The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tuahuay, 2023-08-15 03:17:48

การขับเคลื่อนเครือข่ายนักวิจัย โดยใช้กลไกศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางการเรียนรู้ (Hub of Knowledge)

11/8/66

การขับ ขั เคลื่อ ลื่ นเครือ รื ข่า ข่ ยนัก นั วิจั วิ ย จั โดยใช้กลไกศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) สรุป รุ ประเด็น ด็ โดย : มาณริกริา จัน จั ทาโภ สำ นักวิช วิ าการ โทร. 0 2831 9306, 9309 เอกสารวิช วิ าการ สรุป รุ ผลการประชุม ชุ สัม สั มนา "มหกรรมงานวิจัวิย จั แห่งชาติ 2566" Thailand Research Expo 2023 และศูนย์กลางการเรียนรู้ (Hub of Knowledge) 00403166


1 การขับเคลื่อนเครือข่ายนักวิจัย โดยใช้กลไกศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางการเรียนรู้ (Hub of Knowledge) ผู้น าเสนอ 1. ศ.กิตติคุณ นพ. สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กสว. 2. รศ.ดร. เสริมเกียรติ จอมจันทร์ยอง ผู้ทรงคุณวุฒิ ส านักงานการวิจัยแห่งชาติ 3. รศ.ดร. คมกฤต เล็กสกุล ผู้อ านวยการกลุ่มภารกิจการพัฒนา ววน. ด้านก าลังคนและสถาบันความรู้สกสว. 4. ผศ.ดร. พรศักดิ์ ศรีสังสิทธิสันติ หัวหน้าศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญระบบราง ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) 5. ผศ.ดร. ต่อภัสสร์ ยมนาค ผู้อ านวยการศูนย์กลางความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริม ธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ด าเนินรายการ รศ.ดร. คมกฤต เล็กสกุล ผู้อ านวยการกลุ่มภารกิจการพัฒนา ววน. ด้านก าลังคนและสถาบันความรู้สกสว.


2 การเสวนาเรื่อง การขับเคลื่อนเครือข่ายนักวิจัย โดยใช้กลไกศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางการเรียนรู้ (Hub of Knowledge) ด าเนินรายการโดย รศ.ดร. คมกฤต เล็กสกุล ผู้อ านวยการกลุ่มภารกิจการพัฒนาวงการวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตรรม (ววน.) ด้านก าลังคนและสถาบันความรู้ส านักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ในงานสรุปมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2566 (Thailand Research Expo 2023) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม 2566 เวลา 13.30 - 16.30 นาฬิกา ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ สรุปได้ดังนี้ การพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางการเรียนรู้(Hub of Knowledge) ที่มาและความส าคัญ วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมในโลกยุคโลกาภิวัตน์พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว การประสาน ติดต่อและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ส่งผลให้เกิดความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ระหว่างประเทศได้โดยสะดวกการรวมตัวของนักวิจัยที่มีความสนใจร่วมกันก่อให้เกิด ความเชี่ยวชาญ ทั้งในระดับสถาบันวิจัยและในระดับประเทศส่งผลให้แต่ละประเทศมีประเด็น ที่เชี่ยวชาญโดยเฉพาะในลักษณะของสถาบันวิจัยหรือกลุ่มสถาบันวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ เป็นที่สนใจของนานาประเทศในการติดต่อคบหาเพื่อสร้างความร่วมมือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกิดเป็น ศูนย์กลาง การวิจัยและการเรียนรู้ไม่ว่าในระดับภูมิภาคหรือในระดับโลกประเทศไทยถือได้ว่า มีความสัมพันธ์อันดีในเชิงการทูตกับนานาประเทศและเป็นที่รู้จักในฐานะประเทศเป้าหมาย ด้านการท่องเที่ยวส าคัญของโลกในระดับภูมิภาคประเทศไทยเป็นประเทศที่มีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน ในการผลักดันความร่วมมือของอาเซียน และยังมีภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบในเชิงโลจิสติกส์ด้วยความ เป็นศูนย์กลาง ในด้านต่าง ๆ มากมาย จึงเห็นควรว่าประเทศไทยควรมีเป้าหมายพัฒนาความ เป็นศูนย์กลางในด้าน ววน. ไม่ว่าจะในรูปของศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญหรือศูนย์กลางการเรียนรู้ อีกด้านหนึ่งโดยเฉพาะ ในระดับอาเชียน ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญและศูนย์กลางการเรียนรู้จะต้อง น าส่งผลสัมฤทธิ์ที่ส าคัญระดับผลลัพธ์ที่ก าหนดไว้ในยุทธศาสตร์ของแผนด้านวิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม พ.ศ. 2566 - 2570 แผนงาน F14 (S4P23) พัฒนาการเป็นศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางการเรียนรู้ (Hub of Knowledge) ของอาเชียน รวมถึง ด้านศาสตร์โลกตะวันออก และมรดกทางวัฒนธรรม โดยมีเป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ที่ส าคัญระดับ ผลลัพธ์


3 3 เป้าหมาย 1. ประเทศไทยมีศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) โดยความร่วมมือของสถาบัน/ ศูนย์วิจัยในสถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานภาคเอกชน พร้อมทั้งกลไก และมาตรการที่สามารถดึงดูดคนไทย และต่างชาติที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ/ระดับสูงให้อยู่ ในประเทศและร่วมโครงการด้าน ววน. กับประเทศไทย 2. ประเทศไทยมีศูนย์กลางการเรียนรู้ (Hub of Knowledge) ของอาเซียน โดยความร่วมมือของสถาบัน/ศูนย์วิจัยในสถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงาน ภาคเอกชนที่มุ่งเน้นสร้างองค์ความรู้ที่มีเอกลักษณ์ในศาสตร์ สาขา ประเด็น หรือบริบท รวมถึง ศาสตร์โลกตะวันออกที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ อีกทั้ง เพื่อดึงดูดคนไทย และต่างชาติรวมทั้งผู้เชี่ยวชาญ ให้มาศึกษาเรียนรู้และร่วมพัฒนาองค์ความรู้ อีกทั้งเพื่อให้ประเทศไทย ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ การสนับสนุนงบประมาณ การจัดสรรงบประมาณภายใต้การด าเนินงานของศูนย์ฯ จะด าเนินการจัดสรร งบประมาณส าหรับจัดกิจกรรมการเผยแพร่ผลงานวิจัยองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม ในช่องทาง ต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงมีกิจกรรมประชาสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี การจัดประชุมวิชาการระดับโลกที่สามารถดึงนักวิจัยที่มีชื่อเสียงระดับโลกให้เข้าร่วมได้งบประมาณ ในส่วนนี้พิจารณาให้ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อศูนย์ โดยเป็นตามความเห็นของคณะกรรมการก ากับ รายประเด็น จากนั้นวิทยากรได้บรรยาย สรุปได้ดังนี้


4 1. ศ.กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กสว. ได้บรรยายเกี่ยวกับ แนวคิด “ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) ศูนย์กลางการเรียนรู้(Hub of knowledge)” สรุปได้ดังนี้ ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) หมายถึง สถาบัน/ศูนย์วิจัย ในสถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เป็นศูนย์กลางก าลังคนทักษะสูงที่ได้รับ การยอมรับในระดับนานาชาติ และมีกลไก/มาตรการ/โครงสร้างพื้นฐานที่สามารถดึงดูด บุคลากร วิจัย ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ/ระดับสูง ให้ด าเนินโครงการ ด้าน ววน. ร่วมกันในประเทศ ศูนย์กลางการเรียนรู้(Hub of Knowledge) หมายถึง สถาบัน/ศูนย์วิจัยในสถาบัน อุดมศึกษา หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคเอกชนที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่ได้รับการยอมรับ ในระดับนานาชาติ มุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ที่มีเอกลักษณ์ในศาสตร์ สาขา ประเด็น หรือบริบท ที่ประเทศไทยมีความโดดเด่นและดึงดูดคนไทยและต่างประเทศ ให้มาศึกษาเรียนรู้ และร่วมพัฒนา องค์ความรู้เพื่อใช้เป็นฐานความรู้ในการต่อยอด น าไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศในด้าน ต่าง ๆ ต่อไป ความท้าทายในการขับเคลื่อนเครือข่ายนักวิจัย เป็นความพยายามของกองทุน ในการแก้ปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่ต้องอาศัยความรู้จากหลากหลายสาขาการวิจัย ซึ่งความรู้ ที่หลากหลายนั้นเกิดขึ้นจากนักวิชาการ อาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งอยู่ในแต่ละสถาบัน จึงพยายาม หากระบวนการวิธีที่ท าให้เครือข่ายมาท างานร่วมกัน จัดการให้เป็นระบบ มีกระบวนการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ที่ใช้ได้เป็นรูปธรรม ในอดีตที่ผ่านมาเคยพยายามท าให้เป็นศูนย์ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่ก็ติดอยู่ในเรื่องของสถาบัน การยึดติดหน่วยงาน ด้วยเหตุนี้ในระยะเวลาที่ผ่านมาทาง คณะกรรมการฯ ให้ วช. ท าหน้าที่ในการประสานจัดการให้เกิดการสร้างกลุ่ม ให้มีนักวิจัย ที่หลากหลายในแต่ละเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน ตัวอย่างเช่น เรื่องระบบรางก็ต้องมีวิศวกรระบบ มีความรู้ เรื่องเกี่ยวกับวัสดุ ระบบควบคุม ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ให้มาท างานด้วยกัน มีความหลากหลาย ขณะเดียวกันให้มีการศึกษาวิจัยต่อเนื่อง ในระยะเวลาที่หลายเรื่องนั้นต้องมี การรวบรวมความรู้ที่ก าหนดกระบวนการให้เกิดการสร้างคนเพิ่มมากขึ้นด้วย การรวมกลุ่มคนให้มี การเรียนรู้แล้วก็ถ่ายทอดความรู้ให้แก่กันและกันให้เก่งมากขึ้น ตัวอย่าง ศูนย์กลางความรู้เพื่อความ


5 4 ร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค มีการรวบรวมความรู้ ส่งต่อให้หน่วยงานด าเนินการตรวจสอบความโปร่งใส ตรวจความผิดปกติ การท างานร่วมมือกัน เป็นสิ่งที่ส าคัญงบประมาณสามารถมาจากช่องทางที่หลากหลาย 2. รศ.ดร. เสริมเกียรติ จอมจันทร์ยอง ผู้ทรงคุณวุฒิ ส านักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้บรรยายเกี่ยวกับ โครงการประเทศไทยไร้หมอกควัน (ภาคเหนือ) สรุปได้ดังนี้ วัตถุประสงค์ 1. เพื่อการพัฒนาระบบพยากรณ์คุณภาพอากาศและแอพพลิเคชั่นเพื่อสนับสนุน การบริหารจัดการปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย 2. เพื่อด าเนินการทบทวนและถอดบทเรียนการบริหารจัดการหมอกควันในเขตพื้นที่ ภาคเหนือ 9 จังหวัด 3. เพื่อวิเคราะห์เชิงนโยบายและแผ่นในการจัดการปัญหาหมอกควันในภาคเหนือ 9 จังหวัด ภารวมแผนงาน ดังนี้ 1. สร้างเทคโนโลยี 2. ส่งองค์ความรู้ 3. เสริมเครือข่าย รายละเอียดปรากฏดังภาพประกอบ


6 เริ่มเน้นการสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วม ปัญหา PM2.5 เป็น Area Base มีสาเหตุ แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เป็นปัญหาระดับโลก เป็นปัญหาของทุกคน ดังนั้น จึงต้องมีความร่วมมือกัน จากทุกฝ่ายสร้างศูนย์กลางการเรียนรู้ (Hub of Knowledge) แลกเปลี่ยนองค์ความรู้โดยที่ไม่ต้อง ท าการวิจัยใหม่ ถ่ายทอดเทคโนโลยี ความท้าทายการท างานร่วมกันโดยมีจุดประสงค์ร่วมกันควรมี 3E ดังนี้ การศึกษาให้ความรู้ (Education) ในทุกระดับ ใช้เทคโนโลยีในการแก้ปัญหา(Engineering) สร้างเครือข่ายแผนปฏิบัติการ (Enforcement) มีการน าไปใช้อย่างจริงจัง ผู้สนใจ อ่านเอกสารประกอบสแกน Qr-Code


7 3. รศ.ดร. คมกฤต เล็กสกุล ผู้อ านวยการกลุ่มภารกิจการพัฒนา ววน. ด้านก าลังคนและสถาบันความรู้ สกสว. ได้บรรยายเกี่ยวกับการขับเคลื่อนเครือข่ายนักวิจัย โดยใช้กลไก ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางการเรียนรู้ (Hub of Knowledge) สรุปได้ดังนี้ ตัวอย่างศูนย์กลางเรียนรู้(Hub of Knowledge) ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ศูนย์กลางความรู้ด้านอาหารเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ


8 ตัวอย่างการสร้างเครือข่ายความร่วมมือน าไปสู่ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 การสร้างภาคีเครือข่ายวิจัยชีวสารสนเทศ


9 ตัวอย่างการสร้างเครือข่ายความร่วมมือน าไปสู่ศูนย์กลางเรียนรู้(Hub of Knowledge) ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 การสร้างภาคีเครือข่ายวิจัยสมุนไพร แนวโน้มและทิศทางความต้องการก าลังคนทักษะสูงด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ท้าทายของประเทศรวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับ การพึ่งพาตนเองในระดับประเทศ


10 ความต้องการบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจ ดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ 230 เกษตรอาหาร 130 ระบบโลจิสติกส์และระบบราง 100 การแพทย์สุขภาพ 90 การท่องเที่ยว 75 พลังงาน วัสดุ และเคมีชีวภาพ 75 ยานยนต์ไฟฟ้า 70 แผนงานย่อย F13 การผลิตและพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมให้มีทักษะสูง ตรงตามความ ต้องการของประเทศ (770 คนต่อปี) ค านวณจากปัจจัย ดังนี้ ㆍ ความต้องการก าลังคนรวม (คน)* ㆍ ความต้องการก าลังคนทักษะสูง (คน)* ㆍมูลค่าการลงทุน ปี 2565 ของประเทศไทย (แสนล้านบาท) ㆍGDP สุทธิ ปี 2565 (แสนล้านบาท) *อ้างอิงการจัดล าดับความส าคัญจากสมรรถนะของบุคลากรในอนาคต ส าหรับ 12 กลุ่ม อุตสาหกรรม เป้าหมาย พ.ศ. 2563 - 2567, สอวช. ผู้สนใจ อ่านเอกสารประกอบสแกน Qr-Code


11 4. ผศ.ดร. พรศักดิ์ ศรีสังสิทธิสันติ หัวหน้าศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญระบบราง ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้บรรยายเกี่ยวกับ ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญระบบราง สรุปได้ดังนี้ พันธกิจหลัก 1. สร้างฐานข้อมูลความเชี่ยวชาญของนักวิจัย ผลงาน เครื่องมือวิจัย โครงสร้างพื้นฐาน และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญในประเทศและต่างประเทศ เพื่อการใช้ทรัพยากรร่วมกัน และวางแผนจัดหาทรัพยากรเพิ่มเติม รวมถึงข้อมูลความต้องการของผู้ประกอบการด้านระบบขนส่ง ทางราง 2. ร่วมสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การรับรองมาตรฐานและการน าไปใช้งานจริง 3. ถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศสู่การพัฒนาก าลังคนด้านระบบขนส่งทางราง ในประเทศไทย ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) ระบบราง มีการมองถึงในระดับอาเซียน และเอเชีย ที่มีปัญหาคล้ายกัน เป็นระบบรางในพื้นที่เขตร้อนชื้น การรวมกลุ่มในเรื่องระบบราง มีหลายหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้วอาจจะไม่ต้องการเข้าร่วม ศูนย์พร้อมสนับสนุนนักวิจัยรุ่นใหม่เข้ามาร่วมเพื่อให้เกิดพลังในความร่วมมือ ติดต่อ ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ผู้สนใจ อ่านเอกสารประกอบสแกน Qr-Code


12 5. ผศ.ดร. ต่อภัสสร์ ยมนาค ผู้อ านวยการศูนย์กลางความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชัน และส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้บรรยายเกี่ยวกับ โครงการศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการ ต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค สรุปได้ดังนี้ ศูนย์กลางความรู้(Hub of Knowledge) พร้อมให้ข้อมูลกับหน่วยงานต่าง ๆ น าไปใช้ ประโยชน์และต่อยอด พยายามเชื่อมโยงตั้งแต่ข้อมูลของต่างประเทศลงมาถึงการใช้ประโยชน์ ในชุมชนมีopen data จนท าให้เป็นส่วนหนึ่งของการน าไปสู่การตรวจสอบงบประมาณเสาไฟฟ้า กินรี วัตถุประสงค์ของศูนย์ KRAC 1. พัฒนาศูนย์กลางความรู้ด้านการต่อต้านคอร์รัปชัน และการบริหารจัดการองค์ความรู้ และสื่อให้ความรู้เผยแพร่สู่สาธารณะ (Anti-Corruption Knowledge Platform) 2. พัฒนาและขยายเครือข่ายการต่อต้านคอร์รัปชันประเทศไทย ให้เกิดเป็นกลไกส่งเสริม การต่อต้านคอร์รัปชันร่วมกับเครือข่ายระดับนานาชาติที่เป็นรูปธรรม (Anti-Corruption Network)


13 3. พัฒนาระบบสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพการต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อต่อยอด และใช้ประโยชน์จาก องค์ความรู้สู่การปฏิบัติ (Anti-Corruption Academy) เป้าหมาย เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้การต่อต้านคอร์รัปชันในระดับภูมิภาค ที่มีองค์ความรู้ และเครือข่ายท างาน ที่ได้รับการยอมรับระดับสากลประสานและสนับสนุนการท างานกับเครือข่าย ระดับนานาชาติ เกิดการพัฒนาศักยภาพของผู้ปฏิบัติงาน ให้มีความเชี่ยวชาญที่สูงขึ้นสร้างผลผลิต เชิงองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์ทั้งระดับประเทศและระดับภูมิภาค เผยแพร่สู่สาธารณะเพื่อขยาย ผลกระทบทางสังคมน าองค์ความรู้กลับมาศึกษา เพื่อแก้ไขปัญหา หรือรับมือกับประเด็นสถานการณ์ คอร์รัปชันที่เกิดขึ้นภายในสังคมได้อย่างทันท่วงที


14 จุดเด่นของแพลตฟอร์มฐานข้อมูลด้านการต่อต้านคอร์รัปชัน 1. การจัดการความรู้ ส่วนใหญ่มีการศึกษาวิจัย และตีพิมพ์ผลงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลิตผลงานความรู้ที่สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน 2. การบริหารจัดการเครือข่าย ส่วนใหญ่มีการสร้างเครือข่ายผู้ปฏิบัติงนด้านต่อต้าน คอร์รัปชัน เพื่อท าหน้าที่ให้ค าปรึกษาและผลิตผลงานใหม่ ๆ 3. การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ส่วนใหญ่มีการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เอง เช่น มีหลักสูตs E-Learning และ/หรือ มี Anti-Corruption Training เฉพาะด้าน ปัญหาอุปสรรค คือ งบประมาณ ส่งผลให้ขาดความต่อเนื่อง และเสนอแนะให้ร่วมกันขับเคลื่อน เพื่อวัตถุประสงค์เดียวกัน ผู้สนใจ อ่านเอกสารประกอบสแกน Qr-Code


15 บทสรุป การขับเคลื่อนเครือข่ายนักวิจัย โดยใช้กลไกศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางการเรียนรู้ (Hub of Knowledge) เป็นรูปแบบใหม่ซึ่งทุกคน ต้องท างานด้วยกัน ร่วมรับผิดชอบร่วมกันแล้วก็ร่วมรับผลประโยชน์ที่ดีร่วมกัน ค าว่าบูรณาการ หรือการท างานร่วมกัน ไม่ใช่เฉพาะภาควิชาการ เวลาน าความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงผู้ปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ ภาคชุมชน ประชาสังคม ภาคธุรกิจการค้า ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริษัทเอกชน ต้องท างานร่วมกัน ซึ่งกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เปิดโอกาสให้มีการ ท างานร่วมกันแบบนี้มากขึ้น โดยเอาปัญหาจากผู้ที่จะใช้ผลผลิตผู้ที่ประสบปัญหานั้นมาเป็นหลัก เป็นตัวตั้ง สรุปประเด็นโดย นางสาวมาณริกา จันทาโภ วิทยากรช านาญการพิเศษ กลุ่มงานวิจัยและข้อมูล ส านักวิชาการ


อ อ ก แ บ บ ป ก : สุ ว สุ ร ร ณ า สุ พ สุ ง ษ์


Click to View FlipBook Version