ความสมั พันธ
เชิงฟง กชัน
ระหวา งขอ มูล
1. การวิเคราะหค วามสัมพันธเ ชงิ ฟง กชนั
ระหวา งขอ มูล
ในการสรา งความสมั พันธเชิงฟงกชันระหวางขอมลู สว นมากนยิ มใช x
แทนตวั แปรอิสระและ y
แทนตวั แปรตาม และขอ มลู ทนี่ ามาสรา งความสมั พนั ธจ ะตอง
ประกอบดวยคา จากการสังเกตเปนจ านวน
มากพอสมควร ซึง่ ควรจะมตี ง้ั แต 8 คา ข้นึ ไป เพราะหาคาจากการ
สังเกตมีจ านวนนอ ยแลว สมการทแ่ี สดง
ความสัมพนั ธระหวางขอมลู ของ 2 ตัวแปร อาจจะไมใ กลเ คยี งกับความ
เปน จรงิ กลา วคอื อาจจะท าใหผล
จากการท านายตวั แปรตามจากสมการคลาดเคลอ่ื นจากความเปน
จริงไปมาก
2. ชนิดของความสัมพันธเ ชงิ ฟงกชนั
ระหวา งขอมลู
2.1 ความสมั พันธเชงิ ฟงกชันท่เี ปนเสน ตรง
2.2 ความสมั พนั ธเชงิ ฟงกชันทีไ่ มเ ปนเสนตรง (เปน เสน
โคง ) แบงออกเปน 2 ชนดิ คือ
3.แผนภาพการกระจาย
ในการสรา งความสัมพนั ธเ ชงิ ฟง กช นั ส่ิงที่เราจะตอ งรเู ปนอันดบั
แรกกค็ ือ ขอ มูลที่โจทยกาํ หนดมาใหน ้ัน มีความสัมพนั ธก ันเปน
สมการชนดิ ใด (เสน ตรง หรอื พาราโบลา หรอื เอ็กซโ พเนนเชยี ล) และ
วิธีที่จะทราบนน้ั กต็ อ งนาํ ขอ มลู ที่โจทยกาํ หนด มาเขียนเปน กราฟ
โดยขนั้ แรกจะตอ งเขียนเปนจดุ กอน (ใหคา x อยูบนแกนนอน คา y
อยบู นแกนตั้ง) แลวขน้ั ตอไปก็พิจารณาวา จุดเหลานัน้ เรียงตวั กัน
แลวมแี นวโนมเปนสมการชนดิ ใด ลักษณะการเขยี นกราฟเชน น้ี เรยี ก
วา "แผนภาพการกระจาย"
แตใ นบางครั้งการพจิ ารณาแผนภาพการกระจาย ไมส ามารถบอกได
แนน อนวา ความสัมพนั ธน นั้ เปน แบบใดเพราะลักษณะการกระจาย
นน้ั ไมเ ขา ลักษณะใดใน 3 ลกั ษณะเลย หรือลักษณะการกระจายนน้ั
อาจจะใกลเคยี งกับรูปแบบ 2 รูปแบบ หากเกิดกรณีเชน น้กี ารสราง
ความสมั พันธใ หเปน แบบใดน้นั ก็จะขึน้ อยูกบั ความชาํ นาญของผู
สราง แตใ นระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย แลวสว นมากโจทยจะสัง่ มา
เลยวา ใหเราสรา งความสมั พันธเชงิ ฟง กชันแบบใด
4.สมการปกติ
สมการปกติสําหรบั สมการเสนตรง
สมการปกติสําหรับสมการพาราโบลา
สมการปกตสิ ําหรบั สมการเอก็ ซโ พเนนเชยี ล
ตัวอยางท่ี 1 ตารางตอไปนเ้ี ปน ความสัมพันธระหวาง x กบั y
1.จงเขยี นแผนภาพการกระจายของขอมลู และเขยี นกราฟท่ีใชแ สดงความสัมพันธ
2.จงหาสมการท่ีแสดงความสัมพนั ธระหวาง x กับ y โดยให x เปน ตวั แปรอสิ ระ
วธที าํ
1. จงเขยี นแผนภาพการกระจายของขอมลู และเขยี นกราฟที่ใชแสดงความสัมพนั ธ
2. จงหาสมการทแ่ี สดงความสมั พันธร ะหวาง x กับ y โดยให x เปน ตวั แปรอสิ ระ
เขยี นตาราง
แทนคา ใน (1) และ (2) จะได
25 = 15m + 5c ..................(1)
92 = 55m + 15c ...................(2)
(1) x 3 75 = 45m + 15c ....................(3)
(2) - (3) 17 = 10m
m = 17/10 = 1.7
แทน m = 1.7 ใน (1)
25 = 15(1.7) + 5c
25 = 25.5 + 5c
c = 0.5/5
c = -0.1
นาํ m = 1.7 และ c = -0.1 แทนในสมการทั่วไป จะได
y = 1.7x - 0.1
5.อนกุ รมเวลา
1. ขอ มลู ทอี่ ยใู นรปู อนุกรมเวลา
คอื ขอ มลู ท่แี สดงความเปลี่ยนแปลงตามลําดบั กอนหลังของ
ชว งเวลาท่ีขอมลู นั้น ๆ เกดิ ข้นึ (หรอื กลาวงา ย ๆ ขอ มลู ทีอ่ ยูใ นรูปอนุกรม
คอื ขอมูลทีม่ หี นว ยมาเก่ียวขอ ง)
โดยปกตขิ อมลู ลักษณะนี้ จะเกดิ ข้นึ ในชว งเวลาทเ่ี ทา ๆ กัน เชน เปนชวง
เวลาละ 1 ป หรอื 1 เดือน หรอื 1 วนั เปนตน
ตัวอยางของขอ มลู ท่ีอยใู นรูปของอนุกรมเวลา เชน
ปริมาณขาวสารทไ่ี ทยสงออกตัง้ แตป พ.ศ. 2534 - 2539
ปริมาณนํ้าฝนทีต่ กในภาคกลาง ตง้ั แตเดอื นสงิ หาคม - ตลุ าคม
พ.ศ. 2539
รายไดป ระจาํ แตล ะเดอื นของบรษิ ทั แหง หนึ่ง ในป พ.ศ. 2540
เปนตน
2. เทคนิคการสมมติตวั เลขมาแทนชว งเวลาท่เี ทา ๆ กนั
โดยปกติชว งเวลาท่ีเทา ๆ กนั ในอนกุ รมเวลามกั จะเปน ชวงเวลาเปน
"ป" เชน มลู คา การสงเคร่อื งหนังเปน สนิ คาออก ในชว งป พ.ศ. 2537 -
2539 เปนดงั นี้
หากจะสรา งความสมั พนั ธระหวา งป พ.ศ. (x) กบั จํานวนมูลคาสินคา
(y) กจ็ ะยงุ ยากมาก เพราะ x มีคา เปน จํานวนพนั
ดังน้ันในทางปฏิบัติจรงิ แลว ก็จะปรบั คา x เปน ตวั เลขตา่ํ ๆ
เชน อาจจะให พ.ศ. 2537 ตรงกับ 1 พ.ศ. 2538 ตรงกับ 2 เปน ตน
แตทนี่ ิยมปรับคา x ทเี่ ปน ป พ.ศ. ใหเ ปน ตัวเลข
จะทํากนั ดงั นี้
กรณที ี่ 1 จํานวนป พ.ศ. เปนจาํ นวน กรณีท่ี 2 จํานวนป พ.ศ. จํานวนคู
ค่ี ใหก าํ หนด 2 ป ตรงกลาง -1 กับ 1
และปก อ นหนานีเ้ ปน " -3 , -5 ,
ใหส มมตปิ ทอ่ี ยูตรงกลางเปน 0 สว น -7 , ... " ตามลาํ ดับ และปท ีอ่ ยู
ปก อ นหนาทอ่ี ยูตรงกลางใหกําหนด หลังปตรงกลางเปน " 3 , 5 ,7 , ...
เปน -1 , -2 , -3 , ... ตามลาํ ดับ " ตามลาํ ดบั เชน
และปท ่ีอยูหลังปท ่ีอยูตรงกลาง
กําหนดเปน 1 , 2 , 3 , ... ตามลาํ ดับ
หมายเหตุ
1. การกาํ หนด x ดังในกรณที ่ี 1 และที่ 2 ขอดกี ็คอื ทําใหคา
ซงึ่ จะทําใหก ารคาํ นวณคา คงตัว (m , c , ...) สะดวกและรวดเรว็
ขึ้นมาก
2. ในชวงการทาํ นายคาตัวแปรตาม จะตอ งเปลยี่ นป พ.ศ.
ใหอยใู นรปู ของคา x และตองสอดคลองกบั ตารางที่กําหนดดว ย
ตวั อยา งที่ 2 ขอ มูลตอ ไปนแี้ สดงประชากรของประเทศ ประเทศ
หน่ึงต้ังแตป พ.ศ. 2525 ถึง พ.ศ. 2530
จงทาํ นายจาํ นวนประชากรในป พ.ศ. 2535
วธิ ีทาํ จากตารางเปนกราฟเอก็ ซโ พเนนเชยี ล เมื่อ y เปน ตัวแปรตาม
สรางตาราง
จาก (1) 4.3636 = 6 LOG A + LOG B (0) ; LOG A = 0.7273
จาก (2) 6.5409 = log a (0) + log b (70) ; log b = 0.0936
ดังน้นั สมการใชทํานาย คอื log y = 0.7273 + 0.0936x
ทาํ นายจาํ นวนประชากรป 2535 คอื x = 15
log y = 0.7273 + 0.0936(15) = 2.1313
y = antilog 2.1313 = 135.0
ดงั นน้ั จาํ นวนประชากรป พ.ศ. 2535 คอื 135 ลา นคน