โครงงาน IS
เร่อื ง โคมไฟจากกะลามะพราว
จดั ทําโดย
นายฐิติพงษ นาคใหม เลขที่ 9
นายทรงวฒุ ิ แกวสระแสน เลขท่ี 10
นางสาวสธุ ดิ า จันทรจ บสิงห เลขที่ 20
ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 6/5
เสนอ
อาจารยย ุทธนา อม่ิ ทรพั ย
โครงงานนี้เปนสวนหน่ึงของการศึกษาวชิ า IS (I30202)
ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศึกษา 2565
โรงเรียนกาญจนาภเิ ษกวิทยาลยั สพุ รรณบุรี
อาํ เภอเมอื งสพุ รรณบรุ ี จังหวัดสุพรรณบรุ ี
สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศกึ ษาเขต 9
ก
คาํ นํา
โครงงานน้ีเปนสวนหน่ึงของวิชา IS (I30202) ช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 6 โดยมีจุดประสงคเพ่ือเปน
ประโยชนต อ ผูท่ีสนใจจะศึกษาเกี่ยวกับโคมไฟจากกะลามะพราว ซึ่งคณะผูจัดทําไดจัดทําเพื่อครู นักเรียน
และผทู สี่ นใจไดใ ชเปนเอกสารอา นเพิม่ เติมตอไป
คณะผูจัดทําหวังเปนอยางยิ่งวารายงานฉบับนี้จะเปนประโยชนตอผูท่ีสนใจเรื่องโคมไฟจาก
กะลามะพราว ซึ่งทําใหทราบถึงการนํากะลามะพราวมาใชทําประโยชน ท่ีไดวิเคราะหใหผูอานนํามาใช
ประโยชนไ ดตอ ไป หากมีขอบกพรองประการใด ผูจดั ทาํ ขออภยั ไว ณ โอกาสน้ดี วย
คณะผูจ ดั ทํา
ข
ช่อื เรือ่ ง : โคมไฟจากกะลามะพรา ว
ผจู ดั ทํา : นายฐติ พิ งษ นาคใหม เลขท่ี 9
นายทรงวุฒิ แกว สระแสน เลขที่ 10
นางสาวสธุ ดิ า จนั ทรจ บสิงห เลขท่ี 20
ประเภทโครงงาน : โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ
ชัน้ : มธั ยมศกึ ษาปท่ี 6/5
ปการศกึ ษา : 2565
อาจารยที่ปรึกษาโครงงาน : อาจารยยทุ ธนา อิ่มทรัพย
บทคัดยอ
โครงงานน้ีมีวัตถุประสงคเพื่ออํานวยความสะดวกในการมองเห็นในที่มืด และเพ่ือตกแตงบานให
สวยงาม โดยคณะผูจัดทําไดทดลองแลว โดยการนําโคมไฟท่ีประดิษฐข้ึนมาไปทดลองเปดในที่มืดวา
สามารถมองเหน็ ในท่ีมืด และมีความสวยงามหรือไม
โดยคณะผูจัดทําไดทําการทดสอบ ซ่ึงผลการทดสอบพบวา โคมไฟใหแสงสวางในที่มืดเพียงพอ
สาํ หรบั การมองเห็น มีความสวยงาม และสามาถนําไปใชไ ดจรงิ
ค
กิตตกิ รรมประกาศ
โครงงานประเภทประดิษฐ เร่ือง โคมไฟจากกะลามะพราว ไดประสบผลสําเร็จและได
ประโยชนจากการศึกษาเปนอยางมาก ท้ังในเรื่องของกระบวนการประดิษฐ รวมทั้งไดรับความรู
เพ่มิ เติมเกี่ยวกบั เน้อื หาของงานท่ศี ึกษา จากผมู คี วามรูแ ละประสบการณ รวมไปถึงเวบ็ ไซตต า ง ๆ
คณะผูจดั ทําขอขอบคณุ อาจารยยุทธนา อ่ิมทรัพย อาจารยท่ีปรึกษาโครงงาน ผูปกครอง
และผูใหการสนับสนุนทุกทาน ท่ีใหการสนับสนุน ใหคําปรึกษา ขอเสนอแนะในการแกปญหาตาง ๆ
ระหวา งทาํ โครงงาน
คณะผูจ ดั ทํา
สารบญั
เรอ่ื ง หนา
คํานาํ ก
บทคัดยอ ข
กติ ติกรรมประกาศ ค
บทที่ 1 บทนํา 1
1
1.1 ที่มาและความสําคัญ 1
1.2 วัตถุประสงค 1
1.3 ขอบเขตของโครงงาน 1
1.4 ประโยชนท่ีคาดวาจะไดร ับ 2-3
บทท่ี 2 เอกสารท่เี กยี่ วขอ ง 4
บทท่ี 3 การดําเนินงาน 4
3.1 วัสดุ อุปกรณ 5-6
3.2 ขนั้ ตอนการดําเนนิ งาน 7
บทท่ี 4 ผลการดําเนินงาน 8
บทท่ี 5 สรปุ และขอ เสนอแนะ 9
บรรณานุกรม 10
ภาคผนวก
1
บทที่ 1 บทนํา
1.1 ท่ีมาและความสาํ คัญ
ในปจจุบันวัสดุที่เหลือใชจากการทํากิจกรรมตางๆของมนุษยมีมากขึ้นเรื่อยๆ และวัสดุบาง
ประเภทมมี ากในทอ งถน่ิ สามารถนาํ มาแปรรปู เปน ส่งิ ของเครื่องใชและนําไปจําหนาย ซึ่งใชสอยเพ่ือให
เกิดประโยชนส ูงสดุ และสามารถนาํ มาประกอบเปน อาชีพเพอ่ื สรางรายไดแกค รอบครวั
ซ่ึงกะลามะพราวเปนส่ิงที่หางายในทองถิ่น สามารถนํามาประดิษฐเปนโคมไฟได จึงเกิด
ความคิดในการนํากะลามะพราวซึ่งมีความสวยงามในดานความเปนมันวาวของตัวมันเองมาใช
ประโยชนตรงน้ี โดยการนําความสวยงามในตัวขัดมันของกะลามะพราว มาขับแสงไฟใหเกิดความ
สวยงามมาประดิษฐเปนโคมไฟสวยงามมาใชประโยชนตามตองการ ซ่ึงปจจุบันมีการออกแบบ
ส่ิงประดิษฐของใชจากกะลามะพราว ที่มีหลายรูปแบบเราจึงสรางสรรคผลงานจากกะลามะพราวใน
รปู แบบใหมทีเ่ ปนเอกลกั ษณ
1.2 วัตถปุ ระสงค
1.2.1 เพื่อนาํ สิ่งของท่เี หลอื ใชมาทาํ ใหเ กดิ ประโยชน
1.2.2 เปน วสั ดุท่ีหางา ยในทองถ่ิน
1.2.3 เปนอาชีพเสรมิ ท่ีสรา งรายได
1.2.4 เปน การอนรุ ักษภ มู ปิ ญญาทองถ่ินไดเ ปน อยางดี
1.3 ขอบเขตของโครงงาน
ประดิษฐโคมไฟจากกะลามะพรา วแลวนําไปใชง านไดจ ริง
1.4 ประโยชนที่คาดวา จะไดรบั
1.4.1 ไดโคมไฟทส่ี วยงาม
1.4.2. ใชเวลาวา งใหเ กิดประโยชน
1.4.3. เพ่ิมมูลคา ใหกับสิ่งของเหลอื ใช
1.4.4. มคี วามภูมิใจในช้ินงานของตนเอง
2
บทท่ี 2 เอกสารทีเ่ กี่ยวขอ ง
ในการจัดทําโครงงานน้ันไดนําทฤษฎีของการทํางาน และมีอุปกรณในการทํางานมาโดย
สามารถหาไดตามทั่วไป และเปนการนํากะลามะพราวที่เปนวัสดุเหลือใชมาทําการสรางสรรคงานท่ีมี
ประโยชนโครงงานการประดษิ ฐโคมไฟจากกะลามะพราวศึกษาเอกสารท่ีเก่ยี วของ ดังน้ี
2.1 โคมไฟ
2.1.1 ประวตั โิ คมไฟ
นบั แตส มัยโบราณ ยามคํ่าคืน ไมมีแสงสวางจากไฟฟา มีเพียงแตแสงดาว แสงจันทร และคบ
เพลิง ซ่ึงจากคบเพลิงไม ก็ไดนําไปสูโคมไฟ เพื่อใชเปนแสงสวางยามค่ําคืน โคมไฟถูกสรางข้ึน นาจะ
รับอิทธิพลมาจากประเทศจีน ซ่ึงปจจุบันโคมไฟที่ไดรับความนิยม อันดับตนๆ เลยก็คือ โคมไฟไมสัก
ซ่งึ มีความสวยงาม คงทน แข็งแรง แตมีความคลาสสกิ ในตวั ของโคมเอง
2.1.2 ลักษณะของดวงโคม
1. ดวงโคมไฟเพดาน เปน ดวงโคมไฟท่ีตดิ เหนือศรี ษะ บริเวณฝาเพดาน หรือหองลงมาจาก
เพดาน เชน โคมไฟหอยเพดานหรือไฟชอระยา ทีม่ รี ปู แบบตาง ๆ ใหเลือกมากมาย ท้ังทที่ ําจากแกว
พลาสติก โลหะ หรือเซรามิค มที ง้ั แบบโคมไฟธรรมดา ราคาไมแพงไปจนถงึ โคมไฟแชนเดอเลยี ร ท่ี
ประกอบไปดว ยหลอดไฟเลก็ ๆ มากมาย สวยงาม ใหแสงสวางและความรอนมาก กินไฟมาก ราคา
แพง ไฟติดเพดาน มีท้ังแบบดวงโคมที่ยึดตดิ กบั ฝาเพดาน ประกอบไปดวยท่ีครอบ หรอื โปะทําจาก
แกว หรอื พลาสตกิ คลมุ หลอดไฟเพื่อชวยในการกระจายแสง เชน โคมไฟโปะกลมสาํ หรบั หลอดไฟ
ฟลอู อเรสเซนต หรือโคมไฟซาลาเปาสําหรบั หลอดไส เปน ตน และแบบทตี่ ดิ ต้ังโดยเจาะฝา เพดานฝง
ซอนดวงโคมไวภ ายใน ทเ่ี ราเรียกกนั วา ไฟดาวนไลท (Down light) ซ่งึ ใหแ สงสวา งไดด ี สามารถ
เลอื กใชช นิดของหลอดไห ลักษณะของแสงทสี่ อ งลงมา และทศิ ทางการสองของสําแสงไดหลายแบบ
เปน ไดท ั้งไฟพน้ื ฐานและไฟสรางบรรยากาศ
2. ดวงโคมไฟผนัง เปนชนิดทีใ่ ชยึดตดิ กบั ผนงั มใี หเ ลือกหลากหลายรปู แบบเชน กนั การ
กระจายแสงสว นใหญข้นึ อยูกับลักษณะของโปะ มีทั้งแบบใหแ สงสองออกมาตรง ๆ หรือแบบสะทอน
เขาผนังเพ่ือสรา งบรรยากาศใหก บั หอ ง เปน ตน
3
3. ดวงโคมไฟต้ังพื้น ต้ังโตะ เปนดวงโคมไฟแบบลอยตัวที่ชวยในการใหแสงสวางตามจุดตาง
ๆ เปนพิเศษ เชน ในบริเวณท่ีนั่งอานหนังสือโตะทํางาน หรือโตะหัวเตียง และยังใชเปนของ
ประกอบการตกแตงในหองชุดรวมกับชุดเฟอรนิเจอรอ่ืน ๆ อีกดวย เชน ชุดรับแขก ชุดทานอาหาร
เปนตน มรี ปู แบบและวัสดใุ หเลอื กมากมายหลากหลายราคา
ลักษณะโคมไฟจากกะลามะพราว มีลักษณะเดียวกับโคมไฟตั้งพ้ืน ต้ังโตะแตสามารถ
ออกแบบไดห ลายแบบ สีสนั สามารถทําไดห ลายสแี ตท ีน่ ิยมคอื สเี นือ้ ไม
2.2 กะลามะพรา ว
วสั ดเุ หลอื ใชอยางหนึ่งของมะพราวคือ “กะลามะพราว” ในอดีตเมื่อเอาเน้ือออกใชประโยชน
หมดแลวก็เปนเศษวัสดุที่ไมคอยมีราคาคางวดสักเทาไร คนสมัยกอนมักนําไปใชทําเชื้อเพลิง หรือทํา
เครื่องใชในครัวเรือน เชน กระบวยตักนํ้า ทัพพี ถวย ชาม ฯลฯ ความสําคัญของกะลามะพราวใน
สมัยกอนมคี าไมม ากนัก และมักจะมีการเปรียบเปรยคนท่ีใชชีวิตอยางไรคุณคา วาเหมือนกับกะโหลก
กะลา
4
บทที่ 3 การดําเนนิ งาน
การทําโครงงานเร่อื งโคมไฟจากกะลามะพรา วในการจดั ทาํ โครงงานคร้ังน้มี รี ายละเอยี ดใน
การดาํ เนินการ ดังน้ี
3.1 วัสดุ อุปกรณ
3.1.1 กะลา
3.1.2 ก่ิงมะขาม
3.1.3 หลอดไฟ
3.1.4 สายไฟ
3.1.5 ปลั๊กตวั ผู
3.1.6 เบเยอร ยูนีเทน ยู-404
3.1.7 แลคเกอร
3.1.8 กระดาษทราย
3.1.9 แปรงทาสี
3.1.10 ตะปู
3.1.11 คอ น
3.1.12 เลือ่ ย
5
3.2 ขน้ั ตอนการดําเนนิ งาน
3.2.1 เตรียมอุปกรณ
3.2.2 นํากระดาษทรายขัดกะลามะพราว
3.2.3 ประกอบช้ินงานเขาดวยกัน จากนั้นใชแปรงทาสีทาเบเยอร ยูนีเทน ยู-404 และแลค
เกอรบนชิ้นงาน
6
3.2.4 ตอหลอดไฟและสายไฟเขากบั ตวั ชิน้ งาน
3.2.5 เสร็จส้นิ การทํา และนาํ ไปใชงาน
7
บทท่ี 4 ผลการดาํ เนินงาน
จากการศึกษาในขั้นตอนการทําโครงงานโคมไฟจากกะลามะพราว คณะผูจัดทําโครงงานได
สังเกตและบันทึกผล ดงั นี้
4.1 สรปุ ผลการดําเนนิ งาน
จากการดาํ เนินงาน ทางคณะผูจัดทําไดชวยกันประดิษฐ โคมไฟจากกะลามะพราว และไดนํา
โคมไฟจากกะลามะพราวไปทดลองเปดในท่ีมืด ผลท่ีไดคือโคมไฟจากกะลามะพราวใหแสงสวางในที่
มืด สามารถนําไปใชไ ดจรงิ
8
บทที่ 5 สรุป และขอ เสนอแนะ
5.1 สรุปผล
5.1.1 รูจกั ขนั้ ตอนในการทําโคมไฟจากกะลามะพรา ว
5.1.2 สามารถนําสง่ิ ของเหลือใชม าทาํ ใหเกิดมลู คา
5.1.3 ใชเ วลาวา งใหเกดิ ประโยชน
5.1.4 ไดโ คมไฟจากกะลามะพราวมาใชประโยชน
5.2 ประโยชนทไี่ ดรับ
5.2.1 ไดโคมไฟท่ีสวยงาม
5.2.2 นาํ วัสดเุ หลือใชมาเพิม่ มูลคา
5.2.3 ฝกประสบการณในการทาํ งาน
5.2.4 ใชเวลาวา งใหเกิดประโยชน
5.3 ขอเสนอแนะ
5.3.1 ควรระมดั ระวงั ในการใชเครือ่ งมือตา งๆ
5.3.2 ในการเลอื กใชวัสดุควรเลอื กวสั ดุที่เหมาะสมกับสงิ่ ประดิษฐที่จะทาํ
9
บรรณานุกรม
โคมไฟจากกะลามะพราว คน หาเมือ่ 26/6/2565 แหลงทมี่ า :
https://anyflip.com/ktdrd/dtsa/basic
โคมไฟ คน หาเมื่อ 26/6/2565 แหลง ทีม่ า : https://sites.google.com/site/khomfie/
โครงงาน ผลติ ภัณฑจ ากกะลามะพรา ว คนหาเมื่อ 26/6/2565 แหลงท่ีมา :
https://sites.google.com/site/khorngnganphlitphanthcakkalaa/bth-thi-1-bthna
ผลิตภัณฑก ะลามะพราว คน หาเมื่อ 26/6/2565 แหลงท่ีมา
: http://119.46.166.126/self_all/selfaccess9/m3/529/lesson1/page9.php
10
ภาคผนวก
วสั ดอุ ุปกรณท ี่ใช
11
แบบประเมนิ โครงงานโคมไฟจากกะลามะพรา ว
โรงเรยี นกาญจนาภเิ ษกวิทยาลัย สุพรรณบุรี สํานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 9
ผู้ประเมนิ นกั เรียน ผ้ปู กครอง ครู อน่ื ๆ
ระดบั ชวงคะแนนความพงึ พอใจ
ระดับ 5 หมายถงึ ดมี าก
ระดับ 4 หมายถงึ ถงึ ดี
ระดับ 3 หมายถงึ ปานกลาง
ระดับ 2 หมายถงึ นอย
ระดับ 1 หมายถึง นอยทสี่ ุด
ทาํ เครอื่ งหมาย ในชองท่ีตรงกับความพงึ พอใจ
ขอ รายการประเมนิ ผลการประเมนิ
54321
1 ความประณีต ความสวยงามของช้ินงาน
2 ความคงทน ความแขง็ แรง
3 ความปลอดภยั ในการใชงาน
4 ประโยชนข องชิน้ งานเม่อื นาํ ไปใชในชีวติ ประจําวนั
5 การใชป ระโยชนไ ดจ ริง