วจิ ยั ในช้นั เรียน
เรือ่ ง การแกป้ ัญหาการสง่ งานในรายวิชาภาษาองั กฤษพืน้ ฐาน รหัสวชิ า อ31101
โดยใช้วิธกี ารสง่ งานผ่านระบบห้องเรียนออนไลน์ (Google Classroom)
ของนักเรียนระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
ผวู้ จิ ยั
สคณพัฒน์ ศรีมณีรัตน์
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2563
โรงเรียนนาแกสามัคควี ิทยา
สํานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 22
กระทรวงศึกษาธิการ
วจิ ัยในช้นั เรยี น การแกป้ ญั หาการสง่ งานในรายวชิ าภาษาองั กฤษพืน้ ฐาน รหสั วชิ า อ31101
โดยใช้วิธกี ารส่งงานผา่ นระบบห้องเรยี นออนไลน์ (Google Classroom)
ชือ่ ผู้วิจยั ของนักเรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 4
กลมุ่ สาระ สคณพัฒน์ ศรมี ณรี ตั น์
การเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ
บทคัดยอ่
การวจิ ยั ในครง้ั นี้เปน็ วจิ ัยเร่ือง การแก้ปัญหาการสง่ งานในรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน รหสั วชิ า อ31101
โดยใช้วิธกี ารสง่ งานผา่ นระบบ ห้องเรยี นออนไลน์ (Google Classroom) ของนกั เรยี นระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4
ซึ่งมจี ุดประสงค์เพือ่ แก้ปญั หาการสง่ งานของนักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 4 โดยประชากรในการทำวจิ ยั คอื
นักเรยี นระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 จำนวน 237 คน ซ่งึ ใชร้ ะยะเวลาในการทำวจิ ัย 1 ภาคเรียน คือ ภาคเรียนท่ี 1
ปกี ารศกึ ษา 2563
เคร่อื งมือที่ใช้ในการวจิ ัยครั้งนี้ เปน็ เครอ่ื งมอื ที่ผ้จู ดั ทำไดส้ รา้ งข้ึนได้แก่ แบบประเมนิ ความพึงพอใจตอ่ การ
ส่งงานผา่ นระบบ google classroom และระบบ google classroom ที่เป็นเครอื ข่ายของ website google
เครอื่ งมือของแบบประเมนิ ความพงึ พอใจเปน็ แบบมาตราการประเมิน (Rating Scale) 5 ระดบั ตามแนวคิดของ
ลิเคิร์ท ข้อคำถามจำนวน 6 ข้อ โดยใช้เกณฑ์นาํ้ หนกั คะแนนประเมนิ คา่ จัดอนั ดบั ความสําคัญ และสาํ หรบั การ
แปลความหมายใช้คา่ เฉล่ยี ของคา่ ทวี่ ัดไดแ้ ละยดึ แนวคดิ ของเบสท์ (Best, 1986 : 195)
การวิเคราะหข์ อ้ มูลจะใช้สถิติท่ใี ช้วเิ คราะหป์ ริมาณการสง่ งานของนักเรียน คือ ค่าเฉลีย่ (µ) และร้อยละ (%)
ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลดา้ นความพึงพอใจใชส้ ถติ ิท่ีใช้วเิ คราะห์ข้อมลู คอื คา่ เฉล่ยี (µ) รอ้ ยละ (%) และสว่ น
เบ่ยี งเบนมาตรฐาน (σ)
สารบญั
บทคดั ยอ่ หน้า
สารบัญ ก
บทที่ 1 บทนำ ข
ความเป็นมา และความสําคญั ของปัญหา
สมมุติฐานการวจิ ัย 1
วตั ถุประสงค์ของการวิจยั 3
ขอบเขตของการวิจัย 3
ประโยชน์ท่ีคำดวา่ จะได้รบั 3
นยิ ามศพั ท์เฉพาะ 3
บทที่ 2 เอกสารและวจิ ัยที่เกีย่ วขอ้ ง 3
วิจัยในชนั้ เรยี น
อปุ สรรคของการทำงาน 5
Google Classroom 8
บทท่ี 3 วธิ กี ารดําเนนิ งาน 9
ประชากร
ระยะเวลาทใ่ี ชใ้ นการทำงาน 12
เครื่องมอื ทใ่ี ชใ้ นการวิจยั 12
ข้นั ดาํ เนนิ การ 12
การวเิ คราะห์ขอ้ มูล 12
สถติ ทิ ี่ใช้ในการงวิเคราะหข์ อ้ มลู 13
ภาคผนวก 14
บทที่ 1
บทนํา
ความเปน็ มาและความสาํ คัญของปัญหา
ในโลกและยคุ สมยั ปจั จบุ ันไดม้ ีการพฒั นาเปลย่ี นแปลงอยตู่ ลอดเวลา แตล่ ะประเทศมีการแข่งขนั สงู
ในทำงานด้านกจิ การงานตา่ ง ๆ มากมาย ไมว่ ่าจะเปน็ ทำงานดา้ นเศรษฐกจิ การเมือง สงั คม การศึกษา เทคโนโลยี
เปน็ ตน้ ประเทศไทยเปน็ ประเทศหนงึ่ ทีอ่ ยู่ทา่ มกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงน้ัน เพอ่ื ให้สงั คมก้าวทนั ยุคสมัย สงั คม
ไทยจึงต้องมีการปรบั เปลย่ี นระบบดา้ นการศึกษา เพือ่ เป็นการพฒั นาคุณภาพชวี ติ สร้างเสรมิ คุณลักษณะ นสิ ัย
ปลูกฝังให้คดิ เปน็ ทำเปน็ แก้ปญั หาเปน็ มคี วามใฝ่เรยี นใฝร่ ู้ ศกึ ษาคน้ ควา้ ความรไู้ ด้จากส่ือสิง่ อำนวย ความสะดวก
ทำงานด้านตา่ ง ๆ โดยเฉพาะทำงานด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศ ก่อใหเ้ กดิ ความคิดทร่ี ิเร่ิมสรา้ งสรรค์ ซ่ึงเป็นรากฐาน
ของการทำงานของประชากรในอนาคตท่เี ปน็ คนยุคใหม่ ก้าวทันโลกแห่งความเจริญในปัจจบุ ัน และอนาคต
สามารถปรับตัว ใหอ้ ยรู่ อดก้าวทนั กา้ วหนา้ การเปลี่ยนแปลงทาํ งานสังคมไดอ้ ยา่ งมีคุณภาพและย่ังยนื
แผนพฒั นาเศรษฐกจิ แห่งชาติ ฉบบั ที่ 12 (ประจาปี 2563 - 2564)
การเตรยี มพร้อมดา้ นกําลังคนและการเสริมสรา้ งศักยภาพของประชากรในทกุ ช่วงวัย โดยมุง่ เนน้
การพฒั นาคนในทกุ มติ ิและในทุกชว่ งวัยใหเ้ ป็นทุนมนษุ ย์ที่มศี ักยภาพสูง ภายใตเ้ งือ่ นไขการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญ ไดแ้ ก่
การเปลีย่ นแปลงไปสู่โครงสร้างประชากรสงั คมสงู วยั สมบรู ณ์เมอ่ื ส้ินสดุ แผนพฒั นาฯ ฉบบั ท่ี ๑๒ คณุ ภาพคนยงั มีปัญหา
ในทกุ ชว่ งวัยและส่งผลกระทบต่อเนอื่ งถึงกนั ตลอดช่วงชวี ิต ผลลัพธ์ทาํ งานการศึกษาของเด็กวัยเรยี นคอ่ นขา้ งแตกตา่ ง
ดังนั้น จุดเนน้ การพัฒนาคนท่ีสําคัญในช่วงแผนพัฒนาฯฉบับท่ี ๑๒ มีดังน้ี
๑) การพัฒนาเดก็ ให้มีสขุ ภาพกายและใจที่ดี มที กั ษะทำงานสมอง ทกั ษะการเรียนรู้ ทกั ษะชวี ติ และทกั ษะ
ทำงานสงั คม เพอื่ ให้เตบิ โตอยา่ งมีคณุ ภาพ
๒) การหลอ่ หลอมใหค้ นไทยมคี า่ นยิ มตามบรรทดั ฐานทด่ี ีทำงานสังคม คนไทยในทุกชว่ งวัยเปน็ คนดี มสี ขุ
ภาวะทีด่ ี มีคณุ ธรรมจริยธรรม มีระเบยี บวนิ ยั มจี ิตสานึกท่ีดีตอ่ สงั คมส่วนรวม
๓) การพฒั นาทักษะความรู้ความสามารถของคนมุ่งเน้นการพฒั นาทักษะทเ่ี หมาะสมในแต่ละชว่ งวยั
เพ่อื วางรากฐานใหเ้ ป็นคนมคี ุณภาพในอนาคต การพฒั นาทักษะสอดคลอ้ งกับความตอ้ งการในตลาดแรงงาน
และทกั ษะท่ีจําเปน็ ต่อการดำรงชวี ิตในศตวรรษที่ ๒๑ ของคนในแต่ละช่วงวยั ตามความเหมาะสม เช่น เดก็ วยั
เรยี นและวัยรุ่นพฒั นาทกั ษะการวิเคราะหอ์ ยา่ งเป็นระบบ มคี วามคดิ สร้างสรรค์ รวมทั้งการใหค้ วามสาํ คญั
กับการพัฒนาให้มคี วามพรอ้ มในการต่อยอดพฒั นาทักษะในทุกด้าน
๔) การเตรยี มความพร้อมของกําลงั คนดา้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีในกลมุ่ วทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยีทจี่ ะเปล่ยี นแปลงโลกในอนาคตอย่างสาํ คญั
2
๕) การยกระดับคณุ ภาพการศกึ ษาสู่ความเป็นเลศิ ในทุกระดบั และยกระดับการเรียนรู้ โดยเนน้
การพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาขน้ั พนื้ ฐานท้งั การบรหิ ารจดั การโรงเรยี นขนาดเลก็ ปรับระบบการจัดการเรียน การสอน
และการพฒั นาคณุ ภาพครูท้ังระบบ รวมทั้งการยกระดบั คณุ ภาพการศึกษาสคู่ วามเป็นเลิศใน สาขาวิชาทม่ี ี
ความเช่ยี วชาญเฉพาะด้าน และพัฒนาระบบทวภิ าคีหรอื สหกิจศกึ ษาใหเ้ ออ้ื ตอ่ การเตรียมคนทม่ี ี ทกั ษะให้พรอ้ มเขา้
สตู่ ลาดแรงงาน นอกจากนต้ี ้องใหค้ วามสาํ คญั กบั การสรา้ งปัจจยั แวดลอ้ มทเ่ี อ้ือตอ่ การเรียนรู้ ตลอดชีวติ ท้ังสอ่ื
การเรียนรแู้ ละแหล่งเรียนรู้ทห่ี ลากหลาย
พฒั นาเดก็ วยั เรยี นและวยั รุ่นให้มที ักษะการคิดวิเคราะหอ์ ย่างเปน็ ระบบ มีความคดิ สร้างสรรค์ มที ักษะ
การทำงานและการใชช้ ีวติ ท่พี รอ้ มเข้าสูต่ ลาดงาน
๑) ปรบั กระบวนการเรยี นรทู้ ่สี ่งเสรมิ ให้เดก็ มีการเรยี นรูจ้ ากการปฏบิ ัติจริงสอดคลอ้ งกบั พฒั นาการ
ของสมองแต่ละชว่ งวัย เน้นพัฒนาทักษะพื้นฐานด้านวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีดา้ นวศิ วกรรมศาสตร์ ดฎา นคณิตศาสตร์
ด้านศลิ ปะ และด้านภาษาตา่ งประเทศ
๒) สนบั สนุนให้เด็กเขา้ ร่วมกิจกรรมทั้งในและนอกห้องเรียนที่เอ้ือต่อการพัฒนาทกั ษะชวี ิตและทกั ษะ
การเรยี นร้อู ย่างตอ่ เน่อื ง อาทิ การอ่าน การบาํ เพญ็ ประโยชน์ทำงานสังคม การดแู ลสขุ ภาพการทำงานรว่ มกนั เป็น
กลุ่ม การวางแผนชีวิต
๓) สร้างแรงจูงใจใหเ้ ดก็ เขา้ สู่การศึกษาในระบบทวภิ าคีและสหกจิ ศกึ ษาทม่ี งุ่ การฝกึ ทักษะอาชีพให้
พรอ้ มเข้าส่ตู ลาดงาน
แผนงานการสร้างสภาพแวดล้อมใหเ้ ปน็ แหลง่ การเรียนรูต้ ลอดชีวติ ม่งุ เนน้ การพัฒนาพนื้ ท่แี หลง่ เรียนรู้
ให้มชี ีวิต ทนั สมัย มีคุณภาพและไดม้ าตรฐานสากลเพอ่ื ดงึ ดดู ให้คน ทกุ ช่วงวัยเกิดความสนใจเขา้ ไปเรียนรแู้ ละ
มีสว่ นรว่ มในการทำกจิ กรรมมีการศึกษาและพฒั นาแหล่งเรียนรู้ รปู แบบใหม่ๆ ที่จะช่วยเพ่ิมพูนศกั ยภาพคนไทย
ใหส้ ามารถรองรบั การเปล่ียนแปลงในอนาคต เชน่ ห้องสมดุ เสมือน (Virtual Library) ศนู ยศ์ กึ ษาบันเทงิ
(Edutainment Center)เปน็ ต้น การส่งเสริมการอา่ นการเรียนรู้ ผ่านบริการหอ้ งสมดุ ในภมู ิภาคทท่ี ันสมยั
สรา้ งโอกาสใหก้ ลมุ่ เด็กเยาวชนสามารถเข้าถึงบริการได้อย่าง มีคุณภาพ สะดวกและรวดเรว็ จดั ให้มีเครอื ข่าย
อทุ ยานการเรียนรู้ในระดบั จังหวัดและภูมภิ าค รวมทั้งประสาน ความรว่ มมอื กับภาคเี ครือขา่ ยในชุมชนเพ่อื
พฒั นาพิพิธภณั ฑ์ท้องถิ่นใหเ้ ป็นพน้ื ที่การเรยี นรู้ประวัตศิ าสตร์ วัฒนธรรมดว้ ยรูปแบบท่ีทันสมัย
การจัดการเรียนการสอนในรายวชิ าภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน รหัสวิชา อ31101 มกี ารเก็บคะแนนแบ่งออกเป็นสองสว่ น
คือ คะแนนเก็บระหว่างภาค 70 คะแนน และคะแนนสอบ ปลายภาค 30 คะแนน รวมเป็น 100 คะแนน
โดยคะแนนเก็บระหวา่ งภาคมสี ัดสว่ นคะแนนท่มี ากกว่ารอ้ ยละ 70 ซ่ึงมาจากการทำใบงานหรือชนิ้ งาน 50 คะแนน
และการสอบกลางภาค 20 คะแนน ดังนั้น การทำใบงานหรือช้นิ งานส่งครูจึงเป็นส่งิ สาํ คญั ที่จะใชใ้ นการประเมนิ ทักษะ
ของนกั เรยี นในเรื่องนน้ั ๆ
3
การจัดการเรียนการสอนในรายวิชาภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน รหสั วิชา อ31101 ใหก้ บั นักเรียนระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4
โรงเรยี นนาแกสามคั คีวิทยา ได้พบปัญหาและอุปสรรคจากการส่งงาน เช่น การสง่ งานช้า หรอื ไม่ส่งงานของนกั เรยี น
อยู่บอ่ ยครงั้ ซ่ึงทำให้ครูไมส่ ามารถวดั ทกั ษะและความก้าวหน้าของนักเรียนได้ ดงั นนั้ ครูผูส้ อนจึงมคี วาม ตอ้ งการท่ีจะ
แกไ้ ขปญั หาดงั กลา่ ว ผวู้ จิ ยั จึงไดจ้ ดั ทำวจิ ยั แกป้ ัญหาการสง่ งานโดยลดอุปสรรคในการส่งงานแบบปกติ ให้ส่งผ่าน
Google Classroom ทีส่ ามารถสง่ งานได้ตลอดเวลาและทกุ ที่ทีน่ ักเรียนมีสัญญาณอนิ เตอรเ์ น็ตเพอื่ ใหก้ ารเรียน
การสอนมีผลสมั ฤทธิ์และประสทิ ธภิ าพทีส่ ูงข้นึ
สมมติฐานการวจิ ยั
สถติ ปิ ริมาณการสง่ งานของนกั เรยี นระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4 โรงเรียนนาแกสามคั ควี ทิ ยา
ระหวา่ งการสง่ งานแบบปกติ และการส่งงานผ่าน Google Classroom มคี วามแตกตา่ งกัน
วัตถปุ ระสงคข์ องการวิจยั
1. เพ่ือแกป้ ัญหาการส่งงานของนกั เรยี นระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 โรงเรียนนาแกสามัคควี ทิ ยา
ขอบเขตของงานวจิ ัย
1. ประชากรในการทำวจิ ยั คอื นักเรยี นระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 โรงเรียนนาแกสามคั คีวทิ ยา
จำนวน 237 คน
2. ระยะเวลาคอื ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563
ประโยชนท์ คี่ ำดวา่ จะได้รบั
1. ได้รบั แนวทำงานแก้ไขปญั หาการจัดการเรยี นการสอนของการส่งงานนักเรียน ทำใหก้ ารเรียน
การสอนมปรี ะสิทธภิ าพมากยง่ิ ขึ้น
2. เป็นแนวทำงานในการแก้ปญั หาการสง่ งานของนกั เรียนใหก้ ับครผู ู้สอนในรายวชิ าอื่น ๆ
นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ
อปุ สรรค หมายถึง เครอื่ งขดั ขอ้ ง ความขัดขอ้ ง หรือเครอ่ื งขัดขวาง เชน่ อุปสรรคทำใหเ้ รา
แข็งแกรง่ ขึน้ คนทไ่ี ม่เคยเผชิญอุปสรรคจะไม่รจู้ ักความสามารถทแ่ี ท้จรงิ ของตนเลย
งาน หมายถงึ แบบฝึกหัดทค่ี รใู หใ้ นช่วั โมงเรยี น แบบฝกึ หัดทคี่ รใู ห้เป็นการบา้ น ใบงาน
รวมถงึ การทำงานเปน็ กลุ่มและชิน้ งาน
4
Classroom หมายถึง บริการบนเวบ็ ฟรีสําหรับโรงเรียน องค์กรการกศุ ล และทกุ คนทม่ี ีบญั ชี
Google สว่ นบุคคล และ Classroom ยงั ชว่ ยให้ผู้เรยี นและผู้สอนเช่อื มตอ่ ถงึ กันไดง้ ่าย ทัง้ ภายในและภายนอก
Join Class หมายถึง การเขา้ ร่วมชัน้ เรียนผ่านระบบ Google Classroom
บทที่ 2
เอกสารและงานวิจยั ท่ีเกี่ยวข้อง
แนวทำงานในการจัดทำวิจัยในเรือ่ ง การแกป้ ญั หาการส่งงานในรายวชิ าภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน อ31101
โดยใชว้ ิธีการสง่ งานผ่านระบบหอ้ งเรยี นออนไลน์ (Google Classroom) ของนักเรียนระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 4
ผวู้ ิจยั จึงศกึ ษาเอกสารและงานวิจยั ท่ีเกยี่ วข้องโดยเสนอตามลาดับหวั ขอ้ ดังน้ี
1. วจิ ยั ในช้ันเรยี น
2. อปุ สรรคของการทำงาน
3. Google Classroom
1. วจิ ัยในชน้ั เรยี น
ความหมายของวจิ ยั ในช้นั เรยี น
การวจิ ยั ในชัน้ เรยี นเป็นรปู แบบของการวิจยั ทำงานการศึกษาอีกรูปแบบหน่งึ ซึ่งเป็นการวจิ ัยท่ีดาํ เนินการ
ควบคไู่ ปกับการปฏบิ ตั งิ านของครู โดยมีครูเป็นนักวจิ ยั ท้ังผลิตงานวจิ ัย และบรโิ ภคงานวิจยั หรอื กลา่ วอีก นยั หนง่ึ คอื
ครูเป็นผู้ทำการวิจัยและนำผลการวิจัยไปใช้ ด้วยลกั ษณะของการวิจัยในชั้นเรยี นจงึ มีนักศึกษา และนกั วิจยั หลายทา่ น
ได้ให้ความหมายของการวิจยั ในชั้นเรียนไวห้ ลากหลายโดยเน้นการวิจัยทำงานการศึกษา และปฏบิ ัติการในห้องเรียน
ดงั นี้
การวิจยั ในชั้นเรยี น หากแปลความหมายโดยการแยกคำหลกั ๆ จะเห็นไดว้ ่าประกอบดว้ ยคำวา่ “การวจิ ยั ”
และ “ชน้ั เรียน” ซ่ึงการวจิ ยั น้นั ในบทท่ี 1 ไดอ้ ธบิ ายความหมาย ความสําคญั และหลกั การไว้ แลว้ ส่วนคำวา่ ช้นั เรียน
หากสอ่ื ตามความหมายทีเ่ กี่ยวข้องจะเห็นได้ว่าสื่อถงึ ครู นักเรียน ดังนัน้ หากหมาย รวมกันแล้วจะเห็นได้ว่า การวจิ ยั
ในชน้ั เรยี น จะหมายถงึ การวจิ ัยท่เี กย่ี วข้องกับครูหรือนกั เรยี น นอกจากน้ี ความหมายของการวิจัยในชั้นเรยี นนน้ั ไดม้ ี
นักวชิ าการ ได้นิยามความหมายทค่ี ลา้ ยคลึงกนั ดังน้ี
(Field, 1997 อา้ งถึงในสภุ ัทรา เอ้ือวงศ์ ออนไลน์ 2554) การวิจยั ในช้นั เรียน เปน็ การวจิ ัย เพอื่ หานวัตกรรม
สำหรบั แก้ปญั หาหรือเพ่อื พฒั นาการเรียนรขู้ องผู้เรยี น ซ่ึงเนน้ ในลักษณะการวิจยั เชงิ ปฏบิ ัติการ (Action Research)
โดยมีปญั หาการเรยี นรเู้ ปน็ จดุ เร่มิ ตน้ ผสู้ อนหาวิธีการหรอื นวตั กรรม เพอื่ แก้ปัญหา มกี ารสงั เกตและตรวจสอบผล
ของการแก้ปัญหา/การพฒั นา แล้วจงึ บนั ทกึ และสะทอ้ นการ แกป้ ญั หาหรือการพัฒนานัน้ ๆ การวจิ ยั ในชน้ั เรียนมัก
เป็นการวจิ ยั ขนาดเล็ก (Small scale) ที่ดําเนนิ การโดย ผู้สอน เปน็ กระบวนการที่ผสู้ อนสะทอ้ นการปฏิบัติงาน
และเสริมพลงั อานาจให้ครผู สู้ อน
6
(รัตนะ บัวสนธ์, 2544) การวิจัยในชั้นเรียน เปน็ การแก้ปญั หาและ /หรือพัฒนางานทีเ่ กย่ี วกับ การเรียน
การสอนในชนั้ เรยี นโดยอาศยั กระบวนการวจิ ัยในการดาํ เนนิ งานทั้งน้มี ีเปา้ หมายสําคัญทีอ่ ยู่ท่ี การเรยี นรู้ท่ีสาํ คญั ของ
ผู้เรียนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศกึ ษาในแต่ละระดับ
(ส.วาสนา ประวาลพฤกษ,์ 2541) การวจิ ยั ในชั้นเรยี น เป็นวิธกี ารศึกษาคน้ ควา้ ทสี่ ะท้อนตวั ครู และกลุม่ ผรู้ ่วม
ปฏิบัติงานในสถานการณส์ ังคม เพ่ือคน้ หาลกั ษณะที่เหมาะสมของรูปแบบการพฒั นาคณุ ภาพ การปฏิบัตงิ านให้
สอดคลอ้ งกับภาวะของสงั คมหรือสถานการณ์ ด้วยความร่วมมอื ของเพ่อื นครู ผบู้ รหิ าร สถานศกึ ษา ผู้ปกครอง
ตลอดจนสมาชกิ ในสังคมทเี่ ก่ียวข้อง มจี ดุ มงุ่ หมายเพ่ือพนิ ิจพเิ คราะหก์ ารกระทำของตนเองและกลุ่ม เพอื่ พฒั นา
เพมิ่ พนู ความร้เู ก่ยี วกบั หลกั สตู รการสอนและการเรียนรู้ อันเป็นผลจากการ เปลี่ยนแปลงแบบมีแผน ดงั นนั้ การวจิ ยั
ในชั้นเรยี น จึงไม่ใชเ่ ปน็ เพยี งการแก้ปัญหา แตจ่ ะเป็นการตัง้ ปัญหา จากแรงกระต้นุ ของผวู้ ิจัยท่ีตอ้ งการเปล่ียนแปลง
พัฒนา แลว้ ปฏิบัตสิ งั เกต สะทอ้ นกลับเปน็ วัฏจักรของการวิจัย ทีห่ มนุ ไปเรอื่ ย ๆ เพอื่ การเปลยี่ นแปลงทย่ี ั่งยืนและ
สรา้ งภาพลกั ษณ์ของการเรียนการสอนใหม้ คี ุณภาพยิง่ ขึน้
ส่วนความสําคัญของการวจิ ยั ในชั้นเรียนนนั้ จะเห็นได้วา่ การวิจยั ในช้นั เรยี นนน้ั ม่งุ แกป้ ญั หาและ/หรอื
พฒั นางานทเ่ี กีย่ วกับการเรียนการสอนในช้นั เรียน ซงึ่ ต้องบงั เกิดประโยชนแ์ ก่นกั เรยี นให้ในการพัฒนา การเรยี นรู้
อยแู่ ลว้ และตอ้ งส่งผลตอ่ ผลงานของครผู ู้สอนและโรงเรียนตามมา และนอกจากน้ีการวิจัยในชัน้ เรียนนย้ี ัง
สอดคล้องกับแนวทำงานของพระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวด4 แนวการจดั การศึกษา มาตรา
24(5) ส่งเสริมสนับสนุนใหค้ รผู ้สู อนสามารถจดั บรรยากาศ สภาพแวดล้อม ส่ือการเรยี นรู้และมีความรอบรู้ รวมทัง้
สามารถใชก้ ารวจิ ัยเปน็ ส่วนหนง่ึ ของกระบวนการเรยี นรู้ ทง้ั น้ผี ูส้ อนและผ้เู รยี นอาจ เรยี นรูไ้ ปพร้อมกันจากการเรยี น
การสอนและแหล่งวิทยาการประเภทตา่ งๆ มาตรา 30 สง่ เสรมิ ให้ผู้สอน สามารถวจิ ัยเพ่ือพฒั นาการเรยี นรู้ทีเ่ หมาะสม
กบั ผู้เรยี นในแตล่ ะระดบั การศึกษาในห ลักสตู รการศึกษา ข้นั พื้นฐาน พ.ศ. 2544 ได้กลา่ วถงึ การวิจยั ในกระบวนการ
จัดการศึกษา ของผูเ้ กย่ี วขอ้ ง ดังเชน่ ศึกษา คน้ ควา้ วจิ ัยเพ่อื พฒั นาส่อื การเรียนรใู้ หส้ อดคลอ้ งกบั กระบวนการเรยี นรู้
ของผ้เู รียน ใหผ้ ้สู อนนา กระบวนการวิจยั มาผสมผสานหรอื บรู ณาการใชใ้ นการจดั การเรยี นรเู้ พื่อพฒั นาคุณภาพของ
ผู้เรียนและเพ่อื ให้ผู้เรยี นเกดิ การเรียนรู้สามารถใชก้ ระบวนการวิจยั เป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการเรียนรู้
สุวฒั นา สุวรรณเขตนิค (2555) กลา่ ววา่ การวิจัยในชนั้ เรียน คือ กระบวนการแสวงหาความรอู้ นั เปน็
ความจรงิ ทเี่ ชือ่ ถือไดใ้ นเน้ือหาเก่ียวกบั การพฒั นาการจดั การเรียนการสอน เพือ่ พัฒนาการเรียนรขู้ องนกั เรยี น
ในบริบทของขน้ั เรียน การวิจัยในช้นั เรยี นมเี ปา้ หมายสาํ คัญอยทู่ ีก่ ารพฒั นางานการจัดการเรียนการสอนของครู
ลักษณะของการวิจยั เปน็ การวิจยั เชงิ ปฏบิ ัติการ (Action Research) คอื เปน็ การวิจยั ควบค่ไู ปกบั การปฏบิ ตั งิ านจรงิ
โดยมคี รเู ปน็ ท้งั ผู้ผลติ งานวจิ ยั และผบู้ รโิ ภคผลการวจิ ัย หรือกลา่ วอกี นัยหน่งึ คอื ครูเป็น นักวิจยั ในชนั้ เรยี นครูนกั วิจยั
จะตง้ั คำถามทม่ี ีความหมายในการพฒั นาการจดั การเรยี นการสอน แลว้ จะวางแผน การปฏบิ ัติงานและการวจิ ยั
หลกั จากนน้ั ครูจะดําเนนิ การการจดั การเรยี นการสอนไปพร้อม ๆ กับทำ การจัดเก็บขอ้ มูล ตามระบบขอ้ มลู ท่ไี ด้
วางแผนการวิจยั ไว้ นําข้อมูลท่ีได้มาวิเคราะหส์ รปุ ผลการวจิ ยั นำผลการวจิ ัยไปใชใ้ นการพฒั นาการจดั การเรียน
7
การสอนแล้วพัฒนาขอ้ ความรูท้ ่ีไดน้ ั้นต่อไปใหม้ ีความถูกตอ้ ง เปน็ สากลและเป็นประโยชน์มากยิ่งขน้ึ ตอ่
การพัฒนาการเรียนการสอนเพ่อื พฒั นานกั เรยี นของครใู หม้ คี ุณภาพ ย่ิง ๆ ขน้ึ ไป
โดยทว่ั ไปแลว้ ประชากรเป้าหมายของการวจิ ยั ในชัน้ เรียนจะถกู จากัดเปน็ กลุ่มนักเรียนในความรบั ผดิ ชอบ
ของครนู ักวจิ ัยเท่านน้ั และขอ้ ความรู้ทไี่ ด้มักจะมคี วามเฉพาะคือจะเก่ียวกบั สภาพปญั หาและผลการพฒั นานกั เรยี น
ในชัน้ เรยี นของครูนักวจิ ัยเปน็ สาํ คญั
สรปุ ไดว้ ่าวิจัยในช้นั เรียนคือ การคน้ ควา้ เพื่อแก้ไขปญั หาของครูและนักเรียน ในการจดั การเรียน การสอน
เพอื่ ให้บรรลซุ ง่ึ เปา้ หมายและพัฒนาผู้เรยี นให้มคี ุณภาพท่ีดยี ิ่งขึน้ โดยมกี ารวางแบบแผน การปฏบิ ตั กิ ารอย่างมีระบบ
ขนั้ ตอนและสบื คน้ หาขอ้ มูลเพ่อื นำมาแก้ไขปัญหาเหล่านั้นที่เกดิ ในช้ันเรียนของ ครูผสู้ อน
ความสาํ คญั ของวิจัยในชัน้ เรยี น
สุวัฒนา สุวรรณเขตนคิ ม (2555) กลา่ วว่า การทำวิจัยในชั้นเรียนน้นั จะชว่ ยใหค้ รมู ีวถิ ชี วี ิตของการทำงาน
ครอู ย่างเป็นระบบเห็นภาพของงานตลอดแนว มีการตดั สนิ ใจทีม่ คี ุณภาพ เพราะจะมองเห็น ทำงานเลอื กต่าง ๆ
ได้กว้างขวางและลึกซึง้ ขน้ึ แลว้ จะตดั สินใจเลือกทำงานเลอื กต่าง ๆ อย่างมเี หตุผลและสรา้ งสรรค์ ครูนกั วจิ ยั จะมี
โอกาสมากขึน้ ในการคดิ ใคร่ครวญเกี่ยวกบั เหตุผลของการปฏบิ ตั งิ านและครจู ะสามารถบอกไดว้ ่า งานการจดั การเรียน
การสอนทป่ี ฏบิ ัตนิ ั้นได้ผลหรือไม่เพราะอะไร นอกจากนค้ี รทู ี่ใชก้ ระบวนการวจิ ัยใน การพฒั นากระบวนการเรยี น
การสอนนจ้ี ะสามารถควบคมุ กาํ กับ และพัฒนาการปฏบิ ัติงานของตนเองได้ อยา่ งดี เพราะการทำงาน และผลของ
การทำงานนน้ั ล้วนมีความหมาย และคณุ คา่ สาํ หรับครูในการพฒั นานกั เรยี น ผลจากการทำวจิ ยั ในช้ันเรยี นจะชว่ ย
ให้ครไู ด้ตัวบง่ ชี้ท่เี ปน็ รูปธรรมของผลสาเรจ็ ในการปฏิบตั งิ านของครู อันจะนำมาซ่งึ ความรใู้ นงานและความปติ ิสุขใน
การปฏบิ ตั งิ านท่ีถกู ตอ้ งของครู เปน็ ท่คี ําดหวงั วา่ เม่ือครูผสู้ อนได้ทำการวิจัยในชนั้ เรยี นควบคู่ไปกับการปฏบิ ตั ิงานสอน
อย่างเหมาะสมแล้วจะก่อใหเ้ กดิ ผลดีต่อ วงการศึกษา และวิชาชีพครูอย่างน้อย 3 ประการ คอื
1. นกั เรียนจะมีการเรยี นรู้ที่มคี ณุ ภาพและประสิทธิภาพย่งิ ข้ึน
2. วงวชิ าการการศึกษาจะมขี ้อความร้แู ละ/หรอื นวัตกรรมทำงานการจดั การเรยี นการสอนทเ่ี ปน็ จริงเกิดมาก
ขึน้ อันจะเปน็ ประโยชน์ตอ่ ครูและเพ่อื นครูในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนเปน็ อย่างมาก
3. วิถีชีวติ ของครู หรอื วัฒนธรรมในการทำงานของครู จะพฒั นาไปสคู่ วามเป็นครูมืออาชีพ (Professional
Teacher) มากย่ิงขน้ึ ทัง้ นเ้ี พราะครนู กั วจิ ัยจะมีคุณสมบัติของการเป็นผู้แสวงหาความรู้หรอื ผู้เรียน (Learner)
ในศาสตรแ์ ห่งการสอนอย่างตอ่ เนื่องและมชี วี ติ ชีวา จนในท่ีสุดก็จะเปน็ ผ้ทู ี่มีความรู้ ความเขา้ ใจที่กว้างขวาง
และลกึ ซึ้งในศาสตร์และศิลปแ์ หง่ การสอนเป็นครทู มี่ วี ิทยายุทธ์แกร่งกล้าในการสอน สามารถทจ่ี ะสอนนกั เรยี นให้
พัฒนาก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ ในหลายบรบิ ทหรือที่เรียกวา่ เปน็ ครูผูร้ อบรู้ หรอื ครู ปรมาจารย์ (Maser Teacher)
ซึ่งถา้ มปี ริมาณครนู กั วจิ ัยดงั กลา่ วมากขนึ้ จะชว่ ยให้การพัฒนาวชิ าชีพครเู ป็น อยา่ งสร้างสรรค์และมนั่ คง
สรปุ ไดว้ ่าการจดั ทำวจิ ยั ในชน้ั เรียนจะชว่ ยใหค้ รสู ามารถวเิ คราะหถ์ งึ ปัญหาของผ้เู รียนและวิเคราะหไ์ ด้
ถงึ ปญั หาในการจัดการเรยี นการสอนของครผู ูส้ อนไดอ้ ย่างลึกซ้ึง เนื่องจากครูผสู้ อนจะสามารถรูแ้ ละเขา้ ใจถึง
8
ปญั หาท่ีเกิดกับผเู้ รยี นไดโ้ ดยตรง เมอ่ื ทราบถึงปัญหาครผู ู้สอนสามารถทำการวิจยั เพื่อสบื ค้นหาหนทำงานหรอื
วธิ ีการแก้ไขไดอ้ ย่างตรงเป้าหมายทำใหผ้ ้เู รยี นมปี ระสิทธภิ าพและคณุ ภาพทีด่ ีมากยิง่ ขึน้
2. อปุ สรรคของการทำงาน
2.1 ขาดความพรอ้ มในการทาํ งาน
บางคนมาทำงาน แตย่ ังทําตวั เปน็ เด็ก ๆ ทำงานแบบเดก็ ๆ ไมม่ ีความรับผดิ ชอบมากพอ เมอื่ คุณก้าว
เขา้ สูโ่ ลกของการทาํ งาน คณุ ควรบอกตัวเองวา่ ตอนนค้ี ณุ คอื ผู้ใหญ่แลว้ คณุ ไมใ่ ชเ่ ด็กอกี ตอ่ ไป คุณจะตอ้ ง
รบั ผดิ ชอบงานท่ีไดร้ ับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ อย่าลืมวา่ คณุ จะต้องพิสูจนใ์ ห้นายจ้างเหน็ วา่ คณุ มี
ความสามารถและสามารถผา่ นการทดลองงานได้
2.2 ไมช่ ำนาญในงานท่ที าํ
เน่อื งจากคณุ เพ่ิงเรยี นจบ และงานท่ีคณุ ได้รับมกั เป็นสิ่งทแ่ี ปลกใหม่ ไมเ่ คยทาํ ไมเ่ คยเรยี นมากอ่ น
เรอ่ื งความชำนาญจงึ เปน็ อปุ สรรคอยา่ งหนึ่ง คุณอาจรสู้ กึ วา่ งานยากเกินไปสําหรับคณุ แตเ่ มื่อคุณเรยี นร้มู ันสกั
ระยะหน่ึง คณุ จะรสู้ กึ ชินกบั มนั และสามารถทำงานไดอ้ ย่างสบายใจขนึ้
2.3 ขาดกำลังใจ
เวลาท่เี จอกับงานยาก บางคร้งั คุณอาจรู้สกึ ทอ้ แทแ้ ละหมดกาํ ลังใจ จนคิดว่าคุณไม่มคี วามสามารถ
คุณไมอ่ าจทาํ มันใหส้ าเร็จได้อย่างท่ีนายจา้ งต้องการ หากความร้สู กึ น้ีเกิดขน้ึ คุณควรจะเตมิ ความมัน่ ใจให้
ตัวเองใหเ้ ตม็ และหมัน่ เตมิ อยูเ่ รือ่ ย ๆ อยา่ ปลอ่ ยให้ความรสู้ กึ ขาดกําลงั ใจมาบน่ั ทอนคุณ ถ้านายจา้ งคณุ คิดวา่
คุณทําไม่ได้ เขาคงไมใ่ หค้ ณุ ทาํ งานนหี้ รอก ดงั นั้น เมอ่ื เขามน่ั ใจในตวั คณุ แลว้ ไยคณุ ถงึ ไม่มั่นใจในตวั เองละ่
2.4 ทีมไม่เวริ ์ก
การทำงานเปน็ ทีมคอื การรวมตวั ของคนหลายคน จึงต้องมีการปรับตวั ใหท้ กุ ๆ คน สามารถทำงาน
รว่ มกนั ได้อย่างราบร่ืน แตก่ อ็ าจมีบ่อยครงั้ ทีค่ นในทีมทํางานคล่อมจังหวะกันบางคนชา้ เกนิ ไป บางคนเร็ว เกินไป
ควรจะต้องมีการตกลงทาํ ความเข้าใจว่าจะทํางานกนั อยา่ งไร จึงจะทาํ ให้ทมี ของคุณประสบความสาเร็จ
2.5 ขาดมนษุ ยสมั พันธท์ ดี่ ี
คนทีเ่ ป็นพนักงานใหม่ แน่นอนจะต้องเปน็ ฝ่ายท่ีเขา้ หาผ้อู น่ื เพ่ือแนะนำตวั คณุ ใหผ้ ู้อนื่ รู้จัก และขอคำแนะนำ
จากพวกเขา เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหน่ึงคุณก็จะมเี พือ่ นมากมาย ทเ่ี ขาสามารถให้คำแนะนำ และชว่ ยเหลอื คณุ ใน
เรอ่ื งต่าง ๆ ได้ แตส่ ่งิ ท่เี ป็นปญั หาคอื พนักงานใหมบ่ างคนขาดมนษุ ยสัมพนั ธ์ท่ดี ีกับผอู้ น่ื ไมว่ ่าจะด้วยความข้ีอาย
พดู น้อย หรอื ม่ันใจในตวั เองมากจนไม่สนใจผ้อู ่ืน คิดว่าตนเองสามารถอยคู่ นเดียว ทำงานคนเดยี วได้ จงึ ทาํ ตวั ไมน่ า่ รัก
ไม่นา่ เอน็ ดู และในท่ีสดุ กจ็ ะถกู โดดเด่ยี วจากเพื่อนรว่ มงาน ในทํางานกลับกนั คนทรี่ ูจ้ กั เข้าหาผอู้ นื่ มนี สิ ัย รา่ เริง
เขา้ กับคนงา่ ย มักจะเปน็ ท่ีรกั ของคนในทท่ี ํางาน เมื่อต้องการความชว่ ยเหลือ ใด ๆ กจ็ ะมแี ต่คนยนิ ดใี ห้
ความช่วยเหลือ
9
สรปุ ไดว้ ่าการอุปสรรคในการทํางานมีปจั จยั จากภายนอกในหลายด้านทําใหผ้ ู้ทํางานไมส่ ามารถทาํ งาน
ใหบ้ รรลุสู่เปา้ หมายของตนเองที่วางไว้ได้ ไมว่ ่าจะเป็นด้านความพรอ้ มในการทาํ งาน งานทีท่ าํ นัน้ ไม่มคี วามชำนาญ
หรือความรู้เกี่ยวกบั งานท่ที าํ ไม่มีกําลงั ใจตอ่ งานที่ทาํ หรอื เกิดจาการท่ที าํ งานนั้นไม่ได้แลว้ เกิดความ ทอ้ แท้สิ้นหวัง
ทีมหรอื กลมุ่ ทีท่ ํางานร่วมกันไมม่ ีความสามัคคีขาดการวางแผนและรว่ มมอื กัน และขาดมนษุ ยสมั พันธ์ท่ีดีท่ีทำ
ใหไ้ ม่ได้รบั การชว่ ยเหลือจากผอู้ นื่ และทำงานได้ล่าช้าลงในทส่ี ดุ
3. Google Classroom
Classroom คือบรกิ ารบนเว็บฟรีสําหรับโรงเรียน องคก์ รการกศุ ล และทกุ คนท่มี บี ัญชี Google สว่ นบคุ คล
และ Classroom ยงั ชว่ ยให้ผเู้ รียนและผสู้ อนเชื่อมต่อถงึ กนั ได้งา่ ย ทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรียน
ตงั้ คา่ งา่ ย ครูสามารถสรา้ งช้นั เรียน เชิญนักเรียน และผู้สอนรว่ ม จากนัน้ ครจู ะสามารถแชรข์ อ้ มูล ตา่ งๆ
ไดแ้ ก่ งาน ประกาศ และคำถามในสตรีมของชัน้ เรยี นได้
ประหยัดเวลาและกระดาษ ครูสามารถสรา้ งชั้นเรียน แจกจา่ ยงาน สอื่ สาร และจดั รายการต่างๆ
ให้เปน็ ระเบยี บอยเู่ สมอไดใ้ นที่แหง่ เดยี ว
จัดระเบยี บไดด้ ีขน้ึ นักเรยี นสามารถดงู านไดใ้ นหนา้ งาน ในสตรีมของชน้ั เรียน หรอื ในปฏทิ ินของ
ชนั้ เรียน โดยเนือ้ หาประกอบท้ังหมดของช้นั เรียนจะเก็บไว้ในโฟลเดอร์ Google ไดรฟ์โดยอัตโนมตั ิ
การส่ือสารและการแสดงความคดิ เหน็ ท่ีปรับปรุงข้ึน ครูสามารถสรา้ งงาน ส่งประกาศ และเรม่ิ การ
อภิปรายในชัน้ เรยี นไดท้ นั ที นักเรียนก็สามารถแบ่งปนั แหลง่ ขอ้ มูลร่วมกับเพอื่ นๆ และโตต้ อบกันได้ในสตรมี
ของช้ันเรียนหรือผ่านทํางานอีเมล์ ครูสามารถดูได้อย่างรวดเรว็ ว่าใครทาํ งานเสร็จหรือไมเ่ สร็จบ้าง ตลอดจน
สามารถแสดงความคดิ เห็นและให้คะแนนโดยตรงได้แบบเรยี ลไทม์
ใชไ้ ด้กบั แอปทค่ี ุณใชอ้ ยู่ Classroom ใช้ได้กบั Google เอกสาร, ปฏิทนิ , Gmail, ไดรฟ์ และฟอรม์
ประหยดั และปลอดภยั Classroom ใหค้ ณุ ใช้งานฟรี ไมม่ โี ฆษณา และไม่ใช้เนอ้ื หาของคุณหรือข้อมูล
ของนกั เรียนเพ่อื การโฆษณา
10
คณุ ลักษณะและประโยชน์ของ Classroom
Classroom เปน็ ชุดเครื่องมือเพ่มิ ประสทิ ธิภาพท่ีใชง้ านไดฟ้ รี โดยมีทัง้ อีเมล เอกสาร และพน้ื ทเ่ี กบ็ ขอ้ มูล Classroom
ผ่านการออกแบบมาร่วมกับครูเพอ่ื ชว่ ยประหยดั เวลา จัดช้ันเรยี นให้เปน็ ระเบียบ และปรับปรงุ การสื่อสารกบั นกั เรยี น
ผใู้ ช้ สิ่งท่คี ุณทำไดโ้ ดยใช้ Classroom
ครู สร้างและจดั การชัน้ เรียน งาน และคะแนน แสดงความคิดเหน็ และใหค้ ะแนน
นกั เรยี น ได้โดยตรงในแบบเรยี ลไทม์
ผูป้ กครอง ติดตามงานของชนั้ เรียนและเนอื้ หาประกอบการเรยี น แบง่ ปันแหลง่ ขอ้ มูลหรอื
โตต้ อบกับเพื่อนร่วมชั้นในสตรมี ของช้ันเรยี นหรือทำงานอเี มล ส่งงานรับความคิดเห็น
ผ้ดู ูแล ระบบ และคะแนน
รบั อีเมลสรุปงานของนักเรียน ซ่ึงอเี มลสรปุ น้จี ะมขี อ้ มูลเกย่ี วกับงานท่ไี ม่ไดส้ ่ง งานท่ีใกล้ครบ
กำหนด และกจิ กรรมของช้นั เรยี น
หมายเหตุ: ผู้ปกครองไมส่ ามารถลงชอื่ เข้าใช้ Classroom ได้โดยตรง แต่ตอ้ งรับอีเมล
สรุปผ่าน บญั ชอี ื่น
สรา้ ง ดู หรอื ลบชัน้ เรียนในโดเมน เพมิ่ หรือนานกั เรยี นและครูออกจากช้นั เรยี น
ดงู านในชั้นเรียนทกุ ชั้นในโดเมน
เพม่ิ นักเรียนไดง้ า่ ย นักเรียนสามารถเข้ารว่ มชัน้ เรียนโดยใชร้ หสั ทำให้คุณมเี วลาในการสอนมากขึ้น
จัดการหลายช้ันเรยี น นาประกาศ งานที่มอบหมาย หรือคำถามทีม่ อี ย่แู ลว้ จากช้ันเรยี นอื่นมาใชซ้ า้ ได้
แชร์โพสต์กบั ชั้นเรียนต่างๆ และเกบ็ ชัน้ เรียนไวเ้ พอ่ื นาํ ข้อมลู มาใช้ในอนาคต
รว่ มกนั สอน สอนหลกั สูตรร่วมกับผู้สอนคนอื่นๆ ได้ถงึ 20 คน
แผน่ งานแบบคลกิ เดยี ว สรา้ งเอกสารแยกสาํ หรับนกั เรียนแต่ละคนได้เพยี งคลิกเดียวโดยใชเ้ ทมเพลต
แผ่นงาน
งานทม่ี สี ื่อการสอนหลายรปู แบบ ใส่สือ่ ตา่ งๆ ในงานทม่ี อบหมาย เช่น วิดีโอ YouTube, แบบสารวจ
Google ฟอร์ม, PDF และรายการอ่นื ๆจากไดรฟค์ รูและนักเรยี นสามารถวาดเขยี นโนต้ และไฮไลต์ใน เอกสารและไฟล์
PDF ในแอป Classroom ในอปุ กรณ์เคล่ือนทีไ่ ด้
ปรบั แตง่ งานทีม่ อบหมาย ใสว่ ันทค่ี รบกำหนด จดั ทำคา่ คะแนนที่กำหนดเอง และตดิ ตามไดว้ า่ ให้
คะแนนงานใดแล้วบ้าง
เตรยี มการสอนล่วงหนา้ จัดทำโพสตแ์ ละงานฉบับรา่ ง หรอื กำหนดเวลาใหโ้ พสตใ์ นสตรมี ของชัน้ เรยี น
ในวันเวลาอน่ื โดยอัตโนมัติ
11
คำถามท้ายบทเรียนและแบบสารวจความคดิ เหน็ ด่วน โพสต์คำถามถงึ นกั เรยี น จากนน้ั ดูผลลพั ธใ์ น
Classroom
ปรับธีมของชน้ั เรียน เปล่ยี นสีเร่ิมตน้ หรือภาพธีมเร่ิมตน้ ของชน้ั เรียน
เกบ็ ทรัพยากรไวใ้ นท่ีเดยี ว จดั ทำหนา้ ทรัพยากรของช้นั เรยี นเพ่ือเกบ็ เอกสาร เช่น ประมวลรายวชิ า
หรือกฎของชั้นเรียน
จัดระเบยี บให้นกั เรยี น Classroom จะสรา้ ง Google ปฏทิ นิ ใหก้ บั ช้ันเรยี นแตล่ ะช้นั และบันทกึ งาน
และวันท่ีครบกำหนดลงในปฏิทนิ นกั เรียนสามารถดูงานท่ีกําลงั จะครบกำหนดสง่ ในสตรีมของชั้นเรยี น ในหน้า
งานของตวั เอง หรอื ในปฏทิ นิ ของชัน้ เรยี นได้
จัดระเบียบใหค้ รู ตรวจทำนงานของนักเรียน ท้ังงานทม่ี อบหมาย คำถาม คะแนน และความคิดเห็น เก่าๆ
ดูงานแบบทลี ะช้นั เรียนหรอื ทุกช้นั เรียนพร้อมกนั และจัดเรยี งตามงานทตี่ อ้ งตรวจทำน
จัดระเบียบใหช้ ั้นเรียน ครสู ามารถจัดระเบียบสตรีมของชัน้ เรียนไดโ้ ดยการเพ่ิมหวั ขอ้ ลงในโพสต์
และกรองสตรีมตามหัวขอ้
ให้คะแนนไดง้ า่ ยและเรว็ จดั เรียงนักเรยี นตามชื่อหรือนามสกุล ดวู า่ ใครสง่ งานแลว้ รา่ งคะแนนครา่ วๆ
เพอ่ื แชร์กับนกั เรยี นในภายหลงั และเพม่ิ ความคิดเห็นส่วนตัว นอกจากนีย้ ังสามารถเพิ่มคำอธบิ ายประกอบ
และความคดิ เห็นแบบรปู ภาพสําหรบั งานของนักเรยี นได้ในแอป Classroom ในอปุ กรณเ์ คล่ือนท่ี
โอนคะแนน สง่ ออกคะแนนสรุปสดุ ทา้ ยเปน็ Google ชตี หรอื ไฟล์ CSV เพอ่ื นาไปอัปโหลดที่อืน่
รวมกบั เครอื่ งมือการสอนอ่ืนๆ ทีช่ อบซิงค์ ชัน้ เรียนใน Classroom กบั แอปพลเิ คชนั ของพาร์ทเนอร์
งานเดย่ี ว ครสู ามารถโพสต์งานและประกาศถงึ นักเรียนแตล่ ะคนในชน้ั เรียนได้
ดังนน้ั การทำงานผ่านระบบ Google Classroom จะเป็นการทำงานทง่ี ่ายผ่านเครอื ขา่ ยระบบ อนิ เตอรเ์ นต็
ซึ่งสามารถเชื่อมตอ่ การทำงานระหวา่ งครู นกั เรยี น และผู้ปกครองไดง้ ่ายไมว่ า่ จะอยนู่ อกโรงเรียน นกั เรียนสามารถ
ตรวจสอบงานสง่ งานครผู ่านระบบออนไลน์Google Classroom นไ้ี ด้ตลอดเวลาไม่วา่ นักเรียนจะอย่ทู ไี่ หนกจ็ ะสามารถ
ส่งงานได้ทนั และครบตามกำหนดโดยไมจ่ าํ เปน็ ทีจ่ ะต้องมาสง่ กับครดู ้วยตนเอง ลดปญั หาการหาครไู มเ่ จอ ส่งงานไม่ทนั
เวลา หรอื สง่ งานไมค่ รบ
บทที่ 3
วิธีการดาํ เนินงาน
วจิ ัยเรื่อง การแก้ปัญหาการสง่ งานในรายวิชาภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน รหสั วิชา อ31101 โดยใช้วธิ ีการสง่ งาน
ผา่ นระบบห้องเรยี นออนไลน์ (Google Classroom) ของนักเรียนระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4 โดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือ
แก้ปญั หาหรือลดอุปสรรคในการสง่ งานของนกั เรยี นโดยเปรยี บเทียบ ระหวา่ งการส่งงานแบบปกติกบั การสง่ งานผ่าน
Google Classroom มรี ายละเอยี ดดังนี้
1. กลมุ่ ประชากร
กลมุ่ ประชากร คอื นักเรยี นช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 4 โรงเรียนนาแกสามคั คีวิทยา จำนวน 237 คน
2. ระยะเวลาทใ่ี ชใ้ นการทำงาน ระยะเวลาที่ใช้ในการทำวิจัย ตลอดภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2563
3. เครอ่ื งมอื ที่ใชใ้ นการวิจยั
- การส่งงานผา่ นระบบ Google Classroom
- แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ
4. ขนั้ ดําเนนิ การ
1. ศกึ ษาปญั หาและอปุ สรรคที่ทำใหน้ กั เรยี นส่งงานชา้ หรอื ไมค่ ่อยสง่ งาน
2. ใช้ Google classroom ในการแก้ไขปญั หาทำงานด้านการสง่ งานของนักเรียนระดับชน้ั
มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
2.1 ขัน้ เตรยี มแนะนำวธิ ีการใช้ google classroom กบั นักเรียน โดยการใช้นักเรียนสมัคร
e-mail ของตัวเองท่ีเปน็ ขององค์กรโรงเรยี น @nakaesa.com เพื่อสรา้ งความเข้าใจในการใช้งาน google
classroom ใหก้ บั นกั เรยี น
2.2 ข้ันสอน ครูสอนนกั เรยี นในบทเรยี นที่กาํ ลังเรียนในขณะนีแ้ ล้วสัง่ ใบงานให้นักเรยี น
ได้ทำแลว้ ให้นักเรียนทดลองส่งงานผา่ น google classroom
3. เช็คปรมิ าณงานและประเมนิ ผลจากการท่ีนกั เรียนส่งงานผา่ นระบบ google classroom
จากนัน้ นาปริมาณทไ่ี ด้มาคดิ หาค่าเฉลี่ย หรือ ร้อยละของปริมาณงานทน่ี กั เรียนสง่ ผา่ นระบบ google classroom
4. การสร้างแบบประเมินความพงึ พอใจของนักเรยี นในการส่งงานผา่ นระบบ google classroom
4.1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยทเี่ ก่ยี วขอ้ งกับการสร้างแบบประเมินความพงึ พอใจ เพอ่ื
นำมาเปน็ แนวทำงานในการสร้างแบบสอบถามความพงึ พอใจ
4.2 ศกึ ษาวธิ สี รา้ งแบบประเมินความพึงพอใจ และกําหนดรปู แบบแบบสอบถามจาก
เอกสารและงานวจิ ยั ท่เี กยี่ วข้อง
13
4.3 ออกแบบแบบประเมนิ ความพงึ พอใจต่อการแก้ปญั หาการสง่ งานในรายวิชา
ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน รหัสวิชา อ_1101 โดยใช้วิธกี ารส่งงานผ่านระบบห้องเรียนออนไลน์ (Google Classroom)
ของนักเรยี นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 มาตราการประเมนิ (Rating Scale) 5 ระดับ ตามแนวคิดของลิเคิรท์
ข้อคำถามจำนวน 6 ข้อ โดยใชเ้ กณฑ์น้าํ หนักคะแนนประเมนิ คา่ จัดอันดบั ความสาํ คัญ ดงั น้ี
5 หมายถึง เหน็ ดว้ ยมากทีส่ ดุ
4 หมายถึง เหน็ ดว้ ยมาก
3 หมายถงึ เหน็ ดว้ ยปานกลาง
2 หมายถึง เหน็ ดว้ ยนอ้ ย
1 หมายถงึ เหน็ ด้วยนอ้ ยท่สี ดุ
สําหรบั การแปลความหมายใช้คา่ เฉลย่ี ของคา่ ทีว่ ัดไดแ้ ละยดึ แนวคิดของเบสท์ (Best, 1986 : 195)
ดังน้ี
1.00-1.50 หมายถึง เห็นด้วยอยใู่ นระดับน้อยท่ีสดุ
1.51-2.50 หมายถึง เหน็ ด้วยอยู่ในระดับน้อย
2.51-3.50 หมายถงึ เห็นดว้ ยอยู่ในระดบั ปานกลาง
3.51 - 4.50 หมายถงึ เหน็ ดว้ ยอยใู่ นระดับ มาก
4.51-5.00 หมายถึง เหน็ ด้วยอยใู่ นระดับมากท่สี ดุ
5. การวิเคราะห์ข้อมลู
ผวู้ ิจยั ดาํ เนินการวิเคราะหข์ ้อมลู เพอ่ื ให้สอดคล้องกับวตั ถุประสงคข์ องการวิจัยด้วยวธิ ีการทำงาน สถิติ ดังน้ี
1. วิเคราะหร์ อ้ ยละของปริมาณการส่งงานของนกั เรยี นระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 จำนวนนกั เรยี น
ประชากรทัง้ หมด 237 คน
2. วเิ คราะห์ค่าเฉล่ยี แบบประเมินความพงึ พอใจ ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 ทใ่ี ช้วิธกี ารสง่ งาน
ผ่านระบบ google classroom
3. ผู้วิจยั ไดใ้ ชว้ ธิ กี ารทำงานสถติ ิวเิ คราะหข์ ้อมลู โดยการหาคา่ คะแนนเฉล่ยี คา่ รอ้ ยละ วิเคราะห์ ข้อมลู โดยใช้
Microsoft Excel หลงั จากวิเคราะหข์ ้อมูลแลว้ ทำการแปลผลและนาํ เสนอในรูปตารางประกอบความเรยี งแลว้ สรุป
ผลการวิจยั โดยการบรรยาย
14
6. สถิตทิ ใ่ี ชใ้ นการวิเคราะหข์ อ้ มลู
6.1 สถิตทิ ใี่ ช้ในการวิเคราะห์ข้อมลู
6.1.1 คา่ เฉล่ยี เลขคณิตประชากร (จตุภัทร เมฆพายพั , 2557 : 46-47) โดยใช้สตู ร
กำหนดให้ xi แทนขอ้ มลู หนว่ ยท่ี i ของประชากรขนาด N
ดังนั้น ค่าเฉล่ยี เลขคณติ ประชากรหาได้จากผลรวมของขอ้ มลู ประชากรท้ังหมดหารด้วย
ขนาดของประชากร เขยี นแทนดว้ ยสญั ลกั ษณ์ “µ”
6.1.2 ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐานประชากร (Standard Deviation)
(จตภุ ทั ร เมฆพายัพ, 2557 : 75-76) โดยใชส้ ูตร
สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐานประชากรเขยี นแทนด้วยสญั ลักษณ์ “σ” หาไดจ้ ากรากทสี่ องของ
ความแปรปรวน หรือ σ2
6.1.3 ความแปรปรวนประชากร (จตภุ ทั ร เมฆพายัพ, 2557 : 82-83) โดยใช้สูตร
ความแปรปรวนหาไดจ้ ากค่าเฉล่ียของผลต่างกําลังสองระหวา่ งขอ้ มูลและคา่ เฉลีย่ ของขอ้ มลู
6.2 หาค่าสถติ พิ ืน้ ฐาน ได้แก่
6.2.1 ร้อยละ (Percentage) (บญุ ชม ศรีสะอาด, 25237 : 102-105) P = f ´ 1 0 0
N
เมอ่ื P แทน รอ้ ยละ
f แทน ความถ่ีที่ต้องการแปลงใหเ้ ป็นรอ้ ยละ
N แทน จำนวนคะแนนในกลุ่ม
ภาคผนวก
แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรยี นทม่ี กี ารสง่ งานผา่ นระบบ google classroom
คําชี้แจง เขียนเครื่องหมาย ✓ ในชอ่ งท่ตี รงกับระดบั ความพงึ พอใจของนักเรยี น
ข้อ รายการ ระดบั ความพงึ พอใจ มากทสี่ ดุ
น้อยทส่ี ดุ น้อย ปานกลาง มาก
1 ความเขา้ ใจในการใชร้ ะบบ google classroom
ประหยัดเวลาในการสง่ งาน ลดข้ันตอน
2
และอปุ สรรคในการสง่ งาน
3 ใชไ้ ด้เหมาะสมกับวชิ าท่เี รยี น
4 สามารถนำไปใชใ้ นวิชาอ่นื ๆ ได้
5 สามารถส่งงานได้ตรงตามเวลาท่กี ําหนด
มีความตอ้ งการท่ใี ชร้ ะบบ google classroom
6
ในการส่งงานตอ่ ไป
รวม
ข้อเสนอแนะ
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
*ขอบคุณทใ่ี ห้ความร่วมมือ*
รปู ภาพท่ี 1 ห้องเรยี นในรายวิชาภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน รหัสวชิ า อ31101 ในระบบ Google Classroom
ของนักเรียนระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4
รูปภาพท่ี 2 งานในชั้นเรยี น Unit 1 Monney Matter รายวิชาภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน รหสั วิชา อ31101
ในระบบ Google Classroom ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 4
รูปภาพท่ี 3 การสง่ งานผา่ นระบบ Google Classroom ในรายวชิ าภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน รหสั วิชา อ31101
ของนกั เรียนระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4/2
รูปภาพท่ี 4 การสง่ งานผา่ นระบบ Google Classroom ในรายวชิ าภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน รหสั วิชา อ31101
ของนักเรียนระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4/3
รูปภาพที่ 5 การสง่ งานผา่ นระบบ Google Classroom ในรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน รหัสวิชา อ31101
ของนกั เรียนระดับช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 4/4
รูปภาพที่ 6 การส่งงานผา่ นระบบ Google Classroom ในรายวิชาภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน รหสั วิชา อ31101
ของนักเรียนระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 4/6
รูปภาพที่ 7 การส่งงานผ่านระบบ Google Classroom ในรายวชิ าภาษาอังกฤษพื้นฐาน รหัสวิชา อ31101
ของนกั เรยี นระดับชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 4/7
รูปภาพท่ี 8 การส่งงานผา่ นระบบ Google Classroom ในรายวชิ าภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน รหสั วิชา อ31101
ของนกั เรียนระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4/8