เอกสารประกอบการสอน
รายวชิ า ภาษาวเิ คราะหเ์ ชื่อมโยง
บทที่ 4 : GAT ความถนัดท่วั ไป
ภาษาวเิ คราะหเ์ ชอ่ื มโยง
1. ความหมายของ GAT
GAT ย่อมาจากคาํ วา่ “ General Aptitude Test ” หรอื ท่ีใชช้ ่ือ
ในภาษาไทยวา่ “ แบบทดสอบวดั ความถนดั ท่วั ไป ” กลา่ วคือ เป็นการสอบวดั
ความสามารถดา้ นการอา่ นเพ่อื การคิดวเิ คราะหท์ งั้ ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ
เน่ืองจากการอา่ นจะเป็นความสามารถขนั้ พืน้ ฐานในการท่ีจะเรยี นรูเ้ ร่ืองราวตา่ งๆ
ตอ่ ไป
2. โครงสร้างและคุณลักษณะของข้อสอบ GAT
ข้อสอบจะประกอบดว้ ยบทความ 2 เร่ือง ในแตล่ ะเรอ่ื งจะมีขอ้ ความท่ี
โจทยก์ าํ หนดใหจ้ าํ นวนตงั้ แต่ 9-11 ขอ้ ความ แตจ่ ะรวมเป็น 20 ขอ้ ความ ผตู้ อบ
จะตอ้ งวเิ คราะหค์ วามสมั พนั ธร์ ะหวา่ งขอ้ ความในแตล่ ะขอ้ ท่ีโจทยก์ าํ หนดกบั
ขอ้ ความอ่ืน ๆ ท่ีเหลืออีก 9 ขอ้ ความวา่ สมั พนั ธก์ นั ในลกั ษณะใดตามแบบ
ของความสมั พนั ธท์ ่ีโจทยก์ าํ หนดให้ แลว้ ใสเ่ ป็นรหสั คาํ ตอบไปทีละขอ้
โดยจะมีคะแนนเตม็ 150 คะแนน และใช้เวลา 1 ช่ัวโมง 30นาที
3. ลักษณะของการตอบข้อสอบ GAT
การตอบจะเป็นการลงรหสั คาํ ตอบ โดยในแตล่ ะขอ้ ความ
สาํ หรบั บทความท่ี 1 จะมีเลขกาํ กบั ตงั้ แต่ 01, 02 , 03 จนถงึ 10
ในบทความท่ี 2 ก็จะมีเลขกาํ กบั ตงั้ แต่ 11 , 12 , 13 จนถงึ 20 +
ในแตล่ ะขอ้ จะมีคาํ ตอบไดต้ งั้ แต่ 1 คาํ ตอบ จนถงึ 4 คาํ ตอบ
3. ลักษณะของการตอบข้อสอบ GAT
ถา้ คาํ ตอบในแตล่ ะข้ออมีความเช่ือมโยงสมั พนั ธก์ นั คาํ ตอบกจ็ ะเป็น
เลขกาํ กบั ขอ้ ความอ่ืน ๆ แลว้ ตามดว้ ยตวั อกั ษร A , D หรอื F
แตถ่ า้ คาํ ตอบในขอ้ นนั้ ไมม่ ีความสมั พนั ธเ์ ช่ือมโยงกบั ขอ้ ความใดๆ ท่ี
กาํ หนดมาเลย ก็จะใสเ่ ลข 99 แลว้ ตามดว้ ยตวั อกั ษร H และหากคาํ ตอบในขอ้
นนั้ เป็น 99H แลว้ กจ็ ะไมม่ ีคาํ ตอบอ่ืนใดไดอ้ ีก ขอ้ นนั้ จะมีเพียงรหสั คาํ ตอบ
99H เพียงรหสั คาํ ตอบเดยี วเทา่ นนั้
4. แนวทางในการอา่ นบทความเพอ่ื การคดิ วเิ คราะห์
ความสัมพนั ธเ์ ชอื่ มโยง
ในการอา่ นบทความเพ่ือการคิดวิเคราะหค์ วามสมั พนั ธเ์ ช่ือมโยง
ระหวา่ งขอ้ ความในแตล่ ะขอ้ ท่ีโจทยกาํ หนดมาให้ 10 ขอ้ ความในแตล่ ะ
เรอ่ื งนนั้ ควรมีขนั้ ตอนในการอา่ นดงั นี้
4. แนวทางในการอ่านบทความเพอ่ื การคดิ วเิ คราะห์ ความสัมพันธเ์ ชื่อมโยง
ขัน้ ท่ี 1 อา่ นเนือ้ หาบทความทงั้ หมดอย่างรวดเรว็ หรอื อ่านครา่ ว ๆ
ประมาณ 3 นาที ในรอบท่ี 1 เพ่ือเป็นการทาํ ความเขา้ ใจวา่ เนือ้ หาของ
บทความนีก้ ลา่ วถงึ เรอ่ื งอะไร เพ่ือเป็นการกาํ หนดประเดน็ หลกั ของบทความ
เพ่ือใชเ้ ป็นทิศทางในการอา่ นในรอบท่ี 2 อยา่ งมี จดุ มงุ่ หมายตอ่ ไป
4. แนวทางในการอ่านบทความเพอ่ื การคดิ วเิ คราะห์ ความสัมพันธเ์ ชื่อมโยง
ขัน้ ท่ี 2 อา่ นเนือ้ หาบทความในรอบท่ี 2 อยา่ งละเอียดโดยพิจารณา
ในแตล่ ะยอ่ หนา้ เพ่ือพจิ ารณาไป ตามประเดน็ หลกั ของเนือ้ หาทีละประเดน็ วา่
มีรายละเอยี ดของขอ้ มลู ในแตล่ ะประเดน็ อย่างไรบา้ ง โดยคาํ นงึ ถึงกรอบของ
ความสมั พนั ธเ์ ช่ือมโยงตามท่ีรูปแบบของขอ้ สอบกาํ หนดใน 4 ลกั ษณะดว้ ยกนั
กลา่ วคือ
4. แนวทางในการอ่านบทความเพอ่ื การคดิ วิเคราะห์ ความสัมพนั ธเ์ ช่อื มโยง
1 ) มีความสมั พนั ธเ์ ช่ือมโยงในลกั ษณะของความหมาย นิยาม คอื คาํ จาํ กดั ความวา่
ส่งิ ท่ีกลา่ วถงึ นนั้ คืออะไร หรอื มีลกั ษณะอยา่ งไร
2 ) มีความสมั พนั ธเ์ ช่ือมโยงในลกั ษณะขององคป์ ระกอบ สว่ นประกอบ หรอื เป็นคณุ สมบตั ิของ
ส่งิ ท่ีกลา่ วถงึ วา่ ประกอบไปดว้ ยอะไรบา้ ง หรอื มีคณุ ลกั ษณะเป็นอย่างไรบา้ ง
3 ) มีความสมั พนั ธเ์ ช่ือมโยงในลกั ษณะของการเป็นผลลพั ธท์ ่ีเกิดขนึ้ ตามมา หรอื เป็นผลกระทบ
ท่ีเกิดขนึ้ ตามมา หรอื เป็นเหตกุ ารณท์ ่ีเกิดขนึ้ ตอ่ เน่ืองตามมาจาก ขอ้ ความหลกั นนั้ อยา่ งไร
4 ) มีความสมั พนั ธเ์ ช่ือมโยงในลกั ษณะของการถกู ลดทอนลง การถกู ระงบั การถกู ยบั ยัง้
หรอื ไดร้ บั การปอ้ งกนั ไมใ่ หส้ ่งิ นนั้ เกิดขนึ้ ไดอ้ ย่างไรบา้ ง
ความสัมพนั ธ์ ลักษณะย่อย ตวั อย่างคาํ เชือ่ ม
เป็นผลโดยตรง แสดงเหตผุ ล
หรอื ท่ีเกิดขนึ้ เน่ืองมาจาก, จาก, เพราะ, ดว้ ยเหตวุ า่ , ดว้ ย
ในลาํ ดบั ถดั มา แสดงลาํ ดบั เวลา เหตทุ ่ี, ถงึ กบั , เพ่ือท่ี, จะทาํ ให,้ จงึ , มีผลตอ่ ,
บอกส่ิงท่ีเกิด มีผลให,้ ดงั นนั้ , ถา้ หากวา่ , ถา้ เผ่ือวา่ , เม่ือ...ก็
A ตามมา
กระท่งั , จนกระท่งั , ครนั้ แลว้ , ทนั ใดนนั้ เอง,
ในท่ีสดุ , ตามไปดว้ ย, ก่อนท่ีจะ, ก่อนหนา้ ท่ี,
ตงั้ แตค่ รงั้ ท่ี, จะพบกบั , ทาํ ให,้ สง่ ผลให,้
ก่อใหเ้ กิด
ความสัมพนั ธ์ ลักษณะยอ่ ย ตวั อย่างคาํ เชอ่ื ม
เป็นสว่ นประกอบ/ แสดงสว่ นประกอบ/ หมายถงึ , หมายความวา่ , คอื , น่นั ก็คอื , ราว
องคป์ ระกอบ/ องคป์ ระกอบ/ กบั , ประดจุ , หรอื , แปลวา่ . เปรยี บเสมือน,
ความหมาย ความหมาย เรยี กวา่ , อาจกลา่ วไดว้ า่
แสดงการสนบั สนนุ / รวมทงั้ , โดยเฉพาะ,นอกจากนนั้ , ตลอดจน,
D ขยายความ ไดแ้ ก่, ตวั อยา่ ง, เป็นตน้ วา่ , พรอ้ มกนั นนั้ ,
เชน่ เดยี วกนั , ดเู หมือนจะ, ตอ่ ไปนี,้ ในกรณีเช่นนี้
, และ, กบั , โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ,เป็นท่ีสงั เกตวา่ ,
พงึ สงั เกตวา่ , ในขณะเดียวกนั ,
อาทเิ ชน่ , ตวั อยา่ งเชน่ , อาทิ, เชน่ ,คือ
ความสัมพนั ธ์ ลักษณะยอ่ ย ตวั อยา่ งคาํ เช่อื ม
ถกู ลด/ ยบั ยงั้ /
ปอ้ งหนั / หา้ ม/ แสดงการขดั แยง้ / แตท่ วา่ , แมแ้ ต,่ ถึงมาตรวา่ , ถึงแมว้ า่ ,
ถกู ลด/ยบั ยงั้ /หา้ ม/ ไม่วา่ จะ, แตว่ า่ , ถงึ กระนนั้ ก็ดี, อยา่ งไรก็ด,ี
ขดั ขวาง ขณะท่ี, ทงั้ ๆท่ี, ไม่เช่นนนั้ , ลดลง
ขดั ขวาง
F
แสดงตวั เลือก หรอื , หรอื ไม่ก็, ไม่เช่นนนั้ , มเิ ชน่ นนั้ , มฉิ ะนนั้ ,
ไม.่ ..ก็, ถา้ ...ไม
4. แนวทางในการอ่านบทความเพอ่ื การคดิ วิเคราะห์ ความสัมพันธเ์ ชอ่ื มโยง
ขัน้ ที่ 3 ใหค้ วามสาํ คญั กบั ขอ้ ความท่ีโจทยก์ าํ หนดให้ หรอื ขอ้ ความท่ี
กาํ หนด โดยดจู ากตารางขอ้ ความท่ีมีเลขกาํ กบั เพ่ือจะไดม้ องความสมั พนั ธ์
เช่ือมโยงระหวา่ งกนั ตามกรอบ ความสมั พนั ธใ์ นรูปแบบท่ีขอ้ สอบกาํ หนดเป็น
แนวทางในการวเิ คราะห์
4. แนวทางในการอา่ นบทความเพอื่ การคดิ วิเคราะห์ ความสัมพนั ธเ์ ชือ่ มโยง
ขัน้ ที่ 4 พจิ ารณาประเดน็ หลกั ของเนือ้ หาในบทความวา่ คือ
ประเดน็ ใด โดยสามารถจะ ใชช้ ่ือเรอ่ื งของบทความเป็นกญุ แจในการไขรหสั
คาํ ตอบตรงจดุ นีไ้ ด้ เพราะช่ือเรอ่ื งของ งานเขียนท่ีอา่ น คอื แนวคิดหลกั หรอื
ประเดน็ สาํ คญั ท่ีผเู้ ขียนตอ้ งการนาํ เสนอตอ่ ผอู้ า่ น
4. แนวทางในการอ่านบทความเพอ่ื การคดิ วเิ คราะห์ ความสัมพนั ธเ์ ชอ่ื มโยง
ขัน้ ที่ 5 นาํ ขอ้ ความหลกั หรอื ขอ้ ความท่ีกาํ หนดท่ีมีเลขกาํ กบั มา
เขียนเป็นผงั มโนทศั นเ์ พ่ือวิเคราะหค์ วามสมั พนั ธเ์ ช่ือมโยงระหว่างขอ้ ความแต่
ละขอ้ ความ เพ่ือทาํ ใหม้ องเห็น ภาพของความสมั พนั ธเ์ ช่ือมโยงระหว่าง
ขอ้ ความอยา่ งชดั เจน
4. แนวทางในการอ่านบทความเพอื่ การคดิ วเิ คราะห์ ความสัมพันธเ์ ชื่อมโยง
ขัน้ ท่ี 6 ใสร่ หสั ตวั เลขของแตล่ ะขอ้ ความตามโจทยก์ าํ หนดให้ และใส่
ตวั อกั ษร A , D , หรอื F ในแตล่ ะตอนใหช้ ดั เจน เพ่ือเป็นการระบถุ ึงรูปแบบ
ของความสมั พนั ธเ์ ช่ือมโยงท่ี เกิดขนึ้ ในแตล่ ะขอ้ ความ
4. แนวทางในการอา่ นบทความเพอ่ื การคดิ วิเคราะห์ ความสัมพนั ธเ์ ชื่อมโยง
ขัน้ ที่ 7 อา่ นผงั มโนทศั นท์ ่ีเขียนแสดงความสมั พนั ธเ์ ช่ือมโยงท่ี
เสรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ กอ่ นอีกครงั้ หนง่ึ กอ่ นจะลงรหสั คาํ ตอบในรา่ งตาราง
ท่ีกาํ หนดให้ เพ่ือเป็นการทบทวนวา่ ความสมั พนั ธเ์ ช่ือมโยงระหวา่ งขอ้ ความ
ท่ีกาํ หนดนนั้ เป็นไปตามเนือ้ หาในบทความท่ี ผเู้ ขียนไดเ้ ขียนไวจ้ รงิ ๆ
ไมม่ ีสว่ นใดท่ีเราเช่ือมโยงไปเองตามความคดิ ของเราเองอย่างเดด็ ขาด
จากนนั้ จงึ จะใสร่ หสั คาํ ตอบในแตล่ ะขอ้ ลงในกระดาษรา่ งรหสั คาํ ตอบ