The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนสังคม ม.1 หน่วยที่ 2 เทอม 2 (64)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wachirada3435, 2021-11-10 08:01:23

แผนการสอนสังคม ม.1 หน่วยที่ 2 เทอม 2 (64)

แผนการสอนสังคม ม.1 หน่วยที่ 2 เทอม 2 (64)

คำอธิบายรายวชิ าสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1
ภาคเรียนท่ี 2 ส 21103 เวลาเรยี น 60 ชว่ั โมง

อธบิ ายความหมายของเศรษฐศาสตร์ หลักการ และความสำคญั ของปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

บทบาทหน้าทีแ่ ละความแตกต่างของสถาบนั การเงนิ แตล่ ะประเภท เหน็ ความสำคญั ของปรชั ญาเศรษฐกจิ
พอเพียงและนำมาใช้ในการดำรงชีวิต

วเิ คราะห์ความสำคัญของพระพุทธศาสนาทมี่ ีต่อสภาพแวดล้อมในสังคมไทย รวมท้ังการพัฒนาตน

และครอบครวั วิเคราะห์พุทธประวัติต้ังแต่ประสูติจนถึงบำเพ็ญทุกรกริยา การประพฤติตนตามแบบอย่าง
การดำเนินชีวิตและขอ้ คดิ จากประวัตสิ าวก ชาดก เรอื่ งเล่า และศาสนิกชนตวั อยา่ งตามทกี่ ำหนด

อธิบายพุทธคุณและข้อธรรมสำคัญในกรอบอริยสัจ 4 สามารถนำไปพัฒนาแก้ปัญหาของตนเอง
และครอบครัว เห็นคุณค่าของการพัฒนาจติ เพอ่ื การเรยี นรู้และการดำเนินชีวิตด้วยวิธีคิดแบบโยนโิ สมนสิกา
คือ วิธีคิดแบบคุณค่าแท้-คุณค่าเทียม และวิธีคิดแบบคุณ-โทษ และทางออก หรือการพัฒนาจิต สวดมนต์

แผ่เมตตา บริหารจิตและเจรญิ ปัญญาด้วยอานาปานสติ วิเคราะห์และปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางศาสนาท่ี
ตนนับถือในการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง และดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเพ่ือการอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข

รวมทงั้ วิเคราะหก์ ารกระทำของบุคคลที่เปน็ แบบอยา่ งดา้ นศาสนสมั พันธแ์ ละนำเสนอแนวทางการปฏิบตั ิของ
ตนเอง

อธิบายจรยิ วตั รของสาวก แบบอย่างในการประพฤติปฏบิ ัติและปฏิบัติตนอยา่ งเหมาะสมตอ่ สาวก

ปฏบิ ตั ิตนอย่างเหมาะสมตอ่ บุคคลต่างๆ ตามหลักศานาตามท่ีกำหนด จัดพธิ กี รรมและปฏิบัตติ นในศาสนพธิ ี
พธิ กี รรมได้ถกู ต้อง รวมท้งั บำเพญ็ ประโยชนต์ อ่ ศาสนสถาน และบอกประวตั ิ ความสำคญั และปฏิบัตติ นใน

วันสำคัญทางศาสนาที่ตนนบั ถือตามท่กี ำหนดได้ถูกตอ้ ง

รหัสตัวช้ีวดั

ส 1.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8 ม.1/9 ม.1/10 ม.1/11

ส 1.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5
ส 3.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3
ส 3.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4

รวมทง้ั หมด 23 ตวั ชีว้ ดั

โครงสรา้ งรายวชิ าสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 เวลาเรียนรวม 60 ชัว่ โมง

ลำดับ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นร้/ู สาระการเรียนรู้ จำนวน
ตวั ชวี้ ัด
ท่ี ชว่ั โมง

1 เศ ร ษ ฐ ศ า ส ต ร์ ส 3.1 ม.1/1, 2, 3 1. ความรู้ทัว่ ไปเกย่ี วกบั เศรษฐศาสตร์ 10
เบ้อื งต้น 2. อปุ สงคแ์ ละอุปทาน 10
3. เศรษฐกจิ พอเพยี ง
2 ใกล้ตัวเร่อื ง ส 3.2 ม.1/1, 2, 4 6
1. สถาบนั การเงนิ
เศรษฐศาสตร์ 2. การพงึ่ พาอาศยั และการแข่งขันกันทาง 14
เศรษฐกิจ 4
3 ความสำคัญของพุทธ ส 1.1 ม.1/1,2,3,4 3. การแก้ปญั หาเศรษฐกจิ ในระดบั ชมุ ชน 5
ศาสนา พุทธประวตั ิ 4. กฎหมายเกย่ี วกับทรพั ย์สนิ ทางปัญญา 5
และชาดก 5. การบริโภค 4
2
4 หลักธรรมทาง ส 1.1 ม.1/5,8 1. การสังคายนา
พระพทุ ธศาสนา 2.การเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาเขา้ สปู่ ระเทศ
ไทย
5 ประวตั ิพุทธสาวก ส 1.1 ม.1/4 3. ความสำคญั ของพระพุทธศาสนา
4. พทุ ธประวตั ิ
พุทธสาวิกา 5. ชาดก

6 หนา้ ทชี่ าวพุทธ ส 1.2 ม.1/2,3 1. พระรตั นตรยั
2. อรยิ สจั 4
มรรยาทชาวพทุ ธ 3. พทุ ธศาสนสภุ าษติ
4. พระไตรปฎิ ก
ชาวพุทธตัวอย่าง
1. พุทธสาวก
7 การบรหิ ารจิตและ ส 1.1 ม.1/6,7 2. พุทธสาวิกา

เจริญปญั ญา 1. หนา้ ทช่ี าวพุทธ
2. มรรยาทชาวพทุ ธ
8 วันสำคญั ทาง ส 1.2 ม.1/3,4,5 3. ชาวพทุ ธตัวอยา่ ง

พระพทุ ธศาสนาและ 1.การบริหารจติ
2. การเจริญปัญญา
เทศกาลสำคญั
1. วันสำคญั ทางพระพทุ ธศาสนาและ
9 สัมมนา ส 1.1 ม.1/2,11 เทศกาลสำคัญ
2. ศาสนพธิ ี
พระพทุ ธศาสนาเพื่อ
- พระพทุ ธศาสนากับการพฒั นาตนเองและ
ครอบครัว

การแกป้ ญั หาและ

พัฒนาสงั คม

รวม 60

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2/1 ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1
วิชา สังคมศกึ ษา กล่มุ สาระการเรยี นรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม จำนวน 10 คาบ

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 ชื่อหน่วย ใกล้ตัวเรือ่ งเศรษฐศาสตร์ เวลา 4 คาบ
เรอื่ ง สถาบันการเงิน
ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและ

ความจำเป็นของการรว่ มมอื กนั ทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก

ตัวชี้วัดข้อ 1 วิเคราะห์บทบาทหน้าที่และความแตกต่างของสถาบันการเงินแต่ละประเภทและ
ธนาคารกลาง

2. สาระการเรยี นรู้
2 .1 สถาบนั การเงนิ

- ความสำคญั ของสถาบันการเงิน
- หน้าท่ขี องสถาบันการเงนิ
- ประเภทของสถาบันการเงนิ
- สถาบันการเงนิ ทีส่ ำคัญในประเทศไทย
- ความสมั พนั ธ์ระหว่างผ้ผู ลติ ผู้บริโภค และสถาบันการเงนิ
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 อธิบายความสำคัญ และหน้าท่ีของสถาบันการเงินได้
3.2 วิเคราะหค์ วามแตกต่างของสถาบนั การเงนิ แต่ละประเภทและธนาคารกลางได้
3.3 วเิ คราะห์ความสำคัญของสถาบนั การเงินทมี่ ตี ่อระบบเศรษฐกจิ ได้
4. พฤติกรรมการเรียนรู้ KnowledgePracticeAttitude( K PA)

ดา้ นความรู้ ( Knowledge : K)
อธิบายความสำคญั และหน้าท่ีของสถาบันการเงินได้

ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)
วิเคราะห์ความสำคญั ของสถาบันการเงินทีม่ ตี อ่ ระบบเศรษฐกิจได้

ด้านเจตคต/ิ คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ (Attitude: A)
1. รกั ชาติ
2. ซือ่ สตั ย์สุจริต
3. มีวินัย
4. ใฝ่ความรู้
5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง

6. มุง่ ม่นั ในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มจี ิตสาธารณะ

5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียนหลักสตู รการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. ทกั ษะของผเู้ รยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอา่ น (Reading)
2. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
3. ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
4. ทักษะดา้ นการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปญั หา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
6. ทักษะด้านความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผนู้ ำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทักษะด้านความเข้าใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
8. ทักษะด้านการสอื่ สารสารสนเทศและรเู้ ท่าทนั สอ่ื (Communication information
and media literacy)
9. ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
 10. ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มีคณุ ธรรม มเี มตตา กรณุ า มรี ะเบยี บวนิ ัย (compassion)

7. การบูรณาการ
 1. บูรณาการรายวิชาอนื่ ………………………………………
 2. บูรณาการหลักสูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
 3. อ่ืนๆ (ระบ.ุ .....................................................)

8. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นำ
1. ครูอธิบายจุดประสงค์การเรียนการสอน ลักษณะวิธีการสอน บทบาทหน้าท่ีของครูและนักเรียน

ในการเรียนรู้
2. ครูนำภาพสถาบันการเงินประเภทต่าง ๆ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสนิ ธนาคาร

ไทยพาณิชย์ โรงรับจำนำ ฯลฯ ให้นักเรียนดู ครูสนทนากับนักเรียน ซักถามนักเรียนเพ่ือกระตุ้นให้คิดหา

คำตอบเป็นระยะ โดยใช้วิธีสอนแบบถาม-ตอบ (Ask and Question Model) ถึงสถาบันทางการเงิน
ดงั กล่าว

ข้ันสอน

1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย (Discussion Method) ในประเด็น ความสำคัญ และหน้าที่ของ

สถาบนั การเงิน (ขนั้ ท1่ี การทบทวนความรู้เดิม)

2. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโมเดลซปิ ปา (CIPPA MODEL) เร่ือง “ประเภทของสถาบนั การเงนิ ”
โดยแบ่งนกั เรียนออกเปน็ กลมุ่ ๆ ละ 7 คน คละตามความสามารถเก่ง - ปานกลาง - อ่อน

3. ตัวแทนแต่ละกลุ่มจับฉลากและแบ่งงานกันศึกษาข้อมูลเร่ือง “วัตถุประสงค์ บทบาท และหน้าที่
ของสถาบันการเงนิ ” จากหนังสอื สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ของบริษทั แม็ค
เอ็ดดูเคชน่ั จำกดั หรือจากแหล่งเรียนรู้และส่อื เทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ (ขั้นท่ี 2 การแสวงหาความรู้ใหม่
และ ขั้นที่ 3 การศึกษาทำความเข้าใจข้อมูลความรู้ใหม่และเช่ือมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม) ตามหัวข้อ
ต่อไปนี้

- กลุ่มหมายเลข 1 ธนาคารกลางหรือธนาคารแห่งประเทศไทย
- กลุม่ หมายเลข 2 ธนาคารพาณชิ ย์
- กลมุ่ หมายเลข 3 ธนาคารที่ตง้ั ขึ้นโดยวัตถุประสงค์เปน็ พิเศษ
- กลุ่มหมายเลข 4 บริษทั เงนิ ทุนและบริษทั หลกั ทรพั ย์
- กลุ่มหมายเลข 5 บรษิ ทั เครดิตฟองซิเอร์
- กลุม่ หมายเลข 6 สหกรณ์การเกษตรและสหกรณอ์ อมทรพั ย์
- กลุ่มหมายเลข 7 โรงรบั จำนำ
4. สมาชิกแต่ละคนนำความรู้และประสบการณไ์ ปแลกเปล่ียนเรียนรู้ภายในกลุ่มของตน (ขน้ั ที่ 4 การ
แลกเปล่ียนความรคู้ วามเข้าใจกับกลุ่ม)
5. สมาชกิ ในกลุม่ ร่วมกันสรปุ ประเด็นความรู้ (ขนั้ ท่ี 5 การสรปุ และจดั ระเบียบความรู้)
6. ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน (ขั้นท่ี 6 การปฏิบัติหรือการแสดง
ผลงาน และขนั้ ท่ี 7 การประยุกตใ์ ชค้ วามรู้)
ขัน้ สรุป

1. ครูและนกั เรียนร่วมกันอภิปรายสรุปประเด็นสถาบนั การเงินที่สำคัญในประเทศไทย ความสัมพันธ์
ระหว่างผผู้ ลิต ผบู้ ริโภค และสถาบันการเงิน

2. ให้นกั เรียนทำกิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้ 1
9. ช้ินงาน/ภาระงาน

9.1 การสรปุ องค์ความรู้และนำเสนอผลการปฏบิ ัตงิ านหน้าชน้ั เรยี น

10. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้

10.1 สื่อการเรียนรู้
10.1.1. หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ของ

บริษทั แม็คเอ็ดดูเคชั่น จำกัด
10.1.2. ซีดีรอม เว็บไซต์ความรขู้ องบรษิ ัท แมค็ เอด็ ดูเคชัน่ จำกัด
10.1.3. สื่อเทคโนโลยสี ารสนเทศต่าง ๆ

10.2 แหล่งการเรยี นรู้
1021.1. ห้องสมุดของโรงเรยี น
10.2.2. อนิ เทอร์เนต็ จากเวบ็ ไซต์ต่าง ๆ เชน่

11. การประเมินผลการเรียนรู้
11.1 กิจกรรมตรวจสอบการเรยี นรู้ 1

เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)

เกณฑก์ าร ระดับคุณภาพ / คะแนน

ประเมนิ ดเี ยย่ี ม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)

เกณฑก์ ารประเมิน

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนตดั สนิ ระดับคุณภาพชนิ้ งาน/ภาระงาน

ระดบั 4 หมายถึง ดีเย่ียม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดับ 3 หมายถึง ดี =
5 – 6 คะแนน
ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้ = 1 - 4 คะแนน

ระดับ 1 หมายถงึ ปรับปรงุ =

การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละทักษะศตวรรษที่ 21

ประเดน็ ประเมนิ แหลง่ วธิ วี ดั เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้
คะแนน
สมรรถนะสำคัญ ช้นิ งาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/
1. ความสามารถในการสอื่ สาร อธิบายหรือการ การสงั เกต แบบสงั เกต - ความถกู ตอ้ งของ
2. ความสามารถในการคดิ ชิน้ งาน
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา นำเสนอ
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ -ตรงกับความเปน็
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ช้นิ งาน/การ การประเมนิ แบบประเมนิ จรงิ
อธิบาย/การ
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ นำเสนอ -ความถกู ตอ้ ง
2. ซอื่ สตั ยส์ จุ ริต - ความเขา้ ใจ
3. มวี นิ ยั ชิน้ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความเหมาะสม
อธิบายหรือการ ประเมนิ ประเมนิ
4. ใฝ่ความรู้ นำเสนอ ชิน้ งาน/ ชนิ้ งาน/ การ
6. มุ่งม่นั ในการทำงาน
8. มจี ิตสาธารณะ การสงั เกต สงั เกตการ
การอธิบาย อธิบายหรือ
ทักษะศตวรรษท่ี 21
1. Reading หรือการ การนำเสนอ
2. Writing นำเสนอ
3. Arithmetic
4. Critical thinking and problem
solving
5. Creativity and innovation
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information
and media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion

บนั ทกึ ผลหลังการสอน
สรปุ ผลการเรียนการสอน

1. นกั เรียนจำนวน........................คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................................
ไม่ผ่านจดุ ประสงค.์ ...........................คน คิดเป็นร้อยละ.................................

2. นกั เรียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นักเรียนมีความรเู้ กิดทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นักเรียนเจตคติ/คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื …………………….……………………
(นางสาวปัญณวยี ์ รามสูต)
ตำแหน่ง ครู ค.ศ.1

ความเห็นของหวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้ ความเห็นของหวั หนา้ งานวิชาการ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….

ลงชื่อ……………………………………………… ลงชอ่ื ……………………………………..……………
(นางสาวปญั ณวีย์ รามสูต) (นางจรรยา ทองนอ้ ย)

ความเห็นของรองผู้อำนวยการสถานศึกษา

……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
. ลงช่อื …………………………………………………………

(นายชัยรัชต์ คงลาภ)

ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษา/ผูท้ ไ่ี ด้รับมอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นร้ขู อง นางสาวปัญณวีย์ รามสูต แลว้ มีความคิดเหน็ ดังน้ี
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรุง
2. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
 เนน้ ผูเ้ รียนเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
 ยงั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป

3. เปน็ แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่
 นำไปใช้ไดจ้ รงิ
 ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้

4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

................................................................

(นางสาวสพุ ชาต ชมุ่ ช่ืน )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวัดกลางคลองสาม

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2/2

วิชา สงั คมศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดบั ชั้น มธั ยมศึกษาปที ี่ 1

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 ช่อื หน่วย ใกล้ตวั เรอ่ื งเศรษฐศาสตร์ จำนวน 10 คาบ

เรอ่ื ง การพ่ึงพาอาศัย การแขง่ ขันกนั ทางเศรษฐกิจ และ การแก้ปญั หาเศรษฐกจิ ในระดบั ชมุ ชน

ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564 เวลา 2 คาบ

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ัด
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและ

ความจำเป็นของการรว่ มมือกันทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก

ตัวชี้วัดข้อ 2 ยกตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นการพ่ึงพาอาศัยกันและการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจ
ในประเทศ

2. สาระการเรียนรู้
2.1 การพงึ่ พาอาศยั และการแข่งขนั กนั ทางเศรษฐกจิ
- การพึ่งพาทางเศรษฐกจิ
- การแข่งขันทางเศรษฐกิจ
2.2. การแกป้ ญั หาเศรษฐกิจในระดับชมุ ชน

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

3.1 ยกตวั อยา่ งการพง่ึ พาอาศยั กันและการแข่งขันกันทางเศรษฐกจิ ในประเทศได้

3.2 วเิ คราะหแ์ ละเสนอแนวทางการแก้ปญั หาเศรษฐกจิ ในระดบั ชุมชนได้

4. พฤตกิ รรมการเรียนรู้ KnowledgePracticeAttitude( K PA)

ด้านความรู้ ( Knowledge : K)
ยกตวั อย่างการพง่ึ พาอาศัยกันและการแขง่ ขนั กันทางเศรษฐกิจในประเทศได้

ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
วิเคราะหแ์ ละเสนอแนวทางการแก้ปญั หาเศรษฐกจิ ในระดบั ชุมชนได้

ด้านเจตคต/ิ คณุ ลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ (Attitude: A)
1. รักชาติ
2. ซอ่ื สตั ย์สุจริต
3. มวี ินยั
4. ใฝ่ความรู้
5. อย่อู ย่างพอเพยี ง
6. มุง่ ม่ันในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มีจติ สาธารณะ

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี นหลักสูตรการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. ทกั ษะของผูเ้ รียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C )
1. ทักษะการอา่ น (Reading)
2. ทกั ษะการ เขียน (Writing)
3. ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
4. ทกั ษะด้านการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปญั หา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
6. ทักษะด้านความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทักษะดา้ นความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
8. ทกั ษะด้านการส่ือสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสอ่ื (Communication information
and media literacy)
9. ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT
Literacy)
 10. ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มคี ุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินยั (compassion)

7. การบูรณาการ
 1. บรู ณาการรายวิชาอ่นื ………………………………………
 2. บูรณาการหลกั สูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
 3. อนื่ ๆ (ระบุ......................................................)

8. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ข้ันนำ
1. ครนู ำภาพการประกอบอาชพี ต่าง ๆ ในชุมชนให้นกั เรียนดูและช่วยกันแสดงความคิดเห็นวา่ ในแต่

ละภาพน้ันแสดงให้เห็นว่าประชาชนมีอาชีพอะไรบ้าง อาชีพต่าง ๆ เหลา่ น้ันส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของชุมชน
อย่างไร เชน่

- ภาพตลาดน้ำดำเนนิ สะดวกที่มีพอ่ ค้าแมค่ า้ นำของมาขายและมีประชาชนกำลงั ซอื้ สินค้า
- ภาพชาวนาลงแขกเกี่ยวขา้ ว
- ภาพชาวบา้ นน่งั ทำเครอื่ งจักสาน เปน็ ตน้

ขัน้ สอน
1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย (Discussion Method) ในประเด็น “การพึ่งพาอาศัยและการ
แข่งขนั กันทางเศรษฐกิจ” แล้วสรปุ เป็นผังความคิดบนกระดานดังนี้

(1) การพึ่งพาทางเศรษฐกจิ
- การพ่ึงพาระหวา่ งพอ่ ค้าคนกลางกับเกษตรกร
- การพึ่งพาระหว่างผูผ้ ลิตและผ้บู ริโภค
- การพึ่งพาระหวา่ งภาคเกษตรกรรมกับภาคอตุ สาหกรรม
- การพง่ึ พาระหว่างเมอื งกบั ชนบท
- การพ่ึงพาระหวา่ งรฐั บาลกับผู้ผลิต พอ่ คา้ และผบู้ ริโภค

(2) การแข่งขันทางเศรษฐกจิ
2. ครูจัดกจิ กรรมบูรณาการหลักคิดอรยิ สัจ 4 เร่ือง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระดับชุมชน โดยแบ่ง
นกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ตามชุมชนท่ีนกั เรียนอาศยั อย่บู รเิ วณใกลเ้ คียงกัน
3. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มหาข้อมูลปัญหาเศรษฐกิจในระดับชมุ ชนของตนเอง พร้อมระดมความคิดเสนอ
แนวทางการแก้ไขปญั หาดังกลา่ ว 4 ขน้ั ตอน ดังน้ี

1) ขั้นกำหนดปญั หา (ทกุ ข)์ คอื พจิ ารณาปญั หาทเ่ี กิดขน้ึ
2) ข้นั ต้ังสมมติฐาน (สมุทยั ) คือ พิจารณาสาเหตุท่ที ำใหเ้ กดิ ปญั หาข้ึน
3) ข้ันการทดลองและเก็บข้อมูล (นิโรธ) คือ ทดลองและเสนอแนวทางการแก้ปัญหาท่ี
เกดิ ขนึ้
4) ขน้ั วิเคราะหข์ ้อมูลและสรปุ ผล (มรรค) คือ สรปุ ผลการแกป้ ญั หา
4. นกั เรียนทำใบงานที่ 1 เรื่อง การแกป้ ัญหาเศรษฐกิจในชมุ ชน
ข้ันสรุป

1. ครสู ุ่มนกั เรยี นนำเสนองานหนา้ ชั้นเรียน ครูและนกั เรยี นร่วมกันอภปิ รายสรปุ ประเดน็

2. นกั เรยี นทำกจิ กรรมตรวจสอบการเรียนรู้ 2 และ 3
9. ชนิ้ งาน/ภาระงาน

9.1 การสรปุ องคค์ วามร้เู ปน็ ผงั ความคิดบนกระดาน
9.2 การสรปุ องคค์ วามร้แู ละการนำเสนองานหนา้ ชัน้ เรียน
9.3 นกั เรียนทำใบงานท่ี 1 เรอ่ื ง การแกป้ ญั หาเศรษฐกจิ ในชุมชน

10. สื่อการเรยี นรู้ / แหล่งเรียนรู้

10.1 สือ่ การเรียนรู้
10.1.1. หนังสือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ของ

บรษิ ทั แม็คเอด็ ดูเคชน่ั จำกดั
10.1.2. ซีดรี อม เว็บไซต์ความรขู้ องบรษิ ทั แม็คเอ็ดดเู คชั่น จำกดั
10.1.3. สอ่ื เทคโนโลยีสารสนเทศตา่ ง ๆ

10.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1021.1. หอ้ งสมุดของโรงเรียน
10.2.2. อินเทอร์เน็ตจากเว็บไซต์ตา่ ง ๆ เชน่

11. การประเมินผลการเรยี นรู้
11.1 กิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้ 2 และ 3

เกณฑก์ ารประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)

เกณฑ์การ ระดับคณุ ภาพ / คะแนน

ประเมนิ ดีเย่ยี ม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)

เกณฑ์การประเมิน

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนตดั สินระดบั คุณภาพช้ินงาน/ภาระงาน

ระดบั 4 หมายถงึ ดีเย่ยี ม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดับ 3 หมายถึง ดี =
5 – 6 คะแนน
ระดบั 2 หมายถึง พอใช้ = 1 - 4 คะแนน

ระดับ 1 หมายถงึ ปรับปรุง =

การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคแ์ ละทักษะศตวรรษท่ี 21

ประเดน็ ประเมนิ แหล่ง วธิ วี ัด เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การให้
คะแนน
สมรรถนะสำคญั ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/
1. ความสามารถในการสือ่ สาร อธิบายหรือการ การสงั เกต แบบสงั เกต - ความถกู ตอ้ งของ
2. ความสามารถในการคิด นำเสนอ ช้ินงาน
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ชน้ิ งาน/การ การประเมิน แบบประเมนิ -ตรงกับความเปน็
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี อธิบาย/การ จริง

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ นำเสนอ -ความถกู ตอ้ ง
2. ซ่ือสัตยส์ จุ ริต - ความเขา้ ใจ
3. มวี ินัย ชน้ิ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความเหมาะสม
4. ใฝ่ความรู้ อธิบายหรือการ ประเมนิ ประเมิน
6. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
8. มจี ิตสาธารณะ นำเสนอ ช้นิ งาน/ ชิน้ งาน/ การ
การสังเกต สังเกตการ
ทกั ษะศตวรรษที่ 21
1. Reading การอธิบาย อธบิ ายหรือ
2. Writing หรือการ การนำเสนอ
3. Arithmetic นำเสนอ
4. Critical thinking and problem
solving
5. Creativity and innovation
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information
and media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion

บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
สรปุ ผลการเรียนการสอน

1. นกั เรยี นจำนวน........................คน
ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู.้ ..............คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์............................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................

2. นักเรียนมีความร้คู วามเขา้ ใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นกั เรยี นมีความรู้เกดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลักษณะที่พึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อปุ สรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………….……………………
(นางสาวปัญณวยี ์ รามสูต)
ตำแหน่ง ครู ค.ศ.1

ความเห็นของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ความเห็นของหัวหน้างานวิชาการ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….

ลงชื่อ……………………………………………… ลงชอ่ื ……………………………………..……………
(นางสาวปัญณวีย์ รามสูต) (นางจรรยา ทองนอ้ ย)

ความเห็นของรองผู้อำนวยการสถานศึกษา

……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
. ลงช่ือ…………………………………………………………

(นายชัยรัชต์ คงลาภ)

ความเหน็ ของผ้บู รหิ ารสถานศึกษา/ผู้ทีไ่ ด้รับมอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู้ อง นางสาวปัญณวีย์ รามสูต แล้วมีความคิดเหน็ ดังน้ี
1. เป็นแผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรงุ
2. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
 เน้นผ้เู รียนเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
 ยังไม่เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป

3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
 นำไปใชไ้ ด้จริง
 ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้

4. ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

................................................................

(นางสาวสพุ ชาต ชมุ่ ชื่น )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวดั กลางคลองสาม

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2/3 ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 1
วชิ า สงั คมศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม จำนวน 10 คาบ

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 ชือ่ หน่วย ใกล้ตวั เร่ืองเศรษฐศาสตร์ เวลา 2 คาบ
เรอ่ื ง กฎหมายเก่ยี วกับทรพั ย์สินทางปญั ญา
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ัด
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและ

ความจำเปน็ ของการรว่ มมือกนั ทางเศรษฐกิจในสังคมโลก

ตวั ชวี้ ดั ขอ้ 4 อภปิ รายผลของการมกี ฎหมายเกีย่ วกบั ทรัพย์สินทางปญั ญา

2. สาระการเรยี นรู้
2.1 กฎหมายเก่ยี วกับทรัพย์สนิ ทางปญั ญา
- พระราชบญั ญตั เิ ครือ่ งหมายการค้า (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2543
- พระราชบญั ญัตสิ ทิ ธิบตั ร (ฉบับท่ี 3) พ.ศ. 2542
- พระราชบัญญัตลิ ขิ สทิ ธิ์ พ.ศ. 2537

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 อภปิ รายผลดีของการมีกฎหมายเกย่ี วกับทรพั ย์สินทางปญั ญาได้

3.2 วิเคราะห์และเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาการละเมดิ ทรพั ย์สนิ ทางปัญญาได้

4. พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ KnowledgePracticeAttitude( K PA)

ด้านความรู้ ( Knowledge : K)
อภิปรายผลดีของการมีกฎหมายเกี่ยวกบั ทรัพย์สนิ ทางปัญญาได้

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)
วิเคราะหแ์ ละเสนอแนวทางการแก้ปัญหาการละเมิดทรพั ย์สินทางปัญญาได้

ดา้ นเจตคติ/คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ (Attitude: A)
1. รักชาติ
2. ซ่อื สตั ย์สุจรติ
3. มวี ินัย
4. ใฝ่ความรู้
5. อยูอ่ ย่างพอเพยี ง
6. มุ่งม่ันในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย
8. มีจติ สาธารณะ

5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี นหลักสูตรการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. ทักษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C )
1. ทักษะการอา่ น (Reading)
2. ทกั ษะการ เขียน (Writing)
3. ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
4. ทกั ษะด้านการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
6. ทกั ษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผ้นู ำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทกั ษะด้านความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรมตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
8. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรูเ้ ท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
9. ทักษะด้านคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
 10. ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มคี ุณธรรม มเี มตตา กรณุ า มีระเบยี บวินยั (compassion)

7. การบูรณาการ
 1. บรู ณาการรายวชิ าอื่น………………………………………
 2. บูรณาการหลกั สูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
 3. อน่ื ๆ (ระบ.ุ .....................................................)

8. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้ันนำ
1. ครูนำภาพการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามาให้นกั เรียนดู เชน่ ภาพผูข้ ายซดี ีภาพยนตร์ละเมิด

ลิขสิทธิ์ เปน็ ตน้
2. ครสู นทนากับนกั เรยี น ซกั ถามนักเรียนเพื่อกระตุ้นใหค้ ดิ หาคำตอบเป็นระยะ โดยใช้วิธสี อนแบบ

ถาม-ตอบ (Ask and Question Model) ถงึ ภาพการละเมิดทรัพยส์ ินทางปญั ญา ดังน้ี
- การกระทำของบคุ คลในขา่ วเปน็ การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรอื ไม่
- การกระทำดังกล่าวมีผลเสยี อย่างไร

ขน้ั สอน
1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย (Discussion Method) ในประเด็น ความหมายของทรัพย์สิน
ทางปัญญา เคร่อื งหมายทางการค้า และสทิ ธบิ ัตร
2. ครูจัดกิจกรรมการเรยี นร้แู บบรว่ มมือ JIGSAW เรื่อง “กฎหมายเก่ยี วกับทรัพย์สินทางปญั ญา” โดย
แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลมุ่ ๆ ละ 3 คน (Home Group) คละตามความสามารถเกง่ - ปานกลาง - อ่อน
3. สมาชิกแต่ละคนเลือกหมายเลขประจำตัว (1-2-3) ให้นักเรียนท่ีมีหมายเลขเดียวกันมาอยู่รวมกัน
ศึกษาข้อมูลเร่ือง “กฎหมายเก่ียวกับทรัพย์สินทางปัญญา” จากหนังสือเรียนสังคมศึกษา ศาสนา และ
วฒั นธรรม ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของบริษัท แม็คเอ็ดดูเคชั่น จำกัด หรือจากแหล่งเรียนรู้และส่ือเทคโนโลยี
สารสนเทศต่าง ๆ ตามหัวขอ้ ตอ่ ไปน้ี

- กลมุ่ หมายเลข 1 พระราชบญั ญัตเิ ครื่องหมายการค้า (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2543
- กลุม่ หมายเลข 2 พระราชบัญญตั สิ ิทธบิ ัตร (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2542
- กลมุ่ หมายเลข 3 พระราชบัญญัติลขิ สทิ ธิ์ พ.ศ. 2537
4. ครูสุ่มนักเรียนนำเสนองานหนา้ ชัน้ เรียน
ขั้นสรปุ

1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภิปรายสรุปประเด็น กฎหมายเกีย่ วกบั การคมุ้ ครองทรัพยส์ นิ ทางปัญญา

และตวั อยา่ งการละเมดิ ทรพั ยส์ ินทางปัญญาแตล่ ะประเภท

2. นักเรียนทำกจิ กรรมตรวจสอบการเรยี นรู้ 4

9. ช้นิ งาน/ภาระงาน
9.1 การสรุปองคค์ วามรู้และการนำเสนองานหนา้ ช้นั เรยี น

10. สอื่ การเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้

10.1 ส่ือการเรยี นรู้
10.1.1. หนังสือเรยี นรายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ของ

บรษิ ัท แม็คเอ็ดดูเคช่ัน จำกัด
10.1.2. ซีดรี อม เวบ็ ไซตค์ วามรู้ของบริษทั แมค็ เอด็ ดเู คชนั่ จำกดั
10.1.3. ส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ

10.2 แหล่งการเรยี นรู้
1021.1. ห้องสมุดของโรงเรยี น
10.2.2. อินเทอร์เนต็ จากเวบ็ ไซตต์ า่ ง ๆ เช่น

11. การประเมินผลการเรียนรู้
11.1 กจิ กรรมตรวจสอบการเรียนรู้ 4

เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)

เกณฑก์ าร ระดับคณุ ภาพ / คะแนน

ประเมิน ดีเย่ียม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)

เกณฑ์การประเมนิ

เกณฑก์ ารให้คะแนนตดั สนิ ระดับคุณภาพชนิ้ งาน/ภาระงาน

ระดับ 4 หมายถึง ดเี ยย่ี ม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดบั 3 หมายถึง ดี = 5 – 6 คะแนน
1 - 4 คะแนน
ระดบั 2 หมายถึง พอใช้ =

ระดับ 1 หมายถึง ปรับปรงุ =

การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละทักษะศตวรรษที่ 21

ประเดน็ ประเมนิ แหลง่ วธิ วี ดั เครื่องมือวัด เกณฑก์ ารให้
คะแนน
สมรรถนะสำคัญ ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/
1. ความสามารถในการสอื่ สาร อธิบายหรือการ การสงั เกต แบบสงั เกต - ความถกู ตอ้ งของ
2. ความสามารถในการคิด นำเสนอ ชิน้ งาน
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ชิ้นงาน/การ การประเมนิ แบบประเมนิ -ตรงกับความเปน็
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี อธบิ าย/การ จรงิ

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ นำเสนอ -ความถกู ตอ้ ง
2. ซอื่ สตั ยส์ จุ ริต - ความเขา้ ใจ
3. มีวนิ ัย ชิ้นงาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความเหมาะสม
4. ใฝ่ความรู้ อธบิ ายหรือการ ประเมนิ ประเมนิ
6. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
8. มจี ิตสาธารณะ นำเสนอ ชิน้ งาน/ ชนิ้ งาน/ การ
การสงั เกต สงั เกตการ
ทกั ษะศตวรรษท่ี 21
1. Reading การอธิบาย อธบิ ายหรือ
2. Writing หรือการ การนำเสนอ
3. Arithmetic นำเสนอ
4. Critical thinking and problem
solving
5. Creativity and innovation
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information
and media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion

บันทกึ ผลหลังการสอน
สรปุ ผลการเรียนการสอน

1. นักเรียนจำนวน........................คน
ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู.้ ..............คน คิดเป็นร้อยละ.................................
ไมผ่ า่ นจุดประสงค.์ ...........................คน คดิ เป็นร้อยละ.................................

2. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นกั เรียนมคี วามรู้เกิดทักษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นักเรยี นเจตคติ/คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………….……………………
(นางสาวปัญณวีย์ รามสูต)
ตำแหนง่ ครู ค.ศ.1

ความเห็นของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ความเห็นของหัวหน้างานวิชาการ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….

ลงชื่อ……………………………………………… ลงช่ือ……………………………………..……………
(นางสาวปัญณวีย์ รามสูต) (นางจรรยา ทองนอ้ ย)

ความเห็นของรองผอู้ ำนวยการสถานศึกษา

……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
. ลงช่ือ…………………………………………………………

(นายชัยรัชต์ คงลาภ)

ความเหน็ ของผ้บู รหิ ารสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู้ อง นางสาวปัญณวีย์ รามสูต แล้วมีความคิดเหน็ ดังน้ี
1. เป็นแผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี
 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรงุ
2. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เน้นผ้เู รียนเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
 ยังไมเ่ นน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป

3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
 นำไปใชไ้ ด้จริง
 ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้

4. ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

................................................................

(นางสาวสุพชาต ชมุ่ ชื่น )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวดั กลางคลองสาม

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2/4 ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1
วิชา สังคมศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม จำนวน 10 คาบ

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 2 ชอื่ หน่วย ใกล้ตวั เรอื่ งเศรษฐศาสตร์ เวลา 2 คาบ
เรอื่ ง การบรโิ ภค
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้

ทรพั ยากรท่ีมีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมท้ังเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อ

การดำรงชวี ิตอยา่ งมดี ุลยภาพ
ตวั ชี้วัดข้อ 2 วิเคราะห์ค่านิยมและพฤติกรรมการบริโภคของคนในสงั คมซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจของ

ชมุ ชนและประเทศ
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและ

ความจำเป็นของการร่วมมือกันทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก

ตัวช้ีวดั ขอ้ 3 ระบุปัจจัยท่ีมีอทิ ธิพลต่อการกำหนดอปุ สงค์และอุปทาน

2. สาระการเรยี นรู้
2.1 การบริโภค

- ความหมายของการบรโิ ภค

- ปัจจยั ทม่ี ีอิทธิพลต่อการบริโภค

- พฤติกรรมของผูบ้ ริโภค

- หลกั การบรโิ ภคทด่ี ี

- วิธีการเลอื กบริโภค

- ค่านิยมและผลดผี ลเสียของพฤตกิ รรมการบริโภคของคนในสังคม

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 อธิบายความหมายและความสำคัญของการบริโภคและความจำเป็นก่อนท่ีจะตัดสินใจบริโภค

สนิ ค้าและบริการได้
3.2 วิเคราะหป์ จั จยั ท่มี ีอทิ ธิพลต่อพฤติกรรมผู้บรโิ ภคได้

4. พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ KnowledgePracticeAttitude( K PA)

ด้านความรู้ ( Knowledge : K)
อธิบายความหมายและความสำคัญของการบริโภคและความจำเป็นก่อนท่ีจะตดั สินใจบรโิ ภค

สินค้าและบริการได้

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
วิเคราะห์ปจั จัยท่ีมีอทิ ธพิ ลตอ่ พฤติกรรมผู้บรโิ ภคได้

ดา้ นเจตคติ/คุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์ (Attitude: A)
1. รักชาติ
2. ซ่ือสตั ยส์ ุจริต
3. มีวนิ ัย
4. ใฝ่ความรู้
5. อยู่อย่างพอเพียง
6. มุ่งมั่นในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มจี ิตสาธารณะ

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนหลักสตู รการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. ทกั ษะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอ่าน (Reading)
2. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
3. ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
4. ทักษะดา้ นการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปญั หา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทักษะดา้ นการสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
6. ทกั ษะด้านความรว่ มมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผูน้ ำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทักษะด้านความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรมตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
8. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและร้เู ท่าทันสอ่ื (Communication information
and media literacy)
9. ทักษะด้านคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT
Literacy)
 10. ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มีคณุ ธรรม มเี มตตา กรุณา มรี ะเบยี บวนิ ยั (compassion)

7. การบรู ณาการ
 1. บูรณาการรายวิชาอื่น………………………………………
 2. บูรณาการหลักสูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
 3. อนื่ ๆ (ระบ.ุ .....................................................)

8. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำ
1. ครูนำภาพโทรศัพท์เคลอื่ นท่ียี่ห้อต่าง ๆ มาใหน้ ักเรียนดู และสอบถามนักเรียนเป็นรายบุคคลว่า

นักเรยี นชอบสนิ ค้าในภาพใด และถ้าให้นกั เรียนตดั สินใจซื้อสินคา้ ในภาพนกั เรียนจะเลอื กซือ้ สนิ ค้าในภาพใด
เพราะเหตุใด

2. ครูสนทนากับนักเรียนว่าสินค้าและบริการต่าง ๆ นั้นมีอยู่มากมาย ซ่ึงผู้ท่ีจะเลือกใช้สินค้าและ
บริการน้ันย่อมต้องรู้จักตัดสินใจอย่างเหมาะสม ซึ่งปัจจัยในการเลือกซื้อสินค้าและบริการ ได้แก่ ราคา
ของสินคา้ รายได้ของผู้บริโภค รสนิยมของผู้บริโภค และการโฆษณา เป็นตน้

ขนั้ สอน
1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย (Discussion Method) ในประเด็น ความหมายของการบริโภค
และปจั จัยทมี่ อี ทิ ธพิ ลตอ่ การบรโิ ภค
2. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ L.T. (Learning Together) เร่ือง “พฤติกรรมของผู้บริโภค” โดย
แบ่งนักเรียนเข้ากลุ่มคละความสามารถ (เก่ง - ปานกลาง - อ่อน) กลุ่มละ 4 คน นักเรียนแต่ละกลุ่มส่ง
ตัวแทนมาจับสลากหัวขอ้ ศกึ ษากจิ กรรมกลุม่ เพ่อื ตอบคำถาม ดังนี้

- หลักการบริโภคที่ดเี ป็นอยา่ งไร

- วิธกี ารเลือกบริโภคทเ่ี หมาะสมควรเปน็ อย่างไร

- ค่านยิ มและผลดผี ลเสยี ของพฤตกิ รรมการบริโภคของคนในสงั คมไทยมอี ะไรบ้าง

3. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาเนื้อหาร่วมกันโดยกำหนดให้แต่ละคนมีบทบาทหน้าที่ช่วยกลุ่มในการ
เรยี นรู้ ดงั น้ี

สมาชิกคนท่ี 1 : อา่ นคำสัง่ (ความรู้เก่ยี วกบั พฤติกรรมของผู้บรโิ ภค)
สมาชิกคนที่ 2 : หาคำตอบ
สมาชกิ คนที่ 3 : หาคำตอบ
สมาชกิ คนท่ี 4 : ตรวจคำตอบ
4. แตล่ ะกลุ่มร่วมกนั สรุปองคค์ วามรู้ พร้อมส่งตวั แทนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน
5. ให้นกั เรียนทำกิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้ 5
ขน้ั สรุป

1. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายสรุปประเด็น นกั เรียนเขยี นผงั ความคดิ สรุปผลการเรียนรู้เก่ยี วกับ

พฤตกิ รรมของผู้บรโิ ภค

2. นักเรยี นทำกิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้ 5

9. ชิ้นงาน/ภาระงาน
9.1 การสรุปองคค์ วามรแู้ ละการนำเสนองานหนา้ ช้ันเรยี น

10. สอื่ การเรยี นรู้ / แหล่งเรียนรู้

10.1 สื่อการเรยี นรู้
10.1.1. หนังสอื เรยี นรายวิชาพื้นฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ของ

บรษิ ัท แม็คเอ็ดดูเคชน่ั จำกดั
10.1.2. ซดี รี อม เว็บไซตค์ วามรูข้ องบรษิ ทั แม็คเอด็ ดเู คชัน่ จำกัด
10.1.3. ส่ือเทคโนโลยสี ารสนเทศต่าง ๆ

10.2 แหล่งการเรยี นรู้
1021.1. ห้องสมดุ ของโรงเรยี น
10.2.2. อินเทอร์เน็ตจากเวบ็ ไซตต์ ่าง ๆ เชน่

11. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
11.1 กิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้ 4

เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)

เกณฑก์ าร ระดบั คณุ ภาพ / คะแนน

ประเมนิ ดีเย่ยี ม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)

เกณฑก์ ารประเมิน

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนตัดสนิ ระดับคุณภาพช้ินงาน/ภาระงาน

ระดบั 4 หมายถงึ ดีเยีย่ ม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดบั 3 หมายถึง ดี = 5 – 6 คะแนน
1 - 4 คะแนน
ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ =

ระดับ 1 หมายถึง ปรบั ปรงุ =

การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคแ์ ละทักษะศตวรรษที่ 21

ประเดน็ ประเมิน แหลง่ วธิ วี ดั เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้
คะแนน
สมรรถนะสำคัญ ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/
1. ความสามารถในการสอื่ สาร อธบิ ายหรือการ การสงั เกต แบบสงั เกต - ความถกู ตอ้ งของ
2. ความสามารถในการคิด นำเสนอ ชิน้ งาน
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ช้ินงาน/การ การประเมนิ แบบประเมนิ -ตรงกับความเปน็
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี จรงิ
อธบิ าย/การ
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ นำเสนอ -ความถกู ตอ้ ง
2. ซอ่ื สตั ย์สุจริต - ความเขา้ ใจ
3. มวี นิ ัย ชิ้นงาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความเหมาะสม
4. ใฝค่ วามรู้
6. มงุ่ มั่นในการทำงาน อธิบายหรือการ ประเมนิ ประเมนิ
8. มีจิตสาธารณะ นำเสนอ ชิน้ งาน/ ชนิ้ งาน/ การ
การสงั เกต
ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 การอธิบาย สงั เกตการ
1. Reading หรือการ อธบิ ายหรือ
2. Writing การนำเสนอ
3. Arithmetic นำเสนอ
4. Critical thinking and problem
solving
5. Creativity and innovation
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information
and media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion

บันทกึ ผลหลงั การสอน
สรปุ ผลการเรียนการสอน

1. นกั เรียนจำนวน........................คน
ผ่านจุดประสงค์การเรียนร้.ู ..............คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................................
ไม่ผ่านจดุ ประสงค์............................คน คดิ เป็นร้อยละ.................................

2. นกั เรียนมีความรคู้ วามเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นักเรียนมีความรู้เกดิ ทักษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นักเรียนเจตคติ/คณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื …………………….……………………
(นางสาวปัญณวีย์ รามสตู )
ตำแหนง่ ครู ค.ศ.1

ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ ความเห็นของหวั หนา้ งานวิชาการ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….

ลงช่อื ……………………………………………… ลงชือ่ ……………………………………..……………
(นางสาวปญั ณวีย์ รามสูต) (นางจรรยา ทองนอ้ ย)

ความเหน็ ของรองผ้อู ำนวยการสถานศกึ ษา
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..

. ลงชื่อ…………………………………………………
(นายชัยรชั ต์ คงลาภ)

ความเหน็ ของผูบ้ ริหารสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ของ นางสาวปัญณวีย์ รามสูต แลว้ มีความคิดเหน็ ดังนี้
1. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรุง
2. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
 ยงั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป

3. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี
 นำไปใชไ้ ดจ้ ริง
 ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้

4. ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

................................................................

(นางสาวสุพชาต ชมุ่ ชืน่ )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนวัดกลางคลองสาม

ใบงานท่ี 2.1 เรื่อง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจในชุมชน

คำช้ีแจง ให้นักเรียนวิเคราะห์ปัญหาเศรษฐกิจในชุมชนของตนแบบผังก้างปลาหรือวิเคราะห์ปัญหาและ
สาเหตุอย่างเป็นระบบ (Cause & Effect Diagram) ที่แสดงสมมติฐานของสาเหตุหลาย ๆ สาเหตุ ที่ส่งผล
ต่อปัญหาหนึ่งปัญหา (ดังภาพ)

ชุมชนทีน่ ักเรยี นอยู่อาศยั คือ ...................................................
ปญั หาเศรษฐกิจในชมุ ชนทพ่ี บ

1. ปัญหา .........................................................................................................................

ปัญหา
…………….
…………………

…….
…………………..

……………..

2. ปญั หา .........................................................................................................................

ปัญหา
…………….
…………………

…….
…………………..

……………..

3. ปญั หา .........................................................................................................................

ปัญหา
…………….
…………………

…….
…………………..

……………..

แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิ

1. สถาบนั การเงินหมายถงึ อะไร และมีความสำคัญอยา่ งไร
สถาบนั การเงนิ หมายถงึ หน่วยงานหรือองค์การท่ีทำหน้าที่เป็นส่ือกลางระดมเงินออมจากผู้ท่ีมเี งิน

ออมมาใหผ้ ู้ที่ต้องการกยู้ มื เพอื่ การบรโิ ภค การลงทุน หรอื การประกอบการธุรกจิ มีความสำคัญ คือ
1. เปน็ ตัวกลาง หมายถงึ เป็นตัวกลางระหวา่ งผฝู้ ากเงินกบั ผกู้ ้เู งิน
2. เป็นผู้รับภาระความเส่ียงแทนผู้ฝากเงินเนื่องจากสถาบันการเงินจะนำเงินของผู้ฝากไปปล่อย

สินเช่ือแกผ่ ู้กู้ (เพื่อหวังกำไร) ดังนั้นสถาบนั การเงินจึงต้องรบั ภาระความเส่ยี งแทนผ้ฝู ากเงิน
3. สร้างสภาพคล่องทางการเงิน โดยสถาบันการเงินเป็นผู้ค้ำประกันการออกเช็ค ต๋ัวสัญญาใช้เงิน

บัตรเครดิต ฯลฯ ให้กับบริษัท ห้างร้าน และลูกค้า เพื่อให้ตราสารดังกล่าวได้รับการยอมรับและมีความ
น่าเชื่อถือ ทำให้การซื้อขายสินค้าต่าง ๆ ระหว่างผ้ซู ้ือกับผูข้ ายเป็นไปอยา่ งสะดวกรวดเร็ว

2. สถาบันการเงนิ ที่ไมใ่ ช่ธนาคารมีอะไรบา้ ง
สถาบนั การเงนิ ที่ไมใ่ ชธ่ นาคาร ได้แก่ บรษิ ทั ประกันชีวติ บรษิ ทั ประกนั วินาศภัย บรษิ ทั เงนิ ทนุ และ

กองทุนสำรองเล้ยี งชีพ เป็นตน้

3. นกั เรียนคิดว่าสถาบันการเงินประเภทธนาคารกับสถาบันการเงนิ ท่ีไม่ใช่ธนาคารแตกต่างกันอย่างไร
สถาบันการเงินประเภทธนาคาร มีหน้าท่ีระดมเงินออมจากประชาชนแล้วนำไปปล่อยสินเชื่อเพ่ือ

การลงทุน โดยมีธนาคารกลางกำกับดูแล แตส่ ถาบนั การเงนิ ที่ไม่ใช่ธนาคาร เช่น บริษัทเงินทุน ทำหน้าท่ีใน
การระดมเงินออมจากประชาชนแล้วนำเงินไปลงทุน ไปให้กู้เพื่อพัฒนากิจการเพือ่ การบริโภคและการเคหะ
หรือสหกรณ์ มวี ัตถุประสงค์เพื่อจัดหาทุนให้สมาชิกกู้ยืม ส่งเสริมการออมของสมาชิก ชว่ ยเหลือสมาชิกด้าน
การจัดหาวสั ดุอุปกรณ์ และด้านการจำหนา่ ยผลติ ผลของสมาชกิ เป็นตน้

4. นกั เรยี นคดิ วา่ มปี ัจจัยสำคัญอะไรบา้ งทีม่ ีอทิ ธิพลต่อการเลอื กซอื้ สนิ ค้าและบรกิ ารของผู้บริโภค
1. ราคาของสินค้าและบริการชนิดนั้น ๆ โดยปกติเมื่อสนิ ค้าและบรกิ ารราคาถูกลงความตอ้ งการซื้อ

สินค้าและบริการจะเพิ่มข้นึ แต่ถ้าสินคา้ และบรกิ ารราคาสงู ขึน้ ความต้องการซือ้ สินคา้ และบริการจะลดลง
2. รายได้ของผู้บรโิ ภค โดยท่ัวไปเมือ่ ผู้บริโภคหรือผซู้ ื้อมีรายได้เพิ่มขนึ้ จะมแี นวโน้มในการซื้อสนิ ค้า

เพ่ิมข้นึ และเมอ่ื มีรายไดล้ ดลง กม็ แี นวโนม้ ทจี่ ะซือ้ สินคา้ ลดลง
3. รสนยิ มของผู้บรโิ ภค ทัศนะหรือความชื่นชอบส่วนบุคคลท่ีมตี ่อสินค้าและบริการชนิดน้นั ๆ ซึ่งมี

ผลต่อการเปล่ียนแปลงอปุ สงค์
4. สินค้าที่ใช้ทดแทนกันได้ เมื่อสินค้าชนิดหนึ่งมีราคาสูงข้ึน จะทำให้ปริมาณซ้ือของสินค้าอีกชนิด

หนึ่งเพ่ิมข้ึน เช่น เมื่อไข่เป็ดมีราคาสูงขึ้น ในขณะท่ีไข่ไก่มีราคาคงเดิม ผู้บริโภคก็จะหันไปซื้อไข่ไก่เพ่ิมขึ้น

และสินค้าที่ต้องใช้ร่วมกัน เม่ือสินค้าชนิดหนึ่งมีราคาสูงข้ึน ก็จะมีผลทำให้ปริมาณซ้ือสินค้าอีกชนิดหน่ึง
ลดลง เช่น นำ้ มนั กบั รถยนต์

5. การคาดคะเนในอนาคต เชน่ ถ้าผบู้ ริโภคคาดวา่ ราคาข้าวจะเพ่มิ สงู ข้นึ กจ็ ะรีบซ้อื กกั ตุนไว้
6. ฤดูกาลและเทศกาล เช่น ในฤดูร้อน อุปสงค์ของเครื่องปรับอากาศ เคร่ืองด่ืม จะเพิ่มข้ึนในฤดู
หนาว อุปสงคข์ องเส้อื กันหนาวจะเพ่ิมข้ึน

5. ใหย้ กตัวอยา่ งการพ่ึงพาและการแขง่ ขนั ทางเศรษฐกิจในชุมชนมา 1 อย่าง
(คำตอบอิสระ)


Click to View FlipBook Version