The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนสังคม ม.1 หน่วยที่ 1 เทอม 2 (64)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wachirada3435, 2021-11-10 08:00:14

แผนการสอนสังคม ม.1 หน่วยที่ 1 เทอม 2 (64)

แผนการสอนสังคม ม.1 หน่วยที่ 1 เทอม 2 (64)

คำอธบิ ายรายวิชาสังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
ภาคเรียนท่ี 2 ส 21103 เวลาเรยี น 60 ช่ัวโมง

อธิบายความหมายของเศรษฐศาสตร์ หลักการ และความสำคัญของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
บทบาทหนา้ ที่และความแตกตา่ งของสถาบันการเงนิ แตล่ ะประเภท เห็นความสำคัญของปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียงและนำมาใช้ในการดำรงชวี ติ

วิเคราะห์ความสำคัญของพระพุทธศาสนาที่มีต่อสภาพแวดล้อมในสังคมไทย รวมทั้งการพัฒนาตน
และครอบครัว วิเคราะห์พุทธประวัติตั้งแต่ประสูติจนถึงบำเพ็ญทุกรกริยา การประพฤติตนตามแบบอย่าง
การดำเนนิ ชวี ิตและข้อคดิ จากประวตั สิ าวก ชาดก เร่ืองเลา่ และศาสนกิ ชนตวั อย่างตามทก่ี ำหนด

อธิบายพุทธคุณและข้อธรรมสำคัญในกรอบอริยสัจ 4 สามารถนำไปพัฒนาแก้ปัญหาของตนเอง
และครอบครัว เห็นคุณค่าของการพัฒนาจิตเพ่ือการเรียนรู้และการดำเนินชวี ิตด้วยวิธีคิดแบบโยนิโสมนสกิ า
คือ วิธีคิดแบบคุณค่าแท้-คุณค่าเทียม และวิธีคิดแบบคุณ-โทษ และทางออก หรือการพัฒนาจิต สวดมนต์
แผ่เมตตา บรหิ ารจิตและเจริญปัญญาด้วยอานาปานสติ วเิ คราะห์และปฏิบัตติ นตามหลักธรรมทางศาสนาที่
ตนนับถือในการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง และดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
รวมทั้งวิเคราะหก์ ารกระทำของบคุ คลท่ีเปน็ แบบอย่างดา้ นศาสนสัมพันธแ์ ละนำเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ิของ
ตนเอง

อธิบายจรยิ วตั รของสาวก แบบอยา่ งในการประพฤติปฏิบัติและปฏิบัตติ นอย่างเหมาะสมตอ่ สาวก
ปฏิบตั ิตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคลต่างๆ ตามหลักศานาตามที่กำหนด จดั พิธีกรรมและปฏิบตั ติ นในศาสนพธิ ี
พิธกี รรมได้ถกู ต้อง รวมท้ังบำเพ็ญประโยชนต์ ่อศาสนสถาน และบอกประวัติ ความสำคัญและปฏบิ ัตติ นใน
วันสำคัญทางศาสนาท่ตี นนบั ถือตามที่กำหนดได้ถูกต้อง

รหัสตัวชวี้ ัด

ส 1.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8 ม.1/9 ม.1/10 ม.1/11
ส 1.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5
ส 3.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3
ส 3.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4

รวมทั้งหมด 23 ตวั ชวี้ ดั

โครงสรา้ งรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 เวลาเรียนรวม 60 ชัว่ โมง

ลำดับ หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นร้/ู สาระการเรียนรู้ จำนวน
ตัวชี้วัด
ท่ี ชั่วโมง

1 เ ศ ร ษ ฐ ศ า ส ต ร์ ส 3.1 ม.1/1, 2, 3 1. ความรูท้ ั่วไปเก่ียวกับเศรษฐศาสตร์ 10
เบ้ืองตน้ 2. อปุ สงค์และอุปทาน 10
3. เศรษฐกิจพอเพียง
2 ใกลต้ วั เรอ่ื ง ส 3.2 ม.1/1, 2, 4 6
1. สถาบนั การเงิน
เศรษฐศาสตร์ 2. การพงึ่ พาอาศัยและการแขง่ ขันกนั ทาง 14
เศรษฐกจิ 4
3 ความสำคญั ของพทุ ธ ส 1.1 ม.1/1,2,3,4 3. การแก้ปญั หาเศรษฐกิจในระดบั ชุมชน 5
ศาสนา พุทธประวตั ิ 4. กฎหมายเกยี่ วกบั ทรัพย์สนิ ทางปัญญา 5
และชาดก 5. การบรโิ ภค 4
2
4 หลักธรรมทาง ส 1.1 ม.1/5,8 1. การสังคายนา
พระพทุ ธศาสนา 2.การเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาเข้าสปู่ ระเทศ
ไทย
5 ประวตั ิพทุ ธสาวก ส 1.1 ม.1/4 3. ความสำคญั ของพระพุทธศาสนา
4. พทุ ธประวัติ
พุทธสาวกิ า 5. ชาดก

6 หนา้ ทช่ี าวพทุ ธ ส 1.2 ม.1/2,3 1. พระรัตนตรัย
2. อรยิ สัจ 4
มรรยาทชาวพทุ ธ 3. พุทธศาสนสุภาษิต
4. พระไตรปฎิ ก
ชาวพุทธตวั อยา่ ง
1. พทุ ธสาวก
7 การบรหิ ารจิตและ ส 1.1 ม.1/6,7 2. พุทธสาวกิ า

เจรญิ ปญั ญา 1. หนา้ ทช่ี าวพุทธ
2. มรรยาทชาวพุทธ
8 วันสำคัญทาง ส 1.2 ม.1/3,4,5 3. ชาวพุทธตวั อยา่ ง

พระพทุ ธศาสนาและ 1.การบรหิ ารจิต
2. การเจรญิ ปัญญา
เทศกาลสำคญั
1. วนั สำคัญทางพระพทุ ธศาสนาและ
9 สัมมนา ส 1.1 ม.1/2,11 เทศกาลสำคัญ
2. ศาสนพิธี
พระพุทธศาสนาเพื่อ
- พระพุทธศาสนากบั การพัฒนาตนเองและ
ครอบครัว

การแกป้ ัญหาและ

พัฒนาสงั คม

รวม 60

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1/1 ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1
วิชา สังคมศกึ ษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม จำนวน 10 คาบ
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 ชื่อหน่วย เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น
เรื่อง ความร้ทู ่ัวไปเกย่ี กบั เศรษฐศาสตร์ เวลา 2 คาบ
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั
มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้

ทรัพยากรท่ีมีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมท้ังเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือ
การดำรงชีวิตอย่างมดี ุลยภาพ

ตัวช้ีวัดขอ้ 1 อธิบายความหมายและความสำคญั ของเศรษฐศาสตร์
ตัวชีว้ ัดขอ้ 2 วิเคราะห์ค่านิยมและพฤติกรรมการบริโภคของคนในสังคมซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจของ
ชมุ ชนและประเทศ

2. สาระการเรยี นรู้
2 .1 ความรู้ทัว่ ไปเกย่ี วกบั เศรษฐศาสตร์

- ความหมายของเศรษฐศาสตร์
- ความสำคญั ของเศรษฐศาสตร์
- ทรพั ยากรมีจำกดั กับความต้องการทีไ่ ม่จำกัด ความขาดแคลน การเลือก และค่าเสยี
โอกาส
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 อธิบายความหมายและความสำคญั ของเศรษฐศาสตร์ได้
3.2 มคี วามรู้ ความเข้าใจ และเลือกใช้ทรพั ยากรทีม่ อี ยู่จำกดั ได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและคุ้มค่า
3.3 วิเคราะห์ค่านิยมและพฤติกรรมการบริโภคของคนในสังคมซ่ึงสง่ ผลต่อเศรษฐกิจของชมุ ชนและ
ประเทศ
4. พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ Knowledge Pracess Attitude ( K P A )
ดา้ นความรู้ ( Knowledge : K)
อธิบายความหมายและความสำคญั ของเศรษฐศาสตร์ได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
วเิ คราะห์ค่านิยมและพฤติกรรมการบริโภคของคนในสังคมซง่ึ สง่ ผลตอ่ เศรษฐกจิ ของชุมชน
และประเทศ

ดา้ นเจตคติ/คณุ ลักษณะทพี่ งึ ประสงค์ (Attitude: A)
1. รกั ชาติ
2. ซือ่ สัตยส์ ุจริต
3. มีวนิ ัย
4. ใฝ่ความรู้
5. อยู่อยา่ งพอเพียง
6. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
7. รกั ความเปน็ ไทย
8. มีจิตสาธารณะ

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี นหลักสูตรการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. ทักษะของผ้เู รยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอ่าน (Reading)
2. ทักษะการ เขยี น (Writing)
3. ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
4. ทักษะด้านการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
6. ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทกั ษะด้านความเขา้ ใจตา่ งวัฒนธรรมตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
8. ทักษะดา้ นการสื่อสารสารสนเทศและรเู้ ทา่ ทันส่ือ (Communication information
and media literacy)
9. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
 10. ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มคี ณุ ธรรม มีเมตตา กรณุ า มีระเบียบวินยั (compassion)

7. การบรู ณาการ
 1. บูรณาการรายวิชาอื่น....คณิตศาสตร์....
 2. บูรณาการหลกั สตู ร STAR STEM …………………………………………………………………………….
 3. อ่ืนๆ (ระบุ......................................................)

8. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้

ขั้นนำ
1. ครูอธิบายจุดประสงค์การเรียนการสอน ลักษณะวิธีการสอน บทบาทหน้าที่ของครูและนักเรียน
ในการเรียนรู้
2. นกั เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียนหน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 7 เศรษฐศาสตร์เบือ้ งต้น จำนวน 10 ข้อ
3. นักเรยี นศกึ ษาภาพยนตร์โฆษณา เร่ือง เงนิ กำลงั จะหมุนไป (ทม่ี า :
https://www.youtube.com/?v=GaNZnyUhzqo)
4. ครูสนทนากับนักเรียน ซักถามนักเรียนเพื่อกระตุ้นให้คิดหาคำตอบเป็นระยะ โดยใช้วิธีสอนแบบ
ถาม-ตอบ (Ask and Question Model) ถึงการใช้ทรพั ยากร และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ปรากฏในภาพยนตร์
โฆษณา

ขน้ั สอน
1. ครูอธิบายถึงความไม่สัมพันธ์กันระหว่างทรัพยากรกับความต้องการบริโภคสินค้าและบริการของ
มนษุ ย์ จึงนำมาซง่ึ ความขาดแคลน การตัดสินใจเลือก และต้นทุนค่าเสยี โอกาสทางเศรษฐศาสตร์
2. ครูให้นักเรียนเขียน Time Line พฤตกิ รรมการดำรงชีวิตของนักเรียนต้ังแต่ตื่นนอนตอนเช้า จนถึง
เข้านอนในตอนกลางคืนว่ามีความเก่ียวพันกับเศรษฐศาสตร์ในเรื่องใดบ้าง อาทิ การเลือกใช้ทรัพยากร
การบรโิ ภคสนิ ค้าและบรกิ าร การตดั สนิ ใจเลือก และตน้ ทนุ ค่าเสยี โอกาส เปน็ ต้น
3. ครูสุ่มนักเรียนออกมาเล่าพฤติกรรมการดำรงชีวิตของนักเรียนว่ามีความเกี่ยวพันกับเศรษฐศาสตร์
ในเรือ่ งใดบ้าง
4. นักเรียนสรุปความหมาย และความสำคัญของวิชาเศรษฐศาสตร์เป็นผังมโนทัศน์ ครูสุ่มตัวแทน
ออกมานำเสนอหนา้ ชั้นเรียน
ขน้ั สรปุ
1. ครูและนักเรยี นรว่ มกันอภิปรายสรปุ ประเดน็ จากการนำเสนอความรหู้ น้าช้ันเรียน
2. ให้นักเรยี นทำกิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้ 1
9. ช้นิ งาน/ภาระงาน
9.1 เขยี น Time Line พฤตกิ รรมการดำรงชวี ิตทมี่ ีความเกี่ยวพนั กับเศรษฐศาสตร์
9.2 การสรปุ องค์ความรู้เป็นผังมโนทัศน์
9.3 การนำเสนอผลการปฏบิ ัติงานหน้าชน้ั เรยี น
10. ส่ือการเรยี นรู้ / แหลง่ เรียนรู้

10.1 ส่ือการเรยี นรู้
10.1.1. หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของ

บริษัท แม็คเอ็ดดูเคชัน่ จำกัด

10.1.2. ซดี รี อม เว็บไซตค์ วามรูข้ องบรษิ ัท แมค็ เอ็ดดูเคชั่น จำกดั
10.1.3. ส่อื เทคโนโลยสี ารสนเทศต่าง ๆ

10.2 แหล่งการเรยี นรู้
1021.1. ห้องสมุดของโรงเรยี น
10.2.2. อินเทอร์เน็ตจากเวบ็ ไซต์ตา่ ง ๆ เช่น

11. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
11. 1 กจิ กรรมตรวจสอบการเรยี นรู้ 1
11.2 แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี นแบบเลือกตอบ (4 ตวั เลอื ก) จำนวน 10 ขอ้

เกณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)

เกณฑก์ าร ระดับคุณภาพ / คะแนน

ประเมนิ ดเี ยีย่ ม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)

เกณฑ์การประเมิน

เกณฑ์การให้คะแนนตดั สินระดับคณุ ภาพชิน้ งาน/ภาระงาน

ระดบั 4 หมายถึง ดเี ยี่ยม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดับ 3 หมายถงึ ดี = 5 – 6 คะแนน
1 - 4 คะแนน
ระดบั 2 หมายถงึ พอใช้ =

ระดบั 1 หมายถงึ ปรับปรุง =

การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์และทักษะศตวรรษท่ี 21

ประเดน็ ประเมิน แหลง่ วิธีวดั เครอื่ งมือวดั เกณฑ์การให้
คะแนน
สมรรถนะสำคัญ ชิน้ งาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร อธิบายหรอื การ การสังเกต แบบสังเกต - ความถกู ต้องของ
2. ความสามารถในการคดิ นำเสนอ ชิน้ งาน
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต ชน้ิ งาน/การ การประเมนิ แบบประเมนิ -ตรงกับความเปน็
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี อธบิ าย/การ จริง
นำเสนอ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ -ความถกู ต้อง
2. ซอื่ สัตย์สุจริต ช้นิ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ - ความเขา้ ใจ
3. มีวินัย อธบิ ายหรอื การ ประเมนิ ประเมิน -ความเหมาะสม
4. ใฝ่ความรู้ นำเสนอ ชน้ิ งาน/ ชิน้ งาน/ การ
6. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน การสงั เกต สงั เกตการ
8. มีจติ สาธารณะ การอธิบาย อธิบายหรือ
หรอื การ การนำเสนอ
ทักษะศตวรรษท่ี 21 นำเสนอ
1. Reading
2. Writing
3. Arithmetic
4. Critical thinking and problem
solving
5. Creativity and innovation
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information
and media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion

บันทึกผลหลงั การสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน

1. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้...............คน คดิ เป็นร้อยละ.................................
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค.์ ...........................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................

2. นักเรียนมคี วามรคู้ วามเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นักเรียนมคี วามรเู้ กิดทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นกั เรยี นเจตคต/ิ คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………….……………………
(นางสาวปัญณวยี ์ รามสูต)
ตำแหน่ง ครู ค.ศ.1

ความเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ ความเห็นของหัวหนา้ งานวิชาการ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ……………………………………………… ลงช่อื ……………………………………..……………
(นางสาวปญั ณวยี ์ รามสูต) (นางจรรยา ทองนอ้ ย)

ความเหน็ ของรองผอู้ ำนวยการสถานศึกษา
……………………………………………………………….
. ลงชอ่ื …………………………………………………………

(นายชยั รัชต์ คงลาภ)

ความเห็นของผบู้ ริหารสถานศกึ ษา/ผทู้ ไี่ ด้รบั มอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ นางสาวปญั ณวยี ์ รามสตู แลว้ มีความคดิ เหน็ ดงั นี้
1. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรุง
2. การจัดกิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เน้นผเู้ รยี นเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยงั ไมเ่ น้นผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอ่ ไป

3. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่
 นำไปใช้ไดจ้ รงิ
 ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้

4. ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

................................................................

(นางสาวสพุ ชาต ชมุ่ ช่ืน )

ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวดั กลางคลองสาม

แบบทดสอบก่อนเรยี น

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 7 เศรษฐศาสตร์เบือ้ งตน้

จงเลอื กคำตอบทถี่ ูกต้องท่สี ดุ เพียงคำตอบเดียว

1. ข้อต่อไปนคี้ ือปจั จัยกำหนดอปุ สงค์ยกเวน้ ข้อใด
1. รายได้
2. รสนิยม
3. ราคาสินคา้
4. ราคาของปัจจัยการผลติ

2. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกีย่ วกับกฎอปุ สงค์
1. ถา้ ราคาสนิ คา้ ลดลง ปริมาณซอ้ื จะลดลง
2. ถ้าราคาสินคา้ ลดลง ปริมาณซื้อจะเพ่ิมขนึ้
3. ราคาสนิ คา้ ไม่มผี ลต่อปรมิ าณการซ้ือสนิ ค้า
4. ถ้าราคาสินคา้ เพิม่ ขึ้น ปริมาณซ้ือจะเพ่มิ ขึน้

3. ข้อใดเป็นปญั หาพ้ืนฐานทางเศรษฐกิจในทกุ ประเทศ
1. คุณภาพของผลผลติ
2. คุณภาพของผลผลติ
3. การเลอื กผลติ สินค้าและการกระจายสนิ ค้า
4. การขาดแคลนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละการเลือกวิธีการผลิต

4. ข้อใดคือความหมายของเศรษฐศาสตร์
1. การคา้ เพ่ือจำหนา่ ยใหแ้ ก่ผ้บู ริโภค
2. การแปรรูปทรพั ยากรธรรมชาติ
3. ความสมดุลของการผลิตและการบริหาร
4. การเลอื กใชว้ ธิ กี ารนำทรัพยากรทมี่ ีอยู่มาผลิตสนิ ค้าใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุด

5. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ความสำคัญของการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์
1. เข้าใจบทบาทของรฐั บาลในการพฒั นาเศรษฐกิจของประเทศ
2. เข้าใจหนา้ ทแี่ ละความรับผิดชอบของสถาบนั ทางเศรษฐกจิ
3. ช่วยให้คนในประเทศทุกคนรำ่ รวยมากข้ึน
4. ช่วยใหก้ ารดำรงชีวิตประจำวนั เปน็ ไปอย่างมหี ลักเกณฑ์และมีเหตมุ ผี ล

6. ข้อใดคือทุนทางเศรษฐศาสตร์
1. โรงงาน
2. เคร่อื งจักร
3. อุปกรณ์การผลิต
4. ถกู ทุกข้อ

7. ปัจจัยท่ีสำคัญทส่ี ดุ ทีท่ ำให้อุปสงคแ์ ละอุปทานเปลี่ยนแปลงคือข้อใด
1. ราคาสนิ ค้า
2. ฤดูกาล
3. การโฆษณา
4. รสนิยมของผ้บู ริโภค

8. ในชว่ งเทศกาล “วนั แห่งความรัก” ดอกกุหลาบสีแดงมักมรี าคาสูงกวา่ ปกติ เน่ืองจากสาเหตใุ ด
1. มกี ารลดปรมิ าณการผลติ ลง
2. มีความตอ้ งซ้ือการสินค้าสูง
3. เปน็ ฤดกู าลที่สนิ ค้ามีคณุ ภาพ
4. เป็นสินคา้ ท่เี ป็นสญั ลกั ษณ์ของความรกั

9. ผู้บรโิ ภคทฉ่ี ลาดและร้เู ท่าทันควรเลือกสินค้าโดยใช้หลักเกณฑ์ใด
1. มกี ารรับประกันและบริการหลังการขาย
2. ตอ่ รองราคาได้
3. ตามกระแสสังคม
4. ตามความพอใจ

10. “คา่ เสียโอกาส” ตรงกบั สุภาษิตในข้อใดมากท่ีสดุ
1. เข็นครกข้นึ ภเู ขา
2. นำ้ พึ่งเรอื เสือพึง่ ป่า
3. รกั พ่ีเสียดายนอ้ ง
4. ตำนำ้ พริกละลายแม่น้ำ

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น

1. 4 2. 2 3. 4 4. 4 5. 3
6. 4 7. 1 8. 2 9. 1 10. 3

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1/2 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1
วิชา สงั คมศึกษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม จำนวน 10 คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 ชื่อหน่วย เศรษฐศาสตรเ์ บื้องตน้
เร่ือง อุปสงค์และอปุ ทาน เวลา 4 คาบ
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้

ทรัพยากรท่ีมีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมท้ังเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อ
การดำรงชวี ติ อยา่ งมีดุลยภาพ

ตวั ชีว้ ัดขอ้ 1 อธบิ ายความหมายและความสำคญั ของเศรษฐศาสตร์
ตัวช้ีวัดข้อ 2 วิเคราะห์ค่านิยมและพฤติกรรมการบริโภคของคนในสังคมซึ่งสง่ ผลต่อเศรษฐกิจของ
ชมุ ชนและประเทศ

2. สาระการเรยี นรู้
2 .1 อปุ สงค์

- อุปสงค์
- ปัจจัยสำคัญทกี่ ำหนดอุปสงค์
2.2 อปุ ทาน
- อปุ ทาน
- ปจั จยั สำคญั ที่กำหนดอุปทาน
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 อธบิ ายความหมายและความสำคญั ของอุปสงค์และอุปทานได้
3.2 ระบปุ ัจจยั สำคัญท่ีกำหนดอปุ สงค์และอุปทานได้
4. พฤตกิ รรมการเรียนรู้ Knowledge Practice Attitude ( K P A )
ด้านความรู้ ( Knowledge : K)

อธบิ ายและเปรยี บเทียบวัน เวลาของโลก
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)

วเิ คราะห์ปัจจัยที่มีผลตอ่ ความแตกต่างของเวลาบนพ้ืนโลกทสี่ ่งผลต่อการดำเนนิ
ชีวิตประจำวัน
ดา้ นเจตคติ/คณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์ (Attitude: A)

1. รักชาติ
2. ซื่อสัตย์สุจริต
3. มวี ินัย
4. ใฝค่ วามรู้

5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง
6. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
7. รกั ความเป็นไทย
8. มีจิตสาธารณะ

5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี นหลักสตู รการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. ทกั ษะของผเู้ รยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอ่าน (Reading)
2. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
3. ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
4. ทกั ษะดา้ นการคดิ อย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
6. ทกั ษะด้านความรว่ มมือการทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทักษะด้านความเข้าใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
8. ทกั ษะดา้ นการสื่อสารสารสนเทศและรู้เทา่ ทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
9. ทกั ษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
 10. ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มีคณุ ธรรม มเี มตตา กรณุ า มีระเบยี บวินัย (compassion)

7. การบูรณาการ
 1. บรู ณาการรายวชิ าอน่ื ....ภาษาองั กฤษ....
 2. บรู ณาการหลักสูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
 3. อ่ืนๆ (ระบ.ุ .....................................................)

8. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำ
1. ครทู บทวนเร่ือง ความหมาย และความสำคัญของวชิ าเศรษฐศาสตร์
ขน้ั สอน

1. ครูอธิบายความหมายของอปุ สงค์ กราฟอุปสงค์ กฎของอุปสงค์ และปัจจัยสำคัญท่ีกำหนดอุปสงค์

ของสินค้าและบรกิ าร

2. นักเรียนสำรวจราคาและปริมาณซื้อสินค้าและบริการ 1 ชนิด ในตลาดสดใกล้บ้านเป็นเวลา 1

สัปดาห์ พรอ้ มเขียนตารางอุปสงค์ และกราฟอปุ สงค์ของสินค้าและบริการชนิดน้นั สง่ ครู

3. ครูอธิบายความหมายของอุปทาน กราฟอุปทาน กฎของอุปทาน และปัจจัยสำคัญท่ีกำหนด

อุปทานของสนิ ค้าและบริการ

4. นักเรียนสำรวจราคาและปริมาณขายสินค้าและบริการ 3 ชนิด ในโรงเรียน พร้อมเขียนตาราง

อปุ ทาน และกราฟอปุ ทานของสนิ ค้าและบริการทัง้ 3 ชนดิ ส่งครู

5. ครูการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) โดยแบ่งนักเรียน
ออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ศึกษาข้อมูลจากหนังสือเรียนสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 ของบริษัท แม็คเอ็ดดูเคช่ัน จำกัด หรือจากแหล่งเรียนรู้และส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศ
ตา่ ง ๆ ตามหวั ขอ้ ต่อไปนี้

- กลมุ่ ที่ 1 ความหมายของเศรษฐศาสตร์
- กลุ่มท่ี 2 ความสำคัญของเศรษฐศาสตร์
- กลุม่ ที่ 3 ปจั จยั สำคัญท่ีกำหนดอุปสงค์
- กลุ่มที่ 4 ปัจจยั สำคญั ทก่ี ำหนดอุปทาน
- กลุ่มท่ี 5 ทรัพยากรมีจำกัดกับความต้องการท่ีไม่จำกัด ความขาดแคลน และค่าเสีย
โอกาส
6. แต่ละกลุ่มสรุปองค์ความรู้เป็นผังมโนทัศน์ พรอ้ มสง่ ตวั แทนออกมานำเสนอหน้าชัน้ เรยี น
ขน้ั สรุป

1. ครูและนักเรียนรว่ มกนั อภิปรายสรปุ ประเดน็ จากการนำเสนอความรหู้ นา้ ชน้ั เรียน
2. ใหน้ ักเรียนทำกิจกรรมตรวจสอบการเรยี นรู้ 2
3. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนหนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2 เศรษฐศาสตร์เบ้ืองตน้ จำนวน 10 ข้อ

9. ชิน้ งาน/ภาระงาน
9.1 งานเขียนตารางอุปสงค์ และกราฟอุปสงค์ของสินคา้ และบรกิ าร
9.2 งานเขยี นตารางอปุ ทาน และกราฟอุปทานของสนิ ค้าและบรกิ าร

9.3 การสรุปองค์ความรู้เปน็ ผังมโนทัศน์

9.4 การนำเสนอผลการปฏบิ ัติงานหน้าชั้นเรียน

10. สอื่ การเรียนรู้ / แหล่งเรยี นรู้

10.1 สื่อการเรียนรู้
10.1.1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของ

บริษัท แมค็ เอด็ ดูเคชัน่ จำกดั
10.1.2. ซีดรี อม เว็บไซตค์ วามรขู้ องบรษิ ทั แมค็ เอ็ดดูเคช่ัน จำกัด
10.1.3. สือ่ เทคโนโลยีสารสนเทศตา่ ง ๆ

10.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1021.1. หอ้ งสมดุ ของโรงเรียน
10.2.2. อินเทอร์เน็ตจากเวบ็ ไซตต์ า่ ง ๆ เชน่

11. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
11.1 กิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้ 1 และ 2
11.2 แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรียนแบบเลือกตอบ (4 ตัวเลอื ก) จำนวน 10 ขอ้

เกณฑก์ ารประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)

เกณฑก์ าร ระดบั คณุ ภาพ / คะแนน

ประเมนิ ดีเย่ยี ม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)

เกณฑก์ ารประเมิน

เกณฑ์การให้คะแนนตดั สินระดับคณุ ภาพชิ้นงาน/ภาระงาน

ระดับ 4 หมายถึง ดีเย่ียม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดับ 3 หมายถงึ ดี = 5 – 6 คะแนน
1 - 4 คะแนน
ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้ =

ระดบั 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง =

การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์และทักษะศตวรรษที่ 21

ประเดน็ ประเมิน แหลง่ วิธีวัด เคร่ืองมอื วดั เกณฑ์การให้
คะแนน
สมรรถนะสำคญั ชิน้ งาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/
1. ความสามารถในการสือ่ สาร อธิบายหรอื การ การสงั เกต แบบสงั เกต - ความถกู ต้องของ
2. ความสามารถในการคิด นำเสนอ ช้ินงาน
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต ชน้ิ งาน/การ การประเมิน แบบประเมนิ -ตรงกับความเปน็
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี อธบิ าย/การ จรงิ
นำเสนอ
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ -ความถกู ต้อง
2. ซอ่ื สัตยส์ จุ ริต ชิน้ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ - ความเขา้ ใจ
3. มวี นิ ยั อธิบายหรือการ ประเมิน ประเมิน -ความเหมาะสม
4. ใฝค่ วามรู้ นำเสนอ ช้นิ งาน/ ชนิ้ งาน/ การ
6. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน การสังเกต สงั เกตการ
8. มจี ิตสาธารณะ การอธิบาย อธิบายหรือ
หรือการ การนำเสนอ
ทักษะศตวรรษท่ี 21 นำเสนอ
1. Reading
2. Writing
3. Arithmetic
4. Critical thinking and problem
solving
5. Creativity and innovation
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information
and media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion

บันทึกผลหลงั การสอน
สรปุ ผลการเรียนการสอน

1. นกั เรียนจำนวน........................คน
ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนร.ู้ ..............คน คิดเปน็ ร้อยละ.................................
ไมผ่ ่านจุดประสงค์............................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................

2. นกั เรียนมีความร้คู วามเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นกั เรียนมคี วามรู้เกิดทักษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………….……………………
(นางสาวปัญณวีย์ รามสูต)
ตำแหนง่ ครู ค.ศ.1

ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ความเหน็ ของหัวหน้างานวิชาการ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….

ลงชือ่ ……………………………………………… ลงช่ือ……………………………………..……………
(นางสาวปญั ณวีย์ รามสูต) (นางจรรยา ทองน้อย)

ความเห็นของรองผู้อำนวยการสถานศึกษา
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
. ลงชือ่ …………………………………………………………

(นายชยั รชั ต์ คงลาภ)

ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษา/ผ้ทู ีไ่ ด้รบั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ นางสาวปัญณวีย์ รามสตู แล้วมคี วามคดิ เห็นดังนี้
1. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรุง
2. การจัดกิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
 เน้นผเู้ รียนเปน็ สำคญั มาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยงั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาตอ่ ไป

3. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
 นำไปใช้ได้จริง
 ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้

4. ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

................................................................

(นางสาวสพุ ชาต ชมุ่ ชืน่ )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นวดั กลางคลองสาม

แบบทดสอบหลงั เรยี น

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 เศรษฐศาสตร์เบ้อื งต้น

จงเลอื กคำตอบท่ีถูกตอ้ งที่สดุ เพยี งคำตอบเดียว

1. ข้อใดคือความหมายของเศรษฐศาสตร์
1. การค้าเพื่อจำหน่ายใหแ้ ก่ผ้บู รโิ ภค
2. การแปรรปู ทรพั ยากรธรรมชาติ
3. ความสมดุลของการผลิตและการบริหาร
4. การเลอื กใชว้ ิธีการนำทรัพยากรทีม่ ีอยู่มาผลิตสนิ ค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด

2. ปัจจยั ท่สี ำคญั ทส่ี ดุ ทท่ี ำให้อุปสงคแ์ ละอุปทานเปล่ียนแปลงคอื ข้อใด
1. ราคาสนิ ค้า
2. ฤดูกาล
3. การโฆษณา
4. รสนยิ มของผบู้ รโิ ภค

3. ผูบ้ ริโภคท่ฉี ลาดและรู้เทา่ ทันควรเลอื กสนิ ค้าโดยใชห้ ลักเกณฑ์ใด
1. มกี ารรับประกนั และบริการหลังการขาย
2. ต่อรองราคาได้
3. ตามกระแสสังคม
4. ตามความพอใจ

4. ขอ้ ใดเปน็ ปัญหาพนื้ ฐานทางเศรษฐกิจในทุกประเทศ
1. คณุ ภาพของผลผลติ
2. การขาดแคลนเงินทุน
3. การเลือกผลิตสนิ ค้าและการกระจายสินค้า
4. การขาดแคลนทรพั ยากรธรรมชาติและการเลือกวธิ กี ารผลติ

5. ขอ้ ต่อไปนี้คือปจั จัยกำหนดอุปสงค์ยกเวน้ ข้อใด
1. รายได้
2. รสนิยม
3. ราคาสนิ ค้า
4. ราคาของปัจจยั การผลติ

6. ข้อใดกลา่ วถูกต้องเก่ียวกับกฎอปุ สงค์
1. ถา้ ราคาสนิ คา้ ลดลง ปริมาณซ้ือจะลดลง
2. ถ้าราคาสินค้าลดลง ปรมิ าณซ้ือจะเพิ่มข้ึน
3. ราคาสนิ ค้าไม่มีผลต่อปรมิ าณการซ้ือสินคา้
4. ถ้าราคาสนิ ค้าเพิ่มขนึ้ ปริมาณซ้ือจะเพิม่ ข้ึน

7. ในชว่ งเทศกาล “วนั แห่งความรัก” ดอกกุหลาบสแี ดงมักมีราคาสูงกว่าปกติ เนื่องจากสาเหตุใด
1. มกี ารลดปริมาณการผลิตลง
2. มีความต้องซ้ือการสินค้าสูง
3. เป็นฤดูกาลทสี่ ินค้ามีคณุ ภาพ
4. เปน็ สนิ ค้าทเี่ ปน็ สัญลกั ษณ์ของความรัก

8. ข้อใดไมใ่ ช่ความสำคัญของการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์
1. เข้าใจบทบาทของรฐั บาลในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
2. เข้าใจหนา้ ทแ่ี ละความรบั ผิดชอบของสถาบันทางเศรษฐกจิ
3. ชว่ ยใหค้ นในประเทศทุกคนร่ำรวยมากข้นึ
4. ช่วยใหก้ ารดำรงชีวติ ประจำวันเปน็ ไปอยา่ งมีหลักเกณฑ์และมีเหตมุ ผี ล

9. “คา่ เสียโอกาส” ตรงกับสุภาษิตในข้อใดมากท่ีสุด
1. เขน็ ครกขึน้ ภูเขา
2. น้ำพ่งึ เรอื เสือพึ่งป่า
3. รกั พ่ีเสียดายน้อง
4. ตำน้ำพรกิ ละลายแม่น้ำ

10. ข้อใดคือทุนทางเศรษฐศาสตร์
1. โรงงาน
2. เครอ่ื งจักร
3. อปุ กรณ์การผลติ
4. ถูกทุกขอ้

เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น

1. 4 2. 1 3. 1 4. 4 5. 4
6. 2 7. 2 8. 3 9. 3 10. 4

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1/3 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1
วชิ า สงั คมศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม จำนวน 10 คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ชื่อหน่วย เศรษฐศาสตร์เบื้องตน้
เร่ือง เศรษฐกจิ พอเพยี ง เวลา 4 คาบ
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั
มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้

ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือ
การดำรงชีวิตอยา่ งมดี ลุ ยภาพ

ตัวชี้วัดข้อ 3 อธิบายความเป็นมา หลักการ และความสำคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต่อ
สังคมไทย

2. สาระการเรยี นรู้
2.1 ความหมายของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2.2 ความเป็นมาของเศรษฐกิจพอเพียง

2.3 หลกั การของเศรษฐกิจพอเพียง

2.4 หลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร

2.5 การประยุกต์ใชป้ รชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในการดำรงชีวิต

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

3.1 ระบแุ นวคิดท่ไี ด้จากการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

บรมนาถบพิตร

3.2 อธบิ ายความเปน็ มา หลกั การ และความสำคญั ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตอ่ สังคมไทยได้

3.3 นำหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกตใ์ ช้ให้เกดิ ประโยชน์ตอ่ ตนเองและสงั คม

4. พฤติกรรมการเรียนรู้ Knowledge Practice Attitude ( K P A )
ดา้ นความรู้ ( Knowledge : K)
อธบิ ายความเปน็ มา หลกั การ และความสำคัญของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งต่อสังคมไทยได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
นำหลักการของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยุกตใ์ ช้ให้เกิดประโยชนต์ อ่ ตนเองและสงั คม

ดา้ นเจตคติ/คณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ (Attitude: A)
1. รักชาติ
2. ซอื่ สัตยส์ จุ รติ
3. มวี นิ ัย
4. ใฝค่ วามรู้
5. อย่อู ยา่ งพอเพียง
6. มุ่งม่ันในการทำงาน
7. รกั ความเปน็ ไทย
8. มจี ติ สาธารณะ

5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี นหลักสตู รการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. ทักษะของผ้เู รยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C )
1. ทักษะการอ่าน (Reading)
2. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
3. ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
4. ทักษะด้านการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทกั ษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
6. ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทักษะด้านความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
8. ทักษะด้านการส่ือสารสารสนเทศและรเู้ ทา่ ทนั สื่อ (Communication information
and media literacy)
9. ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
 10. ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มคี ณุ ธรรม มีเมตตา กรณุ า มีระเบยี บวินยั (compassion)

7. การบูรณาการ
 1. บูรณาการรายวิชาอ่ืน....ภาษาองั กฤษ....
 2. บรู ณาการหลกั สตู ร STAR STEM …………………………………………………………………………….
 3. อื่นๆ (ระบุ......................................................)

8. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำ
1. ครูเปิดบทเพลง “อยู่อย่างพอเพียง” พร้อมสนทนากับนักเรียนเพื่อกระตุ้นให้คิดหาคำตอบเป็น

ระยะ โดยใช้วิธีสอนแบบถาม-ตอบ (Ask and Question Model) เกี่ยวกับความหมายของปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง ความหมายของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และข้อคิดที่ได้จากบทเพลง “อยู่อย่าง
พอเพียง”

ขน้ั สอน

1. ครจู ัดกจิ กรรมการเรยี นรู้แบบแบง่ กลุ่มระดมพลังสมอง โดยจัดแบ่งนักเรียนเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 8-10
คน แต่ละกลุ่มเลือกประธานและเลขานุการกลุ่ม ประธานเป็นผู้ส่งเสริมให้สมาชิกในกลุ่มแสดงความคิดเห็น
ซ่ึงความคดิ เห็นไม่มกี ารตำนิว่า “ถูก” หรอื “ผิด” และเลขานุการมีหน้าที่จดบนั ทกึ ความรู้ทไี่ ด้จากการระดม
พลังสมองลงในใบงาน เรอ่ื ง หลกั การของเศรษฐกิจพอเพียง

2. นักเรียนแต่ละกลุ่มแสดงตัวอย่างการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีวิต
ประจำวนั ผ่านบทบาทสมมติ (Role Playing Method)

ขั้นสรปุ

1. ครสู มุ่ ตวั แทนออกมาอภปิ รายความรู้ท่ไี ดร้ ับหน้าช้ันเรียน
2. ใหน้ กั เรยี นทำกจิ กรรมตรวจสอบการเรยี นรู้ 3

9. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
9.1 ใบงาน เรอื่ ง หลักการของเศรษฐกจิ พอเพียง
9.2 การสรปุ องค์ความรูแ้ ละการแสดงบทบาทสมมตงิ านหน้าช้ันเรยี น

10. สอ่ื การเรยี นรู้ / แหล่งเรียนรู้

10.1 ส่ือการเรียนรู้
10.1.1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของ

บรษิ ทั แมค็ เอด็ ดูเคชั่น จำกัด
10.1.2. ซดี รี อม เว็บไซตค์ วามรูข้ องบริษทั แม็คเอด็ ดูเคชั่น จำกัด
10.1.3. สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศตา่ ง ๆ

10.2 แหล่งการเรียนรู้
1021.1. หอ้ งสมุดของโรงเรียน
10.2.2. อินเทอร์เนต็ จากเวบ็ ไซต์ตา่ ง ๆ เช่น

11. การประเมินผลการเรียนรู้
11.1 กิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้ 1 และ 2
11.2 แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรยี นแบบเลอื กตอบ (4 ตัวเลือก) จำนวน 10 ขอ้

เกณฑ์การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)

เกณฑก์ าร ระดับคณุ ภาพ / คะแนน

ประเมิน ดีเย่ียม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)

เกณฑ์การประเมนิ

เกณฑ์การให้คะแนนตดั สนิ ระดับคณุ ภาพชิ้นงาน/ภาระงาน

ระดบั 4 หมายถึง ดเี ยยี่ ม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดบั 3 หมายถึง ดี = 5 – 6 คะแนน
1 - 4 คะแนน
ระดบั 2 หมายถึง พอใช้ =

ระดบั 1 หมายถึง ปรับปรงุ =

การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอันพึงประสงค์และทกั ษะศตวรรษท่ี 21

ประเด็นประเมนิ แหลง่ วธิ ีวดั เครอื่ งมือวดั เกณฑ์การให้
คะแนน
สมรรถนะสำคัญ ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/
1. ความสามารถในการสอื่ สาร อธิบายหรอื การ การสังเกต แบบสังเกต - ความถกู ต้องของ
2. ความสามารถในการคิด นำเสนอ ชิน้ งาน
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต ชน้ิ งาน/การ การประเมนิ แบบประเมนิ -ตรงกับความเปน็
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี อธิบาย/การ จริง
นำเสนอ
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ -ความถกู ต้อง
2. ซ่ือสัตยส์ จุ ริต ช้นิ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ - ความเขา้ ใจ
3. มีวนิ ยั อธิบายหรือการ ประเมิน ประเมิน -ความเหมาะสม
4. ใฝค่ วามรู้ นำเสนอ ชน้ิ งาน/ ชิน้ งาน/ การ
6. มงุ่ ม่ันในการทำงาน การสงั เกต สังเกตการ
8. มจี ิตสาธารณะ การอธบิ าย อธิบายหรือ
หรอื การ การนำเสนอ
ทักษะศตวรรษท่ี 21 นำเสนอ
1. Reading
2. Writing
3. Arithmetic
4. Critical thinking and problem
solving
5. Creativity and innovation
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information
and media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion

บนั ทกึ ผลหลังการสอน
สรปุ ผลการเรียนการสอน

1. นกั เรียนจำนวน........................คน
ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู.้ ..............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
ไม่ผา่ นจดุ ประสงค.์ ...........................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................................

2. นักเรียนมคี วามรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นกั เรยี นมีความรู้เกิดทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………….……………………
(นางสาวปัญณวีย์ รามสตู )
ตำแหนง่ ครู ค.ศ.1

ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ความเหน็ ของหัวหน้างานวิชาการ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….

ลงชือ่ ……………………………………………… ลงชอ่ื ……………………………………..……………
(นางสาวปญั ณวีย์ รามสูต) (นางจรรยา ทองน้อย)

ความเห็นของรองผู้อำนวยการสถานศึกษา
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
. ลงชือ่ …………………………………………………………

(นายชยั รชั ต์ คงลาภ)

ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผ้ทู ีไ่ ด้รบั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ นางสาวปญั ณวีย์ รามสตู แล้วมคี วามคดิ เห็นดังนี้
1. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรุง
2. การจัดกจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
 เน้นผเู้ รียนเปน็ สำคญั มาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยงั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาตอ่ ไป

3. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
 นำไปใช้ได้จริง
 ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้

4. ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

................................................................

(นางสาวสพุ ชาต ชมุ่ ชืน่ )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นวดั กลางคลองสาม

ใบงานท่ี 1.1 เรอ่ื ง หลกั การของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

คำชแี้ จง ใหน้ กั เรียนตอบคำถามลงในช่องว่างท่ีกำหนดให้
หลักการของปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งทีพ่ ระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ได้ทรงพระราชทานกับปวงชนชาวไทยเพ่ือเปน็ หลักในการดำเนินชวี ติ

ความพอเพียงจะต้องประกอบดว้ ย 3 คุณลักษณะ ดงั นี้
1. ความพอประมาณ หมายถึง …………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ความมีเหตุผล หมายถึง ………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. การมีภมู คิ ้มุ กนั ทด่ี ี หมายถึง …………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การตดั สนิ ใจและการดำเนนิ กิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดบั พอเพียงนั้นตอ้ งอาศัยท้ังความรู้และคณุ ธรรมเป็น
พนื้ ฐาน 2 เงื่อนไข ดงั น้ี

1. เง่ือนไขความรู้ หมายถึง …………………………………………………………………………………………………………......
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. เงื่อนไขคุณธรรม หมายถงึ …………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

หลกั การทรงงาน
ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร
การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นการ
ดำเนินงานในลกั ษณะทางสายกลางที่สอดคล้องกบั วิถีชีวิตของสังคมไทยและสามารถปฏิบัตไิ ด้จริง ดงั นี้
1 10

2 11

3 12

4 13

5 14

6 15

7 16

8 17

9 18

เฉลยใบงานท่ี 1 เรอื่ ง หลกั การของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

คำชแ้ี จง ให้นกั เรียนตอบคำถามลงในชอ่ งวา่ งทก่ี ำหนดให้

หลกั การของปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งทีพ่ ระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช บรมนาถ
บพติ ร

ไดท้ รงพระราชทานกบั ปวงชนชาวไทยเพือ่ เปน็ หลักในการดำเนนิ ชวี ิต

ความพอเพยี งจะต้องประกอบดว้ ย 3 คุณลักษณะ ดงั นี้
1. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและ

ผอู้ น่ื เชน่ การผลิตและการบริโภคท่อี ยู่ในระดบั พอประมาณ
2. ความมีเหตุผล หมายถึง การตดั สินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้นจะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล

โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยท่ีเกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลท่ีคาดว่าจะเกิดข้ึนจากการกระทำน้ัน ๆ อย่าง
รอบคอบ

3. การมีภูมิคุ้มกันท่ีดี หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปล่ียนแปลงด้านต่าง ๆ
ทีจ่ ะเกดิ ขนึ้ โดยคำนงึ ถงึ ความเปน็ ไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ทค่ี าดว่าจะเกดิ ข้ึนในอนาคตท้งั ใกล้และไกล
การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้นต้องอาศัยท้ังความรู้และคุณธรรม
เป็นพื้นฐาน 2 เงอื่ นไข ดังนี้

1. เง่ือนไขความรู้ หมายถึง ความรอบรู้เก่ียวกับวิชาการต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องอย่างรอบด้านความรอบคอบ
ที่จะนำความรู้เหล่าน้ันมาพิจารณาให้เช่ือมโยงกันเพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้น
ปฏิบตั ิ

2. เงื่อนไขคุณธรรม หมายถึง ความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความอดทน มีความ
เพียรใช้สติปญั ญาในการดำเนนิ ชวี ิต

หลักการทรงงาน
ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพติ ร

การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นการ
ดำเนนิ งานในลกั ษณะทางสายกลางทส่ี อดคล้องกบั วิถชี วี ิตของสังคมไทยและสามารถปฏิบัติได้จริง ดังน้ี

1 ศึกษาข้อมลู อยา่ งเป็นระบบ 10 การมีสว่ นร่วม

2 ระเบิดจากขา้ งใน 11 ประโยชนส์ ว่ นรวม

3 แก้ปญั หาทจี่ ุดเลก็ 12 บริการรวมที่จุดเดยี ว

4 ทำตามลำดบั ขัน้ 13 ทรงใชธ้ รรมชาติชว่ ยธรรมชาติ

5 ภมู สิ ังคม 14 ใช้อธรรมปราบอธรรม

6 องคร์ วม 15 ปลูกปา่ ในใจคน

7 ไม่ตดิ ตำรา 16 ขาดทุนคือกำไร

8 ประหยัดเรยี บงา่ ยได้ประโยชน์ 17 การพ่ึงตนเอง
สูงสดุ

9 ทำใหง้ ่าย 18 พออยพู่ อกนิ

แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์

1. นกั เรยี นคิดวา่ ทุกประเทศจะต้องเผชญิ กับปญั หาพนื้ ฐานทางเศรษฐกิจอะไรบ้างจงอธบิ าย
ในสภาพปัจจุบันทุกสังคมต่างเผชิญกับความขาดแคลนทรัพยากร ซึ่งมีไม่เพียงพอที่จะสนอง

ความต้องการอันไม่ส้ินสดุ ของมนุษย์ ซ่งึ ความขาดแคลนผลักดันให้มนุษย์ต้องทำ การตัดสินใจเลือกทำสิ่งท่ีดี
ทส่ี ดุ จากทางเลอื กหลายทางทส่ี ามารถทำได้

2. ปัจจยั สำคญั ท่ีมผี ลตอ่ อุปสงค์และอปุ ทานมีอะไรบ้าง สรุปมาพอเข้าใจ
ปัจจยั สำคัญท่ีมอี ิทธพิ ลตอ่ การเปลี่ยนแปลงอปุ สงคข์ องสนิ คา้ และบรกิ าร ไดแ้ ก่
1. ราคาของสินค้าและบริการชนิดน้ัน ๆ โดยปกตเิ มื่อสินค้าและบริการราคาถูกลงความต้องการซื้อ

สินคา้ และบริการจะเพิม่ ขนึ้ แต่ถา้ สนิ คา้ และบรกิ ารราคาสงู ขึ้น ความตอ้ งการซอ้ื สนิ คา้ และบริการจะลดลง
2. รายได้ของผู้บริโภค โดยท่ัวไปเม่ือผู้บรโิ ภคหรือผู้ซอื้ มีรายได้เพิ่มขึ้น จะมีแนวโน้มในการซ้อื สนิ ค้า

เพ่มิ ขน้ึ และเมอ่ื มรี ายไดล้ ดลง ก็มีแนวโน้มทจ่ี ะซอื้ สนิ ค้าลดลง
3. รสนิยมของผู้บริโภค ทัศนะหรือความชื่นชอบส่วนบุคคลท่ีมีต่อสินค้าและบริการชนิดน้ัน ๆ ซ่ึงมี

ผลตอ่ การเปลยี่ นแปลงอุปสงค์
4. สินค้าท่ีใช้ทดแทนกันได้ เม่ือสินค้าชนิดหนึ่งมีราคาสูงข้ึน จะทำให้ปริมาณซ้ือของสินค้าอีกชนิด

หน่ึงเพิ่มข้ึน เช่น เม่ือไข่เป็ดมีราคาสูงข้ึน ในขณะที่ไข่ไก่มีราคาคงเดิม ผู้บริโภคก็จะหันไปซื้อไข่ไก่เพ่ิมขึ้น
และสินค้าท่ีต้องใช้ร่วมกัน เมื่อสินค้าชนิดหน่ึงมีราคาสูงขึ้น ก็จะมีผลทำให้ปริมาณซ้ือสินค้าอีกชนิดหน่ึง
ลดลง เชน่ นำ้ มนั กบั รถยนต์

5. การคาดคะเนในอนาคต เชน่ ถา้ ผู้บริโภคคาดว่าราคาข้าวจะเพิ่มสงู ขึ้น กจ็ ะรบี ซือ้ กกั ตนุ ไว้
6. ฤดูกาลและเทศกาล เช่น ในฤดูร้อน อุปสงค์ของเครื่องปรับอากาศ เคร่ืองดื่ม จะเพิ่มข้ึนในฤดู
หนาว อปุ สงค์ของเสื้อกันหนาวจะเพม่ิ ข้นึ

ปจั จยั สำคัญทมี่ ีอิทธพิ ลต่อการเปล่ียนแปลงอุปทานของสินค้าและบริการ ได้แก่
1. ราคาของสินค้าและบริการชนดิ น้นั ๆ ปรมิ าณสินค้าและบรกิ ารท่ผี ู้ผลิตและผขู้ ายต้องการเสนอ
ขายขน้ึ อยู่กับราคา เชน่ ราคาปจั จยั การผลติ เทคโนโลยี มคี ่าคงทหี่ รือไม่เปลีย่ นแปลง แต่เมอ่ื ราคาของสินค้า
และบรกิ ารเพ่ิมขึ้นกแ็ สดงว่าผผู้ ลิตหรือผู้ขายจะได้กำไรมากขึน้ ซง่ึ จะทำให้ผ้ผู ลิตหรือผู้ขายรายเดิม ๆ เพ่ิม
ปริมาณที่จะเสนอขายมากขน้ึ

2. ราคาของปัจจัยการผลิต ถ้าราคาของปัจจัยการผลิตเพิ่มสูงข้ึน เช่น ต้นทุนวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น
ค่าแรงงานเพ่ิมข้ึน เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตรองเท้านักเรียนมีราคาสูงขึ้น จึงต้องมีการเพิ่มต้นทุนการผลิต
ซงึ่ มผี ลทำใหร้ าคาขายเพิ่มสงู ขน้ึ

3. เทคโนโลยี การพัฒนาเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันทำให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้ผลิตใช้
ปัจจัยการผลิตลดลง ซ่ึงทำให้ตน้ ทนุ ในการผลติ ลดลงตามไปดว้ ย

4. สภาพดินฟ้าอากาศ มีผลกระทบทำให้ปริมาณเสนอขายสินค้าและบริการเปลี่ยนแปลงไป
โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งสินค้าเกษตรกรรม

5. การคาดการณ์ในอนาคต ถ้ามีการคาดการณ์ว่าราคาสินค้าและบริการจะเพ่ิมสูงข้ึนในอนาคต
ผู้ผลิตและผู้ขายจะชะลอการเสนอขาย ทำให้ปรมิ าณการเสนอขายสนิ ค้าและบรกิ ารชนิดนั้น ๆ ลดลง

3. ราคาสินคา้ มีอิทธิพลในการกำหนดอุปทานอย่างไร
เมื่อราคาสนิ ค้าชนิดนัน้ สงู ขน้ึ ปรมิ าณเสนอขายสินค้าชนดิ นั้นจะสูงขึ้น แตเ่ มื่อราคาสินค้าชนิดนั้น

ลดลง ปริมาณเสนอขายสินค้าชนิดนนั้ จะลดลง

4. นกั เรียนสามารถนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้อยา่ งไร
(คำตอบอิสระ)

5. หากนักเรียนคดิ ค้นสิ่งประดิษฐม์ าชนิดหนง่ึ ท่ีไม่เหมือนใคร นักเรียนจะทำอย่างไรเพ่อื ไม่ให้ใครสามารถนำ
ความคิดสร้างสรรคข์ องนกั เรยี นไปใช้

ยน่ื จดสิทธิบัตร เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา
กระทรวงพาณชิ ย์


Click to View FlipBook Version