The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลกับผลประโยชน์ส่วนรวม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by BS_Library, 2021-01-12 07:55:36

การป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลกับผลประโยชน์ส่วนรวม

การป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลกับผลประโยชน์ส่วนรวม

46 คมู่ อื การปอ้ งกันการกระทำ� ความผดิ เกีย่ วกบั การขัดกันระหว่างประโยชนส์ ่วนบคุ คลกบั ประโยชน์ส่วนรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

เช่น รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงศึกษาธกิ าร ซึง่ มีหน้าทก่ี �ำกับ ดูแล ควบคุม หรอื ตรวจสอบ
สถาบนั อดุ มศกึ ษาเอกชน อนั เปน็ ธรุ กจิ ทอ่ี ยภู่ ายใตก้ ำ� กบั ดแู ล ควบคมุ หรอื ตรวจสอบ การทร่ี ฐั มนตรี
วา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ ารไดด้ ำ� รงตำ� แหนง่ นายกสภามหาวทิ ยาลยั ในสถาบนั อดุ มศกึ ษาของเอกชน
จงึ ถอื วา่ เป็นการเขา้ ไปมสี ว่ นได้เสียในฐานะเป็นกรรมการในธุรกจิ ของเอกชน
(2) ในฐานะเป็นทป่ี รึกษา
การเขา้ ไปมสี ว่ นไดเ้ สยี ในฐานะเปน็ ทป่ี รกึ ษาในธรุ กจิ ของเอกชน หมายถงึ การทก่ี รรมการ
ป.ป.ช. ผู้ด�ำรงต�ำแหนง่ ในองค์กรอสิ ระ และเจ้าพนกั งานของรฐั ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศ
กำ� หนด ไดเ้ ขา้ ไปเปน็ ทปี่ รกึ ษาในธรุ กจิ ของเอกชนและสง่ ผลทำ� ใหเ้ กดิ การขดั แยง้ ระหวา่ งการทำ� หนา้ ท่ี
ของเจ้าพนักงานของรัฐที่เป็นกิจการของส่วนรวมหรือสาธารณะกับกิจกรรมอันเป็นหน้าที่ในฐานะ
ของทปี่ รึกษาในธรุ กิจของเอกชน
เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการซึ่งมีหน้าท่ีก�ำกับ ดูแล ควบคุม หรือตรวจสอบ
สถาบนั อดุ มศกึ ษาเอกชนอนั เปน็ ธรุ กจิ ทอ่ี ยภู่ ายใตก้ ำ� กบั ดแู ล ควบคมุ หรอื ตรวจสอบ การทร่ี ฐั มนตรี
วา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ ารได้เป็นท่ีปรกึ ษาให้กับสถาบนั อดุ มศึกษาของเอกชน จงึ ถือวา่ การเข้าไป
ทำ� หนา้ ทใี่ นการเปน็ ทป่ี รกึ ษานน้ั จะสง่ ผลใหเ้ กดิ การขดั แยง้ กนั ระหวา่ งการทำ� หนา้ ทขี่ องเจา้ พนกั งาน
ของรฐั ทเี่ ปน็ กจิ การสว่ นรวมหรอื สาธารณะกบั กจิ กรรมอนั เปน็ หนา้ ทปี่ รกึ ษาในธรุ กจิ ของเอกชน หรอื
เปน็ การปฏบิ ตั หิ นา้ ทใ่ี นฐานะเปน็ เจา้ พนกั งานของรฐั ทม่ี สี ภาพของผลประโยชนข์ องธรุ กจิ ของเอกชน
นัน้ อาจขัดหรอื แยง้ ตอ่ ประโยชน์สว่ นรวม หรอื ประโยชนท์ างราชการ หรอื กระทบต่อความมีอสิ ระ
ในการปฏบิ ตั หิ น้าทข่ี องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธกิ ารซ่ึงเปน็ เจ้าพนักงานของรัฐ
(3) ในฐานะเป็นตวั แทน
ตัวแทน คือ สัญญาใหบ้ คุ คลหน่งึ เรียกวา่ ตวั แทน มอี ำ� นาจท�ำการแทนอีกบคุ คลหนึ่งเรยี กว่า
ตัวการและตกลงท�ำการนั้น สัญญาตัวแทนเป็นสัญญาท่ีมีวัตถุประสงค์เพ่ือให้ตัวแทนไปติดต่อกับ
บุคคลภายนอกอันเป็นบุคคลท่ีสาม เช่น ซอื้ ขาย แลกเปลีย่ น ให้ กูย้ ืม จ�ำนอง จ�ำน�ำ เป็นต้น
การเข้าไปมีส่วนได้เสียในฐานะเป็นตัวแทนในธุรกิจของเอกชน หมายถึง การที่
กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ด�ำรงต�ำแหน่งในองค์กรอิสระ และเจ้าพนกั งานของรฐั ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.
ประกาศกำ� หนด ไดท้ ำ� การเปน็ ตวั แทนใหก้ บั ตวั การทเ่ี ปน็ เอกชนในธรุ กจิ ของเอกชนและสง่ ผลทำ� ให้
เกิดการขัดแย้งกันระหว่างการท�ำหน้าท่ีของเจ้าพนักงานของรัฐที่เป็นกิจการของส่วนรวมหรือ
สาธารณะกับกิจกรรมอันเป็นหนา้ ท่ีของตัวแทนในธุรกิจของเอกชน

ค่มู อื การป้องกนั การกระท�ำความผิดเก่ยี วกบั การขดั กันระหว่างประโยชนส์ ว่ นบคุ คลกบั ประโยชน์ส่วนรวม 47
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

เช่น เจ้าพนักงานของรัฐได้เป็นตัวแทนในการย่ืนซองสอบราคาต่อหน่วยงานของรัฐ
ท่ีอยภู่ ายใตก้ ารก�ำกับ ดแู ล ควบคุม หรือตรวจสอบของหนว่ ยงานของรฐั ทเี่ จ้าพนกั งานของรฐั ผูน้ น้ั
สงั กดั อยู่และตัวแทนตามกฎหมายจะมีอำ� นาจหนา้ ทีใ่ นการเจรจาตอ่ รองตามอำ� นาจหน้าท่ี การทำ�
หน้าท่ีในฐานะตัวแทนของเจ้าพนักงานของรัฐจึงเป็นการเข้าไปมีส่วนได้เสียในหน้าที่อันเป็นผล
ทำ� ใหเ้ กดิ การขดั แยง้ กนั ระหวา่ งการทำ� หนา้ ทขี่ องเจา้ พนกั งานของรฐั ทเ่ี ปน็ กจิ การของสว่ นรวมหรอื
สาธารณะกับกิจกรรมอันเป็นหน้าท่ีของตัวแทนในธุรกิจของเอกชน หรือเป็นการปฏิบัติหน้าท ี่
ในฐานะเปน็ เจา้ พนกั งานของรฐั ทม่ี สี ภาพของผลประโยชนข์ องธรุ กจิ ของเอกชนนน้ั อาจขดั หรอื แยง้
ตอ่ ประโยชนส์ ่วนรวม หรอื ประโยชนท์ างราชการ หรือกระทบตอ่ ความมีอิสระในการปฏิบัตหิ นา้ ท่ี
เป็นตน้
(4) ในฐานะเป็นพนกั งานหรือลกู จา้ งในธรุ กิจของเอกชน
“ลูกจา้ ง” หมายถงึ ผู้รับจา้ งทำ� การงานโดยได้รับคา่ ตอบแทน
การเข้าไปมีส่วนได้เสียในฐานะเป็นพนักงานหรือลูกจ้างในธุรกิจของเอกชน หมายถึง
การที่กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ด�ำรงต�ำแหน่งในองค์กรอิสระ และเจ้าพนักงานของรัฐท่ีคณะกรรมการ
ป.ป.ช. ได้ประกาศก�ำหนดต�ำแหน่งห้ามมิให้ด�ำเนินกิจการท่ีเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน ์
สว่ นบคุ คลกบั ประโยชนส์ ว่ นรวมในธรุ กจิ ของเอกชนและจะทำ� ใหเ้ กดิ การขดั แยง้ กนั ในการทำ� หนา้ ทขี่ อง
เจา้ พนกั งานของรฐั ทเี่ ปน็ กจิ การของสว่ นรวมหรอื สาธารณะกบั กจิ กรรมอนั เปน็ หนา้ ทขี่ องพนกั งาน
หรอื ลกู จา้ งในธรุ กจิ ของเอกชน หรอื เปน็ การปฏบิ ตั หิ นา้ ทใี่ นฐานะเปน็ เจา้ พนกั งานของรฐั ทม่ี สี ภาพ
ของผลประโยชน์ของธุรกิจของเอกชนนั้นอาจขัดหรือแย้งต่อประโยชน์ส่วนรวม หรือประโยชน์
ทางราชการ หรอื กระทบตอ่ ความมอี ิสระในการปฏบิ ัติหนา้ ท่ี
เชน่ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสขุ มอี ำ� นาจหนา้ ทต่ี ามพระราชบญั ญตั สิ ถานพยาบาล
พ.ศ. 2541 และเป็นผู้รักษาการมีอ�ำนาจหน้าที่สั่งการใด ๆ ให้สถานพยาบาลปฏิบัติหรือละเว้น
การปฏบิ ตั ไิ ด้ การทร่ี ฐั มนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสขุ ไดม้ คี วามสมั พนั ธก์ บั สถานพยาบาลในฐานะ
เปน็ กรรมการ ทปี่ รกึ ษา ตวั แทน พนกั งานหรอื ลกู จา้ ง อยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ในธรุ กจิ ของสถานพยาบาล
เอกชนแลว้ แต่กรณี จงึ อยู่ในฐานะผมู้ สี ว่ นได้เสียในธรุ กจิ ของเอกชนและส่งผลทำ� ให้เกิดการขัดแยง้
กันระหว่างการท�ำหน้าที่ของเจ้าพนักงานของรัฐที่เป็นกิจการของส่วนรวมหรือสาธารณะกับ
กิจกรรมอันเป็นหน้าที่ของพนักงานหรือลูกจ้าง ตัวแทน ที่ปรึกษา หรือเป็นกรรมการในธุรกิจของ
เอกชน หรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐที่มีสภาพของผลประโยชน์ของ
ธรุ กจิ ของเอกชนนนั้ อาจขดั หรอื แยง้ ตอ่ ประโยชนส์ ว่ นรวม หรอื ประโยชนท์ างราชการ หรอื กระทบ
ต่อความมีอสิ ระในการปฏบิ ตั ิหน้าที่ เป็นต้น

48 คมู่ ือการป้องกนั การกระทำ� ความผดิ เกยี่ วกับการขดั กนั ระหว่างประโยชน์สว่ นบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

7) โดยสภาพผลประโยชน์ของธรุ กจิ เอกชนน้นั อาจขดั หรือแย้งต่อประโยชนส์ ่วนรวม
ประโยชนส์ ่วนตน (Private interest) หมายถงึ ผลประโยชนท์ ีบ่ ุคคลไดร้ บั โดยอาศัย
ตำ� แหนง่ หนา้ ทข่ี องตนหาผลประโยชนจ์ ากบคุ คลหรอื กลมุ่ บคุ คล ผลประโยชนส์ ว่ นตนมที งั้ ทเี่ กยี่ วกบั
เงินทองและไม่ได้เก่ยี วกบั เงนิ ทอง เชน่ ทด่ี นิ หุน้ ต�ำแหน่ง หนา้ ท่ี สมั ปทาน ส่วนลด ของขวัญ หรือ
สิ่งที่แสดงนำ้� ใจไมตรอี นื่ ๆ การล�ำเอยี ง การเลือกปฏบิ ัติ เปน็ ต้น
ผลประโยชนส์ ว่ นรวมหรอื ผลประโยชนส์ าธารณะ (Public interest) หมายถงึ ประโยชน์
ของชุมชนโดยรวม ไมใ่ ช่ผลรวมของประโยชน์ของปัจเจกบคุ คล และไม่ใชผ่ ลประโยชน์ของกลมุ่ ชน
การขดั กนั ระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นตนกบั ประโยชนส์ ว่ นรวม หมายถงึ การทเ่ี จา้ หนา้ ทข่ี อง
รฐั กระทำ� การใด ๆ ตามอำ� นาจหนา้ ทเ่ี พอ่ื ประโยชนส์ ว่ นรวม แตก่ ลบั เขา้ ไปมสี ว่ นไดเ้ สยี กบั กจิ กรรม
หรือการด�ำเนินการท่ีเอ้ือผลประโยชน์ให้กับตนหรือพวกพ้องท�ำให้การใช้อ�ำนาจหน้าที่/การใช้
ดลุ ยพนิ จิ (เพือ่ สว่ นรวม) เปน็ โดยไม่สจุ ริต กอ่ ให้เกิดผลเสยี ต่อภาครฐั
ตวั อยา่ งการขัดกันเกีย่ วกับสภาพของผลประโยชน์
1. รฐั มนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงสาธารณสขุ ทว่ี า่ จะประกอบวชิ าชพี เวชกรรมหรอื ดำ� เนนิ การ
สถานพยาบาลต่อไปได้หรือไม่น้ัน ตามแนวทางของต่างประเทศรัฐมนตรีไม่จ�ำเป็นต้องยุติ
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของตน แต่ยอมรับปฏิบัติกันว่าจะต้องยุติการประกอบวิชาชีพน้ัน
ในระหว่างด�ำรงต�ำแหนง่ อาทิ เแพทย์ หรือนกั บญั ชี เพือ่ เปน็ การสละเวลาและความสามารถให้แก่
ภารกจิ ของรฐั โดยเมอ่ื พน้ จากตำ� แหนง่ รฐั มนตรรี ะยะเวลาหนง่ึ แลว้ กก็ ลบั ไปประกอบวชิ าชพี เดมิ ได้
แต่ตามบทบัญญัติของมาตรา 100 และมาตรา 101 ไม่ได้ห้ามเจ้าหน้าท่ีของรัฐหรือคู่สมรสที่จะ
ประกอบวิชาชีพส่วนตัว แต่การด�ำเนินการสถานพยาบาลน้ันพระราชบัญญัติสถานพยาบาล
พ.ศ. 2541 บญั ญตั ใิ หร้ ฐั มนตรีวา่ การกระทรวงสาธารณสขุ เปน็ ผรู้ กั ษาการ และมีอำ� นาจส่ังการใด ๆ
เพื่อให้สถานพยาบาลปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติได้ ถ้ารัฐมนตรียังคงมีความสัมพันธ์กับสถาน
พยาบาลนนั้ อยโู่ ดยเปน็ กรรมการ ทป่ี รกึ ษา ตวั แทน พนกั งาน หรอื ลกู จา้ งดว้ ยแลว้ ยอ่ มมสี ว่ นไดเ้ สยี
ในกิจการของสถานพยาบาลซึ่งรัฐมนตรีมีอ�ำนาจก�ำกับ ดูแล ควบคุมหรือตรวจสอบตามกฎหมาย
สภาพของผลประโยชน์ในสถานพยาบาลของรัฐมนตรีอาจขัดหรือแย้งต่อประโยชน์ส่วนรวมหรือ
ประโยชนท์ างราชการ หรอื กระทบตอ่ ความมอี สิ ระในการปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ี แตก่ ารตอ้ งหา้ มตามมาตรา
100 (4) น้ัน จะตอ้ งปรากฏว่ารฐั มนตรเี ป็นผูก้ ำ� กับดูแลสถานพยาบาลด้วย ฉะนน้ั ถ้ารฐั มนตรชี ว่ ย
วา่ การกระทรวงสาธารณสขุ มไิ ดร้ บั มอบหมายใหก้ ำ� กบั ดแู ลงานของสถานพยาบาลยอ่ มจะไมม่ อี ำ� นาจใด
ๆ ที่จะส่ังการตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล จึงไม่อยู่ในบังคับมาตรา 100 (4) ซ่ึงรวมทั้ง

ค่มู อื การป้องกันการกระท�ำความผิดเกย่ี วกบั การขดั กนั ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชนส์ ่วนรวม 49
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

กรณีที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขอาจจ�ำเป็นต้องรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงสาธารณสุขในบางครง้ั เมอ่ื รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไม่อยู่ ถ้าในระยะเวลาน้ัน
มิได้มีการสั่งการใด ๆ เก่ียวกับสถานพยาบาลก็ยังไม่ถือว่าอยู่ในบังคับของมาตรา 100 (4) ด้วย
(ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎกี า เรื่องเสร็จท่ี 368/2544)
2. การด�ำรงต�ำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซ่ึงกระทรวงพาณิชย์มีอ�ำนาจ
หน้าท่ีก�ำกับ ดูแล ควบคุม และตรวจสอบธุรกิจของเอกชนอย่างกว้างขวาง ก็มิได้หมายความว่า
รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงพาณชิ ยจ์ ะถกู หา้ มเปน็ กรรมการหรอื ทปี่ รกึ ษาของธรุ กจิ เอกชนในทกุ กรณี
คงต้องห้ามแต่เฉพาะในกรณีท่ีสภาพของผลประโยชน์ของกิจการนั้น ๆ อยู่ภายใต้อ�ำนาจหรือ
ดุลพินิจของส่วนราชการ หรือเจ้าหน้าท่ีของรัฐ หรือรัฐมนตรีอันจะก่อให้เกิดความขัดหรือแย้งต่อ
ประโยชนส์ ว่ นรวม หรอื ประโยชนข์ องทางราชการ หรอื กระทบตอ่ ความมอี สิ ระในการปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ี
ในฐานะรฐั มนตรเี ท่านน้ั (ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสรจ็ ท่ี 368/2544)
3. กรณกี ารดำ� เนนิ งานของกระทรวงพาณชิ ยท์ ค่ี รอบคลมุ กจิ การของหา้ งหนุ้ สว่ นและบรษิ ทั
ทต่ี อ้ งจดทะเบยี นและสง่ งบดลุ นนั้ รฐั มนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงพาณชิ ยแ์ ละคสู่ มรสจะเปน็ กรรมการ
หรอื ทป่ี รกึ ษาในหา้ งหนุ้ สว่ นหรอื บรษิ ทั ไดเ้ พยี งใด เหน็ วา่ การควบคมุ หา้ งหนุ้ สว่ นและบรษิ ทั ในการ
จดทะเบียนและส่งงบดุลของกระทรวงพาณิชย์นั้น เป็นอ�ำนาจหน้าที่ก�ำกับดูแลห้างหุ้นส่วนและ
บรษิ ทั เปน็ การทวั่ ไป โดยมกี ฎหมายกำ� หนดไวช้ ดั เจนแนน่ อน มไิ ดข้ นึ้ อยกู่ บั ดลุ พนิ จิ ของเจา้ หนา้ ทรี่ ฐั
หรือรัฐมนตรีโดยมุ่งถึงความถูกต้องในทางทะเบียนเป็นส�ำคัญ ไม่มีอ�ำนาจเกี่ยวกับการอนุญาต
การอนุมัติหรือการมีค�ำส่ังใด ๆ ในกิจการท่ีห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทประกอบธุรกิจอยู่ที่อาจเอ้ือ
อำ� นวยผลประโยชนต์ อบแทนเนอ่ื งจาก การประกอบธรุ กจิ นนั้ ได้ ทงั้ รฐั มนตรกี ม็ ไิ ดเ้ ปน็ นายทะเบยี น
ตามกฎหมาย ซึ่งจะมีอ�ำนาจหน้าท่ีในการรับหรือไม่รับจดทะเบียน การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรี
ชว่ ยวา่ การกระทรวงพาณชิ ย์ ในเรอื่ งดงั กลา่ วจงึ ไมม่ ผี ลทจ่ี ะเกดิ สภาพผลประโยชนท์ างธรุ กจิ ขดั หรอื
แย้งกับการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 100 (4) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย
การปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ ริตฯ ขึน้ ได ้ ฉะน้ัน การทีร่ ฐั มนตรีชว่ ยว่าการกระทรวงพาณิชย์
และคูส่ มรสเป็นกรรมการหรือท่ีปรึกษาในห้างหุ้นสว่ นหรือบรษิ ทั จงึ ไม่ขดั แย้งกับการปฏบิ ตั ิหน้าท ี่
ในการกำ� กบั ดแู ลการจดทะเบยี นและสง่ งบดลุ ของหา้ งหนุ้ สว่ นและบรษิ ทั แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม สำ� หรบั
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์นั้นอาจยังถูกต้องห้ามมิให้ด�ำรงต�ำแหน่งใด ๆ ดังกล่าว
ตามรฐั ธรรมนญู หรอื กฎหมายอน่ื อกี ได้ เชน่ มาตรา 208 ของรฐั ธรรมนญู (ความเหน็ คณะกรรมการ
กฤษฎีกา เรอ่ื งเสร็จท่ี 368/2544)

50 คู่มือการป้องกนั การกระทำ� ความผิดเกี่ยวกบั การขัดกันระหว่างประโยชน์สว่ นบคุ คลกบั ประโยชนส์ ่วนรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

4. กรมบังคับคดีมีหน้าท่ีในการบังคับคดีแพ่ง คดีล้มละลายและคดีฟื้นฟูกิจการ จะถือว่า
เป็นการก�ำกับ ดแู ล ควบคุม หรือตรวจสอบธรุ กจิ เอกชนใด เห็นว่า อ�ำนาจหนา้ ทีข่ องกรมบังคับคดี
เปน็ การดำ� เนนิ การเพอ่ื บงั คบั คดใี หเ้ ปน็ ไปตามคำ� พพิ ากษาหรอื คำ� สง่ั ของศาล อนั เปน็ หนา้ ทที่ วั่ ไปท่ี
จะต้องปฏิบัติทั้งกรณีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยมิได้เจาะจงควบคุมหรือก�ำกับเฉพาะ
การประกอบธรุ กจิ ลกั ษณะใด การปฏบิ ตั งิ านของกรมบงั คบั คดจี งึ มไิ ดเ้ ปน็ หนว่ ยงานของรฐั ทม่ี อี ำ� นาจ
กำ� กับ ดูแล ควบคุมหรอื ตรวจสอบธรุ กิจของเอกชนใดโดยตรง ตามความหมายของมาตรา 100 (4)
แห่งพระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ด้วยการป้องกนั และปราบปรามการทจุ ริตฯ
หากกระทรวงยตุ ธิ รรมจะตง้ั หนว่ ยงานสอบสวนคดอี าญาบางประเภท เชน่ คดอี าชญากรรม
เศรษฐกิจ จะถือว่าเป็นการก�ำกับ ดูแล ควบคุมหรือตรวจสอบธุรกิจเอกชนใดตามความในมาตรา
100 (4) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ
หรอื ไม่ เหน็ วา่ ถา้ หนว่ ยงานของกระทรวงยตุ ธิ รรมทจ่ี ะจดั ตง้ั ขน้ึ มหี นา้ ทเ่ี พยี งแตส่ อบสวนคดอี าญา
ท่ีเกิดข้ึนเป็นกรณีทั่วไป โดยมิได้ก�ำหนดให้ธุรกิจเอกชนในลักษณะใดโดยเฉพาะต้องอยู่ภายใต ้
การกำ� กบั ดแู ล ควบคมุ หรอื ตรวจสอบของหนว่ ยงานนน้ั หนว่ ยงานดงั กลา่ วยอ่ มมหี นา้ ทเี่ กยี่ วขอ้ งเฉพาะ
ในการดำ� เนนิ กระบวนพิจารณาคดอี าญาตามกฎหมายกับทุกกรณีท่มี กี ารกระท�ำความผดิ โดยมไิ ด้
มหี นา้ ทก่ี ำ� กบั หรอื ควบคมุ ธรุ กจิ เอกชนรายใดตามความหมายของมาตรา 100 (4) แหง่ พระราชบญั ญตั ิ
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ (ความเห็นคณะกรรมการ
กฤษฎีกา เรือ่ งเสรจ็ ท่ี 368/2544)
8) การก�ำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรอื ด�ำเนินคดี
กำ� กบั หมายถงึ ดแู ลอยา่ งใกลช้ ดิ และชนี้ ำ� ใหเ้ ปน็ ไปตามตอ้ งการ เชน่ กำ� กบั รายการ กำ� กบั
การแสดง หรอื ควบ ในความเช่น มีหนังสือกำ� กบั มาดว้ ย
การกำ� กบั ดแู ล หมายถงึ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งหนว่ ยงานตามหลกั การบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ
แบบกระจายอ�ำนาจที่หน่วยงานหนึ่งมีอ�ำนาจในการควบคุมอีกหน่วยงานหน่ึงท่ีอยู่ในการก�ำกับ
ดูแลให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายหรือตามอำ� นาจหน้าที่ หรืออ�ำนาจท่ีองค์กรที่มีหน้าที่ในการ
ก�ำกบั ดแู ลองค์กรอนื่ ในการให้องคก์ รนั้น ๆ ท�ำงานภายใตก้ ฎหมาย
การกำ� กบั ดแู ล เปน็ การใชอ้ ำ� นาจของราชการสว่ นกลางกบั ราชการสว่ นภมู ภิ าค เพอื่ ตรวจสอบ
ความชอบด้วยกฎหมายของราชการส่วนท้องถ่ินว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากเห็นว่าไม่ชอบ
ดว้ ยกฎหมาย มอี ำ� นาจไมอ่ นมุ ตั ใิ หก้ ารกระทำ� นนั้ มผี ลบงั คบั หรอื อาจยกเลกิ เพกิ ถอนการกระทำ� นนั้
แลว้ แตก่ รณี แตไ่ มม่ อี ำ� นาจตรวจสอบความเหมาะสมหรอื การใชด้ ลุ ยพนิ จิ หรอื สงั่ การนอกเหนอื จาก
ทีก่ ฎหมายกำ� หนดไว้ได้

คู่มือการปอ้ งกันการกระทำ� ความผดิ เก่ยี วกับการขัดกันระหว่างประโยชน์สว่ นบุคคลกบั ประโยชนส์ ว่ นรวม 51
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

การกำ� กบั ดแู ลโดยตรง อาจแบง่ ไดเ้ ปน็ 1) อำ� นาจเหนอื การกระทำ� เปน็ อำ� นาจทกี่ ฎหมาย
ให้องค์กรหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือองค์การปกครองส่วนกลางใช้ก�ำกับดูแลการกระท�ำขององค์กร
ขององค์การปกครองส่วนท้องถ่ินหรือองค์การมหาชน ได้แก่ อ�ำนาจให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติ
การกระท�ำ อ�ำนาจยับยงั้ และเพิกถอนการกระทำ� และอ�ำนาจเข้ากระท�ำการแทน และ 2) อ�ำนาจ
เหนือตัวบุคคล เป็นอ�ำนาจควบคุมความประพฤติของบุคคลให้อยู่ในระเบียบวินัย อาทิ อ�ำนาจ
สง่ั พกั ราชการ และอำ� นาจถอดถอนจากตำ� แหนง่
การกำ� กบั ดแู ลโดยออ้ ม ปรากฏใหเ้ หน็ ผา่ นการใหเ้ งนิ อดุ หนนุ และการใชส้ ญั ญามาตรฐาน
กล่าวคือ กรณีการให้เงินอุดหนุนในทุกปีส่วนกลางจะจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น ได้แก่ เงินอุดหนุนท่ัวไปกับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เงินอุดหนุนทั่วไปนั้น เม่ือองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับแล้วจะน�ำไปใช้ในด้านใด ๆ ก็ได้ โดยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของ
ส่วนกลาง ส่วนเงินอุดหนุนเฉพาะกิจนั้นจะเป็นเงินอุดหนุนที่ระบุกิจการโดยตรงท่ีองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นจะน�ำไปใช้ได้ เงินอุดหนุนส่วนน้ีจะถูกควบคุมอย่างใกล้ชิดทุกข้ันตอนจากส่วนกลาง
ตามระเบยี บท่ีรัฐบาลก�ำหนด ส่วนสญั ญามาตรฐาน คือ สัญญาที่บคุ คลหรือนติ ิบคุ คลทางกฎหมาย
มหาชน หรือทางกฎหมายแพ่งบุคคลหน่ึงกระท�ำขึ้น โดยแบบของสัญญาน้ันถูกก�ำหนดโดยบุคคล
ที่สาม การท่ีแบบของสัญญาท่ีถูกก�ำหนดขึ้นโดยบุคคลที่แล้ว จึงเท่ากับบุคคลท่ีท�ำสัญญาน้ัน ๆ
ถูกจ�ำกัดอ�ำนาจและการริเร่ิมสร้างสรรค์ในการก�ำหนดรายละเอียดทางสัญญา การใช้สัญญา
มาตรฐานเปน็ มาตรการในการกำ� กบั ดแู ลทางออ้ มนนั้ มกี ารใชอ้ ยา่ งแพรห่ ลายในระบบกฎหมายของเรา
ในส่วนท่ีเก่ียวกับการกระจายอ�ำนาจนั้นเราก็พบตัวอย่างนี้มากมาย เช่น การจัดท�ำสัญญาต่าง ๆ
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยพัสดุของหน่วยงาน
การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ก�ำหนดว่า จะต้องท�ำตามแบบที่อยู่ในส่วนท่ีแนบท้ายระเบียบนี้
การเปลี่ยนแปลงแบบของสัญญาน้ันจะกระท�ำได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากอัยการจังหวัด
หรือสำ� นกั งานอัยการสงู สุดเทา่ นน้ั
ตวั อยา่ งเกี่ยวกบั การก�ำกบั ดแู ล
ตำ� แหนง่ นายกรฐั มนตรเี ปน็ เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ตามความหมายแหง่ พระราชบญั ญตั ปิ ระกอบ
รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 4 มีอ�ำนาจหน้าท่ี
บรหิ ารราชการแผน่ ดนิ รว่ มกบั รฐั มนตรอี น่ื ตามบทบญั ญตั แิ หง่ รฐั ธรรมนญู กฎหมายนโยบายทแ่ี ถลง
ตอ่ รฐั สภาและตอ้ งรบั ผดิ ชอบรว่ มกนั ตอ่ รฐั สภาในนโยบายทว่ั ไปของคณะรฐั มนตรี โดยพระราชบญั ญตั ิ
ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ก�ำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล
และมอี ำ� นาจกำ� กบั โดยทว่ั ไปซงึ่ การบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ มอี ำ� นาจสงั่ ใหร้ าชการสว่ นกลาง ราชการ

52 ค่มู อื การปอ้ งกันการกระท�ำความผดิ เก่ียวกับการขดั กนั ระหวา่ งประโยชนส์ ่วนบุคคลกับประโยชนส์ ่วนรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

ส่วนภูมิภาค และส่วนราชการซึ่งมีหน้าที่ควบคุมราชการส่วนท้องถิ่นชี้แจงแสดงความเห็น
ท�ำรายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการ ในกรณีจ�ำเป็นจะยับยั้งการปฏิบัติราชการใด ๆ ที่ขัดต่อ
นโยบายหรือมติคณะรัฐมนตรีก็ได้ มีอ�ำนาจสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงเก่ียวกับการปฏิบัติราชการของ
ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาคและราชการส่วนท้องถิ่น มีอ�ำนาจบังคับบัญชาข้าราชการ
ฝา่ ยบรหิ ารทกุ ตำ� แหนง่ ซงึ่ สงั กดั กระทรวง ทบวง กรม และสว่ นราชการทเี่ รยี กชอื่ อยา่ งอืน่ ทม่ี ฐี านะ
เป็นกรม รวมทั้งมีอ�ำนาจด�ำเนินการอืน่ ๆ ในการปฏบิ ัติตามนโยบาย นอกจากนี้ บทบัญญตั ิมาตรา
217 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ยังก�ำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็น
ผถู้ วายคำ� แนะนำ� แกพ่ ระมหากษตั รยิ ใ์ นการใหร้ ฐั มนตรผี ใู้ ดพน้ จากการเปน็ รฐั มนตรี จงึ แสดงใหเ้ หน็
ถึงอ�ำนาจหน้าท่ีของรัฐมนตรีในการบริหารราชการแผ่นดินว่ามีของเขตอย่างกว้างขวาง มีอ�ำนาจ
เหนือข้าราชการฝา่ ยบริหารทกุ ต�ำแหน่งในทุกกระทรวง ทบวง กรม ซ่ึงมีรฐั มนตรีว่าการกระทรวง
ทบวง ต่าง ๆ เป็นผู้รับผิดชอบการบริหารราชการกระทรวงและทบวงน้ัน ๆ โดยนายกรัฐมนตร ี
มอี ำ� นาจกำ� กบั ดแู ล ตามลำ� ดบั ผ่านรฐั มนตรี
กองทุนการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เป็นหน่วยงานในธนาคาร
แหง่ ประเทศไทย จดั ตง้ั ขน้ึ ตามพระราชบญั ญตั ธิ นาคารแหง่ ประเทศไทย พ.ศ. 2485 มาตรา 29 ตรี
มีวัตถุประสงค์เพ่ือฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินให้มีความมั่นคงและเสถียรภาพในท�ำนอง
เดียวกันกับวัตถุประสงค์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนั้น กองทุนเพ่ือการฟื้นฟูและพัฒนา
ระบบสถาบันการเงินจึงเป็นหน่วยงานของรัฐซ่ึงอยู่ในสังกัดธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคาร
แห่งประเทศไทยอยู่ในการก�ำกับของกระทรวงการคลัง นายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลเป็นผู้ก�ำกับ
ดูแลกระทรวงการคลัง กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินจึงเป็นหน่วยงาน
ที่อยู่ภายใต้การก�ำกับของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลตามล�ำดับช้ัน (คดีหมายเลขด�ำท ่ี
อม. 1/2550)
ทั้งน้ี การก�ำกับดูแลเป็นอ�ำนาจท่ีกฎหมายก�ำหนดไว้ชัดเจนว่าให้แก่บุคคลใด ต�ำแหน่งใด
และหน่วยงานใด ดังจะเหน็ ไดใ้ นบทบญั ญตั ิของกฎหมายตา่ ง ๆ อาทิ
พระราชบัญญัติระเบยี บบริหารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534
มาตรา 40 ในการมอบอํานาจ ให้ผู้มอบอํานาจพิจารณาถึงการอํานวยความสะดวกแก่
ประชาชน ความรวดเรว็ ในการปฏบิ ตั ิราชการ การกระจายความรับผิดชอบตามสภาพของตาํ แหน่ง
ของผู้รับมอบอํานาจ และผู้รับมอบอํานาจต้องปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบอํานาจตามวัตถุประสงค์
ของการมอบอํานาจดงั กล่าว

คมู่ ือการปอ้ งกันการกระทำ� ความผดิ เก่ียวกับการขดั กันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกบั ประโยชน์สว่ นรวม 53
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

เมอื่ ไดม้ อบอาํ นาจแลว้ ผมู้ อบอาํ นาจมหี นา้ ทกี่ าํ กบั ดแู ลและตดิ ตามผลการปฏบิ ตั ริ าชการ
ของผู้รับมอบอาํ นาจ และใหม้ อี ํานาจแนะนาํ หรือแก้ไขการปฏิบตั ิราชการของผ้รู ับมอบอํานาจได้
มาตรา 57 ผู้วา่ ราชการจงั หวดั มีอํานาจและหน้าทดี่ งั นี
(4) กํากับดูแลการปฏิบัติราชการอันมิใช่ราชการส่วนภูมิภาคของข้าราชการซึ่งประจําอยู่
ในจังหวัดนั้น ยกเว้นข้าราชการทหาร ข้าราชการฝ่ายตุลาการ ข้าราชการฝ่ายอัยการ ข้าราชการ
พลเรือน ในมหาวิทยาลัย ข้าราชการในสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินและข้าราชการครูให้ปฏิบัติ
ราชการใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมาย ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั หรอื คาํ สง่ั ของกระทรวง ทบวง กรม หรอื มตขิ อง
คณะรฐั มนตรหี รอื การสงั่ การของนายกรฐั มนตรหี รอื ยบั ยงั้ การกระทาํ ใด ๆ ของขา้ ราชการในจงั หวดั
ทข่ี ดั ตอ่ กฎหมาย ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั หรอื คาํ สง่ั ของกระทรวง ทบวง กรม มตขิ องคณะรฐั มนตรี หรอื
การสัง่ การของนายกรัฐมนตรีไว้ชว่ั คราวแล้วรายงานกระทรวง ทบวง กรม ท่เี กย่ี วขอ้ ง
(7) กาํ กับดแู ลการบรหิ ารราชการส่วนทอ้ งถ่ินตามกฎหมาย
พระราชบญั ญตั ิการไฟฟา ฝายผลติ แหง ประเทศไทย พ.ศ. 2511 และที่แกไ้ ขเพ่มิ เติม
มาตรา 39 ใหร้ ฐั มนตรมี อี าํ นาจหนา้ ทกี่ าํ กบั โดยทวั่ ไปซงึ่ กจิ การของ กฟผ. เพอ่ื การนจ้ี ะสง่ั ให้
กฟผ. ชี้แจงข้อเทจ็ จรงิ แสดงความคิดเหน็ ทํารายงาน หรือยับย้งั การกระทาํ ทีข่ ดั ตอ่ นโยบายของ
รัฐบาลหรือมติของคณะรัฐมนตรี ตลอดจนมีอํานาจท่ีจะส่ังให้ปฏิบัติการตามนโยบายของรัฐบาล
หรือมตขิ องคณะรฐั มนตรี และสงั่ สอบสวนขอ้ เท็จจริงที่เก่ยี วกับการดาํ เนนิ กิจการได้
ควบคมุ หมายถึง การก�ำกบั ดูแลใหอ้ ยู่ในขอบเขตโดยใช้อำ� นาจ
การควบคุมบังคับบัญชา เป็นการใช้อ�ำนาจของผู้บังคับบัญชาท่ีมีเหนือผู้ใต้บังคับบัญชา
เพ่ือควบคุมและตรวจสอบ ท้ังความชอบด้วยกฎหมายและความเหมาะสมหรือดุลพินิจของ
ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา โดยผบู้ งั คบั บญั ชามอี ำ� นาจยกเลกิ เพกิ ถอนหรอื สง่ั แกไ้ ขเปลยี่ นแปลงการกระทำ� นน้ั ได้
ซึ่งในกรณีของการบริหารราชการแผ่นดินก็คือความสัมพันธ์ระหว่างราชการส่วนกลางกับราชการ
ส่วนภูมิภาค (จังหวัด, อ�ำเภอ) หรือภายในราชการส่วนกลางสังกัดเดียวกัน หรือภายในราชการ
ส่วนภมู ิภาคด้วยกนั เอง
เน่ืองจากการควบคมุ เป็นอ�ำนาจท่กี ฎหมายกำ� หนดไวช้ ดั เจนวา่ ใหแ้ ก่บุคคลใด ตำ� แหนง่ ใด
และหนว่ ยงานใด ดังจะเห็นได้ในบทบญั ญัติของกฎหมายตา่ ง ๆ อาทิ
พระราชบัญญัตริ ะเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534
มาตรา 16 สาํ นักนายกรัฐมนตรนี อกจากมนี ายกรฐั มนตรรี องนายกรัฐมนตรแี ละรัฐมนตรี
ประจาํ สํานักนายกรฐั มนตรใี ห้มปี ลดั สาํ นักนายกรฐั มนตรคี นหน่งึ มีอํานาจหน้าท่ี ดงั น้ี

54 คมู่ อื การปอ้ งกนั การกระทำ� ความผิดเกยี่ วกบั การขัดกันระหวา่ งประโยชน์สว่ นบคุ คลกบั ประโยชนส์ ว่ นรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

(1) รบั ผดิ ชอบควบคมุ ราชการประจาํ ในสาํ นกั นายกรฐั มนตรกี าํ หนดแนวทางและแผนการ
ปฏบิ ตั ริ าชการของสาํ นกั นายกรฐั มนตรแี ละลาํ ดบั ความสาํ คญั ของแผนการปฏบิ ตั ริ าชการประจาํ ปี
ของสว่ นราชการในสาํ นกั นายกรฐั มนตรใี หเ้ ปน็ ไปตามนโยบายทน่ี ายกรฐั มนตรกี าํ หนด รวมทงั้ กาํ กบั
เร่งรัด ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการปฏิบัติราชการของสว่ นราชการในสํานกั นายกรฐั มนตรี
มาตรา 21 ในกระทรวงให้มปี ลดั กระทรวงคนหนึง่ มีอํานาจหน้าทด่ี งั นี้
(1) รบั ผดิ ชอบควบคมุ ราชการประจาํ ในกระทรวง แปลงนโยบายเปน็ แนวทางและแผนการ
ปฏิบัติราชการ กํากับการทํางานของส่วนราชการในกระทรวงให้เกิดผลสัมฤทธิ์และประสาน
การปฏบิ ัติงานของส่วนราชการในกระทรวงใหม้ ีเอกภาพสอดคล้องกนั รวมท้งั เรง่ รดั ตดิ ตาม และ
ประเมินผลการปฏบิ ัติราชการของส่วนราชการในกระทรวง
มาตรา 65 นายอำ� เภอมอี ำ� นาจและหน้าทีด่ งั นี้
(4) ควบคมุ ดูแลการบริหารราชการสว่ นทอ้ งถนิ่ ในอําเภอตามกฎหมาย
ตรวจสอบ หมายถึง ตรวจเพ่ือค้นหาข้อเท็จจริง เช่น ต�ำรวจไปตรวจสอบหาหลักฐาน
ในสถานท่ีเกดิ เหตุ
ตรวจสอบ หมายถึง การตรวจสอบดูผลลพั ธ์ทีไ่ ด้วา่ ตรงตามมาตรฐานทก่ี ำ� หนดไวห้ รอื ไม่
หากผู้ปกครองใช้อ�ำนาจในการปกครองตามกฎหมายแต่ผลของการปกครองนั้น ไม่ตรงตาม
เจตนารมณแ์ ละความตอ้ งการของประชาชน หรอื การบรหิ ารและปกครองประเทศจะสง่ ผลกระทบ
ท�ำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และไม่ได้รับความเป็นธรรม ฉะนั้น องค์ประกอบส�ำคัญ
ประการหนง่ึ ของกฎหมายมหาชน คอื จะตอ้ งมอี งคก์ รและกระบวนการในการตรวจสอบและควบคมุ
การใชอ้ ำ� นาจของผปู้ กครองดว้ ย กระบวนการตรวจสอบและการควบคมุ การใชอ้ ำ� นาจในการบรหิ าร
และปกครองประเทศและการบริการสาธารณะตามหลักของกฎหมายมหาชน มีหลักการส�ำคัญ
2 ประการคอื 1) การตรวจสอบและควบคมุ การใชอ้ ำ� นาจโดยองคก์ รภายใน และ 2) การตรวจสอบ
และควบคมุ การใช้อ�ำนาจโดยองค์กรภายนอก
ด�ำเนินคดี หมายถึง ฟ้องร้องต่อศาล หรือ ร้องทุกข์ กล่าวโทษ สอบสวน ฟ้องคดี หรือ
พิจารณาพิพากษาคดี ตามกฎหมายวิธีพจิ ารณาความ
ทงั้ น้ี การตรวจสอบหรอื ดำ� เนนิ คดเี ปน็ อำ� นาจทก่ี ฎหมายกำ� หนดไวช้ ดั เจนวา่ ใหแ้ กบ่ คุ คลใด
ตำ� แหนง่ ใด และหนว่ ยงานใด ดงั จะเหน็ ไดใ้ นบทบญั ญตั ขิ องกฎหมายตา่ ง ๆ เชน่ อำ� นาจของพนกั งาน
อยั การตามพระราชบัญญัตอิ งค์กรอยั การและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 คณะกรรมการ ป.ป.ช.
ตามพระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ด้วยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

คมู่ อื การปอ้ งกนั การกระทำ� ความผดิ เก่ียวกับการขดั กนั ระหวา่ งประโยชน์ส่วนบคุ คลกับประโยชน์ส่วนรวม 55
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

สำ� นักงานต�ำรวจแห่งชาติตามพระราชบัญญตั ติ �ำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ส�ำนกั งานการตรวจเงิน
แผน่ ดนิ ตามพระราชบัญญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการตรวจเงินแผ่นดนิ พ.ศ. 2561 เป็นตน้
3.2.2 การกระท�ำของเจ้าพนกั งานของรัฐทีต่ อ้ งหา้ มตามมาตรา 127
มาตรา 127 หา้ มมิให้กรรมการ ผดู้ ำ� รงต�ำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ด�ำรงต�ำแหนง่ ระดบั สงู
และผู้ด�ำรงต�ำแหน่งทางการเมืองที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก�ำหนด ด�ำเนินการใดตามมาตรา 126
(4) ภายในสองปี นับแต่วนั ทพ่ี ้นจากตำ� แหน่ง
กล่าวคือ ห้ามเจ้าพนักงานของรัฐดังกล่าวเข้าไปมีส่วนได้เสียในฐานะเป็นกรรมการ
ทป่ี รกึ ษา ตวั แทน พนกั งาน หรอื ลกู จา้ งในธรุ กจิ ของเอกชนซงึ่ อยภู่ ายใตก้ ารกำ� กบั ดแู ล ควบคมุ หรอื
ตรวจสอบ ของหน่วยงานของรัฐท่ีเจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นสังกัดอยู่หรือปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็น
เจ้าพนักงานของรัฐ ซึ่งโดยสภาพของผลประโยชน์ของธุรกิจของเอกชนน้ันอาจขัดหรือแย้งต่อ
ประโยชนส์ ว่ นรวม หรอื ประโยชนท์ างราชการ หรอื กระทบตอ่ ความมอี สิ ระในการปฏบิ ตั หิ นา้ ทข่ี อง
เจ้าพนักงานของรฐั ผนู้ นั้ ภายใน 2 ปี นบั แต่วนั ทพี่ น้ จากตำ� แหน่ง

3.3 การบังคับใชม้ าตรา 126 และมาตรา 127 กับเจ้าพนกั งานของรัฐ

3.3.1 มาตรา 126
ใชบ้ ังคบั กบั กรรมการ ป.ป.ช. ผดู้ ำ� รงตำ� แหนง่ ในองคก์ รอสิ ระ และเจา้ พนักงานของรัฐ
ท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศก�ำหนด ได้เข้ารับต�ำแหน่งในหน้าที่น้ันตามข้ันตอนที่กฎหมาย
ก�ำหนด หรือมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งต้ัง โดยในมาตรา 126 วรรคสี่ ก�ำหนดให ้
เจ้าพนักงานของรัฐ ที่มีลักษณะตาม (2) หรือ (3) ต้องด�ำเนินการไม่ให้มีลักษณะดังกล่าวภายใน
สามสิบวัน นบั แต่วนั ทเ่ี ข้าดำ� รงตำ� แหน่ง
ท้งั นี้ ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรอื่ ง กำ� หนด
ต�ำแหน่งเจ้าพนักงานของรัฐที่ต้องห้ามมิให้ด�ำเนินกิจการตามความในมาตรา 126 พ.ศ. 2563
มผี ลบงั คบั ใชเ้ มอื่ พน้ กำ� หนดสามสบิ วนั นบั แตว่ นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป
3.3.2 มาตรา 127
ใช้บังคับกับกรรมการ ป.ป.ช. ผูด้ ำ� รงต�ำแหนง่ ในองคก์ รอิสระ ผูด้ �ำรงต�ำแหน่งระดบั สูง
และผู้ด�ำรงต�ำแหน่งทางการเมืองที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ประกาศก�ำหนด ด�ำเนินการใด
ตามมาตรา 126 (4) ภายในสองปี นับแตว่ นั ทีพ่ ้นจากต�ำแหน่ง

56 คมู่ ือการป้องกนั การกระท�ำความผิดเกีย่ วกบั การขัดกนั ระหวา่ งประโยชน์สว่ นบคุ คลกับประโยชน์สว่ นรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

3.4 ผลของการฝา่ ฝืนมาตรา 126 และมาตรา 127 และบทก�ำหนดโทษ

3.4.1 ผลของการฝา่ ฝนื ถอื เปน็ ความผดิ ตอ่ ตำ� แหนง่ หนา้ ทรี่ าชการหรอื ความผดิ ตอ่ ตำ� แหนง่
หน้าทีใ่ นการยตุ ธิ รรม
การท่ีเจ้าพนักงานของรัฐได้ด�ำเนินกิจการใด ๆ ที่เป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์
สว่ นบคุ คลกบั ประโยชนส์ ว่ นรวมนน้ั เปน็ เรอื่ งของการฝา่ ฝนื จรยิ ธรรมหรอื เปน็ การทำ� ผดิ จรยิ ธรรมของ
เจา้ พนกั งานของรฐั แตเ่ มอื่ มกี ารแกไ้ ขกฎหมายใหก้ ารกระทำ� ดงั กลา่ วใหถ้ อื เปน็ ความผดิ ตอ่ ตำ� แหนง่
หน้าที่ราชการหรือความผิดต่อต�ำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม การแก้ไขดังกล่าวจะส่งผลต่อ
คณุ สมบตั ขิ องบคุ คลในการทจ่ี ะเขา้ มาเปน็ เจา้ พนกั งานของรฐั ตามทพ่ี ระราชบญั ญตั ติ า่ ง ๆ ไดบ้ ญั ญตั ิ
ไวแ้ ละทำ� ให้การกระท�ำความผิดดงั กลา่ วอยู่ในอ�ำนาจหน้าทีข่ องคณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่มี ีอำ� นาจ
ในการไตส่ วนเจา้ พนักงานของรฐั ท่ไี ด้ถกู กล่าวหาวา่ กระท�ำความผิด

3.4.2 โทษทางอาญาตามกฎหมายประกอบรฐั ธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม
การทุจริต
เจ้าพนักงานของรัฐท่ีกระท�ำการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 126 หรือได้กระท�ำการต่าง ๆ
ทเี่ ปน็ ขอ้ หา้ มตามความในมาตรา 126 จะตอ้ งรบั โทษในทางอาญาซงึ่ กฎหมายประกอบรฐั ธรรมนญู
วา่ ด้วยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ ริต มาตรา 168 ต้องระวางโทษจ�ำคุกไมเ่ กนิ สามปี หรือ
ปรบั ไม่เกนิ หกหมนื่ บาท หรอื ทั้งจ�ำท้งั ปรับ
สำ� หรบั กรณีความผดิ ตามมาตรา 126 วรรคสอง ซงึ่ ใหน้ �ำความในวรรคหนึ่ง มาใช้บงั คบั กบั
คสู่ มรสของเจา้ พนกั งานของรฐั ตามวรรคหนงึ่ ดว้ ย ถา้ พสิ จู นไ์ ดว้ า่ เจา้ พนกั งานของรฐั นนั้ รเู้ หน็ ยนิ ยอมดว้ ย
เจ้าพนักงานของรัฐนั้นต้องระวางโทษจ�ำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหม่ืนบาท หรือ
ทงั้ จำ� ทงั้ ปรบั ทงั้ น้ี การรบั โทษในทางอาญาตามทบี่ ญั ญตั ไิ วใ้ นมาตรา 168 นน้ั บคุ คลทจ่ี ะตอ้ งรบั โทษ
ตามกฎหมาย ได้แก่ เจ้าพนักงานของรัฐในต�ำแหน่งที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศก�ำหนด
ตำ� แหนง่ ไวเ้ ปน็ การเฉพาะ หากคสู่ มรสของเจา้ พนกั งานของรฐั มไิ ดเ้ ปน็ เจา้ พนกั งานของรฐั กฎหมาย
มิไดบ้ ญั ญัติใหต้ อ้ งรับโทษในกรณนี ้ี
เจ้าพนักงานของรัฐที่กระท�ำการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 127 หรือได้กระท�ำการต่าง ๆ
ทเ่ี ปน็ ขอ้ หา้ มตามความในมาตรา 127 จะตอ้ งรบั โทษในทางอาญาซงึ่ กฎหมายประกอบรฐั ธรรมนญู
วา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ มาตรา 170 ตอ้ งระวางโทษจำ� คกุ ไมเ่ กนิ หกเดอื น หรอื
ปรับไม่เกนิ หนึง่ หม่ืนบาท หรือทั้งจำ� ทั้งปรับ

คูม่ ือการป้องกันการกระทำ� ความผดิ เก่ยี วกับการขดั กนั ระหว่างประโยชน์สว่ นบคุ คลกับประโยชน์ส่วนรวม 57
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

บทบัญญัติ มาตรา 126 และมาตรา 127 ได้มีการบัญญัติให้ความผิดในหมวดที่ 6 นี้
ให้ถือเป็นการกระท�ำความผิดต่อต�ำแหน่งหน้าท่ีราชการหรือความผิดต่อต�ำแหน่งหน้าที่ในการ
ยุติธรรม ทั้งนี้ ตามความในมาตรา 129
3.5 บทสรุป
มาตรา 126 และมาตรา 127 แหง่ พระราชบญั ญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั
และปราบปรามการทจุ รติ พ.ศ. 2561 เปน็ การปอ้ งกันการขดั กนั ระหว่างประโยชน์ส่วนบคุ คลกบั
ประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งมีท่ีมาจากการที่เจ้าพนักงานของรัฐได้รับมอบอ�ำนาจจากรัฐ ท�ำให้มีอ�ำนาจ
ในการอนุมตั ิ อนุญาต การใหส้ มั ปทาน และลงนามในสญั ญาต่าง ๆ รวมถงึ เจ้าพนักงานของรัฐทม่ี ี
อ�ำนาจในการกำ� กับ ดแู ล ควบคุม ตรวจสอบ หรอื ดำ� เนนิ คดี โดยเจา้ พนกั งานของรฐั ซ่ึงอยใู่ นตำ� แหนง่ น้ัน
มีโอกาสและความเส่ียงท่ีจะกระท�ำการในส่ิงที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ได้ จึงมีการออก
กฎหมายเพอื่ ควบคมุ และปอ้ งกนั พฤตกิ ารณด์ งั กลา่ ว ทงั้ นี้ อาจสรปุ สาระสำ� คญั ของกฎหมายมาตรา
126 และมาตรา 127 ไดด้ ังน้ี

58

ลักษณะกจิ การท่ีต้องห้าม ม.126 (2) ม.126 (3) ลักษณะกจิ การท่ีต้องห้าม คมู่ ือการปอ้ งกนั การกระทำ� ความผิดเกยี่ วกบั การขดั กันระหว่างประโยชนส์ ่วนบคุ คลกบั ประโยชน์สว่ นรวม
1) เปน็ หุ้นส่วน/ผ้ถู อื หุ้น 1) รับสัมปทาน/คงไวซ้ ึ่งสมั ปทาน ตามมาตรา 126 และมาตรา 127
2) ในห้างหนุ้ ส่วนหรือบริษัท 2) เป็นคสู่ ัญญาในลกั ษณะผูกขาดตดั ตอน
* ท่เี ขา้ เป็นคสู่ ญั ญากับหนว่ ยงานของรัฐ *เป็นหุน้ สว่ นหรอื ผู้ถอื ห้นุ ตาม 1) และ 2)

เจา้ พนักงานของรัฐ เจ้าพนกั งานของรฐั
มีอ�ำนาจ ก�ำกบั ดูแล มอี ำ� นาจ ก�ำกับ ดแู ล
ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำ� เนนิ คดี ควบคมุ ตรวจสอบ หรือด�ำเนนิ คดี
โดยตรง หรอื โดยออ้ ม โดยตรง หรือโดยอ้อม

ลกั ษณะกิจการทต่ี ้องหา้ ม ม.126 (1) ม.126 (4) ลักษณะกิจการท่ตี อ้ งหา้ ม
1) เปน็ คู่สญั ญา เขา้ ไปมสี ่วนได้เสยี ในธรุ กจิ เอกชน
2) มีส่วนไดเ้ สียในสญั ญา 1) คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะ กรรมการ ทีป่ รกึ ษา ตัวแทน
*กับหน่วยงานของรัฐทีป่ ฏิบตั หิ นา้ ทอี่ ยู่ 2) ผดู้ ำ� รงตำ� แหน่งในองค์กรอิสระตามรฐั ธรรมนญู พนกั งาน ลกู จ้าง
3) เจ้าพนกั งานของรฐั ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ประกาศกำ� หนด
เจ้าพนกั งานของรฐั หน่วยงานของรฐั ท่ีสังกัด
มอี ำ� นาจ ก�ำกับ ดูแล มีอำ� นาจ ก�ำกบั ดแู ล ควบคุม
ควบคุม ตรวจสอบ หรอื ดำ� เนนิ คดี ตรวจสอบ
โดยตรง หรอื โดยออ้ ม

บทท่ี 4

แนวทางปฏิบัติเพอื่ ปอ้ งกันมใิ ห้มีการฝ่าฝนื บทบญั ญัติ
มาตรา 126 และมาตรา 127

ตามพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ พ.ศ. 2561

4.1 การเตรียมตัวก่อนเข้าสูต่ ำ� แหน่ง (ก่อนเปน็ เจ้าพนักงานของรัฐ)
บคุ คลยอ่ มมสี ทิ ธใิ นการเขา้ มาเปน็ เจา้ พนกั งานของรฐั และกอ่ นทจ่ี ะเปน็ เจา้ พนกั งานของรฐั
บุคคลนั้นจะอยู่ในสถานะของเอกชน จึงมีสิทธิในการท�ำมาหากินเลี้ยงชีพโดยการประกอบอาชีพ
หรือประกอบวิชาชีพใด ๆ ไดต้ ามใจสมัคร เว้นแต่เปน็ กรณที ม่ี ีกฎหมายได้ห้ามไว้ แต่ตราบใดกต็ าม
เม่ือบุคคลนั้นมีความประสงค์จะเข้ามาเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ โดยเฉพาะต�ำแหน่งที่มีกฎหมาย
บัญญัติห้ามมิให้ด�ำเนินกิจการที่เป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม
บคุ คลจะตอ้ งมกี ารเตรยี มการกอ่ นเขา้ สตู่ ำ� แหนง่ การไมเ่ ตรยี มความพรอ้ มจะทำ� ใหบ้ คุ คลนนั้ มสี ภาพ
ปัญหาส่วนตนที่จะต้องรักษาผลประโยชน์ส่วนตนไว้ เม่ือเข้ามาเป็นเจ้าพนักงานของรัฐแล้ว
การประกอบอาชีพบางอย่างที่ได้กระท�ำไว้กับรัฐ หรือการอยู่ในฐานะต่าง ๆ ในธุรกิจการค้าของ
เอกชนที่ได้ท�ำกันไว้ก่อนเข้ามาเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ อาจจะเป็นส่ิงท่ีกฎหมายห้ามกระท�ำหรือ
ห้ามด�ำเนินกิจการในขณะท่ีบุคคลนั้นเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ดังน้ันเม่ือไม่มีการเตรียมตัวในเรื่องน้ี
จงึ เปน็ ตน้ เหตขุ องการกระทำ� ผดิ กฎหมายและจะสง่ ผลรา้ ยตอ่ เจา้ พนกั งานของรฐั ผนู้ น้ั เชน่ การตอ้ งพน้
จากตำ� แหนง่ การได้รบั โทษจ�ำคุก หรอื ปรบั หรือทง้ั จ�ำท้งั ปรับ เปน็ ตน้
ในการเตรยี มตัวของบุคคลก่อนเข้ามารบั ต�ำแหนง่ เจ้าพนกั งานของรัฐ บคุ คลนั้น ๆ จะตอ้ ง
ตรวจสอบตนเอง ค่สู มรส และผซู้ งึ่ อยกู่ นิ กนั ฉนั สามีภรยิ าโดยมิได้จดทะเบียนสมรส ดงั นี้
ข้ันตอนที่ 1 ตรวจสอบว่าต�ำแหน่งที่ตนเองจะเข้าด�ำรงต�ำแหน่งนั้นเป็นต�ำแหน่งที่ห้าม
ด�ำเนินกิจการท่ีอาจก่อให้เกิดการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมหรือไม่
ซึ่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

60 คมู่ ือการป้องกนั การกระทำ� ความผดิ เกี่ยวกบั การขัดกนั ระหวา่ งประโยชนส์ ่วนบุคคลกับประโยชนส์ ่วนรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

หมวด 6 การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม มาตรา 126 ได้ก�ำหนด
ตำ� แหนง่ ทหี่ า้ มดำ� เนนิ กจิ การดงั กลา่ ว ประกอบดว้ ย กรรมการ ป.ป.ช. และเจา้ พนกั งานของรฐั ทถี่ กู
ก�ำหนดไว้ตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง ก�ำหนด
ต�ำแหน่งเจ้าพนกั งานของรฐั ทต่ี ้องหา้ มมใิ หด้ �ำเนนิ กิจการตามความ ในมาตรา 126 พ.ศ. 2563
ขน้ั ตอนที่ 2 เมอ่ื ตรวจสอบแลว้ พบวา่ ตำ� แหนง่ ทตี่ นเองจะเขา้ ดำ� รงตำ� แหนง่ นน้ั เปน็ ตำ� แหนง่
ทีห่ ้ามดำ� เนินกจิ การตามมาตรา 126 ขั้นตอนตอ่ ไปจะต้องตรวจสอบการดำ� เนนิ กจิ การต่าง ๆ ของ
ตนเอง วา่ ไดเ้ ปน็ คสู่ ญั ญากบั หนว่ ยงานของรฐั เปน็ หนุ้ สว่ นหรอื เปน็ ผถู้ อื หนุ้ ในธรุ กจิ ของเอกชนทเ่ี ขา้ เปน็
คู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ รับสัมปทานหรือคงถือไว้ซ่ึงสัมปทาน หรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐที่มี
ลกั ษณะผกู ขาดตดั ตอน รวมถงึ เปน็ หนุ้ สว่ นหรอื เปน็ ผถู้ อื หนุ้ ในหา้ งหนุ้ สว่ นหรอื บรษิ ทั ทร่ี บั สมั ปทาน
หรือ เข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าวในขณะท่ีตนเองนั้นอยู่ในสถานะของเอกชน โดยจะต้อง
ตรวจสอบการด�ำเนินการดังกล่าว ซ่ึงอาจก่อให้เกิดการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับ
ประโยชนส์ ว่ นรวมตามที่มกี ฎหมายบัญญตั หิ ้ามไว้หรอื ไม่ และกิจการเหลา่ นั้นเปน็ กิจการทีอ่ ยูภ่ ายใต้
การก�ำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือด�ำเนินคดีของเจ้าพนักงานของรัฐต�ำแหน่งท่ีตนเองจะเข้า
ดำ� รงต�ำแหนง่ ไมว่ า่ โดยตรงหรอื โดยอ้อมหรือไม่
ทั้งนี้ การด�ำเนินกิจการต่าง ๆ ในลักษณะดังกล่าวข้างต้นของคู่สมรส และผู้ซึ่งอยู่กินกัน
ฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส จะได้รับการยกเว้นตามกฎหมายให้สามารถกระท�ำได ้
เฉพาะกรณที มี่ กี ารดำ� เนินการอย่กู อ่ นที่เจ้าพนกั งานของรฐั ผ้นู ัน้ จะเข้าดำ� รงตำ� แหนง่
ขนั้ ตอนที่ 3 เมอ่ื ตรวจสอบแลว้ พบวา่ ตนเองมกี ารดำ� เนนิ กจิ การซง่ึ อาจกอ่ ใหเ้ กดิ การขดั กนั
ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมตามที่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไว้ จะต้องศึกษา
กฎหมายท่ีเกี่ยวข้อง เพ่ือให้ทราบว่าก่อนท่ีจะเข้าสู่ต�ำแหน่งเป็นเจ้าพนักงานของรัฐน้ัน ตนเองจะ
ต้องด�ำเนนิ การตา่ ง ๆ ท่ีเก่ียวกับการทำ� การค้า การทำ� ธรุ กิจน้นั ๆ อย่างไรให้เปน็ ไปตามกฎหมาย
และตามกำ� หนดระยะเวลาทีก่ ฎหมายบัญญตั ิไว้

4.2 การปฏิบตั หิ น้าทห่ี รอื การดำ� รงตนในระหวา่ งเปน็ เจ้าพนกั งานของรฐั

4.2.1 เจ้าพนักงานของรัฐในต�ำแหน่ง กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ด�ำรงต�ำแหน่งในองค์กรอิสระ
และเจ้าพนักงานของรัฐท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ประกาศก�ำหนดไว้ ในขณะท่ีได้ด�ำรงต�ำแหน่ง
ตามขา้ งตน้ จะต้องไมด่ �ำเนินกจิ การใด ๆ ท่เี ป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์กับหนว่ ยงานของรัฐที่
เจา้ พนกั งานของรฐั ผนู้ น้ั ปฏบิ ตั หิ นา้ ทใ่ี นฐานะทเ่ี ปน็ เจา้ พนกั งานของรฐั ซง่ึ มอี ำ� นาจไมว่ า่ โดยตรงหรอื
โดยอ้อมในการกำ� กบั ดูแล ควบคมุ ตรวจสอบหรือดำ� เนนิ คดี โดยกิจการที่ต้องหา้ ม มดี ังนี้

คมู่ ือการปอ้ งกันการกระท�ำความผิดเก่ียวกบั การขัดกันระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นบคุ คลกบั ประโยชนส์ ว่ นรวม 61
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

1) การเป็นคู่สัญญาหรอื มีสว่ นไดเ้ สยี ในสญั ญาทีท่ �ำกับหนว่ ยงานของรัฐ
2) การเปน็ หนุ้ สว่ นในหา้ งหนุ้ สว่ นหรอื ผถู้ อื หนุ้ ในบรษิ ทั ทเ่ี ขา้ เปน็ คสู่ ญั ญากบั หนว่ ยงานของรฐั
3) การรบั สมั ปทานหรอื คงถอื ไวซ้ ง่ึ สมั ปทานหรอื เขา้ เปน็ คสู่ ญั ญากบั รฐั อนั มลี กั ษณะผกู ขาด
ตัดตอน รวมถึงการเป็นผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือเป็นหุ้นส่วนในบริษัทที่รับสัมปทานหรือได้ท�ำ
สญั ญาในลกั ษณะดังกลา่ ว
4) การเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจของเอกชนซึ่งอยู่ภายใต้การก�ำกับ ดูแล ควบคุม
หรือตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐท่ีตนสังกัดอยู่หรือปฏิบัติหน้าท่ีอยู่ โดยเข้าไปมีส่วนได้เสียใน
ฐานะกรรมการ ทปี่ รกึ ษา ตวั แทน พนกั งานหรอื ลกู จา้ ง ซงึ่ โดยสภาพของผลประโยชนข์ องธรุ กจิ ของ
เอกชนอาจขดั หรอื แยง้ ตอ่ ประโยชนส์ ว่ นรวมหรอื ประโยชนท์ างราชการ หรอื กระทบตอ่ ความมอี สิ ระ
ในการปฏิบตั ิหน้าทขี่ องตน
4.2.2 คู่สมรสและผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสของเจ้าพนักงาน
ของรัฐตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศก�ำหนด กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตได้ห้ามมิให้ด�ำเนินการใด ๆ ที่เป็นการขัดกันระหว่าง
ประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมดังกล่าวข้างต้นหลังจากท่ีเจ้าพนักงานของรัฐเข้าด�ำรง
ตำ� แหน่งไวด้ ้วย
การท�ำความเข้าใจกับคู่สมรสหรือผู้ซ่ึงอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส
ใหป้ ฏบิ ตั ติ ามกฎหมายจงึ มคี วามสำ� คญั หากไมส่ ามารถทำ� ใหเ้ ขา้ ใจในหลกั การของกฎหมายไดแ้ ลว้
หรอื เกดิ ความเขา้ ใจในขอ้ กฎหมายทไ่ี มถ่ กู ตอ้ ง หรอื ในกรณที ค่ี สู่ มรสหรอื ผซู้ ง่ึ อยกู่ นิ กนั ฉนั สามภี รยิ า
โดยมไิ ดจ้ ดทะเบียนสมรสไดก้ ระทำ� โดยความพลง้ั เผลอ หรือโดยการรู้เทา่ ไมถ่ งึ การณ์ และเป็นการ
ด�ำเนินกิจการที่เป็นการต้องห้ามตามกฎหมายในมาตรา 126 การด�ำเนินกิจการของคู่สมรสหรือ
ผู้ซ่ึงอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสนั้นจะน�ำมาซ่ึงพิษภัยและเป็นโทษกับ
เจ้าพนกั งานของรฐั ผู้นนั้ กล่าวคอื แมต้ นเองจะมไิ ด้กระท�ำการทกี่ ฎหมายบัญญตั เิ ป็นความผดิ ไว้ แตไ่ ด้
ปล่อยปละละเลยไม่ใส่ใจกับการด�ำเนินกิจการของคู่สมรสหรือผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้
จดทะเบยี นสมรส ทำ� ให้มกี ารด�ำเนนิ กจิ การตา่ ง ๆ ตามทก่ี ฎหมายห้ามไว้ เจ้าพนกั งานของรัฐผู้นัน้
ก็จะต้องได้รับโทษทางอาญาท่ีเกิดจากการกระท�ำของคู่สมรสหรือผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยา
โดยมไิ ดจ้ ดทะเบยี นสมรส โดยจะต้องถูกระวางโทษจ�ำคกุ หรอื ปรับ หรอื ท้งั จ�ำทั้งปรบั แล้วแตก่ รณี

62 คมู่ ือการปอ้ งกันการกระทำ� ความผดิ เกย่ี วกบั การขดั กันระหว่างประโยชนส์ ่วนบคุ คลกับประโยชนส์ ว่ นรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

ดังน้ัน การท�ำความเข้าใจกฎหมาย มาตรา 126 เพ่ือให้รู้ถึงข้อห้ามกระท�ำการ
ของเจา้ พนกั งานของรฐั และข้อห้ามมิใหค้ ู่สมรสหรือผซู้ ง่ึ อยกู่ ินกันฉนั สามภี ริยาโดยมไิ ดจ้ ดทะเบยี น
สมรสของเจ้าพนักงานของรัฐ ในการด�ำเนินกิจการท่ีเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล
กบั ประโยชนส์ ว่ นรวม จงึ มคี วามสำ� คญั อยา่ งยง่ิ ตอ่ เจา้ พนกั งานของรฐั และคสู่ มรสหรอื ผซู้ งึ่ อยกู่ นิ กนั
ฉันสามีภริยา โดยมิได้จดทะเบียนสมรสของเจ้าพนักงานของรัฐนั้น ๆ ทั้งน้ีเจ้าพนักงานของรัฐจะ
เพกิ เฉยหรอื ละเลยเสยี มิได้

4.3 การด�ำเนินกิจการในภายหลังที่ได้พ้นจากตำ� แหน่ง (พ้นจากการเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ
ยังไม่ถงึ 2 ป)ี
พระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ พ.ศ. 2561
มาตรา 127 ไดบ้ ญั ญัตหิ ้ามมิให้เจ้าพนกั งานของรฐั ดำ� เนินกจิ การท่ีเป็นการขดั กนั ระหวา่ ง
ประโยชนส์ ว่ นบคุ คลกบั ประโยชนส์ ว่ นรวม โดยหา้ มดำ� เนนิ กจิ การนนั้ ตอ่ ไปอกี เปน็ เวลา 2 ปี นบั แต่
เจ้าพนักงานของรัฐผู้น้ันได้พ้นจากตำ� แหน่งเจ้าพนักงานของรัฐในต�ำแหน่งน้ัน ๆ แล้ว เฉพาะการ
ดำ� เนินการตามมาตรา 126 (4) เทา่ นัน้ คอื หา้ มเขา้ ไปมสี ่วนได้เสยี ในฐานะเปน็ กรรมการ ท่ปี รกึ ษา
ตวั แทน พนกั งานหรอื ลกู จา้ งในธรุ กจิ ของเอกชนซงึ่ อยภู่ ายใตก้ ารกำ� กบั ดแู ล ควบคมุ หรอื ตรวจสอบ
ของหนว่ ยงานของรฐั ทเี่ จา้ พนกั งานของรฐั ผนู้ นั้ พน้ จากตำ� แหนง่ ซงึ่ โดยสภาพของผลประโยชนข์ อง
ธุรกิจของเอกชนนั้นอาจขัดหรือแย้งต่อประโยชน์ส่วนรวม หรือประโยชน์ทางราชการ ซ่ึงการ
ห้ามในส่วนนี้มิได้ห้ามรวมถึงการด�ำเนินกิจการของคู่สมรสหรือผู้ซ่ึงอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้
จดทะเบียนสมรสของเจ้าพนักงานของรฐั
ในการปฏิบัติเพื่อป้องกันมิให้มีการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 126 และมาตรา 127
ตามพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ พ.ศ. 2561 นน้ั
ห า ก เ จ ้ า พ นั ก ง า น ข อ ง รั ฐ มี ข ้ อ ส ง สั ย ส า ม า ร ถ ท� ำ ห นั ง สื อ ห า รื อ ม า ยั ง ส� ำ นั ก ก า ร ขั ด กั น แ ห ่ ง
ผลประโยชน์ สำ� นกั งาน ป.ป.ช. เลขที่ 361 ถนนนนทบรุ ี ตำ� บลทา่ ทราย อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี จงั หวดั
นนทบรุ ี 11000

บทที่ 5

บทสรุป

มาตรา 126 และมาตรา 127 เปน็ บทบญั ญตั เิ พอ่ื ปอ้ งกนั การขดั กนั ระหวา่ งประโยชนส์ ว่ น
บุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งมีท่ีมาจากการท่ีเจ้าพนักงานของรัฐได้รับมอบอ�ำนาจจากรัฐให้มี
อ�ำนาจในการอนุมัติ อนุญาต การให้สัมปทาน และลงนามในสัญญาต่าง ๆ รวมถึงอ�ำนาจในการ
กำ� กับ ดูแล ควบคมุ ตรวจสอบ หรือดำ� เนนิ คดี จึงบญั ญตั ิกฎหมายในการห้ามเจา้ พนกั งานของรัฐ
บางตำ� แหนง่ ตามทก่ี ฎหมายกำ� หนดรวมถงึ คสู่ มรสดำ� เนนิ กจิ การบางอยา่ ง เวน้ แตค่ สู่ มรสดำ� เนนิ การ
ดังกล่าวอยู่กอ่ นท่เี จา้ พนักงานของรฐั จะเข้าด�ำรงต�ำแหนง่ เพอื่ ป้องกันการขดั ระหว่างผลประโยชน์
สว่ นตนกบั หนา้ ทท่ี ตี่ อ้ งปฏบิ ตั เิ พอ่ื รกั ษาผลประโยชนข์ องสว่ นรวมหรอื ผลประโยชนข์ องประเทศชาติ
ขณะทด่ี �ำรงต�ำแหน่งและเมอื่ พน้ จากตำ� แหนง่ ภายในระยะเวลา 2 ปี ดังน้ ี
ลกั ษณะกจิ การทตี่ ้องห้ามตามมาตรา 126
1) เปน็ คสู่ ญั ญาหรอื มสี ว่ นไดเ้ สยี ในสญั ญาทท่ี ำ� กบั หนว่ ยงานของรฐั ทผ่ี นู้ น้ั ปฏบิ ตั หิ นา้ ที่
ในฐานะทเี่ ปน็ เจา้ พนกั งานของรัฐซ่ึงมีอำ� นาจไมว่ ่าโดยตรงหรอื โดยอ้อมในการกำ� กบั ดูแล ควบคุม
ตรวจสอบ หรอื ด�ำเนนิ คดี
2) เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทท่ีเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงาน
ของรฐั ทผ่ี นู้ นั้ ปฏบิ ตั หิ นา้ ทใ่ี นฐานะทเี่ ปน็ เจา้ พนกั งานของรฐั ซงึ่ มอี ำ� นาจไมว่ า่ โดยตรงหรอื โดยออ้ ม
ในการก�ำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือด�ำเนินคดี เว้นแต่จะเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจ�ำกัดหรือ
บริษัทมหาชนจ�ำกดั ไมเ่ กินร้อยละ 5 ของจำ� นวนหนุ้ ทงั้ หมดทจี่ ำ� หนา่ ยได้ในบริษัทนั้น
ทั้งน้ี หากเจ้าพนักงานของรัฐท่ีเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นดังกล่าว ต้องด�ำเนินการไม่ให้มี
ลกั ษณะดงั กลา่ วภายใน 30 วันนบั แตว่ ันทีเ่ ขา้ ด�ำรงตำ� แหนง่

64 ค่มู อื การป้องกันการกระทำ� ความผดิ เกี่ยวกับการขัดกนั ระหวา่ งประโยชน์สว่ นบคุ คลกบั ประโยชนส์ ่วนรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

3) รับสัมปทานหรือคงถือไว้ซึ่งสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญาอันมีลักษณะเป็นการ
ผูกขาดตัดตอนจากรัฐ หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ด�ำเนินกิจการ
ในลกั ษณะดงั กลา่ ว ในฐานะท่เี ปน็ เจ้าพนักงานของรัฐซ่งึ มีอ�ำนาจไมว่ ่าโดยตรงหรอื โดยอ้อมในการ
ก�ำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือด�ำเนินคดี เว้นแต่จะเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจ�ำกัดหรือบริษัท
มหาชนจ�ำกัดไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 5 ของจำ� นวนหุ้นทั้งหมดท่จี ำ� หนา่ ยได้ในบริษัทน้ัน
ท้ังน้ี หากเจ้าพนักงานของรัฐท่ีเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นดังกล่าว ต้องด�ำเนินการไม่ให้มี
ลกั ษณะดังกลา่ วภายใน 30 วันนับแต่วันที่เข้าด�ำรงตำ� แหนง่
4) เข้าไปมสี ว่ นไดเ้ สียในฐานะเปน็ กรรมการ ทีป่ รกึ ษา ตัวแทน พนกั งาน หรือลกู จา้ ง
ในธุรกิจ ของเอกชน ซ่ึงอยู่ภายใต้การก�ำกับ ดูแล ควบคุม หรือตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐ
ที่เจ้าพนักงานของรัฐผู้น้ันสังกัดอยู่หรือปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ซ่ึงโดยสภาพ
ของผลประโยชน์ของธุรกิจของเอกชนนั้นอาจขัดหรือแย้งต่อประโยชน์ส่วนรวม หรือประโยชน์
ทางราชการ หรอื กระทบตอ่ ความมีอสิ ระในการปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีของเจ้าพนักงานของรฐั ผู้น้ัน

คูส่ มรสของเจ้าพนกั งานของรฐั ตามมาตรา 126

มาตรา 126 นอกจากใช้บังคับกับเจ้าพนักงานของรัฐตามที่กฎหมายก�ำหนด ยังใช้บังคับ
กับคู่สมรสของเจ้าพนักงานของรัฐดังกล่าว เว้นแต่เป็นกรณีท่ีคู่สมรสนั้นด�ำเนินการอยู่ก่อนท ี่
เจา้ พนกั งานของรฐั จะเขา้ ดำ� รงตำ� แหนง่ คสู่ มรสตามมาตรา 126 นอกจากคสู่ มรสทจี่ ดทะเบยี นสมรส
ถกู ตอ้ งตามกฎหมายแลว้ ยงั หมายความรวมถงึ ผซู้ ง่ึ อยกู่ นิ กนั ฉนั สามภี รยิ าโดยมไิ ดจ้ ดทะเบยี นสมรส
กบั เจา้ พนักงานของรฐั และมลี ักษณะอย่างหน่งึ อยา่ งใด ดงั ตอ่ ไปนี้
(1) ไดท้ ำ� พธิ มี งคลสมรสหรอื พธิ อี นื่ ใดในทำ� นองเดยี วกนั กบั เจา้ พนกั งานของรฐั โดยมบี คุ คล
ในครอบครัวหรอื บคุ คลภายนอกรับทราบวา่ เป็นการอยูก่ ินเปน็ สามภี ริยากนั ตามประเพณี
(2) เจ้าพนักงานของรัฐแสดงให้ปรากฏว่ามีสถานะเป็นสามีภริยากัน หรือมีพฤติการณ์
เปน็ ทร่ี บั รู้ของสงั คมทวั่ ไปวา่ มีสถานะดงั กลา่ ว
(3) บคุ คลซง่ึ จดทะเบยี นสมรสกบั เจา้ พนกั งานของรฐั และตอ่ มาไดจ้ ดทะเบยี นหยา่ ขาดจากกนั
ตามกฎหมาย แต่ยังปรากฏหรือมีพฤติการณ์ซ่ึงเป็นที่รับรู้ของสังคมทั่วไปว่ามีสถานะเป็นสามี
หรอื ภรยิ ากัน

ค่มู ือการป้องกันการกระท�ำความผิดเก่ยี วกับการขัดกันระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นบคุ คลกับประโยชนส์ ว่ นรวม 65
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

หา้ มเจา้ พนกั งานของรฐั ดำ� เนนิ กจิ การทเี่ ปน็ การขดั กนั ระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นบคุ คลกบั ประโยชน์
ส่วนรวม ภายใน 2 ปีนบั แต่วันท่พี น้ จากตำ� แหนง่
มาตรา 127 ได้กำ� หนดห้ามมิให้กรรมการ ป.ป.ช. ผดู้ �ำรงตำ� แหน่งในองคก์ รอิสระ ผู้ด�ำรง
ตำ� แหนง่ ระดบั สงู และผดู้ ำ� รงตำ� แหนง่ ทางการเมอื งทค่ี ณะกรรมการ ป.ป.ช. กำ� หนด เขา้ ไปมสี ว่ นได้
เสียในฐานะเป็นกรรมการ ที่ปรึกษา ตัวแทน พนักงาน หรือลูกจ้างในธรุ กจิ ของเอกชนซง่ึ อยภู่ ายใต้
การกำ� กบั ดแู ล ควบคมุ หรอื ตรวจสอบของหนว่ ยงานของรฐั ทเี่ จา้ พนกั งานของรฐั ผนู้ นั้ สงั กดั อยหู่ รอื
ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ซ่ึงโดยสภาพของผลประโยชน์ของธุรกิจของเอกชน
นัน้ อาจขดั หรอื แยง้ ต่อประโยชนส์ ่วนรวม หรอื ประโยชน์ทางราชการ หรอื กระทบตอ่ ความมีอิสระ
ในการปฏบิ ัตหิ น้าทขี่ องเจ้าพนักงานของรฐั ผนู้ น้ั ภายใน 2 ปนี บั แตว่ นั ทพ่ี ้นจากตำ� แหน่ง

ผลของการกระทำ� อันเป็นการฝา่ ฝนื มาตรา 126 และมาตรา 127
การกระทำ� อนั เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 126 และมาตรา 127 ถือวา่ เป็นการกระทำ� ความผดิ
ตอ่ ตำ� แหนง่ หน้าทร่ี าชการ หรอื ต่อตำ� แหน่งหนา้ ทีใ่ นการยตุ ธิ รรมและกำ� หนดบทลงโทษ ดงั น้ ี
1. กรณีเจ้าหนา้ ท่ขี องรฐั ท�ำการฝา่ ฝนื มาตรา 126 ต้องระวางโทษจ�ำคกุ ไม่เกนิ 3 ปี หรอื
ปรบั ไมเ่ กนิ 60,000 บาท หรือทั้งจ�ำทง้ั ปรับ
2. กรณคี สู่ มรสของเจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั ทดี่ ำ� เนนิ กจิ การเปน็ การฝา่ ฝนื มาตรา 126 ถา้ พสิ จู นไ์ ด้
วา่ เจา้ พนกั งานของรฐั นนั้ รเู้ หน็ ยนิ ยอมดว้ ย เจา้ พนกั งานของรฐั นนั้ ตอ้ งระวางโทษจำ� คกุ ไมเ่ กนิ 3 ปี
หรอื ปรับไมเ่ กนิ 60,000 บาท หรอื ทง้ั จำ� ทัง้ ปรับ
3. กรณที ่เี จ้าพนักงานของรัฐผ้ใู ดฝา่ ฝนื มาตรา 127 ตอ้ งระวางโทษจำ� คุกไม่เกิน 6 เดอื น
หรือปรบั ไม่เกิน 10,000 บาท หรอื ทั้งจำ� ท้งั ปรบั

66 คมู่ ือการปอ้ งกนั การกระทำ� ความผิดเกยี่ วกบั การขดั กันระหว่างประโยชนส์ ่วนบคุ คลกบั ประโยชน์สว่ นรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

ค่มู อื การปอ้ งกันการกระทำ� ความผดิ เก่ยี วกบั การขดั กนั ระหวา่ งประโยชน์สว่ นบคุ คลกบั ประโยชน์ส่วนรวม 67
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

68 ค่มู อื การปอ้ งกนั การกระทำ� ความผิดเกี่ยวกับการขัดกนั ระหวา่ งประโยชน์ส่วนบคุ คลกบั ประโยชน์ส่วนรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

แผนภาพกระบวนการไตส่ วนขอ้ เท็จจริงทีอ่ ยใู่ นอำ� นาจคณะกรรมการ ป.ป.ช.
กรณี การกระทำ� ขดั กันระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นบคุ คลกับประโยชน์ส่วนรวม
การกระทำ� อนั เปน็ การฝา่ ฝนื มาตรา 126 และมาตรา 127 ถอื ว่าเปน็ การกระทำ� ความผดิ
ต่อต�ำแหน่งหน้าท่ีราชการหรือต่อต�ำแหน่งหน้าท่ีในการยุติธรรม คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอ�ำนาจ
ในการไตส่ วนข้อเท็จจรงิ โดยมกี ระบวนการไต่สวนข้อเทจ็ จรงิ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดังน้ี

คู่มือการป้องกนั การกระทำ� ความผิดเก่ียวกบั การขัดกันระหว่างประโยชนส์ ว่ นบคุ คลกับประโยชน์ส่วนรวม 69
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

ถาม/ตอบ

1. ถาม เป็นคสู่ ัญญามีความหมายอยา่ งไร
ตอบ การเป็นคู่สัญญา หมายถึง เจ้าหน้าท่ีของรัฐในต�ำแหน่งที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.
ได้ประกาศก�ำหนดฯ มิให้ด�ำเนินกิจการตามความในมาตรา 126 ได้เข้ามาท�ำสัญญากับรัฐและ
เจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั นนั้ ฯ จะตอ้ งเขา้ ไปเกยี่ วขอ้ งกบั สญั ญานนั้ จากการใชอ้ ำ� นาจหนา้ ทต่ี ามกฎหมายของ
ตำ� แหนง่ นน้ั ๆ โดยทส่ี ญั ญาทก่ี ลา่ วถงึ น้ี จงึ ไดแ้ ก่ สญั ญาทรี่ ฐั ไดท้ ำ� ขน้ึ ตามระเบยี บฯ ทใ่ี ชก้ บั หนว่ ยงาน
ของรัฐในการจัดซื้อจัดจ้างต่าง ๆ เป็นต้น ส�ำหรับหน่วยงานของรัฐ หมายถึงเฉพาะหน่วยงาน
ของรัฐท่ีเจ้าหน้าท่ีของรัฐผู้น้ันปฏิบัติหน้าที่ เป็นเจ้าหน้าท่ีของรัฐ ซ่ึงมีอ�ำนาจไม่ว่าโดยตรงหรือ
โดยอ้อมในการก�ำกบั ดแู ล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำ� เนินคดี
เชน่ นาย ก เปน็ นายกองค์การบริหารส่วนต�ำบล ช นาย ก และคสู่ มรสของนาย ก จะเขา้ มา
ทำ� สญั ญากบั องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บล ช มไิ ด้ ซงึ่ รวมถงึ กรณที น่ี าย ก ซง่ึ เปน็ นายกองคก์ ารบรหิ าร
ส่วนต�ำบล ช โดย นาย ก ได้มีอ�ำนาจก�ำกับ ดูแล ควบคุมหรือตรวจสอบ หน่วยงาน ป
ในกรณีนี้ นาย ก ซึ่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนต�ำบล ช และคู่สมรสจะเข้าเป็นคู่สัญญากับ
หนว่ ยงาน ป มิได้ และถ้าหากวา่ นาย ก ซ่ึงเปน็ นายกองค์การบรหิ ารส่วนตำ� บล ช จะตอ้ งดำ� เนิน
คดี กับบริษัท ร ท่ีเป็นคู่สัญญากับองค์การบริหารส่วนต�ำบล ช ในกรณีนี้ นาย ก และคู่สมรส
จะเข้าเป็นค่สู ัญญากบั บรษิ ัท ร มไิ ดเ้ ช่นกนั
2. ถาม การมสี ่วนไดเ้ สยี ในสญั ญามคี วามหมายอยา่ งไร
ตอบ การมีส่วนได้เสียในสัญญา หมายถึง การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้เข้าไปมีส่วนได้เสีย
ในสญั ญาทร่ี ฐั ไดท้ ำ� ไวก้ บั บคุ คลใด ๆ นอกเหนอื จากกรณใี นขอ้ 1 ซง่ึ ไดแ้ กก่ ารทเี่ จา้ หนา้ ทขี่ องรฐั จะไดร้ บั
ประโยชน์หรืออาจจะเสียประโยชน์ จากการปฏิบัติตามสัญญาจากการด�ำเนินการตามสัญญานั้น ๆ
ทอี่ ย่ใู นการดำ� เนินการตามอ�ำนาจหนา้ ที่ของเจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั ผูน้ นั้
เช่น นาย ก นายกองคก์ ารบริหารส่วนต�ำบล ช ได้ว่าจ้างบรษิ ทั ข ทีม่ นี าย ข ซ่ึงเป็นบุตร
ของนาย ก ทไี่ ดบ้ รรลนุ ติ ภิ าวะแลว้ เปน็ กรรมการผจู้ ดั การ และนาย ก ในฐานะนายกองคก์ ารบรหิ าร
สว่ นตำ� บล ช ไดเ้ ขา้ ไปชว่ ยเหลอื ตา่ ง ๆ ในการดำ� เนนิ การตามสญั ญาเพอ่ื ใหบ้ รษิ ทั ข ไดร้ บั ประโยชน์
สูงสดุ จากสัญญาเกนิ กวา่ ปกติท่จี ะไดร้ ับประโยชน์ ตามสญั ญาทที่ �ำไว้และไดม้ กี ารปฏบิ ตั ิท่ีแตกตา่ ง
จากกรณอี น่ื ๆ ทมี่ บี รษิ ทั อน่ื ไดเ้ ปน็ คสู่ ญั ญากบั องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บล ช ทมี่ ลี กั ษณะอยา่ งเดยี วกนั

70 คู่มอื การป้องกนั การกระทำ� ความผดิ เกีย่ วกับการขัดกันระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นบคุ คลกบั ประโยชนส์ ว่ นรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

3. ถาม การเป็นหุ้นสว่ นหรือผูถ้ อื หุน้ ในห้างหนุ้ ส่วนหรอื บรษิ ัทมีความหมายอย่างไร
ตอบ การเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น หมายถึง การท่ีเจ้าหน้าที่ของรัฐในต�ำแหน่งที่
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศก�ำหนดต�ำแหน่ง มิให้ด�ำเนินกิจการตามความในมาตรา 126
ได้เขา้ ไปลงทุนตา่ ง ๆ ในธรุ กิจของเอกชน โดยการเป็นหุ้นสว่ นในหา้ งห้นุ สว่ นประเภทตา่ ง ๆ หรอื
ได้เป็นผู้ถือหุ้นแล้วแต่กรณี และในเวลาต่อมาภายหลังห้างหุ้นส่วนฯหรือบริษัทท่ีเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ในตำ� แหนง่ ทค่ี ณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศกำ� หนดตำ� แหนง่ มใิ หด้ ำ� เนนิ กจิ การตามความในมาตรา
126 นนั้ ได้เข้ามาเปน็ คสู่ ัญญาใด ๆ ตามข้อ 1
เช่น นาย ก ได้เข้าไปลงทนุ โดยไดเ้ ป็นหุ้นสว่ นในหา้ งหนุ้ สว่ น ช และได้ถอื หุน้ ในบรษิ ัท ม
ในเวลาตอ่ มา นาย ก ได้เปน็ นายกองค์การบรหิ ารสว่ นตำ� บล ข และหา้ งหุ้นส่วนฯ หรอื บรษิ ัทที่มี
นาย ก ซึ่งเปน็ นายกองค์การบริหารสว่ นตำ� บล ได้เขา้ มาเป็นคู่สญั ญากับองค์การบรหิ ารส่วนตำ� บล
ข ซง่ึ มนี าย ก เป็นเจ้าหน้าท่ขี องรฐั ที่นาย ก ไดป้ ฏิบตั ิหน้าท่เี ป็นเจ้าหนา้ ท่ีของรฐั ซง่ึ มีอ�ำนาจก�ำกบั
ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรอื ด�ำเนินคดี
4. ถาม การหา้ มรบั สมั ปทานจากรฐั หรอื หนว่ ยราชการ หนว่ ยงานของรฐั ราชการสว่ นทอ้ งถนิ่
มคี วามหมายและขอบเขตอยา่ งไร
ตอบ การห้ามตามกฎหมายในข้อน้ี เป็นการห้ามเป็นการทั่วไปในการรับสัมปทานจากรัฐ
ไม่ว่าเป็นการรับสัมปทานจากหน่วยงานของรัฐท่ีได้จัดต้ังในรูปแบบใด ๆ ก็ตาม โดยที่สัญญา
สมั ปทานน้นั มีความแตกต่างจากสัญญาทั่ว ๆ ไปหรือตา่ งจากการเข้าเปน็ คู่สัญญา ตามขอ้ 1
5. ถาม สัญญาที่มีลักษณะเป็นการผูกขาด ตัดตอน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมกับรัฐหรือ
หนว่ ยราชการ หนว่ ยงานของรฐั ราชการส่วนท้องถ่ิน มีความหมายและขอบเขตอยา่ งไร
ตอบ หมายถงึ สญั ญาทอ่ี าจจะเรยี กชอ่ื อยา่ งอนื่ และเปน็ สญั ญาในลกั ษณะทำ� นองเดยี วกนั
กับสญั ญาสมั ปทาน ดงั น้นั การทำ� สัญญาที่มลี กั ษณะเป็นการผกู ขาดตดั ตอนแลว้ ไมว่ ่าจะได้ท�ำกบั
หนว่ ยงานของรฐั ทไ่ี ดจ้ ดั ตง้ั ในรปู แบบใด ๆ กต็ าม กเ็ ปน็ การตอ้ งหา้ มตามกฎหมายทงั้ สน้ิ การผกู ขาด
ตดั ตอน หมายถงึ เมอ่ื ไดม้ กี ารทำ� สญั ญากนั แลว้ ในระยะเวลาทส่ี ญั ญามผี ลผกู พนั คสู่ ญั ญา หนว่ ยงาน
ของรัฐจะไม่เปิดโอกาสให้บุคคลอื่นหรือนิติบุคคลอ่ืนเข้ามาท�ำสัญญาในลักษณะเดียวกันน้ันอีก
ในเขตพน้ื ทข่ี ององคก์ ารปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ นน้ั ในจงั หวดั นนั้ หรอื ทเ่ี กย่ี วกบั ภารกจิ ของสว่ นราชการ
ทม่ี ีฐานะเปน็ กรมนั้น ๆ อีก หรือไมเ่ ปิดให้มีการแข่งขนั ใด ๆ ตามสัญญาทไี่ ด้ท�ำกนั ไว้แลว้

ภาคผนวก ก

ต�ำแหนง่ ที่อยภู่ ายใตบ้ งั คบั ตามบทบัญญตั ิ
มาตรา 126 และมาตรา 127

แหง่ พระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ พ.ศ. 2561

l ตำ� แหนง่ ที่อยู่ภายใต้บงั คับตามบทบัญญตั ิมาตรา 126 แห่งพระราชบัญญัตปิ ระกอบ
รัฐธรรมนญู ว่าด้วยการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
l ต�ำแหน่งท่ีอย่ภู ายใตบ้ งั คบั ตามบทบัญญตั มิ าตรา 127 แห่งพระราชบญั ญตั ิประกอบ
รัฐธรรมนูญวา่ ด้วยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ ริต พ.ศ. 2561

72 คมู่ ือการป้องกันการกระท�ำความผิดเกี่ยวกบั การขัดกันระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

ตำ�แหน่งที่อยภู่ ายใต้บงั คบั ตามบทบญั ญตั ิมาตรา 126
แห่งพระราชบัญญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการป้องกันและปราบปรามการทจุ รติ

พ.ศ. 2561

ตำ�แหนง่ ตามพระราชบญั ญัติประกอบรฐั ธรรมนญู ฯ

กลมุ่ ตำ� แหน่ง ชอื่ ต�ำแหนง่ สังกดั

1. กรรมการ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส�ำนักงาน ป.ป.ช.
ป.ป.ช.

2. ผู้ดำ� รง คณะกรรมการการเลือกต้ัง 1) สำ� นักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั
ต�ำแหน่งใน 2) ส�ำนกั งานผู้ตรวจการแผน่ ดิน
องคก์ รอสิ ระ ผูต้ รวจการแผน่ ดนิ 3) ส�ำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

ตามรัฐธรรมนญู คณะกรรมการตรวจเงินแผน่ ดิน

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 4) ส�ำนกั งานคณะกรรมการสทิ ธมิ นุษยชน
แหง่ ชาติ

ผู้วา่ การตรวจเงินแผ่นดิน 5) ส�ำนกั งานการตรวจเงินแผน่ ดนิ

ตำ�แหน่งตามประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช.

กลุม่ ตำ�แหนง่ ช่อื ตำ�แหนง่ สังกัด

(1) ผดู้ ำ�รงตำ�แหน่งทางการเมือง
1.1 นายกรัฐมนตรี

1.2 รฐั มนตรี

1.3 สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร

1.4 สมาชิกวฒุ ิสภา

ค่มู ือการปอ้ งกันการกระทำ� ความผดิ เกย่ี วกบั การขดั กันระหวา่ งประโยชนส์ ่วนบุคคลกบั ประโยชนส์ ว่ นรวม 73
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

กลุม่ ตำ�แหน่ง ชอ่ื ตำ�แหน่ง สังกัด

(2) ผ้ดู �ำรงต�ำแหนง่ ระดบั สูง

2.1 สำ� หรบั ขา้ ราชการพลเรอื น

- หวั หนา้ สว่ น ปลัดสำ� นกั นายกรัฐมนตร/ี (1) สำ� นกั นายกรัฐมนตรี
ราชการระดบั เลขาธิการ/อธบิ ด/ี ผอู้ ำ� นวยการ
กระทรวง
ทบวง กรม

ปลดั กระทรวง/อธบิ ด/ี ผอู้ ำ� นวยการ (2) กระทรวงการคลัง

ปลัดกระทรวง/อธิบดี (3) กระทรวงการตา่ งประเทศ

ปลดั กระทรวง/อธิบดี (4) กระทรวงการท่องเที่ยวและกฬี า

ปลัดกระทรวง/อธบิ ดี (5) กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมน่ั คง
ของมนษุ ย์

ปลัดกระทรวง/อธบิ ดี/เลขาธิการ (6) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ปลดั กระทรวง/อธบิ ด/ี ผอู้ ำ� นวยการ (7) กระทรวงคมนาคม

ปลัดกระทรวง/อธิบดี/เลขาธิการ (8) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ
สิ่งแวดลอ้ ม

ปลัดกระทรวง/อธิบดี/ผอู้ ำ� นวย (9) กระทรวงดิจทิ ัลเพ่ือเศรษฐกจิ และสงั คม
การ/เลขาธกิ าร
ปลดั กระทรวง/อธบิ ด/ี ผอู้ ำ� นวยการ (10) กระทรวงพลงั งาน

ปลดั กระทรวง/อธบิ ด/ี ผอู้ ำ� นวยการ (11) กระทรวงพาณชิ ย์

ปลดั กระทรวง/อธบิ ดี (12) กระทรวงมหาดไทย

ปลัดกระทรวง/อธิบด/ี เลขาธิการ/ (13) กระทรวงยุตธิ รรม
ผู้อ�ำนวยการ
ปลดั กระทรวง/อธบิ ด/ี เลขาธกิ าร (14) กระทรวงแรงงาน

ปลดั กระทรวง/อธบิ ด/ี ผอู้ ำ� นวยการ (15) กระทรวงวัฒนธรรม

ปลดั กระทรวง/อธิบดี/เลขาธกิ าร/ (16) กระทรวงการอดุ มศึกษา วิทยาศาสตร์
ผอู้ ำ� นวยการ วจิ ยั และนวัตกรรม (กระทรวงวทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยี)

74 คมู่ ือการปอ้ งกันการกระท�ำความผดิ เกี่ยวกบั การขัดกนั ระหวา่ งประโยชนส์ ่วนบคุ คลกบั ประโยชนส์ ่วนรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

กลุ่มตำ�แหนง่ ชอ่ื ตำ�แหน่ง สงั กัด

ปลัดกระทรวง/เลขาธกิ าร (17) กระทรวงศึกษาธิการ

ปลัดกระทรวง/อธบิ ดี/เลขาธกิ าร (18) กระทรวงสาธารณสุข

ปลัดกระทรวง/อธิบดี/เลขาธิการ/ (19) กระทรวงอุตสาหกรรม
ผูอ้ ำ� นวยการ

ผอู้ �ำนวยการ/เลขาธิการ (20) สว่ นราชการไม่สังกัดสำ� นักนายก-
รัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง

2.2 ส�ำหรับข้าราชการทหาร

ปลัดกระทรวงกลาโหม (1) สำ� นักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

ผูบ้ ญั ชาการทหารสูงสดุ (2) กองบัญชาการกองทัพไทย

ผบู้ ัญชาการทหารบก (3) ผบู้ ัญชาการเหลา่ ทพั

ผู้บัญชาการทหารเรอื

ผู้บัญชาการทหารอากาศ ส�ำนกั งานต�ำรวจแห่งชาติ
2.3 ผบู้ ญั ชาการต�ำรวจแหง่ ชาติ

2.4 ผ้วู า่ ราชการจังหวดั จงั หวัด

2.5 ปลดั กรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานคร

2.6 กรรมการและผ้บู รหิ ารสงู สดุ ของรัฐวิสาหกจิ ตามกฎหมายว่าดว้ ยวธิ ีการงบประมาณ
(ขอ้ มลู จากส�ำนกั งานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหากจิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562)

(1) สำ� นักนายกรฐั มนตรี

คณะกรรมการ 1) บรษิ ทั อสมท จำ� กัด (มหาชน) (อสมท.)

กรรมการผูอ้ �ำนวยการใหญ่

คณะกรรมการ 2) โรงพมิ พต์ �ำรวจ ส�ำนกั งานตำ� รวจแหง่ ชาติ
ผอู้ �ำนวยการ (โรงพมิ พต์ ำ� รวจ)

คณะกรรมการ (2) กระทรวงกลาโหม
1) บรษิ ัท อ่กู รุงเทพ จ�ำกัด (บอท.)

กรรมการผจู้ ดั การ

คูม่ ือการป้องกนั การกระท�ำความผิดเกี่ยวกับการขดั กันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม 75
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

กล่มุ ตำ�แหนง่ ชอื่ ตำ�แหน่ง สังกัด
(3) กระทรวงการคลัง
คณะกรรมการ
ผ้วู า่ การ 1) การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.)
คณะกรรมการ
ผอู้ ำ� นวยการ 2) ส�ำนกั งานสลากกนิ แบ่งรัฐบาล (สลาก)
คณะกรรมการ
ผอู้ ำ� นวยการ 3) โรงงานไพ่ กรมสรรพสามติ (โรงงานไพ)่

คณะกรรมการ 4) องค์การสรุ า กรมสรรพสามิต (อส.)
ผูอ้ ำ� นวยการ
5) บริษทั สหโรงแรมไทย และการทอ่ งเที่ยว
คณะกรรมการ จ�ำกัด (สหโรงแรมฯ)
ผู้จดั การทั่วไป 6) ธนาคารกรงุ ไทย จำ� กดั (มหาชน) (กรงุ ไทย)

คณะกรรมการ ในเครือธนาคารกรงุ ไทย
กรรมการผู้จดั การใหญ่ 6.1) บรษิ ทั กรุงไทยธรุ กจิ ลีสซง่ิ จำ� กดั
- คณะกรรมการ 6.2) บริษัท หลักทรพั ยจ์ ดั การกองทนุ กรงุ ไทย จำ� กดั
- กรรมการผจู้ ัดการ 6.3) บรษิ ัท กรงุ ไทยกฎหมาย จำ� กดั
6.4) บรษิ ทั กรุงไทยคอมพวิ เตอร์เซอร์วสิ เซส จำ� กดั
คณะกรรมการ 6.5) บรษิ ัท กรงุ ไทยแอดไวซ์เซอร่ี จ�ำกดั
ผู้อำ� นวยการ 6.6) บริษทั รกั ษาความปลอดภัย กรุงไทย
คณะกรรมการ ธรุ กจิ บริการ จำ� กดั
กรรมการผ้จู ดั การ 6.7) บริษัท กรุงไทยธุรกิจลิสซิง่ จำ� กัด
คณะกรรมการ 7) ธนาคารออมสนิ (ออมสนิ )
ผู้จัดการ
8) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
คณะกรรมการ
กรรมการผูจ้ ัดการ 9) ธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณ์
การเกษตร (ธ.ก.ส.)
10) ธนาคารเพ่อื การส่งออกและน�ำเข้าแห่ง
ประเทศไทย (ธสน.)

76 ค่มู อื การป้องกันการกระท�ำความผดิ เกยี่ วกบั การขดั กันระหวา่ งประโยชน์สว่ นบคุ คลกบั ประโยชนส์ ว่ นรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

กลุ่มตำ�แหน่ง ชอ่ื ตำ�แหนง่ สงั กดั
11) ธนาคารพัฒนาวิสาหกจิ ขนาดกลางและ
คณะกรรมการ ขนาดยอ่ มแหง่ ประเทศไทย (ธพว.)
12) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)
กรรมการผจู้ ดั การ
13) บรรษทั ตลาดรองสนิ เชอื่ ทอ่ี ยอู่ าศยั (บตท.)
คณะกรรมการ

ผจู้ ดั การ
คณะกรรมการ

ผจู้ ดั การ 14) บรรษัทประกนั สินเชื่ออตุ สาหกรรมขนาด
คณะกรรมการ ยอ่ ม (บสย.)
15) บริษทั ธนารกั ษพ์ ัฒนาสินทรัพย์ จ�ำกดั
ผู้จดั การท่วั ไป (ธพส.)
คณะกรรมการ 16) บรษิ ัท บริหารสนิ ทรัพย์ ธนาคารอิสลาม
กรรมการผจู้ ัดการ แหง่ ประเทศไทย จ�ำกดั (IAM)
คณะกรรมการ

กรรมการผจู้ ัดการ

คณะกรรมการ 17) กองทุนฟนื้ ฟูและพัฒนาระบบสถาบัน
กรรมการผจู้ ัดการ การเงนิ

- คณะกรรมการ ในเครอื กองทุนเพ่อื การฟน้ื ฟฯู
- กรรมการผจู้ ัดการ 17.1) บริษทั บรหิ ารสินทรพั ย์ สุขุมวิท จำ� กัด
17.2) บริษทั บรหิ ารสินทรัพย์ กรุงเทพ
พาณิชย์ จ�ำกดั
(4) กระทรวงการทอ่ งเทย่ี วและกฬี า

คณะกรรมการ 1) การกฬี าแห่งประเทศไทย (กกท.)

ผู้วา่ การ

คณะกรรมการ 2) การทอ่ งเทีย่ วแห่งประเทศไทย (ททท.)

ผ้วู ่าการ

คณะกรรมการ 2.1) บรษิ ทั ไทยแลนด์ พริวเิ ลจ คาร์ด จ�ำกดั
ประธาน (ในเครอื ททท.)

คมู่ ือการปอ้ งกนั การกระท�ำความผิดเก่ยี วกบั การขัดกันระหวา่ งประโยชนส์ ่วนบคุ คลกบั ประโยชนส์ ่วนรวม 77
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

กล่มุ ตำ�แหน่ง ชื่อตำ�แหนง่ สงั กัด

(5) กระทรวงพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์

คณะกรรมการ 1) การเคหะแห่งชาติ (กคช.)
ผวู้ า่ การ  
คณะกรรมการ 2) ส�ำนักงานธนานเุ คราะห์ (สธค.)
ผู้อ�ำนวยการ  
(6) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

คณะกรรมการ 1) องคก์ ารสง่ เสรมิ กิจการโคนมแหง่
ประเทศไทย (อสค.)
ผู้อ�ำนวยการ 2) องคก์ ารตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.)
คณะกรรมการ

ผอู้ �ำนวยการ

คณะกรรมการ 3) องคก์ ารสะพานปลา (อสป.)
ผู้อำ� นวยการ  
คณะกรรมการ 4) การยางแห่งประเทศไทย (กยท.)
ผู้วา่ การ  
(7) กระทรวงคมนาคม

คณะกรรมการ 1) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำ� กดั (มหาชน)
กรรมการผู้อำ� นวยการใหญ่ (ทอท.)

คณะกรรมการ 1.1) บรษิ ทั โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ผ้จู ดั การบริษทั จำ� กัด (ในเครือท่าอากาศยานไทย)

คณะกรรมการ 2) การท่าเรือแหง่ ประเทศไทย (กทท.)

ผู้อ�ำนวยการ

78 คู่มือการป้องกนั การกระทำ� ความผดิ เกี่ยวกับการขดั กันระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นบคุ คลกบั ประโยชน์ส่วนรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

กลุ่มตำ�แหนง่ ชื่อตำ�แหนง่ สังกดั
3) การรถไฟแหง่ ประเทศไทย (รฟท.)
คณะกรรมการ  
3.1) บริษทั รถไฟฟา้ ร.ฟ.ท. จ�ำกัด (ในเครือ
ผู้ว่าการ รฟท.)
4) องค์การขนสง่ มวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)
คณะกรรมการ  
กรรมการผู้อ�ำนวยการใหญ่ 5) บริษทั วิทยกุ ารบินแหง่ ประเทศไทย จ�ำกดั
คณะกรรมการ (บวท.)
6) บริษัท ขนส่ง จำ� กัด (บขส.)
ผู้อ�ำนวยการ
คณะกรรมการ 7) สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.)
ผอู้ �ำนวยการใหญ่  
8) การรถไฟฟา้ ขนส่งมวลชนแหง่
คณะกรรมการ ประเทศไทย (รฟม.)
กรรมการผู้จัดการใหญ่

คณะกรรมการ
ผวู้ ่าการ
คณะกรรมการ

ผ้วู า่ การ

คูม่ อื การปอ้ งกนั การกระท�ำความผิดเกยี่ วกบั การขัดกนั ระหวา่ งประโยชนส์ ่วนบคุ คลกบั ประโยชนส์ ่วนรวม 79
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

กลมุ่ ตำ�แหนง่ ช่อื ตำ�แหนง่ สังกัด

(8) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม

คณะกรรมการ 1) องค์การจัดการน�ำ้ เสยี (อจน.)

ผู้อ�ำนวยการ

คณะกรรมการ 2) องคก์ ารสวนพฤกษศาสตร์ (สอพ.)
ผู้อำ� นวยการ  
คณะกรรมการ 3) องค์การสวนสตั ว์ (อสส.)
ผู้อำ� นวยการ  

คณะกรรมการ 4) องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.)
ผู้อำ� นวยการ  

(9) กระทรวงเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร

คณะกรรมการ 1) บรษิ ัท กสท. โทรคมนาคม จำ� กัด
กรรมการผ้จู ดั การใหญ่ (มหาชน) (กสท.)

คณะกรรมการ 1.1) บริษทั โครงขา่ ยระหวา่ งประเทศและ
ศนู ย์ขอ้ มูลอนิ เทอรเ์ น็ต (NGDC) (ในเครือ
กรรมการผู้จดั การใหญ่ กสท.)
คณะกรรมการ 2) บริษัท ทโี อที จ�ำกัด (มหาชน) (ทีโอท)ี

กรรมการผู้จดั การใหญ่

- คณะกรรมการ ในเครอื ทีโอที
- กรรมการผจู้ ดั การ 2.1) บรษิ ทั เอ ซี ที โมบาย จ�ำกัด
คณะกรรมการ 2.2) บริษัท โครงข่ายบรอดแบนด์แหง่ ชาติ จ�ำกัด
3) บริษทั ไปรษณยี ไ์ ทย จ�ำกัด (ปณท.)

กรรมการผ้จู ัดการใหญ่

คณะกรรมการ 3.1) บรษิ ทั ไปรษณยี ์ไทยดสิ ทรบิ วิ ชัน่ จำ� กดั
กรรมการผูจ้ ัดการ (ในเครอื ปณ.)

80 คูม่ อื การปอ้ งกันการกระทำ� ความผิดเก่ยี วกับการขัดกนั ระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นบุคคลกับประโยชนส์ ่วนรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

กลุ่มตำ�แหนง่ ชอื่ ตำ�แหน่ง สังกดั

(10) กระทรวงพลงั งาน

คณะกรรมการ 1) บริษัท ปตท. จำ� กัด (มหาชน) (ปตท.)

ประธานเจา้ หนา้ ที่บริหารและ
กรรมการผู้จัดการใหญ่

- คณะกรรมการ ในเครือ ปตท.
- กรรมการผู้จัดการ 1.1) บรษิ ทั สำ� รวจและผลติ ปโิ ตรเลยี ม จำ� กดั (มหาชน)
- คณะกรรมการ 1.2) บรษิ ัท ปตท. จำ� หน่ายกา๊ ซธรรมชาติ จำ� กัด (PTTNGD)
- กรรมการผ้จู ดั การใหญ่ 1.3) บริษัท พีทที ี แอลเอน็ จี จำ� กัด (PTTLNG)
1.4) บรษิ ทั พีทีที แทง็ ค์ เทอร์มินอล จำ� กดั (PTT Tank)
คณะกรรมการ 1.5) บรษิ ทั PTT International Treading Pte.Ltd. (PTTT)
1.6) บรษิ ทั ปตท. กรนี เอน็ เนอรย์ ่ี จำ� กดั (PTTGE SG)
ในเครือ ปตท.
1.7) บรษิ ทั พที ที ี เอน็ เนอรย์ ่ี รซี อรส์ เซส จำ� กดั (PTTER)
1.8) บรษิ ทั พที ที ี โกลบอลแมนแนจเมน้ ท์ จำ� กดั (PTTGM)
1.9) บรษิ ทั นำ้� มนั และการคา้ ปลกี จำ� กดั (มหาชน) (PTTOR)
1.10) บริษทั PTT International Treading London
Ltd. (PTTT LDN)
1.11) บริษทั ปตท. ศนู ย์บรหิ ารเงนิ จำ� กดั (PTTTCC)
1.12) บริษัท PTT Regional Treasury Center
Pte. Ltd. (PTTRTC) (ปจั จุบนั ไม่มีการด�ำเนนิ
กจิ การแลว้ (ข้อมูล ณ วนั ที่ 10 มีนาคม 2563)
2) การไฟฟา้ ฝา่ ยผลติ แหง่ ประเทศไทย (กฟผ.)

ผวู้ า่ การ 2.1) บรษิ ทั กฟผ. อนิ เตอร์เนชน่ั แนล จ�ำกัด
คณะกรรมการ (บริษัท EGATi) (ในเครอื กฟผ.)
กรรมการผจู้ ัดการ 2.2) บริษทั ผลิตไฟฟา้ และนำ้� เย็น จ�ำกัด
คณะกรรมการ (บริษทั DCAP) (ในเครอื กฟผ./ปตท./กฟน.)
กรรมการผ้จู ัดการ

ค่มู ือการป้องกนั การกระท�ำความผดิ เกี่ยวกับการขัดกนั ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม 81
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

กล่มุ ตำ�แหน่ง ชอ่ื ตำ�แหนง่ สังกดั
(11) กระทรวงพาณิชย์
คณะกรรมการ
ผู้อำ� นวยการ 1) องค์การคลงั สินค้า (อคส.)
 

คณะกรรมการ (12) กระทรวงมหาดไทย
ผวู้ า่ การ 1) การประปานครหลวง (กปน.)
คณะกรรมการ  
ผวู้ ่าการ 2) การประปาสว่ นภูมภิ าค (กปภ.)
คณะกรรมการ  
ผ้วู า่ การ 3) การไฟฟา้ นครหลวง (กฟน.)
คณะกรรมการ  
ผู้ว่าการ 4) การไฟฟ้าสว่ นภูมภิ าค (กฟภ.)
คณะกรรมการ  
กรรมการผู้จดั การใหญ่ 5) บรษิ ทั พีอเี อเอน็ คอม อนิ เตอรเ์ นชน่ั แนล
คณะกรรมการ จ�ำกดั (ในเครือการไฟฟ้าสว่ นภูมิภาค)
ผู้อ�ำนวยการ 6) องค์การตลาด (อต.)
 

คณะกรรมการ (13) กระทรวงวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ผวู้ า่ การ 1) สถาบันวิจัยวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แหง่ ประเทศไทย (วว.)

คณะกรรมการ 2) องค์การพพิ ิธภณั ฑ์วิทยาศาสตรแ์ หง่ ชาติ
ผอู้ �ำนวยการ (อพวช.)

คณะกรรมการ (14) กระทรวงสาธารณสขุ
ผอู้ ำ� นวยการ 1) องคก์ ารเภสัชกรรม (อภ.)
 

82 คมู่ ือการปอ้ งกนั การกระทำ� ความผดิ เกย่ี วกบั การขัดกันระหวา่ งประโยชนส์ ่วนบคุ คลกับประโยชน์สว่ นรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

กลุ่มตำ�แหนง่ ชื่อตำ�แหน่ง สงั กัด

(15) กระทรวงอตุ สาหกรรม

คณะกรรมการ 1) การนคิ มอุตสาหกรรมแหง่ ประเทศไทย
ผูว้ า่ การ (กนอ.)

2.7 หัวหน้าหนว่ ยงานขององคก์ รอสิ ระตามรฐั ธรรมนญู

เลขาธกิ าร 2.7.1 สำ�นกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง

2.7.2 สำ�นกั งานผตู้ รวจการแผ่นดนิ

2.7.3 สำ�นกั งานคณะกรรมการปอ้ งกนั และ
ปราบปรามการทจุ รติ แหง่ ชาติ
2.7.4 สำ�นกั งานคณะกรรมการสทิ ธิมนุษยชน
แห่งชาติ
2.8 ผู้ซงึ่ ดำ�รงตำ�แหนง่ เทียบเท่าตามทค่ี ณะกรรมการ ป.ป.ช. กำ�หนด

เลขาธิการ 2.8.1 สำ� นักงานศาลรัฐธรรมนญู

2.8.2 สำ� นกั งานศาลยตุ ธิ รรม

2.8.3 สำ� นักงานศาลปกครอง

2.8.4 ส�ำนักงานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร

2.8.5 ส�ำนักงานเลขาธกิ ารวุฒสิ ภา

(3) ผ้บู รหิ ารท้องถ่นิ

ผูว้ ่าราชการกรงุ เทพมหานคร 3.1 กรงุ เทพมหานคร

นายกเมอื งพทั ยา 3.2 พัทยา

นายกองค์การบริหารสว่ นจงั หวัด 3.3 องคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัด

นายกเทศมนตรี 3.4 เทศบาล
นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำบล 1) เทศบาลนคร
2) เทศบาลเมือง
3) เทศบาลต�ำบล
3.5 องค์การบริหารส่วนต�ำบล

หมายเหตุ : ข้อมูล ณ วันท่ี 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562

คู่มอื การปอ้ งกนั การกระท�ำความผดิ เก่ยี วกบั การขัดกันระหวา่ งประโยชน์สว่ นบุคคลกับประโยชนส์ ่วนรวม 83
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

ตำ�แหน่งท่อี ยู่ภายใต้บงั คับตามบทบญั ญตั มิ าตรา 127
แห่งพระราชบัญญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริต

พ.ศ. 2561

ตำ�แหนง่ ตามพระราชบัญญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนูญฯ

กลุ่มตำ� แหน่ง ชือ่ ตำ� แหนง่ สงั กัด

1. กรรมการ คณะกรรมการ ป.ป.ช. สำ� นักงาน ป.ป.ช.
ป.ป.ช.

2. ผู้ดำ� รง คณะกรรมการการเลอื กต้งั 1) สำ� นกั งานคณะกรรมการการเลือกต้ัง
ต�ำแหน่งใน
องคก์ รอสิ ระตาม ผูต้ รวจการแผ่นดนิ 2) สำ� นักงานผ้ตู รวจการแผ่นดนิ
รฐั ธรรมนญู คณะกรรมการตรวจเงนิ แผ่นดนิ 3) ส�ำนักงานการตรวจเงนิ แผน่ ดิน

คณะกรรมการสิทธิมนษุ ยชนแหง่ 4) สำ� นักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
ชาติ แหง่ ชาติ

ผ้วู า่ การตรวจเงนิ แผ่นดิน 5) ส�ำนักงานการตรวจเงินแผ่นดนิ

ตำ�แหนง่ ตามประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช.

กลุม่ ตำ�แหน่ง ชอ่ื ตำ�แหน่ง สงั กดั

(1) ผู้ดำ� รงต�ำแหน่งทางการเมอื ง

1.1 นายกรฐั มนตรี

1.2 รัฐมนตรี

1.3 สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร

1.4 สมาชิกวุฒิสภา

84 คู่มือการป้องกันการกระทำ� ความผดิ เกยี่ วกบั การขดั กนั ระหวา่ งประโยชนส์ ่วนบคุ คลกบั ประโยชนส์ ว่ นรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

กลมุ่ ตำ�แหน่ง ช่อื ตำ�แหน่ง สงั กัด

(2) ผดู้ ำ�รงตำ�แหน่งระดบั สูง

2.1 สำ� หรับข้าราชการพลเรือน

- หวั หน้าส่วน ปลัดส�ำนักนายกรฐั มนตรี/ (1) สำ� นักนายกรฐั มนตรี
ราชการระดับ เลขาธกิ าร/อธิบด/ี ผู้อำ� นวยการ
กระทรวง
ทบวง กรม ปลดั กระทรวง/อธบิ ด/ี ผอู้ ำ� นวยการ (2) กระทรวงการคลงั

ปลัดกระทรวง/อธบิ ดี (3) กระทรวงการตา่ งประเทศ

ปลดั กระทรวง/อธบิ ดี (4) กระทรวงการทอ่ งเที่ยวและกีฬา
ปลัดกระทรวง/อธบิ ดี (5) กระทรวงการพฒั นาสงั คมและ
ความมนั่ คงของมนษุ ย์

ปลดั กระทรวง/อธิบด/ี เลขาธกิ าร (6) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ปลดั กระทรวง/อธบิ ดี/ผอู้ �ำนวยการ (7) กระทรวงคมนาคม

ปลัดกระทรวง/อธิบดี/เลขาธกิ าร (8) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
ปลดั กระทรวง/อธบิ ด/ี ผอู้ ำ� นวยการ/ (9) กระทรวงดจิ ทิ ัลเพอื่ เศรษฐกิจและสังคม
เลขาธกิ าร
ปลดั กระทรวง/อธิบด/ี ผอู้ �ำนวยการ (10) กระทรวงพลังงาน
ปลดั กระทรวง/อธิบดี/ผู้อำ� นวยการ (11) กระทรวงพาณชิ ย์

ปลดั กระทรวง/อธบิ ดี (12) กระทรวงมหาดไทย

ปลัดกระทรวง/อธบิ ดี/เลขาธิการ/ (13) กระทรวงยุตธิ รรม
ผู้อำ� นวยการ
ปลัดกระทรวง/อธบิ ด/ี เลขาธิการ (14) กระทรวงแรงงาน

ปลัดกระทรวง/อธบิ ดี/ผู้อ�ำนวยการ (15) กระทรวงวัฒนธรรม

ปลดั กระทรวง/อธิบด/ี เลขาธิการ/ (16) กระทรวงการอดุ มศึกษา วิทยาศาสตร์
ผอู้ �ำนวยการ วิจัยและนวตั กรรม (กระทรวงวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลย)ี
ปลัดกระทรวง/เลขาธกิ าร (17) กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

ปลดั กระทรวง/อธบิ ด/ี เลขาธิการ (18) กระทรวงสาธารณสุข

คูม่ ือการปอ้ งกันการกระท�ำความผิดเกย่ี วกับการขดั กันระหว่างประโยชน์สว่ นบุคคลกับประโยชนส์ ว่ นรวม 85
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

กลุ่มตำ�แหน่ง ชื่อตำ�แหน่ง สงั กดั

ปลดั กระทรวง/อธบิ ดี/เลขาธิการ/ (19) กระทรวงอุตสาหกรรม
ผอู้ ำ� นวยการ

ผอู้ ำ� นวยการ/เลขาธิการ (20) สว่ นราชการไมส่ ังกัดส�ำนกั นายก
2.2 ส�ำหรับขา้ ราชการทหาร รัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง

ปลดั กระทรวงกลาโหม (1) ส�ำนักงานปลดั กระทรวงกลาโหม

ผู้บญั ชาการทหารสงู สดุ (2) กองบัญชาการกองทพั ไทย

ผบู้ ัญชาการทหารบก (3) ผ้บู ญั ชาการเหลา่ ทพั

ผบู้ ญั ชาการทหารเรอื

ผ้บู ญั ชาการทหารอากาศ ส�ำนักงานต�ำรวจแหง่ ชาติ
2.3 ผูบ้ ัญชาการตำ� รวจแหง่ ชาติ

2.4 ผู้วา่ ราชการจงั หวดั จังหวัด

2.5 ปลัดกรงุ เทพมหานคร กรุงเทพมหานคร

2.6 กรรมการและผ้บู รหิ ารสงู สดุ ของรัฐวิสาหกจิ ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยวิธกี ารงบประมาณ
(ข้อมลู จากส�ำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ณ วนั ท่ี 31 ธันวาคม 2562)

(1) ส�ำนักนายกรัฐมนตรี

กรรมการผอู้ �ำนวยการใหญ่ 1) บรษิ ทั อสมท จำ� กดั (มหาชน) (อสมท.)

ผู้อ�ำนวยการ 2) โรงพิมพ์ต�ำรวจ ส�ำนักงานตำ� รวจแหง่ ชาติ
(โรงพมิ พต์ ำ� รวจ)
(2) กระทรวงกลาโหม
กรรมการผจู้ ัดการ 1) บริษทั อกู่ รงุ เทพ จ�ำกัด (บอท.)

(3) กระทรวงการคลงั

ผู้ว่าการ 1) การยาสบู แห่งประเทศไทย (ยสท.)

ผู้อำ� นวยการ 2) ส�ำนกั งานสลากกินแบ่งรฐั บาล (สลาก)

ผูอ้ ำ� นวยการ 3) โรงงานไพ่ กรมสรรพสามติ (โรงงานไพ่)

ผู้อำ� นวยการ 4) องค์การสรุ า กรมสรรพสามิต (อส.)
ผจู้ ัดการทว่ั ไป 5) บริษัทสหโรงแรมไทย และการทอ่ งเทย่ี ว
จำ� กัด (สหโรงแรมฯ)

86 คมู่ ือการป้องกันการกระทำ� ความผิดเก่ียวกับการขดั กนั ระหวา่ งประโยชน์ส่วนบคุ คลกับประโยชนส์ ่วนรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

กลมุ่ ตำ�แหน่ง ชือ่ ตำ�แหน่ง สังกัด
6) ธนาคารกรงุ ไทย จำ� กดั (มหาชน) (กรงุ ไทย)
กรรมการผู้จัดการใหญ่ ในเครอื ธนาคารกรุงไทย
6.1) บริษทั กรงุ ไทยธรุ กจิ ลสี ซ่ิง จำ� กดั
กรรมการผจู้ ดั การ 6.2) บรษิ ทั หลกั ทรพั ยจ์ ดั การกองทนุ กรงุ ไทย จำ� กดั
6.3) บริษัท กรงุ ไทยกฎหมาย จ�ำกัด
ผอู้ ำ� นวยการ 6.4) บรษิ ัท กรุงไทยคอมพวิ เตอรเ์ ซอร์วสิ เซส จำ� กดั
กรรมการผจู้ ัดการ 6.5) บรษิ ัท กรงุ ไทยแอดไวซเ์ ซอรี่ จ�ำกัด
ผู้จดั การ 6.6) บรษิ ัท รักษาความปลอดภยั กรงุ ไทย
ธุรกจิ บริการ จำ� กดั
กรรมการผ้จู ัดการ 6.7) บรษิ ทั กรุงไทยธรุ กจิ ลิสซิง่ จ�ำกดั
7) ธนาคารออมสิน (ออมสิน)
กรรมการผ้จู ดั การ 8) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
9) ธนาคารเพอ่ื การเกษตรและสหกรณ์
ผจู้ ัดการ การเกษตร (ธ.ก.ส.)
ผู้จดั การ 10) ธนาคารเพื่อการสง่ ออกและน�ำเข้าแหง่
ผูจ้ ัดการท่ัวไป ประเทศไทย (ธสน.)
11) ธนาคารพฒั นาวสิ าหกจิ ขนาดกลางและ
กรรมการผจู้ ดั การ ขนาดยอ่ มแหง่ ประเทศไทย (ธพว.)
กรรมการผจู้ ดั การ 12) ธนาคารอสิ ลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)
13) บรรษทั ตลาดรองสนิ เชอ่ื ท่ีอยอู่ าศัย (บตท.)
กรรมการผจู้ ดั การ
กรรมการผู้จัดการ 14) บรรษทั ประกันสนิ เช่อื อุตสาหกรรมขนาด
ย่อม (บสย.)
15) บรษิ ทั ธนารกั ษพ์ ฒั นาสนิ ทรพั ย์ จำ� กดั (ธพส.)

16) บริษทั บริหารสนิ ทรัพย์ ธนาคารอิสลาม
แห่งประเทศไทย จำ� กดั (IAM)
17) กองทนุ ฟน้ื ฟแู ละพฒั นาระบบสถาบนั การเงนิ

ในเครอื กองทนุ เพอ่ื การฟืน้ ฟฯู
17.1) บริษัท บริหารสนิ ทรัพย์ สขุ ุมวทิ จำ� กัด
17.2) บรษิ ัท บรหิ ารสินทรัพย์ กรุงเทพ
พาณชิ ย์ จำ� กดั

คู่มือการป้องกันการกระท�ำความผดิ เก่ยี วกบั การขัดกันระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นบคุ คลกบั ประโยชน์สว่ นรวม 87
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

กล่มุ ตำ�แหนง่ ชอ่ื ตำ�แหนง่ สังกัด

(4) กระทรวงการทอ่ งเท่ียวและกีฬา

ผ้วู า่ การ 1) การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)

ผู้ว่าการ 2) การทอ่ งเทีย่ วแห่งประเทศไทย (ททท.)

ประธาน 2.1) บรษิ ัท ไทยแลนด์ พรวิ เิ ลจ คารด์ จ�ำกัด
(ในเครือ ททท.)
(5) กระทรวงพฒั นาสงั คมและความม่ันคงของมนุษย์

ผู้ว่าการ 1) การเคหะแหง่ ชาติ (กคช.)

ผอู้ ำ� นวยการ 2) ส�ำนกั งานธนานุเคราะห์ (สธค.) 

(6) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ผ้อู ำ� นวยการ 1) องคก์ ารสง่ เสรมิ กจิ การโคนมแหง่ ประเทศไทย
(อสค.)
2) องคก์ ารตลาดเพอ่ื เกษตรกร (อตก.)

3) องค์การสะพานปลา (อสป.)

ผู้ว่าการ 4) การยางแหง่ ประเทศไทย (กยท.) 

(7) กระทรวงคมนาคม

กรรมการผ้อู ำ� นวยการใหญ่ 1) บรษิ ทั ทา่ อากาศยานไทย จำ� กดั (มหาชน) (ทอท.)
ผจู้ ัดการบรษิ ทั
1.1) บรษิ ัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ผู้อำ� นวยการ จำ� กัด (ในเครือ ทา่ อากาศยานไทย)
ผวู้ ่าการ 2) การท่าเรือแหง่ ประเทศไทย (กทท.)
กรรมการผอู้ ำ� นวยการใหญ่ 3) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) 
ผอู้ ำ� นวยการ 3.1) บรษิ ทั รถไฟฟา้ ร.ฟ.ท. จำ� กดั (ในเครอื รฟท.)
ผู้อ�ำนวยการใหญ่ 4) องค์การขนส่งมวลชนกรงุ เทพ (ขสมก.) 
5) บรษิ ทั วทิ ยกุ ารบนิ แหง่ ประเทศไทย จำ� กดั (บวท.)

88 ค่มู ือการปอ้ งกันการกระทำ� ความผดิ เกี่ยวกับการขดั กนั ระหว่างประโยชน์ส่วนบคุ คลกับประโยชน์สว่ นรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

กลมุ่ ตำ�แหน่ง ชอื่ ตำ�แหน่ง สังกัด
6) บรษิ ทั ขนส่ง จำ� กดั (บขส.)
กรรมการผจู้ ัดการใหญ่

ผู้วา่ การ 7) สถาบนั การบนิ พลเรือน (สบพ.) 

ผวู้ ่าการ 8) การรถไฟฟา้ ขนสง่ มวลชนแหง่ ประเทศไทย (รฟม.)

(8) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม

ผอู้ �ำนวยการ 1) องค์การจัดการนำ�้ เสีย (อจน.)

ผ้อู �ำนวยการ 2) องค์การสวนพฤกษศาสตร์ (สอพ.) 

ผอู้ �ำนวยการ 3) องค์การสวนสัตว์ (อสส.) 

ผอู้ ำ� นวยการ 4) องค์การอุตสาหกรรมปา่ ไม้ (ออป.) 

(9) กระทรวงเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร

กรรมการผูจ้ ดั การใหญ่ 1) บรษิ ทั กสท. โทรคมนาคม จำ� กดั (มหาชน) (กสท.)

กรรมการผจู้ ดั การใหญ่ 1.1) บรษิ ทั โครงขา่ ยระหวา่ งประเทศและศนู ย์
กรรมการผู้จดั การใหญ่ ขอ้ มูลอนิ เทอรเ์ นต็ (NGDC) (ในเครอื กสท.)
2) บริษัท ทโี อที จ�ำกัด (มหาชน) (ทโี อที)

กรรมการผจู้ ัดการ ในเครือทีโอที
กรรมการผจู้ ดั การใหญ่ 2.1) บรษิ ทั เอ ซี ที โมบาย จ�ำกดั
2.2) บรษิ ทั โครงขา่ ยบรอดแบนดแ์ หง่ ชาติ จำ� กดั
3) บรษิ ทั ไปรษณยี ไ์ ทย จ�ำกัด (ปณท.)

กรรมการผู้จัดการ 3.1) บรษิ ทั ไปรษณียไ์ ทยดสิ ทริบวิ ชั่น จำ� กดั
(ในเครือ ปณ.)
(10) กระทรวงพลงั งาน

ประธานเจ้าหน้าทีบ่ ริหาร 1) บริษัท ปตท. จำ� กดั (มหาชน) (ปตท.)
กรรมการผจู้ ดั การ ในเครอื ปตท.
1.1) บรษิ ทั สำ� รวจและผลติ ปโิ ตรเลยี ม จำ� กดั (มหาชน)
1.2) บริษัท ปตท. จ�ำหน่ายก๊าซธรรมชาติ จ�ำกัด
(PTTNGD)
1.3) บรษิ ทั พที ที ี แอลเอน็ จี จำ� กดั (PTTLNG)
1.4) บรษิ ทั พที ที ี แทง็ ค์ เทอรม์ นิ อล จำ� กดั (PTT Tank)
1.5) บรษิ ทั PTT International Treading Pte.Ltd. (PTTT)
1.6) บรษิ ทั ปตท. กรนี เอน็ เนอรย์ ่ี จำ� กดั (PTTGE SG)

คู่มอื การป้องกันการกระทำ� ความผดิ เกย่ี วกบั การขัดกันระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นบคุ คลกับประโยชน์สว่ นรวม 89
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

กลมุ่ ตำ�แหน่ง ชอื่ ตำ�แหนง่ สังกดั
ในเครอื ปตท.
กรรมการผ้จู ัดการ 1.1) บรษิ ทั สำ� รวจและผลติ ปโิ ตรเลยี ม จำ� กดั (มหาชน)
1.2) บริษทั ปตท. จ�ำหน่ายก๊าซธรรมชาติ จำ� กดั
กรรมการผู้จัดการใหญ่ (PTTNGD)
1.3) บริษทั พที ที ี แอลเอน็ จี จ�ำกัด (PTTLNG)
ผู้วา่ การ 1.4) บรษิ ทั พที ที ี แทง็ ค์ เทอรม์ นิ อล จำ� กดั (PTT
กรรมการผู้จัดการ Tank)
กรรมการผู้จดั การ 1.5) บรษิ ทั PTT International Treading Pte.
Ltd. (PTTT)
ผู้อำ� นวยการ 1.6) บริษัท ปตท. กรีน เอ็นเนอร์ย่ี จ�ำกัด
(PTTGE SG)
ในเครอื ปตท.
1.7) บริษัท พีทีที เอ็นเนอร์ยี่ รซี อรส์ เซส จำ� กดั
(PTTER)
1.8) บรษิ ทั พที ที ี โกลบอลแมนแนจเมน้ ท์ จำ� กดั
(PTTGM)
1.9) บริษัท น�้ำมันและการค้าปลีก จ�ำกัด
(มหาชน) (PTTOR)
1.10) บริษัท PTT International Treading
London Ltd. (PTTT LDN)
1.11) บริษัท ปตท. ศูนย์บริหารเงิน จ�ำกัด
(PTTTCC)
1.12) บรษิ ัท PTT Regional Treasury Center
Pte. Ltd. (PTTRTC) (ปัจจุบันไม่มีการด�ำเนิน
กิจการแลว้ (ขอ้ มูล ณ วันท่ี 10 มนี าคม 2563)
2) การไฟฟา้ ฝา่ ยผลติ แหง่ ประเทศไทย (กฟผ.)
2.1) บริษัท กฟผ.อนิ เตอรเ์ นชัน่ แนล จ�ำกัด
(บริษัท EGATi) (ในเครอื กฟผ.)
2.2) บริษทั ผลิตไฟฟา้ และน�ำ้ เยน็ จ�ำกดั
(บริษัท DCAP) (ในเครอื กฟผ./ปตท./กฟน.)
(11) กระทรวงพาณชิ ย์

1) องค์การคลังสนิ ค้า (อคส.) 

90 ค่มู อื การปอ้ งกันการกระทำ� ความผิดเก่ียวกบั การขัดกันระหวา่ งประโยชน์สว่ นบุคคลกับประโยชน์สว่ นรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

กลมุ่ ตำ�แหนง่ ชื่อตำ�แหนง่ สงั กัด

(12) กระทรวงมหาดไทย
ผูว้ ่าการ 1) การประปานครหลวง (กปน.) 
ผวู้ ่าการ 2) การประปาส่วนภูมภิ าค (กปภ.) 
ผวู้ ่าการ 3) การไฟฟา้ นครหลวง (กฟน.) 
ผวู้ ่าการ 4) การไฟฟา้ สว่ นภูมิภาค (กฟภ.) 
กรรมการผ้จู ัดการใหญ่ 5) บริษัท พอี เี อเอ็นคอม อนิ เตอร์เนชนั่ แนล
จ�ำกัด (ในเครอื การไฟฟ้าส่วนภมู ิภาค)
ผู้อ�ำนวยการ 6) องค์การตลาด (อต.) 
(13) กระทรวงวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ผวู้ า่ การ 1) สถาบันวิจยั วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
แห่งประเทศไทย (วว.)
ผอู้ ำ� นวยการ 2) องคก์ ารพพิ ธิ ภณั ฑว์ ทิ ยาศาสตรแ์ หง่ ชาติ (อพวช.)
(14) กระทรวงสาธารณสุข
ผอู้ �ำนวยการ 1) องคก์ ารเภสัชกรรม (อภ.)
(15) กระทรวงอุตสาหกรรม
ผู้วา่ การ 1) การนคิ มอตุ สาหกรรมแหง่ ประเทศไทย (กนอ.)
2.7 หัวหน้าหน่วยงานขององคก์ รอสิ ระตามรัฐธรรมนญู

เลขาธกิ าร 2.7.1 ส�ำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

2.7.2 ส�ำนกั งานผู้ตรวจการแผน่ ดนิ

2.7.3 สำ� นักงานคณะกรรมการปอ้ งกันและ
ปราบปรามการทุจรติ แหง่ ชาติ
2.7.4 ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติ
2.8 ผู้ซ่งึ ด�ำรงตำ� แหนง่ เทียบเทา่ ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก�ำหนด

เลขาธกิ าร 2.8.1 สำ� นกั งานศาลรัฐธรรมนูญ

2.8.2 สำ� นักงานศาลยตุ ิธรรม

2.8.3 สำ� นักงานศาลปกครอง

2.8.4 สำ� นกั งานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร

2.8.5 สำ� นกั งานเลขาธกิ ารวฒุ สิ ภา

หมายเหตุ : ขอ้ มูล ณ วันที่ 31 ธนั วาคม พ.ศ. 2562

ภาคผนวก ข

ประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่อี อกความใน
มาตรา 126 และมาตรา 127

แหง่ พระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ พ.ศ. 2561

l ประกาศคณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ แหง่ ชาติ เรอ่ื ง กำ� หนดตำ� แหนง่
เจ้าพนกั งานของรฐั ท่ีตอ้ งหา้ มมิให้ด�ำเนนิ กจิ การตามความในมาตรา 126 พ.ศ. 2563
l ประกาศคณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจรติ แห่งชาติ เร่อื ง ก�ำหนดจำ� นวน
หุ ้ น ใ น บ ริ ษั ท จ� ำ กั ด ห รื อ บ ริ ษั ท ม ห า ช น จ� ำ กั ด ที่ ก ร ร ม ก า ร ผู ้ ด� ำ ร ง ต� ำ แ ห น ่ ง ใ น อ ง ค ์ ก ร อิ ส ร ะ
และเจ้าพนักงานของรัฐท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศก�ำหนด ถือหุ้นได้ตามมาตรา 126 (2)
พ.ศ. 2563
l ประกาศคณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรือ่ ง ก�ำหนดจ�ำนวน
หุ้นในบริษัทจ�ำกัดหรือบริษัทมหาชนจ�ำกัดที่กรรมการผู้ด�ำรงต�ำแหน่งในองค์กรอิสระ
และเจ้าพนักงานของรัฐที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศก�ำหนด ถือหุ้นได้ตามมาตรา 126 (3)
พ.ศ. 2563
l ประกาศคณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ แหง่ ชาติ เรอ่ื ง กำ� หนดตำ� แหนง่
ซง่ึ ต้องหา้ มมิใหด้ �ำเนนิ การตามมาตรา 127 พ.ศ. 2563

92 คูม่ ือการป้องกนั การกระทำ� ความผดิ เกยี่ วกบั การขดั กนั ระหว่างประโยชนส์ ว่ นบุคคลกับประโยชนส์ ว่ นรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๒๐ ก หน้า ๒๒ ๑๓ มนี าคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานุเบกษา

ประกาศคณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจรติ แหง่ ชาติ

เรือ่ ง กาหนดตาแหน่งเจา้ พนักงานของรฐั ทต่ี ้องหา้ มมใิ ห้ดาเนนิ กจิ การตามความในมาตรา ๑๒๖
พ.ศ. 2563

โดยท่ีเป็นการสมควรกาหนดตาแหน่งเจ้าพนักงานของรัฐที่ห้ามมิให้ดาเนนิ กิจการตามมาตรา 126
แห่งพระราชบญั ญัติประกอบรฐั ธรรมนูญว่าด้วยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๑๒๖ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย
การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
แห่งชาติจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ขอ้ 1 ประกาศน้ีเรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
เรื่อง กาหนดตาแหนง่ เจา้ พนกั งานของรฐั ทีต่ อ้ งหา้ มมใิ ห้ดาเนินกิจการตามความในมาตรา ๑๒๖ พ.ศ. 2563”

ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกาหนดสามสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศ
ในราชกจิ จานุเบกษาเป็นตน้ ไป

ขอ้ 3 ให้ยกเลิก
(1) ประกาศคณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ ริตแหง่ ชาติ เรือ่ ง กาหนดตาแหนง่
เจ้าหน้าท่ีของรัฐที่ต้องห้ามมิให้ดาเนินกิจการตามความในมาตรา ๑๐๐ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ
รฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการป้องกนั และปราบปรามการทจุ รติ พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๔๔
(2) ประกาศคณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทุจริตแหง่ ชาติ เร่อื ง กาหนดตาแหนง่
เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องห้ามมิให้ดาเนินกิจการตามความในมาตรา ๑๐๐ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ
รัฐธรรมนญู วา่ ดว้ ยการปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ รติ พ.ศ. ๒๕๔๒ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
ข้อ 4 วัตถุประสงค์ของมาตรา ๑๒๖ เป็นการป้องกันการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล
กับประโยชน์ส่วนรวม ซ่ึงมีที่มาจากการท่ีเจ้าพนักงานของรัฐได้รับมอบอานาจจากรัฐ ทาให้มีอานาจ
ในการอนุมัติ อนุญาต การให้สัมปทาน และลงนามในสัญญาต่าง ๆ รวมถึงเจ้าพนักงานของรัฐ
ที่มีอานาจในการกากับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดาเนินคดี ดังนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.
จึงกาหนดตาแหน่งเจ้าพนักงานของรัฐท่ีอยู่ภายใต้บังคับตามมาตรา ๑๒๖ ดังต่อไปนี้ และรวมถึง
เจา้ พนักงานของรัฐทไ่ี ดร้ ับมอบอานาจใหก้ ระทาการดงั กลา่ ว
(๑) ผู้ดารงตาแหน่งทางการเมอื ง

1.1 นายกรัฐมนตรี
1.2 รัฐมนตรี
1.3 สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร
1.4 สมาชิกวุฒสิ ภา

คมู่ ือการป้องกนั การกระท�ำความผิดเกีย่ วกบั การขดั กนั ระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นบคุ คลกบั ประโยชน์สว่ นรวม 93
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๒๐ ก หน้า ๒๓ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา

(2) ผู้ดารงตาแหน่งระดบั สงู
2.1 สาหรบั ข้าราชการพลเรือน
2.1.1 หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ทบวง กรม
2.2 สาหรบั ขา้ ราชการทหาร
2.2.1 ปลัดกระทรวงกลาโหม
2.2.2 ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
2.2.3 ผ้บู ัญชาการเหลา่ ทพั
2.3 ผบู้ ัญชาการตารวจแห่งชาติ
2.4 ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั
2.5 ปลดั กรุงเทพมหานคร
2.6 กรรมการและผบู้ ริหารสงู สดุ ของรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายวา่ ดว้ ยวธิ กี ารงบประมาณ
2.7 หัวหน้าหน่วยงานขององค์กรอสิ ระตามรฐั ธรรมนญู
2.7.1 เลขาธกิ ารคณะกรรมการการเลือกตั้ง
2.7.2 เลขาธิการสานักงานผูต้ รวจการแผน่ ดนิ
2.7.3 เลขาธิการคณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจรติ แห่งชาติ
2.7.4 เลขาธิการคณะกรรมการสิทธมิ นุษยชนแหง่ ชาติ
2.8 ผซู้ งึ่ ดารงตาแหนง่ เทียบเทา่ ตามทค่ี ณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด
2.8.1 เลขาธกิ ารสานกั งานศาลรฐั ธรรมนูญ
2.8.2 เลขาธิการสานักงานศาลยุตธิ รรม
2.8.3 เลขาธกิ ารสานักงานศาลปกครอง
2.8.4 เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
2.8.5 เลขาธกิ ารวฒุ ิสภา

(3) ผบู้ ริหารทอ้ งถ่นิ
3.1 ผ้วู า่ ราชการกรุงเทพมหานคร
3.2 นายกเมืองพทั ยา
3.3 นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัด
3.4 นายกเทศมนตรี
3.5 นายกองค์การบริหารสว่ นตาบล

94 คมู่ ือการป้องกันการกระทำ� ความผิดเกี่ยวกับการขัดกนั ระหวา่ งประโยชน์สว่ นบุคคลกับประโยชนส์ ว่ นรวม
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๒๐ ก หน้า ๒๔ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา

ขอ้ 5 ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นผู้รักษาการ
ตามประกาศนี้

ในกรณที ่ีมปี ญั หาเกี่ยวกบั การบงั คับใชห้ รอื การปฏิบัตติ ามประกาศน้ี ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.
มีอานาจตีความและวนิ จิ ฉัยช้ขี าด คาวนิ จิ ฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้เป็นทสี่ ดุ

ประกาศ ณ วนั ที่ 19 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖3
พลตารวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ

ประธานกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ แหง่ ชาติ

คมู่ อื การป้องกันการกระทำ� ความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นบุคคลกบั ประโยชน์สว่ นรวม 95
ตามมาตรา 126 และมาตรา 127

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๒๐ ก ราชกหิจนจ้ าานุเ๒บ๐กษา ๑๓ มนี าคม ๒๕๖๓

ประกาศคณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทจุ รติ แห่งชาติ

เรือ่ ง กาหนดจานวนห้นุ ในบรษิ ทั จากดั หรอื บรษิ ทั มหาชนจากัดที่กรรมการ ผดู้ ารงตาแหนง่ ในองค์กรอิสระ
และเจา้ พนักงานของรฐั ท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศกาหนด ถอื หุ้นไดต้ ามมาตรา ๑๒๖ (๒)

พ.ศ. 2563

โดยที่เป็นการสมควรให้มีประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
เรื่อง กาหนดจานวนหุ้นในบริษัทจากัดหรือบริษัทมหาชนจากัดท่ีกรรมการ ผู้ดารงตาแหน่งในองค์กร
อิสระ และเจ้าพนักงานของรฐั ท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศกาหนด ถือหุ้นได้ตามมาตรา ๑๒๖ (๒)
แหง่ พระราชบัญญัติประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการป้องกันและปราบปรามการทุจรติ พ.ศ. ๒๕๖๑

อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๑๒๖ (๒) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ด้วย
การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
จึงออกประกาศไว้ ดงั ต่อไปน้ี

ขอ้ 1 ประกาศน้ีเรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
เรื่อง กาหนดจานวนหุ้นในบริษัทจากัดหรือบริษัทมหาชนจากัดท่ีกรรมการ ผู้ดารงตาแหน่งในองค์กรอิสระ
และเจ้าพนักงานของรัฐที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศกาหนด ถือหุ้นได้ตามมาตรา ๑๒๖ (๒)
พ.ศ. 2563”

ข้อ 2 ประกาศน้ีให้ใช้บังคับเม่ือพ้นกาหนดสามสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ต้นไป

ขอ้ 3 ใหก้ รรมการ ผ้ดู ารงตาแหนง่ ในองคก์ รอิสระ และเจา้ พนกั งานของรฐั ท่ีคณะกรรมการ
ป.ป.ช. ประกาศกาหนด เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจากัดหรือบริษัทมหาชนจากัด ตามมาตรา ๑๒๖ (๒)
ได้ไมเ่ กินร้อยละห้าของจานวนหุ้นทง้ั หมดทจ่ี าหน่ายไดใ้ นบริษทั น้ัน

ขอ้ 4 ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นผู้รักษาการ
ตามประกาศน้ี

ในกรณที ่มี ีปญั หาเกี่ยวกบั การบังคับใช้หรอื การปฏิบตั ติ ามประกาศนี้ ใหค้ ณะกรรมการ ป.ป.ช.
มีอานาจตคี วามและวินจิ ฉัยช้ขี าด คาวนิ จิ ฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ใหเ้ ป็นที่สดุ

ประกาศ ณ วนั ที่ 19 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖3
พลตารวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ

ประธานกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ แหง่ ชาติ


Click to View FlipBook Version