The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติศาสตร์ประเทศอังกฤษ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Khwanpitcha Kobkit, 2021-09-13 03:21:29

ประวัติศาสตร์ประเทศอังกฤษ

ประวัติศาสตร์ประเทศอังกฤษ

รายงาน
เรอ่ื ง ประวตั ศิ าสตรป์ ระเทศอังกฤษ

เสนอ
อาจารยอ์ ัชนา ปลอดแกว้

จดั ทำโดย
นางสาว ขวญั พิชชา กอบกจิ
รหสั นักศกึ ษา 6401103001012

รายงานฉบบั นเี้ ปน็ สว่ นหนงึ่ ของรายวชิ า วาทวทิ ยาสำหรบั ครู
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564
มหาวทิ ยาลัยราชภฎั สรุ าษฏร์ธานี

รายงาน
เร่อื ง ประวตั ศิ าสตร์ประเทศอังกฤษ

เสนอ
อาจารยอ์ ชั นา ปลอดแกว้

จดั ทำโดย
นางสาว ขวญั พิชชา กอบกจิ
รหสั นกั ศกึ ษา 6401103001012

รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหน่ึงของรายวิชา วาทวิทยาสำหรบั ครู
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564
มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฏรธ์ านี

คำนำ

เอกสารเลม่ นี้ จดั ทำขน้ึ สำหรับใชป้ ระกอบการศึกษาต่อผู้ทส่ี นใจในประวตั ศิ าสตร์ประเทศอังกฤษ เพ่ือ
ศกึ ษาทำความรู้จักประวัติศาสตร์ประเทศอังกฤษตงั้ แต่อดีตจนถึงปจั จบุ ัน โดยไดศ้ ึกษาผ่านแหล่งความรตู้ า่ งๆ อาทิ
เชน่ แหลง่ ความร้จู ากเว็ปไซต์ต่างๆ โดยรายงานเลม่ นี้มเี นอ้ื หาเกี่ยวกับราชวงศ์และกษัตรยิ ์ท่ปี กครองประเทศ
อังกฤษ ประวตั ิความเปน็ มาของชาวอังกฤษ และ การผนวกดนิ แดนจนกลายมาเปน็ ประเทศอังกฤษ

ผจู้ ัดทำคาดหวงั เปน็ อยา่ งยิ่งว่าการจดั ทำเอกสารฉบบั น้ีจะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจศึกษา
ประวัติศาสตร์ประเทศองั กฤษเปน็ อยา่ งดี

นางสาว ขวัญพชิ ชา กอบกจิ
11 กันยายน 2564

สารบญั

เรอ่ื ง หนา้
บทนำ…………………………………………………………………………………………………………………………………………….1
ชาวบรติ นั และโรมัน………………………………………………………………………………………………………………………1
แองโกล-แซ็กซอนและไวกงิ (ครสิ ต์ศกั ราช 410 ถึง คริสต์ศกั ราช 1066)…………………………………………..2-3
สมัยกลาง (ครสิ ต์ศักราช 1066 ถึง คริสต์ศักราช 1485)………………………………………………………………….4-8
ราชวงศ์ทวิ ดอร์ (ครสิ ตศ์ กั ราช 1485 ถงึ ครสิ ต์ศักราช 1603)……………………………………………………………..8
พระเจา้ เฮนรีที่ 8 (คริสต์ศกั ราช 1509 ถึง คริสต์ศักราช 1547)………………………………………………………9-10
พระเจ้าเอด็ วาร์ดที่ 6 (ครสิ ต์ศักราช 1547 ถึง คริสต์ศักราช 1553)……………………………………………………11
พระราชนิ นี าถอลิซาเบธ (คริสตศ์ กั ราช 1558 ถึง ครสิ ตศ์ กั ราช 1603)………………………………………….11-12
ราชวงศ์สจว๊ ต (ครสิ ตศ์ กั ราช 1603 ถึง คริสตศ์ ักราช 1707)………………………………………………………..12-13
ราชวงศฮ์ าโนเวอร์ – สมัยจอรเ์ จียน…………………………………………………………………………………………..14-16
ก่อต้ังสหราชอาณาจักร…………………………………………………………………………………………………………………16
บทสรปุ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..16
บรรณานุกรม………………………………………………………………………………………………………………………………….17

สารบัญรูปภาพ

เรือ่ ง หน้า
รูปภาพประกอบท1่ี …………………………………………………………………………………………………………………………2
รูปภาพประกอบท2ี่ …………………………………………………………………………………………………………………………3
รูปภาพประกอบท3่ี …………………………………………………………………………………………………………………………4
รูปภาพประกอบท4ี่ …………………………………………………………………………………………………………………………6
รูปภาพประกอบท5ี่ …………………………………………………………………………………………………………………………7
รปู ภาพประกอบท6่ี …………………………………………………………………………………………………………………………7
รูปภาพประกอบท7่ี ………………………………………………………………………………………………………………………...8
รปู ภาพประกอบท8ี่ ………………………………………………………………………………………………………………………..10
รูปภาพประกอบท9ี่ ………………………………………………………………………………………………………………………..12
รูปภาพประกอบท1ี่ 0………………………………………………………………………………………………………………………13
รูปภาพประกอบท่ี11………………………………………………………………………………………………………………………16

1

ประวตั ิศาสตรป์ ระเทศองั กฤษ

บทนำ

อังกฤษ เป็นประเทศที่ใหญ่ทีส่ ุดและมีประชากรมากท่สี ุดเมอ่ื เปรยี บเทียบกับประเทศอนื่ ๆ ในสหราช
อาณาจักร ประวัติศาสตร์อังกฤษเร่ิมขนึ้ เม่ือมกี ารตง้ั ถิ่นฐานของมนษุ ย์เม่ือหลายพันปมี าแลว้ ภูมิภาคที่ปัจจุบนั คือ
อังกฤษภายในสหราชอาณาจักรเปน็ ทตี่ ั้งถิน่ ฐานของมนุษย์นอี นั เดอร์ธอลราว 230,000 ปมี าแลว้ ขณะทม่ี นุษย์โฮโม
เซเพยี นซง่ึ เป็นมนุษย์สมยั ใหม่เริม่ เข้ามาตัง้ ถนิ่ ฐานราว 29,000 ปีมาแลว้ แตก่ ารอยตู่ ่อเนื่องกนั โดยตลอดเริม่ ข้ึนราว
11,000 ปีมาแล้วในปลายยคุ นำ้ แข็ง ในบรเิ วณภูมิภาคนยี้ ังมีรอ่ งรอยของมนุษย์สมยั ตา่ งๆ ทเี่ ขา้ มาตัง้ ถ่นิ ฐานท่เี ร่มิ
ตงั้ แตย่ คุ หนิ กลาง, ยคุ หนิ ใหม่ และ ยุคสมั ริด เช่นสโตนเฮนจ์ และเนนิ ดินทเี่ อฟบรี ในยุคเหล็กอังกฤษก็
เช่นเดยี วกบั บรเิ ตนทงั้ หมดทางใตข้ องเฟริ ์ธออฟฟอรธ์ เป็นที่ตั้งถิน่ ฐานของชนเคลตท์ เี่ ป็นกลุ่มชนท่เี รยี กวา่ ชาวบริ
ตัน (Briton) หรอื เผ่าเบลแจ ในปี คริสตศ์ ักราช 43 ชาวโรมันกเ็ ร่มิ เข้ามารุกรานบรเิ ตน โรมันปกครองจังหวดั บริ
ทายามาจนถึงครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 5

1.ชาวบรติ ันและโรมัน

บันทกึ เกี่ยวกบั หมเู่ กาะบรเิ ทนมขี นึ้ คร้งั แรกโดยพ่อค้าชาวกรีกโบราณใน ศตวรรษที่ 6 ก่อนครสิ ตกาล พธี แี อสแห่ง
มาสซิเลีย (Pytheas of Massiia)

นักสำรวจชาวกรกี มาเยอื นเกาะองั กฤษใน 325 ปีก่อนคริสตศ์ ักราช พลนี ผี ู้พ่อ (Pliny the Elder) นกั สำรวจชาว
โรมันกล่าวว่าเกาะอังกฤษเปน็ แหลง่ ดีบุกสำคัญ ทาซติ ุส (Tacitus) ชาวโรมันเปน็ คนแรกท่ีกลา่ วถึงชาวบรติ นั
(Britons) ทอี่ าศัยบนหมเู่ กาะบริเตน วา่ ไม่มีความแตกต่างกบั ชาวโกล (Gaul) ในฝรั่งเศส (คอื เป็นชาวเคลท์
เหมอื นกัน) ในดา้ นรูปรา่ งหน้าตาขนาดร่างกาย

จเู ลียส ซีซาร์ พยายามจะพชิ ติ องั กฤษในปที ี่ 55 และ 54 ก่อนคริสตศ์ ักราช แต่ไมส่ ำเรจ็ จนจักรพรรดิคลอดอิ ุส สง่
ทพั มาพิชติ อังกฤษใน คริสต์ศักราช 43 ชาวโรมนั ปกครองทง้ั อังกฤษ เวลส์ เลยไปถงึ สกอตแลนด์ ตัง้ เมืองสำคัญ
ต่างๆ เชน่ ลอนดอน แตช่ าวโรมนั ทนการรุกรานของเผา่ เยอรมันตา่ งๆไม่ไหว ถอนกำลังออกไปในคริสตศ์ ักราช 410
ชาวแองโกล ชาวแซกซนั และชาวจูทส์ มาปักหลักตั้งถิ่นฐานในองั กฤษ ต่อสกู้ ับชาวบริตันเดมิ ผลักใหถ้ อยร่มไปทาง
ตะวนั ตกและเหนือ

2

2.แองโกล-แซก็ ซอนและไวกิง (ครสิ ตศ์ ักราช 410 ถึง คริสต์ศกั ราช 1066)
ในตอนแรกเผา่ ต่างๆในอังกฤษกระจัดกระจาย จนรวบรวมเป็น เจด็ อาณาจักร (Heptarchy) ท่ปี ระกอบดว้ ย
นอรท์ ธมั เบรีย, เมอรเ์ ซีย, อีสต์แองเกลยี , เอสเซก็ ซ,์ เค้นท,์ ซัสเซก็ ซ์ และ เวสเซก็ ซ์ คริสต์ศาสนาเขา้ มาเผยแพร่
ในองั กฤษในประมาณคริสต์ศักราช 600 โดย นักบญุ ออกัสตินแห่งแคนเตอรบ์ รี อาณาจักรเมอร์เซีย เรอื งอำนาจ
ตลอดศตวรรษที่ 8 ในสมยั พระเจา้ เพนดา พระเจา้ แอเธลเบิร์ต และพระเจ้าออฟฟา แห่งเมอรเ์ ซยี จนเวสเซ็กซข์ น้ึ มา
มอี ำนาจแทน ชาวไวกิง หรือทช่ี าวองั กฤษเรียกวา่ เดนส์ (Danes) โจมตีองั กฤษครงั้ แรกทลี่ นิ ดสิ ฟาร์น ตาม
พงศาวดารแองโกล-แซ็กซอน แตก่ ารคุกคามของชาวไวกิงนา่ จะมีอยู่ก่อนหน้าแล้ว เพราะชาวไวกงิ ตัง้ ออร์คนียท์ าง
ตอนเหนือของสกอตแลนด์ ในปี ครสิ ต์ศักราช 865 ชาวไวกิง้ จากเดนมาร์กยกทัพป่าเถ่ือนอันยง่ิ ใหญ่ (Great
Heathen Army) มาบุกอังกฤษ ยดึ อาณาจกั รนอรท์ ธัมเบรยี ใน คริสต์ศักราช 866 อาณาจักรอีสตแ์ องเกลยี ใน
คริสตศ์ กั ราช 870 และอาณาจกั รเมอรเ์ ซียใน ครสิ ต์ศกั ราช 871 แต่พระเจา้ อัลเฟรดมหาราชทรงสามารถเอาชนะไว
กงิ ได้ในปี คริสต์ศักราช 878 แบ่งอังกฤษระหวา่ งแองโกล-แซกซอน และไวกงิ ดินแดนของไวกิงในอังกฤษเรียกว่า
เดนลอวช์ าวไวกิงกห็ ลั่งไหลมาตัง้ ถนิ่ ฐานในอังกฤษ
โอรสของอัลเฟรดมหาราช คอื พระเจา้ เอด็ เวิรด์ ผู้อาวุโส ทรงต่อสู้เพอื่ ขบั ไล่พวกไวกงิ ใหพ้ น้ จากองั กฤษ พระโอรส
คือ พระเจา้ เอเธลสตนั พระเจ้าอเธลสตาน (Athelstan) รวมอาณาจักรเมอร์เซยี (ทห่ี ลงเหลือ) กบั อาณาจักรเวส
เซก็ ซ์ ตอ่ มาพระเจา้ เอ็ดการ์ผู้รักสงบทรงยึดนอรท์ ธมั เบรียจากเดนส์ และขับไลไ่ วกงิ ออกไปได้ เป็นการรวมองั กฤษ
เป็นครั้งแรก

รูปภาพประกอบที่1

3

มาระลอกใหม่ นำโดย พระเจ้าพระเจ้าสเวน ฟอร์คเบียร์ดแหง่ เดนมารก์ พระเจ้าแอเธลเรด (Aethelred) ตอ้ งทรง
จา่ ยเงินติดสินบนเพื่อไล่ทัพไวกง้ิ กลบั ไป เรยี กว่า เดนเกลด์ (Danegeld) แต่พวกไวก้ิงกก็ ลับมาอีกและเรยี กเงิน
มากกว่าเดิม จนพระเจา้ สเวนยึดองั กฤษไดใ้ นครสิ ต์ศกั ราช 1030 เนรเทศพระเจา้ แอเธลเรดไปฝร่งั เศส ใน
คริสตศ์ กั ราช 1040 พระเจ้าคานทู มหาราชพระโอรสพระเจ้าสเวน ฟอร์คเบียรด์ ขึน้ เป็นกษตั ริย์แหง่ อังกฤษ เป็น
กษตั ริยไ์ วกงิ้ พระองคแ์ รกในอังกฤษ แต่พระองค์กท็ รงถูกพระเจา้ แอเธลเรดกลับมายดึ บัลลงั ก์ปเี ดียวกนั พระเจา้
คานทู ทรงหนีไปหาพระเชษฐา คือ พระเจา้ ฮาราลด์ท่ี 2 แห่งเดนมารก์ สะสมกำลังมาบุกองั กฤษอีกในคริสต์ศักราช
1050 พระเจา้ เอ็ดมนั ดท์ ่ี 2 (Edmund Ironside) พระโอรสพระเจา้ แอเธลเรด ทรงพยายามจะต้านพระเจา้ คานุท
แตไ่ มส่ ำเร็จ จนในครสิ ต์ศักราช 1060 พระเจา้ เอ็ดมนั ดส์ น้ิ พระชนม์ พระเจ้าคานุทจงึ ได้เปน็ กษตั รยิ ์องั กฤษอีกครัง้
พระเจา้ คานุทยงั ทรงได้เป็นกษัตรยิ แ์ ห่งนอร์เวย์และเดนมารก์ อกี ดว้ ย ทำให้อาณาจักรของพระเจ้าคานุทแผ่ขยาย
ท่วั ยโุ รปเหนือ ราชวงศไ์ วกง้ิ ยงั คงถูกทวงบัลลังกจ์ ากพวกแองโกล-แซ็กซอนอยู่ ในครสิ ตศ์ กั ราช 1036 อัลเฟรด
แอเธลลงิ (Alfred Aetheling) พยายามจะยดึ บลั ลงั ก์จากพระเจา้ ฮาโรลด์ แฮร์ฟุตแตถ่ ูกจบั ไดแ้ ละสังหาร พระเจา้
ฮารธ์ าคานูท ทรงปกครองอังกฤษไม่ดี ชาวอังกฤษจึงเชญิ น้องชายของอัลเฟรดคือเอ็ดวารด์ มาครองราชยเ์ ปน็ พระ
เจ้าเอด็ วาร์ผู้สารภาพ ในครสิ ตศ์ กั ราช 1042
แต่พระเจา้ เอด็ วารด์ ทรงไม่มีทายาท เมื่อส้ินพระชนมใ์ นครสิ ต์ศักราช 1066 ก็เกดิ การช่วงชิงบัลลังกร์ ะหวา่ ง เอริ ์ล
แห่งเวสเซ็กซ์ (Earl of Wessex) พระเจ้าฮาราลด์ แห่งนอรเ์ วย์ และ ดยุกวลิ เลียมแห่งนอร์มังดีจาก ฝรั่งเศส
(สองคนหลงั เป็นทายาทของพระเจ้าคานุท) เอริ ์ลแห่งเวสเซก็ ซค์ รองราชย์เปน็ พระ เจ้าฮาโรลด์ กอดวินสนั (Harold
Godwinson) ชนะพระเจา้ ฮาราล์ดแหง่ นอรเ์ วยท์ ่สี ะพานสแตมฟอรด์ (Stamford Bridge) แตแ่ พด้ ยกุ วิลเลยี มที่เฮ
สตงิ ส์ (Hastings) ดยุกวิลเลียมข้นึ ครองราชยเ์ ปน็ พระเจา้ วิลเลียมทห่ี นึง่ แห่งองั กฤษเป็นปฐมกษัตรยิ ร์ าชวงศ์นอรม์ ัน

รูปภาพประกอบที่2

4

3.สมัยกลาง (คริสตศ์ กั ราช 1066 ถึง ครสิ ต์ศกั ราช 1485)
พระเจา้ วลิ เลยี ม ทรงนำระบอบศักดินาสวามิภักดิ์ (Feudalism) มาสูอ่ ังกฤษ ทรงกีดกันขุนนางแองโกล-แซกซอน
เดมิ และให้ขนุ นางนอร์มันมาปกครองอังกฤษ พระเจ้าวิลเลยี มทรงเป็นดยุกแหง่ นอร์มังดดี ว้ ย ในทางทฤษฎีจึงทรง
เปน็ ขนุ นางฝรงั่ เศสคนหนึ่ง แตก่ ท็ รงเป็นกษตั รยิ ์องั กฤษด้วย ทรงให้มีการสำรวจท่ีดนิ และสำมะโนประชากรไวใ้ น
หนังสือบันทึกทะเบยี นราษฎรดมู สเดย์ (Domesday Book) ในคริสตศ์ กั ราช 1086 เพอ่ื สะดวกแกก่ ารเก็บภาษีและ
เกณฑ์แรงงาน ทรงใหม้ ีการสร้างปราสาทตา่ งๆ มากมายทว่ั องั กฤษ อนั เปน็ สัญลักษณ์ของระบอบศักดนิ า แต่ระบอบ
ศกั ดนิ าไม่ได้ทำให้องั กฤษแตกเปน็ แควน้ เล็กแคว้นนอ้ ยเหมือนฝรั่งเศส เพราะพระเจา้ วลิ เลียมทรงมีอำนาจควบคุม
ขนุ นางอังกฤษได้มากกวา่ ที่กษัตริย์ ฝรง่ั เศสควบคมุ พระองคซ์ ึง่ เป็นขุนนางฝรัง่ เศส
พระเจา้ เฮนรีท่ี 1 ทรงมที ายาทแต่สนิ้ พระชนมไ์ ปเสีย สตเี ฟนแห่งบลัวส์ (Stephen of Blois) ลกู ชายของเคานท์
แห่งบลวั ส์ ซึง่ แตง่ งานกับพระธดิ าของพระเจา้ วิลเลยี มท่ี 1 จงึ ขึน้ ครองราชยเ์ ป็นพระเจา้ สตเี ฟนแต่พระนางมาทลิ ดา
(Empress Matilda) พระธิดาของพระเจ้าเฮนรี ซ่ึงสามขี องพระนางคอื เจฟฟรยี ์ เคานท์แหง่ อังชู (Geoffrey, Count
of Anjou) ยกทัพมาทวงสิทธิในบัลลงั กใ์ นคริสต์ศกั ราช 1139 ทำให้อังกฤษตกอยู่ในอนาธปิ ไตย (Anarchy) จนพระ
นางมาทิลดาทรงถูกขบั ออกไปในคริสต์ศักราช 1147 แตพ่ ระเจ้าสตีเฟนทรงมที ายาทแต่ก็สนิ้ พระชนม์อกี ใน
คริสตศ์ ักราช 1153 จึงทรงเจรจากับพระนางมาทิลดา ให้พระโอรสของพระนาง ขึ้นครองราชย์เปน็ พระเจ้าเฮนรที ่ี 2

รูปภาพประกอบท่ี3
เนอื่ งจากพระเจ้าเฮนรีท่ี 2 ทรงเป็นเคานทแ์ ห่งองั ชมู าก่อน เมื่อทรงครองอังกฤษ จงึ เท่ากับผนวกแคว้นองั ชกู ับ
อังกฤษ เป็น ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์พลนั ตาจาเนต (Plantaganet) หรอื อังชู และเน่ืองจากทรงอภเิ ษกกบั เอเล
เนอร์แหง่ อากีแตน (Eleanor of Aquitaine) ซ่ึงครองแคว้นอากีแตน ทำใหแ้ คว้นอากีแตนอันกว้างใหญ่ตกมาเป็น
ขององั กฤษ เมอ่ื พระเจา้ เฮนรีทรงขน้ึ ครองราชย์ ทรงมไิ ด้ปกครองแต่อังกฤษเท่าน้นั แต่ดนิ แดนอันกว้างใหญใ่ น

5

ฝรัง่ เศสอกี ด้วย พระเจา้ เฮนรีทรงช่วยเหลือเจ้าชายจากไอร์แลนด์ นำทพั ไปทวงบลั ลังกค์ นื แตส่ ดุ ท้ายก็ทรงยดึ
ดินแดนในไอร์แลนด์เป็นของพระองคเ์ อง ทรงปราบดาภิเษกพระองค์เองเปน็ ลอร์ดแหง่ ไอร์แลนด์ (Lord of
Ireland) เป็นครง้ั แรกท่ีอังกฤษไดด้ ินแดนในไอร์แลนด์

พระเจ้าริชารด์ ท่ี 1 ทรงให้เวลาในรัชสมยั ของพระองค์สว่ นใหญ่หมดไปกับสงครามครูเสดครง้ั ทีส่ าม ทรงได้รบั ฉายา
วา่ รชิ าร์ดใจสงิ ห์ (Richard the Lionheart) เพราะทรงเป็นนักรบทีก่ ลา้ หาญและทำสงครามกับซาลาดินเพ่ือแย่งชิง
ดนิ แดนศกั ด์ิสทิ ธิ พระเจ้ารชิ าร์ดทรงปราบปรามสังหารพวกยวิ ในอังกฤษจนเกอื บหมด พระอนุชาคือพระเจา้ จอห์น
ทรงอภเิ ษกกบั อิซาเบล แห่งอองกูแลม (Isabel of Angoulême) ซึ่งหม้นั หมายกบั ผูอ้ ื่นก่อนแล้ว ซึ่งการกระทำของ
พระเจา้ จอหน์ ผิดหลักครสิ ต์ศาสนา พระเจา้ ฟิลิปจงึ เรยี กพระเจา้ จอหน์ มาเฝา้ ให้ยกเลิกการแต่งงานของพระองค์กบั
อซิ าเบล แต่พระเจา้ จอหน์ ทรงปฏิเสธ พระเจา้ ฟลิ ิปจึงทรงอ้างวา่ พระเจา้ จอหน์ มคี วามผิดในฐานะลูกน้อง (vassal)
ที่ไม่ฟงั คำส่งั ของนาย (lord) ตามหลกั ศักดินาสวามิภกั ด์ิ จึงยกทัพยดึ นอร์มงั ดี และอากแี ตน ทำให้อังกฤษเสีย
ดนิ แดนในฝรัง่ เศสไปเหลอื แต่แคว้นกาสโคนี

พระเจา้ จอหน์ ทรงพ่ายแพพ้ ระเจ้าฟิลปิ และสูญเสียดินแดนมากมาย ทำให้บรรดาขุนนางเหน็ ว่าพระองค์ทรงใช้
อำนาจไปในทางทไ่ี ม่ควร จงึ รว่ มกนั บีบบังคบั ให้พระองค์ทรงพระปรมาภไิ ธยในมหากฎบัตร (Magna Carta) ใน
ครสิ ต์ศกั ราช 1215 จำกัดพระราชอำนาจของกษัตรยิ ์อังกฤษว่าจะต้องไม่ขดั ต่อกฎหมายและพวกขนุ นางต้อง
ยินยอม ทำให้อังกฤษเป็น ระบอบกษัตรยิ ภ์ ายใต้รัฐธรรมนญู เปน็ ประเทศแรกเป็นตน้ มา แต่พระเจ้าจอห์นก็มิได้
ทรงใหเ้ สรีภาพตามสญั ญาเพราะทรงถูกบงั คับทำ บรรดาขุนนางจงึ ก่อกบฏทำสงครามบารอน (Barons' War) จะยก
บัลลังก์ใหองค์ชายหลุยส์แหง่ ฝร่งั เศส องค์ชายหลยุ ส์นำทัพบุกองั กฤษแต่ไม่สำเร็จ

พระเจ้าเฮนรที ี่ 3 ครองราชยต์ ่อจากพระบิดาพระเจา้ จอหน์ ทรงเคร่งศาสนามาก และโปรดปรานขุนนางต่างชาติ
เชน่ ฝรงั่ เศส อติ าลี ทำใหบ้ รรดาขุนนางองั กฤษตำหนิพระองค์ ซโิ มน เดอ มงฟอร์ต (Simon de Montfort) ขุนนาง
ฝร่งั เศสในองั กฤษ ใช้อำนาจบาตรใหญเ่ กนิ พระเจ้าเฮนรใี นการปกครองแคว้นกาสโคนี ทำให้พระเจ้าเฮนรีไม่ทรงพอ
พระทัย ฝา่ ยมงฟอรต์ ก็รวบรวมขนุ นางกอ่ กบฏตอ่ พระเจา้ เฮนรี เกดิ สงครามบารอนอีกครั้ง จนต้องทรงถูกบงั คบั ให้
ยำ้ มหากฎบัตร พระราชอำนาจกถ็ ูกลดลงไปอีก รฐั สภาอังกฤษ (Parliament) ยังประชมุ กันคร้ังแรกในคริสต์ศักราช
1236 ในสมัยพระเจา้ เฮนรี

พระเจ้าเอด็ วาร์ดท่ี 1 พระโอรสพระเจ้าเฮนรี ทรงยึดแคว้นเวลสใ์ นคริสตศ์ กั ราช 1277 เหลือดินแดนเลก็ น้อยให้
กษัตริยเ์ วลส์ปกครอง และถูกลดขน้ั เป็นเจ้าชายแหง่ เวลส์ (Prince of Wales) แต่กย็ ึดตำแหน่งมาให้พระโอรสใน
ทส่ี ุด กลายเป็นตำแหนง่ รัชทายาทอังกฤษในปัจจุบนั และยังทรงยึดสกอตแลนดเ์ ป็นเมืองขึ้นในครสิ ต์ศกั ราช 1293
แต่ชาวสกอตไมย่ อม สองอาณาจักรจงึ ขบั เข่ยี วกันในสงครามประกาศอิสรภาพสกอตแลนด์ (War of Scottish

6

Independence) แตท่ รงพ่ายแพว้ ลิ เลียม วาเลซ (William Wallace) วีรบรุ ษุ สกอต ทำให้สกอตแลนด์แยกตวั
ออกไป พระโอรสคือพระเจ้าเอ็ดวาร์ดที่ 2 ทรงพา่ ยแพ้พระเจ้าโรเบิร์ตแหง่ สกอตแลนด์ท่ีบนั นอคเบิรน์
(Bannockburn) ในคริสตศ์ ักราช 1314 ทำให้สกอตแลนดเ์ ปน็ เอกราชอยา่ งสมบรู ณ์

รปู ภาพประกอบที่4
พระเจ้าเอด็ วารด์ ที่ 3 ทรงเร่มิ สงครามครง้ั ใหมก่ บั สกอตแลนด์ในคริสต์ศักราช 1333 แต่ไม่ประสบผลเทา่ ท่ีควร ทรง
เลง็ เหน็ วา่ เปน็ เพราะฝร่งั เศสใหก้ ารสนับสนนุ สกอตแลนด์ตามสญั ญาพนั ธมิตร เกา่ (Auld Alliance) ระหว่าง
สกอตแลนด์กับฝรง่ั เศส ในฝร่ังเศส ราชวงศก์ าเปเชยี ง สิน้ สุด พระเจา้ เอด็ วารด์ ทรงมสี ิทธิในบลั ลังกฝ์ ร่งั เศสผา่ น
ทางพระมารดา แต่ขนุ นางฝรง่ั เศสอ้าง กฎบตั รซาลลิค กนั พระเจา้ เอ็ดวาร์ดมใิ ห้ครองฝรั่งเศส สงครามรอ้ ยปี
(Hundred Years' War) จึงเริม่ ขึ้น ในคริสตศ์ กั ราช 1337 พระเจ้าเอด็ วารด์ ทรงนำทัพบุกข้ึนบกฝรง่ั เศส ถูก พระ
เจา้ ฟลิ ปิ ท่ี 4 แหง่ ฝรัง่ เศส โจมตแี ต่ไมส่ ามารถตา้ นได้ ทำใหพ้ ระเจา้ เอ็ดวาร์ดทรงต้งั มน่ั บนฝรัง่ เศสได้ แตส่ งครามก็
หยดุ ชว่ั คราว เมื่อกาฬโรคระบาดมาถงึ องั กฤษในครสิ ต์ศักราช 1349 ทำให้ประชากรลดลงมาก จนในคริสต์ศักราช
1358 องค์ชายเอด็ วาร์ด (Edward, the Black Prince) พระโอรสพระเจา้ เอ็ดวารด์ นำทพั บุกยึดฝร่งั เศสไดเ้ กือบทง้ั
ประเทศ ในคริสต์ศักราช 1360 สนธิสญั ญาบรติ ญิ ญี (Bretigny) ยกฝร่งั เศสคร่งึ ประเทศใหอ้ งั กฤษ
แต่ในพุทธศกั ราช 1912 (คริสต์ศกั ราช 1369) พระเจ้าชารล์ ส์ที่ 5 แหง่ ฝรงั่ เศส ทรงสามารถยึดดินแดนคืนแก่
ฝรั่งเศสไดจ้ นเกือบหมด จนทำสญั ญาอีกครั้งในครสิ ตศ์ ักราช 1375 อังกฤษเหลอื แต่ดินแดนตามชายฝ่ัง สงครามท่ี
หนักหน่วงทำใหร้ ฐั สภาข้ึนภาษีอย่างมาก ชาวบ้านและทาสกอ่ จลาจลในพุทธศักราช 1924 (ครสิ ต์ศักราช 1381)
เรียกว่า กบฏชาวนา (Peasant's revolt) นำโดยวัต ไทเลอร์ (Wat Tyler) โจมตกี รุงลอนดอน พระเจ้าริชาร์ดท่ี 2
ทรงปกครองอังกฤษอย่างอ่อนแอ ทำให้ทรงถูกยึดอำนาจในพุทธศักราช 1942 โดยดยกุ แห่งแลงคาสเตอร์

7

(Lancaster) ข้ึนเปน็ พระเจา้ เฮนรีที่ 4 แต่รัชสมยั ของพระองคเ์ ต็มไปดว้ ยการกบฏ โดยเฉพาะกบฏเวลส์ นำโดยโอ
เวน กลินดอร์ (Owain Glyndwr) ในพุทธศักราช 1943 และยงั ทรงถูกพระโอรสคือพระเจา้ เฮนรีที่ 5 ยึดอำนาจไป
จากพระองค์ในพุทธศักราช 1953

ในฝร่งั เศส ตระกลู เบอร์กนั ดีและตระกลู อาร์มญั ญัคขดั แย้งกนั แย่งอำนาจ ตระกูลเบอร์กันดขี อให้พระเจ้าเฮนรีที่ 5
ทรงชว่ ยเหลือ พระเจ้าเฮนรที ี่ 5 ทรงนำทัพบุกฝรั่งเศสอกี ครงั้ ในคริสตศ์ ักราช 1415 จนยดึ ฝร่ังเศสทางเหนือไว้ได้
หมดในคริสตศ์ ักราช 1419 และบงั คับพระเจา้ ชารล์ สท์ ่ี 6 แห่งฝรั่งเศสที่ทรงพระสติไมส่ มประกอบ ใหย้ กบัลลังก์ให้
พระโอรส พระเจา้ เฮนรีท่ี 6 ทรงขึ้นครองราชย์แตพ่ ระเยาว์ ทางฝร่งั เศสก็พลกิ ขน้ึ มาชนะในครสิ ตส์ ักราช 1429 และ
ยึดดินแดนคนื พระเจา้ เฮนรีที่ 6 ทรงพระสติไม่สมประกอบอกี เช่นกัน ทำให้ดยุกแห่งยอร์ค (Duke of York) เป็น
ผู้สำเรจ็ ราชการแทน ในคริสต์ศักราช 1453

ใน คริสต์ศกั ราช 1453 ฝร่งั เศสพา่ ยแพ้อังกฤษในการรบที่คาสตลิ โลญ ส้นิ สดุ สงครามร้อยปี ในคริสต์ศกั ราช 1455
พระเจา้ เฮนรีตกอย่ภู ายใต้อิทธิพลของพระราชนิ ีมารก์ าเรตแหง่ องั ชู (Margaret of Anjou) ทำให้ฝ่ายพระดอก
กุหลาบสีขาวของยอร์ค เมื่อสองตระกูลนท้ี ำสงครามกนั จึงเรียกวา่ สงครามดอกกหุ ลาบเจ้าเฮนรี หรอื ฝา่ ยลางคสั
เตอร์ นำโดยพระนางมารก์ าเรต และฝ่ายยอร์ค นำโดยดยุกแหง่ ยอร์ค ทำสงครามดอกกุหลาบ (War of the
Roses) พวกยอรค์ ชนะพวกลงั คาสเตอร์ท่นี อร์แธมตนั ในคริสต์ศกั ราช 1460 ดยุกแหง่ ยอรค์ ปราบดาภเิ ษกตนเอง
เป็นกษัตริย์ในคริสตศ์ ักราช 1460 แต่สนิ้ ชีวติ ในการรบในครสิ ตศ์ ักราช 1461 ยงั ไมท่ นั จะขน้ึ ครองราชย์ ลูกชายคือ
เอ็ดวารด์ ข้ึนครองราชยแ์ ทนเป็นพระเจ้าเอ็ดวารด์ ท่ี 4 และชนะพวกลางคัสเตอร์ทีท่ าวตัน (Towton) ทำให้พระ
นางมาร์กาเรตและพระเจา้ เฮนรที รงหลบหนไี ปสกอตแลนด์และฝรงั่ เศส แต่เอริ ์ลแหง่ วาร์วิค (Earl of Warwick)
พระอาจารยข์ องพระเจ้าเอด็ วารด์ เองกอ่ กบฏ แตไ่ ม่สำเรจ็ หนีไปฝร่งั เศส

รปู ภาพประกอบท่ี5 รปู ภาพประกอบที่6

8

เอริ ์ลแหง่ วารล์ คิ นำทัพมาบุกอังกฤษในคริสต์ศักราช 1470 ทำใหพ้ ระเจ้าเอ็ดวารด์ ทรงหลบหนไี ปแคว้นเบอร์กันดี
พระเจ้าเฮนรีกลบั มาครองบลั ลังก์ แตไ่ ม่นานพระเจ้าเอ็ดวาร์ดกก็ ลบั มายึดบัลลังก์อีกในคริสตศ์ กั ราช 1471
พระโอรส พระเจ้าเอด็ วาร์ดท่ี 5 ข้ึนครองราชย์ ในครสิ ต์ศกั ราช 1483 แต่พระเจา้ เอ็ดวาร์ดที่ 5 ทรงตกอยู่ภายใต้
อทิ ธิพลของตระกูลวูดวิลล์ (Woodwille) ทำให้บรรดาขุนนางอน่ื ๆไม่พอใจ พระอนชุ าคอื เอริ ล์ แหง่ กลอสเตอร์
(Earl of Gloucester) จบั พระเจา้ เอด็ วารด์ มาขงั ทห่ี อคอยลอนดอน ข้ึนครองราชย์เป็น พระเจ้าริชารด์ ท่ี 3 ฝ่าย
ลางคัสเตอรท์ ่เี งียบไปนาน ก็โผล่ขนึ้ มาอีกภายใตก้ ารนำของเฮนรี ทิวดอร์ (Henry Tudor) กลบั มาองั กฤษสงั หาร
พระเจา้ ริชาร์ดท่ีทุ่งบอสวอรธ์ (Bosworth Field) ขนึ้ ครองราชย์เปน็ พระเจา้ เฮนรที ่ี 7 เป็นปฐมกษัตริย์ราชวงศ์
ทวิ ดอร์

4.ราชวงศ์ทิวดอร์ (ครสิ ตศ์ กั ราช 1485 ถงึ ครสิ ตศ์ ักราช 1603)
พระเจ้าเฮนรที ่ี 7 เป็นพระโอรสของเอริ ล์ แห่งรชิ มอนด์ (Earl of Richmond) ซงึ่ เปน็ พระโอรสของโอเวน ทวิ ดอร์
(Owen Tudor) ขุนนางชาวเวลส์ กบั พระนางคัทเทอรนี แห่งวาลวั ส์ (Catherine of Valois) ราชินขี องพระเจ้าเฮนรี
ท่ี 5 จงึ มักจะกล่าวกนั วา่ ราชวงศ์ทิวดอร์มาจากเวลส์ พระเจ้าเฮนรีท่ี 7 ทรงอภิเษกกบั อลซิ าเบธแหง่ ยอรค์
(Elizabeth of York) พระธดิ าของพระเจ้าเอ็ดวารด์ ท่ี 4 เพ่อื เช่ือมสัมพันธ์ระหวา่ งตระกลู ลางคัสเตอร์และยอรก์
เพอ่ื ยตุ สิ งครามดอกกหุ ลาบ แต่ตลอดรชั สมัยของพระองคท์ รงต้องปราบกบฏของผ้ทู ี่อา้ งวา่ เปน็ องค์ชายตระกู
ลยอรค์ ท่ีถูกขังอยู่ในหอคอยลอนดอน แตก่ ็ทรงสามารถปราบได้ในคริสตศ์ ักราช 1487 (สโตก๊ ) และคริสตศ์ กั ราช
1499

รปู ภาพประกอบที่7

9

5.พระเจ้าเฮนรีท่ี 8 (คริสตศ์ กั ราช 1509 ถึง คริสต์ศักราช 1547)

รชั สมยั ของพระเจา้ เฮนรีท่ี 8 การฟ้นื ฟูศิลปวทิ ยาการจากอิตาลมี าถงึ อังกฤษ ในคริสต์ศักราช 1511 ทรงเขา้ ร่วม
สันนิบาตศกั ดส์ิ ิทธิเพื่อต้านการรุกรานอติ าลขี องฝร่งั เศส ในคริสตศ์ ักราช 1513 พระเจ้าเฮนรียกทัพบกุ ฝรั่งเศส ชนะ
ฝร่งั เศสที่ Battle of the Spurs ทำใหฝ้ ่ายสกอตแลนด์ยกทัพมาบุกอังกฤษเพอ่ื ชว่ ยฝรั่งเศส แต่พ่ายแพ้ท่ที งุ่ ฟลอด
เดน (Flodden Field)

ใน คริสตศ์ กั ราช 1525 เม่ือ พระนางคัทเธอรีนแห่งอรากอน (Catherine of Aragon) ไม่สามารถจะให้กำเนดิ
ทายาทเพ่ือสืบทอดบัลลังกไ์ ด้ มแี ตพ่ ระธิดาคอื แมรี พระเจ้าเฮนรจี งึ ทรงวางแผนจะหยา่ จากพระนางคัทเธอรนี และ
ไปอภเิ ษกใหม่กับนางแอนน์ โบลีน (Anne Boleyn) พระเจา้ เฮนรีทรงสง่ ทูตไปหาองค์พระสันตะปาปาเพ่ือขอ
อนญุ าตหย่า (จะแต่งงานหรือหยา่ กษัตรยิ ์ยโุ รปตอ้ งทรงขออนุญาตพระสันตะปาปาก่อน เพราะทรงเปน็ เสมือน
บาทหลวงผูป้ ระกอบพิธีแหง่ ยุโรป) แตข่ ณะน้ันกรุงโรมถูกทัพของ จกั รพรรดิชาร์ลส์ท่ี 5 แหง่ จักรวรรดโิ รมนั อนั
ศักดส์ิ ทิ ธ์ิ ยึดไว้อยู่ ซ่ึงเป็นพระนดั ดาของพระนางคทั เธอรีน จึงกดดันพระสันตะมิให้ยอมให้พระเจ้าเฮนรีทรงหยา่
จากพระมาตุจฉา

เมอ่ื พระสันตะปาปาไมท่ รงยอม พระเจ้าเฮนรีกท็ รงทำเองเสียเลย ทรงปลดพระนางคัทเธอรีนในครสิ ตศ์ ักราช 1531
และอภิเษกกบั นางแอนน์ โบลนี ในครสิ ต์ศกั ราช 1533 ขณะทรงพระครรภ์ใหก้ ำเนิดองค์หญิงอลซิ าเบธพระเจา้ เฮนรี
ทรงเลกิ เช่ือฟงั พระสนั ตะปาปาท่กี รุงโรม และทรงห้ามมิให้ขนุ นางคนใดติดต่อกับโรม เรยี กว่า การหยา่ ขาดจากโรม
(Divorce from Rome) ในครสิ ต์ศักราช 1534 ทรงออก พระราชบญั ญัตปิ ระมุขสูงสุด (Act of Supremacy)
มอบอำนาจให้พระองค์ทรงเป็นประมขุ สูงสุดของ นิกายเชริ ช์ ออฟอิงแลนด์

พระเจ้าเฮนรที รงทำลายอิทธพิ ลขององค์การศาสนาในอังกฤษ โดยประหารชวี ติ ที่ปรกึ ษาทเี่ ป็นบาทหลวง เผา
ทำลายโบสถว์ ิหารตาม พระราชกฤษฎีกายุบอาราม (Dissolution of Monasteries) ยดึ ทรัพยส์ นิ ของศาสนา
เข้าพระคลัง ทำใหป้ ระชาชนไม่พอใจก่อจลาจล พระเจ้าเฮนรที รงเข้าปราบปราม ในคริสต์ศกั ราช 1536 พระนางคทั
เธอรนี สน้ิ พระชนม์ พระเจ้าเฮนรีทรงสั่งให้ท้ังประเทศเฉลิมฉลองใหญโ่ ต เป็นวันเดียวกับที่นางแอนน์ โบลีน แท้ง
พระโอรสท่ีใกล้จะคลอด ในครสิ ตศ์ กั ราช 1536 พระนางแอนน์ โบลนี ซ่งึ กลวั ท่จี ะแจง้ ความจรงิ ใหก้ บั พระเจ้าเฮนร่ี
จงึ วางแผนรว่ มหลับนอนกบั พ่ีชายของตน (จอรจ์ โบลีน) ระหวา่ งท่ีท้ังสองอยรู่ ่วมกนั ในห้อง นางเจน โบลนี ภรรยา
ของพ่ชี ายของพระนางแอนน์ โบลีน มาพบเข้าจงึ นำความเขา้ ทูลกับพระเจ้าเฮนร่ี พีช่ ายของพระนาง และพระนาง
จึงถูกสำเรจ็ โทษ แต่ในความเป็นจรงิ ท้งั สองมิได้ร่วมหลบั นอนกนั จรงิ เพราะไม่สามารถกระทำได้ระหว่างรอนริ โทษ
กรรมพระนางแอนน์ โบลีน นางแมรี่ โบลนี นอ้ งสาวของพระนางแอนน์ โบลนี มาเขา้ เฝา้ พระเจ้าเฮนรี่ เพ่ือขอชวี ิต

10

พ่สี าวของตน แต่ไมเ่ ปน็ ผลสำเร็จ ท้ายท่สี ุดพระนางแอนน์ โบลนี ก็ถกู นริ โทษกรรมตามพีช่ ายของพระนางไป และ
พระเจา้ เฮนรีจะได้ทรงอภิเษกใหมก่ บั นางเจน โบลีน กลายเปน็ เจน เซย์มูร์ (Jane Seymour)
ใน คริสต์ศกั ราช 1535 พระเจา้ เฮนรีทรงผนวกเวลสก์ ับองั กฤษ และทรงนำทัพเขา้ บุกยึดไอร์แลนด์ จน
ปราบดาภเิ ษกพระองค์เปน็ พระมหากษัตริยแ์ หง่ ไอรแ์ ลนด์ ใน ครสิ ต์ศักราช 1542 พระนางเจน ซีย์มอร์ ให้กำเนิด
พระโอรสในท่ีสดุ คือเอ็ดวารด์ แตน่ างเจนเสยี ชวี ติ จากการตั้งพระครรภ์ ใน ครสิ ตศ์ ักราช 1540 ทรงส่งอภเิ ษกกับ
แอนนแ์ ห่งคลีฟส์ แตเ่ พราะพระนางทรงพระโฉมไม่งามจึงทรงอภเิ ษกใหม่กับนางคทั เธอรนี โฮวารด์ (Catherine
Howard) แต่ทรงจับไดว้ า่ นางมีความสมั พันธ์กับชายอืน่ จึงทรงประหารชีวติ เสยี และอภิเษกกบั นางคัทเธอรีน พาร์
(Catherine Parr) ในครสิ ต์ศักราช 1543 ในครสิ ตศ์ กั ราช 1547 พระเจา้ เฮนรีจงึ ส้นิ พระชนม์

รูปภาพประกอบท่ี8

11

6. พระเจา้ เอด็ วารด์ ที่ 6 (ครสิ ตศ์ ักราช 1547 ถึง คริสต์ศักราช 1553)

องค์ชายเอ็ดวาร์ดท่ีประสตู กิ บั นางเจน เซยม์ รู ์ ข้นึ ครองราชย์เป็น พระเจา้ เอ็ดวาร์ดที่ 6 แต่ยงั พระเยาว์ ทำใหพ้ ระ
ปิตุจฉาคือดยกุ แห่งโซเมอรเ์ ซต (Duke of Somerset) มอี ำนาจ พวกคาทอลิกก่อกบฏในปี คริสต์ศกั ราช 1549 ดยกุ
แหง่ โซเมอร์เซตถูกลอรด์ นอร์ทธัมเบอรแ์ ลนด์ (Lord Northumberland) ยึดอำนาจไปในปี ครสิ ตศ์ กั ราช1553 พระ
เจา้ เอ็ดวาร์ดสน้ิ พระชนม์ ลอรด์ นอร์ธมั เบอร์แลนดว์ างแผนจะให้ เจน เกรย์ (Lady Jane Grey) ข้ึนเปน็ กษัตรยิ ์
แต่พระนางแมรี พระธิดาพระเจา้ เฮนรีที่ประสตู ิกับพระนางคทั เธอรนี แห่งอรากอน ทรงยึดบลั ลังกไ์ ปในอีกเก้าวนั
ตอ่ มา พระนางแมรที รงเป็นคาทอลิกทเ่ี คร่งครัด อนั เป็นอทิ ธพิ ลจากพระญาติฝา่ ยสเปนของพระมารดา ในปี
คริสต์ศักราช 1554 พระนางแมรที รงอภเิ ษกกบั พระญาติ คอื พระเจ้าฟลิ ิปท่ี 2 แหง่ สเปน ทำให้ประชาชนไม่พอใจ
อย่างยิง่ เกรงวา่ ประเทศอังกฤษจะตกแก่สเปน พระนางแมรีทรงกวาดลา้ งและลงโทษพวกโปรเตสแตนต์ และดำเนนิ
นโยบายกลับกับพระบดิ า คือ พระเจา้ เฮนรี โดยการฟืน้ ฟูความสัมพันธ์กับพระสันตะปาปา ในปี ครสิ ตศ์ ักราช 1558
ฝร่งั เศสยดึ เมืองคาเลส์ (Calais) คืนจากองั กฤษทย่ี ดึ ไปตั้งแตส่ งครามร้อยปี เปน็ ท่ีมั่นสุดทา้ ยของอังกฤษในฝรงั่ เศส

7. พระราชินนี าถอลิซาเบธ (คริสต์ศกั ราช 1558 ถงึ คริสต์ศกั ราช 1603)

พระนางอลิซาเบธ เปน็ พระธิดาของพระเจา้ เฮนรีทป่ี ระสตู ิกับแอนน์ โบลีน ข้นึ ครองราชยใ์ นปี ครสิ ตศ์ กั ราช 1558
รัชสมยั ของพระนางเปน็ สมยั ที่อังกฤษรุ่งเรอื งและสงบสุขเป็นส่วนใหญ่ พระราชินนี าถอลซิ าเบธทรงแก้ไขปัญหา
ความขัดแย้งทางศาสนาในองั กฤษ โดยทรงก่อต้ัง นกิ ายเชิรช์ ออฟอิงแลนด์ (Church of England) เปน็ นิกาย
โปรเตสแตนตท์ ี่ใกลเ้ คียงกับคาทอลิกมากท่ีสดุ เพื่อความสมานฉนั ทร์ ะหวา่ งพวกคาทอลกิ และโปรเตสแตนตใ์ น
อังกฤษ เป็นศาสนาของอังกฤษ ไม่ขึน้ กบั พระสนั ตะปาปา โดยทรงออกพระราชบัญญัติพระราชอำนาจ (Act of
Supremacy) ในปี คริสต์ศักราช 1559 ปราบดาภิเษกพระนางเองเปน็ ผู้ปกครองสูงสุดของนิกายเชิรช์ ออฟ อิง
แลนด์ แต่พระนางก็ยังทรงได้ชื่อวา่ เป็นกษตั รยิ ์โปรเตสแตนต์ และเปน็ ทเ่ี กลยี ดชังของพวกคาทอลกิ อยดู่ ี

รฐั สภาตอ้ งการให้พระนางอลิซาเบธทรงอภเิ ษก แต่พระนางทรงมีความสามารถปกครองประเทศได้โดยไม่อาศยั
ผู้ชาย ทำใหท้ รงได้รับฉายาว่า ราชินีพรหมจรรย์ (The Virgin Queen) แม้จะมผี เู้ สนอตัวหลายคน เชน่ พระเจา้ ฟิ
ลปิ แหง่ สเปนพระราชสวามีของพระนางแมรี แต่พระนางอลิซาเบธทรงปฏิเสธในดา้ นการตา่ งประเทศพระนางอลิ
ซาเบธทรงสนับสนนุ กบฏตา่ งๆ เพอ่ื ใหป้ ระเทศเหลา่ นั้นอ่อนแอลง เช่น กบฏฮอลนั ดาที่จะแยกตัวจากสเปน และ
พวกอเู กอโนต์ใน สงครามศาสนาของฝร่งั เศส โดยเฉพาะสเปน พระนางส่งเซอร์ ฟรานซสิ เดรก (Sir Francis
Drake) เดินทางรอบโลกเพือ่ โจมตอี าณานคิ มต่างๆของสเปน เมือ่ พระนางแมรีแหง่ สกอต (Mary, Queen of Scots)

12

กลับจากฝรั่งเศสในปี ครสิ ต์ศักราช 1565 พระนางอลซิ าเบธทรงเกรงว่าอิทธิพลของฝร่ังเศสจะแผม่ าถึงสดอตแลนด์
จึงทรงทำสงครามขับเคี่ยวกับพระนางแมรแี ห่งสกอต จนพระนางแมรถี ูกจับและประหารชวี ติ ในปี คริสต์ศักราช
1587
พระเจ้าฟิลปิ ทรงเห็นว่าพระนางอลซิ าเบธเป็นภยั ตอ่ สเปน จึงทำ สงครามอังกฤษ-สเปน ในปี คริสต์ศักราช 1588
สง่ ทพั เรือมหึมาเรียกว่าอาร์มาดาสเปน (Spanish Armada) มาบุกอังกฤษ แตฟ่ รานซสิ เดรกกท็ ำลายทพั เรือสเปน
ได้เพราะทิศลมเข้าขา้ งองั กฤษ ทางไอรแ์ ลนด์ ซึ่งเปน็ คาทอลิกและต่อตา้ นพระนางอย่างหนกั พระนางจึงให้ทัพ
องั กฤษเข้าบกุ กวาดล้างและปราบปรามไอรแ์ ลนด์ ทำให้ในทีส่ ุดไอร์แลนดก์ ็ตกเป็นของอังกฤษ

รปู ภาพประกอบที่9

8. ราชวงศ์สจ๊วต (ครสิ ตศ์ ักราช 1603 ถึง คริสตศ์ กั ราช 1707)
แม้พระเจา้ เฮนรีที่ 8 จะตัดชาวสก็อตออกไปมิใหส้ ืบบลั ลังกอ์ งั กฤษ แต่พระนางอลซิ าเบธทรงมไิ ด้อภเิ ษกและไมม่ ี
ทายาท พระเจา้ เจมส์ท่ี 6 แห่งสกอตแลนด์ ราชวงศ์สจ๊วต (Stuart) พระญาติทใี่ กลช้ ิดท่สี ุด จงึ ไดค้ รองบลั ลงั ก์องั กฤษ
เป็นพระเจา้ เจมสท์ ่ี 1 เป็นการรวมสองอาณาจกั ร (Union of Crowns) แต่ในทางปฏบิ ัติแลว้ สองอาณาจักรนย้ี ัง
แยกกันอยู่ มรี ัฐสภาเปน็ ของตน เพียงแต่มีกษตั ริย์องค์เดียวกัน แตท่ รงครองราชยไ์ ด้ไมน่ านพระเจา้ เจมสท์ รงถูก
ลอบปลงพระชนมถ์ ึงสามครง้ั คอื Main Plot , Bye Plot และทส่ี ำคัญทสี่ ุดคือ Gunpowder Plot ในปี
คริสตศ์ ักราช 1605 โดยพวกคาทอลกิ พระเจ้าเจมส์ทรงพยายามจะรวมสองอาณาจักร แตก่ ็ถูกรฐั สภาทงั้ สอง
อาณาจักรคดั ค้าน ในปี ครสิ ต์ศักราช 1611 ทรงให้พิมพ์คมั ภรี ไ์ บเบลิ พระเจ้าเจมส์ (King James' Bible) ใน
คริสตศ์ กั ราช 1607 ชาวอังกฤษตงั้ อาณานิคม เจมส์ทาวน์ (Jamestown ต้งั ช่ือตามพระนาม) เป็นจุดเรมิ่ ต้นของ

13

อาณานิคมอเมรกิ า พระเจา้ เจมส์ทรงเชือ่ ใน เทวสทิ ธ์ขิ องพระมหากษตั รยิ ์ (Divine Rights of Kings) วา่ กษัตริย์
น้ันเป็นดั่งพระเจา้ ทรงถูกเสมอและไม่เป็นทีส่ งสัย พระโอรสของพระเจ้าเจมส์ คือ พระเจา้ ชาร์ลส์ท่ี 1 กท็ รงได้รบั
ความเชอ่ื นี้จากพระบดิ า และพระองค์นน้ั กท็ รงอภเิ ษกกบั เฮนเรยี ตตา มาเรยี แห่งฝรงั่ เศส สมเดจ็ พระราชนิ ีแหง่
องั กฤษ (Henriette-Marie) พระธิดาของพระเจ้าหลุยสท์ ี่ 13 แหง่ ฝรง่ั เศส ในปี คริสต์ศักราช 1625 ทำใหบ้ รรดา
ขนุ นางเกรงวา่ องคร์ ชั ทายาทนน้ั จะเปน็ คาทอลิคตามพระมารดา พระเจา้ ชาร์ลส์ทรงต้องการจะเข้ารว่ มสงคราม
สามสบิ ปี แต่เงนิ ที่จะใช้นนั้ ต้องผา่ นความเห็นชอบของรัฐสภา ท่ไี มเ่ ห็นดว้ ยจะให้องั กฤษทำสงครามท่ีตนไม่เก่ยี วเลย
เม่อื รฐั สภาไม่ให้ กท็ รงสง่ ดยุกแหง่ บัคกงิ แฮมไปบุกฝรง่ั เศสเอง แต่พ่ายแพ้ ทำใหร้ ฐั สภาจะปลดท่านดยุก พระเจา้
ชารล์ สจ์ งึ ชงิ ยบุ รฐั สภาเสยี ในปี คริสตศ์ ักราช 1627 พระเจา้ ชาร์ลสท์ รงตั้งองค์การเรียกรอ้ งสิทธิ (Petition of
Right) เพือ่ รีดทรัพย์สินจากประชาชนมาใช้ ทรงไม่เรยี กประชมุ รฐั สภาอีกเลย เรียกว่า สมยั การปกครองส่วน
พระองค์ แมจ้ ะทรงพยายามทุกวธิ ีทางเพ่ือจะหารายได้ แตก่ ไ็ ม่พอพระองคใ์ ช้อยูด่ ี และพระองคย์ งั สนับสนุนนิกาย
แองกลิกันสงู (High Anglican) เป็นเชริ ์ช ออฟ อิงแลนด์ที่เอียงไปทางคาทอลกิ แต่พระองค์ทรงผดิ พลาด โดยทรง
พยายามจะบงั คับให้สกอตแลนด์นบั ถอื นิกายนดี้ ว้ ย แต่สกอตแลนด์นั้นเป็นอสิ ระมาหลายรอ้ ยปี คงไม่ยอมง่ายๆ
พระเจา้ ชารล์ สท์ รงส่ังให้พมิ พ์ Book of Common Prayer แจกในสกอตแลนดใ์ นปี คริสตศ์ กั ราช 1637 ชาวสก็อต
กล็ ุกฮือ พระเจา้ ชารล์ ส์ทรงนำทพั เขา้ ปราบแต่ไมส่ ำเร็จ จนทรงยอมจำนนต่อสกอตแลนด์ในปี ครสิ ต์ศักราช 1640
ทรงตอ้ งการเงนิ ไปปราบสกอตแลนด์ ถึงเรียกประชุมรฐั สภาอกี ครัง้ แตร่ ฐั สภากฉ็ วยโอกาสตำหนิการใช้พระราช
อำนาจอันเกินควรของพระองค์ ทำให้พระองคย์ ุบสภาไปทันที เรยี กว่า รฐั สภาสน้ั (Short Parliament) แตก่ ็ทรง
พา่ ยแพส้ กอตแลนด์อีก จึงทรงเรยี กประชมุ สภาอีกครั้ง เปน็ รัฐสภายาว คราวน้รี ฐั สภาออกกฎหมายจำกดั พระราช
อำนาจหลายประการ ในปี คริสต์ศกั ราช 1641 พวกไอรชิ ท่ีเป็นคาทอลิกก่อจลาจล

รูปภาพประกอบท่ี10

14

9. ราชวงศฮ์ าโนเวอร์ – สมัยจอรเ์ จียน

พระเจ้าจอร์จที่ 1 (คริสต์ศักราช 1714 ถึง คริสตศ์ ักราช 1727) ใน คริสตศ์ กั ราช 1715 พวกวกิ ชนะการเลอื กตั้ง
ออกพระราชบัญญัติเจ็ดปี (Septennial Act) ใหร้ ัฐสภามอี ายุอยา่ งน้อยเจด็ ปี เป็นรากฐานให้พวกวกิ มีอำนาจไปอีก
50 ปี แตอ่ งค์ชายเจมส์ เอด็ วาร์ด สจ๊วต (James Edward Stuart) หรอื The Old Pretender พระโอรสของ พระ
เจ้าเจมสท์ ี่ 2 เปน็ ราชวงศส์ จ๊วตทเ่ี ปน็ คาทอลิกที่กยึดบลั ลังกไ์ ปในเหตุการณก์ ารปฏวิ ัติอันรุ่งโรจน์ มาทวงบัลลงั ก์
เรยี กวา่ กบฏจาโคไบต์ (Jacobite) พวกโทรีแอบไปเขา้ พวกจาโคไบต์ พระเจา้ จอร์จทรงมีความขดั แยง้ กบั
พระโอรส คือ จอร์จ ออกสุ ตุส เจ้าชายแห่งเวลส์ (George Augustus, Prince of Wales) ใน ครสิ ต์ศกั ราช 1717
พระเจา้ จอรจ์ ทรงนำอังกฤษเข้า สงครามจตรุ สมั พนั ธมิตร (War of the Quadraple Alliance) เพ่ือทำสงคราม
กับสเปน สเปนจึงสนบั สนนุ กบฏจาโคไบต์ แต่ไม่สำเรจ็ ใน ครสิ ตศ์ ักราช 1719 บรษิ ัทเซาธ์ซี เสนอรฐั สภาวา่ จะแบก
รับภาระการใชห้ นี้พันธบตั รจากรฐั บาล โดยขอความปลอดภยั ของห้นุ เป็นการแลกเปลี่ยน บรษิ ัทเซาธ์ซีเสนอให้
เจา้ ของพันธบตั รตา่ งๆ เปล่ียนพนั ธบัตรเปน็ หุ้น ทำใหร้ าคาพนั ธบัตรสูงข้นึ อยา่ งรวดเรว็ ทำให้รัฐสภาตอ้ งออก
พระราชบัญญตั หิ ้ามการแลกเปลย่ี น ผลคอื การซ้ือขายพันธบตั รกลายเป็นตลาดใตด้ นิ เม่ือหาซือ้ กนั ได้ง่ายๆ ราคาจงึ
ตกวูบ บรรดาขุนนางก็ขาดทุนกนั มหาศาล เรยี กวา่ เหตุการณ์ฟองสบู่แตกเซาธซ์ ี

พระเจา้ จอรจ์ ท่ี 2 (คริสตศ์ กั ราช 1727 ถึง คริสต์ศกั ราช 1760) เจ้าชายแห่งเวลสข์ ึน้ ครองราชยเ์ ป็นพระเจา้ จอรจ์
ที่ 2 เชน่ เดยี วกับพระบิดา พระเจา้ จอรจ์ ที่ 2 ทรงมคี วามขัดแยง้ กับพระโอรสคือเฟรเดอริค เจ้าชายแหง่ เวลส์
(Frederick, Prince of Wales) ในรัชสมยั ของพระองค์ เซอร์ โรเบิร์ต วาลโพล (Sir Robert Walpole) มีอำนาจ
มากจนได้ช่อื ว่าเปน็ นายกรฐั มนตรีองั กฤษคนแรก พระเจ้าจอรจ์ ทรงนำองั กฤษเขา้ สงครามหูของเจงกินส์ (War of
Jenkin's Ear) กบั สเปน และ สงครามสบื ราชบัลลังก์ออสเตรีย เม่อื พระเจ้าฟรีดรชี มหาราชแห่งปรัสเซีย (เปน็ พระ
นัดดาของพระเจา้ จอรจ์ ) ต้องการจะแย่งบัลลังก์ออสเตรีย พระเจา้ จอร์จกท็ รงนำทัพไปปกป้องแคว้นแฮนโนเวอร์
แต่ฝรั่งเศสก็ปลุกป่นั กบฏจาโคไบตใ์ นสกอตแลนด์ใน คริสต์ศกั ราช 1745 นำโดยเจ้าชายชาลส์ เอด็ เวริ ์ด สจ๊วต
(Charles Edward Stuart) หรอื บอนน่ี ปริน้ ซ์ ชาร์ลี (Bonnie Prince Charlie) หรือ The Young Pretender เป็น
พระโอรสของ The Old Pretender นำทัพสกอตบุกอังกฤษ พระเจ้าจอรจ์ ทรงสง่ พระโอรสคือ เจ้าชายวลิ เลียม ออ
กุสตสุ ดยุกแห่งคัมเบอร์แลนด์ ไปปราบเจา้ ชายชาลส์ในยุทธการท่ีคลั โลเดน (Culloden) เป็นสงครามครงั้ สดุ ทา้ ย
บนหม่เู กาะบรเิ ทนตลอดไปใน ครสิ ต์ศกั ราช 1757 พนั เอกรอเบริ ต์ ไคลฟ์ มีชัยในยุทธการทีป่ ลาศีและได้แควน้ เบง
กอล มาครอบครอง เปน็ จุดเริ่มตน้ ของการยดึ ครองอนทุ วีปอนิ เดยี ของบริเตน ใน คริสต์ศักราช 1754 การแข่งขนั ใน
การแผ่ขยายอาณานิคมในอเมรกิ าทำใหบ้ รเิ ตนทำสงครามกับฝรงั่ เศสในอเมริกา แตฝ่ ร่ังเศสไดช้ าวอนิ เดียนพ้นื เมือง
มาเปน็ พวก เรียกวา่ สงครามฝรง่ั เศสและอนิ เดียน (French and Indian War) และใน ครสิ ตศ์ ักราช 1756 การ
แผ่ขยายอำนาจของพระเจา้ เฟรเดอริคแห่งปรสั เซยี ทำให้ชาติตา่ งๆที่เคยเปน็ ศตั รูกันรวมตวั กนั ทำสงครามกบั

15

ปรัสเซีย แต่สงครามอาจทำใหแ้ คว้นฮาโนเวอร์ตกอยใู่ นอนั ตราย ฝรั่งเศสอาจยดึ บริเตนจึงเข้าพวกปรัสเซยี เพ่อื ทำ
สงครามเจ็ดปี (Seven Years' War) บรเิ ตนจงึ ต้องทำสงครามสองที่ ทั้งในยุโรปและอเมรกิ า

พระเจ้าจอร์จที่ 3 (ครสิ ต์ศักราช 1760 ถึง ครสิ ต์ศักราช 1801) บรเิ ตนทำสงครามกบั ฝรงั่ เศสตามอาณานิคม
ต่างๆท่วั โลก ขนุ พลวอล์ฟ (Wolfe) ชนะทัพฝรัง่ เศสในการรบท่ที ีร่ าบอบั ราฮัม (Plains of Abraham) ฝรงั่ เศสยึด
เกาะมนิ อร์กา แต่บรเิ ตนยดึ เซเนกัล ใน คริสต์ศักราช 1758 วอลฟ์ นำบริเตนยดึ เมอื งคิวเบก เมืองหลวงของอาณา
นิคมฝรง่ั เศสได้ ใน ครสิ ต์ศักราช 1763 สนธิสัญญาปารีส ยกแคนาดาของฝรงั่ เศสท้ังหมดให้บริเตน และไดฟ้ ลอริดา
จากสเปน ทำให้อาณานคิ มของบรเิ ตนในอเมริกาแผ่ขยายมหาศาล จอรจ์ เกรนวิลล์ (George Grenville) หวั หนา้
พวกวกิ เปน็ นายกรัฐมนตรี ออกพระราชบัญญัติอ้างเขตดินแดน (Royal Proclaimation) ในอาณานคิ มเพ่ือกำหนด
เขตแดนระหวา่ งอาณานิคมกับท่ดี ินของชาวพน้ื เมือง เพือ่ หยุดสงครามกบั ชาวพื้นเมือง ใน ครสิ ตศ์ กั ราช 1765
เกรนวลิ ล์ออกพระราชบญั ญตั ิแสตมป์ (Stamp Act) เพื่อให้ติดแสตมปอ์ ากรในเอกสารราชการทุกอยา่ งของบรเิ ตน
ในอาณานคิ ม ทำให้ชาวอาณานคิ มไม่พอใจอยา่ งมาก พระเจา้ จอรจ์ จงึ ทรงปลดเกรนวลิ ลแ์ ละทรงต้งั วลิ เลียม
พิตต์ผพู้ อ่ (William Pitt the Elder) ขน้ึ มาเป็นนายกรฐั มนตรี แตง่ ต้ังเปน็ เอิรล์ แห่งเชตแฮม (Earl of Chetham)
ถอนพระราชบญั ญัติแสตมป์ ทำใหช้ าวอเมริกาสรา้ งอนสุ าวรียใ์ หท้ ั้งพระเจ้าจอร์จและเชตแฮม เอิร์ลแห่งเชตแฮมลม้
ปว่ ย ทำใหพ้ วกโทรีขึน้ มามีอำนาจนำโดยลอรด์ นอร์ธ (Lord North) ลอร์ดนอรธ์ ยกเลกิ ภาษที กุ ประการเพอ่ื เอาใจ
ชาวอเมริกา แตย่ กเวน้ ภาษชี า เพื่อรกั ษาพระเดชานุภาพในการเกบ็ ภาษี ใน ครสิ ต์ศกั ราช 1773 เกิดเหตุการณ์ งาน
เลีย้ งนำ้ ชาบอสตนั (Boston Tea Party) โยนชาทิง้ ทะเล ทำให้ลอร์ดนอร์ธออกพระราชบัญญตั ลิ งทัณฑ์
(Punitive Act) ปิดทา่ เรือบอสตันและยกเลิกเสรีภาพของอาณานิคมอ่าวแมซซาชเู ซตต์ (Massachusette Bay)
ชาวอเมรกิ าก็ยิ่งลกุ ฮอื อีก เกดิ เปน็ การปฏวิ ัตอิ เมรกิ า (American Revolution) สงครามจงึ เรมิ่ ใน ครสิ ต์ศักราช
1775 ใน ครสิ ตศ์ ักราช 1776 ปีต่อมาอาณานคิ มจงึ ประกาศเอกราชเป็นสหรฐั อเมริกา (United States of
America) บริเตนพ่ายแพ้ทัพอาณานิคมท่ีซาราโทกา (Saratoga) ใน ครสิ ต์ศักราช 1778 ฝรั่งเศสเหน็ โอกาสจึงเขา้
ฝ่ายอาณานิคม ใน ครสิ ตศ์ ักราช 1781 บรเิ ตนเข้ายดึ เมืองยอรค์ ทาวน์ (Yorktown) ไม่สำเรจ็ พระเจ้าจอรจ์ จึงทรง
ยอมรบั ความพา่ ยแพ้ สนธิสัญญาปารสี ใน ครสิ ต์ศกั ราช 1783 ทำให้องั กฤษสญู เสียอาณานคิ มสิบสามรฐั ในอเมริกา
กลายเปน็ สหรฐั อเมริกา และยกฟลอริดาใหส้ เปน เหลอื แต่แคนาดาที่ยังเป็นของบรเิ ตน สงครามเสยี อเมริกาทำให้
ลอรด์ นอรธ์ เสียอำนาจ จึงคบคิดกบั ฟอกซ์ (Charles James Fox) เพ่ือรักษาอำนาจ พระเจา้ จอรจ์ ทรงไมพ่ อพระทยั
จึงอาศัยอำนาจจากสภาขนุ ขางทำลายอำนาจของนอร์ธ ตงั้ วลิ เลียม พติ ผู้ลกู (William Pitt the Younger) เป็น
นายกฯแทน พระเจ้าจอร์จทรงเรมิ่ มีพระอาการทางพระสตใิ น คริสต์ศักราช 1765 แม้จะทรงพยายามจะรักษา
พระองค์ แต่พระอาการก็ทรดุ หนักใน ครสิ ต์ศักราช 1788 ใน คริสตศ์ ักราช 1789 พระโอรส เจา้ ชายแห่งเวลส์ จึง
เปน็ ผสู้ ำเรจ็ ราชการแทน

16

รปู ภาพประกอบที่11

10. ก่อต้ังสหราชอาณาจกั ร
ใน คริสตศ์ กั ราช 1789 เกดิ การ ปฏวิ ตั ิฝร่ังเศส ระบอบกษัตริย์ถูกลบล้าง และกำลังแผข่ ยายอำนาจ บริเตนเขา้
สงครามกบั ฝรง่ั เศสในสมั พันธมิตรครงั้ ท่ี 1 (First Coalition) กับชาติอ่ืนๆในยุโรป ใน ครสิ ตศ์ ักราช 1793 แต่พ่าย
แพ้ใน ครสิ ต์ศักราช 1798 การขยายอำนาจของ นโปเลียน ทำให้ชาติต่างๆเข้ารว่ มสมั พันธมติ รคร้ังท่ี 2 (Second
Coalition) อกี คร้ังแต่สัมพนั ธมติ รก็พ่ายแพ้ใน คริสต์ศักราช 1800 เหลือเพียงบริเตนท่ยี ังคงทำสงครามกบั ฝรงั่ เศส
สงครามท่ีวุ่นวายทำให้ไอร์แลนด์ฉวยโอกาสก่อกบฏ วิลเลยี ม พติ ต์จงึ ออก พระราชบัญญัติสหภาพ คริสต์ศกั ราช
1800 ผนวกไอรแ์ ลนด์เข้ากบั บรเิ ตน เป็น สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอรแ์ ลนด์ (United Kingdom of
Great Britain and Ireland)

บทสรุป
ประเทศองั กฤษถือเป็นอีกหน่ึงประเทศทีม่ ีขนาดใหญ่และประชากรมากเมื่อเทยี บกบั หลายๆประเทศ และ

เป็นประเทศทีม่ ีประวตั ิศาสตร์ความเปน็ มายาวนาน โดยมีการพดู ถงึ ตั้งแตบ่ ันทึกโบราณของชาวองั กฤษในการตงั้ ถ่ิน
ฐาน การปกครอง มาจนถึงการปกครองประเทศอังกฤษในแต่ละราชวงศ์ และประวัตขิ องกษตั รยิ ์องั กฤษแต่ละ
พระองค์ อีกทงั้ ยังมีการบอกถึงการปกครองในแตล่ ะราชวงศ์ จนถงึ การผนวกดินแดนกลายเป็นสหราชอาณาจกั รท่ี
มีประเทศอังกฤษเปน็ ส่วนหน่ึง และเป็นชาตทิ ี่คนท่วั โลกตา่ งก็รจู้ ัก

17

บรรณานกุ รม

สายชล บตุ รดพี ธุ . (2551). ประวัตศิ าสตร์อังกฤษ. สืบคน้ เมอ่ื 11 กนั ยายน 2564,
จาก https://sites.google.com/site/saichon271519/prawati-prathes-xangkvs


Click to View FlipBook Version