243 ¤ÙèÁืo¡ÒôÓe¹i¹¡Òþa²¹Ò¡Ãa´aºÁҵðҹ¡ÒÃãËéºÃi¡ÒúӺa´ ¡Ó¨a´¡Ò¡¢o§eÊÕ ดังนั้น ในการดำเนินงานกระบวนการรีไซเคิลกากของเสียทุกประเภทและทุกรูปแบบจะต้องมีการ ควบคุมตรวจสอบทั้งในส่วนของกากของเสียและเครื่องมือเครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการรีไซเคิล ทั้งในแง่ ความครบถ้วนของอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการป้องกันหรือควบคุมการหกรั่วไหล การฟุ้งกระจาย หรือการระบาย ของเสียออกจากเครื่องมือเครื่องจักร และความเพียงพอในด้านประสิทธิภาพของอุปกรณ์เหล่านั้น รวมถึง ความปลอดภัยในการใช้งานเครื่องมือเครื่องจักรต่างๆ ด้วย เกณฑ์มาตรฐานการปฏิบัติงานที่ดีสำหรับขั้นตอนนี้จึงมุ่งเน้นวิธีปฏิบัติงานที่จะป้องกันไม่ให้เกิด เหตุการณต์ ่อไปนี้ ความเสียหายของเครื่องมือ เครื่องจักร อันเนื่องมาจาก ความผิดพลาดในการนำกาก ของเสียเข้าสู่กระบวนการ รีไซเคิล หรือไม่มีการควบคุม สภาวะต่างๆ ของเครื่องมือ เครื่องจักรในกระบวนการ รีไซเคิลให้เหมาะสม การระบายมลสารออกจาก กระบวนการรีไซเคิลสูงกว่าที่ กฎหมายกำหนดอันเนื่องจาก การไม่มีอุปกรณ์ควบคุมหรือ บำบัดมลพิษ หรืออุปกรณ์ ควบคุมหรือบำบัดมลพิษไม่มี ประสิทธิภาพเพียงพอ การฟุ้งกระจาย ตกหล่น รั่วไหลของกากของเสียเข้าสู่ สิ่งแวดล้อม รวมถึงพนักงาน ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้รับ อันตรายขณะปฏิบัติงาน ¡®ËÁÒ·Õèe¡ÕèÂÇ¢éo§ ได้แก่ กฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ข้อ 6 เครื่องจักร เครื่องอุปกรณ์หรือสิ่งที่นำมาใช้ในโรงงานต้องเป็นดังต่อไปนี้ (1) บ่อหรือถังเปิดที่ทำงานสนองกันกับเครื่องจักรที่อาจเป็นอันตรายในการปฏิบัติงาน ของคนงาน ต้องมีขอบหรือราวกั้นแข็งแรงและปลอดภัยทางด้านที่คนเข้าถึงได้สูงไม่น้อยกว่า 100 เซนติเมตร จากระดับพื้นที่ติดกับบ่อหรือถังนั้น (2) หม้อน้ำ (Boiler) หม้อต้มที่ใช้ของเหลวหรือก๊าซเป็นสื่อนำความร้อน เครื่องอัดก๊าซ (Compressor) หรือถังปฏิกิริยา (Reactor) และระบบท่อ เครื่องจักรหรือภาชนะที่ทำงานสนองกันโดยมีความ กดดันแตกต่างจากบรรยากาศซึ่งใช้กับหม้อน้ำ หม้อต้มที่ใช้ของเหลวหรือก๊าซเป็นสื่อนำความร้อน เครื่องอัดก๊าซ หรือถังปฏิกิริยาดังกล่าวต้องได้รับการออกแบบ คำนวณ และสร้างตามมาตรฐานที่ยอมรับ หรือผ่านการ ทดสอบความปลอดภัยในการใช้งานโดยมีคำรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือบุคคลอื่น ที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา การติดตั้งมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัยในการใช้งาน มีอุปกรณ์ความปลอดภัยและมีส่วนประกอบที่จำเป็นตามหลักวิชาการโดยมีคำรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพ วิศวกรรมควบคุมหรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา 11.2
244 ¤ÙèÁืo¡ÒôÓe¹i¹¡Òþa²¹Ò¡Ãa´aºÁҵðҹ¡ÒÃãËéºÃi¡ÒúӺa´ ¡Ó¨a´¡Ò¡¢o§eÊÕ (3) ภาชนะบรรจุที่มีความกดดันต่างจากบรรยากาศ (Pressure Vessel) ต้องเป็นไปตาม มาตรฐานที่ยอมรับที่อุปกรณ์ความปลอดภัยและส่วนประกอบที่จำเป็นตามหลักวิชาการโดยมีคำรับรอง ของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (4) ภาชนะบรรจุวัตถุอันตราย เช่น วัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด วัตถุเคมีหรือของเหลวอื่นใด ที่อาจทำให้เกิดอันตรายแก่บุคคล สัตว์พืช ทรัพย์หรือสิ่งแวดล้อมที่มีขนาดของภาชนะบรรจุตั้งแต่ 25,000 ลิตรขึ้นไป ต้องมั่นคง แข็งแรง เป็นตามมาตรฐานที่ยอมรับ โดยมีคำรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม ควบคุมหรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาและต้องสร้างเขื่อนหรือกำแพง คอนกรีตโดยรอบให้มีขนาดที่สามารถจะกักเก็บปริมาณของวัตถุดังกล่าวได้ทั้งหมด เว้นแต่กรณีที่มีภาชนะ มากกว่าหนึ่งถังให้สร้างเขื่อนที่สามารถเก็บกักวัตถุอันตรายนั้นเท่ากับปริมาตรของถังเก็บขนาดใหญ่ที่สุด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของวัตถุที่บรรจุได้อย่างมีประสิทธิภาพในกรณีเมื่อเกิดวิบัติแก่ภาชนะดังกล่าว และต้องจัดให้มีวัตถุหรือเคมีภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการระงับหรือลดความรุนแรงของการแพร่กระจาย ได้อย่างเหมาะสมและเพียงพอ ในกรณีที่ภาชนะบรรจุนั้นตั้งอยู่ในที่โล่งแจ้ง ต้องมีสายล่อฟ้าให้เป็นไปตามหลัก วิชาการและภาชนะบรรจุที่อาจเกิดประจุไฟฟ้าสถิตได้ในตัวต้องต่อสายดิน ข้อ 10 โรงงานต้องมีวิธีการควบคุมการปล่อยของเสียมลพิษหรือสิ่งใดๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดลอม้ ตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา และต้องจัดให้มีผู้ควบคุมดูแลและปฏิบัติงานประจำ สำหรับระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมเป็นพิษซึ่งมีคุณสมบัติตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เงื่อนไขการประกอบกิจการโรงงานซึ่งกำหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบกิจการของโรงงานหรือ กำหนดไว้ในมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ สิ่งแวดล้อม (EIA) รายละเอียดของเงื่อนไขการประกอบกิจการ มาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่โรงงานต้องปฏิบัติของแต่ละโรงงานจะแตกต่างกันขึ้นกับสภาพที่ตั้งและรายละเอียดการประกอบกิจการ Çi¸Õ¹Óä»»¯iºaµiã¹oç§Ò¹ 1) จัดให้มีอุปกรณ์เครื่องมือเพื่อความปลอดภัยตามเกณฑ์ฯ เช่น คัน เขื่อนหรือรางระบายและ บ่อสูบหรือบ่อกักเก็บรอบพื้นที่ที่มีกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดการหกล้น หรือรั่วไหลของสารเคมีหรือของเสีย อันตรายที่เป็นของเหลว ระบบดูดอากาศและระบบบำบัดมลพิษอากาศจากเครื่องมือเครื่องจักรที่ก่อให้เกิด ไอระเหยของสารเคมีฯลฯ 2) จัดทำเอกสารระบุวิธีการปฏิบัติงานติดไว้ในพื้นที่ปฏิบัติงานที่เห็นได้ชัดเจน และสื่อสารให้พนักงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้รับทราบ พร้อมควบคุมดูแลให้มีการนำไปปฏิบัติอย่างถูกต้อง 3) จัดทำเอกสารที่เป็นคำแนะนำหรือข้อกำหนดที่สำคัญสำหรับการปฏิบัติงานที่มีผลต่อความปลอดภัย และประสิทธิภาพของเครื่องมือเครื่องจักรในกระบวนการรีไซเคิล เช่น เอกสารระบุข้อชี้บ่งถึงสภาวะที่ผิดปกติ ในการทำงานของเตาหลอม หรือหม้อต้ม หรือหอกลั่น และวิธีปฏิบัติงานหรือมาตรการแก้ไขสภาวะที่ผิดปกติ ดังกล่าว โดยติดไว้ในพื้นที่ปฏิบัติงานที่เห็นได้ชัดเจนเพื่อสื่อสารให้พนักงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ พร้อมทั้ง ควบคุมดูแลให้มีการปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง 11.3
245 ¤ÙèÁืo¡ÒôÓe¹i¹¡Òþa²¹Ò¡Ãa´aºÁҵðҹ¡ÒÃãËéºÃi¡ÒúӺa´ ¡Ó¨a´¡Ò¡¢o§eÊÕ 4) จัดให้มีระบบการตรวจสอบควบคุมการปฏิบัติงานในขั้นตอนที่สำคัญที่มีผลต่อความปลอดภัย และประสิทธิภาพการรีไซเคิล เช่น ระบบตรวจสอบควบคุมความดันและอุณหภูมิ ของหม้อต้ม หอกลั่นให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย ระบบควบคุมตรวจสอบสภาวะการเผาไหม้ ในเตาหลอมหล่อ ÃÒÂÅaeoÕ´Çi¸Õ»¯iºaµiÊÓËÃaº¢éo¡Ó˹´·ÕèÊÓ¤aผู้ประกอบกิจการโรงงานบางแห่ง ยังไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการควบคุมป้องกันการหกล้น หรือ รั่วไหลของกากของเสีย โดยเฉพาะกากของเสียอันตรายที่เป็นของเหลว ซึ่งข้อแนะนำเพื่อให้มีการปฏิบัติ ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดนี้ได้แก่ พื้นที่ประกอบกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดการหกล้นหรือรั่วไหลของสารเคมีหรือกากของเสียอันตรายที่เป็น ของเหลว ต้องมีคันกั้นหรือรางระบายโดยรอบพร้อมบ่อเก็บกักเพื่อนำไปบำบัด ในบริเวณที่ตั้งถังตกตะกอน ถังปฏิกิริยา หม้อต้ม หอกลั่น ที่ล้างถัง ฯลฯ ควรจัดทำคันกั้น (Bund) ซึ่งมีความสูงจากพื้นเพียงพอที่จะกั้นและรวบรวมสารเคมีที่หกรั่วไหลออกจากภาชนะเหล่านั้นไปทำการ บำบัด กำจัดอย่างถูกต้องก่อนระบายทิ้ง แต่ในกรณีที่ไม่จัดทำคันกั้น อาจทำเป็นรางระบายโดยรอบพื้นที่ ดังกล่าวและมีบ่อเก็บกักเพื่อกรณีเกิดการรั่วไหลของกากของเสียหรือสารเคมีออกจากภาชนะจะไหลลง รางระบายซึ่งจะต่อท่อไปยังบ่อเก็บกักและรวบรวมส่งกำจัดยังหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตต่อไป มีระบบที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันไอระเหยและเสียงดังจากการล้างถังบรรจุสารเคมีใช้แล้ว แยกบริเวณที่มีการตีโซ่ล้างถังด้วยตัวทำ ละลายออกจากพื้นที่อื่น เพื่อลดเสียงและ ป้องกันการฟุ้งกระจายของไอระเหยของ ตัวทำละลายโดยควรทำในห้องหรือตู้ที่มี ระบบดูดอากาศออกไปบำบัด ติดตั้งระบบดูดไอระเหยของสารเคมีและสี ออกไปบำบัดโดยใช้ระบบบำบัดที่มีประสิทธิภาพ เช่น ระบบบำบัดชนิดเปียก (Wet Scrubber) แยกบริเวณที่มีการพ่นสีออกจากพื้นที่อื่น เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของไอระเหยของสี โดยควรพ่นสีในตู้ที่มีม่านน้ำเพื่อจับละอองสี และดูดอากาศที่มีไอระเหยของสีไปบำบัด มีการรวบรวมของเสียหรือกากตะกอนที่ปนเปื้อน มากับภาชนะบรรจุไว้ในภาชนะที่เหมาะสม โดยควรติดป้ายบ่งชี้ไว้ที่ภาชนะบรรจุอย่าง ชัดเจน และจดบันทึกปริมาณของเสียที่นำมา จัดเก็บทุกครั้ง เพื่อรอรวบรวมและนำส่งกำจัด ยังหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตต่อไป สำหรับตัวอย่างวิธีการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับข้อกำหนดที่กล่าวแล้ว แสดงดังรูปที่ 26 11.4
246 ¤ÙèÁืo¡ÒôÓe¹i¹¡Òþa²¹Ò¡Ãa´aºÁҵðҹ¡ÒÃãËéºÃi¡ÒúӺa´ ¡Ó¨a´¡Ò¡¢o§eÊÕ การจัดทำคันกั้น (Bund) เพื่อรวบรวมกากของเสียที่รั่วไหลออกจากภาชนะไปบำบัด กำจัด ติดตั้งระบบรวบรวมไอระเหยสารเคมีไปบำบัดด้วยระบบบำบัดมลพิษอากาศ ติดตั้งม่านน้ำเพื่อดักจับเม็ดสี ที่เกิดจากการพ่นสีถัง µaÇoÂèÒ§Çi¸Õ¡Òû¯iºaµi§Ò¹·Õè´ÕÊÓËÃaº¡Òè´e¡ a 纡ҡ¢o§eÊÕ·Õèe»ç¹¢o§eËÅÇ e¾ืèo»éo§¡a¹ ¡ÒÃË¡ÃaèÇäËÅ æÅa¡Òûoé§¡a¹ÁžiÉoÒ¡ÒÈ·Õèe¡i´¢ึ鹨ҡäoÃaeË¢o§ÊÒÃe¤ÁÕ ÃÙ»·Õè 26
247 ¤ÙèÁืo¡ÒôÓe¹i¹¡Òþa²¹Ò¡Ãa´aºÁҵðҹ¡ÒÃãËéºÃi¡ÒúӺa´ ¡Ó¨a´¡Ò¡¢o§eÊÕ จัดทำห้องเฉพาะที่เป็นระบบปิดสำหรับล้างทำความสะอาดภายในถัง (ล้างตีโซ)่ ÃÙ»·Õè 26 (µèo)
·»ÃÕ è ¡ÉÒ ึ นายจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นายศุภกิจ บุญศิริรองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ¡ÃÁoç§Ò¹oµÊÒË¡ÃÃÁ u ¤³a¡ÃÃÁ¡ÒõÃǨÃaº¾aÊ´uã¹§Ò¹¨éÒ§·Õè»Ãึ¡ÉÒ ประธานกรรมการ นางนุชนาถ สุพรรณศรี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเทคโนโลยีการกำจัดและการจัดการกากอุตสาหกรรม คณะกรรมการ นายณัฐวุฒิพร้อมมูล วิศวกรชำนาญการพิเศษ นายปิยณัฐ สวัสดิ์เอื้อ วิศวกรชำนาญการ กรรมการและเลขานุการ นางสาวพรวิธู ฤทธินนท์ วิศวกรชำนาญการ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ นายวรสิทธิ์วงษา วิศวกรปฏิบัติการ
ÃÒªืèo¤³a·»ÃÕè ¡ÉÒo¤Ã§¡Òà ึ ºÃiÉa· «ÕeoçÁeoÊ eo繨ie¹ÕÂÃiè§ æo¹´ì æÁe¹¨eÁé¹·ì ¨Ó¡a´ 1. นางระวิวรรณ ปิยะศิริศิลป์ผู้จัดการโครงการ 2. นางสาวกฤชวรรณ สุนทรภักดีผู้ประสานงานโครงการ 3. นางสาวธรารัตน์คล้ายฉ่ำ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการของเสีย 4. นางสาวจิรารัช รัศมีกิติกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการของเสีย 5. นางสาวรังสินี เปี่ยมปุก ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจประเมินสิ่งแวดล้อม 6. นางสาวนฤภา อาคะพงษ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจประเมินสิ่งแวดล้อม 7. นายอภิวัฒน์ เธียรพิรากุล ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการมลพิษ 8. นายณัฐพงษ์ กุลสิริโชติชานนท์ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการมลพิษ 9. นางณัฐสิมา ศรีปาน วิศวกรหรือนักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม 10. นางสาวอัญชลี พิริยะพรหมพันธ์วิศวกรหรือนักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม 11. นางสาวภัทรนิษฐ์ พักสาหาร วิศวกรหรือนักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม 12. นางสาวสิริรัตน์ เกษกระทุ่ม วิศวกรหรือนักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม 13. นางสาวปนัดดา อับดุลลา วิศวกรหรือนักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม 14. นางสาวมณทิพย์สมหวังพรเจริญ วิศวกรหรือนักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม 15. นางสาวจันทราภา บุนนาค เจ้าหน้าที่ฝึกอบรมและสมมนาั 16. นางสาวละมุล เฮืองศรีเจ้าหน้าที่ฝึกอบรมและสมมนาั 17. นางสาววิรมน สิริธัญบำรุง เจ้าหน้าที่ธุรการ 18. นางสาวสุพรรษา เสาสำราญ เจ้าหน้าที่ธุรการ
กองบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวีกรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 0 2430 6307 ต่อ 1607 โทรสาร 0 2430 6307 ต่อ 1699 เว็บไซต์: www.diw.go.th อีเมล์ : [email protected] บริษัทที่ปรึกษาโครงการ บริษัท ซีเอ็มเอส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์แมเนจเม้นท์จํากัด เลขที่ 56 ซอยพระรามที่ 2 ซอย 18 แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพฯ 10150 โทรศัพท์ : 0 2877 0395-6 โทรสาร 0 2877 0396 เว็บไซต์ : www.cms.co.th อีเมล์: [email protected]