นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง นางสาวอรจิต สิงคาลวณิช รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม พลโท ชาตอุดม ติตถะสิริ เลขานุการคณะกรรมาธิการ นายวิทวัส บุญญสถิตย โฆษกคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภานิติบัญญัติแหงชาติ พลอากาศเอก ชนะ อยูสถาพร ประธานคณะกรรมาธิการ นายบุญชัย โชควัฒนา รองโฆษกคณะกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ นายสาธิต ชาญเชาวนกุล รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ
ศาสตราจารยสม จาตุศรีพิทักษ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ พลเอก รังสาทย แชมเชื้อ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ นางเสาวณี สุวรรณชีพ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ พันตํารวจโท พงษชัย วราชิต ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ นายบุญทักษ หวังเจริญ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ พลอากาศเอก ตรีทศ สนแจง กรรมาธิการ คุณพรทิพย จาละ กรรมาธิการ
พลเอก สมหมาย เกาฏีระ กรรมาธิการ พลอากาศเอก ศิวเกียรติ์ ชเยมะ กรรมาธิการ พลอากาศเอก สฤษดิ์พงษ โกมุทานนท กรรมาธิการ นายสุพันธุ มงคลสุธี กรรมาธิการ พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน กรรมาธิการ นายอําพน กิตติอําพน กรรมาธิการ พลเรือเอก อมรเทพ ณ บางชาง กรรมาธิการ พลอากาศเอก อานนท จารยะพันธุ กรรมาธิการ นายวรพล โสคติยานุรักษ กรรมาธิการ
คณะอนุกรรมาธิการดานการจัดเก็บรายไดของแผนดิน ในคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภานิติบัญญัติแหงชาติ นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ พลเอก รังสาทย แชมเชื้อ นายวิทวัส บุญญสถิตย นายราเชนทร พจนสุนทร รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ นายวินัย วิทวัสการเวช นายวีระชัย นพสุวรรณวงศ นายดําริ สุโขธนัง อนุกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ นางสาววิไลพร ลิ่วเกษมศานต นายสุชาต ปลื้มอารมย นางวิวรรณ บุณยประทีปรัตน อนุกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการและเลขานุการ
ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการดานการจัดเก็บรายไดของแผนดิน ในคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภานิติบัญญัติแหงชาติ นายพรสิทธิ์ ศรีอรทัยกุล นางพรนภา ไทยเจริญ นางศรีวรรณา เจียรวัฒนชัย นายเพิ่มศักดิ์ สัจจะเวทะ นายรักษา พุทธรักษา ศาสตราจารยสม จาตุศรีพิทักษ นายสุพันธุ มงคลสุธี ่
ก บทสรุปผูบริหาร คณะอนุกรรมาธิการดานการจัดเก็บรายไดของแผนดิน ในคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภานิติบัญญัติแหงชาติพิจารณาเห็นวา เพื่อใหการจัดเก็บรายไดของแผนดิน การบริหารกิจการที่รัฐมีรายได และการบริหารจัดการทรัพยสินของแผนดิน ในสวนที่เกี่ยวของกับบทบาท อํานาจหนาที่ของกรมธนารักษเปนไปอยางมีประสิทธิภาพมากขึ้น คณะอนุกรรมาธิการจึงไดมีการ พิจารณาศึกษาผลการดําเนินงานของกรมธนารักษโดยแบงออกเปนสองสวน คือ กรณีการดําเนินโครงการ การประเมินราคาทุนทรัพยที่ดิน และกรณีการดําเนินโครงการการบริหารจัดการที่ราชพัสดุ สวนที่หนึ่ง : กรณีการดําเนินโครงการการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดิน ผูแทนกรมธนารักษ ไดใหขอมูลวา เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายขยายฐานการจัดเก็บภาษีจากทรัพยสินโดยไดมีแผนที่จะนํา พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสรางมาใชบังคับ โดยเนื้อหาตามรางพระราชบัญญัติดังกลาว ไดกําหนดใหนําบัญชีกําหนดราคาประเมินทุนทรัพยของอสังหาริมทรัพยมาใชเปนฐานในการคํานวณภาษี ดังกลาว และเพื่อเปนการเตรียมความพรอมรองรับพระราชบัญญัติดังกลาว กระทรวงการคลังจึงไดมี นโยบายในการเรงรัดใหกรมธนารักษดําเนินการขยายพื้นที่การประเมินราคาที่ดินรายแปลงใหครอบคลุม พื้นที่ทั่วประเทศ จํานวนประมาณ ๓๒ ลานแปลงใหแลวเสร็จกอนที่พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสราง จะมีผลบังคับใชในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๐ และโดยที่ขณะนี้กรมธนารักษไดมีการประเมินราคาที่ดิน จากรายบล็อกเปนรายแปลงเสร็จแลว จํานวน ๑๒ ลานแปลง และยังมีที่ดินคงเหลือที่ตองดําเนินการ ประเมินราคาที่ดินจากรายบล็อกเปนรายแปลงอีก จํานวน ๒๐ ลานแปลงอนึ่ง ในป พ.ศ. ๒๕๕๙ เปนตนไป กรมธนารักษมีแผนการดําเนินงานขยายพื้นที่ประเมินราคาที่ดินรายแปลง โดยปรับเปลี่ยนราคาประเมิน ที่ดินรายบล็อก จํานวน ๒๐ ลานแปลง ใหเปนราคาประเมินที่ดินรายแปลง ระยะเวลาดําเนินการ แลวเสร็จภายใน ๒ รอบบัญชี (๘ ป) โดยเริ่มดําเนินการขยายพื้นที่การประเมินราคาที่ดินรายแปลง ทั่วประเทศในป พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งจะแลวเสร็จในป พ.ศ. ๒๕๖๖ แตจากนโยบายของรัฐบาลดังกลาวขางตน กรมธนารักษจึงตองปรับเปาหมายการดําเนินงานจากแผนเดิม ซึ่งกําหนดไวเปนระยะเวลา ๘ ป โดยตอง ดําเนินการประเมินราคาที่ดินรายแปลงใหแลวเสร็จภายในป พ.ศ. ๒๕๖๐ ทั้งนี้ หากกรมธนารักษสามารถ ดําเนินการประเมินราคาที่ดินจากรายบล็อกเปนรายแปลงในสวนที่เหลือดังกลาวแลวเสร็จทั้งหมด จะทําใหกรมที่ดินจัดเก็บรายได จํานวนประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ลานบาทตอป โดยมีรายไดเพิ่มขึ้นจากกรณี ปกติ จํานวน ๒๗,๐๐๐ – ๓๐,๐๐๐ ลานบาท (เพิ่มขึ้นรอยละ ๓๐) อนึ่ง ในสวนของกรณีการดําเนินโครงการการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินของกรมธนารักษ คณะอนุกรรมาธิการเห็นวา เพื่อใหการดําเนินการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินรายแปลงแลวเสร็จโดยเร็ว จากเดิมที่กรมธนารักษตั้งเปาหมายการดําเนินการแลวเสร็จไวที่ ๘ ป และตอมาจะมีการลดเหลือ ๒ ปนั้น เนื่องจากหากกรมธนารักษสามารถประเมินราคาที่ดินรายแปลงไดทั่วประเทศตามแผนการดําเนินการ ดังกลาว คาดวามีประโยชนที่จะไดรับ อาทิ จะทําใหกรมที่ดินสามารถจัดเก็บรายได จํานวนประมาณ
ข ๑๒๐,๐๐๐ ลานบาทตอป โดยมีรายไดเพิ่มขึ้นจากกรณีปกติ จํานวน ๒๗,๐๐๐ – ๓๐,๐๐๐ ลานบาท (เพิ่มขึ้นรอยละ ๓๐) และจะทําใหสามารถกําหนดราคาประเมินทุนทรัพยของอสังหาริมทรัพยในรอบ บัญชีตอไปไดชัดเจนและรวดเร็วขึ้น รวมทั้งจะทําใหเกิดความเปนธรรมมากขึ้น เนื่องจากการประเมิน ราคาทุนทรัพยที่ดินรายแปลง เปนการกําหนดราคาประเมินทุนทรัพยที่ดินทุกแปลงอยางละเอียด ตามสภาพทําเลที่ตั้งของแปลงที่ดินและลักษณะของการใชประโยชนของที่ดินแตละแปลงซึ่งมีอัตราการจัดเก็บ ที่มีความชัดเจนและตรงกับขอเท็จจริงมากกวาการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินรายบล็อก เพราะการประเมิน ราคาทุนทรัพยที่ดินรายบล็อก เปนการประเมินราคาที่ดินโดยพิจารณาเปนกลุมพื้นที่ที่มีสภาพทําเลที่ตั้ง และการใชประโยชนคลายคลึงกัน โดยมีแผนที่โซน บล็อก เปนแผนที่แสดงบริเวณที่ดินที่กําหนด ซึ่งมี อัตราการจัดเก็บที่เปนเพียงการประมาณการยังไมมีความชัดเจน ตลอดจนเพื่อเปนการรองรับ พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสรางที่จะออกมาใชบังคับในอนาคต ดังนั้น กรมธนารักษควรที่จะ เรงรัดการดําเนินงานดังกลาวใหแลวเสร็จภายในระยะเวลาไมเกิน ๒ ป(กอนวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๐) และหากมีความจําเปนที่จะตองขอรับการจัดสรรงบประมาณสําหรับดําเนินการเปนการเพิ่มเติม กรมธนารักษ ควรที่จะเรงดําเนินการเพื่อขอตั้งงบประมาณในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ นี้ สวนที่สอง : กรณีการดําเนินโครงการการบริหารจัดการที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ ผูแทนกรมธนารักษ ไดใหขอมูลวา เนื่องจากมีที่ดินทั่วประเทศทั้งหมด จํานวนประมาณ ๓๒๑ ลานไร และปจจุบันมีที่ราชพัสดุจํานวน ๑๒.๕ ลานไร โดยแยกเปนกรณีใชในราชการ จํานวน ๑๐.๔๖๖ ลานไร กรณีจัดใหเชา จํานวน ๐.๑๘๕ ลานไร และกรณีสงวนไวใชราชการ จํานวน ๑.๘๔๙ ลานไร ทั้งนี้ หากกรมธนารักษสามารถบริหารจัดการที่ราชพัสดุไดอยางมีประสิทธิภาพแลว จะทําใหจัดเก็บรายได เพิ่มขึ้นเปนจํานวนมาก และจะเปนประโยชนในดานเศรษฐกิจ สังคม อุตสาหกรรม และสิ่งแวดลอม เพิ่มขึ้น สําหรับกรณีการดําเนินโครงการการบริหารจัดการที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ คณะอนุกรรมาธิการเห็นวา เนื่องจากมีสวนราชการหลายแหงที่ครอบครองที่ราชพัสดุไวโดยไมไดนําไปใช ประโยชนเทาที่ควร เพื่อใหการบริหารจัดการทรัพยสินของแผนดินเปนไปอยางมีประสิทธิภาพและ เกิดประโยชนสูงสุด กรมธนารักษควรเรียกที่ราชพัสดุคืนจากสวนราชการตาง ๆ ที่ครอบครองไว โดยไมไดใชประโยชนในที่ดินดังกลาวเพื่อนํามาบริหารจัดการใหเกิดประโยชนตอไป ทั้งนี้ หากกรมธนารักษ สามารถบริหารจัดการที่ราชพัสดุไดอยางมีประสิทธิภาพแลว จะกอใหเกิดประโยชนในดานตาง ๆ อาทิ จะทําใหจัดเก็บรายไดเพิ่มขึ้นกวาปละ ๖,๐๐๐ ลานบาท และจะเปนการนําที่ดินดังกลาวมากอใหเกิด รายไดจากการเพาะปลูกการเกษตร เกษตรอุตสาหกรรม และธุรกิจภาคบริการ นอกจากนี้ กรมธนารักษ ควรมีการวางแผนและกําหนดแนวทางการดําเนินงานที่ชัดเจนเพื่อที่จะพัฒนาที่ราชพัสดุใหเกิดประโยชน สูงสุด อาทิการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงซอยพิพัฒน ๒ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร การพัฒนา ที่ราชพัสดุแปลงตลาดชลประทานปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงสวนผึ้ง จังหวัด
ค ราชบุรีการเรงรัดแกไขกรณีพิพาทที่ราชพัสดุแปลงหมอชิตใหเสร็จสิ้นโดยเร็ว และการเรงรัดโครงการพัฒนา ที่ราชพัสดุแปลงที่ตั้งโรงภาษีรอยชักสาม เพื่อที่จะพัฒนาที่ดินแปลงดังกลาวใหเกิดประโยชน ซึ่งจะทําใหมี รายไดเพิ่มขึ้นอีกเปนจํานวนมาก นอกจากนี้ คณะอนุกรรมาธิการเห็นวา เนื่องจากขณะนี้การบริหารจัดการการใชประโยชน ในที่ดินของรัฐทั่วประเทศในภาพรวมยังไมเปนไปในทิศทางเดียวกัน ประกอบกับที่ราชพัสดุสวนใหญ ยังอยูในความครอบครองของสวนราชการ ซึ่งในชวงที่ผานมามีสวนราชการหลายแหงที่ครอบครอง ที่ราชพัสดุไวโดยไมไดนําไปใชประโยชนเทาที่ควร ในการนี้ เพื่อใหการบริหารจัดการการใชประโยชน ในที่ดินของรัฐทั่วประเทศ และการบริหารจัดการที่ราชพัสดุเปนไปอยางมีประสิทธิภาพมากขึ้นและ เกิดประโยชนสูงสุด ควรกําหนดใหมีคณะกรรมการระดับชาติ ซึ่งมีที่มาจากผูบริหารของหนวยงาน ราชการตาง ๆ ที่เกี่ยวของ เพื่อใหมีอํานาจหนาที่ดังตอไปนี้ อาทิ กํากับดูแลการบริหารจัดการโครงการ ตาง ๆ ในภาพรวม และพิจารณาแกไขปญหาทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับทองถิ่น ในพื้นที่ รอยตอทั่วประเทศ รวมทั้งกําหนดใหมีการประสานขอมูลและทํางานรวมกันแบบบูรณาการในทุกขั้นตอน อนึ่ง สําหรับองคประกอบของคณะกรรมการระดับชาติ ควรประกอบดวย นายกรัฐมนตรี เปนประธาน รัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย เปนรองประธาน และ มีปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ ปลัดกระทรวง มหาดไทย และหนวยงานอื่นที่เกี่ยวของ เปนกรรมการ และกําหนดใหอธิบดีกรมธนารักษ เปนกรรมการ และเลขานุการ เพื่อที่จะกําหนดความรับผิดชอบในสวนที่เกี่ยวของ จากการพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับกรณีดังกลาวขางตน ทําใหคณะอนุกรรมาธิการ ไดรับทราบ ขอมูล ขอเท็จจริง ในเชิงลึกมากขึ้น คณะอนุกรรมาธิการจึงไดจัดทํารายงานผลการพิจารณาศึกษา เพื่อเสนอตอคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภานิติบัญญัติแหงชาติ พิจารณา และ หากคณะกรรมาธิการเห็นชอบรายงานของคณะอนุกรรมาธิการ เห็นสมควรใหเสนอรายงานดังกลาว ตอที่ประชุมสภานิติบัญญัติแหงชาติ และขอใหพิจารณาจัดสงรายงานดังกลาวไปยังกระทรวงการคลังและ กรมธนารักษเพื่อพิจารณาดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของตอไป ทั้งนี้ในคราวประชุมคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภานิติบัญญัติแหงชาติ ครั้งที่ ๒๑/๒๕๕๘ วันจันทรที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ที่ประชุมไดพิจารณารายงานของคณะอนุกรรมาธิการ แลวมีมติเห็นชอบดวย คณะอนุกรรมาธิการดานการจัดเก็บรายไดของแผนดิน ในคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภานิติบัญญัติแหงชาติ กรกฎาคม ๒๕๕๘
สารบัญ หนา ๑. องคประกอบของคณะอนุกรรมาธิการดานการจัดเก็บรายไดของแผนดิน (๒) ๒. ผูชวยเลขานุการประจําคณะกรรมาธิการ (๒) ๓. หนวยงาน/บุคคลที่คณะกรรมาธิการไดเชิญมาใหขอมูล ขอเท็จจริงและความเห็น (๒) ตอคณะอนุกรรมาธิการ ๔. ผลการพิจารณาศึกษา (๔) สวนที่หนึ่ง : กรณีการดําเนินโครงการการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินของกรมธนารักษ (๔) ๑) ความเปนมาของโครงการ (๕) ๒) แนวทางการดําเนินงาน (๖) ๓) ประโยชนที่จะไดรับ (๑๐) ๔) ปญหาอุปสรรคที่เกี่ยวของของกรมธนารักษ (๑๐) สวนที่สอง : กรณีการดําเนินโครงการการบริหารจัดการที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ (๑๐) ๑) ความเปนมาของโครงการ (๑๑) ๒) แนวทางการดําเนินงาน (๑๑) ๓) ประโยชนที่จะไดรับ (๑๕) ๔) ปญหาอุปสรรคที่เกี่ยวของของกรมธนารักษ (๑๖) สวนที่สาม : ขอมูลเกี่ยวกับการดําเนินงานของบริษัท ธนารักษพัฒนาสินทรัพย จํากัด (๑๖) ๕. ขอสังเกตและขอเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ (๑๘) ๕.๑ กรณีการดําเนินโครงการการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินของกรมธนารักษ (๑๘) ๕.๒ กรณีการดําเนินโครงการการบริหารจัดการที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ (๑๙) ๕.๓ กรณีการบริหารจัดการการใชประโยชนในที่ดินของรัฐทั่วประเทศ (๒๐)
รายงานของคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภานิติบัญญัติแหงชาติ เรื่อง การพิจารณาศึกษาผลการดําเนินงานของกรมธนารักษ กรณีการดําเนินโครงการการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดิน และกรณีการดําเนินโครงการการบริหารจัดการที่ราชพัสดุ ดวยในคราวประชุมคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภานิติบัญญัติ แหงชาติครั้งที่ ๕/๒๕๕๗ วันพุธที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ที่ประชุมไดมีมติตั้งคณะอนุกรรมาธิการ ดานการจัดเก็บรายไดของแผนดินขึ้น โดยใหมีอํานาจหนาที่พิจารณาศึกษา วิเคราะหรางพระราชบัญญัติ นโยบาย และมาตรการตาง ๆ ที่เกี่ยวของ และมีผลกระทบตอการจัดเก็บรายไดของแผนดิน การบริหาร กิจการที่รัฐมีรายได และการบริหารจัดการทรัพยสินของแผนดิน รวมทั้งศึกษา วิเคราะห และเสนอแนะ ใหการบังคับใชกฎหมายตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับการจัดเก็บรายไดของแผนดิน การบริหารกิจการที่รัฐ มีรายได และการบริหารจัดการทรัพยสินของแผนดิน เปนไปอยางมีประสิทธิภาพและกอใหเกิดประโยชน สูงสุด ตลอดจนกํากับดูแล ตรวจสอบ และดําเนินการสอบสวนเรื่องตาง ๆ ที่เกี่ยวของ และ มีผลกระทบตอการจัดเก็บรายไดของแผนดิน การบริหารกิจการที่รัฐมีรายได และการบริหารจัดการ ทรัพยสินของแผนดิน อีกทั้งใหมีอํานาจหนาที่พิจารณาเรื่องรองเรียนตามที่ไดรับมอบหมาย จากคณะกรรมาธิการ และปฏิบัติหนาที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมาธิการมอบหมาย ทั้งนี้ ภายหลังจาก ที่ไดพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับกรณีดังกลาวขางตนเสร็จแลว ใหคณะอนุกรรมาธิการจัดทํารายงานสรุปผลการ ดําเนินงานเพื่อเสนอตอคณะกรรมาธิการพิจารณาดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของตอไป ในการนี้เพื่อใหการจัดเก็บรายไดของแผนดิน การบริหารกิจการที่รัฐมีรายได และ การบริหารจัดการทรัพยสินของแผนดินในสวนที่เกี่ยวของกับบทบาทอํานาจหนาที่ของกรมธนารักษ เปนไปอยางมีประสิทธิภาพมากขึ้น คณะอนุกรรมาธิการดานการจัดเก็บรายไดของแผนดินจึงไดมีการพิจารณา ศึกษาผลการดําเนินงานของกรมธนารักษกรณีการดําเนินโครงการการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดิน และ กรณีการดําเนินโครงการการบริหารจัดการที่ราชพัสดุ ทั้งนี้ จากการพิจารณาศึกษากรณีดังกลาวทําให คณะอนุกรรมาธิการไดรับทราบขอมูล ขอเท็จจริง ในเชิงลึกมากขึ้น คณะอนุกรรมาธิการจึงไดจัดทํา รายงานผลการพิจารณาศึกษาเสนอตอคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภานิติบัญญัติ แหงชาติเพื่อพิจารณา
( ๒ ) ทั้งนี้ ในคราวประชุมคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลังสภานิติบัญญัติแหงชาติ ครั้งที่ ๒๑/๒๕๕๘ วันจันทรที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ที่ประชุมไดพิจารณารายงานของคณะอนุกรรมาธิการ แลวมีมติเห็นชอบดวย โดยปรากฏผลการพิจารณาศึกษาดังนี้ ๑. องคประกอบของคณะอนุกรรมาธิการดานการจัดเก็บรายไดของแผนดินมีดังนี้ อนุกรรมาธิการ ๑) นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ ๒) พลเอก รังสาทย แชมเชื้อ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ ๓) นายวิทวัส บุญญสถิตย รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ ๔) นายราเชนทร พจนสุนทร อนุกรรมาธิการ ๕) นายวินัย วิทวัสการเวช อนุกรรมาธิการ ๖) นายวีระชัย นพสุวรรณวงศ อนุกรรมาธิการ ๗) นายดําริ สุโขธนัง อนุกรรมาธิการ ๘) นางสาววิไลพร ลิ่วเกษมศานต อนุกรรมาธิการ ๙) นายสุชาต ปลื้มอารมย อนุกรรมาธิการ ๑๐) นางวิวรรณ บุณยประทีปรัตน อนุกรรมาธิการและเลขานุการ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ ๑) ศาสตราจารยสม จาตุศรีพิทักษ ๒) นายสุพันธุ มงคลสุธี ๓) นายพรสิทธิ์ ศรีอรทัยกุล ๔) นางพรนภา ไทยเจริญ ๕) นางศรีวรรณา เจียรวัฒนชัย ๖) นายเพิ่มศักดิ์ สัจจะเวทะ ๗) นายรักษา พุทธรักษา ๒. ที่ประชุมคณะกรรมาธิการไดมีมติแตงตั้ง นางสุภาพร วิเชียรเพชร สํานักกรรมาธิการ ๑ ทําหนาที่เปนผูชวยเลขานุการประจําคณะกรรมาธิการ ตามขอบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๕๗ ขอ ๙๑ วรรคสาม ๓. หนวยงาน/บุคคลที่คณะกรรมาธิการไดเชิญมาใหขอมูล ขอเท็จจริงและความเห็น ตอคณะอนุกรรมาธิการ กรมธนารักษกระทรวงการคลัง ๑) นายเอกวัฒน มานะแกว รองอธิบดีกรมธนารักษ ดานบริหาร
( ๓ ) ๒) นางวราภรณ เอื้ออาทร ผูเชี่ยวชาญเฉพาะดานมาตรฐาน ประเมินราคาทรัพยสิน ๓) นายดนัย วิจารณ ผูอํานวยการสวนกฎหมายและ ระเบียบ ๑ ชํานาญการพิเศษ ๔) นางสาวขนิษฐา สมหวัง ผูอํานวยการสวนบริหารงานประเมิน ราคาทรัพยสินในภูมิภาค ๕) นายฤชา วราทร ผูอํานวยการสวนนโยบายและแผน ๖) นายเตชวิทย ทุยแป ผูอํานวยการสวนประเมินผล ๗) นางศุกรศิริ บุญญเศรษฐ ผูอํานวยการสวนจัดการที่ราชพัสดุ สํานักบริหารที่ราชพัสดุ กทม. ๘) นางอารี งามศิริอุดม นักประเมินทรัพยสินชํานาญการพิเศษ ๙) นางอัญชลี รอดผล เจาหนาที่จัดผลประโยชนชํานาญการพิเศษ ๑๐) นางบุษกร ปราบ ณ ศักดิ์ เจาหนาที่จัดผลประโยชนชํานาญการพิเศษ ๑๑) นางสาวชุติมา ศรีปราชญ เจาหนาที่จัดผลประโยชนชํานาญการพิเศษ ๑๒) นางสาวชนิตา เกตุอราม เจาหนาที่จัดผลประโยชนชํานาญการพิเศษ ๑๓) นางสาววิลาวัลย วีระกุล นักประเมินราคาทรัพยสินชํานาญการพิเศษ ๑๔) นายสุรทิน กรีดํารงศักดิ์ เจาหนาที่จัดผลประโยชนชํานาญการ ๑๕) นายนิพนธ เลิศล้ํา เจาหนาที่จัดผลประโยชนชํานาญการ ๑๖) นายอัครพล ศักดิ์นิมิต เจาหนาที่จัดผลประโยชนชํานาญการ ๑๗) นายสมจิตร ทองบริสุทธิ์ เจาหนาที่จัดผลประโยชนชํานาญการ ๑๘) นางธัญธร สุขสอาด นักวิเคราะหนโยบายและแผนชํานาญการ ๑๙) นางสาวชุลีวัล เผาหนอง นักวิเคราะหนโยบายและแผนชํานาญการ ๒๐) นายโยธี สังสีราช นิติกรชํานาญการ ๒๑) นายธีรพงค สุขชวย นิติกรชํานาญการ บริษัท ธนารักษพัฒนาสินทรัพย จํากัด ๑) นายสุเมธ ดํารงชัยธรรม กรรมการผูจัดการ ๒) นางจิรสา วงศธรรมสรณ ผูชวยกรรมการผูจัดการ สายนโยบายและกลยุทธ ๓) นางเบญจวรรณ มังคละวิรัช ผูชวยกรรมการผูจัดการ สายบัญชีและการเงิน ๔) นายฉัตรวิชญ เสริมดํารงชัย ผูชวยกรรมการผูจัดการ สายปฏิบัติการ
( ๔ ) ๕) นางสาวมลฤดี ชุติมาสกุล ผูอํานวยการฝายบัญชี ๖) นางพรรณี นิติศรวุฒิ รักษาการผูอํานวยการฝายกลยุทธ และบริหารความเสี่ยง ๗) นางสาวพีรนุช สอนเย็น เจาหนาที่อาวุโสสวนแผนยุทธศาสตร และประเมินผล ๔. ผลการพิจารณาศึกษา คณะอนุกรรมาธิการดานการจัดเก็บรายไดของแผนดินไดมีการประชุมเพื่อพิจารณา ศึกษาและติดตามผลการดําเนินงานของกรมธนารักษกรณีการดําเนินโครงการการประเมินราคาทุนทรัพย ที่ดิน และกรณีการดําเนินโครงการการบริหารจัดการที่ราชพัสดุจํานวน ๔ ครั้ง ดังนี้ -ครั้งที่ ๑ วันพุธที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ คณะกรรมาธิการไดเชิญ อธิบดีกรมธนารักษ และเจาหนาที่ที่เกี่ยวของเขารวมประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการ ทั้งนี้ ในวันประชุมดังกลาว อธิบดี กรมธนารักษไดมอบหมายใหนางวราภรณ เอื้ออาทร ผูเชี่ยวชาญเฉพาะดานมาตรฐานประเมินราคา ทรัพยสิน และคณะ เขารวมประชุมแทน - ครั้งที่ ๒ วันพุธที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๘ คณะกรรมาธิการไดเชิญ อธิบดีกรมธนารักษ และเจาหนาที่ที่เกี่ยวของเขารวมประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการ ทั้งนี้ ในวันประชุมดังกลาว อธิบดี กรมธนารักษไดมอบหมายใหนายเอกวัฒน มานะแกว รองอธิบดีกรมธนารักษ ดานบริหาร และคณะ เขารวมประชุมแทน -ครั้งที่ ๓ วันจันทรที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘ คณะกรรมาธิการไดเชิญ อธิบดีกรมธนารักษ และเจาหนาที่ที่เกี่ยวของเขารวมประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการ ทั้งนี้ ในวันประชุมดังกลาว อธิบดี กรมธนารักษ ไดมอบหมายใหนายเอกวัฒน มานะแกว รองอธิบดีกรมธนารักษ ดานบริหาร และคณะ เขารวมประชุมแทน - ครั้งที่ ๔ วันพุธที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๘ คณะกรรมาธิการไดเชิญ อธิบดีกรมธนารักษ และเจาหนาที่ที่เกี่ยวของเขารวมประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการ ทั้งนี้ ในวันประชุมดังกลาว อธิบดี กรมธนารักษ ไดมอบหมายใหนายเอกวัฒน มานะแกว รองอธิบดีกรมธนารักษ ดานบริหาร และคณะ เขารวมประชุมแทน นอกจากนี้ ในวันประชุมดังกลาว คณะกรรมาธิการไดเชิญ กรรมการผูจัดการบริษัท ธนารักษพัฒนาสินทรัพย จํากัด และเจาหนาที่ที่เกี่ยวของเขารวมประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการดวย ทั้งนี้ ผลจากการประชุมคณะอนุกรรมาธิการดังกลาวขางตน สรุปผลการพิจารณาศึกษา ไดดังนี้ สวนที่หนึ่ง : กรณีการดําเนินโครงการการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินของกรมธนารักษ เนื่องจากมีที่ดินที่กรมธนารักษตองดําเนินการประเมินราคาที่ดินจากรายบล็อกเปนรายแปลง ทั้งหมดทั่วประเทศเพื่อใชเปนฐานในการคํานวณเพื่อเรียกเก็บคาธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม จํานวนประมาณ ๓๒ ลานแปลง โดยขณะนี้กรมธนารักษไดมีการประเมินราคาที่ดินจากรายบล็อกเปน
( ๕ ) รายแปลงแลวเสร็จ จํานวน ๑๒ ลานแปลง และยังมีที่ดินคงเหลือที่ตองดําเนินการประเมินราคาที่ดินจาก รายบล็อกเปนรายแปลงอีก จํานวน ๒๐ ลานแปลง ทั้งนี้หากกรมธนารักษสามารถดําเนินการประเมิน ราคาที่ดินจากรายบล็อกเปนรายแปลงในสวนที่เหลือดังกลาวแลวเสร็จทั้งหมด จะทําใหกรมที่ดินจัดเก็บ รายไดจํานวนประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ลานบาทตอปหรือเพิ่มขึ้นจากกรณีปกติ โดยมีรายไดเพิ่มขึ้น จํานวน ๒๗,๐๐๐ – ๓๐,๐๐๐ ลานบาท (เพิ่มขึ้นรอยละ ๓๐) ๑) ความเปนมาของโครงการ กรมธนารักษมีภารกิจในการประเมินราคาที่ดินเพื่อใชในการจดทะเบียนสิทธิและ นิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๑๐๔ และมาตรา ๑๐๕ โดยมีจํานวนแปลงที่ดินที่ตอง ดําเนินการประมาณ ๓๒ ลานแปลง ประกอบดวยเอกสารสิทธิประเภทโฉนดที่ดิน จํานวนประมาณ ๓๐ ลานแปลง และเอกสารสิทธิประเภท น.ส. ๓ ก. จํานวนประมาณ ๒ ลานแปลง สําหรับที่ดินประเภท อื่น ๆ ที่ไมสามารถระบุตําแหนงแปลงที่ดินในระวางแผนที่ ยูทีเอ็ม (Universal Transverse Mercator : UTM) เชน น.ส. ๓ ส.ค. ๑ และ ส.ป.ก. ๔-๐๑ ไมไดมีการประเมินราคา การประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินของกรมธนารักษแบงออกเปน ๒ ประเภท ไดแก (๑) การประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินรายแปลง เปนการกําหนดราคาประเมิน ทุนทรัพยที่ดินทุกแปลงอยางละเอียดตามสภาพทําเลที่ตั้งของแปลงที่ดินและลักษณะของการใชประโยชน ของที่ดินแตละแปลง ดําเนินการทั้งในกรุงเทพมหานครและภูมิภาค จํานวน ๑๒ ลานแปลง - เปนราคาประเมินที่ดินรายแปลงทั้งจังหวัด ๙ จังหวัด ไดแก กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม นนทบุรี นครนายก อางทอง และภูเก็ต - เปนราคาประเมินที่ดินรายแปลงบางสวนในเขตอําเภอเมืองและพื้นที่ เศรษฐกิจ ๒๗ จังหวัด ไดแก เชียงราย เชียงใหม แมฮองสอน ลําปาง ลําพูน พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ปทุมธานี เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา บุรีรัมย สุรินทร กาฬสินธุสกลนคร หนองคาย ชลบุรี ระยอง ประจวบคีรีขันธ สุราษฎรธานี และพังงา (๒) การประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินรายบล็อก เปนการประเมินราคาที่ดิน โดยพิจารณาเปนกลุมพื้นที่ที่มีสภาพทําเลที่ตั้งและการใชประโยชนคลายคลึงกัน โดยมีแผนที่โซน บล็อก เปนแผนที่แสดงบริเวณที่ดินที่กําหนด จํานวน ๒๐ ลานแปลง ในพื้นที่ ๖๘ จังหวัด ประกอบดวย กระบี่ กาญจนบุรี กาฬสินธุ กําแพงเพชร ขอนแกน จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย เชียงใหม ตรัง ตราด ตาก นครพนม นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นครสวรรค นราธิวาส นาน บุรีรัมย บึงกาฬ ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ ปราจีนบุรี ปตตานี พระนครศรีอยุธยา พะเยา พังงา พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ แพร มหาสารคาม มุกดาหาร แมฮองสอน ยโสธร ยะลา รอยเอ็ด ระนอง ระยอง ราชบุรี ลพบุรี ลําปาง ลําพูน เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สงขลา สตูล สระแกว สระบุรีสิงหบุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี สุราษฎรธานี สุรินทร หนองคาย หนองบัวลําภู อํานาจเจริญ อุดรธานี อุตรดิตถ อุทัยธานี และอุบลราชธานี
( ๖ ) ๒) แนวทางการดําเนินงาน ปจจุบันกรมธนารักษประกาศบัญชีกําหนดราคาประเมินทุนทรัพยของอสังหาริมทรัพย รอบบัญชีปพ.ศ. ๒๕๕๕ - ๒๕๕๘ (๔ ป) โดยในปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ กรมธนารักษมีเปาหมายใน การปรับราคาประเมินที่ดิน จํานวน ๓๒ ลานแปลง เพื่อจัดทําบัญชีกําหนดราคาประเมินทุนทรัพยที่ดิน รอบบัญชีป พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๒ ประกอบดวย ๑๒ แผนงานยอย ดังนี้ (๑) แผนงานสํารวจขอมูลเพื่อปรับราคาประเมินที่ดินรายแปลงในภูมิภาค (๒) แผนงานสํารวจขอมูลเพื่อปรับราคาประเมินที่ดินรายบล็อกโดยใชระวางแผนที่ ยูทีเอ็ม ในภูมิภาค (๓) แผนงานสํารวจขอมูลเพื่อปรับราคาประเมินที่ดินรายบล็อก (๔) แผนงานสํารวจขอมูลเพื่อทบทวนราคาประเมินที่ดินรายแปลงในภูมิภาค รอบบัญชีปพ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๒ (๕) แผนงานสํารวจขอมูลเพื่อทบทวนราคาประเมินที่ดินรายบล็อก โดยใชระวาง แผนที่ ยูทีเอ็ม ในภูมิภาคสําหรับประกาศใชในรอบบัญชีป พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๒ (๖) แผนงานการสํารวจขอมูลเพื่อทบทวนราคาประเมินที่ดินรายบล็อกในภูมิภาค สําหรับประกาศใชในรอบบัญชีป พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๒ (๗) แผนงานจัดเตรียมแผนที่และบัญชีกําหนดราคาประเมินที่ดินรายแปลง เพื่อประกาศใชในรอบบัญชีป พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๒ (๘) แผนงานจัดเตรียมแผนที่และบัญชีกําหนดราคาประเมินที่ดินรายบล็อกโดยใช ระวางแผนที่ ยูทีเอ็ม เพื่อประกาศใชในรอบบัญชีป พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๒ (๙) แผนงานจัดเตรียมแผนที่และบัญชีกําหนดราคาประเมินที่ดินรายบล็อก เพื่อประกาศใชในรอบบัญชีป พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๒ (๑๐) แผนงานสํารวจขอมูลเพื่อทบทวนและประเมินราคาที่ดินรายแปลงในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร สําหรับประกาศใชในรอบบัญชีป พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๒ (๑๑) แผนงานจัดเตรียมแผนที่และบัญชีกําหนดราคาประเมินทุนทรัพยที่ดิน รายแปลงเพื่อประกาศใชในรอบบัญชีป พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๒ (๑๒) แผนงานสํารวจขอมูลเพื่อทบทวนและประเมินราคาที่ดินรายแปลงในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร สําหรับประกาศใชในรอบบัญชีป พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๒ ในป พ.ศ. ๒๕๕๙ เปนตนไป กรมธนารักษมีแผนการดําเนินงานขยายพื้นที่ประเมิน ราคาที่ดินรายแปลงโดยปรับเปลี่ยนราคาประเมินที่ดินรายบล็อก จํานวน ๒๐ ลานแปลง ใหเปนราคา ประเมินที่ดินรายแปลง ระยะเวลาดําเนินการแลวเสร็จภายใน ๒ รอบบัญชี (๘ ป) โดยเริ่มดําเนินการ ขยายพื้นที่การประเมินราคาที่ดินรายแปลงทั่วประเทศในป พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งจะแลวเสร็จในป พ.ศ. ๒๕๖๖ ในการนี้กรมธนารักษจะดําเนินการขยายพื้นที่การประเมินราคาที่ดินรายแปลงเองปละประมาณ ๒.๕
( ๗ ) ลานแปลง และจางเอกชนรวมประเมินราคาที่ดินรายแปลง ซึ่งจะสามารถขยายพื้นที่การประเมินราคา ที่ดินรายแปลงไดประมาณ ๑ ลานแปลงตอป เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายขยายฐานการจัดเก็บภาษีจากทรัพยสินโดยไดมีแผน ที่จะนําพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสรางมาใชบังคับ โดยเนื้อหาตามรางพระราชบัญญัติดังกลาว ไดกําหนดใหนําบัญชีกําหนดราคาประเมินทุนทรัพยของอสังหาริมทรัพยมาใชเปนฐานในการคํานวณภาษี ดังกลาว เพื่อเปนการเตรียมความพรอมรองรับพระราชบัญญัติดังกลาว กระทรวงการคลังจึงมีนโยบาย ในการเรงรัดใหกรมธนารักษดําเนินการขยายพื้นที่การประเมินราคาที่ดินรายแปลงใหครอบคลุมพื้นที่ ทั่วประเทศ จํานวนประมาณ ๓๒ ลานแปลง ใหแลวเสร็จกอนที่พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสราง จะมีผลบังคับใชในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๐ จากนโยบายดังกลาวกรมธนารักษจะตองปรับเปาหมายการดําเนินงานจากแผนเดิม ซึ่งกําหนดไวเปนระยะเวลา ๘ ป โดยตองดําเนินการประเมินราคาที่ดินรายแปลงใหแลวเสร็จภายในป พ.ศ. ๒๕๖๐ ดังนั้น ในปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ กรมธนารักษจึงมีแผนการดําเนินงานที่จะขยายพื้นที่ การประเมินราคาที่ดินรายแปลงใหครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ แผนการดําเนินงานดังกลาวไดจัดทําเปนโครงการจัดทําฐานภาษีเพื่อรองรับ การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสราง ประกอบดวย ๘ โครงการยอย โดยใชเงินงบประมาณ จํานวน ๓,๘๙๖ ลานบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้(ขอมูล ณ วันที่ชี้แจงตอคณะอนุกรรมาธิการ เมื่อวันพุธที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๘ กรมธนารักษจะใชเงินงบประมาณจํานวน ๒,๖๐๐ ลานบาท แตเนื่องจากมีการจัดทํา ทะเบียนทรัพยสินเพิ่มเติม ทําใหมียอดเงินเพิ่มเปน ๓,๘๙๖ ลานบาท) (๑) การจางที่ปรึกษาโครงการพัฒนาระบบประเมินราคาที่ดินรายแปลง เพื่อวางแผนแนวทางการดําเนินงานเพื่อใหสามารถประเมินราคาที่ดินรายแปลงทั่วประเทศไดสําเร็จ ตามเปาหมายที่กําหนดไว โดยพัฒนาระบบการประเมินราคาที่ดินรายแปลง จัดทําฐานขอมูลทะเบียน ทรัพยสิน จัดหาภาพถายดาวเทียมความละเอียดสูง (๒) การจัดจางบันทึกขอมูลเพื่อการประเมินราคาที่ดินรายแปลง เพื่อบันทึกขอมูล และกําหนดตําแหนงและวัดระยะแปลงที่ดิน รวมถึงการประมวลผลราคาประเมินที่ดิน และตรวจสอบ ความถูกตอง (๓) การจัดจางสํารวจและจัดเก็บขอมูลทะเบียนทรัพยสิน เพื่อจัดทําฐานขอมูล รายละเอียดทรัพยสินบนที่ดิน สําหรับการพัฒนาตัวแบบในการประเมินราคาสิ่งปลูกสราง (๔) โครงการจัดจางลูกจางชั่วคราวเพื่อประเมินราคาที่ดินรายแปลง โดยมีหนาที่ เปนผูชวยเจาหนาที่ประเมินราคาทรัพยสินประจําสํานักงานธนารักษพื้นที่ในการสํารวจและกําหนดมูลคา ถนนเพื่อใชเปนฐานในการคํานวณราคาประเมินที่ดินรายแปลง และตรวจสอบความถูกตองของราคา ประเมินที่ดินรายแปลง และจัดทําบัญชีกําหนดราคาประเมินทุนทรัพยที่ดินรายแปลง
( ๘ ) (๕) โครงการจางบริหารจัดการฝกอบรมขาราชการและลูกจางชั่วคราวตามโครงการ ขอ ๔) ใหมีความรูพื้นฐานในการปฏิบัติงานดานการประเมินราคาที่ดินรายแปลงและสามารถตรวจสอบ ความถูกตองของราคาประเมินที่ดินรายแปลงตามระบบในขอ ๒) (๖) โครงการจัดตั้งศูนยปฏิบัติงานประเมินราคาที่ดินรายแปลงทั่วประเทศ เพื่อเปนสํานักงานในการปฏิบัติงานของลูกจางชั่วคราวตามโครงการในแตละจังหวัด รวมถึงการจัดหา คอมพิวเตอรและอุปกรณสํานักงานสําหรับการปฏิบัติงานตามโครงการดังกลาว (ทั้งนี้ เนื่องจาก สํานักงานธนารักษพื้นที่ไมมีสถานที่และคอมพิวเตอรรองรับการปฏิบัติงานและบุคลากรที่เพิ่มขึ้น) (๗) โครงการติดตามประเมินผลโครงการเรงรัดการประเมินราคาที่ดินรายแปลง ทั่วประเทศเพื่อรองรับรางพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสราง พ.ศ. .... เพื่อเปนการตรวจ กํากับ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของเจาหนาที่ประเมินราคาทรัพยสินในแตละสํานักงานธนารักษ พื้นที่และศูนยปฏิบัติงาน (๘) คาใชจายในการประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวของ เปนคาใชจายตาง ๆ ในการ จัดประชุมคณะอนุกรรมการกําหนดราคาประเมินทุนทรัพยประจําจังหวัดและคณะกรรมการกําหนดราคา ประเมินทุนทรัพยรวมถึงคาใชจายของเจาหนาที่ในการเขารวมประชุมในแตละครั้ง อนึ่ง สําหรับความคืบหนาในการประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสรางจากที่ดินรายบล็อก ใหเปนรายแปลงทั้งหมดทั่วประเทศ (จํานวน ๓๒ ลานแปลง) มีดังนี้ หนาที่หลักของกรมธนารักษเพื่อรองรับภารกิจตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสรางที่จะตองดําเนินการใหแลวเสร็จกอนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช คือ การประเมินราคาที่ดิน และสิ่งปลูกสรางจากรายบล็อกใหเปนรายแปลงทั้งหมดทั่วประเทศ (จํานวน ๓๒ ลานแปลง) สําหรับใช เปนฐานในการคํานวณเพื่อเรียกเก็บคาธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม โดยในปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ มีแผนในการประเมินและจัดทําบัญชีกําหนดราคาประเมินทุนทรัพยที่ดิน โดยแบงเปน แผนการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดิน ๒ ลักษณะ ดังนี้ (๑) การปรับราคาประเมินที่ดินรายแปลง เปนการกําหนดราคาประเมินทุนทรัพย ที่ดินทุกแปลงอยางละเอียดตามสภาพของแปลงที่ดินและลักษณะของการใชประโยชนของที่ดินแตละ แปลง มีเปาหมายการดําเนินงานทั้งในกรุงเทพมหานครและภูมิภาค จํานวนประมาณ ๘ ลานแปลง (๒) การปรับราคาประเมินที่ดินรายบล็อก เปนการประเมินราคาที่ดินโดยพิจารณา เปนกลุมพื้นที่ที่มีสภาพและการใชประโยชนคลายคลึงกัน โดยมีแผนที่โซนบล็อกเปนแผนที่แสดงบริเวณ ที่ดินที่กําหนด จํานวนประมาณ ๒๓ ลานแปลง ทั้งนี้ ที่ผานมากรมธนารักษไดมีการประเมินราคาที่ดินรายแปลงแลวเสร็จจํานวน ๔ ลานแปลง และไดมีการประเมินราคาที่ดินเพิ่มขึ้นอีกจํานวน ๘ ลานแปลง รวมเปน ๑๒ ลานแปลง (โดยมีการใชงบประมาณทั้งสิ้นจํานวน ๒๐๐ ลานบาท) เพื่อใหทันการประกาศราคาประเมินทุนทรัพย ที่ดินใหมรอบบัญชีปพ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๖๒ ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙
( ๙ ) และในปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ – ในชวงตนงบประมาณป ๒๕๖๐ กรมธนารักษ ไดมีการของบประมาณเพิ่มขึ้นอีกจํานวน ๑,๓๐๐ ลานบาท และอีกจํานวน ๑,๖๐๐ ลานบาท ตามลําดับ เพื่อเปนการลงทุนและพัฒนาเครื่องมือและอุปกรณในการดําเนินการ รวมทั้งงบประมาณในดานการจาง บุคลากร โดยกรมธนารักษไดมีการตั้งเปาหมายในการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินในปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ – ในชวงตนงบประมาณป ๒๕๖๐ ใหเพิ่มขึ้นอีกจํานวน ๒๐ ลานแปลง ทั้งนี้ เมื่อรวมกับ ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่กรมธนารักษประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินได ๑๒ ลานแปลง ก็จะเทากับ ประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินไดครบทั้งหมดจํานวน ๓๒ ลานแปลง ทั่วประเทศ สําหรับความคืบหนาการขอจัดสรรงบประมาณเพื่อดําเนินการประเมินราคา ทุนทรัพยที่ดินในปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ นั้น ที่ผานมากรมธนารักษไดมีการขอจัดสรรตั้งงบประมาณ เพื่อดําเนินการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินในปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ จํานวน ๑,๓๐๐ ลานบาท โดยในเบื้องตนสํานักงบประมาณไดมีการพิจารณาตัดงบประมาณของกรมธนารักษออกทั้งหมด อยางไรก็ดี ในขณะนี้อยูระหวางการยืนยันการขอจัดสรรงบประมาณและการขอคําปรึกษาไปยังรัฐมนตรีวาการ กระทรวงการคลังเกี่ยวกับกรณีดังกลาว อนึ่ง การที่กรมธนารักษไดขอจัดสรรงบประมาณเพื่อประเมินราคาทุนทรัพยที่ดิน ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ จํานวน ๑,๓๐๐ ลานบาท ซึ่งแตกตางกับปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ จํานวน ๒๐๐ ลานบาท นั้น เนื่องจากปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ กรมธนารักษไดมีการจางบริษัทเอกชนเขามา ประเมินราคาทุนทรัพยที่ดิน แตการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินของบริษัทเอกชนมีปญหาอุปสรรคและ ไมมีความตอเนื่องในการบริหารจัดการ ดังนั้น ในปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ กรมธนารักษจึงไดยกเลิก สัญญาจางบริษัทเอกชนและไดมีการดําเนินการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินเอง ซึ่งการดําเนินการ ดังกลาวตองมีการจางบุคลากรเพิ่มเติม รวมถึงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อรองรับการปฏิบัติงาน ดวยเหตุดังกลาว จึงมีความจําเปนจะตองขอจัดสรรงบประมาณในวงเงินดังกลาวเพิ่มเติม สําหรับขั้นตอนการประเมินราคาที่ดินปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ กรมธนารักษจะมี การแบงการจัดลําดับกลุมพื้นที่และจะทําการประเมินราคาที่ดินตามกลุมที่ไดจัดไว โดยในเบื้องตนรัฐบาล ไดกําหนดใหการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินในกลุมเขตเศรษฐกิจพิเศษเปนนโยบายเรงดวน กรมธนารักษ จึงไดมีการจัดโซนพื้นที่ลงในเขตเศรษฐกิจพิเศษ พื้นที่ที่มีชายแดนติดตอกัน เชน พื้นที่ชายแดนจังหวัด สระแกว พื้นที่ชายแดนจังหวัดตราด พื้นที่ชายแดนจังหวัดสงขลา พื้นที่ชายแดนจังหวัดมุกดาหาร และ พื้นที่ชายแดนจังหวัดหนองคาย เปนตน เมื่อกรมธนารักษไดกําหนดโซนพื้นที่ลงในเขตเศรษฐกิจพิเศษแลว กรมธนารักษจะอาศัยอํานาจพิเศษของคณะรักษาความสงบแหงชาติ (คสช.) ตามมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ เพื่อดําเนินการประเมินราคา ที่ดินในเขตพื้นที่ดังกลาวตอไป
( ๑๒ ) ดานสังคมและสิ่งแวดลอม กรมธนารักษใหการสนับสนุนและรวมมือกับหนวยงานตางๆ ทั้งหนวยงานระดับ ทองถิ่นและภาคเอกชนในการสนับสนุนการใชที่ราชพัสดุเชิงสังคมและสิ่งแวดลอมเพื่อเสริมสรางมูลคา ทางเศรษฐกิจ (Economic Value) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เชน การสรางสวนสาธารณะ เบญจกิตติสวนที่ ๒ (บริเวณโรงงานยาสูบ) และลานกีฬา เปนตน การเรงรัดโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุเชิงพาณิชยขนาดใหญ เนื่องจากที่ดินเปนทรัพยากรที่เปนหนึ่งในปจจัยการผลิตที่สําคัญ แตก็มีจํานวนจํากัด เนื่องจากประชากรเพิ่มขึ้นทุกวัน ในขณะที่จํานวนที่ดินมีเทาเดิม สําหรับที่ราชพัสดุแปลงที่มีขนาดใหญ และมีศักยภาพในการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลคาเชิงเศรษฐกิจ กรมธนารักษก็ไดนํามาเปดประมูลเพื่อใหเอกชน เขารวมพัฒนาเปนโครงการเชิงพาณิชยตาง ๆ โดยปจจุบันกําลังผลักดันในหลาย ๆ โครงการใหเดินหนา จากเดิม อยางไรก็ตาม บางโครงการที่ยังคงติดคาง เนื่องจากตองดําเนินการอยางรอบคอบเนนความโปรงใส ตรวจสอบได และความคุมคาตามศักยภาพของที่ดิน เพื่อประโยชนของประเทศชาติและประโยชนของ ทางราชการ และใหเปนไปตามกรอบของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวของ เชน แผนการพัฒนาที่ดิน ราชพัสดุบริเวณศูนยการประชุมแหงชาติสิริกิติ์ โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุบริเวณสถานีขนสงหมอชิต โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงที่ตั้งโรงภาษีรอยชักสาม เปนตน อนึ่ง สําหรับความคืบหนาแนวทางการบริหารจัดการที่ราชพัสดุที่อยูในความ ครอบครองของสวนราชการตาง ๆ มีดังนี้ เนื่องจากปจจุบันยังมีที่ราชพัสดุที่สวนราชการสงวนไวแตยังไมไดใชประโยชน หรือ ใชประโยชนไมเหมาะสมกับสภาพทําเลหรือภารกิจของหนวยงาน ดังนั้น เพื่อเปนการปรับปรุงการใช ประโยชนที่ราชพัสดุดังกลาว กรมธนารักษไดมีการนําระบบเทคโนโลยี Smart Gis ID มาใชในการ ประเมินราคาทรัพยสินและการกําหนดพื้นที่เพื่อจัดทําประโยชน และมีการแตงตั้งคณะกรรมการ พิจารณาการนําที่ราชพัสดุมาใชประโยชน โดยคณะกรรมการดังกลาวมีอํานาจหนาที่ในการกําหนด แนวทางและวิธีการสงคืน - รับคืนที่ราชพัสดุ โดยคณะกรรมการฯ ไดมีหนังสือแจงใหสวนราชการ ที่ครอบครองที่ราชพัสดุไวเกินความจําเปน จํานวน ๔๕๙ แปลง เนื้อที่ประมาณ ๑๒,๐๑๔ ไร (ยังไมรวม พื้นที่ที่ใชในราชการกระทรวงกลาโหมอีก จํานวน ๓๕ แปลง เนื้อที่ประมาณ ๓๘๑,๙๘๗ ไร) สงคืนพื้นที่ ใหกรมธนารักษ ซึ่งขณะนี้มีสวนราชการแจงความประสงคสงคืนที่ราชพัสดุใหกรมธนารักษแลวทั้งสิ้น จํานวน ๖๘ แปลง เนื้อที่ประมาณ ๒,๐๒๘ ไร สวนความคืบหนาแนวทางการบริหารจัดการที่ราชพัสดุที่ไมอยูในความครอบครอง ของสวนราชการ และความคืบหนาในการทําประโยชนในพื้นที่เขตพิเศษมีดังนี้เนื่องจากกรมธนารักษ เปนหนวยงานหนึ่งที่มีหนาที่ดูแลที่ราชพัสดุ ซึ่งเปนสินทรัพยที่สามารถนํามาใชเปนฐานในการพัฒนา ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย กรมธนารักษจึงมีนโยบายใชที่ดินตอบสนองนโยบายของรัฐ โดยเรงกระตุนและฟนฟูเศรษฐกิจดวยการปรับรื้อระบบการจัดหาประโยชนที่ราชพัสดุขึ้นใหม โดยเริ่มจากการกําหนดวิสัยทัศนและภารกิจและการแบงพื้นที่ดินออกเปนกลุม ๆ โดยในเบื้องตนมีการ
( ๑๓ ) แบงกลุมพื้นที่ดินออกเปน ๓ กลุมใหญ คือ ๑) กลุมพื้นที่ดินในเขตเศรษฐกิจ ๒) กลุมพื้นที่ดินในเขต เกษตรกรรม และ ๓) กลุมพื้นที่ดินในเขตที่อยูอาศัย ทั้งนี้ การแบงกลุมพื้นที่ดินดังกลาวจะเกิดประโยชน ในดานการกําหนดยุทธศาสตรที่เหมาะสมในการบริหารจัดการพื้นที่ดิน เชน การใชที่ราชพัสดุ เพื่อประโยชนทางดานเศรษฐกิจ จะเปนการพัฒนาที่ราชพัสดุในเชิงพาณิชย ทั้งในดานเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอมควบคูกัน เชน การเปดประมูลเพื่อหาผูลงทุนปลูกสรางอาคาร โดยกรมธนารักษจะ กําหนดเงื่อนไขใหผูประมูลทําการกอสรางอาคารหรือสิ่งกอสรางตาง ๆ ตามความประสงคของ สวนราชการ หรือกรณีที่ราชพัสดุที่กรมธนารักษจัดใหเชาเพื่อที่อยูอาศัย โดยถาเปนที่อยูอาศัยตางจังหวัด จะคิดอัตราเชาประมาณตารางวาไมต่ํากวา ๒๕ สตางคตอเดือน หรือจัดใหเชาเพื่อประกอบการเกษตร หากสภาพทําเลมีการเปลี่ยนแปลงก็จะพิจารณาโดยใหสิทธิแกผูเชาเดิมในอัตราผอนปรนไมเกินไรละ ๒๐๐ บาท ตอป เปนตน อนึ่ง สําหรับความคืบหนาผลการดําเนินโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงตาง ๆ มีดังนี้อาทิ ๑) โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงซอยพิพัฒน ๒ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ที่ราชพัสดุแปลงนี้ มีเนื้อที่ประมาณ ๑๒ - ๐ - ๐๘ ไร เดิมใชประโยชนในราชการของ กรมสงเสริมอุตสาหกรรม และบริษัท ยางไทย จํากัด โดยมีการจัดใหราษฎรเชาเพื่ออยูอาศัย จํานวน ๑๐๗ ราย ราคาที่ดินปจจุบันตารางวาละ ๒๕๐,๐๐๐ บาท มูลคาที่ดิน ๑,๒๕๒ ลานบาท ทั้งนี้เนื่องจาก ที่ราชพัสดุแปลงดังกลาวมีขอจํากัดทางกายภาพ คือ ผิวการจราจรภายในซอยพิพัฒน ๒ กวางเพียง ๕.๕๐ เมตร มีผลทําใหไมสามารถกอสรางอาคารที่สูงกวา ๒๓ เมตร และอาคารขนาดใหญพิเศษที่มีพื้นที่ ตั้งแต ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตร ไดในเบื้องตนกรมธนารักษจึงไดมีการจางบริษัทที่ปรึกษาเพื่อดําเนินการ วิเคราะหแนวทางในการพัฒนาที่ดินแปลงนี้วาสามารถดําเนินการอยางไรไดบาง โดยหาก กระทรวงการคลังมีนโยบายที่ชัดเจนที่จะดําเนินการพัฒนาที่ดินแปลงนี้ตอไป ก็อาจจะมีการพิจารณา ดําเนินการจัดหาพื้นที่เพื่อขยายถนนใหมีทางเขา - ออกไดมากกวา ๕.๕๐ เมตร โดยอาจมีการดําเนินการ จัดซื้อจากพื้นที่ของเอกชน เปนตน อยางไรก็ตาม ปจจุบันมีการประกาศใชพระราชบัญญัติวาดวยการใหเอกชนรวม ลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งกรมธนารักษไดประสานงานกับสํานักงานคณะกรรมการนโยบาย รัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะฝายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการใหเอกชนรวมลงทุนในกิจการของ รัฐเพื่อสอบถามแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องดังกลาวมาโดยตลอด และจากการคํานวณมูลคา โครงการตามหลักเกณฑของประกาศ เรื่อง แนวทางปฏิบัติสําหรับการคํานวณมูลคาของโครงการ การลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๘ ลงวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๘ พบวา โครงการซอยพิพัฒน ๒ มีมูลคาประมาณ ๒,๑๑๕ ลานบาท โดยตองดําเนินการตามพระราชบัญญัติวาดวยการใหเอกชน รวมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๖ ทั้งนี้ กรมธนารักษไดรับแจงจาก สคร. วาอยูระหวางการกําหนด หลักเกณฑและวิธีการใหเอกชนรวมลงทุนในกิจการของรัฐสําหรับโครงการที่มีวงเงินมูลคาตั้งแต ๑,๐๐๐ ลานบาท แตไมถึง ๕,๐๐๐ ลานบาท ซึ่งกรมธนารักษจะดําเนินการตามหลักเกณฑดังกลาวตอไป
( ๑๔ ) ๒) การจัดใหเชาที่ราชพัสดุตลาดชลประทานปากเกร็ด แปลงหมายเลข นบ.๓๙๔ ตําบลบางตลาด อําเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ปจจุบันบริษัทเอกชนที่ไดรับสิทธิในการดําเนินการ พัฒนาที่ราชพัสดุแปลงนี้ (บริษัท บานขวัญนนท จํากัด) ไดมีการเสนอโครงการและรายละเอียดมาให กรมธนารักษพิจารณาแลว โดยกรมธนารักษไดพิจารณาใหความเห็นชอบแลวในเบื้องตน ขณะนี้ อยูในระหวางการพิจารณาจัดสงแบบรางโครงการฉบับแกไข ใหสํานักงานธนารักษพื้นที่นนทบุรี เพื่อนําไปรับฟงความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ และนําเสนอตอคณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจร จังหวัดนนทบุรีพิจารณาตอไป ๓) โครงการจัดระเบียบที่ราชพัสดุ (Pilot Project) การแกไขปญหาการบุกรุก ที่ราชพัสดุแปลงสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๘ ไดมีการประชุมคณะกรรมการ กลั่นกรอง (หนวยงานทหารและสํานักงานธนารักษพื้นที่ราชบุรี) เพื่อพิจารณาการเชาที่ราชพัสดุ เพื่อประกอบกิจการสถานที่ตากอากาศ จํานวน ๑๗๒ ราย สรุปไดดังนี้ (๑) ผูเชาที่ดินราชพัสดุเพื่ออยูอาศัยและประกอบการเกษตรที่มีสิ่งปลูกสราง ลักษณะเปนที่พักตากอากาศ จํานวน ๔๕ ราย แจงความประสงคขอเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงคการเชา เปนกิจการสถานที่ตากอากาศ จํานวน ๓๒ ราย ไมประสงคประกอบกิจการสถานที่พักตากอากาศ จํานวน ๑๑ ราย และไมมาแจงความประสงคใด ๆ จํานวน ๒ ราย (๒) ผูแจงความประสงคขอเชาเพื่อประกอบกิจการสถานที่พักตากอากาศ บนที่ดินราชพัสดุแปลงดังกลาว จํานวน ๕๔ ราย (ผานความเห็นชอบของหนวยทหาร จํานวน ๔๗ ราย) ไมประสงคประกอบกิจการสถานที่ตากอากาศ จํานวน ๑๐ ราย และไมมาแจงความประสงคใด ๆ จํานวน ๓๘ ราย โดยผูประกอบกิจการสถานที่พักตากอากาศบนที่ดินราชพัสดุแปลงดังกลาวแจงวา สถานประกอบกิจการของตนปลูกสรางอยูบนที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ (นส.๓ ก และ ส.ค. ๑) จํานวน ๒๕ ราย ทั้งนี้ กรณีดังกลาว อธิบดีกรมธนารักษไดใหความสําคัญ โดยไดมีการลงพื้นที่ รวมกับทหาร และหนวยงานที่เกี่ยวของในจังหวัดราชบุรี เพื่อพูดคุยกับผูที่เขาไปครอบครองทําประโยชน โดยเฉพาะกลุมนักธุรกิจซึ่งมีหลายรายที่ไดถูกดําเนินคดีไปแลว ๔) โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุบริเวณสถานีขนสงหมอชิต ในการประชุม คณะกรรมการพิจารณากําหนดแนวทางการดําเนินโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุบริเวณสถานีขนสงหมอชิต ครั้งที่ ๑/๒๕๕๘ เพื่อพิจารณากําหนดแนวทางการดําเนินโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุบริเวณสถานีขนสง หมอชิตแตละแนวทางวาควรจะใหมีการยกเลิกสัญญากับบริษัท บางกอกเทอรมินอล จํากัด หรือแกไข สัญญาใหมีผลผูกพันตอไป ซึ่งที่ประชุมเห็นควรเลือกแนวทางในการแกไขสัญญากับบริษัท บางกอก เทอรมินอล จํากัด โดยใหแตงตั้งคณะทํางานเจรจาการออกแบบโครงการ เพื่อพิจารณาเสนอความเห็นตอ คณะกรรมการเกี่ยวกับแนวทางการวางโครงขายโทรคมนาคมขนสง ทางเขา - ออกโครงการ แบบแปลน โครงการ และแผนการดําเนินการ เปนตน
( ๑๕ ) ปจจุบันอยูระหวางการดําเนินการของคณะทํางาน ในการแจงใหกรมขนสง ทางบกยืนยันการใชประโยชนพื้นที่สถานีขนสงที่บริษัท บางกอกเทอรมินอล จํากัด จะกอสรางชดเชยวา ประสงคจะใชประโยชนเปนสถานีขนสงประเภทใด (รถตูหรือรถบัส) ๕) โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงที่ตั้งโรงภาษีรอยชักสาม โครงการดังกลาว เปนโครงการที่กรมธนารักษไดดําเนินการพัฒนาที่ราชพัสดุในเขตพื้นที่บางรัก เนื้อที่ประมาณ ๕ ไร ซึ่งแตเดิมเปนอาคารที่ใชในทางราชการ ตอมากรมธนารักษไดทําสัญญากับกิจการรวมคา ประกอบดวย บริษัท แนเชอรัลพารค จํากัด (มหาชน) บริษัท อามันรีสอรท เซอรวิสเซส จํากัด และบริษัท ซิลเวอรลิงค โฮลดิ้ง จํากัด เพื่อใหสิทธิในการพัฒนาที่ราชพัสดุดังกลาว โดยกําหนดใหสรางเปนโรงแรงในเชิงอนุรักษ ทั้งนี้ เนื่องจากในชวงที่ผานมาไดประสบปญหาในการจายคาชดเชยใหกับตํารวจดับเพลิง (โดยกิจการรวมคา) ประกอบกับเปนชวงที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสรางของสวนราชการ ทําใหตํารวจดับเพลิงถูกโอนมาอยู ภายใตการดูแลของกรุงเทพมหานคร จึงทําใหการพัฒนาที่ราชพัสดุดังกลาวเกิดความลาชา อยางไรก็ตาม ปจจุบันกรุงเทพมหานครอยูระหวางการดําเนินการยายครอบครัวของตํารวจดับเพลิงออกจากพื้นที่ ในขณะที่กรมธนารักษและกิจการรวมคาอยูในระหวางการเจราจาเพื่อดําเนินการตามสัญญา ที่ไดทําการตกลงกันไว เพื่อดําเนินการพัฒนาที่ราชพัสดุดังกลาวตอไป สําหรับในประเด็นดังกลาวนี้คณะอนุกรรมาธิการไดตั้งประเด็นซักถามวา มีความเปนไปไดหรือไม ในการใหบริษัท ธนารักษพัฒนาสินทรัพย จํากัด เขามามีสวนรวมในโครงการ ดําเนินการพัฒนาที่ราชพัสดุทั้ง ๕ โครงการขางตน ซึ่งกรณีนี้นายเอกวัฒน มานะแกว รองอธิบดี กรมธนารักษ ไดชี้แจงตอที่ประชุมวา การจัดตั้งบริษัท ธนารักษพัฒนาสินทรัพย จํากัด (ธพส.) มีวัตถุประสงคในเบื้องตน คือ การดําเนินการสรางและดูแลศูนยราชการแจงวัฒนะ ซึ่งตอมาไดมี แนวความคิดที่จะเสริมศักยภาพใหกับ ธพส. ใหมีความเปนมืออาชีพในการที่จะพัฒนาที่ราชพัสดุ ทั่วประเทศ โดยในขณะนี้มีบางสวนที่ ธพส. ไดเขามามีสวนรับผิดชอบในการดําเนินการไปแลว คือ โครงการบานธนารักษ ซึ่งจัดสรางเพื่อประโยชนในเรื่องสวัสดิการของขาราชการ เชน โครงการบานธนารักษ นนทบุรี โครงการบานธนารักษเชียงใหม และโครงการบานธนารักษภูเก็ต เปนตน แตสําหรับโครงการ ดําเนินการพัฒนาที่ราชพัสดุทั้ง ๕ โครงการ ยังไมไดมีการพิจารณาหรือพูดคุยในเรื่องนี้แตอยางใด ทั้งนี้ เนื่องจากจะตองพิจารณาศักยภาพในการดําเนินการของ ธพส. เปนหลักดวย ๓) ประโยชนที่จะไดรับ (๑) สรางรายไดใหภาครัฐจากการจัดใหเชาหรือใชประโยชนในที่ราชพัสดุ (๒) ลดคาใชจายของภาครัฐจากการประหยัดคาใชจายในการใชที่ราชพัสดุเปนที่ตั้ง ของสวนราชการตาง ๆ (๓) ชวยแกไขปญหาความเหลื่อมล้ําทางสังคม เชน โครงการรัฐเอื้อราษฎร เปนตน (๔) สงเสริมความเปนอยูของประชาชนใหมีสุขภาพและสิ่งแวดลอมที่ดีขึ้น เชน การสรางสวนสาธารณะ และสนามกีฬา เปนตน
( ๑๖ ) ๔) ปญหาอุปสรรคที่เกี่ยวของของกรมธนารักษ (๑) ที่ราชพัสดุสวนใหญใชประโยชนในราชการ ประมาณรอยละ ๙๘.๖ และมีเพียง รอยละ ๑.๔ ที่นําไปจัดหาประโยชน /การนํามาใชสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลตองใหสวนราชการที่ครอบครอง ใชประโยชนในที่ราชพัสดุนั้น ๆ สงคืนใหกรมธนารักษกอน จึงเปนไปดวยความลาชา /สวนราชการไมให ความรวมมือ (๒) ที่ราชพัสดุที่จะนําไปจัดประโยชนมีราษฎรครอบครองและอยูอาศัยและโตแยง สิทธิ ซึ่งตองทําการพิสูจนสิทธิระหวางรัฐกับราษฎรผูครอบครองที่ดิน ทําใหเสียเวลาในการแกไขปญหา (๓) ที่ราชพัสดุที่นําไปจัดประโยชนที่มีมูลคาโครงการเกิน ๑,๐๐๐ ลานบาท จะตอง ดําเนินการตามพระราชบัญญัติการใหเอกชนรวมทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๖ (๔) พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘ เปนกฎหมายเชิงบริหารไมมีบทลงโทษ ทําใหไมมีสภาพบังคับในการนําที่ดินกลับคืนมาดําเนินการ สวนที่ ๓ : ขอมูลเกี่ยวกับการดําเนินงานของบริษัท ธนารักษพัฒนาสินทรัพย จํากัด บริษัท ธนารักษพัฒนาสินทรัพย จํากัด (ธพส.) เปนบริษัทที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาแลว ประมาณ ๑๐ ป ซึ่งโดยทั่วไปจะเขาใจวา ธพส. มีหนาที่การบริหารจัดการและดูแลศูนยราชการ แจงวัฒนะแตเพียงอยางเดียว แตในความเปนจริงแลวเมื่อพิจารณาภายใตกรอบภารกิจของ ธพส. จะเห็นไดวา ธพส. ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อใหเขามาดูแลทรัพยสินของรัฐ โดยมีวัตถุประสงคหลัก ๒ ประการ คือ การสรางและดูแลผลประโยชนของศูนยราชการแจงวัฒนะ และการหาประโยชนจากทรัพยสินของรัฐ ในเชิงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย ทั้งนี้ในชวงที่ผานมาตลอดระยะเวลา ๑๐ ป ธพส. ไดดําเนินโครงการ ภายใตภารกิจดังกลาวขางตน ๒ โครงการหลัก ดังนี้ ๑. โครงการศูนยราชการแจงวัฒนะ โครงการดังกลาวกอตั้งมาตั้งแตป ๒๕๓๕ เนื่องจากหนวยงานราชการหลายแหง ตองเผชิญปญหาความไมเหมาะสมของสถานที่ทําการ ไมวาจะเปนความแออัดคับแคบไมอาจขยับขยายได หรือสภาพพื้นที่ไมเหมาะสมกับภารกิจของตนเอง บางหนวยงานตองเชาอาคารของเอกชนใชเปนสถานที่ ทําการ ทําใหหลายหนวยงานตองการมีสถานที่ทําการเปนของตนเองที่มีความเหมาะสม อีกทั้งยังมี หนวยงานใหมที่ไดจัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งรัฐจะตอง จัดหาสถานที่ทํางานใหดวย จึงไดมีการสรางศูนยราชการขึ้นบริเวณถนนแจงวัฒนะ บนเนื้อที่ประมาณ ๔๐๐ ไร เพื่อแกไขปญหาดังกลาว ทั้งนี้ ปจจุบันไดมีการสงมอบพื้นที่ใหหนวยงานราชการเขาใชประโยชน รวมพื้นที่ตามสัญญาเชาพื้นที่อาคารในโครงการศูนยราชการที่กรมธนารักษไดทําไวกับ ธพส. จํานวน ๔๘๔,๐๐๐ ตารางเมตร ประกอบดวยหนวยงานราชการประมาณ ๔๐ หนวยงาน เชน สํานักงาน ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร เปนตน
( ๑๗ ) ทั้งนี้ในปจจุบัน ธพส. มีโครงการที่อยูระหวางดําเนินการและศึกษาความเปนไปได ๓ โครงการ คือ ๑. โครงการสรางอาคารที่ทําการศาลปกครองแหงที่ ๒ (โดยจะใชพื้นที่ในศูนยราชการ ประมาณ ๕ ไร) ๒. โครงการสรางอาคารศูนยราชการโซน C (พื้นที่ใชสอยประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ – ๕๐๐,๐๐๐ ตารางเมตร) และ ๓. โครงการกอสรางเรือนจําใหกับกรมราชทัณฑ(เปนการดําเนินการ นอกพื้นที่ศูนยราชการ จํานวน ๒๔ แหงทั่วประเทศ) ๒. โครงการบานธนารักษ โครงการบานสวัสดิการเพื่อขาราชการ “โครงการบานธนารักษ” เริ่มตั้งแตป ๒๕๔๙ โดยกรมธนารักษนําที่ดินราชพัสดุที่เปนที่วาง หรือที่ดินที่มิไดใชประโยชน หรือเลิกใชประโยชนมา จัดใหเชา เพื่อเปนสวัสดิการใหแกขาราชการ ลูกจางประจําของหนวยงานรัฐ หรือองคกรอื่นของรัฐ ในลักษณะสัญญาเชาระยะยาวในอัตราผอนปรน โดยธนาคารอาคารสงเคราะห (ธอส.) เปนผูสนับสนุน สินเชื่อตามโครงการแปลงสินทรัพยเปนทุนแกขาราชการผูไดรับสิทธิ ซึ่ง ธพส. เปนผูดําเนินการปลูกสราง อาคาร และกรมธนารักษเปนผูเปดใหจองสิทธิ เมื่อไดผูจองครบ ๑๐๐ % จึงใหดําเนินการกอสรางที่พัก อาศัยในพื้นที่ ๔ จังหวัด รวมทั้งสิ้น ๙๖๔ หนวย มูลคาโครงการ ๑,๑๓๒.๓๗๔ ลานบาท ประกอบดวย ๑) โครงการบานธนารักษภูเก็ต เปนอาคารพักอาศัยรวม ๘ ชั้น ๒ อาคาร จํานวน ๑๕๖ หนวย ๒) โครงการบานธนารักษสุพรรณบุรี เปนบานเดี่ยวและทาวเฮาสจํานวน ๔๔ หนวย ๓) โครงการบานธนารักษเชียงใหม เปนบานเดี่ยว จํานวน ๑๔๐ หนวย ๔) โครงการบานธนารักษนนทบุรี เปนอาคารอาศัยรวม ๘ ชั้น ๘ อาคาร จํานวน ๖๒๔ หนวย ปจจุบันกอสรางและสงมอบแลวเสร็จ ๓ โครงการ คือ จังหวัดภูเก็ต จังหวัด สุพรรณบุรี และจังหวัดเชียงใหม คงเหลือจังหวัดนนทบุรีซึ่งกอสรางเสร็จแลว อยูระหวางการสงมอบให ลูกคา ปจจุบันสงมอบแลว จํานวน ๔๑๐ หนวย คิดเปนรอยละ ๖๕.๗๐ คงเหลืออีก ๒๑๔ หนวย ในการนี้ คณะอนุกรรมาธิการไดตั้งประเด็นซักถามวา โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแหงใหม ที่ ธพส. อยูระหวางการศึกษาความเปนไปไดในการดําเนินโครงการประกอบดวยโครงการประเภทใด ซึ่งกรณีนี้นายสุเมธ ดํารงชัยธรรม กรรมการผูจัดการบริษัท ธนารักษพัฒนาสินทรัพย จํากัด ไดชี้แจงตอ ที่ประชุมวา ปจจุบัน ธพส. อยูระหวางดําเนินการศึกษาความเปนไปไดในการพัฒนาที่ราชพัสดุและ อสังหาริมทรัพยของรัฐ ๓ โครงการ ดังนี้ ๑. โครงการกอสรางอาคารศาลปกครองสูงสุด รวมกับสํานักงานศาลปกครอง โดยมี วัตถุประสงคเพื่อกอสรางอาคารศาลปกครอง (อาคาร ๒) ในบริเวณพื้นที่วางดานหลังอาคารที่ทําการ ศาลปกครอง (อาคาร ๑) เนื้อที่ประมาณ ๘ ไร โดย ธพส. ทําหนาที่ระดมทุนและกอสราง ๒. โครงการพัฒนาพื้นที่สวนขยายศูนยราชการเฉลิมพระเกียรติฯ (โซนซี) โดยมี วัตถุประสงคเพื่อกอสรางอาคารสํานักงานในพื้นที่สวนขยายศูนยราชการเพื่อรองรับความตองการใชพื้นที่ สํานักงานหนวยงานรัฐ โดย ธพส. ทําหนาที่ระดมทุน กอสราง และบริหารโครงการ
( ๑๘ ) ๓. โครงการกอสรางเรือนจําและทัณฑสถาน รวมกับกรมราชทัณฑ กระทรวงยุติธรรม โดยมีวัตถุประสงคเพื่อยายและกอสรางใหมในพื้นที่ซึ่งมีความพรอม จํานวน ๑๗ แหง โดย ธพส. ทําหนาที่ ระดมทุนและกอสราง ๕. ขอสังเกตและขอเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ๕.๑ กรณีการดําเนินโครงการการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินของกรมธนารักษ ๑) เพื่อใหการดําเนินการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินรายแปลงแลวเสร็จโดยเร็ว จากเดิมที่กรมธนารักษตั้งเปาหมายการดําเนินการแลวเสร็จไวที่ ๘ ป และตอมาจะมีการลดเหลือ ๒ ป นั้น เนื่องจากหากกรมธนารักษสามารถประเมินราคาที่ดินรายแปลงไดทั่วประเทศตามแผนการดําเนินการ ดังกลาว คาดวามีประโยชนที่จะไดรับ ดังนี้ (๑) จะทําใหกรมที่ดินสามารถจัดเก็บรายไดจํานวนประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ลานบาท ตอปหรือเพิ่มขึ้นจากกรณีปกติ โดยมีรายไดเพิ่มขึ้น ๒๗,๐๐๐ – ๓๐,๐๐๐ ลานบาท (เพิ่มขึ้นรอยละ ๓๐) สวนการจัดเก็บรายไดในปตอไปนั้นก็จะขึ้นอยูกับการทําธุรกรรมเกี่ยวกับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เปนสําคัญ (๒) จะทําใหสามารถกําหนดราคาประเมินทุนทรัพยของอสังหาริมทรัพย ในรอบบัญชีตอไปไดชัดเจนและรวดเร็วขึ้น (๓) จะทําใหจัดเก็บรายไดไดเพิ่มขึ้น และเปนธรรมมากขึ้น เนื่องจากการประเมิน ราคาทุนทรัพยที่ดินรายแปลง เปนการกําหนดราคาประเมินทุนทรัพยที่ดินทุกแปลงอยางละเอียด ตามสภาพทําเลที่ตั้งของแปลงที่ดินและลักษณะของการใชประโยชนของที่ดินแตละแปลง ซึ่งมีอัตรา การจัดเก็บที่มีความชัดเจนและตรงกับขอเท็จจริงมากกวาการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินรายบล็อก เพราะการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินรายบล็อก เปนการประเมินราคาที่ดินโดยพิจารณาเปนกลุมพื้นที่ ที่มีสภาพทําเลที่ตั้งและการใชประโยชนคลายคลึงกัน โดยมีแผนที่โซน บล็อก เปนแผนที่แสดงบริเวณ ที่ดินที่กําหนด ซึ่งมีอัตราการจัดเก็บที่เปนเพียงการประมาณการยังไมมีความชัดเจน (๔) จะเปนการรองรับพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสรางที่จะออกมาใช บังคับในอนาคต ดังนั้น กรมธนารักษควรที่จะเรงรัดการดําเนินงานดังกลาวใหแลวเสร็จภายใน ระยะเวลาไมเกิน ๒ ป (กอนวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๐) และหากมีความจําเปนที่จะตองขอรับการจัดสรร งบประมาณสําหรับดําเนินการเปนการเพิ่มเติม กรมธนารักษควรที่จะเรงดําเนินการเพื่อขอตั้งงบประมาณ ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ นี้ ๒) กรณีที่สํานักงบประมาณไดมีการพิจารณาตัดงบประมาณของกรมธนารักษ ในสวนที่เกี่ยวกับการดําเนินการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดินในปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ จํานวน ๑,๓๐๐ ลานบาท ออกทั้งหมดนั้น เห็นควรใหกรมธนารักษพิจารณาเสนอกระทรวงการคลังเพื่อเสนอ
( ๑๙ ) ขอแปรญัตติหรือขอใชงบกลาง หรือเสนอใหกระทรวงการคลังขอใชเงินนอกงบประมาณในสวนอื่น เพื่อนํามาใชในกิจกรรมนี้แทน ๓) เนื่องจากขณะนี้กรมธนารักษยังไมมีกฎหมายเฉพาะออกมารองรับดานการ ปฏิบัติงานประเมินราคาทรัพยสิน ไดแก รางพระราชบัญญัติการประเมินราคาทรัพยสินเพื่อประโยชน แหงรัฐ พ.ศ. .... และรางพระราชบัญญัติการประกอบวิชาชีพประเมินมูลคาทรัพยสิน พ.ศ. .... โดยที่ รางพระราชบัญญัติการประเมินราคาทรัพยสินเพื่อประโยชนแหงรัฐ พ.ศ. .... มีวัตถุประสงคเพื่อกําหนด หลักเกณฑและวิธีการเกี่ยวกับการประเมินมูลคาทรัพยสินอันมีวัตถุประสงคเพื่อนําไปใชเปนเกณฑอางอิง หรือเปนฐานในการจัดเก็บภาษีอากรและคาธรรมเนียมตามกฎหมายวาดวยการนั้น หรือเพื่อใชในการ ปฏิบัติงานอื่นของหนวยงานของรัฐ สวนรางพระราชบัญญัติการประกอบวิชาชีพประเมินมูลคาทรัพยสิน พ.ศ. .... มีวัตถุประสงคเพื่อควบคุมการประกอบวิชาชีพประเมินมูลคาทรัพยสิน โดยมีระบบควบคุม จรรยาบรรณของผูประกอบวิชาชีพอันมีสภาพบังคับทางกฎหมาย และมีมาตรฐานการประเมินมูลคา ทรัพยสินและอยูภายใตระบบควบคุมจรรยาบรรณแหงวิชาชีพเดียวกัน ในการนี้เพื่อใหการปฏิบัติงาน ในการประเมินราคาทรัพยสินเปนไปอยางมีประสิทธิภาพมากขึ้น กรมธนารักษควรเรงดําเนินการใหมี การเสนอรางพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับดังกลาวตอสภานิติบัญญัติแหงชาติเพื่อพิจารณาโดยเร็ว และ หากรางพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับดังกลาวเขาสูการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแหงชาติแลว ควรสนับสนุนและผลักดันเพื่อใหมีผลใชบังคับเปนกฎหมายตอไป ๔) กรมธนารักษควรมีการบูรณาการขอมูลกับสวนราชการอื่น ๆ เชน กรมที่ดิน กรมแผนที่ทหาร เปนตน เพื่อใหการกําหนดราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสรางเปนไปอยางถูกตอง เปนธรรม และเสร็จสิ้นโดยเร็ว ๕.๒ กรณีการดําเนินโครงการการบริหารจัดการที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ ๑) ปจจุบันมีที่ราชพัสดุทั่วประเทศ จํานวนทั้งสิ้น ๑๒.๕ ลานไร โดยแยกประเภท ที่ราชพัสดุดังกลาวออกเปนกรณีที่ใชในราชการ จํานวน ๑๐.๔๖๖ ลานไร กรณีที่จัดใหเชา จํานวน ๐.๑๘๕ ลานไรและกรณีที่สงวนไวใชราชการ จํานวน ๑.๘๔๙ ลานไร เนื่องจากมีสวนราชการหลายแหง ที่ครอบครองที่ราชพัสดุไวโดยไมไดนําไปใชประโยชนเทาที่ควร ในการนี้ เพื่อใหการบริหารจัดการ ทรัพยสินของแผนดินเปนไปอยางมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชนสูงสุด กรมธนารักษควรเรียกที่ราชพัสดุ คืนจากสวนราชการตาง ๆ ที่ครอบครองไวโดยไมไดใชประโยชนในที่ดินดังกลาวเพื่อนํามาบริหารจัดการ ใหเกิดประโยชนตอไป ทั้งนี้ หากกรมธนารักษสามารถบริหารจัดการที่ราชพัสดุไดอยางมีประสิทธิภาพแลว จะกอใหเกิดประโยชนในดานตาง ๆ อาทิ จะทําใหจัดเก็บรายไดเพิ่มขึ้นกวาปละ ๖,๐๐๐ ลานบาท และจะเปนการนําที่ดินดังกลาวมากอใหเกิดรายไดจากการเพาะปลูกการเกษตร เกษตรอุตสาหกรรม และธุรกิจภาคบริการ
( ๒๐ ) นอกจากนี้กรมธนารักษควรมีการวางแผนและกําหนดแนวทางการดําเนินงาน ที่ชัดเจนเพื่อที่จะพัฒนาที่ราชพัสดุใหเกิดประโยชนสูงสุด อาทิ (๑) การพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงซอยพิพัฒน ๒ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร (๒) การพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงตลาดชลประทานปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี (๓) การพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี (๔) การเรงรัดแกไขกรณีพิพาทที่ราชพัสดุแปลงหมอชิตใหเสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อที่จะพัฒนาที่ดินแปลงดังกลาวใหเกิดประโยชนซึ่งจะทําใหมีรายไดเพิ่มขึ้นอีกเปนจํานวนมาก (๕) การเรงรัดโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงที่ตั้งโรงภาษีรอยชักสาม ๒) กรมธนารักษควรมีการกําหนดเขตพื้นที่ดินออกเปนกลุม ๆ โดยทรัพยสินที่มี ลักษณะเดียวกัน ทําเลที่ตั้งและลักษณะการใชประโยชนเหมือนกันควรจัดอยูในกลุมเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อประโยชน ในการเรียกเก็บคาจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม หรือการจัดเก็บภาษีเงินไดจากการขายอสังหาริมทรัพย ของแตละพื้นที่ในแตละกลุม อาทิ กลุมประเภทที่ใชประโยชนในเชิงเศรษฐกิจ กลุมประเภทที่ใชประโยชน ในเชิงสังคม และกลุมประเภทที่สวนราชการขอใชประโยชน ๓) กรมธนารักษควรมีการกําหนดใหมีหนวยงานที่มีหนาที่รับผิดชอบที่ชัดเจน ในการบริหารจัดการโครงการตางๆเชนเดียวกับภาคเอกชน ทั้งนี้ เพื่อประโยชนใหการดําเนินงานใหเปนไป ดวยความรอบคอบและเรียบรอย ๔) กรมธนารักษควรเรงรัดบริหารจัดการที่ราชพัสดุที่สวนราชการไดสงคืนให กรมธนารักษ จํานวน ๖๘ แปลง เนื้อที่ประมาณ ๒,๐๒๘ ไร ใหเหมาะสมกับสภาพที่ดินนั้น ๆ โดยเร็ว ๕.๓ กรณีการบริหารจัดการการใชประโยชนในที่ดินของรัฐทั่วประเทศ เนื่องจากขณะนี้การบริหารจัดการการใชประโยชนในที่ดินของรัฐทั่วประเทศ ในภาพรวมยังไมเปนไปในทิศทางเดียวกัน ประกอบกับที่ราชพัสดุสวนใหญยังอยูในความครอบครองของ สวนราชการ ซึ่งในชวงที่ผานมามีสวนราชการหลายแหงที่ครอบครองที่ราชพัสดุไวโดยไมไดนําไปใช ประโยชนเทาที่ควร ในการนี้เพื่อใหการบริหารจัดการการใชประโยชนในที่ดินของรัฐทั่วประเทศ และ การบริหารจัดการที่ราชพัสดุเปนไปอยางมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเกิดประโยชนสูงสุด ควรกําหนดใหมี คณะกรรมการระดับชาติซึ่งมีที่มาจากผูบริหารของหนวยงานราชการตาง ๆ ที่เกี่ยวของ เพื่อใหมีอํานาจ หนาที่ดังตอไปนี้ อาทิ กํากับดูแลการบริหารจัดการโครงการตาง ๆ ในภาพรวม และพิจารณาแกไขปญหา ทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับทองถิ่น ในพื้นที่รอยตอทั่วประเทศ รวมทั้งกําหนดใหมี การประสานขอมูลและทํางานรวมกันแบบบูรณาการในทุกขั้นตอน อนึ่ง สําหรับองคประกอบของคณะกรรมการระดับชาติ ควรประกอบดวย นายกรัฐมนตรี เปนประธาน รัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย เปนรองประธาน และมีปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ
รายงานการพิจารณาศึกษาผลการดําเนินงานของกรมธนารักษ กรณีการดําเนินโครงการการประเมินราคาทุนทรัพยที่ดิน และกรณีการดําเนินโครงการการบริหารจัดการที่ราชพัสดุ ของ คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภานิติบัญญัติแหงชาติ คณะผูรับผิดชอบ ในการจัดทํารายงานของคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภานิติบัญญัติแหงชาติ นางสาวชลธิชา มีแสง ผูอํานวยการสํานักกรรมาธิการ ๑ ฝายเลขานุการคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภานิติบัญญัติแหงชาติ นางสุภาพร วิเชียรเพชร ผูชวยเลขานุการประจําคณะกรรมาธิการ นายธณรัฐ แสนแกว นิติกรชํานาญการ นางสาวกนิศ สามารถ วิทยากรปฏิบัติการ นางสาวอัญชลี วุฒิศิริ นิติกรปฏิบัติการ นางสาวมณีรัตน เพ็งไชโย นิติกรปฏิบัติการ นางสาวศศิกานต พรามจร เจาพนักงานธุรการชํานาญงาน นายมนตรี เศรษฐรุจิ เจาพนักงานธุรการชํานาญงาน นายวิชิต คําดี นักวิชาการสนับสนุนงานนิติบัญญัติดานวิชาการ นางสาวมารียาน ปาทาน พนักงานสนับสนุนการประชุม ฝายเอกสารอางอิง นางสาวลัดดาวัลย สมบูรณกิจชัย ผูบังคับบัญชากลุมงานบริการเอกสารอางอิง ในการประชุมกรรมาธิการ นางอนงค โตะประดับ วิทยากรชํานาญการพิเศษ นายธณเดช เขตจัตุรัส นิติกรชํานาญการ นายคมสัน นิคมคณารักษ นิติกรปฏิบัติการ นางสาวยุพิน พรพันธ เจาพนักงานธุรการปฏิบัติงาน สอบถามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ สํานักกรรมาธิการ ๑ โทรศัพท๐ ๒๘๓๑ ๙๑๕๔ - ๕ โทรสาร ๐ ๒๘๓๑ ๙๑๕๕