The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by มีมี่ มีมี่ มีมี่, 2023-09-16 12:23:24

กังหันกับสายลม

วันที่ 15 พฤษภาคม 2000 เวลา 17:45 น. ณ สถานีรถไฟแห่งหนึ่ง มีบรรยากาศอึกทึกเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน อากาศร้อนอบอ้าว ตอนนี้ผมกำลังหลงทางในสถานีแห่งนี้ ผมเริ่มสับสบว่าชานชาลาที่ผมหาอยู่ตรงใหนสับสนวชาลาใด แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่รถไฟจะออกแล้ว ทันใดนั้น ผมก็เหลือบเห็นป้ายชานชาลาหมายเลข 11 ไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่ที่ผมยืน ผมจึงรีบออกวิ่งอย่างสุดกำลังที่ผมมี เมื่อถึงชานชาลา ผมรีบก้าวขึ้นไปรถไฟที่ในไม่กี่วินาทีก็แล่นออกจากชานชาลา “เฮือก เฮือก” เสียงหอบดังออกจากลำคอของผม ผมมองหาที่นั่งของผม เลขที่นั่งที่ 65 แต่ทำไมถึงมีผู้หญิงมานั่งที่ของผม “ใครวะ มานั่งที่เรา” ผมคิดขึ้นในใจ “ขอโทษนะครับ คุณนั่งที่ของผมหรือเปล่า คุณช่วยเช็คที่นั่งของคุณอีกทีได้ไหม” ผมเอ่ยถามเธอ “…” เธอไม่ได้ตอบอะไรผม พลางหยิบตั๋วรถไฟขึ้นมาดูและลุกไปนั่งฝั่งตรงข้ามของผม “อะไรวะ คนพูดด้วยไม่พูดตอบ” ผมพึมพัมคนเดียว ผมจึงเดินไปนั่งที่ของผม แต่ก็ยังเกิดความสงสัยในตัวของเธอคนนี้ “คนอะไรพิลึกชะมัด” ผมพลางนึกคิด


บนรถไฟ เวลา 20:31 น. ในคืนที่ท้องฟ้าโปร่ง ไร้เมฆและแสงจันทร์ ลมพัดอ่อนทำให้ใบหญ้าพริ้วไหว เธอเฝ้ามองท้องฟ้านั้นไม่วางตา การกระทำเช่นนั้นทำให้ผมยิ่งสงสัยในตัวเธอ เธอใช้มือกุมสร้อยคอของเธอพร้อมหลับตาพริ้ม พฤติกรรมแปลกประหลาดแบบที่ผมไม่เคยได้พบเจอมาก่อน ผมจึงตัดสินใจเอ่ยถามออกไป “คุณกำลังทำอะไรอยู่ครับ” “คะ?” เธอเอ่ยอย่างสงสัย “คือผมแค่สงสัยว่า ทำไมต้องทำท่าทางแบบนั้นด้วยครับ” “…” เธอชะงักไปชั่วครู่ “ฉันแค่กำลังอธิษฐานขอพรกับฝนดาวตก มันดูแปลกหรอคะ?” “เปล่าเลยครับพอดีผมแค่สงสัย ว่าแต่คุณสนใจเกี่ยวกับดาวอะไรพวกนี้ด้วยหรอครับ?” “อืม..ใช่ค่ะ คืนนี้เป็นคืนที่มีฝนดาวตกคนแบกหม้อน้ำ ฝนดาวตกคนแบกหม้อน้ำเกิดจากเศษฝุ่นที่ดาวหางฮัลเลย์ทิ้งไว้


คืนที่ฉันเกิดคือคืนที่มีดาวหางฮัลเลย์ แล้วดาวหางฮัลเลย์จะเดินทางโคจรมาให้เราเห็นได้ด้วยตาเปล่าในทุกๆ 75 ปี มันเป็นอะไรที่ดูพิเศษมากๆเลย น่าจะเป็นสาเหตุให้ฉันชอบอะไรพวกนี้มั้งคะ” พูดเก่งกว่าที่คิดแฮะ พอได้พูดถึงเรื่องที่ชอบกลับพูดได้เป็นอย่างดี “จริงครับ น่าสนใจมากๆ แต่ผมไม่ถนัดเรื่องพวกนี้เอาซะเลย” ผมตอบกลับอย่างทันที เธอคนนี้ดูแปลกกว่าคนอื่น ช่างมีเสน่ห์เสียจริงๆ “เรื่องเมื่อเช้านี้ที่นั่งผิดที่ ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีว่าไม่ทันมองตั๋วให้ดีน่ะค่ะ” “ไม่เป็นไรเลยครับ นี่คุณขึ้นรถไฟครั้งแรกหรือเปล่าครับ?” “เอ่อ.. ไม่ใช่ค่ะ พอดีนั่งมาหลายครั้งแล้วแต่ครั้งนี้คงดูไม่ดีเอง” เธอยิ้มเจื่อนๆ “ว่าแต่คุณชื่ออะไรหรอครับ” เริ่มมีบทสนทนาได้สักพัก ผมจึงเอ่ยถามชื่อของเธอ “สายลมค่ะ ชื่อสายลมค่ะ” เธอตอบ “ผมชื่อกังหันนะครับ” ผมเอ่ยชื่อของผมออกไป ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเธออยากรู้รึเปล่า “ไม่ทราบว่ากังหันอายุเท่าไหร่หรอคะ” “อ๋อ ผมอายุ 15 ปีครับ”


“งั้นเราก็เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันน่ะสิ” เธอดูตื่นเต้นที่ได้รู้ว่าพวกเราอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน พอเราได้รู้จักชื่อกันแล้ว ผมก็เริ่มที่จะหายเกร็งไปบ้าง เราเริ่มดูสนิทสนมกันขึ้น เธอได้เล่าเรื่องราวให้ผมฟังเกี่ยวกับเรื่องที่เธอชื่นชอบ โดยเฉพาะตอนเธอพูดเรื่องเกี่ยวกับดวงดาวมันมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก หลังจากที่ได้พูดคุยตลอดทางนั้น ด้วยความเหนื่อยล้า เธอก็ได้ผลอยหลับไป ตอนนี้ผมรู้สึกสนใจในตัวเธอที่มีชื่อว่า สายลม ผมยาวประบ่า หน้าตาจิ้มลิ้มแก้มแดงอมชมพู จมูกรั้น ตาสองชั้นหลบใน ทุกครั้งที่ตอบคำถามของผม เธอมักตอบด้วยท่าทางเขินอาย กลับกันเวลาที่เธอได้พูดเรื่องดวงดาว เธอกลับมีสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล แววตาที่เป็นประกายราวกับดวงดาวที่เธอกำลังพูดถึง ไม่รู้ทำไมผมถึงได้สังเกตรายละเอียดเล็กน้อยของเธอได้กันนะ เมื่อผ่านเวลาการเดินทางร่วม 13 ชั่วโมง จากสถานีรถไฟเพชรบูรณ์รถไฟได้เดินทางมาถึงที่หมายปลายทางจังหวัดกรุงเทพมหานค ร วันที่ 16 พฤษภาคม 2000 เวลา 05:56 น.


แสงดวงอาทิตย์ในตอนเช้าสอดส่องผ่านหน้าต่างทำให้ผมสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา ผมมองไปรอบๆแต่กลับไม่พบเจอเธอ เธอน่าจะลงสถานีก่อนหน้านี้ไปแล้ว ผมนึกแล้วเสียใจที่ไม่ได้แม้แต่จะบอกลาเธอก่อนที่เธอจะออกจากรถไฟ เวลา 7:45 น. ผมเดินทางมาถึงหอพักใกล้โรงเรียนที่ผมย้ายเข้ามาใหม่ ลุงน้อยช่วยผมยกของและสัมภาระเข้าหอพัก ลุงน้อยเป็นพี่ชายของพ่อ แกเข้ามาทำงานในกรุงเทพตั้งแต่สมัยยังเป็นหนุ่ม พ่อจึงวานลุงน้อยให้ช่วยดูแลผม ผมย้ายเข้ามาโรงเรียนใหม่ในชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 4 โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ถึงแม้จะอยู่ในกรุงเทพ แต่ไม่ได้ตั้งอยู่ในตัวเมืองมากนัก หอพักของผมอยู่ข้างโรงเรียนของผม จึงไม่ต้องตื่นเช้ามากนัก วันที่ 17 พฤษภาคม 2000 เวลา 8.00 น. เสียงเพลงชาติของโรงเรียนดังขึ้น ทำให้ผมรู้ได้ว่ากำลังจะไปเข้าแถวเคารพธงชาติสาย ผมจึงรีบแต่งตัว แล้วรีบไปโรงเรียน . “แฮ่ก…มาโรงเรียนวันแรกก็สายเสียแล้ว” ที่ห้องเรียน ม.4/4 “สวัสดีครับนักเรียน วันนี้เรามีเพื่อนย้ายมาใหม่” “นายแนะนำตัวให้เพื่อนๆรู้จักเลยสิ”


“สวัสดีครับ ผมชื่อ นายภากร จรัสบวรกุล ชื่อเล่น กังหัน ครับ ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนๆทุกคนนะครับ” ในขณะที่ผมกำลังแนะนำตัว สายตาของผมเหลือบไปเห็นเด็กผู้หญิงผมประบ่าที่คุ้นเคย นั่งชิดริมหน้าต่าง ผมรู้ได้ทันทีว่านั้นคือเธอ…สายลม “อ่ะ โอเคไปนั่งที่เลยนะ อยู่ข้างกับนายเมธัสนะ” ผมยังไม่ทันได้คิดถึงคำที่จะทักทายเธอ แต่ก็ถูกขัดด้วยคำพูดของคุณครูประจำชั้น “เห้ยมึง มึงมาจากไหนวะ?” เมธัสเอ่ยถาม “กูชื่อ ต้นน้ำ นะ หล่อสุดในห้องละ” “ตอนเที่ยงนี้ไปส่องสาวที่โรงอาหารกันมั๊ย” ผมยังไม่ทันตอบคำถามของเมธัสก็มีบางสิ่งลอยผ่านหัวของผมไป ครูปาชอล์กใส่ต้นน้ำระหว่างที่เรากำลังคุยกัน “นี่! นายเมธัสชวนเพื่อนคุยหรอ!!!” ครูประจำชั้นเอ่ยขึ้น “โห่ครู ก็กำลังทำรู้จักเพื่อนใหม่ไงครู” ต้นน้ำตอบกวนๆ “ขอโทษครับ” ผมกล่าวกับคุณครู ในใจก็แอบอายที่โดนดุตั้งแต่คาบแรกต่อหน้าเพื่อนๆโดยเฉพาะ สายลม “อ่ะๆ มาเรียนต่อๆ” ครูพูดตัดบท


ณ โรงอาหาร เวลา 12:08 น. “กินร้านไหนดีนะ” ผมครุ่นคิดกับตัวเอง “ก๋วยเตี๋ยวก็ดีนะของโปรดฉันเลย” ผมได้ยินเสียงผู้หญิงที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น ทำให้ต้องหันกลับไปดู กลับพบว่าเป็น…สายลม ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ทักทายเธอเลย แต่เธอกำลังเดินไปทางอื่น ทางที่มีแต่คนพลุกพล่าน จนผมมองแทบไม่เห็นหลังของเธอ “งั้นเดี๋ยวมึงไปกินข้าวก่อนเลยนะ” ผมเอ่ยกับต้นน้ำแล้วรีบวิ่งไปหาสายลม “อ่าวมึง!! ไปไหนวะ” ต้นน้ำตะโกนถามไล่หลังผม “สายลม!!!” ผมตะโกนเรียกชื่อเธอลั่นโรงอาหาร เพราะกลัวว่าเธอจะเดินไปไกลกว่านี้ ผมต้องทักทายเธอให้ได้ เธอและเพื่อนของเธอหันหลังกลับมาอย่างตกใจกับเสียงดังลั่นของผม “สายลมจำเราได้ไหม เรากังหันนะ” ผมรีบพูดออกไป แบบที่ไม่ได้สนใจสายตาของคนอื่นๆในโรงอาหารแม้แต่น้อย “เอ่อ.. หวัดดีกังหัน” เธอทำหน้าตกใจที่พบเจอผม


“แกไปกินข้าวกันเถอะ เราหิวข้าวไม่ไหวแล้ว” เสียงเพื่อนของสายลมแทรกขึ้นมา “อืม งั้นเราไปกินข้าวก่อนนะ ไว้เจอกันที่ห้องเรียน” สายลมเอ่ยก่อนเดินจากผมไป แต่เดี๋ยวนะทำไมเธอถึงจำผมได้ แสดงว่าเธอจำผมได้ตั้งแต่ในห้องเรียนแล้ว ทำไมถึงไม่มาทักกันเลย หวังว่าครั้งต่อไปเราจะได้ทักทายกันนะ เวลา 13:34 น. ในคาบเรียนวิชาดาราศาสตร์ “ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีนักเรียนคนไหนได้ดูฝนดาวตกคนแบกหม้อน้ำกันมั้ยคะ” เสียงครูเอ่ยถามนักเรียนภายในห้อง สายลมยกมือขึ้นไม่สุดแขน ผมที่มองเห็นสายลมยกมือขึ้น จึงยกมือขึ้นตามเธอ “อ่าวนายหรอ นายกังหัน เป็นเด็กใหม่ใช่ไหม” ครูประจำวิชาดาราศาสตร์เอ่ยถามผม ผมที่รู้สึกว่าคุณครูมองไม่เห็นสายลม จึงพยายามบอกครูว่า “ครูครับ สายลมก็ไปดูเหมือนกันกับผมครับ”


“เห้ย เห้ยยังไงกันครับสองคนนี้” ต้นน้ำแซวเสียงดัง “อ่าว สองคนนี้ไปดูด้วยกันหรอ” ครูประจำวิชาดาราศาสตร์ถามผม “เอ่อ ผม…” ผมยังไม่ทันได้พูดจบประโยค สายลมก็ได้เอ่ยแทรกขึ้น “ไม่ใช่ค่ะ” “ไม่ได้ไปด้วยกันค่ะ” สายลมกล่าวขึ้นเสียงดัง ผมรู้สึกตกใจที่สายลมไม่พูดความจริงกับคุณครู จึงเกิดความสงสัยว่าทำไมเธอต้องโกหกคนอื่นๆด้วย เลิกเรียน เวลา 15:30 น. เสียงออดดังขึ้น เสียงเลื่อนเก้าอี้และเสียงเพื่อนๆคนอื่นรีบเก็บกระเป๋ากลับบ้าน โดยเฉพาะต้นน้ำที่ดูจะรีบที่สุด เพราะมันน่าจะรีบไปเล่นบอลอวดสาว ผมพยายามมองหาสายลม เพื่ออยากจะได้พูดคุยกับเธอ ส่วนเรื่องที่ผมอยากคุยกับเธอที่สุดน่ะหรอ…ก็คือ เรื่องที่เธอพยายามปิดบังกับคนอื่นๆ ในตอนนี้เธอกำลังเก็บกระเป๋าที่โต๊ะเรียนของเธอ ผมรีบเก็บของบนโต๊ะอย่างกระวนกระวายเพื่อจะได้ตามเธอให้ทัน “หวัดดีสายลม จะกลับแล้วหรอ” ผมเอ่ยด้วยเสียงหอบเหนื่อย “เอ่อ..ใช่เราจะกลับบ้านแล้ว”เธอตอบผมอย่างทันที และเดินออกไปอย่างเร่งรีบ


“สายลม! เราขอคุยด้วยได้มั้ย” ผมตะโกนเอ่ยและรีบวิ่งตามเธอไป “นายมีเรื่องอะไรหรอกังหัน?”เธอทำหน้างงงวยในคำถามของผม “เราขอเดินไปหน้าโรงเรียนด้วยได้ไหม พอดีไอ่ต้นชิงหนีกลับพร้อมสาวแล้วอะ” ขอโทษนะไอ่ต้น จังหวะนี้ต้องขายเพื่อนแล้วว่ะ “อืม ได้สิ” สายลมเอ่ยตอบพร้อมหัวเราะเบาๆ “แล้วกังหันย้ายมาจากที่ไหนอะ” สายลมถามผมพร้อมเอียงหัว “เราย้ายมาจากเพชรบูรณ์ พึ่งมาถึงเมื่อวานนี้เอง” ผมตอบ “จริงหรอ เราก็มีบ้านอยู่ที่เพชรบูรณ์เหมือนกัน” “มิน่าล่ะ เราถึงได้เจอกันในรถไฟ” คำพูดของสายลมคำนั้น ทำไมทำให้ผมรู้สึกใจเต้นตุบตุบ “บ้านสายลมอยู่ใกล้โรงเรียนไหม” ผมเอ่ยถาม เพราะอยากไปส่งเธอ “เราอยู่ซอย 26 ไม่ไกลมาก พอเดินได้” “แล้วนี่กังหันพักที่ไหนหรอ” สายลมเอ่ยถาม แต่ถ้าผมบอกความจริงว่าหอพักของผมอยู่ใกล้โรงเรียนแค่ไม่กี่ก้าวเอง ผมก็จะอดไปส่งเธอสิ ผมจึงเลือกที่จะโกหก


“เราอยู่ซอย 30” ผมกล่าวออกไป โดยที่ไม่รู้ว่าซอย 30 มีอยู่จริงรึเปล่า “ไกลกว่าบ้านเรานะเนี่ย” สายลมบอกกับผม “ใช่ งั้นหลังจากนี้เราขอกลับบ้านพร้อมสายลมได้ไหม” ผมกล่าวถามเธอพร้อมใจที่เต้นแรง รอคอยฟังคำตอบของเธอ เธอเงียบไปซักพัก แต่ก็กล่าวตอบว่า “อืม ได้สิ” คำตอบของเธอทำให้ผมรู้สึกยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง นึกว่าเธอจะไม่ชอบใจที่ผมขอกลับบ้านด้วย ผมเดินไปส่งเธอถึงซอย 26 เพื่อความเนียนจึงทำท่าเดินต่อไปในซอย 30 แต่เมื่อเธอเดินผ่านประตูรั้วบ้านเข้าไปแล้ว ผมจึงวิ่งกลับทางเดิม เพื่อกลับไปยังหอพักของผม ผมก็ไม่เข้าใจการกระทำนี้ว่าทำไปทำไม แต่ผมกลับสบายใจที่ได้มาส่งเธอ หลังจากนั้นผมก็ได้เดินไปส่งเธอทุกวัน ทำให้ผมกับเธอเริ่มสนิทกันมากขึ้นกว่าเดิม ผมกลับรู้สึกว่าเธอคนนี้ทำให้ผมอยากตื่นเช้าไปโรงเรียนในทุกๆวัน และอยากวิ่งกลับหอพักทุกๆวันในตอนเย็น ผมแน่ใจแล้วว่าความรู้สึกเหล่านี้ที่ผมรู้สึกตลอดมา 6 เดือน คือ…ผมชอบเธอ สายลม


วันที่ 5 ตุลาคม 2000 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของภาคเรียนที่ 1 นักเรียนแต่คนละคนหัววุ่นกับการสอบปลายภาค ครูประจำชั้นกำหนดให้จับคู่ทำงานในหัวข้อเรื่อง สถานที่ท่องเที่ยวในบ้านเกิด ผมจึงรีบสาวเท้าไปหาโต๊ะของสายลมที่ริมหน้าต่าง เพื่ออยากจับคู่กับเธอ “สายลมเรามาอยู่กลุ่มเดียวกันไหม”ผมเอ่ยขึ้นแบบที่มั่นใจมากว่าเธอจะตอบรับคำชวนข องผม “อ่าว สายลมไม่อยู่กับเรา” เพื่อนสนิทของสายลมเอ่ยแทรกขึ้น “ขอโทษนะ แต่ว่ากังหันมาชวนเราก่อนแล้ว” สายลมตอบกลับเพื่อนของเธอ ผมรู้สึกดีใจและแอบรู้สึกสะใจเล็กน้อย พร้อมยักคิ้วให้เพื่อนสนิทของสายลมนัยว่า ผมชนะ “งั้นไม่เป็นไร รอบนี้ยอมให้ก่อนละกัน” เพื่อนสนิทเอ่ยกับสายลมพร้อมหันหน้ามาพูดจิกผม “ปิดเทอมนี้เราว่าจะกลับบ้านที่เพชรบูรณ์ แล้วเธอจะกลับเพชรบูรณ์มั้ย” “เราก็กลับเหมือนกัน เราจะกลับไปหาพ่อ” สายลมเอ่ยตอบ


“ดีจังเลย งั้นเรามาเขียนเกี่ยวกับ ทุ่งกังหันลมเขาค้อ กันไหม” “อืมได้เลย จะว่าไปกังหันอยู่ที่เพชรบูรณ์ตั้งแต่เกิดเลยหรอ” “ใช่แล้ว ทำไมหรอ” ผมถามสายลมไปด้วยความสงสัย “อย่าบอกนะว่าชื่อกังหันเนี่ย ที่มาจากทุ่งกังหันลมเขาค้อ” สายลมเอ่ยไปยิ้มไป “ใช่” ผมรู้สึกดีใจที่เธอใส่ใจรายละเอียดของผม “พอมาคิดดูชื่อสายลมก็มีความเกี่ยวข้องกับชื่อเรานะ” ผมพูดบอกเธอ พร้อมกับโน้มตัวไปใกล้เธออีกนิด “ทำไมหรอ” เธอเอ่ยถามพร้อมเอียงหัวไปทางขวา “ไม่บอกหรอก55555555‘ ผมแกล้งไม่บอกเธอแล้วยิ้มหน้ากวนๆแต่เธอก็ไม่ได้เซ้าซี้ที่จะถามผม ชีวิตประจำวันของเราสองคนก็เหมือนนักเรียนม.ปลายทั่วไป ความสัมพันธ์ของผมและเธอได้ดำเนินมาเรื่อยๆจน….. ปิดเทอมเล็กภาคเรียนที่ 1 ที่จังหวัดเพชรบูรณ์


หลังจากปิดเทอมผมและสายลมก็ได้กลับบ้านที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เราแยกย้ายกันไปอยู่กับครอบครัวสักอาทิตย์ แล้วสายลมก็ได้ขออนุญาตพ่อเพื่อที่จะได้มาทำงานส่งครูกับผม ไม่รู้ว่าพรหมลิขิตหรือเหตุบังเอิญบ้านผมกับบ้านสายลมเราไม่ได้อยู่ห่างกันนัก 13 ตุลาคม 2000 เวลา 09:14 น. ผมทักไปหาสายลมนัดหมายเวลาที่จะมาทำงาน “งั้นบ่ายนี้เราไปกังหันลมเขาค้อกันเลยมั้ย งานจะได้เสร็จไวๆแล้วเราก็ไปเที่ยวกัน ตอนบ่ายอากาศกำลังดีเลยนะ” ผมเอ่ยถามสายลม “โอเค เดี๋ยวเราเอาจักรยานไปปั่นเล่นกันด้วยเนอะ” สายลมตอบตกลงผม “มาถึงแล้วกดกริ่งเรียกด้วยนะ” ผมบอกสายลม 14:12 น. เสียงกริ่งของจักรยานดังมาแต่ไกล สายลมมาแล้ว ผมรีบคว้ากระเป๋าดินสอและใบงานเดินมุ่งหน้าไปที่หน้าบ้่าน แล้วเอาจักรยานสีแดงตัวเก่งไปปั่นเล่นด้วยกันกับสายลมที่ทุ่งกังหันลม


“หูยยย อากาศดีจังเลยเนอะ ทุ่งกังหันลมสวยมากๆเลย ปกติไม่ค่อยไปเที่ยวไหนเลยไม่นึกว่าจะสวยขนาดนี้” สายลมเอ่ยปากบอกผม ตอนเด็กๆพ่อแม่มักจะพาผมมาวิ่งเล่นที่ทุ่งกังหันลมนี้บ่อยๆผมชอบที่นี่มากๆและผมก็ดีใ จด้วยที่สายลมชอบเหมือนกัน “ชอบที่นีไหม” ผมถามสายลม “ชอบมากๆ” สายลมตอบกลับทันที “งั้นคงต้องมากับเราบ่อยๆแล้วล่ะสิ” สายลมไม่ตอบอะไร แล้วเธอก็ยิ้มให้ผม เราสองคนทำงานไปด้วย ชื่นชมทุ่งกังหันลมนี้ไปด้วยกัน ผมรู้สึกว่าช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเธอเป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆ เธอได้เข้ามาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิตผม ชีวิตดูมีสีสันขึ้น ผมพึ่งเข้าใจว่าคลั่งรักมันเป็นยังไงก็วันนี้เอง 17:05 น. ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว แสงไฟของเสาไฟตามถนนเริ่มเปิดกันแล้ว เราคงต้องรีบกลับบ้านก่อนฟ้าจะมืดสนิท “กลับกันเถอะ ถ้าฟ้ามืดสนิทคงจะน่ากลัวมากๆ แถวนี้ยิ่งไม่ค่อยมีบ้านคนอยู่ด้วย” สายลมเอ่ยปากบอกผม


บังเอิญล้อจักรยานของสายลมไปเหยียบคมหินเข้ายางเลยแบน ผมจึงจูงจักรยานเดินกลับบ้านเป็นเพื่อนเธอ ระหว่างทางเราก็ได้คุยกันหลายๆเรื่องเราได้เข้าใจตัวตนของกันและกันมากขึ้น “บ๊าย บาย กลับบ้านดีๆนะสายลม” ผมบอกลาสายลมก่อนที่เธอจะเดินขึ้นรถกลับบ้านไป ในระหว่างช่วงปิดเทอมผมและสายลมเราก็ได้ไปที่ทุ่งกังหันลมบ่อยๆ ใช้เวลาด้วยกันมากมาย ถ้าวันไหนเราไม่ได้เจอกันเราก็จะส่งข้อความบอกฝันดีกันทุกวัน ผมรู้สึกว่าเธอคือคนที่ใช่สำหรับผม ผมคิดว่าเธอจะเป็นรักครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของผม แต่แล้ว วันที่ 31 ตุลาคม 2000 ผมได้กลับมาหอ วันพรุ่งนี้เป็นวันเปิดเทอม วันนี้เป็นวันที่ยุ่งมากๆ ผมต้องเตรียมของกลับหอ เตรียมชุดและกระเป๋าสำหรับการไปโรงเรียนพรุ่งนี้ วันนี้ผมจึงไม่ได้ทักไปหาสายลมและเธอก็ไม่ได้ทักมาหาผมเช่นกัน ผมคิดว่าเธอก็น่าจะยุ่งสำหรับการเตรียมตัวไปโรงเรียนในวันพรุ่งนี้เหมือนกัน


วันเปิดเทอม วันที่ 1 พฤศจิกายน 2000 ผมรีบตื่นเช้าล้างหน้าแปรงฟันไปโรงเรียน วันนี้แปลกมากที่ตู้ล็อกเกอร์หลังห้องของสายลมที่อยู่ข้างกันกับผมเหมือนกับว่าสายลมไ ด้เก็บของไปหมดแล้ว ผมเริ่มเอะใจแล้วว่าทำไมตู้ล็อกเกอร์ไม่มีของอะไรเหลืออยู่เลย ผมเลยตัดสินใจทักข้อความไปหาสายลม แต่เธอก็ไม่ได้ตอบกลับผมมา ผมได้เปิดตู้ล็อกเกอร์ของผม ผมเจอจดหมายเขียนถึงผมโดยสายลม ใจความในจดหมายประมาณว่า พ่อของเธอได้งานใหม่ที่ต่างประเทศ พ่อเธอจะไปทำงานที่นั่นหลายปี เกรงว่าอยู่ที่นี่จะไม่มีคนดูแลสายลม พ่อของเธอจึงต้องให้เธอไปเรียนที่ต่างประเทศด้วยอีกทั้งที่ต่างประเทศยังมีโอกาสหลายๆ อย่างมากกว่าที่จะอยู้่ที่นี่ ข้อความย่อหน้าสุดท้ายที่สายลมเขียนถึงผมเธอบอกว่า ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมาทุกช่วงเวลาที่เธอได้อยู่กับผมเธอมีความสุขมากแต่การที่เธอจะต้ องไปเรียนอยู่ที่ต่างประเทศอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเราห่างออกไปเรื่อยๆเช่นกั น เธอจึงขอหยุดความสัมพันธ์ของเราไว้เพียงเท่านี้ แล้วบรรทัดสุดท้ายเธอได้บอกว่าถ้าเราเป็นคนที่ใช่ของกันและกันจริงๆสุดท้ายก็คงโคจร กลับมาหากันเหมือนเดิม ผมทำอะไรไม่ถูก น้ำตาของผมไหลพรั่งพรูออกมา ผมไม่โทษเธอ ผมเข้าใจทุกอย่าง ความทรงจำที่ผ่านมาผมคงต้องเก็บมันเอาไว้ในใจ อย่างน้อยเวลาที่ผ่านมาก็เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากๆ……..ผมได้แต่ยิ้มทั้งน้ำตา


หลังจากวันนั้นผมก็ไม่เคยลืมเธอเลย สายลมยังคงอยู่ในใจผมเสมอมา รอยยิ้ม แววตา ท่าทางของเธอยังติดอยู่ในใจของผมต่อจากนี้ไปผมก็ไม่รู้ว่าผมจะลืมเธอไปได้ยังไง วันที่ 23 กรกฎาคม 2061 เวลา 20:31 น. ถึงแม้ว่าจะผ่านมา 61 ปีแล้ว ผมก็ยังคงนึกถึงเธอเสมอ ทุ่งกังลมก็ยังเป็นที่ที่ผมมาอยู่บ่อยๆ วันนี้ก็เป็นอีกวันนึงที่ผมได้ออกมานั่งเล่นที่ทุ่งแห่งนี้ ค่ำคืนนีไร้เมฒ ไร้แสงจันทร์มาบดบังท้องฟ้า ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงจากดวงดาวส่องประกายระยิบระยับ ผมมองขึ้นไปท้องฟ้าชื่นชมความงามของดวงดาว แล้วอยู่ๆก็มีดาวหางที่ส่องแสงสว่างมาก มันเป็นลำแสงออกมาพวยพุ่งเป็นหางยาวอย่างสวยงามทำให้ผมนึกถึงสายลมและย้อนนึ กไปเคยจำได้ว่าเธอบอกว่าดาวหางฮัลเลย์จะปรากฎบนท้องฟ้าอีกครั้งในปี 2061 ผมมองดาวหางนั้นด้วยความปลื้มใจและยิ้มรับให้กับมัน การที่ดาวหางฮัลเลย์ได้ปรากฎขึ้นบนท้องฟ้าครั้งนี้เปรียบเสมือนตัวแทนของตัวเธอ ผมคิดถึงเธอมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้คงทำได้แค่ฝากความคิดถึงอธิษฐานผ่านดาวดวงนี้ส่งไ ปให้เธอ ผมคิดถึงเธอเหลือเกิน . . .


ผมยังคงเชื่อมั่นในความรัก ผมเชื่อว่าความรักมันยังคงเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ สุดท้ายแล้วเธอก็ยังคงเป็นรักแรกและรักสุดท้ายของผม แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมเสียใจและเสียดายก็คือผมยังไม่ได้ตอบคำถามเธอเลยว่าชื่อของเรามั นเกี่ยวข้องกันยังไง ผมได้เพียงแต่บอกผ่านดาวหางดวงนี้ไปว่า กังหันจะหมุนได้จะต้องมีสายลม ก็เหมือนเราที่มาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปของกันและกัุน ถึงแม้ในวันนี้จะไม่มีสายลมแล้ว ผมก็ยังรู้สึกขอบคุณช่วงเวลาดีๆที่เรามีให้กัน แล้วสักวันโลกจะโคจรให้เราได้มาพบเจอกันอีกครั้ง………รักเธอนะสายลม


Click to View FlipBook Version