ÒÃËҢ͌ ÁÙŨҡáËŧ‹ ¢ŒÍÁÙÅ»°ÁÀÙÁÔ
โปต้องการทราบ »ÁÙ ÒâçàÃÕ¹â´Âö
ขอ้ มลู จา� นวนของเพอื่ น ๆ âçàÃÕ¹ËÃ×Íà»Å‹Ò
ในหอ้ งเรยี นทม่ี าโรงเรยี น
โดยรถโรงเรียน โปจึงใช้ 㪨‹ Ð้ แนวตอบ คาํ ถามสําคญั ประจาํ หวั ขอ้
วิธีการสอบถามเพ่ือนใน
ห้องเรยี นทลี ะคน นักเรียนแสดงความคิดเห็นตามประสบการณ
ของตนเอง โดยคําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของครู
* ปฐมภมู ิ อา นวา ปะ-ถม-มะ-พมู ผูสอน เชน อาจจะรวบรวมขอ มูลจากสอ่ื การศึกษา
ตางๆ เชน หนังสือ อินเทอรเน็ต หองสมุด หรือ
59 อาจจะสอบถามคนในบานท่ีเล้ียงสัตว เพื่อใหได
คาํ ตอบทม่ี คี วามนา เชอ่ื ถอื ถกู ตอ ง และตรงประเดน็
ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 59 ทีต่ องการ
ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู
แหลงขอมูลปฐมภูมิมีลกั ษณะอยางไร 1 แหลง ขอมูล คือ สถานท่หี รือแหลงที่เกดิ ขอมลู ซงึ่ แหลง ขอ มลู จะมีความ
แตกตางกนั ไปตามขอ มูลทต่ี อ งการ เชน บา นเปน แหลง ขอ มลู ทเี่ กย่ี วกับนกั เรยี น
(แนวตอบ แหลง ขอ มูลปฐมภมู ิ (Primary data) คอื ขอ มลู หรือ โดยบันทึกขอมูลไวในทะเบียนบาน หองสมุดเปนแหลงขอมูลเก่ียวกับความรู
ขอ เทจ็ จรงิ ทไี่ ดจ ากการเกบ็ รวบรวมขอ มลู จากเเหลง ขอ มลู โดยตรง ตางๆ สามารถแบง แหลง ขอมูลตามลักษณะการเกดิ ได ดังนี้
เชน ขอมูลจากการสัมภาษณ การสังเกต การทดลอง การทดสอบ
ขอมูลการเขาชั้นเรียนของนักเรียนเเตละภาคการศึกษา ซึ่งเก็บ 1. แหลง ขอ มลู ปฐมภมู ิ เปน ขอ มลู ทวั่ ไปทไ่ี ดจ ากการเกบ็ รวบรวม หรอื บนั ทกึ
ขอมูลโดยวิธีการเช็กชื่อเขาเรียน มขี อดี คือ มโี อกาสไดร บั ขอ มูล จากแหลงขอมูลโดยตรง อาจเปนการสอบถาม การสัมภาษณ การจดบันทึก
มาก เพราะวาผวู ิจัยสามารถท่ีจะใชการสาํ รวจ สงั เกตดวยตนเอง และการจดั หาดวยเครือ่ งอัตโนมัติ
และมคี วามคลองตัวในการเกบ็ รวบรวมขอ มลู ทีม่ อี ยโู ดยทั่วไป)
2. แหลง ขอ มลู ทตุ ยิ ภมู ิ เปน ขอ มลู ทไ่ี ดม ผี รู วบรวมไวแ ลว ในลกั ษณะเอกสาร
ตีพิมพเผยแพรและตําราทางวิชาการ เชน ขอมูลสถิติ ซ่ึงขอมูลเหลาน้ีมีการ
ตีพิมพเผยแพรเพ่อื ใชง านหรือนาํ ไปประมวลผลตอ
T109
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน 2) แหลงขอมูลทุติยภูมิ เปนแหลงขอมูลท่ีไดจากการ
นําขอมูลที่มีผูอื่นรวบรวมไวอยางเปนระบบมาใชในทันทีโดย
อธบิ ายความรู้ ไมไ ดล งมอื สอบถาม สงั เกต หรอื หาขอ มลู จากแหลง ขอ มลู ดว ย
ตนเอง เชน ขอมูลจาก อนิ เทอรเนต็ หนังสือ วทิ ยุ โทรทศั น
1. ครูสุมนักเรียน 2-3 คน ออกมาอภิปราย
หนาช้ันเรียนเก่ียวกับความแตกตางของแหลง µÑÇÍ‹ҧ ¡ÒÃËҢ͌ ÁÅÙ ¨Ò¡áËŧ‹ ¢ÍŒ ÁÅÙ ·µØ ÔÂÀÁÙ Ô
ขอ มลู ปฐมภูมแิ ละแหลง ขอ มลู ทตุ ยิ ภูมิ
โปและปูตองการ
2. ครูอธิบายเกี่ยวกับประเภทของแหลงขอมูล ทาํ รายงานสง คณุ ครเู รอ่ื ง
แบง เปน 2 ประเภท เพอื่ ใหน กั เรียนเขา ใจมาก การดํารงชีวิตของสัตว
ย่ิงขึ้นวาแหลงขอมูลสามารถแบงออกเปน 2 ทง้ั สองคนจงึ ชวนกนั มาดู
ประเภท ซงึ่ มคี วามแตกตางกนั ดังนี้ 1. แหลง สารคดีเกี่ยวกบั การดาํ รง
ขอมูลปฐมภูมิเปนแหลงขอมูลท่ีใหขอมูล ชีวติ ของสตั ว
โดยตรงกับผรู บั ขอ มลู ซง่ึ พบไดจ ากการไดยนิ
การเห็น และการไดกล่ิน 2. แหลงขอมูล
ทุติยภูมิเปนแหลงขอมูลท่ีไดจากการนําขอมูล
ท่ีผูอ่ืนรวบรวมไวมาใช เชน จํานวนนักเรียน
แตละหอง อุณหภูมิแตละวัน แตการหา
ขอมูลจากแหลงขอมูลทุติยภูมิ ทําใหสะดวก
สบายและประหยัดคาใชจายสําหรับการเดิน
ทางไปหาขอ มลู แตม ขี อ ควรระวงั คอื ขอ มลู บาง
สวนอาจคลาดเคลื่อนหรือเปนขอมูลที่ลาสมัย
ขาดความครบถว นสมบรู ณแ ละความนา เชอ่ื ถอื
ÁÁØ Com Sci
การหาขอ มลู จากแหลง ขอ มลู ทตุ ยิ ภมู ิ ทาํ ใหส ะดวกสบายและประหยดั คา ใชจ า ย
ในการเดนิ ทางไปหาขอ มลู แตม ขี อ ควรระวงั ขอ มลู บางสว นอาจคลาดเคลอื่ นหรอื เปน
ขอ มลู ทลี่ า สมยั ขาดความครบถว นสมบรู ณ และความนา เชอ่ื ถอื
60 ประเภทของแหลงขอมลู
ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 60
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
ครอู าจจะใหน กั เรยี นแตล ะคนยกตวั อยา งขอ มลู ปฐมภมู แิ ละขอ มลู ทตุ ยิ ภมู ทิ ี่ ขอ ใดเปนแหลง ขอมลู ทตุ ิยภูมิ
พบเหน็ ในชวี ติ ประจาํ วนั วา เปน ขอ มลู ทม่ี ลี กั ษณะอยา งไร และแหลง ขอ มลู ชนดิ ใด 1. การทดลอง
สามารถนาํ ไปใชค น หาขอ มลู ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพมากทส่ี ดุ ใหน กั เรยี นชว ยกนั ศกึ ษา 2. การสัมภาษณ
โดยสามารถสบื คน ขอ มูลเพิม่ เติมไดจากหนงั สอื เรยี น หรือสื่อออนไลนตา งๆ ได 3. การจดบันทกึ
จากนนั้ ครเู ปด สอื่ เพาเวอรพ อยตก ารสอนเพม่ิ เตมิ เรอื่ ง ประเภทของแหลง ขอ มลู 4. หนังสอื เรียน
เพอ่ื ใหน กั เรียนสามารถทบทวนความรูเพมิ่ เตมิ
(วิเคราะหค ําตอบ ขอ มลู ทตุ ยิ ภมู ิ (Secondary data) เปน ขอ มลู
หรือขอเท็จจริงที่ไดจากการนําขอมูลท่ีผูอ่ืนรวบรวมไวอยางเปน
ระบบมาใชงานโดยไมตองลงมือเก็บรวบรวมขอมูลเอง หรือการ
หาขอมลู จากแหลงขอมลู ดว ยตนเอง เชน ขอมลู จากอนิ เทอรเนต็
ขอมลู จากหนงั สือ ดังน้ัน ตอบขอ 4.)
T110
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
¡¨Ô ¡รรÁ Com Sci ขนั้ สอน
½ƒ¡·Ñ¡ÉÐ
อธบิ ายความรู้
ให้นกั เรยี นพิจารณาภาพต่อไปน ้ี แล้วพดู คยุ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
กนั ภายในหอ้ งเรยี นวา่ เปน แหลง่ ขอ้ มลู ประเภทใด โดยใหบ้ นั ทกึ ลงในสมดุ 3. ครูใหน ักเรยี นทํากิจกรรมฝกทกั ษะ Com Sci
ในหนังสือเรียน โดยใหนักเรียนพิจารณาภาพ
ที่กําหนดให และบอกวาเปนแหลงขอมูล
ประเภทใด จากนั้นบนั ทกึ ลงในสมุด
4. ครูสุมนักเรียน 2-3 คน ออกมานําเสนอหนา
ชนั้ เรยี น พรอ มกบั อภปิ รายรว มกนั ในหอ งเรยี น
1. แหลง่ ขอ้ มลู บนั ทกึ ลงในสมดุ 2. แหลง่ ข้อมูล ................................................................ ................................................................
3. แหลง่ ข้อมูล 4. แหลง่ ข้อมลู ................................................................ ................................................................
ทักษะการเรยี นร้ใู นศตวรรษที ่ 21 ภาพที่ 3.12 ภาพประกอบกิจกรรมฝก ทักษะ
1. ทักษะการคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ
2. ทกั ษะการสอื่ สาร 61
ภาพจาก หนงั สือเรียน หนา 61
ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
ขอใดเปนขอ มูลปฐมภูมิ ครใู หน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมฝก ทกั ษะ Com Sci โดยมคี าํ สง่ั ใหน กั เรยี นทาํ คอื
1. บันทกึ ผลการสาํ รวจงานอดเิ รก ใหนักเรียนพจิ ารณาภาพตอ ไปน้ี แลว พดู คยุ แลกเปลี่ยนความคิดเหน็ กนั ภายใน
2. กราฟแสดงยอดขายใน 1 เดือน หองเรียนวา เปนแหลงขอมูลประเภทใด จากน้ันใหนักเรียนบันทึกขอมูลท่ีได
3. ผลการสอบเรียงตามลาํ ดบั คะแนน ลงในสมุด ครูอาจจะใหนักเรียนทบทวนความรู โดยครูอาจจะตั้งคําถามถาม
4. สถติ ิการใชคอมพวิ เตอรของคนไทย นักเรียนวา แหลงขอมูลปฐมภูมิและแหลงขอมูลทุติยภูมิมีลักษณะอยางไร
แตกตา งกนั อยา งไร เพื่อใหน กั เรยี นทบทวนเน้อื หาทไ่ี ดเรยี นมา
(วเิ คราะหคําตอบ แหลงขอมูลปฐมภูมิเปนแหลงขอมูลท่ีให
ขอ มูลโดยตรงกบั ผรู ับขอมลู โดยอาจจะเกิดข้ึนจากการพบเหน็ สิ่ง
ตางๆ จากการสงั เกต การทดลอง หรือการสาํ รวจขอ มูล ดังนัน้
ตอบขอ 1.)
T111
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ใบงานที่ 3.3.1
เร่ือง แหลง่ ขอ้ มูล
ขยายความเขา้ ใจ
คาชแี้ จง : ให้นาข้อมูลทก่ี าหนดให้ไปไว้ท่กี อ้ นเมฆปฐมภูมิและก้อนเมฆทตุ ิยภมู ิ โดยมเี ง่อื นไขดงั น้ี
1. ครูใหนักเรียนทําใบงาน เร่ือง แหลงขอมูล 1) ถ้าข้อมลู ใดเปน็ แหล่งขอ้ มูลปฐมภมู ใิ หใ้ ช้ปากกาสนี า้ เงนิ ลากไปไว้ทีก่ อ้ นเมฆปฐมภูมิ
โดยใหนําขอมูลที่กําหนดใหไปไวท่ีกอนเมฆ 2) ถ้าขอ้ มูลใดเปน็ แหลง่ ข้อมูลทุตยิ ภูมิใหใ้ ชป้ ากกาสแี ดงลากไปไวท้ กี่ ้อนเมฆทุตยิ ภูมิ
ปฐมภูมิและกอนเมฆทุติยภูมิ โดยมีเงื่อนไข
ตามที่กําหนดใหในใบงาน จากนั้นนําใบงาน
กลับไปทาํ เปนการบา น และนํามาสงในชวั่ โมง
ถัดไป
กอ้ นเมฆปฐมภมู ิ กอ้ นเมฆทุติยภมู ิ
ภาพจาก ภาพจาก
แผนการสอน ที่ 31
หน่วยท่ี 31
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ
ครอู ธบิ ายขน้ั ตอนการทาํ ใบงานกบั นกั เรยี นวา ใหน กั เรยี นนาํ ขอ มลู ทก่ี าํ หนด แหลงขอมลู ใดใหขอ มลู ปฐมภูมิ
ใหไปไวที่กอนเมฆปฐมภูมิและกอนเมฆทุติยภูมิ โดยมีเงื่อนไขวาถาขอมูลใด 1. บอลอา นหนงั สือเรอ่ื งเขาพระวิหาร
เปนแหลงขอมูลปฐมภูมิใหใชปากกาสีน้ําเงินลากไปไวที่กอนเมฆปฐมภูมิ และ 2. วทิ ยาสอบถามราคาตุกตาจากแมค า
ถาขอมูลใดเปนแหลงขอมูลทุติยภูมิใหใชปากกาสีแดงลากไปไวที่กอนเมฆ 3. มนิ ตราดูวธิ ีการทําเคกจากหนงั สือทาํ ขนม
ทุติยภูมิ จากนั้นครูอาจจะทบทวนเนื้อหาความรู เร่ือง แหลงขอมูลปฐมภูมิ 4. ศลิ าคน หาขอ มูลเรอ่ื งภาวะโลกรอนจากอินเทอรเ น็ต
และแหลงขอมูลทุติยภูมิ ใหนักเรียนทําใบงานเพื่อเปนการกระตุนความคิด
ของนกั เรยี น (วเิ คราะหคาํ ตอบ แหลง ขอ มลู ปฐมภมู เิ ปน แหลง ขอ มลู ทใี่ หข อ มลู
โดยตรงกับผูรับขอมูล วิทยาสอบถามราคาตุกตาจากแมคาเปน
การสอบถามขอมูลจากแมคาโดยตรง เพ่ือใหไดขอมูลที่ถูกตอง
ดังนนั้ ตอบขอ 2.)
T112
นา� สอน สรุป ประเมิน
Ẻ½¡ƒ ËÑ´ เรยี นรแู หลง ขอมูล คะแนนเตม็ ขน้ั สอน
1. ใหน กั เรยี นตอบคาํ ถามจากภาพทก่ี ําหนด (6 คะแนน) 35 ขยายความเขา้ ใจ
1. 2.
2. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด หนา 42 เร่ือง
เรียนรูแหลงขอมูล ในแบบฝกหัด รายวิชา
พื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคํานวณ) ป.5
หนา 42 เร่ือง แหลงเรียนรู โดยใหนักเรียน
ตอบคําถามจากภาพที่กาํ หนดใหถ ูกตอ ง
แหลง ขอ มลู การศึกษา คอมพิวเตอร แหลงขอมูลการศึกษา หนงั สือ ขนั้ สรปุ
แหลง ขอมูลประเภท ทุติยภูมิ แหลง ขอมูลประเภท ทตุ ิยภมู ิ
ตรวจสอบผล
3. 4.
1. ครปู ระเมนิ ผลนกั เรยี น จากการสงั เกตการตอบ
เฉฉบลับย คาํ ถาม การทําใบงาน และสมุดประจาํ ตัวของ
นกั เรยี น
แหลงขอ มูลการศึกษา ผูเชย่ี วชาญ แหลงขอ มูลการศึกษา ธรรมชาติ
แหลง ขอ มลู ประเภท ปฐมภูมิ แหลงขอมลู ประเภท ปฐมภมู ิ 2. ครูตรวจสอบผลการทําใบงานและกิจกรรม
ฝก ทกั ษะ
5. 6.
3. นกั เรยี นและครรู ว มกนั สรุปเกีย่ วกบั ขอมลู และ
แหลงขอมูลตางๆ ท่ีพบไดในชีวิตประจําวัน
ไมวาจะเปนแหลงขอมูลปฐมภูมิหรือแหลง
ขอ มูลทตุ ิยภมู ิ
ขน้ั ประเมนิ
ตรวจสอบผล
ตารางการวัดและประเมนิ ผล
วิธีการ เคร่ืองมอื เกณฑการประเมนิ
ตรวจใบงาน ใบงาน รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
ตรวจแบบฝก หดั แบบฝกหดั รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ
ประเมนิ แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ 2
แหลงขอมูลการศึกษา ลกู โลก แหลงขอ มลู การศึกษา ตน ไม การนําเสนอ การนําเสนอ ผานเกณฑ
แหลงขอ มลู ประเภท ทุติยภมู ิ แหลงขอมลู ประเภท ปฐมภูมิ ผลงาน ผลงาน
สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ระดับคณุ ภาพ 2
42 ภาพจาก การทาํ งานรายบคุ คล พฤติกรรม ผา นเกณฑ
แบบฝกหดั สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ระดบั คณุ ภาพ 2
หนา้ ท4ี่ 42 การทาํ งานกลุม พฤตกิ รรม ผานเกณฑ
กิจกรรม สรา งเสรมิ แนวทางการวัดและประเมินผล
1. ใหน กั เรยี นทํารายงาน เรือ่ ง แหลงขอ มูล ครูสามารถสังเกตการนาํ เสนอผลงาน พฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล
2. ใหนักเรียนเลือกขอมูลและจัดเตรียมขอมูล เพ่ือนําเสนอตาม และการทํางานกลุมของนักเรียน โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลจาก
แบบประเมินการนําเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
รปู แบบท่ีนกั เรยี นคดิ วานาสนใจอยางอิสระ และการทาํ งานกลมุ ทแี่ นบมาทา ยแผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 6 หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3
3. นาํ เสนอขอ มลู หนา ชนั้ เรยี น ดว ยวธิ กี ารสอ่ื สารทท่ี าํ ใหผ อู นื่ เขา ใจ
แบบประเมินการนาเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่
ไดง า ย
4. ครแู ละนักเรียนภายในหอ งเรียนรว มกนั สรปุ ขอ มูล เรื่อง แหลง คาชแ้ี จง:ให้ผูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่องที่ คาชแี้ จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในช่องท่ี คาชแี้ จง : ให้ผ้สู อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกับระดับคะแนน
ขอมลู
ระดับคะแนน ลาดับท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1 ลาดบั ที่ ชอื่ –สกุล การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมนี ้าใจ การมี รวม
32 32 ของนกั เรยี น ความคิดเหน็ ฟังคนอ่นื ตามท่ไี ดร้ ับ สว่ นร่วมใน 15
ลาดบั ที่ รายการประเมิน มอบหมาย การปรับปรุง คะแนน
1 การแสดงความคิดเหน็ ผลงานกลมุ่
1 2 การยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผูอ้ น่ื
1 ความถกู ต้องของเนอ้ื หา 3 การทางานตามหน้าที่ท่ีได้รบั มอบหมาย 321321321321321
2 ความคดิ สรา้ งสรรค์ 4 ความมีนาใจ
3 วิธกี ารนาเสนอผลงาน 5 การตรงต่อเวลา
4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงต่อเวลา
รวม
รวม ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน
............/.................../................
ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงช่ือ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
............/................./................... ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ............./.................../...............
ให้ 2 คะแนน
เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครัง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครัง ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเปน็ สว่ นใหญ่ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ บางส่วน ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ ให้ 1 คะแนน
14–15 ดีมาก เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
11–13 ดี ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ 8–10 พอใช้ 14–15 ดมี าก
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ ต่ากว่า 8 ปรบั ปรุง 11–13 ดี
14–15 ดีมาก 8–10 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตา่ กวา่ 8 ปรับปรงุ
T113
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4 2เวลา ช่ัวโมง
การรวบรวมข้อมลู
1. มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ตวั ชี้วัด
ว 4.2 ป.5/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมท่ีมีการใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะอยา่ งงา่ ย ตรวจหาขอ้ ผิดพลาดและแก้ไข
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายข้ันตอนการรวบรวมข้อมูลได้ถกู ตอ้ ง (K)
2. บอกวิธกี ารรวบรวมข้อมลู ได้ (K)
3. เขยี นการวางแผนรวบรวมข้อมูลตามขน้ั ตอนต่าง ๆ ได้ (P)
4. เหน็ ความสำ� คัญของการรวบรวมขอ้ มลู และการนำ� ไปใชใ้ นชวี ติ ประจำ� วนั (A)
3. สาระการเรยี นรู้
- ก ารประเมนิ ความน่าเชอื่ ถอื ของข้อมลู เช่น การเปรยี บเทยี บความสอดคลอ้ ง ความสมบรู ณข์ องขอ้ มลู จากหลายแหลง่
แหลง่ ตน้ ตอของข้อมูล ผ้เู ขยี น วันที่เผยแพร่ขอ้ มลู
- ก ารรวบรวมข้อมูล ประมวลผล สร้างทางเลือก และประเมินผล จะท�ำให้ได้สารสนเทศเพ่ือใช้ในการแก้ปัญหาหรือ
การตดั สนิ ใจได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
- ใ ช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตที่หลากหลายในการรวบรวม ประมวลผล สร้างทางเลือก และน�ำเสนอ
จะช่วยให้การแก้ปัญหาท�ำไดอ้ ย่างรวดเร็ว ถูกตอ้ ง และแม่นย�ำ
4. สาระสำ� คัญ/ความคดิ รวบยอด
การรวบรวมข้อมูล เปน็ การด�ำเนนิ การด้วยวธิ ตี ่าง ๆ เพอ่ื ใหไ้ ด้ขอ้ มูล ซึง่ ข้นั ตอนในการรวบรวมข้อมลู น้ันจะประกอบดว้ ย
5 ขั้นตอน คอื ก�ำหนดวตั ถุประสงค์และความตอ้ งการของสิ่งทส่ี นใจ วางแผนและพิจารณาเลือกแหลง่ ขอ้ มลู ก�ำหนดวธิ กี าร
รวบรวมข้อมูล ค้นหาและรวบรวมขอ้ มูล และสรปุ ผลขอ้ มลู ส่วนวิธกี ารในการรวบรวมข้อมลู แบ่งเป็น 4 วิธี คือ การสงั เกต
สำ� รวจ และจดบันทึก การสอบถามหรอื การสัมภาษณ์ การสำ� รวจโดยใชแ้ บบสอบถาม และการรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร
5. สมรรถนะสำ� คัญของผูเ้ รียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำ� คัญของผเู้ รยี น ทักษะ 4 Cs คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. ทกั ษะการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ 1. มีวินยั
2. ความสามารถในการคดิ (Critical Thinking) 2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 2. ทักษะการทำ� งานร่วมกนั 3. ม่งุ มน่ั ในการท�ำงาน
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ (Collaboration Skill)
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 3. ทักษะการสอ่ื สาร
(Communication Skill)
4. ทกั ษะความคดิ สร้างสรรค์
(Creative Thinking)
6. กิจกรรมการเรียนรู้
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนคิ : วิธีการสอนโดยเนน้ รูปแบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้
(5Es Instructional Model)
T114
นา� น�า สอน สรปุ ประเมนิ
2.2 การรวบรวมข้อมูล1 ขน้ั นาํ
การรวบรวมขอ้ มลู เปน็ การดา� เนนิ การดว้ ยวธิ ตี า่ ง ๆ เพอ่ื ให้ กระตนุ้ ความสนใจ
ไดข้ อ้ มลู ซงึ่ การรวบรวมขอ้ มลู ม ี 5 ขนั้ ตอน ดงั น ี้
1. ครูทบทวนความรูเดิมเกี่ยวกับแหลงขอมูล
สรปุ ผลขอ้ มลู กา� หนดวตั ถปุ ระสงค์ วางแผนและพจิ ารณา พรอมกับใหนักเรียนยกตัวอยางของแหลง
และความตอ้ งการ เลอื กแหลง่ ขอ้ มลู ขอ มูลแตล ะประเภท
คน้ หาและ ของสงิ่ ทส่ี นใจ กา� หนดวธิ กี าร
รวบรวมขอ้ มลู รวบรวมขอ้ มลู 2. นักเรียนออกมาเขียนแหลงขอมูลบนกระดาน
¡าขรขéÑนรอ้ µÇมºอูลรนÇม คนละ 1 ตวั อยา ง ระหวางแหลงขอ มลู ปฐมภูมิ
การบันทึกขอมูล กับแหลงขอมูลทุติยภูมิ พรอมอภิปรายกับ
เพ่ือนทหี่ นาช้ันเรยี น
3. ครูถามนกั เรยี นวา
• ขอมูลที่นักเรียนแตละคนมานําเสนอ
หนาชั้นเรียนนัน้ นกั เรยี นไดมาดว ยวิธีใด
(แนวตอบ นกั เรยี นตอบตามประสบการณข อง
ตนเอง โดยคําตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของ
ครูผูสอน เชน การสังเกตจากการมองเห็น
การไดย นิ การจดบันทึก)
62
ภาพจาก หนงั สือเรียน หนา 62
ขอ สอบเนน การคิด นักเรียนควรรู
ข้นั ตอนการรวบรวมขอ มลู มอี ะไรบาง จงอธบิ าย 1 การรวบรวมขอมลู คือ การนาํ ขอ มลู จากแหลง ขอมลู ตางๆ มารวมกนั ไว
ในรูปแบบที่เหมาะสมดวยวิธีตางๆ ดังน้ี การสังเกตเปนการคนหาขอมูลดวย
(แนวตอบ การรวบรวมขอ มูลมี 5 ขน้ั ตอน ดังน้ี 1. การกําหนด ตนเองโดยตรง เชน การสงั เกตเหตกุ ารณต า งๆ ในชวี ติ ประจาํ วนั การสมั ภาษณ
วัตถุประสงคและความตองการของสิ่งที่สนใจ 2. วางแผนและ หรือการสอบถามเปนการรวบรวมขอมูลจากคนอ่ืนโดยผูถามใชคําพูดในการ
พิจารณาเลือกแหลงขอมูล 3. กําหนดวิธีการรวบรวมขอมูล 4. ถามและผูตอบใชคําพูดในการตอบ การตอบแบบสอบถามซึ่งเปนแบบรายการ
คน หาและรวบรวมขอมลู และ 5. สรุปผลขอมูล) คาํ ถามท่ีทําใหผอู ืน่ เขียนคําตอบลงในแบบสอบถามของผูถาม
T115
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน 1) ก�าหนดวัตถุประสงค์และ àÃèÍ× §¾ª×
ความต้องการของสิ่งท่ีสนใจ - ʋǹ»ÃСͺ¢Í§¾×ª
สาํ รวจคน้ หา เใปน็นกาสร่ิงรทวี่คบวรรวปมฏขิบ้อัตมิเูลป1เ็นพอ่ือยเป่า็นงแกรากร - ¡ÒÃà¨ÃÞÔ àµºÔ âµ¢Í§¾×ª
- ¡ÒÃÊ׺¾¹Ñ ¸¢Ø ͧ¾ª×
1. นักเรียนสืบคนความหมายของการรวบรวม
ขอมูลจากอินเทอรเน็ตท่ีเครื่องคอมพิวเตอร ก�าหนดวัตถุประสงค์และขอบข่าย
ของตนเอง ของข้อมูลท่ีต้องการค้นหา ว่า
ต้องการรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับ
2. ครสู ุม นักเรยี น 2-3 คน ออกมานาํ เสนอหนา เรอื่ งอะไรบา้ ง ภาพท่ี 3.13 กาํ หนดวัตถปุ ระสงคแ ละความ
ชน้ั เรยี น พรอมกับอภิปรายรว มกนั ในชนั้ เรยี น ตองการของสิง่ ทสี่ นใจ
3. นักเรียนศึกษาการรวบรวมขอมูลหนังสือเรียน 2) วางแผนและพิจารณา
รายวชิ าพน้ื ฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคาํ นวณ) เลือกแหล่งข้อมูล จะต้องท�าการ
ป.5 หรือสืบคนเพ่ิมเติมเพ่ือขยายความเขาใจ วิเคราะห์ว่า มีแหล่งข้อมูลใดบ้าง
จากอินเทอรเ น็ต ทม่ี ขี อ้ มลู ทตี่ อ้ งการอย ู่ โดยจะตอ้ ง
เลือกจากแหล่งข้อมูลท่ีมีความ
อธบิ ายความรู้ น่าเช่ือถือ เช่น บุคคลท่เี กี่ยวขอ้ ง
กับข้อมูลโดยตรง หน่วยงานของ
1. ครูอธิบายความรู เร่ือง ขั้นตอนการรวบรวม รัฐ หรือแหล่งข้อมูลที่ตนเองได้
ขอมูล ซึ่งมีขั้นตอน ดังตอไปนี้ การกําหนด เข้ารว่ มอยู่ในเหตกุ ารณ์ เพราะจะ
วัตถุประสงคและความตองการของส่ิงที่สนใจ ท�าใหไ้ ด้ข้อมูลทถี่ กู ต้องน่าเชอ่ื ถอื
การวางแผนและพจิ ารณาเลือกแหลง ขอมูล
ภาพที่ 3.14 วางแผนและพจิ ารณาเลอื กแหลง ขอ มูล
63
ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 63
นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคดิ
1 ขอ มลู คอื ขา วสาร เอกสาร ขอ เทจ็ จรงิ เกยี่ วกบั บคุ คล สงิ่ ของหรอื เหตกุ ารณ ขอ ใดไมใชประโยชนข องขอมลู
ทม่ี ีอยใู นรูปของตวั เลข ภาษา ภาพ สญั ลักษณตางๆ ทม่ี คี วามหมายเฉพาะตัว 1. นา้ํ ศึกษาขอ มลู เพราะชวยใหมีความรเู พิม่ ขนึ้
ซึ่งยังไมมีการประมวลไมเก่ียวกับการนําไปใชไดอยางมีประสิทธิภาพ ตัวอยาง 2. บที ราบขอมูลของสิง่ ทสี่ นใจจากการศึกษาขอ มูลนนั้
ของขอ มลู เชน 3. มดใชข อ มูลในการวางแผนการเดนิ ทางไปตา งจงั หวัด
4. กานใชข อมูลชวยประกอบการตดั สนิ ใจในการซอื้ โทรศพั ท
• ขอมูลการรับนกั เรียนเขาศึกษาตอในระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 1 และ 4
ปการศึกษา 2546 ของโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา (วเิ คราะหคําตอบ นํ้าศึกษาขอมูลเพราะชวยใหมีความรูเพิ่มข้ึน
ชลบรุ ี เขต 1 มดใชขอมูลในการวางแผนการเดินทางไปตางจังหวัด และกาน
ใชขอมูลชวยประกอบการตัดสินใจในการซื้อโทรศัพท เปนการ
• ขอ มลู นกั ทอ งเทย่ี วชาวตา งประเทศทเ่ี ขา มาเทย่ี วในจงั หวดั สระบรุ ี ประจาํ ป นําขอมูลท่ีไดไปใชใหเกิดประโยชน สวนบีทราบความจริงของ
2560 สิ่งที่สนใจจากการศึกษาขอมูลไมใชประโยชนของขอมูล ดังนั้น
ตอบขอ 2.)
T116
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
3) ก�าหนดวิธีการรวบรวม 1. Ê§Ñ à¡µÅ¡Ñ É³Ð ขน้ั สอน
ขอ้ มลู เปน็ การเลอื กวธิ กี ารทจ่ี ะ ¢Í§´Í¡äÁŒ
รวบรวมขอ้ มลู โดยการพจิ ารณา 2. ¤Œ¹ËҢ͌ ÁÙÅã¹ อธบิ ายความรู้
แหลง่ ขอ้ มลู วา่ เปน็ อะไร แลว้ จงึ Í¹Ô à·ÍÃà ¹çµ
เลือกวิธีการรวบรวมข้อมูลที่ 2. ครูอธิบายวิธีการรวบรวมขอมูลซึ่งมีทั้งหมด
เหมาะสมกบั แหลง่ ขอ้ มลู โดยวธิ ี ภาพท่ี 3.15 กําหนดวธิ ีการรวบรวมขอมลู 4 วิธี ดังน้ี
การรวบรวมข้อมลู สามารถแบ่งไดเ้ ปน็ 4 วิธ ี ดงั นี้ • การสงั เกต สํารวจ และจดบนั ทกึ
1. การสงั เกต สา� รวจ และจดบันทกึ • การสอบถามหรือสมั ภาษณผ ทู เ่ี ก่ียวขอ ง
2. การสอบถาม หรือสมั ภาษณ์ผทู้ เี่ ก่ยี วขอ้ ง • การสํารวจโดยการใชแบบสอบถาม
3. ก ารส�ารวจ โดยการใช้แบบสอบถาม แบบทดสอบ แบบทดสอบ
4. การรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร หรือข้อมูลที่ผู้อื่น • การรวบรวมขอมูลจากเอกสารหรือขอมูลที่
รวบรวมไวแ้ ลว้ ผอู น่ื รวบรวมไวแลว
3. ครูอธิบายเก่ียวกับการรวบรวมขอมูลเพิ่มเติม
วาวิธีการรวบรวมขอมูล จัดเปนข้ันตอนหนึ่ง
ของการดําเนินงานท่ีเกี่ยวกับการศึกษาสิ่งใด
สง่ิ หนงึ่ เพอ่ื ใหบ รรลวุ ตั ถปุ ระสงคท ต่ี งั้ ไว ดงั นน้ั
กอนการรวบรวมขอมูล ผูท่ีทําการรวบรวม
ขอมูลจึงตองทราบถึงวัตถุประสงคของการนํา
ขอมลู ไปใช เพ่ือใหไดขอมลู ท่ีถูกตอง ชดั เจน
ตรงประเดน็ และใชเวลานอยลง
4) ค้นหาและรวบรวมข้อมูล เมื่อเร่ิมด�าเนินการรวบรวม
ขอ้ มลู ควรกา� หนดสง่ิ ทจ่ี ะตอ้ งทา� แลว้ ลงมอื ปฏบิ ตั ิ และเลอื กวธิ ี
การรวบรวมขอ้ มูลทเ่ี หมาะสม
ภาพท่ี 3.16 การคนหาและรวบรวมขอ มลู ดวยวิธกี ารตาง ๆ การบันทึกขอมูล
64 ภาพจาก หนงั สือเรยี น หนา 64
ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
ขอ ใดเปนการรักษาแหลง ขอ มูลที่เหมาะสม ครอู ธบิ าย เรอ่ื ง การกาํ หนดวธิ กี ารรวบรวมขอ มลู ใหน กั เรยี นฟง วา เปน การ
1. บอกคุณครูในหอ งสมุดวาหนังสอื ชํารดุ เลอื กวธิ กี ารทจ่ี ะรวบรวมขอ มลู โดยการพจิ ารณาแหลง ขอ มลู วา เปน อะไร แลวจงึ
2. ใชมอื สมั ผัสภาพจิตรกรรมฝาผนงั ในวดั เลือกวิธีการรวบรวมขอมูลท่ีเหมาะสมกับขอมูลนั้นๆ ซ่ึงวิธีการรวบรวมขอมูล
3. ซอ นหนังสอื ของหองสมดุ ทตี่ นเองตอ งการใช มที งั้ หมด 4 วิธี คอื การสงั เกต สาํ รวจ จดบนั ทกึ การสอบถาม หรือสมั ภาษณ
4. จดั วางสง่ิ ของทจี่ ดั แสดงในพพิ ธิ ภณั ฑใ หมต ามทตี่ นเองชอบ ผทู ่ีเก่ยี วขอ ง การสาํ รวจโดยการใชแ บบสอบถาม แบบทดสอบ และการรวบรวม
ขอมูลจากเอกสารหรือขอมูลท่ีผูอื่นรวบรวมไวแลว จากน้ันครูอธิบาย เร่ือง
(วิเคราะหคําตอบ การรกั ษาแหลง ขอ มลู ทเี่ หมาะสมเปน การรกั ษา การคน ควา และรวบรวมขอ มลู ใหน กั เรยี นฟง วา เมอ่ื เรม่ิ ดาํ เนนิ การรวบรวมขอ มลู
เพือ่ ทจี่ ะใหแ หลงขอ มูลนนั้ สามารถนําไปใชประโยชนไ ดต อไป ซงึ่ แลว ควรกําหนดสิ่งท่ีจะตองทําแลวลงมือปฏิบัติ และตองเลือกวิธีการรวบรวม
การบอกคุณครูในหองสมุดวาหนังสือชํารุดเปนการรักษาแหลง ขอ มูลทเี่ หมาะสม
ขอ มลู ท่ีดี เพือ่ ทจี่ ะไดมหี นงั สือใชก นั ตอไป ดงั นั้น ตอบขอ 1.)
T117
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน 5) สรปุ ผลขอ้ มลู เมอ่ื ไดข้ อ้ มลู ทต่ี อ้ งการแลว้ ตอ้ งนา� ขอ้ มลู
ที่ได้จากแหล่งต่าง ๆ มาพิจารณาเปรียบเทียบกันแล้วจึงน�า
อธบิ ายความรู้ ข้อมลู ท่รี วบรวมไดม้ าประมวลผลใหเ้ ปน็ สารสนเทศท่ีต้องการ
การสรปุ ผลขอ้ มลู ทร่ี วบรวมไว ้ ทา� ไดโ้ ดยนา� ขอ้ มลู มาจดั
4. ครเู ปด โอกาสใหน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมกลมุ อยา ง กระทา� โดยวธิ ีใดวิธีหน่ึง เชน่ บันทึกลงตารางเพอื่ เปรียบเทียบ
อิสระ และใหแตละกลุมสงตัวแทนออกมา และเรียงล�าดับข้อมูล โดยข้อมูลที่ผ่านกระบวนการจัดกระท�า
นาํ เสนอหนาชั้นเรียน แลว้ ไดผ้ ลลพั ธท์ ส่ี ามารถนา� ไปใชป้ ระโยชนไ์ ด ้ เรยี กวา่ สารสนเทศ
ซึ่งการน�าเสนอสารสนเทศสามารถท�าได้หลายลักษณะ เช่น
5. ครูถามคําถามทา ทายการคดิ ขัน้ สงู วา ในการ การพูดรายงาน การจดั ปา ยนเิ ทศ
รวบรวมขอมูล ถาขาดข้ันตอนการวางแผน
พจิ ารณาเลอื กแหลง ขอ มลู จะสง ผลอยา งไรบา ง ¡ารนíาเสนอขอ้ มลู
จากนั้นใหนักเรยี นชวยกันคิดหาคาํ ตอบ àÃ×Íè § ¾×ª
ภาพที่ 3.17 การนาํ เสนอสารสนเทศลักษณะตาง ๆ
¤Ó¶ÒÁ·ÒŒ ·Ò¡ÒäԴ¢¹éÑ ÊÙ§
แนวตอบ คาํ ถามทา้ ทายการคดิ ขัน้ สูง ในการรวบรวมขอ้ มลู ถา้ ขาดขน้ั ตอนการวางแผนและพจิ ารณา
เลอื กแหล่งข้อมูล จะสง่ ผลอย่างไรบา้ ง
นักเรียนตอบตามประสบการณของตนเอง
โดยคําตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน เชน 65
สงผลใหแ หลง ขอมลู ท่ีไดม าขาดความนา เชื่อถอื
ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 65
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ
ครูอธบิ าย เรื่อง การสรุปผลขอมลู ใหน ักเรียนฟงวา เม่อื ไดขอ มูลทีต่ องการ ถาตอ งการไดข อ มูลทถี่ ูกตองแมน ยาํ ควรปฏบิ ตั ิอยางไร
แลว ตองนําขอมูลท่ีไดจากแหลงตางๆ มาพิจารณาเพ่ือเปรียบเทียบกัน แลว 1. อานขอมูลเทา ที่มีอยูซํา้ หลายรอบ
จึงนําขอมูลนั้นมาประมวลผลใหเปนสารสนเทศตามท่ีตองการ ซ่ึงขอมูลท่ีผาน 2. อา นขอมลู จากหนังสือที่เปน ทน่ี ิยม
กระบวนการจัดกระทําแลวผลลัพธที่ไดสามารถนํามาใชประโยชนได เรียกวา 3. อา นจากหนงั สือท่ใี หข อมลู มากท่ีสดุ
สารสนเทศ จากน้ันครูใหนักเรียนภายในหองชวยกันสรุป เร่ือง ขั้นตอนของ 4. อา นขอมูลจากหลายแหลง แลว นาํ มาเปรียบเทียบกนั
การรวบรวมขอ มูลวา มีขน้ั ตอนอะไรบา ง และอธบิ ายลักษณะตา งๆ ของแตล ะ
ขน้ั ตอน (วเิ คราะหค าํ ตอบ ถาตองการไดขอมูลที่ถูกตองแมนยําควรจะ
ตอ งอานขอมลู จากหลายแหลง แลว นาํ มาเปรยี บเทยี บกัน ดังน้นั
ตอบขอ 4.)
T118
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
¡Ô¨¡รรÁ Com Sci ขน้ั สอน
½ƒ¡·¡Ñ ÉÐ
ขยายความเขา้ ใจ
ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 4-5 คน แลว้ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ รวบรวมขอ้ มลู
ตามขน้ั ตอน เพอ่ื สา� รวจความคดิ เหน็ ของนกั เรยี นในโรงเรยี นเกย่ี วกบั กฬี า 1. นกั เรยี นแตล ะกลมุ รว มกนั ทาํ กจิ กรรมฝก ทกั ษะ
ทช่ี ่นื ชอบ โดยปฏิบัติ ดงั น้ี Com Sci ในหนังสือเรยี น
1. ให้นกั เรยี นวางแผนรวบรวมขอ้ มลู ตามขนั้ ตอนต่าง ๆ 2. ใหนกั เรียนแตละกลมุ ออกมานาํ เสนอแนวทาง
การรวบรวมขอมูลเพ่ือจัดทําแบบสํารวจความ
คิดเห็นหนาชั้นเรียน เพื่อสํารวจความคิดเห็น
ของนักเรียนภายในโรงเรียนเก่ียวกับกีฬาท่ี
ชื่นชอบ จากนั้นใหแตละกลุมกลับไปทําเปน
การบา น และนํามาสง ในช่วั โมงถัดไป
ข้นั ตอน รายละเอียดกิจกรรม
ขั้นท่ี 1 ก�าหนดวตั ถปุ ระสงค์ ......................................................................................
ข้ันที ่ 2 เลอื กแหลง่ ขอ้ มูล ......................................................................................
ขั้นท ี่ 3 กา� หนดวิธกี ารรวบรวมข้อมูล บนั ทกึ ลงในสมดุ......................................................................................
ขนั้ ที่ 4 ดา� เนินการรวบรวมข้อมูล ......................................................................................
ขั้นท ี่ 5 สรปุ ผลข้อมูล ......................................................................................
2. ออกแบบแบบสอบถามเพ่ือรวบรวมข้อมลู ใหไ้ ด้ตามประเด็น
ท่กี �าหนด แล้วนา� เสนอหน้าชั้นเรียน
• มีจ�านวนนักเรยี นกคี่ น
• มีกีฬาก่ีชนิดทน่ี ักเรยี นช่นื ชอบ
• กีฬาแตล่ ะชนิดมีนกั เรียนช่ืนชอบก่คี น
• นักเรียนชอบกีฬาชนิดใดมากที่สดุ และมกี ่ีคน
ทักษะการเรียนร้ใู นศตวรรษท่ี 21
1. ทกั ษะการสอ่ื สารและการรว่ มมือ 2. ทกั ษะการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ
66 3. ทกั ษะดา้ นความเป็นผนู้ า� และความรับผิดชอบ
ภาพจาก หนงั สือเรยี น หนา 66
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
การจดั ทาํ ขอ มลู ใหเ ปน สารสนเทศ เมอื่ ตรวจสอบขอ มลู ทไ่ี ดม า ครูอธิบายวิธีการทํากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ใหนักเรียนฟง แลวให
แลว ควรปฏิบัตอิ ยางไร นักเรียนแบงกลุม และใหแตละกลุมรวบรวมขอมูลตามขั้นตอน เพื่อสํารวจ
ความคิดเห็นของนักเรียนในโรงเรียนเกี่ยวกับกีฬาท่ีชื่นชอบ จากนั้นบันทึก
1. วิเคราะหข อ มูล ขอความลงในสมุดประจําตัว นักเรียนอาจจะทบทวนความรูเดิมไดจาก
2. ประมวลผลขอมูล หนงั สอื เรยี นหรือสอื่ ออนไลนตา งๆ เพอื่ หาคําตอบของกจิ กรรมน้ี
3. จัดเก็บขอมลู ทันที
4. นาํ ขอ มูลไปใชท ันที
(วเิ คราะหคาํ ตอบ การจัดทาํ ขอมูลใหเปนสารสนเทศ เม่อื ตรวจ
สอบขอมูลท่ีไดมาแลวจะตองนําขอมูลเหลานั้นไปประมวลผล
เพ่ือใหออกมาเปน สารสนเทศ ดังน้นั ตอบขอ 2.)
T119
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ใบงานที่ 3.4.1
เร่ือง การรวบรวมข้อมูล
ขยายความเขา้ ใจ
คาชีแ้ จง : ให้นักเรยี นรวบรวมขอ้ มูลตามขั้นตอนการรวบรวมท้งั 5 ขั้นตอน เพื่อสารวจในประเด็น
3. ครูใหนักเรียนทําใบงาน เร่ือง การรวบรวม ที่นกั เรยี นสนใจมาคนละ 1 ประเด็น จากนั้นบนั ทกึ ผลอยา่ งละเอยี ด
ขอมูล โดยใหนักเรียนรวบรวมขอมูลตาม
ข้นั ตอนการรวบรวมทัง้ 5 ข้ันตอน เพอ่ื สํารวจ 1. ใหน้ กั เรียนวางแผนรวบรวมขอ้ มูลตามขัน้ ตอนตา่ งๆ
ในประเดน็ ทน่ี กั เรยี นสนใจมาคนละ 1 ประเดน็
จากน้ันบนั ทึกผลลงในใบงานอยางละเอยี ด
ชอื่ หัวขอ้ เร่ืองที่นกั เรียนสนใจ การสารวจรสชาติไอศกรีมทช่ี ่นื ชอบของเพอื่ นในหอ้ งเรยี นจานวน 10 คน
ขนั้ ตอน รายละเอียด
ขนั้ ตอนที่ 1 กาหนดวตั ถุประสงค์ รสชาติไอศกรมี ท่ีช่ืนชอบ.........................................................
ขัน้ ตอนที่ 2 เลือกแหลง่ ข้อมูล .......................................................................................... .....
ขั้นตอนท่ี 3 กาหนดวิธีการรวบรวมข้อมูล เพอื่ นในห้องเรยี นจานวน 10 คน.............................................
ขนั้ ตอนท่ี 4 ดาเนนิ การรวบรวมข้อมูล .......................................................................................... .....
ขั้นตอนท่ี 5 สรุปผลข้อมูล แบบบนั ทกึ ,แบบสอบถาม,แบบสมั ภาษณ์................................
.......................................................................................... .....
ใช้แบบบันทกึ ,แบบสอบถาม,แบบสัมภาษณ์เปน็ รายบุคคล......
.......................................................................................... .....
สรุปข้อมูลรสชาตไิ อศกรีมที่เพ่อื นชืน่ ชอบ...............................
......................................................................................... ......
2. ให้นักเรียนออกแบบสอบถามเพอื่ รวบรวมข้อมูลตามประเดน็ ท่ีนักเรียนกาหนด
ระดับความชอบ
ลาดบั ขอ้ คาถาม ชอบ เฉยๆ ไมช่ อบ
1 ไอศกรีมรสวนลิ า
2 ไอศกรีมรสช็อกโกเลต
3 ไอศกรีมรสสตอเบอร่ี
ข้อเสนอแนะเพ่มิ เตมิ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ภาพจาก
แผนการสอน ท่ี 14
หน่วยท่ี 31
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ครูอธิบายขั้นตอนการทําใบงานใหนักเรียนฟง โดยใหนักเรียนรวบรวม การประมวลผลขอ มูล หมายถงึ ขอ ใด
ขอมูลตามข้ันตอนการรวบรวมทั้ง 5 ข้ันตอน เพ่ือสํารวจในประเด็นที่นักเรียน 1. การตรวจสอบขอมูลที่ไดร บั
สนใจมาคนละ 1 ประเดน็ จากนน้ั บันทึกผลอยา งละเอยี ด ซึ่งในขอแรกครใู ห 2. การนาํ ขอมูลไปใชในลกั ษณะตางๆ
นกั เรียนวางแผนรวบรวมขอมูลตามขั้นตอนตา งๆ และในขอสองครใู หน ักเรียน 3. การเกบ็ รักษาขอ มลู ในรูปแบบตา งๆ
ออกแบบแบบสอบถามเพอ่ื รวบรวมขอ มูลตามประเดน็ ท่ีนกั เรยี นกาํ หนด 4. การจดั กระทําขอมูลใหเ ปน สารสนเทศ
(วเิ คราะหคําตอบ การประมวลผลขอมูลเปนการนําขอมูลที่เก็บ
รวบรวมไดมาผานกระบวนการตางๆ เพ่ือแปรสภาพขอมูลใหอยู
ในรปู แบบทต่ี องการ เรียกวา ขอมลู สนเทศหรือสารสนเทศ ดงั นัน้
ตอบขอ 4.)
T120
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
2. ใหนกั เรียนเขยี นอธิบายขน้ั ตอนการรวบรวมขอมูลใหถกู ตอ ง ขนั้ สอน
โดยใหน กั เรียนเลือกหัวขอที่กําหนดใหมา 1 หวั ขอ ((1ต0ัวคอะยแานงนค) าํ ตอบ)
• สัตวปาที่อาศัยอยูใ นธรรมชาติ • อปุ กรณเ ทคโนโลยี ขยายความเขา ใจ
1. ติดรูปภาพหรอื วาดภาพทีน่ กั เรยี นตองการรวบรวมขอ มลู ลงในกรอบ
4. ครใู หนักเรียนทําแบบฝก หัด หนา 43-44 เรอ่ื ง
การรวบรวมขอมูล ในแบบฝกหัด รายวิชา
พ้ืนฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคํานวณ)
ป.5 โดยใหนักเรียนเขียนอธิบายแตละ
ขน้ั ตอนของการรวบรวมขอมูลใหถกู ตอง
เฉฉบลับย ขนั้ สรปุ
นักเรียนเลือกรวบรวมขอมูลเกย่ี วกบั คอมพิวเตอร ตรวจสอบผล
เหตผุ ลทน่ี กั เรียนตอ งการรวบรวมขอ มูล
1. ครูประเมินผลนักเรียน จากการสังเกตการ
อยากสรา งเกมคอมพวิ เตอร อยากเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอรไ ด ตอบคาํ ถาม การทาํ ใบงาน และสมดุ ประจาํ ตวั
2. แหลงขอ มูลจากที่ใดบา งที่มีความนาเชื่อถอื และนกั เรยี นสามารถ 3. นักเรยี นรวบรวมขอ มลู โดยวิธใี ด และทาํ อยา งไร 2. ครูตรวจสอบความถูกตองของการทําใบงาน
นํามาเปน ขอมลู ได และกจิ กรรมฝกทักษะ
1) การสังเกต สาํ รวจ และจดบันทกึ จากคอมพิวเตอรเ ครอ่ื งอ่ืน ๆ
1) การใชอ ินเทอรเ น็ตหาขอมูล เชน ขอมลู รูปภาพ วิดีโอ บทความเกีย่ วกับ 2) การสอบถาม โดยสอบถามจากบุคคลท่ีมีความรเู รอ่ื งคอมพิวเตอรแ ละ ขน้ั ประเมนิ
คอมพวิ เตอรท่ีมีการอธิบายอยา งเปนขน้ั ตอนจากเวบ็ ไซตท่นี าเชอื่ ถือ
มคี วามนา เช่อื ถอื ตรวจสอบผล
2) หนงั สอื เกยี่ วกับคอมพิวเตอร 3) การรวบรวมขอมูลจากแบบทดสอบ หรือสอบถามจากผคู นจาํ นวน
3) ผเู ชยี่ วชาญท่ีมคี วามรเู กี่ยวกับการใชค อมพิวเตอร
มากเพ่อื ใหไ ดขอ มลู ท่มี ีมมุ มองตอ คอมพิวเตอรห ลากหลาย
43 4) รวบรวมขอ มูลจากหนังสอื และเว็บไซตเก่ยี วกบั คอมพวิ เตอรท ีม่ คี วาม
นาเช่ือถือ ตารางการวดั และประเมนิ ผล
4. ใหน ักเรียนบอกขน้ั ตอนการคนหาและรวบรวมขอมูลท่ีนกั เรยี น วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑการประเมิน
เลอื กศกึ ษา ตรวจใบงาน ใบงาน รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
การคนหาขอมูลดวยคอมพิวเตอรจากการใชอินเทอรเน็ต เว็บไซตท่ีใชใน ตรวจแบบฝก หดั แบบฝก หดั รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
เฉฉบลบั ย การคน หาขอมลู คอื www.google.com ซึ่งเปน แหลงรวบรวมเว็บไซตท ี่
ประเมิน แบบประเมิน ระดับคณุ ภาพ 2
เปน แหลง ขอ มลู มที งั้ รายละเอยี ดของคอมพวิ เตอร วธิ กี ารประกอบ การซอ ม การนําเสนอ การนําเสนอ ผา นเกณฑ
และคณุ สมบัตขิ องอปุ กรณแ ตละชนิ้ สวน มีรปู ภาพและวดิ ีโอประกอบ เพื่อ ผลงาน ผลงาน
ใชในการศกึ ษา หรอื ใชว ธิ กี ารจดบนั ทกึ จากการเดินสาํ รวจคอมพิวเตอรท่ี
รานคานํามาตั้งแสดง จากนั้นนําขอมูลท่ีไดมารวมกันและประมวลผลให สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกต ระดบั คุณภาพ 2
เปน ขอ มูลชุดเดยี วกัน การทาํ งาน พฤติกรรม ผา นเกณฑ
รายบคุ คล
5. สรุปผลจากการคน หาและรวบรวมขอมูล
สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต ระดับคุณภาพ 2
1) สามารถหาขอมูลเกี่ยวกับสวนประกอบหลักของคอมพิวเตอรได เชน การทํางานกลุม พฤตกิ รรม ผานเกณฑ
ฮารด ดสิ ก แรม ซพี ยี ู การด จอ เมนบอรด สายเชื่อมอปุ กรณ เครอ่ื ง
สํารองไฟ พดั ลมระบายความรอน ฯลฯ
2) ทราบลักษณะและคณุ สมบตั ิเฉพาะของอุปกรณแ ตล ะช้ินสว น
3) ไดรขู ัน้ ตอนการประกอบและการเชือ่ มตออุปกรณใ หท าํ งานได
4) ไดร บั ความรเู พอ่ื การแกป ญ หาเบอ้ื งตน เมอ่ื คอมพวิ เตอรม คี วามผดิ ปกตไิ ด
44
ภาพจาก
แบบฝึกหัด
หน้า 43-44
ขอ สอบเนน การคดิ แนวทางการวัดและประเมินผล
1) สรปุ ผลขอ มลู ทรี่ วบรวมได
2) กาํ หนดหัวขอ ของขอ มลู และเตรียมอปุ กรณทีใ่ ชใ นการบันทึก ครูสามารถสังเกตการนําเสนอผลงาน พฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
3) กาํ หนดวตั ถุประสงคแ ละความสนใจ และการทํางานกลุมของนักเรียน โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลจาก
4) คน หาและรวบรวมขอ มลู จากแหลง ขอ มูลตา งๆ แบบประเมินการนําเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
5) วางแผนพิจารณาเลอื กแหลง ขอ มูล และการทาํ งานกลมุ ทแ่ี นบมาทา ยแผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 6 หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3
จากขอ ความทก่ี าํ หนดให ขอ ใดเรยี งลาํ ดบั ขน้ั ตอนการรวบรวม แบบประเมินการนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่
ขอ มูลไดถ กู ตอง คาชแี้ จง:ให้ผ้สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่องที่ คาชแี้ จง : ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในชอ่ งที่ คาชแี้ จง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกับระดับคะแนน ตรงกบั ระดับคะแนน
ระดบั คะแนน ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1 ลาดับที่ ช่ือ–สกุล การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมีน้าใจ การมี รวม
32 32 ของนกั เรยี น ความคดิ เหน็ ฟังคนอน่ื ตามทไ่ี ด้รบั สว่ นรว่ มใน 15
ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ มอบหมาย การปรับปรงุ คะแนน
1 ผลงานกล่มุ
1 การแสดงความคิดเห็น
1. 3) 5) 2) 4) 1) 2. 2) 4) 5) 3) 1) 1 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา 2 การยอมรับฟังความคดิ เห็นของผูอ้ นื่ 321321321321321
2 ความคดิ สร้างสรรค์ 3 การทางานตามหนา้ ท่ีท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
3. 5) 2) 4) 3) 1) 4. 4) 3) 2) 1) 5) 3 วิธกี ารนาเสนอผลงาน 4 ความมีนาใจ
4 การนาไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา
5 การตรงต่อเวลา
รวม
รวม
(วิเคราะหคาํ ตอบ การเรียงลําดับขั้นตอนการรวบรวมขอมูล ลงชอื่ ...................................................ผ้ปู ระเมนิ ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ
ไดเหมาะสมเรียงได ดังน้ี กําหนดวัตถุประสงคและความสนใจ ............/................./................... ............/.................../................
วางแผนพิจารณาเลือกแหลงขอมูล กําหนดหัวขอของขอมูล
และเตรียมอุปกรณที่ใชในการบันทึก คนหาและรวบรวมขอมูล เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ลงช่อื ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
จากแหลงขอมูลตางๆ และสรุปผลขอมูลที่รวบรวมได ดังน้ัน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 2 คะแนน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน ............./.................../...............
ตอบขอ 1.) ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเปน็ สว่ นใหญ่ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครงั เกณฑก์ ารให้คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ บางส่วน ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้งั
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ ให้ 1 คะแนน
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 14–15 ดมี าก เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
14–15 ดีมาก 11–13 ดี ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
11–13 ดี 8–10 พอใช้ 14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้ ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ 8–10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ
T121
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 2เวลา ชั่วโมง
การประมวลผลขอ้ มูล
1. มาตรฐาน/ตัวช้วี ดั
ตวั ช้วี ดั
ว 4.2 ป.5/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมทีม่ ีการใช้เหตุผลเชิงตรรกะอยา่ งงา่ ย ตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดและแกไ้ ข
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายของการประมวลผลข้อมลู ได้ (K)
2. บอกวิธกี ารประมวลผลข้อมลู ได้อย่างถูกต้อง (K)
3. สรา้ งทางเลอื กในการประมวลผลข้อมลู ได้ (P)
4. เหน็ ความสำ� คัญของการประมวลผลขอ้ มลู และการนำ� ไปใชใ้ นชีวิตประจ�ำวัน (A)
3. สาระการเรยี นรู้
การรวบรวมขอ้ มลู ประมวลผล สรา้ งทางเลอื ก และประเมนิ ผล จะทำ� ใหไ้ ดส้ ารสนเทศเพอื่ ใชใ้ นการแกป้ ญั หาหรอื การ
ตดั สนิ ใจได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
4. สาระส�ำคญั /ความคดิ รวบยอด
ข้อมูลท่ีอยู่รอบตัวเรามีจ�ำนวนมาก ๆ มีข้อมูลบางอย่างที่สามารถน�ำมาใช้ได้ทันที และมีข้อมูลบางอย่างท่ีจะต้องน�ำไป
ประมวลผลทำ� ใหเ้ ปน็ ขอ้ มลู สารสนเทศกอ่ นนำ� มาใชง้ าน เพอื่ ใหส้ ามารถนำ� ขอ้ มลู ไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งสะดวกและเกดิ ประโยชนอ์ ยา่ ง
สูงสุด ส�ำหรับการประมวลผลข้อมูลน้ันสามารถเลือกท�ำได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบข้อมูล การจัดกลุ่ม
ขอ้ มลู การแยกแยะขอ้ มลู และการเรยี งล�ำดับขอ้ มลู
5. สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรยี นและคุณลักษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำ� คญั ของผู้เรยี น ทักษะ 4 Cs คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. ทักษะการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ 1. มวี นิ ัย
2. ความสามารถในการคดิ (Critical Thinking) 2. ใฝ่เรียนรู้
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 2. ทกั ษะการท�ำงานร่วมกัน 3. ม่งุ มั่นในการทำ� งาน
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต (Collaboration Skill)
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 3. ทกั ษะการสอ่ื สาร
(Communication Skill)
4. ทกั ษะความคดิ สร้างสรรค์
(Creative Thinking)
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : วธิ กี ารสอนโดยเน้นรปู แบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้
(5Es Instructional Model)
T122
นา� น�า สอน สรปุ ประเมนิ
2.3 การประมวลผลขอ้ มูล ขนั้ นาํ
ขอ้ มลู ทอี่ ยรู่ อบตวั มจี า� นวนมาก โดยขอ้ มลู บางอยา่ งสามารถ กระตนุ้ ความสนใจ
นา� มาใชไ้ ดท้ นั ท ี และขอ้ มลู บางอยา่ งจะตอ้ งนา� ไปประมวลผลให้
เปน็ สารสนเทศกอ่ นนา� มาใชง้ าน ซง่ึ การประมวลผลนนั้ สามารถ 1. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทน
ทา� ไดห้ ลายวธิ ี เชน่ การเปรยี บเทยี บขอ้ มลู การจดั กลมุ่ ขอ้ มลู การ ออกมานาํ เสนอผลการจดั ทาํ แบบสาํ รวจความ
แยกแยะขอ้ มลู การเรยี งลา� ดบั ขอ้ มลู หรอื การคา� นวณผลขอ้ มลู คดิ เหน็ ของนกั เรียนแตละกลมุ
เพอ่ื ใหน้ า� ขอ้ มลู ไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งสะดวกและเกดิ ประโยชนส์ งู สดุ
2. ครูซักถามเพอ่ื กระตุนความคิดของนักเรียนวา
µÇÑ ÍÂÒ‹ § ¡าร»รÐมÇล¼ลขอ้ มลู • นกั เรยี นมีวิธีการจัดการกับขอ มูลอยา งไร
(แนวตอบ นกั เรยี นตอบตามความคดิ เหน็ ของ
ปูต้องการวิเคราะห์ข้อมูลน้�าหนัก และส่วนสูงของนักเรียน ตนเอง โดยคําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของ
ชนั้ ป.5 โดยการเปรยี บเทยี บขอ้ มลู กบั เกณฑม์ าตรฐานวา่ นกั เรยี นคนใด ครผู สู อน เชน การวิเคราะหข อมลู การจดั
มีน�า้ หนกั และส่วนสงู ทสี่ ูงกวา่ หรอื ต่�ากวา่ เกณฑ์มาตรฐาน กลมุ ขอ มูล การคํานวณขอ มลู การแยกแยะ
ขอมูล การประเมินผลขอ มลู )
ตารางแสดงเกณฑม์ าตรฐานของน�้าหนักและส่วนสงู ตามอายุ
ขน้ั สอน
อาÂØ นาíé ËนÑ¡ นéíาËน¡Ñ ʋǹʧ٠ÊÇ‹ ¹ÊÙ§ »รÐมÇล¼ลâ´Â
(เ´อ× น) ªÒ (¡¡.) ËÞ§Ô (¡¡.) ªÒ («Á.) ËÞÔ§ («Á.) - ¡ÒÃÇÔà¤ÃÒÐË สาํ รวจคน้ หา
50-57 - ¡Òè´Ñ ¡ÅÁØ‹
1 3.5-5 3-4.5 53-60 49-57 - ¡ÒäÒí ¹Ç³ นักเรียนแตละคนคนหาความหมายของการ
2 4-6 4-5.5 55-63 51-60 ประมวลผลขอมูลจากอินเทอรเน็ตท่ีเคร่ือง
3 4.5-6.5 4.2-6 57-66 53-63 คอมพิวเตอรของตนเอง จากนั้นครูสุมนักเรียน
4 5-7.5 4.5-7 59-68 55-66 2-3 คน ออกมานาํ เสนอขอ มลู หนา ชน้ั เรยี น พรอ ม
5 5.5-8 5-7.8 61-70 58-68 กบั อภิปรายรวมกันในชั้นเรยี น
6 6-9 5.5-8.5 63-73 59-71
7 7-10 6-9.5 65-75 61-73 อธบิ ายความรู้
8 7.5-10.5 6.5-10 66-76 63-74
9 7.5-11 6.8-10.3 68-78 64-76 1. นักเรียนศึกษาการประมวลผลขอมูลจาก
10 8-11 7-10.7 69-80 65-78 สถานการณต วั อยา งการประมวลผลขอ มลู โดย
11 8-11.5 7.2-11 66-79 วเิ คราะหข อ มลู นาํ้ หนกั และสว นสงู ของนกั เรยี น
ในหนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน เทคโนโลยี
ท่ีมา : http://www.maerakluke.com/topics/5703 (วิทยาการคํานวณ) ป.5 โดยเปรียบเทียบ
(ข้อมลู ณ วันท่ี 15 มกราคม พ.ศ. 2562) ขอมูลกับเกณฑมาตรฐานวา นักเรียนคนใดมี
นํ้าหนักและสวนสูงท่ีสูงกวาหรือต่ํากวาเกณฑ
มาตรฐานตารางแสดงเกณฑมาตรฐานของนํ้า
หนักและสวนสูงตามอายุ
67
ภาพจาก หนงั สอื เรียน หนา 67
ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
การประมวลผล หมายถงึ ขอ ใด ครูใชคําถามกระตุนความสนใจของนักเรียนวา การเลือกรับประทาน
1. กราฟแสดงการขายสนิ คา ประจําวนั อาหารกลางวันในโรงอาหาร นักเรียนจะตองมีขอมูลใดบางเพื่อชวยในการ
2. การแสดงภาพเคล่ือนไหวบนจอภาพ ตดั สนิ ใจจากนนั้ ครอู ธบิ ายเพอ่ื เชอื่ มโยงเขา สบู ทเรยี นวา จากคาํ ตอบของนกั เรยี น
3. การเรยี งลําดบั ชือ่ นกั เรียนตามตวั อกั ษร จะบอกไดวา กอนทน่ี ักเรยี นจะซื้ออาหารรบั ประทานนนั้ สมองของนกั เรยี นตอ ง
4. การจดั เกบ็ ขอ มลู ไวท ี่หนวยความจํารอง ประมวลผลกอนวาตองการรับประทานอะไร รานใด เพราะเหตุผลใด ถาเปน
เชน น้ันแสดงวา การประมวลผลหรือการประมวลขอ มูลนั้นมีความสาํ คัญกับเรา
(วิเคราะหค ําตอบ การประมวลผลเปนการนําขอมูลที่เก็บ ตลอดเวลา ดังน้ัน จึงตองมีการประมวลผลขอมูลอยูเสมอเพื่อใหไดขอมูลท่ี
รวบรวมไดม าผา นกระบวนการตา งๆ เพอื่ แปรสภาพขอ มลู ใหอ ยใู น ถูกตองอยเู สมอ
รูปแบบท่ีตองการ เรียกวา ขอมูลสนเทศหรือสารสนเทศ ดังน้ัน
ตอบขอ 1.)
T123
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน ในการดา� เนนิ ชวี ติ ประจา� วนั ของนกั เรยี น บางครงั้ นกั เรยี น
อาจจะพบกับปญหาท่ีต้องเลือกส่ิงใดส่ิงหน่ึง นักเรียนจึงต้องมี
อธบิ ายความรู้ การประมวลผลขอ้ มลู จากทางเลอื กทสี่ รา้ งขนึ้ ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี
2. ครูอธิบายกับนักเรียนวา ในการดําเนินชีวิต µÑÇÍÂÒ‹ § ¡ÒÃÊÌҧ·Ò§àÅÍ× ¡ã¹¡ÒûÃÐÁÇżÅ
ประจําวันของนักเรียน บางคร้ังนักเรียนอาจ
จะพบปญหาท่ีตองเลือกสิ่งใดส่ิงหน่ึง ดังน้ัน โปก�าลังเลือกซ้ือสินค้าท่ีซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง โดยโปจะต้อง
เพื่อการเลือกที่ถูกตอง นักเรียนจะตองมีการ พิจารณาเลอื กขนมขบเคีย้ วช้นิ ใดชนิ้ หนึ่งในราคาไมเ่ กนิ 25 บาท
ประมวลผลจากทางเลอื กทีม่ อี ยางละเอยี ด
3. นักเรียนดูตัวอยางแนวทางการสรางทางเลือก
ในการประมวลผลจากสถานการณท่ีโปกําลัง
พิจารณาเลือกซ้ือสินคาท่ีซูเปอรมารเกตใน
หนังสอื เรยี น
ชนิ้ ที ่ 1 ชน้ิ ท่ ี 2
• ราคา 25 บาท • ราคา 20 บาท
• ไดข้ นมปริมาณมาก • ไดข้ นมปริมาณน้อย
• มคี ณุ ค่าทางโภชนาการ • มีคณุ ค่าทาง
มาก เนอ่ื งจากเปน็ ธญั พชื โภชนาการน้อย
• ซองเป็นซปิ ล็อก
เม่อื นา� ขอ้ มูลของขนมขบเคี้ยวท้ัง 2 ชิ้นมาวเิ คราะห์ แลว้ พบวา่
ควรเลือกซ้ือชิ้นที่ 1 เนื่องจากมีปริมาณและคุณค่าทางโภชนาการ
มากกว่า ซองเป็นซิปล็อก สามารถปดเพื่อเก็บไว้รับประทานต่อได้
และราคาไมเ่ กนิ 25 บาท
68
ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 68
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด
ครอู ธิบายเพ่ิมเติมเก่ยี วกับการประมวลผลขอมูลวา การประมวลผลขอมูล การฝากถอนเงนิ ในธนาคาร เปนการประมวลผลแบบใด
เปนการเปลี่ยนแปลงหรือการจัดระเบียบขอมูลใหอยูในรูปแบบท่ีเปนประโยชน 1. การประมวลผลแบบกลมุ
ตอ ผใู ชง าน ขอ มลู โดยทว่ั ไปเกดิ ขน้ึ อยา งไมเ ปน ระเบยี บจากกระบวนการนบั หรอื 2. การประมวลผลแบบตอ เน่อื ง
การวัดโดยไมสามารถส่ือความหมายใหเขาใจหรือนํามาใชประโยชนได ดังน้ัน 3. การประมวลผลแบบช่วั คราว
การประมวลผลจึงเปนวิธีการนําขอมูลใหเปนสารสนเทศท่ีมีประสิทธิภาพและ 4. การประมวลผลแบบเชอ่ื มตรง
นาํ ไปใชประโยชนตอ ไปไดอยา งเหมาะสม
(วเิ คราะหคาํ ตอบ การฝากถอนเงินในธนาคารเปนการประมวล
ผลแบบเชอื่ มตรง (online processing) เพราะเปนการทาํ งานใน
ขณะท่ีขอมูลเดินทางไปบนสายสัญญาณเชื่อมตอจากเคร่ืองปลาย
ทางไปยังฐานขอมูลของเคร่ืองหลักที่ใชในการประมวลผล การ
ประมวลผลแบบเช่ือมตรงจึงเปนการประมวลผลโดยทันทีทันใด
ดังนนั้ ตอบขอ 4.)
T124
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
¡¨Ô ¡รรÁ Com Sci ขน้ั สอน
½¡ƒ ·Ñ¡ÉÐ
ขยายความเขา้ ใจ
ให้นักเรยี นส�ารวจร้านค้าในโรงเรยี น แลว้ พิจารณาเลือกซื้ออาหารให้
ตรงกับความต้องการของนกั เรยี น โดยใหบ้ นั ทกึ ลงในสมดุ 1. นักเรียนจับคูกับเพ่ือนท่ีน่ังขางๆ เพ่ือทํา
กจิ กรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนังสอื เรยี น
ตอนท ่ี 1 ข้อมลู รา้ นค้า โดยการสาํ รวจรา นคา ในโรงเรยี น แลว พจิ ารณา
รา้ นค้ามีจ�านวน รา้ น .............................................. เลือกซื้ออาหารใหตรงกับความตองการของ
สนิ คา้ ทข่ี าย ไดแ้ ก ่ .................................................................................................................. นักเรียน จากนั้นบันทึกลงในสมุดประจําตัว
และใหน ักเรยี นแตละคอู อกมานาํ เสนอผลงาน
....................................................................................................................................................................................... หนา ชัน้ เรยี น
.......................................................................................................................................................................................
ต อน ที ่ 2 การพจิ ารณาเลอื กซอ้ื อาหาร
ช่อื ร้าน ........................................................................ ชอ่ื ร้าน ........................................................................
ข•• ้อมูลร้านค้า บันทกึ ลงในส มุด ข• อ้ มลู รา้ นค้า ...............................................................................
• ...............................................................................
...............................................................................
...............................................................................
• ............................................................................... • ...............................................................................
นักเรียนซอื้ อาหารจากรา้ น ..........................................................................................................
เพราะ ..................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................................
ทกั ษะการเรยี นรูใ้ นศตวรรษที่ 21 2. ทกั ษะการสื่อสาร 69
1. ทกั ษะการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ
3. ทกั ษะการคดิ เชิงค�านวณ ภาพจาก หนงั สือเรยี น หนา 69
ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
วิธกี ารประมวลผลขอมูลโดยใชค อมพิวเตอรมกี ว่ี ิธี ครูใหน กั เรยี นทํากิจกรรมฝก ทักษะ Com Sci โดยใหนกั เรียนอานคาํ ชีแ้ จง
ในการทาํ กิจกรรมวา ใหสาํ รวจรานคา ในโรงเรียน แลวพิจารณาเลือกซ้อื อาหาร
(แนวตอบ มี 2 วธิ ี ไดแ ก การประมวลผลแบบเชอ่ื มตรง (online ใหต รงกบั ความตอ งการของนกั เรยี น จากนน้ั ใหน กั เรยี นบนั ทกึ ขอ ความลงในสมดุ
processing) หมายถึง การทํางานในขณะที่ขอมูลเดินทางไปบน ประจําตัว ครอู าจจะเปนคนคอยสาธิตการทาํ กจิ กรรมโดยมตี ัวอยางประกอบไว
สายสัญญาณเชื่อมตอจากเคร่ืองปลายทางไปยังฐานขอมูลของ บนกระดาน เพ่ือใหน กั เรยี นมองเห็นภาพ
เครอื่ งหลกั ทใ่ี ชใ นการประมวลผล การประมวลผลแบบเชอ่ื มตรงจงึ
เปน การประมวลผลโดยทนั ทีทันใด และการประมวลผลแบบกลมุ
(batch processing) หมายถึง การประมวลผลในเรื่องที่สนใจ
ท่ีถูกเกบ็ สะสมไวในชวงเวลาทก่ี าํ หนด)
T125
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ใบงานที่ 3.5.1
เร่ือง การประมวลผลข้อมลู
ขยายความเขา้ ใจ
คาชี้แจง : ให้นกั เรยี นพิจารณาตารางขอ้ มูลคะแนนสอบกลางภาคท้งั 4 รายวิชา และตอบคาถามใหถ้ ูกตอ้ ง
2. นกั เรยี นแตล ะคนทาํ ใบงาน เรอ่ื ง การประมวล
ผลขอมูล โดยใหนักเรียนแตละคนพิจารณา ตารางขอ้ มลู คะแนนสอบกลางภาคทง้ั 4 รายวชิ า
ตารางขอมูลคะแนนสอบกลางภาคทั้ง 4 รายวชิ า รายวชิ า รายวิชา รายวิชา
รายวิชา และตอบคําถามใหถูกตองผานการ เลขท่ี รายชอ่ื วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ คะแนนรวม
ประมวลผลขอมูล จากนั้นนํามาสงในชั่วโมง 10
ถัดไป 1 สมศรี 4 3 2 1 15
3 6 11
2 สมบัติ 1 5 2 2 18
3 สมทรง 5 2 6 8 16
4 สมจิตร 1 3 2 4 17
5 สมพร 9 1 2 5 11
6 สมสมร 2 8 2 5 14
7 สมใจ 3 1 1 5 11
8 สมชาย 4 4 1 4 10
9 สมศกั ด์ิ 1 5 4 2
10 สมปอง 2 2
จากตารางข้อมลู คะแนนสอบกลางภาคทัง้ 4 รายวชิ า ใหน้ กั เรียนตอบคาถามตอ่ ไปนี้ใหถ้ กู ตอ้ ง
โดยใชว้ ธิ ีการประมวลผลข้อมูลเพอื่ เปรียบเทยี บขอ้ มูล
1. รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ นักเรียนคนใดไดค้ ะแนนสูงท่ีสดุ สมพร
2. รายวชิ าคอมพวิ เตอร์ นกั เรียนคนใดได้คะแนนทต่ี ่าสุด สมใจ สมพร
3. รายวชิ าภาษาไทย นกั เรียนคนใดได้คะแนนสูงที่สดุ สมจติ ร
4. รายวิชาคณติ ศาสตร์ นกั เรยี นคนใดได้คะแนนสงู ท่สี ุดเป็นลาดบั ท่ี 2 สมบตั ิ
5. นกั เรยี นคนใดไดม้ คี ะแนนรวมทกุ วชิ าเปน็ ลาดบั ท่ี 1 สมจิตร
6. นกั เรยี นคนใดได้มีคะแนนรวมทุกวิชาเปน็ ลาดบั สดุ ทา้ ย สมศรี สมปอง
ภาพจาก
แผนการสอน ท่ี 15
หน่วยท่ี 13
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ครูใหนักเรียนทําใบงาน เรื่อง การประมวลผลขอมูล โดยมีคําส่ังวา ให ขอ มลู การใชไ ฟฟา จะถกู นาํ มารวบรวมและประมวลผลครง้ั เดยี ว
นักเรียนพิจารณาตารางขอมูลคะแนนสอบกลางภาคทั้ง 4 รายวิชา และตอบ เพอื่ ออกใบแจงหนี้ใหแ กผใู ชบริการเปนการประมวลแบบใด
คําถามใหถูกตอง จากตารางขอมูลคะแนนสอบกลางภาคทั้ง 4 รายวิชา ให
นกั เรยี นตอบคาํ ถามตอ ไปนใี้ หถ กู ตอ งโดยใชว ธิ กี ารประมวลผลขอ มลู เพอ่ื เปรยี บ 1. การประมวลผลแบบกลุม
เทียบขอมลู แลวใหน ักเรียนหาคําตอบทถ่ี ูกตอ งเติมลงในชองวาง 2. การประมวลผลแบบทันที
3. การประมวลผลแบบถาวร
4. การประมวลผลแบบครัง้ เดียว
(วิเคราะหค าํ ตอบ ขอมูลการใชไฟฟาจะถูกนํามารวบรวมและ
ประมวลผลครั้งเดียวเพื่อออกใบแจงหน้ีใหแกผูใชบริการเปนการ
ประมวลผลแบบกลมุ ดงั นน้ั ตอบขอ 1.)
T126
นา� สอน สรปุ ประเมิน
3. ใหนักเรียนพิจารณาขอมูลและจัดการประมวลผลพรอมตอบคําถาม ขนั้ สอน
(5 คะแนน) ขยายความเขา้ ใจ
กรชิ มเี งินอยู 1,058 บาท สงู 145 ซม. หนัก 32 กก. กรชิ ใชเ งนิ 3. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด หนา 45 เรื่อง
ซื้อของเลน 518 บาท ฟล มมีเงนิ นอ ยกวากริช 158 บาท สงู มาก การประมวลผลขอมลู ในแบบฝกหดั รายวชิ า
กวา ตา ย 8 ซม. และหนักกวาเอก 13 กก. ใชเงินซอ้ื ของเลน นอย พ้ืนฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคํานวณ) ป.5
กวา กริช 18 บาท ตา ยมีเงนิ มากกวาฟล ม 200 บาท สูง 147 ซม. โดยใหนักเรียนพิจารณาขอมูลที่ใหมาและ
หนักนอ ยกวาเอก 10 กก. ใชเ งินซ้ือของเลน มากกวากริช 32 บาท จัดการประมวลผลขอมูลแลวตอบคําถาม
เอกมเี งนิ มากกวา ฟล ม 142 บาท สูงกวาตา ย 13 ซม. หนักกวา กรชิ ทีก่ าํ หนดให
22 กก. ใชเงนิ ซ้อื ของเลนมากกวากรชิ 2 บาท
ขน้ั สรปุ
1. ประมวลผลขอมลู ลงในตารางใหถ ูกตอ งเหมาะสม เฉฉบลบั ย
ตรวจสอบผล
ชอื่ มเี งนิ (บ.) ความสูง (ซม.) น้ําหนัก (กก.) ซื้อของเลน (บ.) เหลือเงนิ (บ.)
1. ครูประเมินผลนักเรียนจากการสังเกตการ
กรชิ 1,058 145 32 518 540 ตอบคาํ ถาม การทาํ ใบงาน และสมดุ ประจาํ ตวั
ฟล ม 900 155 41 500 400 ของนกั เรียน
ตาย 1,100 147 44 550 550
เอก 1,042 160 54 520 522 2. ครูตรวจสอบผลงานจากการทําใบงานและ
กิจกรรมฝก ทักษะ
3. นักเรียนและครูรวมกันสรุปเนื้อหาเกี่ยวกับ
ขั้นตอนการประมวลผลขอมูล การพิจารณา
และการเปรียบเทียบขอมูล
2. เรียงลาํ ดับช่ือคนทีม่ เี งินมากท่สี ุดไปหานอ ยทีส่ ดุ ขน้ั ประเมนิ
ตา ย กรชิ เอก ฟลม ตรวจสอบผล
3. ฟลม กบั เอกใครสงู กวา กนั แลวสูงกวา เทาไร ตารางการวดั และประเมนิ ผล
เอกสงู กวา ฟลม และสูงกวา 5 ซม. วิธกี าร เครอ่ื งมือ เกณฑการประเมนิ
ตรวจใบงาน ใบงาน รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
4. ผลตางของผลรวมความสูงกบั ผลรวมนา้ํ หนักมีคาเทาไร
ตรวจแบบฝกหดั แบบฝกหัด รอยละ 60 ผานเกณฑ
607 - 171 = 436
5. ใครใชเงนิ ซ้อื ของเลน มากเปนลาํ ดบั ท่ี 3 ประเมิน แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2
การนําเสนอ การนําเสนอ ผานเกณฑ
กรชิ ใชเ งินซอื้ ของเลน มากเปน ลาํ ดับที่ 3 ผลงาน ผลงาน
45 สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกต ระดับคณุ ภาพ 2
การทาํ งาน พฤติกรรม ผา นเกณฑ
ภาพจาก รายบุคคล
แบบฝก หัด สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต ระดบั คณุ ภาพ 2
หนา้ ท4่ี 45 การทาํ งานกลมุ พฤตกิ รรม ผานเกณฑ
กิจกรรม 21st Century Skills แนวทางการวัดและประเมินผล
1. ใหนักเรยี นแบงกลมุ ตามความสมัครใจ กลมุ ละ 4 คน ครูสามารถสังเกตการนําเสนอผลงาน พฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
2. ใหนักเรยี นทาํ รายงาน เร่อื ง การประมวลผลขอมลู และการทํางานกลุมของนักเรียน โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลจาก
3. สมาชิกในกลุมรวมกันเลือกขอมูลและจัดเตรียมขอมูล เพื่อนํา แบบประเมินการนําเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
และการทาํ งานกลมุ ทแ่ี นบมาทา ยแผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 6 หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3
เสนอตามรูปแบบทีน่ ักเรยี นคิดวานาสนใจอยางอิสระ
4. นาํ เสนอขอ มลู หนา ชน้ั เรยี น ดว ยวธิ กี ารสอื่ สารทท่ี าํ ใหผ อู นื่ เขา ใจ แบบประเมินการนาเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม
ไดงาย คาชแ้ี จง:ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในชอ่ งที่ คาชแี้ จง : ใหผ้ ูส้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งที่ คาชแี้ จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่องที่
5. ครูและนักเรียนภายในหองเรียนรวมกันสรุปขอมูล เรื่อง การ ตรงกับระดับคะแนน ตรงกับระดับคะแนน ตรงกับระดับคะแนน
ประมวลผลขอมลู ระดบั คะแนน ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1 ลาดับที่ ชือ่ –สกุล การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมนี ้าใจ การมี รวม
32 32 ของนักเรียน ความคดิ เห็น ฟังคนอื่น ตามทีไ่ ด้รบั ส่วนรว่ มใน 15
ลาดับท่ี รายการประเมนิ มอบหมาย การปรับปรุง คะแนน
1 ผลงานกลุ่ม
1 การแสดงความคดิ เห็น
1 ความถกู ตอ้ งของเนอ้ื หา 2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผ้อู น่ื 321321321321321
2 ความคดิ สรา้ งสรรค์ 3 การทางานตามหนา้ ท่ีทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน 4 ความมนี าใจ
4 การนาไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา
5 การตรงต่อเวลา
รวม
รวม
ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน
............/................./................... ............/.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ สมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน ............./.................../...............
ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเป็นสว่ นใหญ่ ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั เกณฑก์ ารให้คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางสว่ น ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครงั ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ ให้ 1 คะแนน
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 14–15 ดมี าก เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
14–15 ดีมาก 11–13 ดี ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
11–13 ดี 8–10 พอใช้ 14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้ ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ 8–10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรุง ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ
T127
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6 2เวลา ช่ัวโมง
การสบื ค้นข้อมูล โดยใชอ้ นิ เทอร์เนต็
1. มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั
ตวั ช้วี ดั
ว 4.2 ป.5/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมท่ีมีการใช้เหตุผลเชิงตรรกะอยา่ งงา่ ย ตรวจหาข้อผดิ พลาดและแกไ้ ข
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายวิธีการสบื คน้ ข้อมูลโดยใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตได้ (K)
2. บอกหลักในการประเมินความน่าเชื่อถอื ของข้อมูลจากการสืบค้นได้ (K)
3. สบื ค้นข้อมลู โดยใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ตตามวธิ ีการตา่ ง ๆ ได้ (P)
4. ตรวจสอบความน่าเชอ่ื ถอื ของขอ้ มูลจากอินเทอร์เน็ตได้ (P)
5. เห็นความส�ำคัญของการสบื ค้นขอ้ มูลโดยใช้อินเทอร์เน็ตและการน�ำไปใชใ้ นชวี ติ ประจ�ำวัน (A)
3. สาระการเรยี นรู้
- การค้นหาขอ้ มลู ในอนิ เทอร์เน็ตและการพิจารณาผลการค้นหา
- การประเมินความน่าเช่ือถือของข้อมูล เช่น เปรียบเทียบความสอดคล้อง ความสมบูรณ์ของข้อมูลจากหลายแหล่ง
แหล่งตน้ ตอของข้อมูล ผู้เขียนวันทเ่ี ผยแพรข่ อ้ มลู
- ข้อมูลที่ดีต้องมรี ายละเอยี ดครบทกุ ด้าน เชน่ ข้อดีและข้อเสยี ประโยชน์และโทษ
4. สาระสำ� คัญ/ความคดิ รวบยอด
การคน้ หาขอ้ มลู ในอนิ เทอรเ์ นต็ โดยใชเ้ วบ็ ไซตท์ เี่ รยี กวา่ Search Engine สามารถคน้ หาไดห้ ลายวธิ ไี มว่ า่ จะเปน็ การคน้ หา
ข้อมลู โดยใช้คยี เ์ วริ ด์ การค้นหาขอ้ มูลตามหมวดหมู่ หรอื การคน้ หาข้อมลู จากหลายแหลง่ และในการสืบค้นขอ้ มลู จากแหล่ง
ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ จะตอ้ งมกี ารประเมนิ ความนา่ เชอ่ื ถอื ของขอ้ มลู เพอื่ ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ทถี่ กู ตอ้ งและตรงตามความตอ้ งการของผใู้ ชง้ าน
5. สมรรถนะสำ� คัญของผ้เู รยี นและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
สมรรถนะสำ� คญั ของผู้เรยี น ทกั ษะ 4 Cs คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. ทกั ษะการคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ 1. มีวินยั
2. ความสามารถในการคดิ (Critical Thinking) 2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 2. ทักษะการทำ� งานรว่ มกัน 3. มุ่งม่นั ในการท�ำงาน
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต (Collaboration Skill)
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 3. ทกั ษะการสือ่ สาร
(Communication Skill)
4. ทกั ษะความคิดสร้างสรรค์
(Creative Thinking)
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : วิธีการสอนโดยเน้นรูปแบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้
(5Es Instructional Model)
T128
นา� น�า สอน สรปุ ประเมนิ
2.4 การสืบคน้ ขอ้ มลู โดยใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ ขนั้ นาํ
ในการค้นหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต โดยใช้เว็บไซต์ที่ใช้ กระตนุ้ ความสนใจ
สา� หรบั คน้ หาขอ้ มลู ทเ่ี รยี กวา่ Search Engine เชน่ เวบ็ ไซต์
Google สามารถคน้ หาไดห้ ลายวธิ ี ไดแ้ ก่ ครถู ามคาํ ถามกระตนุ ความสนใจของนกั เรยี น
• ค้นหาข้อมลู โดยใชค้ ยี ์เวิร์ด (Key Word) เปน็ การคน้ หา วา
ข้อมูลโดยการปอนค�าส�าคัญท่ีต้องการค้นหาในเว็บ Search
Engine เช่น ถา้ ตอ้ งการค้นหาขอ้ มูลเกี่ยวกับดอกกล้วยไม้ ให้ • โดยปกติแลว ถานักเรียนตองการจัดทํา
พมิ พ์ค�าว่า “ดอกกลว้ ยไม”้ ลงในเว็บไซต ์ Google รายงานหรือตองการสืบคนขอมูล นักเรียน
สามารถหาขอ มูลไดจากทใ่ี ดบา ง
ดอกกล้วยไม้ (แนวตอบ นักเรียนตอบตามความคิดเห็น
ของตนเอง โดยคําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจ
• การค้นหาข้อมูลตามหมวดหมู่ เป็นการค้นหาข้อมูล ของครูผูสอน เชน หนังสือเรียน หองสมุด
ตามหมวดหมทู่ ใี่ นแตล่ ะเวบ็ Search Engine กา� หนดไว ้ เชน่ อนิ เทอรเนต็ )
เวบ็ ไซต ์ Google มกี ารจัดหมวดหม่ขู ้อมลู ในการคน้ หา ได้แก่
ขน้ั สอน
ทั้งหมด ค้นรปู วิดโี อ แผนท่ี ข่าวสาร เพิ่มเติม
สาํ รวจคน้ หา
ÁØÁ Com Sci
1. ครูใหนักเรียนแตละคนสืบคนขอมูลเกี่ยวกับ
เว็บไซต์ Search Engine ที่ได้รับความนิยมในปจจุบัน เช่น Google เร่ือง ที่มาของคอมพิวเตอร โดยเปดโอกาส
(www.google.com), Sanook (www.sanook.com), Yahoo (www.yahoo.com) ใหนักเรียนสืบคนจากเคร่ืองคอมพิวเตอรของ
ตนเอง จากนั้นครูสุมถามนักเรียน 5-6 คน
เก่ียวกบั คาํ ท่ีใชค น หาในเวบ็ Search Engine
(แนวตอบ ประวัติของคอมพิวเตอร ที่มาของ
คอมพิวเตอร คอมพิวเตอรเกิดขึ้นไดอยางไร
การกอตั้งคอมพิวเตอร และคอมพิวเตอร)
2. นักเรียนศึกษาเนื้อหา เร่ือง การสืบคนขอมูล
โดยใชอ นิ เทอรเ นต็ จากหนังสอื เรียน รายวิชา
พ้ืนฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคํานวณ) ป.5
โดยครอู ธบิ ายกบั นักเรยี นวา การคน หาขอมลู
จากเว็บไซต Search Engine วา มีหลายวธิ ี
เชน การคนหาขอมูลโดยใชคียเวิรด การ
คนหาขอมูลตามหมวดหมู การคนหาขอมูล
จากหลายแหลง
70
ภาพจาก หนงั สอื เรยี น หนา 70
ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
โปรแกรมคน หาขอ มูล (Search Engine) หมายถงึ ขอใด ครอู ธบิ ายเพอื่ เชอ่ื มโยงเขา สบู ทเรยี นวา ปจ จบุ นั วธิ กี ารทนี่ ยิ มใชส าํ หรบั การ
1. เคร่อื งมอื ชว ยคน คน หาขอ มลู คือ การคนหาขอ มูลผานอินเทอรเน็ต โดยใชเ ว็บไซตต างๆ ในการ
2. การคน หาขอ เท็จจริง สืบคนขอ มลู หรอื ทเี่ รียกวา Search Engine เชน www.google.com และถาม
3. การหาผลลัพธจ ากอินเทอรเ น็ต นักเรียนภายในหองเรียนวา มีนักเรียนคนใดเคยใช www.google.com บาง
4. เครอื่ งมอื หรือเวบ็ ไซตท ีอ่ ํานวยความสะดวกในการสบื คน และใชส ืบคน ขอ มูลอะไร
(วิเคราะหคาํ ตอบ โปรแกรมคนหาขอมูล (Search Engine)
คือ โปรแกรมท่ีชวยในการสืบคนขอมูล โดยเฉพาะขอมูลบน
อนิ เทอรเนต็ โดยครอบคลุมทัง้ ขอความ รปู ภาพ ภาพเคล่ือนไหว
เพลง ซอฟตแวร แผนท่ี ขอมูลบุคคล กลุมขาว และอ่ืนๆ ซึ่ง
แตกตางกันไปแลวแตโปรแกรมหรือผูใหบริการแตละราย ดังน้ัน
ตอบขอ 4.)
T129
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน • การค้นหาข้อมูลจากหลายแหล่ง เป็นการค้นหาข้อมูล
บนเครอื ขา่ ยอนิ เทอร์เนต็ ทม่ี ีอย่เู ป็นจ�านวนมาก โดยค้นหาจาก
อธบิ ายความรู้ Search Engine หลายแหล่ง แล้วน�ามาเปรียบเทียบกัน
เพอื่ ให้ได้เน้อื หาท่มี ีความถูกต้อง และมีความน่าเชือ่ ถอื
1. ครชู แี้ จงกบั นกั เรยี นวา เวบ็ ไซต Search Engine
ท่ีไดรับความนิยมในปจจุบัน เชน www.
google.com www.sanook.com
2. ครอู ธบิ ายความรูเสรมิ ในมมุ Com Sci ใหกับ
นกั เรยี นฟง เรอ่ื ง การนาํ ขอ มลู ทส่ี บื คน ไดม าใช
งาน
ภาพท่ี 3.18 การคน หาขอ มลู จากหลายแหลง
ในการสืบคน้ ข้อมูล จะตอ้ งพิจารณาวา่ ข้อมลู ทสี่ บื คน้ นนั้
มีความถูกต้องตรงตามความต้องการหรือไม่ ข้อมูลครบถ้วน
สมบรู ณ์หรอื ไม ่ ถ้าข้อมลู ทไ่ี ด้ยงั ไม่ครบถ้วนสมบรู ณ ์ ให้สบื ค้น
จากแหล่งอ่นื ๆ เพิ่มเตมิ
ÁØÁ Com Sci
การนา� ขอ้ มลู ทส่ี บื คน้ ไดม้ าใชง้ าน จะตอ้ งมกี ารอา้ งองิ แหลง่ ทม่ี าของขอ้ มลู
เพ่ือยืนยันว่าข้อมูลมีแหล่งที่มาที่ชัดเจน น่าเช่ือถือ เช่น ได้ข้อมูลของดอกกล้วยไม้
มาจาก http://www.baanlaesuan.com/33409/plant-scoop/orchid/
(ขอ้ มลู ณ วนั ท ี่ 15 มกราคม พ.ศ. 2562)
แหลง สืบคนขอมลู ทางอนิ เทอรเ น็ต 71
ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 71
ความรูเสริม ขอสอบเนน การคดิ
Search Engine มปี ระโยชนใ นการใชส ืบคนขอมูลทต่ี อ งการทราบไดอ ยา ง Search Engine มกี ่ีประเภท อะไรบา ง
สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธภิ าพสูง สามารถใชงานไดตลอดเวลา รวมทั้งให
ผลลัพธท ต่ี รงกบั ความตองการแกผูส ืบคนขอ มูล ดงั น้นั การสรางและออกแบบ (แนวตอบ Search Engine สามารถแบง ออกไดเ ปน 3 ประเภท
เว็บไซตใหมๆ ในในปจจุบันจึงควรคํานึงถึงรูปแบบของเว็บไซตใหมีความ โดยมีความแตกตา งกนั ทห่ี ลกั การทํางาน และการจัดอันดับขอมลู
เหมาะสมแก Search Engine ดวยเชน กัน เพือ่ ใหผสู ืบคน สามารถคนหาขอ มูล ในการคนหา 1. Crawler Based Search Engine คือ เครอ่ื งมอื
ที่ตอ งการไดง า ยมากย่งิ ขึ้น ซง่ึ ประโยชนของ Search Engine มดี ังน้ี ท่ีใชสําหรับการสบื คนขอ มลู บนเครือขายอนิ เทอรเน็ต ซ่ึง Search
Engine ชนิดนี้เปนประเภทที่ไดรับความนิยมในการใชงานสูงสุด
1. คน หาขอ มูลไดอ ยา งหลากหลาย 2. Web Directory คอื สารบญั เว็บไซตสาํ หรับการสบื คน ขอมลู
2. คนหาขอ มลู ไดจ ากเวบ็ ไซตเฉพาะทางตา งๆ ได ขาวสารท่ีมีการจัดระเบียบและแบงขอมูลตางๆ ไวเปนหมวดหมู
3. คนหาเวบ็ ไซตท ตี่ อ งการไดงาย สะดวก และรวดเร็ว ผูสืบคนจึงสามารถใชงานไดงายและมีความสะดวกในการคนหา
4. รองรบั การคน หาไดห ลายภาษา รวมทั้งภาษาไทย และ 3. Meta Search Engine คอื เครอื่ งมอื ทใ่ี ชส าํ หรบั การสบื คน
5. คนหาขอมูลไดอ ยา งละเอยี ดและหลากหลายรปู แบบ ขอมูลบนเครือขายอินเทอรเน็ต มีหลักการทํางานโดยการอาศัย
Meta Tag สาํ หรบั ประกาศชดุ คาํ สง่ั ทไี่ ดร บั มาในรปู แบบของ Text
T130 Editor โดยใชภ าษา HTML ในการประมวลผลลพั ธ)
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
¡¨Ô ¡รรÁ Com Sci ขน้ั สอน
½¡ƒ ·Ñ¡ÉÐ
อธบิ ายความรู้
ให้นักเรียนค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับสถานท่ีท่องเที่ยวใน
ประเทศไทยทนี่ กั เรยี นสนใจ แลว้ นา� เสนอผลการคน้ หาขอ้ มลู หนา้ หอ้ งเรยี น 3. ครูมอบหมายใหนักเรียนแตละคนทํากิจกรรม
โดยกา� หนดใหม้ รี ายละเอยี ด ดงั น้ี ฝก ทกั ษะ Com Sci ในหนงั สอื เรยี น โดยคน หา
ขอ มลู บนอนิ เทอรเ นต็ เกย่ี วกบั สถานทท่ี อ งเทย่ี ว
ในประเทศไทย และนํามาสง ในชวั่ โมงถดั ไป
4. ครูทาํ การสมุ นักเรียน 2-3 คน ออกมานําเสนอ
หนา ชนั้ เรยี นเกยี่ วกบั ขอ มลู ทไ่ี ดส บื คน จากการ
ทาํ กิจกรรมฝก ทักษะ Com Sci
• ช่ือสถานทที่ อ่ งเที่ยว
• สถานท่ีต้ังของแหล่งท่องเทีย่ ว
• ลักษณะของแหลง่ ท่องเท่ียว
• กิจกรรมท่ีสามารถทา� ได้
• แหล่งท่ีมาของขอ้ มลู
ทกั ษะการเรยี นรูใ้ นศตวรรษท่ี 21
1. ทักษะการคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ 2. ทกั ษะการสื่อสาร
72 3. ทักษะการคดิ เชงิ คา� นวณ 4. ทักษะการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ
ภาพจาก หนงั สือเรยี น หนา 72
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
Search Engine คือขอ ใด ครอู ธบิ ายการทํากจิ กรรมฝก ทักษะ Com Sci โดยใหน กั เรยี นคนหาขอ มูล
1. เวบ็ ขาวสาร บานเมอื ง บนอินเทอรเน็ตเก่ียวกับสถานท่ีทองเที่ยวในประเทศไทยท่ีนักเรียนสนใจ แลว
2. เปน จดหมายอเิ ล็กทรอนกิ ส นําเสนอผลการคนหาขอมูลหนาช้ันเรียน โดยกําหนดใหมีรายละเอียดของ
3. เปน ทฝ่ี ากขอ มลู บนเว็บไซต ผลงาน ดงั น้ี
4. เปนเว็บไซตท ่ชี ว ยในการคนหาขอ มลู
• ชอ่ื สถานท่ีทองเท่ียว
(วิเคราะหคาํ ตอบ Search Engine คือ โปรแกรมที่ออกแบบ • สถานท่ีตัง้ ของแหลงทอ งเทีย่ ว
มาเปนเครื่องมือสําหรับใชคนหาขอมูล ซึ่งโปรแกรมที่ใชสําหรับ • ลักษณะของแหลงทองเท่ยี ว
คนหาขอมูลบนเว็บไซตหรือเว็บไซตท่ีใชสําหรับคนหาขอมูล • กจิ กรรมทส่ี ามารถทาํ ได
เรยี กวา Web Search Engine ดังนน้ั ตอบขอ 4.) • แหลง ทีม่ าของขอมูล
จากน้นั ครอู ธิบายการคนหาขอ มูลบนอนิ เทอรเน็ต โดยอาจจะสาธติ การหา
ขอมูลอ่ืนๆ ใหน กั เรียนเห็นภาพ และใหน ักเรยี นทาํ กจิ กรรมฝก ทกั ษะ Com Sci
ตามที่กําหนด
T131
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน ใบงานที่ 3.6.1
เรอื่ ง การสืบคน้ ขอ้ มลู ด้วยอนิ เทอร์เนต็
อธบิ ายความรู้ คาช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นค้นหาข้อมูลเกีย่ วกับ “ตน้ รวงผงึ้ ” ซึ่งเปน็ ต้นไม้ประจาพระองค์ในรัชกาลท่ี 10
จากนน้ั ให้ตอบคาถามให้ถูกต้อง
5. นกั เรยี นจบั คกู บั เพอ่ื นทน่ี งั่ ขา งๆ และทาํ ใบงาน 1. ความสาคัญของตน้ รวงผ้ึง
เร่ือง การสืบคนขอมูลดวยอินเทอรเน็ต และ ตน้ รวงผ้ึง เป็นพรรณไม้ทีถ่ ูกยกให้เปน็ พรรณไมป้ ระจาพระองค์ในรชั กาลที่ 10
ใหแตละกลุมสงตัวแทนออกมานําเสนอหนา
ชั้นเรียน โดยครูแนะนํากับนักเรียนวา การ 2. ประวัติความเป็นมาของต้นรวงผ้งึ
คน หาขอ มลู บนอนิ เทอรเ นต็ ผใู ชจ ะตอ งสบื คน โดยทวั่ ไปจะเรียกต้นไมช้ นิดนี้ว่า "ตน้ รวงผึง้ " แต่ถ้าหากได้ยินคนเรยี ก ต้นน้าผึ้ง ต้นสายน้าผึง้ หรอื
และนําขอมูลมาเปรียบเทียบกันเพ่ือคัดเลือก ดอกนา้ ผ้ึง เพราะช่ือเหล่านี้เป็นชอื่ เรยี กของคนท้องถน่ิ ท่ีมกั ได้ยนิ กันบ่อยในแถบกรุงเทพฯ และภาคเหนือ
เน้ือหาท่ีมีความถูกตองและมีความนาเช่ือถือ ต้นรวงผ้ึง มีช่ือภาษาอังกฤษวา่ Yellow star เป็นพรรณไม้ทม่ี ถี ิน่ กาเนดิ ในประเทศไทย พบมากในป่า
และมารยาทในการนําขอมูลมาใชงาน คือ ทางภาคเหนือ ความสงู จากระดบั น้าทะเล 1,000-1,100 เมตร
ผใู ชจ ะตอ งมกี ารอา งองิ ถงึ แหลง ทม่ี าของขอ มลู
เพอ่ื เปน การยนื ยนั วา ขอ มลู มแี หลง ทมี่ าชดั เจน 3. ลักษณะของต้นรวงผึ้ง
นา เชอื่ ถอื และเพอ่ื เปน การใหเ กยี รตแิ กเ จา ของ ตน้ รวงผงึ้ จดั เปน็ ไม้ยนื ตน้ ขนาดเล็ก ความสงู ประมาณ 5 เมตร ทนแดด และชอบข้ึนในท่ีแลง้ หรือ
ขอ มลู ค่อนข้างแล้ง ลาต้นแตกก่ิงตา่ ลกั ษณะลาต้นเป็นทรงพมุ่ มน สง่ กลนิ่ หอมตลอดทั้งวนั และมีสีเหลืองอร่าม
ออกดอกเปน็ ช่อสน้ั ตามซอกใบ ดอกจะบานได้นาน 7-10 วัน โดยจะผลดิ อกในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม
4. วิธีการปลูกและวธิ ีการดูแลรักษา
ตน้ รวงผง้ึ นิยมขยายพนั ธด์ุ ว้ ยการตอนก่ิง ด้วยการควัน่ ก่งิ และลอกเปลือกออก จากนนั้ นาดนิ เหนียวและ
กาบมะพรา้ วชบุ นา้ มาหุ้มแผลเอาไว้ ห่อดว้ ยแผ่นพลาสตกิ และมัดเชือกปดิ มิด ดูแลรดนา้ ตามปกติ รอ
รากงอกออกมาภายใน 2-3 วัน จงึ คอ่ ยตดั ไปปลกู ลงในหลุมดินรว่ น เพ่ือให้ได้ผลดแี นะนาให้ปลูกในท่ี
กลางแจง้ เน่ืองจากเป็นพชื ทช่ี อบแดดและทนแล้งได้ดี
5. ประโยชน์ของต้นรวงผึ้ง
มีรปู ลักษณ์และสสี ันสวยงาม มกี ลน่ิ หอมอ่อน ๆ เพ่ือปรับบรรยากาศให้สดช่นื นอกจากนี้ยงั เป็นไม้มงคล
ทเ่ี หมาะจะนามาปลกู ประดับสวนภายในบา้ นและตามสถานทต่ี า่ ง ๆ โดยเฉพาะบ้านทีม่ ีคนธาตุไฟ
ตน้ รวงผึ้งกจ็ ะชว่ ยเสรมิ ความเปน็ สริ ิมงคลให้มากย่งิ ขึ้น
แหล่งท่ีมาของข้อมลู :
1. https://home.kapook.com/view162236.html
2.
3.
4.
5.
ภาพจาก
แผนการสอน ท่ี 16
หนว่ ยท่ี 31
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
ครใู หน ักเรยี นทาํ ใบงาน เร่อื ง การสบื คน ขอ มูลดวยอินเทอรเน็ต โดยมคี ํา การสบื คน ขอ มลู หมายถงึ อะไร จงอธบิ าย
ชี้แจงวา ใหนักเรียนคนหาขอมูลเกี่ยวกับตนรวงผ้ึงซ่ึงเปนตนไมประจํารัชกาล
ท่ี 10 จากน้นั ใหต อบคาํ ถามใหถกู ตอง แลวใหนกั เรยี นสืบคน ขอ มูลจากเนอ้ื หา (แนวตอบ การนําความรูเก่ียวกับอินเทอรเน็ตมาประยุกตใชใน
เร่อื ง การสืบคนขอมูลโดยใชอ นิ เทอรเ น็ต เพอ่ื ใชในการทําใบงาน การศึกษาหาความรู ไดแก การสืบคนขอมูลทางอินเทอรเน็ต
โดยการใชงานอินเทอรเน็ตเกี่ยวกับการศึกษานี้จะสามารถแบง
เน้อื หาออกเปน 3 ระดบั ดงั นี้ การสืบคนขอมูลทางอนิ เทอรเน็ต
การนาํ ขอ มูลจากอินเทอรเน็ตมาใชง าน และการสรางแหลงขอ มูล
ดว ยตนเอง)
T132
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
4. ใหน ักเรยี นสืบคนขอ มูลเกีย่ วกบั ความเปนมาของรถยนตใ นประเทศไทย ขนั้ สอน
โดยการใชอ นิ เทอรเ นต็ และนาํ ภาพตวั อยา งมาตดิ ลง(ใตนวักอรยอา บงค(4าํ คตะอแบนน))
1. นกั เรยี นใชโ ปรแกรมคน หา (Search Engine) ใดในการสบื คน ขอ มลู อธบิ ายความรู้
www.google.com, www.sanook.com, www.yahoo.com 6. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด ในแบบฝกหัด
รายวชิ าพนื้ ฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคาํ นวณ)
2. หากนักเรียนตองการสืบคน ภาพรถยนตจะตอ งทาํ อยา งไร ป.5 หนา 46 เร่ือง การสืบคนขอมูลโดย
ใชอินเทอรเน็ต ซ่ึงใหนักเรียนสืบคนขอมูล
เขาไปท่ี www.google.com สบื คน ดวยคียเวริ ดรถยนต หรอื car เกย่ี วกบั ความเปน มาของรถยนตใ นประเทศไทย
จากน้นั ไปคลกิ เลอื กที่ คนรปู และนําภาพตัวอยางมาติดลงในกรอบ แลว
ตอบคาํ ถามใหถ กู ตอ ง
3. ใหน กั เรยี นหาภาพรถยนตส มยั ใหมแ ละสมยั โบราณมาตดิ ลงในกรอบ
พรอ มบอกรายละเอยี ดของรถ
เฉฉบลับย
รถสมยั ใหม Mazda-CX3 รถสมัยโบราณ Aus(CtihnumSmeyv) en
ยห่ี อ /รุน ย่ีหอ /รนุ
ขนาดเครื่องยนต 2000 cc ขนาดเครอื่ งยนต 747 cc
ผลิตข้นึ ป พ.ศ. 2562 ผลิตขน้ึ ป พ.ศ. 2472
4. นักเรยี นหาภาพและรายละเอียดมาจากแหลงขอมลู ใดบาง
1) https://www.mazda.co.th/globalassets/01_global/brochure/
brochure-mazda3-2018.pdf
2) https://mgronline.com/motoring/detail/9560000078561
46
ภาพจาก
แบบฝกหัด
หนา้ ท4่ี 46
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
การระบคุ ําเพอ่ื ใชในการคน หา เรียกอีกอยางวา อะไร ครูอธิบาย เรื่อง ข้ันตอนการทําแบบฝกหัดใหนักเรียนฟง โดยใหนักเรียน
1. Key Word สืบคนขอมูลของรถยนตโดยใชอินเทอรเน็ตในการคนหา และนําขอมูลกับภาพ
2. Search Site ที่ไดมาเขียนและติดลงในกรอบที่กําหนดให จากนั้นเมื่อนักเรียนทําแบบฝกหัด
3. Search Engine เสร็จแลว ครูจะสุมใหนักเรียนออกมานําเสนอคําตอบในแตละขอหนาชั้นเรียน
4. Meta search Engine ครูและนักเรียนรว มกันสรปุ ความรู เรอื่ ง การสบื คน ขอมูลโดยใชอินเทอรเ น็ต
(วิเคราะหคําตอบ การระบคุ าํ เพอื่ ใชใ นการคน หา เรยี กวา คยี เ วริ ด
(Key Word) เปน การคน หาขอ มลู โดยการปอ นคาํ สาํ คญั ทต่ี อ งการ
คน หาในเว็บ Search Engine ดงั น้ัน ตอบขอ 1.)
T133
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน 2.5 การประเมนิ ความน่าเช่อื ถอื ของข้อมลู
อธบิ ายความรู้ ในการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ จะต้องมีการ
ประเมนิ ความนา่ เชอ่ื ถอื ของขอ้ มลู เพอ่ื ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ทถี่ กู ตอ้ ง และ
7. ครูทบทวนเนื้อหาการเรียนเมื่อช่ัวโมงที่แลว ตรงตามความตอ้ งการ โดยหลกั ในการประเมนิ ความนา่ เชอ่ื ถอื
เกี่ยวกบั การสบื คนขอมูลโดยใชอนิ เทอรเนต็ ของขอ้ มลู ควรพจิ ารณา ดงั นี้
1) มีการบอกวัตถุประสงค์ในการจัดท�าข้อมูล เป็นการ
8. ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับการสืบคนขอมูล แสดงใหเ้ หน็ วา่ ขอ้ มลู นจ้ี ดั ทา� เพอื่ อะไร เชน่ การจดั ทา� ขอ้ มลู เพอื่
วา ในการสืบคนขอมูลใดๆ มาใชงานนั้น ใช้ในการเผยแพร่ การจัดท�าขอ้ มูลเพ่อื การศกึ ษา
ผูที่คนหาขอมูลจะตองมีการอางอิงถึง 2) มีการระบุช่ือผู้เขียนหรือผู้ให้ข้อมูล เป็นการระบุให้
แหลง ที่มาของขอ มลู เพ่อื ยนื ยันวาขอ มูลนนั้ ทราบว่า ข้อมลู นน้ั จดั ทา� ข้ึนโดยใคร หรอื มใี ครเปน็ ผใู้ หข้ ้อมูล
มีแหลงที่มาชัดเจน นาเช่ือถือ และเพ่ือ 3) มีการระบุวนั ทีพ่ ิมพ์ และครง้ั ทป่ี รบั ปรุง เปน็ การแสดง
เปนการใหเ กยี รตแิ กเจา ของขอ มลู ใหเ้ หน็ วา่ ขอ้ มลู นนั้ ๆ มกี ารจดั พมิ พแ์ ละไดร้ บั การปรบั ปรงุ เมอ่ื ไร
เพื่อเป็นการแสดงถึงความทันสมยั ของข้อมลู
9. นักเรียนศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับการประเมิน 4) มีการอ้างอิงแหล่งท่ีมา เป็นการอ้างอิงว่า ข้อมูลน้ัน
ความนาเช่ือถือของขอมูลจากหนังสือเรียน นา� มาจากแหล่งขอ้ มูลใด
และอภปิ รายรวมกันภายในช้ันเรียน 5) พิจารณาขอ้ มลู จากแหลง่ ขอ้ มูลทีเ่ ชอ่ื ถอื ได้
ในการเลอื กแหล่งขอ้ มูลตอ้ งพจิ ารณาข้อมลู ทมี่ าจาก
10. ครูอธิบายกับนักเรียนถึงขอควรพิจารณา แหลง่ ขอ้ มูลท่ีเชอ่ื ถอื ได้ เชน่ ข้อมลู ทีไ่ ดจ้ ากเวบ็ ไซต์
ในการประเมินความนาเช่ือถือของขอมูล ของสถาบนั การศึกษาหรอื หนว่ ยงานของรัฐ
วา ควรพจิ ารณา ดงั นี้ มกี ารบอกวตั ถปุ ระสงค
ในการจัดทําขอมูล มีการระบุชื่อผูเขียน
หรือผูใหขอมูล มีการระบุวันที่พิมพและ
คร้ังท่ีปรับปรุง มีการอางอิงแหลงท่ีมา และ
พิจารณาขอ มลู จากแหลง ขอ มลู ที่เชอื่ ถือได
ภาพจาก 73
แบบฝก หดั 73
หน้า 23
ภาพจาก หนังสือเรียน หนา
ความรูเสริม ขอสอบเนน การคดิ
Search Engine สามารถแบงออกไดเปน 3 ประเภท โดยมคี วามแตกตาง เว็บไซต Search Engine ทกี่ ําลังไดรบั ความนยิ มอยูในปจจบุ นั
กนั ทีห่ ลกั การทํางาน และการจัดอนั ดับขอมูลในการคนหา และมีใหบ ริการอยูท ั่วโลกคือเว็บไซตใ ด
• Crawler Based Search Engine คือ เครื่องมือท่ีใชส าํ หรับการสืบคน 1. www.yahoo.com
ขอ มลู บนเครือขา ยอนิ เทอรเน็ต ซึง่ Search Engine ชนดิ นีเ้ ปน ประเภทท่ไี ดรับ 2. www.sanook.com
ความนยิ มในการใชง านสงู สดุ มหี ลกั การทาํ งานโดยการบนั ทกึ และจดั เกบ็ ขอ มลู 3. www.google.com
ตางๆ สามารถใหผลลัพธก ารคน หาทมี่ ีความแมน ยาํ สูง 4. www.saimguru.com
• Web Directory คอื สารบัญเว็บไซตส ําหรับการสบื คนขอมูลขา วสารทมี่ ี (วิเคราะหคาํ ตอบ เวบ็ ไซต Google เปนเว็บไซตท ี่ใหบริการใน
การจดั ระเบยี บและแบง ขอมูลตา งๆ ไวเ ปน หมวดหมู ผูส บื คน จึงสามารถใชงาน การคน หาขอมูลในโลกของอนิ เทอรเนต็ โดยสามารถคน หาขอ มลู
ไดงายและมคี วามสะดวกในการคน หา รูปภาพ ซึ่งจะคนหาโดยการพิมพขอความลงไป ในเว็บไซต
Search Engine ที่กําลังไดรับความนิยมอยูในปจจุบัน ดังนั้น
• Meta Search Engine คือ เคร่ืองมือท่ีใชสําหรับการสืบคนขอมูลบน ตอบขอ 3.)
เครอื ขา ยอินเทอรเ นต็
T134
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
¡¨Ô ¡รรÁ Com Sci ขนั้ สอน
½¡ƒ ·¡Ñ ÉÐ
ขยายความเขา้ ใจ
ให้นักเรยี นจับคูก่ ับเพอื่ น แล้วท�ากจิ กรรมต่อไปนี้
1. นักเรยี นจบั คกู บั เพอ่ื นทนี่ ง่ั ขางๆ (คเู ดมิ ) และ
1. ใหน้ กั เรยี นคน้ หาขอ้ มลู จากเวบ็ ไซตต์ า่ ง ๆ บน ทาํ กจิ กรรมฝก ทกั ษะ Com Sci ในหนงั สอื เรยี น
อนิ เทอรเ์ นต็ เกย่ี วกบั หวั ข้อ “ผลิตภณั ฑ์จาก โดยการสืบคนขอมูลจากเว็บไซต จากนั้น
ภูมิปญ ญาชาวบา้ น” ทําการรวบรวมขอมูลและจัดทํารายงาน
2. ใ ห้นักเรยี นรวบรวมข้อมลู และจัดทา� รายงาน แลวใหนักเรียนวิเคราะหวาขอมูลท่ีไดมาน้ัน
มคี วามนา เชอ่ื ถอื หรือไม อยา งไร
เรือ่ ง “ผลติ ภณั ฑจ์ ากภูมปิ ญ ญาชาวบ้าน”
พร้อมบอกที่มาของข้อมลู และวนั ทีส่ ืบค้นขอ้ มลู 2. นักเรียนแตละคูออกมานําเสนอขอมูลที่ได
3. ให้นกั เรียนวิเคราะห์วา่ ข้อมูลทีค่ น้ หาและ สืบคนหนาช้ันเรียน โดยครูคอยใหคําแนะนํา
รวบรวมได้มีความน่าเชอ่ื ถือหรอื ไม่ อย่างไร เพิ่มเตมิ ตามความเหมาะสม
ทกั ษะการเรียนรูใ้ นศตวรรษที่ 21
1. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 2. ทกั ษะการคิดเชิงคา� นวณ
74 3. ทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ภาพจาก หนังสอื เรยี น หนา 74
ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
การคนหาขอมูลในอินเทอรเน็ตขอใด เรียงลําดับขอมูลจาก ครูอาจจะใหนักเรียนศึกษาขอมูลเพิ่มเติม เรื่อง การสืบคนขอมูลโดยใช
แคบไปสขู อมูลทีก่ วา ง อนิ เทอรเ นต็ เพอ่ื นาํ มาใชป ระกอบการเรยี นและการทาํ กจิ กรมฝก ทกั ษะ Com Sci
จากน้ันใหนักเรียนลองทํากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci โดยใหนักเรียนจับคู
1. ทอ่ี ยอู าศยั > บาน > บา นพักตากอากาศ กับเพื่อน แลวทํากิจกรรมโดยใหนักเรียนคนหาขอมูลจากเว็บไซตตางๆ บน
2. ลิง > ชมิ แปนซี > สตั วเลี้ยงลกู ดวยนาํ้ นม อินเทอรเน็ตในหัวขอ เรื่อง ผลิตภัณฑจากภูมิปญญาชาวบาน และจัดทํา
3. ขา วหอมมะลิ > ขาว > อาหารหลกั ของคนไทย ออกมาในรูปแบบของรายงาน พรอมบอกที่มาของขอมูลที่หามาได จากนั้นให
4. ดอกไม > ดอกไมสีเหลอื ง > ดอกไมทีม่ ีกลน่ิ หอม วิเคราะหข อมูลวา มีความนา เชื่อถือหรือไม อยางไร
(วิเคราะหค ําตอบ การคนหาขอมูลในอินเทอรเน็ตท่ีเรียงลําดับ
ขอมูลจากแคบไปสขู อ มูลทก่ี วา ง 3. ขาวหอมมะลิ > ขา ว > อาหาร
หลักของคนไทย เปนการเรียงลําดับของพันธุขาวไทยซ่ึงเปน
ขาวหอมมะลิ และเปนพันธุขาวซ่ึงเปนอาหารหลักของคนไทย
ดังนนั้ ตอบขอ 3.)
T135
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน 5. ใหนักเรียนหาขอมลู เก่ียวกบั เรื่อง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จาก
อินเทอรเนต็ แลว นําภาพมาติดลงในกรอบพรอมทัง้ ระบุรายละเอียด
ขยายความเขา ใจ แหลงทม่ี า และประเมินความนา เชื่อถือของแหลง ขอ มลู (10 คะแนน)
(ตัวอยางคําตอบ)
3. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด หนา 47-48 ใน
แบบฝกหัด รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี ตดิ ภาพ
(วิทยาการคํานวณ) ป.5 โดยใหนักเรียนหา (ขึ้นอยกู ับดลุ ยพนิ จิ ของผสู อน)
ภาพเกี่ยวกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจาก
อินเทอรเน็ต จากน้ันนําภาพมาติดและเขียน เฉฉบลบั ย
อธบิ ายขอ มลู จากแหลง ขอ มลู ทมี่ คี วามนา เชอื่ ถอื
ในป พ.ศ. 2135 พระเจานันทบุเรงนํากองทัพทหารมาตี 1. แหลง ขอ มลู ทน่ี กั เรยี นศกึ ษาอา งองิ มาจากทใี่ ดบา ง ตอบมา 2 แหลง
กรุงศรีอยธุ ยา สมเดจ็ พระนเรศวรตกอยูในวงลอมขา ศึก https://www.tnews.co.th/contents/339323
แตดวยพระปฏภิ าณไหวพริบของสมเดจ็ พระนเรศวรทท่ี รงเห็นวา https://th.wikipedia.org/wiki/พระราชพงศาวดาร_ฉบบั หมอบรดั เล
เปนการเสียเปรียบขาศกึ จงึ ไสชางเขาไปใกล แลว ตรัสถามดว ย
ความคุนเคยมากอนแตวยั เยาววา “พระเจา พ่ีเราจะยนื อยไู ยใน 2. นักเรียนสบื คนขอ มลู เก่ยี วกบั สมเดจ็ พระนเรศวรในเรื่องใด
รมไมเลา เชิญออกมาทํายทุ ธหตั ถีดว ยกนั ใหเปน เกียรติยศไวใ น สงครามยทุ ธหัตถี
แผนดนิ เถดิ ภายหนา ไปไมม พี ระเจา แผน ดินทีจ่ ะไดย ทุ ธหัตถีแลว”
3. แหลง ขอ มลู ทนี่ กั เรยี นหาขอ มลู มกี ารระบทุ มี่ าของบทความหรอื ไม
47 อยา งไร
มีการระบุท่มี าจากอาจารยถนัด ยนั ตท อง และพระราชพงศาวดาร
กรุงศรีอยุธยา ฉบับหมอบรัดเล
4. แหลงขอมูลมีการระบุวันท่ีเผยแพรและปรับปรุงบทความที่ศึกษา
เมอื่ ไร
เฉฉบลับย
พิมพเผยแพรค รัง้ แรกในป พ.ศ. 2407 พมิ พค รั้งท่ี 2 ในป พ.ศ. 2434
แหลง ขอ มลู หนา นแี้ กไ ขลา สดุ เมอื่ วนั ท่ี 27 มนี าคม พ.ศ. 2562 เวลา 16 : 11 น.
5. ขอ มลู ทนี่ กั เรยี นสบื คน มคี วามนา เชอ่ื ถอื หรอื ไม เพราะเหตใุ ด
มีความนา เช่ือถือ เพราะในเวบ็ ไซตดังกลา วนําขอ มูลมาจากพระราช-
พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบบั หมอบรัดเล ซง่ึ เคยมีการพมิ พเ ผย
แพรแ ลว
เกณฑการใหคะแนน รายการประเมิน คะแนนตอขอ ยอย คะแนนรายขอ เกณฑการตดั สิน
1. ระบปุ ระเภทขอมลู ไดถ ูกตอ ง (6 ขอ ยอย) 1 6 •18 คะแนนขนึ้ ไป = ผาน
2. อธบิ ายข้ันตอนการรวบรวมขอ มูลไดถกู ตอ ง (5 ขอ ยอ ย) 2 10 •ตํ่ากวา 18 คะแนน = ปรบั ปรงุ
3. สามารถประมวลผลขอมูลไดถกู ตอง (5 ขอยอย) 15
4. บอกวิธสี ืบคน ขอ มูลไดถ ูกตอง (4 ขอยอ ย) 14
5. ประเมินความนาเชอ่ื ถอื ของขอ มลู และใหเ หตผุ ลได 2 10
เหมาะสม (5 ขอ ยอ ย) 35
คะแนนเต็ม
48
ภาพจาก
แบบฝกึ หดั
หนา้ 47-48
ความรูเสริม กิจกรรม 21st Century Skills
กระบวนการทํางานของ Search Engine บนเว็บไซตทั่วไป สามารถแบง 1. ใหนักเรยี นแบง กลมุ ตามความสมัครใจ
ข้นั ตอนการทาํ งานออกเปน 3 ขน้ั ตอน ดงั นี้ 2. ใหนักเรียนทําแผนผังความคิด เร่ือง การสืบคนขอมูลโดยใช
1. ใชโ ปรแกรมรวบรวมเอกสารเวบ็ (Spider หรอื Crawler) เปน ขั้นแรกท่ี อนิ เทอรเน็ต
Search Engine ทําการสํารวจและตรวจสอบหนาเว็บไซตตางๆ จากโดเมน 3. สมาชิกในกลุมรวมกันเลือกขอมูลและจัดเตรียมขอมูล เพื่อนํา
แลว ตดิ ตาม Links ที่พบภายในเวบ็ ไซตท้งั หมด
เสนอตามรูปแบบที่นักเรียนคดิ วา นาสนใจอยางอสิ ระ
2. จัดทํารายการดรรชนี เม่ือโปรแกรมรวบรวมเอกสารเว็บทําการคนพบ 4. นาํ เสนอขอ มลู หนา ชน้ั เรยี นดว ยวธิ กี ารสอื่ สารทที่ าํ ใหผ อู น่ื เขา ใจ
ขอมูลแลว จะมีการนําขอมูลเหลานั้นไปทําสําเนา และสงไปจัดเก็บยังรายการ
ดรรชนี ท่เี รยี กวา Index หรอื Catalog ไดง า ย
5. ครูและนักเรียนภายในหองเรียนรวมกันสรุปขอมูล เร่ือง การ
3. โปรแกรมสบื คน เปน โปรแกรมทใ่ี ชส าํ หรบั ทาํ การคน หาขอ มลู ตา งๆ จาก
ฐานขอ มลู ของ Search Engine โดยมกี ารทํางานเริ่มตน จากการรับคําคน หาท่ี สืบคนขอมลู โดยใชอ นิ เทอรเ นต็
ถูกปอนเขามาในโปรแกรม โดยผูใชงานบนเครือขายอินเทอรเน็ต แลวนําคํา
คน หาไปจบั คกู บั ดรรชนใี นฐานขอ มลู จากนนั้ จงึ จะทาํ การดงึ เอกสารจากเวบ็ ไซต
T136
นา� สอน สรุป ประเมนิ
เเกล่นม กับ Com Sci ขนั้ สรปุ
เกม แยกหมวดหมขู่ องขอ้ มูล
ตรวจสอบผล
ให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน แล้วน�า
ข้อมูลที่ก�าหนดให้ต่อไปนี้ แยกเป็นประเภทข้อมูล 1. ครูนํานกั เรียนเลน เกมกับ Com Sci เกมแยก
ตัวอักขระ ข้อมูลภาพ ข้อมูลตัวเลข ข้อมูลเสียง หมวดหมูของขอมูล ซึ่งจะใหนักเรียนจับกลุม
หรือข้อมูลอ่ืน ๆ โดยกลุ่มไหนท�าเวลาได้น้อยที่สุด เพ่ือนําขอมูลท่ีกําหนดใหไปแยกหมวดหมู
จะเป็นผ้ชู นะ ประเภทของขอมูลใหถูกตอง จากน้ันให
• สนุ ัขเหา่ • ทะเบียนรถยนต์ นักเรียนประเมินผลตนเองหลังเรียนจบหนวย
• ชื่อเล่น สม้ โอ • เสียงประกาศข่าวจากวทิ ยุ ใหต รงกับระดับความสามารถของตนเอง
• ภาพแมวทบ่ี ้าน • บา้ นเลขที ่ 31/15
• ราคาเส้อื 200 บาท 2. ครูใหน ักเรยี นตรวจสอบตนเอง ซง่ึ เปนคาํ ถาม
เพื่อใหผูเรียนตรวจสอบระดับความสามารถ
ของตนเอง เปนการทบทวนความรูในเน้ือหา
เดิมที่เรียนมาวา มีความเขาใจในเน้ือหามาก
นอ ยเพยี งใด
• คะแนนสอบวชิ าคณติ ได ้ 15 เตม็ 20
• วนั นี้มีอณุ หภูมิ 24 องศาเซลเซยี ส
µÃǨÊͺµ¹àͧ กิจกรรม สรปุ ความรปู้ ระจา� หนว่ ยท่ี 3
หลงั จากเรยี นจบหนว่ ยนแ้ี ลว้ ใหบ้ อกสญั ลกั ษณท์ ตี่ รงกบั ระดบั ความสามารถของตนเอง
รายการ เกณฑ์
ดี พอใช้ ควรปรับปรุง
1. นกั เรยี นรจู้ กั ขอ้ มลู และประเภทของขอ้ มลู
2. นกั เรยี นสามารถบอกประโยชนแ์ ละลกั ษณะ
ของขอ้ มลู ทด่ี ไี ด้
3. นกั เรยี นรจู้ ักประเภทของแหล่งขอ้ มลู
4. นักเรียนเขา้ ใจขนั้ ตอนการรวบรวมและ
ประมวลผลข้อมูล
5. นกั เรยี นรจู้ กั การสบื คน้ และประเมนิ ความ
นา่ เชอื่ ถอื ของขอ้ มลู
75
ภาพจาก หนงั สือเรียน หนา 75
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
จุดประสงคห ลักของการจัดเรียงขอ มลู คืออะไร ครูอธิบายข้ันตอนในการเลนเกม Com Sci เรื่อง การแยกหมวดหมูของ
1. เพือ่ เกบ็ รักษาขอมูล ขอมูล โดยนักเรียนสามารถไปศึกษาเนื้อหาเพ่ิมเติม เร่ือง ประเภทของขอมูล
2. เพ่ือทาํ ใหขอมลู ทนั สมัย ในหนังสือเรียนหรือส่ือออนไลนตางๆ เพ่ือเปนการทบทวนความรูกอนการเลน
3. เพอ่ื ใชในการตดั สินใจเพอื่ ดําเนินการ เกม จากนน้ั ครูอาจจะสรปุ เน้ือหา เรือ่ ง ขอ มลู สารสนเทศ และสมุ ถามคาํ ถาม
4. เพื่อเรียกใชง านงาย และประหยัดเวลา กับนกั เรียนวา ในชีวติ ประจาํ วนั นกั เรียนพบขอมลู อะไรบาง และขอมูลเหลา น้ัน
มีประโยชนอ ยา งไรตอตวั นักเรยี นบาง
(วิเคราะหคําตอบ จุดประสงคหลักของการจัดเรียงขอมูลน้ัน
สามารถจดั เรยี งเพอื่ ทาํ ใหเ วลาทจี่ ะเรยี กใชข อ มลู ทตี่ อ งการสามารถ
หาขอมูลไดงาย และประหยัดเวลาในการคนหาขอมูล ดังน้ัน
ตอบขอ 4.)
T137
นา� สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั สรปุ สรปุ สาระสา� คัญ ตัวอักขระ ตัวเลข รปู ภาพ
ตรวจสอบผล การพฒั นาชมุ ชนและสงั คม
3. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ ความรทู เ่ี รยี นมาใน การเรียน การทา� งาน ประเภท เสียง
หนวยการเรียนรทู ี่ 3 เรอื่ ง ขอมลู สารสนเทศ ของขอ้ มลู อ่ืน ๆ
ซงึ่ ครจู ะถามคาํ ถามกบั นกั เรยี นภายในหอ งเพอ่ื การติดตอ่ สอ่ื สาร ประโยชน์ของข้อมลู
เปนการทบทวนความรูกับนักเรียนวานักเรียน
ไดป ระโยชนจ ากการใชข อ มลู สารสนเทศอยา งไร การตดั สินใจ ตรงตามตอ้ งการ
บา ง จากนนั้ ใหนักเรยี นภายในหอ งหาคําตอบ หรือแกไ้ ขปัญหา
โดยสบื คนจากหนงั สือเรียน
ความหมายของขอ้ มูล
รู้จักขอ้ มูล ลักษณะ ทนั สมยั
ของขอ้ มลู ทด่ี ี
ขอ้ มลู หรือขอ้ เทจ็ จริงตา่ ง ๆ มีความสอดคล้อง เชื่อถือได้
ครบถว้ นสมบูรณ์
ขอ้ มูลสารสนเทศ
แหลง่ ข้อมลู ทุติยภมู ิ บอกวตั ถปุ ระสงค์ ระบุผ้เู ขยี น ระบคุ รง้ั ทพ่ี ิมพ์
แหล่งข้อมลู ปฐมภมู ิ
เรยี นรู้แหลง่ การประเมนิ มีอา้ งองิ
แหลง่ ข้อมลู ขอ้ มูล ความนา่ เช่ือถอื เชอ่ื ถอื ได้
ของข้อมูล
กา� หนดวัตถุประสงค์ การสืบคน้ ระบเุ วลาทีส่ บื ค้น
ข้อมูล
วางแผน หาจาก
หลายแหลง่
ก�าหนด การรวบรวม การประมวล
วิธกี าร ข้อมลู แยกแยะ ผลขอ้ มูล
คา� นวณ หาตามหมวดหมู่
รวบรวมข้อมูล เปรียบเทียบ ใช้คยี ์เวริ ์ด
สรปุ ผล จัดล�าดับ วเิ คราะห์
76 จัดกลมุ่
ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 76
เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรา งเสริม
ครสู รปุ ความรู เรอื่ ง ขอ มลู สารสนเทศ โดยถามคาํ ถามกบั นกั เรยี นภายในหอ ง ใหนักเรียนสืบคนขอมูล เร่ือง ของดีของทองถิ่นที่นักเรียน
ดงั ตอ ไปนี้ อาศัยอยู โดยใหนักเรียนคนหาขอมูลจากแหลงขอมูลตางๆ ได
เชน ขอ มลู จากคนในชมุ ชน ขอ มลู จากหนงั สอื หรอื สอื่ อนิ เทอรเ นต็
• ขอ มูลคอื อะไร แบง ไดเปนกปี่ ระเภท ตางๆ เพ่ือเปนการเปรียบเทียบขอมูลท่ีไดมาและสามารถเลือก
• ใหน ักเรียนยกตัวอยา งขอ มลู ตวั เลขและขอ มลู ภาพ ขอมูลท่ีมีความนาเชือ่ ถือ ถูกตอง มคี วามทันสมัย โดยใหน กั เรยี น
• ขอ มลู ที่ดีควรมลี กั ษณะอยา งไร หาภาพของดีของทองถ่ินมาติดลงในกระดาษ พรอมเขียนขอมูล
• นกั เรยี นไดป ระโยชนอ ยา งไรบา งกบั การนาํ ขอ มลู ทไ่ี ดม าใชใ นชวี ติ ประจาํ วนั ทีไ่ ดสบื คน มาของส่ิงของชิน้ นน้ั
• แหลง ขอมลู คืออะไร แบงไดเปนก่ปี ระเภท
T138
นา� สอน สรปุ ประเมนิ
กิจกรรม ขน้ั สรปุ
เสริมสรางการเรียนรู
ตรวจสอบผล
ให้นักเรียนพิจารณาบทความที่ก�าหนดให้ หลังจากนั้นพูดคุย
แลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ กนั ในห้องเรียน แลว้ ตอบค�าถามให้ถกู ต้อง 4. ครใู หน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมเสรมิ สรา งการเรยี นรู
โดยบนั ทกึ ลงในสมุด โดยใหนักเรียนพิจารณาบทความท่ีกําหนดให
จากนั้นแลกเปล่ียนความคิดเห็นกันกับเพื่อน
ยงั มีคนจ�านวนไมน่ อ้ ยเชือ่ วา่ มา้ ลายมพี ้ืนลา� ตัวสีขาว เพราะท้อง ในหองเรียน แลวตอบคําถามที่กําหนดให
ของมันมสี ขี าว แต่ชาวพ้นื เมอื งแอฟรกิ าเชือ่ มานานแลว้ วา่ ม้าลายมี ถูกตอง โดยบันทึกลงในสมุดประจําตัว เม่ือ
พน้ื ลา� ตวั สดี า� และมแี ถบสขี าวพาดผา่ น ผลการศกึ ษาทางวทิ ยาศาสตร์ นักเรียนคนใดทําเสร็จแลว ครูจะใหออกมา
ยนื ยันเชน่ เดียวกบั ชาวแอฟรกิ า เนอื่ งจากตัวออ่ นแรกเร่มิ ของมา้ ลาย นําเสนอผลงานหนาช้ันเรียน พรอมอธิบาย
ในทอ้ งแมจ่ ะมพี นื้ ผวิ สเี ขม้ กอ่ นพฒั นาการเตบิ โตจากในทอ้ งแม ่ มขี น ข้ันตอนการทํางาน
ปกคลมุ ตวั เปน็ ลายแถบสขี าว นกั วทิ ยาศาสตรย์ งั วเิ คราะหอ์ กี วา่ ประโยชน
ของลวดลายท่ีแตกต่างส�าหรับม้าลายด้วยกันน้ัน นอกจากจะสร้าง
การจดจา� ระหว่างมา้ ลายตวั อ่ืน ๆ แล้วยังอาจบ่งบอกถึงเพศผเู้ พศเมีย
อกี ดว้ ย
ทีม่ า : นิตยสาร สารคด ี ฉบบั ท่ ี 373
1. ขอ้ มูลนี้จดั เปน็ ขอ้ มูลประเภทใด
.................................................................................................................................................................................................................................
2. นักเรียนคิดว่า การศกึ ษาขอ้ มูลนีม้ ีประโยชน์อยา่ งไร
.................................................................................................................................................................................................................................
3. ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ยนื ยนั ว่ามา้ ลายมพี ้ืนลา� ตวั สีอะไร
.................................................................................................................................................................................................................................
4. ม้าลายแต่ละตัวมลี วดลายเหมอื นกันหรอื ไม่ บนั ทกึ ลงในสมุด .................................................................................................................................................................................................................................
5. ลวดลายของมา้ ลายมปี ระโยชน์อยา่ งไรบ้าง
.................................................................................................................................................................................................................................
77
ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 77
ขอ สอบเนน การคดิ ความรูเสริม
ตกุ ตามองเหน็ เหตกุ ารณร ถชนกนั จงึ นาํ มาเลา ใหเ พอื่ นฟง ตกุ ตา การประมวลผลขอมูลดวยคอมพิวเตอรอาจ แบงตามสภาวะการนําขอมูล
นําขอ มูลมาจากแหลง ขอมลู ใด มาประมวลผลไดเ ปน 2 แบบ คือ
1. แหลง ขอมูลจากการฟง 1. การประมวลผลแบบเชอ่ื มตรง (Online Processing) เปน การประมวลผล
2. แหลงขอ มลู จากการไดย นิ แบบทข่ี อ มลู วงิ่ จากปลายทางไปยงั เครอื่ งทใ่ี ชใ นการประมวลผล การประมวลผล
3. แหลงขอ มลู จากการมองเหน็ แบบน้ีเปนการประมวลผลแบบทันทีทันใด เชน การจองตั๋วเคร่ืองบิน การ
4. แหลงขอมลู จากการซักถามพูดคุยดวยตนเอง ถอนเงนิ จากเครือ่ งเอทเี อ็ม
(วเิ คราะหคาํ ตอบ ตกุ ตามองเหน็ เหตกุ ารณร ถชนกนั จงึ นาํ มาเลา 2. การประมวลผลแบบกลุม (Batch Processing) เปนการประมวลผล
ใหเพ่ือนฟง ตุกตานําขอมูลมาจากแหลงขอมูลการมองเห็น ซ่ึง เปน ครงั้ ๆ โดยมกี ารรวบรวมขอ มลู ไวก อ น เมอ่ื ตอ งการผลกน็ าํ ขอ มลู มาประมวล
ตุกตาเห็นภาพเหตุการณขณะที่รถชนกัน จึงสามารถเลาใหเพ่ือน การทาํ โพลสสาํ รวจ
ฟงได ดังนน้ั ตอบขอ 3.)
T139
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
ขนั้ สรปุ ชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เรอ่ื ง ข้อมูลสารสนเทศ
ตรวจสอบผล
คาชี้แจง : ให้นักเรยี นตอบคำถำมตอ่ ไปนใ้ี หถ้ ูกต้อง
5. ครใู หนกั เรยี นทําช้นิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. ประเภทของข้อมลู แบ่งออกเปน็ กปี่ ระเภทอะไรบ้าง จงอธิบายตามท่ีนักเรียนเขา้ ใจ
เรอ่ื ง ขอมูลสารสนเทศ โดยใหน กั เรยี นสบื คน
ขอมูลจากหนังสือเรียน เพื่อนํามาใชในการ 5 ประเภท ได้แก่ ข้อมลู อกั ขระ ข้อมูลภำพ ข้อมูลตัวเลข ข้อมูลเสียง และข้อมลู อน่ื ๆ
ตอบคาํ ถาม จากนน้ั ใหน กั เรยี นออกมานาํ เสนอ
ผลงานหนา ชั้นเรียน 2. ลักษณะของข้อมูลทดี่ คี วรมีลักษณะอยา่ งไร
มคี วำมถูกตอ้ งนำ่ เชอื่ ถอื มีควำมครบถ้วนสมบรู ณส์ ำมำรถนำไปใช้งำนได้ ตรงตำมควำมตอ้ งกำรของ
ผ้ใู ช้งำน มีควำมทันสมยั และมีควำมสอดคลอ้ งกันของขอ้ มูล
3. ใหน้ ักเรยี นวเิ คราะหข์ ้อความที่กาหนดให้และเตมิ เคร่ืองหมาย ไวห้ นา้ ข้อทน่ี ักเรียนคิดวา่ ถกู ตอ้ ง
และเติมเครื่องหมาย ไวห้ น้าขอ้ ที่นักเรยี นคิดวา่ ผิด
1. เจเจ ตอ้ งกำรทจี่ ะรขู้ ้อมูลเบอรโ์ ทรศพั ท์ของเพือ่ นๆ ในห้องเรยี น เพ่ือนำไปเป็นประโยชน์
ด้ำนพัฒนำชมุ ชนและสังคมในจังหวัดสมทุ รปรำกำร
2. ถ้ำตอ้ งกำรทรำบข้อมูลเพื่อตดั สินใจเลือกซ้ือปำกกำใหถ้ ำมขอ้ มลู กับเพอ่ื น ๆ จะได้ขอ้ มูล
ท่ีถูกต้องและเหมำะสมที่สดุ
3. ณัชชำตอ้ งกำรให้คุณพอ่ ไปส่งที่บ้ำนของลดั ดำแต่ไม่ทรำบเส้นทำง ถำ้ ณชั ชำต้องกำรทรำบ
แผนที่เพ่ือเดินทำงไปบ้ำนลดั ดำ ณชั ชำต้องคน้ หำข้อมูลเสน้ ทำงกำรเดินทำงท่ีเว็บไซต์ค้นหำแผนที่
4. ประโยชน์ของข้อมูลด้ำนกำรเรียนกำรสอนคือ เพอ่ื ใช้ในกำรตดิ ต่อสอื่ สำรกบั ผู้อืน่
5. เลขประจำตวั นกั เรยี น หอ้ งเรยี น ครูประจำช้นั คะแนนสอบ เป็นข้อมูลหรือขอ้ เทจ็ จรงิ
4. ใหน้ กั เรียนวิเคราะห์คาทกี่ าหนดให้ และเรยี งลาดบั ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลให้ถูกตอ้ ง
กาหนดวธิ ีการรวบรวมขอ้ มลู ค้นหาและรวบรวมขอ้ มลู สรุปผลข้อมูล
วางแผนและพิจารณาเลือกแหลง่ ข้อมูล กาหนดวตั ถปุ ระสงคแ์ ละความต้องการ
ของสิ่งท่ีสนใจ
กาหนดวัตถปุ ระสงคแ์ ละความตอ้ งการของสง่ิ ทส่ี นใจ
วางแผนและพจิ ารณาเลือกแหลง่ ข้อมูล
กาหนดวิธีการรวบรวมขอ้ มลู
ค้นหาและรวบรวมข้อมูล
สรุปผลขอ้ มูล
ภาพจาก
แผนการสอน ที่ 16
หน่วยที่ 13
เกร็ดแนะครู กจิ กรรม ทาทาย
ครูสรุปความรูจากเร่ืองท่ีเรียนมาและใหนักเรียนทําช้ินงาน/ภาระงาน ถานักเรียนตองการทราบวา นักเรียนในหองเรียนที่มาเรียน
(รวบยอด) เรื่อง ขอมูลสารสนเทศ โดยมีคําช้ีแจงวา ใหนักเรียนตอบคําถาม วันน้ีมีจํานวนท้ังหมดก่ีคน ซึ่งนักเรียนจะไปนําใบรายชื่อเพื่อนใน
ตอไปนี้ใหถูกตอง และใหนักเรียนวิเคราะหคําท่ีกําหนดให และเรียงลําดับ หองของนักเรียนมานับจํานวน แลวสรุปรวมเปนสารสนเทศ โดย
ข้ันตอนการรวบรวมขอมูลใหถูกตอง โดยครูสามารถใหนักเรียนศึกษาขอมูล ไมไดตรวจสอบกอนวามีนักเรียนคนใดไมมาในวันนี้ ถือวาขอมูล
เพมิ่ เตมิ ไดจ ากหนงั สอื เรยี น ที่ไดเปนขอมูลที่มีความนาเช่ือถือหรือไม ถาไม นักเรียนจะมีวิธี
ในการเก็บรวบรวมอยา งไรบา งเพือ่ ใหไ ดข อ มูลท่ีมคี วามนาเชื่อถอื
T140