The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

e-book-เมโสโปเตเมีย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by boonyanuchrodaum, 2021-08-27 14:34:42

e-book-เมโสโปเตเมีย

e-book-เมโสโปเตเมีย

frertile crescent

Create by Boonyanuch
1 st print

Boonyanuch Rodaum M.6/1 No. 28

Cuneiform is a system of writing first developed
by the ancient Sumerians of Mesopotamia c. 3500-3000 BCE.

¤Òí ¹íÒ

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

หนังสืออเิ ล็กทรอนิกส์ (e-book) เล่มนีเปนส่วนหนึงของรายวชิ าสังคม
เเละวฒั นธรรมทีถูกจัดทําขนึ เพอื ใหค้ วามรู้ ความบันเทิง ไปกับเนือหาของ
อารยธรรมเมโสโปเตเมีย ทีมาพรอ้ มกับเรอื งราวต่างๆมากมาย ทังความรู้
และเกรด็ ความรูเ้ ล็กๆน้อย รวมไปถึงรูปภาพทีจะทําใหเ้ ข้าใจบทความต่างๆ
มากขนึ ซึงจะถูกจัดเรยี งไวเ้ ปนหวั ขอ้ ทีอา่ นงา่ ยเเละเขา้ ถึงได้งา่ ย

ทังนีผูจ้ ัดทําหวงั วา่ ผูท้ ีสนใจเเละต้องการนําความรูเ้ รอื งนีไปใช้ จะมี
ผลเเด่ท่านทุกคนทีเขา้ มาเปดเพอื ศึกษารวมถึงเปนประโยชน์เเด่ท่านใน
เวลาถัดไปในอนาคต

ค ว า ม ใ น ใ จ จ า ก ผู เ รี ย บ เ รี ย ง :

อยากฝากถึงทุกคนที่มีโอกาสไดเขามาอาน
เขามาศึกษาหนังสือ e-book เลมนี้นะคะ ดิฉัน
ตั้งใจทําเพ่ือใหทุกคนไดอานเน้ือหาที่มีความรูเเละ
ความสนุกในตัว หวังวาทุกทานจะชอบเเละมีอารมณ
รวมไปกับเร่ืองราวความรูนี้

บุ ณ ย า นุ ช ร อ ด อ ว ม

ÊÒúѭ หน้า

เรอื ง 1
3
ชนชาติทีสรา้ งอารยธรรมเมโสโปเตเมีย 4
ชนเผา่ สุเมเรยี น 5
ชนเผา่ อะมอไรต์ 6
ชนเผา่ ฮติ ไทต์ 7
ชนเผา่ อสั ซีเรยี น 9
ชนเผา่ บาบโิ ลเนียน 10
ประมวลกฎหมายฮมั บูราบี 11
ความเชอื 12
ตํานานหอคอยบาเบล 13
ความเจรญิ ทางวทิ ย์ 14
อกั ษรคูนิฟอรม์ 16
การควบคุมนําโดยการชลประทาน
เกรด็ ความรู้

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

MESOPOTAMIA
อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

ชนชาติทีสรา้ งอารยธรรมเมโสโปเตเมีย

เมโสโปเตเมียเปนแหล่งอารยธรรมทีมีความเก่าแก่
ทีสุดแหง่ หนึง เมโสโปเตเมียเปนคํากรกี โบราณ แปลวา่
" ทีระหวา่ งแม่นํา " (meso = กลาง + potamia = แม่นํา)
โดยมีนัยหมายถึง "ดินแดนระหวา่ งแม่นําไทกรสิ กับยูเฟรทีส"(ปจจุบนั นีอยูใ่ น
ประเทศอริ กั ) ดินแดนนีเปนส่วนหนึงของ "พระจันทรเ์ สียวอนั อุดมสมบูรณ์" ซึงเปนดินแดน
รูปครงึ วงกลมผนื ใหญ่ ทอดโค้งขนึ ไปจากฝงทะเลเมดิเตอรเ์ รเนียนไปจรดอา่ วเปอรเ์ ซีย
อาณาบรเิ วณทีเรยี กวา่ เมโสโปเตเมีย มีทิศเหนือจรดทะเลดําและทะเลแคสเปยน ทิศตะวนั
ตกเฉียงใต้จรดคาบสมุทรอาหรบั ซึงล้อมรอบด้วยทะเลแดงและมหาสมุทรอนิ เดีย ทิศตะวนั
ตกจรดทีราบซีเรยี และปาเลสไตน์ ส่วนทิศตะวนั ออกจรดทีราบสูงอหิ รา่ น
อาณาบรเิ วณทีเรยี กวา่ เมโสโปเตเมีย มีทิศเหนือจรดทะเลดําและทะเลแคสเปยน
ทิศตะวนั ตกเฉียงใต้จรดคาบสมุทรอาหรบั ซึงล้อมรอบด้วยทะเลแดงและมหาสมุทรอนิ เดีย
ทิศตะวนั ตกจรดทีราบซีเรยี และปาเลสไตน์ ส่วนทิศตะวนั ออกจรดทีราบสูงอหิ รา่ น

1

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

โดยระหวา่ งสองฝงแม่นําทังสองสายเปนพนื ดินทีมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะ
แก่การเพาะปลูก ทําใหก้ ลุ่มชนชาติต่างๆเขา้ มาทํามาหากินและสรา้ งอารยธรรมขนึ รวมทัง
ถ่ายทอดอารยธรรมจากกลุ่มหนึงสู่กลุ่มหนึง ทําใหเ้ กิดอารยธรรมแบบผสม ซึงความอุดม
สมบูรณ์ของลุ่มแม่นําเปนสิงดึงดูดใหผ้ ูค้ นเขา้ มาทํามาหากินในบรเิ วณนี แต่ความรอ้ นของ
อากาศก็เปนเครอื งบนั ทอนกําลังของผูค้ นทีอาศัยอยูท่ ําใหค้ นเหล่านันขาดความ
กระตือรอื รน้ เมือมีพวกอนื เขา้ รุกรานจึงต้องหลีกทางใหผ้ ูท้ ีเขา้ มาใหม่ ซึงเมืออยูไ่ ปนาน ๆ
เขา้ ก็ประสบภาวะเดียวกันต้องหลีกใหผ้ ูอ้ นื ต่อไป

โดยคนกลุ่มแรกทีสรา้ งอารยธรรมเมโสโปเตเมียขนึ คือชาวซูเมอร์ ผูค้ ิดประดิษฐ์ตัว
อกั ษรขนึ เปนครงั แรกในโลก อารยธรรมทีชาวซูเมอรส์ รา้ งขนึ เปนพนื ฐานสําคัญของ
อารยธรรมเมโสโปเตเมีย สถาปตยกรรม ตัวอกั ษร ศิลปกรรมอนื ๆ
ตลอดจนทัศนคติต่อชวี ติ และเทพเจ้าของชาวซูเมอร์ ได้ดํารงอยู่
และมีอทิ ธพิ ลอยูใ่ นลุ่มแม่นําทังสองตลอดชว่ งสมัยโบราณ

2

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

sumerian
ชนเผา่ สุเมเรยี น

ชนชาติสุเมเรยี นเปนชนชาติแรกทีเขา้ มา
ครอบครองในบรเิ วณเมโสโปเตเมีย เชอื กันวา่
ชาวสุเมเรยี นได้อพยพมาจากทีราบสูงอหิ รา่ น
และได้มาตังถินฐานอยูใ่ นบรเิ วณตอนล่างสุด
ของลุ่มแม่นําไทกรสิ และยูเฟรทีสตรงส่วนทีติด
กับอา่ วเปอรเ์ ซีย โดยเรยี กบรเิ วณนีวา่ “ซูเมอร”์

ความเจรญิ ของชนเผา่ สุเมเรยี น

ด้านชลประทาน ด้านการปกครอง

ชาวสุเมเรยี นเปนคนแรกทีสรา้ ง ในรูปแบบของนครรฐั แหง่ แรกของโลก ชวี ติ
ระบบชลประทานทีมีประสิทธภิ าพสูง ความเปนอยูข่ องชาวสุเมเรยี นเรมิ แรกจากชวี ติ
แบบหมู่บา้ นเล็กๆ ต่อมาจึงเปลียนมาเปนชวี ติ ใน
เมืองทีมีการปกครองในรูปแบบนครรฐั

ด้านสถาปตยกรรม ด้านคณิตศาสตร์

สถาปตยกรรมทีสําคัญคือซิกกูแรต เปนพวกแรกทีคิดค้นวธิ กี ารคิดเลข ทังการ
(Ziggurat)เปนศาสนสถานทีบูชา ลบ,การบวก และการคูณ และยงั สรา้ งระบบชงั
เทพเจ้า ทํา ด้วยอฐิ ตากแหง้ ตวง วดั และปฏิทิน

ด้านการเพาะปลูก ด้านวรรณกรรม

ก้าวหน้ามาก มีการใชค้ ันไถเทียม สรา้ งวรรณกรรมทีสําคัญเรอื งแรกของโลก
ด้วยววั ทําใหส้ ามารถหวา่ นไถได้กวา้ ง ชอื วา่ “ มหากาพยก์ ิลกาเมช ”เนือหาเกียวกับนํา
กวา่ เดิม ลําพงั แต่การใชจ้ อบหรอื เสียม ท่วมโลก เขยี นบนแผน่ ดินเผาขนาดใหญ่ 12 แผน่
การประดิษฐ์คันไถเทียมด้วยววั มีความ ทังสิน 3000 บรรทัด
สําคัญในแงท่ ีวา่ มนษุ ยเ์ รมิ รูจ้ ักใชแ้ ละ
ควบคุมทีมาของพลังงาน คือพลังงาน ด้านตัวอกั ษร
ของสัตวน์ อกเหนือไปจากพลังงานทีมา
จากตัวของมนษุ ยเ์ อง การเขยี นตัวหนังสือ เปนชนชาติแรกในดินแดน
เมโสโปเตเมียทีรูจ้ ักการเขยี น โดยเขยี น ตัวอกั ษร
คูนิฟอรม์ (Cuneiform) หรอื ตัวอกั ษรรูปลิม

3

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

amorite

ชนเผา่ อะมอไรต์

อะมอไรต์หรอื บาบโิ ลเนียน เปนชนเผา่
เซมิติกซึงมีถินกําเนิดในแถบตะวนั ออกกลาง ได้ขยาย
อทิ ธพิ ลในดินแดนเมโสโปเตเมียและสรา้ งจักรวรรดิ
บาบโิ ลนทีเจรญิ รุง่ เรอื งในชว่ งประมาณป 1800-1600
ก่อนครสิ ต์ศักราช ผูน้ ําสําคัญคือกษัตรยิ ฮ์ มั มูราบผี ูย้ งิ ใหญ่
ซึงได้สรา้ งความเขม้ แขง็ ใหแ้ ก่จักรวรรดิบาบโิ ลน
โดยการทําสงครามขยายดินแดนและจัดทําประมวลกฎหมาย คือ ประมวล
กฎหมายพระเขา้ ฮมั มูราบี เพอื เปนหลักฐานในการปกครองและจัดระเบยี บ
สังคม ถือเปนกฎหมายลายลักษณ์อกั ษรฉบบั แรกของโลก และกฎหมาย
ฉบบั แรกทีคํานึงถึงสิทธสิ ตรแี ละใหส้ ิทธใิ นการฟองหยา่ สามีได้ จารกึ ด้วย
ภาษาคูนิฟอรม์ จุดเด่นใชบ้ ทลงโทษรุนแรงคือ “ตาต่อตา ฟนต่อฟน”

นอกจากนียงั สืบทอดความเจรญิ ต่างๆ ของ
พวกสุเมเรยี นไว้ เชน่ ความเชอื ทางศาสนาซึง
ได้แก่การบูชาเทพเจ้า การแบง่ กลุ่มชนชนั ใน
สังคมเพอื แบง่ แยกหน้าทีและความสะดวกใน
การปกครอง การผลิตสินค้าอุตสาหกรรมและ
การค้าขายกับดินแดนอนื ๆ เชน่ อยี ปิ ต์และ
อนิ เดียซึงนําความมังคังใหแ้ ก่จักวรรดิบาบโิ ลน

จักรวรรดิบาบโิ ลนค่อยๆเสือมอาํ นาจลง
เมือมีชนชาติอนื ขยายอทิ ธพิ ลเขา้ มาในดินแดน
เมโสโปเตเมียและสลายลงไปโดยถูก
พวกแอลซีเรยี นโจมตี

4

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

hittites

ชนเผา่ ฮติ ไทต์

พวกฮติ ไทต์เปนพวกอนิ โด-ยูโรเปยน ทีอพยพมาจาก
ทางเหนือของทะเลดําเมือประมาณป 2300 ก่อนครสิ ต์
ศักราช ต่อมาได้ขยายอทิ ธพิ ลเขา้ ไปในเขตจักรวรรดิบาบิ
โลนและเขา้ ครอบครองดินแดน ซีเรยี ในปจจุบนั พวกฮติ
ไทต์สามารถนําเหล็กมาใชป้ ระดิษฐ์อาวธุ แบบต่างๆ และ
จัดทําประมวลกฎหมายเพอื ใชค้ วบคุมสังคม โดยเน้นการ
ใชค้ วามรุนแรงตอบโต้ผูท้ ีกระทําความผดิ เชน่ ใหจ้ ่ายค่า
ปรบั แทนการลงโทษทีรุนแรง อาณาจักรฮติ ไทต์เสือม
อาํ นาจลงในราวป 1200 ก่อนครสิ ต์ศักราช

5

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

assyrian
ชนเผา่ อสั ซีเรยี น

เปนชนเผา่ เซเมติคอกี พวหนึงในระยะแรกได้เรมิ
ตังถินฐานและสรา้ งสรรค์อารยธรรมในบรเิ วณภาค
เหนือของลุ่มแม่นําไทกรสิ ประมาณ 1300 ป ก่อน
ครสิ ตกาล ชาวอสั ซีเรยี นเรมิ ทําการชยายอาณาเขต
และในไม่ชา้ ก็มีอาํ นาจครอบคลุมทางเหนือของหุบเขา
ทังหมด ในศตวรรษที 10 ก่อนครสิ ตกาล

ชาวอสั ซีเรยี นได้โค่นอาํ นาจของพวกแคสไซต์ลงได้และสถาปนาจักวรรดิอสั ซีเรยี ขนึ
ชาวอสั ซีเรยี นได้ขนึ ชอื วา่ เปนพวกทีมีชอื เสียงในความเก่งกล้าสามารถในการรบและความ
ดึรา้ ย ทําใหส้ ามารถแผข่ ยายจักวรรดิออกไปอยา่ งกวา้ งขวางนับเปนจักวรรดิแหง่ แรกที
เจรญิ ขนึ ในยุคเหล็ก โดยได้ทิงนิ สุ รณ์แหง่ ความโหดรา้ ย ทารุณและความยงิ ใหญไ่ วใ้ นภาพ
แกะสลักนนู ตําอนั เปนศิลปะวตั ถุทียงั คงอยูม่ าจนถึงวนั นี ซึงจักพรรดิทีทรงอนภุ าพคือ แอส
ซูรบ์ านิปาล ได้โปรดใหร้ วบรวมแผน่ ดินเผาซึงบรรจุขอ้ เขยี นด้วยตัวอกั ษรคิวนิฟอรม์ ไวใ้ น
หอสมุดใหม่ทีกรุงนิเนอเวร์ ซึงเปนศูนยก์ ลางของจักวรรดิ

6

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

babylonia
ชนเผา่ บาบโิ ลเนียน
หลังจากทีพวกสุเมเรยี นเสือมอาํ นาจลงเพราะ

การทําสงครามกับชนเผา่ อนื ๆทีเขา้ มารุกรานและแยง่ ชงิ ความเปนใหญใ่ นระหวา่ งพวกสุเม
เรยี นด้วยกันเอง ต่อมาพวกอามอไรต์ (Amorites) ได้ตังอาณาจักรบาบโิ ลเนีย (Babylonia
Kingdoms) ขนึ มา มีเมืองหลวงอยูท่ ีเมืองบาบโิ ลน รมิ ฝงแม่นํายูเฟรทีส อาณาจักรบาบโิ ลเนีย
เปนอาณาจักรทีเขม้ แขง็ มีการปกครองแบบรวมศูนย์ (Centralization) มีการเก็บภาษีอากร
และการเกณฑ์ทหาร รฐั ควบคุมการค้าต่างๆ อยา่ งใกล้ชดิ ผลงานทีสําคัญของอาณาจักร
บาบโิ ลเนีย ได้แก่ การประมวลกฎหมายเปนลายลักษณ์อกั ษร ในสมัยพระเจ้าฮมั มูราบี
(Hammurabi, 1792-1745 ป ก่อนครสิ ต์ศักราช) ซึงมีชอื เรยี กวา่ ประมวลกฎหมายของพระ
เจ้าฮมั มูราบี (The Code of Hammurabi) จารกึ อยูบ่ นแผน่ ศิลา หลักการของกฎหมายมี
รากฐานมาจากกฎหมายของพวกสุเมเรยี น แต่ได้จัดใหเ้ ปนระบบ และใหอ้ าํ นาจหน้าทีในการ
ลงโทษผูก้ ระทําผดิ แก่ชนชนั ปกครองยงิ ขนึ ประมวลกฎหมายของฮมั มูราบี ยดึ ถือหลัก ตา
ต่อตา ฟนต่อฟน (an eye for eye, atooth for a tooth) ในการลงโทษ กล่าวคือ ใหใ้ ชก้ าร
ทดแทนความผดิ ด้วยการกระทําอยา่ งเดียวกัน

อยา่ งไรก็ตาม ฝายปกครองมีอาํ นาจได้ไม่นาน เพราะพวกพระกลับมีอทิ ธพิ ลเชน่ เดิม
อาณาจักรบาบโิ ลเนียจึงเรมิ ออ่ นแอและถูกพวกฮติ ไทต์ (Hittite) ซึงอพยพมาจากทางเหนือ
และใต้ (ซึงมาจากเทือกเขาซากรอส ) เขา้ ปล้นสะดมเมือ 1590ปก่อนครสิ ต์ศักราช ต่อมาพวก
ฮติ ไทต์ก็เสียอาํ นาจใหแ้ ก่พวกคัสไซต์และเขา้ ครอบครองกรุงบาบโิ ลนเปนเวลาถึง 400 ป

7

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

เมือ 612 ปก่อนครสิ ต์ศักราช พวกคาลเดียน (Chaldean)
ซึงเปนชนเผา่ ฮบี รูทางทิศตะวนั ออกเฉียงใต้ของลุ่มแม่นําไท
กรสิ -ยูเฟรทีสก็สามารถเขา้ ยดึ กรุงนิเนเวหไ์ ด้สําเรจ็ และ
สถาปนากรุงบาบโิ ลนขนึ เปนเมืองหลวงอกี ครงั หนึง และจัดตัง
เปนอาณาจักรบาบโิ ลเนียขนึ มา อาณาจักรบาบโิ ลเนียใหม่เปน
อาณาจักรทีรุง่ เรอื งมาก ในสมัยพระเจ้าเนบูคัดเนซซาร์
(Nebuchadnezzar, 605-562 ปก่อนครสิ ต์ศักราช)
พวกคาลเดียนสามารถยกกองทัพไปตีได้เมืองเยรูซาเลม
และกวาดต้อนเชลยชาวยวิ มายงั กรุงบาบโิ ลนได้เปนจํานวนมาก

ยงิ ไปกวา่ นันยงั มีการสรา้ งสวนขนาดใหญเ่ รยี กวา่ สวนลอยแหง่ บาบโิ ลน (Hanging
Gardens of Babylon) ซึงถือได้วา่ เปนสิงมหศั จรรยข์ องโลกยุคโบราณเพราะสามารถใช้
ความรูใ้ นการชลประทาน ทําใหส้ วนลอยนีเขยี วขจีได้ตลอดทังป นอกจากนันพวกคาลเดียนใน
บาบโิ ลเนียใหม่ยงั ปรบั ปรุงด้านเกษตรกรรม และเรมิ ต้นงานด้านวทิ ยาศาสตร์ โดยเฉพาะ
อยา่ งยงิ ทางดาราศาสตร์ มีการแบง่ สัปดาหอ์ อกเปน 7 วนั แบง่ วนั ออกเปน 12 คาบ คาบละ
120 นาที และยงั สามารถพยากรณ์สุรยิ ุปราคาตลอดจนคํานวณเวลาการโคจรของดวง
อาทิตยใ์ นรอบปได้อยา่ งถูกต้อง ชาวคาลเดียนเปนชาติแรกทีรเิ รมิ นําความรูท้ างดาราศาสตร์
มาทํานายโชคชะตาของมนษุ ย์

เมือ 539 ปก่อนครสิ ต์ศักราช อาณาจักรบาบโิ ลเนียใหม่ถูกกองทัพเปอรเ์ ซียโดยการนํา
ของ พระเจ้าไซรสั มหาราช (Cyrus the Great, 559-530 ปก่อนครสิ ต์ศักราช) เขา้ ยดึ ครอง
และผนวกเขา้ เปนส่วนหนึงของจักรวรรดิเปอรเ์ ซียทีเรอื งอาํ นาจอยูใ่ นบรเิ วณเอเชยี ตะวนั ตก
จึงนับได้วา่ ประวตั ิศาสตรข์ องดินแดนแถบเมโสโปเตเมียในยุคโบราณได้สินสุดลงไปด้วย

8

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

hammurabi code
ประมวลกฎหมายฮมั บูราบี

กษัตรยิ โ์ บราณพระนามวา่ กษัตรยิ ฮ์ มั มูราบี
พระองค์นีปกครองกรุงบาบโิ ลน ตังแต่ป 1792-1750
ก่อนครสิ ตกาล เรมิ แรกของรชั สมัยกษัตรยิ ฮ์ มั มูราบี ดิน
แดนเมโสโปเตเมียแตกออกเปนรฐั ต่างๆ ซึงต่างก็มีกฎขอ้
บงั คับเปนของตัวเอง แต่สุดท้ายกษัตรยิ ฮ์ มั มูราบกี ็
รวบรวมรฐั ต่างๆมาอยูใ่ ต้การปกครองของพระองค์ได้

จากนันพระองค์ก็รวบรวมเอากฎหมายจากรฐั
ต่างๆ แล้วบนั ทึกเปนประมวลกฎหมายฉบบั เดียวทีใช้
ปกครองทัวทังดินแดน ซึงเปนบทบญั ญตั ิทีรวบรวม
กฎหมายทีมีเนือหาเกียวขอ้ งกับทังการค้าและภาษี การ
แต่งงานและหยา่ รา้ ง และการลักขโมยและฆาตกรรม
ด้วย และเปนประมวลกฎหมายทีเก่าแก่ทีสุด ประมวล
กฎหมายนีคัดลอกไวโ้ ดยการแกะสลักลงบนหนิ บะซอลต์
ต่อมาทีมนักโบราณคดีฝรงั เศสขุดพบทีประเทศอริ กั ในป
1901 ถึง 1902 หนิ สลักนีแตกเปน 3 ชนิ และได้รบั การ
บูรณะ ปจจุบนั ประมวลกฎหมายฮมั มูราบอี ยูใ่ นพพิ ธิ
ภัณฑ์ลูฟร์ กรุงปารสี ประเทศฝรงั เศส

กฎหมายดังกล่าวเปนกฎหมายอาญา โดยยดึ หลักทีปจจุบนั เรยี กวา่ "ตาต่อตา ฟน
ต่อฟน" อนั หมายถึงทําผดิ อยา่ งไรได้โทษอยา่ งนัน มีทฤษฎีใหม่บางทฤษฎีถือวา่ การนับ
กฎหมายฮมั มูราบใี หส้ ถานะอยา่ งประมวลกฎหมายอยา่ งปจจุบนั นันไม่ถูกต้องนัก

ความจรงิ เปนเพยี งอนสุ รณ์วา่
กษัตรยิ ฮ์ มั มูราบเี ปน "ตัวอยา่ งกษัตรยิ ์
ทีทรงไวซ้ ึงความยุติธรรม" เท่านัน
เพราะในชวี ติ ของคนยอ่ มมีความผดิ
อยา่ งอนื ทีไม่ใชก่ ารลักขโมย การ
บนั ทึกประมวลกฎหมายของกษัตรยิ ์
ฮมั มูราบเี ปนลายลักษณ์อกั ษรเชน่ นี
ทําใหก้ ฎหมายกลายเปนความรูข้ อง
สาธารณะ และเปนการพฒั นาตัวบท
กฎหมายของสังคมด้วย

9

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

belief เมโสโปเตเมียมีความเชอื ถือโชคลาง เทพเจ้าทีสถิต

ในธรรมชาติซึงมีอยูห่ ลายองค์ ยกเวน้ พวกฮบิ รูซึงเปนชน

ความเชอื เผา่ ทีนับถือพระเจ้าองค์เดียว มีพระนามวา่ “พระยะโฮ
ความเวชาอื หใ”์นศาสนาทําใหเ้ กิดการสรา้ งศาสนสถาน เชน่
ชาวสุเมเรยี นนําดินเหนียวมาสรา้ งศาสนสถานขนาดใหญท่ ีเรยี กวา่ “ซิกกูแรต” เพอื

บูชาเทพเจ้าทีมีหลายองค์ เชน่ เทพเจ้าแหง่ ท้องฟา ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ ส่วน

เทพเจ้าสูงสุด ได้แก่ เทพทีควบคุมฤดูกาล สิงของทีนํามาบูชาเทพเจ้า ได้แก่ โลหะ เงนิ

ทอง และสิงมีค่าอนื ๆ รวมทังการบูชายญั ตัวอยา่ งเชน่

inanna
เทพเทวอี แิ นนนา หรอื อนิ านา

เปนเทพเจ้าแหง่ ความรกั ฉันท์ชูส้ าว ( เทพ
ปกรณัม-เมโสโปเตเมีย ) พระองค์เปนเทพเทวแี หง่
สรวงสวรรค์ เทพแหง่ ความรกั ฉันท์ชูส้ าวในลักษณะมี
ความสัมพนั ธโ์ ดยมิได้สมรสเปนเทพแหง่ สงครามซึง
พระองค์แสวงหาอาํ นาจอยูต่ ลอดเวลาและไม่ลังเลที
จะแยง่ ชงิ อาํ นาจนันมา

ครงั หนึงพระองค์ยงั เคยเสด็จไปยงั ดินแดน
แหง่ ความตายเพอื ทีจะแยง่ ชงิ อาํ นาจ
จากพสี าวของตน

10

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

babeltower

ตํานานหอคอยบาเบล

เมืองบาบโิ ลนในพระคัมภีรไ์ บเบลิ ในพระคัมภีรไ์ บเบลิ บท
ปฐมกาล 11 (Genesis 11) นันบนั ทึกไวว้ า่ แรกเรมิ เดิมที
มนษุ ยเ์ ราพูดจาภาษาเดียวกันทังหมด และได้พยายามทีจะ
สรา้ งสิงก่อสรา้ งทีสูงเทียมฟาขนึ มาในนครแหง่ หนึง เมือมนษุ ย์
สือสารด้วยภาษาเดียวกันจึงทําใหพ้ วกเขาเขา้ ใจกันได้เปน
มอยนา่ ษุ งยดจ์ ี ึงสามารถทําได้ทุกสิงทีต้องการ เมือพระเจ้าเหน็
ดังนันจึงเขา้ มาแทรกแซงด้วยการทําใหม้ นษุ ยพ์ ูดกัน
คนละภาษาเสีย ในทีสุดมนษุ ยท์ ังหลายก็กระจัดกระจาย
ออกไปทัวแผน่ ดิน และเลิกล้มความตังใจทีจะสรา้ งเมือง
และสิงปลูกสรา้ งสูงเทียมฟาไป

พระคัมภีรบ์ ทปฐมกาล 11ใหข้ อ้ มูลไวว้ า่ หอ
คอยบาเบลนีอยูใ่ นบรเิ วณทีเรยี กวา่ ชนิ าร์ (Shinar)
ซึงเปนคําเรยี กโดยทัวไปของดินแดนเมโสโปเตเมีย ซึง
อาณาจักรทีมีอารยธรรมรุง่ เรอื งถึงขดี สุดในบรเิ วณนี
เหน็ จะมีเพยี งบาบโิ ลนนีเอง อกี ทังคําวา่ “ชนิ าร”์ ยงั
ปรากฏในพระคัมภีรบ์ ทอนื ๆ อกี หลายครงั ซึงล้วนแล้ว
แต่ชไี ปหาเมืองบาบโิ ลนทังสิน

นักโบราณคดีเองก็พยายามตามหาทีทีคาดวา่ น่า
จะเปนหอคอยบาเบล สุดท้ายพบวา่ มีอาคารแหง่ หนึง
ทีเค้าเขา้ วา่ จะใชม่ ากทีสุด ก็คือซิกกูแรต (Ziggurat)
ทีชอื วา่ อ-ี เตเมน-อนั กิ (Etemenanki)
ทีชอื แปลได้วา่ "บา้ นแหง่ รากฐาน
ของสวรรค์บนพนื โลก"

11

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

prosperity

ความเจรญิ ทางวทิ ย์

ความเจรญิ เรมิ ขนึ เมือ 3,000 ป ก่อนครสิ ต์ศักราช หรอื ประมาณ 5,000 ปมาแล้ว
ชนชาติทีสรา้ งความเจรญิ คือ สุเมเรยี น บาบโิ ลน แอสซีเรยี แคลเดียล ฮติ ไทต์ ฟนิเซียน
เปอรเ์ ซีย ฮบิ รู(ยวิ ) โดยมีความเจรญิ ในด้านต่าง ๆ จากชนชาติทีสําคัญดังนี
ชาวสุเมเรยี น ความเจรญิ ทีสําคัญ

การปฏิวตั ิเกษตรกรรม

การเพาะปลูก ประดิษฐ์เครอื งมือ ระบบชลประทานขนึ เปนครงั แรกทีสามารถเอาชนะ
ธรรมชาติด้วยการสรา้ งทํานบปองกัน คลองส่งนําและอา่ งเก็บนํา

วรรณกรรม

มหากาพยก์ ิลกาเมซเกียวกับการผจญภัยของประมุขและวรี บุรุษ

การประดิษฐ์จานหมุน

ใชท้ ําเครอื งปนดินเผาเปนเครอื งกลชนิดแรกของโลก

การประดิษฐ์อกั ษรลิม

หรอื อกั ษรคูนิฟอรม์ ครงั แรกของโลก ทีทําจากดินเหนียว เพอื บนั ทึกการบรหิ ารจัดการ
การใชท้ ีดิน ผลผลิต ค่าเชา่ สัตว์ เมล็ดพนั ธพ์ ชื ทางการเกษตร การประดิษฐ์อกั ษรของ
ชาวสุเมเรยี น ใชเ้ ปนหลักฐานในการศึกษาประวตั ิศาสตรข์ องโลกได้

ความสามารถเชงิ คณิตศาสตรใ์ นการคิดคํานวณ

การคํานวณพนื ทีวงกลม การคิด มาตราชงั ตวงวดั การนับเดือนปแบบจัรทรคติ 1 ปมี
12 เดือน ซึงเปนทีมาของวชิ า โหราศาสตรแ์ ละดาราศาสตร์

สถาปตยกรรมขนาดใหญ่

เทวสถานซิกูแรต ใชเ้ ปนสถานทีบูชาเทพเจ้า

12

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

cuneiform
อกั ษรคูนิฟอรม์

เปนรูปแบบการเขยี นแรกเรมิ ทีประดิษฐ์
โดยชาวสุเมเรยี นในดินแดนเมโสโปเตเมียราว
3,000 ป ก่อนครสิ ต์ศักราช อกั ษรนีเมือเขยี น
ลงบนแผน่ ดินเหนียว จะมีรูปรา่ งเปนเหลียมๆ
มีลักษณะคล้ายกับรอยตีนไก่ เชอื วา่ เขยี นด้วย
ก้านออ้ และกดลงบนแผน่ ดินเหนียวทีออ่ นตัว
แล้วนําไปตากแดดหรอื เผาใหแ้ หง้

คําวา่ “cuneiform” ในภาษาองั กฤษมาจาก
ภาษาละติน “cuneus” แปลวา่ ลิม ดังนันอกั ษร
รูปลิมจึงรวมอกั ษรทีมีรูปรา่ งคล้ายลิมทังหมด
ภาษาหลายตระกูล ทังตระกูลเซมิติก ตระกูลอนิ
โด-ยูโรเปยน และอนื ๆ ทีเขยี นด้วยอกั ษรนี

แผน่ ดินเหนียวเหล่านีถูกเก็บในหอ่ ที
แขง็ แรง ทําด้วยดินเหนียว โดยใชว้ ตั ถุทีเปน
ของแขง็ และแหลม มาเขยี นใหเ้ ปนเรอื งราว
เรยี กวา่ บุลลา (bulla) เพอื ปองกันการ
สูญหาย เนืองจากการนับแผน่ ดินเหนียว
ภายในบุลลาหลังการผนึกทําได้ยาก การแก้
ปญหาจึงใชก้ ารกดแผน่ ดินเหนียวลงบนผวิ
นอกของบุลลาในขณะทีดินเหนียวยงั ออ่ น
ตัวอยู่ แล้วจึงใส่แผน่ ดินเหนียวเขา้ ไปขา้ งใน
และปดผนึก การนับจํานวนแผน่ ดินเหนียว
อกี ครงั ใชก้ ารนับรอยกดบนผวิ ด้านนอก
จากรอยกดนี ชาวซูเมอรไ์ ด้พฒั นามาเปน
สัญลักษณ์รูปลิม เพอื ใชบ้ อกความหมาย
และจํานวน เชน่ รูปลิม 1 อนั หมายถึง 1 รูป
วงกลม หมายถึง 10 การบนั ทึกวา่ “แกะ 5
ตัว” ใชก้ ารกดลงบนดินเหนียวเปนรูปลิม 5
อนั แล้วตามด้วยสัญลักษณ์ของแกะ

13

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

irrigation

การควบคุมนําโดยการชลประทาน

การทํางานของเกษตรกรเปนเรอื งยาก พชื ต้องการนําในปรมิ าณทีเหมาะสมเพอื
การเจรญิ เติบโต นําท่วมและอากาศแหง้ แล้งในเมโสโปเตเมียนันหมายความวา่ เกษตรกร
มักจะมีทังนํามากเกินไปหรอื น้อยเกินไป

นําท่วมและภัยแล้ง นําท่วมเปนประจําทุกปของแม่นําไทกรสิ และยูเฟรติสคาดเดา
ไม่ได้ ไม่มีใครแน่ใจวา่ เมือใดจะเกิดนําท่วม มันอาจจะมาในเดือนเมษายนหรอื อาจจะไม่เกิด
ขนึ จนถึงเดือนมิถุนายน หลังจากเกษตรกรได้ปลูกพชื ขอบเขตของการเกิดนําท่วมขนึ อยูก่ ับ
หมิ ะละลายจากภูเขาในฤดูใบไม้ผลิมากเท่าใด และฝนตกมากเท่าใด ฝนตกหนักและหมิ ะ
ละลายมากจะนํากระแสนําทีรุนแรงพดั พาทุกอยา่ งไป อยา่ งไรก็ตาม ฝนตกและหมิ ะละลาย
เพยี งเล็กน้อย ก็หมายความวา่ จะไม่มีนําท่วม

ระยะเวลานานเมือฝนตกน้อยเกินไปจะเรยี กวา่ ภัยแล้ง ในพนื ทีแหง้ แล้งเชน่ เมโสโป
เตเมีย ภัยแล้งเปนอนั ตรายางต่อเนือง ในชว่ งฤดูแล้งระดับนําในแม่นําไทกรสิ และยุเฟรติส
จะลดลง เปนการยากสําหรบั เกษตรกรทีจะรดนําพชื พนั ธุธ์ ญั ญาหารของพวกเขา ถ้าพชื ล้ม
ตายลง ผูค้ นชาวเมโสโปเตเมียก็หวิ โหย

การชลประทาน ในยุคแรกเมือประมาณ 6,000 ปก่อนครสิ ต์ศักราช เกษตรกรชาวเม
โสโปเตเมีย เรมิ ควบคุมการจ่ายนําได้ พวกเขาสรา้ งกําแพงดินตามรมิ ฝงแม่นํา เพอื ชะลอ
นําทีมากมายในชว่ งนําท่วม พวกเขายงั สรา้ งคลองขนึ เพอื นํานําจากแม่นําไปยงั ทุ่งนา
ระบบการรดนําใหแ้ ผน่ ดินทีแหง้ แล้ง เชน่ นี เรยี กวา่ การชลประทาน

14

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

ตําแหน่งที 1 ประตูควบคุมนําไม่ใหน้ ําไหลมาจากแม่นํามากเกินไป
ตําแหน่งที 2 คลองสายหลักทีขุดตรงมาจากแม่นํา ค่อย ๆ ลาดเอยี งลงเพอื เก็บรกั ษานําที

ไหลมาจากแม่นํา
ตําแหน่งที 3 คลองสาขาขนาดกลางนํานํามาจากคลองสายหลัก
ตําแหน่งที 4 คลองหล่อเลียงเล็ก ๆ นํานําไปยงั ทุ่งนา

15

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

เกรด็ ความรู้

พนื หลังของประมวลกฎหมายนีเปนเนือหาของกฎหมาย
ของชาวสุเมเรยี นซึงชุมชนทีศิวไิ ลซ์อาศัยอยูม่ าหลายศตวรรษ
ขอ้ ความทีมีอยูเ่ ปนภาษาอคั คาเดียน (เซมิติก) แต่รหสั นีมีขนึ เพอื ใชก้ ับขอบเขตทีกวา้ งกวา่
ประเทศใด ๆ และเพอื รวมประเพณีและชนชาติเซมิติกและสุเมเรยี นเขา้ ด้วยกัน ยงิ ไปกวา่ นัน
แม้จะมีผูร้ อดชวี ติ เพยี งไม่กีคนทีเกียวขอ้ งกับความเปนปกแผน่ ของครอบครวั ความรบั ผดิ
ชอบของเขตการพจิ ารณาคดีโดยการทดสอบและlex talionis (เชน่ ตาต่อตาฟนต่อฟน)

ซิกกูแรตนันเปนมหาวหิ ารของชาวเมโสโปเตเมีย ทรงคล้ายพรี ะมิดขนั บนั ได
มีหลายชนั ซ้อนขนึ ไป บา้ งก็วา่ อาจสูงได้ถึง 7 ชนั ชนั บนสุดเปนวหิ ารสําหรบั บูชา
เทพเจ้ามารด์ ุค ซึงเปนเทพอุปถัมภ์หลักของนครบาบโิ ลน

16

Μεσοποταμία

The lamassu is a celestial being from ancient Mesopotamian religion
bearing a human head, bull's body, sometimes with the horns and the ears

of a bull, and wings.

นางสาว บุณยานชุ รอดอว่ ม มัธยศึกษาปที ๖/๑ เลขที ๒๘ 281120090521
โรงเรยี นสาธติ แหง่ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์
วทิ ยาเขตกําแพงแสน ศูนยว์ จิ ัยและพฒั นาการศึกษา
เลขที ๑ หมู่ ๖ ตําบลกําแพงแสน อาํ เภอกําแพงแสน
จังหวดั นครปฐม ๗๓๑๔๐


Click to View FlipBook Version