The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการดำเนินงานสถานศึกษาปลอดโรคติดต่อ โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sotphetchabun39, 2021-05-20 01:27:00

คู่มือการดำเนินงานสถานศึกษาปลอดโรคติดต่อ

คู่มือการดำเนินงานสถานศึกษาปลอดโรคติดต่อ โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

Keywords: สถานศึกษาปลอดโรค

โรงเรียนโสตศกึ ษำจงั หวัดเพชรบรู ณ์

สำนกั บรหิ ำรงำนกำรศึกษำพิเศษ
สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขัน้ พื้นฐำน

กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร

คู่มอื การดาเนินงานสถานศึกษาปลอดโรคติดตอ่
จดั พิมพ์เมอื่ วันที่ 5 กมุ ภาพันธ์ 2563
โรงเรียนโสตศกึ ษาจังหวัดเพชรบูรณ์
สานักบรหิ ารงานการศกึ ษาพิเศษ
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ

เด็กในวันนี้เป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า คากล่าวนี้นับว่าใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย เด็กๆ ท่ีเติบโตมาอย่างสมบูรณ์ใน
ทุกด้าน เช่น สุขภาพร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ อารมณ์ดี ร่าเริงแจ่มใส และมีพัฒนาการเป็นไปตามวัย
จะ ทา ให้เด็ก เติบ โ ต เป็น ผู้ให ญ่ที่มีคุณ ภ า พ เป็น พ ลังสา คัญ ใน ก าร ขับ เค ลื่อ น ป ร ะ เท ศ ชา ติให้เจ ริญ ก้า วห น้า
ดังนั้นการดูแลให้เด็กมีความสมบูรณ์พร้อมในทุกๆ ด้าน สถานที่หนึ่งที่สาคัญต่อการเลี้ยงดูเด็ก นั่นคือ
สถานรับเลี้ยงเด็ก/ศนู ย์พัฒนาเดก็ ก่อนวยั เรียนและโรงเรยี น ที่จะเป็นแหลง่ เรยี นรู้ที่สาคัญและเปน็ ที่ที่เด็กใช้ชีวิตอยู่
รวมกันเป็นจานวนมาก ซึ่งง่ายต่อการเกิดโรคระบาดผู้ดูแลเด็กประจาศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน หรือครูพ่ี
เล้ียงเด็กชั้นอนุบาลในสถานศึกษา จึงเป็นบุคคลที่มีบทบาทต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านสุขอนามัยเด็กอย่าง
มากการส่งเสริมให้บุคลากรเหล่านี้ มีความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงความสาคัญต่อการป้องกันควบคุม
โรค ติดตอ่ ในสถานศกึ ษา ซ่งึ หากบุคลากรเหล่านน้ี าความรมู้ าใช้ นอกจากจะช่วยลดการเกิดโรคติดต่อตา่ งๆ ในเด็ก
และ เตรียมความพร้อมรับมือกับการระบาดของโรคติดต่อท่ีอาจเกิดข้ึนได้ในอนาคตแล้ว ยังสามารถส่งเสริม
พฤติกรรมสุขภาพในเด็กให้มีการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องอีกด้วย การพัฒนาให้ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนหรือ
สถานศึกษาเปน็ สถานศกึ ษาปลอดโรคติดต่อ จึงเปน็ สิ่งทค่ี วรดาเนินการสง่ เสรมิ อยา่ งเร่งดว่ นและจริงจัง

โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เล็งเห็นความสาคัญของการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค
ในสถานศึกษาจึงได้จัดทาโครงการสถานศึกษาปลอดโรคติดต่อขึ้นในปีงบประมาณ 2563 โดยได้นาคู่มือของ
สานักอนามัย กรุงเทพมหานคร มาเป็นแนวทางในการดาเนินงานในสถานศึกษาให้กับครูและบุคลากรของ
โรงเรยี นโสตศกึ ษาจงั หวดั เพชรบูรณ์เพอื่ ปอ้ งกันและลดการแพรร่ ะบาดของโรคตดิ ต่อที่จะเกดิ ขึ้นในสถานศกึ ษา

โรงเรยี นโสตศึกษาจังหวดั เพชรบรู ณ์

เรอื่ ง หนา้
1. ยทุ ธศาสตรก์ ารดาเนนิ งานส่สู ถานศึกษาปลอดโรคตดิ ต่อ 5
2. แนวทางการดาเนินงานสถานศึกษาปลอดโรคตดิ ตอ่ 6
3. หลักการป้องกันควบคุมโรคตดิ ตอ่
9
3.1 ปจั จัยของการเกดิ โรค 10
3.2 ธรรมชาตขิ องการเกิดโรค 11
3.3 แนวทางการป้องกนั ควบคมุ โรค
14
❖ ความรทู้ ่ัวไปเร่ืองโรคติดตอ่ 16
- โรคไขห้ วัด 18
- โรคไขห้ วัดใหญ่ตามฤดกู าล 19
- โรค RSV 20
- โรคสุกใส 21
- โรคคางทูม 22
- โรคตาแดง 24
- โรคมอื เทา้ ปาก 26
- โรคอจุ จาระรว่ ง 27
- โรคไข้เลอื ดออก 29
- โรคพษิ สุนขั บา้ 31
33
3.4 การดูแลเบื้องต้นและการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ 34
3.5 การทาความสะอาดและการทาลายเช้ือ 37
3.6 การสรา้ งเสริมภมู ิคมุ้ กันโรค
3.7 การเสริมสรา้ งพฤติกรรมอนามยั 41
3.8 แนวทางการปอ้ งกนั อบุ ัตเิ หตุ 42
4. ภาคผนวก 43
4.1 แบบบนั ทึกการคัดกรองและปัญหาสขุ ภาพ
4.2 ทะเบียนการไดร้ บั วัคซนี ของเด็ก

4.3 แบบรายงานผลการดาเนนิ งานสถานศกึ ษาปลอดโรคตดิ ต่อ

สถานศึกษาปลอดโรคตดิ ต่อ : ยุทธศาสตร์ 5 ดี

การด�ำเนินงานสถานศึกษาปลอดโรคติดต่อ จ�ำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น
นโยบายผู้บริหารท่ีให้ความส�ำคัญกับการป้องกันโรคติดต่อในสถานศึกษา ผู้ปกครองหรือชุมชนมีส่วนในการร่วม
ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพแก่เด็ก นอกจากนี้บุคลากรครูหรือผู้ดูแลเด็กนับเป็นบุคคลส�ำคัญในการส่งเสริมให้เด็ก
ในสถานศกึ ษาปลอดโรคติดต่อ โดยมียทุ ธศาสตร์ 5 ดี ดังน้ี
1. แบบอย่างดี : ครูผู้ดูแลเด็กต้องเป็นผู้มีสุขภาพดี และเป็นแบบอย่างในพฤติกรรมสุขภาพ เป็นผู้ท่ีมี
ความรคู้ วามสามารถในการดำ� เนนิ งานเฝ้าระวังปอ้ งกันควบคุมโรคตดิ ตอ่ ทอี่ าจเกิดข้นึ กบั เดก็ ในความดูแล
2. บริหารจัดการดี : สถานศึกษาต้องมีนโยบายท่ีส่งเสริมหรือเอ้ือต่อการพัฒนาสุขภาพ ร่างกาย จิตใจ
และสมองของเด็ก มีแนวทางในการด�ำเนินงานป้องกันควบคุมโรคติดต่อและภัยสุขภาพท่ีถูกต้องเหมาะสม
มีกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพให้แก่เด็กและผู้ปกครอง
รวมท้ังต้องมีสภาพแวดล้อมท่ีดี มีพื้นที่เพียงพอต่อจ�ำนวนเด็ก ไม่แออัด มีอากาศถ่ายเทได้ดี แสงสว่างเพียงพอ
ไม่มกี ล่ินเหมน็ รบกวน และไม่เป็นแหล่งอาศัยของสัตวห์ รือแมลงทเี่ ป็นพาหะน�ำโรค
3. สขุ ภาพดี : สถานศึกษาต้องมีระบบการปอ้ งกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรค เด็กทุกคนตอ้ งได้
รับการตรวจสุขภาพ มีการคัดกรองหากพบเด็กเจ็บป่วยต้องคัดแยกออกจากเด็กปกติ มีการดูแลเบื้องต้น และ
สง่ ต่อเขา้ ส่รู ะบบการรักษาอยา่ งมมี าตรฐาน
4. วัคซีนครอบคลุมดี : เด็กทุกคนได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ให้เป็นไปตามแผนการสร้างเสริม
ภูมิคมุ้ กนั โรค ของกระทรวงสาธารณสขุ
5. ปลอดภัยดี : สถานศกึ ษามนี โยบายปอ้ งกนั ความเสยี่ งในการเกดิ อบุ ตั เิ หตทุ างถนนและทางนำ้� บรเิ วณ
สถานศกึ ษา เชน่ กน้ั รวั้ รอบบรเิ วณบอ่ นำ้� หรอื แหลง่ นำ้� หรอื มเี จ้าหนา้ ทีด่ ูแลเรือ่ งจราจรหนา้ สถานศึกษา เปน็ ต้น หรือ
มีการส่งเสริมความรู้และฝึกทักษะความปลอดภัยการสัญจรทางถนน และทางน�้ำส�ำหรับเด็ก เพ่ือลดความเสี่ยง
ท่ีจะเกดิ อบุ ตั ิเหตุและเพ่มิ โอกาสในการรอดชวี ิต

การดำ�เนินงานสถานศึกษาปลอดโรคตดิ ตอ่ 5

ตารางที่ 1 แนวทางการดำ� เนนิ งานสถานศึกษาปลอดโรคติดต่อตามหลักยทุ ธศาสตร์ 5 ดี

ยทุ ธศาสตร์ เกณฑม์ าตรฐาน วธิ กี ารดำ� เนนิ งานใหไ้ ดต้ ามเกณฑ์
1. แบบอยา่ งดี 1.1 บคุ ลากร/ครผู ดู้ ูแลเดก็ มีการ Ø บุคลากร/ครผู ดู้ แู ลเดก็ ทุกคนในสถานศึกษาไดร้ บั
ตรวจสขุ ภาพประจ�ำปีทกุ ปี ดังนี้ การตรวจสุขภาพประจำ� ปหี รอื x-ray ปอด
- ตรวจสขุ ภาพทวั่ ไป ปลี ะ 1 ครั้ง
- x-ray ปอดอย่างนอ้ ยปีละ Ø จดั ทำ� แฟม้ ประวตั สิ ุขภาพของบุคลากร/ครูผ้ดู ูแลเดก็
1 ครัง้ ทุกคน

1.2 การพัฒนาความรู้ในบุคลากร/ Ø บคุ ลากร/ครผู ดู้ ูแลเด็กทุกคนไดร้ ับการอบรม/
ครูผู้ดูแลเด็ก ถา่ ยทอดความรเู้ รอ่ื งการป้องกัน ควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ที่
- บคุ ลากร/ครผู ้ดู แู ลเดก็ ทุกคน พบบอ่ ยในเด็กอย่างน้อยปลี ะ 1 ครัง้
ไดร้ บั การอบรมหรอื ถ่ายทอดความรู้ Ø จดั ท�ำแฟม้ ประวตั ิส่วนตวั บคุ ลากร/ครูผู้ดแู ลเดก็ ทกุ
เรือ่ งการป้องกนั ควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ท่ี คน ประกอบดว้ ย หลักฐานการศึกษา การอบรม/
พบบ่อยในสถานศึกษา เช่น โรคหัด การประชุมตา่ งๆ ฯลฯ
โรคอจุ จาระร่วง โรคมอื เท้า ปาก
และโรคพษิ สนุ ขั บา้ เป็นต้น อย่าง
น้อยปลี ะ 1 ครัง้

2. บริหาร 2.1 มีแผนและกจิ กรรมรองรับเมอ่ื Ø มีหนังสอื /เอกสารแนวทางปอ้ งกันควบคมุ โรคตดิ ตอ่
จดั การดี เกิดโรคระบาดในสถานศกึ ษา จากสำ� นักงานเขต/ศนู ยบ์ ริการสาธารณสุข/
โรงพยาบาล

2.2 ผู้ปกครองเด็กมีความรเู้ รอื่ งการ Ø จัดท�ำโครงการ/กิจกรรม ใหค้ วามรเู้ รือ่ งการปอ้ งกนั
ป้องควบคมุ โรคติดตอ่ ท่ีสำ� คัญ ควบคุมโรคตดิ ต่อส�ำหรบั ผู้ปกครองเด็ก

2.3 มกี จิ กรรมส่งเสริมปอ้ งกนั Ø มีตารางกิจกรรมใหค้ วามรเู้ รือ่ งการป้องกนั ควบคมุ
ควบคุมโรคติดตอ่ สอดแทรกในการ โรคตดิ ต่อสำ� หรบั เด็กอยา่ งนอ้ ยสัปดาหล์ ะ 1 คร้งั
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ และกจิ กรรม ประกอบดว้ ย
ต่างๆส�ำหรับเดก็ อยา่ งนอ้ ยสปั ดาห์ - จัดกิจกรรมการเรียนการสอนใหเ้ ด็กลา้ งมอื ดว้ ย
ละ 1 คร้ัง นำ้� และสบทู่ กุ ครัง้ กอ่ นหยบิ จบั อาหารเขา้ ปาก หรือ
ออกจากห้องสุขา
- จัดกิจกรรมการเรยี นการสอนใหเ้ ด็กใชผ้ า้ หรือ
กระดาษทิชชปู ิดปากปดิ จมกู ขณะไอ จาม หรือสวม
หน้ากากอนามยั

6 การดำ�เนินงานสถานศกึ ษาปลอดโรคตดิ ตอ่

ยทุ ธศาสตร์ เกณฑ์มาตรฐาน วธิ กี ารดำ� เนนิ งานให้ไดต้ ามเกณฑ์
2.4 คณุ ภาพนำ้� อุปโภคบรโิ ภค Ø สมดุ บนั ทกึ การทำ� ความสะอาดไส้กรองของเคร่อื ง
คณุ ลกั ษณะดงั นี้ กรองน้ำ� ตามมาตรฐานของบรษิ ัทนน้ั ๆ หรอื จดั ซ้ือน�ำ้
- น�ำ้ ด่มื ต้องใส สะอาด นำ�้ ไม่มี ดม่ื ทไ่ี ด้รบั อนญุ าตจาก อย.
ตะกอนหรือตะไครน่ �ำ้ อาจเป็นน้�ำ Ø เฝา้ ระวงั คณุ ภาพน้�ำด้านจุลนิ ทรีย์ (จะด�ำเนนิ การใน
ต้มสกุ หรือน้�ำทีผ่ า่ นระบบปรับปรุง ปงี บประมาณ 2562)
คุณภาพแลว้ เช่น เครื่องกรองนำ�้ Ø จัดท�ำตารางบนั ทกึ การท�ำความสะอาดภาชนะบรรจุ
หรือ นำ้� บรรจุขวดที่ได้รบั อนญุ าต น้�ำทุกครง้ั
จาก อย. Ø จดั ใหม้ แี ก้วนำ้� เพยี งพอสำ� หรับเดก็ ทุกคน และ
- ภาชนะบรรจนุ ้�ำต้องสะอาด ท�ำความสะอาดแก้วนำ้� เฉพาะตัวเด็กดว้ ยนำ้� ยา
มฝี าปิด กอ๊ กน้�ำหรือทางเทรนิ น้�ำ ทำ� ความสะอาดภาชนะทุกวัน
เปิดปิดได้ ไมม่ ีคราบสกปรก/
ตะไครน่ ้�ำและถาดรองน้�ำไม่มีน้�ำขัง
ไมม่ ีคราบสกปรก และกอ๊ กนำ้� อยู่สงู
จากพ้ืนอย่างนอ้ ย 60 ซม. และ
ไดร้ ับการท�ำความสะอาดทกุ วนั
- มภี าชนะบรรจุน้ำ� ดมื่ และ
แกว้ น�้ำดื่มเฉพาะตวั เดก็ ครบทกุ คน
หรอื มีแก้วชนดิ ใชแ้ ล้วทิ้ง จดั เกบ็
แก้วน้ำ� ในท่ีสะอาด ไมป่ ะปนกบั
ของผูอ้ ื่น

2.5 การจดั เตรียมอาหารสะอาดถูก Ø จัดเก็บท�ำความสะอาดสถานทเ่ี ตรียม ปรุงอาหารทุก
หลกั สขุ าภบิ าลอาหาร ครงั้ หลังการใชง้ าน
- สถานทเี่ ตรยี ม ปรงุ อาหาร Ø จดั หาวัสดอุ ปุ กรณ์ตา่ งๆ เพื่อใชใ้ นการจัดเตรียมปรุง
สะอาด ถกู สขุ ลักษณะ อาหารที่ถูกหลักสุขาภบิ าลอาหาร
- มกี ารปกปดิ อาหารปอ้ งกนั Ø อปุ กรณแ์ ละภาชนะใสอ่ าหารหลงั ท�ำความสะอาด
แมลงและพาหะนำ� โรค คว่�ำใหแ้ หง้ และควรจดั เกบ็ ในตู้/กล่องทม่ี ดิ ชดิ ป้องกัน
- อุปกรณแ์ ละภาชนะใส่ แมลงต่างๆ
อาหารปลอดภยั และสะอาด Ø จัดท�ำแนวทาง/ขอ้ ปฏบิ ัติตา่ งๆ ในการเตรียมอาหาร/
- ผู้ประกอบอาหารแต่งกาย ปรงุ อาหารให้ผู้ประกอบอาหาร/ผู้เกี่ยวขอ้ งทราบ
สะอาด สวมเสือ้ มแี ขน ใสห่ มวก Ø จัดท�ำแฟม้ ประวัตผิ ูป้ ระกอบอาหารหรือผจู้ ัดเตรยี ม
คลมุ ผม ใสร่ องเท้าหุม้ ส้น และผ้ากัน อาหาร
เปอ้ื นขณะปฏิบัตงิ าน และซกั Ø ผ้สู มั ผสั อาหารทุกคนตอ้ งผา่ นการอบรมหลักสตู รการ
ท�ำความสะอาดทุกวัน สขุ าภบิ าลอาหาร
- ผู้ประกอบอาหารตอ้ งมี Ø ผูส้ ัมผัสอาหารตอ้ งไดร้ บั การตรวจสุขภาพประจ�ำปี
สุขภาพแขง็ แรงไม่ป่วยด้วยโรค และไม่เป็นโรคตดิ ตอ่ 9 โรคตามทกี่ รงุ เทพมหานคร
ตดิ ต่อ ไมม่ ีบาดแผล หากเปน็ แผล กำ� หนด
ตอ้ งปดิ แผลใหม้ ดิ ชิด ไม่ทาเลบ็
เล็บสั้น และไม่สวมเคร่อื งประดบั

การดำ�เนนิ งานสถานศกึ ษาปลอดโรคตดิ ต่อ 7

ยทุ ธศาสตร์ เกณฑ์มาตรฐาน วิธีการดำ� เนินงานใหไ้ ด้ตามเกณฑ์

- ผูส้ มั ผัสอาหารต้องไดร้ ับการ
ตรวจสุขภาพประจาปี และไมเ่ ปน็
โรคติดตอ่ 9 โรคตามที่กรุงเทพมหานคร
กำ� หนด ได้แก่ วณั โรค อหวิ าตกโรค
ไข้ไทฟอยด์ บิด ไขส้ ุกใส โรคผวิ หนงั
ทน่ี ่ารังเกียจ คางทมู ไขห้ ดั และ
ไวรัสตับอักเสบ

2.6 หอ้ งน้�ำ ห้องส้วมถกู สุขลกั ษณะ Ø จดั ทำ� ตารางบนั ทึกการท�ำความสะอาดหอ้ งน�้ำ หอ้ ง
- มีห้องนำ�้ ห้องส้วม และ ส้วม และสถานท่ีลา้ งมอื ดว้ ยน้�ำยาท�ำความสะอาด
อ่างลา้ งมือ สะอาด แห้ง ไม่มีคราบ หรือน�้ำยาฆา่ เชือ้ ภายในอาคาร อยา่ งน้อยวันละ
สกปรก ไม่มีกล่นิ เหมน็ และมี 1 ครั้ง
อากาศถา่ ยเทสะดวก
- มสี บ่/ู สบู่เหลวสำ� หรบั ล้างมือ

2.7 มกี ารป้องกันแมลงและพาหะ Ø มกี ารส�ำรวจและกำ� จดั แหล่งเพาะพันธุย์ ุงลาย
นำ� โรค ดงั น้ี ทกุ สัปดาห์ มีบนั ทึกกำ� หนดวนั ด�ำเนนิ การและ
- มีการสำ� รวจและกำ� จัดแหล่ง ผู้รบั ผิดชอบ
เพาะพันธย์ุ ุงลายทุกสปั ดาห์ Ø จัดให้มีภาชนะรองรับขยะสภาพดี จดั วางในต�ำแหนง่
- มกี ารจดั การขยะทถ่ี กู ตอ้ ง เหมาะสมและทำ� ความสะอาดภาชนะรองรับขยะ
และถกู สุขลกั ษณะ และท่ีพักขยะอยู่เสมอ และมผี รู้ ับผดิ ชอบการเก็บ
รวบรวม ขนย้าย และกำ� จดั ขยะเปน็ ประจำ�
➢ กรณที ม่ี ีการระบาดของโรคตดิ ต่อ ขยะติดเชอื้ เชน่
ผ้าอ้อมสำ� เรจ็ รูป กระดาษทชิ ชูท่ีใชแ้ ลว้ เปน็ ตน้
ให้ใส่ในถุงแดง และฝากศนู ยบ์ รกิ ารสาธารณสุข
กำ� จดั อย่างถกู วิธี

2.8 การจัดการอุปกรณ์ เครอื่ งใช้ Ø มีการบันทกึ ตารางท�ำความสะอาดเครื่องนอน และ
สำ� หรับเด็ก ดงั น้ี ของเลน่ เดก็
- เครอ่ื งนอนสะอาด ไม่มคี ราบ
ไมม่ ีกลิ่นเหม็น
- ของเล่นเด็กสะอาด ของเลน่
ประเภทไมต้ ้องแหง้ ไมม่ ีรา ของเล่น
ประเภทกระดาษตอ้ งไมม่ ฝี นุ่ ไม่มี
คราบสกปรก และของเล่นประเภท
ผ้า ตุก๊ ตา ตอ้ งสะอาด แหง้ ไม่มี
กลิน่ และคราบสกปรก

2.9 บริเวณภายในอาคาร พื้น และ Ø มกี ารบันทึกตารางทำ� ความสะอาด
ผนงั แห้ง สะอาด ไมม่ คี ราบสกปรก
ไม่มีเชอ้ื รา และไมม่ กี ลน่ิ เหมน็

8 การดำ�เนินงานสถานศึกษาปลอดโรคตดิ ต่อ

ยทุ ธศาสตร์ เกณฑ์มาตรฐาน วธิ กี ารด�ำเนินงานใหไ้ ดต้ ามเกณฑ์
3. สุขภาพดี 3.1 เด็กทกุ คนได้รับการตรวจ Ø ตรวจสุขภาพร่างกายเด็กเบอื้ งต้น ได้แก่ ตรวจผม ตา
สุขภาพและบนั ทึกการตรวจเบ้ือง ผิวหนงั เลบ็ มือ ปาก ฟัน และบาดแผล และบนั ทกึ
4. วคั ซีน ต้นทุกวัน รวมทัง้ ส่งตอ่ สถาน ในแฟม้ ประวตั สิ ขุ ภาพประจำ� ตัวนักเรยี น
ครอบคลุมดี พยาบาลเพ่ือรบั การรักษาในกรณี
เดก็ ป่วย ➢ สงั เกตความผดิ ปกตขิ องเด็กตัง้ แต่แรกรับในแตล่ ะวนั
5. ปลอดภยั ดี
เชน่ มีไข้ ไอ น้ำ� มูก ผน่ื ตามตวั หากมเี ด็กปว่ ย
ใหบ้ ันทกึ ข้อมูลตามและบนั ทึกในแบบบันทกึ
การคัดกรองและปัญหาสขุ ภาพ (แบบฟอรม์ หน้า 41)

➢ สรุปผลการดำ� เนนิ งานตามแบบรายงานผลการ
ด�ำเนนิ งานสถานศึกษาปลอดโรคติดตอ่
(แบบฟอรม์ หน้า 43)

4.1 เดก็ ทกุ คนไดร้ ับการเฝ้าระวงั ➢ ครูผดู้ แู ลเด็กขอสมดุ บันทกึ สุขภาพแม่และเด็ก
การสร้างเสริมภูมิคุม้ กันโรค ใหเ้ ปน็ ประจ�ำตวั เดก็ จากผู้ปกครอง และตรวจบนั ทกึ
ไปตามแผนการสรา้ งเสริมภมู คิ ุ้มกนั การได้รบั วคั ซนี ปอ้ งกนั โรค ทม่ี ีอยใู่ นสมุดบันทกึ
โรค ของกระทรวงสาธารณสุข สขุ ภาพแม่และเดก็ เป็นรายบคุ คล เม่ือเปดิ ภาคเรียน

➢ บันทกึ ข้อมลู การไดร้ ับวัคซีนของเด็กเปน็ รายบุคคล
ตามแบบทะเบยี นการได้รับวัคซีนของเดก็
(แบบฟอรม์ หน้า 42) และรายงานผลในภาพรวม
ของเดก็ (แบบฟอร์มหนา้ 43)

➢ ใหค้ �ำแนะนำ� ผู้ปกครองของเดก็ ทีไ่ ด้รบั วัคซนี
ไมค่ รบถ้วน (บนั ทกึ ในแบบฟอรม์ หน้า 43)

5.1 สถานศกึ ษามนี โยบายปอ้ งกนั Ø มีแผนและมีโครงการ/กิจกรรมให้ความรู้และฝกึ
ความเสยี่ งในการเกดิ อบุ ตั เิ หตทุ าง ทกั ษะความปลอดภยั การสญั จรทางถนน และทางนำ้�
ถนนและทางนำ้� บรเิ วณสถานศกึ ษา สำ� หรบั เดก็
กน้ั รวั้ รอบบรเิ วณบอ่ นำ้� หรอื แหลง่ นำ้� Ø มีผู้รับผดิ ชอบในการดำ� เนนิ งานการปอ้ งกนั ความ
หรอื มีเจ้าหน้าที่ดแู ลเรื่องจราจรหนา้ เสยี่ งในการเกดิ อบุ ตั เิ หตทุ างถนนและทางนำ้� บรเิ วณ
สถานศกึ ษา เป็นต้น หรอื มกี จิ กรรม สถานศกึ ษา
สง่ เสรมิ ความรแู้ ละฝกึ ทกั ษะความ Ø สถานศกึ ษามกี ารด�ำเนนิ การป้องกนั จุดเส่ยี งใน
ปลอดภยั การสญั จรทางถนน และ บรเิ วณโรงเรียน
ทางนำ้� สำ� หรบั เดก็ อยา่ งนอ้ ยภาค
เรยี นละ 1 คร้ัง

การดำ�เนินงานสถานศกึ ษาปลอดโรคตดิ ต่อ 9

หลกั การปห้อลกังกการนั ป้ อคงกวนั บควคบุมคุมโโรรคคตดิตตดิ่อ ต่อ
หลกั การป้ องกนั ควบคุมโรคตดิ ต่อ
แ นวทแนางวกทาสาร่งิงปสกสส้อ�ำา่่ิิงงงครสสกญัปาาํํัน้ อคคใคนงญญัั วกกใใบานันนครคกกปุมวาาอ้โบรรรงปปคก้้ ุออมนั เพงงโคกกรอ่ืวคนนััใบหคคคเพ้ดววุม�ำอื่บบโเรใคคนคหุุมมินด้ โโคงาํรรือเนคคนกไินคคดาืืออง้อราทยกกน�ำา่ าาไคงรรตดวททรอา้ าาํํงมยคคจาเ่ ววขดุงาา้าตมมแใรจเเลงขขถะจาา้้งึมุดใใปปีจจแัจถถรลจะึึงงยัะปปสมขิทััจจอีปจจธงรยยิภัั กะขขาาสออพริทงงมเกกกธาิดาากิภรรโยารเเกกพ่ิงคขิิดดมึน้ธโโารรรกรคคยมงิ่ ธธชขรรา้ึนรรตมมิกชชาราาเตตกิิกกดิ าาโรรรเเคกกิิดดโโรรคค
โท 1ร.ั้งคป 3(ทโโแัจA..รรน้จงัgปปปคคัยวe3ัจััจจทข((nปจกAAจจอาtัยาััยยัจงggง:รขขกกกจeeกAเจnnยาัาาออกา)ttระรรงงริดจ::ปเเคไกกเกกโะม้กAAนรอาาิิดดไ่ดิมรรคงห))มโโเเีโกกสรกกคครร่รมาานัือดดิินนคคคีกมรสคโโสสหหเาารรตักวราารรรคควบิดมมเถืืออก์ โคาาพ(สสิดรHรรุมจิคตตััโถถoโารหววพพsรรค์์tรคณิิ((จจหHHือ:าาาเกรรรooพHไืณณอssาด)ือ่ ttรก้วาาใแ::รา่าไไหละHHรเดดะปด้บร))วว้้สา็นะําแแ่่าาเง่ิบดคนเเลลแปปวขาินะะว็็นนดาอสสดงมขคคงาล่ิิ่งงสโอววนแแ้อรัมาางไววมคมมพโดดดเรสสัน(กอ้ลลEคัมัมิธดยออn้้ เก์พพา่ขกมมvงนั้ึินดนนiัั ตr((รoขธธEEระ้แnึน์์กกnnงหตmvvจนนัั วแ่หiiุดรรrrา่eตooางะะแn่หnnกปหหลtmmาเัจววะกก:eeจ่่าามิดEเnnัยกงงีป)กttปปหิด::าซรััลจจกระEEงึ่ จจักาเหส))สยยรัั าิทซซ3ีหหยเกส่่ธึึงงสลลมีปยิหหภมกกััคีสราาาดวะพมกกุลากดมมมมรปปาุลีีคคาะสรรรกรววหมะะยะาาควดกกมมงิ่หอื่าุลาาขสส งวรรร้สึนทมมา่ะคค่งิง้ังดดหทืืทออุุลลวที่้3งัสสา่รร�ำง3ะะ่่ิิงงใปปหหหททปัจจั เ้่่ีีททววัจกจจา่า่าาจํํิดััยยงงใใยั ปปหหกััจจเเ้้ กก็จจจิิดดะยยัั
ก็จะทท�ำ้างัํ ใ3ห้เปกัจิดจโโยัรรคจคไะไดได้ ม้โโ่มดดีกยยเาเมรม่ือเอกเิดชื้โอรโโรครคหคเเรขขือ้าา้ กสสูา่รู่รร่า่ารงงะกกบาายาดบบขาาองงงคคโนนรอคาเากจจิแดแสขส้ึนดดงงแอตาา่กหกาาารกรอเอกยยิดา่ ่างกงรารวรวดเดสเรเียร็วส็วขมขณดณุละรทะะที่บห่ีบาวงาคา่งงคนทนไ้งั มไม3่แ่แสปสดัจดงจงอยั ากกจ็าะร
อากาทใรดาํใใดๆหๆทเ้ ก้งัทิดน้งัโ้ีขนร้ึนข้ีคึ้นอไดยอกู่ย้ โบัูก่ ดับปยปัจเมจั ื่อยัจเัยชด้ืองัดนโงั ้รีนค้ี เขา้ สู่ร่างกาย บางคนอาจแสดงอาการอยา่ งรวดเร็ว ขณะที่บางคนไม่แสดงอาการ
เฟ ปัก็นตกททใ((ขัว11าดอีี่่เเข))รขขงอๆเคคาา้้พงAสสุุณณท(่มิเ1ูู่่รรชสส้งทนั)่่าา้ือนมม�ำ้างงํ ท้คใีหขกกบบหีุ่ณเ้ึนนาาตตััขยยค้ักอิิขขส้าาขแแยมออสนกอ่ลลูงงบู่รเงบเเะะัอ่าตชชปปงีปยAิข้้ืืออกงรรัจอไิิทา((มมจงAAปย�ำาาเยั ชggใณณเสหดeeแ้ือขขnnียง้คัลttออนคา())ะAงง้นวีเเปชชgเเาเชชรeอม่่นน้้ืืิออมnยีสททคคาtงม)ณไววี่ี่ไไปดาาดดเขุลเมมชรร้้สอ่นสสัับบหยีงาาคเมซซมมคชวา่่ึึงง้ืวอาาายเเรราทมมมถถถมสี่ไึืื่่งออใใสดมมมนนมา้รดีีกกีมกกกับุลาาาาาารรรรรรหซเเเถกกปปกม่ึงใ่่ออิลลดเานมโโย่ี่ียยโกื่รรอรนนถาคคมคึงแแรขขีกขกปปมออ้าึน่อีกลลงงรโางงเเเรชชรปขขค้้ืืเออออลกขงง่ียคคิดอเเนววโชชงราาเแ้้ืืออคชมมปข้ือ((รรAAลึนุุ้นนงggคแแขeeวรรnnอางงttงม))ขขเรชเเออททุน้ืองง่่าาแเเกกชชร(้้ืืAบบออัังขgเเรรปปอeะะ็็นนงnยยเtกกชะะ)าาฟฟื้อรรเัักกทเเรพพตต่าะ่ิ่ิมมววัักยขขนนับะออ้้าาํํ หหงงเเนนชช้้ืืออกกัั
ของ A ทาํ ใหค้ านเอียงไปเสียความสมดุล หมายถึง มีการเกิดโรคข้ึนH

AH
A

E
E
(2) สภาพร่างกายผรู้ ับเช้ือโรค (Host)โดยเฉพาะคนชรา ทารก และเด็กเลก็ ที่มีระดบั ภูมิตา้ นทานโรคของร่างกาย
ไ(2ม)่ดสีพภ(อ2า)พท รสาํ ่ใาภหงากเ้พจารบ็ย่าผปงรู่้กวับยาเยไชผด้ือ้รูง้ โับ่ารยเคชแื้อ(ลHโะรoคมsีอt)(าโHกดoายsรเtรฉ)ุนพโแดาระยงคเฉมนพาชการะกาควทน่ากชาลรกุ่มาอแทาลายะรอุ เกื่นด็กแซเล่ึงะเก็ ทเดท่า็กกี่มเบั ีรลเะก็ปด็นทบั กม่ีภารีูมระิตเดพา้ ับิ่มนภนทูม้าําติหน้านโนรกั ทคขาขอนองโงรHรค่าทงากํ ใาหย้
ของรไค่ามางน่ดAกีเพาอยอียไงมทไ่ดาํปใีพหอหเ้ จทมบ็ �ำาปยใ่ วหถย้เึงจไก็บดางป้ร่าเ่วกยยิดแไโดลร้งะค่ามยขีอ้ึนาแกลแาะรตมร่สีอุนาําแหกรรางับรมรคาุนนกแกทรวี่มง่ามีรก่าาลกงุ่มกกอาวย่าแยกอขุลื่นง็ุมแอซรา่ึงงยภเุอทูม่ืนาิตกา้ซบั นึ่งเปเทท็นา่านกกขาับรอเเปงพร็น่ิม่ากนงาก้าํ รหาเยพนด่ิมกัี เนขม้�ำอื่อหงไนดHักร้ ทับาํเชให้ือ้
ขเมออื่ งไออคดHาาาร้ จจนบั ไไทเเอมมช�ำียื้อ่่เเใกกหงอิิดดไ้คาโโปจารรไนคคมเห่เอหหกมียดิรรางืืออโยไรหหถปคึงาากกกหหเเารมกกรือาิิดดเหกยโโาิถดรรกึงคคโเกรกกกาคออ็็ดิ รขาาโเ้จจรึนกคแแิดกสสแโ็อรดดตคางง่สจขออาํแึ้นาาหสกกรดาาแับรรงตไไอค่สมมาน�ำก่่รรทหุุนนาี่มรรแแับไีรรรม่าคงงร่งนุนกทแา่ีมยรแงีรข่าง็ กแารยงแภขูม็งิตแา้ รนงทภาูมนิตข้าอนงทรา่านงกขาอยงดรี่าเงมก่ือาไยดดร้ ี ับเช้ือ
A
AH

H
E
(3) สิ่งแวดลอ้ ม (Environment) ซ่ึงมีผลต่อการแพรE่กระจายของโรคและการเกิดโรคได้ เช่น ถา้ อากาศหนาวเยน็
(เช3้)ือสไว่ิงรแัสวดทลี่กอ้่อมให(Eเ้ กnิดvโirรoคnไmขeห้ntว)ดั ซจ่ึะงมสีผามลาตร่อถกอายรใู่แนพสร่ิง่กแรวะดจลายอ้ ขมอไงดโน้ ราคนแขล้นึ ะกโาอรกเกาสิดโทรี่คคนไจดะ้ เไชด่นร้ ับถเา้ ชอ้ือากแลาศะหเปน็นาโวรเยคน็
เหชว้ือดั ไจวึงรมัสาทกี่กข่อ้นึ ใใหนเ้ ขกิณดโะรทคี่เไชข้ือห้แบวดัคจทะีเรสียาบมาางรชถนอยิดใู่สนาสมิ่งารแถวดเจลรอิ้ญมเตไิดบน้โตานแลข้ะึนเพโมิ่อกจาาํ นสวทนี่คไนดจด้ะีใไนดอร้ ัุบณเหช้ภือมูแลิทะี่สเูปงข็น้ึนโรเชค่น
หวดั จึงมากข้นึ ในขณะท่ีเช้ือแบคทีเรียบางชนิดสามารถเจริญเติบโตและเพมิ่ จาํ นวนไดด้ ีในอุณหภูมิที่สูงข้ึน เช่น

10 การดำ�เนินงานสถานศึกษาปลอดโรคติดตอ่ 12
12

(3) สง่ิ แวดลอ้ ม (Environment) ซ่ึงมผี ลตอ่ การแพรก่ ระจายของโรคและการเกิดโรคได้ เช่น ถ้าอากาศ
หนาวเย็นเช้ือไวรัสท่ีก่อให้เกิดโรคไข้หวัดจะสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานข้ึน โอกาสท่ีคนจะได้รับเชื้อและเป็น
โสเชรนเชคชอื้ ่บัว้หืออเชชยสหอ่ววส้ือนัดยหวิ อนนุสจาิวหบัตกึงนาิมวกาสตบั ราาโกนสตรแกโุนคกพนขรกโ้ึนรุนซครา่กใ่ึงกรซคนรมาแ่ึะงขักรซพมจณรแ่ึงารกัะพมะย่กรบทรกัขระา่กรี่เอะบดชระงจใา้ือะบเนาดชแจยาชใือ้บาดขนว่ยโคใองรขชนทงฤคอ่วเชดีเชงงร(ู่รวA้ฤือเียช้องgดโบ้ฤือนeรูราดโnค้องเรูรปtชน(ค)้อน็นAนเ(ติดปgAน้ส็eเนปgnาต็eซtนม)nนึ่ง้ าตtก)รน้ซาถร่ึงเซเจกป่ึงรากลิญร่ยีาเปเรนตเลแปิบี่ยปลโนตล่ียแแงนปขลแอะลปเงงพลสขิ่งมงิ่อขแจงอว�ำสดนง่ิงสลวแอ้ิ่นงวแมไดดวล(ด้ดEอ้ ีใลnมนอv้ อiม(rEุณo(nnEหvmnภirvูมoeinrิทnomt่ีสn)eูงmนnขetจี้้ึน)nะนtช)เ้ีชจ่วนะ่นย้ีจะ

6 HH
AA
EE

แลแะลแเะชลเ่นชะ่เนชฤ่นฤดดูฝฤูฝนดนทูฝท�ำนใาํทหใ้ไาหํ มใไ้ห่สมาไ้ ่สมมา่สมราถามรนาถ�ำรนสถัตาํนสวาํ์อัตสอวัตกอ์ วไออป์ กอนไกอปไกนปโรอนงกอเโรกือรโงนรเไรงดือเร้ นือตไน้อดงไ้อดตย้ อู้่รตงวอ้ อมงยกอรู่ันยวหรู่ มนวกมานัแกหนนั ่นหานเแปานแ็น่นนก่านเปร็เนปพก็น่ิมาโกรอาเกพราเิ่มพสโิ่ใมอนโกอากสราใสนใน
แพการกรโ่ ารแรคพแรซพ่โึ่งรรก่โคารรซคเป่ึงซกล่ึงา่ยี กรนาเปแรปเลปล่ียลนง่ียขแนอปแงลสปงิ่ ลขแงอวขดงอสลง่ิ้องสแม่ิงวนแด้ีทวล�ำดอ้ใลหมอ้ ้คนมว้ีทนาาํ้มีทใไาหํ วใขค้ หอวค้ างวมกาาไมรวไตขวดิอขเงชอกือ้งาขกรอาตรงิดตคเิชดน้ือเแชขล้ืออะขสงอคตั งนวค์ แ(นHลแoะลสsะtตั)สวเตั พ์ (วHิม่ ์ (ขoH้ึนsot)sเtพ) เม่ิ พขม่ิ ้ึนข้ึน

AA
HH

EE
2. ธรรมชาติการเกดิ โรค การดำ� เนินของโรคตดิ เชือ้ ตามธรรมชาติมี 4 ระยะ ไดแ้ ก่
.ธ.รธรรมรชรมะาชตยากิะตทาิกร่ี าเ1กรดิเกรโดิะรยโคระคกก่อากรนาดไรดาํ ดเร้นาํับเินนเชขินอื้อขงอเโปงรโน็ครรตคะิดตยเิชดะ้ทือเชตรี่ ้ือา่าตงมกาธมารยธรยรมังรชไมมาชตไ่ าดิมตร้ ี ิม4บั ีเร4ชะือ้รยะเะขย้าไะสดไรู่ แ้ ด่ากงแ้ ่กกา่ ย แต่มีปัจจยั เสีย่ งหรือองค์
กอเ สป จม�าำเไขอรช็บกจดะบอง้ืเไขออปัาดกชรค้งูรดองร่วับอเโ้ืณถอป์ ชรคข้งยรบเา้รับ์แื้โออชถป์คขรตะรล้งือเา่้้ึนใรรรรรช่ากคโรถะงหไะะะะงระ้ือ่าใอไก้ารรมยยคยกโเ้ยมงหไๆระบาดะ่สะะะใอกะมแ่่ายยเ้ห็ยนยทททตทมหบาทขง่ไสะะอ้เ่ยา่ีี่ส่ีกี่บ็นง็มห่ีทตม3ทางไ2แง่ารู่ส็น่า่ีบกมเี่ยรๆณรงสราารูรรง่สไะมระร์แะมๆณะทรยาิมรแแยายลย่สมะี่ะส์แะลรหทสะะะะาแยาย่ลถะงรดกก่ีสกไมรสะะเะสกือ่่อมงอส่อ่ถางดกกไิ่งาเแํนร่แเนนกอร่่แอมจงอสลถิขมมามือ้ํอวไดนั่แนระกจง็ดดตีอีหอาเิขมมค�ไแดำชั้กล่อาารงร็ดจีวอหร้ืเอกัากอ้กืบแชอ้าัดงารนรรมาาร้ือมกเเัเรืบขแอ้รชรนงัทชนารเล้อเืืเ้อ(อื้รอ่ีมไุกนแอ้ชนรั(ะงตนดกีดิล้รืืแ้อ(ะอเโไส่รอปะจาั้้นโะรยรตด่ิงระ็รยเะกคสงะนไ่อปแจค้ยปดขะทาฟ่ิง็ระกวเะนฟนรอ้จแไามํักทะดาฟดเใะงเรวักื่อกรตยปลาห้แโํัทกะดตริเรดใะัวออื้้กกตเ้ย�ลำา่ัวหคกท)โมน่ิใดงะัวอ้ค)ขิรเด้เหี่ทกแรกมท)โมว้ึนค่ค้าลาเเี่มิรดเ่ือาี่ทรมกอมงยวะคีไมก่คเาิด่ือ่ีมกยไา่ืชอเดารงวมอมเคีไกู่กา้ืเอรุนชกแ้าชอื้ส่ยดวผาับปโมื้อแกา้ือตารายดิแ้รชนยโรผม่ปมโ่องัครกปคนงยดิเารผกไนคปข่เวกิงดัรขคปคมิาด้ืเอเอาไถตขขปาเร้วกป่ไมขงนมทส้ิืขแอ้าอาตเดการ้ส่ช�ำู่แไพองรมนสิุขต้รนล่เู่ร้ือาลดงรรชัู่แอรบิขง่าาแรกุะ่ก้รน่ื้อาลกงงยอ่าเรเ่อัรบงชอกแรทะงหางงะโก่้าเ้ืยืาอกรเรอรี่ไรขจชองายด่างคตาอืเราอ้้ืยือกอขงยข้ร่่อกยางสตากรเัราบ้องกเำ�ซขยเ่าภ่่อาสชากชจงา่ึา้งงงยกาอื้ซู่้ดาืเรรัดอกสใกชพย่า่โึแางังเนกาู่ร้ซาืรรอชจรงนใพย่ยอ่ครแาึ่งะา่อ้ืนกกั้นจรจะใงโพงพโ่อาร่นกกะะกกยรรยรยะโพพรราคะคาา่กายระระยนแไยยยระคดสตยจข้าาตียะนแ้จาระยภอยม่งสมัจย้ตวีะยานางไาทาีเภปมจท่งผมมัพช้ียมยาํไัาสทจ้ไูำ�้ทีืัองเป่ปลรพชดมุใขจไา่ํโ�ำัาาจหร้ืมร้อ่ปลภรยัลรงยาจบัเ้่่โปาาเกคารแากกสยัรงเยพรยาลาิดชฏเกค่ีแกยายแสเะ้อืกอลากปงฏขล่ีกไายยาหะฏ็นมออะรากงํขก่จรางหาอาืกํดผอัรจรงาู้ืดผอัรู้
ประจ�ำ การระครยะ้นะยหทะา่ี ทแ่ีลระะรแยะยะยแกะสผแู้ดปสง่วดอยงาทอกี่ตาาิดกรเาขชรอ้ือขงตอโั้งงรแโครตคเ่รมะเื่อมยระ่ือ่าตรง่้นากงากๆยาไยมขไอ่สมงา่สกมาาามรรเาถจรท็บถาํปทล่วาํายลยจาหยะรหเือปรก็นือาํกกจาาํดั รจเตดชั ัด้ืเอชวโ้ืองรจโครรไกคดาไจ้รดะแจ้ ทพะาํรทใ่เาชหํ ใ้ือ้เหกโริ้เดกคกิดากราร
สาเจมบ็เาจปรบ็ ่ถวปใย่หวขก้ย้ึนขา้รึนโดดโูแยดลอยราอกั กษาากราาผแรู้ปสแว่ดสยงดไแดงลแ้อะลยค่าะวงคาถวมูการตมุน้อรแุงนแรแงลรขะงอทขงันอโเงรวโคลราขค้ึนขทอ้ึนำ� ยใอหกู่ ย้ลบั กู่ ดชบั คนชวิดนาขมิดอรขุนงอเแชงร้ืเอชงท้ือภี่ไทาด่ีไวร้ ดะับรแ้ ับทดงรั ดนกงั ซ้นัน้อก้นั นากขราอตรงรตโวรจควสจุปขสภอ้ ุขงาภกพานั เพป็เนป็ น
กาปรรปเะกรจิดะาํคจวกาํ าากมราพครกิน้ คาหน้ราแหแลาละแะเลสแะียแชกยีวผกติ ปู้ ผไ่ ดวปู้ ย้่ วทยี่ตทิด่ีตเิดช้ืเอชต้ือ้งั ตแ้งั ตแ่รตะ่รยะะยตะน้ ตน้ๆ ๆขอขงอกงากราเจร็บเจป็บ่ วปย่ วจยะจเปะ็เนป็กนากราตรดั ตวดั งวจงรจกรากราแรพแรพ่เชร่้ืเอชโ้ือรโครค
สาสมาามราถรรใถะหใย้กหะาท้กรี่าด4รูแดรละูแยรลัะกรฟษักน้ื าษตผาวัูป้ ผ่ขวูป้ อย่ วงไโยดรไคอ้ ดยเอ้ ป่ายงน็ ่าถรงูกะถยตูกะอ้ ตหงอ้ลแงั ลจแะาลกทะรนัทา่ งเนัวกเลาวยาลเทกาดิาํทโใราํหคใ้ลหโด้ลคยดผวคปู้าวมว่ ายรมุอนราแุนจรไแดงรร้ ภงบั ากภวาาะรวรแะกัทแษรทากหรซรก้อื ซไน้อมขก่นอต็ ขางอมโงรโครค
ซึ่งปส้ อป่วง้ นอกใงนัหกกญนั ากห่ ราาเกรยิดเเกปคิด็นวคาปวมกาพตมกิิพแากิตราบ่แรลาแงะลรเสาะยีเยสอชียาีวชจิตีวเไกิตดิดไ้โดร้คแทรกซอ้ น พิการ หรือรุนแรงถงึ เสียชีวิต ดงั น้นั การตรวจพบสาเหตุ
กกาาซรร่ึงซเเสสก่ึง่ียดิวสชโน่วรวี ใคนรติ หแะใไรญดลยหะะะ้่หญย(ทใแะาห่ห่ีผทยก้ านเ่ีราปยภะร็เนรปมูรยะ็ักปทิะนยษฟก่ี ปะ1ื้าตนฟก)ผิืต้ ตนแูป้ ัวิตตว่ แข่ยบวั ตอตขา่บงงง้ัอโาแรรงงตาโครรยร่ าเคอะปยยา็เนอปจะาร็เนแกจะรริเยดกกะะโิยดหๆระโคลหจรงแังึคลจเทงแปัารจกทน็ การรมก่ซาการง้อต่ซากนงรา้อกกยนพาเากยริกพิดเทกาโิก่สีริดราำ�โคหรครรโคัญหืดอรอโยรืดอยุผนยร่าปู้แุผงน่ วยรปู้แยิ่งง่ วรอใถยนงาึงอจถกเาไสึงาจดเรียไสชร้ชดียับ่วีวร้ชยกิตับีวลากิรตดดารคงั รดักนวรงัษา้นัักนมาษก้หนัพาารกกิหรือาาตรไรรือรมแตวไล่กรมจะวต็ พ่กจา็ตบมพาบม
สาสเหาเตหุกตาุกราเกริเดกโิดรโครแคลแะลใะหใ้กหาก้ รารรักรษักาษผาปู้ ผ่ วปู้ ย่ วตย้งั ตแ้งั ตแ่รตะ่รยะะยแะรแกรๆก ๆจึงจเปึง็เนปม็ นามตารตกรากราทรี่สทาํ ี่สคาํ ญั คอญั ยอา่ ยงา่ยง่ิ ยใงิ่นใกนากราชร่วชย่วลยดลคดวคาวมาม
พิกพากิ ราแรลแะลกะากราเสรีเยสชียีวชิตีวไิตดไ้ (ดแ้ (ผแนผภนูมภิทูม่ี ิท1)ี่ 1)

การดำ�เนินงานสถานศึกษาปลอดโรคตดิ ต่อ 11

1313

แผนภาพท่ี 1 ธรรมชาตกิ ารเกดิ โรค

3. แนวทางการป้องกันควบคุมโรค
การปอ้ งกนั โรคท่ีไดผ้ ลดีและคุ้มค่าท่ีสดุ คือ การป้องกนั ในระยะกอ่ นไดร้ บั เชอ้ื ได้แก่ การส่งเสริมสขุ ภาพ
การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค โดยเด็กต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคครบตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขก�ำหนด
ได้รับประทานอาหารท่ีมีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ท้ัง 3 ม้ือ มีน้�ำด่ืมและน�้ำใช้ท่ีสะอาดเพียงพอ ได้รับการดูแลเรื่อง
สุขอนามัยส่วนบุคคล เน้นความสะอาดของท่ีอยู่อาศัย เคร่ืองใช้ส่วนตัว สิ่งแวดล้อมท่ีถูกสุขลักษณะ สะอาด
ไม่แออัด อากาศถ่ายเทสะดวกและมีแสงแดดส่องถึง องค์ประกอบตา่ ง ๆ เหลา่ นจ้ี ะช่วยเสริมสร้างรา่ งกายให้แขง็ แรง
มพี ัฒนาการทางร่างกายและจติ ใจเหมาะสมตามวัย
เมื่อเกิดโรคข้ึนต้องป้องกันไม่ให้มีการแพร่กระจายของโรค นอกจากน้ียังสามารถลดความรุนแรงของ
การเกิดภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิตได้ โดยการตรวจคัดกรอง แยกเด็กป่วยวินิจฉัย และรักษาอย่างรวดเร็ว
รายละเอยี ดดังน้ี
3.1 การคดั กรองและแยกเดก็ ปว่ ย
ครูและผู้ดูแลเด็กควรคัดกรองเด็กป่วย โดยการตรวจและบันทึกสุขภาพเด็กทุกคนทุกวันเพื่อค้นหา
เด็กปว่ ยทีม่ ีอาการไข้ ไอ น้ำ� มกู ไหล แผลในปาก อจุ จาระรว่ ง และอาการผดิ ปกตอิ ่ืนๆ เช่น ตาแดง คางทูม ผิวหนัง
บวมแดงอักเสบ ตุ่มน้�ำพอง ตุ่มหนอง หรือบาดแผลตามร่างกาย เป็นต้น เม่ือพบเด็กป่วยต้องป้องกันควบคุมโรค
เพื่อไม่ให้เช้ือแพร่กระจายไปสู่เด็กอ่ืน ๆ โดยการแยกเด็กป่วยไม่ให้คลุกคลีและใช้ส่ิงของร่วมกับเด็กปกติ เช่น
จัดให้อยใู่ นห้องแยก แยกของเล่น และของใช้ส่วนตัว เปน็ ตน้

12 การดำ�เนินงานสถานศกึ ษาปลอดโรคตดิ ต่อ

แผนภาพที่ 2 แนวทางการคดั กรองและดแู ลเด็กปว่ ยในศูนยเ์ ดก็ เล็กและโรงเรียนอนบุ าล

การดำ�เนินงานสถานศึกษาปลอดโรคตดิ ตอ่ 13

ความรทู้ ่วั ไปเรื่องโรคติดตอ่



➢ โรคไขห้ วดั (Common cold)


สาเหตุ : เกิดจากเชอื้ ไวรสั หลายชนดิ ในการตดิ เชอ้ื แต่ละคร้ังไม่มีภูมคิ ้มุ กนั ถาวรเกิดข้นึ ทำ� ให้มโี อกาสติดเชอื้
เปน็ หวัดซ้�ำได้หลายครงั้ จากเช้อื เดมิ หรอื เชอ้ื ชนดิ ใหม่
ระยะฟักตัว : แตกต่างกันไปตามชนิดของเช้ือ ระยะฟักตัวของเชื้อไข้หวัดไรโนไวรัส (Rhinovirus)
ประมาณ 10-12 ชั่วโมง ส่วนเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus) ใช้เวลาประมาณ 1-7 วัน โดยท่ัวไป
มกั เกดิ อาการมากท่สี ดุ ภายหลังรับเชื้อ 1-3 วัน
การตดิ ตอ่ : สามารถตดิ ตอ่ ทางตรงโดยการหายใจเอาเชอ้ื หวดั ทฟ่ี งุ้ กระจายอยใู่ นอากาศเขา้ ไปโดยการไอ หรอื
จามรดกนั และตดิ ตอ่ ทางออ้ ม โดยการใชข้ องรว่ มกนั หรอื มอื ไปสมั ผสั กบั ละอองนำ�้ มกู นำ้� ลายทมี่ เี ชอ้ื ไปขยตี้ าหรอื จมกู
อาการ : เมื่อได้รับเชื้อเข้าไปประมาณ 1-4 วัน จะเริ่มมีอาการคัดจมูก จาม อาจมีไข้ต�่ำ ๆ (<38.3
องศาเซลเซียส) ต่อมามนี �้ำมกู ไหล อาจมีอาการเจ็บคอเลก็ นอ้ ย และอาจจะมีอาการไอตามมา อาการเหล่านจี้ ะเปน็
มากใน 1-2 วันแรก แล้วค่อย ๆ ดขี ้นึ นำ�้ มูกข้นข้ึน อาจมีสเี หลืองปนเขียว อาการต่าง ๆ มกั หายไปใน 1 สัปดาห์
บางรายอาจมีอาการนาน 2-3 สัปดาห์ และอาจพบโรคแทรกซ้อน เช่น หชู ั้นกลางอกั เสบ ไซนสั อกั เสบ หลอดลม
อักเสบ ปอดอกั เสบได้ หากไดร้ ับการดูแลท่ไี ม่เหมาะสม นอกจากน้ียงั เป็นตวั กระตนุ้ ให้โรคหืดก�ำเริบในเด็กทีม่ ภี าวะ
หลอดลมไวเกิน
การป้องกันโรค
1. หลีกเลย่ี งการสมั ผสั และลดการแพร่กระจายเชอื้ โรค โดย
- หม่นั ลา้ งมอื บ่อย ๆ ดว้ ยนำ�้ และสบู่ หรอื เจลลา้ งมอื
- ไม่ใช้ของสว่ นตัวร่วมกบั ผ้อู ่นื เช่น ผา้ เชด็ หนา้ ผา้ เชด็ ตวั แก้วน้ำ�
- ไมค่ ลกุ คลกี บั ผูป้ ว่ ย
- ไมพ่ าเด็กเลก็ ไปสถานทแ่ี ออัด เชน่ หา้ งสรรพสินคา้ โรงภาพยนตร์
- เด็กกอ่ นวัยเรยี นเมื่อเป็นโรคหวดั ควรพักทบี่ า้ นอย่างน้อย 2-3 วัน หรอื จนกวา่ จะหาย

14 การดำ�เนนิ งานสถานศึกษาปลอดโรคตดิ ตอ่

- เวลาไอ หรอื จาม ควรปดิ ปาก ปิดจมูก ด้วยผ้าหรอื กระดาษทิชชู ทกุ คร้งั หรอื สวมหนา้ กากอนามัย
เม่ือเป็นโรคหวดั เพือ่ ปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเชอ้ื ให้กับผอู้ น่ื
2. หลกี เลยี่ งการสมั ผสั สง่ิ แวดลอ้ มทีเ่ สย่ี งต่อการเกดิ โรค
- มลพษิ เช่น ควนั บหุ ร่ี ควันไฟในบ้าน ควนั ท่อไอเสียรถ
- รักษาร่างกายให้อบอุ่นและไม่อับช้ืน โดยเฉพาะฤดูฝน ฤดูหนาว หรือช่วงท่ีมีอากาศเปล่ียนแปลง
อย่างรวดเรว็
3. เสรมิ สรา้ งสุขภาพและภมู ติ ้านทานโรคใหแ้ ข็งแรง
- เด็กทารก ได้รับนมแม่อยา่ งน้อย 6 เดือน
- ไดร้ บั อาหารครบ 5 หมู่
- ได้รับวัคซนี ป้องกนั โรคให้ครบตามเกณฑท์ ก่ี ำ� หนด
- ออกกำ� ลงั กายอย่างสมำ่� เสมอ หรือท�ำกจิ กรรมกลางแจง้ ให้เคลอ่ื นไหวกลา้ มเน้อื ทีเ่ หมาะสมกับวัย
- พักผ่อนและนอนหลบั ให้เพียงพอ
การรกั ษา
1. การดแู ลท่วั ไป
เด็กเล็กท่ีดูดนมแม่เวลาคัดจมูกและดูดนมล�ำบาก เพราะทารกอายุต�่ำกว่า 6 เดือน ยังหายใจ
ทางปากไมเ่ ป็น ควรเช็ดหรอื ดดู น�้ำมูกออก หากน�้ำมกู ข้นเหนยี วแห้งกรังใหห้ ยอดน�้ำเกลือ 0.9% แลว้ ดดู หรอื ซบั ออก
เพื่อให้ทางเดินหายใจโล่งก่อนให้เด็กดูดนม ส�ำหรับเด็กที่รับประทานอาหารได้ ควรให้อาหารอ่อนย่อยง่าย ไม่ควร
ลดปรมิ าณอาหาร แตไ่ มบ่ ังคับให้เด็กรบั ประทาน และควรใหด้ ืม่ น�้ำบอ่ ย ๆ
2. การรักษาอาการไข้
ในทารกอายุต�่ำกว่า 6 เดือน ให้ดูดนมแม่บ่อย ๆ เด็กโตควรให้ดื่มน้�ำมาก ๆ หากมีไข้ควรเช็ดตัว
ดว้ ยน้�ำอนุ่ หรอื น�้ำธรรมดา ให้ยาลดไขพ้ าราเซตามอลเม่อื มไี ขส้ ูงมากกวา่ 38 องศาเซลเซยี ส (วัดอณุ หภูมทิ างรักแร)้
โดยให้ห่างกันอยา่ งนอ้ ย 6 ชวั่ โมง ไมร่ บั ประทานตดิ ตอ่ กนั เกิน 5 วัน เมือ่ ไขล้ ดลงควรงดยา ไมแ่ นะนำ� ใหร้ ับประทาน
ยาแอสไพรินโดยเฉพาะเดก็ อายุ 3-12 ปี ซึง่ อาจทำ� ใหเ้ กิดภาวะแทรกซ้อนทีร่ นุ แรงได้
3. การรกั ษาอาการไอ
- ดื่มน�้ำอุ่นบ่อย ๆ หรือใช้น้�ำผ้ึงผสมมะนาวชงกับน�้ำอุ่นให้เด็กกิน ถ้าไอมากอาจให้ยาขับเสมหะ
ส�ำหรับเดก็ (Guaifenesin / Guaiacolate)
- ไม่ควรใช้ยาลดอาการไอ ยาละลายเสมหะและยาแก้หวัดสูตรผสม เพราะจะไปกดสมองท�ำให้เด็ก
ซึมได้
4. การลดอาการมีนำ้� มกู มาก คดั จมูก
ใชล้ ูกยางแดง เบอร์ 1 สำ� หรับดดู น�้ำมูก หรือใชผ้ า้ นุ่ม ๆ พนั เปน็ แทง่ ปลายแหลม สอดเข้าไปซบั น้�ำมกู
จนแห้ง หากนำ้� มกู ข้นเหนยี วแหง้ กรงั ใหห้ ยอดน้ำ� เกลือ 0.9% แล้วดูดหรอื ซบั ออก
ไม่ควรให้ยาลดนำ้� มูกแก่เดก็ โดยเฉพาะทารกอายุต�่ำกว่า 1 ปี เพราะจะทำ� ให้น�้ำมูกและเสมหะเหนียว
ข้น ไอไม่ออก ยาลดน้�ำมูกบางชนิดอาจท�ำให้เด็กซึม และบางชนิดอาจกระตุ้นสมอง ท�ำให้เด็กเกิดอาการ
ชัก เกร็งได้ จึงไมค่ วรใชย้ าลดน้�ำมกู ดังกลา่ วในทารก

การดำ�เนินงานสถานศกึ ษาปลอดโรคตดิ ต่อ 15

5. ยาปฏิชีวนะ
ไม่จ�ำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ เน่ืองจากโรคหวัดเกิดจากเชื้อไวรัส ไม่ใช่เช้ือแบคทีเรีย การใช้ยาเกิน
ความจำ� เปน็ มขี อ้ เสีย คอื ท�ำให้สนิ้ เปลือง อาจแพ้ยา หรือทำ� ใหเ้ ชอื้ โรคด้อื ยา อกี ทงั้ ไมส่ ามารถปอ้ งกันโรคแทรกซ้อน
และไมท่ �ำให้หวดั หายเรว็ ขึ้น
6. อาการผดิ ปกติทีต่ ้องพาไปโรงพยาบาล
- หายใจผดิ ปกติ ได้แก่ หายใจเรว็ หอบ หายใจแรงจนชายโครงบมุ๋ หายใจเสียงดัง
- ไข้สงู เกนิ 3 วนั
- ไม่กนิ นม หรอื น�ำ้
- ซึมลง หรือกระสับกระสา่ ย
- อาการป่วยมากขึ้นกว่าเดิม

➢ โรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล (Seasonal flu)

เป็นโรคติดเช้ือของระบบทางเดินหายใจ มีการระบาดเป็นคร้ังคราวเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย ท้ังเด็กและ
ผใู้ หญ่ โรคนม้ี ักมอี าการรนุ แรงกวา่ ไข้หวดั ธรรมดา และมโี อกาสเกิดอาการแทรกซ้อนได้มากกวา่
สาเหตุ : เกิดจากเช้อื ไวรสั ไขห้ วดั ใหญ่ (Influenza virus) ซ่ึงอยูใ่ นน้�ำมูกและเสมหะของผู้ปว่ ย
ระยะฟักตวั : ประมาณ 1-3 วนั
การตดิ ตอ่ : การติดตอ่ เกิดขนึ้ ได้งา่ ย ระหว่างผใู้ กลช้ ิดทีอ่ ยูใ่ นสถานท่แี ออัด อากาศถา่ ยเทไมส่ ะดวก เชน่
โรงมหรสพ ห้างสรรพสินค้า สวนสนุก รถโดยสาร และอาคารบ้านเรือนที่มีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก ไข้หวัดใหญ่
ตดิ ต่อจากคนหน่ึงไปสอู่ กี คนหน่ึงโดยตรง จากการหายใจเอาเชอื้ ไวรัสในฝอยละอองน�้ำมกู นำ้� ลาย ทฟ่ี ุ้งกระจายใน
อากาศจากการไอ จาม รดกนั เขา้ สรู่ ่างกายทางเยื่อบจุ มูกและปาก หรอื ติดตอ่ ทางอ้อมโดยเชือ้ ไวรสั อาจตดิ มากบั มือ
ผา้ เชด็ หน้า แก้วน้�ำ ฯลฯ ที่ปนเป้ือน นำ�้ มูก นำ�้ ลาย เสมหะของผู้ป่วยแลว้ สัมผัสถกู ตาหรือจมูก ไขห้ วดั ใหญ่สามารถ
แพรเ่ ชอ้ื จากคนหน่ึงสู่คนหน่ึงไดม้ ากช่วง 3-7 วัน หลังจากเริม่ มีอาการ
อาการ : หลังจากไดร้ ับเชื้อไวรสั ไขห้ วดั ใหญ่เข้าสรู่ ่างกายประมาณ 1-3 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มมไี ขส้ ูงเฉียบพลัน
(โดยท่ัวไปประมาณ 38-39 องศาเซลเซียส) หนาวส่ัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเน้ือ อ่อนเพลียมาก ไอแห้ง ๆ
คอแห้ง เจ็บคอ อาจมีอาการคดั จมูก น�ำ้ มูกไหล จาม หรอื มเี สมหะมาก และตาแดง ตาแฉะตามมา โดยทั่วไป มักมี
อาการดีขึ้นภายใน 5 วันหลังป่วย และหายเป็นปกติภายใน 7-10 วัน ผู้ป่วยบางรายโดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก
ผู้ป่วยโรคเร้ือรงั เชน่ โรคปอด โรคหัวใจ อาจเกดิ ภาวะแทรกซอ้ น เชน่ ปอดบวม หลอดลมอกั เสบ ได้มากกว่าคนอื่น ๆ
และอาจมอี าการรุนแรงถงึ ขั้นเสียชวี ิตได้
การปอ้ งกันโรค
1. ดูแลสขุ ภาพใหแ้ ข็งแรง โดยออกก�ำลังกายสม่ำ� เสมอ และพักผอ่ นให้เพียงพอ
2. อย่ใู นสิ่งแวดลอ้ มท่ดี ีมอี ากาศถ่ายเทสะดวก
3. หลีกเลย่ี งมลพษิ บุหรี่ สรุ า ยาเสพติด และความเครียด

16 การดำ�เนนิ งานสถานศกึ ษาปลอดโรคติดตอ่

4. ดูแลรกั ษารา่ งกายให้อบอ่นุ ในชว่ งอากาศหนาวเย็น หรอื อากาศเปลี่ยนแปลง
5. รบั ประทานอาหารที่มปี ระโยชน์ ผกั และผลไม้ เพื่อใหร้ า่ งกายไดร้ บั สารอาหารและวิตามินพอเพียง
6. หลีกเลี่ยงการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน และช่วงอากาศเย็น มักมีการแพร่กระจายโรค
ได้มากขน้ึ โดย
- ไมค่ ลกุ คลใี กลช้ ิดกับผู้ปว่ ย
- ไม่ใช้แกว้ น�้ำ หลอดดดู น�้ำ ช้อนอาหาร ผ้าเชด็ หนา้ ผ้าเช็ดมือ ของเล่นร่วมกบั ผอู้ ื่นโดยเฉพาะสงิ่ ของ
ของผูป้ ่วย
- ใชช้ ้อนกลางทกุ ครัง้ เมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อ่ืน
- หมน่ั ล้างมอื บอ่ ย ๆ ดว้ ยน้�ำและสบู่ หรอื เจลล้างมือ เพ่ือชว่ ยป้องกนั การแพรก่ ระจายและการตดิ เชื้อ
- หลีกเล่ียงสถานที่แออดั อากาศถา่ ยเทไม่สะดวก เชน่ ห้างสรรพสินค้า สวนสนุก เปน็ ต้น
7. ผ้ปู ่วยโรคไข้หวดั ใหญ่ ต้องระมัดระวังและปอ้ งกันการแพรเ่ ชอื้ ให้แกผ่ ู้อ่นื โดย
- หากเปน็ ไปได้ผูป้ ว่ ยต้องหยุดอยู่บา้ นเปน็ เวลา 3-7 วนั หรอื จนกว่าจะหาย
- สวมหน้ากากอนามยั ทุกครง้ั เมือ่ ต้องปฏบิ ัติงานและคลุกคลีกับผู้อ่ืน
- ใช้กระดาษทิชชูหรือผ้าเช็ดหน้าปิดปากปิดจมูกทุกคร้ังเวลาไอจาม และหม่ันล้างมือบ่อย ๆ ด้วย
นำ�้ และสบู่ หรือเจลลา้ งมือ
8. ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ปัจจุบันยังมีนโยบายให้ประชาชนฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกคน
แต่พิจารณาให้เฉพาะเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเส่ียง ได้แก่ ในเด็กเล็กหรือเด็กที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด
โรคหัวใจ ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคปอด โรคหัวใจ ผู้ที่จะเดินทางไป
ประกอบพิธีฮัจย์ หรือจะไปอยู่ในประเทศเขตหนาวเป็นเวลานาน ควรปรึกษาแพทย์เพ่ือฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
ลว่ งหน้า

การดำ�เนินงานสถานศกึ ษาปลอดโรคติดตอ่ 17

การรกั ษา : สว่ นใหญ่รักษาตามอาการ ส�ำหรบั การดูแลในเบอ้ื งตน้ มดี ังน้ี
1. พักผ่อนใหม้ าก ๆ ในที่ทีม่ ีอากาศถ่ายเทได้สะดวก อากาศอบอนุ่ ไม่ชน้ื เกนิ ไป
2. ดืม่ น�ำ้ อุ่นมาก ๆ งดด่มื น้ำ� เยน็
3. รบั ประทานอาหารออ่ นยอ่ ยงา่ ย และปรงุ สุกใหม่ ๆ ให้ครบทกุ มอ้ื
4. รบั ประทานผลไม้ หรอื ดืม่ น้�ำผลไม้มาก ๆ เช่น น�ำ้ ฝรงั่ น้ำ� ส้ม ซึง่ ให้วติ ามินซสี งู
5. หากมไี ขส้ งู ใหล้ ดไข้ดว้ ยการเช็ดตวั ด้วยน้ำ� อุ่นหรอื นำ้� ธรรมดา และรับประทานยาลดไขพ้ าราเซตามอล
เม่อื ไข้สงู มากกว่า 38 องศาเซลเซียส และอาจให้ซำ้� ไดเ้ ม่อื ไข้ไมล่ ด ทุก 4-6 ชั่วโมง หากอาการไม่ดีขึน้ ภายใน 2 วัน
ควรรบี ไปพบแพทย์

➢ เชอื้ ไวรสั อารเ์ อสวี (RSV: Respiratory Syncytial Virus)

เป็นเชื้อไวรัสชนิดหน่ึงท่ีเป็นสาเหตุของการติดเช้ือทางเดินหายใจท้ังส่วนบนและส่วนล่าง เกิดการติดเช้ือได้
ทั้งในเด็กและในผ้ใู หญ่ ส่วนใหญม่ กั เป็นในเดก็ เล็ก ๆ อายุต่�ำกว่า 2 ปี
สาเหตุ : เกิดจากการติดเช้ือไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ในทางเดินหายใจส่วนล่าง โดยผู้ติดเชื้อร้อยละ 70
มักเกดิ อาการปอดบวม และหลอดลมฝอยอกั เสบ
อาการของโรค : ระยะฟกั ตวั ประมาณ 5 วัน ในชว่ ง 2-4 วนั แรก อาการปว่ ยจะคล้ายไขห้ วดั ธรรมดา คอื
ไข้ตำ�่ ๆ ไอ จาม คดั จมกู น�ำ้ มูกใส เดก็ บางคนอาจเกดิ กลอ่ งเสียงอกั เสบ เม่ือการด�ำเนินโรคของทางเดนิ หายใจส่วน
ล่างมีมากขึ้น ก็ท�ำให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบ โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ (ไข้ ไอ หอบ) โดยเด็กจะมีไข้สูง
ไอมากขึ้น ร่วมกับมีเสมหะ บางรายไอมากจนอาเจียน หายใจเร็ว หอบเหน่ือย หายใจแรงจนหน้าอกโป่ง
หายใจออกล�ำบากหรือหายใจมีเสียงวี๊ด (wheezing) แบบหลอดลมฝอยอักเสบ ซึมลง ตัวเขียว ด่ืมนมหรือ
รบั ประทานอาหารได้น้อย แตใ่ นรายทอ่ี าการหนัก มีโอกาสเสยี ชีวติ ได้ เนือ่ งจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลว
การติดต่อของโรค : มักระบาดในฤดูหนาวในประเทศไทยพบได้ตลอดปี แต่จะพบมากในช่วงปลายฝน
ตน้ หนาว ระหวา่ งเดอื นกรกฎาคม – พฤศจิกายน ตดิ ต่อได้ง่ายโดย การสัมผสั โดยตรงกับสารคดั หล่ัง ไดแ้ ก่ น้ำ� มกู
เสมหะ น�้ำลายของผู้ป่วยท่ีมีเช้ือไวรัสผ่านทางตาจมูกและทางการหายใจ โดยผู้ป่วยที่ติดเช้ือไวรัสอาร์เอสวี (RSV)
สามารถกระจายเชอื้ ให้ลอยปะปนอยูใ่ นอากาศภายในรศั มี 3 ฟุต ผา่ นทางการไอหรอื จาม
ผปู้ ่วยทีม่ ีความเส่ียงที่จะเกดิ โรคท่ีรุนแรง
- กลุ่มทารกท่ีคลอดก่อนก�ำหนด น้�ำหนักตัวน้อย หรือภูมิต้านทานต่�ำ โดยเฉพาะเด็กที่เป็นโรค
หวั ใจพกิ ารแตก่ �ำเนดิ
- ผู้ที่มีภูมิต้านทานโรคไม่ดี เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ท่ีมีโรคประจ�ำตัว ผู้ป่วยที่มีโรคทางเดินหายใจและ
โรคหัวใจเร้ือรงั รวมท้ังเดก็ เล็กอายตุ �ำ่ กวา่ 2 ปี
การปอ้ งกันโรค
- ยังไมม่ ีวคั ซนี
- หลีกเล่ยี งการพาเด็กไปในสถานที่แออดั และไม่ให้เดก็ เลน่ คลุกคลีกับเดก็ ท่เี ปน็ หวัด
- เดก็ ทอี่ ยูใ่ นห้องแอร์ หรอื ในอากาศเยน็ ให้สวมเส้อื ผา้ หนา ๆ ให้ความอบอ่นุ เพยี งพอ

18 การดำ�เนินงานสถานศกึ ษาปลอดโรคติดตอ่

- ล้างมอื ใหเ้ ด็กบ่อย ๆ การลา้ งมอื จะช่วยก�ำจดั เชื้อท่ีตดิ มากบั มือทกุ ชนดิ ได้ถงึ ร้อยละ 80
- หากมีเดก็ ปว่ ยในบ้านหรือที่ศนู ยพ์ ัฒนาเดก็ กอ่ นวัยเรียน สถานท่ีรบั เลี้ยงเด็ก ให้แยกเด็กป่วยออกจาก
เด็กปกติ ไมใ่ ห้คลุกคลกี ันและแยกเคร่อื งใชเ้ ด็กท่ปี ว่ ยออกต่างหาก

➢ โรคสกุ ใส (Chickenpox)

โรคนี้ส่วนใหญ่ อาการไม่รุนแรง และหายเองได้ เม่ือเป็นแล้ว มักมีภูมิคุ้มกัน
ตลอดชวี ิต และผู้ป่วยสว่ นใหญ่จะไม่เปน็ ซ้ำ� อีก แตเ่ ชอื้ อาจหลบซอ่ นอยใู่ นปมประสาท
และมโี อกาสเปน็ งสู วดั ไดใ้ นภายหลัง
สาเหตุ : เกิดจากการติดเชื้อไวรัสท่ีมีชื่อว่า ไวรัสวาริเซลลา (Varicella
Virus) เป็นเชื้อตัวเดียวกับท่ีท�ำให้เกิดงูสวัดพบได้แทบทุกช่วงอายุ หลายคนมักเป็น
ในวัยเด็ก ซึ่งเป็นตอนเด็กอาการจะไม่รุนแรงมาก แต่การติดเชื้อในทารกแรกเกิด วัยรุ่น
หรือผู้ใหญ่ รวมทั้งผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันบกพร่องจะมีโอกาสเกิดโรครุนแรง และเกิดภาวะ
แทรกซ้อนได้ เชน่ ปอดอกั เสบ สมองอักเสบ
ระยะฟักตัว : ตั้งแต่ 10-21 วัน โดยโรคแพร่เช้ือได้ 48 ช่ัวโมงก่อนผื่นขึ้น
จนแห้งเปน็ สะเก็ด
การติดต่อ : จากการสัมผัสโดยตรงกับตุ่มน�้ำบนผิวหนัง หรือการหายใจ
เอาเชอ้ื ไวรัสท่แี พรก่ ระจายอยใู่ นอากาศผ่านการไอ จาม และการสมั ผสั ตลอดจนการใช้
ของร่วมกับผทู้ ่ีเป็นโรคสกุ ใส
อาการ : เด็กมีไข้ต่�ำ ๆ อ่อนเพลียและเบ่ืออาหาร ในผู้ใหญ่มักมีไข้สูงและปวดเมื่อยตามตัว ผู้ป่วย
จะเร่ิมมีผน่ื ข้นึ พร้อมกันกบั มไี ข้ หรือ 1 วนั หลงั จากมีไข้ เร่ิมแรกจะข้ึนเป็นตุ่มแดงก่อน ตอ่ มาจะกลายเปน็ ต่มุ น้�ำและ
มีอาการคันผื่นจะเร่ิมท่ีหน้ากระจายไปท่ีล�ำตัวและแขนขา ต่อมาจะกลายเป็นหนองหลังจากน้ัน 2-4 วัน ก็จะตก
สะเก็ดบางรายมีตุ่มข้ึนในช่องปาก ท�ำให้ปากเปื่อย ลิ้นเปื่อย เจ็บคอ เน่ืองจากผื่นของโรคนี้จะข้ึนไม่พร้อมกันทั่ว
ร่างกายดังนน้ั จะพบวา่ บางท่ขี ึ้นเป็นผ่นื แดงราบ บางทีเ่ ป็นตมุ่ ใส บางทีเ่ ปน็ ตมุ่ หนอง และบางท่ีเรมิ่ ตกสะเกด็
การป้องกัน : ในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคสุกใส ซึ่งจะป้องกันการติดเช้ือได้ หรือถ้ามีการติดเช้ือ
จะสามารถลดความรุนแรงลงได้ แนะนำ� ใหฉ้ ีด 2 ครั้ง ครั้งแรกในเด็กอายุ 12-15 เดือน และคร้งั ท่สี องในเด็กอายุ
4-6 ปี
การป้องกันการแพรก่ ระจาย
1. เนื่องจากโรคสุกใสสามารถแพร่กระจายได้ง่ายโดยทางการหายใจ จึงควรแยกเด็กเล็ก หญิงต้ังครรภ์
และผทู้ ี่ไมเ่ คยติดเชื้อมากอ่ น
2. ควรหยุดเรยี นหรือหยุดงาน พักผอ่ นอยูบ่ ้านเพอื่ ปอ้ งกนั มิใหแ้ พร่เช้ือให้คนอ่ืน
3. ระยะแพรเ่ ชื้อติดต่อใหค้ นอ่นื คือ ต้ังแต่ 24 ช่ัวโมง กอ่ นมีผ่นื ข้นึ จนกระท่งั ถงึ 6 วันหลงั ผืน่ ตุม่ ข้นึ

การดำ�เนนิ งานสถานศกึ ษาปลอดโรคติดต่อ 19

การรกั ษาและการปฏิบัติตวั
1. ถ้ามีไข้สูง ควรใช้ผ้าชุบน�้ำเช็ดตัวบ่อย ๆ และรับประทานยาพาราเซตามอลเพ่ือลดไข้ ห้าม!! ใช้ยา
แอสไพรนิ หรือไอบูโพรเฟน ลดไข้ เพราะอาจเกดิ ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
2. ผ้ปู ว่ ยควรพกั ผ่อนและดื่มน้�ำมาก ๆ
3. ใช้น้ำ� เกลือกล้ัวปากถ้ามีอาการปากเปื่อยล้ินเป่อื ย
4. ถ้ามอี าการคนั ให้รบั ประทานยาแก้แพ้และทายาคารามายด์
5. ควรตัดเล็บให้สั้น ไม่แกะเกา และอาบน�้ำฟอกสบู่ให้สะอาดเพ่ือป้องกันมิให้ตุ่มกลายเป็นหนองและ
แผลเป็น
6. รักษาตามอาการได้แก่ให้ยาพาราเซตามอลลดไข้ ถ้ามีอาการคันให้ยาแก้อาการคัน หรือถ้ามีอาการ
ติดเชอ้ื แบคทเี รียให้ยาปฏิชวี นะในการรกั ษา
7. แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัส ในผู้ป่วยเด็กที่มีโรคเรื้อรัง และผู้ป่วยท่ีเป็นผู้ใหญ่ เนื่องจาก
มแี นวโนม้ เกิดอาการและภาวะแทรกซ้อนท่รี ุนแรง
8. หลีกเล่ียงการรับประทานยาลดไข้กลุ่มแอสไพรินเพราะอาจก่อให้เกิดอาการสมองและตับอักเสบ
รุนแรง

➢ โรคคางทูม

สาเหตุ : เกดิ จากเชอ้ื ไวรสั คางทมู (Mumps virus)
ระยะฟกั ตวั : ประมาณ 16-18 วนั
อาการ : มีไข้ ปวดและบวมท่ีต่อมน�้ำลาย อย่างน้อย 1 ต่อมหรือมากกว่า
โดยปกติแลว้ มักพบที่ต้องน�ำ้ ลายหนา้ หหู รือใต้ขากรรไกร ร้อยละ 20-30 ในผชู้ ายท่ีเข้าสู่
วยั เจรญิ พนั ธุ์อาจเกดิ ลกู อณั ฑะอักเสบ และมกั เป็นข้างเดยี วและท�ำใหล้ ูกอัณฑะฝ่อ และ
รอ้ ยละ 5 ในผหู้ ญงิ อาจมีการอกั เสบของรังไขไ่ ด้
การติดต่อ : สามารถแพร่กระจายเช้ือได้ต้ังแต่ 2 วันก่อนแสดงอาการ ถึงวันท่ี 5 หลังต่อมน้�ำลายโต
สามารถติดต่อได้โดยการหายใจเอาละอองฝอยท่ีมีเช้ือของผู้ป่วยซ่ึงมีอยู่ในล�ำคอ ปาก น�้ำลาย ผ่านการไอหรือจาม
ของผู้ปว่ ย
การปอ้ งกัน :
1. ฉีดวัคซีนปอ้ งกนั โรคคางทูม
2. หากป่วยให้แยกผู้ป่วยออกจากเด็กปกติ และแยกสิ่งของเครื่องใช้ รวมท้ังควรหยุดพักรักษาท่ีบ้าน
อย่างนอ้ ย 5 วนั หลังต่อมน้ำ� ลายโต หรือจนกวา่ จะหาย
3. หมั่นล้างมอื ด้วยน�้ำและสบู่หรือเจลลา้ งมอื ให้สะอาดอยูเ่ สมอ
การรักษา :
เป็นการรักษาตามอาการ ถา้ มีไขค้ วรเช็ดตัวร่วมกบั ให้ยาลดไขพ้ าราเซตามอล และหากมอี าการทางระบบ
ประสาท เชน่ ปวดศรี ษะ ระดบั ความรู้สึกตัวเปลยี่ นแปลง หรอื อาการไมด่ ขี นึ้ ควรปรกึ ษาแพทย์


20 การดำ�เนินงานสถานศกึ ษาปลอดโรคตดิ ตอ่

➢ โรคตาแดง (Epidemic Kerato Conjunctivitis: EKC)

สาเหตุ : เกดิ จาก การตดิ เช้อื ไวรัสที่เย่ือบุตา ท�ำให้
เกดิ การอักเสบและมเี ลือดออกใตเ้ ยื่อบตุ าขาว
ระยะฟักตวั : ประมาณ 1-2 วัน หลงั จากได้รบั เชอื้
และสามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อืน่ ได้นานถึง 2 สปั ดาห์
อาการ : เร่ิมด้วยมีอาการเคืองตา น�้ำตาไหล
มีขี้ตามาก อาจมีไข้เล็กน้อย หรือรู้สึกคร่ันเนื้อคร่ันตัว
หนงั ตาบวม เย่ือบตุ าขาวอักเสบแดง อาจเร่มิ จากตาขา้ งใดขา้ งหนง่ึ กอ่ น หรือเปน็ ทัง้ 2 ข้างพรอ้ มกัน จะมีอาการอยู่
ประมาณ 10-14 วนั บางรายอาจพบอาการแทรกซอ้ นทางระบบประสาท ทำ� ให้มอี าการกลา้ มเน้ืออ่อนแรงได้
การตดิ ตอ่ : การติดตอ่ ของโรคเกดิ โดยตรงจากการสัมผสั การใช้ของร่วมกนั การไอ หรือการหายใจรดกนั และ
มักเกิดการตดิ ตอ่ กนั ในท่ีชมุ ชน โรงเรียน ทีท่ ำ� งาน สระว่ายนำ้� รวมทัง้ ห้างสรรพสนิ ค้า
การปอ้ งกัน :
1. ไมค่ ลกุ คลีสมั ผสั ใกล้ชิด หรือใช้ของรว่ มกับผปู้ ่วยโดยเฉพาะผ้าเชด็ หน้า ผ้าเชด็ ตัว แวน่ ตา เปน็ ตน้
2. หมน่ั ลา้ งมือดว้ ยสบ่ใู ห้สะอาดอยู่เสมอ ไมค่ วรใชม้ อื หรอื ผ้าท่ีไม่สะอาดเชด็ ตา ขยีต้ า
3. เมอื่ มีฝ่นุ ละอองหรือผงเขา้ ตา ควรล้างดว้ ยนำ�้ ยาล้างตาหรือน�ำ้ สะอาด เชน่ น�ำ้ ต้มสกุ ทเี่ ย็นแล้ว แล้วใช้
สำ� ลสี ะอาดเชด็ ตา ไมค่ วรใช้มอื ขยี้ตา
4. หมั่นท�ำความสะอาดผ้าเชด็ หนา้ ผ้าเชด็ ตัว ปลอกหมอน ผ้าปูท่นี อน ฯลฯ ใหส้ ะอาดอยู่เสมอ
5. ในช่วงที่มีการระบาดของโรคตาแดงควรระมัดระวังกับการสัมผัสส่ิงที่เป็นของใช้สาธารณะ เช่น
ลกู บิดประตตู ามสถานทต่ี า่ ง ๆ ราวโหนรถเมล์ เงนิ เหรียญ ธนบตั ร ฯลฯ
การปฏบิ ัตติ ัว
1. เม่อื มีอาการควรรบี ไปพบแพทย์
2. ควรพกั สายตา ไมใ่ ชส้ ายตามากเกนิ ไป
3. ควรหยุดเรียนหรือหยุดงานประมาณ 1-2 สัปดาห์ หรือจนกว่าอาการตาแดงจะหายเป็นปกติ และ
ไมค่ วรไปในพืน้ ทช่ี มุ ชน เชน่ โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า สวนสนุก เป็นต้น
4. แยกของใช้ส่วนตัวของผปู้ ่วย เพอื่ ปอ้ งกันการแพร่เช้ือโรค
5. ลา้ งมือด้วยสบู่ใหส้ ะอาดทุกคร้งั ก่อน/หลังจากการสมั ผสั ตา
6. ถา้ ไมม่ ีภาวะแทรกซอ้ นจากการติดเช้ืออ่นื ๆ อาการตาแดงกจ็ ะหายเองได้
7. หากรักษาดว้ ยยาหยอดตา หรอื ยาป้ายตานานเกิน 7 วนั อาการไม่ดขี ึ้นหรอื มีอาการอื่นรว่ มดว้ ย เชน่
ปวดตามาก ขี้ตาเป็นหนอง ตามัว ลืมตาไม่ข้ึน หรือมีไข้สูง ควรไปพบแพทย์ ถ้าไม่รีบรักษา หรือรักษาไม่ถูกวิธี
อาจทำ� ใหต้ าบอดได้

การดำ�เนินงานสถานศกึ ษาปลอดโรคตดิ ต่อ 21

➢ โรคมือ เท้า ปาก (Hand Foot and Mouth Disease)




พบได้บ่อยในเดก็ ทารก และเด็กเลก็ อายุตำ่� กว่า 5 ปี ในโรงเรยี นอนบุ าล สถานรบั เลยี้ งเดก็ สถานที่เลน่
ของเด็กในห้างสรรพสินค้า โดยเฉพาะสถานที่อยู่รวมกันอย่างแออัดจะมีโอกาสเกิดการระบาดได้ง่าย โรคนี้เกิดได้
ประปรายตลอดทง้ั ปี แต่พบมากขนึ้ ในชว่ งฤดูฝนซึ่งมอี ากาศเย็นและช้ืน
สาเหตุ : เกิดจากเชอ้ื เอนเทอโรไวรัสหลายชนิด ทีพ่ บบ่อย คือ ไวรัสเอคโค (Echovirus) ไวรัสเอนเทอโร 71
(Enterovirus71 หรอื EV71) และไวรสั คอกแซกกี (Coxsackie Virus)
ระยะฟกั ตวั : หลงั ได้รบั เชอ้ื ประมาณ 3-6 วัน
การติดต่อ : เช้ือไวรัสเข้าสู่ร่างกายทางปาก จากการท่ีเช้ือโรคติดอยู่บนมือที่ปนเปื้อนอุจจาระ น้�ำลาย
น�้ำมูก น้�ำในตุ่มพองหรือแผลของผู้ป่วย ผ่านทางเย่ือบุของคอหอย ล�ำไส้ และจะเพิ่มจ�ำนวนท่ีบริเวณคอหอยและ
ต่อมน้�ำเหลืองบริเวณใกล้เคียง ต่อมาจะเพ่ิมจ�ำนวนท่ีล�ำไส้ จากนั้นเช้ือจะเข้าสู่กระแสเลือดและท�ำให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงที่เยื่อบุช่องปาก ผิวหนังที่มือ และเท้า เช้ือจะถูกขับออกมากับอุจจาระอาจพบเช้ือในอุจจาระ
ได้นานถงึ 6-8 สปั ดาห์ สว่ นการติดตอ่ ทางน้ำ� หรอื อาหารมโี อกาสเกดิ ไดน้ ้อย
อาการ : เริ่มด้วยอาการมไี ข้ ออ่ นเพลยี ต่อมาอกี 1-2 วัน มอี าการเจ็บปากและเบอ่ื อาหาร เน่อื งจากมีแผล
อักเสบท่ีล้ิน เหงือก และกระพุ้งแก้ม ต่อมาจะเกิดผ่ืนแดง ซึ่งมักไม่คัน ที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และอาจพบท่ีก้น
หรอื หวั เข่าได้ ผ่ืนน้จี ะกลายเป็นตุ่มพองใส รอย ๆ แดง และแตกออกเป็นหลมุ ตน้ื และอาจเกิดโรคแทรกซอ้ น เช่น
สมองอกั เสบ อมั พาต กล้ามเนื้อออ่ นปวกเปยี ก เปน็ ต้น
การรักษา : โรคน้ีส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง มักป่วยนานประมาณ 7-10 วัน และหายได้เอง โรคน้ี
ไม่มียาต้านไวรัสโดยเฉพาะจึงใช้การรักษาเพ่ือบรรเทาอาการต่าง ๆ เช่น การให้ยาลดไข้ร่วมกับการเช็ดตัวลดไข้
การให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารอ่อน ๆ ย่อยง่าย รสไม่จัด ด่ืมน�้ำ นม หรือน�้ำหวาน และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
ในผปู้ ว่ ยบางรายท่ตี อ้ งดูแลอย่างใกลช้ ดิ เนื่องจากอาจเปน็ โรคมือ เทา้ ปาก ชนิดทีร่ นุ แรง ทม่ี ีอาการส�ำคญั ไดแ้ ก่
ไขส้ งู ซึม อาเจยี น หอบเหนื่อย ต้องรบี ไปพบแพทยท์ นั ที

22 การดำ�เนินงานสถานศึกษาปลอดโรคติดตอ่

การป้องกันส�ำหรับพอ่ แมห่ รอื ผู้ปกครอง
1. การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลท่ีดี เช่น การล้างมือด้วยน้�ำและสบู่หรือใช้เจลล้างมือทุกคร้ังก่อน-หลัง
รบั ประทานอาหาร หลงั ขบั ถ่าย ภายหลงั เลน่ ของเล่น หมัน่ ล้างมือบอ่ ย ๆ และตัดเลบ็ ให้สัน้ อยูเ่ สมอ
2. การดูแลอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ดี เช่น การก�ำจัดขยะและส่ิงปฏิกูลท่ีถูกต้อง ดูแลรักษาและท�ำความสะอาด
อาคารสถานทอ่ี ุปกรณเ์ ครือ่ งมือ เคร่อื งใช้ และของเลน่ ต่าง ๆ เป็นประจำ� อยา่ งสมำ�่ เสมอ ด้วยน�ำ้ ยาทำ� ความสะอาด
หรอื น้�ำยาฆา่ เช้ือโรค
3. ไม่ควรน�ำเด็กเล็กไปในท่ีชุมชน ในช่วงท่ีมีการระบาดของโรค เช่น สนามเด็กเล่น ห้างสรรพสินค้า
ตลาด สระวา่ ยนำ�้ เป็นตน้
4. เด็กท่ีป่วยเป็นโรคมอื เท้า ปาก ควรหยุดพักรกั ษาตวั ทบี่ า้ นไม่เลน่ หรอื คลกุ คลีกบั เด็กอื่น ๆ ประมาณ
5 วันท�ำการหรอื จนกวา่ จะหายเป็นปกติ เพื่อป้องกันการแพร่เช้อื ให้เดก็ คนอ่นื ๆ
การปอ้ งกนั และควบคุมโรค ส�ำหรบั ศูนย์เด็กเลก็ และโรงเรยี น
1. ตรวจคดั กรองเดก็ โดยดูแลตรวจสุขภาพเดก็ วา่ มีอาการไข้ มีตมุ่ ท่ีมอื เทา้ ปาก เพอื่ การเฝา้ ระวังและ
ป้องกันโรค
2. ถ้ามีเด็กป่วยด้วยโรคมือ เท้า ปาก ต้องแยกเด็กป่วยและรีบแจ้งเจ้าหน้าท่ีสาธารณสุขในพื้นท่ีรับผิด
ชอบทนั ที
3. หากมีเดก็ ปว่ ยดว้ ยโรคมอื เท้า ปาก ภายในห้องเดียวกนั มากกว่า 2 ราย ใน 1 สัปดาห์ พิจารณาปิด
ห้องเรียนที่มีผู้ป่วยและท�ำความสะอาดห้องเรียนสนามเด็กเล่น ห้องน�้ำ ห้องส้วม โดยใช้สารละลายเจือจางของ
น้�ำยาฟอกขาว (20 มลิ ลิลิตร ต่อน�้ำ 1 ลิตร) และทำ� ความสะอาดเคร่อื งมอื เคร่อื งใช้ของเล่นเดก็ ดว้ ยการซกั ล้าง แลว้
ผึง่ แดดใหแ้ หง้ รวมทั้งควรหยุดใชเ้ คร่ืองปรับอากาศ และเปดิ มา่ นใหแ้ สงแดดส่องทัว่ ถึงหอ้ งเรยี น
4. หากมีเด็กป่วยด้วยโรคมือ เท้า ปาก 2 ห้องเรียนข้ึนไป ควรพิจารณาปิดศูนย์เด็กเล็ก หรือโรงเรียน
เพ่ือท�ำความสะอาด และเม่ือเปิดศูนย์เด็กเล็กหรือโรงเรียนควรคัดกรองอาการของเด็กอย่างละเอียดทุกคน
ทกุ วันอยา่ งน้อย 2 สัปดาห์ ส�ำหรับการปิดหอ้ งเรียนหรอื โรงเรยี นควรปิดอยา่ งนอ้ ย 5 วันทำ� การ (นบั จากพบผู้ป่วย
รายสดุ ท้าย)

การดำ�เนนิ งานสถานศกึ ษาปลอดโรคตดิ ตอ่ 23

➢ โรคอุจจาระรว่ ง (Diarrhea)

สาเหตุ : เกดิ จากการกินอาหารหรอื ดืม่ น�ำ้ ท่ีไมส่ ะอาด มีเชื้อโรคปนเปอ้ื น
อาการ : ถ่ายอุจจาระเหลวต้ังแต่ 3 ครั้งข้ึนไปใน 1 วัน หรือถ่ายเป็นน้�ำจ�ำนวนมากหรือเป็นมูกเลือด
แมเ้ พียง 1 ครงั้ ต่อวนั ก็ถอื ว่าเป็นโรคอจุ จาระรว่ งได้ (ยกเว้นเด็กท่กี ินนมแม่อาจถ่ายอจุ จาระนม่ิ เหลววันละ 3-4 ครั้ง
โดยไม่มอี าการออ่ นเพลยี ก็ถือวา่ ปกติ) หากมอี าการไข้หรอื อาเจียนรว่ มด้วย และไมไ่ ด้รับการรกั ษาท่ถี กู ตอ้ งรวดเรว็
รา่ งกายจะมีการสญู เสยี นำ�้ และเกลือแร่ไปพรอ้ มกับอจุ จาระจำ� นวนมาก อาจทำ� ให้ช็อก หมดสติและเสียชวี ติ ได้
การดแู ลตนเองเบอ้ื งต้น : โดยการรกั ษาอาการขาดน้�ำและเกลือแร่กอ่ นพบแพทย์ดว้ ยการใหข้ องเหลวหรือ
สารนำ้� เพม่ิ ขนึ้ ไดแ้ ก่
1. สารละลายน้�ำตาลเกลอื แร่
โดยใชผ้ งน�ำ้ ตาลเกลือแร่หรือ โอ อาร์ เอส น�ำมาผสมกับน�้ำต้มสุกทเี่ ยน็ แล้ว ตามสัดสว่ นท่แี นะน�ำบนซอง
เริม่ ดมื่ เมอื่ มีอาการอุจจาระรว่ ง ถ้าถา่ ยบอ่ ยให้ดม่ื บ่อยครงั้ ขึ้นแตถ่ า้ อาเจยี นให้ดื่มทลี ะนอ้ ยแตบ่ อ่ ยครั้ง
ขนาดการใช้
- เด็กอายุมากกว่า 2 ปี – ผู้ใหญ่ ให้ด่ืมสารละลายเกลือแร่ประมาณ 1 แก้ว ต่อการถ่ายอุจจาระ
1 ครั้ง
- เด็กอ่อน - เด็กอายุ 2 ปี ให้ด่ืมทีละน้อย สลับกับน้�ำเปล่าประมาณวันละ 3 ซอง และด่ืมต่อไป
จนกวา่ อาการจะดีข้นึ
2. ของเหลวทีท่ �ำได้เองในบ้าน เช่น น�้ำแกงจดื โจ๊ก หรอื สารละลายเกลอื และน้�ำตาลที่เตรียมเอง

น้�ำต้มสกุ ท่เี ย็นแลว้ 750 ซีซี + นำ�้ ตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ + เกลือ ½ ช้อนชา = สารละลายนำ้� ตาลเกลือแร่
หากผสมแลว้ ดืม่ ไมห่ มดภายใน 24 ชม. ใหเ้ ททงิ้ และผสมใหม่

24 การดำ�เนินงานสถานศึกษาปลอดโรคติดต่อ

การปอ้ งกันตนเองจากโรคอุจจาระรว่ ง
1. ล้างมอื ใหส้ ะอาด ก่อนกินอาหารและหลงั การใชห้ อ้ งส้วม
2. กนิ อาหารท่สี ะอาดปรุงสกุ ใหม่ ๆ งดอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ ถา้ กินไมห่ มด ใหเ้ กบ็ ไวใ้ นต้เู ย็น
3. ดม่ื นำ�้ สะอาด ถา้ เป็นน้�ำต้มสุกจะดีที่สุด
4. ตอ้ งอนุ่ อาหาร สำ� เรจ็ รูปหรืออาหารเหลอื คา้ งมอื้ ใหร้ อ้ นก่อนนำ� มากนิ
5. ใช้ฝาชีครอบอาหาร หรือใสต่ ้กู บั ข้าวให้มิดชดิ ระวัง อยา่ ใหแ้ มลงวนั ตอมอาหาร
6. ลา้ งผักสด ผลไมห้ ลาย ๆ คร้ังให้สะอาด
7. ลา้ งอุปกรณท์ �ำครัว จาน ชอ้ น ถว้ ย ชาม ให้สะอาดกอ่ นใช้
8. ถ่ายอจุ จาระลงในโถสว้ ม
9. ก�ำจัดขยะมูลฝอย ให้ถูกต้องโดยรวบรวมเศษอาหารไปท้ิงในที่ท่ีเหมาะสม เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม
ใหส้ ะอาด

1 23

ล้างมอื ใหส้ ะอาด กินอาหารทสี่ ะอาด ปรงุ สุกใหม่ ๆ ดืม่ น้ำ� สะอาด

ก่อนกนิ อาหารและหลังการใชห้ อ้ งสว้ ม งดอาหารสุก ๆ ดบิ ๆ ถ้ากินไม่หมด ถ้าเป็นน้�ำต้มสกุ จะดีท่ีสดุ
ให้เก็บไว้ในต้เู ย็น
4 6
5

ต้องอนุ่ อาหาร ใชฝ้ าชคี รอบอาหาร ล้างผักสด

ส�ำเร็จรปู หรืออาหารเหลือคา้ งมอื้ หลงั ใสต่ ูก้ บั ข้าวให้มดิ ชดิ ผลไมห้ ลาย ๆ ครง้ั ให้สะอาด
ให้รอ้ นก่อนนำ� มากิน ระวงั อย่าให้แมลงวนั ตอมอาหาร
9
7 8

ล้างอปุ กรณ์ท�ำครวั ถา่ ยอจุ จาระในโถสว้ ม ก�ำจัดขยะมลู ฝอย

จาน ชอ้ น ถว้ ย ชาม ใหส้ ะอาดกอ่ นใช้ โดยรวบรวมเศษอาหารไปทง้ิ ในทท่ี เ่ี หมาะสม
เพ่ือรกั ษาส่งิ แวดลอ้ มให้สะอาด

การดำ�เนินงานสถานศึกษาปลอดโรคตดิ ต่อ 25

➢ โรคไข้เลือดออก (Dengue Hemorrhagic Fever)

เป็นโรคท่ีพบได้บ่อยในประเทศที่อยู่ในเขตร้อน มียุงลายที่เป็นพาหะน�ำโรคในประเทศไทยจะพบ
โรคไข้เลอื ดออกได้ประปรายตลอดทั้งปี แต่จะพบผู้ป่วยมากขึ้นในช่วงฤดฝู น โรคน้จี ะพบในเด็กไดบ้ ่อยกว่าผ้ใู หญ่
สาเหตุ : เกิดจากเชื้อไวรัสเดงก่ี (Dengue virus) มี 4 ชนิด เช้ือเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนัง โดยถูกยุง
ทม่ี ีเชอื้ กดั เช้อื จะเข้าส่กู ระแสโลหติ ท�ำใหม้ ีไข้ เช้ือไวรัสจะอยู่ในกระแสโลหติ ตลอดระยะเวลาท่ีมไี ข้ประมาณ 2-7 วนั
เมอ่ื ยงุ มากดั ดูดเลือดผปู้ ว่ ยทม่ี ีเช้ือไวรัส เช้ือไวรสั จะอยู่ในตวั ยงุ ได้นานตลอดชวี ติ ของยุง (1-2 เดือน)
การติดต่อ : ยุงลายบา้ น (Aedes aegypti) ทม่ี ีเช้อื เป็นพาหะแพรก่ ระจายโรค ยุงชนิดนี้จะกัดดูดเลอื ด
คนในเวลากลางวนั และแพร่พนั ธ์โุ ดยวางไข่ในน้�ำสะอาดตามภาชนะท่มี ีนำ�้ ขงั ภายในและรอบ ๆ บา้ น เช่น โอง่ น�ำ้
อ่างน�้ำ ถังนำ�้ แจกนั ดอกไม้ จานรองขาต้กู ับข้าว จานรองกระถางต้นไม้ ยางรถยนต์ กะลา กระป๋อง ฯลฯ

ภาพแสดงวงจรการติดต่อไขเ้ ลอื ดออก
อาการ : หลงั ไดร้ ับเชอื้ จากยงุ กัดแลว้ ผา่ นระยะฟักตัวประมาณ 4-7 วัน จะมอี าการ
- ไข้สูงลอย (ให้ยาลดไข้แล้วไม่ลดถึงปกติ หรือลดระยะสั้นแล้วกลับข้ึนอีก) ประมาณ 2-7 วัน อาจมี
อาการปวดศีรษะ หน้าแดง เบือ่ อาหาร หรืออาเจยี น รว่ มดว้ ย
- มีอาการแสดงของเลือดออก โดยสว่ นใหญจ่ ะพบเป็นจุดเลอื ดออกเล็ก ๆ ตามผิวหนงั ของแขนขา อาจ
มเี ลือดก�ำเดา
- ตับโต กดเจบ็ บรเิ วณชายโครงขวา
- ในระยะที่รุนแรงจะพบมีภาวะระบบไหลเวียนโลหิตเปล่ียนแปลง ซึ่งส่วนใหญ่จะพบระยะที่ไข้เริ่มจะ
ลดลง ตง้ั แต่วนั ท่ี 3 ของโรค เนื่องจากมีการรั่วของส่วนน้ำ� เหลอื ง (พลาสม่า) ออกไปนอกเสน้ เลือด ทำ� ใหป้ รมิ าณของ

26 การดำ�เนินงานสถานศึกษาปลอดโรคตดิ ต่อ

โลหิตที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ลดลง ซึ่งถ้ามีการรั่วมากจะท�ำให้เกิดภาวะระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว มือเท้าเย็น
ชีพจรเบาเร็ว และเกิดภาวะท่เี รียกวา่ ชอ็ ก
การป้องกัน
- หลีกเลี่ยงไม่ให้ยุงลายกัด โดยเฉพาะเวลากลางวัน เช่น ควรนอนในมุ้งหรือห้องติดมุ้งลวด
ทายากันยุง เป็นตน้
- กรณีเดก็ ปว่ ยเป็นไขเ้ ลือดออก แยกผปู้ ่วยขณะมไี ข้ไวใ้ นบรเิ วณทไ่ี มม่ ยี งุ ลาย แนะน�ำให้ทายากนั ยุงเพอื่
ปอ้ งกนั การแพรเ่ ชอ้ื ผอู้ ืน่
- ท�ำลายแหล่งเพาะพันธุ์และก�ำจัดลูกน�้ำยุงลายในบ้าน และบริเวณโดยรอบอย่างสม�่ำเสมอทุก 7 วัน
โดยการขดั ลา้ งภาชนะทม่ี ีนำ�้ ขงั เชน่ ภาชนะใสน่ ้ำ� ใหส้ ัตวเ์ ลี้ยง แจกันดอกไม้ ขารองต้กู บั ขา้ ว อ่างใสน่ �้ำในห้องน�้ำหอ้ ง
สว้ ม เป็นต้น รวมท้งั ควำ�่ หรอื ใส่ทรายในภาชนะท่ีมักจะมนี �้ำขงั เช่น ยางรถยนต์ จานรองกระถางตน้ ไม้ เป็นต้น
- ก�ำจัดยุงตัวเตม็ วัยในหอ้ งและบรเิ วณโดยรอบเป็นประจำ� ทุกสัปดาห์
การรกั ษา
- ให้การรกั ษาตามอาการ ในระยะไข้สงู ให้เดก็ นอนพกั เช็ดตวั เพือ่ ช่วยลดไข้ รว่ มกบั การใหย้ าลดไข้พวก
พาราเซตามอล เมอื่ ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส หลีกเล่ยี งการใช้ยาลดไขม้ ากเกนิ ควร เพราะไขจ้ ะยังสงู ลอยอยใู่ น
ชว่ งทมี่ ีเช้ือไวรัสในกระแสเลือด ห้ามใช้ยาแอสไพรนิ (Aspirin) หรอื ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) เพราะจะมีผลตอ่
การแขง็ ตัวของเลอื ด
- ใหด้ ่มื น�้ำ น�้ำผลไม้ หรอื น�ำ้ เกลอื ท่ีใชใ้ นผปู้ ว่ ยทอ้ งเดิน
- ถ้ามอี าการแสดงสญั ญาณอนั ตราย ไดแ้ ก่ ซึมลง ดมื่ นำ้� กินอาหารไม่ได้ กระสบั กระส่าย ปัสสาวะนอ้ ย
ลง มอี าการปวดท้องเกดิ ขนึ้ ถ่ายหรอื อาเจียนเป็นเลือดตอ้ งรีบไปพบแพทย์โดยดว่ น
- หากพบเด็กป่วยหรือสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออกต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นท่ีรับผิดชอบ
ทราบทันที เพอ่ื ด�ำเนินการกำ� จดั ยุงลายในบริเวณโรงเรียนและทอี่ ย่อู าศยั
- แนะน�ำไปพบเจา้ หนา้ ทส่ี าธารณสุขหรอื แพทยท์ โ่ี รงพยาบาล เพอ่ื ตรวจนบั เม็ดเลอื ด เกลด็ เลอื ด ระดบั
ความเขม้ ขน้ ของเลือด ซง่ึ จะช่วยในการวนิ ิจฉัยและทำ� นายความรนุ แรงของโรคได้

➢ โรคพิษสนุ ัขบา้ หรอื โรคกลัวน�ำ้ (Rabies Hydrophobia)

เป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศ เน่ืองจาก “เป็นโรคท่ีไม่สามารถรักษาให้หายได้” แต่ละปีพบ
ผูเ้ สียชวี ติ ทวั่ โลกไม่ตำ่� กวา่ 55,000 ราย และปจั จุบันยงั คงพบผู้เสยี ชีวติ ด้วยโรคพิษสนุ ขั บา้ ในประเทศไทย
สาเหตุ : เกิดจากเช้ือไวรสั เรบสี ์ (Rabies Virus)
การติดต่อ : เกิดจากสัตว์เล้ียงลูกด้วยนมทุกชนิด เช่น สุนัข แมว สุกร ม้า ลา กระรอก ชะนี
โดยเฉพาะเป็นมากในสุนัข และรองลงมาคือแมว ติดต่อสู่คนได้จากสัตว์ท่ีมีเช้ือกัด/ข่วน หรือเลีย เชื้อท่ีอยู่ใน
น้ำ� ลายสตั วผ์ ่านเขา้ มาทางรอยถลอก บาดแผล จมกู หรือเขา้ ทางเยื่อเมือกในปาก
อาการท่ีส�ำคัญ : มีไข้ต�่ำ ๆ คร่ันเน้ือคร่ันตัว คันบริเวณแผลที่ถูกกัด กลัวลม กลัวแสง กลืนน้�ำไม่ได้
ทุรนทรุ ายหายใจกระตกุ และเสยี ชวี ิตในท่สี ดุ

การดำ�เนนิ งานสถานศึกษาปลอดโรคติดต่อ 27

การปฏิบัตติ วั เมอื่ ถูกสัตวก์ ัด
1. ลา้ งแผลทันที ใหส้ ะอาดลกึ ถึงก้นแผลดว้ ยนำ้� และสบู่ เช็ดแผลให้แหง้
2. ใส่ยารักษาแผลสด เช่น โปรวิโดน – ไอโอดีน ทิงเจอรไ์ อโอดีน เปน็ ตน้
3. ไปพบแพทย์ เพ่ือรบั การรกั ษาทถ่ี กู ตอ้ ง และฉีดวัคซนี ป้องกันโรคพษิ สุนขั บา้ ให้ครบตามนดั
4. ควรจดจ�ำสัตว์ ที่กัดเพ่ือสืบหาเจ้าของ/สอบถามประวัติการได้รับวัคซีนหรือหากสงสัยสัตว์ที่กัดเป็น
โรคพิษสุนัขบ้า เช่น วิ่งพล่านไปทั่ว ดุร้าย ผิดปกติ ไล่กัดสัตว์หรือคน ให้แจ้งเจ้าหน้าท่ีสาธารณสุขเพ่ือจับสัตว์ไป
ติดตามดูอาการหรอื สง่ ตรวจหาเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า

คาถา 5 ย กนั สนุ ัขกัด

ย 1 อย่าแหย่ สนุ ขั ใหโ้ มโห

ย 2 อย่าเหยียบ หาง หวั ตัว ขา หรือท�ำให้สุนัขตกใจ

ย 3 อย่าแยก สนุ ขั ที่ก�ำลังกัดกนั ด้วยมอื เปล่า

ย 4 อย่าหยิบ จานข้าวหรอื เคล่อื นยา้ ยอาหารขณะสุนัขกำ� ลังกนิ อาหาร

ย 5 อย่ายุ่ง หรือเข้าใกล้สนุ ัขทไี่ มร่ ้จู กั หรือไม่มเี จ้าของ

ค�ำแนะน�ำสำ� หรับคนเลย้ี งสนุ ขั
1. น�ำสุนัขไปฉีดวคั ซีนป้องกันโรคพษิ สนุ ขั บา้ ทกุ ปี (ปแี รกควรฉดี 2 ครัง้ )
2. ไม่ปลอ่ ยสนุ ขั ไปเพ่นพา่ นในทส่ี าธารณะ ทกุ ครั้งทน่ี �ำสนุ ัขออกนอกบา้ นต้องอยใู่ นสายจูง
3. คุมก�ำเนิด และต้องไม่นำ� สนุ ัขไปปลอ่ ยท้งิ
4. เมอื่ สตั วเ์ ล้ียงท่านถูกสุนัขบา้ กดั ใหน้ �ำไปพบสตั วแพทยถ์ ึงแม้จะเคยฉีดวคั ซีนมาแลว้
5. นำ� สนุ ัขไปจดทะเบยี นตามทีส่ �ำนกั งานสตั วแพทยส์ าธารณสขุ กรุงเทพมหานคร
หรือโทร 0 2 248 7417, 02 245 5906

28 การดำ�เนนิ งานสถานศึกษาปลอดโรคตดิ ตอ่

4. การดูแลเด็กปว่ ยเบือ้ งต้นและการปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเชอ้ื
ในกรณที ่พี บเดก็ มอี าการผิดปกติ ครผู ู้ดูแลเด็กควรรบี ดำ� เนินการแยกเดก็ ออกจากเดก็ ปกติ และด�ำเนนิ การ
ตามแนวทางการแยกเดก็ ป่วยและการป้องกนั การแพร่กระจายเชื้อ ดงั นี้

ตารางที่ 3 การดูแลเด็กปว่ ยเบือ้ งต้นและการป้องกนั การแพรก่ ระจายเชอ้ื

อาการ การดูแลเดก็ ปว่ ยเบ้ืองต้น การปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเชอ้ื

มีไข้ต่�ำๆ น�้ำมูกไหล · แจ้งผู้ปกครองให้มารับกลับบ้านควร ครผู ู้ดูแลเดก็
คัดจมกู ไอ จาม หยุดพักรักษาตัวท่ีบ้าน จนกว่าจะหาย · ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลล้างมือทุกคร้ัง
ปกติ กอ่ น-หลงั ดูแลเดก็ ปว่ ย
· 2-3 วันแรกไม่ควรใหค้ ลกุ คลกี ับเดก็ อ่นื ๆ · สอนให้เด็กเช็ดน้�ำมูกด้วยกระดาษ
ควรจัดให้อยู่ในห้องแยก กรณีไม่มีห้อง ทิชชูและท้งิ ลงถังขยะ หรอื ใชผ้ ้าเชด็ หนา้
แยกใช้ผ้าม่านหรือฉากก้ันเป็นสัดส่วน ส่วนตัวเด็ก (ควรคล้องติดตัวเด็ก)
และแยกห่างจากเด็กอ่ืนอย่างน้อย 1 ส�ำหรับเช็ดน้�ำมูก แล้วล้างมือด้วยสบู่
เมตร หรอื เจลล้างมือทกุ ครง้ั
· แยกของเล่น และของใช้ต่างๆ จากเด็ก · ปิดปาก ปดิ จมกู เวลา ไอ จาม แลว้ ลา้ ง
อ่ืน เพื่อลดการแพร่กระจายเช้ือและง่าย มอื ด้วยสบูท่ ุกครัง้
ต่อการท�ำความสะอาด · แนะน�ำผู้ปกครองไม่ควรพาเด็กไปใน
สถานทแี่ ออดั เช่น สนามเด็กเลน่ ตลาด
และหา้ งสรรพสนิ ค้า
· ทำ� ความสะอาดของเล่น และของใชต้ ่าง ๆ
ทเี่ ด็กป่วยสัมผัสทันที

อุจจาระร่วง · ให้น้�ำเกลือแร่ (ORS) ตามปริมาตร ครูผดู้ ูแลเดก็
(ถ่ายอุจจาระเหลว ข้างซอง/การถ่าย 1 ครั้ง พร้อมแจ้ง · ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลล้างมือทุกคร้ัง
ตั้งแต่ 3 คร้ังต่อวัน ผู้ปกครองให้มารับกลับบ้าน และควร ก่อน-หลังดูแลเดก็ ป่วย
หรือถ่ายมีมูกเลือด หยุดเรียน พักอยู่ท่ีบ้านจนกว่าจะหาย · ก�ำจดั อจุ จาระลงในส้วมท่ถี ูกสุขลักษณะ
อยา่ งนอ้ ย 1 ครง้ั หรือ เปน็ ปกติ · แยกท�ำความสะอาดผ้าปูท่ีนอนเส้ือผ้า
ถ่ายเป็นน�้ำจ�ำนวน ท่ีเปื้อนอุจจาระ เพ่ือป้องกันการแพร่
มากตงั้ แต่ 1 ครั้ง ขึ้น กระจายเชือ้
ไปใน 1 วนั ) · สอนเด็กให้ล้างมือก่อน – หลัง รับ
ประทานอาหาร หลังขับถ่าย และหลัง
· จดั ใหน้ อนในห้องแยก กรณไี ม่มหี อ้ งแยก การเล่น ทุกครง้ั
ใช้ผ้าม่านหรือฉากกั้นเป็นสัดส่วน และ
แยกห่างจากเด็กอนื่ อยา่ งน้อย 1 เมตร
· แยกของเล่น และของใชต้ า่ ง ๆ จากเด็กอืน่

การดำ�เนินงานสถานศกึ ษาปลอดโรคตดิ ต่อ 29

อาการ การดูแลเดก็ ปว่ ยเบือ้ งต้น การปอ้ งกันการแพร่กระจายเชือ้

ผ่ืนแดงอักเสบที่ล้ิน · แจ้งผู้ปกครองให้มารับ และพาไปพบ กรณีแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคมือ เท้า
เหงือก กระพุ้งแก้ม แพทย์ ปาก ควรปฏิบัตดิ ังน้ี
ฝ่ามือ ฝ่าเท้า (สงสัย · ขณะรอผู้ปกครองมารับควรแยกเด็กจาก · การท�ำความสะอาดห้องเรียน พื้นห้อง
ว่าป่วยเป็นโรคมือ เด็กคนอื่นๆ ให้อยู่ในห้องแยก กรณีไม่มี ผนังห้องให้เช็ดถูด้วยน้�ำยาซักผ้าขาว
เทา้ ปาก) ห้องแยกใช้ผ้าม่านหรือฉากกั้นเป็น และควรแจ้งเจ้าหน้ามี่สาธารณสุขใน
สัดส่วน และแยกห่างจากเด็กอ่ืนอย่าง พื้นที่รับผิดชอบทราบ
นอ้ ย 1 เมตร และสวมหน้ากากอนามัย · ถา้ มีเดก็ ปว่ ยมากกวา่ 2 รายในห้องเรียน
· แยกของเลน่ และของใชต้ า่ ง ๆ จากเด็ก เดียวกัน ภายในเวลา 1 สัปดาห์ ต้อง
คนอน่ื ๆ ด�ำเนินการปิดหอ้ งเรยี นทมี่ ีเดก็ ปว่ ย
· ควรให้เด็กหยุดรักษาตัวท่ีบ้านประมาณ · หากพบเด็กป่วยหลายห้องเรียนอาจ
1 สัปดาห์ หรือจนกวา่ จะหายเปน็ ปกติ ต้องปิดทั้งโรงเรียน ประมาณ 5 วัน
ท�ำการ

อาการผิดปกติอื่น ๆ · แจ้งผู้ปกครองให้มารับ และพาไปพบ ครูผดู้ แู ลเด็ก ปฏิบตั ิดงั น้ี
เช่น ไข้ออกผ่ืน ตาแดง แพทย์ · ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลล้างมือทุกครั้ง
แผลทผี่ ิวหนงั · ขณะรอผู้ปกครองมารับควรแยกเด็กจาก กอ่ น-หลงั ดูแลเดก็ ปว่ ย
เด็กคนอ่ืนๆ ให้อยู่ในห้องแยกกรณีไม่มี · คัดกรองเด็กจากการตรวจสุขภาพ
ห้องแยกใช้ผ้าม่านหรือฉากกั้นเป็น ทกุ เช้ากอ่ นเขา้ ห้องเรียน
สัดส่วน และแยกห่างจากเด็กอ่ืนอย่าง
นอ้ ย 1 เมตร
· ถ้าจ�ำเป็นต้องอยู่ที่ศูนย์เด็กเล็กและ
โรงเรียนอนุบาลควรแยกเด็กนอนและ
เล่นห่างจากเด็กปกติ เพ่ือลดการแพร่
กระจายเชอ้ื
· แยกของเลน่ และของใชต้ า่ ง ๆ จากเด็ก
คนอืน่
· ควรให้เด็กหยุดรักษาตัวท่ีบ้านจนกว่าจะ
หายเป็นปกติ

30 การดำ�เนนิ งานสถานศกึ ษาปลอดโรคตดิ ตอ่

5. การท�ำความสะอาดและการท�ำลายเชอื้
การท�ำความสะอาดสามารถช่วยป้องกันและลดการแพร่กระจายเชื้อ เนื่องจากเช้ือโรคไม่สามารถมอง
เห็นด้วยตาเปล่า และมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายช่ัวโมง บางชนิดอาจอยู่ได้นานหลายวันหรือเป็นสัปดาห์
ท�ำให้มีโอกาสสัมผัสเชื้อมากขึ้น โดยเฉพาะในศูนย์เด็กเล็กและสถานศึกษาหรือโรงเรียนอนุบาลเด็กส่วนใหญ่ชอบนั่ง
นอน เลน่ คลกุ คลีกับเคร่ืองเล่น พื้น ผนงั ห้องเป็นประจ�ำ ดังนน้ั การทำ� ความสะอาดพน้ื ผนงั เพดาน ทง้ั ในและนอก
อาคาร รวมท้งั ของเลน่ ของใชส้ ่วนตัวเดก็ เป็นสงิ่ จ�ำเปน็ ในการปอ้ งกันการตดิ เช้ือและ การแพร่กระจายเชอ้ื
ในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล การท�ำความสะอาดเป็นวิธีการป้องกันการแพร่กระจายเช้ือท่ีง่าย
สะดวก และทุกคนสามารถท�ำได้ โดยมุ่งเน้นความถี่และความสม่�ำเสมอในการท�ำความสะอาด ด้วยน้�ำยาที่ใช้
ท�ำความสะอาดทั่วไปในชีวิตประจ�ำวัน เช่น สบู่ น�้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก น้�ำยาซักผ้าขาว (ไฮเตอร์) หรือน้�ำยา
ท�ำความสะอาดสุขภัณฑ์ในครัวเรือน ไม่จ�ำเป็นต้องใช้น้�ำยาฆ่าเช้ือโรคท่ีมีราคาแพงและอาจหาได้ยาก แต่ควรเลือก
ใช้ให้เหมาะสมกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และอาคารสถานท่ีก็สามารถท�ำลายเชื้อโรคที่ปนเปื้อนได้
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยทางธรรมชาติอื่น ๆ ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการท�ำลายและลดปริมาณเชื้อโรคได้ เช่น
แสงแดด ความรอ้ น ความแหง้ ลม และอากาศท่ถี ่ายเทไดส้ ะดวก เป็นตน้

ตารางท่ี 4 แนวทางการท�ำความสะอาดส่ิงของ เครือ่ งใช้ และของเลน่ สำ� หรับเดก็ /อาคารสถานท่ี

เครื่องใช้และของเลน่ เด็ก/ การทำ� ความสะอาด ความถ่ี
อาคารสถานที่ · ทุกวนั
· ท�ำความสะอาดแก้วนำ�้ สว่ นตวั · ทุกครงั้ หลงั ใช้
- แก้วนำ�้ ดม่ื ควรมใี ชส้ ว่ นตัว ดว้ ยนำ�้ ยาท�ำความสะอาด เชน่
- ผา้ เชด็ มือท่ีใช้สว่ นรวม น้ำ� ยาล้างจาน · ทกุ วนั

- ท่ีนอน ผ้าปทู นี่ อน ปลอกหมอน · ทำ� ความสะอาดแก้วนำ้� สว่ นรวมทศ่ี นู ยจ์ ดั ให้ใช้ · ทุกสปั ดาห์
ผา้ หม่ ควรมใี ชส้ ว่ นตัว เฉพาะคนเฉพาะคร้งั ด้วยน�ำ้ ยาท�ำความสะอาด
เชน่ น้�ำยาลา้ งจาน

· ผ้าเช็ดมอื สว่ นรวม ควรซกั ท�ำความสะอาดด้วย
ผงซักฟอกและตากแดดให้แหง้

· ซักทำ� ความสะอาดดว้ ยผงซกั ฟอก และน�ำไป
ตากแดดใหแ้ ห้ง

การดำ�เนินงานสถานศกึ ษาปลอดโรคตดิ ตอ่ 31

เครอ่ื งใช้และของเลน่ เดก็ / การท�ำความสะอาด ความถ่ี
อาคารสถานที่
· ไม้ พลาสติก ควรลา้ งด้วยน้�ำยา ทำ� ความสะอาด · อย่างน้อย
- ของเล่นเด็ก เชน่ ผงซกั ฟอก นำ�้ ยาล้างจาน สบู่ หรือ น้�ำยาฆา่ เช้ือ สปั ดาห์ละ

และนำ� ไปตากแดดใหแ้ ห้ง 1 ครั้ง (กรณี
ของเล่นเด็กเล็ก
ทน่ี ำ� เขา้ ปาก
แนะน�ำให้
ทำ� ความสะอาด
ทกุ วนั )

· กระดาษ ควรปัดฝนุ่ และน�ำไปตากแดด ผา้ ตุ๊กตา
ควรซักและน�ำตากแดดใหแ้ ห้ง

- อาคารสถานท่ี * ภายในอาคาร · อยา่ งน้อย วนั
· พื้นและผนงั ห้องนอน ห้องเลน่ หอ้ งเรยี น ทำ� ความ ละ 1-2 ครง้ั
(เพดาน แนะนำ�
สะอาดด้วยนำ�้ ยาทำ� ความสะอาด หรือน�ำ้ ยาฆ่าเชอ้ื ให้ทำ� ความ
โรค

สะอาดอย่าง
น้อย เดอื นละ
1 ครั้ง)

ภายนอกอาคาร · อย่างน้อย
· บริเวณรอบอาคาร สถานที่ ห้องน�้ำ ห้องสว้ ม หอ้ ง วนั ละ 1 คร้ัง

ครวั โรงอาหาร บรเิ วณที่เดก็ เล่นในอาคารท�ำความ
สะอาด ผงซกั ฟอก หรือน�้ำยาฆา่ เช้ือ

หมายเหตุ * กรณีเกิดโรคระบาด ควรท�ำความสะอาดด้วยน�้ำยาฆ่าเช้ือทันที และบ่อยคร้ังมากขึ้นรวมทั้งแจ้ง
เจ้าหนา้ ทีส่ าธารณสขุ ในพน้ื ทที่ ราบทนั ที

32 การดำ�เนนิ งานสถานศกึ ษาปลอดโรคติดตอ่

6. การสร้างเสรมิ ภมู คิ มุ้ กันโรค
การสรา้ งเสรมิ ภมู คิ ุม้ กนั โรค หมายถึง การกระตุ้นใหร้ า่ งกายมภี มู ิคมุ้ กัน
หรือความต้านทาน เพอื่ ป้องกันไมใ่ หเ้ กิดโรค แมบ้ างครั้งการฉีดวคั ซนี จะทำ� ให้เดก็
เจบ็ ตวั เลก็ น้อย แต่จ�ำเป็นต้องไดร้ ับวัคซีนครบตามเกณฑ์อายุ ผ้ดู ูแลเดก็ จึงนับเป็น
บุคคลส�ำคัญท่ีมีส่วนช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ได้ โดยขอความร่วมมือผู้ปกครองเด็ก
น�ำสมุดบันทึกสุขภาพของเด็กมาตรวจสอบประวัติการได้รับวัคซีนของเด็กทุกคน
หากพบว่าเด็กรายใดยังไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับวัคซีนไม่ครบถ้วนตามเกณฑ์
(ดังตารางท่ี 1) ก็ขอให้แนะน�ำผู้ปกครองพาเด็กไปรับวัคซีนท่ีสถานพยาบาลใกล้บ้าน
ซ่ึงจะส่งผลให้เด็กเหล่าน้ีปลอดจากโรคท่ีสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน และ
มีสขุ ภาพทแี่ ขง็ แรง

ตารางให้วคั ซนี ในทารกและเดก็
ตารางท่ี 1 : กำ� หนดการใหว้ ัคซีนแก่เด็ก ตามแผนการสร้างเสริมภูมคิ มุ้ กันโรคของกระทรวงสาธารณสุข

อายุ วคั ซีนป้องกันโรค ขอ้ แนะนำ�
แรกเกิด
l BCG (วณั โรค) ฉดี ใหเ้ ดก็ ก่อนออกจากโรงพยาบาล
1 เดือน
2 เดือน l HB1 (ไวรัสตับอกั เสบบี 1) ควรให้เรว็ ท่สี ุดภายใน 24 ชัว่ โมง
4 เดอื น หลังคลอด

6 เดือน l HB2 (ไวรัสตับอักเสบบี 2) เฉพาะรายทีเ่ ด็กคลอดจากมารดาท่ี
9 เดือน เปน็ พาหะไวรสั ตบั อกั เสบบี
1 ปี
1 ปี l DTP-HB1 (คอตบี –บาดทะยกั –ไอกรน–ตับอักเสบบี ครัง้ ท่1ี )
6 เดือน
l OPV1 (โปลโิ อชนดิ หยด ครั้งท่ี 1)

l DTP-HB2 (คอตีบ–บาดทะยัก–ไอกรน–ตบั อกั เสบบี คร้ังที่ 2) ให้วคั ซนี โปลโิ อชนิดฉีด 1 เข็ม พร้อม
l OPV2 (โปลโิ อชนิดหยด ครงั้ ที่ 2) กับวัคซนี โปลโิ อชนิดหยด 1คร้ัง
l IPV1 (โปลิโอชนิดฉีด ครัง้ ท่ี 1)

l DTP-HB3 (คอตีบ–บาดทะยัก–ไอกรน–ตบั อกั เสบบี ครงั้ ที่ 3)

l OPV3 (โปลิโอชนิดหยด ครง้ั ที่ 3)

l MMR1 (หัด-คางทมู -หดั เยอรมนั ครั้งท่ี 1) หากฉดี ไม่ทนั เมอ่ื อายุ 9 เดอื น ให้รีบ
ตดิ ตามฉดี โดยเรว็ ที่สุด

l LAJE1 (ไข้สมองอักเสบเจอีเชอ้ื เปน็ )

l DTP4 (คอตบี –บาดทะยัก–ไอกรน ครั้งที่ 4)

l OPV 4 (โปลิโอชนิดหยด คร้งั ที่ 4)

การดำ�เนินงานสถานศึกษาปลอดโรคติดต่อ 33

อายุ วัคซีนป้องกันโรค ขอ้ แนะนำ�

2 ปี l LAJE2 (ไขส้ มองอักเสบเจอเี ชอ้ื เปน็ ครัง้ ท่ี 2)
6 เดือน l MMR2 (หดั -คางทมู -หดั เยอรมัน ครงั้ ที่ 2)

4 ปี l DTP5 (คอตีบ–บาดทะยกั –ไอกรน ครั้งที่ 5)

l OPV5 (โปลีโอชนิดหยด ครงั้ ท่ี 5)

7 ปี (ป.1) l MR (หัด–หดั เยอรมนั ) เฉพาะรายทีไ่ ดร้ บั ไมค่ รบตามเกณฑ์

l HB (ไวรัสตบั อกั เสบบี) เฉพาะรายทไ่ี ดร้ บั ไมค่ รบตามเกณฑ์

l LAJE (ไข้สมองอกั เสบเจอีเช้ือเป็น) เฉพาะรายที่ได้รบั ไม่ครบตามเกณฑ์

l IPV (โปลโิ อชนิดฉดี ) เฉพาะรายทีไ่ ดร้ บั ไม่ครบตามเกณฑ์

l dT (คอตีบ-บาดทะยัก),OPV (โปลีโอชนดิ หยด) เฉพาะรายทไี่ ดร้ ับไม่ครบตามเกณฑ์

l BCG (วัณโรค) 1 .ใหใ้ นกรณีที่ไม่มหี ลกั ฐานวา่ เคยได้
รับเม่ือแรกเกดิ และไมม่ ีแผลเปน็
2. ไมใ่ หใ้ นเดก็ ตดิ เชอ้ื เอชไอวี (HIV)
ทม่ี ีอาการของโรคเอดส์

11 ปี l HPV1, HPV2 (มะเร็งปากมดลกู ) ให้ 2 เข็ม หา่ งกันอยา่ งน้อย 6 เดอื น
(นักเรียน (จังหวัดทไี่ ดร้ บั การสนับสนุนวัคซนี
หญิง ป.5) กระทรวงสาธารณสขุ จะไดแ้ จ้งให้
พนื้ ท่ีทราบต่อไป)

12 ปี (ป.6) l dT (คอตบี - บาดทะยกั ) - ตามแผนปฏิบัตงิ านของกระทรวง
สาธารณสขุ ใหน้ กั เรียนชั้น ป.6

หมายเหตุ
- วัคซนี ทุกชนดิ ถ้าไม่สามารถเร่มิ ใหต้ ามก�ำหนดได้ ก็เริ่มทนั ทที ีพ่ บครัง้ แรก
- วัคซีนทตี่ อ้ งใหม้ ากกวา่ 1 ครัง้ หากเด็กเคยไดร้ ับวัคซีนมาบ้างแลว้ และไมม่ ารับครงั้ ต่อไปตามกำ� หนด
นัด ใหฉ้ ดี วัคซีนคร้ังตอ่ ไปนนั้ ไดท้ ันทีเม่อื พบเดก็ โดยไมต่ อ้ งเร่มิ ตน้ ครง้ั ท่ี 1 ใหม่

7. การเสรมิ สรา้ งพฤตกิ รรมอนามัย
พฤติกรรมอนามัยเป็นเรื่องส�ำคัญมากที่สุดในการป้องกันควบคุมโรค พฤติกรรมอนามัยท่ีเหมาะสม
ไดแ้ ก่
1. ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังขับถ่าย หรือ
สัมผสั สงิ่ สกปรกทกุ คร้ัง จะช่วยลดการติดเชอ้ื และการแพร่กระจายเชอื้ ได้เปน็ อยา่ งดี
2. ปิดปาก ปิดจมูกด้วยผ้าหรือกระดาษทิชชู เวลาไอ จาม แล้วท้ิงลงถังขยะที่มีฝาปิด และล้างมือ
ด้วยสบู่หรือเจลล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง รวมถึงการสวมหน้ากากอนามัยเวลาเจ็บป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ
จะช่วยลดการแพร่กระจายเช้ือให้ผอู้ ่นื
3. ขับถ่ายในห้องส้วมทถี่ ูกสขุ ลกั ษณะ
4. ทิ้งขยะในถังท่ีมีฝาปิด

34 การดำ�เนนิ งานสถานศกึ ษาปลอดโรคติดตอ่

ลา้ งมือให้สะอาดปราศจากโรค

ทำ� ไมตอ้ งลา้ งมอื

เน่ืองจากมือเป็นอวัยวะท่ีสัมผัสกับเชื้อโรคได้มากกว่าส่วนอื่น เชื้อโรคท่ีติดมากับมือถ้าไม่ได้ล้างแล้วมา
หยิบจับอาหารเข้าปากหรือป้ายปาก ป้ายตา ป้ายจมูก อาจท�ำให้ป่วยเป็นโรคได้ ซ่ึงโรคติดเช้ือท่ีสามารถติดต่อ
ผ่านการสัมผัสที่พบบ่อยได้แก่ โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ โรคบิด โรคไทฟอยด์ โรคมือ เท้า ปาก
โรคตาแดง โรคหัด หัดเยอรมัน โรคเรื้อน โรคกลากเกล้ือน โรคหิด เหา โรคสุกใส และโรคทางเดินหายใจ
ตะวันออกกลางหรือโรคเมอร์ส (MERS) เป็นต้น ดังนั้นมือท่ีสัมผัสส่ิงสกปรกหรือเช้ือโรคหากน�ำมาเข้าสู่ร่างกาย
ทาง ปาก ตา จมกู อาจทำ� ให้ปว่ ยเปน็ โรคได้

เมือ่ ไหร่เราควรจะลา้ งมอื

1. ก่อนรับประทานอาหารและก่อนเตรียมอาหาร
2. หลังการเขา้ หอ้ งน�้ำหรอื ห้องส้วม
3. หลังเลน่ กบั สัตว์เล้ียง
4. หลังสัมผัสน้�ำมูก นำ�้ ลาย เวลาไอ จาม
5. ทกุ คร้ังทค่ี ดิ วา่ สัมผสั สง่ิ สกปรกหรือส่ิงของทปี่ นเปือ้ นเช้ือโรค
ดังน้ัน “การล้างมือจงึ เป็นวธิ กี ารงา่ ย ๆ ในการปอ้ งกันโรคและลดการแพร่กระจายเชื้อโรค”

การดำ�เนินงานสถานศกึ ษาปลอดโรคติดตอ่ 35

การสวมหนา้ กากอนามยั

วธิ ีสวมหนา้ กากอนามยั

1. เลือกขนาดหน้ากากอนามยั ให้พอดีกบั ใบหนา้
2. ก่อนสวมหนา้ กากอนามยั ควรลา้ งมอื ใหส้ ะอาดดว้ ยน้�ำและสบหู่ รือแอลกอฮอลเ์ จลลา้ งมือ
3. สวมหน้ากากอนามัยให้คลุมท้ังจมูกและปาก ปรับสายหน้ากากให้พอดีกับใบหน้า หน้ากากควรมี
ความกระชับและไม่มชี อ่ งวา่ งระหว่างใบหนา้ กับหนา้ กาก กรณหี นา้ กากมโี ครงเหลก็ หรอื แผน่ พลาสตกิ ให้เอาดา้ นที่
มโี ครงเหลก็ ไวด้ ้านบนและควรดดั ใหก้ ระชับกับสันจมกู
4. หลังจากการใช้ หน้ากากอนามัยท่ีท�ำจากผ้าสามารถน�ำไปซักเพ่ือน�ำกลับมาใช้ใหม่ได้ ควรซักให้
สะอาดดว้ ยนำ�้ และผงซักฟอก และนำ� ไปตากแดดให้แห้ง
5. หากใชห้ นา้ กากท่ที �ำจากกระดาษควรเปลย่ี นทกุ วัน และทง้ิ หน้ากากท่ใี ชแ้ ลว้ ลงถงั ขยะทม่ี ฝี าปิด
6. หากหน้ากากอนามัยมกี ารปนเป้อื นหรอื ช�ำรดุ ควรเปลี่ยนอันใหมท่ ันที
7. ควรลา้ งมอื ให้สะอาดทุกคร้ังหลังการถอดหนา้ กาก หรอื ภายหลังจากการเปลย่ี นหน้ากากอนามัย

คำ� แนะนำ� การใช้หน้ากากอนามัย

1. ลา้ งมอื ก่อนใส่
2. เอาด้านสีเข้มออกนอกและขอบลวดอยู่ด้านบนสนั จมกู
3. สวมใหค้ ลมุ จมูกกับปากและผูกให้แนน่
4. กดขอบลวดให้พอดกี ับจมูก
5. ดึงใหค้ ลมุ ถงึ ปลายคาง
6. หน้ากากท่ีทำ� ดว้ ยกระดาษควรเปลีย่ นทกุ วัน

ล้างมือก่อนใส่ เอาดา้ นสเี ข้มออกนอกและขอบลวด สวมใหค้ ลมุ จมูกกับปา
อยู่ด้านบนสนั จมกู กและผกู ให้แน่น

กดขอบลวดใหพ้ อดีกบั จมูก ดึงให้คลมุ ถงึ ปลายคาง หนา้ กาก
ทีท่ �ำด้วยกระดาษ

ควรเปล่ียน
ทกุ วัน

36 การดำ�เนินงานสถานศึกษาปลอดโรคติดต่อ

แนวทางการปอ้ งกันการเกิดอบุ ัติเหตุในเด็ก

1. อุบัติเหตุทางถนน โรงเรียนควรมีการทบทวนความปลอดภัยและสร้างสถานที่ให้ปลอดภัยทั้งภายใน
และโดยรอบโรงเรียน สนามเด็กเล่น สนามกีฬา บ�ำรุงรักษาสถานท่ีและอุปกรณ์ให้ปลอดภัยอยู่เสมอ และครูควร
สอนการป้องกนั อบุ ัติเหตใุ นโรงเรียนใหแ้ ก่นกั เรียน ได้แก่
1.1 สอนนกั เรียนให้รจู้ ดุ เสย่ี งทัง้ ภายในและโดยรอบโรงเรียนท่ีมกั จะเกดิ อบุ ตั เิ หตุ
1.2 สอนวธิ เี ดนิ ถนนและข้ามถนนท่ีถูกวธิ ี เชน่ รอสญั ญาณไฟแดงทุกครงั้ กอ่ นข้ามถนน และข้ามถนน
ตรงทางม้าลายหรือสะพานลอย เป็นต้น
1.3 สอนวิธีการใช้อุปกรณ์ป้องกันในการโดยสารรถจักรยานยนต์และรถยนต์ เช่น เด็กอายุมากกว่า
3 ปี จะต้องสวมหมวกนริ ภัยทกุ ครง้ั เมือ่ โดยสารรถจักรยานยนต์
2. อุบัตเิ หตทุ างนำ้� มาตรการป้องกนั เดก็ จมน�ำ้ มดี งั น้ี
2.1 มาตรการดา้ นการใหค้ วามรู้ : เปน็ มาตรการที่สง่ เสรมิ และสนับสนนุ ใหเ้ ด็ก ผู้ปกครองหรอื ผู้ดแู ล
เดก็ มีความรหู้ รอื ทักษะในการป้องกันการจมน�้ำ เชน่
- ส่งเสริมให้เด็กและผู้ปกครองมีความรู้ และทักษะในการป้องกันการจมน�้ำ ในวันที่มีการ
ประชมุ ผูป้ กครองก่อนเปดิ ภาคเรียน
- โรงเรียนจัดให้มหี ลักสตู รการสอนว่ายน�้ำ เพอ่ื เอาชีวติ รอดใหแ้ กเ่ ด็ก
- ส่ือสารประชาสัมพันธ์ในโรงเรียนให้เด็กและผู้ปกครองทราบปัญหาและมาตรการป้องกัน
การจมน้�ำในเดก็ รวมท้งั การเฝา้ ระวังการจมนำ�้ ในชมุ ชน
2.2 มาตรการดา้ นส่ิงแวดล้อม : เป็นมาตรการที่ดำ� เนนิ การเพ่อื ปอ้ งกนั การจมน�้ำ ณ แหลง่ นำ้� เช่น
- ก�ำจัดแหลง่ น้�ำเสีย่ งบรเิ วณโรงเรยี น เช่น อ่างบวั แอ่งนำ้� ขงั ท่อระบายน้�ำ
- สร้างรัว้ ลอ้ มรอบแหล่งน�้ำ
- ตดิ ป้ายค�ำเตอื นบริเวณแหล่งนำ้�
- จัดให้มอี ุปกรณ์ชว่ ยชวี ิตหรืออปุ กรณล์ อยนำ�้ ได้ไว้บริเวณแหลง่ น�ำ้ เสีย่ ง เชน่ เสอื้ ชชู พี หว่ งยาง
2.3 มาตรการด้านเยียวยาความเสียหาย : เป็นมาตรการส่งเสริมให้ครูและนักเรียนมีความรู้หรือ
ทักษะในการปฐมพยาบาล CPR ผู้ประสบภัยทางน้�ำ เพ่ือเพ่ิมโอกาสการรอดชีวิต เช่น การสอนปฐมพยาบาลหรือ
CPR ให้แก่คุณครู (รูปสอนทำ� CPR)

การดำ�เนนิ งานสถานศกึ ษาปลอดโรคติดต่อ 37

กรณพี บเด็กจมน�้ำ

ส่งิ ส�ำคัญคือ ตั้งสติ และตะโกนให้คนชว่ ย และโทรสายดว่ นศูนย์เอราวณั กทม. 1646 หรือสายดว่ น
ศนู ย์กชู้ พี นเรนทร สธ. 1669 ซง่ึ มหี ลักการง่าย ๆ อยู่ 4 วิธี นี้
1. โยน อุปกรณอ์ ย่างห่วงยาง ถงั พลาสตกิ ห่วงชูชพี ยางในรถยนต์
2. ย่นื เสอื้ ผา้ เข็มขัด ทอ่ นไม้ หว่ ง หรอื ไมต้ ะขอ ใช้ในกรณที ่รี ะยะหา่ งระหวา่ งคนช่วยกบั ผู้ประสบเหตุ
ไม่ไกลกนั นัก
3. พาย ใช้เรือหรืออุปกรณ์อ่ืน ๆออกไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ โดยพาหนะท่ีใช้น้ันควรมีขนาดใหญ่
พอสมควร ลอยน้ำ� ได้ ไม่ช�ำรุด และควรนำ� อุปกรณโ์ ยน ย่ืนติดไปด้วย เพ่อื ใหผ้ ู้ตกน�้ำยึดเกาะ
4. ลากพา ต้องไม่ใชแ่ มน่ ำ้� ทมี่ ีความลึกมาก กระแสน�ำ้ แรง หรอื คลน่ื ทะเลทีร่ นุ แรงเกนิ ไป รวมไปถึงผู้ช่วย
กค็ วรต้องนำ� อุปกรณช์ ว่ ยเหลอื ติดตัวไปดว้ ย เชน่ เชือก ห่วงยาง โฟม หรือเส้อื ชูชีพ เพือ่ จะโยนให้คนตกน�ำ้ ยึดเกาะ
จากน้ันเราจึงลากเขาเข้าฝง่ั

โยน ย่ืน

พาย ลากพา

38 การดำ�เนินงานสถานศกึ ษาปลอดโรคตดิ ตอ่

ภาคผนวก

การดำ�เนินงานสถานศกึ ษาปลอดโรคตดิ ต่อ 39



แบบบันทึกปัญหาสุขภาพและการดูแลเบ้ืองตน้

ด.ช./ด.ญ. ................................................................อาย.ุ ................ชอื่ สถานศึกษา........................................................ชนั้ ...............ห้อง....................

อาการและการเจบ็ ป่วย / การดูแลเบอ้ื งตน้ ผู้ให้การดแู ลรกั ษา สถานพยาบาลที่สง่
ปญั หาสขุ ภาพท่พี บ (ทำ�เครอื่ งหมาย √ ในชอ่ งทีเ่ ดก็ มอี าการ ) หรอื แนะนำ� ตอ่ เพอ่ื รับการรักษา
วัน/เดือน/ปี ไข้/น้ำ�มกู / (โปรดระบชุ ่อื )
ไอจาม จุดหรอื ตุม่ แดงใน ทอ้ งเสีย/ ตาแดง คางทูม ผื่น/ต่มุ อน่ื ๆ แยกเดก็ วธิ ดี ูแลรกั ษา/ (โปรดระบชุ ่อื )
ปาก,ฝา่ มือ,ฝา่ เท้า ถ่ายเหลว ตามผวิ หนงั (โปรดระบ)ุ แนะนำ�ผูป้ กครอง

(โปรดระบ)ุ

การดำ�เนินงานสถานศึกษาปลอดโรคตดิ ตอ่ 41

42 การดำ�เนนิ งานสถานศึกษาปลอดโรคตดิ ตอ่ ทะเบยี นการได้รับวคั ซนี ของเดก็

ศนู ยพ์ ัฒนาเดก็ เล็ก……...…………......................................…………………………...แขวง…………………..…………….เขต………..………………………...กรุงเทพมหานคร
ผรู้ ายงาน................................................................................................ตำ�แหนง่ ....................................................................วันท่ี………………………..…………………..
คำ�ชี้แจง กรณุ าตรวจสอบประวตั ิการใหว้ ัคซีนก่อนทำ�เครอื่ งหมาย P ลงในชอ่ งของการไดร้ บั วคั ซีนตามเกณฑ์

สมดุ บนั ทกึ การใหว้ ัคซนี ในเด็กไทยปกติ การได้รบั ครบ
กว้ น
ลำ�ดับ ชือ่ -สกุล อายุ สขุ ภาพ อายุ แรกเกดิ 1 เดอื น 2 เดอื น 4 เดือน 6 เดือน 9 - 12 เดือน 18 เดอื น 2 ปี 6 เดือน 4-6 ปี หมายเหตุ
ตามเกณฑ์
  
   (ป)ี BCG HB 2 DTP- DTP- DTP- MMR JE 1 DTP MMR JE 2 DTP ครบ ไม่ครบ
   มี ไมม่ ี วัคซนี HB 1 HB HB HB 1 OPV กระตุ้น 2 OPV กระตุ้น
   OPV 1 OPV 2 OPV 3
   2
  
                           
    
                             
    
                            
    
                          
 
                          
 
                          
 
                        

                        

                        

                        

                        

                       

แบบรายงานผลการด�ำเนินงานสถานศึกษาปลอดโรคตดิ ต่อ

ชือ่ สถานศกึ ษา..............................................................................................จำ� นวนห้อง.................หอ้ ง จ�ำนวนเดก็ ท้ังหมด…...................คน
สังกดั ........................................................................อยพู่ ้นื ท่ีเขต…...........................................ภาคเรียนท/่ี พ.ศ...............................................
ผูร้ ายงาน.....................................................................ต�ำแหนง่ ....................................................โทรศพั ท.์ .....................................................

ลำ� ดับ รายละเอียด

1. การสร้างเสรมิ ภมู คิ มุ้ กันโรค (รายงานทกุ ภาคเรียน)
ไดร้ ับวัคซีนพื้นฐานครบตามเกณฑ์..........................................คน ไดร้ ับไมค่ รบตามเกณฑ์.................................................คน
ให้ค�ำแนะน�ำผูป้ กครอง.............................................................คน (กรณเี ด็กท่ไี ด้รบั วคั ซีนไม่ครบตามเกณฑ)์

2. การป้องกันควบคมุ โรคติดตอ่
คัดกรองโรคติดต่อ จ�ำนวน...........................คน
- พบเด็กปว่ ย..................................................คน
£ โรคมือ เทา้ ปาก จำ� นวน ...................คน £ โรคไขห้ วดั จ�ำนวน .................คน £ โรคสุกใส จำ� นวน................................คน
£ โรคอุจจาระร่วง จ�ำนวน ..................คน £ โรคตาแดง จำ� นวน...................คน
การดำ�เนินงานสถานศึกษาปลอดโรคตดิ ตอ่ 43 £ โรคอื่นๆ โปรดระบุ.................................................................... จ�ำนวน................คน
การด�ำเนินการกรณพี บเดก็ ป่วย
แยกหอ้ ง จ�ำนวน .............................คน ไมไ่ ดแ้ ยกหอ้ ง จำ� นวน...................................คน
ให้การดแู ลรกั ษาเบื้องตน้ จ�ำนวน..............................คน
ให้ผ้ปู กครองมารบั จ�ำนวน .............................คน
สง่ ตอ่ สถานพยาบาล จ�ำนวน .............................คน

44 การดำ�เนนิ งานสถานศึกษาปลอดโรคตดิ ตอ่ ลำ� ดบั รายละเอียด
3. กจิ กรรมการใหค้ วามรู/้ สขุ ศกึ ษา
- กจิ กรรมการใหค้ วามรู้เรอ่ื งโรคตดิ ต่อกับผ้ปู กครองเด็ก จ�ำนวน........................ครงั้ /ภาคเรยี น
- กจิ กรรมให้ความรู้เร่ืองโรคติดต่อกับเดก็ จ�ำนวน..............................................ครัง้ /เดือน
£ โรคมือ เทา้ ปาก จ�ำนวน ..............ครั้ง/เดือน £ โรคไข้หวดั จำ� นวน ................คร้ัง/เดอื น £ โรคสกุ ใส จ�ำนวน................ครง้ั /เดือน
£ โรคอุจจาระรว่ ง จำ� นวน ...............ครง้ั /เดือน £ โรคตาแดง จำ� นวน...............ครัง้ /เดอื น £ โรคอื่นๆ โปรดระบุ................ จำ� นวน.........ครงั้ /เดอื น
- กจิ กรรมเสริมสร้างพฤติกรรมอนามยั
£ สอนล้างมอื 7 ข้ันตอน จ�ำนวน ...............ครง้ั /เดือน £ สอนการใสห่ นา้ กากอนามยั จำ� นวน ...............ครง้ั /เดอื น

4. การบริการจัดการสง่ิ แวดล้อม
5.1 ตรวจน�้ำดมื่ /น้�ำใช้ทางกายภาพ จำ� นวน.................คร้ัง/เดอื น
5.2 ท�ำความสะอาดภาชนะบรรจุนำ้� ดมื่ จ�ำนวน ...............คร้งั /สัปดาห์
5.3 ท�ำความสะอาดหอ้ งเรียน/ห้องนอน จำ� นวน ...............ครั้ง/สปั ดาห์
5.4 ทำ� ความสะอาดเครอื่ งใชแ้ ละของเล่นส�ำหรับเด็ก จ�ำนวน ...............ครัง้ /สปั ดาห์
5.5 ท�ำความสะอาดห้องน�ำ้ ห้องสว้ ม จ�ำนวน ...............ครั้ง/วัน
5.6 ท�ำความสะอาดอ่างลา้ งมือ จำ� นวน ...............ครั้ง/วนั
5.7 ทำ� ความสะอาดห้องกนิ ข้าว/หอ้ งประกอบอาหาร จ�ำนวน ...............ครั้ง/สปั ดาห์
5.8 ทำ� ความสะอาดอุปกรณ์ เครอ่ื งใชใ้ นห้องกินขา้ ว/ห้องประกอบอาหาร จ�ำนวน ...............ครง้ั /วัน
5.9 ก�ำจดั ขยะมลู ฝอย จ�ำนวน................ครัง้ /สัปดาห์
5.10 สำ� รวจและก�ำจดั แหลง่ เพาะพนั ธุ์ยงุ จ�ำนวน................ ครั้ง/เดือน

หมายเหต ุ ส�ำหรับศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนหรือศูนย์รับเล้ียงเด็กกลางวัน ภาคการศึกษาที่ 1 นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม และภาคการศึกษาที่ 2 นับตั้งแต่
พฤศจกิ ายน-เมษายน


Click to View FlipBook Version