The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ดิ้ง’ โด่ง, 2024-02-09 10:51:46

บทความวิจัย

บทความวิจัย การพัฒนาทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน รายวิชากีฬาวอลเลย์บอล ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านนาดีค่ายสว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู นายธนพล ดูวิเศษ วิจัยในชั้นเรียนเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาหลักสูตร ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษาและสุขศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี


การพัฒนาทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน นายธนพล ดูวิเศษ บทความวิจัย การพัฒนาทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน รายวิชากีฬาวอลเลย์บอล ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านนาดีค่ายสว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหาจังหวัดหนองบัวลำภู Development of serving skills in sports subjects of students Mathayom 1, Ban Nadi Khai Sawang Witthaya School. นายธนพล ดูวิเศษ Mr.tanapon duwiset ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษาและสุขศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี Bachelor of Education Department of Physical Education and Health Education Udon Thani Rajabhat University บทคัดย่อ การวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้มีความมุ่งหมายดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน รายวิชากีฬา วอลเลย์บอล ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านนาดีค่ายสว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัด หนองบัวลำภู2) เพื่อเปรียบเทียบคะแนนการทดสอบทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน รายวิชากีฬาวอลเลย์บอล ก่อน เรียนและหลังเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านนาดีค่ายสว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัด หนองบัวลำภู 3) เพื่อหาค่าประสิทธิภาพและดัชนีประสิทธิผล ของแผนการจัดการเรียนรู้ทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน รายวิชาวอลเลย์บอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านนาดีค่ายสว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภูจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 25 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เก็บ รวบรวมข้อมูลใช้แบบทดสอบแต่ละทักษะที่สร้างขึ้นมีจำนวน 4 แบบทดสอบ โดยใช้สถิติ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สรุปผลการวิจัยได้ ดังนี้ ผลการทดสอบทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน รายวิชาวอลเลย์บอล พบว่า คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงขึ้นกว่า ก่อนเรียน โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะทางเรียน รายวิชาทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน รายวิชาวอลเลย์บอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านนาดีค่าย สว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


การพัฒนาทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน นายธนพล ดูวิเศษ คำสำคัญ แผนการจัดการเรียนรู้หมายถึง แผนการเตรียมการสอนที่ผู้วิจัยได้ค้นคว้าในการจัดการเรียนรู้ในรายวิชา วอลเลย์บอล ของนักเรียนโรงเรียนบ้านนาดีค่ายสว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู คือ การเสิร์ฟลูกมือบน หมายถึง การเสิร์ฟลูกจากการโยนลูกบอลขึ้นเหนือศีรษะ ผู้เสิร์ฟใช้ฝ่ามือหรือกำมือ กระทบด้านหลังของลูกบอลให้ลอยข้ามตาข่ายไป โดยใช้แผนการวัดการเรียนรู้จำนวน 2 แผนการเรียนรู้ การพัฒนา หมายถึง การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากสภาพหนึ่ง ไปสู่อีกสภาพหนึ่งที่ดีกว่าเดิมอย่างเป็น ระบบ หรือการทำให้ดีขึ้นกว่าสภาพเดิมที่เป็นอยู่ ทักษะ หมายถึง ความชำนาญ มาจากคำภาษาอังกฤษว่า skill นอกจากนี้ คณะกรรมการจัดทำ พจนานุกรมศัพท์ศึกษาศาสตร์ร่วมสมัย ยังได้ขยายความของคำว่า ทักษะ (skill) มากขึ้นว่า หมายถึง ความชำนาญ หรือความสามารถในการกระทำหรือการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นทักษะด้านร่างกาย สติปัญญา หรือ สังคม ที่เกิดขึ้นจากการฝึกฝน หรือการกระทำบ่อย ๆ เช่น ครูมีทักษะการใช้คำถาม การนำเข้าสู่บทเรียน การใช้สื่อ การสอน นักเรียนมีทักษะ การฟัง พูด อ่าน เขียน การคิดคำนวณ หรือทักษะทางสังคม ทักษะที่จะทำให้บุคคล ประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและการทำงาน โดยรวมแล้วประกอบด้วย สมรรถนะทักษะ (hard skill) และ จรณทักษะ [จะระนะ-] (soft skill) บุคคลที่มีจรณทักษะจะเป็นผู้ปฏิบัติงานได้ดี ส่วนบุคคลที่มีสมรรถนะทักษะจะ เป็นผู้ปฏิบัติงานได้เก่ง ทักษะกีฬาวอลเลย์บอล หมายถึง ลักษณะหรือท่าทางของการเล่นวอลเลย์บอลประกอบด้วยการเล่นลูก ในลักษณะต่าง ๆ ได้แก่ -การเสิร์ฟลูกมือล่าง - การเล่นลูกสองมือล่าง (การอันเดอร์) - การเสิร์ฟลูกมือบน - การเล่นลูกสองมือบน (การเซต) - การตบลูกวอลเลย์บอล - การสกัดกั้น นักเรียน หมายถึง นักเรียนชายและหญิงที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับมอบหมายให้สอน ในรายวิชาวอลเลย์บอล ของโรงเรียนบ้านนาดีค่ายสว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภูผู้วิจัยได้ เลือกการนำเสนอการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 25 คน


การพัฒนาทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน นายธนพล ดูวิเศษ การเสิร์ฟลูกบอลเลย์บอล หมายถึง เป็นการรุกวิธีหนึ่งของการเล่นเกมการแข่งขัน จะเริ่มจากการเสิร์ฟลูก เสมอ ลูกเสิร์ฟที่มีพลังและมีประสิทธิภาพ สามารถข่มคู่แข่งขัน และเชิงความเป็นผู้คุมการเล่นได้ บทนำ ปัญหาและความสำคัญ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) เป็นการต่อ ยอดจากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนซึ่งเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มี ความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการ ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐานรวมทั้ง เจตคติ ที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ บนพื้นฐานความ เชื่อว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ (หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 : 1) ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคคลให้มีคุณภาพ จึง ได้กำหนดการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง ของกีฬาวอลเลย์บอลต่อการจัดการเรียนการ สอนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ 2544 สาระที่ 3 เข้าใจการเคลื่อนไหว การเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากล และมาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจมีทักษะในการเคลื่อนไหวในกิจกรรมทางกาย การเล่นเกมและกีฬา และมุ่งพัฒนา ผู้เรียนทุกคนซึ่งเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความ เป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐานรวมทั้ง เจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอด ชีวิต ด้วยทั้งนี้ ผู้วิจัยที่เป็นนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในโรงเรียนบ้านนาดีค่ายสว่างวิทยาอำเภอ สุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู ได้รับมอบหมายให้สอนในรายวิชาวอลเลย์บอล ผู้วิจัยจึงมีความต้องการที่จะ พัฒนาทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน รายวิชากีฬาวอลเลย์บอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านนาดีค่าย สว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาแกนกลาง พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการพัฒนาผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถนำทักษะไปใช้เรียนต่อในระดับทักษะที่สูงขึ้นหรือเพื่อนำไปใช้จริงในการแข่งขันต่อไป ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง การวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้จำกัดขอบเขต ไว้ดังนี้ 1. ประชากร


การพัฒนาทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน นายธนพล ดูวิเศษ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียน บ้านนาดีค่ายสว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู รวมนักเรียนทั้งหมดจำนวน 25 คน 2. กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียน บ้านนาดีค่ายสว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู จำนวน 1 ห้อง รวมนักเรียนทั้งหมดจำนวน 25 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ขอบเขตการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตการวิจัยไว้ดังนี้ 1. ขอบเขตด้านเนื้อหา เป็นเนื้อหาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา สาระที่ 3 การเคลื่อนไหวร่างกาย การออกกำลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนาดีค่ายสว่างวิทยา โดยการจัดทำแผนการเรียนรู้ทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน รายวิชาวอลเลย์บอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนนาดีค่ายสว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู ปีการศึกษา 2566 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล มี 2 ชนิด ได้แก่ 1. แผนการจัดการเรียนรู้ทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน รายวิชาวอลเลย์บอล ที่ผู้วิจัยศึกษาและ สร้างขึ้น 2. แบบทดสอบทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน รายวิชาวอลเลย์บอล การสร้างและการตรวจสอบเครื่องมือ ในการสร้างเครื่องมือและตรวจสอบเครื่องมือผู้วิจัยได้ดำเนินการ ดังนี้ 1. ศึกษาเอกสาร ตำรา แนวคิด ทฤษฎี และวิเคราะห์หลักสูตรให้สอดคล้องกับเนื้อหาเพื่อจัดทำ แผนการจัดการเรียนรู้ทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน รายวิชาวอลเลย์บอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน บ้านนาดีค่ายสว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู 2. สร้างแล้วนำแผนการจัดการเรียนรู้ทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน รายวิชาวอลเลย์บอล แล้วนำไปให้ ครูพี่เลี้ยงตรวจสอบความถูกต้อง และให้คำแนะนำปรึกษา เพื่อแก้ไขปรับปรุงอย่างเหมาะสม 3. จัดพิมพ์แก้ไขให้เป็นฉบับสมบูรณ์ แล้วนำไปเสนอฝ่ายวิชาการและผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อ อนุญาตให้ใช้สอนต่อไป


การพัฒนาทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน นายธนพล ดูวิเศษ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้กำหนดไว้ดังนี้ 1. รูปแบบการทดลองที่ใช้ในการวิจัยเป็นการทดลองโดยใช้แบบทดสอบก่อนเรียน และ หลังเรียนกับกลุ่มเดียว (One group Pretest-Posttest Design) 2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามรายวิชาพลศึกษา (วอลเลย์บอล) ที่กำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ขึ้น ตามแผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 3. ระยะเวลาในการดำเนินการ 1 ปีการศึกษาที่ 2566 ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2566 ถึง เดือน กุมภาพันธ์ 2567 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. สถิติพื้นฐาน ได้แก่ 1.1 ร้อยละ (Percentage) โดยคำนวณจากสูตร X100 N f P = เมื่อ P แทน ร้อยละ f แทน ตัวเลขที่ต้องการแปลงเป็นร้อยละ N แทน จำนวนนักเรียนทั้งหมด สรุปผลการวิจัย จากผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะทางการเรียนรายวิชาวอลเลย์บอล ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านนาดีค่ายสว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภูพบว่า ค่าดัชนี ประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาวอลเลย์บอล มีค่าเท่ากับ 0.5168 คิดเป็นร้อยละ 51.68 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ ดัชนีประสิทธิผลที่กำหนดไว้คือ 0.50 จึงยอมรับว่าแผนการจัดการเรียนรู้วิชาวอลเลย์บอล เพื่อพัฒนาทักษะ ทางการเรียนรายวิชาทักษะกีฬาวอลเลย์บอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านนาดีค่ายสว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู ที่พัฒนาขึ้น มีผลประสิทธิภาพระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน


การพัฒนาทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน นายธนพล ดูวิเศษ อภิปรายผล แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะทางการเรียนทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน รายวิชา วอลเลย์บอลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านนาดีค่ายสว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัด หนองบัวลำภูสามารถอภิปรายผลได้ดังนี้ 1. ผลการทดสอบทักษะวอลเลย์บอล เพื่อพัฒนาทักษะทางการเรียนรายวิชาวอลเลย์บอล ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านนาดีค่ายสว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภูพบว่า หลังจากการ สร้างทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน รายวิชาวอลเลย์บอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านนาดีค่ายสว่าง วิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภูนักเรียนมีคะแนนการทดสอบของนักเรียนก่อนเรียน มีคะแนน ค่าเฉลี่ยโดยรวมเท่ากับ 14.76 คะแนนส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.37 และคะแนนการทดสอบของนักเรียน หลังเรียน มีคะแนนเฉลี่ยโดยรวมเท่ากับ 30.27 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.42 ตามลำดับ ซึ่งตรง กับคำกล่าวของ ภัสราภรณ์ มะนิหมุด (2560) ว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3/9 มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 12.30 คะแนน และ 24.33 คะแนนตามลำดับ และคิดเป็นร้อยละ เท่ากับ 41.00 และ 81.11 ตามลำดับ และสอดคล้องกับ จักรี จันทวี (2563) พบว่า นักเรียนทีทักษะพื้นฐานการเล่น วอลเลย์บอลทางการเรียนหลังการใช้แบบฝึกทักษะพื้นฐานการเล่นวอลเลย์บอลร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตั้งแต่แบบฝึกทักษะที่ 8 มีค่าร้อยละของค่าเฉลี่ยรวมหลังการใช้แบบฝึกทักษะ พื้นฐานวอลเลย์บอลร่วมกับการเรียนรู้แบบมือ เท่ากับร้อยละ 87.53 2. ผลการทดสอบทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน รายวิชาวอลเลย์บอล พบว่า คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงขึ้นกว่า ก่อนเรียน โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะทางเรียน รายวิชาทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน รายวิชาวอลเลย์บอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านนาดีค่าย สว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภูอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในขณะที่ รัศมี ทองมี (2562) ได้ศึกษาผลรวมค่าเฉลี่ยของคะแนนความมีน้ำใจนักกีฬาและความเบี่ยงเบนมาตรฐานของกลุ่มทอดลอง ก่อนการทดลองมีค่าเฉลี่ยของคะแนนเท่ากับ 2.88 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.12 หลังการทดลองมีค่าเฉลี่ย ของคะแนนเท่ากับ 3.68 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.08 ผลการทดสอบความแตกต่างทางสถิติพบว่า ความมี น้ำใจนักกีฬาของกลุ่มทดลองหลังการทดลองแตกต่างกับก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5 โดย พบว่าค่าเฉลี่ยของคะแนนความมีน้ำใจนักกีฬาของกลุ่มทดลอง หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง และได้ สอดคล้องกับวิจัยของ ภัสราภรณ์ มะนิหมุด (2560) ว่า การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 12.30 คะแนน และ 24.33 คะแนน ตามลำดับและเมื่อเปรียบเทียบ ระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ


การพัฒนาทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน นายธนพล ดูวิเศษ ทางสถิติที่ระดับ 0.5 และได้สอดคล้องกับ วีระกานต์ นิตสุนทร (2560) พบว่าผลฝึกทักษะพื้นฐานวอลเลย์บอลด้วย ความถี่ที่ต่างกัน ของกลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มทดลองที่ 2 ด้วยคะแนนทดสอบทักษะวอลเลย์บอลโดยรวมก่อน เรียน พบว่า คะแนนทดสอบของ กลุ่มทดลองที่ 1 มีเฉลี่ย 47.67 กลุ่มทดลองที่ 2 มีค่าเฉลี่ย 47.80 ค่า t ที่คำนวณ ได้ เท่ากับ .029 ค่า t ตารางที่ระดับ .05 เท่ากับ 2.048 ซึ่งค่า t ที่คำนวณได้น้อยกว่า ค่า t ตาราง แสดงว่าผลการ ทดสอบทักษะโดยรวมก่อนเรียนของคะแนนทดสอบทักษะวอลเลย์บอลด้วยความถี่ต่างกัน ของกลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มทดลองที่ 2 ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ประสิทธิภาพการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน รายวิชาวอลเลย์บอล จากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านนาดีค่ายสว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภูจำนวน 25 คน ได้ E1/E2 (เกณฑ์ที่ตั้งไว้ 75/75) เท่ากับ 75.67 / 72.11 กล่าวคือ ประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ จึงทำให้การ จัดการเรียนการสอนเป็นไปตามที่กำหนด กล่าวคือ ทักษะทางการเรียนรายวิชาวอลเลย์บอลบรรลุตามวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายที่พึงปรารถนาหรือเป็นไปตามที่คาดหวัง ในขณะที่ ชุติกาญจน์ พลไชย, ดุจเดือน ไชยพิชิต (2564) ได้ศึกษาทักษะการเสิร์ฟลูกมือบนของกีฬาวอลเลย์บอลด้วยการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แบบฝึกทักษะ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีคะแนนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 82.73 และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 93.33 สูงกว่า เกณฑ์ร้อยละ 80 ที่ตั้งไว้และได้สอดคล้องกับ ภัสราภรณ์ มะนิหมุด (2560) ได้วิเคราะประสิทธิภาพของการจัด กิจกรรมการเรียนรู้แบบชิปปา (CIPPA) เรื่อง ทักษะพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า มีคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบย่อย (E1) เท่ากับ 83.67 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 83.67 และคะแนนเฉลี่ย จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน (E2) เท่ากับ 24.33 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 81.11 ซึ่ง สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 ที่กำหนด และสอดคล้องกับ จักรี จันทวี (2563) การหาประสิทธิภาพของ แบบฝึกทักษะการเรียนระหว่างการใช้แบบฝึกทักษะพื้นฐานการเล่นวอลเลย์บอลร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทั้ง 8 แบบฝึกทักษะ มีค่าร้อยละ82.36 และประสิทธิภาพหลังเรียน มีค่าร้อย ละของค่าเฉลี่ยคะแนนร่วม เท่ากับร้อยละ 87.53 แสดงให้เห็นว่าแบบฝึกทักษะพื้นฐานการเล่นวอลเลย์บอลกับการ เรียนรู้แบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพระหว่างเรียน/หลังเรียน 82.36/87.53 จากการวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ การพัฒนาทักษะกีฬาวอลเลย์บอล โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ทำให้นักเรียนมี ทักษะทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ จึงเป็นการพัฒนาการเรียนรู้ โดยใช้แผนการจัดการ เรียนรู้ที่มีคุณภาพ และสามารถนำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้บรรลุตามความมุ่งหมายได้


การพัฒนาทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน นายธนพล ดูวิเศษ สรุป จากการวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ การพัฒนาทักษะกีฬาวอลเลย์บอล โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ทำให้นักเรียนมี ทักษะทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ จึงเป็นการพัฒนาการเรียนรู้ โดยใช้แผนการจัดการ เรียนรู้ที่มีคุณภาพ และสามารถนำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้บรรลุตามความมุ่งหมายได้ ข้อเสนอแนะ ผลการวิจัยดังกล่าวข้างต้น ผู้วิจัยขอเสนอแนะแนวทางที่พึงปฏิบัติดังต่อไปนี้ 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 1.1 การฝึกทักษะต่างๆ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ในการเรียนรายวิชาวอลเลย์บอล จึงเป็นผลทำให้ ทักษะทางการเรียนรายวิชาวอลเลย์บอลของนักเรียนพัฒนาเพิ่มขึ้นด้วย 1.2 การมีทักษะที่ดี เป็นการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและระบบต่างๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น 2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยต่อไป 2.1 การฝึกทักษะของนักเรียนที่เกี่ยวกับร่างกาย การเคลื่อนไหว ควรมีให้ครบทุกแบบฝึก เพื่อเตรียมความพร้อมทางการเรียนให้เกิดประสิทธิภาพกับนักเรียนได้ดีขึ้น 2.2 ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางด้านพลศึกษา ควรเห็นความสำคัญของการสร้างทักษะ ให้มากยิ่งขึ้น ได้แก่ สนับสนุนสถานที่ อุปกรณ์ และเล่นกีฬาให้เพียงพอและมีประสิทธิภาพ จากการวิจัยครั้งนี้ จึงควรเป็นการนำร่องกับการสอนในรายวิชาภาคปฏิบัติเพิ่มขึ้น เกี่ยวกับการสร้างทักษะ ทางกายให้ครบทุกส่วนของร่างกาย เพื่อเตรียมความพร้อมทางด้านร่างกายของนักเรียนโรงเรียนบ้านนาดีค่ายสว่าง วิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู กิตติกรรมประกาศ การวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน รายวิชาวอลเลย์บอล ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านนาดีค่ายสว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู ปีการศึกษา 2566 จำนวน 25 คน สำเร็จลงได้ด้วยดี ทั้งนี้ผู้วิจัยขอขอบคุณอาจารย์ ผศ.ดร.วิระศักดิ์ กุลฉะวะ และทุกท่านที่ให้ความ ช่วยเหลือสนับสนุนเอื้ออำนวยสะดวกและเป็นที่ปรึกษา ในการปฏิบัติการสอนเพื่อทำวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ ขอขอบคุณผู้บริหาร คณาจารย์โรงเรียนบ้านนาดีค่ายสว่างวิทยา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู และขอบคุณท่านที่ไม่ได้กล่าวนาม ณ ที่นี้ ที่มีส่วนช่วยเหลือและให้กำลังใจ ให้ความอนุเคราะห์ร่วมมือในการศึกษา งานวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ เป็นอย่างดียิ่ง


การพัฒนาทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน นายธนพล ดูวิเศษ คุณค่าและประโยชน์ของงานวิจัยฉบับนี้ผู้วิจัยขอมอบเป็นเครื่องบูชาและรำลึกถึงคุณบิดา มารดา ตลอดจนครูอาจารย์และผู้มีพระคุณทุกท่าน บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรมัธยมศึกษา(ชุดปฏิรูปการศึกษา). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์การศาสานา กรมพลศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.2528.การวิจัยทักษะกีฬามาตรฐานในหลักสูตรระดับมัธยมศึกษา ตอนปลาย กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. กรมวิชาการ. (2545). คู่มือการจัดการเรียนรู้กลู่มสาระการเรียน สุขศึกษาและพลศึกษา. กรุงเทพฯ ธนารีย์ สิทธิโชคสถิต. (ม.ป.ป.). ประวัติกีฬาวอลเลย์บอลในประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 10 กุมภาพันธ์2560. จาก https://sites.google.com/site/kilawxlleybxl/prawati-kila-wxlley-bxl/kilawxlleybxlni-prathesthiy ฐิติมน พัฒเจริญ. (2557). ประโยชน์ของการเล่นกีฬาวอลเลย์บอล. สืบค้นเมื่อ 23 กุมภาพันธ์2560. จาก http://thitimon.wikispaces.com/ อัฑฒ์สนันตน์ ธรรมคงทอง. (2554). การพัฒนาแบบฝึกทักษะทางวอลเลย์บอล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. สืบค้นเมื่อ 23 กุมภาพันธ์2560. http://www.kroobannok.com/board_view.php?b_id=88891&bcat_id=16 อมรพงศ์ สุธรรมรักษ์. (2539). วอลเลย์บอลขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ. ภาควิชาพลศึกษา คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อภิญญา จันทร์สละ. (2544). การสร้างโปรแกรมการสอนกีฬาวอลเลย์บอลระดับประถมศึกษาตอนปลาย. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม (พลศึกษา). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภัสราภรณ์ มะนิหมุด. (2560). การจัดกิจกรรมรูปแบบซิปปา (CIPPA) เรื่อง ทักษะพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. สืบค้นเมื่อ 12 สิงหาคม 2565. http://fulltext.rmu.ac.th/fulltext/2560/123810/Manimud%20Passarporn.pdf จักรี จันทวี. (2563). การพัฒนาแบบฝึกทักษะพื้นฐานการเล่นวอลเลย์บอล ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3. สืบค้นเมื่อ 12 สิงหาคม 2565. http://202.29.52.112/dspace/bitstream/123456789/46/1/61551101103.pdf วีระกานต์ นิตสุนทร. (2560). การพัฒนาทักษะพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อ


การพัฒนาทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน นายธนพล ดูวิเศษ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ความถี่ต่างกัน. สืบค้นเมื่อ 12 สิงหาคม 2565. https://shorturl.asia/gS7iJ ชุติกาญจน์ พลไชย, ดุจเดือน ไชยพิชิต. (2564). การพัฒนาทักษะการเสิร์ฟลูกมือบนของกีฬาวอลเลย์บอล ด้วยการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แบบฝึกทักษะสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. สืบค้นเมื่อ 12 สิงหาคม 2565. https://shorturl.asia/gS7iJ รัศมี ทองมี. (2562). ผลของการจัดการเรียนรู้พลศึกษาแบบร่วมมือที่มีต่อความมีน้ำใจนักกีฬาและทักษะ วอลเลย์บอลของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย. สืบค้นเมื่อ 12 สิงหาคม 2565. http://ir-ithesis.swu.ac.th/dspace/bitstream/123456789/588/1/gs581130171.pdf Ana B. López-Martínez, José M Palao, Enrique Ortega, Antonio Garcia de Alcaraz. (2020). Efficacy and manner of execution of the serve in top-level women's beach volleyball players. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2565. https://www.researchgate.net/publication


การพัฒนาทักษะการเสิร์ฟลูกมือบน นายธนพล ดูวิเศษ


Click to View FlipBook Version