คำ แถลงความเชื่อของชาวซุนนะฮ์ และญะมาอะฮ์ متن العقيدة الطحاوية بيان اعتقاد أهل السنة والجماعة ประพันธุ์: อะบูญะอ์ฟัร อัฏเฏาะฮาวีย์ การระบุหมายเลข: มุฮัมมัด นาศิรุดดีน อัลอัลบานีย์ แปลและเรียบเรียง: อะบูดานียาล
คำ นำ الحمد لله رب العالمين وبه نستعين وال حول وال قوة إال بالله العلي العظيم والصالة والسالم عىل أشرف األنبياء والمرسلين وعىل آله وأصحابه واتبعهم بإحسان إىل يوم الدين أما بعد؛ ขอความศานติและความโปรดปรานจากอัลลอฮ์ จงประสบแด่ทุกคนที่ได้ อ่านหนังสือเล่มนี้ หนังสือเล่มนี้เป็นตัวบทอะกีดะฮ์พื้นฐานที่จำ เป็นต้องเรียนและรู้ทุก คน ตัวบทนี้ถูกประพันธ์โดย ท่านอิมามอะบูญะอ์ฟัร อัฏเฏาะฮาวีย์แห่งมัซฮับฮะนะฟีย์ และตัวบทนี้ยังได้รับคำ อธิบายมากมายจากบรรดาปราชญ์ แต่ข้าฯ อาจจะไม่เข้าไป แปลในส่วนคำ อธิบา แต่ขอชี้แชี้นะว่าบรรดาปราชญ์ที่ให้คำ อธิบายแก่หนังสือเล่มนี้ และ อยู่ในหลักศรัทธาของชาวซุนนะฮ์, อะษะรียะฮ์ หรือ ซะละฟียะฮ์ ก็คือคำ อธิบายที่ ประพันธ์โดย: ท่านอิมามอิบนุอะบิลอิซ อัลฮะนะฟีย์ - ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน - สานุศิทย์ของ ท่านฮาฟิซอิบนุกะษีรษีซึ่งการอธิบายของท่านถือเป็นคำ อธิบายที่ได้รับความนิยม เป็นกว้าง ในชื่อของชัรฮุลอะกีดะฮ์ อัฏเฏาะฮาวียะฮ์ 1. ท่านชัยค์อับดุลกอดิร อัลมันดีลีย์ - ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน - แห่งดินแดน มลายู ท่านได้ทำ การย่อของท่านอิบนุอะบิลอิซ ในชื่อของเปอริซัย บะฆี ซ่ากะลิ ยัน มุกัลลัฟ 2. ท่านชัยค์มุฮัมมัด นาศิรุดดีน อัลอัลบานีย์ - ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน - มุญัดดิด แห่งศตวรรษนี้ ได้ทำ การอธิบายและแสดงความเห็น ในชื่อของอัลอะกีดะฮ์ อัฏ เฏาะฮาวียะฮ์ ชัรห์ วัตตะอ์ลีก 3. ท่านชัยค์ เมาละวีย์ มุฮัมมัด ยูนุส คอลิศ - ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน - ชะฮีด แห่งอัฟกานิสถาน ได้ทำ อธิบายซึ่งเหลือเพียงแค่มัคฏูฏฏูอต 4. ท่านชัยค์อับดุลลอฮ์ บิน ญิบรีน - ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน - นักวิชาการอวุโส แห่งซาอุดิอาระเบีย แห่งสภาอัลลัจญ์นะฮ์ อัดดาอิมะฮ์ 5. ท่านชัยค์ดาวูด เบอร์แบงค์ - ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน - นักวิชาการแห่งอังกฤษ อดีตคริสเตียน นักดาอีย์ ผู้ก่อตั้งตั้สำ นักพิมพ์ซะละฟีย์แห่งเบอร์มิงแฮม 6. ท่านชัยค์ศอลิห์ อัลเฟาซาน - ขออัลลอฮ์ทรงปกปักรักษาท่าน - นักวิชาการอวุโส แห่งซาอุดิอาระเบีย เป็นผู้รู้ที่รู้มากที่สุด ณ. ขณะนี้ และการอธิบายของท่านกำ ลัง ถูกแปลเป็นภาษาไทย โดยสำ นักพิพม์อัซซาบิกูนของอ. ชะรีฟ วงศ์เสงี่ยม และ ดร. อามีน ลอนา 7. และยังมีอีกมากมาย ทั้งทั้จากซะละฟียะฮ์ และอัชอะรียะฮ์ และมาตุรีดียะฮ์ อะบูดานยาล 2
ชีวประวัติผู้ประพันธ์ ท่านอิมาม มหาปราชญ์ นักท่องจำ หะดีษ นักหะดีษแห่งอียิปต์ นักฟิกฮ์ ข้อ พิสูจน์แห่งอัลอิสลาม อะบูญะอ์ฟัร อะห์มัด บิน มุฮัมมัด บิน ซะลามะฮ์ บิน ซะละมะฮ์ บิน อับดิลมะลิก อัลอัซดีย์ อัลฮัจญ์รีย์ อัลมิศรีย์ อัฏเฏาะฮาวีย์ อัลฮะนะฟีย์ ท่านเกิด ในปี ฮ.ศ. 238 ณ. หมู่บ้านเฏาะฮา ในรัชสมัยของท่านเคาะลีฟะฮ์อัลมุตะวักกิล อะลัลลอฮ์ แห่งราชวงศ์อับบาซียะฮ์ ซึ่งสมัยนั้นนั้อะห์มัด บิน ฏูลูฏู ลูนเป็นข้าหลวงผู้ ปกครองอียิปต์ ท่านอิมามอัฏเฏาะฮาวีย์เกิดในครอบครัวผู้รู้ บิดาของท่านคือ ท่านมุฮัมมัด บิน ซะลามะฮ์เป็นผู้รูัที่หมู่บ้าน ส่วนน้าของท่านคือ อิสมาอีล บิน ยะห์ยา อัลมุซะนีย์ เป็นนักฟิกฮ์มัซฮับชาฟิอีย์ และสานุศิทย์ของอิมามอัชลาฟิอีย์ ท่านอิมามอัฏเฏาะฮาวีย์ ได้รับความรู้จากท่านอิมามอัลมุซะนีย์ น้าของท่าน ซึ่งเป็นผู้ประพันธ์ตำ รามุคตะศ็อร อัลมุซะนีย์ (ตำ ราฟิกฮ์มัซฮับชาฟิอีย์รุ่นแรก) และตำ ราชัรฮุสซุนนะฮ์ (ตำ ราอะกีดะฮ์ ของชาวซุนนะฮ์ และซะละฟุศศอลิห์) ซึ่งท่านนี้ทำ ให้ท่านได้รับความรู้ฟิกฮ์ชาฟิอีย์ และนอกจากนี้ท่านได้รับความรู้หะดีษจากท่านอะห์มัด บิน ชุอัยบ์ อันนะซาอีย์ หรือ ท่านอิมามอันนะซาอีย์ ผู้ประพันธ์ตำ ราหะดีษชื่อดังอย่าง: ซุนัน อัศศุฆรอ, ซุนัน อัล กุบรอ และเคาะศออิศอะมิรุลมุอ์มินีน (ปกป้องท่านอะลีย์ จากพวกนะวาศิบ) และอีก คนหนึ่งคือ ท่านอิมามอิบนุอะบีอิมรอน อัลฮะนะฟีย์ ซึ่งท่านนี้ทำ ให้ท่านเปลี่ยนไปยึด มัซฮับฮะนะฟีย์ สำ หรับส่วนหนึ่งจากบรรดาผู้ที่ได้รับความรู้จากท่านได้แก่: ท่านอิมามอะบุล กอซิม อัฏเฏาะบะรอนีย์ ผู้ประพันธ์ตำ รามุอ์ญัมทั้งทั้3 ได้แก่: อัลกะบีร, อัลเอาซัฏ และ อัศเศาะฆีร เป็นต้น ท่านอิมามอัฏเฏาะฮาวีย์เสียชีวิตในคืนพฤหัสบดี ต้นเดือนซุลเกาะอ์ดะฮ์ ปี ฮ.ศ. 321 ณ. ประเทศอียิปต์ ท่านอิมามอิบนุยูนุส อัลมิศรีย์ ได้กล่าวว่า: ท่านเป็นผู้ที่เชื่อถือได้ แน่วแน่ และเป็นนักฟิกฮ์ที่ฉลาด ไม่มีใครเหมือนท่าน 1 1. ตารีค อิบนุยูนุส (1/22) โดย อิบนุยูนุส อัลมิศรีย์ 3
บทนำ ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ พระผู้ทรงเมตตา พระผู้ทรงกรุณา และสำ หรับ พระองค์ พวกเราขอความช่วยเหลือ บรรดามวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ พระผู้เป็นเจ้าแห่งสากลจักรวาล ท่านมหาปราชญ์ ข้อพิสูจน์แห่งอิสลาม อะบูญะอ์ฟัร อัลวัรรอก อัฏ เฏาะฮาวีย์ ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน แห่งอียิปต์ ได้กล่าวว่า: นี่เป็นการนำ เสนอ ที่ชัดเจนเกี่ยวกับความเชื่อของชาวซุนนะฮ์ และญะมาอะฮ์ ตามแนวทางของบรรดา นักนิติศาสตร์ของศาสนานี้ คือ ท่านอะบูฮะนีฟะฮ์ อันนุอ์มาน บิน ษาบิต อัลกูฟีย์ และ ท่านอะบูยูซุฟ ยะอ์กูบ บิน อิบรอฮีม อัลอันศอรีย์ และ ท่าน อะบูอับดิลลาฮ์ มุฮัมมัด บิน อัลฮะซัน อัชชัยบานีย์ ขออัลลอฮ์ทรงพึงพอพระทัยพวกท่านทุกคน และสิ่งที่พวก เขาเชื่อเกี่ยวกับรากฐานของศาสนา และหลักศรัทธาของพวกท่าจต่อพระผู้เป็นเจ้า แห่งสากลโลก ให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์ 1. เรากล่าวถึงการให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์ โดยเชื่อมั่นมั่การชี้นำชี้นำของอัลลอฮ์ว่า อัลลอฮ์นั้นนั้ทรงปราศจากภาคีใดๆ 2. และไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์ 3. และไม่มีสิ่งใดทำ ให้พระองค์ไร้ฤทธิ์เ ธิ์ ดช 4. และไม่มีสิ่งใด นอกจากพระองค์จะมีสิทธิได้การรับการเคาระสักการะที่แท้ จริง 5. พระองค์ทรงเป็นอนันต์ ไม่มีจุดเริ่มต้น อยู่ยงไม่มีจุดสิ้นสิ้สุด 6. พระองค์ทรงไม่พินาศและทรงไม่เข้าใกล้สิ่งเหล่านั้นนั้ 7. ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นนอกจากสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ 8. ไม่มีการจินตนาการใดๆ ที่สามารถเข้าใจพระองค์ได้จริงๆ ไม่มีความเข้าใจ ใดๆ สามารถเข้าใจพระองค์ได้อย่างถ่องแท้ 9. พระองค์ไม่ทรงมีลักษณะเหมือนสิ่งทรงสร้างใดๆ 10. พระองค์ทรงมีชีวิต และ ไม่ทรงสิ้นสิ้ดํารงอยู่เสมอและไม่เคยหลับ 4
11. พระองค์ทรงสร้างโดยไม่จําเป็นต้องสร้างและพระองค์ทรงจัดเตรียมการ สร้างของพระองค์โดยไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ 12. พระองค์ทรงทําให้ตายโดยไม่ต้องกลัวผลที่ตามมา และพระองค์ทรงฟื้น คืนชีพโดยไม่ยากลำ บากใดๆ 13. พระองค์ทรงดำ รงอยู่ด้วยคุณลักษณะอันเป็นอมตะของพระองค์ ก่อนการ ทรงสร้าง ซึ่งไม่ได้เพิ่มสิ่งใดเข้าไปในแก่นแท้ของพระองค์ที่ไม่ได้อยู่ในคุณลักษณะ ของพระองค์อยู่แล้ว คุณลักษณะของพระองค์มีมาก่อนการทรงสร้างฉันใด สิ่งเหล่านี้ จะดำ รงอยู่ตลอดไปฉันนั้นนั้ 14. ไม่ใช่เพราะว่าพระองค์ทรงสร้างสิ่งถูกสร้างที่พระองค์ได้รับพระนามว่า: พระผู้ทรงสร้าง หรือโดยการทรงให้การบังเกิดมันขึ้น พระองค์จึงได้รับพระนามว่า: พระผู้ทรงบังเกิด 15. พระองค์ทรงมีความเป็นพระผู้เป็นเจ้า ไม่ใช่ผู้ที่ถูกชักนำ และทรงมี ความเป็นพระผู้ทรงสร้าง มิใช่สิ่งถูกสร้าง 16. และเช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงปลุกคนตายให้ฟื้นคืนชีพ หลังจากที่พวก เขามีชีวิตตอนแรก พระองค์ทรงสมควรได้รับพระนามนี้ก่อนที่พระองค์จะทรงทำ ให้ พวกเขามีชีวิต ในทำ นองเดียวกันนั้นนั้พระองค์ทรงสมควรได้รับพระนามว่า: พระ ผู้ทรงสร้าง ก่อนที่พระองค์จะทรงสร้างพวกเขาขึ้นมา 17. นี่เป็นเพราะว่าพระองค์ทรงมีอำ นาจเหนือทุกสิ่ง และทุกสิ่งล้วนต้องการ พึ่งพาพระองค์ ทุกเรื่องเป็นเรื่องง่ายสำ หรับพระองค์ พระองค์ไม่ต้องการสิ่งใดเลย เพราะว่า: َبِصيُر ١١[ ﴾الشورى: ١١] ْل ْيَس َكِمْثِلِه َشْيٌءۖ َوُهَو الَّسِميُع ا ﴿ۚ َل ความว่า: ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์ และพระองค์ทรงเป็นพระผู้ทรงสดับ พระ ผู้ทรงทอดพระเนตร [อัชชูรอ: 11] 18. พระองค์ทรงสร้างสิ่งถูกสร้าง ด้วยกับความรู้ของพระองค์ 19. และพระองค์ทรงกำ หนดชะตากรรมของพวกเขา 20. และพระองค์ทรงกำ หนดอายุขัยให้พวกเขา 5
21. และไม่มีสิ่งใดถูกซ่อนไว้จากพระองค์ก่อนที่พระองค์จะทรงสร้างพวกเขา พระองค์ทรงทราบว่าพวกเขาจะทำ อะไรก่อนที่พระองค์จะทรงสร้างพวกเขา 22. และพระองค์ทรงบัญชาให้พวกเขาเชื่อฟังพระองค์ และพระองค์ทรงห้าม ไม่ให้พวกเขาไม่เชื่อฟังพระองค์ 23. และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามการกำ หนด และพระประสงค์ของพระองค์ และพระประสงค์ของพระองค์สำ เร็จเสมอ ความประสงค์ของบ่าวเป็นเพียงสิ่งที่ พระองค์ทรงประสงค์สำ หรับพวกเขาเท่านั้นนั้สิ่งใดที่พระองค์ทรงประสงค์สำ หรับพวก เขาก็จะบังเกิด และสิ่งใดที่พระองค์ไม่ประสงค์สำ หรับพวกเขาก็จะไม่บังเกิดขึ้น 24. พระองค์ทรงชี้นำชี้นำผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และพระองค์ทรงปกป้องพวก เขาและทรงค้ำ จุนพวกเขาให้ประเสริฐ และพระองค์ทรงนำ ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ ให้หลงทาง พระองค์ทรงทำ ให้พวกเขาอับอายและทรงให้พวกเขาลงโทษอย่าง ยุติธรรม 25. และพวกเขาทั้งทั้หมดกลับไปกลับมาตามพระประสงค์ของพระองค์ ระหว่างความประเสริฐและความยุติธรรมของพระองค์ 26. และพระองค์ทรงเป็นพระผู้ทรงอยู่สูงสุดเกินกว่าจะมีผู้ตรงกันข้ามหรือ หุ้นส้วน 27. ไม่มีใครสามารถตอบโต้การกำ หนดของพระองค์ แก้ไขการพิพากษาของ พระองค์ หรือเอาชนะพระบัญชาของพระองค์ได้ 28. เราศรัทธาในทั้งทั้หมดนี้ เรามั่นมั่ ใจว่าทั้งทั้หมดนี้มาจากพระองค์ 6 นะบีท่านสุดท้าย 29. และแท้จริงมุฮัมมัด ขออัลลอฮ์ทรงประทานพระพรและความศานติแด่ พระองค์ คือ บ่าวผู้ที่พระองค์ทรงเลือก, นะบีที่พระองค์เลือกสรร, และเราะซูล ของพระองค์ผู้ซึ่งพระองค์ทรงพอพระทัยด้วย 30. และท่านนั้นนั้เป็นตราประทับของบรรดานะบี, ผู้นำ ของผู้ชอบธรรม เจ้านายของศาสนทูต และผู้เป็นที่รักของพระเจ้าแห่งสากลโลก 31. และการกล่าวอ้างการเป็นนะบีทุกครั้งรั้ภายหลังท่านนั้นนั้เป็นความเท็จ และการหลอกลวง 2 2. หมายถึง: นะบีท่านสุดท้ายจากบรรดานะบี
7 32. ท่านได้ถูกส่งไปยังญินและมนุษยชาติทั้งทั้หมดด้วยความจริง เป็นทางนำ , รัศมี และแสงตะเกียง 3 3. หมายถึง: เป็นแสงรัศมีและแสงตะเกียงที่นำ ทาง 4. วิวรณ์จากอัลลอฮ์ อัลกุรอานเป็นพระวจนะ มิใช่สิ่งถูกสร้าง 33. แท้จริงอัลกุรอาน คือ พระวจนะของอัลลอฮ์ เดิมทีมันมาจากพระองค์ โดยไม่ได้กล่าวถึงรูปแบบในการดำ รัสของพระองค์ พระองค์ทรงประทานมันลงมาแก่ เราะซูลของพระองค์เพื่อเป็นวะฮีย์ ผู้ศรัทธายอมรับว่าทั้งทั้หมดนั้นนั้เป็นความจริง พวก เขาแน่ใจว่ามันเป็นพระวจนะของอัลลอฮ์พระผู้ทรงสูงส่งในความเป็นจริง สิ่งนี้เป็นสิ่ง ที่ได้ถูกสร้าง ไม่เหมือนคำ พูดของสัตว์ทั้งทั้หลาย ใครก็ตามที่ได้ยินแล้วคิดว่าเป็นคำ พูด ของมนุษย์ย่อมปฏิเสธศรัทธา อัลลอฮ์ทรงประณามเขา, ตำ หนิเขา และทรงขู่เขาด้วย ไฟนรก ซึ่งพระผู้ทรงสูงส่งทรงตรัสว่า: ﴿َسُأْصِليِه َسَق َر ٢٦[ ﴾المدثر: ٢٦] ความว่า: ในไม่ช้าข้าจะโยนเขาเข้าสู่กองไฟที่เผาไหม้ [อัลมุดัษษิรษิ: 26] เมื่ออัลลอฮ์ทรงขู่ด้วยไฟสำ ฟรับบรรดาผู้ผู้กล่าวว่า: َبَش ِر ٢٦[ ﴾المدثر: ٢٦] ْل ْوُل ا ِإاَّل َق ﴿ِإْن َهَذا ความว่า: นี่มิใช่อื่นใดนอกจากเป็นคำ พูดของปุถุชน [อัลมุดัษษิรษิ: 25] เรารู้แน่ชัดว่า (อัลกุรอาน) เป็นพระดำ รัสของพระผู้สร้างมนุษยชาติ และไม่เหมือนกับ คำ พูดของมนุษยชาติ 4 คุณลักษณะของอัลลอฮ์ ต่างจากลักษณะของมนุษย์ 34. ใครก็ตามที่พรรณาถึงอัลลอฮ์ด้วยคุณลักษณะเช่นเดียวกับมนุษย์ย่อม เป็นผู้ปฏิเสธ ใครก็ตามที่เห็นสิ่งนี้ก็จะพิจารณาและตำ หนิคำ พูดของผู้ปฏิเสธที่กล่าวไว้ และเขา (ผู้ศรัทธา) รู้ดีว่าคุณลักษณะของอัลลอฮ์นั้นนั้แตกต่างจากลักษณะของมนุษย์ การมองเห็นอัลลอฮ์ของชาวสวรรค์ 35. การมองเห็นของชาวสวรรค์นั้นนั้เป็นความจริง โดยปราศจากล้อมรอบ และไม่ระบุว่าเป็นอย่างไรแบบไหน ดังที่ปรากฏในคัมพีร์ของพระผู้เป็นเจ้าของเราว่า: اِظ َرٌة ٢٣[ ﴾القيامة: ٢٢-٢٣] َها َن ِّب َر اِض َرٌة ٢٢ِ إ ٰىَل َّن ﴿ُو ُجوٌه َيْوَمِئٍذ
ในวันนั้นนั้หลาย ๆ ใบหน้าจะเบิกบาน จ้องมองไปยังพระเจ้าของมัน [อับกิยามะฮ์: 22- 23] คำ อธิบายเรื่องนี้เป็นไปตามที่อัลลอฮ์ พระผู้ทรงสูงส่งทรงมุ่งหมายและพระองค์ทรง ทราบ ทุกสิ่งที่ได้มาจากการรายงานที่ถูกต้องจากท่านเราะซูล ขออัลลอฮ์ทรงประทาน พระพรและความศานติจงมีแด่ท่าน เป็นไปตามที่ท่านกล่าวไว้ และมันหมายถึงสิ่งที่ ท่านตั้งตั้ ใจไว้คือ เราไม่ใส่ความคิดเห็นของเราเองเข้าไป และไม่ได้พรรณาตามอำ เภอ ใจของเรา เพราะไม่มีผู้ใดปลอดภัยในศาสนาของเขา เว้นแต่บรรดาผู้ที่มอบหมายต่อ อัลลอฮ์พระผู้ทรงสูงส่ง และต่อเราะซูลของพระองค์ และละทิ้งทิ้ความรู้ในสิ่งที่ คลุมเครือแก่ผู้ที่รู้เรื่องนี้ พูดเรื่องศาสนาและคุณลักษณะโดยไม่มีความรู้ 36. รากฐานของศาสนาอิสลามนั้นนั้ ไม่มั่นมั่คง เว้นแต่เป็นการยอมและจำ นนต่อ อัลลอฮ์อย่างชัดเจน สำ หรับใครก็ตามที่ปรารถนาจะรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งต้องห้ามและไม่ พอใจกับการยอมจำ นน ความเข้าใจของเขาจะถูกบดบังจากความเชื่อพระเจ้าองค์ เดียวอย่างบริสุทธิ, ความรู้ล้วนๆ และหลักความเชื่อที่ถูกต้อง เขาจะเปลี่ยนไปมาอยู่ ระหว่างการปฏิเสธศรัทธาและการศรัทธา การยืนยันและการปฏิเสธ การยอมรับและ การคัดค้าน หมกมุ่น, หลง, สงสัย และเบี่ยงเบน ไม่ใช่ผู้ศรัทธาที่แท้จริง ผู้ปฏิเสธ และผู้ดื้อด้าน 37. และความเชื่อในมุมมองของคนที่อยู่ในดินแดนแห่งสันติ นั้นนั้ ไม่ถูกต้อง สำ หรับผู้ที่มองว่าเป็นการพรรณาหรือตีความด้วยความเข้าใจอันจำ กัดของตนเองว่า เป็นการตีความมุมมองที่ถูกต้อง และการตีความทุกความหมายที่เกี่ยวข้องกับการ เป็นพระผู้เป็นเจ้า คือ การละทิ้งทิ้การตีความและยึดมั่นมั่ ในการยอมจำ นน และนั่นนั่คือ ศาสนาของบรรดาชาวมุสลิม ใครก็ตามที่ไม่ป้องกันตนเองจากการปฏิเสธคุณลักษณะ ของอัลลอฮ์หรือเปรียบเทียบอัลลอฮ์กับสิ่งอื่นใดได้หลงทางแล้ว และไม่เข้าใจอย่างถูก ต้องถึงความสูงส่งของอัลลอฮ์ เพราะว่าพระผู้เป็นเจ้าของเรา พระผู้ทรงเกรียงไกร และ พระผู้ทรงสูงส่ง ได้รับการอธิบายด้วยคุณลักษณะของเอกภาพความเป็นหนึ่ง เดียว ซึ่งมีคุณลักษณะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะพระองค์ พระองค์ทรงไม่มีคุณลักษณะ เหมือนสิ่งมีชีวิตใดๆ 38. พระองค์ทรงเป็นที่ยกย่องเหนือขอบเขต และการสิ้นสิ้สุด และบรรดา ขอบด้าน และบรรดาอวัยวะ และบรรดาสัดส่วนต่างๆ และทรงบริสุทธิ์จ ธิ์ ากการ ห้อมล้อมพระองค์โดยทิศทั้งทั้หก ที่เหมือนกับบรรดาสิ่งที่ถูกสร้างทั้งทั้หลาย 8 5 5. ประเทศที่มีผู้ปกครองมุสลิม 6. หมายถึง: ขนาดรูปทรงเช่น เล็ก หรือ ใหญ่ 7. หมายถึง: การสิ้นสิ้สุดของรูปร่างเนื่องจากพระองค์ไม่ใช่รูปร่าง 8. หมายถึง: ทิศในความหมายสิ่งถูกสร้าง ไม่ใช่ในควาทหมายการอยู่สูง 6 7 8
การอิสรออ์ และ มิอ์รอจญ์ 39. การเสด็จขึ้นสู่ชั้นชั้ฟ้าเป็นเรื่องจริง ท่านนะบี ถูกพาไปในเวลากลางคืน และเสด็จขึ้นสู่ชั้นชั้ฟ้าด้วยตนเองในระหว่างที่ตื่นขึ้นสู่ชั้นชั้ฟ้าทั้งทั้หลาย แล้วไปยังที่ใดก็ ตามที่อัลลอฮ์ทรงประสงค์จากเบื้องบน อัลลอฮ์ทรงให้เกียรติท่าน ตามที่พระองค์ทรง ประสงค์และพระองค์ทรงวะฮีย์แก่ท่านในสิ่งที่พระองค์ทรงวะฮีย์ ٰى ١١[ ﴾النجم: ١١] َأ ُفَؤاُد َما َر ْل ﴿َما َكَذَب ا ความว่า: จิตใจ (ของมุฮัมมัด) มิได้ปฏิเสธสิ่งที่เขาได้เห็น [อันนัจญ์มุ: 11] ดังนั้นนั้ขออัลลอฮ์ทรงประทานพระพรและความศานติแด่ท่าน ในโลกหน้า และโลกนี้ บ่อน้ำ 40. น้ำ พุซึ่งอัลลอฮ์พระผู้ทรงสูงส่ง ได้ทรงยกย่องท่านให้เป็นอาหารสำ หรับ ประชาชาติของท่าน นั้นนั้เป็นความจริง 9 9. หมายถึง: ท่านนะบีมุฮัมมัด 10. หมายถึง: ประชาชาติของท่าน การขอลุกะโทษ 41. การขอลุกะโทษ ซึ่งท่านเลื่อนให้พวกเขา จนถึงวันกิยามะฮ์นั้นนั้เป็นจริง ตามที่เกี่ยวข้องในหะดีษ 10 สัญญาที่อัลลอฮ์ทรงรับจากอาดัม 42. และสัญญาซึ่งอัลลอฮ์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - ได้รับเอาจากอาดัมและบุตร หลานของท่านนั้นนั้เป็นความจริง 43. และอัลลอฮ์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - ทรงทราบมาโดยตลอดมาว่าจำ นวนผู้ที่ จะเข้าสวรรค์ และจำ นวนผู้ที่จะเข้าไฟนรก พร้อมกันนั้นนั้จำ นวนจะไม่เพิ่มขึ้น และก็ จะไม่ลดลงด้วย การกำ หนดของอัลลอฮ์ 44. การกระทำ ของพวกเขาก็เช่นเดียวกัน พระองค์ทรงทราบว่าพวกเขาจะ ทำ อะไร ทุกคนจะมีสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมาเพื่อให้ง่ายสำ หรับพวกเขา การกระ ทำ จะเป็นไปตามความต้องการของพวกเขา และผู้โชคดีคือผู้โชคดีตามการกำ หนด ของพระองค์อัลลอฮ์ และคนเลวทรามคือผู้เลวทรามตามการกำ หนดของพระองค์ อัลลอฮ์ 9
45. และกฏสภาวะนั้นนั้ โดยพื้นฐานแล้วเป็นความลับของอัลลอฮ์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - เกี่ยวกับสิ่งถูกสร้างของพระองค์ ไม่ได้ปรากฏแก่ทูตสวรรค์ที่อยู่ใกล้พระองค์ หรือนะบีที่พระองค์ทรงส่งมา การเจาะลึกและการค้นคว้าอย่างลึกซึ้งถึงนำ ไปสู่ของ ความผิดหวัง เป็นบันไดสู่ความขัดสน และระดับของการอหังการ ดังนั้นนั้จงใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งจากการค้นคว้า, การคิด และการบอกเป็นนัยเกี่ยวกับสิ่งนั้นนั้สำ หรับอัลลอฮ์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - นั้นนั้ทรงได้ซ่อนความรู้เกี่ยวกับการกำ หนดจากสิ่งถูกสร้างของพระองค์ และได้ห้ามไม่ให้พวกเขาแสวงหาเกี่ยวกับมัน ดังที่อัลลอฮ์ -พระผู้ทรงสูงส่ง - ทรงดำ รัสไว้ในคัมภีร์ของพระองค์ว่า: وَن﴾ ]األنبياء: ٢٣] ُل ُل َعَّما َيْفَعُل َوُهْم ُيْسَأ أَسْي ُلَا﴿ความว่า: พระองค์จะไม่ทรงถูกสอบถามในสิ่งที่พระองค์ทรงปฏิบัติ และพวกเขาต่างหากที่จะถูกสอบถาม [อัลอัมบิยาอ์: 23] ใครก็ตามที่ถามว่าทำ ไมพระองค์ถึงทรงกระทำ สิ่งนั้นนั้เขาผู้นั้นนั้ ได้คัดค้านข้อตัดสินของคัมภีร์ และผู้ใดคัดค้านข้อสินของคัมภีร์ เขาผู้นั้นนั้ก็อยู่ในบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา 46. ดังนั้นนั้นี่คือบทสรุปของสิ่งที่จำ เป็นโดยบรรดาผู้รู้แจ้งหัวใจในหมู่ผู้เป็นที่รักใกล้ชิดยิ่งของอัลลอฮ์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - เป็นระดับของผู้หยั่งยั่รากลึกในความรู้ เพราะความรู้เกี่ยวกับสิ่งถูกสร้างมี 2 ประเภท คือ: 1. ความรู้ที่เข้าถึงได้ และ 2.ความรู้ที่มิอาจเข้าถึงไม่ได้ การปฏิเสธความรู้ที่เข้าถึงได้ถือเป็นการปฏิเสธศรัทธา และการอ้างว่ารู้ว่าอะไรไม่สามารถเข้าถึงได้ถือเป็นการปฏิเสธศรัทธาเช่นเดียวกันและการศรัทธาได้รับการยืนยันโดยการยอมรับความรู้ที่สามารถเข้าถึงได้และละทิ้งทิ้การแสวงหาความรู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ แผ่นจารึกที่ถูกเก็บรักษา และ ปากกา 47. และเราเชื่อในแผ่นจารึกที่ถูกเก็บรักษาไว้ และ ปากกา และทุกสิ่งที่จารึก อยู่ในนั้นนั้หากสรรพสิ่งทั้งทั้ปวงรวมตัวกันต่อต้านสิ่งที่อัลลอฮ์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - ทรง กำ หนดให้เป็น โดยที่พวกเขาพยายามทำ ให้สิ่งนั้นนั้ ไม่มีอยู่จริง พวกเขาก็จะไม่มีอำ นาจ ที่จะทำ เช่นนั้นนั้ ได้ หากพวกเขาทั้งทั้หมดรวมตัวกันต่อต้านบางสิ่งที่อัลลอฮ์มิได้ทรง บัญชาให้เป็น โดยที่พวกเขาพยายามที่จะทำ ให้มันเกิดขึ้น พวกเขาก็จะไม่มีอำ นาจที่ จะทำ เช่นนั้นนั้ปากกาได้เหือดแห้งไปจนกระทั่งทั่ถึงวันกิยามะฮ์ สิ่งใดที่บ่าวพลาดไปมัน ก็จะไม่กลับมาหาเขา และสิ่งใดที่ประสบกับเขา มันก็จะไม่พลาดจากเขา 48. และสำ หรับบ่าวที่จะรู้ว่าอัลลอฮ์ทรงรอบรู้มาก่อนถึงทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น เกี่ยวกับสิ่งถูกสร้างของพระองค์ ดังนั้นนั้พระองค์จึงทรงประกาศไว้อย่างแน่วแน่และ มั่นมั่คง ไม่มีสิ่งใดในนั้นนั้ที่จะทำ ให้เป็นโมฆะ หรือรับขึ้น หรือเคลื่อนย้าย หรือ เปลี่ยนแปลง หรือคัดค้าน หรือนำ ออกไป หรือเพิ่มสิ่งถูกสร้างของพระองค์ในชั้นชั้ฟ้า 10
ทั้งทั้หลายและแผ่นดินของพระองค์ ทั้งทั้หมดนี้เป็นหนึ่งในความเชื่อเรื่องความศรัทธา, รากฐานของความรู้ และการยอมรับการเป็นเอกภาพของอัลลอฮ์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - และอำ นาจของพระองค์ ดังที่พระองค์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - ทรงดำ รัสไว้ในคัมภีร์ของ พระองค์ว่า: ﴿َوَخَلَق ُكَّل َشْيٍء َفَقَّدَرُه َتْقِدي ًرا ٢[ ﴾الفرقان: ٢] ความว่า: และพระองค์ทรงสร้างทุกสิ่ง แล้วทรงกำ หนดมันให้เป็นไปตามกฏสภาวะ [อัลฟุรกอน: 2] และพระองค์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - ทรงตรัสว่า: َقَدًرا َّمْقُدوًرا ٣٨[ ﴾األحزاب: ٣٨] ْم ُر ِهَّللا ﴿َوَكاَن َأ ความว่า: และพระบัญชาของอัลลอฮ์นั้นนั้ ได้กำ หนดไว้แล้ว [อัลอะห์ซาบ: 38] ดังนั้นนั้ความวิบัติ จงมีแก่ผู้ที่จิตใจของเขาเป็นโรคเกี่ยวกับการกำ หนดสภาวะ เขาได้ เดินข้ามเส้นแห่งความหลงผิดในเรื่องของการค้นคว้าสิ่งเร้นลับ, ความลับ และแง่มุม ที่ซ่อนอยู่ เขากลายเป็นคนบาปจอมโกหกเหนื่องจากสิ่งที่เขาพูด 11 11. คำ ในภาษาอาหรับคือ: วัยล์ لٌيْو َแปลว่า: วิบัติ หรือจะแปลว่า: นรกก็ได้เช่นเดียวกัน 12. พระที่นั่งนั่หรือ กุรซีย์ คือสิ่งที่พระบาท และ พระเพลาของอัลลอฮ์ทรงอยู่เหนือมัน 13. บัลลังก์คือ สิ่งถูกสร้างที่อยู่สูงที่สุดในความหมายของสถานที่ และมันปิดมิดจักรวาล 14. นี่เป็นสิ่งที่ชัดเจนว่าการอยู่เบื้องมันไม่ได้สัมพันธ์กับเรื่องทิศ เพราะทิศเป็นสิ่งถูกสร้าง และอยู่ใต้บัลลังก์อีกที 15. เคาะลีลุลลอฮ์ แปลว่า: เพื่อนผู้ใกล้ชิดของอัลลอฮ์ ซึ่งมี 2 ท่านได้รับตำ แหน่งนี้ คือ มุฮัมมัด และ อิบรอฮีม 16. มีนะบีสามท่านที่ได้พูดกับอัลลอฮ์โดยตรงคือ อาดัม มูซา และนะบีมุฮัมมัด บัลลังก์ และ พระที่นั่ง 49. บัลลังก์ และ พระที่นั่งนั่เป็นความจริง 50. พระองค์ทรงไม่ต้องการบัลลังก์และทุกสิ่งที่อยู่ใต้บัลลังก์ 51. พระองค์ทรงล้อมรอบทุกสิ่ง และ พระองค์ทรงอยู่เหนือมัน และสิ่งที่ พระองค์ทรงได้สร้างขึ้นนั้นนั้ ไม่สามารถห้อมล้อมพระองค์ได้ 12 13 14 อิบรอฮีม เป็นเพื่อนผู้ใก้ลชิดอัลลอฮ์ 52. เราขอกล่าวว่า: อัลลอฮ์ได้ทรงยกย่องอิบรอฮีม - ขอความศานติจงมีแด่ ท่าน - เป็นเพื่อนผู้ใกล้ชิด และพระองค์ตรัสกับมูซาโดยตรงด้วยความศรัทธา และ สัจจริง และยอมจำ นนต่ออัลลอฮ์ 15 16 11
การศรัทธาต่อทูตสวรรค์, คัมภีร์ และเราะซูล 53. และเราศรัทธาต่อบรรดาทูตสวรรค์ และบรรดานะบี และบรรดาคัมภีร์ ต่างๆ ที่ถูกประทานลงมาแก่บรรดาเราะซูล เราเป็นพยานว่าสิ่งเหล่านั้นนั้ทั้งทั้หมดอยู่บน ความจริงที่ชัดเจน อะฮ์ลุลกิบละฮ์, มุสลิม และผู้ศรัทธา 54. และเราให้ชื่อ อะฮ์ลุลกิบละฮ์ ว่า: มุสลิม และ ผู้ศรัทธา ตราบใด ที่พวกเขายังคงอยู่กับสิ่งที่ท่านนะบี - ขออัลลอฮ์ทรงประทานพระพรและความศานติ ประสบแด่ท่าน - ได้นำ มา โดยตระหนักและยืนยันว่าทุกสิ่งที่ท่านพูดและสิ่งที่ถูก รายงานเป็นความจริง 55. และเราจะไม่พูดไร้สาระเกี่ยวกับอัลลอฮ์ และเราไม่โต้เถียงเกี่ยวกับ ศาสนาของอัลลอฮ์ 56. เราจะไม่โต้แย้งกันในเรื่องอัลกุรอาน เราเป็นพยานว่านี่คือพระวจนะของ พระผู้เป็นเจ้าแห่งสากลจักรวาลซึ่งถูกส่งลงมาโดยพระวิญญาณ ผู้สอนเรื่องนี้คือ นายแห่งบรรดาเราะซูล คือ มุฮัมมัด - ขออัลลอฮ์ทรงประทานพระพรและความศานติ แด่ท่าน - มันเป็นพระวจนะของอัลลอฮ์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - ไม่ใช่คำ พูดของสิ่วถูก สร้าง เราไม่ได้อ้างว่ามันเป็นสิ่งถูกสร้างของพระองค์ และเราไม่ได้ต่อต้านญะมาอะฮ์ บรรดามุสลิมที่เป็นหนึ่งเดียวกัน 57. เราไม่คว่ำ บาตรใครก็ตามที่เป็นอะฮ์ลุลกิบละฮ์เหนื่องจากการทำ บาป 58. และตราบใดที่เขาไม่อ้างว่าสิ่งที่ทำ ถูกต้องตามบทบัญญัติ และเราไม่ได้ บอกว่าบาปไม่เป็นอันตรายต่อศรัทธาของผู้ที่กระทำ ความผิด 59. และเราหวังว่าอัลลอฮ์จะทรงอภัยโทษผู้กระทำ ความดีในบรรดาผู้ศรัทธา และยอมรับพวกเขาเข้าสวรรค์ด้วยความเมตตาของพระองค์ และเราไม่สามารถรับ ประกันได้สำ หรับพวกเขา และเราไม่สามารถเป็นพยานได้ว่าพวกเขาจะอยู่ในสวรรค์ และเราแสวงหาการอภัยโทษแก่คนบาป เราเกรงกลัวแทนพวกเขา แต่เราไม่สิ้นสิ้หวัง ในตัวพวกเขา 17 18 19 17. คนที่ละหมาดโดยหันไปที่กะอ์บะฮ์ 18. ผู้ที่ได้แค่ทำ การปฏิบัติหลักการ แต่ในใจเขาอาจจะมีศรัทธาไม่มาก หรือ อาจจะไม่มีเลย เช่น พวกมุนาฟิก 19. ผู้ที่ปฏิบัติด้วยร่างกาย และ ศรัทธาด้วยใจ อย่างจริงใจ 20. พูดเกี่ยวกับอัลลอฮ์ โดยไม่ตรงกับอัลกุรอาน และ อัสซุนนะฮ์ บนความเข้าใจของเศาะฮาบะฮ์ และ ซะลัฟ 21. หมายถึง: การโต้เถียงกันในเรื่องเห็นต่างที่มีหลักฐานกันทั้งทั้สองฝ่าย แต่เข้าใจต่าง 22. หมายถึง: ท่านญิบรีล 20 21 22 12
54. และเราให้ชื่อ อะฮ์ลุลกิบละฮ์ ว่า: มุสลิม และ ผู้ศรัทธา ตราบใด ที่พวกเขายังคงอยู่กับสิ่งที่ท่านนะบี - ขออัลลอฮ์ทรงประทานพระพรและความศานติ ประสบแด่ท่าน - ได้นำ มา โดยตระหนักและยืนยันว่าทุกสิ่งที่ท่านพูดและสิ่งที่ถูก รายงานเป็นความจริง 55. และเราจะไม่พูดไร้สาระเกี่ยวกับอัลลอฮ์ และเราไม่โต้เถียงเกี่ยวกับ ศาสนาของอัลลอฮ์ 56. เราจะไม่โต้แย้งกันในเรื่องอัลกุรอาน เราเป็นพยานว่านี่คือพระวจนะของ พระผู้เป็นเจ้าแห่งสากลจักรวาลซึ่งถูกส่งลงมาโดยพระวิญญาณ ผู้สอนเรื่องนี้คือ นายแห่งบรรดาเราะซูล คือ มุฮัมมัด - ขออัลลอฮ์ทรงประทานพระพรและความศานติ แด่ท่าน - มันเป็นพระวจนะของอัลลอฮ์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - ไม่ใช่คำ พูดของสิ่วถูก สร้าง เราไม่ได้อ้างว่ามันเป็นสิ่งถูกสร้างของพระองค์ และเราไม่ได้ต่อต้านญะมาอะฮ์ บรรดามุสลิมที่เป็นหนึ่งเดียวกัน 57. เราไม่คว่ำ บาตรใครก็ตามที่เป็นอะฮ์ลุลกิบละฮ์เหนื่องจากการทำ บาป 58. และตราบใดที่เขาไม่อ้างว่าสิ่งที่ทำ ถูกต้องตามบทบัญญัติ และเราไม่ได้ บอกว่าบาปไม่เป็นอันตรายต่อศรัทธาของผู้ที่กระทำ ความผิด 59. และเราหวังว่าอัลลอฮ์จะทรงอภัยโทษผู้กระทำ ความดีในบรรดาผู้ศรัทธา และยอมรับพวกเขาเข้าสวรรค์ด้วยความเมตตาของพระองค์ และเราไม่สามารถรับ ประกันได้สำ หรับพวกเขา และเราไม่สามารถเป็นพยานได้ว่าพวกเขาจะอยู่ในสวรรค์ และเราแสวงหาการอภัยโทษแก่คนบาป เราเกรงกลัวแทนพวกเขา แต่เราไม่สิ้นสิ้หวัง ในตัวพวกเขา 60. การรับประกันหรือความสิ้นสิ้หวัง ทั้งทั้สองนำ ไปสู่การออกจากอิสลาม หนทางแห่งความจริงอยู่ระหว่างมันทั้งทั้สองเกี่ยวกับอะฮ์ลุลกิบละฮ์ 61. ไม่มีบ่าวคนใดถูกขับออกจากการศรัทธา เว้นแต่การปฏิเสธสิ่งที่ทำ ให้เขา เข้าไปอยู่ในการศรัทธานั้นนั้ 13 23. ในการเข้าสวรรค์ หรือ ลงนรก 23 การศรัทธาคือ คำ พูดและการกระทำ 62. และการศรัทธาประกอบด้วยการยืนยันด้วยลิ้นลิ้และการยอมรับโดยจิตใจ 63. และทุกสิ่งที่ถูกต้องจากท่านเราะซูลุลลอฮ์ - ขออัลลอฮ์ทรงประทาน
พระพรและความศานติแด่ท่าน - บทบัญญัติและคำ สอนที่ชัดเจนล้วนเป็นความจริง 64. และการศรัทธาเป็นสิ่งแรก และผู้คนก็เท่าเทียมกันโดยปริยาย และ คุณธรรมของบางคนอาจจะเหนือกว่าอีกบางคนนั้นนั้เกิดจากการยำ เกรง และความ ชอบธรรม และการต่อต้านความปรารถนาอันต่ำ ต้อย และการยึดมั่นมั่ ในเรื่องที่สำ คัญ ที่สุด 65. และบรรดาผู้ศรัทธาทั้งทั้หมดเป็นบรรดาผู้ใกล้ชิดที่เป็นที่รักกับพระผู้ทรง เมตตาเสมอ และผู้สูงศักดิ์ที่ ดิ์ ที่ สุด ณ อัลลอฮ์คือ ผู้ที่เชื่อฟังมากที่สุด และปฏิบัติตามอัล กุรอานได้ดีที่สุด 66. และการศรัทธาประกอบด้วยการศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และบรรดาทูตสวรรค์ ของพระองค์ และบรรดาคัมภีร์ของพระองค์ และบรรดาเราะซูลของพระองค์ และวัน สุดท้าย และกฎการกำ หนด ทั้งทั้สิ่งที่ดีและร้าย ทั้งทั้สิ่งที่พึงใจและสิ่งที่ไม่พึงประสงค์นั้นนั้ มาจากอัลลอฮ์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - 67. และเรามีศรัทธาในสิ่งเหล่านั้นนั้ทั้งทั้หมด เราไม่ได้แยกระหว่างเราะซูลท่าน หนึ่งท่านใด เรายอมรับว่าสิ่งเหล่านั้นนั้เป็นจริงในสิ่งที่พวกเขานำ มา คนที่ทำ บาปใหญ่ 68. และบรรดาผู้กระทำ บาปใหญ่ในประชาชาติของมุฮัมมัด - ขออัลลอฮ์ทรง ประทานพระพรและความศานติแด่ท่าน - อาจอยู่ในไฟนรกแต่จะไม่อยู่ที่นั่นนั่ตลอด กาล และหากพวกเขาตายในขณะที่พวกเขาเป็นผู้นับถือพระเจ้าองค์เดียว และแม้ว่า พวกเขาจะไม่ได้กลับใจก็ตาม หลังจากที่พวกเขาพบกับอัลลอฮ์โดยรู้ว่าเขาศรัทธาแล้ว พวกเขาก็อยู่ภายใต้พระประสงค์ของพระองค์และการตัดสินของพระองค์ หาก พระองค์ทรงประสงค์ พระองค์ก็จะทรงให้อภัยพวกเขา และทรงอภัยโทษพวกเขา ด้วยพระคุณของพระองค์ ดังที่พระองค์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - ทรงได้ตรัสไว้ในคัมภีร์ ของพระองค์ว่า: ِلَك ِلَمن َيَشآُءۚ ﴾ ]النساء: ١١٦] ﴿َوَيْغِف ُر َما ُدوَن َٰذ ความว่า: แต่พระองค์จะทรงอภัยโทษให้ซึ่งสิ่งอื่นจากนั้นนั้สำ หรับผู้ที่พระองค์ทรง ประสงค์ [อันนิซาอ์: 116] และหากพระองค์ทรงประสงค์ พระองค์จะทรงลงโทษพวกเขาในไฟนรกด้วยความ ยุติธรรมของพระองค์ หลังจากนั้นนั้พระองค์จะทรงนำ พวกเขาออกจากไฟนรกด้วย ความเมตตาและการวิงวอนของผู้วิงวอนต่อพระองค์ แล้วทรงให้พวกเขาขึ้นสู่สวรรค์ 14
นี่เป็นเพราะว่าอัลลอฮ์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - ทรงเป็นพันธมิตรของบรรดาผู้ที่รู้จัก พระองค์ และพระองค์จะไม่จัดการกับพวกเขาในที่พำ นักทั้งทั้สอง ราวกับว่าพวกเขา เป็นกลุ่มคนที่ปฏิเสธพระองค์ และผู้ที่ล้มเหลวในการปฏิบัติตามคำ แนะนำ ของ พระองค์ และไม่ได้รับความคุ้มครองจากพระองค์ โอ้อัลลอฮ์ พระผู้ทรงพิทักษ์อิ ษ์ อิสลาม และประชาชาติอิสลาม โปรดให้เรายึดมั่นมั่ ในอิสลามจนกว่าเราจะพบพระองค์ 69. และเราทำ การละหมาดหลังอิมามทุกคนที่เป็นอะฮ์ลุลกิบละฮ์ ไม่ว่าจะ ชอบธรรมหรือชั่วชั่ร้าย รวมถึงการละหมาดญะนาซะฮ์ให้ผู้เสียชีวิต 70. และเราจะไม่ประกาศว่าสิ่งคนหนึ่งคนใดจะอยู่ในสวรรค์หรือไฟนรก และ เราจะไม่กล่าวหาพวกเขาว่าเป็นผู้ปฏิเสธ หรือไม่ก็ผู้กราบไว้เจว็ด และอะฮ์ลุลกิบละฮ์ จะไม่ถูกขับออกจากศาสนา หรือถูกกล่าวหาว่าหน้าซื่อใจคด ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้ แสดงให้เห็นสิ่งใดอย่างเปิดเผย และเราฝากความลับภายในของพวกเขาไว้กับอัลลอฮ์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - 71. และเราจะไม่ยกดาบขึ้นต่อสู้กับใครก็ตามจากประชาชาติของมุฮัมมัด - ขออัลลอฮ์ทรงประทานพระพรและความศานติแด่ท่าน - ยกเว้นต่อผู้ที่จำ เป็นต้องต่อสู้ 72. และเราจะไม่ก่อกบฏต่อผู้นำ ของเราหรือผู้ที่รับผิดชอบกิจการของเรา แม้ว่าพวกเขาจะกดขี่ข่มเหงก็เราตาม และเราจะไม่ดุอาอ์ต่อต้านพวกเขา และไม่ถอน ตัวจากการเชื่อฟังพวกเขา และเราถือว่าการเชื่อฟังพวกเขาเป็นการเชื่อฟังต่ออัลลอฮ์ - พระผู้ทรงเกรียติ พระผู้ทรงเกรียงไกร - ตราบใดที่พวกเขาสั่งสั่ ไม่ให้เชื่อฟังต่อ อัลลอฮ์ และเราดุอาอ์ให้พวกเขาชอบธรรมและอยู่ดีมีสุข 73. และเราปฏิบัติตามซุนนะฮ์ และญะมาอะฮ์ มุ่งมั่นมั่มอบหมายต่อซุนนะฮ์ และญะมาอะฮ์ และเราหลีกเลี่ยงความคิดเห็นที่ผิดปกติ และความเห็นต่าง และการ แตกเป็นกลุ่มก๊กต่างๆ 74. และเรารักหมู่ชนที่มีความยุติธรรม และไว้วางใจได้ เพราะว่าความรักต่อ หมู่ชนที่มีความยุติธรรมเป็นหนึ่งในความสมบูรณ์แบบของการศรัทธา และเราเกลียด ชังต่อผู้ที่มีความอยุติธรรม และทรยศหักหลัง 24 24. หมายถึง: สวรรค์กับนรก 25. หมายถึง: พบกับพระองค์ในวันกิยามะฮ์ 26. เช่น: การประหารตายตกตามกันไป (กิศอศ) 27. คือ: หมู่ชนแห่งสัจธรรม 25 26 27 การเช็ดถุงเท้าระหว่างการเดินทาง 75. และเราขอกล่าวว่า: อัลลอฮ์ทรงรอบรู้ดีที่สุด เกี่ยวกับเรื่องที่ความรู้ซึ่ง 15
เรารู้ไม่ชัดเจน 76. และเรายอมรับการเช็ดถุงเท้าหนังในการชำ ระล้างสำ หรับนักเดินทาง และผู้อยู่อาศัย ดังที่ได้ปรากฏไว้ในรายงานที่ถูกถ่ายถอดกันมา การทำ ฮัจญ์ และ การญิฮาดจะอยู่จนยามอวสาน 77. การทำ ฮัจญ์และการญิฮาดในแนวทางของอัลลอฮ์นั้นนั้ดำ เนินไปอย่างต่อ เนื่องภายใต้บรรดาผู้ปกครองในบรรดามุสลิม ทั้งทั้ผู้ชอบธรรม และคนชั่วชั่ร้ายในหมู่ พวกเขา จนกระทั่งทั่การวันอวสาน ไม่มีสิ่งใดที่จะทำ ให้เป็นโมฆะ หรือยกเลิกได้ การศรัทธาบรรดาทูตสวรรค์ 78. และเราศรัทธาต่อบรรดาทูตสวรรค์ผู้สูงศักดิ์ทั้ ดิ์ทั้งทั้สองที่บันทึก เพราะพระ องค์อัลลอฮ์ได้ทรงแต่งตั้งตั้พวกเขาให้เป็นผู้ปกป้องเรา 79. และเราศรัทธาต่อทูตแห่งความตายที่มีหน้าที่เก็บดวงวิญญาณของผู้ที่อยู่ ในโลก 16 28. บันทึกความดีความชั่วชั่ 29. ถ้าเป็นคนดีหลุมศพก็จะเป็นสวรรค์ ซึ่งเป็นสวรรค์เล็ก ถ้าเลวมันก็จะเป็นนรก ซึ่งเป็นนรกเล็ก 30. บัญชีความดี - ความชั่วชั่ 28 การลงโทษในหลุมศพ 80. และเราศรัทธาต่อการลงโทษในหลุมศพสำ หรับผู้ที่สมควรได้รับมัน และ การซักถามในหลุมศพโดยทูตสวรรค์ทั้งทั้สอง มุนกัรและนะกีร เกี่ยวกับพระเจ้า, ศาสนา และนะบี ดังที่ได้มีมาในรายงานจากท่านเราะซูลุลลอฮ์ - ขออัลลอฮ์ทรง ประทานพระพรและความศานติแด่ท่าน - และจากบรรดาสาวกทั้งทั้หลาย - ขออัลลอฮ์ ทรงพอพระทัยพวกท่านด้วย - 81. และหลุมศพเป็นหนึ่งในทุ่งหญ้าแห่งสวรรค์หรือหลุมแห่งไฟนรก29 การศรัทธาต่อวันกิยามะฮ์ 82. และเราศรัทธาต่อการฟื้นคืนชีพ และการตอบแทนการกระทำ ในวันฟื้น คืนชีพ และการนำ เสนอการกระทำ และการรับบัญชี และการอ่านบันทึกของการก ระทำ และการตอบแทน และการลงโทษ และสะพานศิรอฏ และตาชั่งชั่ 83. และสวรรค์ และไฟนรกเป็นสองสิ่งถูกสร้างที่ไม่มีวันสิ้นสิ้สุด และจะไม่ พินาศ สำ หรับอัลลอฮ์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - ทรงสร้างสวรรค์ และไฟนรกก่อนการสร้าง ส่วนที่เหลือ จากนั้นนั้พระองค์ทรงสร้างมนุษย์สำ หรับมัน ใครก็ตามที่พระองค์ทรง ประสงค์ก็จะได้เข้าสวรรค์ด้วยความเมตตาของพระองค์ และใครก็ตามที่พระองค์ 30
ประสงค์จะเข้าสู่ไฟนรกเนื่องจากความยุติธรรมของพระองค์ และแต่ละคนทำ สิ่งที่ถูก กำ หนดไว้สำ หรับเขา และจะไปสู่จุดหมายที่พระองค์สร้างเขาขึ้นมา 84. และความดีกับความชั่วชั่ถูกกำ หนดไว้แล้วสำ หรับบรรดาปวงบ่าว ความสามารถสอดคล้องกับการกระทำ 85. และความสามารถที่จำ เป็นสำ หรับการกระทำ ที่จะดำ เนินการเกี่ยวกับสิ่งที่ คล้ายคลึงกันของการเตาฟีก ซึ่งเป็นเช่นนั้นนั้จึงไม่เป็นที่อนุญาตที่จะถือว่ามันเป็นสิ่ง ที่ถูกสร้าง แล้วสิ่งนี้มาพร้อมกับการกระทำ สำ หรับความสามารถในด้านสุขภาพ ความ สามารถ และกำ ลัง และความสมบูรณ์ของแขนขา สิ่งนี้มีอยู่ก่อนการดำ เนินการและที่ อยู่ในบทบัญญัติเกี่ยวข้องกับสิ่งนี้ และเป็นไปตามที่พระองค์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - ตรัส ไว้ว่า: ِإاَّل ُوْسَعَهاۚ ﴾ ]البقرة: ٢٨٦] ُف ُهَّللا َنْفًسا ِّل ﴿اَل ُيَك ความว่า: อัลลอฮ์จะไม่ทรงบังคับชีวิตหนึ่งชีวิตใดนอกจากตามความสามารถของชีวิต นั้นนั้เท่านั้นนั้[อัลบะเกาะเราะฮ์: 286] 86. และการกระทำ ของบรรดาปวงบ่าวนั้นนั้เป็นสิ่งถูกสร้างของอัลลอฮ์และ บรรดาปวงบ่าวจะได้รับมัน 87. และอัลลอฮ์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - ไม่ทรงถือว่าพวกเขาต้องรับผิดชอบ เว้น แต่พวกเขาจะมีความสามารถ และพวกเขาไม่สามารถทำ อะไรได้ นอกจากสิ่งที่พวก เขาต้องรับผิดชอบ เป็นการอธิบายวลีที่ว่า: ไม่มีการเคลื่อนไหวหรือกำ ลังใดนอกจาก โดยอัลลอฮ์ เราขอกล่าวว่า: ไม่มีอุบายของใครก็ตาม และไม่มีการเปลี่ยนแปลงของ ใครก็ตาม หรือการเคลื่อนตัวของใครก็ตามที่ไม่เชื่อฟังต่ออัลลอฮ์ เว้นแต่โดยความ สามารถจากอัลลอฮ์ ไม่มีอำ นาจใดที่จะเชื่อฟังอัลลอฮ์และมั่นมั่คงต่อมัน เว้นแต่ด้วยการ อำ นวยความสะดวกของอัลลอฮ์ 88. และทุกสิ่งเกิดขึ้นโดยพระประสงค์ของอัลลอฮ์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - และ ความรู้ของพระองค์ และการกำ หนดของพระองค์ และแผนการของพระองค์ และน้ำ พระทัยของพระองค์มีชัยเหนือความประสงค์ของสิ่งอื่นๆ ทั้งทั้หมด และการกำ หนด ของพระองค์มีชัยเหนืออุบายอื่นๆ ทั้งทั้หมด พระองค์ทรงกระทำ ตามพระประสงค์ของ พระองค์ และพระองค์ไม่เคยอธรรมเลย وَن ٢٣[ ﴾األنبياء: ٢٣] ُل ُل َعَّما َيْفَعُل َوُهْم ُيْسَأ ﴿ُيْسَأ 17 31 31. หมายถึง: การได้รับความสำ เร็จ 32. ได้รับการตอบแทนจากสิ่งที่เขาได้ทำ ไว้ 32
ความว่า: พระองค์จะไม่ทรงถูกสอบถามในสิ่งที่พระองค์ทรงปฏิบัติ และพวกเขาต่าง หากที่จะถูกสอบถาม [อัลอัมบิยาอ์: 23] การรับดุอาอ์ของอัลลอฮ์ 89. และในการดุอาอ์ขอคนเป็นและทำ ทานเป็นกุศลผลบุญแก่ผู้ตาย 90. และอัลลอฮ์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - ทรงตอบรับต่อการดุอาอ์และตอบรับต่อ ความต้องการ 91. และพระองค์ทรงควบคุมทุกสิ่ง และไม่มีสิ่งใดควบคุมพระองค์ได้ และ ไม่มีผู้ใดสามารถเป็นอิสระจากอัลลอฮ์ได้เพียงชั่วชั่พริบตาเดียว และผู้ใดถือว่าตนเป็น อิสระจากอัลลอฮ์เพียงชั่วชั่พริบตาเดียว เขาได้กระทำ ความการปฏิเสธศรัทธา และได้ อยู่ในหมู่ชนผู้หายนะ 92. และพระองค์ทรงกริ้วริ้และพอพระทัย แต่ก็ไม่มีใครเหมือนกับพระองค์ การสรรเสริญบรรดาสาวก 93. และเรารักบรรดาสาวกของเราะซูลุลลอฮ์ - ขออัลลอฮ์ทรงประทาน พระพรและความศานติแด่ท่าน - และเราไม่พูดเกินจริงในความรักที่เรามีต่อพวกเขา คนใดคนหนึ่ง และเราไม่ปฏิเสธพวกเขาคนใดเลย และเรารังเกียจบรรดาผู้เกลียดชัง พวกเขา หรือผู้ที่เอ่ยถึงพวกเขาโดยไม่ดี เพราะว่าเราไม่ได้กล่าวถึงพวกเขา เว้นแต่ ในทางที่ดี และความรักต่อพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของศาสนา และการศรัทธา และ คุณธรรม และความเกลียดชังต่อพวกเขาคือ การปฏิเสธศรัทธา และการกลับกอก และการทำ ละเมิด 94. และเรายืนยันการเป็นเคาะลีฟะฮ์ หลังจากท่านเราะซูลุลลอฮ์ - ขอ อัลลอฮ์ทรงประทานพระพรและความศานติแด่ท่าน - คนแรกก็คือ ท่านอะบูบักร อัศศิดดีก - ขออัลลอฮ์ทรงพึงพอพระทัยท่าน - ผู้ซึ่งมีคุณธรรมและลำ ดับความสำ คัญ เหนือผู้อื่นทั้งทั้หมดในประชาชาติมุสลิม จากนั้นนั้ก็เป็นท่านอุมัร บิน อัลค็อฏฏอบ - ขอ อัลลอฮ์ทรงพึงพอพระทัยท่าน - จากนั้นนั้ก็เป็นท่านอุษมาน - ขออัลลอฮ์ทรงพึงพอ พระทัยท่าน - จากนั้นนั้ก็เป็นท่านอะลีย์ บิน อะบีฏอลิบ - ขออัลลอฮ์ทรงพึงพอพระทัย ท่าน - พวกท่านคือ เคาะลีฟะฮ์ผู้ทรงธรรม และบรรดาอิมามที่ได้รับคำ แนะนำ 95. และสิบท่ารที่ได้รับการเอ๋ยนาม โดย เราะซูลุลลอฮ์ - ขออัลลอฮ์ทรง ประทานพระพรและความศานติแด่ท่าน - ตามที่สัญญาว่าอยู่ในสวรรค์ และเราเป็น พยานว่าพวกเขาอยู่ในสวรรค์เนื่องจากผู้ที่เป็นพยานให้พวกเขาคือ เราะซูลุลลอฮ์ - ขออัลลอฮ์ทรงประทานพระพรและความศานติแด่ท่าน - และคำ พูดของท่านก็เป็น 18
ความจริง พวกท่านคือ อะบูบักร์, อุมัร, อุษมาน, อะลีย์, ฏ็อลฮะฮ์, อัซซุบัยร์, ซะอ์ด, ซะอีด, อับดุรเราะห์มาน บิน เอาฟ์ และอะบูอุบัยดะฮ์ บิน อัลญัรรอห์ ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณ วุฒิขแงประชาชาตินี้ - ขออัลลอฮ์ทรงพึงพอพระทัยพวกท่านทุกคน - 96. และใครก็ตามที่พูดจาดีถึงเศาะฮาบะฮ์ของท่านเราะซูลุลลอฮ์ - ขออัลลอฮ์ ทรงประทานพระพรและความศานติแด่ท่าน - และภรรยาของท่านว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จากมลทิน และลูกหลานของท่านว่าบริสุทธิ์ป ธิ์ ราศจากมลทิน ฉะนั้นนั้เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ จากการกลับกอกในใจ 97. และบรรดานักวิชาการรุ่นแรกที่นำ หน้าเรา และผู้ที่ตามมาภายหลัง จาก บรรดาตาบิอีน หมู่ชนแห่งการมีคุณธรรม และอะษัร และหมู่ชนแห่งฟิกฮ์ และ เข้าใจอย่างถ่องแท้ พวกเขาจะถูกจดจำ ในเรื่องที่เป็นความดีเท่านั้นนั้และผู้ใดกล่าวใน ทางที่ชั่วชั่ร้าย เขาก็อยู่ในแนวทางที่แตกต่างจากแนวทางของพวกเขา 19 33 33. อะษัรษั โดยสรุปหมายถึง: ร่องรอยจากบรรดาเศาะฮาบะฮ์ ฉะนั้นนั้จึงแปลว่า: หมู่ชนที่ตามความเข้าใจของเศาะฮาบะฮ์ 34. ฟิกฮ์ ในที่นี้หมายถึง: ความรู้ศาสนา ฉะนั้นนั้ตรงนี้จะต้องแปลว่า: หมู่ชนที่มีความเข้าใจในศาสนา 35. วะลีย์ หมายถึง: ผู้เป็ที่รัก หรือ ผู้ใกล้ชิดของอัลลอฮ์ ซึ่งก็หมายถึง: บรรดานักวิชาการที่โดดเด่น 36. หมายถึง: ปาฏิหาริย์ที่พระองค์ทรงมอบให้บรรดาวะลีย์ คล้ายกับมุอ์ญิซาตของบรรดานะบี 37. ในศาสนาคริสต์ถูกเรียกว่า: พระคริสต์เท็จ 38. สัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง 39. อิจญ์มาอ์ หรือ มติเอกฉันท์ คือหนึ่งในวะฮีย์จากอัลลอฮ์ที่นะบีมิได้กล่าวดู อัตติรมิซีย์ (2641) 34 ความประเสริฐของนะบีเหนือบรรดาวะลีย์ 98. และเราจะไม่เอนเอียงไปยังบรรดาวะลีย์คนใดของประชาชาตินี้มากกว่า นะบีท่านใด - ขอความศานติจงมีแก่พวกท่านเหล่านั้นนั้- และเรากล่าวว่า: นะบีท่าน เดียวดีกว่าบรรดาวะลีย์ทั้งทั้ปวงรวมกัน 99. และเราศรัทธาต่อสิ่งที่มาจากกะรอมาต ของพวกเขา และสิ่งที่ได้รับ การรับรองในการรายงานของพวกเขาจากผู้รายงานที่น่าเชื่อถือ 35 36 100. และเราศรัทธาต่อสัญญาณแห่งวันอวสาน เช่นการปรากฏตัวของไอ้อัล มะซีฮุดดัจญาล และการเสด็จลงมาจากชั้นชั้ฟ้าของอีซา บิน มัรยัม - ขอความศานติ จงประสบแด่ท่าน - และเราศรัทธาต่อการขึ้นของดวงอาทิตย์จากทิศตะวันตก และ การบังเกิดของอัดดาบะตุลอัรฎ์ ที่ออกมาจากแผ่นดิน 37 38 สัญญาณวันกิยามะฮ์ ความเท็จของหมอดู 39 101. และเราไม่เชื่อเรื่องนักทำ นาย และ หมอดู หรือใครก็ตามที่อ้างสิ่งใดที่ คัดค้ายคัมภีร์ และซุนนะฮ์ และมติเอกฉันท์ของประชาชาติมุสลิม
แนวที่ถูกต้อง 20 102. แะเราถือว่าญะมาอะฮ์เป็นสัจธรรม และสิ่งที่ถูกต้อง และการแบ่งแยก กลุ่มก๊กต่างๆ เป็นการเบี่ยงเบน และการลงโทษ 103. และศาสนาของอัลลอฮ์ในโลก และในชั้นชั้ฟ้าทั้งทั้หลายเป็นศาสนาเดียว และเป็นศาสนาอิสลาม อัลลอฮ์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - ทรงตรัสว่า: ﴿ِإَّن الِّديَن ِعنَد ِهَّللا ا ِإْلْساَلُمۗ ﴾ ]ال عمران: ١٩] ความว่า: แท้จริง ศาสนา ณ. ที่อัลลอฮ์ คือ อิสลาม [อาละอิมรอน: 19] และพระองค์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - ทรงตรัสว่า: ﴿َوَرِضيُت َل ُكُم ا ِإْلْساَلَم ِديًناۚ ﴾ ]المائدة: ٣] ความว่า: และข้าได้เลือกอิสลามให้เป็นศาสนาแก่พวกเจ้าแล้ว [อัลมาอิดะฮ์: 3] 104. และมันอยู่ระหว่างการพูดเกินจริงและการดูหมิ่น ระหว่างการเปรียบ เทียบคุณลักษณะของอัลลอฮ์กับสิ่งถูกสร้าง และการปฏิเสธสิ่งเหล่านั้นนั้ระหว่างการ กำ หนดสภาวะกับเจตจำ นงเสรีที่ไม่จำ กัด และระหว่างการรับประกันและการสิ้นสิ้หวัง 105. ดังนั้นนั้นี่คือศาสนาของเราและสิ่งที่เราถือเป็นความเชื่อของเราทั้งทั้ ภายในและภายนอก และเราปลดปล่อยต่อพระพักตร์ของอัลลอฮ์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - จากทุกคนที่ต่อต้านสิ่งที่เราได้กล่าวถึงและชี้แชี้จง ปิดท้าย และเราขอวิงวอนต่ออัลลอฮ์ - พระผู้ทรงสูงส่ง - ให้เรายึดมั่นมั่ ในการศรัทธา ผนึกชีวิตของเราด้วยมัน และปกป้องเราจากความปรารถนาต่างๆ ความคิดเห็นของ กลุ่มหลงผิด และแนวทางที่ถูกหักล้าง เช่น พวกมุชับบิฮะฮ์ และพวกมุอ์ตะซิละฮ์ และพวกญะฮ์มียะฮ์ และพวกญับรียะฮ์ และเกาะดะรียะฮ์ และคนอื่นๆ ที่คัดแย้งเห็น ต่างกับญะมาอะฮ์ และได้ทำ การเป็นพันธมิตรต่อความหลงผิด และเราบริสุทธิ์จ ธิ์ าก พวกเขา เพราะพวกเขาหลงผิด และพินาศ และเฉพาะอัลลอฮ์เท่านั้นนั้ที่ทรงคุ้มครอง และทางนำ เรา