The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นักศึกษาฝึกงานจัดทำ E-book เรื่อง ศูนย์-ของ-ชุมชน ภายในเล่มได้กล่าวภารกิจของศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมทั้งรายละเอียดพืชที่น่าจะสนใจ ที่พร้อมส่งเสริมและให้คำแนะนำเกษตร พื้นที่ที่ศูนย์ฯรับผิดชอบเปรียบเสมือนชุมชนของศูนย์ฯ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Fair Kotchakorn, 2023-11-23 21:25:38

ศูนย์ ของชุมชน

นักศึกษาฝึกงานจัดทำ E-book เรื่อง ศูนย์-ของ-ชุมชน ภายในเล่มได้กล่าวภารกิจของศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมทั้งรายละเอียดพืชที่น่าจะสนใจ ที่พร้อมส่งเสริมและให้คำแนะนำเกษตร พื้นที่ที่ศูนย์ฯรับผิดชอบเปรียบเสมือนชุมชนของศูนย์ฯ

Keywords: ศูนย์ ของชุมชน

ศูนย์ ของ-ชุมชน ศูนย์ส่ย์งส่เสริมริพัฒพันาอาชีพชีการเกษตร จังจัหวัดวัสุรสุาษฏร์ธร์านี


คำ นำ ก า รฝึก งา น เ ฉพาะ ด้ า น ข อ ง นิ สิ ต ชั้ น ปี ที่ 3 ภา ค วิ ช า ส่ งเ ส ริ ม แ ล ะ นิ เ ทศศา ส ต ร์ เ ก ษ ต ร คณะเกษตร กำ แพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำ แพงแสน ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนา อาชีพการเกษตร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้ดำ เนินการระหว่างวันที่ 18 เม.ย. - 15 มิ.ย.2566 มุ่ง หวังในการฝึกประสบการณ์การเรียนรู้ การเป็นนักส่งเสริมการเกษตร ซึ่งการฝึกงานในครั้งนี้ได้เปิด โอกาสให้นิสิตแลกเปลี่ยนความรู้กับนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรในแต่ละฐาน จำ นวน 5 ฐาน ประกอบ ด้วย 1.ฐานไม้ดอกไม้ประดับ 2.ฐานสมุนไพรและเครื่องเทศ 3.ฐานขยายพันธุ์พืช 4.ฐานผักพืชและ เศรษฐกิจพอเพียงและ 5.ฐานไม้ผลไม้ยืนต้น เพื่อนำ ความรู้ความโดดเด่นของแต่ละฐานเรียนรู้ มานำ เสนอในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ให้กับชุมชนเพื่อให้ชุมชนได้มีทักษะวิชาชีพเพื่อนำ ไปประกอบอาชีพ ซึ่งความรู้ที่จะได้รับได้แก่ ขั้นตอนการขยายพันธุ์พืช การปลูก การดูแลรักษา และการแปรรูปเบื้องต้น สู่ประโยชน์ในการประกอบอาชีพของคนในชุมชน ขณะเดียวกัน ในฐานะนิสิตฝึกงานได้เล็งเห็นประโยชน์ของศูนย์ฯที่สามารถเป็นแหล่งถ่ายทอด ความรู้ สู่ชุมชนโดยจะนำ เรื่องราวความรู้ทางวิชาการที่โดดเด่นและมีความน่าสนใจ เพื่อให้คนในชุมชน หรือผู้ที่มีความสนใจได้เพิ่มโอกาสในการศึกษาเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำ ให้เกิดประโยชน์ต่อการ ประกอบอาชีพจุดมุ่งหวังเพื่อให้ศูนย์กับชุมชนสามารถพึ่งพา แลกเปลี่ยนความรู้ จากหนังสือเรื่อง “ศูนย์-ของ-ชุมชน”รูปแบบ e-book เป็นแหล่งองค์รวมความรู้ทางการเกษตรและถ่ายทอดวิชาชีพลงสู่ ชุมชนสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองหรือชุมชนของตนเองได้ สุดท้ายนี้ในฐานนะผู้รับผิดชอบโครงการข้าพเจ้าขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่และทีมงานของศูนย์ ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นอย่างสูงที่ได้นำ ความรู้ทักษะการขยายพันธุ์ พืช การปลูก จนไปถึงประโยชน์ที่จะได้รับและสร้างอาชีพให้กับตนเองและชุมชนโดยข้าพเจ้าหวังเป็น อย่างยิ่งว่าในฐานะนิสิตฝึกงานเฉพาะด้านได้เรียบเรียงในครั้งนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านได้รับ ประโยชน์จากศูนย์ไปปรับใช้ในชีวิตประจำ วันได้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่ต่อไป ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดสุราษฎร์ธานี


สารบัญ ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี อัญชัน พริกไทย มะพร้าวน้ำ หอม กระท้อน การตอนกิ่ง การเสียบยอด ดาหลา ดอกหน้าวัว หน้า9 อ ะไรดี ที่ . . . ศู น ย์ หน้า 12 หน้า 15 หน้า 16 หน้า 19 หน้า20 หน้า24 หน้า29 จิ้งหรีด หน้า30 หน้า22 ผักยกแคร่


ของดีที่ศูนย์. . . . ผลิตภัณฑ์แปรรููปของศูนย์ สารบัญ มะพร้าวแก้ว หน้า32 หน้า33 พริกไทยดำ หน้า34 น้ำ ดาหลา อัญชันแห้ง หน้า35


ชุมชนของศูนย์. . . สารบัญ จังหวัดระนอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา จังหวัดชุมพร เขตพื้นที่รับผิดชอบ หน้า37 หน้า37 หน้า37 หน้า37 หน้า37


ศูนย์ ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดสุราษฎร์ธานี


ศูนศูย์ส่ย์งส่เสริมริและพัฒพันาอาชีพชีการเกษตรจังจัหวัดวัสุรสุาษฎร์ธร์านี เป็นป็ศูนศูย์ปย์ฏิบัฏิติบักติาร ซึ่งซึ่กำ กับกัดูแดูลโดยสำ นักนังาน ส่งส่เสริมริและพัฒพันาการเกษตรที่ 5 จังจัหวัดวัสงขลา เป็นป็หน่วน่ยงานในสังสักัดกักรมส่งส่เสริมริการเกษตร ที่ตั้ที่งตั้อยู่ใยู่นส่วส่นภูมิภูภมิาค รับรัผิดผิชอบและให้บห้ริกริารด้าด้นการเกษตรในพื้นพื้ที่ 5 จังจัหวัดวั ได้แด้ก่ จังจัหวัดวัชุมชุพร จังจัหวัดวัสุรสุาษฎร์ธร์านี จังจัหวัดวัระนอง จังจัหวัดวัพังพังา และจังจัหวัดวัภูเภูก็ตก็มีบมีทบาทสำ คัญคั ในการสนับนัสนุนนุการเกษตรในพื้นพื้ที่ ภารกิจกิศูนศูย์ส่ย์งส่เสริมริและพัฒพันาอาชีพชีการเกษตรจังจัหวัดวัสุรสุาษฎร์ธร์านี ได้แด้ก่ 1 ศึกศึษาและพัฒพันาเทคโนโลยี องค์คค์วามรู้แรู้ละภูมิภูปัมิญปัญาท้อท้งถิ่นถิ่ ให้เห้หมาะสมกับกัศักศัยภาพของพื้นพื้ที่ รวมทั้งทั้ พัฒพันาแปลงต้นต้แบบและพัฒพันาผลิตลิภัณภัฑ์จฑ์ากผลผลิตลิทางการเกษตร 2 ส่งส่เสริมริและถ่าถ่ยทอดเทคโนโลยีด้ยีาด้นการผลิตลิและการจัดจัการที่เที่หมาะสม 3 ผลิตลิขยาย และกระจายพันพัธุ์พืธุ์ ชพืพันพัธุ์ดีธุ์ ที่ดีมีที่คุมีณคุภาพและได้มด้าตรฐาน 4 ฝึกฝึอบรมอาชีพชีการเกษตรแก่เก่จ้าจ้หน้าน้ที่ที่ที่เที่กี่ยกี่วข้อข้ง เกษตรกร และผู้สผู้นใจ 5 บริกริารข้อข้มูลมูข่าข่วสารและสนับนัสนุนนุปัจปัจัยจัการผลิตลิที่จำที่ จำเป็นป็ ในเขตพื้นพื้ที่ รับรัผิดผิชอบ จังจัหวัดวั ได้แด้ก่ สุรสุาษฎร์ธร์านี ชุมชุพร ระนอง พังพังา และภูเภูก็ตก็ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ตั้งตั้ศูนย์ฯย์ เลขที่ 293/3 หมู่5 มู่ถ..สุรสุาษฎร์นร์าสาร ต.ขุนทะเล อ.เมือมืง จ.สุรสุาษฎร์ธร์านี 84100 โทร.077-297-710 มีพื้นที่ทั้งหมด 75 ไร่ ฐานการเรียนรู้ทั้งหมด 5 ฐาน - แปลงไม้ดอกไม้ประดับ - แปลงสมุนไพรและเครื่องเทศ - แปลงขยายพันธุ์พืช - แปลงพืชผักและเศรษฐกิจพอเพียง - แปลงไม้ผลไม้ยืนต้น


กลุ่มงานไม้ดอกไม้ประดับ ฐานที่1


การปลูก การปลูกแบบยกร่องสวน ไม่ยกร่องสวน แปลงปลูกดาหลาจะมี 2 แบบ ซึ่งซึ่ทั้งทั้สองวิธีวิจธีะทำ การไถ่พถ่รวนตากดินดิไว้ปว้ระมาณ 5-7 วันวัจากนั้นนั้ขุดขุหลุมลุปลูกลูระยะห่าห่งระหว่าว่งต้นต้และแถว ประมาณ 2 เมตร รองก้นก้หลุมลุด้วด้ยปุ๋ยปุ๋ คอกและปุ๋ยปุ๋ เคมีสูมีตสูร 20-20-20 ในอัตอัรส่วส่น 1 ต่อต่ 25 จากนั้นนั้นำ ต้นต้ พันพัธุ์ที่ธุ์ เที่ตรียรีมไว้ข้ว้าข้งต้นต้ลงปลูกลูกลบดินดิและรดน้ำ ให้ชุ่ห้มชุ่ แต่ถ้ต่าถ้หากปลูกลูในเชิงชิพาณิชณิย์ แนะนำ ว่าว่ควรทำ การขุดขุยกร่อร่ง สวนให้มีห้คูมีน้ำคูน้ำลึกลึ ประมาณ 1 เมตร กว้าว้ง 1 เมตร ขั้นขั้ระหว่าว่งแปลงปลูกลูเพื่อพื่ ให้มีห้คมีวามชุ่มชุ่ ชื้นชื้ภายในแปลงอยู่ตยู่ ลอด เวลา ดาหลา ข้อมูลทั่วไป ต้นต้ดาหลา เป็นป็พืชพืล้มล้ลุกลุประเภทใบเลี้ยลี้งเดี่ยดี่ว ชนิดนิหนึ่งนึ่ซึ่งซึ่มีดมีอกที่ สวยงามมีคมีวามนิยนิมปลูกลูเป็นป็ ไม้ตัม้ดตัดอกที่อที่ยู่ใยู่ นวงศ์ขิศ์งขิ (Zingiberaceae) ซึ่งซึ่จัดจัเป็นป็พืชพืที่อที่ยู่ใยู่ นวงศ์เศ์ดียดีวกันกักับกัขิงขิ และข่าข่ส่วส่นลำ ต้นต้ดาหลาจะอยู่ใยู่ ต้ดิต้นดิที่เที่รียรีกว่าว่ “เหง้าง้” ซึ่งซึ่เป็นป็จุดจุกำ เนิดนิของหน่อน่อ่ออ่นของต้นต้ดาหลาต่อต่ ไป ต้นต้ดา หลานอกจากจะนำ มาเป็นป็ ไม้เม้พื่อพื่ชมความสวยงามของดอก แล้วล้ยังยัสามารถนำ ดอกมาประกอบอาหารได้แด้ละก็มีก็คุมีณคุค่าค่ ทางสมุนมุไพรสูงสู Etlingera elatior (Jack) R.M.Sm. การเก็บเกี่ยวดอกดาหลา นิยมตัดในช่วงเช้า จะเลือกดอกที่มีความสมบูรณ์ พร้อมที่จะเก็บเกี่ยวได้ซึ่งจะมีอายุประมาณ 2 สัปดาห์ นับตั้งแต่เริ่มแท่งหน่อดอก โดยการตัดกานดอกดาหลาจะต้องตัดให้ชิดโคนแล้วนำ ไปแช่ในน้ำ สะอาด ห่อดอกด้วยถุง พลาสติกเพื่อป้องกันไม่ให้กลีบดอกห้อยและช้ำ ยืดอายุการใช้งานได้นานถึง 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม โดยรอบ


ดาหลา สายพันธุ์ที่ปลูก พันธุ์พื้นเมือง พันธุ์ตรัง (ตามฟ้า,2566) (ตามฟ้า,2566)


ดาหลา ประโยชน์ 1.เหง้าหัว รสเผ็ดร้อนเฝื่อน ต้มรับประทานและอาบ แก้โรคประดง ผื่นคันตามผิวหนัง 2.ต้น-หน่ออ่อน-ดอก รสเผ็ดร้อนซ่า แก้เสมหะ แก้ลมแน่นหน้าอออก (อุระเสมหะ) บำ รุงเตโชธาตุให้สมบูรณ์ แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ 3.นำ ไปประกอบอาหารและเครื่องดื่ม เช่น น้ำ สมุนไพรจากดาหลา เมี่ยงคำ


ดอกหน้าวัว ข้อมูลทั่วไป ดอกหน้าวัว มีถิ่นกำ เนิดในแถบประเทศอเมริกาใต้ ประเทศไทยนำ เข้ามาปลูก ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2440 โดยติดมากับต้นไม้ที่พระองค์เจ้าพร้อมสั่งมาจากกัลกัตตา ปัจจุบันเป็นไม้ตัดดอกที่นิยม ปลูก และขายกันมากในท้องตลาดภายในประเทศ และส่งออกต่างประเทศ ดอกหน้าวัว มีหลากหลายสี และมีสีสันสดใส ไม่เหี่ยวง่าย สามารถประดับได้นาน 15-20 วัน นิยมนำ มาจัด แจกัน จัดซุ้มประดับตามโรงแรม จัดซุ้มประดับงานในวาระสำ คัญต่างๆ ผู้ที่มีการชื้อมากจะเป็นร้านรับจัดสวน รับจัด ซุ้มไม้ประดับ ร้านจัดดอกไม้ เป็นต้น และผู้ชื้อต้นไปปลูกประดับตามสวน ตามบ้านตัวเอง วิธีการปลูก 1.การปลูกในแปลง ควรใช้ต้นพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหรือหากหาไม่ได้จริงๆก็ใช้ต้นพันธุ์ที่ได้จากการชำ หรือจากการแยกเหง้า ปลูกในระยะ 30×30 หรือ 30×40 ซม. 2.การปลูกในกระถางจะใช้ต้นพันธุ์ในลักษณะเดียวกัน เพียง 1-2 ต้น/กระถาง และกระถาง ที่ใช้ควรมีขนาดเส้นผ่า ศูนย์กลาง 20-30 เพื่อให้มีระยะห่างระหว่างต้นของกระถางเพียงพอ การดูแลรักษา 1.การให้น้ำ บริเวณโคนต้น โดยอาจให้ด้วยระบบน้ำ หยดหรือระบบสปริงเกอร์ในระดับโคนต้น วันละ 1-2 ครั้ง เช้า-เย็น 2. การให้น้ำ เพื่อรักษาความชื้น จะให้เป็นระบบสปิงเกอร์ด้านบนยอดของต้นไม้ เพื่อให้รักษาความชื้น และ ให้ความเย็นแก่บริเวณโดยรอบ Anthurium andraeanum


วิธีการเก็บเกี่ยว 1. ความคมของอุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดดอก เพราะการหักหรือการตัดดอกโดยใช้มือหรือมีดที่ไม่คมตัดดอกจะทำ ให้ เกิดแผลช้ำ บนผิวที่ถูกตัด ซึ่งต่อไปเนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวจะถูกเข้าทำ ลายโดยแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และโรคอื่นๆ ทำ ให้ท่อน้ำ ท่ออาหารอุดตัน 2.ความสะอาดของอุปกรณ์ตัดดอก เพื่อป้องกันการระบาดของโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสและโรคอื่นๆ ควรมีมีดหรือ กรรไกรอย่างน้อย 2 อัน เพื่อสลับเปลี่ยนกันใช้ และแช่ในแอลกอฮอล์ก่อนนำ ไปตัดต้นอื่นๆ 3.ความสะอาดของน้ำ และภาชนะที่ใช้แช่ดอก น้ำ และภาชนะที่ใช้แช่ดอกควรสะอาดเพราะถ้าภาชนะเก็บหรือบรรจุไม่ สะอาดจะนำ พาเชื้อโรคได้ 4.การควบคุมความร้อนจากแสงแดด ดอกไม้ที่ตัดแล้วควรแช่น้ำ ทันที และควรเก็บดอกให้อยู่ในร่มตลอดเวลา ประโยชน์ 1.ประดับตกแต่งเพื่อความสวยงาม 2.ฟอกอากาศ ช่วยให้อากาศบริสุทธิ์ สามารถฟอกสารจำ พวกเบนซิน ฟอร์มัลดีไฮด์ และสารเคมีอื่นๆ ที่ ตกค้างในอาคาร บ้านเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดอกหน้าวัว


ฐานที่2 กลุ่มงานสมุนไพรและการแปรรูป


อัญชัน ข้อมูลทั่วไป พันธุ์เทพรัตนไพลิน 63 ดอกใหญ่ กลีบดอกซ้อน 5 กลีบ ให้ผลผลิตสูง 2,112 กก./ไร่ ปริมาณสาร สำ คัญ สาร anthocyanin 70 mg/น้ำ หนัก กลีบดอกสด 100 g ซึ่งสูงกว่าพันธุ์ทั่วไป (กรมวิชาการเกษตร, 2557) การปลูก ใช้เมล็ดปลูกประมาณ 1,000 - 2,000 เมล็ดต่อพื้นที่1 ไร่ โดยปลูกได้ 2 แบบดังนี้ 1.การทำ หลัก โดยใช้ไม้ไผ่ สูง 150 เซนตอเมตร และมีระยะห่างระหว่างต้นๆ ละ 2 เมตร 2.การทำ ราว ใช้ไม่ไผ่สูง 130 cm ปักเป็นแถว ระยะห่าง 3 m และใช้ไม้พาดทำ ราว การทำ แห้ง ตากแดดแรกในวันที่เก็บเกี่ยวประมาณ 3 ชั่วโมง และตากต่ออีก 1 วัน หรือการทำ แห้งอบ ที่ 50-60 องศาเซลเซียส เวลา 8-10 ชั่วโมง อัตราการทำ แห้ง อัญชันสด 10 กก. จะได้อัญชันแห้ง 1กก. (กรมส่งเสริมการเกษตร, 2561) ประโยชน์ 1.มีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจ 2.ชะลอริ้วรอย และดูแลผิวพรรณให้เต่งตึง กระชับ 3. ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคไขมันอุดตันเส้นเลือด 4.บำ รุงผมให้เงางาม ดกดำ มักเป็นส่วนประกอบของยาสระผม หรือครีมบำ รุงผม


พริกไทย ข้อมูลทั่วไป พริกไทย เป็นราชาแห่งเครื่องเทศ ปลูกแพร่หลายในอินเดีย รวมไปถึงประเทศต่างๆ ได้แก่ อินโดนีเชีย ศรีลังกา ไทย จีน เวียดนาม กัมพูชา บราซิล แม็กซิโก และกัวเตมาลา เป็นเครื่องเทศที่ใช้กันอย่างกว้างขวางทั่ว โลก สำ หรับกระบวนการผลิตแปรรูปเนื้อสัตว์ ชอส ชุป ผงปรุงรส และการดอง (Akshay et al., 2018) พริกไทยเจริญเดิบโตได้ดีในช่วงอุณหภูมิ 23-32 องศาเชลเชียส มีความชื้นสัมพัทธ์ร้อยละ 75-80 ต้องการปริมาณน้ำ ฝนมากกว่า 3,000 มิลลิลิตร/ปี และควรมีปริมาณฝนกระจายตลอดทั้งปี ความต้องการ แสงเพียงร้อยละ 50 พริกไทยไม่ทนต่อพื้นที่แห้งแล้ง แต่สามารถเจริญเดิบโตในดินหลายแบบเช่น ดินเหนียวไป จนถึงดินทราย ควรมีการระบายน้ำ ที่ดี มีความอินทรียวัดถุที่พอเหมาะ และค่า pH 5.5-6.5 พริกไทยมีอายุ เก็บเกี่ยว 12-1 5 ปี จะมีผลผลิตเต็มที่เมื่อปลูกไปแล้ว 3 ปี (Shango et al., 2020) การปลูก 1.ควรปลูกในฤดูฝน ขุดหลุมปลูกกว้าง และสึกประมาณ 30 เซนติเมตร 2.ตากหลุมนาน 5-7 วัน ระยะห่างระหว่างหลุม และแถว 2*2 เมตร ซึ่ง 1 ไร่ จะปลูกได้ประมาณ 400 ต้น โดย ระหว่างการตากหลุมให้ทำ การปักเสาค้ำ ยันไว้ข้างหลุม และติดฝั่งเสาลงหลุมโครงค้ำ ยันให้เสร็จ 3.นำ ปุ๋ยคอกหว่านโรยกันหลุม 3-5 กำ มือ เกลี่ยหน้าดินคลุกผสมให้เข้ากัน กลบดิน 4.นำ ต้นพันธุ์ลงปลูก เกลี่ยดินกลบให้พูนขึ้นโคนเล็กน้อย 5.ใช้เชือกฟางรัดกลางต้นให้ติดกับเสามัดเขือกยึดต้นติดกับเสา 6.รดน้ำ ให้ชุ่ม


พริกไทย ประโยชน์ 1.เมล็ดพริกไทยมีสารฟีนอลิกและสารพิเพอรีน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ 2.ช่วยป้องกันและต่อต้านสารก่อมะเร็ง ช่วยเร่งการทำ งานของตับให้ทำ ลายสารพิษได้มากขึ้น 3.ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย และเสริมภูมิต้านทานไปด้วยในตัว การเก็บเกี่ยว 1.พริกไทยอ่อนเก็บเกี่ยวหลังติดผล 3-4 เดือน 2.พริกไทยดำ เก็บเกี่ยวผลแก่ที่ยังเขียวอยู่เมื่อผลสีเขียว แก่จัดแต่ไม่สุก ระยะเวลาหลังติดผล 6-8 เดือน 3.พริกไทยขาวต้องเก็บเกี่ยวที่แก่จัดและผลเริ่มสุกเป็นสีแดง ที่โคนช่อ 3-4 ผล ระยะเวลาหลังติดผล 6-8 เดือน (กรมส่งเสริมการเกษตร, 2561)


ฐานที่3 กลุ่มงานการขยายพันธุ์พืช


การตอนกิ่ง วิธีการทำ 1 ควั่นกิ่งให้มีความยาวแผลประมาณ 1.5 นิ้ว 2. ใช้มีดขูดเนื้อเยื่อเจริญออก โดยขูดจากข้างบนลงข้างล่าง 3. จะได้รอยควั่นตามภาพที่ 3 4. ใช้ตุ้มตอนหุ้มรอยควั่น มัดด้วยเชือกฟางให้แน่น 5. หลังจากทำ การตอนประมาณ 30-45 วัน กิ่งตอนก็จะออกราก ข้อดี 1.ได้ต้นพันธุ์ตรงตามสายพันธุ์เดิม 2.เป็นต้นพันธุ์ดี และที่ต้องการของตลาด ข้อเสีย 1.ไม่มีรากแก้ว การตอนกิ่งมะนาว


การเสียบยอด วิธีการทำ 1.เลือกยอดพันธุ์ดีที่ต้องการ ให้มีขนาดพอเหมาะกับต้นตอที่จะใช้ โดยส่วนใหญ่เป็นกิ่งด้านข้าง 2.ตัดยอดต้นตอให้สูงจากพื้นดิน ประมาณ 10 เซนติเมตร 3.ผ่ากลางลำ ต้นของ ต้นตอให้ลึกประมาณ 3 - 4 เซนติเมตร 4.เฉือนยอดพันธุ์ดีเป็นรูปลิ่มยาวประมาณ 3 - 4 เซนติเมตร 5.เสียบยอดพันธุ์ดีลงในแผลของต้นตอ ให้รอยแผลตรงกัน แล้วใช้เชือกมัดด้านบน และล่างรอยต่อ ประสานของต้นตอและกิ่งพันธุ์ดีให้แน่น 6.คลุมต้นที่เสียบยอดแล้วด้วยถุงพลาสติก ประมาณ 45 -55 วัน รอยจึงจะประสานกันดี แล้วจึง นำ ออกมาจากถุงพลาสติกได้ ข้อดี 1.มีรากแก้ว 2.อายุยืน การเสียบยอดขนุน


ฐานที่4 กลุ่มงานพืชผักและเศรษฐกิจพอเพียง


ข้อดี 1. ปลูกและดูแลรักษาง่าย รวมถึงจัดการแปลงผักได้สะดวกทั้งการให้น้ำ การควบคุมกำ จัดแมลงศัตรู พืชและวัชพืช 2. ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ สามารถปลูกได้ในภาวะน้ำ ท่วม 3. ลดปัญหาที่มักเจอจากการปลูกผักลงดิน เช่น วัชพืช โรคพืช และศัตรูพืชบางชนิด 4. ไม่ต้องลุกนั่งให้ปวดเมื่อย เนื่องจากแคร่จะอยู่ในระดับเอว เหมาะสำ หรับการยืนปฏิบัติ ทำ ให้ไม่ต้อง ก้มๆ เงยๆ ผักยกแคร่ ข้อมูลทั่วไป การปลูกผักบนแคร่ เพื่อหนีโรค วัชพืช และแมลงศัตรูพืช ที่มาจากพื้นดิน โดยเตรียมต้นกล้าผักให้ สมบูรณ์ แข็งแรง ก่อนย้ายขึ้นปลูกบนแคร่ที่ยกสูงจากพื้นดิน ทำ ให้ระบายอากาศและความร้อนได้ดี สามารถควบคุมอุณหภูมิของวัสดุปลูกได้ ทั้งยังช่วยทำ ให้ประหยัดน้ำ และประหยัดปุ๋ย โดยออกแบบให้แคร่ มีความสูงประมาณ 1 เมตร (ระดับเอว) จึงทำ ให้สะดวกในการทำ งานทุกขั้นตอน เช่น การเตรียมดิน เพาะปลูก การเก็บทำ ลายศัตรูพืชและวัชพืช รวมถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต และทำ ให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความ สะดวก ไม่ปวดหลัง เป็นต้น


* ผักสลัด เก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 45- 55วัน * ต้นหอม เก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 1 เดือน เก็บได้ตลอดปี * ผักบุ้ง เก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 20 วัน * จิงจูฉ่าย เก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 1 เดือน เก็บได้ตลอดปี * กะหล่ำ ปลี เก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 3 เดือน 1. วิธีการปลูกผักยกแคร่ 2. ทำ แคร่ปลูกผักขนาด 1.2 x 2.4 x 1 เมตร ด้วยโครงเหล็กหรือไม้ไผ่แล้วใช้ตาข่ายไนล่อนรองพื้นที่ปลูก 3. เตรียมดินปลูก ซึ่งดินต้องมีความอุดมสมบูรณ์และมีธาตุอาหารเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืชผัก โดย การเพิ่มอินทรียวัตถุลงในดิน แล้วหมักดินทิ้งไว้ก่อนนำ ไปปลูก 4. นำ เมล็ดพันธุ์ผักหรือกล้าผักลงปลูก โดยผักที่เหมาะจะเป็นผักใบ เช่น ผักสลัด ผักบุ้ง กวางตุ้ง ซึ่งเพื่อนๆ อาจเลือกปลูกผักที่ทานเป็นประจำ เพื่อช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือน หรือผักที่เป็นที่ต้องการของตลาดก็ได้เช่นกัน 5. ดูแลรดน้ำ อย่างสม่ำ เสมอ ใส่ปุ๋ยตามความต้องการของผักที่ปลูก 6. เก็บเกี่ยวตามแต่ละชนิดของผัก เช่น ผักยกแคร่ วิธีการปลูก


พันธุ์จิ้งหรีด พันธุ์ของจิ้งหรีดมีชื่อเรียกแตกต่างกันหลายชนิดตามภาษาท้องถิ่น - จิ้งโกร่ง (จิโปม จิ้งกุ่ง) - จิ้งหรีดทองดำ - จิ้งหรีดทองแดง - จิ้งหรีดทองแดงลาย (สะดิ้ง) จิ้งหรีด ข้อมูลทั่วไป เป็นแมลงเศรษฐกิจ อาหารทางเลือกใหม่ อยู่ในวงศ์ Gryllidae มีลักษณะปากแบบปากกัด ตารวม หนวดยาว ปรับตัวกับ สภาพแวดล้อมได้ดี และกินอาหารได้ทั้งพืชและสัตว์ ขยายพันธุ์ได้เร็ว มีขาคู่หลังขนาดใหญ่ แข็งแรง กระโดดเก่ง ตัวเมียวางไข่ใต้ดินลึกประมาณ 1-2 ซม. ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยหลบซ่อนตัวตามสนาม หญ้าอยู่ในรูเก่าของแมลงอื่น รอยแตกของดินหรือตามกองวัสดุทั่วไป ชีววิทยาของจิ้งหรีด วงจรชีวิตของจิ้งหรีด ระยะไข่ 7 วัน ระยะตัวอ่อน ลอกคราบ 8 ครั้ง ตัวเต็มวัย 45-50 วัน


การเตรียมการก่อนเลี้ยงจิ้งหรีด 1. การเตรียมโรงเรือน 1.1 ก่อนเริ่มการเลี้ยงครั้งแรก ทำ การฉีดล้างทำ ความสะอาดโรงเรือน แล้วทิ้งไว้จนแห้ง 1.2 ตัดหญ้ารอบบริเวณโรงเรือนให้โล่ง เพื่อทำ ลายแหล่งอาศัยของศัตรู และป้องกันไม่ให้ศัตรูสามารถหลบซ่อน บริเวณนั้นได้ 2. การเตรียมบ่อเลี้ยง 2.1 บ่อเลี้ยงทำ จากแผ่นสมาร์ทบอร์ดประกอบกัน โดยใช้ไม้เป็นโครง ขนาดบ่อเลี้ยงกว้าง 1.2 เมตร ยาว 2.4 เมตร ตัวบ่อสูง 60เซนติเมตร ขาตั้งสูงจากพื้น 20 เซนติเมตร วางบ่อเลี้ยงเป็นแถวตามลักษณะของโรงเรือน โดยเว้นระยะห่างให้สามารถปฏิบัติงานได้สะดวก 2.2 ภายในบ่อเลี้ยงติดเทปกาวรอบขอบบ่อเลี้ยงด้านใน ป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดไต่ออกมา วางเรียงแผงไข่แนวตั้งให้ มีช่องว่างระหว่างแผงให้อากาศสามารถถ่ายเท เรียงเป็นแนวชิดกับผนังบ่อเลี้ยงจนเต็ม โดยเว้นพื้นที่ตรงกลางบ่อ เลี้ยงไว้ นำ ถาดอาหารและถาดน้ำ วางด้านบนแผงไข่ที่เรียงไว้ 2.3 การป้องกันศัตรู โดยใส่ที่รองขาตู้แล้วเติมน้ำ มันเครื่องเก่า ส่วนด้านบนบ่อเลี้ยงคลุมด้วยตาข่ายล๊อคให้แน่น 3.วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเลี้ยงจิ้งหรีด 3.1 ภาชนะที่ใช้เลี้ยงจิ้งหรีด เช่น วงบ่อ กะละมัง และถังน้ำ ต้องมีฝาปิด 3.2 อาหารหลัก ได้แก่พืช เช่น ผักบุ้ง ฟักทอง ตำ ลึง หยวกกล้วย อาหารเสริม เช่น รำ อ่อน อาหารไก่ และ อาหารหมู 3.3 ถาดอาหาร และแกลบดำ สำ หรับให้จิ้งหรีดวางไข่ 3.4 ถาดไข่แบบกระดาษ หญ้าแห้ง หรือกาบมะพร้าว จิ้งหรีด


จิ้งหรีด การเลี้ยงจิ้งหรีด 1. เลี้ยงแบบคละรุ่น ปล่อยพ่อ-แม่พันธุ์จิ้งหรีดในอัตราส่วน 1 : 3 ใส่ดินร่วนปนทรายหรือแกลบเผา ขันไข่ 2-3 ขัน เมื่อจิ้งหรีดผสมพันธุ์จะเริ่มวางไข่หลังครบ 7 วัน และออกเป็นตัวอ่อน จากนั้นวางขันไข่เพิ่ม จิ้งหรีดจะ เพิ่มจำ นวนจนถึง 4 รุ่น จึงเริ่มทยอยจับจำ หน่ายได้ แต่จะประสบปัญหาด้านการจัดการและการเก็บผลผลิตใน หลายรุ่น 2. การเลี้ยงแบบแยกรุ่น ปล่อยพ่อ-แม่พันธุ์ลงเลี้ยงในอัตรา 3 : 9 ใส่ดินร่วนปนทรายหรือแกลบเผา ขัน ไข่ 3-5 ขัน จิ้งหรีดผสมพันธุ์จะเริ่มวางไข่หลังครบ 7 วัน นำ ขันไข่ออกไปเลี้ยงในบ่อใหม่ เมื่อจิ้งหรีดโตจะได้ ปริมาณผลผลิตที่สม่ำ เสมอง่ายต่อการจัดการ การจัดการจิ้งหรีด 1. บริเวณปากบ่อด้านบนติดด้วยแผ่นพลาสติกหรือเทปกาวใส กว้างประมาณ 3 นิ้ว เพื่อป้องกันจิ้งหรีดไต่ออก 2. ใส่ถาดไข่แบบกระดาษ หรือกาบมะพร้าวตรงกลางบ่อหรือริมบ่อ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและหลบซ่อน 3. การนำ จิ้งหรีดลงบ่อเลี้ยง เมื่อไข่จิ้งหรีดมีอายุใกล้เคียงกำ หนดการฟักตัวประมาณ 1-2 วัน จะทำ การย้ายไข่ จิ้งหรีดจากกล่องฟักไข่ มาวางเรียงไว้ในบ่อเลี้ยงที่เตรียมไว้ เมื่อจิ้งหรีดฟักตัวออกมาแล้ว จากนั้นจึงทำ การให้อาหาร และน้ำ 4. การเตรียมภาชนะให้จิ้งหรีดวางไข่ และการเก็บไข่ 4.1 นำ วัสดุสำ หรับรองไข่ คือ แกลบดำ บรรจุถุงแล้วมัด จากนั้นนำ ไปจากแดด 1-2 แดด 4.2 นำ แกลบดำ ที่ทำ การอบแล้วเทใส่ถังพลาสติกทิ้งไว้ให้เย็น 4.3 เติมน้ำ สะอาดลงไปในอัตราส่วน แกลบดำ 1 ส่วน ต่อน้ำ ½ ส่วน ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน เมื่อลองปั้น พบว่าแกลบดำ จับตัวเป็นก้อนแต่ไม่มีน้ำ ไหลออกมา 4.4 นำ แกลบดำ ใส่ในขันพลาสติกหรือถาดพลาสติก นำ ไปวางเรียงไว้ในบ่อเลี้ยงที่จิ้งหรีดมีความพร้อมที่จะ วางไข่ 4.5 วางขันในบ่อเลี้ยงให้จิ้งหรีดมีเวลาวางไข่ 12-15 ชั่วโมง แล้วยกออกมาคลุมด้วยถุงกระสอบหรือผ้า นำ ไปพักไว้ในกล่องสำ หรับฟักไข่


การเก็บผลผลิตจิ้งหรีด 1. ตัวจิ้งหรีด ก่อนการนำ จิ้งหรีดไปจำ หน่ายหรือบริโภค ควรงดอาหารเสริมประมาณ 3 วัน แล้วทดแทนด้วย ฟักทอง กล้วย หรือพืชอื่นๆ เพื่อไม่ให้จิ้งหรีดมีกลิ่นตัวจึงเก็บผลผลิตได้ 2. ไข่จิ้งหรีด นำ กระบะหรือขันพลาสติก โดยนำ แกลบดำ หรือขุยมะพร้าวใส่ลงไปและนำ ไปใส่ในบ่อเลี้ยงเพื่อรอง ไข่จิ้งหรีดไปเลี้ยงรุ่นต่อไปหรือจำ หน่ายได้ โดยช่วงฤดูหนาวควรบ่มไข่จิ้งหรีดเพื่อให้จิ้งหรีดออกตามปกติ 3. มูลจิ้งหรีด นำ ไปทำ ปุ๋ยปลูกพืชได้ จิ้งหรีด การปฏิบัติหลังเก็บผลผลิต 1. ควรทำ ความสะอาดบ่อ และตากบ่อทุกครั้งก่อนการเลี้ยงจิ้งหรีดรุ่นถัดไป 2. ควรเคาะมูลจิ้งหรีดในถาดไข่เก่าออกให้สะอาด เพื่อเป็นที่หลบซ่อนตัวของจิ้งหรีดรุ่นถัดไป และนำ มูลที่ได้ไป ใส่ต้นไม้ 3. ควรเปลี่ยนสายพันธุ์พ่อ-แม่ จิ้งหรีด ประมาณ 1-3 รุ่น โดยหาพันธุ์จากธรรมชาติผสมข้ามบ่อเลี้ยง หรือ แลกเปลี่ยนระหว่างผู้เลี้ยง เพื่อป้องกันเลือดชิด ตัวจิ้งหรีดมีขนาดเล็กลง อ่อนแอไม่ทนต่อโรค การวางไข่และ ผลผลิตลดลง


ฐานที่5 กลุ่มงานไม้ผลและไม้ยืนต้น


มะพร้าว ระยะการปลูก วิธีการปลูก รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกขี้วัว วางต้นมะพร้าวเอียงให้ได้ 45 องศา กลบดินไม่ต้องให้มิดลูกมะพร้าว ขุดหลุมให้กว้างและลึก กว้างxยาว 60x60 ซม. ลึก 30 ซม..ระยะปลูก6.5x6.5เมตร ดูแลรักษา การใส่ปุ๋ยอินทรีย์ มะพร้าว 1-3ปี ใส่ 10-20 กิโลกรัม/ต้น/ปี มะพร้าว 4 ปี ใส่่ 30-50 กิโลกรัม/ต้น/ปี พันธุ์ที่ปลูก มะพร้าวน้ำ หอม/น้ำ หวาน ข้อมูลทั่วไป มะพร้าวน้ำ หอมเป็นพืชเศรษฐกิจที่นิยมในการบริโภคสด และส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ตลอดจนใช้เป็นวัตถุดิบใน อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ทำ ให้มีความต้องการมะพร้าวน้ำ หอมในปริมาณสูงขึ้น มะพร้าวน้ำ หอมของไทยเป็นการ กลายพันธุ์มาจากมะพร้าวพันธุ์ต้นเตี้ยสีเขียวที่เรียกว่า หมูสีเขียว 1.ใช้ทำ อาหารคาว เช่น แกงคั่ว แกงฮังเล ผัด ตำ กระท้อน 2. อาหารหวาน เช่น กระท้อนทรงเครื่อง กระท้อนลอยแก้ว กระท้อนดอง กระท้อนกวน กระท้อนแช่อิ่ม 3. ลำ ต้นใช้ทำ เป็นไม้ใช้สอยต่าง ๆ เช่น ทำ ไม้กระดาน เป็นต้น ประโยชน์


กระท้อน ระยะการปลูก วิธีการปลูก นำ ปุ๋ยคอก 1-2 กิโลกรัม ผสมกับปุ๋ยฟอสเฟต คลุกเคล้าให้เข้ากันใส่ลงในหลุมๆละ 1 กิโลกรัม ระยะห่างระหว่างหลุม 4x4 เมตร ขุดหลุมลึก 50x50 เซนติเมตร ดูแลรักษา ช่วงแรก ๆ รดน้ำ วันเว้นวัน ประมาณ 30-45 วัน จากนั้นรดน้ำ อาิทตย์ละครั้ง ใส่ปุ๋ยระยะยังไส้ติดผล ทุกๆ 3 เดือน ใส่ปุ๋ยคอกครั้งละครึ่งกิโลกรัม และปุ๋ย 16-16-16 ครั้งละ 1 กำ มือ ระยะติดลูก ใ่ส่ปุ๋ยคอกสลับปุ๋ย 15-15-15 พันธุ์ที่ปลูก อีล่า , ทับทิม, นิ่มนวล ข้อมูลทั่วไป เป็นไม้ผลเขตร้อนยืนต้นในวงศ์กระท้อน (Meliaceae) ที่มีถิ่นกำ เนิดอยู่ในบริเวณ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลกระท้อนมีสีสะดุดตา เป็นต้นไม้ที่ทนแล้งได้ดี สูงประมาณ 15–30 เมตร อายุขัยเฉลี่ยประมาณ 40–50 ปี เปลือกต้นสีเทา ใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ การเกาะติดของใบบนกิ่งแบบเรียงสลับ ใบย่อยรูปรีแกมไข่จนถึง ขอบขนาน ขนาดประมาณ กว้าง 6–15 ซม. ยาว 8–20 ซม. เมื่อใบแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงดอกออก เป็นช่อ ที่ซอกใบบริเวณปลายกิ่ง ดอกย่อยจำ นวน ประโยชน์ 1. ช่วยดับกระหายคลายร้อน ด้วยรสชาติหวานหอมที่ได้จากธรรมชาติ สามารถดื่มทดแทนเกลือแร่ใน ภาวะขาดน้ำ ได้ 2. เหมาะสำ หรับผ้หญิง เพราะน้ำ มะพร้าวมีส่วนช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน และอิลาสตินให้กับผิว ส่งผล ทำ ให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส 3. น้ำ มะพร้าวมีฤทธิ์ช่วยย่อยอาหาร และช่วยลดอาการกรดไหลย้อน


ของ แปรรูปและผลิตภัณฑ์ของศูนย์


1. ดอกดาหลาจำ นวน 40 ดอก 2. น้ำ เปล่า 20 ลิตร 3. น้ำ ตาล 1.5 กิโลกรัม น้ำ ดาหลา วัตถุดิบ อุปกรณ์ 1.มีด 2.เขียง 3.ที่กรอง/ผ้าขาวบาง วิธีการทำ 1. ล้างทำ ความสะอาดดอกดาหลาที่ตัดมาจากแปลงให้สะอาด 2. หั่นซอยดอกดาหลาให้มีขนาดเล็ก เว้นเฉพาะส่วนแกนกลาง 3. ต้มน้ำ จนเดือด ใส่ดอกดาหลาที่หั่นเตรียมไว้ลงไปต้ม ประมาณ 20 - 30 นาที แล้วจึงใช้ตะแกรงตัก กลีบดอกดาหลาขึ้นมา 4. ใส่น้ำ ตาลประมาณ 1.5 กิโลกรัม คนให้น้ำ ตาลละลาย ใส่เกลือเล็กน้อย 5. กรองเอาเฉพาะส่วนของน้ำ ด้วยผ้าขาวบางที่่สะอาด ตั้งไว้ให้อุ่นที่อุณหภมิ 40 -50 องศาเซลเซียส จึงบรรจุใส่ขวด และนำ แช่ในลังน้ำ แข็ง เพื่อเตรียมจำ หน่ายได้


มะพร้าวแก้ว วัตถุดิบ 1.มะพร้าว 1 กิโลกรัม 2.น้ำ ตาลทรายขาว 400 กรัม 3.เกลือ 1/2 ช้อนโต๊ะ 4.ดอกอัญชัน 5.ใบเตย วิธีทำ 1.เลือกมะพร้าว เนื้อหนาประมาณ 2 ชั้น สไลด์ชิ้นบางๆในเนื้อมะพร้าวที่ได้ไปล้างน้ำ ให้สะอาด 2.พักให้สะเด็ดน้ำ น้ำ ตาล เกลือ มะพร้าว คลุกเคล้าให้เข้ากันให้น้ำ ตาลละลาย 3.ตั้งไฟกลางค่อยไปแรง รอจนเดือด ใส่ ใบ/ดอกอัญชัน เมื่อได้สีที่ต้องการ ตักดอกอัญชันออก 4.ใช้ไฟกลางเคี่ยวต่อไป หมั่นคน ลดไฟลงเมื่อน้ำ เริ่มงวด คนต่อไปอย่างเบามือ จนน้ำ แห้ง


พริกไทยดำ 1.เก็บเกี่ยวพริกไทยที่แก่จัดเต็มที่ สังเกตจากสีผลเริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวไปเป็น สีเขียวอมแดง และเริ่มปรากฎผลสีแดงอยู่บ้างในก้านช่อผล 1 ผล 2.แกะเมล็ดพริไทยออกจากก้านออกจนหมด 3.นำ เมล็ดพริกไทยไปล้างน้ำ จนสะอาด 4.เสร็จแล้วตั้งจนสะเด็ดน้ำ แล้วลวกในน้ำ ร้อนเป็นเวลา 2-3 นาที ตั้งให้สะเด็ดน้ำ 5.นำ ใส่ภาชนะสำ หรับตาก โดยตากแดดเป็นเวลา 3-5 แดด หรือจนพริกไทยมี ลักษณะที่แห้งสนิท 6.เก็บพริไทยแห้งในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดป้องกันความชื้น วิธีการทำ


อัญชันแห้ง วัตถุดิบ ดอกอัญชันที่บานเต็มที่ ที่เก็บได้ในตอนเช้า อุปกรณ์ 1.ถาด หรือกระด้ง 2.ถุงพลาสติก 3.ผ้าขาวบาง วิธีการทำ เก็บอัญชันดอกที่บานเต็มที่ ไม่เหี่ยว ไม่มีโรคและแมลง เก็บในเวลาเช้าก่อนเที่ยงของทุกวัน นำ มาผึ่งตากแดด โดยใช้ผ้าขาวบางคลุมไม่ให้โดนแดดโดยตรง ตากแดดวันแรกประมาณประมาณ 3 ชั่วโมง ตากแดดในวันที่ 2 ประมาณ 8 ชัวโมง เก็บดอกอัญชันในถุงพลาสติก เก็บไว้ในที่แห้งและห้องมืด 1. 2. 3. 4. "อัญชันแห้งที่มีคุณภาพขั้วดอกจะยังคงมีสีเขียว"


ชุมชน


ระนอง พังงา ภูเก็ต ชุมพร Field day สุราษฎร์ธานี ถ่ายทอดความรู้การขยายพันธุ์พืช มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี งานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ งานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ อบรมการจัดดอกไม้สด อ.ละแม จ.ชุมพร ภารกิจศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมชนเป็นพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดสุราษฎร์ธานีโดย กิจกรรมส่วนใหญ่ ได้แก่ การฝึกอบรม การสนับสนุนปัจจัยและบริการความรู้ทางการเกษตร


ชื่อหนังสือ ศูนย์ - ของ - ชุมชน จัดทำ โดย : ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำ นวน 40 หน้า รายชื่อที่ปรึกษา-.ให้ข้อมูล นางสาวปียาณี เสนทอง ตำ แหน่ง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำ นาญการ นางสาวขวัญฤทัย ช่วยแก้ว ตำ แหน่ง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำ นาญการ นายกีรติ เพิ่มชื่น ตำ แหน่ง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ นางกชกร บุณยสุรักษ์ ตำ แหน่ง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ นาวสาวเกศราภรณ์ สัมฤทธิ์ ตำ แหน่ง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ รายชื่อผู้รวบรวมและเรียบเรียง นายศุภสิน บัวชู พิสูจน์อักษร นางสาวสิริยากร วารีวนิช เรียบเรียง นางสาวปุณยนุช อ่างศรี ออกแบบรูปเล่ม นางกชกร บุณยสุรักษ์ รวบรวมและเรียบเรียง


ขอบคุณค่ะ


Click to View FlipBook Version