The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-09-29 23:02:14

คูมือapp sheet

คูมือapp sheet

คู่มือการใช้งาน
AppSheet สำหรับ
องค์กรที่ต้องการ
Digital
transformation

AppS
heet

คืออะไร ?

AppSheet คือเครื่องมือที่ช่วยในการสร้าง Mobile Application สำหรับใช้ในองค์กรโดยแทบไม่
ต้องเขียนโค้ด ซึ่งมีฟังก์ชั่นการทำงานได้เทียบเท่าซอฟแวร์สำนักงานพวก Enterprise Resource
Planning (ERP) ตั้งแต่การทำเอกสาร การทำบัญชี การทำระบบจองห้องประชุม การเก็บข้อมูล
ความพึงพอใจพนักงาน การตรวจวัดสต็อกสินค้า การติดตามยอดขายของฝ่ายแผนกการตลาด

โดยสามารถเปิดใช้งานผ่าน Web Browser ได้ทั้งในสมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

AppSheet ทำอะไรได้บ้าง ?



โดยทั่ว ๆ ไป AppSheet สามารถสร้างแอปพลิเคชั่นสำหรับบันทึกข้อมูลทั่ว ๆ ไป โดยรองรับ
ข้อมูลได้หลายแบบ เช่นข้อมูลพิกัด location, ภาพถ่าย, ลายเซ็น, เวลาปัจจุบัน, บาร์โค้ด,
QRcode, Barcode, RFID และอื่น ๆ


รองรับการทำ Automation เบื้องต้น เช่น การส่งอีเมล ,สร้างไฟล์เอกสารอัตโนมัติ หรือ
แม้แต่การแจ้งเตือนผ่าน Line


นอกจากนี้หากติดตั้งผ่าน AppSheet Engine จะทำให้สามารถ รองรับการใช้งานแบบออฟ

ไลน์แคละ ส่ง Push Notification ผ่านสมาร์ทโฟน (เป็นแพคเกจ Pro Plan ดูรายละเอียด
เพิ่มเติมที่ AppSheet Pricing



ท้ายที่สุดสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการทำ Dashboard หรือรายงานประจำเดือน ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อ
Google Sheet เข้ากับ Google Data studio หรือโปรแกรมอื่น ๆ เพื่อทำรายงานได้

AppSheet เหมาะกับงานแบบไหน ?

ในความเป็นจริง AppSheet สามารถใช้สร้างแอปพลิเคชั่นที่ทำงานได้หลากหลาย แต่คุณ
ประโยชน์หลักที่สรุปมาจากประสบการณ์ผู้เขียนในการทำแอปพลิเคชั่นให้องค์กรมีดังนี้

1. เพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารด้วย
(Real-time collaboration)

จากประสบการณ์ของผู้เขียน AppSheet เหมาะกับการใช้งานที่มีการทำงานร่วมกัน
ระหว่าง ทีมงานที่อยู่หน้างาน (ทีมขาย ทีมลงพื้นที่ หรือฝ่ายบริการลูกค้า) กับทีมที่
ทำงานเบื้องหลัง (ทีมการตลาด ทีมช่างเทคนิค เป็นต้น) ที่ปกติมักจะสื่อสาร หรือส่งงาน
กับผ่าน Messenger App เช่น Line (ซึ่งจะมีปัญหาเรื่องความเป็นกำกวมในการ

สื่อสาร และการบันทึกข้อมูลในภายหลัง)



โดยเราสามารถใช้ AppSheet เพื่อติดตามการทำงานแบบ Real-time โดยที่ทุกคน
เห็นข้อมูลตรงกันได้ผ่านสมาร์ทโฟน



อีกกรณีศึกษานึงที่น่าสนใจคือ มีบริษัทขนส่งที่นึงใช้ AppSheet เพื่อสร้างแอปพลิ
เคชั่นติดตามการทำงานของพนักงานขนส่งในระบบ (ในบริษัทนี้มีพนักงานขนส่งเกือบ
100 คน) โดยพนักงานขนส่งสามารถรายงานสถานะการส่งต่าง ๆ ผ่านสมาร์ทโฟน

และหัวหน้างานก็สามารถดูรายงานผ่าน Dashboard ที่ห้องประชุมได้เลย

2. ลดข้อผิดพลาด และการทุจริตที่เกิดจากพนักงาน
(Human error and fraud prevention)

หนึ่งในปัญหาสุดคลาสสิกของการใช้ Spread Sheet ในอดีตคือการกรอกข้อมูลผิด ซึ่ง
ปัญหานี้จะหมดไปหากใช้ AppSheet ที่สามารถทำช่องให้กรอก โดยตรวจเช็คความถูกต้อง
ก่อนบันทึกได้ เช่นกรอกอีเมล์ต้องมี @gmail.com หรือกรอกบัตรประชาชนต้องมีเลข 13

หลัก



อีกความพิเศษนึงคือ AppSheet ยังมีช่องให้กรอกแบบ Auto complete เช่น เวลาที่
บันทึก สถานที่ที่บันทึก ลายเซ็นของผู้บันทึก ทำให้ลดการทุจริตได้จากการไม่สามารถปลอม

แปลงข้อมูลเหล่านี้ และ Feature Autocomplete ยังทำให้พนักงานไม่ต้องเสียเวลา
บันทึกข้อมูลมากเกินจำเป็นอีกด้วย

3. ลดงานซ้ำซ้อน (Duplicate work) และการใช้
กระดาษ (Paper process)

เมื่อบันทึกข้อมูลใน AppSheet แล้ว ข้อมูลที่บันทึกสามารถปริ้นออกมาเป็นรายงาน, ทำออก
มาเป็นกราฟ หรือแม้แต่ส่งเป็นอีเมลอัตโนมัติทุก ๆ สิ้นเดือนก็ยังได้ เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยลดงาน

ซ้ำซ้อนบางอย่าง ที่ในอดีตต้องมาทำซ้ำ



ลองนึกภาพการทำงานรูปแบบเดิม ๆ ที่ทุก ๆ สิ้นเดือน ทุก ๆ แผนกจะต้องใช้เวลาช่วงเย็น
เพื่อทำรายงานส่ง จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราสามารถทำระบบรายงานอัตโนมัติแทน โดยที่ทุกคนจะไม่

ต้องเสียเวลามาจะทำเอกสารใหม่ทุก ๆ เดือน



การทำเอกสารแบบชิ้นต่อชิ้นนี้ยังหมายถึง เอกสารคำสั่งซื้อ (Purchasing order) และ
เอกสารเสนอราคา (Quotation) อีกด้วย ที่ AppSheet สามารถสร้างเอกสารนี้ให้อัตโนมัติ

แนะนำ
APPSHEET PLATFORM

AppSheet: คือ Platform สำหรับการใช้สร้างแอพพลิเคชั่น โดยไม่จำเป็นต้อง
เขียน Code สามารถสร้างและดีไซน์แอพพลิเคชั่นบน Web.Service ของทาง
AppSheet ซึ่งง่ายต่อการใช้งานและประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย โดยจะใช้

Google Form หรือ Excel ที่เรารู้คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี หรือมองเสมือนว่า
เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของ Excelให้เป็นดังเสมือนแอพลิเคชั่น
ตามที่เราออกแบบได้ดังตามใจนึก ตัวอย่างแอพพลิเคชั่นเบื้องต้น เช่น แอพพลิ
เคชั่นการการทำ PM, การบันทึกเก็บประวัติงานซ่อม, การจัดระบบหน่วยงานลด

เวลาการทำงาน

AppSheet
ไม่รองรับการเชื่อมต่อฐานข้อมูล
แบบ No SQL




ระบบ AppSheet รองรับการใช้ Spread Sheet เป็นฐานข้อมูล หรือจะใช้ฐาน
ข้อมูล SQL ที่มีอยู่ในบริษัทก็ได้ แต่ในปัจจุบัน AppSheet ยังไม่รองรับการ
เชื่อมต่อฐานข้อมูลแบบ No SQL ซึ่งอาจจะใช้ในงานที่ซับซ้อนมาก ๆ

หากปัญหาที่เราพยายามแก้ไขด้วยเทคโนโลยี ไม่ใช่ปัญหาของแผนกเราโดยตรง
จะเป็นไปได้ยากมาก ที่เราจะสามารถเขียนแผนภาพ Business process ได้

อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นเพื่อให้แผนภาพนี้สมบูรณ์ เราต้องออกไปรวบรวมข้อมูลให้
มากที่สุด ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด

appsheet ไม่เหมาะกับการสร้าง
application ที่ซับ ซ้อน ที่มีการใช้

Third party api

ระบบ AppSheet ในปัจจุบันยังไม่รองรับการเชื่อมต่อ Third party API เพื่อใช้
บริการของนักพัฒนา เช่นการดึงข้อมูลมากจากที่อื่น หรือระบบสั่งซื้อของเป็นต้น

แต่ถ้าหากเชื่อมต่อกับบริการอื่นจริง ๆ จะใช้ผ่าน Zapier.
AppSheet คือเครื่องมือที่ช่วยในการสร้าง Mobile Application สำหรับใช้ใน
องค์กรโดยแทบไม่ต้องเขียนโค้ด ซึ่งมีฟังก์ชั่นการทำงานได้เทียบเท่าซอฟแวร์
สำนักงานพวก Enterprise Resource Planning (ERP) ตั้งแต่การทำเอกสาร
การทำบัญชี การทำระบบจองห้องประชุม การเก็บข้อมูลความพึงพอใจพนักงาน
การตรวจวัดสต็อกสินค้า การติดตามยอดขายของฝ่ายแผนกการตลาด โดย
สามารถเปิดใช้งานผ่าน Web Browser ได้ทั้งในสมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์

ตั้งโต๊ะ
ความพิเศษของ AppSheet อีกอย่างนึงคือ การที่ผู้ใช้สามารถสร้างฐานข้อมูล
โดยใช้ Spread Sheet (เช่น Google Sheet หรือ Airtable) ได้ ซึ่งแตกต่าง

จากการพัฒนาแอปพลิเคชั่นแบบเดิม ที่ต้องสร้างฐานข้อมูลเฉพาะ

ใช้APPSHEET SPREADSHEET

ในการเก็บข้อมูลทำให้มีข้อจำกัดใน
การสเกลระบบ

เคยสงสัยมั้ยว่า ถ้า Spreadsheet อย่าง Google Sheet, Airtable หรือ Excel
สามารถนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลได้ ทำไมเรายังจ้องใช้ Database อยู่ล่ะ ? เพราะ
Database มีประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่า ทั้งเรื่องความเร็ว ความเสถียร

และการรองรับความสัมพันธ์ข้อมูลที่ซับซ้อนได้
ซึ่งจากประสบการณ์ของผู้เขียน เมื่อเราใช้ AppSheet ไปสักพัก เริ่มมีข้อมูลใน
ระบบมากขึ้น ระบบเราจะเริ่มช้า และกรณีที่มีหลาย ๆ Table ก็จะยิ่งช้าเข้าไป

ใหญ่ ซึ่งทำให้ไม่เหมาะกับการทำแอปพลิเคชั่นให้คนทั่วไปใช้

สำหรับ Basic Features (รองรับการทำแอปพลิเคชั่นบันทึกข้อมูลง่าย ๆ ผู้
พัฒนาสามารถใช้งานได้ฟรี (เป็นเวอร์ชั่น Prototype) ตราบใดที่มีผู้ใช้งานไม่

เกิน 10 Account (รวมตัวผู้พัฒนาเองด้วย)
หากอยากใช้ Advance Features (การทำระบบอัตโนมัติ การเพิ่มความ
ปลอดภัยให้มากขึ้น) หรือมีผู้ใช้มากกว่า 10 คน จะเสียค่าบริการ คิดเป็นต่อคน

คนละ 5$ ต่อเดือน
นอกจากนี้หากคุณผู้อ่านอยากทำแอปพลิเคชั่นให้คนทั่วไปใช้ (รองรับผู้ใช้งานได้
ไม่จำกัด) ทาง AppSheet ยังมี Publisher Pro Plan ในราคา 50$ ต่อเดือน

ต่อแอปพลิเคชั่น แต่มีข้อเสียคือไม่สามารถตั้งค่าจำกัดสิทธิการใช้งานได้ ซึ่ง
ทำให้ไม่เหมาะกับการทำแอปพลิเคชั่นที่มีการใช้ข้อมูลส่วนตัว หรือข้อมูลที่เป็น

ความลับ

ขั้นตอนการพัฒนาแอปพลิเคชั่นด้วย APPSHEET ?

ถึงแม้เราจะมีเครื่องมือดี ๆ อย่าง APPSHEET แต่การ
วางแผน และลงมือทำอย่างถูกต้องจะช่วยให้โปรเจค IT ของ
เราสามารถประสบความสำเร็จได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. เริ่มจากงานเล็ก ๆ ที่เป็นปัญหา

การยอมรับในการใช้แอปพลิเคชั่น หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ เราใน
ฐานะผู้พัฒนาควรเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ ปัญหาง่าย ๆ หรืออาจจะเป็น
ปัญหาที่เห็น ๆ กันอยู่ ที่สามารถทำได้เร็ว ๆ ไม่ต้องขออนุมัติจาก
ผู้บริหารระดับสูง เพื่อเมื่อเวลาทดลองทำแอปพลิเคชั่นมาใช้แล้ว

คนในองค์กรได้เห็นภาพประโยชน์ของการใช้งานได้ง่าย

เมื่อมีคนยอมรับมากขึ้น การทำแอปพลิเคชั่นครั้งต่อไปจะง่าย แถมดีไม่ดี อาจจะมีคนมา
ช่วยพัฒนาแอปพลิเคชั่นกับคุณด้วยก็ได้

2. ศึกษา และร่างแผนภาพ Business process

เมื่อเราได้โจทย์ที่สนใจจะแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีแล้ว การทำ
แผนภาพ Business process จะช่วยให้ผู้พัฒนาตอบคำถามกับ

หัวหน้ า หรือตัวเองได้ว่า ตัวแอปพลิเคชั่นจะถูกใช้มาเพื่อแก้
ปัญหาอะไร นอกจากนี้ยังเป็นตัวช่วยให้เราระบุฟีเจอร์การใช้

งานได้ง่ายขึ้น

โดยการจัดแผนภาพของ Business process ที่ดี ต้องสื่อสารว่า



กระบวนการทำงานมีอะไรบ้าง ? (Process)
มีใครเกี่ยวข้องในกระบวนการนี้บ้าง ? (Steakholder)
มีจุดไหนที่ต้องมีการเก็บข้อมูล หรือใช้ข้อมูล ? (Data touchpoint)
มีจุดไหนที่สามารถพัฒนาได้ด้วยการใช้แอปพลิเคชั่น ? (Problem)
รายละเอียดเพิ่มเติม เช่น สถานที่ ระยะเวลาในการทำงาน (Context)

3. คุยเรื่องไอเดียกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด

ก่อนที่จะทำแอปพลิเคชั่น ลองเอาไอเดียนี้ ไปคุยกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
(Steakholder) เพื่อหยั่งเสียงดูก่อนว่า

แอปพลิเคชั่นนี้เป็นการเพิ่มงานให้ใครรึป่าว ?
แอปพลิเคชั่นนี้จะทำให้ใครบางคนเสียผลประโยชน์มั้ย ?

แอปพลิเคชั่นนี้จะเป็นประโยชน์ต่อใคร ?

หากไม่สามารถไกล่เกลี่ยผลประโยชน์กับทุกฝ่ายได้ ๆ ก็มีโอกาสเสี่ยงที่
แอปพลิเคชั่นจะไม่ถูกนำมาใช้ ด้วยเหตุผลทางการเมืองในบริษัทนั่นเอง
ในการพูดคุยกับผู้ใช้ เราอาจจะลองเอา Sample App ไปให้ผู้ใช้ดูด้วย

ก็ได้

4. ดูตัวอย่างแอปพลิเคชั่น Sample App เพื่อดูความเป็นไปได้ในการพัฒนา

ข้อดีของ AppSheet อีกข้อนึงคือ การมีตัวอย่าง Application ที่เรียกว่า Sample App
จากหลากหลายอุตสาหกรรม ให้เราลองเล่น ลองนำเสนอกับผู้ใช้งาน โดยยังไม่ต้องเริ่ม

พัฒนาแอปพลิเคชั่น
โดยส่วนใหญ่แล้ว สำหรับคนที่ไม่ได้มีประสบการณ์การพัฒนาแอปพลิคเคชั่นก็จะเป็น

กังวลว่า ไอเดียที่อยากทำสามารถทำได้ใน AppSheet รึป่าว?

คำแนะนำของผู้เขียนคือให้ลองเขียน Feature ทั้งหมด แล้วลองดูตัวอย่างแอปพลิเคชั่นที่มี
Feature ใกล้เคียงกับเรา ใน Sample App

5. เริ่มทดลองทำแอปพลิเคชั่นด้วย AppSheet

ข้อแนะนำคือให้ค่อย ๆ พัฒนาทีละฟีเจอร์แล้วรีบไปให้ผู้ใช้ลองใช้งาน เพื่อดูว่าแอปพลิเคชั่นข
องเราเข้ากับบริบทการใช้งานของผู้ใช้แค่ไหน

หากอ่านวิธีการสร้างแอปพลิเคชั่น จากเอกสารพัฒนาแล้วยังงง ผู้เขียนแนะนำวิธีการ
ง่ายดังนี้

1. สร้าง Spread Sheet ด้วย Google Sheet และระบุช่องที่ต้องการให้ผู้ใช้กรอกลง
ไป

2. สมัครเข้าใช้ AppSheet และนำเข้า Spread Sheet จากขั้นตอนที่ 1 เข้ามาเป็น
ฐานข้อมูล

3. เมื่อเข้าใช้งาน AppSheet ระบบจะให้เราตั้งค่าโครงสร้างของข้อมูลใน Spread
Sheet อีกที ผ่าน Data Tab

4. เมื่อตั้งค่าข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ระบบจะอนุญาตให้เราปรับแต่งหน้ าตาของแอปพลิ
เคชั่น ผ่าน UX Tab

5. ปรับแต่งเรื่องอื่น ๆ ตามความเหมาะสม

6. ชวนผู้ใช้มาให้ฟีดแบคการใช้งาน

เหลังจากพัฒนาแอปพลิเคชั่นตัวต้นแบบเรียบร้อยแล้ว ให้เวลา 2
สัปดาห์ในการให้ผู้ใช้กลุ่มเล็ก ๆ สัก 5 – 10 คน ลองใช้งาน และ
ติดตามฟีดแบคจากการสอบถาม (ว่าเขารู้สึกยังไงกับการใช้แอปพลิ
เคชั่น) และการเข้าไปดูข้อมูลในระบบ (ว่ามีคนใช้งานจริงมั้ย) ใน
ส่วนนี้จะช่วยให้เราสามารถพัฒนาแอพลิเคชั่นในขั้นต่อไปได้ง่ายขึ้น

และเห็นปัญหาได้เร็วกว่า การพัฒนาทีเดียวทั้งระบบ

7. ปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ใช้ยังคงใช้อย่างสม่ำเสมอ

หากผู้ใช้ได้เริ่มใช้งานแล้ว แน่นอนว่าผู้ใช้จะเริ่มเรียกร้องให้ทำฟีเจอร์โน่นนี่เพิ่ม ซึ่งเป็น
สัญญาณที่ดีของการยอมรับแอปพลิเคชั่นของเรา ฉะนั้นจงพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ ชวนคนมา
ใช้เพิ่มขึ้นไปอีก ๆ (หากพบปัญหาในการพัฒนาแอปพลิเคชั่น ให้เข้าไปดูแนวทางการแก้ไข

ที่ AppSheet Help Center

5 ขั้นตอนในการแชร์ AppSheet ของตัวเองให้เป็น Sample App

แพลตฟอร์ม AppSheet ได้รวบรวมตัวอย่าง Application ที่ทำด้วย AppSheet ในชื่อ
Sample App เพื่อให้คนที่อยากลองทำ Application ผ่าน AppSheet ได้ดูตัวอย่างก่อน อีก

ทั้งยังเป็ นช่อง
ทางให้เหล่านักพัฒนา AppSheet จากทั่วไป ได้มาโชว์ผลงานของตัวเองอีกด้วย
ในบทความนี้เราจะมาสอนทำ Sample App ของตัวเองเพื่อให้ผู้อ่านสามารถโชว์ผลงานตัว

เองได้


Click to View FlipBook Version