The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียน 2-2564 ครูหทัยชนก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Piyaporn Sittikort, 2022-09-25 23:33:58

วิจัยในชั้นเรียน 2-2564 ครูหทัยชนก

วิจัยในชั้นเรียน 2-2564 ครูหทัยชนก

คํานํา

วจิ ยั ในชน้ั เรยี นเร่ือง การพฒั นาทักษะการเรียนรูเ ร่อื ง Conditional Sentences ของนักเรียนช้นั
มัธยมศกึ ษาปท ่ี 5 โรงเรียนวงั จนั ทรวทิ ยา โดยใชแบบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) The Development of
Learning Skill for teaching English grammar of Conditional Sentences for Mattayom 5 by Using
Electronic Testing (Liveworksheet) ผูว จิ ยั ไดจดั ทําวิจัยฉบบั นขี้ ึ้นเพ่ือใชในการจดั การเรียนการสอนให
เหมาะสมกับสถานการณของการเรยี นแบบออนไลน และเพ่ือพฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรยี นเรอ่ื ง
การสรา งประโยค Conditional Sentences ซึ่งสอ่ื และนวตั กรรมทจี่ ัดทาํ ขึ้นนนั้ มีระดบั จากงา ยไปหายาก เพ่ือ
เปน การพฒั นาระดับความเขา ใจของนักเรียนไดมากขนึ้ ผูวจิ ัยหวงั วา วจิ ยั ในชั้นเรียนฉบับน้ีจะเปน ประโยชนตอ
นักเรียนมากท่สี ุด

สารบญั

เร่ือง หนา

คํานํา 2
สารบญั 3
บทคัดยอ 13
บทท่ี 1 บทนํา 18
บทท่ี 2 เอกสารและงานวจิ ยั ทเี่ กย่ี วของ 22
บทท่ี 3 วธิ ีการดําเนนิ การวิจัย
บทท่ี 4 ผลการวิเคราะหขอ มูล
บทท่ี 5 สรปุ ผล อภิปรายผล และขอเสนอแนะ

ชอ่ื วิจัย การพัฒนาทกั ษะการเรียนรูเรอ่ื ง Conditional Sentences ของนักเรียนชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 5 โรงเรยี น
วังจันทรว ทิ ยา โดยใชแ บบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) The Development of Learning Skill for
teaching English grammar of Conditional Sentences for Mattayom 5 by Using Electronic Testing
(Liveworksheet)
ช่ือผูวจิ ัย นางสาวหทยั ชนก วงคล ะคร
รายวิชา ภาษาอังกฤษ 4 รหัสวชิ า 32102 ภาคเรยี นท่ี 2 ปการศึกษา 2564

***************************************************************************************

บทคดั ยอ
การศึกษาวจิ ัยคร้งั นี้มีวัตถุประสงคเ พื่อพัฒนาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนเรื่อง Conditional Sentences โดย
ใชแ บบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) กลมุ ทดลองเปนนกั เรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปท ่ี 5/3 จํานวน 45 คน โดย
ใหน ักเรียนสามารถเขามาทําแบบทดสอบเพ่อื สรา งความความเขาใจและพฒั นาทักษะความรคู วามเขาใจใหแก
นักเรยี น เพื่อใหก ารจดั การเรียนการสอนแบบออนไลนเปนไปไดด วยดี และเพ่ือใหผูเรียนสามารถหาความรูได
มากกวาในหนังสอื เรยี น
จากการศกึ ษาปรากฏวา จากการทําแบบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) ทําใหนักเรียนมีความรู
ความจํา และสามารถทําแบบทดสอบหลังเรยี นไดด ีย่งิ ขนึ้ ดังจะเห็นไดจากการเปรียบเทียบผลการทดสอบกอ น
เรียนและหลังเรยี นของนักเรียนที่เพม่ิ ขึ้น

บทที่ 1
บทนาํ

ท่ีมาและความสําคัญ
เนอื่ งดวยสถานการณท ี่มไี วรัส (COVID-19) แพรระบาดหนักในประเทศไทย ทางโรงเรยี นจึงไมสามารถ

จัดการเรียนการสอนแบบปกติได จงึ ไดปรับการเรียนการสอนเปนแบบออนไลนเพื่อใหเหมาะสมกับสถานการณ
ผจู ัดทําจงึ เลง็ เห็นวา การจดั การเรียนการสอนแบบออนไลนไมไดป ระสิทธิภาพเทา ที่ควร จงึ ไดจ ดั การเรียนการสอน
ใหหลากหลายเพิม่ ขน้ึ เพื่อใหผูเรียนไดเ รยี นรไู ดอยางเต็มท่ี ซ่งึ หนึ่งในนั้นคือ การจัดทําขอสอบออนไลน
(Liveworksheet) เพ่ือใหน ักเรยี นมคี วามสนใจและกระตอื รอื รน ในการเรียน สนุกกบั การเรยี นและสามารถพัฒนา
ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นใหดียิ่งขน้ึ และอีกท้ังนักเรยี นยังสามารถเขาทาํ แบบทดสอบนอกเวลาเรียนไดอกี ดว ย
สมมติฐานของการวจิ ัย

นกั เรยี นมผี ลสัมฤทธ์ทิ างเรียนเรอ่ื ง Conditional Sentences ดขี น้ึ
ขอบเขตของการวิจยั

กลุมตวั อยางที่ใชใ นการวิจัย นักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 5 หอง 5/3 โรงเรยี นวงั จนั ทรวทิ ยา
ระยะเวลาในการวิจัย

เดือน มกราคม 2565
นิยามศัพทเฉพาะ

1. นกั เรยี น หมายถึง นกั เรยี นช้นั มัธยมศึกษาปท ี่ 5 หอง 5/3 โรงเรียนวังจนั ทรว ิทยา อาํ เภอวงั จันทร
จังหวดั ระยอง สาํ นักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษามธั ยมศึกษา ชลบุรีระยอง จํานวน 45 คน

2. ไวยากรณภ าษาอังกฤษ หมายถงึ ไวยากรณภ าษาอังกฤษซ่ึงปรากฏอยูในหนังสือแบบเรยี นวิชา
ภาษาองั กฤษ 3 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 5 (Focus) เกี่ยวกบั เร่ือง

1. Modals of deduction
2. 12 tense
3. Conditional Sentences
3. ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนวิชาภาษาองั กฤษ หมายถงึ ความเขา ใจของนักเรยี นท่ีแสดงออกในเร่ืองไวยาก
รณภาษาองั กฤษ วัดไดจากผลการทําแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์หิ ลงั การเรยี นทผ่ี ูวิจยั ไดส รางข้นึ โดยวดั ความเขาใจ
โครงสรางของประโยค ความหมาย และความสามารถในการนาํ ไปประยุกตใช

บทที่ 2
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ

งานวิจยั เร่อื ง การพฒั นาทักษะการเรียนรูเร่ือง Conditional Sentences ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปท่ี
5 โรงเรยี นวงั จันทรว ทิ ยา โดยใชแ บบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) The Development of Learning
Skill for teaching English grammar of Conditional Sentences for Mattayom 5 by Using Electronic
Testing (Liveworksheet) ผวู จิ ัยไดศ กึ ษาเอกสารและงานวิจัยทเ่ี ก่ียวของโดยนาํ เสนอตามลาํ ดบั หวั ขอตอ ไปนี้
2.1 หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐานพทุ ธศกั ราช 2551
2.2 กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
2.3 งานวจิ ัยที่เกยี่ วของ

2.1 หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐานพทุ ธศกั ราช 2551
2.1.1 วิสัยทัศน
เปนหลกั สูตรที่มุงพฒั นาผูเ รยี นทุคน ซงึ่ เปนกาํ ลงั ของชาติใหเ ปน มนษุ ยทมี่ ีความสมดลุ ทั้งดานรา งกาย ความรู
คุณธรรม มจี ิตสาํ นึกในความเปนพลเมืองไทยและเปนพลโลก ยดึ ม่นั ในการปกครองประชาธปิ ไตยอนั มี
พระมหากษัตรยิ ทรงเปนประมุข มคี วามรูและทักษะพ้นื ฐาน รวมท้ังเจตคตทิ ่ีจําเปนตอ การศึกษาตอ การประกอบ
อาชพี และการศึกษาตลอดชีวติ โดยมงุ เนน ผูเรียนเปน สําคญั บนพื้นฐานความเช่ือวา ทุกคนสามารถเรยี นรแู ละ
พัฒนาตนเองไดเ ตม็ ศักยภาพ

2.1.2 หลกั การ
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน มหี ลกั การท่สี ําคัญ ดงั นี้

2.1.2.1 เปน หลักสูตรการศกึ ษาเพ่ือความเปน เอกภาพของชาติ มจี ุดหมายและมาตรฐานการเรียนรูเปน
เปาหมายสําหรับพฒั นาเด็กและเยาวชนใหมีความรู ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพืน้ ฐานของความเปนไทย
ควบคกู ับความเปนสากล
2.1.2.2 เปนหลักสูตรการศึกษาเพ่ือปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสไดร ับการศึกษาอยางเสมอภาค และมี
คุณภาพ

2.1.2.3 เปนหลกั สตู รการศกึ ษาท่สี นองการกระจายอํานาจ ใหสังคมมสี วนรวมในการจดั การศึกษาให
สอดคลองกับสภาพและความตองการของทองถ่ิน
2.1.2.4 เปน หลักสตู รการศกึ ษาทม่ี ีโครงสรางยืดหยุนทั้งดานสาระการเรยี นรู เวลาและการจัด การเรยี นรู
2.1.2.5 เปนหลักสูตรการศึกษาทเ่ี นน ผูเรยี นเปนสําคญั

2.1.2.6 เปนหลักสตู รการศกึ ษาสําหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอธั ยาศัย ครอบคลุมทกุ
กลมุ เปา หมาย สามารถเทียบโอนผลการเรยี นรู และประสบการณ

2.1.3 จุดมงุ หมาย
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน มงุ พัฒนาผูเ รียนใหเปนคนดี มปี ญ ญา มีความสขุ

มีศักยภาพในการศึกษาตอและประกอบอาชพี จงึ กําหนดเปน จดุ หมายเพ่ือใหเกิดกับผูเรียนเม่อื จบการศกึ ษาขั้น
พ้นื ฐาน ดงั นี้

2.1.3.1 มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และคา นยิ มทพี่ ึงประสงค เห็นคณุ คาของตนเอง มวี ินัยและปฏิบตั ิตนตาม
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาท่ีตนนับถอื ยึดหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2.1.3.2 มคี วามรู ความสามารถในการสื่อสาร การคดิ การแกปญหา การใชเ ทคโนโลยี และมีทักษะชีวิต
2.1.3.3 มสี ุขภาพกายและสุขภาพจติ ท่ดี ี มีสขุ นสิ ัย และรักการออกกาํ ลังกาย
2.1.3.4 มีความรกั ชาติ มีจติ สํานึกในความเปนพลเมืองไทยและพลโลก ยดึ มั่นในวิถชี วี ิตและการปกครองตาม
ระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปน ประมขุ
2.1.3.5 มีจติ สํานกึ ในการอนุรักษว ัฒนธรรมและภูมปิ ญญาไทย การอนุรักษแ ละพฒั นาสิ่งแวดลอม มจี ติ สาธารณะ
ทม่ี ุงทําประโยชนและสรางส่ิงท่ดี งี ามในสังคม และอยูรวมกันในสังคมอยางมีความสุข

2.1.4 สมรรถนะสําคัญของผูเรยี น และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค
ในการพฒั นาผเู รยี นตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน มุง เนนพัฒนาผเู รยี นใหมี

คณุ ภาพตามมาตรฐานทกี่ าํ หนด ซ่ึงจะชว ยใหผูเรียนเกดิ สมรรถนะสาํ คญั และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค ดังน้ี
2.1.4.1 สมรรถนะสําคญั ของผเู รียน

หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน มุง ใหผเู รียนเกดิ สมรรถนะสําคญั ๕ ประการ ดังน้ี
1) ความสามารถในการส่ือสารเปน ความสามารถในการรับและสงสาร มวี ัฒนธรรมในการใชภาษา

ถายทอดความคดิ ความรคู วามเขา ใจ ความรสู ึก และทศั นะของตนเองเพื่อแลกเปลีย่ นขอมูลขาวสารและ
ประสบการณอนั จะเปน ประโยชนต อการพฒั นาตนเองและสงั คม รวมท้งั การเจรจาตอรองเพอื่ ขจัดและลดปญหา
ความขัดแยงตางๆ การเลอื กรบั หรือไมร บั ขอ มลู ขาวสารดว ยหลกั เหตุผลและความถูกตอง ตลอดจนการเลือกใช
วิธกี ารส่อื สาร ท่มี ีประสิทธภิ าพโดยคาํ นงึ ถึงผลกระทบทมี่ ีตอตนเองและสงั คม

2) ความสามารถในการคิด เปนความสามารถในการคิดวเิ คราะห การคิดสังเคราะห การคดิ
อยา งสรา งสรรค การคดิ อยา งมวี ิจารณญาณ และการคดิ เปนระบบ เพ่ือนําไปสกู ารสรางองคความรูหรือสารสนเทศ
เพอื่ การตดั สนิ ใจเกี่ยวกับตนเองและสงั คมไดอยา งเหมาะสม

3) ความสามารถในการแกป ญหา เปน ความสามารถในการแกปญ หาและอุปสรรคตา ง ๆ

ที่เผชิญไดอ ยางถูกตอ งเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลกั เหตผุ ล คุณธรรมและขอ มลู สารสนเทศ เขาใจความสัมพันธ
และการเปลยี่ นแปลงของเหตุการณตา ง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู ประยุกตค วามรูม าใชในการปอ งกนั และแกไข
ปญหาและมีการตัดสินใจที่มีประสิทธภิ าพโดยคาํ นงึ ถงึ ผลกระทบทเี่ กิดขน้ึ ตอตนเอง สงั คมและส่งิ แวดลอ ม

4) ความสามารถในการใชทักษะชีวิต เปน ความสามารถในการนํากระบวนการตางๆ ไปใชใ นการ
ดําเนินชวี ติ ประจําวนั การเรยี นรูดวยตนเอง การเรียนรูอยางตอเน่ือง การทํางาน และการอยรู วมกันในสังคมดว ย
การสรางเสรมิ ความสมั พนั ธอันดรี ะหวา งบคุ คล การจดั การปญ หาและความขัดแยงตา งๆ อยา งเหมาะสมการ
ปรบั ตวั ใหท นั กับการเปลี่ยนแปลงของสงั คมและสภาพแวดลอมและการรจู ักหลีกเลย่ี งพฤติกรรมไมพ งึ ประสงคท ี่
สง ผลกระทบตอตนเองและผูอืน่

5) ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี เปนความสามารถในการเลอื ก และใช เทคโนโลยดี า นตา ง ๆ และมี
ทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพฒั นาตนเองและสงั คม ในดา นการเรียนรู การส่อื สาร การทํางาน การ
แกป ญหาอยา งสรา งสรรค ถูกตอง เหมาะสม และมคี ุณธรรม

2.1.4.2 คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน มงุ พฒั นาผูเ รยี นใหม ีคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค เพือ่ ใหสามารถอยรู วมกับ
ผูอ น่ื ในสงั คมไดอยางมีความสุข ในฐานะเปน พลเมอื งไทยและพลโลก ดังนี้
1) รักชาติศาสน กษตั รยิ 
2) ซอ่ื สตั ยสุจรติ
3) มวี ินัย
4) ใฝเ รียนรู
5) อยูอยางพอเพียง
6) มุง มน่ั ในการทํางาน
7) รักความเปนไทย
8) มีจิตสาธารณะ
นอกจากน้ี สถานศึกษาสามารถกําหนดคุณลักษณะอันพงึ ประสงคเ พ่มิ เติมใหส อดคลอ งตามบริบทและจุดเนน ของ
ตนเอง

2.1.5 มาตรฐานการเรยี นรู
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐานพุทธศักราช 2551 มี 8 กลมุ สาระการเรียนรู ดงั ตอไปนี้

2.1.5.1 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย
องคความรู ลักษณะสาํ คญั และคณุ ลกั ษณะ ประกอบดว ย ความรู ทกั ษะ และวัฒนธรรมการ

ใชภาษาเพื่อการสื่อสาร ความชืน่ ชม การเห็นคณุ คา ภมู ิปญ ญาไทย และภูมิใจในภาษาประจาํ ชาติ
2.1.5.2 กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร

องคความรู ลกั ษณะสาํ คัญ และคณุ ลกั ษณะ ประกอบดวยการนําความรูทักษะและกระบวนการ
ทางคณิตศาสตรไปใชในการแกปญหา การดําเนนิ ชวี ติ และการศึกษาตอ การมเี หตมุ ผี ล มเี จตคติท่ดี ีตอ
คณิตศาสตร พัฒนาการความคดิ อยางเปนระบบและสรางสรรค

2.1.5.3 กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตร
องคความรู ลักษณะสาํ คญั และคณุ ลักษณะ ประกอบดว ยการนาํ ความรู และกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรไปใชใ นการศึกษา คน ควาหาความรู และแกปญหาอยางเปนระบบ การคดิ อยางเปนเหตเุ ปน ผล คิด
วเิ คราะห คิดสรา งสรรค และจติ วิทยาศาสตร

2.1.5.4 กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
องคความรู ลกั ษณะสาํ คัญ และคณุ ลกั ษณะ ประกอบดว ยการอยรู ว มกนั ในสงั คมไทย และ
สังคมโลกอยางสันติสขุ การเปนพลเมืองดี ศรัทธาในธรรมของศาสนา การเหน็ คณุ คาของทรพั ยากรและสง่ิ แวดลอม
ความรกั ชาติ และภมู ิใจในความเปน ไทย
2.1.5.5 กลุมสาระการเรยี นรูสุขศกึ ษาและพลศึกษา
องคความรู ลักษณะสาํ คัญ และคุณลกั ษณะ ประกอบดวยความรแู ละเจตคตใิ นการสรา งเสริม
สขุ ภาพและพลานามยั ของตนเองและผูอ ืน่ การปองกนั และปฏิบตั ิตอสิ่งตา งๆ ท่ีมผี ลตอสุขภาพอยางถูกวธิ ี และ
ทกั ษะในการดาํ เนนิ ชีวติ

2.1.5.6 กลมุ สาระการเรยี นรูศิลปะ
องคความรู ลักษณะสาํ คญั และคุณลักษณะ ประกอบดวยความรูและทักษะในการคิดรเิ ริม่
จนิ ตนาการ สรา งสรรคง านศิลปะ สุนทรยี ภาพ และการเหน็ คุณคาของศิลปะ

2.1.5.7 กลมุ สาระการเรยี นรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี
องคความรู ลกั ษณะสาํ คัญ และคณุ ลักษณะ ประกอบดวยความรู ทักษะ และเจตคติ ในการ
ทํางาน การจัดการ การดาํ รงชวี ิต การประกอบอาชีพ และการใชเ ทคโนโลยี

2.1.5.8 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ
องคความรู ลักษณะสาํ คัญ และคณุ ลักษณะ ประกอบดวยความรู ทักษะ เจตคติ และวัฒนธรรมในการใช
ภาษาตางประเทศในการส่ือสาร การแสวงหาความรู และการประกอบอาชพี

ซงึ่ ใน 8 กลมุ สาระนี้ สาระการเรยี นรภู าษาไทยมีความสาํ คัญ เปน ทกั ษะที่ตองฝกฝนจนเกิดความชํานาญในการใช
ภาษาเพื่อการสื่อสาร การเรียนรูอ ยางมปี ระสทิ ธิภาพ และเพอื่ นาํ ไปใชใ นชีวติ จริง (หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พน้ื ฐานพุทธศักราช 2551: กระทรวงศึกษาธกิ าร)

2.2 กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาตางประเทศ
ทาํ ไมตองเรียนภาษาตางประเทศ
ในสังคมโลกปจ จุบนั การเรียนรูภ าษาตางประเทศมีความสําคัญและจาํ เปนอยางยง่ิ ในชีวิตประจาํ วนั เน่อื ง

จากเปนเคร่ืองมือสาํ คญั ในการตดิ ตอสื่อสาร การศกึ ษา การแสวงหาความรกู ารประกอบอาชีพการสรา งความเขา ใจ
เกี่ยวกบั วฒั นธรรมและวสิ ัยทัศนข องชมุ ชนโลก และตระหนกั ถึงความหลากหลายทางวฒั นธรรมและมมุ มองของ
สงั คมโลก นาํ มาซึง่ มิตรไมตรแี ละความรว มมือกับประเทศตางๆ ชว ยพัฒนาผูเรียนใหมีความเขาใจตนเองและผูอนื่ ดี
ขน้ึ เรียนรูแ ละเขาใจความแตกตางของภาษาและวฒั นธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี การคดิ สังคม เศรษฐกจิ
การเมือง การปกครอง มีเจตคตทิ ดี่ ตี อการใชภ าษาตางประเทศ และใชภาษาตา งประเทศเพื่อการสื่อสารได รวมทัง้
เขาถึงองคความรูตา งๆ ไดง า ยและกวางขน้ึ และมวี ิสัยทัศนในการดาํ เนินชวี ติ ภาษาตา งประเทศทีเ่ ปนสาระการ
เรียนรูพื้นฐาน ซง่ึ กาํ หนดใหเ รียนตลอดหลกั สูตรการศึกษาข้ันพืน้ ฐานคอื ภาษาอังกฤษ สว นภาษาตา งประเทศอ่ืน
เชน ภาษาฝร่ังเศส เยอรมนั จีน ญ่ีปนุ อาหรับ บาลี และภาษากลมุ ประเทศเพ่ือนบานหรือภาษาอ่นื ๆ ใหอยูในดลุ ย
พินิจของสถานศกึ ษาท่จี ะจัดทํารายวิชาและจัดการเรยี นรตู ามความเหมาะสม

เรยี นรอู ะไรในภาษาตางประเทศ
กลุม สาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ มุงหวงั ใหผเู รยี นมเี จตคตทิ ่ดี ีตอภาษาตา งประเทศ สามารถใช
ภาษาตา งประเทศ ส่ือสารในสถานการณตา ง ๆ แสวงหาความรู ประกอบอาชีพ และศกึ ษาตอ ในระดบั ที่สูงข้ึน
รวมท้งั มคี วามรูความเขาใจในเรื่องราวและวัฒนธรรมอนั หลากหลายของประชาคมโลก และสามารถถา ยทอด
ความคดิ และวฒั นธรรมไทยไปยังสงั คมโลกไดอ ยางสรา งสรรคป ระกอบดว ยสาระสําคญั ดังนี้
1. ภาษาเพ่อื การส่อื สาร การใชภาษาตางประเทศในการฟง-พูด-อา น-เขยี น แลกเปลี่ยนขอมูล ขา วสาร แสดงความ
รสู กึ และความคดิ เหน็ ตีความ นาํ เสนอขอ มูล ความคดิ รวบยอดและความคิดเห็นในเรือ่ งตางๆ และสรางความ
สัมพันธร ะหวา งบคุ คลอยา งเหมาะสม
2. ภาษาและวฒั นธรรม การใชภ าษาตา งประเทศตามวฒั นธรรมของเจาของภาษาความสมั พนั ธ ความเหมือนและ
ความแตกตา งระหวา งภาษากับวฒั นธรรมของเจา ของภาษา ภาษาและวัฒนธรรมของเจาของภาษากบั วัฒนธรรม
ไทย และนําไปใชอยางเหมาะสม

3. ภาษากับความสัมพนั ธก ับกลมุ สาระการเรียนรูอ นื่ การใชภาษาตางประเทศในการเชอ่ื มโยงความรกู ับกลมุ สาระ
การเรียนรูอ น่ื เปนพน้ื ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู และเปดโลกทศั นของตน
4. ภาษากับความสัมพันธกบั ชุมชนและโลก การใชภ าษาตางประเทศในสถานการณตา งๆ ทั้งในหองเรยี นและ
นอกหองเรยี น ชมุ ชน และสงั คมโลก เปน เคร่ืองมือพ้นื ฐานในการศกึ ษาตอ ประกอบอาชีพ และแลกเปลยี่ นเรยี นรู
กับสังคมโลก

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู
สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เขาใจและตีความเร่ืองทีฟ่ งและอา นจากส่ือประเภทตางๆ และแสดงความคิดเห็นอยางมเี หตผุ ล
มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทกั ษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ มลู ขาวสาร แสดงความรูส ึกและความคดิ เหน็
อยา งมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต ๑.๓ นําเสนอขอ มลู ขาวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องตางๆ โดยการพดู และการ
เขยี น
สาระท่ี ๒ ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๑ เขา ใจความสัมพันธร ะหวางภาษากบั วัฒนธรรมของเจา ของภาษา และนําไปใช ไดอยา งเหมาะสม
กบั กาลเทศะ
มาตรฐาน ต ๒.๒ เขา ใจความเหมอื นและความแตกตา งระหวางภาษาและวฒั นธรรมของเจาของภาษากับภาษา
และวัฒนธรรมไทย และนํามาใชอ ยา งถูกตองและเหมาะสม
สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพันธก ับกลุมสาระการเรยี นรูอ ื่น
มาตรฐาน ต ๓.๑ ใชภ าษาตา งประเทศในการเชื่อมโยงความรูก ับกลุมสาระการเรยี นรูอน่ื และเปนพืน้ ฐานในการ
พฒั นา แสวงหาความรู และเปดโลกทัศนของตน
สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธกบั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต ๔.๑ ใชภ าษาตา งประเทศในสถานการณต า งๆ ทง้ั ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม
มาตรฐาน ต ๔.๒ ใชภาษาตางประเทศเปน เคร่ืองมือพ้ืนฐานในการศึกษาตอ การประกอบอาชีพ และ การ
แลกเปลยี่ นเรียนรกู ับสังคมโลก

คณุ ภาพผเู รยี น
จบชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๓

- ปฏิบัตติ ามคาํ สงั่ คําขอรองทีฟ่ ง อานออกเสียงตวั อักษร คํา กลุมคาํ ประโยคงายๆ และ บทพูดเขาจงั หวะง
ายๆ ถูกตองตามหลกั การอา น บอกความหมายของคาํ และกลุมคําท่ีฟงตรงตามความหมาย ตอบคาํ ถามจากการฟ
งหรืออานประโยค บทสนทนาหรอื นิทานงายๆ

- พดู โตตอบดว ยคําส้นั ๆ งายๆ ในการสื่อสารระหวางบคุ คลตามแบบที่ฟง ใชค ําสัง่ และคําขอรองงา ยๆ บอก
ความตอ งการงายๆ ของตนเอง พูดขอและใหข อมูลเก่ียวกับตนเองและเพื่อนบอกความรูสกึ ของตนเองเกี่ยวกับสิง่ ต
างๆ ใกลตวั หรือกิจกรรมตางๆ ตามแบบท่ีฟง

- พดู ใหขอ มลู เกย่ี วกบั ตนเองและเรื่องใกลต ัว จัดหมวดหมูคําตามประเภทของบุคคล สัตวและสงิ่ ของตามที่ฟ
งหรืออา น

- พูดและทาํ ทาประกอบ ตามมารยาทสังคม/วฒั นธรรมของเจา ของภาษา บอกช่อื และคาํ ศัพทงายๆ
เก่ยี วกับเทศกาล /วนั สําคัญ /งานฉลอง และชวี ติ ความเปนอยขู องเจาของภาษา เขา รวมกิจกรรมทางภาษาและ
วัฒนธรรมทเี่ หมาะกบั วัย

- บอกความแตกตางของเสียงตัวอักษร คาํ กลุม คํา และประโยคงายๆ ของภาษาตางประเทศและภาษาไทย
- บอกคาํ ศัพททีเ่ ก่ียวของกบั กลมุ สาระการเรียนรูอ่ืน
- ฟง/พูดในสถานการณงายๆ ท่ีเกดิ ข้นึ ในหองเรยี น
- ใชภาษาตา งประเทศ เพือ่ รวบรวมคําศพั ทท เี่ กย่ี วของใกลต วั
- มีทกั ษะการใชภาษาตางประเทศ (เนน การฟง -พดู ) ส่ือสารตามหวั เรือ่ งเกย่ี วกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน
สิง่ แวดลอ มใกลตัว อาหาร เครือ่ งด่มื และเวลาวางและนนั ทนาการ ภายในวงคําศัพทป ระมาณ ๓๐๐-๔๕๐ คํา
(คาํ ศัพททเ่ี ปน รูปธรรม)
- ใชป ระโยคคําเดียว (One Word Sentence) ประโยคเดี่ยว (Simple Sentence) ในการสนทนาโตตอบ
ตามสถานการณใ นชวี ิตประจําวัน
จบชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๖
- ปฏบิ ตั ิตามคาํ สั่ง คาํ ขอรอ ง และคาํ แนะนําท่ีฟง และอาน อานออกเสยี งประโยค ขอความ นิทาน และบท
กลอนสั้นๆ ถูกตองตามหลกั การอาน เลือก /ระบปุ ระโยคและขอ ความตรงตามความหมายของสญั ลกั ษณห รือ
เคร่อื งหมายท่ีอาน บอกใจความสาํ คญั และตอบคําถามจากการฟงและอาน บทสนทนา นทิ านงา ยๆ และเรอ่ื งเลา
- พูด /เขียนโตต อบในการสอ่ื สารระหวา งบุคคล ใชค าํ สง่ั คาํ ขอรอง และใหค าํ แนะนํา พูด/เขียนแสดงความต
องการ ขอความชวยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธการใหค วามชวยเหลอื ในสถานการณงา ยๆ พดู และเขยี นเพ่อื ขอ
และใหขอมูลเกีย่ วกบั ตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกลตัว พดู /เขยี น แสดงความรูสึกเกย่ี วกับเรื่องตางๆ ใกล
ตัว กจิ กรรมตางๆ พรอ มทง้ั ใหเหตุผลสั้นๆ ประกอบ

- พูด/เขียนใหขอ มลู เกย่ี วกบั ตนเอง เพ่ือน และสง่ิ แวดลอมใกลต ัว เขยี นภาพ แผนผงั แผนภมู ิ และตาราง
แสดงขอ มูลตางๆ ที่ฟงและอาน พูด/เขียนแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับเรอื่ งตางๆ ใกลต วั

- ใชถ อยคาํ นา้ํ เสียง และกริ ยิ าทา ทางอยา งสภุ าพ เหมาะสม ตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรม
ของเจา ของภาษา ใหขอมลู เกี่ยวกับเทศกาล /วนั สําคัญ /งานฉลอง /ชวี ิตความเปน อยูของเจาของภาษา เขารว ม
กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ

- บอกความหมือน / ความแตกตา งระหวา งการออกเสียงประโยคชนิดตา งๆ การใชเ ครอื่ งหมายวรรคตอน และ
การลาํ ดบั คาํ ตามโครงสรา งประโยคของภาษาตางประเทศและภาษาไทยเปรียบเทยี บความเหมอื น /ความแตกตาง
ระหวางเทศกาล งานฉลองและประเพณีของเจา ของภาษากับของไทย

- คน ควา รวบรวมคาํ ศพั ทท่ีเกีย่ วของกบั กลมุ สาระการเรยี นรอู ื่นจากแหลงการเรียนรู และนาํ เสนอดวยการพูด/
การเขยี น

- ใชภาษาสื่อสารในสถานการณต า งๆ ที่เกดิ ขน้ึ ในหองเรียนและสถานศึกษา
- ใชภ าษาตางประเทศในการสบื คนและรวบรวมขอ มูลตา งๆ
- มที กั ษะการใชภ าษาตางประเทศ (เนนการฟง -พูด-อา น-เขยี น) ส่อื สารตามหวั เร่ืองเกี่ยวกบั ตนเอง ครอบครวั
โรงเรียน สง่ิ แวดลอม อาหาร เคร่ืองดื่ม เวลาวางและนันทนาการ สขุ ภาพและสวัสดกิ าร การซอื้ -ขาย และลมฟ
าอากาศ ภายในวงคําศพั ทประมาณ ๑,๐๕๐-๑,๒๐๐ คํา (คําศัพทท่เี ปนรูปธรรมและนามธรรม)
- ใชประโยคเด่ยี วและประโยคผสม (Compound Sentences) สื่อความหมายตามบริบทตา งๆ
จบช้ันมัธยมศึกษาปท่ี ๓
- ปฏบิ ตั ิตามคําขอรอ ง คาํ แนะนาํ คําช้ีแจง และคําอธบิ ายที่ฟง และอาน อานออกเสียงขอ ความ ขา ว โฆษณา
นทิ าน และบทรอยกรองส้นั ๆ ถกู ตองตามหลักการอาน ระบุ /เขียนส่ือที่ไมใ ชค วามเรียงรูปแบบตางๆ สัมพนั ธกับ
ประโยคและขอความท่ีฟงหรืออาน เลือก /ระบุหวั ขอ เรื่อง ใจความสาํ คัญ รายละเอียดสนบั สนนุ และแสดงความ
คดิ เห็นเกีย่ วกับเร่ืองที่ฟงและอานจากส่ือประเภทตา งๆ พรอมท้ังใหเ หตผุ ลและยกตัวอยางประกอบ
- สนทนาและเขียนโตต อบขอมลู เกย่ี วกับตนเองและเรื่องตา งๆ ใกลตวั สถานการณ ขาวเรอื่ งทอ่ี ยูในความสนใจ
ของสังคมและสอื่ สารอยา งตอเนอ่ื งและเหมาะสม ใชคําขอรอง คําชแี้ จง และคาํ อธบิ าย ใหค าํ แนะนําอยาง
เหมาะสม พูดและเขยี นแสดงความตองการ เสนอและใหความชวยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธการใหความชว ยเหลอื
พูดและเขียนเพ่ือขอและใหข อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทยี บ และแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับเรอ่ื งทฟ่ี งหรืออ
านอยางเหมาะสม พดู และเขียนบรรยายความรูส ึกและความคดิ เห็นของตนเองเกย่ี วกับเรื่องตางๆ กจิ กรรม ประสบ
การณ และขาว /เหตกุ ารณ พรอ มท้ังใหเ หตผุ ลประกอบอยางเหมาะสม
- พูดและเขียนบรรยายเกยี่ วกบั ตนเอง ประสบการณ ขา ว /เหตกุ ารณ /เรือ่ ง /ประเด็นตางๆท่ีอยใู นความสนใจ
ของสังคม พดู และเขียนสรปุ ใจความสาํ คญั /แกนสาระ หวั ขอ เร่ืองที่ไดจากการวิเคราะหเรอ่ื ง /ขา ว /เหตกุ ารณ /

สถานการณทีอ่ ยูในความสนใจ พูดและเขยี นแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับกจิ กรรม ประสบการณ และเหตกุ ารณ พร
อมใหเหตุผลประกอบ

- เลอื กใชภ าษา นาํ้ เสียง และกิรยิ าทาทางเหมาะกบั บคุ คลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจา
ของภาษา อธบิ ายเกยี่ วกับชวี ติ ความเปน อยู ขนบธรรมเนยี มและประเพณขี องเจา ของภาษา เขารวม/จดั กจิ กรรม
ทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ

- เปรียบเทียบ และอธบิ ายความเหมือนและความแตกตางระหวา งการออกเสียงประโยคชนิดตางๆ และการ
ลําดบั คําตามโครงสรางประโยคของภาษาตา งประเทศและภาษาไทย เปรียบเทยี บและอธิบายความเหมือนและ
ความแตกตางระหวางชีวติ ความเปนอยแู ละวฒั นธรรมของเจาของภาษากบั ของไทย และนาํ ไปใชอ ยางเหมาะสม
- คนควา รวบรวม และสรุปขอมูล /ขอเท็จจรงิ ทเี่ ก่ยี วของกับกลมุ สาระการเรยี นรูอ่นื จากแหลง การเรียนรู และ
นาํ เสนอดว ยการพูดและการเขยี น
- ใชภ าษาสื่อสารในสถานการณจ ริง /สถานการณจาํ ลองที่เกดิ ข้นึ ในหองเรยี น สถานศึกษา ชมุ ชน และสังคม
- ใชภาษาตา งประเทศในการสืบคน /คน ควา รวบรวม และสรปุ ความรู /ขอมูลตางๆ จากสอ่ื และแหลงการเรียนรู
ตางๆ ในการศึกษาตอ และประกอบอาชีพ เผยแพร /ประชาสมั พันธข อมูล ขา วสารของโรงเรยี น ชุมชน และทอ งถ่นิ
เปน ภาษาตางประเทศ

- มีทกั ษะการใชภ าษาตางประเทศ (เนน การฟง-พูด-อา น-เขียน) ส่ือสารตามหัวเร่ืองเกี่ยวกับตนเอง
ครอบครัว โรงเรียน ส่งิ แวดลอ ม อาหาร เครอ่ื งดืม่ เวลาวางและนนั ทนาการ สุขภาพและสวัสดกิ าร การซ้ือ-ขาย
ลมฟาอากาศ การศึกษาและอาชีพ การเดนิ ทางทองเท่ยี ว การบริการ สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตรแ ละ
เทคโนโลยี ภายในวงคาํ ศพั ทประมาณ ๒,๑๐๐-๒,๒๕๐ คํา (คาํ ศัพทท่เี ปนนามธรรมมากขึ้น)
- ใชป ระโยคผสมและประโยคซบั ซอ น (Complex Sentences) ส่อื ความหมายตามบริบทตางๆ ในการสนทนาทั้ง
ท่เี ปนทางการและไมเ ปนทางการ
จบชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี ๖

- ปฏิบตั ิตามคาํ แนะนาํ ในคูมอื การใชง านตา งๆ คาํ ชแี้ จง คาํ อธิบาย และคาํ บรรยายท่ีฟงและอาน อา นออกเสียงข
อความ ขา ว ประกาศ โฆษณา บทรอยกรอง และบทละครสน้ั ถกู ตองตามหลักการอา น อธิบายและเขยี นประโยค
และขอความสัมพันธก บั สื่อที่ไมใ ชความเรยี งรปู แบบตา งๆ ท่ีอา น รวมทง้ั ระบแุ ละเขียนส่ือทไ่ี มใชความเรยี ง
รปู แบบตา งๆ สัมพนั ธก บั ประโยคและขอความที่ฟงหรืออานจับใจความสาํ คญั วเิ คราะหความ สรุปความ ตีความ
และแสดงความคดิ เหน็ จากการฟงและอานเรื่องที่เปนสารคดีและบนั เทงิ คดีพรอ มท้ังใหเหตุผลและยกตวั อยาง
ประกอบ
- สนทนาและเขียนโตต อบขอมูลเก่ยี วกบั ตนเองและเร่ืองตางๆ ใกลต วั ประสบการณ สถานการณ ขา ว/เหตุ
การณ ประเดน็ ที่อยใู นความสนใจและส่อื สารอยา งตอเนื่องและเหมาะสม เลือกและใชค ําขอรอง คาํ ช้ีแจง
คําอธบิ าย และใหค ําแนะนํา พดู และเขยี นแสดงความตองการ เสนอและใหความชว ยเหลือ ตอบรับและปฏเิ สธการ

ใหค วามชวยเหลอื ในสถานการณจาํ ลองหรือสถานการณจริงอยา งเหมาะสม พดู และเขียนเพอ่ื ขอและใหขอ มลู
บรรยาย อธิบาย เปรยี บเทียบ และแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับเร่ือง/ประเดน็ /ขาว /เหตกุ ารณท ี่ฟงและอานอยาง
เหมาะสม พูดและเขียนบรรยายความรูสกึ และแสดงความคิดเห็นของตนเองเกย่ี วกับเรื่องตา งๆ กจิ กรรม ประสบกา
รณ และขา ว /เหตุการณอยา งมีเหตุผล
- พูดและเขียนนาํ เสนอขอมูลเก่ยี วกับตนเอง /ประสบการณ ขา ว /เหตุการณ เร่ืองและประเดน็ ตา งๆ ตามความ
สนใจ พูดและเขียนสรปุ ใจความสาํ คัญ แกนสาระที่ไดจากการวเิ คราะหเ รอ่ื ง กิจกรรม ขา ว เหตุการณ และสถาน
การณตามความสนใจ พดู และเขยี นแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับกจิ กรรม ประสบการณ และเหตุการณ ทั้งในทองถิน่
สังคม และโลก พรอมทงั้ ใหเ หตุผลและยกตัวอยา งประกอบ เลอื กใชภ าษา นํา้ เสยี ง และกิริยาทาทางเหมาะกับ
ระดบั ของบุคคล เวลา โอกาสและสถานทตี่ ามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจาของภาษา อธิบาย /อภิปรายวิถี
ชวี ิต ความคดิ ความเชอื่ และทีม่ าของขนบธรรมเนียมและประเพณีของเจา ของภาษา เขารวม แนะนํา และจดั
กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมอยา งเหมาะสม
- อธิบาย /เปรียบเทยี บความแตกตา งระหวา งโครงสรา งประโยค ขอความ สํานวน คาํ พังเพย สภุ าษิต และบท
กลอนของภาษาตา งประเทศและภาษาไทย วิเคราะห /อภปิ รายความเหมือนและความแตกตา งระหวา งวถิ ชี ีวติ
ความเชอื่ และวัฒนธรรมของเจาของภาษากบั ของไทย และนําไปใชอ ยางมีเหตผุ ล
- คนควา/สบื คน บันทึก สรุป และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั ขอมูลท่ีเกย่ี วของกับกลมุ สาระการเรยี นรูอน่ื จาก
แหลงเรยี นรูตางๆ และนําเสนอดว ยการพดู และการเขยี น
- ใชภ าษาสื่อสารในสถานการณจริง /สถานการณจ ําลองที่เกดิ ข้นึ ในหองเรยี น สถานศึกษา ชุมชน และสงั คม

- ใชภ าษาตางประเทศในการสบื คน /คนควา รวบรวม วิเคราะห และสรุปความรู /ขอมลู ตางๆ จากสื่อและแหล
งการเรียนรูต างๆ ในการศึกษาตอและประกอบอาชีพ เผยแพร /ประชาสัมพันธ ขอ มลู ขาวสาร ของโรงเรียน
ชมุ ชน และทอ งถิน่ /ประเทศชาติ เปน ภาษาตางประเทศ
- มที กั ษะการใชภ าษาตา งประเทศ (เนนการฟง-พดู -อา น-เขียน) ส่ือสารตามหัวเร่อื งเกี่ยวกับตนเอง ครอบครวั
โรงเรียน ส่ิงแวดลอม อาหาร เครอ่ื งดื่ม ความสัมพันธระหวางบคุ คล เวลาวา งและนันทนาการ สุขภาพและ
สวัสดกิ าร การซ้ือ-ขาย ลมฟา อากาศ การศึกษาและอาชีพ การเดินทางทอ งเท่ยี ว การบริการ สถานที่ ภาษา และ
วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ภายในวงคําศัพทป ระมาณ ๓,๖๐๐-๓,๗๕๐ คาํ (คาํ ศัพทที่มีระดบั การใชแ ตกตา งกนั )
- ใชป ระโยคผสมและประโยคซบั ซอนส่ือความหมายตามบรบิ ทตางๆ ในการสนทนา ท้ังที่
เปนทางการและไมเปนทางการ

บทท่ี 3
วธิ กี ารดําเนินการวจิ ยั

งานวจิ ัยเร่อื ง การพฒั นาทักษะการเรยี นรูเร่ือง Conditional Sentences ของนักเรยี นชั้น
มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 5 โรงเรยี นวังจนั ทรว ทิ ยา โดยใชแบบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) The Development of
Learning Skill for teaching English grammar of Conditional Sentences for Mattayom 5 by Using
Electronic Testing (Liveworksheet) มีข้นั ตอนการดาํ เนนิ วจิ ัยน้ี

3.1 กลมุ เปาหมายทีใ่ ชในการวจิ ัย
3.2 แบบแผนการวจิ ัย
3.3 เคร่ืองมือที่ใชใ นการวิจัย
3.4 การสรางเครือ่ งมือที่ใชใ นการวจิ ัย
3.5 วธิ เี ก็บรวบรวมขอ มลู
3.6 การวเิ คราะหข อ มูล
3.7 สถติ ิทใ่ี ชใ นการวิเคราะหขอมลู
3.1 กลุมเปา หมายท่ใี ชใ นการวจิ ัย
กลมุ เปาหมายในการวิจัย ไดแก นกั เรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 5 โรงเรยี นวงั จนั ทรว ิทยา สาํ นักงานเขต
พืน้ ท่กี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา ชลบุรรี ะยอง ภาคเรยี นที่ 2 ปการศกึ ษา 2564 จาํ นวน 45 คน ไดม าโดยการ
เลอื กแบบเจาะจง (Purposive Sump )
3.2 แบบแผนการวิจัย
การวิจัยในคร้ังนี้เปนการวิจัยเชิงทดลอง แบบกลุมตัวอยาง 1 กลุม และมีการทดสอบกอนและหลังเรียน
1 กลุม (One Group) pre - test และ post – test
3.3 เคร่อื งมอื ท่ใี ชในการวจิ ยั
เครื่องมือที่ใชในการวจิ ัยมี 2 ชนดิ จาํ แนกตามลักษณะการใชง านดังนี้

3.3.1 เครือ่ งมอื ทใี่ ชในการปฏิบตั กิ ารจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนการพฒั นาทกั ษะการเรยี นเรอื่ ง
Conditional Sentense จาํ นวน 2 แผน 2 ชว่ั โมง

3.3.2 เครือ่ งมือท่ีใชใ นการประเมนิ ความสามารถในการพฒั นาทักษะการเรยี นเรือ่ ง Conditional
Sentense คือ แบบทดสอบการพฒั นาทักษะการเรียนรูของนกั เรียนที่ไดเ รียนดวยแผนการเรยี นรูจํานวน 2 แผน
แบบทดสอบเปนแบบปรนัยชนิดเลอื กตอบ 4 ตัวเลอื ก
3.4 การสรางเคร่ืองมือท่ใี ชใ นงานวิจัย

3.4.1 เคร่อื งมือท่ีใชในการวจิ ัยไดแก
3.4.1.1 แบบทดสอบการพัฒนาทักษะการเรียนรกู ารเรยี นเรื่อง Conditional Sentense

ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 5 เปนแบบทดสอบชนดิ 4 ตวั เลือกจํานวน 20 ขอ ซ่งึ ผวู จิ ยั ดําเนนิ การสรา งและหาคุณภาพ
ตามขน้ั ตอนดังนี้

1) ศกึ ษาทฤษฎแี ละวิธกี ารสรางแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิท์ างการเรียนจากหนังสือเทคนิค
การวัดผล เทคนิคการเขยี นขอสอบ

2) ศึกษาคูมือการวดั และประเมนิ ผลในชั้นเรียนกลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศตาม
หลกั สูตรการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 เก่ยี วกับการวเิ คราะหห ลักสตู ร แผนการจัดการเรยี นรู ผลการ
เรยี นรูท่คี าดหวัง สาระการเรียนรู และวธิ ีการวดั และประเมนิ ผล

3) สรางขอ สอบการพัฒนาทักษะการเรียนเรือ่ ง Conditional Sentense ชน้ั มัธยมศึกษาป
ท่ี 5 แบบปรนัยโดยใหค รอบคลมุ เน้ือหา คําศัพทม าตรฐานการเรยี นรชู วงชนั้ ผลการเรยี นรูท ี่คาดหวงั รายป สาระ
การเรียนรโู ดยจดั สรา ง 40 ขอ เพ่อื คัดไวใ ชจ รงิ จาํ นวน 20 ขอ

4) นําแบบทดสอบทสี่ รางขึน้ เสนอตออาจารยทีป่ รกึ ษาการศึกษาเพือ่ พิจารณาความ
เทยี่ งตรงเชิงเนื้อหา ความเหมาะสมของภาษาทใี่ ชซง่ึ ไดรบั คําแนะนําเกย่ี วกับการใชค าํ ถามในแบบทดสอบแตละขอ
ควรใหกระชบั ชดั เจน จงึ นาํ มาปรบั ปรุงตามคําแนะนํา

5) นําแบบทดสอบทีไ่ ดร ับการปรับปรุงแลว เสนอผเู ชยี่ วชาญชดุ เดิม เพ่ือตรวจพิจารณาหา
คา ความเทย่ี งตรงตามเน้อื หาอยรู ะหวาง 0.80-1.00 คา ความยากงายของขอสอบอยรู ะหวาง 0.46-0.62 คา อํานาจ
จําแนกอยรู ะหวา ง0.33-0.45 และหาความเทยี่ งเทากบั 0.87

6) จดั พิมพแ ละทาํ สาํ เนาแบบทดสอบทีผ่ า นการตรวจสอบคุณภาพแลว เพือ่ ใชเปน
แบบทดสอบจรงิ และนําไปทดลองกับกลุมตวั อยางตอไป

3.4.1.2 แบบประเมนิ ความพึงพอใจในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนการเขยี นสรปุ โดยการใช
แบบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ไดด าํ เนินการสรางตามข้ันตอน ดังนี้

1) ศกึ ษาวธิ กี าร หลกั การ ทฤษฎแี ละเทคนิควธิ กี ารสรา งแบบประเมนิ การการเขยี น ของ ชยั
ยงศ พรหมวงศ (2543: 124) เพอื่ เปนแนวทางในการสรางแบบประเมิน

2) ศกึ ษาการสรางแบบประเมินความพงึ พอใจ บญุ ชม ศรีสะอาด (2543 : 100) เพ่ือเปน
แนวทางในการสรา งแบบประเมนิ ชัน้ มัธยมศึกษาปท่ี 5

3) นาํ แบบประเมนิ ความพึงพอใจ ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 5 ท่จี ัดทาํ ขึ้น เสนออาจารยท ี่ปรึกษา
การศึกษาตรวจสอบเก่ียวกับขอคําถามในการประเมินการเขียน การใชภ าษาแลวนํามาปรับปรุงตามขอเสนอแนะ
เกีย่ วกับเรอ่ื งการใชภาษา การใชคําสัง่ ในแบบประเมนิ การเขยี น

4) นาํ แบบประเมนิ ความพงึ พอใจในการจัดการเรียนการสอนการเขียน สาระการเรยี นรู
ภาษาตางประเทศ โดยการใชแบบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ่ี 5 ท่ีปรับปรุงแลว เสนอ

ตอผเู ช่ยี วชาญชุดเดมิ เพื่อพิจารณา ตรวจสอบเกีย่ วกบั การใชภาษาไดร ับคาํ แนะนาํ ในเรอ่ื ง การใชภาษา ขอคาํ ถาม
ความเหมาะสมในการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนแลว นํามาปรับปรงุ

5) นําแบบประเมนิ ความพึงพอใจในการจดั การเรยี นการสอนการเขียนเชงิ สรางสรรค วชิ า
ภาษาอังกฤษ 4 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 เสนอให ผูเช่ียวชาญเพ่ือพจิ ารณาความถูกตองในเนือ้ หาโดยใชเ กณฑการ
ประเมินซงึ่ ดดั แปลงมาจากมาตราสว นประมาณคาของ (ภทั ราพร เกษสังข,(2549 : 78) โดยใชเกณฑ ดังน้ี

คาเฉลี่ย 4.51-5.00 หมายถึง มากที่สุด
คา เฉลยี่ 3.51-4.50 หมายถึง มาก
คาเฉลีย่ 2.51-3.50 หมายถึง ปานกลาง
คาเฉลย่ี 1.51-2.50 หมายถึง นอย
คา เฉล่ีย 1.00 -1.50 หมายถึง นอ ยที่สดุ
6) วเิ คราะหผ ลการประเมนิ แลว นาํ แบบประเมินความพงึ พอใจในการจัดการเรยี นการสอน
การเขียน สาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศโดยการใชแ บบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่
5 มคี าคะแนนเฉล่ยี เทากบั 4.68 อยูในระดบั พงึ พอใจมากที่สุด
7) นาํ แบบประเมินความพึงพอใจในการจดั การเรียนการสอนการเขยี น สาระการเรียนรู
ภาษาตางประเทศ โดยการใชแบบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ท่ไี ดร ับการประเมนิ
จากผูเช่ียวชาญแลว นําไปทดลองใชกบั นักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 5 โรงเรยี นวังจนั ทรว ทิ ยา สํานกั งานเขตพน้ื ที่
การศกึ ษามัธยมศกึ ษา ชลบรุ ีระยอง จาํ นวน 45 คน ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2564
3.5 วธิ ีเกบ็ รวบรวมขอมูล
การเก็บรวบรวมขอมูลผูวิจัยดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูลดวยตนเองโดยนําแบบทดสอบออนไลน
(Liveworksheet) สําหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปที่ 5 โรงเรียนวังจันทรวิทยา สํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
มธั ยมศึกษา ชลบุรีระยอง ตามขน้ั ตอนดังนี้
3.5.1 แนะนาํ ชี้แจงรายละเอยี ด
3.5.2 ทดสอบกอนเรยี น
3.5.3 ดําเนนิ การสอนในแตละชดุ
3.5.4 ทดสอบหลงั เรียน
3.5.5 เมื่อส้ินสดุ การจดั กิจกรรม ผวู ิจยั เก็บขอ มลู จากทุกกิจกรรมเพอื่ นําไปพัฒนาปรับปรงุ แกไข
3.6 การวเิ คราะหขอ มูล
3.6.1 การเปรียบเทียบการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 5 โรงเรียนวัง
จันทรว ทิ ยา สํานกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษามธั ยมศึกษาชลบุรรี ะยอง ตามเกณฑร อยละ 70

3.6.2 วิเคราะหผลการเปรยี บเทยี บการพัฒนาทางการเรียนกอนและหลังเรยี นโดยใชแบบทดสอบออนไลน
(Liveworksheet) สาํ หรับนกั เรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 โรงเรยี นวังจนั ทรวิทยา สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
มัธยมศกึ ษา ชลบรุ ีระยอง ดวยคา สถติ ิ

3.7 สถิตทิ ใ่ี ชใ นการวเิ คราะหขอ มูล

3.7.1 สถิตพิ ื้นฐาน ไดแ ก
3.7.1.1 คา เฉลี่ย (Arithmetic mean) โดยคาํ นวณจากสตู ร ตอไปน้ี (ภทั ราพร เกษสังข, 2549 : 152)

X = ∑x

n

เมื่อ X แทน คาเฉลี่ย

∑ x แทน ผลรวมทั้งหมดของคะแนน

n แทน จาํ นวนคนท้ังหมด

เกณฑใ นการแปลความหมายของคา เฉล่ีย มดี งั น้ี (ภัทราพร เกษสังข, 2549 : 109)
4.51 – 5.00 หมายความวา เห็นดวยมากทส่ี ุด
3.51 – 4.50 หมายความวา เหน็ ดวยมาก
2.51 – 3.50 หมายความวา เห็นดวยปานกลาง
1.51 – 2.50 หมายความวา เหน็ ดวยนอย
1.00 – 1.50 หมายความวา เหน็ ดวยนอยทีส่ ดุ
3.7.2 สว นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (Standard deviation) โดยคาํ นวณจากสูตร ตอ ไปน้ี (ภทั ราพร เกษ
สังข,2549 : 163)

S = n∑ x2 − (∑ x )2
n(n −1)

เมือ่ S แทน สว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน
n แทน จาํ นวนกลุมตัวอยา ง
X แทน คะแนนของนกั เรยี นแตล ะคน

∑ แทน ผลรวมของคะแนน

3.7.2.1 รอยละ (Percentage) โดยมีสูตร ดังนี้ (ภัทราพร เกษสงั ข, 2549 : 190)

P = F ×100

n

เมือ่ P แทน รอยละ
F แทน ความถ่ีทตี่ องการแปลคาใหเ ปน รอ ยละ

n แทน จาํ นวนความถท่ี ้งั หมด

3.7.3 สถิตสิ าํ หรบั ทดสอบสมมตฐิ าน

3.7.3.1 การหาคาประสิทธิภาพ E1/E2 มีสูตรในการคํานวณ ดังนี้ (มนตรี แยมกสิกร, 2551 : 2-

4)

∑X

E1 = N × 100

A ∑

2 = × 100


เมือ่ 1 คอื คะแนนเฉลี่ยของผเู รียนทั้งหมดจากการทําแบบฝก หัดหรือ
แบบทดสอบระหวา งเรยี นจากบทเรยี น

2 คอื คะแนนเฉลี่ยของผูเรียนทั้งหมดจากการทาํ แบบทดสอบหลงั การเรียน
X คอื คะแนนท่ีไดจากการทําแบบฝกหัดหรือแบบทดสอบระหวางเรียนของผูเรียนแตละ

คน

Y คอื คะแนนทีไ่ ดจากการทําแบบทดสอบหลังการเรียนของผเู รียนแตละคน

A คือ คะแนนเตม็ ของแบบทดสอบหรอื แบบฝก หัดระหวา งเรียน

B คือ คะแนนเตม็ ของแบบทดสอบหรือแบบฝก หัดหลงั เรียน

N คอื จํานวนผูเ รยี นท้ังหมด

3.7.3.2 สถิติ t – test แบบ Dependent มีสตรูในการคํานวณ ดังนี้ (ภัทราพร เกษสังข

,2549 : 193-194)

ΣD
N∑ D2 − (∑ D)2
t= (N − 1)

เม่ือ t หมายถึง คา ทกี รณีกลุมตัวอยา งไมเปนอิสระตอกนั

ΣD หมายถึง ผลรวมความแตกตา งระหวา งคะแนนหลังเรียนและกอ นเรยี น

N หมายถงึ จํานวนคขู องคะแนน

บทท่ี 4
ผลการวเิ คราะหข อ มลู

การศกึ ษาวจิ ัยเร่ืองการพฒั นาทักษะการเรียนรเู รื่อง Conditional Sentences ของนกั เรียนชัน้
มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 โรงเรียนวังจันทรวิทยา โดยใชแบบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) The Development of
Learning Skill for teaching English grammar of Conditional Sentences for Mattayom 5 by Using
Electronic Testing (Liveworksheet) ผูว จิ ัยไดด ําเนนิ การวิเคราะหขอมูลตามลาํ ดับ ดังนี้

4.1 สัญลกั ษณท ี่ใชใ นการนําเสนอขอมูล
4.2 ผลการพฒั นาความสามารถการสรา งประโยค Conditional Sentences ของนักเรียน

4.1 สญั ลักษณท่ีใชในการนาํ เสนอขอ มูล
เพ่อื ใหเ กิดความเขาใจตรงกันในการสอื่ ความหมาย ผูวิจยั ไดกําหนดความหมายของสญั ลักษณที่ใชในการ

นาํ เสนอขอมูลและผลการวิเคราะหขอมลู ดังนี้
4.1.1 X แทน คา เฉลีย่ เลขคณิต
4.1.2 S.D. แทน คา สวนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
4.1.3 n แทน จาํ นวนกลุม ตวั อยาง
4.1.4 t แทน คาสถิตทิ ใ่ี ชในการเปรียบเทียบกับคาวกิ ฤตใน t- distribution

4.2 ผลการพัฒนาความสามารถการสรางประโยค Conditional Sentences ของนักเรียน
จากแนวทางการพัฒนา ผวู จิ ยั ไดนดั ทาํ แผนการจดั การเรียนรู จาํ นวน 2 แผน นําไปพฒั นานักเรียนผลการ

พัฒนาปรากฏแตละวงจรมีผล ดงั นี้
4.2.1 ผลการวิเคราะหข อมลู
ผลการพัฒนาการสรา งประโยค Conditional Sentences กลมุ สาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ ชน้ั

มธั ยมศึกษาปท ่ี 5 โดยการใชแ บบฝก เสริทกั ษะในวงจรปฏิบัตกิ าร มี 1 วงจร ดงั นี้

ขอมูลเชงิ ปริมาณ
ตารางที่ 1 แสดงผลการทดสอบการพัฒนาทักษะการเรยี นของนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5

ลาํ ดบั ท่ี กอนเรียน หลังเรยี น การพัฒนา
(10 คะแนน ) (10 คะแนน )
1 6
2 3 9 4
3 4 8 5
4 5 10 6
5 4 10 5
6 4 9 4
7 4 8 5
8 2 7 6
9 4 10 8
10 2 10 6
11 3 9 7
12 2 9 5
13 3 8 4
14 3 7 5
15 2 7 5
16 3 8 4
17 4 8 6
18 3 9 5
19 4 9 4
20 5 9 8
รวม n= 20 2 10 108
66 174 5.4
X 3.3 8.7

จากตารางท่ี 1 ผลการพฒั นาทักษะการเรยี นเร่ือง Conditional Sentences ของนักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 5
พบวา คะแนนกอนเรยี นมีคาเฉลี่ย 3.3 มีคะแนนหลังเรยี นมีคาเฉล่ีย 8.7 แสดงวาคะแนนการพัฒนาทกั ษะการสรา ง

ประโยค Conditional Sentences เรียนสูงกวากอนเรยี น
ตารางท่ี 2 ผลการเปรียบเทียบการพัฒนาทกั ษะการใช Conditional Sentences ของนกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาป
ที่ 5 ระหวางกอนการพฒั นากับหลังการพัฒนา

การพฒั นา จํานวนนกั เรยี น X ΣD ΣD2 t-test
กอ น 20 3.3 108 605 22.547*

หลงั 20 8.7

* มนี ัยสําคัญทางสถิตทิ ี่ระดับ .05
จากตารางที่ 2 ผลการเปรียบเทยี บการพฒั นาทักษะการสรา งประโยค Conditional Sentence ของ

นักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 5 โรงเรียนวงั จันทรวทิ ยา คะแนนกอนพัฒนาและหลงั พฒั นาพบวานกั เรียนชนั้
มัธยมศกึ ษาปท ่ี 5 หลงั ไดรับการพัฒนาสูงกวากอ นการพฒั นาแตกตางกันอยา งมนี ัยสําคัญทางสถติ ิที่ระดบั .05
ขอ มูลเชิงคุณภาพ

ผลการพัฒนาทกั ษะการสรา งประโยค Conditional Sentence ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 5 โดยการใช

แบบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) ในการปฏิบัติกจิ กรรม ผูวิจยั ไดดาํ เนินการในแตละวงจร ดังนี้
วงจรท่ี 1 ผูวิจยั ไดพ ฒั นาทกั ษะการสรา งประโยค Conditional Sentence ของนกั เรยี นชั้น

มัธยมศึกษาปที่ 5 โดยใชแบบทดสอบออนไลน (Livewprksheet) ซึ่งในแบบทดสอบนนั้ ไดพัฒนาทักษะการการ
เขยี นประโยค โดยฝกการทาํ งานโดยใชก ระบวนการกลมุ พัฒนากระบวนการคดิ และการแสดงออกอยา ง

สรางสรรคในการทาํ งาน แบบฝก แตละชนิ้ นัน้ ไดฝ กใหน ักเรียนพัฒนาการคดิ มีความกลาในการแสดงออก โดยการ
นาํ เสนอผลงานของกลมุ หนาชั้นเรยี น และเมื่อนักเรยี นไดทําแบบฝกเสริมทักษะแลว นน้ั นักเรยี นสามารถท่จี ะสราง

ประโยค Conditional Sentence ไดถูกตองตามโครงสรา งและหลักไวยากรณไดอยางแมนยาํ และแสดงใหเหน็ วา
หลงั เรยี นดวยการใชแ บบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) แลว นนั้ นักเรยี นมคี วามรคู วามเขา ใจในการสรา ง

ประโยค Conditional Sentence ในแตล ะประโยคไดม ากขึ้น
วงจรที่ 2 ผวู จิ ยั ไดพ ัฒนาทักษะการสรางประโยค Conditional Sentence โดยการใชแบบทดสอบ

ออนไลน (Liveworksheet) ผลของการพฒั นานน้ั ทําใหนกั เรยี นสามารถทจี่ ะเขา ใจในหลักการใชมากขึ้น สามารถ

ตอบคาํ ถามเมอื่ ครูถามได และนักเรยี นสามารถทจ่ี ะนําความรทู ่ีพฒั นาแลวนั้นเปนพื้นฐานในการเรียนในระดบั ที่
สงู ข้นึ

วงจรท่ี 3 ผูวิจัย ไดพ ัฒนาทักษะการสรา งประโยค Conditional Sentence ของนกั เรียนชั้น
มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 โดยใชแ บบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) ตามแผนการจัดการเรยี นรูแลว นักเรยี นสามารถ
นาํ ความรทู ี่ไดไ ปพฒั นาทักษะการเขียนของตนใหด ขี ้นึ และถูกตองถามกฎไวยากรณ แสดงใหเห็นวาหลงั จาก
นักเรยี นเรยี นดวยแบบฝกเสริมทักษะนักเรียนมีความรู ความเขาใจ และสามารถทจ่ี ะเรียนในเน้อื หาอื่นๆได

ผลจากการพัฒนาทักษะการสรา งประโยค Conditional Sentence ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท่ี
5 โดยใชแบบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) ท้งั 3 วงจร สงผลใหผ เู รยี นเปล่ียนแปลงพฤติกรรมไปในทางทีด่ ี
มีคุณภาพ ดังน้ี
(1) นกั เรยี นรกั การเขียนใฝเ รียนใฝรู
(2) นักเรียนมีความมั่นใจและกลาแสดงออก
(3) นกั เรยี นมีความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง
(5) นกั เรียนรูจกั การทํางานอยางเปนระบบ
(6) นกั เรยี นรูจกั ชว ยเหลอื ตนเองและผอู ่ืน
(7) นกั เรียนมีความสขุ ในการเรียน
(8) นกั เรียนมีความรูและความเขาใจในบทเรียนมากขึน้
(9) นักเรยี นสามารถพฒั นาศักยภาพของตนเองไดอยางมปี ระสิทธิภาพ
(10) นักเรยี นมีความสามารถในการสรางประโยค Conditional Sentence มากข้ึน

จากผลความพึงพอใจในการพัฒนาทกั ษะการสรางประโยค Conditional Sentence รายวิชา
ภาษาอังกฤษของนักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 5 ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทเ่ี กิดจากกระบวนการวจิ ัยเชิงปฏบิ ัติการ
ของการวเิ คราะหขอมูลจากการวิจัย ผวู ิจยั ไดสนทนากลมุ ผูม ีสว นเกี่ยวของเพ่ือรายงานผลการจดั กจิ กรรมและ
ประเมนิ การพัฒนาการเขยี นเชงิ สรา งสรรคเพือ่ ใหขอมูลของผมู ีสวนเกี่ยวขอ ง ท้ังนักเรียน ครู ผปู กครองท้งั นผี้ มู ี
สว นเก่ียวขอ งมีความพึงพอใจตอ การจัดกจิ กรรมการพฒั นาทกั ษะการสรา งประโยค Conditional Sentence
ผวู ิจัยไดด ําเนนิ ผลการพฒั นาในแตละวงจรอยใู นระดบั ดี

บทที่ 5

สรปุ ผล อภิปรายผล และขอ เสนอแนะ

การพัฒนาทกั ษะการเรียนรูเรอื่ ง Conditional Sentences ของนกั เรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 5
โรงเรียนวงั จันทรวิทยา โดยใชแ บบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) The Development of Learning Skill
for teaching English grammar of Conditional Sentences for Mattayom 5 by Using Electronic
Testing (Liveworksheet) โดยมวี ตั ถุประสงค 1) เพ่อื ศึกษาปญหาความสามารถการสรา งประโยค Conditional
Sentences 2) เพ่อื ศกึ ษาความคาดหวงั และแนวทางการพัฒนาการความสามารถการสรา งประโยค Conditional
Sentences 3) เพอื่ ศกึ ษาผลการพัฒนาความสามารถในทักษะการเขียน 4) เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 5 โรงเรยี นวังจนั ทรว ิทยา การพฒั นาทักษะการสรางประโยค Conditional Sentences
กลมุ เปาหมายการพัฒนา คือ นักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 5 โรงเรียนวงั จันทรว ิทยา สังกดั สาํ นักงานเขตพน้ื ท่ี
การศึกษามธั ยมศกึ ษา ชลบรุ รี ะยอง ท่กี ําลังเรยี นอยใู นภาคเรียนที่ 2 ปก ารศึกษา 2564 จํานวน 226 คน การ
วิจัยครง้ั น้ี เปน การวิจยั เชงิ ปฏิบตั กิ ารในชั้นเรยี น (Classroom Action Research) รูปแบบดงั กลาวประกอบดว ย
4 ขัน้ ตอน คือ 1 ขน้ั วางแผน (plan) 2 ขั้นปฏิบตั กิ าร(Act) 3 ขัน้ สงั เกตการณ (Observe) และ 4 ข้ันสะทอน
ผลการปฏิบตั (ิ Reflect)ซง่ึ เปนรปู แบบทเ่ี ปนวงจรปฏบิ ตั กิ าร เมือ่ ปฏิบัตคิ รบวงจรปฏบิ ตั แิ ตล ะวงจร 4 ข้นั ตอนจะ
วเิ คราะหหาขอบกพรองและแนวทางแกไขแลวนําไปปรับปรุงการดาํ เนนิ การทดลองในวงจรปฏบิ ตั ิใหม เคร่ืองมอื ท่ี
ใชในการวจิ ยั ไดแ ก แบบบันทกึ การสงั เกตพฤติกรรมการสอนของครู แบบบนั ทกึ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน
ของนักเรยี น แบบบันทึกเหตุการณคณะทําการสอนของครู แบบทดสอบยอย แบบประเมินการพฒั นาทักษะการ
สรา งประโยค Conditional Sentences แบบสมั ภาษณนักเรยี น การเขยี นอนุทนิ และผลงานนักเรยี น/ชนิ้ งาน
นกั เรียน สรุปผลไดต ามลาํ ดับ ดังนี้

5.1 สรปุ ผลการวจิ ัย
5.2 อภปิ รายผลการวจิ ัย
5.3 ขอ เสนอแนะ
5.4 ขอ เสนอแนะในการวิจยั
5.1 สรปุ ผลการวิจัย
การดําเนนิ การการวจิ ยั การพัฒนาทักษะการเรียนรเู รือ่ ง Conditional Sentences ของนักเรียนชัน้
มัธยมศึกษาปท ่ี 5 โรงเรยี นวังจนั ทรวทิ ยา โดยใชแ บบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) The Development of
Learning Skill for teaching English grammar of Conditional Sentences for Mattayom 5 by Using
Electronic Testing (Liveworksheet) สรุปผลการวิจยั ไดดังน้ี
5.1.1.นักเรยี นทเ่ี รยี นโดยใชแบบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) มีการพัฒนาหลังเรยี นสงู กวา

กอนเรยี นอยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถิติ ทรี่ ะดับ .05
5.1.2 นกั เรียนทเ่ี รียนโดยใชแบบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) มีการพัฒนาสูงกวา ทเ่ี รยี นกบั

เกณฑรอยละ 70 อยา งมนี ยั สําคัญท่รี ะดบั .05
5.2 อภิปรายผล

การพัฒนาทกั ษะการเรยี นรเู ร่อื ง Conditional Sentences ของนักเรยี นช้ันมัธยมศึกษาปท ี่ 5
โรงเรียนวังจันทรวทิ ยา โดยใชแ บบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) The Development of Learning Skill
for teaching English grammar of Conditional Sentences for Mattayom 5 by Using Electronic
Testing (Liveworksheet) ความสามารถนาํ อภปิ รายผล ไดดงั น้ี

5.2.1 ผลการพัฒนาทักษะการสรางประโยค Conditional Sentences มกี ารพฒั นาหลังเรียน
สูงกวา กอนเรียนอยางมนี ยั สําคัญที่ .05 มีคา t – test 22.547 วิลาวณั ย สภุ ิรักษ (2545 : บทคดั ยอ) ไดวิจยั เรือ่ ง
การพฒั นาทักษะการเรียนรเู ร่ือง Conditional Sentences ของนกั เรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 โรงเรยี นวังจนั ทร
วทิ ยา โดยใชแบบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) The Development of Learning Skill for teaching
English grammar of Conditional Sentences for Mattayom 5 by Using Electronic Testing
(Liveworksheet) ผลการวจิ ัยพบวา แบบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) ทส่ี รางข้ึนมปี ระสทิ ธิภาพตาม
เกณฑมาตรฐาน จากผลการศกึ ษาคนควา พบวา การพฒั นาทกั ษะการสรางประโยค Conditional Sentences
ของนักเรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 5 รว มกบั การวจิ ยั เชิงปฏบิ ัติการ (Action Research) สามารถพฒั นาทกั ษะการ
สรางประโยค Conditional Sentences ของนักเรียนโรงเรยี นวงั จนั ทรว ิทยา สาํ นักงานเขตพืน้ ที่การศึกษา
มัธยมศึกษา ชลบุรีระยอง ใหดมี ีประสทิ ธภิ าพข้นึ นักเรียนสามารถตอบคําถาม ทําแบบฝก หดั พัฒนาทักษะการ
ทาํ งานอยางเปนระบบ พฒั นาดา นการคิดอยา งสรางสรรค นักเรียนรูจักการแบงหนาท่ีกนั ทาํ งาน เรียนรูจ ากการนาํ
ประสบการณเดมิ มาเสริมตอเนอ้ื หาในบทเรียน นักเรียนเกิดความสนกุ สนานในการเรยี น มีความม่ันใจในการ
แสดงออก สามารถนําความรูไปใชในชวี ติ ประจาํ วันได สว นดา นการพฒั นาทักษะการเรียนเรียน ปรากฏวา
นกั เรียนสามารถทาํ คะแนนจากแบบทดสอบการพัฒนาทักษะทางการเรยี นไดส ูงกวาเกณฑทก่ี ําหนด ซ่ึงชใ้ี หเหน็ วา
การพฒั นาทักษะการสรา งประโยค Conditional Sentences ของนกั เรียนมธั ยมศึกษาปท ่ี 5 สามารถพฒั นาและ
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนรูของผเู รียนไปในทางที่ดขี ึ้น และพฒั นาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนใหส ูงข้นึ ตามความ
มงุ หมายของการศึกษาคน ควาไดจรงิ
5.3 ขอ เสนอแนะ

ผลจากการวิจยั ครงั้ นี้ ผวู ิจัยมีขอเสนอแนะเกี่ยวกบั การวจิ ยั อันเปนประโยชนตอ ผทู ีจ่ ะ ศกึ ษาคนควา
หรอื มีความสนใจที่จะพัฒนาทกั ษะการเรยี นรเู รื่อง Conditional Sentences ของนกั เรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 5
โรงเรียนวังจันทรวิทยา โดยใชแ บบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) The Development of Learning Skill

for teaching English grammar of Conditional Sentences for Mattayom 5 by Using Electronic
Testing (Liveworksheet) รว มกบั การใชหลกั การวจิ ยั เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร (Action Research) ดังน้ี

5.3.1 ขอเสนอแนะในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู
กอนท่ีจะนําแผนการเรียนรูการพัฒนาทักษะของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปที่ 5 โดยการใช

แบบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) ไปใช ควรศึกษาเนือ้ หา ข้ันตอนการ จดั กิจกรรมการเรียนรู องคป ระกอบ
ในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู และบทบาทของครู และนกั เรียนใหเขาใจกอนท่ีจะลงมือปฏิบัตติ ามกจิ กรรมที่กาํ หนด
ตามขอเสนอแนะดังน้ี

5.3.2 ในการพัฒนาทักษะการสรา งประโยค Conditional Sentences มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 5
โดยการใชแบบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) จะตองปฐมนิเทศผรู วมศึกษาคนควาและนักเรียน ใหเ กดิ
ความรูความเขาใจในแตละข้ันตอนของการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูกอ น เพ่ือจะไดด ําเนนิ กิจกรรมการเรยี นรูเปน ไป
อยาง ตอเนอื่ ง

5.3.3 ครูควรมีการเตรยี มทั้งเน้อื หาในแบบฝกทักษะในแตละแผนการจดั กิจกรรมการ
เรียนรใู หค รบกบั จํานวนนกั เรียน เตรยี มแบบฝกทักษะ หลังแผนการเรยี นรู และสอ่ื อุปกรณตา ง ๆ ใหพรอม ท่จี ะ
ดําเนินกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู มคี วามสะดวกในการหยบิ ใชและเสนอแนะแหลง เรยี นรทู ่ใี กลต วั นักเรียน
เอง

5.3.4 ครคู วรจัดกจิ กรรมใหนักเรียนไดฝก การทํางานโดยใชก ระบวนการกลุม
5.3.5 ในการจัดกิจกรรมการเรยี นรูค วรมีการปลูกฝง คณุ ธรรมเรอ่ื งคุณธรรม ความสามัคคี
จะทาํ ใหงานสาํ เร็จ ไดอยา งรวดเร็ว ฝก ใหนักเรียนคดิ อยางมีเหตผุ ล และภาคภมู ใิ จในผลงานของตนเอง
5.3.6 ในการพัฒนาทักษะการเรยี นรูเร่ือง Conditional Sentences ของนักเรยี นชั้น
มัธยมศึกษาปท่ี 5 โรงเรยี นวังจนั ทรวิทยา โดยใชแ บบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) The Development of
Learning Skill for teaching English grammar of Conditional Sentences for Mattayom 5 by Using
Electronic Testing (Liveworksheet เวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนรูในแตละแผนอาจมีการยดื หยนุ ได ไมควร
จาํ กดั เวลาเกนิ ไป เพราะจะทําใหน ักเรยี นสรางสรรคผ ลงานไดไ มเต็มท่ี
5.3.7 ควรสรา งบรรยากาศการเรยี นรูใหเปนกันเองกบั นักเรียน เปด โอกาสใหน ักเรียนไดม ี
สวนรวมในกิจกรรมการเรยี นการสอน คอยใหก ําลงั ใจแกนักเรยี นและเสนอแนะเม่ือนักเรียนเกิดปญหา

5.4 ขอเสนอแนะในการวิจยั
5.4.1 พัฒนาทักษะการเรยี นรูเรื่อง Conditional Sentences ของนักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษาป

ที่ 5 โรงเรยี นวังจนั ทรวิทยา โดยใชแ บบทดสอบออนไลน (Liveworksheet) The Development of Learning

Skill for teaching English grammar of Conditional Sentences for Mattayom 5 by Using Electronic
Testing (Liveworksheet สามารถพฒั นาและนาํ ไปใชไดกับเน้ือหาระดับชน้ั อน่ื ๆ ไดอ ีก

5.4.2 ควรมีการศกึ ษาเจตคตขิ องนักเรียน ตอ การเรียนวชิ าภาษาอังกฤษ โดยการใช
แบบทดสอบออนไลน (Liveworksheet)


Click to View FlipBook Version