The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Guide Book Route Ratchaburi to Kanchanaburi

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jintana, 2021-10-06 09:45:30

Guide Book Route Ratchaburi to Kanchanaburi

Guide Book Route Ratchaburi to Kanchanaburi

- GUIDE BOOK -

ROUTE

RATCHABURI

TO
KANCHANABURI



คำนำ

หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวเส้นทางราชบุรีถึงกาญจนบุรีเพื่อให้นัก

ท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติทุกท่านได้ทราบถึงข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวว่ามีที่ใดบ้าง มีความเป็นมา

อย่างไรหรือรายละเอียดสำหรับสถานที่ต่างๆ โดยข้อมูลเหล่านี้ที่ได้มาคณะผู้จัดทำได้เรียบเรียงข้อมูลมาจาก

เว็บไซต์ต่างๆ สถานที่ทั้งหมดนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายจากสงครามโลกครั้งที่2 และสถานที่สำคัญใน

ประวัติศาสตร์ คนที่ชื่นชอบหรือสนใจสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเดินทางได้ หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็น

ประโยชน์ต่อผู้อ่านที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวหรือนำไปใช้เพื่อการศึกษาได้ หากข้อมูลผิดพลาด

ประการใด คณะผู้จัดทำขออภัยใน ณ ที่นี้ด้วย

คณะผู้จัดทำ

สารบัญ หน้า

คำนำ 1
แผนที่การเดินทาง 2
จังหวัดราชบุรี 3
8
- ตลาดน้ำดำเนินสะดวก 9
จังหวัดกาญจนบุรี 14
17
- สะพานข้ามแม่น้ำแคว 24
- ทางรถไฟสายมรณะ 30
- อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทเมืองสิงห์ 37
- พิพิธภัณฑ์อักษะและเชลยศึก
- สุสานสัมพันธมิตรดอนรัก
รายชื่อผู้จัดทำ

1

ทางรถไฟสายมรณะ สุสานสัมพันธมิaตรดอนรัก
สะพานข้ามแม่น้ำแคว

กาญจนบุรี

พิพิธภัณฑ์สงคราม
อักษะและเชลยศึก

อุทยานประวัติศาสตร์ ราชบุรี ตลาดน้ำดำเนินสะดวก
ปราสาทเมืองสิงห์

เพชรบุรี

2

จังหวัดราชบุรี

3

ตลาดน้ำ
ดำเนินสะดวก

ประวัติความเป็นมา จึงทำให้ประชาชนอพยพเข้าไปอยู่ในบริเวณคลองที่ขุดใหม่กันมาก

เมื่อก่อนอำเภอดำเนินสะดวกเป็นพื้นที่ ที่มีคลองธรรมชาติ ขึ้น และทำให้ชาวบ้านในราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร
ที่คดเคี้ยวไปมา ซึ่งในฤดูแล้งจะไม่มีน้ำ การคมนาคมไม่สะดวก สามารถติดต่อกันทางน้ำได้สะดวก และประมาณช่วงปี พ.ศ. 2510
ลักษณะบ้านเรือนของประชาชน ในขณะนั้นจึงอาศัยอยู่ริมแม่น้ำ
เพื่ อที่จะได้มีความสะดวกในการเดินทางติดต่อกับตัวจังหวัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็ได้ทำการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ใน
ราชบุรี
ให้คลองดำเนินสะดวกเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ส่งผลให้ต่อมา
จนกระทั่ง เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2409 พระบาทสมเด็จ
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้ขุด คลองดำเนินสะดวกและตลาดน้ำดำเนินสะดวกก็มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
คลองดำเนินสะดวกระยะทางกว่า 32 กิโลเมตร เชื่อมระหว่าง
แม่น้ำแม่กลองกับแม่น้ำท่าจีน

4

ชิม & ช้อป " ข้าวแห้ง "

ตลาดน้ำดำเนินสะดวกมีทั้งของกินของใช้ให้เลือกซื้อ แต่สิ่งที่ไม่ควรพลาดก็คือ
เลือกชมอย่างมากมาย สามารถไปเดินเลือกซื้อหรือนั่งเรือ " น้ำมะพร้าวน้ำหอม "
ชมตลาดและซื้อของผ่านการสั่งจากบนเรือก็ได้ ซึ่งเป็นที่นิยมมาก เพราะมี
ความสดใหม่ ส่งตรงจากสวนทุกวัน
ทั้งนี้ ยังมีอาหารหลากหลายอย่าง ของขึ้นชื่อก็ คือ
ก๋วยเตี๋ยวเรือ และ ข้าวแห้ง ซึ่งเป็นอาหารประจำถิ่นของที่นี่

ในส่วนของ ของหวาน มีหลากหลายชนิด เช่น
กล้วยแขก ไอติมกะทิสด เป็นตัน




และยังมีเหล่าผัก ผลไม้ ที่มีความสดใหม่
ส่งตรงจากสวนของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็น
มะละกอ มะพร้าว แตงโม ส้มโอ เป็นต้น

5

สินค้าหัตถกรรม

นอกจากของกินแล้วยังมีสินค้าหัตถกรรมที่จำหน่ายหลายรูปแบบซึ่งมีความสวยงาม เช่น หมวกสาน เสื้อผ้า กระเป๋า ผ้าพันคอ
เป็นต้น สินค้าหัตถกรรมเหล่านี้สามารถซื้อเป็นของฝากให้กับเพื่อน ครอบครัว หรือคนรู้จัก หรือซื้อเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็ได้

Highlight 6

สวนน้ำตาลบังเละ Image from : Thaipost

ตั้งอยู่ที่ 88 หมู่ที่ 10 ต.ดำเนินสะดวก อ.ดำเนินสะดวก เวลาเปิด-ปิด
จ.ราชบุรี เป็นสวนน้ำตาลที่เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่นักท่อง เปิดทุกวัน จันทร์-อาทิตย์
เที่ยวมักจะไปกันที่นี่เป็นสถานที่ที่ทำน้ำตาลจากดอกมะพร้าว เวลา : 7 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น
และสาธิตการทพน้ำตาลสด ๆ นักท่องเที่ยวสามารถร่วมทำ
น้ำตาลเองได้ด้วย

ภายก็จะมีการจำหน่ายสินค้าที่ทำจากส่วนต่างๆ ของต้น
มะพร้าว จำหน่ายของที่ระลึกหลายชนิด ซึ่งเป็นสินค้าที่ทำโดย
ชาวบ้านจากอำเภอดำเนินสะดวก และจากอื่น ๆ และยังได้
เยี่ยมชมวิถีชุมชนของชาบ้านในอำเภอดำเนินสะดวกอีกด้วย

Image from : damnoenplus

Image from : foursquare

7

นั่งเรือรอบตลาด

ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ การพายเรือหรือ นั่งเรือชมรอบตลาด
ซึ่งค่าบริการของเรือมีดังนี้
- เรือพาย 400 บาท/8 คน
- เรือหางยาว 600บาท/8 คน

เสริม
-หากนำรถส่วนตัวไปจะมีค่าจอดรถ 20 บาท/คัน (ที่เอกชน)

ข้อควรระวังเมื่อนั่งเรือ
-ไม่ควรท้าวที่บริเวณกาบเรือ
-ไม่ควรยื่ นมือออกไปนอกเรือ

เวลาเปิด-ปิด
เปิดทุกวัน เวลา 07.00-12.00 น.

8

จังหวัดกาญจนบุรี

สะพานข้าม 9
แม่น้ำแคว

เป็นสะพานข้ามแม่น้ำแควใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ

ทางรถไฟสายมรณะ สร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
หากเมื่ อย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2484 กองทัพญี่ปุ่นที่

อยู่ฝ่ายอักษะ ได้เข้ามาในประเทศไทยเพื่ อใช้พื้ นที่ในไทย

เป็นเส้นทางในการขนอาวุธและกำลังพลเพื่ อไปยังพม่าและ

อินเดียต่อไป ประเทศไทยในตอนนั้นยังไม่ได้เข้าร่วม

สงครามโลกแต่ฝ่ายญี่ปุ่นทำการบุกขึ้นฝั่ งทางภาคใต้

รัฐบาลไทยเห็นว่าคงสู้กองกำลังญี่ปุ่นไม่ไหวจึงยอมให้

ญี่ปุ่นใช้เป็นทางผ่าน

โดยจุดเริ่มต้นของการสร้างทางรถไฟนี้คือ ที่บ้านหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านจังหวัด

กาญจนบุรีเพื่ อไปบรรจบกับทางรถไฟที่สร้างมาจากทางพม่า ซึ่งก็ไปบรรจบกันตรง ชายแดนไทยพม่าตรง
"ด่านพระเจดีย์สามองค์" รวมระยะทางตั้งแต่สถานีหนองปลาดุกจนถึงสถานีทันบิวอู ซายัต ประเทศพม่า ทั้งสิ้น 415

กิโลเมตร โดยใช้แรงงานของเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดาและ
นิวซีแลนด์ ประมาณ 60,000 คนและกรรมกรชาวเอเชียอีกจำนวนกว่าหนึ่งแสนคน

10

Image from : Sabai@Kan_Kanchanaburi_02.jpg

บริเวณนี้ฐานดินชั้นล่างมีความหนาแน่นที่สุด นายทหารช่างชาวญี่ปุ่นจึงเลือกให้สร้างสะพานบริเวณนี้เพื่ อให้
รถไฟข้ามแม่น้ำแควใหญ่ได้ ซึ่งการสร้างก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เชลยศึกจำนวนมากเสียชีวิตลงเพราะ

โรคภัย ภาวะขาดแคลนสารอาหาร และการถูกทารุณอย่างแสนสาหัส มีการเปรียบเทียบกันว่า

"หนึ่งไม้หมอน เทีย

บเท่ากับหนึ่งชีวิต"

11

ใ น ส่ ว น ข อ ง เ รื่ อ ง ร า ว เ กี่ ย ว ส ะ พ า น แ ห่ ง นี้ ยั ง ไ ด้
รับการไปสร้างเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวู ดเช่น
The Bridge on the River Kwai
และภาพยนตร์เรื่อง "The Railway Man "
ซึ่ ง ส ร้า ง ม า จ า ก ชี ว ป ร ะ วั ติ ข อ ง เ ช ล ย ศึ ก
ผู้ร่วมสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควนั่นเอง

สะพานข้ามแม่น้ำแคว ได้กลายเป็นแหล่งท่อง
เที่ยวที่สำคัญของเมืองกาญจนบุรี และยังได้รับการ
ยกย่องให้เป็น

" สั ญ ลั ก ษ ณ์ แ ห่ ง สั น ติ ภ า พ "

12

Image from : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ไฮไลท์ในการมาเที่ยวที่นี่ก็คือ การได้มาเดินบนรางรถไฟบนสะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นจุดถ่ายรูป และเป็นจุดชมวิวแม่น้ำแคว
การจะเดินบนรางรถไฟต้องระวังสัญญาณเมื่อรถไฟที่กำลังจะผ่านมา เพราะที่นี่ยังมีรถไฟสัญจรเป็นปกติทุกวัน



และในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน-ต้นเดือนธันวาคมของทุกปี ยังมีงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว โดยภายในงานมีการจัดแสดง
นิทรรศการทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี การแสดงพื้นบ้าน การออกร้าน จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง และการแสดงแสง สี เสียง

สร้างความตระการตาให้กับสะพานข้ามแม่น้ำแควแห่งนี้

13

ที่ตั้ง : ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง
กาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
วันเปิดทำการ : ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ : 24 ชั่วโมง

Image from : TRAAVE PRAEW

14

ทางรถไฟ
สายมรณะ

ทางรถไฟสายมรณะ เป็นทางรถไฟที่สร้างขึ้น

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
โดยจุดเริ่มต้นของการสร้างทางรถไฟนี้คือ ที่บ้าน
หนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่าน

จังหวัดกาญจนบุรีเพื่อไปบรรจบกับทางรถไฟที่

สร้างมาจากทางพม่า

Image from :chainatontour

ซึ่งก็ไปบรรจบกันตรง ชายแดนไทยพม่าตรง "ด่านพระเจดีย์สามองค์"
รวมระยะทางตั้งแต่สถานีหนองปลาดุกจนถึงสถานีทันบิวอูซายัต
ประเทศพม่า ทั้งสิ้น 415 กิโลเมตร เป็นทางรถไฟอยู่ในเขตประเทศไทย
303.95 กิโลเมตร และอยู่ในเขตพม่า 111.05 กิโลเมตร
ปัจจุบันทางรถไฟสายนี้สุดปลายทางที่สถานีน้ำตก ระยะทางจากสถานี
กาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกเป็นระยะทางประมาณ 77 กิโลเมตร โดยอยู่
ในความดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทย

ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดเดินรถบนเส้นทางสาย ธนบุรี-น้ำตกทุกวัน
และจัดรถไฟขบวนพิเศษสายกรุงเทพฯ - น้ำตก ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ

สาเหตุที่ทางรถไฟสายนี้ได้ชื่อว่า ทางรถไฟสายมรณะ ก็เพราะว่าจากการที่ 15
เชลยศึกนั้นทำงานแทบจะตลอดทั้งวัน ได้รับอาหารก็น้อยจึงทำให้เกิดภาวะ
ขาดแคลนสารอาหาร อีกทั้งยังมี อหิวาตกโรค ไข้ป่า ระบาดทำให้เชลยศึกที่
ร่างกายอ่อนแอจากการทำงานหนักมากได้รับเชื้อและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

Image from :edtguide

โดยเฉพาะในบริเวณโค้งมรณะหรือถ้ำกระแซ เป็นจุดที่เชลยศึกนั้นเสียชีวิต
มากที่สุดเพราะเป็นทางเลียบหน้าผา ด้านหนึ่งเป็นหน้าผาส่วนอีกด้านคือ
แม่น้ำแควน้อย การก่อสร้างตรงนี้ใช้เวลาเพียงประมาณสามสัปดาห์เท่านั้น

Image from :chainatontour

16

Image from : touronthai Image from : thailandhotelforums

" ช่องเขาขาด "

ในการสร้างทางรถไฟก็จะมีการขุดเจาะเขา หน้าผาต่าง ๆ เพื่อให้รถไฟสามารถผ่านได้ เส้นทางนี้มีการขุดเจาะเขาหลายจุด แต่จุดที่ใหญ่
ที่สุดก็คือ ช่องเขาขาด ซึ่งเป็นจุดที่ต้องใช้แรงงานคนเจาะเขาทั้งหมดเพราะยังไม่มีเครื่องมือการสกัดหิน ในจุดนี้เชลยศึกทำงานวันละ

18 ชม. และในช่วงกลางคืนที่ต้องทำงานก็จะมีการจุดไฟ จุดตะเกียง นั่นจึงทำให้มีการเรียกที่นี่ในอีกชื่อหนึ่งว่า ช่องไฟนรก
โดยในบริเวณนั้นก็ยังหลงเหลือไม้หมอนเก่า ทางรถไฟให้ได้เห็นกัน และเป็นจุดที่มีวีดีทัศน์เรื่องราวความทุกข์ยาก ของเชลยสงคราม

ในช่วงเวลานั้น ๆ มีอุปกรณ์เครื่องมือเก่า ๆ ที่ใช้ในการสร้างทางรถไฟ เหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ จัดแสดงอยู่ด้านในพิพิธภัณฑ์
รวมถึงโครงสร้างทางวิศวกรรมในการสร้างทางรถไฟของญี่ปุ่น

17

Image from : asianculturesmuseum

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์

ปราสาทเมืองสิงห์ มีจุดมุ่งหมายสร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธศาสนสถานในพุทธศาสนา นิกายมหายาน
เมืองสิงห์มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตั้งอยู่บนที่ราบริมฝั่ งแม่น้ำแควน้อย มีเนื้อที่ประมาณ 641 ไร่

18

อุทยานประวัติศาสตร์
ปราสาทเมืองสิงห์

มีการสันนิษฐานว่า ปราสาทเมืองสิงห์แห่งนี้ สร้างในพุทธ
ศตวรรษที่ 18 เป็นศิลปะขอม และเป็นสถาปัตยกรรมและ
ปฏิมากรรมคล้ายคลึงกับของ สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์
นักสร้างปราสาทแห่งขอม ซึ่ง ปราสาทเมืองสิงห์ มีกำแพงเมือง
ที่ก่อด้วยศิลาแลง ขนาดกว้างประมาณ 880 เมตร สูง 7 เมตร
มีประตูทางเข้า-ออก 4 ด้าน มีสระน้ำ 6 สระและสิ่งก่อสร้างทาง
ศาสนาอีก 4 แห่ง

นอกจากตัวเมืองโบราณและโบราณสถานแล้วยังพบ
โบราณวัตถุที่เป็นประติมากรรมอีกด้วย และด้วยความเก่าแก่
และเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ กรมศิลปากรจึงขึ้นทะเบียน
ปราสาทเมืองสิงห์เป็นโบราณสถานแห่งชาติตั้งแต่วันที่ 8
มีนาคม พ.ศ. 2478

ก่อนจะเข้ามาทำการบูรณะอย่างจริงจังเมื่อปี พ.ศ. 2517
จนแล้วเสร็จเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2530

Image from : thaizest 19

โดยวัตถุโบราณที่สำคัญที่พบในปราสาทแห่งนี้ คือ พระพุทธรูป
นาคปรก พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร นางปรัชญาปารมิตา และรูปพระ
โพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมีอีกองค์หนึ่ง ซึ่งปัจจุบันได้นำทั้งหมด
ไปเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร โดยในวันนี้เราจะ
เดินชมด้านในโดยการแบ่งเป็นโซนๆ โดยโซนที่ 1 คือ

โบราณสถานหมายเลข 1

เป็นปราสาทที่มีความโดดเด่นและสมบูรณ์มากที่สุด โดยตั้งอยู่
บริเวณใจกลางด้านหน้าของตัวเมือง ทางเดินเข้ามาถึงตัวปราสาทที่ก่อ
ด้วยศิลาแลงนั้นมีการปลูกต้นลีลาวดีไว้ เวลาออกดอกจะส่งกลิ่นหอม
ตลอดทางเดิน ตัวปราสาทมีปรางค์ประธานเป็นศูนย์กลาง ภายใน
ประดิษฐานพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี ถัดไปทางบริเวณซุ้ม
ประตูโคปุระ ด้านหลังของปรางค์ประธานมีรูปเคารพของพระนาง
ปรัชญาปารมิตา นอกจากนี้บริเวณใกล้ๆ ยังมีอาคารเล็กๆ ที่เรียกว่า
“บรรณาลัย” ซึ่งเป็นที่เก็บคัมภีร์ของพุทธศาสนาในสมัยนั้นด้วย

20

โบราณสถานหมายเลข 2

เป็นปราสาทซึ่งมีลักษณะคล้ายกับโบราณสถาน
หมายเลข 1 แต่มีขนาดเล็กกว่า สภาพโบราณสถานค่อน
ข้างชำรุดมาก ก่อด้วยศิลาแลง ประดับด้วยลวดลายปูน
ปั้ น ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว ภายในมีปรางค์ประธาน
1 องค์ มีโคปุระ 4 ทิศ เชื่อมต่อด้วยระเบียงคด และแท่น
ฐานปฏิมากรรมที่วางเรียงอยู่ในแนวของระเบียงคด

Image from : thaizest

โบราณสถานหมายเลข 3
ปรากฏเหลือเฉพาะส่วนฐาน ซึ่งมีขนาดเล็กก่อด้วยศิลา
แลง มุมทั้ง 4 ของโบราณสถานนี้มีแผ่นหินปักไว้ ลักษณะ
คล้ายใบเสมา มีความเชื่อว่าส่วนนี้เป็นฐานของเจดีย์ 2
องค์ และยังได้มีการพบพระพิมพ์เนื้อตะกั่ว ในบริเวณ นี้
อีกด้วย

Image from : กรมศิลปากร 21
Image from : thaizest
โบราณสถานหมายเลข 4
เป็นอาคารฐานรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งเรียงกัน 4 ห้อง
ใช้ศิลาแลงก่อสร้างเช่นกัน

หลุมขุดค้นทางโบราณคดี
หลุมขุดค้นทางโบราณคดี ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ซึ่งมีการขุดค้นพบ
โครงกระดูก เครื่องมือเครื่องใช้ ภาชนะสำริด ดินเผา เครื่อง
ประดับ ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามีชุมชนเกิดขึ้นก่อนที่จะสร้างเมืองสิงห์
เพราะว่าโครงกระดูกที่พบ มีอายุ 2,000 ปีมาแล้วค่ะ

22

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี นางปรัชญาปารมิตาเทพีแห่งปัญญา

วันทำการ 23

เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. Image from : กรมศิลปากร
ค่าเข้าชมสำหรับ คนไทย 10 บาท
รถยนต์ 50 บาท
ชาวต่างชาติ 40 บาท

24

พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก

JEATH war museum

Image : kanchanaburi.go.th

25

JEATH war museum Image : เทศบาลเมืองกาญจนบุรี

นั้นเกิดจากการใช้ตัวอักษรที่อยู่ข้างหน้าชื่อประเทศต่าง ๆ ที่มีส่วน
เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์มารวมกัน กล่าวคือ (J) Japan (E) England
(A) Australia America (T) Thailand และ (H) Holland

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ตั้งอยู่ในวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) 26
เปิดให้เข้าตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2520 โดยเจ้าคุณพระเทพปัญญาสุธี

เจ้าอาวาสวัดไชยชุมพลชนะสงครามและเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี เป็นผู้ก่อสร้างขึ้น

Image : asiatravelgate จุดประสงค์
เพื่ อแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการ

สร้างทางรถไฟสายมรณะ และเพื่อ
รำลึกถึงและให้เกียรติกับเชลยศึกที่
ถูกเกณฑ์มาสร้างทางรถไฟสายนี้ และ
เป็นที่เก็บรวบรวมเอกสาร หลักฐาน
ภาพเขียน ภาพถ่าย ตลอดจนเครื่อง
ใช้สอยต่างๆ ที่เกี่ยวกับเหตุการณ์
การสร้างทางรถไฟสายมรณะ ใน
ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2

27

สำหรับตัวอาคารจัดแสดงด้านในนั้นแบ่งออกเป็น 2 อาคารด้วยกัน

อาคารหลังแรก

Image : kanchanaburi.go.th/ เป็นอาคารจำลองที่พักของเชลยศึก สร้างขึ้นด้วยไม้ไผ่
หลังคามุงจาก ด้านในยกพื้นขึ้น ส่วนตามผนังและเสา
ของอาคารจัดแสดงภาพถ่ายต่าง ๆ ทั้งภาพข่าวจาก
หนังสือพิมพ์ไทยและต่างประเทศ ภาพวาดสีน้ำโดยอดีต
เชลยศึก ภาพสเก็ตช์เกี่ยวกับการสร้างสะพาน สภาพของ
เชลยศึก ที่ถ่ายโดยอดีตหมอศัลยกรรมของกองทัพ
ออสเตรเลีย จดหมายของเชลยศึก โปสต์การ์ดของนาย
ทหารญี่ปุ่นที่ ทั้งนี้ภาพถ่ายบางส่วนถ่ายโดยคุณบุญผ่อง
สิริเวชชะพันธุ์ และเชลยศึกในสมัยนั้น โดยมีคำบรรยาย
ใต้ภาพเป็นภาษาอังกฤษ

Image : thailand tourism directory

28

อาคารหลังที่สอง

เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนชั้นเดียว จัดแสดงเครื่อง
ใช้ไม้สอยของเชลยศึก กองทัพญี่ปุ่น อาทิเช่น
หมวกทหาร ปืน ลูกระเบิด ค้อนตอกหมุดราง
รถไฟ ขวดเหล้าสาเกญี่ปุ่น เป็นต้น ผนังด้านข้าง
จัดแสดงภาพถ่ายเชลยศึกที่รอดชีวิตจาก
สงคราม

Image : kanchanaburi.go.th/

เวลาเปิดทำการ

เปิดทุกวันระหว่างเวลา 08.00 - 16.30 น.
อัตราค่าเข้าชม ท่านละ 50 บาท

Image : Matichon

29

อนุสาวรีย์

อนุสาวรีย์คุณทาเคชิ นากาเสะ
ประธานมูลนิธิสันติภาพแม่น้ำแคว

เป็นอดีตทหารล่ามญี่ปุ่นสมัย
สงครามโลกครั้งที่ 2

สุสานสัมพันธมิตรดอนรัก 30

YRETEMEC RAW IRUBAN54A9H1C-N93A9K1

Image : Pantip
[จิมมี่ พาตะลอน]

“สุสานสหประชาชาติ” หรือ 31
สุสานสัมพันธมิตรดอนรัก
หรือว่าที่ชาวกาญจนบุรีเรียกกันว่า Image : trip.com
ป่าช้าอังกฤษ ที่นี่เป็นสุสานที่มีพื้นที่ 17 ไร่
โดยชาวกาญจนบุรีได้อุทิศให้ที่แห่งนี้เป็น
ที่พักตลอดกาลของเหล่าทหารผู้กล้าที่เสีย
ชีวิตในสงครามค่ะ ซึ่งเชลยศึกเหล่านี้เสีย
ชีวิตจากการสร้างทางรถไฟสายมรณะ
โดยเชลยศึกที่ฝ่ายสัมพันธมิตรเกณฑ์มา
นั้น ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน
ออสเตรเลีย ฮอลันดาและนิวซีแลนด์
ประมาณ 60,000 คนและกรรมกรชาว
เอเชียอีกจำนวนกว่าหนึ่งแสนคน

Image : thailand tourism directory

32

Image : thailand tourism directory

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลงเมื่อ พ.ศ. 2488 ฝ่ายสัมพันธมิตรที่เป็นผู้ชนะสงครามก็ได้สร้างอนุสรณ์สถาน
แด่ผู้เสียชีวิตขึ้นหลายแห่งในทวีปเอเชีย ซึ่งเป็นสมรภูมิสำคัญ มีอนุสรณ์สถานตั้งอยู่ในหลายประเทศ คือ
ประเทศไทย 2 แห่ง พม่า 3 แห่ง อินเดีย 6 แห่ง บังกลาเทศ 5 แห่ง ปากีสถาน 2 แห่ง และศรีลังกา 2 แห่ง

33

สุสานแห่งนี้บรรจุศพของเชลยศึกซึ่งมีทั้งหมด 6,982 หลุม
เหนือหลุมฝังศพทุกหลุมมีแผ่นทองเหลืองจารึก ชื่อ อายุ และ
ประเทศของผู้เสียชีวิต บรรทัดสุดท้ายเป็นคำไว้อาลัยที่อ่าน
แล้วรู้สึกโศกเศร้า ภายในสุสานจะมีบรรยากาศเงียบสงบ
พื้นที่ภายในตกแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบ สวยงาม ระหว่างหลุม
ศพก็จะมีดอกไม้ปลูกไว้เพื่อความสวยงาม แล้วก็ยังมีอีก 300
คน ที่เสียชีวิตด้วยอหิวาตกโรคและไม่สามารถที่จะระบุตัวตน
อย่างชัดเจนได้ จึงฝังรวมกันไว้ที่ค่ายนิเกะ และยังมีสุสาน
ช่องไก่ ที่บรรจุศพเชลยศึกที่ส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษ
ประมาณ 1,740 หลุม แต่มีขนาดเล็กกว่าสุสานดอนรักแห่งนี้

Image : travel.trueid Image : kancityhotel.com

34

Image : CHAILAIBACKPACKER

นอกจากนี้ที่กาญจนบุรียังมีอนุสรณ์สถานที่สร้างโดยทหารญี่ปุ่นเพื่อคาระวะ
แด่ดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตในระหว่างสงคราม คือ อนุสาวรีย์ไทยานุสรณ์
ส่วนกรรมกรชาวเอเชียอีกจำนวนมากที่เสียชีวิตไปโดยไม่มีผู้ใดจดบันทึกไว้นั้น
มีการสร้างอนุสาวรีย์กรรมกรและทหารนิรนามไว้ที่ป่าช้าวัดญวน และโครงกระดูก
อีกส่วนหนึ่งของพวกเขาตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2

35

เวลาทำการ

ที่อยู่

279 ถนนแสงชูโต เมืองกาญจนบุรี, กาญจนบุรี
เปิดบริการทุกวันเวลา 08.30-16.00 น.

36

37

รายชื่อสมาชิก

1. นางสาวจารุวรรณ บุญสุวรรณ์ 631210008
2. นางสาวณิชกมล ศาสตร์จันทร์ 631210011
3. นางสาวกรรณิการ์ วันดี 631210593
4. นางสาวจินตนา ประเสริฐสุข 631210597
5. นางสาวชรินรัตน์ นิลกระจ่าง 631210600
6. นางสาวญาดา พุทธกำเนิด 631210604
7. นางสาวณัฐชญานันท์ แสนภูวา 631210606
8. นางสาวณัฐนิชกาญจน์ เกาะแก้ว 631210607
9. นางสาวศุภสุตา ดิษฐพงษ์ 631210638
10. นางสาวสุพิชญา กุลถาวรากร 631210643


Click to View FlipBook Version