The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jj fw, 2020-10-28 08:10:48

warakon_23

warakon_23

สถานทท่ี อ่ งเท่ยี ว จ.ศรีษะเกษ

จัดทำโดย
นาย วรากร สดุ แก้ว เลขท่ี 23 ชนั้ ม.4/3

เสนอ

ครู สวุ ารี ย่ีภู
โรงเรียนกรรณสตู ต.รัว้ ใหญ่ จ.สพุ รรณบรุ ี

คานา

ศรีสะเกษ เป็นจงั หวดั หนงึ่ ของประเทศไทย อยใู่ นภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือตอนลา่ ง ลกั ษณะภมู ิประเทศ
ทางตอนใต้เป็นที่สงู และคอ่ ย ๆ ลาดตา่ ไปทางเหนือลงส่ลู มุ่ แมน่ า้ มลู ซงึ่ อยทู่ างตอนเหนือของจงั หวดั [3]
ปัจจบุ นั มีเนือ้ ที่ 8,840 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยอาเภอ 22 อาเภอ[3] มีประชากรราว 1.47 ล้านคน [4]
ประกอบด้วยกลมุ่ ชาตพิ นั ธ์ุหลากหลาย ซงึ่ พดู ภาษาถ่ินตา่ ง ๆ กนั อาทิ ภาษาลาว (สาเนียงลาวใต้ซง่ึ ใช้
ครอบคลมุ ทงั้ ฝั่งอบุ ลราชธานีและจาปาศกั ด)ิ์ , ภาษากยู , ภาษาเยอ และภาษาเขมรถ่ินไทย สว่ นใหญ่เป็น
พทุ ธศาสนกิ ชนและนบั ถือผีมาแตเ่ ดมิ [5][6][7]

มีการตงั้ ถ่ินฐานในจงั หวดั ศรีสะเกษมาแตส่ มยั ก่อนประวตั ศิ าสตร์ จนเกิดพฒั นาการท่ีเข้มข้นในสมยั
อาณาจกั รขอมซง่ึ ได้ทงิ ้ มรดกทางวฒั นธรรมหลายประการไว้ เชน่ ปราสาทหินและปรางคก์ ู่ ครัน้ ในสมยั
อาณาจกั รอยธุ ยา มีการยกบ้านปราสาทส่ีเหลี่ยมโคกลาดวน(บริเวณใกลๆปราสาทกดุ หรือปราสาทส่ีเหลี
ยมโคกลาดวน วดั เจก็ อาเภอขขุ นั ธ์ ในปัจจบุ นั ) เป็นเมืองขขุ นั ธ์ [5][8][9] และในสมยั รัชกาลที่ 5 แหง่
อาณาจกั รรัตนโกสินทร์ได้ย้ายเมืองไปยงั บริเวณตาบลเมืองเก่า (ตาบลเมืองเหนือ อาเภอเมืองศรีสะเกษ ใน
ปัจจบุ นั ) แตเ่ รียกชื่อเมืองขขุ นั ธ์ ตามเดมิ กระทงั่ ยกฐานะเป็น จงั หวดั ขขุ นั ธ์ เม่ือ พ.ศ. 2459 แล้วเปลี่ยนช่ือ
เป็น จงั หวดั ศรีสะเกษ เมื่อ พ.ศ. 2481[3]

แหลง่ ทอ่ งเท่ียวและสถานที่สาคญั ในจงั หวดั ศรีสะเกษ เช่น อทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาพระวิหาร ผามออีแดง, สวน
สมเดจ็ พระศรีนครินทร์ ศรีสะเกษ, ปรางค์ก่,ู ปราสาทสระกาแพงน้อย, ปราสาทสระกาแพงใหญ่, ปราสาท
เยอ, ปราสาทบ้านปราสาท, ปราสาทโดนตวล, บงึ นกเป็ ดนา้ ไพรบงึ , เขตรักษาพนั ธ์ุสตั ว์ป่ าพนมดงรัก
และเขตรักษาพนั ธ์ุสตั ว์ป่ าห้วยศาลา[3] สว่ นด้านเศรษฐกิจนนั้ พงึ่ พาเกษตรกรรมเป็นหลกั พืชเศรษฐกิจท่ี
สาคญั คือ ข้าวหอมมะลิ, ผลไม้ เชน่ ทเุ รียน และเงาะ, พืชสวน เชน่ หอมแดง, กระเทียม และยางพารา[5]
ตลอดจนพืชไร่ เป็นต้นวา่ มนั สาปะหลงั และถวั่ ลสิ ง [3]

สารบัญ หน้า

เร่ือง 1-2
3
ผามออแี ดง 4-5
ปราสาทโดนตวน 6-7
วดั พระธาตุเรืองทอง 8
วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ 9
หอคอยศรีลาดวลเฉลมิ พระเกีรต์วิ ัดมหาพุทธาราม 10
วดั หนองตะเคยี น 11
บ้านขุนอาไพพาณิชน์ 12-13
ศรีษะเกษอควาเรียม 14-15
ปราสาทวัดสระกาแพงใหญ่ 16
วดั ศรีมงคลัฒนาราม 17
ปราสาทสระกาแพงน้อย 18-19
ปราสาทปรางค์กู่ 20
วดั ล้านขวด 21
นา้ ตกห้วยจันทร์ 22
นา้ ตกสาโรงเกียรติ
บ้านปราสาทตาหนักไทร 23
ปราสาทบ้านปราสาท (ปราสาทห้วยทบั ทนั )
ปราสาทบ้านปราสาท 24-25
วดั ไพรพัฒนา 26
วัดศรีบงบูรพ์ 27
อุทยานแห่งชาตเิ ขาพระวิหาร 28-29
วดั ป่ ามหาเจดีย์แก้ว 30-32

วัดธาตุเรืองทอง 33-34
สวนสมเด็จศรีนครินทร์ 35-36
นา้ ตกขุนศรี 37
ภาคผนวก 38

ผามออีแดง

ผามออีแดง ตงั้ อยใู่ นพืน้ ท่ีอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาพระวิหาร ตาบลเสาธงชยั อาเภอกนั ทรลกั ษ์ จงั หวดั ศรีสะเกษ
มีลกั ษณะเป็นหน้าผาสงู ชนั กนั้ เขตแดนประเทศไทยกบั ประเทศกมั พชู า ผามออีแดงขนึ ้ ชื่อในเร่ืองจดุ ชมวิว
ทวิ ทศั น์ที่สวยงามของภาคอีสาน ทงั้ เป็นจดุ ชมววิ พระอาทติ ย์ขนึ ้ และทะเลหมอกในยามเช้า บริเวณผามออี
แดงมีภาพแกะสลกั นนู ตา่ โบราณอายกุ วา่ 1,500 ปี สนั นิษฐานวา่ สร้างขนึ ้ ก่อนปราสาทเขาพระวหิ าร ราว
กลางศตวรรษท่ี 11



ปราสาทโดนตวล

ปราสาทโดนตวล ตงั้ อยใู่ นเขตอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาพระวิหารไมไ่ กลจากกผามออีแดง เป็นโบราณสถานท่ีนา่
ศกึ ษาและอนรุ ักษ์ไว้ แกเ่ ยาวชนรุ่นหลงั ท่ีจะได้มาเที่ยว และศกึ ษาเรียนรู้ ประกอบด้วยปราสาทประธาน
อาคารโถงโคปรุ ะ บรรณาลยั ฐานศลิ าแลงและสระนา้ สนั นษิ ฐานวา่ สร้างในสมยั พทุ ธศตวรรษที่ 16 ตาม
จารึกที่ขอบประตู ตรงกบั ปี พ.ศ.1545 ซงึ่ อยใู่ นยคุ เดยี วกบั การกอ่ สร้างปราสาทเขาพระวหิ าร

วดั พระธาตเุ รืองรอง

พระธาตเุ รืองรอง ตงั้ อยภู่ ายในวดั บ้านสร้างเรือง อาเภอเมือง พระธาตเุ รืองรอง สร้างขนึ ้ เม่ือปี พ.ศ. 2525
เพ่ือเป็นท่ีประดษิ ฐานพระบรมสารีริกธาตสุ าหรับให้ชาวพทุ ธ ลกั ษณะเป็ นอาคารท่ีมีการผสมผสานศลิ ปะ
อีสานใต้ 4 เผา่ ได้แก่ ลาว สว่ ย เขมร และเยอ มีความสวยงาม และเป็นเอกลกั ษณ์อยา่ งลงตวั บนยอด
พระธาตมุ ีจดุ ชมววิ ท่ีสามารถชมทวิ ทศั น์โดยรอบได้อยา่ งงดงาม



วดั พระธาตสุ พุ รรณหงส์

วดั พระธาตสุ พุ รรณหงส์ ตงั้ อยทู่ ี่หมบู่ ้านหว้าน อาเภอเมือง จงั หวดั ศรีสะเกษ ห่างจากตวั จงั หวดั ประมาณ
10 กิโลเมตร ด้วยความโดดเดน่ ของพระอโุ บสถที่ก่อสร้างบนเรือสพุ รรณหงส์จาลอง ลอยอยกู่ ลางนา้ อยา่ ง
สวยงามแปลกตา ทาให้เป็นอีกหนงึ่ แหลง่ ท่องเที่ยวท่ีได้รับความนิยมของศรีสะเกษ



หอคอยศรีลาดวนเฉลิมพระเกียรติ

หอคอยศรีลาดวนเฉลิมพระเกียรติ เป็นหอคอยชมววิ เมืองศรีสะเกษ ตงั้ อยบู่ นเกาะกลางนา้ กลางห้วยนา้ คา
มีจานวนชนั้ 16 ชนั้ ความสงู รวม 84 เมตร ชนั้ ลา่ งเป็ นนทิ รรศการจดั แสดงประวตั ิ สถานที่สาคญั บคุ คล
สาคญั ของจงั หวดั ศรีสะเกษ ด้านบนสดุ ของหอคอยเป็ นห้องโถงสามารถชมทวิ ทศั น์ได้โดยรอบ ซงึ่ สามารถ
มองเห็นพืน้ ท่ีของจงั หวดั ศรีสะเกษได้อยา่ งสวยงามรอบทกุ ทศิ ทาง รวมทงั้ สามารถเห็นพืน้ ที่เกาะกลางนา้
ห้วยนา้ คา และ สวนเฉลิมพระเกียรตฯิ ในมมุ สงู ได้ ที่กระจกแตล่ ะด้านของยอดหอคอยจะตดิ ช่ืออาเภอ
รวมทงั้ สถานที่สาคญั ท่ีตงั้ อย่ใู นทิศท่ีมองออกไปด้วย

วดั มหาพทุ ธาราม

วดั มหาพทุ ธาราม(วดั พระโต)พระอารามหลวง เป็นวดั สาคญั ที่เกา่ แกข่ องจงั หวดั ศรีสะเกษ โดยเมื่อปี พ.ศ.
2322 พระยาวเิ ศษภกั ดี(เจ้าเมืองศรีสะเกษคนท่ี 2)ได้ย้ายเมืองจากเดมิ ที่บ้านโนนสามขาสระกาแพง
มายงั เมืองศรีสะเกษ ซง่ึ ในขณะนนั้ มีผ้พู บหลวงพอ่ โตถกู ทงิ ้ ร้างอยใู่ จกลางป่ าแดงจงึ ได้มีการจดั สร้างวดั ขนึ ้
โดยใช้ช่ือวา่ วดั พระโตหรือวดั ป่ าแดง ตอ่ มาได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นวดั มหาพทุ ธาราม หลวงพอ่ โตเป็ น
พระพทุ ธรูปองค์ใหญ่ปางมารวชิ ยั เป็ นพระพทุ ธรูปคบู่ ้านคเู่ มืองศรีสะเกษและเป็นท่ีเคารพสกั การะของชาว
ศรีสะเกษและผ้มู าเยือน

วดั หนองตะคยี น

เป็นวดั ท่ีสร้างตามแบบผสมผสานศลิ ปะ ขอม – ล้านนา โดยชา่ งฝี มือระดบั ประเทศ วดั หนองตะเคียน เป็ น
วดั เก่าแกส่ ร้างประมาณสมยั กรุงศรีอยธุ ยา วดั นีเ้ป็นวดั สาคญั ทางประวตั ศิ าสตร์ เนื่องจากสมเดจ็ พระเจ้า
ตากสินมหาราช ได้เคยพาไพร่พลมาพกั ทพั ท่ีนี่ สมยั กาลงั กอบก้เู อกราชของชาตไิ ทยเรา จงึ ได้สร้าง
อนสุ าวรีย์พระเจ้าตากไว้ที่วดั นี ้ภายในพระอโุ บสถประดษิ ฐานพระศรีอริยเมตตรัย บริเวณข้างพระอโุ บสถมี
ลานพระพทุ ธรูปปาง สมาธิ 28 องค์ เป็นแนวรูปสี่เหล่ียม นอกจากนีย้ งั ประดษิ ฐานพระบรมราชานสุ าวรีย์
สมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราช เพ่ือประชาชนทวั่ ไปได้เคารพบชู าด้วย

บ้านขนุ อาไพพานิชย์

บ้านขนุ อาไพพานิชย์ ตงั้ อยใู่ นยา่ นเมืองเก่าเทศบาลเมืองศรีสะเกษ บ้านท่ีพกั อาศยั เก่าของขนุ อาไพ
พาณิชย์ คหบดชี าวศรีสะเกษ อาคารขนุ อาไพพาณิชย์เป็นอาคารกอ่ อิฐถือปนู 2 ชนั้ สีครีม ลกั ษณะเดน่
ของอาคารขนุ อาไพพาณิชย์ คอื มีลายปนู ปัน้ และไม้ฉลทุ งั้ ทางด้านหน้าและหลงั ได้รับการบรู ณะและ
อนรุ ักษ์ไว้โดยทายาทขนุ อาไพพาณิชย์ร่วมกบั กรมศลิ ปากร จงึ ได้รับรางวลั สถาปัตยกรรมดีเดน่ ด้านการ
อนรุ ักษ์สถาปัตยกรรมในเขตเมือง ท่ีมีคณุ คา่ ควรแก่การอนรุ ักษ์ จากสมาคมสถาปนิกสยาม

ศรีสะเกษอควาเรียม
แหลง่ ศกึ ษาเรียนรู้ด้านการประมงตารานอกห้องเรียนสาหรับผ้ทู ่ีสนใจทวั่ ไป ภายในแบง่ ออกเป็นการจดั
แสดงโซนปลาทะเล ปลานา้ จืดและปลาสวยงามทงั้ ขนาดเลก็ และใหญ่กวา่ 5,000 ตวั ด้วยบรรยากาศท่ี
ตืน่ ตาต่ืนใจประกอบกบั ความรู้ด้านสตั ว์นา้ ชนิดตา่ งๆ มีอโุ มงคแ์ ก้วใต้นา้ ขนาดใหญ่ท่ีนกั ทอ่ งเท่ียวจะ
สามารถสมั ผสั กบั ฝงู ปลาที่แหวกวา่ ยไปมาได้อยา่ งใกล้ชิด รวมถึงกิจกรรมพเิ ศษ อาทิ กิจกรรมโชว์การให้
อาหารปลา กิจกรรมป้ อนนมปลาคราฟ สปาปลาเพ่ือสขุ ภาพ ฯลฯ

วนั เปิดทาการ : วนั องั คาร – วนั อาทิตย์
เวลาเปิดทาการ : 10.00 – 16.00 น.

ปราสาทวดั สระกาแพงใหญ่

ปราสาทวดั สระกาแพงใหญ่ ตงั้ อยภู่ ายในวดั สระกาแพงใหญ่ ตงั้ อยใู่ น อาเภออทุ มุ พรพิสยั ปราสาทขอม
โบราณสถานที่มีอายกุ วา่ 1,000 ปี เป็นปราสาทหินขนาดใหญ่และสมบรู ณ์ที่สดุ ของจงั หวดั ภายในวดั มี
สรีระของหลวงป่ เู ครื่อง สภุ ทั โท อดีตเจ้าอาวาสวดั สระกาแพงใหญ่ ซง่ึ เป็นเกจชิ ื่อดงั ของจงั หวดั ศรีสะเกษ
นอกจากนี ้ยงั มีสิง่ ศกั ดส์ิ ิทธ์ิตา่ งๆ อยหู่ ลายแหง่ ทงั้ อโุ บสถพญานาคที่ประดิษฐานพระเม๊ียะมนุ ีจาลอง รูป
หลอ่ หลวงป่ เู คร่ืององคใ์ หญ่ ถา้ เงินถา้ ทอง



วดั ป่ าศรีมงคลรัตนาราม

อลงั การถา้ วงั บาดาล หรือ ถา้ พญานาค วดั ป่ าศรีมงคลรัตนาราม ตาบลโคกจาน อาเภออทุ มุ พรพสิ ยั
จงั หวดั ศรีสะเกษ ความงดงามของถา้ แหง่ นีส้ ร้างขนึ ้ จากความศทั ธาในเร่ืองของพญานาค ซงึ่ ครัง้ หนงึ่
พระพทุ ธเจ้าเคยเสวยพระชาตเิ ป็นพญานาค ทางเจ้าอาวาสและผ้มู ีจติ ศรัทธาจงึ ได้ร่วมกนั สร้างโบสถ์ ท่ี
ประดษิ ฐ์สถานพระพทุ ธรูปคล้ายกบั วงั พญานาคในวรรณคดี ภายในถา้ มีความอลงั การด้วยรูปปัน้
พญานาคท่ีออ่ นช้อยงดงาม รวมทงั้ การจาลองหินงอกหินย้อย ประดบั ด้วยหลอดไฟหลากสี ให้ความรู้สกึ
เหมือนอยใู่ นถา้ พญานาคใต้นา้ ที่ดลู กึ ลบั และศกั ดส์ิ ทิ ธิ์



ปราสาทสระกาแพงน้อย
ปราสาทหินสระกาแพงน้อย ตงั้ อยภู่ ายในวดั เทพปราสาทสระกาแพงน้อย เป็นโบราณสถานท่ีสร้างขนึ ้
ภายใต้อิทธิพลขอม ราวพทุ ธศตวรรษท่ี 18 มีรูปแบบแผนผงั ที่เรียกกนั วา่ อโรคยาศาล(ศาสนสถานประจา
โรงพยาบาล)สร้างด้วยศลิ าแลงหนั หน้าไปทางทิศตะวนั ออก ล้อมรอบด้วยกาแพงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ภายใน
กาแพงประกอบไปด้วยปราสาทประธาน วิหารหรือบรรณาลยั สว่ นสระนา้ ประจาศาสนสถาน อยบู่ ริเวณ
นอกกาแพงทางทศิ ตะวนั ออกเฉียงเหนือ ปัจจบุ นั เป็นสระนา้ ท่ีถกู นาไปใช้ประกอบนา้ พระพทุ ธมนต์
ศกั ดส์ิ ิทธ์ิประจาจงั หวดั

อาเภอปรางค์กู่

ปราสาทปรางคก์ ู่
ปราสาทปรางค์กู่ ตงั้ อยใู่ นพืน้ ที่ตาบลกู่ อาเภอปรางค์กู่ เป็นศาสนสถานท่ีได้รับอทิ ธิพลศลิ ปะเขมร ลกั ษณะ
เป็นปราสาท 3 หลงั สร้างเป็ นแนวเรียงหน้ากระดานจากทศิ ใต้ไปทิศเหนือ ตงั้ อยบู่ นฐานที่สร้างด้วยหนิ
ศลิ าแลงทงั้ หมด ถึงแม้จะเป็ นปราสาทขนาดเลก็ แตย่ งั คงเอกลกั ษณ์ความโบราณ มีคณุ คา่ ทาง
ประวตั ิศาสตร์ ตวั ปราสาทมีความสมบรู ณ์พอสมควร มีความโดดเดน่ ด้วยการนาแผน่ หนิ แกะสลกั คล้ายกบั
หน้าบนั ประตวู างเรียงรายหน้าปราสาท เป็ นความแปลกตาท่ีไมเ่ คยเห็นในปราสาทหินท่ีใดมากอ่ น

อาเภอขุนหาญ

วดั ล้านขวด

วดั ป่ ามหาเจดีย์แก้ว หรือ วดั ล้านขวด ท่ีได้ชื่อวา่ “วดั ล้านขวด”เพราะสถานที่ตา่ งๆ ภายในวดั ไมว่ า่ จะ
เป็นซ้มุ ประตทู างเข้า ลานจอดรถ โบสถ์ ศาลา หอระฆงั กฏุ ิ หรือแม้แตห่ ้องนา้ ถกู ประดบั ประดาด้วยขวด
แก้วหลากสีหลายแบบรวมกนั กวา่ 1.5 ล้านใบ จนกลายเอกลกั ษณ์และเป็นอีกหนง่ึ จดุ หมายห้ามพลาด
เม่ือมาเท่ียวจงั หวดั ศรีสะเกษ



นา้ ตกห้วยจนั ทร์

นา้ ตกห้วยจนั ทร์ ตงั้ อย่บู ้านนา้ ตกห้วยจนั ทร์ อ.ขนุ หาญ เดิมชื่อนา้ ตกกนั ทรอม มีต้นกาเนดิ จากเทือกเขา
บรรทดั บริเวณเขาเสลา (ภเู สลา) แล้วไหลลงสแู่ มน่ า้ มลู ท่ี อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เดมิ ภายในบริเวณนา้ ตกจะ
มีต้นจนั ทร์แดง และจนั ทร์ขาวขนึ ้ อย่หู นาแนน่ นา้ ตกห้วยจนั ทร์เป็นนา้ ตกที่สวยงาม มีนา้ ไหลลดหลน่ั ตาม
ชนั้ หนิ ตลอดทงั้ ปี มีแอง่ นา้ ตืน้ เลก็ ๆเรียงรายตามแนวทางไหลของสายนา้ บริเวณโดยรอบร่มร่ืน ด้วยพนั ธ์ุไม้
นานาชนิด เหมาะสาหรับนกั ทอ่ งเท่ียวที่ชื่นชอบธรรมชาตแิ ละการผจญภยั

นา้ ตกสาโรงเกียรติ

สาโรงเกียรติ เดมิ ชื่อว่า นา้ ตกปี ศาจ ซงึ่ ตงั้ ตามช่ือหนว่ ยทหารพรานท่ีมีสมญานามวา่ หนว่ ยปี ศาจ ซง่ึ ได้ใช้
นา้ ตกแหง่ นีเ้ป็นที่ตงั้ หนว่ ยปฏิบตั กิ าร นา้ ตกสาโรงเกียรติ มีต้นกาเนิดจากภเู ขากนั ทงุ บนเทือกเขาบรรทดั
เป็นนา้ ตกขนาดกลาง ตกจากหน้าผาสงู 8 เมตร ลกั ษณะอนั โดดเดน่ ของนา้ ตกแหง่ นีค้ อื ท่ีด้านบนของ
นา้ ตกจะเป็นธารนา้ ซงึ่ ไหลไปตามลานหนิ สวยงามมากโดยเฉพาะชว่ งฤดฝู น สาหรับบรรยากาศโดยรอบ
นา้ ตกนนั้ ร่มรื่นไปด้วยพนั ธ์ุไม้น้อยใหญ่ เหมาะสาหรับเป็ นสถานท่ีพกั ผ่อนหยอ่ นใจ

ปราสาทตาหนกั ไทร
ปราสาทตาหนกั ไทร ตงั้ อย่บู ้านตาหนกั ไทร ตาบลมดั ดอง อาเภอขนุ หาญ เป็นปราสาทอฐิ หลงั เดียวบนฐาน
ศลิ าทราย ปราสาทก่อด้วยอิฐเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตั รุ ัส ยอ่ มมุ ไม้สิบสอง มีประตเู ข้าออกได้ด้านเดียว คอื ด้าน
ตะวนั ออก ซง่ึ เป็นด้านหน้าอีก 3 ด้าน เป็นประตหู ลอกคือ สลกั เป็นรูปบานประตลู งในเนือ้ อิฐ เฉพาะ
ด้านหน้ากรอบประตเู ป็นศลิ าทราย ปราสาทตาหนกั ไทร เป็นเทวาลยั ในศาสนาพราหมณ์อายรุ าวพทุ ธ
ศตวรรษท่ี 16

อาเภอห้วยทบั ทนั

ปราสาทบ้านปราสาท (ปราสาทห้วยทบั ทนั )

ปราสาทห้วยทบั ทนั หรือ ปราสาทบ้านปราสาท ตงั้ อย่ทู ่ีวดั ปราสาทพนาราม เป็นโบราณสถานแบบขอม
แหง่ หนงึ่ ท่ีถกู ดดั แปลงในสมยั หลงั เชน่ เดยี วกบั ปราสาท ศีขรภมู ิ จงั หวดั สรุ ินทร์ โดยเฉพาะสว่ นหลงั คาซง่ึ
คล้ายคลงึ กนั มากแตม่ ีขนาดสงู กวา่ ประกอบด้วยปรางค์อิฐ 3 องค์ ตงั้ อย่บู นฐานศลิ าแลงเดยี วกนั ในแนว
เหนือ-ใต้ มีกาแพงล้อมรอบพร้อมซ้มุ ประตกู อ่ ด้วยศลิ าแลง จากความเช่ือของชาวบ้านในชมุ ชนท่ีวา่ บคุ คล
ใดท่ีมีความเดือดร้อนมาบนบาน ก็จะได้สมดงั ปรารถนา จงึ มีผ้แู วะเวียนมากราบไหว้อยา่ งตอ่ เนื่อง ตอ่ มา
จงึ มีการริเริ่มจดั งานประเพณีไหว้พระธาตุ โดยจดั ขนึ ้ ในวนั เพ็ญขนึ ้ 15 คา่ เดอื น 3 ของทกุ ปี

อาเภอภสู ิงค์

ปราสาทบ้านปราสาท

ปราสาทบ้านปราสาท (ปราสาทห้วยทบั ทนั หรือปราสาทบ้านโนนธาต)ุ ตงั้ อยภู่ ายในวดั ปราสาทพนาราม
หมบู่ ้านปราสาท ตาบลปราสาท อาเภอห้วยทบั ทนั สนั นิษฐานวา่ สร้างขนึ ้ ในพทุ ธศตวรรษท่ี 16 เพื่อใช้เป็น
สถานที่ประดษิ ฐาน "เทพเจ้าตมี รู ต"ิ ตามความชื่อในศาสนาพราหมณ์ มีลกั ษณะท่ีโดดเดน่ ด้วยศลิ ปะร่วม
แบบคลงั -ปาปวน อนั ประกอบไปด้วยปรางค์อิฐ 3 องค์ ตงั้ อยบู่ นฐานศลิ าแลงเดียวกนั เรียงตวั ในแนวทิศ
เหนือ-ใต้ สว่ นหน้าหนั ไปทางทิศตะวนั ออก บริเวณโดยรอบของปราสาทเต็มไปด้วยศลิ าแลงล้อมรอบทงั้ 4
ด้าน และมีโคปรุ ะ (ซุ้มประต)ู อยทู่ างทิศใต้และทิศตะวนั ออก

ภายในปรางคอ์ งค์กลาง มีขนาดใหญ่กวา่ พระปรางคอ์ ีก 2 องค์เล็กน้อย ลกั ษณะของปรางค์เป็นรูป
ส่ีเหล่ียมจตั รุ ัสย่อมมุ ไม้สบิ สอง มีประตทู างเข้าด้านทิศตะวนั ออกเพียงด้านเดยี ว มีกรอบประตหู นิ ทรายและ
มีทบั หลงั เป็นภาพบคุ คลยืนอยเู่ หนือหน้ากาล ส่วนพระปรางค์ 2 องคท์ ี่ขนาบข้างสร้างขนึ ้ ภายในหลงั และ
ได้รับการดดั แปลงรูปแบบไปมาก มีลกั ษณะโดดเดน่ ด้วยประตทู ่ีก่ออิฐปิ ดตายทงั้ ส่ีด้าน แตย่ งั ปรากฏกรอบ
ประตหู ินทรายและชนิ ้ สว่ นทบั หลงั สลกั ภาพการกวนเกษียรสมทุ รตกอยหู่ น้าประตปู รางค์องค์ที่อยดู่ ้านทิศ
ใต้

นอกจากนีย้ งั มีความเชื่อว่าหากชาวบ้านหรือนกั ทอ่ งเท่ียวที่ได้เดนิ ทางเข้ามากราบไหว้ หรือบนบาน
ศาลกลา่ วจะสมความปรารถนาทกุ ประการ และในชว่ งวนั ขนึ ้ 15 ค่า เดอื น 3 ของทกุ ปี ก็มีการจดั งาน
ประเพณีไหว้พระธาตอุ ีกด้วย

วดั ไพรพฒั นา

วดั ไพรพฒั นา เป็นท่ีพานกั ของหลวงป่ สู รวง นกั บญุ แหง่ ดนิ แดนอีสานใต้ พระผ้บู าเพญ็ เพียรตามแนวเขต
ชายแดนไทย-กมั พชู า อนั มีเมตตาบารมีชว่ ยเหลือผ้ตู กทกุ ข์ได้ยากจนเป็นที่รักและศรัทธาของผ้คู นทวั่ ไป จน
เป็นที่เรียกขานกนั วา่ “เทวดาเดนิ ดนิ ” ภายหลงั จากที่หลวงป่ ลู ะสงั ขารเม่ือปี 2542 สรีระสงั ขารของ
หลวงป่ ไู มเ่ นา่ เปื่ อย ลกู ศษิ ย์ได้นาไปบรรจไุ ว้ในโลงแก้ว เพ่ือให้ประชาชนและนกั ท่องเท่ียวได้มากราบไหว้ขอ
พร และลอดใต้โลงแก้วเพื่อความเป็นสริ ิมงคล

อาเภอบงึ บรู พ์

วดั ศรีบงึ บรู พ์

วดั ศรีบงึ บรู พ์ พระอาจารย์ ศรี จนั ทสาโร ซง่ึ มีดาริท่ีจะสร้างพทุ ธสถานและเทวสถาน ดงั้ นนั้ จงึ ได้สร้างวดั ศรี
บงึ บรู พ์ให้เป็นพทุ ธสถานมรดกอีสานใต้ วดั ศรีบงึ บรู พ์ตงั้ อยรู่ ิมลานา้ ห้วยทบั ทนั เป็นสถานที่ท่ีมีบรรยากาศ
สวยงามเป็นธรรมชาติ เป็นสถานที่บาเพ็ญเพียรภาวนาของพระสงฆ์ที่มีประชาชนศรัทธา เล่ือมใส

อทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาพระวหิ าร

อทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาพระวิหาร อทุ ยานแหง่ ชาตลิ าดบั ที่ 83 ของไทย ตงั้ อยบู่ ริเวณแนวชายแดนไทย-
กมั พชู า บ้านภมู ิซรอล ตาบลเสาธงชยั อาเภอกนั ทรลกั ษ์ จงั หวดั ศรีสะเกษ และด้วยเนือ้ กว้างใหญ่กวา่
81,250 ไร่ ทาให้อทุ ยานแหง่ นีม้ ีพืน้ ที่ครอบคลมุ ถึง 2 จงั หวดั คืออาเภอกนั ทรลกั ษ์ จงั หวดั ศรีสะเกษ
และอาเภอนา้ ขนุ่ อาเภอนา้ ยืน จงั หวดั อบุ ลราชธานี ภายในอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาพระวหิ ารยงั เตม็ ไปด้วย
สถานที่ทอ่ งเท่ียวท่ีนา่ สนใจ อาทิ

วดั ป่ ามหาเจดีย์แก้ว

วดั ป่ ามหาเจดีย์แก้ว หรือท่ีหลายคนรู้จกั ในช่ือวดั ล้านขวด ตงั้ อยทู่ ี่หม่บู ้านดอน ตาบลโนนสงู
อาเภอบญุ หาญ ท่ีมาของช่ือวดั ล้านขวดนีม้ าจากอาคารตา่ ง ๆ ภายในวดั ตงั้ แตซ่ ุ้มประตทู างเข้า, ลานจอด
รถ, โบสถ์, ศาลา, หอระฆงั , กฏุ ิ รวมไปถงึ ห้องนา้ ภายในวดั ล้วนประดบั ตกแตง่ ไปด้วยขวดแก้ว
หลากหลายสีสนั กวา่ 1.5 ล้านใบ

โดยได้แนวความคิดในการออกแบบมาจาก "พระครูวิเวกธรรมาจารย์" หรือ "หลวงป่ ลู อด" ที่ได้
เดนิ ธดุ งค์มาปักกลดภายในพืน้ ที่ป่ าช้าหนองใหญ่ (ท่ีตงั้ ของวดั ในปัจจบุ นั ) ซงึ่ ตงั้ อยใู่ กล้บอ่ ขยะท่ีเตม็ ไป
ด้วยขวดแก้วจานวนมาก ทา่ นจงึ เห็นวา่ ควรนาขวดที่สีสนั เหลา่ นีม้ าทาให้เกิดประโยชน์ด้วยการนาไป
ตกแตง่ อาคารภายในวดั นอกจากจะเป็นการกาจดั ขยะแล้วยงั ประหยดั งบประมาณในการก่อสร้าง

ตอ่ มาเม่ือวดั ล้านขวดเป็นที่รู้จกั มากขนึ ้ จงึ มีชาวบ้านจากจงั หวดั ศรีสะเกษ หรือจงั หวดั ใกล้เคยี งนา
ขวดมาบริจาคจนมีอาคารตา่ ง ๆ ถกู ทยอยสร้างมากขนึ ้ จนกลายเป็ นวดั ดงั และมีชื่อเสียงประจาจงั หวดั ศรี
สะเกษดงั เชน่ ในปัจจบุ นั

วดั ธาตเุ รืองรอง
พระธาตเุ รืองรอง ตงั้ อยภู่ ายในวดั บ้านสร้างเรือง หมบู่ ้านสร้างเรือง ตาบลหญ้าปล้อง อาเภอเมือง

จงั หวดั ศรีสะเกษ อยหู่ า่ งจากตวั เมืองประมาณ 7.5 กิโลเมตร สร้างขนึ ้ เมื่อปี พ.ศ. 2525 โดยหลวงป่ ธู มั
มา พิทกั ษา เพ่ือเป็นท่ีประดษิ ฐานพระบรมสารีริกธาตุ สาหรับให้ชาวพทุ ธในถิ่นอีสานใต้ได้มาสกั การะเพ่ือ
ความเป็ นสริ ิมงคล มีลกั ษณะเป็นอาคารท่ีผสมผสานศลิ ปะแบบอีสานใต้จาก 4 เผา่ ได้แก่ ลาว, สว่ ย,
เขมร และเยอ ตวั พระธาตเุ รืองรองมีความสงู 49 เมตร แบง่ ออกเป็น 6 ชนั้ ดงั นี ้

● ชนั้ ที่ 1 เป็นพพิ ิธภณั ฑ์พืน้ บ้านแสดงวถิ ีชีวิตชนเผา่ ลาว สว่ ย เขมร และเยอ โดยมีหนุ่ จาลองซง่ึ
แสดงถงึ ประเพณี วฒั นธรรมตา่ ง ๆ ในท้องถิ่น อีกทงั้ บนขื่อคานยงั มีภาพจิตรกรรมท่ีบอกเลา่ เร่ืองราว
เก่ียวกบั ตานานและความเชื่อตา่ ง ๆ

● ชนั้ ที่ 2-3 เป็นสว่ นของพิพธิ ภณั ฑ์พืน้ บ้านซง่ึ จดั แสดงข้าวของเครื่องใช้ในสมยั โบราณ เชน่
เคร่ืองปัน้ ดนิ เผา เครื่องมือดกั จบั สตั ว์ ตะเกียง แผน่ เสียง หนงั สือ อาวธุ และอ่ืนๆ อีกมากมาย นอกจากนี ้
ตามฝาผนงั ยงั ประดบั ไปด้วยภาพเขียนสวยงาม ซง่ึ ชนั้ ที่ 2 จดั แสดงภาพสถานที่ทอ่ งเที่ยวสาคญั ของ
จงั หวดั ศรีสะเกษ

● ชนั้ ท่ี 3 เน้นการจดั แสดงภาพเหตกุ ารณ์สาคญั ท่ีเกิดขนึ ้ ในจงั หวดั ศรีสะเกษ

● ชนั้ ที่ 4 ใช้เป็นจดุ พกั ผอ่ นกอ่ นขนึ ้ ไปยงั ชนั้ ถดั ไป

● ชนั้ ท่ี 5 เป็นชนั้ สาหรับทาสมาธิ

● ชนั้ ที่ 6 หรือชนั้ สดุ ท้าย เป็นท่ีประดษิ ฐานพระบรมเกศาธาตขุ องพระอรหนั ต์ และยงั เป็ นจดุ ชม
ววิ ท่ีสามารถมองเห็นบ้านเรือน และท้องทงุ่ เขียวขจีได้อยา่ งชดั เจน

นอกจากนีบ้ ริเวณโดยรอบพระธาตยุ งั มีการตกแตง่ พืน้ ท่ี โดยการสร้างแบบจาลองปนู ปัน้ ปริศนา
ธรรม และแบบจาลองปนู ปัน้ ประเพณี พิธีกรรมที่สาคญั ของภาคอีสาน รวมทงั้ มีการจดั สถานท่ีสาหรับการ

ร่วมทาบญุ โดยการบริจาค บชู าวตั ถมุ งคล และจาหนา่ ยของที่ระลกึ ซงึ่ รายได้ทงั้ หมดจะนามาใช้ในการ
ปรับปรุงพฒั นาพระธาตเุ รืองรองตอ่ ไป เปิ ดให้เข้าชมทกุ วนั เวลา 08.30-16.30 น.

สวนสมเดจ็ ศรีนครินทร์

เป็นสวนสาธารณะเฉลมิ พระเกียรตสิ มเดจ็ พระศรีนครินทราบรมราชชนนี 80 พรรษา แหง่ แรกของ
ประเทศไทย ตงั้ อยทู่ ่ีถนนกสิกรรม ตาบลหนองครก อาเภอเมือง มีเนือ้ ท่ี 237 ไร่ ภายในบริเวณสวนโดด
เดน่ ด้วยต้นลาดวน ต้นไม้ประจาจงั หวดั ศรีสะเกษ ท่ีขนึ ้ ตามธรรมชาตมิ ากกวา่ 50,000 ต้น ขนึ ้ อยู่
หนาแนน่ เป็นดงใหญ่ แถมยงั เป็นพืน้ ที่ที่เหมาะสาหรับการมาทศั นศกึ ษาในเชิงพฤกษศาสตร์ ซง่ึ ต้นลาดวน
ถือเป็นพนั ธ์ุไม้หอม จะผลิดอกหอมอบอวลไปทว่ั ในราวเดือนมีนาคมของทกุ ปี และเนื่องจากต้นไม้ชนดิ นีม้ ี
ความเก่ียวพนั กบั ช่ือศรีนครลาดวนในอดตี จงึ ได้นาเอาต้นลาดวนมาเป็นสญั ลกั ษณ์ของจงั หวดั ในปัจจบุ นั

นอกจากนีใ้ นพืน้ ที่สวนยงั มีสวนสตั ว์ซงึ่ รวมทงั้ สตั ว์ป่ าของไทยและตา่ งประเทศ จดั แสดงให้
นกั ทอ่ งเท่ียวได้ชม และสวนสาธารณะตกแตง่ สวยงามร่มร่ืน เป็นแหลง่ พกั ผอ่ นของประชาชนทว่ั ไป มีบงึ นา้
สาหรับพายเรือเลน่ และพกั ผ่อนหย่อนใจ โดยเปิ ดให้เข้าชมและพกั ผอ่ นทกุ วนั เวลา 06.00-19.00 น.

นา้ ตกขนุ ศรี

นา้ ตกขนุ ศรี เป็นนา้ ตกท่ีเกิดจากห้วยตามี อยเู่ หนือถา้ ขนุ ศรีขนึ ้ ไป สงู 3 ชนั้ ทางด้านทิศตะวนั ตกของสระ
ตราวใกล้เส้นทางเดนิ สปู่ ราสาทเขาพระวหิ ารนฤดฝู น จะมีนา้ ไหลลงมาในปริมาณมาก แผเ่ ป็นมา่ นอยา่ ง
สวยงาม แตใ่ นฤดแู ล้งจะไมม่ ีนา้ สว่ นถา้ ขนุ ศรีภายในถา้ กว้างขวาง สามารถจคุ นได้มาก ในฤดฝู น จะมีนา้
ไหลลงมาในปริมาณมาก แผ่เป็นมา่ นอยา่ งสวยงาม แตใ่ นฤดแู ล้งจะไมม่ ีนา้

ภาคผนวก

https://www.paiduaykan.com/travel/%E0%B9%80%E0%B8
%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0
%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B

0%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9

https://travel.kapook.com/view156426.html


Click to View FlipBook Version