รปู แบบการพฒั นาหลักสูตรรว่ มสมัย
รองศาสตราจารย์ ดร.มารุต พัฒผล
บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ
รปู แบบการพฒั นาหลกั สตู รรว่ มสมัย
รองศาสตราจารย์ ดร.มารุต พัฒผล
บัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
รปู แบบการพฒั นาหลักสูตรรว่ มสมัย
รองศาสตราจารย์ ดร.มารุต พัฒผล
พมิ พ์เผยแพรอ่ อนไลน์ มกราคม 2562
แหล่งเผยแพร่ ศูนย์ผนู้ านวัตกรรมหลกั สูตรและการเรียนรู้
www.curriculumandlearning.com
พมิ พ์ท่ี ศูนย์ผู้นานวัตกรรมหลกั สูตรและการเรยี นรู้, กรุงเทพมหานคร
หนังสือเลม่ น้ไี ม่มีลิขสิทธิ์ จัดพมิ พเ์ พ่ือสง่ เสริมสังคมแหง่ การเรียนร้แู ละการแบ่งปัน
คานา
หนังสือ “รูปแบบการพัฒนาหลกั สตู รร่วมสมัย” เล่มน้ี มีวัตถุประสงค์เพ่ือนาเสนอแก่นของ
องคค์ วามรู้ (Concept) ของการพัฒนาหลักสตู ร ประกอบด้วยเนือ้ หาสาระต่างๆ ได้แก่ รปู แบบการพัฒนา
หลักสูตรของไทเลอร์ (Ralph W. Tyler) รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรของทาบา (Hilda Taba) รูปแบบการ
พัฒนาหลักสูตรของเซเลอร์และอาเล็กซานเดอร์ (Saylor & Alexander) รูปแบบการพัฒนาหลักสูตร
ของโอลวิ า (Peter F. Oliva) รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รและการสอนของวชิ ัย วงษใ์ หญ่ และการสงั เคราะห์
รูปแบบการพัฒนาหลักสตู รรว่ มสมยั
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มน้ี จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เก่ียวข้องกับงานพัฒนาหลักสูตร
ไดพ้ อสมควร
รองศาสตราจารย์ ดร.มารตุ พฒั ผล
สารบัญ 1
6
1. รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รของไทเลอร์ (Ralph W. Tyler)
2. รปู แบบการพฒั นาหลักสูตรของทาบา (Hilda Taba) 11
3. รปู แบบการพฒั นาหลกั สตู รของเซเลอรแ์ ละอาเลก็ ซานเดอร์ 15
17
(Saylor & Alexander) 19
4. รปู แบบการพฒั นาหลกั สตู รของโอลวิ า (Peter F. Oliva) 23
5. รูปแบบการพฒั นาหลักสูตรและการสอนของวชิ ัย วงษ์ใหญ่
6. การสงั เคราะหร์ ปู แบบการพฒั นาหลกั สูตรร่วมสมัย
บรรณานกุ รม
บัญชีแผนภาพ 5
7
1. รปู แบบการพฒั นาหลักสูตรของไทเลอร์
2. รปู แบบการพฒั นาหลักสูตรของทาบา 8
3. ความสัมพันธร์ ะหว่างวตั ถปุ ระสงค์ เน้อื หาสาระ การจัดการเรยี นการสอน 10
11
และการประเมนิ ผล 12
4. รูปแบบการออกแบบหลักสตู รของทาบา 13
5. ความคิดรวบยอดระบบหลกั สตู รของเซเลอร์ และอาเล็กซานเดอร์ 14
6. ระบบหลักสูตรของเซเลอร์ และอาเลก็ ซานเดอร์ 16
7. กระบวนการวางแผนพฒั นาหลักสูตร 18
8. การวางแผนโครงการพัฒนาหลกั สตู รระดบั ชาติ
9. รปู แบบการพฒั นาหลักสตู รของโอลิวา
10. รปู แบบการพฒั นาหลักสตู รและการสอนของวิชยั วงษใ์ หญ่
บญั ชตี าราง 20
1. จุดเน้นและขน้ั ตอนการพฒั นาหลักสตู ร
รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมัย 1
รูปแบบการพฒั นาหลักสูตรร่วมสมัย
ในแวดวงวิชาการพัฒนาหลกั สตู รและการเรียนรู้ มีนักวิชาการท่ีศึกษาค้นคว้าและวิจัย
ทางด้านการพัฒนาหลกั สตู รจนที่เป็นท่ียอมรับหลายคน เช่น ไทเลอร์ (Ralph W. Tyler) ทาบา (Hilda
Taba) เซเลอร์และอาเล็กซานเดอร์ (J. Galen Saylor & William M. Alexander) โอลิวา (Peter F.
Oliva) เป็นต้น นักวิชาการทงั้ หลายเหล่านีไ้ ด้พฒั นารูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รขนึ ้ บนพืน้ ฐานความรู้
และประสบการณ์ท่ีสั่งสมมาเป็นเวลานาน และได้ถูกใช้เป็นแม่แบบสาหรับการพัฒนาหลักสูตร
ของนกั วชิ าการรุ่นหลงั ตอ่ มา
รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั (contemporary curriculum development model)
หมายถึง แบบแผนขนั้ ตอนกระบวนการพฒั นาหลกั สตู รที่เป็นท่ียอมรับในแวดวงวชิ าการ และได้รับการ
นามาใช้หรือประยุกต์ใช้ในการพัฒนาหลกั สตู รตงั้ แต่อดีตมาจนถงึ ปัจจบุ นั เป็นสิ่งสาคญั สาหรับการ
พัฒนาหลกั สูตรทุกประเภทและระดบั การศึกษา เปรียบเสมือนแผนที่ของการดาเนินการพัฒนา
หลกั สตู รและการเรียนการสอน
1. รูปแบบการพฒั นาหลักสูตรของไทเลอร์ (Ralph W. Tyler)
รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รของไทเลอร์ มแี นวคิดหลกั ท่ีสาคญั คอื “เป้าหมายและวิธีการ”
(ends and mean approach) และจากแนวคิดดงั กลา่ วทาให้ไทเลอร์ได้นาเสนอ หลกั การและเหตผุ ล
สาหรับการสร้างสตู ร เรียกว่า “Tyler’s rationale” ซ่ึงใช้เป็นหลกั การสาหรับการพฒั นาหลกั สตู ร ดงั นี ้
(Tyler. 1949: 1)
1. จดุ มงุ่ หมายทางการศกึ ษาท่ีโรงเรียนควรบรรลคุ ืออะไร
2. มปี ระสบการณ์ทางการศกึ ษาอะไรท่ีสามารถทาให้บรรลจุ ดุ มงุ่ หมาย
3. ประสบการณ์ทางการศกึ ษาเหลา่ นีส้ ามารถจดั ให้มีประสิทธิภาพอยา่ งไร
4. เราจะสามารถทราบได้อย่างไรวา่ บรรลจุ ดุ มงุ่ หมายที่กาหนดไว้
ไทเลอร์ระบวุ า่ นกั พฒั นาหลกั สตู รควรตอบคาถามทงั้ 4 ข้อนี ้ ให้ชัดเจนตามลาดบั เพื่อให้
การดาเนินการพัฒนาหลักสตู รมีประสิทธิภาพ ซ่ึงการกาหนดจุดม่งุ หมายทางการศึกษาท่ีชดั เจน
2 รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั
จะทาให้ง่ายในการคดั เลือกประสบการณ์การเรียนรู้ที่ตอบสนองจดุ ม่งุ หมาย รวมทงั้ สง่ ผลตอ่ การจดั
ประสบการณ์การเรียนรู้ และการประเมินผลการเรียนรู้
การพฒั นาหลกั สตู รของไทเลอร์ให้ความสาคญั กบั การวิเคราะห์ข้อมลู พืน้ ฐานท่ีสาคญั และ
จาเป็นสาหรับการกาหนดจุดม่งุ หมายทางการศึกษา ได้แก่ การศึกษาผู้เรียน การศึกษาสงั คม
การศกึ ษาแนวคดิ ของนกั วชิ าการ ตลอดจนปรชั ญาสงั คม และปรชั ญาการศึกษา เพื่อนามาสงั เคราะห์
กาหนดเป็นจุดม่งุ หมายทางการศึกษาชั่วคราว เมื่อได้จุดม่งุ หมายช่ัวคราวแล้วยังต้องนาทฤษฎี
การเรียนรู้ ปรัชญาสังคม และปรัชญาการศึกษา มากลั่นกรองจุดมุ่งหมายช่ัวคราวนัน้ ให้เป็น
จดุ มงุ่ หมายทางการศกึ ษาที่แท้จริง
นอกจากนีไ้ ทเลอร์ยงั ได้ให้ความสาคญั กบั การศึกษาผู้เรียนเป็นอยา่ งมาก และมีแนวคดิ
ว่าการศึกษาคือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผ้เู รียน ทัง้ ด้านการคิด การปฏิบัติ และด้านเจตคติ
โดยระบุเหตผุ ลความจาเป็นของการศกึ ษาความต้องการของผ้เู รียน ว่าผ้เู รียนเป็นสว่ นหนึ่งของสงั คม
และชมุ ชน การทราบช่องวา่ งระดบั พฒั นาการของผ้เู รียนในปัจจบุ นั กบั มาตรฐานทว่ั ไปจะช่วยแนะแนว
ทางการกาหนดวัตถุประสงค์การศึกษาได้ถูกต้อง ส่วนวิธีการศึกษาความต้องการของผู้เรียน
การสารวจความสนใจของผ้เู รียน มีหลากหลายวิธีการ เช่น การสมั ภาษณ์ การสอบถาม การสงั เกต
พฤตกิ รรม เป็นต้น ซ่งึ การให้ความสาคญั กบั การศกึ ษาความสนใจของผ้เู รียนนี ้ สอดคล้องกบั แนวทาง
การศึกษาพิพัฒนาการนิยม (progressivism education) ที่มีจุดเน้นว่า การจัดการศึกษาท่ีดีต้อง
เปิดโอกาสให้ผ้เู รียนได้ปฏิบัติกิจกรรมทางการศกึ ษาท่ีสอดคล้องกับธรรมชาติและศกั ยภาพผ้เู รียน
การเรียนรู้เกิดจากการได้มีปฏิสัมพันธ์กบั สิ่งต่างๆ รอบตวั และเรียนรู้จากการประสบความสาเร็จ
รวมทงั้ มสี ิทธิและเสรีภาพ ตลอดจนมีความสขุ ในการเรียนรู้
ความซับซ้อนทางสังคมท่ีทาให้การดารงชีวิตท่ีมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึน้ อย่างรวดเร็ว
และต่อเนื่อง จึงมีความจาเป็นอย่างยิ่งท่ีการพัฒนาหลกั สตู รจะต้องมีการศึกษาสังคม และนามา
พิจารณาในการพฒั นาหลกั สตู ร เชน่ สงั คมไทยเป็นสงั คมท่ีมีความหลากหลายทงั้ ด้านเชือ้ ชาติ ศาสนา
วฒั นธรรม ความเช่ือ คา่ นิยม นอกจากนีย้ งั มีลกั ษณะเป็นสงั คมเมอื ง สงั คมกง่ึ เมอื ง สงั คมชนบท สงั คม
ท่ีเป็นอตุ สาหกรรม สงั คมธรุ กิจ สงั คมเกษตรกรรม และที่สาคญั คือ สงั คมผ้สู งู อายุ ซง่ึ ความหลากหลาย
ต่างๆ เหลา่ นี ้ จะต้องถกู นามาวิเคราะห์และนามาใช้ในการพัฒนาหลกั สตู ร เพื่อให้หลกั สตู รมีความ
สอดคล้องกบั บริบทของสงั คม
สว่ นการศึกษาแนวคิดของนักวิชาการ เก่ียวกับคณุ ภาพของผ้เู รียนจะช่วยให้นกั พฒั นา
หลกั สตู รสามารถกาหนดจดุ มงุ่ หมายทางการศกึ ษาได้เป็นอย่างดี การใช้ข้อเสนอแนะของผ้เู ช่ียวชาญ
เป็นวิธีการที่ใช้กนั โดยทว่ั ไปสาหรบั การกาหนดจดุ มงุ่ หมายของหลกั สตู ร สว่ นการศกึ ษาปรัชญาสังคม
และปรัชญาการศึกษาช่วยทาให้เห็นจดุ เน้นและเป้าหมายของพฒั นาคนและการจดั การศกึ ษาของ
รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั 3
แตล่ ะปรัชญา ซึ่งจะนาไปส่กู ารกาหนดจุดม่งุ หมายการศึกษา ส่วนการศึกษาจิตวิทยาการเรียนรู้
จะใช้ในการกลนั่ กรองจดุ มงุ่ หมายการศกึ ษาให้มีความเหมาะสมกบั ธรรมชาตแิ ละศกั ยภาพของผ้เู รียน
ในด้านการเรียนรู้ ไทเลอร์ระบวุ า่ ประสบการณ์การเรียนรู้ (learning experiences) นนั้ ไมไ่ ด้
หมายถึงเนือ้ หาสาระ (content) ที่อย่ใู นหลกั สตู ร หรือกิจกรรมที่ผ้สู อนให้ผ้เู รียนปฏิบตั ิ แต่การเรียนรู้
เป็นปฏิสัมพันธ์ (interaction) ระหว่างผ้เู รียนกับสภาพแวดล้อมหรือกิจกรรมที่ผ้สู อนจัดขึน้ ดงั นัน้
ประสบการณ์การเรียนรู้ จึงเป็นสิ่งท่ีต้องพิจารณาคดั เลือกอยา่ งดีที่สดุ ซง่ึ ไทเลอร์ได้ระบุหลกั การไว้ดงั นี ้
(Tyler. 1949: 65 – 81)
1. ผ้เู รียนต้องได้เรียนรู้อยา่ งสอดคล้องกบั จดุ ประสงค์การเรียนรู้
2. กิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ต้องทาให้ผ้เู รียนเกิดความพงึ พอใจ
3. กิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้เป็นส่ิงที่ผ้เู รียนสามารถปฏิบตั ิได้
4. กิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้หลายอย่างอาจนาไปสกู่ ารบรรลจุ ดุ ประสงค์
การเรียนรู้ข้อใดข้อหนงึ่
5. กิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้อย่างเดียวอาจนาไปสกู่ ารบรรลจุ ดุ ประสงค์
การเรียนรู้หลายข้อ
6. กิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ท่ีดีจะสนับสนุนผ้เู รียนบรรลุจุดประสงค์
ด้านตา่ งๆ เช่น ทกั ษะการคิด ทกั ษะการแสวงหาความรู้ เจตคตทิ ่ีดตี อ่ สงั คม ความสนใจ และแรงจงู ใจ
เป็นต้น
ไทเลอร์ ให้ ความสาคัญกับ การจัดกิจกรรมและประสบการณ์ การเรี ยนร้ ู ว่าต้ องมีความ
ตอ่ เน่ืองทงั้ ในด้านเวลาตอ่ เวลาและเนือ้ หาตอ่ เนือ้ หาหรือเรียกวา่ ความสมั พนั ธ์แบบแนวตงั้ (vertical)
และความสมั พนั ธ์แบบแนวนอน (horizontal) (Tyler. 1949: 84) ซงึ่ มีหลกั เกณฑ์ดงั นี ้(Tyler. 1949: 84
- 86)
1. ความต่อเนื่อง (continuity) หมายถึง ความสมั พนั ธ์ในแนวตงั้ ของการจดั กิจกรรม
และประสบการณ์การเรียนรู้ จากระดบั หนึ่งไปยงั อีกระดบั หนึ่งท่ีสงู ขนึ ้
2. ลาดับ (sequence) มีความเกี่ยวข้ องกับเกณฑ์ความต่อเน่ือง หมายถึง
ความสมั พันธ์แนวตงั้ ของการจดั กิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ จากสิ่งที่ไมซ่ บั ซ้อนไปสสู่ ่ิงท่ีมี
ความซบั ซ้อน
3. บูรณาการ (integration) หมายถึง ความสมั พันธ์แนวนอนของการจัดกิจกรรม
และประสบการณ์การเรียนรู้ ท่ีเช่ือมโยงความคดิ รวบยอดตา่ งๆ เข้าด้วยกนั
4 รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั
สาหรับการประเมินผล ไทเลอร์มีแนวคดิ ที่สาคญั วา่ เป็นการตรวจสอบการจดั กิจกรรมและ
ประสบการณ์การเรียนรู้ วา่ สามารถทาให้ผ้เู รียนมีคณุ ภาพตรงตามวตั ถุประสงค์ของหลกั สตู รหรือไม่
ซึ่งการประเมนิ หลกั สตู รถือวา่ เป็นสิ่งสาคญั มากของการพฒั นาหลกั สตู ร (Tyler. 1949: 104)
การประเมินผลในมมุ มองของไทเลอร์ เน้นไปที่การเปล่ียนแปลงพฤติกรรมในตวั ผ้เู รียน
การประเมนิ ผลจึงควรใช้วิธีการประเมนิ อย่างหลากหลายและมีความเหมาะสมกบั พฤตกิ รรมที่ต้องการ
ประเมนิ โดยที่การประเมินผลมขี นั้ ตอนดงั นี ้ (Tyler. 1949: 110 – 125)
1. การกาหนดพฤติกรรมสอดคล้องกบั จดุ ประสงค์การเรียนรู้
2. การกาหนดสถานการณ์สงิ่ เร้าให้ผ้เู รียนแสดงพฤติกรรมการเรียนรู้
3. การพฒั นาเครื่องมือท่ีใช้สาหรับการเกบ็ รวบรวมข้อมลู
4. การตรวจสอบคณุ ภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ประกอบด้วย
4.1 ความเป็นปรนยั (objectivity)
4.2 ความถกู ต้อง (validity)
4.3 ความเช่ือมนั่ (reliability)
5. การประเมินผลและนาผลการประเมินมาใช้สาหรับการอธิบายผลการเรียนรู้
ของผ้เู รียนทัง้ ที่เป็นรายบุคคลและเป็นกล่มุ ตลอดจนการอธิบายจุดดีและจุดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข
หลกั สตู ร
กลา่ วโดยสรุป รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รของไทเลอร์ มีจุดเด่นที่การศึกษาวิเคราะห์ส่ิง
กาหนดหลกั สตู ร ได้แก่ การศึกษาสงั คม การศกึ ษาผ้เู รียน การศกึ ษาแนวคิดของนกั วิชาการ ปรัชญา
สงั คม และปรัชญาการศกึ ษา แล้วนามากาหนดเป็นจดุ มุ่งหมายการศึกษาชวั่ คราว จากนนั้ ใช้ทฤษฎี
การเรียนรู้ ปรัชญาสงั คม และปรชั ญาการศกึ ษา มากลน่ั กรองจดุ มงุ่ หมายการศกึ ษาอีกครงั้ จนกระทง่ั
ได้จุดมงุ่ หมายการศกึ ษาท่ีแท้จริง ทงั้ นีเ้ ป็นเนื่องจากไทเลอร์ให้ความสาคญั กบั จดุ มงุ่ หมายการศกึ ษา
เป็นอย่างมาก เพราะเป็นจดุ เริ่มต้นของการพัฒนาหลกั สตู ร และเป็นส่ิงท่ีเชื่อมโยงไปส่กู ารคดั เลือก
ประสบการณ์การเรียนรู้ การจัดกิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ และการประเมินผลการเรียนรู้
ตอ่ ไป แสดงรูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รของไทเลอร์ ได้ดงั แผนภาพตอ่ ไปนี ้
รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั 5
การศึกษาผ้เู รียน จดุ ม่งุ หมาย (ชว่ั คราว)
การศึกษาสงั คม กลน่ั กรอง
การศึกษาแนวคิดของนกั วิชาการ
ปรชั ญาสงั คม ทฤษฎีการเรียนรู้
ปรชั ญาการศกึ ษา ปรัชญาสงั คม
ปรชั ญาการศกึ ษา
ข้อมลู สาหรับการกลนั่ กรอง
จดุ ม่งุ หมายชว่ั คราว
เป็นจดุ มงุ่ หมายทแ่ี ท้จริง
จดุ มงุ่ หมายการศกึ ษา
ประสบการณ์การเรียนรู้
การจัดกิจกรรมและประสบการณ์
การประเมนิ ผล
แผนภาพ 1 รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รของไทเลอร์ (ปรับปรุงจาก วชิ ยั วงษ์ใหญ่. 2554: 44)
6 รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั
2. รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรของทาบา (Hilda Taba)
ทาบา (Taba) ได้เขียนหนังสือชื่อ “Curriculum Development: Theory and Practice”
เม่ือปี ค.ศ. 1962 โดยได้นาเสนอสาระสาคญั ของการพัฒนาหลกั สตู รและการเรียนการสอนไว้อย่าง
เป็นระบบ โดยท่ีทาบาได้นาเสนอสาระสาคญั เก่ียวกับข้อมลู พืน้ ฐานสาหรับการพัฒนาหลักสูตร
กระบวนการวางแผนหลักสูตร การออกแบบหลักสูตร การออกแบบหลักสูตร และยุทธศาสตร์
การเปลยี่ นแปลงหลกั สตู ร
การศึกษาข้อมลู พืน้ ฐานสาหรับการพฒั นาหลกั สตู ร เป็นการวิเคราะห์ข้อมลู ต่างๆ เช่น
บทบาทหน้าท่ีของโรงเรียน การวิเคราะห์สงั คม การวิเคราะห์วฒั นธรรม การวิเคราะห์ทฤษฎีการเรียนรู้
พฒั นาการทางสติปัญญา การถ่ายโยงการเรียนรู้ การเรียนรู้ทางสงั คมและวฒั นธรรม เป็นต้น สาหรบั
การวางแผนหลกั สตู ร ทาบาได้ให้ความสาคัญกับความเป็นระบบ (system approach) ที่จาเป็น
สาหรับการพัฒนาหลกั สตู ร ประกอบด้วย การกาหนดเป้าประสงค์ทางการศึกษา การวินิจฉยั ปัจจยั
ท่ีเกี่ยวข้องกบั การพฒั นาหลกั สตู ร การคดั เลือกประสบการณ์การเรียนรู้ การจดั ระบบเนือ้ หาสาระ และ
กระบวนการเรียนรู้ การประเมินผลการใช้หลกั สตู ร และการพฒั นาหน่วยการเรียนการสอน (Teaching
– Learning Unit)
สาหรับการออกแบบหลกั สูตร มีประเด็นสาคญั ประกอบด้วย รูปแบบหลักสตู รประเภท
ต่างๆ และกรอบความคิดรวบยอดสาหรับการพัฒนาหลกั สูตร และยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลง
หลกั สตู ร มีจดุ เน้นสาคญั อย่ทู ี่การเปล่ียนแปลงหลกั สตู ร โดยทีมทางานหรือคณะกรรมการ
ทาบามีแนวคิดว่าหลักสูตร คือ แผนสาหรับการเรียนรู้ (plan for learning) ที่จะเป็น
เคร่ืองมือสาหรับการพฒั นาผ้เู รียนให้เป็นสมาชิกท่ีดีของสงั คม โดยทาบาได้เสนอขนั้ ตอนการพฒั นา
หลกั สตู รไว้ 7 ขนั้ ตอน ดงั นี ้ (Taba. 1962: 12)
1. การวเิ คราะห์ความต้องการ
2. การกาหนดวตั ถปุ ระสงค์
3. การคดั เลอื กเนือ้ หาสาระ
4. การจดั ระบบเนือ้ หาสาระ
5. การคดั เลือกประสบการณ์การเรียนรู้
6. การจดั กิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้
7. การประเมนิ ผล เพื่อตรวจสอบคณุ ภาพของกิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้
วา่ บรรลจุ ดุ มงุ่ หมายหรือไม่ โดยการกาหนดสิง่ ท่ีต้องประเมินและวิธีการประเมนิ
รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั 7
กระบวนการพฒั นาหลกั สตู รทงั้ 7 ขนั้ ตอนของทาบา สามารถแสดงเป็นกระบวนการพฒั นา
หลกั สตู ร ดงั แผนภาพตอ่ ไปนี ้
การศึกษาวิเคราะห์ความต้องการจาเป็นของผ้เู รียนและสงั คม เช่น
บทบาทหน้าท่ีของสถานศึกษา / สงั คม / วฒั นธรรม / ทฤษฎีการเรียนรู้ / พฒั นาการ /
การถ่ายโยงการเรียนรู้ / การเรียนรู้ทางสงั คมและวฒั นธรรม / การขยายการเรียนรู้ / ธรรมชาตขิ องความรู้
การกาหนดเปา้ ประสงค์และวตั ถปุ ระสงค์
การคดั เลอื กเนอื ้ หาสาระ
การจดั ลาดบั เนือ้ หาสาระ
การคดั เลอื กประสบการณ์การเรียนรู้
การจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
การประเมนิ ผล (กาหนดสงิ่ ท่ีประเมินและวิธีการประเมนิ )
แผนภาพ 2 รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รของทาบา (ปรับปรุงจาก วชิ ยั วงษ์ใหญ่. 2554: 50)
8 รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั
ทาบาระบุวา่ หลกั สตู รมีองค์ประกอบ 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) วตั ถุประสงค์ (objectives)
2) เนือ้ หาสาระ (subject matter) 3) การจัดการเรียนการสอน (method and organization) และ
4) การประเมินผล (evaluation) (Taba. 1962: 422 – 424) โดยท่ีจุดเน้ นของการพัฒนาหลกั สูตร
มี 5 ประการ ดงั นี ้ 1) ความสมดลุ ของแต่ละองค์ประกอบ 2) ความสอดคล้องเชื่อมโยงซึ่งกันและกนั
3) มีหลกั การและเหตผุ ล (rationale) หรือทฤษฎีรองรับ 4) การกาหนดเนือ้ หาสาระและกิจกรรม
ที่ตอบสนองประสบการณ์การเรียนรู้ และ 5) ความเหมาะสมของเนือ้ หาสาระและกิจกรรมกบั ธรรมชาติ
ของผ้เู รียน
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งองค์ประกอบของหลกั สตู ร ทัง้ 4 องค์ประกอบ ตามแนวคดิ ของทาบา
(Taba. 1962: 424 – 426) แสดงได้ดงั แผนภาพตอ่ ไปนี ้
วตั ถปุ ระสงค์
เนือ้ หาสาระ การจดั การเรียนการสอน
การประเมินผล
แผนภาพ 3 ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งวตั ถปุ ระสงค์ เนือ้ หาสาระ การจดั การเรียนการสอน
และการประเมนิ ผล
รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั 9
จากแผนภาพแสดงให้เหน็ วา่ องค์ประกอบของหลกั สตู ร ทงั้ 4 องค์ประกอบ มีความสมั พนั ธ์
กันในเชิงเหตผุ ล 6 ค่ดู งั นี ้ 1) วตั ถปุ ระสงค์กบั เนือ้ หาสาระ 2) วตั ถุประสงค์กับการจดั เรียนการสอน
3) วตั ถปุ ระสงคก์ บั การประเมนิ ผล 4) เนือ้ หาสาระกบั การจดั การเรียนการสอน5) เนือ้ หาสาระกบั การ
ประเมินผล และ 6) การจดั การเรียนการสอนกบั การประเมินผล
หลกั การออกแบบหลกั สตู รของทาบา มีสาระสาคญั 3 ประการท่ีต้องนามาพิจารณา ได้แก่
1) ขอบเขต (scope) เนือ้ หาสาระและประสบการณ์การเรียนรู้ท่ีมคี วามเหมาะสมกบั ผ้เู รียน 2) การจดั
เรียงลาดบั (sequence) เนือ้ หาสาระและประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีความต่อเน่ืองและเป็นระบบ
3) การบูรณาการ (integrated) เนือ้ หาสาระกับประสบการณ์การเรียนรู้ท่ีสอดคล้องกับธรรมชาติ
ของผ้เู รียน
สาหรับรูปแบบการออกแบบหลักสูตรของทาบา ( A Model for Curriculum Design)
แบง่ ออกเป็น 4 ระบบ ได้แก่ 1) วตั ถปุ ระสงค์ของหลกั สตู ร 2) การคดั เลือกเนือ้ หาสาระ 3) การจดั ลาดบั
เนือ้ หาสาระ และ 4) การจัดลาดับประสบการณ์การเรียนรู้ โดยแต่ละระบบมีความเชื่อมโยงกัน
ดงั แผนภาพตอ่ ไปนี ้ (Taba. 1962: 438)
10 รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั
กาหนดโดยการพจิ ารณาจาก วัตถปุ ระสงค์ของหลักสูตร ระดบั ของวตั ถุประสงค์
1. วฒั นธรรม และความต้องการ 1. ระดบั ทว่ั ไปในภาพรวม
จดั กลมุ่ จาแนกได้โดย 2. ระดบั สถานศึกษา
ของสงั คมและผ้เู รียน 1. ประเภทของพฤติกรรม 3. ระดบั การเรียนการสอน
2. กระบวนการเรียนรู้ของผ้เู รียน 2. ขอบข่ายเนอื ้ หาสาระ
3. ความต้องการจาเป็น
และหลกั การเรียนรู้ 4. อื่นๆ
3. ธรรมชาตขิ ององค์ความรู้
4. อุดมการณ์ประชาธิปไตย
กาหนดโดยพจิ ารณาจาก การคดั เลือกเนอื ้ หาสาระ ได้รับอิทธิพลจาก
1. ธรรมชาตขิ องความรู้ 1. สถานศกึ ษา การบริหาร
2. พฒั นาการของผ้เู รียน ลกั ษณะการจดั
3. การเรียนรู้ 1. เน้นเนอื ้ หาสาระ ทรัพยากร
4. ผ้เู รียน 2. เน้นกิจกรรม 2. หนว่ ยงานตา่ งๆ
และประสบการณ์ ทเี่ ก่ียวข้องกบั การศึกษา
การเรียนรู้
กาหนดโดยความต้องการด้าน การจดั ลาดบั เนอื ้ หาสาระ ได้รับอิทธพิ ลจาก
1. ความต่อเน่อื งของการเรียนรู้ 1. สถานศึกษา
2. การบรู ณาการการเรียนรู้ รูปแบบหลกั สตู ร 2. การบริหารบคุ คล
1. รายวชิ า 3. ความรบั ผดิ ชอบ
2. หมวดวชิ า
3. ความจาเป็นต่อการดารงชีวติ ต่อการเรียนรู้
4. กจิ กรรมของผ้เู รียน ของบคุ ลากร
5. การคิด
การจดั ลาดบั ประสบการณ์การเรียนรู้
กาหนดโดยพจิ ารณาจาก ลกั ษณะการจดั ได้รับอิทธพิ ลจาก
1. ความต้องการด้านขอบเขต 1. ขอบเขตและลาดบั 1. รูปแบบการจดั หลกั สตู ร
2. หลกั สาคญั ของการจดั
ของการเรียนรู้ ของเนอื ้ หาสาระ
2. ความต้องการด้านความต่อเนอ่ื ง 2. ขอบเขตและลาดบั ของ หลกั สตู ร
ของการเรียนรู้ กระบวนการทางสมอง
แผนภาพ 4 รูปแบบการออกแบบหลกั สตู รของทาบา
รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั 11
3. รูปแบบการพฒั นาหลักสูตรของเซเลอร์และอาเล็กซานเดอร์
(Saylor & Alexander)
จุดเน้นการพัฒนาหลักสตู รตามแนวคิดของเซเลอร์ และอาเลก็ ซานเดอร์ คือ ความเป็น
ระบบ (curriculum as a system) ได้แก่ 1) ปัจจัยนาเข้า คือ ผ้เู รียน 2) กระบวนการ คือ การวางแผน
หลกั สตู ร การใช้หลกั สตู ร และการประเมินผล 3) ผลผลิต คือ คณุ ภาพผ้เู รียน ดงั แผนภาพดงั ตอ่ ไปนี ้
(Saylor & Alexander. 1974: 22)
ปัจจยั นาเข้า
ผ้เู รียน หลกั สตู ร ผลผลิต
การวางแผน การนาไปใช้ การประเมินผล คณุ ภาพผ้เู รียน
แผนภาพ 5 ความคดิ รวบยอดระบบหลกั สตู รของเซเลอร์ และอาเลก็ ซานเดอร์
จากแผนภาพข้างต้น เซเลอร์และอาเล็กซานเดอร์ ได้นามาขยายรายละเอียดเป็นการ
พฒั นาหลกั สตู ร โดยได้แสดงให้เห็นวา่ ระบบการพฒั นาหลกั สตู ร มีองค์ประกอบหลกั 3 ประการได้แก่
ปัจจยั นาเข้า (input) กระบวนการ (process) และผลผลิต (output)
1) ปัจจยั นาเข้า หมายถึง ผ้เู รียนที่รับเข้าการศกึ ษาในหลกั สตู รซง่ึ มีความแตกตา่ ง
กนั ระหวา่ งบคุ คล (individual different)
2) การกาหนดขอบขา่ ยเป้าประสงค์และวตั ถปุ ระสงคข์ องหลกั สตู ร ซงึ่ ต้องพิจารณา
ปัจจยั ภายนอกท่ีเก่ียวข้องร่วมด้วย ได้แก่ องค์ความรู้ เปา้ หมายของสงั คม ระบบคณุ คา่ ความต้องการ
ของผ้เู รียน และกระบวนการเรียนรู้
3) การสังเคราะห์เป็นเป้าประสงค์และวัตถุประสงค์ของหลักสูตรที่มีความ
เฉพาะเจาะจง นาไปสกู่ ารออกแบบหลกั สตู ร การจดั การเรียนการสอน และการประเมนิ ผล
4) การออกแบบหลกั สตู ร การจดั การเรียนการสอน การประเมินผล และนาผลการ
ประเมินมาปรับปรุงแก้ไขหลกั สตู ร จนกระท่ังได้ผลผลิต คือคณุ ภาพของผ้เู รียน แสดงได้ดงั แผนภาพ
ตอ่ ไปนี ้
12 รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั
องค์ความรู้ ผ้เู รียน ปัจจยั ภายนอก
(ปัจจยั นาเข้า)
เป้าหมายของสงั คม
และระบบคณุ คา่ นาไปสู่
ความต้องการ ขอบข่ายเปา้ ประสงค์
ของผ้เู รียน และวตั ถปุ ระสงค์
กระบวนการเรียนรู้
การสงั เคราะห์
เป็นเปา้ ประสงค์
และวตั ถปุ ระสงค์
การออกแบบหลกั สตู ร
การจัดการเรียนการสอน
การประเมินผล
(กระบวนการ)
ผลที่คาดว่าจะได้รบั
คณุ ภาพของผ้เู รียน
(ผลผลติ )
แผนภาพ 6 ระบบหลกั สตู รของเซเลอร์ และอาเลก็ ซานเดอร์ (ปรบั ปรุงจาก Saylor & Alexander.
1974: 23)
รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั 13
สาหรับรูปแบบการพัฒนาหลกั สตู รของเซเลอร์และอาเล็กซานเดอร์ ประกอบด้วยระบบ
หลัก 3 ระบบ ได้แก่ การวิเคราะห์ข้อมูลพืน้ ฐานที่เป็นปัจจัยภายนอกเพ่ือนาไปสู่การกาหนด
เป้าประสงค์และวตั ถปุ ระสงค์ของหลกั สตู ร ส่งผลไปท่ีการวางแผน และการออกแบบหลกั สตู ร การนา
หลกั สตู รไปปฏิบัติ การประเมินหลกั สูตร และการให้ข้อมูลย้อนกลับไปส่กู ารปรับปรุงและพัฒนา
หลกั สตู ร ดงั แผนภาพตอ่ ไปนี ้
วิเคราะห์ขอ้ มูลพืน้ ฐาน
ท่เี ป็นปัจจยั ภายนอก
กาหนด
- เป้าประสงค์ของหลกั สตู ร
- วตั ถปุ ระสงค์ของหลกั สตู ร
การวางแผนหลกั สตู ร
1. วิเคราะห์ปัจจยั ภายในทม่ี ีอทิ ธิพลตอ่ หลกั สตู ร
2. วางแผนการออกแบบหลกั สตู รที่ตอบสนองจดุ ม่งุ หมายและวตั ถปุ ระสงค์
การออกแบบหลกั สูตร การนาหลกั สูตรไปปฏิบตั ิ การประเมินหลกั สูตร
ออกแบบหลกั สตู ร การจัดการเรียนการสอน ผ้สู อนประเมนิ ความก้าวหน้า
ทีม่ ีความเหมาะสม ทีเ่ น้นผ้เู รียนเป็นสาคญั ทางการเรียนรู้ของผ้เู รียน
กบั บริบทของสถานศกึ ษา การเลอื กใช้สอื่ แหลง่ การ และประเมินการใช้หลกั สตู ร
ชมุ ชน และสงั คม เรียนรู้ที่หลากหลาย โดยคณะกรรมการ
โดยคณะกรรมการพฒั นา การประเมนิ ผลการเรียนรู้ นาผลการประเมนิ ไปปรับปรุง
หลกั สตู ร และพฒั นาหลกั สตู รตอ่ ไป
ข้อมลู ย้อนกลบั
แผนภาพ 7 กระบวนการวางแผนพฒั นาหลกั สตู ร (ปรับปรุงจาก Saylor & Alexander. 1974: 27)
14 รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั
นอกจากการนาเสนอรูปแบบการพัฒนาหลกั สตู รโดยทว่ั ไปดงั ที่กลา่ วมาแล้ว เซเลอร์ และ
อาเลก็ ซานเดอร์ ยงั ได้นาเสนอรูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รระดบั ชาติไว้อีกด้วย ดงั แผนภาพตอ่ ไปนี ้
ขนั้ ตอนการพัฒนาหลักสูตรระดบั ชาติ การวางแผนพฒั นาหลักสตู รและส่งิ สนับสนุน
1. นกั วชิ าการกาหนด
ลกั ษณะของหลกั สตู ร
1. โครงสร้างหลกั สตู ร
2. รูปแบบและลาดบั การนาเสนอเนือ้ หาสาระ
2. นกั วิชาการร่วมกบั วสั ดหุ ลกั สตู ร
นกั ปฏิบตั ิการทางการศกึ ษา
เตรียมการเกีย่ วกบั 1. ตารา คมู่ ือ เอกสารแนะนา
2. โสตทศั นปู กรณ์
3. วสั ดุ อปุ กรณ์ ครุภณั ฑ์
4. สอื่ การเรียนรู้ต่างๆ
3. ผ้สู อนนาหลกั สตู รไปปฏิบตั ิ กระบวนการใช้หลกั สตู ร
1. การพฒั นาครูระหวา่ งการใช้หลกั สตู ร
2. การจดั สรรทรพั ยากรสนบั สนนุ
3. การพฒั นาสอื่ การเรียนรู้เพ่มิ เติม
4. การปรับปรุงและพฒั นา
4. สถานศกึ ษา การประเมนิ และปรับปรุงหลกั สตู ร
องค์กรทางการศกึ ษา
และคณะกรรมการ 1. ลกั ษณะของหลกั สตู รที่ใช้
ประเมนิ หลกั สตู ร 2. สงิ่ สนบั สนนุ การจดั การเรียนการสอนและการเรียนรู้
3. กระบวนการใช้หลกั สตู ร
แผนภาพ 8 การวางแผนโครงการพฒั นาหลกั สตู รระดบั ชาติ (ปรบั ปรุงจาก Saylor & Alexander.
1974: 73 )
รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั 15
4. รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรของโอลิวา (Peter F. Oliva)
รูปแบบการพัฒนาหลกั สตู รของโอลิวา มีความเป็นระบบท่ีชดั เจนมาก ครอบคลมุ การ
พัฒนาหลักสตู รทัง้ ระบบ รวมทัง้ ระบบการเรียนการสอนท่ีอยู่ภายในระบบการพัฒนาหลกั สตู ร
มลี กั ษณะเดน่ ดงั ตอ่ ไปนี ้
1) เป็นรูปแบบท่ีมีความเป็นระบบและสะท้อนรายละเอียดระบบการพัฒนา
หลกั สตู รและการจดั การเรียนการสอนอยา่ งชดั เจน
2) ระบบการประเมินผลในรูปแบบสะท้อนการประเมินการจดั การเรียนการสอน
และการประเมนิ หลกั สตู รที่มคี วามเก่ียวข้องกนั
3) สะท้อนความเชื่อมโยงกันระหว่างการพฒั นาหลกั สตู รและการเรียนการสอน
ชดั เจน
รูปแบบการพัฒนาหลกั สตู รของโอลิวา มีองค์ประกอบ 3 ส่วนหลกั ๆ ได้แก่ 1) ระบบการ
วางแผนและออกแบบหลกั สตู ร และ 2) ระบบการใช้หลกั สตู ร และ 3) ระบบการประเมินหลกั สตู ร
สาหรับระบบการวางแผนและออกแบบหลกั สูตร ให้ความสาคญั กับการวิเคราะห์ความ
ต้องการของผ้เู รียนและสงั คม สงั เคราะห์ร่วมกันแล้วกาหนดเป็นเป้าหมายของการศึกษาที่สะท้อน
ปรัชญาการศึกษา แล้วนาข้อมูลท่ีได้รับมากาหนดความต้องการของผู้เรียน สังคม และเนือ้ หา
แล้วสังเคราะห์เป็นจุดมุ่งหมายของหลักสูตร เม่ือได้จุดมุ่งหมายของหลักสูตรแล้ วจึงกาหนด
วตั ถปุ ระสงคข์ องหลกั สตู ร รูปแบบของหลกั สตู ร
ส่วนระบบการจดั การเรียนการสอน (เป็นระบบย่อยอย่ภู ายในระบบการการวางแผนและ
ออกแบบหลักสูตร) ประกอบด้วย การกาหนดจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน การกาหนด
วัตถุประสงค์ของการเรียนการสอน การคัดเลือกยุทธศาสตร์การเรียนการสอน การคัดเลือก
แนวทางการประเมินผล การจดั การเรียนการสอน การคดั เลือกเทคนิคการประเมนิ ผล การประเมินผล
การเรียนการสอน เพ่ือนาผลการประเมินไปปรบั ปรุงจดุ มงุ่ หมายของการเรียนการสอน และในขนั้ ตอน
สดุ ท้ายคือการประเมินหลกั สตู ร เพื่อนาผลการประเมินไปปรบั ปรุงเป้าประสงคข์ องหลกั สตู ร
ซงึ่ จะนาไปสกู่ ารปรบั ปรุงวตั ถปุ ระสงคข์ องหลกั สตู ร รูปแบบของหลกั สตู ร จดุ มงุ่ หมายการเรียนการสอน
วตั ถุประสงค์การเรียนการสอน การจดั การเรียนการสอน และการประเมินผลการเรียนการสอนอย่าง
เป็นระบบตอ่ ไป รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รของโอลิวา แสดงได้ดงั แผนภาพตอ่ ไปนี ้(Oliva. 2009: 138)
16 รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั
วเิ คราะห์ กาหนดกรอบ ศกึ ษา กาหนด
ความต้องการ เป้าประสงค์ ความต้องการ เปา้ ประสงค์
ของผ้เู รียน ทสี่ อดคล้องกบั ของผ้เู รียน ของหลกั สตู ร
ปรชั ญาการศกึ ษา
วเิ คราะห์ ศกึ ษา กาหนด
ความต้องการ ความต้องการ วตั ถปุ ระสงค์
ของหลกั สตู ร
ของสงั คม ของสงั คม
ศกึ ษา
ความต้องการ
ด้านเนอื ้ หา
คดั เลอื ก คดั เลอื ก กาหนด กาหนด กาหนด
แนวทาง ยทุ ธศาสตร์ วตั ถปุ ระสงค์ เปา้ ประสงค์ รูปแบบ
การประเมินผล การเรียน ของการเรียน ของการเรียน ของหลกั สตู ร
การสอน การสอน
การสอน
การจัด คดั เลอื ก ประเมนิ ผล การประเมิน
การเรียน เทคนิค การเรียน หลกั สตู ร
การสอน การประเมินผล การสอน และปรับปรุง
แก้ไข
แผนภาพ 9 รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รของโอลิวา (ปรับปรุงจาก Oliva. 2009: 138)
รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั 17
5. รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรและการสอนของวชิ ัย วงษ์ใหญ่
วชิ ยั วงษ์ใหญ่ ได้สรุปแนวคิดและขนั้ ตอนกระบวนการพฒั นาหลกั สตู รดงั นี ้(วชิ ยั วงษ์ใหญ่.
2554: 57 - 58)
1. คณะกรรมการพฒั นาหลกั สตู รกาหนดจดุ ม่งุ หมาย หลกั การและโครงสร้ างและการ
ออกแบบหลักสตู รขึน้ มา โดยอาศัยข้อมลู จากสภาพปัญหาและความต้องการของสงั คมปัจจุบัน
โดยปรึกษาหารือกบั ผ้เู ชี่ยวชาญแตล่ ะสาขาวิชาอยา่ งสม่าเสมอ
2. ยกร่างเนือ้ หาสาระ แต่ละกลมุ่ ประสบการณ์ แต่ละหน่วยการเรียน และแตล่ ะรายวิชา
โดยปรึกษาหารือจากผ้เู ช่ียวชาญแต่ละสาขาวิชา คณะกรรมการพฒั นาหลกั สตู รร่วมกบั ผ้เู ชี่ยวชาญ
แต่ละสาขาวิชาเป็นผ้กู าหนดผลการเรียนรู้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม หรือจุดประสงค์การเรียนรู้
วางแผนการสอน ทาบันทึกการสอน ผลิตส่ือการสอน จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นกล่มุ หรือ
รายบคุ คล
3. นาหลกั สตู รที่พฒั นาได้แล้วไปทดลองใช้ในสถานศกึ ษานาร่อง (สถานศึกษาทดลองใช้
หลกั สตู รใหม)่ โดยคณะกรรมการพฒั นาหลกั สตู รกาหนดไว้ ถ้ามีข้อบกพร่องก็ทาการแก้ไข ปรับปรุง
โดยปรึกษาหารือผ้เู ช่ียวชาญเฉพาะสาขาอยตู่ ลอดเวลา
4. อบรมผ้สู อน ผ้บู ริหารทุกระดบั และบุคลากรทางการศึกษาให้เข้าใจหลักสูตรใหม่
เพ่ือจะได้ใช้หลกั สตู รใหมใ่ ห้ถกู ต้องเหมาะสม ตามจดุ มงุ่ หมายของหลกั สตู ร รวมทงั้ การประชาสมั พนั ธ์
หลกั สตู รให้ผ้ทู ่ีเกี่ยวข้องทราบ
5. นาหลักสตู รไปปฏิบัติการสอนท่ีสถานศึกษาก่อนประการใช้หลักสตู ร สนับสนุนให้
ผ้บู ริหารและผ้สู อนนาหลกั สตู รไปปฏิบตั ิให้เกิดประโยชน์ในสถานศกึ ษาตอ่ ไป กิจกรรมการใช้หลกั สตู ร
ใหมม่ ี 4 ประการคือ
5.1 การแปลงหลกั สตู รไปสกู่ ารสอน คือ จดั ทาวสั ดหุ ลกั สตู ร ได้แก่ เอกสารหลกั สตู ร
สือ่ และอปุ กรณ์การสอนที่จาเป็นท่ีจะต้องใช้ประกอบการเรียนการสอน
5.2 ผ้บู ริหารจดั เตรียมส่ิงตา่ งๆ เชน่ บคุ ลากร วสั ดหุ ลกั สตู ร และบริการตา่ งๆ เร่ิมตงั้ แต่
อบรมผ้สู อน และบุคลากรฝ่ ายสนับสนุนการใช้หลกั สูตร จัดห้องสมดุ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ
แหลง่ เรียนรู้ และสือ่ การสอนทกุ ชนิด รวมทงั้ จดั งบประมาณสนบั สนนุ การบริหารหลกั สตู ร
5.3 การสอน เป็นหน้าท่ีของผ้สู อนประจาการท่ัวไปที่จะต้องดาเนินการจัดการเรียน
การสอนให้ประสบความสาเร็จ ตามจดุ มงุ่ หมายของหลกั สตู ร
5.4 การประเมินผล เพื่อให้ ทราบข้อบกพร่องของหลักสูตร แล้วดาเนินการแก้ ไข
ปรับปรุงตอ่ ไป การประเมนิ ผลมี 2 ประเภท คือ การประเมนิ ผลการเรียนของผ้เู รียน และการประเมินผล
18 รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั
หลกั สตู ร การประเมินผลหลกั สตู ร ได้แก่ การประเมินเอกสารหลกั สตู ร ประเมินผลการนาหลกั สตู รไป
ปฏบิ ตั ิ ประเมนิ ผลสมั ฤทธิ์ของผ้เู รียน ประเมินผลการใช้หลกั สตู รในการประเมนิ ผลหลกั สตู รนนั้ จะต้อง
ประเมินผลอย่างเป็นระบบและต่อเน่ือง เพราะว่าทุกส่ิงทุกอย่างในสังคมปัจจุบันย่อมมีการ
เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทัง้ ทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง สังคม วัฒนธรรม
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เคร่ืองมือสื่อสาร เคร่ืองอานวยความสะดวกในการดาเนินชีวิต และการ
ประกอบอาชีพแตล่ ะสาขาวิชา ก็มีการเปล่ียนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา รูปแบบการพฒั นา
หลกั สตู รสรุปเป็นแผนภาพตอ่ ไปนี ้ (วิชยั วงษ์ใหญ่. 2554: 59)
คณะกรรมการพฒั นาหลกั สตู ร สภาพปัญหา
และความต้องการของสงั คม
กาหนดจดุ ม่งุ หมายหลกั การ
และโครงสร้างของหลกั สตู ร
ยกร่างเนอื ้ หาสาระ วางแผนการสอน กลมุ่ รายวิชา หนว่ ย
สร้างสอื่ การเรียน และคมู่ ือผ้สู อน
ผลการเรียนรู้
ทดลองใช้และแก้ไขปรับปรุง จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม
ผ้เู ชยี่ วชาญเฉพาะสาขา / เสนอข้อคิดเห็น หรือจดุ ประสงค์การเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้และสอื่
อบรมผ้สู อนเพอ่ื ใช้หลกั สตู ร
กจิ กรรมการเรียน
การปฏิบตั ิการสอน กลมุ่ รายบคุ คล
การบริหารและบริการหลกั สตู ร
การประเมนิ ผล
การประเมนิ ผล
แผนภาพ 10 รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รและการสอนของ วชิ ยั วงษ์ใหญ่
รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั 19
6. การสังเคราะห์รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรร่วมสมยั
รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รของไทเลอร์ มจี ดุ เดน่ อยทู่ ี่การศกึ ษาวิเคราะห์บริบทที่เก่ียวข้อง
แล้วนามากาหนดเป็นจุดม่งุ หมายการศึกษาชั่วคราว แล้วใช้ทฤษฎีการเรียนรู้ ปรัชญาสังคมและ
ปรัชญาการศกึ ษา มากลั่นกรองจุดม่งุ หมายการศึกษาอีกครัง้ จนกระท่ังได้จดุ มงุ่ หมายการศึกษา
ที่แท้จริง เมื่อกาหนดจดุ ม่งุ หมายการศกึ ษาได้แล้ว จึงนาไปส่กู ารคดั เลือกประสบการณ์การศึกษา
การจดั ประสบการณ์การศึกษา และการประเมินผลการศกึ ษา เพ่ือนาผลการประเมินไปปรับปรุงและ
พฒั นาหลกั สตู รให้มคี ณุ ภาพ
รูปแบบการออกแบบหลกั สตู รของทาบา แบ่งออกเป็น 4 ระบบ ได้แก่ 1) วตั ถุประสงค์ของ
หลกั สตู ร 2) การคดั เลอื กประสบการณ์การเรียนรู้ 3) การจดั ระบบหรือรูปแบบของหลกั สตู ร 4) ขอบเขต
และการจดั เรียงลาดบั ประสบการณ์การเรียนรู้ โดยท่ีแตล่ ะระบบ มีความเชื่อมโยงกนั มี 7 ขนั้ ตอน
ได้แก่ 1) การวิเคราะห์ความต้องการ 2) การกาหนดวตั ถปุ ระสงค์ 3) การคดั เลือกเนือ้ หาสาระ 4) การ
จดั ระบบเนือ้ หาสาระ 5) การคดั เลอื กประสบการณ์การเรียนรู้ 6) การจดั กิจกรรมและประสบการณ์การ
เรียนรู้ 7) การประเมินผล เพ่ือตรวจสอบคณุ ภาพของกิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ว่าบรรลุ
หรือไม่ โดยการกาหนดสิ่งที่ต้องประเมินและวิธีการประเมนิ
รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรของเซเลอร์และอาเล็กซานเดอร์ มีความเป็ นระบบ
ประกอบด้วยระบบหลกั 3 ระบบ ได้แก่ การวิเคราะห์ข้อมลู พืน้ ฐานท่ีเป็นปัจจยั ภายนอก เพื่อนาไปสู่
การกาหนดเป้าประสงค์และวัตถุประสงค์ของหลักสตู ร ส่งผลไปท่ีการวางแผน และการออกแบบ
หลกั สตู ร การนาหลกั สตู รไปปฏิบัติ การประเมนิ หลกั สตู ร และการให้ข้อมลู ย้อนกลบั ไปสกู่ ารปรบั ปรุง
และพฒั นาหลกั สตู ร
รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รของโอลิวา มีองค์ประกอบ 3 ส่วนหลกั ๆ ได้แก่ 1) ระบบการ
วางแผนและออกแบบหลกั สตู ร และ 2) ระบบการใช้หลกั สตู ร และระบบการประเมินหลกั สตู ร โดยการ
วางแผนและออกแบบหลกั สตู ร ให้ความสาคญั กบั การวิเคราะห์ความต้องการของผ้เู รียนและสงั คม
สงั เคราะห์ร่วมกนั แล้วกาหนดเป็นเป้าหมายของการศกึ ษาที่สะท้อนปรัชญาการศกึ ษา แล้วนาข้อมลู ที่
ได้รับมากาหนดความต้องการของผ้เู รียน สงั คม และเนือ้ หา แล้วสงั เคราะห์เป็นเป้าประสงค์ของ
หลกั สูตร เม่ือได้เป้าประสงค์ของหลักสตู รแล้วจึงกาหนดวตั ถุประสงค์ของหลกั สตู ร รูปแบบของ
หลกั สตู ร เปา้ ประสงคข์ องการเรียนการสอน ยทุ ธศาสตร์การเรียนการสอน แนวทางการประเมนิ ผล การ
จัดการเรียนการสอน การคดั เลือกเทคนิคการประเมินผล การประเมินผลการเรียนการสอน และการ
ประเมนิ หลกั สตู ร
20 รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั
รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รของวชิ ยั วงษ์ใหญ่ มงุ่ เน้นบทบาทและหน้าท่ีของคณะกรรมการ
พฒั นาหลกั สตู รในการออกแบบหลกั สูตรที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของสังคม
การยกร่างเนือ้ หาสาระแตล่ ะกลมุ่ ประสบการณ์ แตล่ ะหนว่ ยการเรียน โดยปรึกษาหารือจากผ้เู ชี่ยวชาญ
การนาหลกั สตู รที่พฒั นาได้แล้วไปทดลองใช้ในสถานศกึ ษานาร่อง การเตรียมความพร้อมด้านผ้สู อน
ผ้บู ริหารทุกระดบั และบุคลากรทางการศกึ ษาให้เข้าใจหลกั สตู รใหม่ จัดกิจกรรมการเรียนการสอน
และประเมินผลเป็นกลมุ่ หรือรายบคุ คล
จากการนาเสนอรูปแบบการพัฒนาหลกั สตู รของนกั วิชาการดังกล่าว นามาสังเคราะห์
จดุ เน้นและขนั้ ตอนการพฒั นาหลกั สตู ร ได้ดงั ตารางตอ่ ไปนี ้
ตาราง 1 จดุ เน้นและขนั้ ตอนการพฒั นาหลกั สตู ร
นกั วชิ าการ จดุ เน้นของการพฒั นาหลกั สตู ร ขนั ้ ตอนการพฒั นาหลกั สตู ร
ไทเลอร์ หลกั การของไทเลอร์ 4 ประการ
1. การศกึ ษาวเิ คราะห์บริบท
ทาบา การพฒั นาหลกั สตู รเชงิ ระบบ 2. การกาหนดจดุ มงุ่ หมายชว่ั คราว
หน่วยการเรียนการสอน 3. การกลน่ั กรองจดุ ม่งุ หมายทางการศกึ ษา
เซเลอร์ และ ท่สี อดคล้องกบั หลกั สตู ร 4. การกาหนดจดุ มงุ่ หมายท่แี ท้จริง
อาเลก็ ซานเดอร์ 5. การจดั กจิ กรรมและประสบการณ์
การพฒั นาหลกั สตู รเชงิ ระบบ 6. การประเมินผลการศกึ ษา
1. การวิเคราะห์ความต้องการ
2. การกาหนดวตั ถปุ ระสงค์
3. การคดั เลอื กเนือ้ หาสาระ
4. การจดั ระบบเนือ้ หาสาระ
5. การคดั เลอื กประสบการณ์การเรียนรู้
6. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
7. การประเมินผล
1. การวเิ คราะห์ข้อมลู พืน้ ฐาน
2. การกาหนดเป้าประสงค์
3. การออกแบบหลกั สตู ร
4. การนาหลกั สตู รไปปฏิบตั ิ
5. การประเมินหลกั สตู ร
รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมัย 21
ตาราง 1 (ตอ่ )
นกั วิชาการ จดุ เน้นของการพฒั นาหลกั สตู ร ขนั ้ ตอนการพฒั นาหลกั สตู ร
โอลวิ า การพฒั นาหลกั สตู ร
และการเรียนการสอนเชงิ ระบบ 1. การวเิ คราะห์ความต้องการของผ้เู รียน
วชิ ยั วงษ์ใหญ่ สงั คม และกาหนดเป้าประสงค์
การพฒั นาหลกั สตู ร ของการศกึ ษา
โดยคณะกรรมการ
2. การวเิ คราะห์ความต้องการของผ้เู รียน
สงั คม เนือ้ หาสาระ และกาหนด
จดุ มงุ่ หมายของหลกั สตู ร
3. การกาหนดวตั ถปุ ระสงค์ของหลกั สตู ร
4. การกาหนดรูปแบบของหลกั สตู ร
5. การนาหลกั สตู รไปปฏิบตั ิ
6. การประเมินหลกั สตู ร
1. การกาหนดจดุ ม่งุ หมาย หลกั การ
โครงสร้าง และการออกแบบหลกั สตู ร
2. การยกร่างเนือ้ หาสาระและกจิ กรรม
3. การทดลองใช้นาร่อง
4. การเตรียมความพร้อมบคุ คลท่เี กยี่ วข้อง
5. การนาหลกั สตู รไปปฏิบตั ิ
6. การประเมินผล
จากการวิเคราะห์จุดเน้นและขนั้ ตอนการพัฒนาหลักสูตร จะพบว่ารูปแบบการพัฒนา
หลกั สตู รของนกั วิชาการทงั้ 4 คน มีจุดเน้นร่วมกนั คอื ความเป็นระบบของการพฒั นาหลกั สูตร ซึ่งเมื่อ
สงั เคราะห์แนวคิดการพัฒนาหลักสตู รของนักวิชาการทัง้ 4 คนดงั กล่าว สามารถสงั เคราะห์ได้วา่
การพฒั นาหลกั สตู รประกอบด้วยระบบตา่ งๆ ท่ีเชื่อมโยงกนั 3 ระบบ ได้แก่ ระบบการออกแบบหลกั สตู ร
ระบบการนาหลักสตู รไปปฏิบัติ และระบบการประเมินหลกั สูตร สาหรับขนั้ ตอนของการพัฒนา
หลกั สตู ร จากการสงั เคราะห์พบวา่ มลี กั ษณะร่วมกนั คอื 1) การวเิ คราะห์ข้อมูลพนื้ ฐานสาหรับการ
พัฒนาหลักสูตร 2) การออกแบบหลักสูตร 3) การนาหลักสูตรไปปฏบิ ัติ และ 4) การประเมิน
หลักสูตร
22 รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั
ขนั้ ตอนของการพฒั นาหลกั สตู ร
มีลกั ษณะร่วมกนั คือ
1) การวิเคราะห์ข้อมูลพนื้ ฐาน
2) การออกแบบหลักสูตร
3) การนาหลักสตู รไปปฏบิ ตั ิ
4) การประเมนิ หลักสูตร
รูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รร่วมสมยั 23
บรรณานุกรม
วิชัย วงษ์ใหญ่. (2554). การพฒั นาหลกั สูตรระดบั อุดมศึกษา. (พิมพ์ครัง้ ที่ 2). กรุงเทพฯ: อาร์ แอนด์
ปรินท์ จากดั .
Oliva, P. F. (2009). Developing the Curriculum (7thed.). Boston: Allyn and Bacon.
Saylor, J. G. & Alexander, W. M. (1974). Curriculum Planning for schools. New York: Holt,
Rinehart & Winston.
Taba, H. (1962). Curriculum Development: Theory and Practice. New York: Harcourt Brace
Jovanovich.
Tyler, R. W. (1949). Basic Principles of Curriculum and Instruction. Chicago: The university of
Chicago press.
กหาลรักพสูตัฒร นหมาาหยลถึงักปสรตูะสรบทกมี่ารีรณะ์ทเาบงกยี าบรศวึกธิ ษชีาทดั ั้งเหจมนด
อยนทา่ ่สีางถเมปานา็นศซระึกึง่บษคบาวเุณพาื่องภแใหผาบ้นพรแกรลละาจุจรุดดั จมให่งุัดหผ้ กมูเ้ ราาียยรนทศไีก่ดึกาเ้ รหษยี นนาดรไู้ว้
และคณุ ภาพของผเู้ รยี น