แสง(LIGHT)
คำนำ
หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นมาเพื่ อเผยแพร่ความรู้ที่จำเป็ น
ต้องรู้เกี่ยวกับเนื้อหาเรื่องแสง ฟิสิกส์ ม.5 โดยผู้เขียนมิได้มีเจตนา
ที่จะให้ร้ายหรือบิดเบือนข้อมูลแต่อย่างไร โดยหนังสือเล่มนี้จะ
ประกอบไปด้วย ความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ต้องการศึกษาเรื่อง
แสงอย่างจริงจัง โดยผู้เขียนมีความหวังว่าความรู้ที่ผู้เขียนได้
เขียนลงในรายงานเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านอย่างมาก
ณัฎฐวรรษ ญาตินิยม
บทที่ 1 แสงและการมองเห็น
เราสามารถมองเห็นวัตถุต่างๆ ได้จากการที่แสงตกกระทบกับวัตถุนั้นๆ
แล้วเกิดจากการที่แสงสะท้อนเข้าสู่นัยต์ตา แสงจะเคลื่อนที่ผ่านเข้ามาทาง
เลนส์ตา ทำให้เกิดเป็นภาพบนจอตาที่ข้างหลังลูกตา แล้วส่งข้อมูลของวัตถุที่
มองเห็นผ่านเส้นประสาทเข้าสู่สมอง สมองจึงทำการแปลข้อมูล
เป็ นภาพของวัตถุนั้นๆ
บทที่ 1 แสงและการมองเห็น
การมองเห็นต่างๆ ส่วนสำคัญของนัยน์ตาที่ทำหน้ าที่คือ จอตา หรือเรียกว่า
เรตินา จอตามีเซลล์รับแสงเป็นจำนวนมาก เซลล์เหล่านี้มี 2 ชนิด คือเซลล์
รูปแท่งกับเซลล์รูปกรวย
2.เซลล์รูปแท่ง
1.เซลล์รูปกรวย
บทที่ 1 แสงและการมองเห็น
1.เซลล์รูปแท่ง(rod cell) เป็นตัวรับแสง อยู่ที่จอตาของดวงตา มีความ
สามารถในการรับแสงมากกว่าเซลล์รูปกรวย
ไวต่อการรับแสงสว่าง แม้ในที่มีแสงสว่างน้ อย เซลล์ชนิดนี้ไม่สามารถแยก
ความแตกต่างของสีได้
บทที่ 1 แสงและการมองเห็น
2.เซลล์รูปกรวย ( cone cell ) ป็นเซลล์ตัวรับแสงชนิดหนึ่งจากสองชนิด
ซึ่งอยู่ใน จอตา ซึ่งทำหน้ าที่เห็นสี เช่นเดียวกับสภาพรู้สึกสีได้ของตา เซลล์
รูปกรวยทำหน้ าที่ได้ดีที่สุดในแสงค่อนข้างสว่าง ตรงข้ามกับ เซลล์รูปแท่ง ซึ่ง
ทำงานได้ดีกว่าในแสงสลัว เซลล์รูปกรวยอัดแน่นใน รอยบุ๋มจอตา อันเป็น
พื้นที่ปราศจากเซลล์รูปแท่งเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.3 มิลลิเมตรที่มีเซลล์รูป
กรวยอัดแน่นบางมากซึ่งลดจำนวนอย่างรวดเร็วเมื่อออกรอบนอกของจอตา
ในตามนุษย์มีเซลล์รูปกรวยหกถึงเจ็ดล้านเซลลล์และส่วนมากกระจุกอยู่
บริเวณ จุดภาพชัด
บทที่ 1 แสงและการมองเห็น
เซลล์รูปกรวย
บทที่ 1 แสงและการมองเห็น
การผสมสารสี
สารสีมีคุณสมบัติในการดูดกลืนแสงสีเมื่อมีแสงขาวมาก
ระทบ แล้วจะสะท้อนแสงสีที่เหลือมาเข้าตา เราจึงมองเห็น
เป็นสีที่สะท้อนมาเข้าตา การที่เราเข้าใจการผสมสารสี จะ
ทำให้เราเข้าใจการดูดกลืนและการสะท้อนแสงสีของวัตถุ
บทที่ 1 แสงและการมองเห็น
การผสมสารสี
สารสีที่ไม่อาจจะสร้างขึ้นมาได้จากการผสมสารสีต่างๆได้ เรียกว่า สารสีปฐมภูมิ
(primary colour) เมื่อมี แสงขาวตกกระทบสารสีแดงม่วง จะดูดกลืนแสงสีอื่นๆไว้
แต่ไม่ดูดกลื่นแสงสีแดงม่วง ,น้ำเงิน , แดงจึงสะท้อน 3 สีนี้ออกมา เมื่อแสงขาว
ตกกระทบสารสีเหลือง จะดูดกลืนแสงสีอื่นๆไว้ แต่ไม่ดูดกลืนแสงสีเหลือง , แดง , เขียว
เมื่อแสงขาวตกกระทบสารสีน้ำเงินเขียว จะดูดกลืนแสงสีอื่นๆไว้ แต่ไม่ดูดกลืนแสง
สีน้ำเงินเขียว , เขียว , น้ำเงิน ถ้านำสารสีปฐมภูมิทั้ง 3 ผสมกันในปริมาณเท่ากัน
จะได้สารสีดำซึ่งจะดูดกลืนทุกแสงสี ไม่สะท้อนแสงสีใดเลย เรียกสารสีที่ได้จากการ
ผสมสารสีปฐมภูมิ 2 สี ว่าสารสีทุติยภูมิ ได้แก่ สีเขียว , สีแดง , สีน้ำเงิน ตามรูป
บทที่ 1 แสงและการมองเห็น
การผสมแสงสี
แสงสีแดง , แสงสีเขียว , แสงสีน้ำเงิน เรียกว่า แสงสีปฐมภูมิ (primary colour
light) เมื่อฉายแสงสีปฐมภูมิทั้ง 3 แสงสี ลงบนฉากสีขาว จะได้ผลของการผสมเป็น
“แสงขาว” เมื่อนำแสงสีปฐมภูมิมาผสมกันบนฉนกขาวที่ละคู่ ก็จะได้ผลของการผสม
แสงสีตามรูป เช่น แสงสีแดง ผสมกับแสงสีเขียว จะได้แสงสีเหลือง ซึ่งเรียกผลที่ได้นี้ว่า
“แสงสีทุติยภูมิ” ถ้าใช้ความเข้มของแสงสีนำมาผสมต่างๆกันไป แสงสีผสมที่เกิดขึ้นก็จะ
เกิดแสงสีที่มีความเข้มหลายระดับ
บทที่ 1 แสงและการมองเห็น
การผสมแสงสี
บทที่ 1 แสงและการมองเห็น
การมองเห็นสี
การมองเห็นสีของมนุษย์ เกิดจากการที่แสงที่สะท้อนจากวัต
ถุนั้นๆมากระทบตาเราและส่งไป
สมองเพื่อแปลออกมาเป็นสีที่
เห็น อาจสรุปได้ว่าในการมองเห็นมีปัจจัยอยู่ 3 อย่าง คือ
แหล่งกำเนิดแสง วัตถุมีสี และสายตาของคนเรา
ภาคผ
นวก
บรรณานุกรม
ข้อมูลเว๊ปไซด์
https://www.aballtechno.com/article/17/%E0%B8%81%E
0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8
%87%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%99%
E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B
8%87%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9
%E0%B8%A2%E0%B9%8C
บรรณานุกรม
ข้อมูลเว๊ปไซด์
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B
8B%88%BA%3E%0E%0B%8B%8A%5B%9E%0E%0B%
8B%8A%59%B%E0E%0%B9B%8%8C8%1%EE00%
%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A2