The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ธรรมนูญสุขภาพ เทศบาลตำบลทุ่งหลวง ฉบับที่3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ธรรมนูญสุขภาพ เทศบาลตำบลทุ่งหลวง ฉบับที่3

ธรรมนูญสุขภาพ เทศบาลตำบลทุ่งหลวง ฉบับที่3

ธรรมนูญสุขภาพ เทศบาลตำบลทุ่งหลวง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ฉบับที่ ๓ พ.ศ.25๖๕ นโยบายสาธารณะด้านสุขภาพ เพื่อ “คนในชุมชน มีสุขภาวะ อยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน”


ธรรมนูญสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ฉบับที่ ๓ พ.ศ. 25๖๕ เป็นเสมือนข้อตกลงร่วมกันของคนใน ชุมชน เทศบาลตำบลทุ่งหลวง หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน กลุ่มชุมชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อ สร้างให้คนในเทศบาลตำบลทุ่งหลวง มีสุขภาวะดีถ้วนหน้า สมบูรณ์ทั้งกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ และ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมให้เกิดสังคมสุขภาวะของคนในเทศบาลตำบลทุ่งหลวงต่อไป การได้มาของธรรมนูญสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ฉบับที่ ๒ นี้มาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ของสังคม รวมตัวกันจนก่อให้เป็นพลัง เสมือน “ต้นไม้แห่งตำบลสุขภาวะ” ขอขอบคุณศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพภาคประชาชนภาคเหนือ จังหวัดนครสวรรค์ ที่เป็นพี่เลี้ยง ในการดำเนินงานและสนับสนุนวิชาการเป็นอย่างดี ขอขอบคุณนายกเทศมนตรี คณะผู้บริหาร สำนักงานเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ที่ร่วมแรงร่วมใจ และให้ การสนับสนุนการดำเนินงานมาโดยตลอด ขอขอบคุณเครือข่ายสุขภาพ ได้แก่ โรงพยาบาลคีรีมาศ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอคีรีมาศ คณะ เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สำนักงานเทศบาลตำบลทุ่งหลวง กองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลตำบลทุ่งหลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งหลวง ที่ดำเนินงานแบบ ครอบครัวเดียวกัน ดำเนินการเคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยกันมาโดยตลอด ขอขอบคุณ โรงเรียนวัดลายมิตรภาพที่ 80 โรงเรียนวัดดุสิดาราม โรงเรียนอนุบาลคีรีมาศ (วัดบึง) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข ชมรมผู้สูงอายุ ปราชญ์ชาวบ้าน หมอดินอาสา ชมรมสร้าง เสริมสุขภาพ สถานีวิทยุชุมชนวัดลาย รวมไปถึงบุคคล องค์กรต่างๆที่ได้ร่วมดำเนินการและที่สำคัญคือ ประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลทุ่งหลวง ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันดำเนินการจนแล้วเสร็จ ลุล่วงไปด้วยดี พวกเราทั้งหมดคาดหวังว่าธรรมนูญสุขภาพฉบับนี้ จะมีชีวิต เป็นสิ่งยึดโยงจิตใจคนในเทศบาลตำบล ทุ่งหลวง เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพนำไปสู่การปฏิบัติอย่างยั่งยืน กิตติกรรมประกาศ


ธรรมนูญสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ฉบับที่ ๓ พ.ศ.25๖๕ การยกร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา มีความพยายามจะทำให้ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติทั้งฉบับเป็น “ธรรมนูญสุขภาพคนไทย” หมายถึงกฎหมายแม่บทที่ทุกฝ่ายใช้อ้างอิง เพื่อ ขับเคลื่อนไปสูระบบสุขภาพที่พึงประสงค์ กำหนดทิศทาง ปรัชญา หลักการ เครื่องมือ กลไก มาตรการและ เงื่อนไขสำคัญของระบบสุขภาพ เมื่อพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ ระบุนัยสำคัญของ “ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ” เป็นเจตนารมณ์ร่วม และพันธะร่วมกันของสังคม ( Social commitment ) เพื่อใช้เป็นกรอบของระบบสุขภาพของประเทศดังนั้น กระบวนการจัดทำ สาระสำคัญและกระบวนการแปลงธรรมนูญสุขภาพสู่การปฏิบัติจึงมีสถานะเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงและ ขับเคลื่อน บนหลักการมีส่วนร่วม โดยคำนึงถึงทุกภาคส่วนตามยุทธศาสตร์สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา (ภาครัฐ ภาควิชาการ – วิชาชีพ และภาคประชาชน ประชาสังคม) เพื่อทำให้เกิดการขับเคลื่อน และพัฒนาระบบสุข ภาวะของสังคมให้สอดคล้องกับบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทุกระยะ รวมถึงการเป็นเครื่องมือกำหนดทิศทาง ปรัชญา หลักการ เครื่องมือ กลไก มาตรการและเงื่อนไขสำคัญของระบบสุขภาพเพื่อใช้เป็นกรอบและแนวทาง ในการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์และการดำเนินงานด้านสุขภาพของประเทศจนถึงระดับท้องถิ่นให้ประสาน สอดคล้องกัน สำหรับธรรมนูญสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง เป็นการสร้างความร่วมมือในการกำหนดกฎกติกา ข้อตกลง ในการดำรงอยู่ร่วมกันของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ตามวิสัยทัศน์ ของ แผนสุขภาพตำบลที่มีจุดหมายปลายทาง เพื่อให้ คนในชุมชนมีสุขภาวะ อยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน เป็นการสร้าง สังคมสุขภาวะที่ชุมชนต้องการด้วยความรัก ความเข้าใจ ความสามัคคี ให้เกิดผลกับตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคม ให้สมบูรณ์พร้อมทุกด้าน ทั้งร่างกาย จิตใจ สังคมและจิตวิญญาณ เกิดเป็นสังคมแห่งความสุขภายใต้ บริบท วัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น นำไปใช้ปฏิบัติได้อย่างยั่งยืน รวมถึงให้หน่วยงานภาครัฐ โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งหลวง กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สำนักเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ใช้ธรรมนูญ สุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง เป็นกรอบและแนวทางในการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการดำเนินงาน ด้านสุขภาพของชาวเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ประกอบด้วย 12 หมวด 52 ข้อ ดังต่อไปนี้ ข้อที่ 1 ธรรมนูญนี้เรียกว่า “ธรรมนูญสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ฉบับที่ ๓ พ.ศ. 25๖๕ ข้อที่ 2การประกาศใช้ธรรมนูญสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ให้มีผลบังคับใช้หลักจาก คณะกรรมการธรรมนูญสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง มีมติเห็นชอบ ค ำปรำรภ


นิยามศัพท์ ข้อที่ 3 ในธรรมนูญนี้ “ธรรมนูญ” หมายความว่าข้อปฏิบัติที่เป็นข้อตกลงร่วมกันของประชาชนในเทศบาลตำบล ทุ่งหลวง เพื่อให้มีสุขภาวะ อยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน “สุขภาวะ” หมายความว่า ความสุข ที่สมบูรณ์พร้อมทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม และจิต วิญญาณ ของประชาชนในเขตเทศบาลตำบลทุ่งหลวง “ภาครัฐ” หมายความว่า สำนักงานเทศบาลตำบลทุ่งหลวง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลทุ่งหลวง โรงเรียน ศูนย์บริการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบลทุ่งหลวง ศูนย์พัฒนา เด็กเล็ก และบุคลากรจากหน่วยงานของทางราชการทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่เทศบาลตำบลทุ่งหลวง “ชุมชน” หมายความว่า ชุมชน ในเขตเทศบาลตำบลทุ่งหลวง จำนวน 1๕ ชุมชน “กลุ่มองค์กรชุมชน” หมายถึง การรวมกลุ่มของประชาชนในเขตเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ที่ รวมตัวกันโดยการจัดตั้งจากรัฐ หรือ ตามพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวข้อง หรือ ก่อตั้งกันเองภายในพื้นที่ และเป็นที่ ยอมรับของประชาชนทั่วไป โดยมีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ชุมชน และสังคมโดยรวม “คุณธรรม” หมายความว่า คุณงามความดี ที่ประชาชนพึงสำนึกในจิตใจของตน ในเรื่อง ความจริง ความดีงาม และใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต “จริยธรรม” หมายความว่า แนวทางแห่งการประพฤติ ที่ยึดหลักคุณธรรม “วัฒนธรรม” หมายความว่า วิถีชีวิต แห่งความดีงามและประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมา บน พื้นฐานแห่งการรับรู้ร่วมกันในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม และธรรมชาติใน เทศบาลตำบลทุ่งหลวง “เศรษฐกิจพอเพียง” หมายความว่า การดำเนินชีวิต และปฏิบัติตนของประชาชนในเขต เทศบาลตำบลทุ่งหลวง ในทุกระดับ ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน สังคม และภาครัฐ อยู่ในทางสายกลาง มีความ พอดี พอประมาณ มีเหตุผล มีความรอบคอบ ระมัดระวัง มีสติและปัญญามาใช้ในการวางแผนและการ ดำเนินการทุกขั้นตอน เพื่อให้สมดุลและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี “การมีส่วนร่วม” หมายความว่า การที่ประชาชนมีส่วนร่วม ในกิจกรรมใดๆ ในลักษณะของ การร่วมรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมตัดสินใจ ร่วมดำเนินการ ร่วมรับประโยชน์ ร่วมติดตาม ประเมินผลและการตรวจสอบ “จิตสาธารณะ” หมายความว่า จิตใจที่คำนึงถึงประโยชน์ของผู้อื่น มีความรับผิดชอบต่อ ตนเอง โดยยึดความสำคัญต่อผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบและความเสียหายต่อ ส่วนรวม


“การสร้างเสริมสุขภาพ” หมายความว่า การส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนในเทศบาล ตำบลทุ่งหลวง มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ภายใต้การจัด สิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม ปลอดภัย เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของบุคคล ครอบครัว ชุมชน และสังคม “พาหะนำโรค” หมายความว่า ตัวการที่นำโรคมาติดต่อสู่ผู้อื่น “โรคติดต่อ”หมายความว่า โรคที่สามารถถ่ายทอดหรือติดต่อจากสิ่งมีชีวิตหนึ่งไปยังสิ่งมีชีวิต หนึ่งได้โดยไม่จำกัดว่าสิ่งมีชีวิตนั้น จะเป็นมนุษย์หรือไม่ก็ตาม “โรคไม่ติดต่อ” หมายความว่า โรคที่เกิดจากความผิดปกติหรือความเสื่อมโทรมของทาง ร่างกาย และจิตใจ ไม่สามารถที่จะติดต่อไปหาบุคคลอื่นได้ ซึ่ง เป็นโรคในวิถีชีวิตนั่นเอง เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง และโรคเลือดสมองเป็นต้น “ภาคีเครือข่าย” หมายความว่า หน่วยงานของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ที่มี ความสนใจ และสมัครใจร่วมดำเนินกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพของชาวเทศบาลตำบลทุ่งหลวง “จิตอาสา” หมายความว่า ผู้ที่มีจิตใจ อันเสียสละพร้อมช่วยเหลือผู้อื่น โดยไม่หวังรางวัลหรือ สิ่งตอบแทนอื่นใด “สมัชชาสุขภาพ” หมายความว่า การจัดให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปรึกษาหารือ พูดคุยกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ด้านสุขภาพ “การแพทย์แผนไทย” หมายความว่า การดูแลสุขภาพโดยอาศัยความรู้หรือตำราการแพทย์ แบบไทยที่ได้สั่งสม ถ่ายทอด และพัฒนาสืบต่อกันมา หรือตามการศึกษาจากสถานศึกษาที่รับรองโดยกฎหมาย ว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ ทั้งนี้ ให้ครอบคลุมการใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ การแพทย์บางอย่าง ประกอบการวินิจฉัย และการบำบัดโรคตามที่กฎหมายกำหนด “การแพทย์พื้นบ้าน” หมายความว่า การดูแลสุขภาพโดยอาศัยความรู้หรือตำราการแพทย์ พื้นบ้านที่ได้สั่งสม ถ่ายทอดและพัฒนาสืบต่อกันมา ซึ่งมีลักษณะที่สอดคล้องกับวัฒนธรรม จารีตประเพณี และ ทรัพยากรของตำบลทุ่งหลวง “การแพทย์ทางเลือก” หมายความว่า การดูแลสุขภาพโดยอาศัยความรู้ทางการแพทย์ ที่ นอกเหนือจากการแพทย์แผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย และการแพทย์พื้นบ้าน “เกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษ” หมายความว่า การผลิตทางการเกษตร ที่หลีกเลี่ยงการใช้ ปุ๋ยเคมีสังเคราะห์ สารสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และฮอร์โมนที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชและสัตว์ อาศัยการ ปลูกพืชหมุนเวียน ใช้เศษพืช มูลสัตว์ ปุ๋ยพืชสด รวมไปถึงการใช้หลักการควบคุมศัตรูพืชโดยใช้วิธีชีวภาพ เพื่อ รักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินสำหรับเป็นแหล่งธาตุอาหารของพืชรวมทั้งการควบคุมศัตรูพืชต่างๆ เช่น แมลง โรคพืช และวัชพืช “ละเมิด” หมายความว่า การกระทำใดๆ อันเป็นการฝ่าฝืนข้อตกลงของชุมชน ที่กระทำโดย เจตนาหรือโดยประมาท เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือส่วนรวม “มาตรการทางสังคม” หมายความว่า ข้อตกลงทางสังคม ที่รับทราบเป็นวงกว้างในชุมชน อันเกิดจากความตกลงของชุมชน มีความมุ่งหมายให้มีการปฏิบัติตามข้อตกลงนั้น


“คณะกรรมการธรรมนูญสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง” หมายความว่า บุคคลที่เป็น ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาควิชาการ/วิชาชีพ ภาคเอกชน และ ภาคประชา สังคมในเทศบาลตำบลทุ่งหลวง รวมถึงบุคคล หน่วยงานองค์กรชุมชนอื่นๆ ที่เข้ามาดำเนินกิจกรรมร่วมกันใน พื้นที่เทศบาลตำบลทุ่งหลวง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ข้อที่ ๔ ธรรมนูญฉบับนี้ ใช้เป็นกรอบและแนวทางในการดำเนินชีวิต การดำเนินงานของชาวเทศบาล ตำบลทุ่งหลวง หน่วยงานของรัฐ องค์กรชุมชน ภาควิชาการ/วิชาชีพ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมใน เทศบาลตำบลทุ่งหลวง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย หมวดที่ ๑ ปรัชญาแนวคิดของระบบสุขภาพ ของคนเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ข้อที่ ๕ ชาวเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ร่วมสร้างสุขภาพตนเอง ครอบครัว ชุมชน จากความเข้าใจ รู้รัก สามัคคี พัฒนาให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ นำไปสู่วิสัยทัศน์ที่ว่า “คนในชุมชน มีสุขภาวะ อยู่ดีมีสุข อย่างยั่งยืน” หมวดที่ ๒ การสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์ต่อสุขภาวะคนเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ข้อที่ ๖ คนในเทศบาลตำบลทุ่งหลวง มีคุณธรรม จริยธรรมประจำใจ โดยการรักษาศีลมีจิตสำนึก สาธารณะ ยิ้มแย้มแจ่มใส และ มีสุขภาวะที่ดี ข้อที่ ๗ คนในเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ดำรงรักษาเอกลักษณ์ของคนตำบลทุ่งหลวง อนุรักษ์ภาษาถิ่น รักถิ่นฐาน เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ข้อที่ ๘ คนในเทศบาลตำบลทุ่งหลวง มีบ้านและชุมชนที่น่าอยู่ ปลอดภัย ปลอดโรค และมีการจัด สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพที่ดี หมวดที่ ๓ การจัดระบบสุขภาพ ที่พึงประสงค์ ต่อสุขภาวะชาวเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ข้อที่ ๙ จัดสถานบริการของรัฐ ที่มีมาตรฐานการบริการและเอื้อต่อสุขภาพ ข้อที่ ๑๐ ระบบส่งต่อที่มีมาตรฐาน ประชาชนเข้าถึงบริการได้ทุกกลุ่มตามความจำเป็น ข้อที่ ๑๑ ส่งเสริมและสนับสนุนการออกกำลังกายที่เหมาะสมตามวัย ข้อที่ ๑๒ ให้กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ใช้ธรรมนูญสุขภาพฉบับนี้ เป็นแผน แม่บทในการดำเนินงาน หมวดที่ ๔ การควบคุม ป้องกันปัจจัยที่คุกคามต่อสุขภาพ ของชาวเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ข้อที่ ๑๓ การจัดการขยะ สิ่งปฏิกูล กลิ่น การเผา ควัน ความเร็วของรถ เสียง ฝุ่นละออง ให้อยู่ใน ระดับที่เหมาะสมตามกฎหมายและเกณฑ์ที่กำหนดร่วมกัน ข้อที่ ๑๔ ควบคุมป้องกันโรคและภัยสุขภาพ จากคน แมลง สัตว์นำโรค และพาหะนำโรคที่มาสู่ชุมชน ข้อที่ ๑๕ ป้องกันโรคจากการประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิต การเฝ้าระวังความปลอดภัยด้าน อาหาร ยา (ตำบลปลอดยาชุด ยาปนเปื้อนสารสเตียร์รอยด์ ยาอันตราย) และ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ การ คุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพให้ปลอดภัยอย่างยั่งยืน ข้อที่ ๑๖ ควบคุมและป้องกันอุบัติภัย และภัยธรรมชาติในพื้นที่เทศบาลตำบลทุ่งหลวง ข้อที่ ๑๗ ควบคุมและป้องกันสิ่งเสพติดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ


ข้อที่ ๑๘ สนับสนุน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครัวเรือน ในการเฝ้าระวัง ป้องกันโรคและภัยสุขภาพ หมวดที่ 5 การควบคุม คุณภาพด้านสุขภาพและการติดตาม ประเมินผล ข้อที่ 19 พัฒนาบริการสาธารณสุขเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึง การพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุ อย่างมีคุณภาพ ศูนย์ฟื้นฟูคุณภาพชีวิต (Day Care) ตาม “ธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุ” ข้อที่ 20 พัฒนาระบบบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ สร้างความประทับใจและมีมาตรการ ให้บริการอย่างเสมอภาค ข้อที่ 21 สนับสนุนให้มีการติดตามประเมินผล และนำผลสรุปมาปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ข้อที่ 22 มีระบบการคืนข้อมูลให้แก่ชุมชนที่เหมาะสมในเวทีประชาคม “สภากาแฟ” การประชุม คณะกรรมการตำบล (กต.) และชุมชนนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ได้จริง หมวดที่ 6 การสร้างและพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุข ข้อที่ 23 ส่งเสริม สนับสนุนให้มีการพัฒนาศักยภาพ องค์ความรู้ แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำ หมู่บ้าน : อสม.หมอคนที่ ๑ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างต่อเนื่อง ข้อที่ 24 สร้างแกนนำสุขภาพ ในการดูแลประชาชนทุกกลุ่มวัย ประชากรกลุ่มเปราะบางอย่าง เหมาะสมและเข้าถึงบริการด้านสุขภาพอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม* ข้อที่ 25 ส่งเสริม สนับสนุน ให้เกิดอาสาสมัครชุมชน เช่น อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ อาสาสมัครดูแลผู้ พิการ อาสาสมัครเพื่อนช่วยเพื่อน อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) หรือผู้มีจิตอาสา ในรูปแบบต่างๆอย่างมีคุณภาพ* ข้อที่ 26 ส่งเสริม สนับสนุนกลุ่มเยาวชนให้มีสภาเด็กและเยาวชน เน้นการส่วนร่วมในการสร้าง สุขภาพอย่างเหมาะสม ข้อที่ 27 สร้างภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ ร่วมกับหน่ายงาน องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน บวร.ร.สร้าง สุขภาพ ข้อที่ 28 สนับสนุนให้ภาคประชาชน ร่วมเป็นภาคีเครือข่าย สร้างนักจัดการสุขภาพประจำครัวเรือน อาสาสมัครประจำครัวเรือน (อสค.)ในการรักษาพยาบาลเบื้องต้น ส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมป้องกันโรค และ ฟื้นฟูสภาพคนในครอบครัว หมวดที่ 7 การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ข้อที่ 29 จัดให้มีคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคด้านสุขภาพ โดยคณะกรรมการต้อง ประกอบด้วยประชาชนในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ข้อที่ 30 ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาหาร ยา และการบริการ สร้าง ความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ งดจำหน่ายอาหารปนเปื้อนสารอันตราย ยาชุด ยาปนเปื้อนสเตียรอยด์ ยาแผนปัจจุบันอันตราย รถเร่จำหน่ายยา ตลอดจนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพใน Social Network และให้ รายงานผลกระทบต่อผู้บริโภค ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ประกอบการต้องให้ความร่วมมือทุก ขั้นตอน หากฝ่าฝืนจะถูกห้ามหรือระงับการต่อใบอนุญาตจำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพในพื้นที่


หมวดที่ 8 การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ความรู้ และข้อมูลข่าวสาร ข้อที่ 31 จัดให้มีการประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพเพื่อการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมสุขภาพ ด้วยช่องทางที่หลากหลาย อย่างต่อเนื่อง ข้อที่ 32 จัดให้มีศูนย์ข้อมูล เพื่อพัฒนาและนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ต่อการสร้างสุขภาวะชาวเทศบาล ตำบลทุ่งหลวง ข้อที่ 33 ให้ศูนย์ข้อมูลมีหน้าที่ในการสำรวจ นำเข้าข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูล และนำเสนอหรือส่ง มอบข้อมูลให้แก่หน่วยงาน องค์กรชุมชน และประชาชนที่ต้องการ ข้อที่ 34 ส่งเสริม สนับสนุนให้หน่วยงาน องค์กรชุมชน และประชาชน เกิดการเรียนรู้ และสร้าง กระบวนการจัดการความรู้ด้านสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง ข้อที่ 35 หน่วยงาน องค์กรชุมชน และประชาชน ต้องร่วมกันจัดให้มีสมัชชาสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หมวดที่ 9 เศรษฐกิจพอเพียง ข้อที่ 36 ส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินชีวิต ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมครัวเรือนด้าน การผลิตเอง ใช้เอง กินเอง อย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นการใช้เกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดสารพิษ ข้อที่ 37 สนับสนุนการตลาด ผลผลิต ผลิตภัณฑ์ของชุมชน และร่วมกันบริโภคผลผลิตที่เป็นของชาว เทศบาลตำบลทุ่งหลวง ข้อที่ 38 ร่วมกันส่งเสริมให้เกิดสัมมาชีพ และการพึ่งตนองให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ หมวดที่ 10 ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประเพณี วัฒนธรรม และศาสนา ข้อที่ 39 พัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น การแพทย์แผนไทย เพื่อสร้างสุขภาวะ ข้อที่ 40 สถานบริการสาธารณสุข ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งหลวง สนับสนุนภูมิ ปัญญาท้องถิ่น แพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือกอย่างต่อเนื่อง ข้อที่ 41 ชุมชนมีการดำเนินงานครอบครัวอบอุ่น การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาครอบครัวอย่าง ต่อเนื่อง ข้อที่ 42 ให้มีการสืบค้น ศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และประเพณีที่ดีงาม ข้อที่ 43 สร้างจิตสำนึกสาธารณะ มีน้ำใจ เสียสละ สามัคคี โดยยึดหลักธรรมของศาสนาและ วัฒนธรรม เป็นที่ตั้ง ข้อที่ 44 ให้มีการพัฒนาคุณธรรม ให้มีการส่งเสริมศีลธรรมแก่ชุมชน สนับสนุนและปกป้องคนดีให้ได้ ทำความดีเพื่อประโยชน์แก่สังคมชาวเทศบาลตำบลทุ่งหลวง หมวดที่ 11 การระดมทรัพยากรและสนับสนุนงบประมาณการดำเนินงานด้านสุขภาพ ข้อที่ 45 เทศบาลตำบลทุ่งหลวง จัดสรรงบประมาณ ด้านสาธารณสุขในทุกมิติอย่างครอบคลุม ข้อที่ 46 เทศบาลตำบลทุ่งหลวงจัดให้มีสถานที่ออกกำลังกาย ที่เหมาะสมตามวัย มีสถานที่พักผ่อน อย่างเพียงพอ


ข้อที่ 47 เครือข่ายสุขภาพ สนับสนุนทรัพยากร และบุคลากรในการดูแลสุขภาพในทุกมิติอย่าง ครอบคลุม ข้อที่ 48 เทศบาลตำบลทุ่งหลวง ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างสุขภาวะอย่าง ยั่งยืน หมวดที่ 12 สำนักธรรมนูญสุขภาพ ข้อที่ 49 ให้สำนักธรรมนูญสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ซึ่งเป็นองค์กรชุมชน กำกับดูแลและ ขับเคลื่อนให้เป็นไปตามธรรมนูญสุขภาพ เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดตั้งองค์กรและคณะกรรมการอิสระตาม ธรรมนูญสุขภาพและจัดทำตัวชี้วัดสุขภาพครัวเรือนเกณฑ์การประเมินสุขภาวะ โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม จากชุมชน ข้อที่ 50 การบริหารจัดการสำนักธรรมนูญสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ให้เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับของสำนักธรรมนูญสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ข้อที่ 51 กรณีมีการละเมิดธรรมนูญสุขภาพฉบับนี้ ให้สำนักธรรมนูญสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง นำประเด็นดังกล่าวเข้าปรึกษาหารือในสมัชชาสุขภาพธรรมนูญสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวงประจำปี และ เสนอให้ใช้มาตรการทางสังคมดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป บทเฉพาะกาล ข้อที่ 52 การแก้ไขเพิ่มเติมธรรมนูญสุขภาพฉบับนี้ ให้กระทำโดยขั้นตอนเดียวกันกับการจัดทำหรือ ผ่านสมัชชาสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง การนำเสนอต้องดำเนินการโดยยึดหลักการและเหตุผลประกอบที่ ชัดเจนและผ่านการปรึกษาหารือกับคณะกรรมการสำนักธรรมนูญสุขภาพตำบลทุ่งหลวงอย่างน้อย 1 ครั้ง และ แจ้งวาระดังกล่าวแก่ประชาชนทราบก่อนการจัดสมัชชาสุขภาพ ไม่น้อยกว่า 30 วัน มติแก้ไขเพิ่มเติมต้องมีผู้ เห็นชอบไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของผู้เข้าร่วมสมัชชาสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง


ธรรมน ูญส ุ ขภำพผ ู ้ ส ู งอำย ุ “สูงวัย กายใจเป็นสุข” เทศบำลต ำบลทุ่งหลวง อ ำเภอคีรีมำศ จังหวัดสุโขทัย ฉบับที่๓ พ.ศ.๒๕๖๕ ธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุเทศบาลตำบลทุ่งหลวง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย **************** ฉบับที่ ๓ พ.ศ.๒๕๖๕


คำปรารภ การยกร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติตั้งแต่ปี๒๕๔๓ เป็นต้นมา มีความพยายามจะทำให้ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติทั้งฉบับ เป็น “ธรรมนูญสุขภาพคนไทย” หมายถึงกฎหมายแม่บทที่ทุกฝ่าย ใช้อ้างอิง เพื่อขับเคลื่อนไปสู่ระบบสุขภาพที่พึงประสงค์กำหนด ทิศทาง ปรัชญา หลักการ เครื่องมือ กลไก มาตรการ และเงื่อนไขสำคัญ ของระบบสุขภาพ เมื่อพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติพ.ศ.๒๕๕๐ ประกาศใช้เป็น กฎหมายได้ระบุนัยสำคัญของ “ธรรมนูญว่าด้วยระบบ สุขภาพแห่งชาติ” เป็นเจตนารมณ์ร่วม และพันธะ ร่วมกันของสังคม (Social commitment) เพื่อใช้เป็นกรอบของระบบสุขภาพของประเทศ ดังนั้น กระบวนการจัดทำสาระสำคัญและกระบวนการแปลงธรรมนูญ สุขภาพสู่การปฏิบัติจึงมีสถานะเป็นเครื่องมือ เชื่อมโยงและขับเคลื่อน บนหลักการมีส่วนร่วม โดยคำนึงถึงทุกภาคส่วนตามยุทธศาสตร์สามเหลี่ยมเขยื้อน ภูเขา (ภาครัฐ ภาควิชาการ-วิชาชีพ และภาคประชาชน ประชาสังคม) เพื่อทำให้เกิดการขับเคลื่อน และพัฒนา ระบบสุขภาวะ ของสังคมให้สอดคล้องกับบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทุกระยะ รวมถึงการเป็นเครื่องมือ กำหนดทิศทาง ปรัชญา หลักการ เครื่องมือ กลไก มาตรการและเงื่อนไขสำคัญของระบบสุขภาพเพื่อใช้เป็นกรอบ และแนวทางในการกำหนด นโยบาย ยุทธศาสตร์และการดำเนินงาน ด้านสุขภาพของประเทศจนถึงระดับท้องถิ่นให้ประสานสอดคล้องกัน สำหรับธรรมนูญสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง เป็นการ สร้างความร่วมมือในการกำหนดกฎกติกาข้อตกลง ใน การดำรงอยู่ ร่วมกันของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ตามวิสัยทัศน์ของแผนสุขภาพ ตำบลที่มีจุดหมายปลายทาง เพื่อให้คนในชุมชนมีสุขภาวะ อยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน เป็นการสร้างสังคม สุขภาวะ ที่ชุมชนต้องการด้วยความรัก ความเข้าใจ ความสามัคคีให้เกิดผลกับตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคม ให้ สมบูรณ์พร้อม ทุกด้าน ทั้งร่างกาย จิตใจ สังคมและจิตวิญญาณ เกิดเป็นสังคม แห่งความสุขภายใต้บริบท วัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น นำไปใช้ปฏิบัติได้อย่างยั่งยืน รวมถึงให้หน่วยงานภาครัฐ โรงพยาบาล ส่งเสริม สุขภาพตำบลทุ่งหลวง กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สำนักเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ใช้ธรรมนูญสุขภาพ เทศบาลตำบล ทุ่งหลวง เป็นกรอบและแนวทางในการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์และการดำเนินงานด้าน สุขภาพของชาวเทศบาลตำบลทุ่งหลวง


คำนำ เจตจำนงของธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุ โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลทุ่งหลวง อำเภอคีรีมาศ จังหวัด สุโขทัย เพื่อให้เกิด สังคมแห่งการเรียนรู้ผู้สูงอายุมีการใช้ชีวิตแบบเห็นคุณค่าในตนเอง อยู่ เย็นเป็นสุข “สูงวัย กาย ใจ เป็นสุข” ฉบับนี้ได้มาจากการประชาคมในชมรมผู้สูงอายุ ทุก หมู่บ้านในตำบลทุ่งหลวง โดยการ พิจารณาให้ความเห็นชอบของ คณะกรรมการ ธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุคณะกรรมการโรงเรียนผู้สูงอายุและ คณะกรรมการสุขภาพตำบล (กต.) เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการกำหนด เป้าหมาย นโยบายแผนงานโครงการ และยุทธศาสตร์การพัฒนาสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน หมู่บ้าน ตำบล ที่ยั่งยืนเป็นกฎกติกา ฉันทามติข้อตกลง การอยู่ร่วมกัน ของผู้สูงอายุ,โรงเรียนผู้สูงอายุเป็นการนำฉันทามติไปขับเคลื่อน และพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุให้“สูงวัย กาย ใจ เป็นสุข” ของผู้สูงอายุ ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยขั้นพื้นฐาน ของผู้คน มีความสมดุล ระหว่างวัฒนธรรม เศรษฐกิจ ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามหลักธรรมทางศาสนา วีถีวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และทรัพยากร อย่างเป็นธรรม ที่สมดุลและยั่งยืน ซึ่งเป็น การพึ่งตนเอง ตามแนวคิดปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงและเพื่อให้เหมาะสมกับ สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสังคมผู้สูงอายุที่เป็นพลวัตปัจจัย ต่อ ข้อบัญญัติของธรรมนูญ สุขภาพผู้สูงอายุ ฉบับนี้เป็นปัจจัย ขั้นพื้นฐานการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุตำบลทุ่ง หลวงต่อไป การจัดทำธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุตำบลทุ่งหลวง ฉบับนี้ได้พัฒนาและอ้างอิงธรรมนูญ ว่าด้วยระบบ สุขภาพแห่งชาติพ.ศ.๒๕๕๒ ที่เป็นกรอบแนวทางในการกำหนดนโยบายด้านสุขภาพ ของประเทศ เป็นเสมือน พิมพ์เขียวที่ภาคส่วนต่างๆ ได้ร่วมกัน กำหนดภาพอนาคตที่พึงประสงค์ของระบบสุขภาพ ทุกหน่วยงาน องค์กร รวมถึงชุมชนท้องถิ่นที่เป็นกติการ่วมของชุมชน ดังนั้น ธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุตำบลทุ่งหลวง ฉบับนี้จึงเป็น การพัฒนาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และขอน้อมรับข้อเสนอแนะ จากหน่วยงาน องค์กรภาคีเครือข่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อการพัฒนาให้เหมาะสมต่อไป ขอขอบคุณ คณะกรรมการธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุตำบลทุ่งหลวง


ธรรมนูญสุขภาพผ ู้สูงอายุ ต าบลท ุ่งหลวงอ าเภอคีรีมาศ จังหวดัสุโขทัย **************** ฉบับที่๓ พ.ศ. ๒๕๖๕ ด้วยคณะกรรมการพัฒนาธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุคณะกรรมการชมรมผู้สูงอายุตำบล คณะ สงฆ์ตำบลทุ่งหลวง สภาเทศบาลตำบลทุ่งหลวง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งหลวง คณะกรรมการ กองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลตำบลทุ่งหลวง กองทุนสวัสดิการชุมชน คณะกรรมการสุขภาพตำบล (กต.) หน่วยงานภาครัฐเครือข่าย อสม. อพม. อผส. อปพร. กศน.ตำบล องค์กรประชาสังคม องค์กรประชาชน และ องค์กรเอกชน ได้จัดทำประชาคม ธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุฉบับที่ ๑ ขึ้น ซึ่งชมรมผู้สูงอายุตำบลทุ่งหลวง ประชาชน กลุ่มองค์กรเครือข่าย ได้ร่วมกันลงประชามติเห็นพ้องต้องกันเป็นฉันทามติให้ธรรมนูญสุขภาพ ผู้สูงอายุฉบับนี้ เป็นเครื่องมือ ในการกำหนดทิศทางการพัฒนาผู้สูงอายุให้เจริญก้าวหน้า โดยการบูรณาการ แผนงาน โครงการ่วมกันอย่างต่อเนื่องโดยมีเป้าหมายการพัฒนาไปสู่สังคมผู้สูงอายุตำบล ให้มีคุณค่าในตนเอง อยู่ เย็นเป็นสุข “สูงวัย กาย ใจ เป็นสุข” ที่ยั่งยืนต่อไป


นิยามศัพท์ในธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุตำบลทุ่งหลวง สุขภาพ หมายถึง ภาวะของมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้ง ทางกายทางจิตใจ ทางปัญญา และทางสังคม สิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงกันเป็นองค์รวมอย่างสมดุล ระบบสุขภาพ หมายถึง ระบบความสัมพันธ์ทั้งมวลที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยง กับสุขภาพ ผู้สูงอายุหมายถึง บุคคลที่มีอายุ ๖๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ระบบการดูแลระยะยาว(Long–term care) หมายถึงการจัดบริการสาธารณสุข และบริการสังคม เพื่อตอบสนองความต้องการความช่วยเหลือของผู้ที่ประสบภาวะ ยากลำบาก อันเนื่องมาจากภาวการณ์ เจ็บป่วยเรื้อรัง การประสบอุบัติเหตุความพิการต่างๆ ตลอดจนผู้สูงอายุที่ชราภาพไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ในชีวิตประจำวัน โดยมีรูปแบบทั้ง ที่เป็นทางการ(ดูแลโดยบุคลากรด้านสาธารณสุขและสังคม) และไม่เป็น ทางการ(ดูแลโดย ครอบครัว อาสาสมัคร เพื่อน เพื่อนบ้าน) ซึ่งบริการทดแทนดังกล่าวมักเป็นบริการสังคม เพื่อ มุ่งเน้นในด้านการฟื้นฟูบำบัด รวมถึงการส่งเสริมสุขภาพให้แก่กลุ่มคนเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เพื่อให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีสามารถดำเนินชีวิตให้เป็นอิสระเท่าที่จะเป็นไปได้โดยอยู่บนพื้นฐานของการเคารพ ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ โรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุหมายถึง สถานที่ที่มีประชากรอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภูมิ ปัญญา มีการยกย่องเชิดชูในความรู้ความสามารถ จิตวิญญาณของผู้สูงอายุและการทำกิจกรรมด้านต่างๆ ร่วมกัน ชุมชนตำบลท้องถิ่น หมายถึง กลุ่มบ้าน ชุมชน หมู่บ้านตำบล การจัดการตนเอง หมายถึง การบริหารจัดการทุนชุมชนตำบล ที่นำมาขับเคลื่อนการพัฒนา ทั้งทุนคน ทุนทรัพยากร ทุนชุมชนเพื่อการป้องกันแก้ไขปัญหา และพัฒนาชุมชนตนเอง ไปสู่การอยู่รอดปลอดความสุข มี ความภาคภูมิใจในตัวเอง มีภูมิคุ้มกันทางสังคมปัญญา สามารถพึ่งพาตนเองได้ ตำบลอยู่เย็นเป็นสุข หมายถึง ประชาชนในหมู่บ้านตำบลมีความสามัคคีที่ดีต่อกัน อยู่ร่วมกันตาม ระเบียบกฎเกณฑ์หลักศาสนาวัฒนธรรมจารีตประเพณีและวิสัยทัศน์ของชุมชนตำบล ที่มีความร่มเย็นเป็นสุข การมีส่วนร่วม หมายถึง ทุกภาคส่วนในชุมชนตำบล ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดปัญหาความต้องการ ของส่วนรวม หรือสาธารณะอย่างแท้จริง ในมิติสังคมวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นกระบวนการประชาคม ได้ร่วม คิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ ร่วมรับผิดชอบและร่วมรับประโยชน์ ในรูปแบบกลุ่มหรือองค์กร ชุมชน ที่มี วัตถุประสงค์เป้าหมายร่วม อย่างชัดเจน ฉันทามติหมายถึง ความเห็นพ้องต้องกัน เป็นประชามติในภารกิจที่จะต้องทำร่วมกัน และรับผิด ร่วมกัน


หมวด ๑ ปรัชญา แนวคิด และเจตนารมณ์ของธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุตำบลทุ่งหลวง ข้อ ๑ สุขภาพเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนผู้สูงอายุซึ่งต้องได้รับการส่งเสริม และพัฒนาอย่าง เป็นองค์รวมครอบคลุมทั้งทางกาย ทางจิต ทางปัญญา และทางสังคม เชื่อมโยงกันอย่างสมดุลบนพื้นฐานของ วิถีชุมชน และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณค่าในตนเอง อยู่ เย็นเป็นสุข “สูงวัย กาย ใจ เป็นสุข” ข้อ ๒ เจตจำนง ของธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุ เพื่อผู้สูงอายุมีคุณค่าในตนเอง อยู่ เย็นเป็นสุข “สูงวัย กาย ใจ เป็นสุข”ภายใต้แนวคิด สุขภาพองค์รวม กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง เป็นกรอบ แนวทาง ในการกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบสุขภาพแบบมีส่วนร่วมที่ยั่งยืน ดังนี้ (๑) เพื่อการนำฉันทามติไปขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะผู้สูงอายุภายใต้แนวคิด อยู่ เย็นเป็นสุข “สูงวัย กาย ใจ เป็นสุข” ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยขั้นพื้นฐานการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุตามหลักธรรมของศาสนา สังคม วัฒนธรรมประเพณีเศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงที่ ยั่งยืน และ ธนาคารความดีผู้สูงอายุ (๒) เพื่อสร้างจิตสำนึกสาธารณะ สร้างความตระหนักถึงสิทธิชุมชนร่วมกัน หลอมรวมจิตใจของผู้ที่ เกี่ยวข้อง ให้มีคุณธรรม จริยธรรม มีความเป็นพลเมือง โดยมองที่ประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตน เพื่อสาธารณะ และสังคมส่วนรวม


หมวด ๒ การส่งเสริมสุขภาพ และสนับสนุนภูมิปัญญาพื้นบ้าน เพื่อสุขภาพผู้สูงอายุที่พึงประสงค์ เป็นการจัดการสุขภาพของผู้สูงอายุ ที่ครอบคลุมสุขภาพรวม ๖ ด้านคือ กาย จิต สังคม ปัญญา สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ โดยใช้โดยการใช้กิจกรรม สุข ๕ มิติหรือความสุข ๕ ด้าน ได้แก่ สุขสงบ สุขสง่า สุขสบาย สุขสนุก สุขสว่าง ที่สอดคล้องกับการบริการสุขภาพของรัฐและวิถีวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของ ชุมชนตำบลเพื่อการพัฒนาไปสู่สังคมสุขภาวะ ข้อ ๓ พัฒนาระบบสุขภาพของผู้สูงอายุตามสิทธิขั้นพื้นฐานในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติพ.ศ.๒๕๕๐ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติพ.ศ.๒๕๔๕ พ.ร.บ.สวัสดิการสังคม พ.ศ.๒๕๔๖ และ พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.๒๕๕๑ ข้อ ๔ กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งหลวง เทศบาลตำบลทุ่งหลวง กองทุนสวัสดิการชุมชน และองค์การทุกภาคส่วนให้ใช้ธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุฉบับนี้ เป็นเครื่องมือ และแนวทางในการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาตำบล ข้อบัญญัติท้องถิ่น และโครงการของ กองทุนหลักประกันสุขภาพ ข้อ ๕ ส่งเสริมพฤติกรรม ค่านิยมสุขภาพดีตามแนวคิด สุขภาพองค์รวมและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เริ่มจากผู้สูงอายุครอบครัว และชุมชนต่อไป ข้อ ๖ ส่งเสริมโครงการผู้สูงอายุฟันดีเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีในการรักษาสุขภาพปากและฟันของ ผู้สูงอายุและคนในครอบครัว ข้อ ๗ การดูแลความสะอาด ตั้งแต่เล็บมือ เล็บเท้า การล้างหน้า แปรงฟัน ตัดผม และการแต่งกายที่ สะอาดเรียบร้อยและเหมาะสมตามวัย ตามกาลเทศะ ข้อ ๘ ให้มีการส่งเสริมการออกกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ ๓ ครั้ง โดยสำนักงาน เทศบาลตำบลทุ่งหลวง จัดให้มีกิจกรรม สถานที่ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ข้อ ๙ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุประกอบอาหารและรับประทานอาหารปลอดภัย ที่รสไม่จัด ไม่หวานจัด ไม่ มันจัด ไม่เค็มจัด และปลอดสารเคมีรวมถึงผู้ประกอบการในชุมชนมีส่วนร่วมการจำหน่ายอาหารที่มีความ ปลอดภัยและปลอดสารเคมี ไม่ใช้กล่องโฟมบรรจุอาหาร ข้อ ๑๐ ให้งดเว้นการดื่มสุรา ยาสูบ บุหรี่และยาเสพติดทุกชนิด


หมวด ๓ การพัฒนาคุณภาพชีวิตส่งเสริมสวัสดิการผู้สูงอายุ และการควบคุมป้องกันภาวะคุกคามต่อสุขภาพผู้สูงอายุ เป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิต และสวัสดิการสังคม ตาม พ.ร.บ.สวัสดิการสังคม พ.ศ.๒๕๔๖ โดยการ ประหยัด ออมเงินการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน การจัดสวัสดิการ เกิด แก่ เจ็บป่วยเสียชีวิต ผู้ขาดโอกาส ทางสังคม ผู้ยากไร้ทุนการศึกษาเด็กเยาวชนและพัฒนาอาชีพ ข้อ ๑๑ ให้มีมาตรการเฝ้าระวังป้องกันภัยคุกคามทางสังคมและทางสิ่งแวดล้อมทุกประเภท ให้กับ ผู้สูงอายุ ข้อ ๑๒ ให้ความรู้ความเข้าใจ และวิธีการปฏิบัติตนกับผู้สูงอายุ เกี่ยวกับการจัดการขยะที่ถูกวิธีและ การลดการเผา ในบ้านในทุ่งนา ไร่สวน ในป่า เพื่อลดหมอกควันอันตรายต่อสุขภาพ โดยให้ใช้วิธีการที่ เหมาะสม ข้อ ๑๓ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเป็นสมาชิก และมีสิทธิประโยชน์ในกองทุนสวัสดิการชุมชน ข้อ ๑๔ ผู้สูงอายุที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป และคนพิการ สมควรได้รับการดูแลด้านสุขภาพ ด้านสวัสดิการ สังคมและการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุโดยสำนักงานเทศบาลตำบลทุ่งหลวง กองทุน สวัสดิการชุมชน กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ศูนย์พัฒนาครอบครัว(ศพค.) โรงเรียน ผู้สูงอายุชมรมผู้สูงอายุ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งหลวงเป็นต้น ข้อ ๑๕ ให้กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง กองทุนผู้สูงอายุกองทุนสวัสดิการ ชุมชน บูรณาการกองทุนร่วมกันให้มีประสิทธิภาพ สามารถขับเคลื่อน และตอบสนองสิทธิประโยชน์ ให้สมาชิก อย่างทั่วถึง และเป็นธรรม ข้อ ๑๖ ผู้สูงอายุ ได้รับการดูแล และคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค อาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพต้องมีความ ปลอดภัย อย่างเป็นธรรม ข้อ ๑๗ ผู้สูงอายุได้รับการส่งเสริมความรู้การใช้ยาอย่างปลอดภัย ร้านค้าในชุมชดงดจำหน่ายชุด ข้อ ๑๘ ส่งเสริมโครงการเยี่ยมบ้าน เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กู้สูงอายุด้วยกันที่มีภาวะ เจ็บป่วย ทุพลภาพและลำบากยากไร้โดยผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver,Care Manager) ทีมสหวิชาชีพ อสม. ผู้นำท้องที่ท้องถิ่นอย่างครอบคลุม


หมวด ๔ การสร้างเสริมสุขภาพ ด้านศาสนา ศีลธรรมคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม ประเพณีและภูมิปัญญา การดำเนินวิถีชีวิตของผู้สูงอายุตามหลักศาสนา ศีลธรรมคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาและทรัพยากรชุมชน ตาม พ.ร.บ.สภาวัฒนธรรมแห่งชาติพ.ศ.๒๕๕๓ แนวคิด หลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมนูญวัฒนธรรม ข้อ ๑๙ ให้ผู้สูงอายุปฏิบัติศาสนกิจที่บ้านทุกวัน เช่น การถวายข้าวพระทุกเช้า ใส่บาตรพระเดินหน การรักษาศีล ๕ การทำบุญตักบาตร และการสวดมนต์ในวันธรรมสาวนะ ไหว้พระ การทำสมาธิแผ่เมตตา ก่อนนอนทุกคืน ข้อ ๒๐ ให้ผู้สูงอายุอนุรักษ์เผยแพร่ ฟื้นฟูสืบสาน ถ่ายทอดภาษาพื้นบ้าน และอนุรักษ์ไว้ซึ่งภาษา เช่น การพูด การเขียนภาษาสุโขทัย ให้เป็นแบบอย่างแก่ครอบครัว ญาติพี่น้อง และชุมชน ข้อ ๒๑ ให้แต่งกายชุดขาว ไปร่วมทำบุญในงานบุญ และสวมใส่ชุดไทยเสื้อผ้าพื้นเมือง เพื่ออนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรมการแต่งกายของท้องถิ่น ข้อ ๒๒ ให้อนุรักษ์เผยแพร่ ฟื้นฟูสืบสาน ถ่ายทอด ภูมิปัญญาและแสดงศิลปวัฒนธรรมประเพณี ชุมชน และประวัติศาสตร์ชุมชนที่ดีงามให้ลูกหลานทราบและปฏิบัติตาม หมวด ๕ การส่งเสริมผู้สูงอายุดำเนินชีวิต ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ ในการพึ่งตนเองบนฐานปัจจัยเศรษฐกิจชุมชน ที่สอดคล้องกับ วิถีวัฒนธรรม ประเพณีภูมิปัญญา และทรัพยากรชุมชน ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงอย่างสมดุล ข้อ ๒๓ ส่งเสริมผู้สูงอายุปลูกผักสวนครัว ไว้กินเอง เลี้ยงสัตว์ไว้บริโภค เช่น เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมูเป็นต้น ข้อ ๒๔ ส่งเสริมครอบครัวผู้สูงอายุ มีการทำนา ทำเกษตรกรรมที่ปลอดภัย และการเพาะพันธุ์ข้าว โดยการลด ละ เลิก สารเคมีทางการเกษตร ให้ใช้ระบบเกษตรอินทรีย์ชีวภาพ เกษตรธรรมชาติแทน เพื่อสุขภาพของทุกคน ลดการเจ็บป่วย จากสารเคมีและลดต้นทุนการผลิต เป็นต้น ข้อ ๒๕ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุใช้ทักษะและภูมิปัญญาจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ใช้เวลาว่าง ให้เกิดประโยชน์เช่นการทำอาหาร ทำขนม ทำเครื่องจักสาน และอื่นๆ เพื่อก่อให้เกิดรายได้ ข้อ ๒๖ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุใช้ภูมิปัญญาสุขภาพพื้นบ้านการบริการผสมผสานกับการแพทย์แผนไทย เชื่อมโยงกับกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ศูนย์เรียนรู้บริการการแพทย์พื้นบ้าน และ สมุนไพรโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งหลวง กองทุนสวัสดิการชุมชนและ สภาวัฒนธรรม ข้อ ๒๗ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุปลูกและใช้สมุนไพร เพื่อสุขภาพเป็นอาหารและยา โดยให้หมอพื้นบ้าน ผู้สูงอายุสนับสนุนองค์ความรู้


หมวด ๖ สังคมผู้สูงอายุเพื่อการเรียนรู้ ให้มีการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ด้านวิชาการ เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้เหมาะสมกับสภาพ สังคมในปัจจุบัน โดยความร่วมมือของสำนักงานเทศบาลตำบลทุ่งหลวง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ทุ่งหลวง สภาองค์การชุมชน สภาวัฒนธรรม กศน.ตำบล โรงเรียนผู้สูงอายุกองทุนสวัสดิการชุมชนและส่งเสริม ประชาชน ในการสร้างปัญญา องค์ความรู้การเรียนรู้และศูนย์เรียนรู้ชุมชน ข้อ ๒๘ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเข้าถึงข้อมูล ความรู้และการใช้ข้อมูลข่าวสารสนเทศด้านต่างๆ ได้โดยง่าย ในหลายช่องทางเพื่อมุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้สูงอายุมีคุณค่าในตนเอง อยู่ เย็นเป็นสุข “สูงวัย กาย ใจ เป็นสุข” ข้อ ๒๙ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ลดการพึ่งพาด้านจิตใจ ลดความเหงา ให้โอกาส สร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันด้านจิตปัญญา ข้อ ๓๐ ผู้สูงอายุศึกษาการใช้แอพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนการใช้อินเตอร์เน็ต เป็นไปตามความต้องการ และตามอัธยาศัยของผู้สูงอายุ เพื่อเชื่อมต่อ ประสานงานกับหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้องในการดูแลสุขภาพ ผู้สูงอายุ


“ธรรมนูญตำบล พลเมืองตื่นรู้ สู้ภัยโควิด-19” ชุมชนตำบลทุ่งหลวง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย มาตรการการควบคุมและป้องกันโรคการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19,COVID-19) ชุมชนตำบลทุ่งหลวง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๐ และธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ มีสาระสำคัญในการกำหนดกรอบแนวทางของ นโยบายการดำเนินงานและยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพของประเทศ รวมทั้งมีองค์กรและกลไกเพื่อให้เกิดการ ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน อันจะ นำไปสู่เป้าหมาย ในการเสริมสร้างสุขภาพโดยรวมทั้งสามารถดูแลปัญหาสุขภาพของประชาชนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ซึ่งเป็นโรคติดต่อ อันตรายตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ได้ระบาดไปทั่วประเทศ ด้วยเหตุผลดังกล่าว ชุมชนตำบลทุ่ง หลวงจึงได้จัดทำ “ธรรมนูญตำบล พลเมืองตื่นรู้ สู้ภัยโควิด-19” ชุมชนตำบลทุ่งหลวง อำเภอคีรีมาศจังหวัด สุโขทัย เป็นการร่วมมือร่วมแรงร่วมใจของชาวชุมชนและหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ชุมชนตำบลทุ่งหลวงได้มีการเปิดเวทีชาวบ้านระดมความคิดเห็นของคนในชุมชนและได้เดิน สำรวจสอบถามความคิดเห็นตามครัวเรือนเพื่อการมีส่วนร่วมกัน ค้น คิด ตัดสินใจ กำหนดมาตรการ สร้าง กติการ่วมกัน ในการต่อสู้ เฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) โดยมีมาตรการทาง สังคม หรือ กติการ่วมกันดังนี้ หมวดที่ ๑ ในบ้านเรือน และ สุขนิสัยส่วนบุคคลกับการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โค วิด-19) ข้อที่ ๑ สมาชิกของชาวชุมชนต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ และต้องปฏิบัติตามอย่าง เคร่งครัดตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรค,พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หรือต้องปฏิบัติตามคำสั่งของทางราชการในการป้องกันการ แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ข้อที่ ๒ สมาชิกของชาวชุมชนต้องไม่ถ่มน้ำลาย เสมหะ น้ำมูกหรือชำระสารคัดหลั่งลงบน พื้นที่สาธารณะ ข้อที่ ๓ สมาขิกของชาวชุมชนต้องไม่ไอ จาม ใส่บุคคลอื่น โดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม หากมีความจำเป็นต้องไอ หรือ จาม ต้องปิดปากปิดจมูกด้วยผ้า หรือท่อนแขนส่วนบนด้วยวิธีพบแขนทุกครั้ง ข้อที่ ๔ สมาชิกของชาวชุมชนต้องงดการออกไปทำกิจกรรมร่วมกัน งดไปพบปะสังสรรค์ งด ไปพบเจอกับบุคคลอื่น ในห้วงเวลาประกาศ พ.ร.บ.ควบคุมโรค,พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ คำสั่งของทางราชการ แต่หาก จำเป็นต้องเจอ พบปะ พูดคุยกับคนในชุมชน ให้ใช้ระบบการพบเจอผ่านโลกออนไลน์ ด้วยการแชทไลน์ Facebook หรือทางอีเมลล์ วิดีโอคอล หรือโทรศัพท์หากัน


ข้อที่ ๕ สมาชิกของชาวชุมชนต้องสวมหน้ากากชนิดป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด19) เมื่ออยู่ในบ้านหรือออกนอกบ้าน และต้องหมั่นฝึกฝนให้เกิดความความเคยชินเป็นนิสัยชีวิตวิถีใหม่ New Normal ข้อที่ ๖ สมาชิกชาวชุมชนต้องล้างมือบ่อยๆ ก่อนและหลังการทำกิจการใดๆ ทั้งอยู่ที่บ้านและ เมื่ออยู่นอกบ้านเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ต้องหมั่นฝึกฝนให้เกิดความความเคยชินเป็น นิสัยรักความสะอาด สอดคล้องกับชีวิตวิถีใหม่ New Normal ข้อที่ ๗ สมาชิกชาวชุมชนต้องพกพา วัสดุอุปกรณ์ในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โค วิด-19) ติดตัวประจำกายอยู่เสมอ เมื่ออยู่ในบ้านหรือนอกบ้าน และต้องหมั่นฝึกฝนการใช้วัสดุอุปกรณ์ในการ ป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ชนิดนั้นๆ ให้เกิดความเคยชิน เป็นนิสัยชีวิตวิถีใหม่ New Normal เช่น พกพาหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ผ้าเช็ดหน้า กระดาษชำระ พกจาน ช้อน-ส้อม แก้วหรือขวดน้ำ ส่วนตัว รวมถึงข้อมูลเบอร์โทรศัพท์สายด่วนหน่วยงานด้านสุขภาพ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น 1330 , 1669 เป็นต้น ข้อที่ ๘ สมาชิกของชาวชุมชนต้องรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ กินร้อน ช้อนกลาง (ส่วนตัว) ล้างมือก่อนและหลังรับประทานอาหาร งดรับประทานอาหารร่วมสำรับเดียวกัน แยกใช้ภาชนะ ส่วนตัว ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น ข้อที่ ๙ สมาชิกทุกคนในครอบครัวต้องดูแลกันและกัน ต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย ๑ เมตร ในการร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ในครัวเรือน เมื่อมีสมาชิกในครอบครัวคนหนึ่ง คนใดต้องออกไปทำงาน ทำธุระ นอกบ้าน ข้อที่ ๑๐ สมาชิกทุกคนในครอบครัวต้องดูแลกันและกัน หมั่นสอน สั่ง ให้ความรู้ หมั่นเรียนรู้ อย่างเข้าใจ ให้เข้าถึงในการเฝ้าระวังป้องกันการระบาดของโรคติเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) และสอนการใช้ วัสดุอุปกรณ์ติดตัวประจำกายเพื่อป้องกันโรคติเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) การใช้เมื่ออยู่ในบ้านหรือออกนอก บ้านอย่างสม่ำเสมอ และต้องให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวหมั่นฝึกฝนการใช้ การดูแลบำรุงรักษาวัสดุอุปกรณ์ ชนิดต่างๆ ให้เกิดความเข้าใจ ให้เข้าถึงให้เกิดความเคยชินเป็นนิสัยสอดคล้องกับชีวิตวิถีใหม่ New Normal ข้อที่ ๑๑ สมาชิกทุกคนในครอบครัวต้องดูแลกันและกัน หมั่นฝึกจิต สมาธิ ฝึกประคองสติ อย่างเข้าใจ ให้เข้าถึง ในการระลึกรู้ตัวตลอดเวลา กับอุปนิสัยชีวิตวิถีใหม่ New Normal เฝ้าระวังป้องกันการ ติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ข้อที่ ๑๒ สมาชิกทุกคนในครอบครัวต้องดูแลกันและกัน ช่วยเหลือกันในการทำความสะอาด บ้านเรือน เคหะสถาน ที่พักอาศัยเป็นประจำทุกวัน และหมั่นทำความสะอาดทั่วทั้งบริเวณจุดสัมผัสเสี่ยงสิ่ง สกปรกทุก ๒ ชั่วโมง ลูกบิดประตู บานปะตู หน้าต่าง ราวจับ ราวบันได ก๊อกน้ำอ่างล้างมือ อ่างล้างหน้า อ่าง ล้างจาน โถส้วม บริเวณห้องน้ำ ห้องครัว ห้องรับแขก ห้องนอน บริเวณใดๆ ที่เสี่ยงกับการแพร่ระบาด แพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ข้อที่ ๑๓ สมาชิกทุกคนในครอบครัวต้องดูแลกันและกัน เมื่อกลับมาถึงบ้าน ต้องอาบน้ำชำระ ร่างกาย เปลี่ยนเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ซักล้างทันที ก่อนไปทำกิจกรรมใดๆร่วมกันกับสมาชิกในครัวเรือน


ข้อที่ ๑๔ สมาชิกทุกคนในครอบครัวต้องดูแลกันและกัน เมื่อกลับมาถึงบ้าน ต้องไม่ไปสัมผัส กับร่างกายของสมาชิกทุกคนในครอบครัวก่อนล้างมือ และอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด หมวดที่ ๒ ประชากรกลุ่มเปราะบาง เด็ก ๐-๕ ปี ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้พิการในชุมชน ข้อที่ ๑๕ งดออกจากบ้านที่พักอาศัย ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ข้อที่ ๑๖ งดไปสัมผัสหรืองดไปใกล้ชิด คลุกคลีกับกลุ่มบุคคลที่สงสัย มีความเสี่ยงต่อการติด เชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) เช่น บุคคลที่ออกไปนอกบ้าน กลับมายังไม่ล้างมือ อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด บุคคลที่มาจากต่างจังหวัดพื้นที่เสี่ยงสูง บุคคลที่เดินทางมาจากต่างประเทศจนกว่าจะมีการกักกันตัวเป็น ระยะเวลา ๑๔ วัน แล้วพบว่าไม่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) หมวดที่ ๓ การจัดกิจกรรมงานประเพณี และวัฒนธรรม หรือการรวมกลุ่มบุคคลทำกิจกรรมปฏิสัมพันธ์ใน ชุมชน ข้อที่ ๑๗ งดจัดกิจกรรมประเพณี และวัฒนธรรมต่างๆ ในชุมชม ทั้งในประเพณีท้องถิ่นของ พื้นที่และตามประกาศงานประเพณีและวัฒนธรรมต่างๆ ของทางราชการ ข้อที่ ๑๘ งดจัดกิจกรรมที่เป็นการรวมกลุ่มบุคคลจำนวน ตั้งแต่ ๒๐ คนขึ้นไป (โดยให้ยึดการ รวมกลุ่มบุคคลตามประกาศกฎการปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุข หรือคำสั่งของทางราชการที่เป็นปัจจุบัน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ข้อที่ ๑๙ จัดให้มีการอนุญาตการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มบุคคลตั้งแต่ ๒๐ คนขึ้นไป ในกรณีมี ความจำเป็นต้องจัดกิจกรรมการรวมกลุ่มบุคคลในชุมชน ให้เจ้าภาพหรือผู้จัด ดำเนินการทางการปกครองโดย การขออนุญาตในการจัดกิจกรรมกับเจ้าพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือกับผู้มีอำนาจตามกฎหมาย พรบ.การ ควบคุมโรค หรือ พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้ได้รับการอนุญาตก่อนการจัดกิจกรรมใดๆในทุกครั้ง ข้อที่ ๒๐ จัดให้มีมาตรการคัดกรองในการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มบุคคล ๒๐ ขึ้นไป ต้องตรวจวัด คัดกรองบุคคลทุกคน ก่อนอนุญาตให้เข้าร่วมทำกิจกรรมใดๆ เช่น การวัดอุณหภูมิความร้อนการไม่เป็นไข้ หรือ ต้องตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ก่อนเข้าพื้นที่จัดกิจกรรมในช่วงที่มีการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) สำหรับบุคคลที่เดินทางกลับมาจากต่างพื้นที่ (โดยให้ยึดการคัดกรองบุคคลด้วยหน่วยความร้อน ของร้อนของร่างกายตามประกาศกฎข้อปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุขที่เป็นปัจจุบัน) การล้างมือให้สะอาด ทุกคนก่อนเข้าร่วมพื้นที่จัดกิจกรรม หากบุคคลใดที่ไม่ปฏิบัติตามกฎกติกาชุมชนใน ๓ ข้อนี้ ขอสงวนสิทธิห้าม ไม่ให้บุคคลดังกล่าวเข้าร่วมทำกิจกรรมใดๆ เด็ดขาด เพื่อป้องการแพร่กระจายการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา (โควิด-19) ข้อที่ ๒๑ จัดให้มีการเว้นระยะห่างอย่างน้อย ๑ เมตร ในการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มบุคคลตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป ในพื้นที่จัดกิจกรรม (โดยให้ยึดมาตรการเว้นระยะห่างตามประกาศกฎข้อปฏิบัติของกระทรวง สาธารณสุขที่เป็นปัจจุบัน) ข้อที่ ๒๒ จัดให้มีมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อโรคในการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มบุคคล ตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป โดยให้อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) หรือทีมงานผู้จัด หรือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานส่วนกลางทุกคน


ควรสวมถุงมือยาง และสวมวัสดุอุปกรณ์ชุดเครื่องมืออุปกรณ์ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโร นา (โควิด-19) ข้อที่ ๒๓ จัดให้มีมาตรการการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคในบริเวณสถานที่หรือวัสดุอุปกรณ์ ในสถานที่นั้นๆ ก่อนและหลังที่จะมีการจัดกิจกรรมการรวมกลุ่มบุคคล ตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไปและต้องตรวจสอบ ความสะอาดปราศจากเชื้อโรคอย่างดีแล้วทุกครั้ง หมวดที่ ๔ ร้านค้า หาบเร่ แผงลอย ตลาดนัด ตลาดสด ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ร้านโชว์ห่วย รถพุ่มพวงใน ชุมชน ข้อที่ ๒๔ จัดให้มีมาตรการการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคในบริเวณสถานที่ประกอบการ ค้าขายหรือวัสดุอุปกรณ์ในสถานที่นั้นๆ ในเวลาก่อนเปิดทำการและหลังปิดทำการ ให้ทั่วพื้นที่ประกอบกิจการ และบริเวณด้านข้างโดยรอบ แจ้งให้มีการรับทราบรับรู้ และเห็นในการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค แก่ผู้นำ ชุมชน หรือ อสม.ร่วมรับรู้ รู้เห็น พร้อมกับให้ยึดแนวทางการปฏิบัติตามประกาศการควบคุมโรคของทาง ราชการอย่างเคร่งครัด ข้อที่ ๒๕ งดการซื้อขายสินค้าให้แก่บุคคลใดๆ ที่ไม่สวมหน้ากากป้องกันเชื้อโรคเข้ามาใน สถานที่ประกอบการค้า ข้อที่ ๒๖ งดการซื้อขายสินค้า แก่ร้านค้า แผงลอย ตลาดนัด ตลาดสด ร้านอาหาร ร้าน สะดวกซื้อ ร้านโชว์ห่วย รถพุ่มพวง หรือผู้ประกอบการค้าใดๆ ในชุมชน ที่ผู้ประกอบการค้าไม่สวมหน้ากาก ป้องกันเชื้อโรค ไม่มีการล้างมือก่อนและหลังการซื้อขาย หรือไม่มีมาตรการใดๆ กับการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา (โควิด-19) ในสถานที่ประกอบการค้านั้นเลย ข้อที่ ๒๗ เมื่อพบเจอด้วยประจักษ์หลักฐาน ว่าร้านค้า แผงลอย ตลาดนัด ตลาดสด ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ร้านโชว์ห่วย รถพุ่มพวง หรือผู้ประกอบการค้าใดๆ ในชุมชน ที่ผู้ประกอบการค้าไม่ สวมหน้ากากป้องกันเชื้อโรค ไม่มีการล้างมือก่อนและหลังการซื้อขาย หรือไม่มีมาตรการใดๆ กับการป้องกัน โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ในสถานที่ประกอบการค้านั้นให้ประชาชนแจ้งเยาะแสแก่ผู้นำชุมชน หรือ อสม. หรือ หรือแจ้งเบาะแสแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ทราบและดำเนินการทางราชการ ข้อที่ ๒๘ ผู้ประกอบการขายหรือเจ้าของกิจการตลาดขายสินค้า ร้านค้า แผงลอย ตลาดนัด ตลาดสด ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ร้านโชว์ห่วย รถพุ่มพวง หรือผู้ประกอบการค้าใดๆ ในชุมชนต้องจัดให้มีที่ ทิ้งขยะติดเชื้อโรค ที่ทิ้งขยะรีไซเคิล จุดทิ้งขยะที่มีพิษ จุดทิ้งขยะเปียก จุดทิ้งขยะทั่วไป โดยการแยกเป็น ประเภทต่างๆ พร้อมมีป้ายแสดงการทิ้งให้ถูกต้องหรือมีป้ายรณรงค์การคัดแยกขยะ การทิ้งขยะเพื่อลดการการ ระบาดและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) และการทิ้งขยะเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม หมวดที่ ๕ กลุ่มเสี่ยงที่เดินทางเข้ามาในชุมชน โดยมาจากต่างจังหวัด พื้นที่เสี่ยง และต่างประเทศ


ข้อที่ ๒๙ ต้องประสานงานกับผู้นำชุมชน หรือ อสม. ก่อนเดินทางเข้ามาในพื้นที่ โดยลง บันทึกข้อมูลผ่าน Save Sukhothai ลงประวัติข้อมูลส่วนตัว ไทม์ไลน์ ประวัติการเดินทาง และต้องปฏิบัติตาม มาตรการหรือประกาศของทางราชการการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด ข้อที่ ๓๐ ต้องรายงานตัวตามข้อเท็จจริง ไม่จงใจปกปิดข้อมูล หากเจตนาปกปิดข้อมูลแล้ว ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ข้อที่ ๓๑ ต้องรับการกักกันตัวเป็นระยะเวลา ๑๔ วัน งดออกจากบ้านพัก เคหสถาน ที่มา อาศัยก่อนได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อระดับตำบล ข้อที่ ๓๒ งดไปสัมผัส ใกล้ชิด คลุกคลี กับกลุ่มบุคคลเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคได้ง่าย ได้แก่ ประชาชนกลุ่มเปราะบาง เด็ก ๐-๕ ปี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังในชุมชน จนกว่าจะพ้นระยะกักกันตัว เป็นระยะเวลา ๑๔ วันแล้วพบว่าปลอดเชื้อ ข้อที่ ๓๓ หากจำเป็นต้องขออนุญาตออกจากที่อยู่อาศัย หรือเคหะสถานงดการเดินทางไป สถานที่ที่บุคคลรวมกลุ่มแออัด เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรค หมวดที่ ๖ พื้นที่สาธารณะในชุมชน พื้นที่ส่วนกลางในชุมชน และสิ่งแวดล้อมในชุมชน ข้อที่ ๓๔ ต้องมีมาตรการการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคในบริเวณพื้นที่ส่วนกลางในชุมชน ทำ ความสะอาดที่ทำกิจกรรมต่างๆ หรือวัสดุอุปกรณ์ สิ่งของเครื่องใช้ รวมถึงอาคารสถานที่เอนกประสงค์ ถนน ตรอก ซอก ซอย เส้นทางสัญจร ต้องทำความสะอาดก่อนใช้และหลังการทำกิจกรรมให้ทั่วพื้นที่การทำกิจกรรม และบริเวณข้างโดยรอบบริเวณให้สะอาด ปราศจากเชื้อโรค พร้อมกับยึดถือปฏิบัติตามประกาศการควบคุมโรค ของทางราชการด้วย ข้อที่ ๓๕ ต้องมีมาตรการ การล้างมือบ่อยๆ ทำความสะอาดมือฆ่าเชื้อโรค ด้วยจุดติดตั้งอ่าง ล้างมือสาธารณะในบริเวณพื้นที่ส่วนกลางในชุมชน ข้อที่ ๓๖ ต้องทิ้งหน้ากากที่เลิกใช้แล้วและขยะติดเชื้อโรค ในจุดติดตั้งถังขยะติดเชื้อโรคใน บริเวณพื้นที่ส่วนกลางในชุมชน ข้อที่ ๓๗ ต้องทิ้งชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ในจุดติดตั้งถังขยะติดเชื้อโรคในบริเวณ พื้นที่ส่วนกลางในชุมชน ข้อที่ ๓๘ ต้องจัดให้มีมาตรการให้ความรู้ สื่อการเรียนรู้ อย่างเข้าใจ ให้ประชาชนเข้าถึงด้วย การประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย เดินเคาะประตูบ้าน ติดประกาศบอร์ดข่าวสาร ติดป้ายโฆษณา หรือการจัด แสดงนิทรรศการ สื่อสารผ่านโลกออนไลน์ ให้รายละเอียดข้อมูลความรู้การเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโค โรนา (โควิด-19) เพื่อเอาชนะโรคระบาดไปด้วยกันทั้งชุมชน ข้อที่ ๓๙ ต้องให้ความร่วมมือกับมาตรการเฝ้าระวังป้องกันการการระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ของคณะกรรมการสุขภาพระดับตำบล หรือคระกรรมการโรคติดต่อระดับตำบล ใน กิจกรรมต่างด้วยความยินดี เพื่อทุกคนชนะโรคระบาดไปด้วยกันทั้งชุมชน


หมวดที่ ๗ พื้นที่เสี่ยง ศาสนสถาน วัด ข้อที่ ๔๐ ถ้าจำเป็นต้องไปในพื้นที่เสี่ยง ต้องพกพาวัสดุอุปกรณ์ ในการป้องกันโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ติดตัวประจำกายอยู่เสมอ เมื่ออยู่ในบ้านหรือออกนอกบ้าน และต้องหมั่นฝึกฝนการใช้ วัสดุอุปกรณ์ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ชนิดนั้นๆ ให้เกิดความเคยชิน เป็นนิสัยชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) เช่น พกพาหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ผ้าเช็ดหน้า กระดาษชำระ พกจาน ช้อน-ส้อม แก้วหรือขวดน้ำส่วนตัว รวมถึงข้อมูลเบอร์โทรศัพท์สายด่วนหน่วยงานด้านสุขภาพ และความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ข้อที่ ๔๑ ต้องให้ความร่วมมือกับมาตรการการทำความสะอาดฆ่าเชื้อในบริเวณศาสนสถาน ทำความสะอาด ที่ประกอบกิจทางศาสนา หรือวัสดุอุปกรณ์ สิ่งของเครื่องใช้ รวมถึงอาคารสถานที่ในเวลาก่อน ทำกิจกรรมและหลังทำกิจกรรม ให้ทั่วพื้นที่ประกอบและบริเวณข้างโดยรอบบริเวณให้สะอาด ปราศจากเชื้อ โรค พร้อมกับยึดถือปฏิบัติตามประกาศการควบคุมโรคของทางราชการด้วย ข้อที่ ๔๒ ต้องให้ความร่วมมือกับมาตรการการตรวจคัดกรอง วัดอุณหภูมิความร้อนการไม่ เป็นไข้ก่อนเข้าพื้นที่การทำกิจกรรมใดๆ (โดยยึดการคัดกรองด้วยหน่วยความร้อนของร่างกายตามประกาศ กฎ ข้อปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุข หรือประกาศของทางราชการที่เป็นปัจจุบัน) การล้างมือให้สะอาดทุกคน ก่อนเข้าร่วมในพื้นที่การทำกิจกรรม การสวมหน้ากากชนิดที่ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ทุกคนก่อนเข้าร่วมในพื้นที่ ที่จัดกิจกรรม หากบุคคลใดไม่ปฏิบัติตามกติกาของวัด กติกาของชุมชน ในข้อ ๔๒ นี้ ขอสงวนสิทธิห้ามมาให้บุคคลดังกล่าวเข้าร่วมทำกิจกรรมใดๆ ในศาสนสถานเด็ดขาด ข้อที่ ๔๓ ต้องให้ความร่วมมือมาตรการให้ความรู้ เรียนรู้อย่างเข้าใจ ให้เข้าถึง ด้วยการเทศน์ การบรรยาย หรือการจัดแสดงนิทรรศการ สื่อออนไลน์ ในข้อมูลให้ความรู้การเฝ้าระวังป้องกันการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ข้อที่ ๔๔ มาตรการที่วัด งดการสวดมนต์ในโบสถ์ ที่วัด หากมีความจำเป็นให้มีมาตรการการ ควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข และประกาศของทางราชการอย่างเคร่งครัด การจัดกิจกรรมแบบ New Normal วิถีชีวิตใหม่ D-M-H-T-T-A หมวดที่ ๘ การปฏิบัติตนของผู้ที่มีความเสี่ยง/กลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อ/จำเป็นต้องเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง ข้อที่ ๔๕ ถ้าจำเป็นต้องไปในพื้นที่เสี่ยง ต้องพกพาวัสดุอุปกรณ์ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา (โควิด-19) เช่น หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ผ้าเช็ดหน้า กระดาษชำระ พกจาน ช้อน-ส้อม แก้ว หรือขวดน้ำส่วนตัว รวมถึงข้อมูลเบอร์โทรศัพท์สายด่วนหน่วยงานด้านสุขภาพ และความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สิน ติดตัวประจำกายอยู่เสมอ เมื่ออยู่ในบ้านหรือนอกบ้าน และต้องหมั่นฝึกฝนการใช้วัสดุอุปกรณ์ในการ ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ชนิดนั้นๆ ให้เกิดความเคยชินเป็นนิสัยชีวิตวิถีใหม่ New Normal ข้อที่ ๔๖ ต้องให้ความร่วมมือกับมาตรการ การทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคในบริเวณศาสน สถาน ทำความสะอาดสถานที่ประกอบกิจทางศาสนาหรือวัสดุอุปกรณ์ สิ่งของเครื่องใช้ รวมถึงอาคารสถานที่ ในเวลาก่อนใช้ทำกิจกรรมและหลังทำกิจกรรม ให้ทั่วพื้นที่ประกอบกิจกรรม และบริเวณด้านข้างโดยรอบพร้อม


กับยึดวิธีปฏิบัติตามประกาศของการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข และกฎ ระเบียบของทางราชการที่ เป็นปัจจุบัน ข้อที่ ๔๗ ต้องให้ความร่วมมือกับมาตรการการตรวจคัดกรอง วัดอุณหภูมิความร้อนการไม่ เป็นไข้ก่อนเข้าพื้นที่การทำกิจกรรมใดๆ (โดยยึดการคัดกรองด้วยหน่วยความร้อนของร่างกายตามประกาศ กฎ ข้อปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุข หรือประกาศของทางราชการที่เป็นปัจจุบัน) การล้างมือให้สะอาดทุกคน ก่อนเข้าร่วมในพื้นที่การทำกิจกรรม การสวมหน้ากากชนิดที่ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ทุกคนก่อนเข้าร่วมในพื้นที่ ที่จัดกิจกรรม หากบุคคลใดไม่ปฏิบัติตามกติกาของชุมชนในข้อ ๔๗ นี้ ขอสงวนสิทธิห้ามมาให้บุคคลดังกล่าวเข้าร่วมทำกิจกรรมใดๆ ในชุมชนเด็ดขาด ข้อที่ ๔๘ ต้องให้ความร่วมมือมาตรการให้ความรู้ เรียนรู้อย่างเข้าใจ ให้เข้าถึง ด้วยการ บรรยาย หรือการจัดแสดงนิทรรศการ สื่อออนไลน์ ในข้อมูลให้ความรู้การเฝ้าระวังป้องกันการระบาดของโรค ติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ในชุมชน หมวดที่ ๙ พื้นที่เสี่ยง สถานศึกษา โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ข้อที่ ๔๙ ถ้าจำเป็นต้องไปในพื้นที่เสี่ยง ต้องพกพาวัสดุอุปกรณ์ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา (โควิด-19) เช่น หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ผ้าเช็ดหน้า กระดาษชำระ พกจาน ช้อน-ส้อม แก้ว หรือขวดน้ำส่วนตัว รวมถึงข้อมูลเบอร์โทรศัพท์สายด่วนหน่วยงานด้านสุขภาพ และความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สิน ติดตัวประจำกายอยู่เสมอ เมื่ออยู่ในบ้านหรือนอกบ้าน และต้องหมั่นฝึกฝนการใช้วัสดุอุปกรณ์ในการ ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ชนิดนั้นๆ ให้เกิดความเคยชินเป็นนิสัยชีวิตวิถีใหม่ New Normal และก่อนไปสถานศึกษา โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หลังกลับจากพื้นที่เสี่ยง ต้องตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมง ข้อที่ ๕๐ สั่งหยุด หรือเข้าไปทำกิจกรรมใดๆ ในอาคาร สถานที่ในสถานศึกษา โรงเรียน ศูนย์ พัฒนาเด็กเล็ก จนกว่าจะมีประกาศให้เปิดทำกิจกรรมใดๆ จากทางราชการ ข้อที่ ๕๑ ต้องให้ความร่วมมือกับมาตรการการตรวจคัดกรอง วัดอุณหภูมิความร้อนการไม่ เป็นไข้ก่อนเข้าพื้นที่การทำกิจกรรมใดๆ (โดยยึดการคัดกรองด้วยหน่วยความร้อนของร่างกายตามประกาศ กฎ ข้อปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุข หรือประกาศของทางราชการที่เป็นปัจจุบัน) การล้างมือให้สะอาดทุกคน ก่อนเข้าร่วมในพื้นที่การทำกิจกรรม การสวมหน้ากากชนิดที่ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ทุกคนก่อนเข้าร่วมในพื้นที่ ที่จัดกิจกรรม หากบุคคลใดไม่ปฏิบัติตามกติกาของชุมชนในข้อ ๕๑ นี้ ขอสงวนสิทธิห้ามมาให้บุคคลดังกล่าวเข้าร่วมทำกิจกรรมใดๆ ในสถานศึกษา โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เด็ดขาด ข้อที่ ๕๒ จัดให้มีมาตรการการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคในบริเวณสถานศึกษา โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทำความสะอาดสถานที่ประกอบกิจกรรมการเรียนการสอน การสันทนาการ การ รับประทานอาหาร หรือวัสดุอุปกรณ์ สิ่งของเครื่องใช้ รวมถึงอาคารสถานที่ ในเวลาก่อนใช้ทำกิจกรรมและหลัง ปิดทำกิจกรรม ให้ทั่วพื้นที่ประกอบการทำกิจกรรมและบริเวณด้านข้างโดยรอบ พร้อมกับยึดถือปฏิบัติตาม ประกาศการควบคุมโรคของทางราชการด้วย


ข้อที่ ๕๓ จัดให้มีมาตรการให้ความรู้ เรียนรู้อย่างเข้าใจ ให้เข้าถึง ด้วยการบรรยาย หรือการ จัดแสดงนิทรรศการ สื่อออนไลน์ ในข้อมูลให้ความรู้การเฝ้าระวังป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ในสถานศึกษา โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเด็ดขาด หมวดที่ ๑๐ พื้นที่เสี่ยง โรงพยาบาล โรงแรม ที่พัก ห้างสรรพสินค้า มินิมาร์ท สวนสาธารณะ ข้อที่ ๕๔ ถ้าจำเป็นต้องไปในพื้นที่เสี่ยง ต้องพกพาวัสดุอุปกรณ์ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา (โควิด-19) เช่น หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ผ้าเช็ดหน้า กระดาษชำระ พกจาน ช้อน-ส้อม แก้ว หรือขวดน้ำส่วนตัว รวมถึงข้อมูลเบอร์โทรศัพท์สายด่วนหน่วยงานด้านสุขภาพ และความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สิน ติดตัวประจำกายอยู่เสมอ เมื่ออยู่ในบ้านหรือนอกบ้าน และต้องหมั่นฝึกฝนการใช้วัสดุอุปกรณ์ในการ ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ชนิดนั้นๆ ให้เกิดความเคยชินเป็นนิสัยชีวิตวิถีใหม่ New Normal ข้อที่ ๕๕ จัดให้มีมาตรการการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคในบริเวณ โรงพยาบาล โรงแรม ที่ พัก ห้างสรรพสินค้า มินิมาร์ท สวนสาธารณะ ทำความสะอาดสถานที่ประกอบกิจกรรม หรือวัสดุอุปกรณ์ สิ่งของเครื่องใช้ รวมถึงอาคารสถานที่ ในเวลาก่อนใช้ทำกิจกรรมและหลังปิดทำกิจกรรม ให้ทั่วพื้นที่ ประกอบการทำกิจกรรมและบริเวณด้านข้างโดยรอบ พร้อมกับยึดถือปฏิบัติตามประกาศการควบคุมโรคของ ทางราชการด้วย ข้อที่ ๕๖ ต้องให้ความร่วมมือกับมาตรการการตรวจคัดกรอง วัดอุณหภูมิความร้อนการไม่ เป็นไข้ก่อนเข้าพื้นที่การทำกิจกรรมใดๆ (โดยยึดการคัดกรองด้วยหน่วยความร้อนของร่างกายตามประกาศ กฎ ข้อปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุข หรือประกาศของทางราชการที่เป็นปัจจุบัน) การล้างมือให้สะอาดทุกคน ก่อนเข้าร่วมในพื้นที่การทำกิจกรรม การสวมหน้ากากชนิดที่ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ทุกคนก่อนเข้าร่วมในพื้นที่ ที่จัดกิจกรรม หากบุคคลใดไม่ปฏิบัติตามกติกาของชุมชนในข้อ ๕๖ นี้ ขอสงวนสิทธิห้ามมาให้บุคคลดังกล่าวเข้าร่วมทำกิจกรรมใดๆ ในโรงพยาบาล โรงแรม ที่พัก ห้างสรรพสินค้า มินิมาร์ท สวนสาธารณะเด็ดขาด ข้อที่ ๕๗ ต้องให้ความร่วมมือมาตรการให้ความรู้ เรียนรู้อย่างเข้าใจ ให้เข้าถึง ด้วยการ บรรยาย หรือการจัดแสดงนิทรรศการ สื่อออนไลน์ ในข้อมูลให้ความรู้การเฝ้าระวังป้องกันการระบาดของโรค ติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ในในโรงพยาบาล โรงแรม ที่พัก ห้างสรรพสินค้า มินิมาร์ท สวนสาธารณะ หมวดที่ ๑๑ คณะกรรมการชุมชน คณะทำงาน และคณะกรรมการควบคุมโรคระดับตำบล และ อสม. ข้อที่ ๕๘ ต้องปฏิบัติงานเป็นทีมเวิร์ค ทำงานตามบทบาทหน้าที่อย่างเต็มใจและเต็มความสา สมารถ พร้อมสวมหน้ากากอนามัย และวัสดุอุปกรณ์ และแต่งตัวรัดกุมเพื่อป้องกันเชื้อโรคในเวลาปฏิบัติหน้าที่ ข้อที่ ๕๙ อสม.ต้องปฏิบัติหน้าที่สแกนพื้นที่ในชุมขน ตรวจตราค้นหาผู้ป่วย ผู้สงสัยว่าติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ผู้เสียงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ต่างประเทศ หรือสัมผัส ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ให้ตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ด้วยตนเองทันทีเมื่อมาถึง หรือ ทราบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อหน้า อสม. แล้วส่งข้อมูลให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งหลวงทันที หมวดที่ ๑๒ ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล


ข้อที่ ๖๐ ต้องจัดเตรียมหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ วัสดุอุปกรณ์เพื่อป้องกันเชื้อโรคติด เชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) เพื่อจัดเตรียมให้แก่ อสม. และทีมงาน คณะกรรมการควบคุมโรคระดับตำบล ให้ พร้อมใช้ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ข้อที่ ๖๑ องจัดเตรียมหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ วัสดุอุปกรณ์เพื่อป้องกันเชื้อโรคติด เชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) เพื่อจัดเตรียมให้แก่ผู้รับบริการที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ข้อที่ ๖๒ ต้องให้ความร่วมมือกับมาตรการการตรวจคัดกรอง วัดอุณหภูมิความร้อนการไม่ เป็นไข้ก่อนเข้าพื้นที่การทำกิจกรรมใดๆ (โดยยึดการคัดกรองด้วยหน่วยความร้อนของร่างกายตามประกาศ กฎ ข้อปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุข หรือประกาศของทางราชการที่เป็นปัจจุบัน) การล้างมือให้สะอาดทุกคน ก่อนเข้าร่วมในพื้นที่การทำกิจกรรม การสวมหน้ากากชนิดที่ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ทุกคนก่อนเข้าร่วมในพื้นที่ ที่จัดกิจกรรม หากบุคคลใดไม่ปฏิบัติตามกติกาของชุมชนในข้อ ๖๒ นี้ ขอสงวนสิทธิห้ามมาให้บุคคลดังกล่าวเข้าร่วมทำกิจกรรมใดๆ ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเด็ดขาด หมวดที่ ๑๓ สำนักงานเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ข้อที่ ๖๓ ปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ สนับสนุนทรัพยากร บุคลากร ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ ข้อที่ ๖๔ ปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ สนับสนุนทรัพยากร บุคลากร ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ อสม. ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔


หมวด ๗ บทเฉพาะกาล ธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุฉบับนี้จำเป็นต้องมีการพัฒนาปรับปรุงแก้ไขและเพิ่มเติม ให้เหมาะสมกับ สถานการณ์เปลี่ยนแปลงที่เป็นพลวัตปัจจัยต่อข้อบัญญัติของธรรมนูญ จึงเห็นควรให้มีการปรับปรุงแก้ไข ดังนี้ ข้อ ๓๑ การยื่นขอแก้ไข ปรับปรุงธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุฉบับนี้ต้องประกอบด้วยคณะกรรมการ จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของคณะกรรมการชมรมผู้สูงอายุสภาเทศบาลตำบลทุ่งหลวง สภาองค์การ ปกครองท้องที่ (กต.) เมื่อคณะกรรมการรับไว้พิจารณาแก้ไข ต้องมีองค์ประชุมพิจารณาไม่ น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของคณะกรรมการ ข้อ ๓๒ การขอแก้ไขเพิ่มเติม ธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุฉบับนี้ให้ดำเนินการเสมือนการจัดทำ หรือ ผ่านประชาคมชุมชนตำบล และชมรมผู้สูงอายุ ในการยื่นเสนอ ต้องดำเนินการโดยยึดหลักเหตุผล ความจำเป็น และประโยชน์ที่จะบังเกิดกับผู้สูงอายุตามเหมาะสม ข้อ ๓๓ ให้สำนักธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุ ทำหน้าที่เป็นกองเลขานุการ การประสานงาน และการ ขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุ


ต้นแบบมาตรการทางสังคม 1. บ้านปลอดบุหรี่เป็นมาตรการที่คณะกรรมการสมัชชาสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวงได้กำหนดขึ้น เพื่อให้คนในครัวเรือนมีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพโดยคณะกรรมการชี้ให้เห็นถึงโทษและพิษภัย ของควันบุหรี่ที่มีผลกระทบต่อคนรอบข้าง จึงมีมติเห็นพ้องต้องกันว่าบ้านไหนมีผู้สูบบุหรี่จะต้องสูบบุหรี่นอก บ้าน และกำหนดเขตพื้นที่สูบบุหรี่หน่วยราชการหน่วยงานของรัฐ ทุกแห่ง เป็นองค์กรต้นแบบปลอดบุหรี่ 2. งานศพปลอดเหล้าปกติบริบทของชุมชน ตำบลทุ่งหลวง ถ้ามีงานศพจะมีสุราขาว (เหล้าขาว เหล้า พื้นเมือง) ตั้งอยู่คู่กับน้ำดื่ม มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของครอบครัวผู้เสียชีวิต เป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย นอกจากจะดื่มกินกันในงานแล้ว บางรายยังถือกลับบ้าน คณะกรรมการสมัชชาสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง และประชาชนเห็นควรให้ชุมชนในเขตเทศบาลจัดงานศพต้องเป็นงานศพปลอดเหล้า 3. เลี้ยงข้าวจานเดียว โดยบริบทของชุมชน ตำบลทุ่งหลวง เมื่อจัดงานศพ และงานทำบุญ 7 วัน มักจะจัดอาหารเลี้ยงรับรองแขกเหลื่อที่มาร่วมงาน เป็นอาหารชุด คล้ายกับอาหารโต๊ะจีน และยังมีอาหารทั้ง คาวหวานมากมาย ซึ่งบางอย่างก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และเป็นการสิ้นเปลือง ดังนั้น คณะกรรมการสมัชชา สุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง และประชาชนเห็นควรให้ชุมชนในเขตเทศบาลจัดงานศพ และวันทำบุญ 7 วัน ให้จัดเป็นอาหารจานเดียวและงดเลี้ยงขนมหวาน 4. องค์กร/ชุมชน/ร้านค้าต้นแบบปลอดกล่องโฟม เนื่องจากการใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหารที่ อุณหภูมิร้อนเกิน 60 องศาเซลเซียส ถือว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง ในเพศหญิง เสี่ยงต่อโรคมะเร็ง เต้านม ในเพศชายเสี่ยงต่อโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก และทั้ง ๒ เพศเสี่ยงต่อโรคมะเร็งตับ และโครงการต่างๆ ที่ ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการสุขภาพตำบล ๕. ตำบลต้นแบบปลอดรถเร่ ปลอดยาชุด ยาปนเปื้อนสเตียรอยด์ ปลอดยาแผนปัจจุบันอันอันตราย ๖. ตำบลที่มีอาหารปลอดภัยจากสารเคมีได้แก่ สารฟอกขาว สารกันรา สารฟอร์มาลีน สารบอร์ แรกซ์ สารเร่งเนื้อแดง และ ยาฆ่าแมลง


ธรรมนูญสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง เพื่อ “คนในชุมชน มีสุขภาวะ อยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน” ด้วย 9 ดี ดินดี น้ำดี อาหารดี สุขภาพดี คนดี ชุมชนดี สังคมดี วัฒนธรรมดี เศรษฐกิจดี สนับสนุนโดย


ธรรมนูญสุขภาพเทศบาลตำบลทุ่งหลวง เพื่อ “คนในชุมชน มีสุขภาวะ อยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน” ฉบับที่ ๓ พ.ศ.25๖๕


Click to View FlipBook Version