-2-
แบบรายงานโครงการ
ชือ่ โครงการจติ อาสา โครงการจติ อาสาเพอื่ พัฒนาชมุ ชน
ลกั ษณะโครงการ/กิจกรรม การประชาสัมพนั ธ์ ระยะเวลาดำเนินงาน เดือนสิงหาคม - เดือนตุลาคม
ผู้รับผิดชอบโครงการ/กิจกรรม นางสาว กฤษณา จันทรเ์ กดิ
ครูที่ปรึกษา คุณครสู ุจิตรา ราชวงศ์
1.วตั ถปุ ระสงคโ์ ครงการ
1.เพอ่ื เป็นการพัฒนาชมุ ชนใหน้ า่ อยมู่ ากขึน้
2.เพือ่ ช่วยส่งเสริมการทำกิจกรรมเวลาว่างที่เป็นประโยชน์
2. เป้าหมายโครงการ
1.ตอ้ งการให้สมาชิกในชุมชนไดใ้ ชป้ ระโยชน์ร่วมกนั
2.ตอ้ งการใหช้ มุ ชนมกี ารพัฒนาไปในทางทดี่ ี
3.กจิ กรรมที่ปฏบิ ัตโิ ครงการ
1.จัดพ้นื ท่ใี นการทำกิจกรรมของชมุ ชนให้ดยี ิง่ ขึ้น
2.จดั สถานทใี่ นการทำกจิ กรรมตา่ งๆ และ จัดทำโตะ๊ เกา้ อ้ี สำหรบั นง่ั ในบรเิ วณชมุ ชน
4.ผลการดำเนินโครงการ
1.มสี ถานทีส่ ำหรบั ทำกิจกรรมภายในชมุ ชน
2.คนในชมุ ชนมกี ารจัดทำกจิ กรรมในเวลาว่างท่ีกอ่ ใหเ้ กิดประโยชน์
5. ปัญหาทพ่ี บ
1.บริเวณที่จดั ทำกจิ กรรมบางพ้ืนทย่ี ังไม่สามารถแกไ้ ขได้
2.บางพน้ื ทไ่ี ม่เหมาะสมแกก่ ารดำเนนิ กิจกรรมต่างๆ
6. งบประมาณที่ (คาดวา่ จะใช้ 2,000 บาท
7.ความคิดเห็นของผรู้ บั ผดิ ชอบโครงการ
1.ทำให้ชมุ ชนมพี ื้นที่สำหรบั ทำกจิ กรรมตา่ งๆยามว่าง
2.ทำให้คนในชุมชนสว่ นหน่ึงได้ทำกิจกรรมร่วมกนั ในชุมชน
-3-
บทคดั ย่อ
ช่อื โครงการจิตอาสา “โครงการจติ อาเพอื่ พัฒนาชมุ ชน”
ผุ้จดั ทำ นางสาว กฤษณา จันทร์เกดิ เลขที1่ 4
ช้นั มัธยมศึกษาปที 5่ี /9
ครทู ี่ปรกึ ษา คุณครสู จุ ติ รา ราชวงศ์
สถานศกึ ษา โรงเรียนเตรียมอุดมศกึ ษา ภาคเหนอื
บทคัดย่อ
โครงการจติ อาสาเพ่อื พฒั นาชมุ ชนฉบบั นี้ เป็นส่วนหนึง่ ของวิชาการนำองคค์ วามรู้ไปใชบ้ ริการสงั คมกิจกรรมเพอ่ื สงั คมและ
สาธารณะประโยชน์ วิชา IS 1 และวชิ า IS 2 ไดจ้ ัดทำข้ึนเพ่ือปลูกฝังและสร้างจิตสำนกึ ทด่ี ีใหก้ บั ผู้ทเี่ ขา้ ร่วมโครงการจติ อาสา
ซ่ึงเป็นการขัดเกลาทางจติ ใจให้กับสมาชกิ ใหเ้ ห็นคณุ คา่ ของการชว่ ยเหลอื ผอู้ ื่น รวมถึงการจัดสถานทเ่ี พอ่ื ส่งเสรมิ การทำ
กจิ กรรมเวลาว่างของคนในชุมชน
โครงการจติ อาสาเพื่อพฒั นาชุมชนฉบบั นข้ี องนกั เรยี นช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 5/9 ซึ่งจดั ขน้ึ ระหว่างเดอื นสงิ หาคม - ตุลาคม
ณ บ้านหนองแขม ตำบลหนองแขม อำเภอพรหมพริ าม จังหวดั พิษณโุ ลก
ผจู้ ัดทำพบปญั หาจากการสำรวจพบวา่ พนื้ ที่ทใ่ี ช้สำหรับการทำจิตอาสาบางพน้ื ทนี่ ัน้ ยังไมส่ ามารถแกไ้ ขเพื่อสง่ เสรมิ การทำ
กิจกรรมต่างๆของคนในชมุ ชนได้ เนือ่ งจากบางพืน้ ทมี่ บี รเิ วณแอ่งนำ้ และ มีต้นไมข้ นาดใหญจ่ งึ ยากต่อการแก้ไขปรบั ปรงุ พื้นที่
บางพ้ืนที่
-4-
สารบญั
เรอ่ื ง หน้า
บทคดั ย่อ 3
กติ ติกรรมประกาศ 5
คำนำ 6
บทท1่ี บทนำ 7-8
บทท2่ี เอกสารและโครงการทีเ่ ก่ยี วข้อง 9-15
บทท3ี่ ประเภทการประชาสมั พันธ์ 16-17
บทท4ี่ ผลการศึกษาคน้ คว้า 18-19
บทท5่ี สรุปผลอภปิ รายผลและขอ้ เสนอแนะ 20
บรรณานกุ รม 21
ผู้จดั ทำ 22
-5-
กิตติกรรมประกาศ
ผจู้ ดั ทำขอขอบคุณ คณุ ครูสุจิตรำ รำชวงศ์ เป็นอยำ่ งยง่ิ ท่ีให้ควำมรู้และใหค้ ำปรึกษำเก่ียวกบั กำรทำโครงกำรจิตอำสำเพื่อ
พฒั นำชุมชน
นอกจำกน้ี ผจู้ ดั ทำยงั ขอขอบคุณ พอ่ แม่ ผปู้ กครอง ที่ช่วยสนบั สนุนและผทู้ ่ีมีส่วนร่วมในกำรทำโครงกำรจิตอำสำน้ี
กฤษณำ จนั ทร์เกิด
ผจู้ ดั ทำ
-6-
คำนำ
รายงานเลม่ น้ีจดั ทำขนึ้ เพอื่ เป็นสว่ นหนงึ่ ของวชิ า IS1 และวชิ า IS2 เพอื่ ให้ได้ศกึ ษาหาความรู้ในเรอ่ื งราวของการสืบค้น
และค้นคว้าและการสือ่ สารและการนำเสนอโดยได้ศึกษาผา่ นแหลง่ ความรตู้ ่างๆอาทิ เชน่ ตำรา หนังสอื หนังสอื พิมพ์วารสาร
ห้องสมดุ และแหลง่ ความรู้จากเว็บไซต์ตา่ งๆ
โดยโครงงานเลม่ นี้ตอ้ งมีเนอื้ หาเกย่ี วกับวตั ถุประสงค์ความหมาย ประเภท และความสำคญั ของโครงงานจติ อาสา
“โครงการจติ อาสาเพอ่ื พัฒนาชมุ ชน ” ต่อชุมชน
ผู้จัดทำคาดหวงั เป็นอย่างย่ิงวา่ การจัดทำเอกสารฉบับนจ้ี ะมีขอ้ มลู ทเี่ ปน็ ประโยชน์ต่อผู้ทสี่ นใจศึกษาวรรณกรรมไทยเปน็ อย่างดี
กฤษณา จันทรเ์ กดิ
-7-
บทท่ี1
บทนำ
แนวคิดของโครงการ
ความเจริญร่งุ เรืองทางดา้ นวตั ถใุ นปจั จุบนั เป็นสาเหตุที่ทำใหส้ งั คมโดยท่ัวไป มคี า่ นยิ มท่ใี หค้ วามสำคญั ในการแสวงหาเงนิ
ทอง แสวงหาอำนาจ บารมี มากกว่าทจ่ี ะให้ความสำคญั ทางด้านจติ ใจ สังคมในปจั จุบันจึงกลับเส่ือมโทรมลงอยา่ งเห็นได้ชัดเจน
ปญั หาต่าง ๆ ท่ีมมี ากมาย ดงั นน้ั การปลกู ฝังความสำนึก ให้กับบคุ คล เพือ่ ให้มคี วามรับผิดชอบตอ่ ตนเองและสงั คมจงึ ควรทจ่ี ะ
เกดิ ข้นึ ในสงั คม ด้วยเหตนุ ้ี ในปจั จบุ ัน จงึ มีการกลา่ วถงึ คำวา่ “จิตสาธารณะ” เพ่อื ใหผ้ คู้ นไดต้ ระหนักถงึ ความรับผดิ ชอบตอ่
สาธารณะมากกวา่ ตนเอง หมายถงึ ว่า ทุกคนต้องมกี ารใหม้ ากกวา่ การรบั เพราะสิ่งเหล่าน้ี ถา้ สามารถปลกู ฝงั ให้เดก็ และ
เยาวชนไดต้ ระหนกั สังคมยอ่ มไดร้ บั แตค่ วามสขุ อย่างแน่นอน คำวา่ “จิตสาธารณะ” จึงมีความสำคัญตอ่ ชวี ิตและความเป็นอยู่
ของมนุษย์โดยส่วนรวม
การปลกู ฝงั ความสำนกึ กับบุคคลต่างๆ ใหม้ ีความรับผดิ ชอบต่อตนเองและสงั คมหรอื สาธารณะจะเป็นการสร้างคณุ ธรรม
จรยิ ธรรม ให้เกิดข้ึนกับบคุ คลโดยทว่ั ไป โดยเฉพาะเดก็ และเยาวชน ประชาชนทวั่ ไป ส่ิงเหลา่ น้ีเป็นเรื่องทเ่ี กดิ ข้ึนจากภายใน
กายของคน "จติ สาธารณะ" เป็นความสำคญั ในการปลูกจิตสำนกึ ใหผ้ คู้ นรจู้ ัก การเสยี สละ การรว่ มแรงร่วมใจรว่ มมือในการทำ
ประโยชน์ เพื่อสงั คมและส่วนรวม อกี ท้ังจะช่วยลดปญั หาทเี่ กิดขึน้ กบั ตนเองและสังคม การชว่ ยกนั พฒั นาคณุ ภาพชวี ิต อันจะ
เปน็ หลักการในการดำเนินชวี ติ เปน็ การแกป้ ญั หาและสร้างสรรค์ เพอื่ ใหเ้ กิดประโยชน์สขุ กบั สงั คมอยา่ งไดผ้ ลเปน็ เชงิ ประจกั ษ์
ได้
ทีม่ า
จติ อาสา (Voluntary) มีที่มาจากการรวมกันของคำสองคำ คือคำว่า “จิต” และคำว่า “อาสา” จติ หมายถงึ จิตใจหรอื
ความรสู้ กึ นกึ คดิ ส่วน อาสา นนั้ หมายถึงการทำสิ่งใดดว้ ยความสมคั รใจโดยไมม่ ผี ใู้ ดบงั คับ ... มจี ติ ใจเสยี สละ เหน็ แกป่ ระโยชน์
สว่ นรวมมากกว่าประโยชนส์ ่วนตน เสียสละเวลาเพอื่ ใหเ้ กิดประโยชน์ตอ่ สงั คม
วตั ถุประสงค์
1.เพอ่ื เป็นการพฒั นาชมุ ชนให้น่าอยู่มากขึ้น
2.เพ่อื ชว่ ยส่งเสรมิ การทำกิจกรรมเวลาวา่ งทีเ่ ปน็ ประโยชน์
ผลทค่ี าดว่าจะไดร้ ับ
1.มีสถานที่สำหรบั ทำกจิ กรรมภายในชุมชน
2.คนในชุมชนมีการจดั ทำกจิ กรรมในเวลาวา่ งทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ ประโยชน์
3.คนในชุมชนมคี วามตระหนกั ถึงสว่ นรวมมากขนึ้
-8-
คำนยิ ามศัพท์ (สืบค้นจากพจนานกุ รมหรอื websiteพจนานุกรม)
จติ อาสา หมายถงึ เปน็ งานทที่ าดว้ ยความสมัครใจ เสยี สละ เพ่ือผลแห่งความดโี ดยไมห่ วังผลตอบแทน และไม่แบ่งแยกเพศ
อายุฐานะทางสังคม เศรษฐกิจ หรอื ยศ ตำแหนง่ ใดๆ โดยถือวา่ “ประชาชนจิต อาสา” คือ ผู้ที่เสียสละ มจี ติ อนั เปน็ กศุ ล เพือ่
ทำงานสรา้ งประโยชน์ให้กับประเทศชาติ
กติ ติกรรมประกาศ หมายถงึ ข้อความทกี่ ล่าวถงึ ผลงานและแสดงความขอบคณุ บคุ คลทเ่ี กีย่ วข้อง หรอื ทใ่ี หค้ วามชว่ ยเหลอื
ต่าง ๆ มักเขียนไวต้ อนต้นของวิทยานพิ นธ์
อภปิ ราย หมายถงึ พูดชีแ้ จงแสดงความคดิ เหน็
คำนำ หมายถงึ คำอธิบายหรือช้แี จงเหตทุ เ่ี ขียนหรือพมิ พห์ นงั สอื เร่อื งนั้นข้ึน
ประชาสมั พนั ธ์ หมายถึง ตดิ ตอ่ สื่อสารเพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันถกู ตอ้ งต่อกนั
โครงการ หมายถงึ แผนหรอื เค้าโครงตามทกี่ ำหนดไว้
โปสเตอร์ หมายถงึ ส่ิงพมิ พข์ นาดใหญท่ พี่ ิมพล์ งบนวสั ดุ เชน่ กระดาษ พลาสตกิ ผา้ ใบ เป็นต้น เพื่อจุดประสงคใ์ นการ
โฆษณาประชาสมั พนั ธ์ หรอื ใชเ้ ป็นส่ือการสอน
ออนไลน์ หมายถงึ เป็นคำศพั ทใ์ นวงการเทคโนโลยีคอมพวิ เตอร์และโทรคมนาคม ออนไลน์แสดงถึงสถานะของการเช่ือมต่อ
กับเครือขา่ ย ไม่วา่ จะเป็นเครือข่ายใด ๆ และออฟไลน์แสดงถึงสถานะของการไม่เช่ือมตอ่ ในความหมายปกติทว่ั ไป ออนไลน์
อาจหมายถึงการเช่อื มตอ่ กบั อนิ เทอร์เนต็ หรือเวลิ ด์ไวดเ์ ว็บ
สมมติฐานในการสำรวจพื้นที่
1.มพี นื้ ที่ทใี่ ช้ในการทำกจิ กรรมของคนในชมุ ชนยามวา่ ง
2.พ้นื ท่ีบรเิ วณน้นั สามารถสง่ เสรมิ การทำกจิ กรรมได้หลายอย่าง
3.พืน้ ทีบ่ รเิ วณนัน้ สามารถเปน็ ท่ผี อ่ นคลายจิตใจใหก้ ับคนในชุมชนได้พักผอ่ นได้
-9-
บทท่ี2
เอกสารและโครงการที่เกยี่ วขอ้ ง
ประเภทของจติ อาสา
จิตอาสา แบง่ เปน็ 3 ประเภท ดงั นี้
1. จติ อาสาพัฒนา : ได้แก่กจิ กรรมจติ อาสาพระราชทานที่มีวัตถปุ ระสงคเ์ พอ่ื พัฒนาท้องถนิ่
ของแตล่ ะชุมชนให้มคี ณุ ภาพชวี ิตและความเปน็ อยทู่ ีด่ ีขนึ้ ไม่วา่ จะเปน็ กิจกรรมบ าเพ็ญ สาธารณประโยชน์ การ
อนุรกั ษธ์ รรมชาติและสิง่ แวดลอ้ มการอ านวยความสะดวกและความปลอดภัยในการด ารงชีวิตประจ าวันการ
ประกอบอาชพี รวมท้งั การ สาธารณสขุ ฯลฯ แบง่ ตามภารกจิ งานเปน็ 8 กลุม่ งาน ดังนี้
1.1 จติ อาสาพฒั นาชมุ ชนเข้มแขง็ ประชามสี ุข หมายถงึ กล่มุ งานจติ อาสาทีเ่ ข้าร่วม
กิจกรรมสาธารณประโยชน์ อาทิ การขดุ ลอกคคู ลอง การดูแลรักษา ความสะอาดเรยี บร้อยของศาสนสถาน
หรอื สถานทส่ี าธารณะ การจดั เก็บผักตบชวา การปลกู ต้นไม้ รวมทง้ั การพฒั นาโครงการตา่ ง ๆ ท่สี ร้างความ
เป็นอยู่ของ ชุมชนให้เข้มแขง็ ประชาชนมีความสุขอยา่ งยัง่ ยืน
1.2 จิตอาสางานประดษิ ฐแ์ ละเผยแพร่งานศลิ ปาชีพ หมายถึง กลุม่ งานจติ อาสาท่ี
น าความรู้ทางดา้ นศลิ ปหตั ถกรรมพ้นื บา้ น/ภมู ิ ปญั ญาทอ้ งถิน่ มาเผย แพร่ และถา่ ยทอดเพ่ือให้ประชาชนน า
ความรูท้ ไี่ ดร้ ับไปพฒั นาให้เป็นประโยชน์ต่อไป
1.3 จิตอาสาฝา่ ยกจิ กรรมการแสดงและนิทรรศการ หมายถึง กลุม่ งานจติ อาสาที่
ปฏบิ ตั ิงานสนบั สนนุ ในการจดั งานหรือกจิ กรรมการแสดงและมีนทิ รรศการ เฉลิมพระเกยี รติ เพื่อเผยแพร่พระ
ราชกรณยี กิจและเผยแพรก่ จิ กรรมจิตอาสาฯ เชน่ กจิ กรรมการแสดงดนตรีบรเิ วณพระลานพระราชวังดสุ ิต
การจดั งานอุ่นไอ รัก คลายความหนาว งานเถลงิ ศกสขุ สนั ตม์ หาสงกรานตต์ านานไทย เป็นต้น
1.4 จิตอาสาฝ่ายแพทยแ์ ละสาธารณสุข หมายถงึ กล่มุ งานจิตอาสาทป่ี ฏบิ ตั ิงาน
สนบั สนนุ และชว่ ยอ านวยความสะดวกแกแ่ พทย์ พยาบาล รวมถึงช่วยอ านวย ความสะดวกดา้ นการปฐม
พยาบาลเบ้ืองต้น ตลอดจนสง่ เสรมิ ให้ประชาชนมคี วามร้คู วามเขา้ ใจในการดูแลสุขภาพ
1.5 จิตอาสาฝา่ ยทะเบียนและข้อมูล หมายถึง กล่มุ งานจติ อาสาทใี่ หค้ าแนะน าและ
อ านวยความสะดวกประชาชนทมี่ าลงทะเบยี นจิตอาสาฯ
1.6 จติ อาสาฝ่ายส่งก าลงั บ ารงุ และสนบั สนนุ หมายถงึ กลุม่ งานจติ อาสาท่สี นบั สนุน
- 10 -
อำนวยความสะดวก ดูแลความเรยี บรอ้ ย จัดหาหรือบริการอาหาร น้ าดื่ม ใหก้ ับประชาชนท่ีเข้ารว่ มกจิ กรรม/
จติ อาสาที่เข้ารว่ มปฏบิ ัตงิ าน
1.7 จติ อาสาฝา่ ยระชาสัมพันธ์ หมายถึง กลุ่มงาน จิตอาสาที่ ช่วยงาน
ประชาสมั พนั ธ์และใหบ้ ริการขอ้ มลู การจดั กิจกรรมจติ อาสาฯรวมถงึ ช่วยดูแลตอ้ นรับ ประชาชนทีม่ าเขา้ ร่วม
กจิ กรรม
1.8 จติ อาสาฝา่ ยรักษาความปลอดภัยและจราจร หมายถงึ กลุ่มงานจิตอาสาท่ี
สนบั สนุนและชว่ ยอ านวยความสะดวกในการสญั จรของประชาชนการแนะน า เส้นทางการแจ้งอบุ ตั เิ หตุ
การจราจรให้เจา้ พนักงานทราบ
2. จติ อาสาภยั พบิ ตั ิ : ไดแ้ ก่กจิ กรรมจิตอาสาพระราชทานที่มวี ัตถปุ ระสงคเ์ พื่อเฝ้า ตรวจ
เตือน และเตรยี มการรองรับภยั พบิ ัติท้ังทีเ่ กดิ จากธรรมชาติ และเกดิ จากสาเหตอุ ่ืนๆ ทส่ี ง่ ผลกระทบต่อ
ประชาชนในพื้นท่ีโดยรวมและการเขา้ ช่วยเหลือบรรเทาความเดอื ดรอ้ นของประชาชนจากภัยพบิ ัติ ดังกล่าว
เชน่ อุทกภยั วาตภยั อคั คีภยั เปน็ ต้น
3. จติ อาสาเฉพาะกจิ : ได้แก่กจิ กรรมจติ อาสาพระราชทานทมี่ ีวตั ถปุ ระสงค์ใหป้ ฏิบัตใิ นงาน
พระราชพธิ ี หรือการรบั เสดจ็ ในโอกาสตา่ งๆ เป็นการใชก้ าลังพลจติ อาสารว่ มปฏบิ ตั กิ บั สว่ นราชการท่ี
เก่ียวขอ้ งในการชว่ ยเหลือหรอื อ านวยความสะดวกแกป่ ระชาชนท่มี าร่วมงานรวมทัง้ การเตรยี มการ การเตรยี ม
สถานทีแ่ ละการฟื้นฟสู ถานท่ีภายหลงั การปฏบิ ตั ิในพระราชพิธี และการเสดจ็ ฯ นัน้ ๆ ใหเ้ ปน็ ไปดว้ ยความ
เรียบร้อย
- 11 -
เอกสารและโครงการทเี่ กย่ี วขอ้ ง
4W1H คือ
4W1H คือ ตัวอักษรตวั แรกของคำภาษาอังกฤษ 5 คำ ประกอบดว้ ย Who , What , When , Where และ How วิธกี ารใช้
เครื่องมอื น้ปี ระกอบดว้ ยการถามชุดคำถามอย่างเป็นระบบ เพือ่ รวบรวมขอ้ มลู ทงั้ หมดทจ่ี ำเป็นในการจดั ทำรายงานสถานการณ์
ทีเ่ กิดข้ึน โดยมจี ดุ ประสงคเ์ พือ่ ระบลุ ักษณะทแ่ี ทจ้ ริงของปัญหาและอธบิ ายออกมาอยา่ งแมน่ ยำและครบถว้ น
Who = ใคร
What = อะไร
Where = ท่ไี หน
When = เมื่อไหร่
How = อยา่ งไร
- 12 -
เอกสารและโครงการท่เี กย่ี วข้อง
ไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 คอื อะไร ?
ไวรสั โคโรนา (Coronavirus) เป็นไวรัสท่ีถกู พบครัง้ แรกในปี 1960 แตย่ ังไมท่ ราบแหลง่ ทม่ี าอยา่ งชดั เจนวา่ มาจากทใ่ี ด แต่เป็น
ไวรสั ทส่ี ามารถตดิ เช้ือไดท้ ้งั ในมนษุ ย์และสตั ว์ ปัจจบุ นั มีการค้นพบไวรสั สายพนั ธน์ุ แี้ ลว้ ทั้งหมด 6 สายพันธุ์ ส่วนสายพนั ธ์ุที่
กำลงั แพรร่ ะบาดหนักทว่ั โลกตอนนีเ้ ปน็ สายพันธุ์ทย่ี งั ไม่เคยพบมากอ่ น คือ สายพันธ์ทุ ี่ 7 จงึ ถูกเรยี กวา่ เป็น “ไวรสั โคโรนาสาย
พนั ธ์ใุ หม่” และในภายหลังถกู ต้งั ชอ่ื อยา่ งเปน็ ทางการว่า “โควิด-19” (COVID-19) นัน่ เอง
อาการเมอื่ ตดิ เช้อื ไวรสั โคโรนาสายพันธ์ใุ หม่ หรือไวรสั โควดิ -19
อาการของไวรสั โควดิ -19 ทส่ี งั เกตไดง้ ่าย ๆ ดว้ ยตัวเอง ดงั น้ี
มีไข้ เจบ็ คอ ไอแห้ง ๆ นำ้ มกู ไหล หายใจเหนอื่ ยหอบ
กลุ่มเสี่ยงติดเชือ้ ไวรสั โคโรนาสายพนั ธุ์ใหม่ หรือโควดิ -19
เด็กเลก็ (แต่อาจไม่พบอาการรนุ แรงเทา่ ผสู้ ูงอายุ)
ผ้สู งู อายุ
คนทีม่ โี รคประจำตวั อยแู่ ลว้ เช่นโรคหัวใจ เบาหวาน โรคปอดเรอื้ รงั
คนทภ่ี ูมิคมุ้ กันผดิ ปกติ หรอื กินยากดภมู ติ า้ นทานโรคอยู่
คนทมี่ ีนำ้ หนักเกนิ มาตรฐานมาก (คนอว้ นมาก)
- 13 -
ผทู้ ่เี ดินทางไปในประเทศเสยี่ งตดิ เชือ้ เชน่ จีน เกาหลีใต้ ญ่ีปุ่น ไตห้ วัน ฮ่องกง มาเก๊า สงิ คโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม อิตาลี
อิหรา่ น ฯลฯ
ผ้ทู ี่ตอ้ งทำงาน หรือรกั ษาผู้ปว่ ย ตดิ เช้อื ไวรสั โคโรนาสายพันธใุ์ หม่ หรอื โควิด-19 อย่างใกล้ชดิ
ผู้ท่ที ำอาชีพที่ต้องพบปะชาวต่างชาติจำนวนมาก เชน่ คนขบั แทก็ ซ่ี เจ้าหนา้ ทใี่ นโรงพยาบาล ลูกเรอื สายการบนิ ตา่ ง ๆ เปน็ ตน้
หากมอี าการโควดิ 19 ควรทำอย่างไร ?
หากมอี าการของโรคทเ่ี กดิ ขึ้นตาม 5 ข้อดงั กลา่ ว ควรพบแพทยเ์ พอ่ื ทำการตรวจอยา่ งละเอียด และเมอ่ื แพทย์ซักถามควรตอบ
ตามความเป็นจรงิ ไม่ปิดบัง ไม่บิดเบือนข้อมลู ใด ๆ เพราะจะเป็นประโยชนต์ ่อการวนิ ิจฉยั โรคอยา่ งถูกตอ้ งมากทส่ี ุด
หากเพ่ิงเดินทางกลบั จากพ้ืนทีเ่ สีย่ ง ควรกกั ตวั เองอย่แู ตใ่ นบา้ น ไม่ออกไปข้างนอกเป็นเวลา 14-27 วัน เพื่อใหผ้ า่ นชว่ งเช้อื ฟัก
ตวั (ใหแ้ นใ่ จจริง ๆ วา่ ไมต่ ดิ เชอื้ )
วิธปี ้องกนั การติดเชื้อไวรสั โคโรนาสายพนั ธ์ุใหม่
หลกี เลยี่ งการใกล้ชดิ กับผู้ป่วยที่มอี าการไอ จาม น้ำมูกไหล เหน่ือยหอบ เจบ็ คอ
หลกี เล่ยี งการเดินทางไปในพนื้ ทเี่ สย่ี ง
สวมหน้ากากอนามยั ทกุ ครัง้ เมอ่ื อยูใ่ นทส่ี าธารณะ
ระมัดระวงั การสัมผัสพ้นื ผิวที่ไมส่ ะอาด และอาจมีเชื้อโรคเกาะอยู่ รวมถึงสิง่ ท่ีมีคนจบั บ่อยครัง้ เช่น ที่จบั บน BTS, MRT,
Airport Link ท่เี ปดิ -ปดิ ประตูในรถ กลอนประตตู า่ ง ๆ กอ๊ กน้ำ ราวบันได ฯลฯ เมอื่ จับแลว้ อยา่ เอามือสมั ผสั หน้า และข้าวของ
เครอื่ งใชส้ ่วนตวั ต่าง ๆ เชน่ โทรศพั ทม์ ือถือ กระเป๋า ฯลฯ
ลา้ งมอื ใหส้ มำ่ เสมอด้วยสบู่ หรอื แอลกอฮอลเ์ จลอย่างน้อย 20 วินาที ความเข้มข้นของแอลกอฮอลไ์ มต่ ่ำกวา่ 70% (ไม่ผสมน้ำ)
งดจบั ตา จมกู ปากขณะทไี่ มไ่ ดล้ ้างมือ
หลกี เล่ยี งการใกลช้ ดิ สมั ผสั สตั ว์ตา่ ง ๆ โดยทไ่ี ม่มกี ารปอ้ งกนั
รับประทานอาหารสุก สะอาด ไมท่ านอาหารทที่ ำจากสตั วห์ ายาก
สำหรับบคุ ลากรทางการแพทยห์ รอื ผู้ท่ตี ้องดแู ลผูป้ ว่ ยที่ติดเชอื้ ไวรสั โคโรนาสายพนั ธุใ์ หม่ หรอื โควดิ -19 โดยตรง ควรใสห่ นา้ กาก
อนามัย หรือใส่แวน่ ตานิรภยั เพือ่ ปอ้ งกันเช้ือในละอองฝอยจากเสมหะหรอื สารคดั หล่ังเขา้ ตา
- 14 -
เอกสารและโครงการทเี่ กยี่ วข้อง
การรณรงคฉ์ ีดวคั ซีนปอ้ งกันโควิด
การฉีดวคั ซีนปอ้ งกนั โควดิ -19 สามารถลดการแพร่ระบาด ลดความรุนแรงของอาการ และลดการเสยี ชวี ติ ได้ ดังน้นั วัคซีนจงึ
ถอื เป็นเคร่อื งมอื สำคญั อยา่ งหน่งึ ทจี่ ะช่วยควบคุมการระบาดของโรค และช่วยปกป้องให้ผคู้ นปลอดภัยจากโรคนไี้ ด้
เน่อื งจากสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโควดิ -19 กับประเด็นขอ้ สงสัยของใครหลายๆ คนวา่ “ทำไมเราจึงต้องฉดี วคั ซนี โค
วดิ -19”
ศ.นพ.ยง ภวู่ รวรรณ หัวหน้าศนู ยเ์ ชี่ยวชาญเฉพาะทางดา้ นไวรสั วิทยาคลินิก ภาควชิ ากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั ไดใ้ ห้ขอ้ มูลเก่ียวกบั วา่
“…วคั ซีนจงึ เปรยี บเสมอื นให้เราตดิ โรค และไมม่ อี าการ แต่สร้างภูมติ า้ นทาน เหมอื นตดิ โรค ถา้ เราใหว้ คั ซนี ให้เกดิ ภมู คิ ุ้มกนั
เหมือนกับเคยเปน็ โรคมาแลว้ จำนวนมาก โรคกจ็ ะสงบ ควบคุมได้ ชวี ติ กจ็ ะได้กลบั มาสภู่ าวะปกติ เด็กจะไดไ้ ปโรงเรยี น อยาก
ไปไหนก็จะไดไ้ ป วคั ซนี จึงเปน็ ทางออกในการควบคุมการระบาดของโรค และยตุ ิวกิ ฤตการณค์ รงั้ นี้ท่ี ยดื เย้ือมาเปน็ เวลากวา่ ปี
แล้ว”
- 15 -
เอกสารและโครงการท่ีเกยี่ วข้อง
การประชาสัมพันธ(์ Public Relation) เป็นการติดตอ่ ส่อื สารจาก องคก์ ารไปสู่สาธารณชนท่ีเกี่ยวขอ้ ง รวมถงึ รับฟงั ความ
คดิ เหน็ และ ประชามติจากสาธารณชนทม่ี ตี อ่ องคก์ าร โดยมวี ัตถปุ ระสงคเ์ พื่อสร้ าง ความเช่ือถือ ภาพลักษณ์ ความรู้ และ
แก้ไขขอ้ ผดิ พลาดในเร่ืองใดเรอ่ื งหน่งึ
ณฐั นนั ท์ ศิริเจริญ (2548 :110) ใหค้ วามหมายของการประชาสมั พันธว์ า่ เปน็ การติดตอ่ สอื่ สาร ระหว่างองค์กรกับ
สาธารณชน เพื่อบอกกลา่ วให้ทราบ ชี้แจงทำความเขา้ ใจให้ถูกตอ้ งเกย่ี วกับ ความคดิ เหน็ ( opinion) ทัศนคติ ( Attitude)
และคา่ นิยม ( value) สรา้ งชอ่ื เสยี งและภาพพจน์ทด่ี สี ร้างเสรมิ และรกั ษา ( to build and sustain) ความสมั พันธท์ ีด่ นี ำไปสู่
การสนบั สนุน และ ความร่วมมือจากกล่มุ เปา้ หมาย
วิรัช ลภิรตั นกลุ ( 2546 : 5-6) ได้กลา่ วถึงการประชาสัมพนั ธ์ ว่า "การประชาสมั พันธ์" นนั้ แปลมา จากศัพทภ์ าษาอังกฤษคอื
" Public Relation" ซ่งึ หากแยกเป็นค าแล้วจะประกอบด้วยค าว่า "Public หรอื แปลเปน็ ภาษาไทยคอื ประชา หรือ หมคู่ น"
"Relation หรือแปลเป็นภาษาไทยคือ สัมพนั ธ์ หรอื การผูกพัน“ ดงั นนั้ การประชาสมั พนั ธ์ ถ้าแปลตามตวั อักษรก็จะได้
ความหมายวา่ การเกยี่ วข้องผูกพนั กับหม่คู น การประชาสมั พันธ์ (Public Relations) การประชาสมั พนั ธ์ (Public Relations)
Cutlip, Center และ Broom (1994 : 4 อา้ งในรตั นวดี ศิรทิ องถาวร , 2546 :33) ได้ให้คำจำกดั ความไวว้ า่
การประชาสมั พันธค์ อื การตดิ ต่อเผยแพร่ขา่ วสาร นโยบายของหนว่ ยงานไปยงั ประชาชนทง้ั หลายทม่ี สี ว่ นสัมพันธ์
ขณะเดียวกนั กเ็ ปน็ แนวทางตรวจสอบความคดิ เห็น ความรู้ และความต้องการของประชาชนใหห้ นว่ ยงานหรือองค์การทราบ
เพอื่ สรา้ งความสนบั สนนุ อยา่ ง แท้จริงใหเ้ กิดประโยชนแ์ กท่ ุกฝา่ ย
(Bernays, 1955, pp. 3-4)“การประชาสัมพนั ธ์หมายถึง ความพยายามในการ สร้างสรรคค์ วาม รว่ มมอื จากกลมุ่ ประชาชน
ทีเ่ ก่ยี วข้องเพ่ือ สนบั สนนุ กิจกรรม วัตถุประสงค์ การดำาเนนิ งาน หรอื สถาบนั โดยการเผยแพร่ขอ้ มลู ให้ ประชาชนทราบ การ
โนม้ น้าวใจ การประสานและการ ปรบั เปลย่ี นความคดิ เหน็ ของ กล่มุ ประชาชนท่เี กี่ยวขอ้ งใหส้ อดคลอ้ งกบั จดุ มุ่งหมาย และ
วธิ ีการดำเนินงานของสถาบนั
สรุปความหมายของการประชาสัมพนั ธ์ คอื การทอี่ งค์กรให้ขอ้ มลู ข่าวสารไปยังประชาชนเพอ่ื ใหท้ ราบหรือสรา้ งความเขา้ ใจกับ
ประชาชนทำใหเ้ กิดทัศนคตแิ ละภาพพจนท์ ่ีดตี ่อองค์กร
- 16 -
บทท่ี3
ประเภทการประชาสัมพันธแ์ ละวธิ กี ารดำเนนิ งานตามโครงการ
ประเภทการประชาสัมพันธท์ ี่ใชใ้ นการจัดทำได้แก่
- ส่ือประชาสมั พนั ธ์ประเภท สต๊กิ เกอร์ไลน์ เรอ่ื ง “รว่ มมอื กนั ด้วยพลงั จิตอาสา”
วธิ เี ผยแพรค่ ือ1.สือ่ ออนไลน์
- สอ่ื ประชาสมั พนั ธ์ประเภท โปสเตอร์ หรอื infographic “โครงการจติ อาสาเพื่อพฒั นาชมุ ชน”
วธิ เี ผยแพร่คอื 1.ส่ือออนไลน์
วธิ กี ารดำเนินการโครงการ
1. เลือกหวั ข้อโครงการ
2. ใชค้ วามคดิ และวางแผนการดำเนินงาน
- 17 -
3. ดำเนินงานตามทีว่ างแผนไว้
4. รวบรวมขอ้ มลู และดำเนนิ การสรปุ ผลของโครงการ
5. ตรวจเช็คขอ้ มลู ทัง้ หมดและนำเสนอโครงการ
- 18 -
บทที่4
ผลการศกึ ษาค้นควา้
จากการทำผู้จดั ทำสำรวจพ้ืนท่ีบรเิ วณอาคารอเนกประสงค์ ชมุ ชนหนองแขม
ปัญหาทพี่ บ คอื
1.บรเิ วณทีจ่ ดั ทำกิจกรรมบางพน้ื ทย่ี ังไมส่ ามารถแกไ้ ขได้
2. บางพื้นทีไ่ ม่เหมาะสมแกก่ ารดำเนินกจิ กรรมต่างๆ
3.เน่ืองด้วยมีการระบาดของโควดิ -19ทำใหไ้ ม่มกี ารรวมตัวของผูค้ นในการทำกจิ กรรมมากนกั
สอ่ื ประชาสัมพันธ์ทใ่ี ช้ในโครงงาน มดี ังนค้ี ือ
1. สือ่ ประชาสมั พันธป์ ระเภท สตก๊ิ เกอรไ์ ลน์ เรอ่ื ง “รว่ มมอื กันดว้ ยพลังจติ อาสา”
วธิ เี ผยแพร่คือ 1.สอื่ ออนไลน์
กอ่ น หลัง
- 19 -
2. สื่อประชาสมั พันธ์ประเภท โปสเตอร์ หรอื infographic “โครงการจติ อาสาเพื่อพฒั นาชมุ ชน”
วิธีเผยแพร่คือ1.ส่อื ออนไลน์
กอ่ น หลัง
- 20 -
บทที่5
สรปุ ผลอภปิ รายผลและข้อเสนอแนะ
จากผลการสำรวจ สบื ค้น และลงมือปฏบิ ัตจิ ะเห็นได้ว่า
ประโยชนข์องโครงการ
1.เพ่อื สง่ เสรมิ คนในชุมชนใหต้ ระหนกั ถึงสว่ นรวมมากขน้ึ
2.ทำให้คนในชมุ ชนสว่ นหนึ่งไดท้ ำกจิ กรรมร่วมกนั ในชุมชน
3. ทำให้ชมุ ชนมพี ื้นท่ีสำหรับทำกจิ กรรมต่างๆยามวา่ ง
ปัญหาท่ีพบ
1.บรเิ วณทีจ่ ดั ทำกิจกรรมบางพืน้ ทย่ี ังไมส่ ามารถแกไ้ ขได้
2. บางพนื้ ทีไ่ มเ่ หมาะสมแก่การดำเนนิ กิจกรรมต่างๆ
3.เนอ่ื งด้วยมีการระบาดของโควดิ -19ทำใหไ้ มม่ ีการรวมตวั ของผู้คนในการทำกจิ กรรมมากนกั
ขอ้ เสนอแนะ
1.อยากให้มีงบประมาณในการพฒั นาชุมชนมากกวา่ นี้
- 21 -
บรรณานุกรม
●http://mfuwn.mfu.ac.th/?p=4155
●http://mns.mcru.ac.th/nisit/k2559/jit_r_sa.pdf
● https://dictionary.sanook.com/search/dict-th-en-lexitron
● http://www.rlpd.go.th/rlpdnew/images/rlpd_6/2563/royal_thai/3.pdf
● https://www.stou.ac.th/stouonline/lom/data/sms/market/Unit8/Subm1/U811-1.htm
● https://www.gj.mahidol.ac.th/main/knowledge-2/covid19is/
- 22 -
ผู้จดั ทำ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี5/9
นางสาว กฤษณา จนั ทรเ์ กิด เลขท1่ี 4
ประโยชนท์ ่ีได้รบั จากการทำจิตอาสาคือ การไดร้ ู้ว่าการเสยี สละทำบางอยา่ งโดยที่ไม่หวงั ผลตอบแทนหรอื
การทำเพ่ือคนอ่ืนเราสามารถมคี วามสุขได้ถา้ เราอยากทำจรงิ ๆ และทำให้รู้จกั การเห็นแกส่ ว่ นรวมมากข้นึ
- 23 -