3. เดก็ เลย้ี งแกะ : หมาป่า : โกหก วเิ ครำะหค์ วำมสัมพนั ธ์
ก. กระต่าย : เต่า : ความประมาท เขำ้ ใจ ขยำยควำม
ข. ราชสหี ์ : หนู : อาหารอนั อรอ่ ย
ค. ชาวนา : งเู หา่ : เลย้ี งไมเ่ ชอ่ื ง
นกั เรยี นสามารถทานายเหตุการณ์จากเรอ่ื งเดก็ เลย้ี งแกะได้
4. ถา้ เดก็ เลย้ี งแกะไมพ่ ดู โกหก จะเกดิ อะไรขน้ึ
ก. หมาป่าไมม่ ากนิ แกะ
ข. คนจะมาชว่ ยเดก็
ค. หมาป่าจะมาชว่ ยเลย้ี งแกะ
ทบทวนการสรา้ งขอ้ สอบ
1. กาหนดจุดมงุ่ หมายของการออกขอ้ สอบ
2. ศกึ ษาสาระการเรยี นรู้ : เน้ือหา : ตวั ชว้ี ดั
3. เขยี นจุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม : ตวั ชว้ี ดั
4. เขยี นขอ้ สอบ ตาม จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
5. รวบรวมขอ้ สอบ ทาเป็นแบบทดสอบ
การสรา้ งแบบทดสอบ
ทาอย่างไร?
กระบวนการสร้างแบบทดสอบปลายภาคเรียน
วางแผนการสร้างแบบทดสอบ
เขียนขอ้ สอบ
ตรวจสอบคณุ ภาพของแบบทดสอบ
จดั ทาต้นฉบบั
แบบทดสอบ
การวางแผนสรา้ งแบบทดสอบ
เป็นการเตรยี มการกาหนดแนวทางในการสรา้ งแบบทดสอบ
อย่างเป็นระบบก่อนลงมอื เขียนข้อสอบ เพ่ือให้ได้
แบบทดสอบตรงตามจดุ ม่งุ หมายของผสู้ รา้ ง
การวางแผนสรา้ งแบบทดสอบ
กาหนดจดุ ม่งุ หมายในการสรา้ งแบบทดสอบ
กาหนดเนื้อหาที่จะสรา้ งแบบทดสอบ
กาหนดจดุ ประสงคก์ ารเรียนรหู้ รอื ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวงั
ในแต่ละเนื้อหา
สรา้ งตารางวิเคราะหห์ ลกั สตู ร
กาหนดจดุ ม่งุ หมายในการสร้างแบบทดสอบ
ผสู้ รา้ งแบบทดสอบจะต้องกาหนดจดุ มงุ่ หมายในการสรา้ ง
แบบทดสอบให้ชดั เจน ว่าต้องการสรา้ งแบบทดสอบเพื่อ
• สอบวดั อะไร
• สอบวดั ใคร
• สอบไปทาไม
ข้อควรคานึงในการสรา้ งแบบทดสอบ
“สอนอะไร สอบสิ่งนัน้ ”
ดงั การสอบจงึ ค่ไู ปกบั การสอนเสมอ
การสอน การสอบ
• สอนอะไร •สอบวดั อะไร
• สอนใคร • สอบวดั ใคร
• สอนทาไม • สอบไปทาไม
ตวั อย่างการตงั้ จดุ มงุ่ หมายในการสรา้ งแบบทดสอบ
การสรา้ งแบบทดสอบครงั้ นี้ มจี ุดมุ่งหมาย เพอ่ื สรา้ ง
แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนปลายภาคเรยี นที่ 1 วชิ า
วิทยาการคานวณ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สาหรบั นักเรยี น ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 โดยมงุ่ นาผลไปพิจารณา
ตดั สินผลการเรยี น
กาหนดเนื้อหาที่จะสร้างแบบทดสอบ
ผู้สร้างแบบทดสอบจะตอ้ งกาหนดขอบเขตของเนอื้ หา
ทจี่ ะสร้างแบบทดสอบให้ชัดเจน วา่ จะออกขอ้ สอบทัง้ หมดกีเ่ รือ่ ง
เรือ่ งอะไรบา้ ง โดยตอ้ งกาหนดให้ครอบคลุมเนอ้ื หาทั้งหมดทีไ่ ด้
ทาการสอน
ตวั อย่างการกาหนดเนื้อหาที่จะสรา้ งแบบทดสอบ
เนอ้ื หารายวิชา วิทยาการคานวณ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี
ที่ 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ภาคเรยี นที่ 1 มี 3 เร่ือง ดังนี้
บทที่ 1 แนวคิดเชงิ นามธรรม
บทท่ี 2 การแก้ปญั หา
บทท่ี 3 การโปรแกรมดว้ ย Scratch
กาหนดจดุ ประสงค์การเรียนรู้หรอื ตวั ชว้ี ัดในแต่ละเนื้อหา
• เมื่อกาหนดเนอ้ื หาที่จะสรา้ งแบบทดสอบได้แล้ว จะต้องกาหนด
จุดประสงค์การเรยี นรู้หรือตัวชีว้ ดั ใหค้ รอบคลุมทกุ เนื้อหาท่จี ะสรา้ ง
แบบทดสอบ
• ซึ่งจุดประสงค์การเรียนรหู้ รือตัวชี้วดั ในแตล่ ะ
เนื้อหานามาจากแผนการสอนหรือแผนการ
จัดการเรียนรู้ นน่ั เอง
การกาหนดจดุ ประสงคท์ ี่จะสร้างแบบทดสอบ
เรอื่ งท่ี 1 แนวคิดเชงิ นามธรรม
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกลักษณะแนวคิดเชิงนามธรรมได้ (รจู้ า)
2. บอกขอ้ มลู ทจี่ าเปน็ ในการทางานหรอื แกป้ ัญหาได้ (เข้าใจ-ตคี วาม)
3. แสดงวิธีการนาแนวคดิ เชงิ นามธรรมมาใชใ้ นการแก้ปญั หาได(้ นาไปใช้)
4. ระบกุ ารถา่ ยทอดรายละเอียดของปัญหาและการแก้ปัญหาได้ (เข้าใจ-ขยายความ)
5. จาแนกรายละเอยี ดหรือคณุ ลักษณะทจ่ี าเป็นของการแก้ปญั หาได้ (วเิ คราะห-์ สาคัญ)
6 ระบรุ ายละเอียดท่ีไม่ครบถว้ นของการแก้ปัญหาได้ (เขา้ ใจ-แปลความ)
7. จาแนกสงิ่ ที่เปน็ ปัญหาโดยใช้เกณฑท์ ี่กาหนดเองได้ (วเิ คราะห-์ สัมพนั ธ)์
การกาหนดจดุ ประสงคท์ ี่จะสร้างแบบทดสอบ
เรอ่ื งที่ 2 การแก้ปญั หา
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกขัน้ ตอนหรอื สัญลักษณก์ ารใช้รหสั ลาลองและผงั งานการแกป้ ญั หาได้ (รจู้ า)
2. บอกขอ้ มูลทีจ่ าเปน็ ในการทางานหรอื แกป้ ัญหาได้ (เข้าใจ)
3. แสดงลาดับขน้ั ตอนในการทางานหรอื แกป้ ัญหาโดยใชภ้ าพ สญั ลกั ษณ์ ข้อความ
หรือการบอกเล่าได้ (เข้าใจ-แปลความ)
4. สรุปความจากการทางานหรอื การแก้ปญั หาได้(เข้าใจ-ตคี วาม)
5. ขยายความจากการทางานหรือการแกป้ ัญหาได้ (เขา้ ใจ-ขยายความ)
6. บอกวธิ ีการแก้ปญั หาโดยใชร้ หสั ลาลองและผงั งานได้ (นาไปใช้)
7. จาแนกรายละเอยี ดหรือคุณลกั ษณะท่สี าคญั ของการแกป้ ญั หาได้(วิเคราะห์)
8 จาแนกความสัมพันธข์ องการทางานหรือการแกป้ ัญหาเองได้ (วิเคราะห)์
การกาหนดจดุ ประสงคท์ ่ีจะสรา้ งแบบทดสอบ
เรือ่ งที่ 3 การโปรแกรมด้วย Scratch
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกความหมายของบลอ็ กสัญลักษณ์โปรแกรม Scratch ได้ (ร้จู า)
2. แปลความหมายของข้อมลู ทจ่ี าเปน็ ในการออกแบบโปรแกรม Scratch เปน็ ภาพ
สัญลักษณ์ หรอื ข้อความได้ (เข้าใจ-แปลความ)
3. แสดงวธิ ีการเขียนโปรแกรมเพอ่ื แก้ไขปัญหาด้วยโปรแกรม Scratch ได้(นาไปใช้)
4. ระบุการถา่ ยทอดรายละเอยี ดของ โปรแกรม Scratch ได้ (เขา้ ใจ-ขยายความ)
5. จาแนกรายละเอยี ดหรือคณุ ลักษณะทีจ่ าเป็นโปรแกรม Scratch ได้ (วเิ คราะห-์ สาคญั )
6 ระบรุ ายละเอียดทไ่ี มค่ รบถว้ นของโปรแกรม Scratch ได้ (เขา้ ใจ-ตคี วาม)
7. จาแนกส่งิ ทเ่ี ปน็ ปัญหาโดยใช้โปรแกรม Scratch ได้ (วิเคราะห-์ สัมพันธ์)
การวิเคราะหห์ ลกั สตู ร
- เป็นการวิเคราะหจ์ ดุ ประสงคแ์ ละเนื้อหารายวิชา
รวมทงั้ พิจารณาความสมั พนั ธร์ ะหว่างจดุ ประสงค์
รายวิชากบั เนื้อหาวิชาที่จะทาการสอน
• - ช่วยให้ครทู ราบว่าในการจดั การเรียนการสอน
รายวิชานัน้ ๆ ต้องให้ผเู้ รียนเปล่ียนแปลงพฤติกรรม
อะไรบา้ ง เนื้อหาท่ีต้องสอนมีอะไรบา้ ง อย่างละเท่าไร
- เพอื่ ให้การจดั การเรียนการสอน และ วดั ผลประเมินผล
สอดคล้องและครอบคลมุ เนื้อหาครอบคลมุ พฤติกรรม
ตามท่ีหลกั สตู รกาหนด
สร้างตารางวิเคราะหห์ ลกั สตู ร
ตงั้ กรรมการวิเคราะหห์ ลกั สตู ร 6 – 10 คน
ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง
แบง่ เนื้อหาออกเป็นตอน ๆ ตามความเหมาะสม
วิเคราะหจ์ ดุ ประสงคก์ ารเรียนร้อู อกเป็นพฤติกรรมทางการศึกษา
ให้กรรมการแต่ละคนกาหนดน้าหนักความสาคญั ลงในตาราง
ปรบั ตารางน้าหนักความสาคญั ให้มีผลรวมเท่ากบั 100
ปรบั ตาราง100 ให้มีผลรวมเท่ากบั จานวนข้อสอบท่ีต้องการ
ขัน้ ตอนการสร้างตารางวเิ คราะหห์ ลักสูตร
ขัน้ ท่ี 1 ตัง้ คณะกรรมการวเิ คราะหห์ ลักสูตร 6 – 10 คน ประกอบดว้ ย
ผู้สอนประจาวชิ า และ ผู้รู้ด้านเทคนิคการวเิ คราะหห์ ลักสูตร
ขัน้ ท่ี 2 ศกึ ษาเอกสารทเี่ กย่ี วข้อง เชน่ หลักสูตร คู่มอื ครู แผนการเรียนรู้
เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความ แจ่มชัดในจุดประสงคแ์ ละเนือ้ หารายวชิ า
ขั้นท่ี 3 แบ่งเนือ้ หาออกเป็ นตอน ๆ ตามความเหมาะสม โดยต้องกาหนดให้
ครอบคลมุ เนื้อหาทงั้ หมดท่ีได้ทาการสอน
ขัน้ ที่ 4 วเิ คราะหจ์ ุดประสงคใ์ นแต่ละเนือ้ หาออกเป็ นพฤตกิ รรมทางการศกึ ษา
ขั้นท่ี 5 ทาตารางกาหนดนา้ หนักรายบุคคลแจกใหผ้ ู้วเิ คราะหห์ ลักสูตร
แตล่ ะคนพจิ ารณาความสัมพันธร์ ะหว่างเนือ้ หากับพฤตกิ รรม แล้ว
กาหนดนา้ หนักความสาคัญลงในตาราง ซง่ึ ต้องอาศัยดุลยพนิ ิจ
ประกอบกับประสบการณข์ องผู้สอน (เน้นพฤตกิ รรมด้านพุทธพิ สิ ัย)
ขัน้ ตอนการสร้างตารางวเิ คราะหห์ ลักสูตร
ขัน้ ที่ 6 นาตารางกาหนดนา้ หนักของกรรมการทุกคนมายุบให้เหลอื
ตารางเดยี ว โดยนาค่านา้ หนักในแตล่ ะช่องของทุกคนมารวมกัน
แล้วหารดว้ ยจานวนกรรมการทัง้ กลุ่มเรียกว่าทาตารางเฉลย่ี
ขัน้ ที่ 7 ปรับตัวเลขในตารางเฉลย่ี ให้ไดผ้ ลรวมเท่ากับ 100 หรือ 1000 โดย
การเทยี บบญั ญัตไิ ตรยางค์
ขั้นท่ี 8 ปรับตวั เลขในตาราง 100 หรือตาราง 1000 ใหไ้ ดผ้ ลรวมเทา่ กบั จานวน
ข้อสอบทตี่ ้องการ โดยการเทยี บบัญญัตไิ ตรยางค์
การแบง่ เนือ้ หาออกเป็ นตอน ๆ
เนื้อหารายวชิ า วทิ ยาการคานวณ ช้นั มธั ยมศึกษาปี
ที่ 1 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ภาคเรยี นที่ 1 มี 3 เรือ่ ง ดังน้ี
บทท่ี 1 แนวคดิ เชงิ นามธรรม
บทที่ 2 การแกป้ ัญหา
บทท่ี 3 การโปรแกรมดว้ ย Scratch
จดุ ประสงคก์ ารเรียนร้ทู ี่จะเขียนข้อสอบ
เรื่องที่ 1 แนวคิดเชงิ นามธรรม
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกลักษณะแนวคิดเชงิ นามธรรมได้ (รูจ้ า)
2. บอกข้อมลู ทีจ่ าเปน็ ในการทางานหรอื แกป้ ัญหาได้ (เข้าใจ-ตีความ)
3. แสดงวธิ ีการนาแนวคิดเชิงนามธรรมมาใช้ในการแกป้ ญั หาได(้ นาไปใช้)
4. ระบกุ ารถา่ ยทอดรายละเอยี ดของปัญหาและการแกป้ ัญหาได้ (เขา้ ใจ-ขยายความ)
5. จาแนกรายละเอียดหรือคณุ ลักษณะทีจ่ าเปน็ ของการแกป้ ญั หาได้ (วเิ คราะห-์ สาคญั )
6 ระบรุ ายละเอียดทไี่ มค่ รบถว้ นของการแกป้ ญั หาได้ (เข้าใจ-แปลความ)
7. จาแนกสงิ่ ที่เปน็ ปัญหาโดยใชเ้ กณฑ์ที่กาหนดเองได้ (วิเคราะห-์ สัมพนั ธ)์
สรปุ ได้ว่า มจี ุดประสงค์ทีว่ ัดระดบั ร้จู า 1 ข้อ เข้าใจ 3 ขอ้
นาไปใช้ 1 ขอ้ วิเคราะห์ 2 ขอ้
จดุ ประสงคก์ ารเรียนร้ทู ่ีจะเขียนข้อสอบ
เรอื่ งท่ี 2 การแกป้ ญั หา
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกขัน้ ตอนหรอื สัญลักษณ์การใชร้ หัสลาลองและผังงานการแก้ปัญหาได้ (รจู้ า)
2. แสดงลาดับขั้นตอนในการทางานหรือแกป้ ัญหาโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ ข้อความ
หรือการบอกเลา่ ได้ (เข้าใจ-แปลความ)
3. สรุปความจากการทางานหรอื การแกป้ ญั หาได(้ เข้าใจ-ตีความ)
4. ขยายความจากการทางานหรอื การแกป้ ัญหาได้ (เข้าใจ-ขยายความ)
5. บอกวิธีการแก้ปญั หาโดยใช้รหสั ลาลองและผังงานได้ (นาไปใช้)
6. จาแนกรายละเอยี ดหรือคณุ ลกั ษณะท่ีสาคัญของการแกป้ ัญหาได้(วเิ คราะห์)
7. จาแนกความสมั พนั ธข์ องการทางานหรอื การแก้ปัญหาเองได้ (วิเคราะห)์
สรปุ ไดว้ ่า มีจุดประสงค์ทีว่ ัดระดบั รจู้ า 1 ข้อ เข้าใจ 3 ข้อ
นาไปใช้ 1 ข้อ วิเคราะห์ 2 ขอ้
จดุ ประสงคก์ ารเรียนร้ทู ่ีจะเขียนข้อสอบ
เร่ืองที่ 3 การโปรแกรมด้วย Scratch
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกความหมายของบล็อกสัญลกั ษณ์โปรแกรม Scratch ได้ (ร้จู า)
2. แปลความหมายของข้อมูลทจี่ าเป็นในการออกแบบโปรแกรม Scratch เป็นภาพ
สญั ลักษณ์ หรอื ขอ้ ความได้ (เขา้ ใจ-แปลความ)
3. แสดงวธิ ีการเขยี นโปรแกรมเพอ่ื แก้ไขปัญหาดว้ ยโปรแกรม Scratch ได(้ นาไปใช้)
4. ระบกุ ารถา่ ยทอดรายละเอียดของ โปรแกรม Scratch ได้ (เขา้ ใจ-ขยายความ)
5. จาแนกรายละเอียดหรือคณุ ลักษณะที่จาเปน็ โปรแกรม Scratch ได้ (วเิ คราะห-์ สาคญั )
6 ระบุรายละเอียดท่ีไม่ครบถ้วนของโปรแกรม Scratch ได้ (เข้าใจ-ตคี วาม)
7. จาแนกสิ่งทเ่ี ปน็ ปัญหาโดยใช้โปรแกรม Scratch ได้ (วเิ คราะห-์ สมั พนั ธ)์
สรุปไดว้ า่ มจี ุดประสงคท์ ี่วดั ระดับ รู้จา 1 ขอ้ เข้าใจ 3 ข้อ
นาไปใช้ 1 ข้อ วิเคราะห์ 2 ขอ้
การเขียนขอ้ สอบ
ให้สอดคล้องกบั ตารางวิเคราะหห์ ลกั สตู ร
• หลงั จากสรา้ งตารางวิเคราะหห์ ลกั สตู รแล้ว ผสู้ รา้ งแบบทดสอบ
จะต้องเขียนข้อสอบให้มีจานวนข้อในแต่ละเนื้อหาและ
พฤติกรรมสอดคล้องกบั ตารางวิเคราะหห์ ลกั สตู ร
• การเขียนขอ้ สอบในขนั้ ตอนนี้ อาจเขียน
ให้มากกว่าจานวนข้อสอบที่ระบไุ ว้
ในตารางวิเคราะหห์ ลกั สตู ร
ประมาณ 25–50 % เนื่องจาก
จะมีข้อสอบบางข้อท่ีถกู ตดั ทิ้งเพราะคณุ ภาพตา่
ตารางวเิ คราะหห์ ลักสตู ร (ตารางสาหรับออกข้อสอบ 40 ข้อ)
วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4
พฤตกิ รรม พุทธิพสิ ัย อันดับ
รู-้ จา เขา้ ใจ นา วิ สัง ประเมิน รวม ความ จติ ทกั ษ
เนือ้ หา ไปใช้ เคราะห์ เคราะห์ คา่ สาคัญ พสิ ัย พสิ ัย
เรื่องท่ี 1 แนวคิดเชงิ 1 3 2 2 - - 8 2 - -
นามธรรม
เร่อื งท่ี 2 การแกป้ ัญหา 2 6 2 4 - - 14 1
เร่อื งที่ 3 การโปรแกรม 1 3 2 2 - -8 2 --
ด้วย Scratch - 40 --
รวม 4 12 6 8 -
อันดบั ความสาคัญ 41 2 3
จดุ ประสงคก์ ารเรียนร้ทู ี่จะเขียนข้อสอบ
เรื่องที่ 1 แนวคิดเชงิ นามธรรม
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกลักษณะแนวคิดเชงิ นามธรรมได้ (รูจ้ า)
2. บอกข้อมลู ทีจ่ าเปน็ ในการทางานหรอื แกป้ ัญหาได้ (เข้าใจ-ตีความ)
3. แสดงวธิ ีการนาแนวคิดเชิงนามธรรมมาใช้ในการแกป้ ญั หาได(้ นาไปใช้)
4. ระบกุ ารถา่ ยทอดรายละเอยี ดของปัญหาและการแกป้ ัญหาได้ (เขา้ ใจ-ขยายความ)
5. จาแนกรายละเอียดหรือคณุ ลักษณะทีจ่ าเปน็ ของการแกป้ ญั หาได้ (วเิ คราะห-์ สาคญั )
6 ระบรุ ายละเอียดทไี่ มค่ รบถว้ นของการแกป้ ญั หาได้ (เข้าใจ-แปลความ)
7. จาแนกสงิ่ ที่เปน็ ปัญหาโดยใชเ้ กณฑ์ที่กาหนดเองได้ (วิเคราะห-์ สัมพนั ธ)์
สรปุ ได้ว่า มจี ุดประสงค์ทีว่ ัดระดบั ร้จู า 1 ข้อ เข้าใจ 3 ขอ้
นาไปใช้ 1 ขอ้ วิเคราะห์ 2 ขอ้
การเขยี นข้อสอบให้สอดคล้องกับตารางวเิ คราะหห์ ลักสูตร 1 ขอ้ ความ
จากตารางวเิ คราะหห์ ลักสูตร เร่ืองที่ 1 แนวคดิ เชงิ นามธรรม ต้องออกข้อสอบ 8 ขอ้ วัดความรู้-จา
เขา้ ใจ 3 ข้อ นาไปใช้ 2 ขอ้ และวเิ คราะห์ 2 ขอ้
จากการวเิ คราะหจ์ ุดประสงคใ์ นแตล่ ะออกเป็ นพฤตกิ รรม พบวา่
จุดประสงคท์ วี่ ัดพฤตกิ รรมความรู้-จามี 1 ขอ้ คอื จุดประสงคข์ อ้ 1
ดังนั้นจุดประสงคข์ ้อ 1 ต้องออกขอ้ สอบ 1 ข้อ
จุดประสงคข์ ้อ 1 บอกลักษณะแนวคดิ เชงิ นามธรรมได้
1. แนวคดิ เชิงนามธรรมเป็ นองคป์ ระกอบหนึ่งของแนวคดิ ในข้อใด
ก. แนวคดิ เชิงสร้างสรรค์ (Creative Thinking)
ข. แนวคดิ เชงิ คานวณ (Computational Thinking)
ค. แนวคดิ เชิงภาษา (Language Thinking)
ง. แนวคดิ เชงิ ปริมาณ (Quantitative Thinking)
ออกข้อสอบใหส้ อดคล้องกับตารางวเิ คราะหห์ ลักสูตร ดงั นี้
เร่ืองที่ 1 แนวคดิ เชงิ นามธรรม ต้องออกข้อสอบวัดความเข้าใจ 3 ข้อ
จากการวเิ คราะหจ์ ุดประสงคพ์ บว่า
จุดประสงคท์ ว่ี ัดพฤตกิ รรมความเข้าใจมี 3 ข้อ คอื ขอ้ 2 ข้อ 4 และขอ้ 6
ใช้ดลุยพนิ ิจ ออกข้อสอบจานวนจดุ ประสงค์ ละ 1 ข้อ
จุดประสงคข์ ้อ 2 บอกข้อมูลที่จาเปน็ ในการทางานหรือแก้ปัญหาได้ (เขา้ ใจ-ตคี วาม)
2. คุณนายสายสมร ตอ้ งการหารายไดโ้ ดยการทาทจ่ี อดรถ คา้ งคนื โดยเร่ิมตน้ คันละ
10 บาท ต่อวัน บวกด้วยค่าธรรมเนียมทค่ี ดิ ตามจานวนล้อของยานพาหนะ ล้อ
ละ 10 บาท (ตวั อย่างเช่น รถเก๋ง จะต้องเสียค่าจอดรถ 10 + (4*10) = 50 บาท )
จากข้อมูลดังกล่าวสง่ิ ทจ่ี ะนามาคานวณรายรับได้ จะตอ้ งมาจากรายการใด
ก. สี ขนาด รูปทรงของรถ
ข. จานวนคนขับ และ ยหี่ อ้ ของรถ
ค. จานวนรถ และ จานวนลอ้ รถแต่ละคนั
ออกข้อสอบใหส้ อดคล้องกับตารางวเิ คราะหห์ ลักสูตร ดงั นี้
จุดประสงคข์ ้อ 4 ระบุการถา่ ยทอดรายละเอียดของปญั หาและการแก้ปญั หาได้ (เข้าใจ-
ขยายความ)
3. คุณนายสายสมร ต้องการหารายไดโ้ ดยการทาทจ่ี อดรถ ค้างคืน โดยเริม่ ตน้ คันละ 10
บาท ต่อวนั บวกดว้ ยค่าธรรมเนยี มท่ีคดิ ตามจานวนลอ้ ของรถ ล้อละ 10 บาท
(ตวั อย่างเช่น รถเก๋ง จะตอ้ งเสยี ค่าจอดรถ 10 + (4*10) = 50 บาท ) จากข้อมูล
ดงั กล่าว ถา้ คณุ นายสายสมรตอ้ งการเพ่ิมกาไรขนึ้ ไปอกี อย่างนอ้ ย รอ้ ยละ 50 จาก
ของเดิม ควรทาอย่างไร
ก. เพิ่มคา่ ธรรมเนียมจากสีของรถคันละ 20 บาท
ข. เพ่มิ ค่าธรรมเนยี มจากคนขบั รถคันละ 20 บาท
ค. เพิม่ ค่าธรรมเนยี มจากจานวนลอ้ ของรถลอ้ ละ 20 บาท
ง. เพิม่ ค่าธรรมเนยี มจากจานวนของผ้นู ัง่ ในรถคันละ 20 บาท
ออกข้อสอบใหส้ อดคล้องกับตารางวเิ คราะหห์ ลักสูตร ดงั นี้
จุดประสงคข์ ้อ 6 ระบุรายละเอยี ดที่ไม่ครบถ้วนของการแกป้ ญั หาได้ (เข้าใจ-แปลความ)
4. เสี่ยปา้ ด ต้องการสร้างบ่อเลีย้ งปลาลงบนพืน้ ที่วา่ งรปู สี่เหลี่ยมผนื ผ้าดา้ นหลงั บา้ น พ้นื ที่
ดงั กลา่ วมีขนาด 15 X 8 ตารางเมตร ปัจจุบันมหี ญา้ คาข้นึ รกสูงประมาณ 100 เซนติเมตร
จงึ่ จาเปน็ ตอ้ งจา้ งคนงานมาตดั หญ้าให้เรียบร้อย ซึง่ คิดค่าแรงตามพ้นื ท่ีตารางเมตรละ 10
บาท บ่อน้าท่ีตอ้ งการสร้างเป็นรูปวงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เมตร มคี วามลกึ 1 เมตร
ปดู ้วยกระเบี้องลายหนิ ออ่ นทง้ั พนื้ และสระ และผนงั ดา้ นในของสระ กระเบ้ีองทนี่ ามาปมู ี
ขนาดแผ่นละ 3 X 3 เซนตเิ มตร เมอ่ื สร้างบ่อเสร็จแล้ว จะเติมนา้ จนเต็มและซื้อลกู ปลาสี
เหลือง สีแดง และสเี ขยี วมาเลี้ยงเอาไวอ้ ย่างละ 5 ตวั ซึ่งท่ีตลาดนดั มขี ายตวั ละ 50 บาท
จากโจทย์ เส่ียป้าดจะตอ้ งจ่ายคา่ แรงให้ชา่ งตัดหญ้า แสดงเป็นโจทย์สญั ลกั ษณไ์ ด้ขอ้ ใด
ก. 15 X 8 X 100 บาท
ข. 15 X 8 X 10 บาท
ค. 15 X 8 X 100 x 10 บาท
ง. 15 X 8 X 100 x 10 x 5 บาท
ออกข้อสอบใหส้ อดคล้องกับตารางวิเคราะหห์ ลักสูตร ดงั นี้
เรื่องท่ี 1 แนวคดิ เชิงนามธรรม ต้องออกข้อสอบวัดนาไปใช้ 2 ข้อ
จากการวเิ คราะหจ์ ุดประสงคพ์ บว่า
จุดประสงคท์ วี่ ัดพฤตกิ รรมความเข้าใจมี 1 ข้อ ตอ้ งออกข้อสอบจานวน 2 ข้อ จากจุดประสงคน์ ี้
จุดประสงคข์ ้อ 3 แสดงวิธกี ารนาแนวคดิ เชิงนามธรรมมาใชใ้ นการแก้ปัญหาได้(นาไปใช้)
5-6 จากโจทย์ เส่ียปา้ ด ตอ้ งการสร้างบอ่ เลย้ี งปลาลงบนพ้ืนท่ีวา่ งรูปสี่เหลย่ี มผืนผา้ ด้านหลัง
บ้าน พนื้ ท่ดี ังกล่าวมขี นาด 15 X 8 ตารางเมตร ปจั จบุ ันมีหญ้าคาขึ้นรกสูงประมาณ 100
เซนตเิ มตร จงึ่ จาเป็นต้องจ้างคนงานมาตดั หญา้ ใหเ้ รยี บร้อย ซึง่ คดิ ค่าแรงตามพ้ืนทต่ี าราง
เมตรละ 10 บาท บ่อนา้ ท่ีตอ้ งการสรา้ งเป็นรปู วงกลมขนาดเส้นผา่ ศนู ย์กลาง 5 เมตร มี
ความลกึ 1 เมตร ปูดว้ ยกระเบี้องลายหินอ่อนทง้ั พ้นื และสระ และผนงั ดา้ นในของสระ กระ
เบอี้ งท่นี ามาปมู ขี นาดแผ่นละ 3 X 3 เซนติเมตร เม่ือสร้างบ่อเสร็จแล้ว จะเติมนา้ จนเต็ม
และซ้อื ลูกปลาสเี หลือง สแี ดง และสเี ขียวมาเลีย้ งเอาไว้อย่างละ 5 ตัว ซ่ึงทต่ี ลาดนดั มขี าย
ตัวละ 50 บาท
ออกข้อสอบใหส้ อดคล้องกับตารางวิเคราะหห์ ลักสูตร ดงั นี้
จุดประสงคข์ ้อ 3 แสดงวธิ กี ารนาแนวคดิ เชงิ นามธรรมมาใชใ้ นการแก้ปญั หาได้(นาไปใช้)
จากโจทย์ เสีย่ ป้าด ตอ้ งการสร้างบอ่ เลย้ี งปลาลงบนพ้นื ที่วา่ งรปู สเี่ หลยี่ มผืนผ้าดา้ นหลงั บา้ น
พ้นื ท่ดี ังกลา่ วมีขนาด 15 X 8 ตารางเมตร ปัจจบุ นั มหี ญา้ คาข้ึนรกสงู ประมาณ 100
เซนตเิ มตร จงึ่ จาเป็นต้องจ้างคนงานมาตดั หญา้ ใหเ้ รยี บร้อย ซ่ึงคิดคา่ แรงตามพนื้ ทตี่ าราง
เมตรละ 10 บาท บอ่ น้าทต่ี ้องการสรา้ งเปน็ รูปวงกลมขนาดเสน้ ผ่าศนู ย์กลาง 5 เมตร มี
ความลึก 1 เมตร ปูด้วยกระเบี้องลายหนิ อ่อนทั้งพ้นื และสระ และผนังด้านในของสระ กระ
เบี้องท่ีนามาปูมีขนาดแผน่ ละ 3 X 3 เซนตเิ มตร เมอ่ื สร้างบ่อเสร็จแล้ว จะเติมนา้ จนเต็ม
และซื้อลูกปลาสเี หลอื ง สแี ดง และสีเขียวมาเลี้ยงเอาไวอ้ ย่างละ 5 ตัว ซ่งึ ท่ีตลาดนัดมีขาย
ตัวละ 50 บาท
5 จากโจทย์ เสยี่ ปา้ ดจะต้องจ่ายค่าแรงใหช้ ่างตัดหญา้ ทั้งหมดก่บี าท
ก. 12,000 บาท
ข. 1,200 บาท
ค. 120,000 บาท
ง. 6,000 บาท
ออกข้อสอบใหส้ อดคล้องกับตารางวเิ คราะหห์ ลักสูตร ดงั นี้
จุดประสงคข์ ้อ 3 แสดงวิธกี ารนาแนวคิดเชงิ นามธรรมมาใช้ในการแก้ปญั หาได้(นาไปใช้)
6 จากภาพ ถ้าเดนิ ทางกลบั จากโรงเรียน ไปบ้าน แล้วแวะรา้ นขนม โดยใชเ้ สน้ ทางทม่ี ีรม่ เงา
จะใชร้ ะยะทางท่สี นั้ ที่สดุ ไดแ้ กข่ ้อใด
ก. 1,400 เมตร ข. 1,700 เมตร
ค. 1,300 เมตร ง. 2,300 เมตร
ออกข้อสอบใหส้ อดคล้องกับตารางวเิ คราะหห์ ลักสูตร ดงั นี้
เรื่องท่ี 1 แนวคดิ เชงิ นามธรรม ต้องออกข้อสอบวัดวิเคราะหจ์ านวน 2 ข้อ
จากการวิเคราะหจ์ ุดประสงคพ์ บว่า
จุดประสงคท์ ว่ี ัดพฤตกิ รรมวเิ คราะหม์ ี 2 ข้อ คือข้อ 5 และ ข้อ 7
จุดประสงคข์ ้อ 5 จาแนกรายละเอยี ดหรอื คุณลกั ษณะท่จี าเป็นของการแก้ปญั หาได้ (วิเคราะห์-สาคญั )
จากโจทย์ เสี่ยป้าด ตอ้ งการสร้างบอ่ เลีย้ งปลาลงบนพนื้ ทีว่ ่างรูปส่ีเหลยี่ มผนื ผา้ ด้านหลังบา้ น
พื้นที่ดังกลา่ วมีขนาด 15 X 8 ตารางเมตร ปัจจุบันมีหญ้าคาข้นึ รกสูงประมาณ 100
เซนติเมตร จงึ่ จาเปน็ ต้องจ้างคนงานมาตัดหญ้าให้เรยี บรอ้ ย ซง่ึ คดิ ค่าแรงตามพืน้ ท่ีตาราง
เมตร
7 จากโจทย์ การจะคานวณคา่ จา้ งตัดหญา้ ได้ถูกต้อง นกั เรยี นตอ้ งยดึ ส่งิ ใดเปน็ สาคัญ
ก. วิธีการเจรจาตอ่ รอง
ข. วิธกี ารคานวณ
ค. วธิ ีการประชาสมั พนั ธ์
ง. วธิ กี ารออกแบบ
ออกข้อสอบใหส้ อดคล้องกับตารางวเิ คราะหห์ ลักสูตร ดงั นี้
จุดประสงคข์ ้อ 7 จาแนกส่ิงที่เป็นปัญหาโดยใช้เกณฑ์ท่กี าหนดเองได้ (วเิ คราะห์-สมั พนั ธ์)
จากโจทย์ เสี่ยปา้ ด ตอ้ งการสร้างบ่อเล้ยี งปลาลงบนพื้นทีว่ า่ งรูปสเ่ี หลี่ยมผนื ผา้ ดา้ นหลังบ้าน
พนื้ ทดี่ งั กลา่ วมีขนาด 15 X 8 ตารางเมตร ปจั จุบนั มหี ญา้ คาข้นึ รกสูงประมาณ 100
เซนตเิ มตร จ่ึงจาเปน็ ต้องจ้างคนงานมาตดั หญ้าให้เรยี บรอ้ ย ซึง่ คดิ คา่ แรงตามพ้ืนทีต่ าราง
เมตร
8 จากโจทย์ เสี่ยปา้ ดจะตอ้ งจ่ายคา่ แรงตัดหญา้ ได้ สมั พันธก์ ับสง่ิ ที่ขาดหายไปคอื ส่ิงใด
ก. ค่าแรงตามพืน้ ทตี่ ารางเมตร
ข. ชือ่ ผ้รู ับจา้ งตัดหญา้
ค. การออกแบบการตดั หญา้ บนพ้ืนที่
ง. การทาสัญญาว่าจ้างตดั หญา้ ในราคาท่ีตกลงกันได้
หวั ขอ้ สอบ ควรระบแุ บบทดสอบปลายภาคเรียนวชิ าวทิ ยาศาสตร์
รายละเอยี ด ดงั น้ี ชั้นประถมศกึ ษา ปี ที่ 4
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 1
คะแนนเตม็ 40 คะแนน เวลา 1 ช่ัวโมง ผู้ออกข้อสอบ คุณครูกบ น่ิมนวล
คาชแี้ จง จงเลอื กคาตอบทถ่ี กู ทส่ี ุด แลว้ ทาเครื่องหมาย ลงใน กระดาษคาตอบ
1. เดก็ ในวัยเรียนต้องการสารอาหาร 2. สารอาหารประเภทใดให้พลังงาน
ประเภทใดมากทสี่ ุด ? ตอ้ งมีคาช้แี จง ใหท้ า
ก. ไขมนั พิมพ์ ตอ่ ร่างกาย ?
ข. โปรตนี ตวั เลอื ก เป็ น อะไร อยา่ งไร
ค. เกลอื แร่ แนวตรงกนั ก. โปรตนี
ข. วติ ะมนิ
ค. เกลอื แร่
ง. คารโ์ บไฮเดรต ง. คารโ์ บไฮเดรต
3. บคุ คลในข้อใดน่าจะได้รับประโยชนจ์ าก 5. ถา้ นักเรียนนากระดาษขมนิ้ จุม่ ลงใน
การรับประทานผักสดผลไม้ มากทส่ี ุด ? จานอาหาร แล้วกระดาษเปลีย่ นเป็ น
ก. เพชรเป็ นคนฉลาด สแี ดง แสดงวา่ มสี ารเจอื ปนชนิดใด ?
ข. ทนงมีแรงแบกของหนักได้ ก. บอแร็ก
ค. ศักดอิ์ ดทนตอ่ ความหนาวเยน็ ข. สยี ้อมผ้า
ง. สมรมผี วิ พรรณเปล่งปล่ังอยู่เสมอ ตรวจสอคบ. กราดรนพา้ ิมส้มพผ์ ิด ถกู
4. พจน์ รักษาความสะอาดของปากและฟัน ตวั สะกดง.กสาารรนักนัตบ์ แดู ละอนื่ ๆ
อยู่เสมอ แต่ฟันกย็ ังผุอยู่ แสดงวา่ พจน์
ขาดเกลอื แร่ชนิดใด ? 6. ในฤดูหนาวหากตอ้ งการใหร้ ่างกายอบอุ่น
ก. เหล็ก ควรรับประทานอาหารในข้อใด?
ก. ขาหมูพะโล้
ข. โซเดยี ม แตล่ ะขอ้ แตล่ ะฝ่ัง ควรตขร. งนกา้ พนั ริกปลาทู
ค. แคลเซยี่ ม เพื่อความสวยงามค. ส้มตาผลไม้
ง. ฟอสฟอรัส
ง. เนือ้ ปลาแดดเดยี ว
7. อาหารชุดใดใหส้ ารอาหาร ครบ 5 หมู่ ? 9. การกระทาในข้อใดก่อใหเ้ กดิ
ก .ข้าวเหนียว ไก่ย่าง นา้ มะนาว อันตรายตอ่ สุขภาพมากทสี่ ุด ?
ข. ข้าวต้มปลา หมทู อด ชาเขยี ว ก. ต๊กิ ออกกาลังกายขณะทอ้ งว่าง
ค. ขนมปังทาเนย ไข่ดาว นมสด ข. จุกรับประทานอาหารฟาสฟดู
ง. ข้าวไข่เจยี ว แกงจดื ผักกาดขาว นา้ ส้ม ค. กอ้ ยรับประทานอาหารขณะหวิ จดั
8. ข้อใดเป็ นการปฏบิ ัตติ นพในิมกพารใ์ รหับค้ปรระบทานแอลาวห้ ใาชร ้ Fonงt. ไกร่ ับประทานอาหารทม่ี สี ารปลอมปน
ทถ่ี ูกต้อง ? เดยี วกนั ทงั้ ฉบบั
ก . ทานผกั มาก ๆ ถา้ ต้องการขับถ่ายสะดวก ออกข้อสอบเร่ืองท่ี 2 3 และ 4
ข. ทานอาหารสาเร็จรูป ถา้ ต้องการความรวดเร็ว ในทานองเดยี วกนั จนได้ข้อสอบ
ค. งดอาหารไขมันทกุ ชนิด ถา้ ตอ้ งการลดความอว้ น จานวน 40 ข้อ ทส่ี อดคล้องกบั
ง. นอนหลับทนั ทเี มอ่ื ทานอาหารเสร็จ ถา้ ต้องการแข็งแรง ตารางวเิ คราะหห์ ลักสูตร
ความเทย่ี งตรงเชงิ เน้อื หา (Content Validity)
พิจารณาว่า เน้ือหาทีน่ ามาสอบวัดนัน้ มคี วามเกี่ยวขอ้ งและเป็นตวั แทนของความรู้ท่ี
ได้เรียนมา
พจิ ารณาว่า ขอ้ สอบแตล่ ะข้อ ออกไดต้ รงตามเนือ้ หา
ที่ตอ้ งการจะวดั หรอื ไม่
พิจารณารวมท้ังฉบบั ข้อสอบท้งั หมดเปน็ ตวั แทนของ
เน้อื หาความร้ทู ี่ได้เรยี นไปแลว้ หรอื ไม่
พจิ ารณาว่า จานวนขอ้ สอบได้สัดส่วนเหมาะสมในแต่
ละเน้อื หาหรือไม่
วธิ กี ารพจิ ารณาโดยหาค่า IOC ดังต่อไปน้ี
89
- ให้ผเู้ ชี่ยวชาญจานวน 3 คนขึน้ ไป (Peer Assessment)
พิจารณาเป็นรายข้อ ว่าแต่ละข้อนัน้ วดั ได้สอดคล้องกบั
จดุ ประสงคแ์ ละเนื้อหาท่ีได้กาหนดไว้หรอื ไม่ และให้
คะแนนดงั นี้
1 หมายถึง แน่ใจว่า ข้อสอบข้อนัน้ วดั ได้ตรงกบั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
0 หมายถึง ไมแ่ น่ใจ
-1 หมายถึง แน่ใจว่า ข้อสอบข้อนัน้ วดั ได้ไมต่ รงกบั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
90
- นาผลการพิจารณาขอผูเ้ ชี่ยวชาญมาหาดัชนคี วาม
สอดคล้อง (Index of Congruence) หรือคา่ IOC ดงั สตู ร
IOC = ∑R
N
∑R = ผลรวมคะแนนความคดิ เหน็ ของผเู้ ช่ยี วชาญ
N = จานวนผูเ้ ชยี่ วชาญ
ถ้าค่า ตัง้ แต่ .50 ขึ้นไป ใช้ได้
ถ้าค่า .10-.49 ต้องปรับปรุง
ถ้าคา่ ต่ากว่า หรือตดิ ลบ ให้ตดั ทง้ิ สร้างใหม่
91
การสรา้ งแบบทดสอบด้วย Google Form
1. เขา้ Google Form โดยใช้ gmail
2. เลอื กแบบทดสอบใน Google Form
3. การกาหนด ส่วน(หนา้ ) และ ข้อ (ข้อสอบ เพ่ือจดั หน้าแบบทดสอบ
4. สรา้ งแบบทดสอบ ตามแบบทดสอบฉบบั จรงิ
5. เทคนิคการเลอื ก สลับขอ้ สลับตวั เลือก
6. เฉลยข้อสอบ และตรวจสอบคะแนนกบั จานวนข้อสอบ
7. การจดั สง่ ทาให้ล้งิ ยอ่ ลง สนั้ ลง
8. การตรวจสอบแบบทดสอบท่จี ัดทา
92
ภาระงานสรา้ งสมรรถนะ
1. ตรวจสอบความเท่ียงตรง เชิญ Peer Assessment 3 คน ช่วยกันประเมนิ ขอ้ สอบ
แล้ว คานวณผลประเมินรายข้อ สรปุ วา่ ใช้ได้ /ปรับปรุง/ตัดทง้ิ
2. จัดทาแบบทดสอบฉบบั จรงิ มี – จุดมงุ่ หมายของการสร้างแบบทดสอบ –
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ -- ตารางวเิ คราะห์หลักสตู ร -- แบบทดสอบฉบบั จริง
3. จดั ทาเปน็ Google Form -- 4 ส่วน ไดแ้ ก่ 1. ส่วนเก็บข้อมูลส่วนตัวผสู้ อบ 2.
สว่ นเนื้อหา 3. ส่วนขอ้ สอบ 4. สว่ นเสริมแรง
4. ทุกรายการ บนั ทึกเปน็ JPG แล้วบันทึกไว้ ใน Album ของตนเอง ในไลนก์ ลุ่ม
93