The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 สนามแม่เหล็ก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by matdavit, 2017-06-03 00:14:52

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 สนามแม่เหล็ก

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 สนามแม่เหล็ก

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 8

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ รายวชิ า ฟิสิกสพ์ ื้นฐาน (ว 30101) .

ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2559 .

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 สนามของแรง เรอื่ ง สนามแมเ่ หลก็ .

จานวนเวลาท่สี อน 2 คาบ/ชั่วโมง ครูผสู้ อน นางสาวเออ้ื อนุช เพียรขุนทด .

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจธรรมชาติของแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงโน้มถ่วง และแรงนิวเคลียร์มีกระบวนการ

สืบเสาะหาความรูส้ ่อื สารสง่ิ ท่เี รียนรูแ้ ละนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์อยา่ งถูกต้องและมคี ุณธรรม
ตวั ชีว้ ดั

ม.4-6/3 ทดลองและอธิบายความ สัมพันธ์ระหว่างแรงกับการเคล่ือนที่ของอนุภาคในสนามแม่เหล็ก
และนาความร้ไู ปใช้ประโยชน์

2. สาระสาคญั
สนามแม่เหล็ก หมายถึง บริเวณโดยรอบแท่งแม่เหล็กท่ีสามารถส่งแรงกระทาต่อวัตถุที่เป็นสาร

แม่เหล็กซ่ึงว างอยู่ในบริเว ณนั้นวัตถุที่แ ม่เหล็กออกแรงกระทาด้ว ย เรียกว่า สารแม่เหล็ก
(magneticsubstance) แม่เหล็ก คือ สารที่สามารถดูดเหล็กหรือเหนี่ยวนาให้เหล็กหรือสารแม่เหล็กเป็น
แม่เหล็กได้ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ แม่เหล็กถาวร (Permanent magnetic) และแม่เหล็กไฟฟ้าหรือแม่เหล็ก
ช่ัวคราว แม่เหล็กมี 2 ข้ัว คือ ขั้วเหนือ และข้ัวใต้ เมื่อนาแม่เหล็กขั้วเดียวกันวางใกลก้ ัน จะเกิดแรงดูดกัน เมื่อ
นาวตั ถุข้ัวต่างกนั มาวางใกลก้ ัน จะเกดิ แรงผลักกนั

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกความแตกต่างของสารทีเ่ ป็นแมเ่ หล็กและสารทีไ่ มเ่ ป็นแมเ่ หลก็ ได้ (K)
2. ใชท้ ักษะการทดลอง การสรปุ และการอภิปรายไดถ้ ูกต้อง (P)
3. ทางานรว่ มกับผูอ้ ื่นอย่างสร้างสรรค์ ยอมรบั ความคิดเห็นของผู้อ่ืนได้ (A)

4. สาระการเรียนรู้
1. สนามแม่เหล็ก และเสน้ แรงแม่เหล็ก
2. สมบัติของแม่เหลก็
3. การเคล่อื นที่ของประจใุ นสนามแมเ่ หล็ก

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (รูปแบบวงจรการเรยี นรู้ 5E)
ขน้ั ท่ี 1 ข้นั นาเขา้ สูบ่ ทเรยี น (Engagement Phase)
1.1 ครูพดู คยุ และซักถามประสบการณ์เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องแมเ่ หล็กท่ีเคยรับรู้มาก่อน

โดยครอู าจใช้คาถามต่อไปน้ี เชน่
– แมเ่ หลก็ ที่นกั เรียนรูจ้ กั หมายถึงอะไร
– แมเ่ หลก็ มีก่ีชนดิ อะไรบ้าง แตล่ ะชนิดมีจดุ เด่นอะไร
– ประโยชน์ที่เราไดจ้ ากแม่เหลก็ มีอะไรบา้ ง

1.2 นักเรยี นชว่ ยกนั อภปิ รายและแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกบั คาตอบของคาถาม เพ่อื เชือ่ มโยง

ไปส่กู ารเรยี นเรื่อง แม่เหล็ก

1.3 แจ้งให้นักเรียนทราบว่าจะไดศ้ ึกษาเกี่ยวกับ เร่ือง สนามแม่เหลก็ (มีภูมิคุ้มกันในตัวท่ดี ี :

การเตรยี มตัวให้พร้อมรบั กับสง่ิ ทกี่ าลังจะเรียน)

ข้ันที่ 2 ข้นั สารวจและคน้ พบ (Exploration Phase)
2.1 นกั เรยี นสืบคน้ ขอ้ มลู เก่ียวกับสนามแม่เหลก็ จากเอกสารตา่ ง ๆ เช่น ใบความรู้ ,หนังสอื

เรียน , อินเตอร์เน็ต เป็นตน้ (นักเรียนใชค้ ณุ ธรรมคา่ นยิ ม 12 ประการ : ใฝ่หาความรู้ หม่ันศกึ ษาเล่าเรยี น
ท้งั ทางตรงและทางอ้อม)

2.2 ใหน้ กั เรยี นเข้ากล่มุ สืบคน้ ข้อมูลเก่ียวกับจุดประสงค์การทดลอง อุปกรณก์ ารทดลอง และ
วิธกี ารทดลองจากใบกิจกรรมการทดลองที่ 8 เรอ่ื ง เส้นแรงสนามแม่เหล็ก

2.3 นกั เรียนร่วมกนั ทาการทดลอง เพื่อศึกษาลกั ษณะการเคลอื่ นทขี่ องวัตถุแบบวงกลม และ
ตอบคาถามท้ายการทดลอง

2.4 ให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่ม รว่ มกนั อภปิ ราย ผลการทากจิ กรรม และนาเสนอหน้าชน้ั เรยี น
2.5 นักเรียนทาใบงานที่ 8 เรื่อง สนามแม่เหล็ก (เง่ือนไขความรู้ : นกั เรยี นนาความรมู้ า
เชอื่ มโยงเพื่อประกอบการวางแผนต่องานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย)
ขัน้ ท่ี 3 ขัน้ อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ ( Explanation Phase)
3.1 นักเรียนนาขอ้ มูลจากขั้นการสารวจและค้นหา มาอภิปรายรว่ มกับครู
3.2 นักเรียนร่วมซักถาม และครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับ สนามแม่เหล็ก เพื่อให้นักเรียนสรุป
สาระสาคญั ลงในสมดุ จดบันทกึ
ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (Expansion Phase)
4.1 นักเรยี นสนทนาซักถามครู และศึกษาเพ่มิ เตมิ เกี่ยวกับสนามแม่เหล็ก จากหนงั สอื เรียน
รายวิชาฟิสกิ สพ์ ้ืนฐาน ใบความรูท้ ่ี 8 และใบกจิ กรรมการทดลองที่ 8 เรอื่ ง สนามแม่เหลก็ (นกั เรียนใช้
คณุ ธรรมค่านยิ ม 12 ประการ : มสี ตริ ้ตู วั รคู้ ดิ รทู้ า)

ขั้นที่ 5 ข้นั ประเมนิ (Evaluation)
5.1 สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรยี น (เงือ่ นไขคณุ ธรรม : นกั เรยี นมีความซ่อื สตั ย์

ขยนั หม่ันเพยี ร มคี วามรบั ผิดชอบต่องานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย)
5.2 ประเมนิ จากการทาใบงานที่ 8 และใบกจิ กรรมการทดลองที่ 8 เร่ือง สนามแมเ่ หล็ก

(เงือ่ นไขความรู้ : นักเรยี นมคี วามรอบรู้ รอบคอบ สามารถนาความรมู้ าประยุกต์ใชไ้ ด้)

6. นวัตกรรมการศกึ ษา
6.1 สอื่ และอุปกรณ์การเรยี นรู้
- หนังสือเรียนรายวชิ า ฟสิ ิกสพ์ ้นื ฐาน ชนั้ ม. 4-6
- ใบความรู้ท่ี 8 เร่อื ง สนามแมเ่ หลก็
- ใบงานท่ี 8 เรื่อง สนามแม่เหลก็
- ใบกิจกรรมการทดลองที่ 8 เร่อื ง เส้นแรงแมเ่ หล็ก
- อปุ กรณ์ชดุ การทดลองที่ 8 (ชุดทดลอง เส้นแรงแมเ่ หลก็ )

- PowerPoint เรือ่ ง สนามของแรง

6.2 แหลง่ เรียนรู้
- ห้องสมดุ โรงเรยี น
- หนงั สอื คมั ภีร์ฟสิ ิกสโ์ อเน็ต ม. 4 – 5 – 6
- ตะลุยโจทย์ใหม่ วทิ ยาศาสตรฟ์ ิสกิ ส์ ม.ต้น
- http://www.rmutphysics.com/physics/oldfront/71/1/physics1.htm
- http://202.28.94.55/web/322103/2551/work1/g58/page.htm

7. การวดั และประเมินผล

การวัดผล วธิ ีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑก์ าร
ประเมินผลด้าน
1.ด้านความรู้ความ วดั จากการตอบคาถามใบงานที่ 8 ประเมนิ ผล
เขา้ ใจ (K) เร่ือง สนามแม่เหลก็
ใบงานที่ 8 เรื่อง สนามแมเ่ หล็ก ตอบคาถามถกู ต้อง

ร้อยละ 60 ข้ึนไป

2. ดา้ นทักษะ วัดจากการตอบคาถามใบกจิ กรรม ใบกิจกรรมการทดลองที่ 8 ตอบคาถามถกู ต้อง
กระบวนการ (P) การทดลองท่ี 8 เรื่อง เส้นแรง เรือ่ ง เส้นแรงแม่เหล็ก ร้อยละ 60 ข้นึ ไป

แมเ่ หลก็ แบบสงั เกตพฤติกรรมการ ไดค้ ะแนนในระดบั
3. ด้านคุณลกั ษณะ การสงั เกตพฤติกรรม เรียนร้รู ายบคุ คล 2 ข้นึ ไป
ทพ่ี ึงประสงค์ (A)

เกณฑ์การใหค้ ะแนน 80-100% ให้ ดมี าก
ระดับคะแนน 70-79% ให้ ดี
ระดบั คะแนน 60-69% ให้ ปานกลาง
ระดับคะแนน 50-59 % ให้ พอใช้
ระดบั คะแนน 0 - 49% ให้ ปรบั ปรุง
ระดับคะแนน

แบบประเมินพฤตกิ รรมหลังเรยี น

รายการประเมิน คาอธบิ ายคณุ ภาพ
1. ความสนใจเรียน
ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
2. ความรับผิดชอบ
มคี วามกระตือรอื รน้ ใน มีความกระตอื รอื ร้นใน มคี วามกระตือรือรน้ ใน มีความกระตอื รือร้นใน
3. กลา้ แสดงออก
4. มรี ะเบยี บวนิ ยั การเรยี นดีมาก การเรยี นดีมากแตไ่ ม่ การเรยี นดีและสมา่ เสมอ การเรยี นดแี ตไ่ ม่
5. มีมนษุ ยส์ มั พันธท์ ด่ี ี
สมา่ เสมอ สมา่ เสมอ

ทางานท่ีไดร้ บั ทางานท่ีได้รับ ทางานทีไ่ ดร้ ับ ทางานท่ไี ด้รับ

มอบหมายดี มี มอบหมายดี มี มอบหมายดี มีความถกู มอบหมายพอใช้ มี

ความถูกตอ้ ง ตรง ความถกู ตอ้ ง ตอ้ งเป็นบางครง้ั ความถูกตอ้ งบ้าง

เวลา

กลา้ ตดั สนิ ใจแสดง กลา้ ตดั สนิ ใจแสดง กล้าตัดสนิ ใจแสดงความ ไมก่ ลา้ ตัดสินใจแสดง

ความคิดเหน็ ดีมาก ความคดิ เหน็ ดี คิดเหน็ เปน็ บางครั้ง ความคดิ เหน็ เปน็

ทางานเป็นระเบยี บ ทางานเปน็ ระเบยี บ ทางานเป็นระเบยี บแต่ ทางานไม่เป็นระเบยี บ

และถกู ต้องหมด และถูกตอ้ งบ้าง ไม่ถูกต้องบา้ ง และไม่ถกู ตอ้ งบ้าง

ชว่ ยเหลอื เพื่อนดมี าก ชว่ ยเหลือเพอ่ื นเปน็ ช่วยเหลือเพอ่ื นเป็น ไมช่ ่วยเหลอื เพื่อนเปน็

และพดู จาไพเราะ บางคร้งั และพูดจา บางครงั้ และพูดจาไม่ บางครง้ั และพูดจาไม่

ไพเราะ ไพเราะ ไพเราะ

เกณฑก์ ารตดั สนิ คะแนน

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
17 – 20 ดีมาก
13 – 16 ดี
9 – 12 พอใช้
5-8 ปรบั ปรงุ

8. การใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งสู่การจัดการเรียนรู้
8.1 ผู้สอนใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

ประเด็น พอประมาณ มีเหตุผลที่ดี ภมู คิ ุ้มกนั ในตัวท่ดี ี

เนอ้ื หา - วิเคราะหห์ ลักสตู ร เน้ือหา - จัดกิจกรรมการเรยี นการสอนให้ - มกี ารวางแผนและ

ออกแบบและจดั กิจกรรมให้ บรรลมุ าตรฐาน ผลการเรียนรู้ เตรยี มการสอน เพอื่ จัด

สอดคล้องกบั มาตรฐาน ผลการ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคต์ ามท่ี กิจกรรมการเรยี นรูไ้ ด้ตรง

เรียนรู้ หลักสตู รทีก่ าหนด ตามแผนการจัดการเรยี นรู้

เวลา - จดั กจิ กรรมการเรียนการสอน - สอดคลอ้ งกบั รูปแบบกจิ กรรม - สามารถยดื หยนุ่ เวลาในแต่

บรรลตุ วั ช้ีวัด นกั เรียนปฏิบตั ิ หรือวธิ ีสอน ละกิจกรรมรวมถึงการสืบค้น

กิจกรรมไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ นอกเวลา

และเสรจ็ ตามเวลาท่ีกาหนด

สอื่ /แหล่ง - จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้โดยใช้ - เลือกใช้ส่ือไดเ้ หมาะสมกับผล - ครเู ตรยี มสื่อการสอนหรอื

เรียนรู้ ข้อมลู จากแหลง่ เรยี นรตู้ า่ ง ๆ และ การเรยี นรู้ เนอ้ื หา สาระการ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่

เตรียมใบความรู้ ใบงานให้ เรยี นรู้ เพื่อให้การจดั กิจกรรมการ สามารถให้ผู้อน่ื สอนแทนได้

พอเหมาะกับนกั เรียน เรียนร้บู รรลผุ ลตามจุดประสงค์ ในกรณีที่ไมเ่ ปน็ ไปตามแผน

วิธสี อน/ - เลือกวธิ ีสอนโดยการ - สอดคล้องกบั ความสามารถของ - มวี ิธกี ารสอนทหี่ ลากหลาย

กจิ กรรม สืบคน้ อภิปราย นาเสนอ ซง่ึ ผเู้ รียนและชน้ิ งานมีคุณภาพ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตาม

เหมาะสมกบั ความสามารถของ สภาพการณ์

ผูเ้ รยี นและใหน้ ักเรยี นทากจิ กรรม

ได้เสร็จตามเวลา

การวัดผล - กาหนดเกณฑก์ ารวดั ผล - การวัดผลและประเมินผลต้อง - วางแผนตดิ ตาม

ประเมนิ ผล ประเมินผลให้สอดคล้องกับภาระ สอดคลอ้ งกับมาตรฐานและผล ประเมินผลการทางานของ

งานและผลการเรียนรู้ การเรียนรขู้ องหลักสูตร นกั เรยี นเป็นระยะๆอยา่ ง

ตอ่ เนอื่ ง

เงอ่ื นไขความรู้ - ครมู ีความรูใ้ นหลักสูตร เน้ือหาสาระ และกจิ กรรมการจัดการเรียนการสอน

- มีความร้ใู นการวิเคราะหผ์ ู้เรียน และรศู้ กั ยภาพของนกั เรยี น

- มีความรแู้ ละใช้สือ่ ในการจดั การเรียนการสอน

เง่ือนไข - มีความรบั ผิดชอบในการปฏบิ ัติหนา้ ทสี่ อน เข้าสอนตรงเวลา ปฏบิ ัติหน้าทส่ี อนเต็มเวลา เตรยี มการ

คุณธรรม สอน และใบความรู้/ใบงานประกอบการสอนลว่ งหนา้

- มคี วามเมตตา ให้ความเสมอภาค และยุติธรรมกบั นกั เรียนทุกคน

- มีความอดทน เสยี สละ ใฝร่ ู้

8.2 ผ้เู รยี นมคี ณุ ลักษณะ “อยู่อยา่ งพอเพยี ง”

พอประมาณ มีเหตุผลท่ดี ี มภี มู คิ ุ้มกันในตวั ท่ีดี

- นักเรียนรูจ้ ักบรหิ ารเวลาในการทา - มีความร้คู วามเข้าใจในการ - มีการวางแผนในการสบื ค้น
กิจกรรมในการเรยี นการสอน เลอื กใช้เทคโนโลยใี นการ ขอ้ มลู จากแหลง่ เรียนรตู้ า่ งๆ

- นกั เรยี นทากิจกรรมได้เต็มศักยภาพตนเอง สบื ค้นขอ้ มูลและนาเสนอ - มีการวางแผนการทางานอย่าง

- ใชส้ ื่อและแหล่งเรยี นรไู้ ด้เหมาะสมกบั - นาความรู้ท่ีได้ไปปรบั ใช้ใน รอบคอบด้วยความสามัคคีจนทา

กิจกรรมการเรยี น การสอน ชีวติ ประจาวัน ให้งานสาเร็จ

เง่อื นไขความรู้
- ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ สนามแม่เหล็ก
- มคี วามรู้เก่ียวกบั การใช้เทคโนโลยใี นและแหลง่ การเรียนรเู้ พื่อการสบื คน้ ข้อมลู

เงอื นไขคณุ ธรรม

- มีความรบั ผดิ ชอบในหน้าที่ได้รับมอบหมาย ทาชน้ิ งานดว้ ยความเรยี บรอ้ ย ถูกต้อง และเสรจ็ ตามเวลา

- มีความสามัคคีในหมคู่ ณะ มีวินัยเป็นผนู้ าและผู้ตามทด่ี ีขณะปฏิบัติงานรว่ มกนั
- รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ ด้วยตามกระตือรือร้น สนใจ ต้ังใจ และใฝเ่ รยี นรู้

8.3 ผลลัพธ์ KPA 4 มิติ ทเี่ กยี่ วข้องกับการอยูอ่ ย่างพอเพียง พร้อมต่อการเปลย่ี นแปลงในด้านตา่ งๆ

ผลลัพธ์ สมดลุ พร้อมต่อการเปลยี่ นแปลงในด้านตา่ ง ๆ
ด้านความรู้
ด้านทกั ษะ ดา้ นวัตถุ ดา้ นสงั คม ด้านสงิ่ แวดลอ้ ม ดา้ นวฒั นธรรม

ดา้ นค่านยิ ม - การใชส้ ื่อต่าง ๆ ในการ - นกั เรยี นมคี วามรู้ - -

ศึกษาค้นคว้าและแก้ปัญหา เก่ยี วกับการวาง

เพม่ิ เติม แผนการทางาน

- ทักษะในการสืบค้นข้อมลู - นกั เรยี นสามารถ - นกั เรยี นเลอื ก - มีมารยาททด่ี ีในการ

- ทักษะการวเิ คราะห์ ทางานรว่ มกับผู้อืน่ แนวทางในการใช้ ทางานร่วมกบั ผู้อน่ื

แกป้ ญั หา - ทกั ษะปฏิสมั พนั ธ์ ทรัพยากรธรรมช -

- ทกั ษะในการนาเสนอ กบั บคุ คลอน่ื าตเิ หมาะสม

ขอ้ มลู - ทักษะการฟังทดี่ ี คมุ้ คา่

- ตระหนกั ถึงการใช้ - สามคั คี - - เหน็ ความสาคญั

ประโยชน์ของสื่อ จาก - เอ้ือเฟือ้ เผื่อแผ่ ของการทางานกลมุ่

แหล่งเรียนรู้ตา่ ง ๆ อยา่ ง - ชว่ ยเหลอื แบ่งปนั และยอมรบั ความ

คุ้มคา่ และเกิดประโยชน์ - รับผิดชอบ คิดเหน็ ของคนอืน่

สูงสดุ - ตรงตอ่ เวลา

บนั ทึกหลงั การสอน

1. ผลการจัดการเรียนการสอน
1.1 การประเมินดา้ นความรู้

1.2 การประเมนิ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ

1.3 การประเมินดา้ นคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์

2. ปญั หาและอุปสรรค

3. แนวทางแกไ้ ข

ลงชื่อ
(นางสาวเอื้ออนุช เพียรขุนทด)
ครูผสู้ อนและบันทึก

ความเห็นของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรือผู้ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย

ลงชอ่ื
()

ใบความร้ทู ่ี 8
เร่อื ง สนามแม่เหลก็

แม่เหล็ก (Magnet)

โดยทั่วไปจะหมายถึง แม่เหล็กธรรมชาติ (ซึ่งมีส่วนผสมส่วนใหญ่ คือ Fe3O4) มีคุณสมบัติสามารถดดู
เหล็ก และนิเกิลได้ นอกจากน้ีอาจเป็นแม่เหล็กที่สร้างข้ึนเองซ่ึงมีรูปร่างต่างๆ กัน เรียกว่า แท่งแม่เหล็ก มีได้

ต่างกนั เชน่ เปน็ แทง่ ส่ีเหลี่ยม แทง่ ทรงกระบอก รูปเกอื กมา้ เขม็ ทิศ เป็นต้น และสามารถดูดพวกสารแม่เหล็ก

ได้โดยการเหนีย่ วนา

โดยปกติมี 2 ขัว้ คอื ขว้ั เหนอื (north pole “N”) และขวั้ ใต้ (south pole “S”)

ขว้ั แมเ่ หล็ก (Magnetic pole)

เปน็ บริเวณปลายทงั้ สองของแท่งแมเ่ หล็กทม่ี ีอานาจแม่เหลก็ แรงมาก

แรงกระทาระหวา่ งข้ัวแมเ่ หล็กมี 2 แบบ

1. แรงดูดกัน เกดิ จากการนาขั้วแมเ่ หล็กตา่ งชนิดกันมาวางใกลก้ นั

2. แรงผลักกัน เกดิ จากการนาข้ัวแม่เหล็กชนิดเดียวกนั มาวางใกล้กัน

สนามแมเ่ หล็ก (Magnetic field)
คือบริเวณท่ีอานาจการกระทาที่เกดิ จากแม่เหล็ก อานาจการกระทาทีส่ ง่ ออกมาจากแมเ่ หล็กนี้มี

ลักษณะเปน็ เวกเตอร์ มสี ัญลกั ษณเ์ ปน็ B

เสน้ แรงแมเ่ หล็ก (Magnetic line of force) มลี กั ษณะดงั นี้
1. ภายนอกแท่งแมเ่ หล็ก เสน้ แรงแม่เหลก็ จะมที ิศพงุ่ ออกจากขั้วเหนอื (N) เขา้ สู่ข้วั ใต้ (S)
2. ภายในแทง่ แม่เหล็ก เสน้ แรงแม่เหลก็ จะมีทิศพุง่ ออกจากขั้วใต้ (S) เขา้ ส่ขู ว้ั เหนือ (N)

ใบกิจกรรมการทดลองท่ี 8

วิชา ฟิสกิ สพ์ นื้ ฐาน รหัสวิชา ว 30101 ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 4
เร่อื ง เสน้ สนามแม่เหลก็ เวลา 2 คาบ

คาช้แี จง ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่ม ร่วมกนั ทาการทดลองที่ 8 เร่อื ง เส้นสนามแม่เหล็ก
ช่อื กล่มุ ............................................................................ชนั้ ม.4/........................คะแนนท่ไี ด้..........................

รายช่ือสมาชิกในกลุ่ม
1. ......................................................................................เลขท่ี...............................
2. ......................................................................................เลขที่...............................
3. ......................................................................................เลขที่...............................
4. ......................................................................................เลขที่...............................
5. ......................................................................................เลขท.่ี ..............................
6. ......................................................................................เลขท.่ี ..............................
7. ......................................................................................เลขท.่ี ..............................

การทดลองท่ี 8
เสน้ สนามแม่เหลก็

วัตถุประสงค์
1. ศึกษาภาพการเรียงตัวของผงเหล็กรอบแท่งแม่เหลก็ จากการโรยผงเหล็กบนกระดาษขาวท่ีวางอยบู่ น
แทง่ แม่เหลก็
2. สามารถเขียนแผนภาพเส้นสนามแมเ่ หล็กของแท่งแมเ่ หล็ก 2 แทง่ ทวี่ างในลักษณะตา่ งๆ กนั ได้

อปุ กรณ์
1. แท่งแมเ่ หลก็ ชนิดขวั้ อยู่ปลายแท่ง 2 แท่ง
2. ผงเหลก็
3. กระดาษขาว

วิธีการทดลอง
1. ศึกษารายละเอียดเกย่ี วกบั จดุ ประสงค์ อุปกรณ์ และวธิ กี ารทดลองอยา่ งละเอยี ด
2. นากระดาษแข็งวางบนแท่งแมเ่ หล็ก โรยเศษผงเหลก็ ละเอียดบนกระดาษแล้วคอ่ ยๆ เคาะดว้ ยนวิ้ เบาๆ
ดังรูป สงั เกตการณเ์ ปลี่ยนแปลง บันทกึ ผลลงในตางรางบันทึกผลการทดลอง

3. นาผลการทดลองทไี่ ด้รว่ มกนั สรปุ และอภิปรายผลการทดลอง
4. ตอบคาถามทา้ ยการทดลอง

ผลการทดลอง

ภาพ ลกั ษณะเส้นสนามแม่เหล็กของแท่งแมเ่ หล็ก
สรปุ
อภปิ ราย

คาถามทา้ ยการทดลอง
1. ลักษณะเส้นสนามแม่เหล็กของแท่งแม่เหล็ก 2 แท่ง มีการวางในลักษณะต่างๆ ได้ทั้งหมดกี่ลักษณะ
อธบิ ายพร้อมวาดภาพประกอบ

*********************************

ใบงานท่ี 8

วิชา ฟสิ ิกสพ์ น้ื ฐาน รหสั วชิ า ว 30101 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4

เร่ือง สนามแม่เหล็ก เวลา 2 คาบ

ชื่อ.....................................................................................ชั้น ม. 4/.............เลขที่......................

คาชี้แจง เติมขอ้ ความหรือความหมายลงในชอ่ งวา่ งใหส้ มบูรณ์
1. สนามแม่เหล็ก หมายความว่าอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. สนามแม่เหลก็ รอบแท่งแมเ่ หล็กมีขนาดสม่าเสมอหรือไม่ อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. เม่ือนาโปรตอน อเิ ล็กตรอน และนิวตรอนไปวางในสนามแม่เหล็ก จะมแี รงแมเ่ หล็กกระทาตอ่ อนภุ าค

เหล่านนั้ หรือไม่ เพราะเหตใุ ด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. เพราะเหตุใด ถ้านาแท่งแม่เหลก็ เข้าใกล้บรเิ วณหน้าจอภาพในโทรทศั น์ ภาพบนจอจงึ บดิ เบี้ยว
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

5. ยกตวั อย่างประโยชน์ทเี่ กดิ จากสนามแม่เหล็ก ในชีวิตประจาวัน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

วิชา ฟิสิกสพ์ ื้นฐาน เฉลยใบงานท่ี 8 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 4
เรอื่ ง สนามแม่เหลก็ เวลา 2 คาบ
รหสั วิชา ว 30101

คาชี้แจง เติมขอ้ ความหรือความหมายลงในช่องวา่ งให้สมบูรณ์
1. สนามแมเ่ หล็ก หมายความวา่ อย่างไร
ตอบ
สนามแมเ่ หลก็ (Magnetic field) คอื บรเิ วณท่ีอานาจการกระทาทีเ่ กดิ จากแมเ่ หล็ก อานาจการกระทาท่ี
ส่งออกมาจากแมเ่ หล็กนม้ี ีลกั ษณะเปน็ เวกเตอร์ มีสญั ลักษณเ์ ป็น B

2. สนามแม่เหลก็ รอบแท่งแมเ่ หล็กมีขนาดสม่าเสมอหรือไม่ อย่างไร
ตอบ
ไม่สมา่ เสมอ บริเวณท่ีใกล้ขัน้ ของแมเ่ หล็กจะมคี วามเขม้ ของสนามแม่เหลก็ มาก ถ้าระยะหา้ งออกไป ก็จะมี
ความเข้มของสนามแม่เหลก็ น้อยลง

3. เมือ่ นาโปรตอน อิเลก็ ตรอน และนิวตรอนไปวางในสนามแม่เหล็ก จะมแี รงแมเ่ หล็กกระทาต่ออนภุ าค
เหลา่ น้ันหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
ตอบ
โปรตอนเป็นประจบุ วก อิเล็กตรอนเป็นอนุภาคประจลุ บ ถ้าอนภุ าคทงั้ สองถกู วางโดยไม่มีความเร็ว จะไม่มีแรง
จากสนามแมเ่ หล็กไปกระทา ยกเว้นถ้าอนุภาคเคลอ่ื นที่ด้วยความเรว็ สว่ นนิวตรอนไมม่ ปี ระจุ ไมใ่ ช่สาร
แมเ่ หล็ก จงึ ไมม่ แี รงจากสนามแม่เหล็กไปกระทา

4. เพราะเหตใุ ด ถา้ นาแทง่ แม่เหล็กเขา้ ใกล้บรเิ วณหนา้ จอภาพในโทรทัศน์ ภาพบนจอจึงบิดเบี้ยว
ตอบ
ภาพทปี่ รากฏบนจอภาพของเคร่อื งรบั โทรทัศน์ เกดิ จากอิเล็กตรอนเคล่อื นท่ีไปตกกระทบจอภาพที่ฉาบด้วย
ฟอสฟอร์ และเกิดเรืองแสงข้ึน เมือ่ นาแมเ่ หล็กเข้าใกลห้ นา้ จอภาพจะเกิดแรงกระทาต่ออิเลก็ ตรอนทาให้
อเิ ล็กตรอนเบนไปจากแนวการเคลอ่ื นทีเ่ ดิม จึงทาให้ภาพบิดเบ้ียวไป

5. ยกตัวอยา่ งประโยชนท์ เี่ กิดจากสนามแม่เหล็ก ในชีวติ ประจาวัน
ตอบ
การใชป้ ระโยชน์จากสนามแม่เหลก็ ในชีวติ ประจาวนั มีมากมาย เช่น การเบ่ยี งเบนของลาอิเลก็ ตรอนใน
จอโทรทศั น์ , อุปกรณ์หลักในการสร้างมอเตอร์ ท่ีใช้ในอปุ กรณไ์ ฟฟ้าหลายชนิด,อปุ กรณใ์ นไดนาโม เปน็ ต้น


Click to View FlipBook Version