The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tuahuay, 2023-01-01 20:39:19

รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ๐- ๖ ปี

สำนักกรรมาธิการ ๓

[๕5]

๒. การเตรียมความพร้อมการถ่ายโอนภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของ
มนุษย์ใหอ้ งค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินในส่วนท่เี กย่ี วข้องกบั ภารกิจของกรมกิจการเด็กและเยาวชน

ขณะน้ี กรมกิจการเด็กและเยาวชน โดยศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็ก
แรกเกิด อยู่ระหวา่ งการจดั จ้างมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลมิ พระเกยี รติ เพื่อจดั ทาคู่มือการปฏิบัตงิ านเพือ่ การถ่ายโอน
ภารกิจโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สอดคล้องกับ
แนวทางการดาเนินงานในร่างแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับท่ี ๓)
พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๕ ระบุให้ส่วนราชการท่ีจะต้องถ่ายโอนภารกิจตามแผนการปฏิบัติการกาหนดขั้นตอนการ
กระจายอานาจให้แกอ่ งค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน ตอ้ งจัดทาคู่มือการปฏิบัตงิ าน มาตรฐานบริการสาธารณะ รวมท้ัง
การฝึกอบรมเตรียมความพร้อมให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ เพอื่ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินสามารถจัดทา
บริการสาธารณะได้อย่างมีคุณภาพและมีมาตรฐาน เพื่อให้การขับเคลื่อนการถ่ายโอนภารกิจโครงการเงินอุดหนุน
เพื่อการเล้ยี งดูเด็กแรกเกดิ ใหแ้ กอ่ งค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ เป็นไปอย่างมีประสทิ ธภิ าพ

ในปี ๒๕๖๓ มีการพิจารณาเพื่อกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยที่ประชุม
คณะกรรมการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ครั้งท่ี ๒/๒๕๖๓ เห็นชอบให้บรรจุโครงการเงิน
อุดหนุนเพื่อการเล้ียงดูเด็กแรกเกิด และสภาเด็กและเยาวชนในแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ินและแผนปฏิบัติการกาหนดขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับท่ี ๓)
พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๕

อย่างไรก็ดี ในปีดังกล่าวมีการคาดการณ์ว่า จะมีจานวนเด็กแรกเกิดท้ังส้ินประมาณ ๑ ล้านคน
แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า มีจานวนเด็กแรกเกิดมากกว่าจานวนท่ีคาดการณ์ไว้ทาให้จานวนประชากรมากกว่า
งบประมาณท่ีตั้งไว้เป็นเหตุให้งบประมาณไม่เพียงพอ ทั้งน้ี รวมไปถึงการให้เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด
ยอ้ นหลังด้วย ดังนน้ั เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดงั กล่าวควรกาหนดจานวนเด็กแรกเกดิ และงบประมาณใหส้ อดคล้องกัน
และมคี วามชัดเจนมากกว่านี้

จากนั้น ท่ีประชุมคณะอนุกรรมาธิการได้กล่าวแสดงความคิดเห็น ต้ังข้อสังเกต และข้อเสนอแนะ
สรปุ สาระสาคัญ ได้ดังนี้

๑. เหตุใดมติคณะรัฐมนตรี วันท่ี ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘ จึงกาหนดให้จ่ายเงินอุดหนุนเพ่ือการเลี้ยงดู
เด็กแรกเกดิ ต่อครอบครวั ที่มีรายไดไ้ ม่เกิน ๓๖,๐๐๐ บาท/คน/ปี จานวนเงินดงั กลา่ วมีฐานคดิ มาจากอะไร

ต่อประเด็นนี้ นางภาวินี สุมลตรี รักษาการในตาแหน่งผู้เช่ียวชาญเฉพาะด้านเยาวชน ได้ให้
ข้อมูลว่า สาหรับการคานวณดังกล่าวจะนารายได้ของสมาชิกในครัวเรือนทุกคนมารวมกันแล้วหารด้วยจานวน
สมาชกิ ต้องได้ไม่เกิน ๓๖,๐๐๐ บาท/ปี

๒. ตามมติคณะรฐั มนตรี วนั ท่ี ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๙ กาหนดว่า ใหข้ ยายเงินอดุ หนุน ๖๐๐ บาท/คน/
เดอื น และขยายอายเุ ดก็ เปน็ ๐ - ๖ ปี (นาร่อง e - Payment) ฐานประชากรในกรณีดงั กลา่ วมีทง้ั ส้ินกรี่ าย

สาหรับประเด็นนี้ นางภาวินี สุมลตรี รักษาการในตาแหน่งผู้เช่ียวชาญเฉพาะด้านเยาวชน
ได้ให้ข้อมูลว่า ฐานประชากรนามาจากการประมาณการณ์จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของสานักงานสภาพัฒนาการ
เศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ คือ ยดึ จานวนประชากรจากบตั รสวสั ดิการแห่งรัฐเปน็ หลกั

[๖6]

๓. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินประสบ
ปัญหาเกี่ยวกับการจ่ายเงินเบ้ียคนชราและเบี้ยคนพิการหรือไม่อย่างไร เนื่องจากปัจจุบันมีการถ่ายโอนภารกิจจาก
กระทรวงการพฒั นาสงั คมฯ ไปยังองคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่ เพียงบางสว่ นเท่านัน้

ต่อกรณีดังกล่าว นางภาวินี สุมลตรี รักษาการในตาแหน่งผู้เช่ียวชาญเฉพาะด้านเยาวชน
ได้ให้ข้อมูลว่า ในเรื่องน้ียังคงพบปัญหาเกี่ยวกับความไม่ชัดเจนในการประมาณการณ์จานวนของผู้สูงอายุและคน
พิการและหน่วยงานที่ทาหน้าท่ีในการตั้งงบประมาณท่ีจะต้องจ่ายให้แก่บุคคลดังกล่าว รวมถึงยังมีปัญหาในส่วน
ของกระบวนการหรือข้ันตอนท่ีล่าช้าในการประสานงานระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น การลงทะเบียนและการนาเข้าข้อมูลที่ยังไม่ถูกต้องตรงกัน และปัญหาอื่น ๆ อีกหลายประการ ดังนั้น
เพ่ือให้กลุ่มเป้าหมายได้รับประโยชน์ตามนโยบายของรัฐ ควรมีการเร่งแก้ปัญหาการสารวจจานวนประชากรมิให้ตก
หล่นไม่ว่าจะเป็นจานวนของผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และเด็กแรกเกิด โดยเฉพาะบัตร
สวสั ดกิ ารแหง่ รฐั เนอื่ งจากบัตรฯ ดังกลา่ วนั้นสามารถนาไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ในหลายเรอื่ ง

๔. เน่ืองจากนโยบายการจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็ก (๐ - ๖ ปี) เป็นการขับเคล่ือนงานร่วมกับ
ภาคีเครือข่ายผ่านคณะกรรมการระดับชาติ เหตุใดจึงขยายนโยบายดังกล่าวเป็นแบบถ้วนหน้า กรณีนี้จะขัดกับ
วัตถุประสงค์เดิมทีต่ ้งั ไวห้ รือไม่

ต่อกรณีดังกล่าว นางภาวินี สุมลตรี รักษาการในตาแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเยาวชน
ได้ให้ขอ้ มูลวา่ จากการประเมินผลเกี่ยวกับความยากจนประกอบงานวจิ ัยพบว่า ยังมีกลุ่มคนยากจนที่ตกการสารวจ
อยู่จานวนมาก จึงเป็นเหตุให้มีการขยายนโยบายดังกล่าวให้เป็นแบบถ้วนหน้า ท้ังน้ี เพื่อเป็นการเชื่อมโยงกับ
นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นการช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยได้อย่างแท้จริง เกิดความคุ้มค่าและเกิด
ประโยชนต์ อ่ ประเทศชาตใิ นอนาคต โดยไมข่ ดั ตอ่ วตั ถปุ ระสงค์เดมิ ท่ตี ั้งไวแ้ ตอ่ ย่างใด

๕. รฐั สวัสดิการในส่วนของเบี้ยคนชรา และเบ้ียคนพกิ าร ทร่ี ัฐจะต้องรับผดิ ชอบมีจานวนเทา่ ไหร่
ต่อกรณีดังกล่าว นางภาวินี สุมลตรี รักษาการในตาแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเยาวชน ได้ให้

ข้อมูลว่า ในปี ๒๕๖๔ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ต้ังงบประมาณในส่วนของเบ้ียคนชราและเบี้ยคนพิการ
แต่ยังพบปัญหาหลายประการเกีย่ วกับกระบวนการและข้นั ตอนต่าง ๆ ซง่ึ ยังไม่ทราบสาเหตุของปัญหาดงั กล่าวอยา่ ง
แน่ชัด อย่างไรก็ตาม กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กรมบัญชีกลาง และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ในฐานะ
หน่วยงานท่ีรับผิดชอบควรหาแนวทางในการแก้ปญั หาร่วมกันเพื่อให้การดาเนนิ การเกดิ ความชัดเจนตอ่ ไป

มตทิ ่ีประชุม
- ที่ประชุมรับทราบแนวทางการดาเนินการและการจัดสรรงบประมาณตามโครงการเงินอุดหนุน
เพอ่ื การเลี้ยงดเู ด็กแรกเกดิ - ๖ ปี และการเตรียมความพร้อมการถ่ายโอนภารกจิ ของกระทรวงการพัฒนาสงั คม
และความมั่นคงของมนุษย์ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในส่วนที่เก่ียวข้องกับภารกิจของกรมกิจการเด็กและ
เยาวชนจากผูแ้ ทนกรมกิจการเดก็ และเยาวชน

[๗7]

ระเบียบวาระท่ี ๔ เร่ืองอ่นื ๆ
- นัดประชมุ คณะอนกุ รรมาธกิ ารครั้งต่อไป
ที่ประชุมเห็นควรให้นัดประชุมคณะอนุกรรมาธิการคร้ังต่อไป ในวันพฤหัสบดีที่ ๑ ตุลาคม

๒๕๖๓ เวลา ๐๘.๓๐ นาฬกิ า ณ ห้องประชุม หมายเลข ๒๕๐๑ ชน้ั ๒๕ อาคารสุขประพฤติ กรงุ เทพมหานคร
มติที่ประชมุ
- ท่ีประชุมรบั ทราบ

เมื่อได้เวลาอันสมควรแล้ว ประธานคณะอนุกรรมาธิการ ได้กล่าวขอบคุณอนุกรรมาธิการ
และผู้เขา้ ร่วมประชุมทกุ ทา่ น และปิดการประชมุ

เลกิ ประชุมเวลา ๐๙.๓๐ นาฬกิ า

นางสาวธรรมรัตน์ ศรที องกลู นติ กิ รชานาญการ
ผ้จู ดบนั ทึกการประชมุ
นางสาวภิรมย์ นลิ ทพั

ปฏบิ ตั หิ นา้ ทกี่ ากบั ดแู ลการปฏบิ ัตริ าชการของ
กลุ่มงานคณะกรรมาธกิ ารการพัฒนาสงั คมฯ
ผตู้ รวจ/ทาน
วันศกุ รท์ ่ี ๑๘ กนั ยายน ๒๕๖๓



[9]

ภาคผนวก ข

บนั ทกึ การประชมุ
คณะอนุกรรมาธกิ ารกจิ การเด็ก เยาวชน และผดู้ ้อยโอกาส
ในคณะกรรมาธิการการพฒั นาสังคม และกิจการเดก็ เยาวชน สตรี

ผูส้ งู อายุ คนพิการ และผู้ดอ้ ยโอกาส วฒุ สิ ภา
คร้งั ท่ี 10/๒๕๖๔

วนั พฤหัสบดีที่ 11 พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔
(ผา่ นสอื่ อิเลก็ ทรอนกิ ส์)
-------------------------------

อนกุ รรมาธิการผมู้ าประชมุ ประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร (ผา่ นสอื่ อิเลก็ ทรอนิกส)์
๑. นายวัลลภ ตงั คณานรุ กั ษ์ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนทห่ี นึง่
๒. พลเอก ไพชยนต์ ค้าทันเจริญ (ผา่ นส่อื อเิ ล็กทรอนกิ ส)์
อนกุ รรมาธกิ าร (ผา่ นสอ่ื อเิ ล็กทรอนกิ ส)์
3. นายศุภชยั สถีรศิลปิน อนุกรรมาธกิ าร (ผา่ นสื่ออิเลก็ ทรอนิกส์)
อนุกรรมาธิการ (ผ่านสอื่ อิเล็กทรอนิกส์)
4. นางงามจิต แตส้ วุ รรณ อนุกรรมาธิการ (ผา่ นสือ่ อิเลก็ ทรอนิกส์)
5. นายสถาวร จนั ทร์ผอ่ งศรี อนุกรรมาธิการ (ผา่ นสอ่ื อเิ ล็กทรอนกิ ส์)
6. นายอัครเดช สุพรรณฝ่าย อนุกรรมาธกิ าร (ผ่านส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์)
7. นายสาราญ อรณุ ธาดา อนกุ รรมาธกิ าร (ผ่านสื่ออเิ ลก็ ทรอนกิ ส)์
8. นายธนะรัตน์ ธาราภรณ์ อนุกรรมาธิการและผชู้ ว่ ยเลขานุการ
9. นางณัฐนนั ท์ สวา่ งวงศ์ (ผา่ นสอ่ื อเิ ล็กทรอนกิ ส์)
๑0. นางจติ ตินนั ท์ ศิริอังกานนท์
รองประธานคณะอนกุ รรมาธกิ าร คนท่ีสอง
อนกุ รรมาธิการผลู้ าประชมุ อนกุ รรมาธกิ ารและเลขานุการ
1. นางจริ าภรณ์ เลา้ เจรญิ
2. นางวรภทั ร แสงแก้ว ประธานที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธกิ าร
(ผ่านสอ่ื อิเลก็ ทรอนิกส์)
ท่ีปรึกษาคณะอนกุ รรมาธกิ ารผู้มาประชมุ
นางทัศนา ยุวานนท์ ผอู้ านวยการศูนยป์ ฏบิ ตั ิการโครงการเงินอุดหนนุ
เพ่อื การเลี้ยงดูเดก็ แรกเกดิ
ผชู้ ี้แจง (ผ่านสือ่ อิเลก็ ทรอนกิ ส์)
นกั พัฒนาสังคมชานาญการ
กรมกจิ การเดก็ และเยาวชน (ผ่านสือ่ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์)
1. นางปิยะวดี พงศไ์ ทย

2. นางสาวกญั ตสร เมธาสกุลวงศ์

[1๒0]

เรมิ่ ประชมุ เวลา 13.30 นาฬิกา
เม่ืออนุกรรมาธิการมาครบองค์ประชุมแล้ว นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธาน

คณะอนุกรรมาธิการ ได้กล่าวเปิดประชุม และดาเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุม
สรปุ ได้ดังน้ี

ระเบยี บวาระท่ี ๑ เร่อื งทป่ี ระธานแจ้งตอ่ ที่ประชมุ
- ไม่มี -

ระเบยี บวาระที่ ๒ รับรองบนั ทึกการประชุม

ที่ประชุมมีมติแก้ไขรับรองบันทึกการประชุม ครั้งที่ 9/๒๕๖๔ วันพฤหัสบดีท่ี 4
พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ดังนี้

- หนา้ 3 (3) แก้ไข “เพม่ิ ประสิทธิ” เปน็ “เพมิ่ ประสิทธภิ าพ”
- หน้า 4 (3) แกไ้ ข “ทาให้” เป็น “ทาให้”
- หน้า 6 แกไ้ ข “กาลงั ” และ “จดั ทา” เปน็ “กาลัง” และ “จัดทา”
- หน้า 8 แก้ไข “คนจนที่ตกหล่นบางรายท่ียังไม่ชื่อ” เป็น “คนจนท่ีตกหล่น
บางรายท่ียังไม่มชี ื่อ”

ท่ีประชุมรบั ทราบ

ระเบยี บวาระท่ี ๓ เร่อื งเสนอเพ่อื พจิ ารณา
- พิจารณาศึกษาทางเลือกเชิงนโยบายในการเปล่ียนผ่านโครงการเงินอุดหนุน

เพ่อื การเล้ียงดเู ดก็ แรกเกิดให้เปน็ แบบถ้วนหน้า
โดยเชิญนางปิยะวดี พงศ์ไทย ผู้อานวยการศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุน

เพ่ือการเล้ียงดูเด็กแรกเกิด และ นางสาวกัญตสร เมธาสกุลวงศ์ นักพัฒนาสังคมชานาญการ
กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมนั่ คงของมนษุ ย์ เขา้ ร่วมประชมุ

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า
เมื่อคราวประชุมคร้ังที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีการพิจารณาศึกษาทางเลือกเชิงนโยบายในการเปลี่ยนผ่าน
โครงการเงินอุดหนุนเพ่ือการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดให้เป็นแบบถ้วนหน้า โดยมีการพิจารณาประเด็น
เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดให้เป็นแบบถ้วนหน้า จานวน 4 แนวทาง จึงได้เชิญหน่วยงาน
ท่ีเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพ่ือชี้แจงข้อมูลต่อไป

นางปิยะวดี พงศ์ไทย ผู้อานวยการศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดู
เด็กแรกเกิด ได้นาเสนอข้อมูลต่อที่ประชุมว่า กรมกิจการเด็กและเยาวชน ร่วมกับ สถาบันวิจัย
เพ่ือการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เพ่ือจัดทานโยบายในการเปล่ียนผ่านโครงการเงินอุดหนุน
เพื่อการเลี้ยงดเู ด็กแรกเกดิ ใหเ้ ปน็ แบบถ้วนหนา้ จานวน 4 แนวทาง ดงั น้ี

[1๓1]

1. ขยายความคุ้มครองไปสู่เด็กแรกเกิด อายุ 0 - 6 ปี ทุกคน เร่ิมตั้งแต่ปีงบประมาณ
2565 ซึง่ แนวทางน้จี ะขจดั ปญั หาเดก็ ยากจนตกหลน่ ได้ดีทสี่ ดุ และทันที

2. ขยายความคุ้มครองไปสู่เด็กทุกคนท่ีเกิดต้ังแต่วันท่ี 1 ตุลาคม 2564 ส่วนเด็ก
ท่เี กิดก่อนหน้าใหย้ ังคงจานวนผู้รับเงินอุดหนุนตามเกณฑ์รายได้ครอบครวั ท่ีใช้อยู่ในปัจจบุ ัน คือ ครัวเรือน
ท่ีมีรายได้เฉล่ียไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคน ต่อปี แนวทางน้ีจะทาให้งบประมาณที่จะใช้ในปีแรก
เพิ่มไม่มากแล้วทยอยปรับเพ่ิมจนเท่ากับแนวทางแรกเมื่อผ่านไป 6 ปี เช่นเดียวกับจานวนเด็กยากจน
ตกหลน่ ทจ่ี ะไม่หมดไปทันที แตจ่ ะทยอยปรบั ลดลงจนหมดไปใน 6 ปี

3. เปล่ียนเกณฑ์การคัดกรองครอบครัวท่ีมีเด็กแรกเกดิ อายุ 0 - 6 ปี โดยให้เงนิ อุดหนุน
กับทุกครอบครัวยกเว้นครอบครัวท่ีไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก “ความมีฐานะ” โดยอาจแยกเป็น 2 กรณี
ดั งนี้ คื อ 3.1) ต้ั งเป้ าว่ าจ ะ ค ร อ บ ค ลุ ม เด็ ก จ าน ว น 66% ใน ปี งบ ป ร ะ ม าณ 2565, 83%
ในปีงบประมาณ 2566 และ 100% ในปีงบประมาณ 2567 แนวทางนี้จะทาให้งบประมาณท่ีใช้ทยอย
เพ่ิมเช่นกัน และเท่ากับวิธีแรกเม่ือเวลาผ่านไป 3 ปี และ 3.2) คงจานวนเด็กท่ีครอบคลุม
เป็นร้อยละ 80% ตลอดไป ทั้งสองแนวทางจะทาให้จานวนเด็กยากจนตกหล่นใกล้ศูนย์ตั้งแต่ปีแรก
ทด่ี าเนินการคือ ปีงบประมาณ 2565 เหตุเพราะการคดั กรองรายได้สามารถกระทาโดยการเปรียบเทยี บ
กบั ฐานข้อมลู “ผมู้ ีฐานะ” ท่ีรัฐบาลมอี ยแู่ ลว้ ไมต่ อ้ งมกี ารรายงานรายไดจ้ ากผลู้ งทะเบียนแตอ่ ยา่ งใด

4. ปรับเกณฑ์รายได้ครอบครัวในปัจจุบันจากเฉลี่ยครัวเรือนละไม่เกิน 100,000 บาท
ต่อคน ต่อปี ให้สูงข้ึน โดยคาดหวังเพื่อลดจานวนเด็กยากจนตกหล่น โดยแยกเป็น 4 กรณี ดังนี้
4.1) ปรับเกณฑ์รายได้ขึ้นเป็น 200,000 บาท ต่อคน ต่อปี 4.2) ปรับเกณฑ์รายได้ขึ้นเป็น 300,000
บาท ต่อคน ต่อปี 4.3) ปรับเกณฑ์รายได้ขึ้นเป็น 400,000 บาท ต่อคน ต่อปี และ 4.4) ปรับเกณฑ์
รายได้ขึ้นเป็น 500,000 บาท ต่อคน ต่อปี วิธีการน้ีจะสามารถลดจานวนเด็กยากจนตกหล่นได้บางส่วน
เพราะยงั ต้องมกี ระบวนการคัดครองรายไดซ้ ึง่ มกั จะพบการตกหลน่ เด็กยากจนเสมอ

สาหรับรายละเอียดแต่ละแนวทาง รวมทั้งการประมาณการงบประมาณที่ต้ องใช้
ในปีงบประมาณ 2565 - 2569 ดงั น้ี

แนวทางที่ 1 : ถ้วนหน้าทันทีตงั้ แต่ปีงบประมาณ 2565
แนวทางน้ีตรงกับข้อเสนอแนะเชิงนโยบายขององค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ
(UNICEF) สถาบันวิจยั เพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และภาคประชาชน โดยเป็นการให้เงนิ อุดหนุน
กบั เดก็ ทุกคนในชว่ งอายุแรกเกดิ อายุ 0 - 6 ปี ซึง่ จะรวมทั้งเดก็ ในโครงการเงนิ อดุ หนนุ เพอ่ื การเลยี้ งดเู ดก็
แรกเกิดปัจจุบัน และเด็กนอกโครงการฯ ด้วย แต่ไม่เสนอให้จ่ายเงินอุดหนุนย้อนหลังถึงเมื่อแรกเกิด
เช่น เด็กท่ีอายุ 3 ขวบบริบูรณ์ ในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 และไม่เคยได้รับเงินอุดหนุนมาก่อน
จะได้รับเงินอุดหนุนต่อไปอีก 3 ปี จนถึงอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่ได้รับเงินย้อนหลังในช่วงต้ังแต่เกิด
จนถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2564 แนวทางนี้ทาให้ไม่ต้องมีการคัดกรองรายได้ของครอบครัวอีกต่อไป
และจะขจัดปัญหาเด็กยากจนตกหล่นได้ดีที่สุดและเป็นไปอย่างทันที เหมาะกับช่วงเวลาการระบาด
ของโควดิ ทยี่ งั มเี ด็กทค่ี รอบครวั ไดร้ ับผลกระทบทางเศรษฐกจิ แตไ่ มเ่ คยได้รบั เงินอดุ หนุนมากอ่ น

[1๔2]

แนวทางท่ี 2 : ถ้วนหน้าเฉพาะเดก็ เกดิ ใหมต่ งั้ แตว่ นั ท่ี 1 ตุลาคม 2564
แนวทางนี้จะเร่ิมให้เงินอุดหนุนฯ กับ ‘เด็กทุกคน’ ท่ีเกิดในวันที่ 1 ตุลาคม 2564
หรือหลังจากนั้น และให้ต่อเน่ืองจนถึงอายุ 6 ปีบริบูรณ์ ส่วนเด็กในช่วงวัยแรกเกิดอายุ 0 - 6 ปี
ที่เกิดก่อนวันท่ี 1 ตุลาคม 2564 แยกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มย่อยที่เคยได้รับเงินอุดหนุนจะได้รับต่อเนื่อง
จนถึงอายุ 6 ปี ส่วนกลุ่มที่ไม่เคยไม่รับเงินอุดหนุนจะยังคงไม่ได้รับเงินอุดหนุนต่อไป ยกเว้นเด็ก
ที่เข้าเกณฑ์ อยู่ในครอบครัวที่มีรายได้ต่ากว่า 100,000 บาท ต่อคน ต่อปี วิธีนี้จะทาให้รัฐบาล
ต้องจดั สรรงบประมาณเพิ่มเติมเมอ่ื เทียบกบั เกณฑ์ปัจจบุ ันเฉพาะเด็กเกดิ ใหมต่ ้งั แตว่ นั ที่ 1 ตุลาคม 2564
ที่ครอบครัวมีรายได้เฉล่ียสูงกว่า 100,000 บาท ต่อคน ต่อปี จะมีการจัดสรรงบประมาณเพ่ิมขึ้น
เพื่อให้เท่ากับแนวทางท่ี 1 เมื่อเวลาผ่านไป 6 ปี คือในปีงบประมาณ 2570 แนวทางนี้จะยังคงมีเด็ก
ยากจนตกหล่นต่อไปในระยะแรก ซ่ึงรวมถึงครอบครัวเด็กเล็กปัจจุบันท่ีได้รับผลกระทบจากการระบาด
โควดิ และไมเ่ คยไดร้ บั เงนิ อดุ หนุนมากอ่ น แต่ในระยะยาวจานวนเดก็ ตกหล่นจะคอ่ ย ๆ ลดลงจนครอบคลุม
อยา่ งถ้วนหนา้ ทง้ั หมดในปีงบประมาณ 2570 และไม่ต้องมีการคัดกรองรายไดข้ องครอบครวั
สาหรับเด็กท่ีเกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ทาให้เริ่มต้นดาเนินการได้ทันที
และไม่ซับซ้อน แต่อาจยังต้องเปิดช่องการร้องเรียนเพ่ือขอรับเงินอุดหนุนสาหรับเด็กท่ีเกิดก่อนหน้า
แต่ยังไม่ได้รับเงินอุดหนุนซึ่งอาจรวมถึงครอบครัวที่ไม่ผ่านเกณฑ์แต่ได้รับผลกระทบจากการระบาด
โควิด 2019
แนวทางที่ 3 : ถว้ นหน้าหลังคัดกรองครอบครัวมฐี านะออก
แนวทางน้ีเหมาะกับการแก้ปัญหาเด็กยากจนตกหล่นอย่างทันทีในขณะที่งบประมาณ
ทใ่ี ช้สามารถทยอยปรับขึ้นได้ ทาได้โดยกาหนดแรกเรม่ิ ให้เดก็ ในช่วงอายุ 0 - 6 ปีทุกคนได้รับเงินอุดหนุน
เด็กแรกเกิด แล้วทาการยกเว้นเด็กในครอบครัวที่มีฐานะเพียงพอจะเลี้ยงดูได้โดยไม่ต้องรับ
ความช่วยเหลือจากภาครัฐ วิธีการดาเนินงานคือนาฐานข้อมูลผู้ปกครองของเด็กอายุช่วงนี้ทุกคน
มาทาการตรวจสอบกับฐานขอ้ มูลท่ีสามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ปกครองเป็นผู้มีฐานะหรือไม่ หากมีข้อบ่งชี้
ว่ามีฐานะ เช่น เป็นเจ้าของบ้านและที่ดินมูล ค่าสูง เป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินสูงในการเสียภาษี
ปีทผี่ ่านมา มีเงนิ ฝากในสถาบนั การเงนิ มากระดับหนง่ึ ฯลฯ กต็ ดั สิทธิในการไดร้ บั เงินอดุ หนนุ ฯ
แนวทางนี้เป็นแนวทางเดียวกับที่รัฐบาลเคยใช้ในการคัดกรองผู้มีฐานะออกจากผู้มีสิทธิ
ถือครองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซ่ึงกระทรวงการคลังใช้ฐานข้อมูล 26 ฐานข้อมูล ดังน้ัน การดาเนินการ
ตามวิธีการนี้จะต้องได้รับความร่วมมือจากกระทรวงการคลังอย่างต่อเน่ือง หรือให้กระทรวงการคลัง
ถ่ายทอดวิธกี ารและฐานขอ้ มลู ให้กระทรวงการพฒั นาการสงั คมและความมน่ั คงของมนุษย์
การใช้แนวทางน้ีสามารถกระทาได้ 2 วิธี คือ วิธีท่ีหน่ึง คือ กาหนดเกณฑ์ในการคัดออก
เช่น หากบ้านหรือท่ีดินในครอบครองของผู้ปกครองเด็กมีมูลค่ารวมกันเกิน 2 ล้านบาท หรือมีเงินได้
พึงประเมินในปีท่ีผ่านมารวมกันเกิน 1.2 ล้านบาท (เฉลี่ยเดือนละ 100,000 บาท) หรือเกณฑ์อื่น ๆ
เด็กในครอบครัวนั้นจะไม่ได้รับเงินอุดหนุนฯ วิธีที่สอง คือ ต้ังเป้าสัดส่วนเด็กเล็กที่จะได้รับเงินอุดหนุนฯ
เช่น ร้อยละ 80 แล้วทาการคัดแยกเด็กเล็กในครอบครัวที่ฐานะดีที่สุดด้วยเกณฑ์ความมีฐานะต่าง ๆ
เรือ่ ยลงมาจนครบ 20% ท่เี หลือไม่ถูกคดั แยกก็จะได้รับเงินอดุ หนนุ ฯ คดิ เป็นร้อยละ 80 ของเดก็ ในเกณฑ์
อายทุ ้ังหมด

[1๕3]

แนวทางท่ี 4 : ปรับเพ่ิมเกณฑ์รายได้ครอบครัวจากปัจจุบัน รายได้ครัวเรือน
เฉลีย่ ไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคน ต่อปี

แนวทางนี้ยังคงมีกระบวนการคัดกรองเหมือนปัจจุบัน แต่ยกระดับเกณฑ์รายได้ขึ้น
จะทาให้มีเด็กแรกเกิดจานวนมากขี้นได้รับเงินอุดหนุนฯ อย่างไรก็ตามแนวทางนี้ยังจะทาให้มีเด็กยากจน
ตกหลน่ อยตู่ อ่ ไป เน่อื งจากกระบวนการคดั กรองมักจะมคี วามผิดพลาดเสมอ

ประมาณการงบประมาณแตล่ ะแนวทางเลือก

ปี พ.ศ. 2565 2566 2567 2568 2569

แนวทางที่ 1 กรณใี ห้เงนิ อุดหนุน 600 บาท/คน/เดือน แบบถ้วนหนา้ ทนั ที 4,125,669 4,067,407 4,008,287 3,948,133
แนวทางที่ 2 29,705 29,285 28,860 28,427
แนวทางที่ 3 กล่มุ เปา้ หมาย (คน) 4,183,308
1,338,786 1,991,701 2,634,098 3,265,866
แนวทางท่ี 4 งบประมาณ (ล้านบาท) 30,120 186,725 186,725 186,725 186,725
967,302 538,001 131,578
ถว้ นหน้าเฉพาะเด็กเกิดใหม่ตงั้ แตว่ ันที่ 1 ตค. 2564 1,394,941
2,920,452 3,145,728 3,358,824 3,584,169
เป้าหมายเดก็ เกิดตัง้ แต่ ตค.64 675,364 22,649 24,184 25,806
21,027
ประมาณการเด็กรายได้ตา่ กวา่ 1 แสน ในปี 2564 186,725 4,067,407 4,008,287 3,948,133
เดก็ ทร่ี ับเงินปัจจุบนั (มิย.64) 1,812,613 4,125,669 4,067,407 4,008,287 3,948,133
กลุ่มเปา้ หมาย (คน) 3,424,305
งบประมาณ (ลา้ นบาท) 2,674,702 29,285 28,860 28,427
24,655
19,258 4,067,407 4,008,287 3,948,133
4,125,669 3,253,926 3,206,629 3,158,506
ถ้วนหน้าหลังคัดกรองครอบครวั มฐี านะออก 3,300,535
23,428 23,088 22,741
3.1 ค่อยๆ ให้ครอบคลมุ เด็กมากขึน้ 23,764
4,067,407 4,008,287 3,948,133
เดก็ อายตุ า่ กวา่ 6 ปี (คน) 4,183,308 4,125,669
80.7% 79.1% 77.5%
เด็กเปา้ หมาย (66%, 83%, 100%) 2,760,983 82.3% 3,281,775 3,169,392 3,059,392
3,396,718
งบประมาณ (ล้านบาท) 19,879 23,629 22,820 22,028
24,456
3.2 ครอบคลุมเดก็ 80% ตลอดไป 89.7% 87.9% 86.1%
91.5% 3,646,757 3,521,876 3,399,641
เดก็ อายุตา่ กวา่ 6 ปี (คน) 4,183,308 3,774,483
26,257 25,358 24,477
เด็กเปา้ หมาย (80%ของเด็กท้งั หมด) 3,346,646 27,176

งบประมาณ (ลา้ นบาท) 24,096

ปรับเกณฑร์ ายได้ครอบครัว

เด็กอายตุ า่ กวา่ 6 ปี (คน) 4,183,308

4.1 เกณฑร์ ายได้ 200,000 บาท/คน/ปี 84.0%
%รายได<้ 2 แสน/คน/ป*ี 3,514,461
เด็กเปา้ หมาย (คน)
งบประมาณ (ล้านบาท) 25,304

4.2 เกณฑ์รายได้ 300,000 บาท/คน/ปี 93.4%
%รายได<้ 3 แสน/คน/ป*ี 3,905,322
เด็กเป้าหมาย (คน)
งบประมาณ (ล้านบาท) 28,118

[1๖4]

4.3 เกณฑร์ ายได้ 400,000 บาท/คน/ปี 97.0% 95.1% 93.2% 91.3% 89.5%
4,058,841 3,922,859 3,790,113 3,660,322 3,533,282
%รายได<้ 4 แสน/คน/ปี*
29,224 28,245 27,289 26,354 25,440
เดก็ เปา้ หมาย (คน)
98.2% 96.3% 94.3% 92.4% 90.6%
งบประมาณ (ล้านบาท) 4,108,895 3,971,236 3,836,852 3,705,461 3,576,855

4.4 เกณฑร์ ายได้ 500,000 บาท/คน/ปี 29,584 28,593 27,625 26,679 25,753
%รายได<้ 5 แสน/คน/ปี*
เดก็ เป้าหมาย (คน)
งบประมาณ (ล้านบาท)

หมายเหตุ : สัดสว่ นเด็กทีอ่ ยใู่ นครวั เรอื นรายไดต้ า่ กวา่ ค่าเปา้ หมาย เปน็ ตวั เลขในปี 2562 และสมมติ
ให้คงทจ่ี นถึงปี 2565 หลงั จากน้นั ลดลงปลี ะ 2%

ประมาณการงบประมาณสาหรับโครงการเงินอดุ หนนุ เพื่อการเลยี้ งดเู ดก็ แรกเกดิ (ลา้ นบาท)

[1๗5]

ประมาณการงบประมาณสาหรับโครงการเงนิ อดุ หนนุ เพื่อการเลย้ี งดเู ดก็ แรกเกดิ (ลา้ นบาท)

กลมุ่ เปา้ หมาย (คน) 2565 2566 2567 2568 2569
30,120 29,705 29,285 28,860 28,427
1. ถ้วนหนา้ ทนั ที 19,258 21,027 22,649 24,184 25,806
2. ทยอยถ้วนหนา้ ทีละปี 19,879 24,655 29,285 28,860 28,427
3.1 คดั ผมู้ ฐี านะออก ทยอยถ้วหนา้ 24,096 23,764 23,428 23,088 22,741
3.2 คัดผมู้ ฐี านะออก 20% 25,304 24,456 23,629 22,820 22,028

4.1 เพม่ิ เกณฑร์ ายได้ 200,000 28,118 27,176 26,257 25,358 24,477
บาท/คน/ปี
29,224 28,245 27,289 26,354 25,440
4.2 เพ่มิ เกณฑร์ ายได้ 300,000
บาท/คน/ปี 29,584 28,593 27,625 26,679 25,753

4.3 เพมิ่ เกณฑร์ ายได้ 400,000
บาท/คน/ปี

4.4 เพ่ิมเกณฑ์รายได้ 500,000
บาท/คน/ปี

การเปรยี บเทียบแต่ละแนวทาง

แนวทาง การตกหลน่ คนจน งบประมาณปี 2565
(ล้านบาท)
1. ถ้วนหนา้ ทันที ไมม่ ี
2. ทยอยถ้วนหนา้ ทลี ะปี ยงั มี แตท่ ยอยลดลงจนหมดไป 30,120
3.1 คัดผมู้ ฐี านะออก ทยอยถว้ นหนา้ จานวนนอ้ ยมาก ตง้ั แตป่ แี รก 19,258
3.2 คัดผมู้ ฐี านะออก 20% จานวนนอ้ ยมาก ตง้ั แตป่ แี รก 19,879
4.1 เพิม่ เกณฑร์ ายได้ 200,000 บาท 24,096
4.2 เพ่มิ เกณฑร์ ายได้ 300,000 บาท ยังมีตกหลน่ ตลอดไป 25,304
4.3 เพ่มิ เกณฑ์รายได้ 400,000 บาท ยังมตี กหล่นตลอดไป 28,118
4.4 เพม่ิ เกณฑร์ ายได้ 500,000 บาท ยงั มตี กหลน่ ตลอดไป 29,224
ยงั มีตกหล่นตลอดไป 29,584

๘[16]

จากน้ัน นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ ได้ตั้งข้อสังเกต
ต่อที่ประชุมว่า แนวทางการจัดสรรงบประมาณสาหรับโครงการเงินอุดหนุนเพ่ือการเล้ียงดูเด็กแรกเกิด
มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน ถ้าดาเนินการ ตามแนวทางที่ 2 แบบทยอยถ้วนหน้ารายปี อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ
เนื่องจากเกิดปัญหาความเหลื่อมล้าในเร่ืองของการจัดสรรงบประมาณ ในแต่ละปี ส่วนแนวทางที่ 3.1
คัดผู้มีฐานะออก ทยอยถ้วนหน้า และแนวทางที่ 3.2 คัดผู้มีฐานะออก 20% อาจจะต้องนาผลวิจัย
หรือผลงานทางวิชาการนามาประกอบในการดาเนินการตามนโยบายดังกล่าว ส่วนแนวทาง 4.1 ถึง 4.4
มีหลักเกณฑ์ไม่ซ้าซ้อน และสามารถเพ่ิมฐานประชากรในการรับเงินอุดหนุนมากข้ึน แต่ก็ยังไม่สามารถ
แกป้ ญั หาจานวนเดก็ ตกหลน่ ได้ โดยในปัจจบุ ันมีกลุม่ เด็กยากจนทีต่ กหลน่ จากนโยบายนเ้ี ปน็ จานวนมาก

นายศุภชัย สถีรศิลปิน อนุกรรมาธิการ ได้ให้ความเห็นต่อที่ประชุมว่า จากการพิจารณา
นโยบายในการเปล่ียนผ่านโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดให้เป็นแบบถ้วนหน้า เห็นด้วย
กับแนวทางที่ 1 คือแนวทางการจัดสรรแบบถ้วนหนา้ ทันทีตง้ั แตป่ ีงบประมาณ 2565 เนือ่ งจากทาใหเ้ ด็ก
ทกุ คนสามารถเขา้ ถึงและได้รับเงนิ อุดหนุนจากโครงการนแี้ บบถว้ นหนา้

นางงามจติ แต้สุวรรณ อนุกรรมาธิการ ได้ต้ังข้อสังเกตต่อที่ประชุมว่า จากการพิจารณา
แนวทางที่ 1 การจัดสรรแบบถ้วนหน้าทันทีตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565 ต้องพิจารณารายได้หรือฐาน
เงินเดือนของผู้ปกครองหรือไม่ และครอบคลุมไปยังพ่อแม่ที่เป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ด้วยหรือไม่ และสาหรับกรณีเด็กเร่ร่อนท่ีไม่มีบัตรประจาตัวประชาชน แล้วเกิด การตั้งครรภ์
กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ หรือหน่วยงานที่เก่ียวข้องได้มีการประสานไปยังโรงพยาบาลหรือไม่
ซึ่งในประเด็นดงั กลา่ วอาจทาใหเ้ ด็กกลุ่มนีต้ กหลน่ และไมส่ ามารถไดร้ บั สิทธิจากนโยบายนี้

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ ได้ให้ข้อสังเกตเพ่ิมเติมว่า
สาหรับแนวทางท่ี 1 การจัดสรรแบบถ้วนหน้าทันทีต้ังแต่ปีงบประมาณ 2565 เด็กทุกคนทุกกลุ่มมีสิทธิ
ไดร้ ับเงนิ อุดหนุนฯ ตามนโยบายดงั กล่าวอย่แู ล้ว

นางปิยะวดี พงศ์ไทย ผู้อานวยการศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพ่ือการเล้ียงดู

เด็กแรกเกิด ได้ให้ข้อมูลต่อท่ีประชุมว่า โครงการอดุ หนุนฯ ดังกล่าวมีระบบการยืนยันสิทธิ เพื่อให้เด็กทุกคน
ได้รับสิทธิ และมีระบบการสละสิทธิสาหรับกลุ่มเด็กที่มีฐานะ ซ่ึงนโยบายทางการจัดสรรประมาณสาหรับ
โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดจะพิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะเด็กท่ีมีสัญชาติไทย
และถ้าในอนาคตนโยบายน้ีมีความชัดเจนมากย่ิงขึ้น หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องจะดาเนินการออกระเบียบ
และค่มู อื เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัตติ ่อไป

นายสถาวร จันทร์ผ่องศรี อนุกรรมาธิการ ได้ตั้งข้อสังเกตต่อที่ประชุมว่า เป้าหมาย
ของการดาเนินการตามนโยบาย คือการผลักดันและจัดสรรงบประมาณสาหรับเด็กแรกเกิด – 6 ปี
แบบถ้วนหน้า ดังน้ันจะเห็นได้ว่า แนวทางที่ 2 การจัดสรรแบบ ถ้วนหน้าเฉพาะเด็กเกิดใหม่
ตั้งแต่วันท่ี 1 ตุลาคม 2564 ควรจะกาหนดกฎเกณฑ์หรือรายได้ระดับต่า และเข้าไปช่วยเหลือ
แบบครอบคลุมและควรแก้ปญั หาแบบถ้วนหนา้ ก่อน

[๙17]

นางปิยะวดี พงศ์ไทย ผู้อานวยการศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพ่ือการเลี้ยงดู
เด็กแรกเกิด ได้ให้ข้อมูลต่อที่ประชุมว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า กลุ่มที่ยากจนไม่สามารถเข้าถึง
สวัสดิการของรัฐ และจากการวิจัยพบว่าการค้นหามีความเป็นไปได้ยาก จึงทาให้เกิดการขยายฐาน
ในการช่วยเหลือเพือ่ ชว่ ยเหลอื เด็กทกุ คน ซ่ึงมาจากฐานความคดิ ในการช่วยเหลือเด็กยากจนแบบถ้วนหนา้

มติที่ประชุม : ท่ีประชุมมีมติรับทราบข้อมูลทางเลือกเชิงนโยบายในการเปล่ียนผ่าน
โครงการเงินอุดหนุนเพ่ือการเล้ียงดูเด็กแรกเกิดให้เป็นแบบถ้วนหน้า และมอบหมายฝ่ายเลขานุการ
รวบรวมขอ้ มูลเพื่อประกอบการจัดทารายงานการพิจารณาศึกษาตอ่ ไป

จากนั้น นางจิตตินันท์ ศิริอังกานนท์ อนุกรรมาธิการและผู้ช่วยเลขานุการ ได้นาเสนอ
ความคืบหนา้ การดาเนินการกิจกรรม “วฒุ สิ ภา ศรัทธาความดี” ดงั น้ี

1. กลุ่มซานตาครอสข้างถนน จังหวัดนครราชสีมา จิตอาสาที่อยากเห็นคนเร่ร่อน
คนไรบ้ ้าน ผู้อาศัยหลับนอนตามที่สาธารณะ ได้รับการเหลยี วแลและแก้ไขปัญหา มาจากกลุ่มบุคคลท่ีมา
จากหลากหลายอาชีพ เช่น เจ้าของธุรกิจ อาจารย์มหาวิทยาลัย พนักงานห้างร้าน เจ้าหน้าท่ีหน่วยงาน
ภาครัฐอ่ืนๆ นักเรียน นักศึกษา ตารวจ โดยมีนายศิริชัย ภักดี อาชีพ เจ้าของร้านจ้ิมจุ่มและมินิมาร์ท
เป็นประธานกลุ่มฯ ท่ีมาของการจัดต้ังกลุ่ม เกิดจากการเพ่ิมจานวนรวมทั้งการเกิดผู้อาศัยหลับนอน
ตามท่ีสาธารณะรายใหม่เข้ามาในพ้ืนที่จังหวัดนครราชสีมาเพ่ิมขึ้น เนื่องจากพื้นที่จังหวัดเป็นทางผ่าน
ในการเดินทาง การแวะพักช่ัวคราว การเข้ามาขอทานในช่วงเทศกาล หรือเข้ามาอาศัยหลับนอน
ตามท่ีสาธารณะ ซ่ึงนอกเหนือจากปัญหาปากท้องของคนเหล่านี้แล้วแต่ละคนยังมีปัญหาเฉพาะราย
ของตนเองอีกจานวนมาก ได้แก่ โรคประจาตัว ป่วยเร้ือรัง ปัญหาครอบครัว มีอาการทางจิต ความพิการ
เป็นต้น ซึ่งเป็นจุดเปราะบางต่อการถูกชักนาเข้าสู่กระบวนการของยาเสพติด หรือกระบวนการค้ามนุษย์
ดังนั้น ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ กลุ่มซานตาครอสข้างถนน จึงหารือร่วมกับบ้านมิตรไมตรีเพื่อวางแนวทาง
สารวจข้อมูลผ้อู าศัยหลับนอนตามท่ีสาธารณะในเขตพ้ืนท่เี ทศบาลนครนครราชสมี า เพื่อจัดทาแผนที่กลุ่ม
เส่ียงวิเคราะห์ข้อมูล คัดกรอง แยกประเภทของกลุ่มเป้าหมาย เพ่ือให้คาแนะนาช่วยเหลือเบ้ืองต้น
และส่งเสริมให้ได้รับสิทธิข้ันพ้ืนฐาน และบริการทางสังคมจากภาครัฐ รวมทั้งข้อมูลท่ีได้จากการสารวจ
ยังนามาเปน็ ขอ้ มลู พน้ื ฐานให้หนว่ ยงานที่เกีย่ วข้องดาเนนิ งานใหก้ ารช่วยเหลอื ตอ่ ไป

2. นายบุญ นาหอม หรือ “น้าโต๊ด” นักกู้ภัย หัวใจแกร่ง ผู้พิการแขนขามาแต่กาเนิด
แต่ไม่ย่อท้อต่อชีวิตหาเล้ียงชีพด้วยวิธีต่าง ๆ ขณะอยู่กรุงเทพฯ คุณโต๊ดตัดสินใจไปเป็นขอทานกว่า 2 ปี
แต่ก็รู้สึกว่าการได้เงินของเขามาเฉย ๆ ไม่มีอะไรตอบแทน จึงตัดสินใจไปสมัครร้องเพลง กว่า 20 ปี
จากนั้นเข้าร่วมโครงการรณ รงค์เมาไม่ขับกับธนาคารไทยพาณิ ชย์ ทาให้มีรายได้เดือนละ
กว่า 9,000 บาท จึงมีเงินไปลงทุนซ้ือมาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลมาขาย แต่เหนือส่ิงอื่นใด
ชายคนนี้มีจิตใจท่ีงดงามและเสียสละ เพราะเขาสมัครเป็นอาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยไตรคุณธรรม
พร้อมทาหน้าที่ด้วยความเต็มใจ และไม่เคยเรียกร้องส่ิงใดตอบแทน โดยทาหน้าท่ีเป็นคนรับแจ้งเหตุ
และขับรถไปรับผู้บาดเจ็บตามจุดต่าง ๆ และได้ปฏิบัติหน้าท่ีมานานกว่า 20 ปี จนถึงปัจจุบัน
(ปจั จบุ ัน อายุ 50 ปี)

๑[๐18]

มติท่ีประชุม : ท่ีประชุมรับทราบความคืบหน้าการดาเนินกิจกรรม “วุฒิสภา
ศรัทธาความดี” และเห็นควรนาเสนอไปยังคณะกรรมาธิการฯ เพื่อให้ความเห็นชอบและกาหนดวัน
เดินทางเพ่ือลงพ้นื ทม่ี อบโลต่ ่อไป

ระเบียบวาระท่ี ๔ เรื่องอน่ื ๆ
ท่ีประชุมกาหนดให้นัดประชุมคณะอนุกรรมาธิการคร้ังต่อไป ในวันอังคารที่ 16

พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ เวลา 09.00 นาฬิกา ผ่านสือ่ อิเลก็ ทรอนกิ ส์

เม่ือได้เวลาอันพอสมควรแล้ว นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ
ได้กล่าวขอบคณุ อนกุ รรมาธิการและผ้เู ขา้ ร่วมประชมุ ทุกทา่ น และปดิ การประชมุ

เลิกประชมุ เวลา 14.15 นาฬกิ า

นายปิยะพงษ์ น้อยเจริญ
นักวชิ าการสนบั สนนุ งานวิชาการ/ผจู้ ดบันทกึ การประชมุ

นางสาวภิรมย์ นลิ ทพั
นิตกิ รชานาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าท่ีกากบั ดูแลการปฏบิ ตั ิราชการ

ของกลมุ่ งานคณะกรรมาธกิ ารการพัฒนาสังคมฯ/ทาน
วนั ศกุ ร์ท่ี 12 พฤศจิกายน ๒๕๖๔

[19]

ภาคผนวก ค

บนั ทกึ การประชมุ
คณะอนกุ รรมาธกิ ารกิจการเด็ก เยาวชน และผูด้ อ้ ยโอกาส
ในคณะกรรมาธิการการพฒั นาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี

ผสู้ ูงอายุ คนพกิ าร และผ้ดู อ้ ยโอกาส วุฒสิ ภา
คร้ังที่ ๒๗/๒๕๖๕

วนั จันทร์ที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๕
(ผา่ นสือ่ อิเล็กทรอนิกส)์
-------------------------------

อนกุ รรมาธิการผู้มาประชมุ ประธานคณะกรรมาธกิ าร
๑. นายวัลลภ ตังคณานรุ กั ษ์ (ผา่ นสื่ออิเลก็ ทรอนกิ ส)์

๒. พลเอก ไพชยนต์ คา้ ทันเจริญ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง
(ผา่ นสื่ออิเล็กทรอนกิ ส์)
๓. นางจริ าภรณ์ เล้าเจรญิ รองประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร คนทีส่ อง
(ผ่านส่อื อเิ ล็กทรอนิกส์)
๔. นายศภุ ชัย สถีรศิลปนิ อนุกรรมาธิการ (ผา่ นสือ่ อิเล็กทรอนกิ ส)์
๕. นางงามจติ แต้สวุ รรณ อนกุ รรมาธิการ (ผ่านส่อื อิเล็กทรอนกิ ส์)
๖. นายอัครเดช สพุ รรณฝ่าย อนกุ รรมาธกิ าร (ผา่ นสอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส)์
๗. นายสาราญ อรณุ ธาดา อนุกรรมาธกิ าร (ผ่านสอ่ื อเิ ล็กทรอนิกส์)
๘. นางวรภัทร แสงแกว้ อนกุ รรมาธิการ (ผา่ นสอื่ อิเล็กทรอนกิ ส)์
๙. นายธนะรตั น์ ธาราภรณ์ อนกุ รรมาธกิ าร (ผา่ นส่อื อเิ ล็กทรอนิกส์)
๑๐. นายศุภากร ปทุมรตั นาธาร อนกุ รรมาธกิ าร (ผ่านสอ่ื อิเล็กทรอนกิ ส์)
๑๑. นางณัฐนันท์ สวา่ งวงศ์ อนกุ รรมาธกิ ารและเลขานกุ าร

๑๒. นางเพชรรัตน์ มหาสิงห์ (ผ่านส่ืออิเลก็ ทรอนกิ ส์)
อนกุ รรมาธิการและผชู้ ว่ ยเลขานุการ
(ผา่ นสอื่ อิเล็กทรอนิกส)์

ทป่ี รึกษาคณะอนุกรรมาธกิ ารผู้ลาประชุม

นางทัศนา ยุวานนท์ ประธานท่ปี รึกษาคณะอนกุ รรมาธิการ

เรมิ่ ประชมุ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬกิ า
เม่ืออนุกรรมาธิการมาครบองค์ประชุมแล้ว นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธาน

คณะอนุกรรมาธกิ าร ประธานในท่ีประชุมไดก้ ล่าวเปิดประชุม และดาเนนิ การประชมุ ตามระเบยี บวาระ
การประชมุ สรปุ ได้ดงั น้ี
ระเบยี บวาระที่ ๑ เรื่องทปี่ ระธานแจง้ ตอ่ ท่ีประชมุ

[2๒0]
]

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ แจ้งต่อที่ประชุมว่า วันน้ีและ
วันอังคารมีการถ่ายรูปสมาชิกสาหรับใช้ในกิจกรรม “วุฒิสภา สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทย”
เพ่ือรวบรวมจัดทาบอร์ดนิทรรศการ ณ บรเิ วณหน้าหอ้ งประชมุ วุฒิสภา ต้งั แตเ่ วลา 08.00 นาฬิกา

: ท่ีประชมุ รับทราบ

ระเบียบวาระท่ี ๒ รบั รองบนั ทกึ การประชมุ
ที่ประชุมมีมติรับรองบันทึกการประชุมคร้ังท่ี ๒๖/๒๕๖๕ วันจันทร์ที่ ๒๗ มิถุนายน

๒๕๖๕ โดยมีการแก้ไข ดงั น้ี
- หน้าท่ี ๖ บรรทัดที่ ๑๑ จาก “๒) กลุ่มย่อยท่ีไม่เคยไม่รับเงินอุดหนุนจะยังคงไม่ได้

รับเงินอุดหนุนต่อไป” แก้ไขเป็น “๒) กลุ่มย่อยที่ไม่เคยได้รับเงินอุดหนุนจะยังคงไม่ได้รับเงินอุดหนุน
ต่อไป”

ระเบยี บวาระท่ี ๓ พิจารณาเร่ืองสบื เนอ่ื ง
๓.๑ ติดตามประเด็นข้อเสนอแนะการจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนเพื่อการเล้ียงดูเด็ก

แรกเกิด โดยเชิญ นางภาวินี สุมลตรี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเยาวชน ผู้แทนกรมกิจการเด็ก
และเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย์ เข้าร่วมประชุม

ลาดับแรก นางภาวินี สุมลตรี ผู้เช่ียวชาญเฉพาะด้านเยาวชน ผู้แทนกรมกิจการเด็ก
และเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ ได้นาเสนอข้อเสนอแนะ ๓
แนวทาง สรปุ สาระสาคัญ ดังน้ี

แนวทางท่ี ๑ ถ้วนหน้าทันทีต้ังแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นการให้เงินอุดหนุน
กับเด็กทุกคนในช่วงอายุ ๐ - ๖ ปี ซ่ึงจะรวมทั้งเด็กในโครงการเงินอุดหนุนเพ่ือการเล้ียงดูเด็กแรกเกิด
ปัจจุบันและเด็กนอกโครงการฯ ด้วย แต่ไม่เสนอให้จ่ายเงินอุดหนุนย้อนหลังถึงเม่ือแรกเกิด เช่น
เด็กที่อายุ ๓ ขวบบริบูรณ์ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ และไม่เคยได้รับเงินอุดหนุนมาก่อน จะได้รับเงิน
อุดหนุนไปอีก ๓ ปี จนอายุครบ ๖ ปีบริบูรณ์ แต่ไม่ได้รับเงินย้อนหลังในช่วงต้ังแต่เกิดจนถึงวันท่ี
๑ ตลุ าคม ๒๕๖๔ แนวทางน้ที าให้ไมต่ ้องมีการคดั กรองรายไดข้ องครอบครวั อกี ตอ่ ไปและจะขจดั ปญั หา
เด็กยากจนตกหล่นได้ดีที่สุดและเป็นไปอย่างทันที เหมาะกับช่วงเวลาการแพร่ระบาดของโรคติด
เชอ้ื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ทยี่ ังมีเดก็ ทคี่ รอบครวั ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกจิ แต่ไม่เคยได้รบั เงนิ อุดหนุน
มาก่อน

แนวทางที่ ๒ ถ้วนหน้าเฉพาะเด็กท่ีเกิดใหม่ตั้งแต่วันท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ แนวทางน้ี
จะเรมิ่ ใหเ้ งนิ อุดหนุนเพอื่ การเลี้ยงดเู ดก็ แรกเกิดกบั เดก็ ทกุ คนท่ีเกดิ ในวนั ที่ ๑ ตลุ าคม ๒๕๖๔ เปน็ ต้นไป
และให้ต่อเนื่องจนถึงอายุ ๖ ปีบริบูรณ์ ส่วนเด็กในช่วงวัย ๐ - ๖ ปีที่เกิดก่อนวันท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔
แยกเปน็ สองกลุ่มย่อย

 กลุ่มยอ่ ยทเี่ คยไดร้ บั เงินอดุ หนนุ จะได้รบั ต่อเนอ่ื งจนถึงอายุ ๖ ปี
 กล่มุ ย่อยทไ่ี ม่เคยไมร่ บั เงินอุดหนนุ จะยังคงไม่ไดร้ บั เงินอุดหนนุ ตอ่ ไป
วิธีน้ีจะทาให้รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณเพ่ิมเติมเม่ือเทียบกับเกณฑ์ปัจจุบันเฉพาะเด็กเกิดใหม่
ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ ท่ีครอบครัวมีรายได้เฉล่ียครัวเรือนสูงกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท ต่อคน
ต่อปี งบประมาณจะทยอยปรับข้ึนจนเท่ากับแนวทางท่ี ๑ เมื่อเวลาผ่านไป ๖ ปี คือในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๗๐

[๓21]

แนวทางที่ ๓ ถ้วนหน้าหลังคัดกรองครอบครัวที่มีฐานะออก แนวทางน้ีเป็นแนวทาง
เดียวกบั ที่รฐั บาลเคยใชใ้ นการคดั กรองผู้มฐี านะออกจากผู้มีสิทธิถือครองบตั รสวัสดกิ ารแห่งรัฐ

หลังจากน้ันทป่ี ระชุมไดร้ ่วมกันตง้ั ข้อสงั เกต ดังน้ี
๑) การคัดกรองเด็กท่ีมีฐานะออก แล้วจะได้เด็กเพิ่มตามแนวทางท่ี ๓
ได้อย่างไร และมีการใช้ฐานใดในการคัดกรองเด็กเข้าใหม่ เช่น เดิมใช้เกณฑ์ในการคัดกรองเฉลี่ย
เดือนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท หากมีการคัดกรองเด็กเข้าใหม่จะใช้เกณฑ์ใหม่ในการคัดกรองใหม่เพิ่มขึ้น
เปน็ ๑๕๐,๐๐๐ บาท หรือ ๑๘๐,๐๐๐ บาท ใช่หรอื ไม่
ต่อประเด็นนี้ ผู้ชี้แจง ตอบข้อสังเกตว่า ปัจจุบันคิดจากรายได้เฉล่ีย ซึ่งท่ีผ่าน
มาเกณฑ์ในการคัดกรองไม่ได้พิจารณาจากมูลค่าทรัพย์สินแต่พิจารณาจากรายได้เฉลี่ยของครัวเรือน
เป็นเกณฑ์ในการคัดออก เช่น หากบ้านหรือที่ดินในครอบครองของผู้ปกครองเด็กมีมูลค่ารวมกันเกิน
๒ ล้านบาท หรือมีเงินได้พึงประเมิน ในปีท่ีผ่านมารวมกันเกิน ๑.๒ ล้านบาท (เฉลี่ยเดือนละ
๑๐๐,๐๐๐ บาท) หรือเกณฑ์อ่ืน ๆ เด็กในครอบครัวนั้นจะไม่ได้รับเงินอุดหนุนฯ โดยเป้าหมาย
ครอบคลุมเด็ก ร้อยละ ๖๖ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ร้อยละ ๘๓ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖
และร้อยละ ๑๐๐ ในปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ (เพ่มิ ข้นึ ปลี ะ ๑๗%)
๒) กลุ่มเปา้ หมายใดที่เปน็ กลุม่ แรกจะไม่ไดร้ บั เงินเลยตามแนวทางท่ี ๓
ต่อประเด็นนี้ ผู้ช้ีแจง ตอบข้อสังเกตว่า เด็กกลุ่มแรกท่ีจะไม่ได้รับเงิน
ตามแนวทางที่ ๓ แบ่งเป็น ๒ กล่มุ คือ

๒.๑ หากบ้านหรือที่ดินในครอบครองของผู้ปกครองมีมูลค่ารวมกัน
เกิน ๒ ล้านบาท (แต่ต่ากวา่ ๒ ล้านบาทไดท้ ุกคน)

๒.๒ ผู้ปกครองทั้ง ๒ คน มีเงินเดือนรวมกันเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท
ตอ่ เดอื น

๓) แนวทางที่ ๓ ที่กาหนดกลุ่มเป้าหมายเพ่ิมการรับสิทธิปีละ ๑๗% น้ัน
เป็นไปตามนใี้ ชห่ รอื ไม่

ต่อประเด็นน้ี ผ้ชู ้แี จง ตอบขอ้ สงั เกตวา่ ได้รับสิทธติ ามแนวทางท่ี ๓
๔) กรณีเดก็ ตกหลน่ มวี ิธกี ารอย่างไรเพอ่ื ที่จะไดร้ บั สทิ ธคิ รบถว้ นมากทสี่ ดุ
ต่อประเด็นน้ี ผู้ช้ีแจง ตอบข้อสังเกตว่า ใช้วิธีการประชาสัมพันธ์ ช้ีเป้า
เฝา้ ระวงั โดยใช้ อพม. สภาเดก็ และเยาวชนเป็นตัวกลางในการสอื่ สาร
๕) กรณีครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ยเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ซ่ึงเคยได้รับสิทธิอยู่
แล้วจะมีวิธกี ารคดั ออกอยา่ งไร หรือครอบครวั ทต่ี กงานทันทจี ะมีสทิ ธิเข้ารับตามเกณฑไ์ ด้อย่างไร
ต่อประเด็นน้ี ผู้ช้ีแจง ตอบข้อสังเกตว่า ก็เห็นปัญหาแต่ตรวจสอบยาก
เน่ืองจากปัจจุบันยังมิได้มีการตรวจสอบกรณีนี้ ซ่ึงที่ผ่านมาได้มีการวางแผนว่าจะไปอิงข้อมูล
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่เนื่องจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นฐานรายได้แบบบุคคล ส่วนเงินอุดหนุน
เพื่อการเลย้ี งดูเด็กแรกเกดิ เป็นฐานรายได้แบบครวั เรอื น จึงไมส่ ามารถใชฐ้ านข้อมูลเดียวกนั ได้

๔[22]

ต่อมา นายธนะรตั น์ ธาราภรณ์ อนุกรรมาธิการ ได้นาเสนอข้อเท็จจริง ดังนี้
ตนเองพบบุคคลตกหล่นท่ีอาศัยอยู่ใต้สะพานลอยซ่ึงเป็นกลุ่มซาเล้งและมีทะเบียนบ้านอยู่ภูมิลาเนา
ต่างจังหวัด อยู่ในเขตพ้ืนท่ีจะข้ึนทะเบียนรับสิทธิแห่งใดก็ได้ ซึ่งท่ีผ่านมาตนเองได้พาบุคคลจานวน
๒ ราย ไปขึ้นทะเบียนท่ีเขตสายไหม มีเอกสารให้กรอกเพื่อนาไปทาการตรวจสอบ โดยส่งต่อไปยัง
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์เป็นฝ่ายตรวจสอบคัดกรองใช้เวลา ๒ เดือน
กว่าจะอนุมัติ ต้องการทราบวา่ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯมีวิธกี ารตรวจสอบขอ้ มลู อย่างไร ได้มีการลง
ไปตรวจสอบข้อมูลโดยตรงท่ผี มู้ าขอรับสิทธหิ รอื ไม่ หรือสานกั งานเขตเป็นผ้จู ดั ทาเอกสารให้ทง้ั หมด

ต่อประเด็นนี้ ผู้ชี้แจง ตอบข้อสังเกตว่า การตรวจสอบข้อมูลขอความร่วมมือ
ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสานักงานเขตในการตรวจสอบข้อมูล ในขั้นตอนการตรวจสอบ
จาเป็นต้องใช้เวลา แต่หากได้รับสทิ ธิจะสามารถย้อนหลังให้ตง้ั แต่วนั ทีย่ ืน่ รับสิทธิลงทะเบยี น

ข้อเสนอของคณะอนุกรรมาธิการ กรณีการคิดคานวณกรอบค่าเป้าหมาย
จาก ฐาน รายได้ ครัว เรือ น แ บ บ ถ้ วน ห น้ าค ว รมี การป รับ เก ณ ฑ์ รายได้ค รอบ ครัว เป็ น แ บ บ ขั้ น บั น ได
จาก ๑๐๐,๐๐๐ บาท ในปงี บประมาณ ๒๕๖๕ เป็น ๑๕๐,๐๐๐ บาท ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ เพื่อให้
ครอบครวั คนรุ่นใหมไ่ ดร้ บั สิทธิเพ่มิ ขึ้น

มติที่ประชุม : ท่ีประชุมรับทราบและมอบหมายให้ผู้ช้ีแจงคิดคานวณกรอบ
ค่าเป้าหมายจากฐานรายได้ครัวเรือนแบบถ้วนหน้าควรมีการปรับเกณฑ์รายได้ครอบครัว เป็น
๑๕๐,๐๐๐ บาท และส่งข้อมูลกลับมายังคณะอนุกรรมาธิการเพ่ือนามาเป็นข้อมูลประกอบการ
พิจารณาศึกษาต่อไป

๓.๒ โครงการมอบโล่ วุฒสิ ภา ไดแ้ ก่ โครงการเด็กและเยาวชน ต้นกล้าคนดีของสังคม
ลาดบั แรก นางจิตตนิ ันท์ ศิรอิ ังกานนท์ ฝา่ ยเลขานุการ ได้นาเสนอ ดังน้ี
นางสาวไซนับ กาแลซา” ปัจจุบันอายุ ๒๑ ปี ขณะท่ีศึกษาอยู่ในระดับ

ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๖ (ปี ๒๕๖๒) ท่ีจังหวัดยะลา ได้รับการคัดเลือกเป็น “ประธานสภานักเรียน
โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม” จึงได้เชิญชวนนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ร่วมทากิจกรรม
เพ่ือสังคม และในปี ๒๕๖๒ – ๒๕๖๓ ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “หัวหน้าโครงการจิตอาสาปลุกพลัง
สภานักเรียน จังหวัดยะลา” โดยได้รับการสนับสนุนจาก สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม
สุขภาพ (สสส.) และกลุ่มลูกเหลียง ซ่ึงกิจกรรมที่กลุ่มได้ดาเนินงานอย่างต่อเนื่องมีทั้งการส่งเสริม
สุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ เช่น กิจกรรมมอบอุปกรณ์กีฬาให้แก่เด็กๆ กิจกรรมจิตอาสาในโรงเรียน
กิจกรรมรวมพลังแยกขยะ ให้ความรู้ทั้งด้านการจัดการแยกขยะและการประดิษฐ์สิ่งของจากขยะ
รีไซเคิลเพื่อเพ่ิมมูลค่า ที่อาเภอบันนังสตา ด้านกิจกรรมเสริมสร้างจิตใจประกอบด้วย กิจกรรมลงมือ
(ธรรม) พบปะพูดคุยกับผู้นาศาสนาและร่วมกันทาความสะอาดมัสยิดในอาเภอยะหา กิจกรรมอนุรักษ์
วัฒนธรรมท้องถิ่น ให้ความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงความสาคัญของกีฬาพื้นบ้าน และ “กิจกรรม
จิตอาสาฟื้นฟูตลาดริมน้าท่าแพ-ท่าสาป” ซึ่งประสบปัญหาน้าท่วมและเต็มไปด้วยขยะ จากการทา
กิจกรรมดังกล่าว ทาให้พบว่าเยาวชนในจังหวัดยะลามีศักยภาพและมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเน่ือง
นักเรียนและสภานักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดยะลา ได้มีโอกาสแลกเปล่ียน
ทัศนคติกับเพื่อนต่างสถาบัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพของตัวเอง ตลอดจนส่งผลดี
ต่อการพัฒนาจังหวัดยะลาอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต และในปี ๒๕๖๔ – ๒๕๖๕ สภานักเรียน

[2๕3]

โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สสส. เพื่อจัดทา “โครงการ
WAY OUT สานรักสานสัมพันธ์สร้างสรรค์สภานักเรียน จังหวัดยะลา” โดยมีกิจกรรมท่ีน่าสนใจ
เช่น การให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคโควิด ๑๙ รวมทั้งการสร้างแรงบันดาลใจด้านการศึกษาต่อ
ให้แก่เด็กนักเรียนในอาเภอกาบัง ซ่ึงเป็นโรงเรียนท่ีอยู่ในพ้ืนท่ีห่างไกล และส่วนใหญ่ไม่ได้ศึกษาต่อใน
ระดับมธั ยมศึกษาตอ่ ปลาย

แม้ว่าปัจจุบัน “นางสาวไซนับ กาแลซา” จะศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว
(มหาวิทยาลยั เกริก กรุงเทพฯ) แตก่ ็ยงั คงเข้ารว่ มกิจกรรมของสภานกั เรยี นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา
อิสลามจังหวัดยะลา อย่างต่อเนื่อง โดยมีความคาดหวังว่าสภานักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา
อิสลามจังหวัดยะลา จะมีการสานต่อเจตนาจากรุ่นสู่รุ่น เพ่ือการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเกิดการ
ร่วมมือในการพัฒนากับสภาเครือข่ายอื่นๆ ในพ้ืนที่จังหวัดยะลา ในการปรับกระบวนการจัดกิจกรรม
ท่แี ปลกใหม่อย่างสร้างสรรคเ์ พ่ือการพัฒนาทีด่ ีย่งิ ขน้ึ

นางงามจิต แต้สุวรรณ อนุกรรมาธิการ เสนอความเห็นว่า ส่ิงท่ีน่าช่ืนชม
นางสาวไซนับ กาแลซา คือ น้องเป็นบุคคลที่ไม่หยุดนิ่ง พยายามมองในองค์รวม เช่น ส่ิงแวดล้อม
วฒั นธรรม สังคม และศาสนา รวมถงึ ต่อยอดใหน้ ้อง ๆ รนุ่ ตอ่ ๆ ไปเพื่อสรา้ งเครอื ขา่ ยในการทาความดี
ตอ่ สงั คมอีกด้วย

มติท่ปี ระชุม : ทป่ี ระชมุ รับทราบ

ระเบยี บวาระที่ ๔ เร่อื งอืน่ ๆ
ท่ีประชุมมีมติให้นัดประชุมคณะอนุกรรมาธิการครั้งต่อไป ในวันจันทร์ที่ ๑๑

กรกฎาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬกิ า (ผา่ นสื่ออิเล็กทรอนิกส์)
เม่ือได้เวลาอันพอสมควรแล้ว นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะ

อนุกรรมาธิการ ประธานในท่ีประชุม ได้กล่าวขอบคุณอนุกรรมาธิการและผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน
และปดิ การประชุม

เลกิ ประชมุ เวลา ๑๐.๔๕ นาฬิกา

นางเพชรรตั น์ มหาสิงห์
วิทยากรชานาญการ ผ้จู ดบนั ทึกการประชุม

นางสาวภริ มย์ นลิ ทัพ
นติ กิ รชานาญการพิเศษ ปฏบิ ตั ิหนา้ ทีก่ ากบั ดูแลการปฏิบตั ริ าชการ

ของกลมุ่ งานคณะกรรมาธกิ ารการพัฒนาสังคมฯ/ทาน
วันองั คารท่ี ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕



[25]

ภาคผนวก ง

ดว่ นมาก
ท่ี พม ๐๓๐๙/5889 กรมกิจการเด็กและเยาวชน
๖๑๘/๑ ถนนนคิ มมกั กะสนั
เขตราชเทวี กทม. ๑๐๔๐๐

16 มถิ นุ ายน ๒๕๖๕

เรื่อง ข้อมูลประกอบการพิจารณาศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน และผู้ด้อยโอกาส
ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ
และผู้ดอ้ ยโอกาส วุฒิสภา

เรยี น ประธานคณะกรรมาธกิ ารการพฒั นาสงั คม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผ้สู งู อายุ คนพิการ
และผ้ดู อ้ ยโอกาสวุฒิสภา

อ้างถึง หนังสือคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ วฒุ ิสภา ด่วนที่สุด ที่ สว (กมธ ๓) ๐๐๑๙/๒๖๕๓
ลงวนั ท่ี 17 พฤษภาคม ๒๕๖๕

ตามหนงั สือท่ีอา้ งถึง คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ
คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ขอความอนุเคราะห์กรมกิจการเด็กและเยาวชนจัดส่งข้อมูลเก่ียวกับ
แนวทางการดาเนินการและการจัดสรรงบประมาณตามโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ๐ - ๖ ปี
ประเด็นการจัดสวัสดิการเงินอดุ หนนุ เพื่อการเล้ยี งดูเดก็ แรกเกิดแบบถ้วนหน้า ในประเดน็ ดงั นี้

๑. ความคืบหน้าผลการดาเนินงานการผลักดันสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็ก (๐ - ๖ ปี)
แบบถ้วนหน้า ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕

๒. แนวทางการดาเนินงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชน
แหง่ ชาติที่เสนอตอ่ คณะรฐั มนตรี

๓. การจัดสรรงบประมาณตามโครงการเงนิ อุดหนุนเพือ่ การเลย้ี งดูเด็กแรกเกดิ ๐ - ๖ ปี
๔. ปัญหาและอปุ สรรคในการดาเนนิ การ
ความละเอยี ดแจง้ แล้ว นั้น
ในการนี้ กรมกจิ การเดก็ และเยาวชน ขอนาเรียนการดาเนนิ งาน ดงั นี้
๑. กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความั่นคงของมนุษย์
ได้มีหนังสือขอความเห็นสานักงบประมาณและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการเงิน
อุดหนุนฯ แบบถ้ว นห น้า ตามมติคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ
โ ด ย ส า น ัก ง บ ป ร ะ ม า ณ ไ ด ้ใ ห ้ค ว า ม เ ห ็น ว ่า ก า ร ป ร ับ เ ป ลี ่ย น เ ก ณ ฑ ์ก า ร จ ัด ส ว ั ส ด ิก า ร เ ง ิน อ ุด ห น ุน ฯ
แบบถ้วนหน้าไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การจัดสวัสดิการแก่ผู้มีรายได้น้อย และยังเป็นการเพิ่มภาระ
งบประมาณรายจ่ายประจาที่เพ่ิมข้ึนจานวนมาก ประกอบกบั ในปัจจบุ ันรัฐบาลยงั มีภาระค่าใชจ้ ่าย

[26]

ท่ีจะต้องดาเนินการแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคม
อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ ดังนั้น จึงเห็นควรที่กระทรวงการ
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะชะลอการเสนอเรื่องการจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนฯ แบบถ้วน
หน้าต่อคณะรัฐมนตรีไว้ก่อน และขอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จัดทาข้อเสนอแนวทางการบริหาร
จัดการงบประมาณของกระทรวงให้รองรับภารกิจตามท่ีเสนอก่อน

๒. แนวทางการจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนเพื่อการเล้ียงดูเด็กแรกเกิด (๐ - ๖ ปี) แบบถ้วนหน้า
ตามมติคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ คร้ังท่ี ๒/๒๕๖๓ เม่ือวันท่ี ๒๙ กันยายน
๒๕๖๓ มดี งั นี้

๒.๑ แนวคิด : การลดความเหลื่อมล้า ไม่ท้ิงใครไว้ข้างหลัง หลักสิทธิความเท่าเทียมกัน
ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก การลงทุนทรัพยากรมนุษย์ท่ีคุ้มค่าและรองรับสังคมผู้สูงอายุ การจัดสรร
งบประมาณเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดแบบถ้วนหน้า (จัดสรรจากรายได้ท่ีเพิ่มขึ้นของรัฐบาล
จากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ จัดสรรรายได้ที่เพ่ิมขึ้นจากการเพิ่มภาษีบางประเภท และจัดสรรจากภารกิจ
อน่ื ของรฐั บาล)

๒.๒ กระบวนงาน
๑) การยนื ยันสิทธิ การเปลี่ยนแปลงผรู้ ับสทิ ธิ และการสน้ิ สุดสิทธิ
๒) การบริหารงบประมาณ ได้แก่ การตั้งงบประมาณ และวิธีการจ่ายเงนิ
๓) การพฒั นาระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศ
๔) การติดตามและประเมินผล
๕) การสนับสนุนการปฏิบัติงาน ได้แก่ การจัดทาระเบียบและคู่มือการดาเนินงาน

การพัฒนาศกั ยภาพบุคลากร การประชาสมั พันธ์รองรบั การจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนเพื่อการเล้ียงดูเด็กแรกเกิด
แบบถว้ นหน้า

๓. ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ กรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณ
งบเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดแบบถ้วนหน้า และได้รับการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนเพื่อการเล้ียงดู
เด็กแรกเกิด สาหรับกลุ่มเป้าหมายเด็กที่อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ตามมติคณะรัฐมนตรีเม่ือวันที่ ๒๖
มีนาคม ๒๕๖๒ จานวน ๒,๖๕๕,๒๗๒ ราย เป็นเงิน ๑๖,๖๕๙,๔๘๙,๙๐๐ บาท ปัจจุบันมีเด็กได้รับเงินอุดหนุน
เพ่ือการเล้ียงดูเด็กแรกเกิด จานวน ๒,๓๔๕,๕๗๙ ราย (ข้อมูล ณ เดือนมถิ ุนายน ๒๕๖๕) และเบิกจ่ายเงินประจาปี
งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ไปแลว้ จานวนทั้งส้นิ ๑๓,๒๑๐,๗๔๔,๖๐๐ บาท (ตุลาคม ๒๕๖๔ – มิถนุ ายน ๒๕๖๕)

ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ กรมกจิ การเด็กและเยาวชนได้เสนอขอรบั การจัดสรรงบประมาณ
งบเงินอุดหนุนเพ่ือการเลย้ี งดูเด็กแรกเกดิ แบบถ้วนหน้า และได้รับการจัดสรรงบประมาณกรอบวงเงินอุดหนุนฯ
จานวน ๒,๕๗๙,๐๔๖ คน เป็นเงนิ ๑๖,๓๒๑,๑๗๖,๐๐๐ บาท

ท้งั นี้ กรมกิจการเด็กและเยาวชนได้เตรียมการรองรบั นโยบายการจ่ายเงินอดุ หนุนเพอ่ื การ
เลี้ยงดูเด็กแรกเกิด แบบถ้วนหน้า และให้สอดคล้องกับการ พัฒนาเทคโนโลยีในปัจจุบันและอนาคต
โดยมกี ารปรบั ปรุงการดาเนินงานโครงการเงินอุดหนุนเพ่ือการเลีย้ งดูเด็กแรกเกิด ดงั น้ี

๓.๑ การพัฒนาและเพ่ิมประสิทธิภาพฐานข้อมูลโครงการเงินอุดหนุนเพ่ือการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด
รองรับการให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถรองรับกลุ่มเป้าหมายเด็กแรกเกิด – ๖ ปี ทุกคน จุดเด่น
คือ ผูป้ กครองสามารถยืน่ ขอรบั สทิ ธผิ ่าน Mobile Application ซ่ึงเชือ่ มโยงกับขอ้ มลู ทะเบยี นราษฎร กรมการปกครอง

[27]

เพื่อยืนยันตัวตนของผู้รับสิทธิ ลดความผิดพลาดในการนาเข้าข้อมูล ลดจานวนเอกสาร
ลดระยะเวลาการดาเนินการ เงินอุดหนุนเข้าบัญชีผู้ปกครองที่ลงทะเบียนได้โดยตรงผ่านบริการ Prompt Pay
และได้รับการแจ้งเตือนผ่าน Mobile Application ตลอดจนเช่ือมโยงฐานข้อมูลกับฐานข้อมูลสวัสดิการอ่ืน
เพ่ือการพฒั นาศกั ยภาพและค้มุ ครองสิทธิของเด็กและครอบครวั ใหเ้ ข้าสู่บริการของภาครฐั ได้อยา่ งท่ัวถึง

๓.๒ การเช่ือมโยงฐานข้อมูลเด็กที่ได้รับเงินอุดหนุนฯ กับกระทรวงสาธารณสุข เพ่ือติดตาม
การเข้าสู่การคัดกรองพัฒนาการของเด็ก ภาวะโภชนาการ การฉีดวัคซีน การดื่มนมแม่ และการเข้าถึงบริการ
ด้านสาธารณสุขด้านอ่ืน ๆ ซึ่งในอนาคตหากมีการปรับนโยบายเงินอุดหนุนเป็นแบบถ้วนหน้า จะทาให้เป็น
ภาพรวมของการเข้าส่บู รกิ ารด้านสขุ ภาพของเด็กตงั้ แต่แรกเกิด – ๖ ปี ได้อยา่ งเป็นรูปธรรม

๓.๓ การเช่ือมโยงฐานข้อมูลเด็กที่ได้รับเงินอุดหนุนฯ กับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อติดตาม
การเข้าสู่ระบบการศึกษาต้ังแต่ระดับอนุบาลข้ึนไป ท่ีอยู่ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนสาธิตในสังกัด
กระทรวงการอดุ มศึกษาฯ และท่เี ข้ารบั บรกิ ารสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั

๓.๔ การปรับปรุงระเบียบกรมกิจการเด็กและเยาวชน ว่าด้วยการจ่ายเงินอดุ หนุนเพอ่ื การเล้ยี งดู
เด็กแรกเกิด พ.ศ. ๒๕๖๒ และคู่มือการปฏิบัติงานโครงการเงินอุดหนุนเพ่ือการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ซึ่งใช้อยู่
ในปัจจุบันให้รองรบั การดาเนนิ งานโครงการผา่ นระบบดจิ ทิ ัล

ท้ังน้ี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นายจุติ ไกรฤกษ์) ได้ให้ความสาคัญอย่างย่ิงต่อการจัดสวัสดิการ
เงินอุดหนุนเพื่อการเล้ียงดูเด็กแรกเกิด (๐ - ๖ ปี) แบบถ้วนหน้า และได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เก่ียวข้อง
เป็นระยะ เนื่องจากสอดคล้องกับหลักการดาเนินงานของรัฐบาล คือ “การไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” (Leave No One
Behind) อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ส่งผลให้ประเทศไทย
มีการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงอย่างมาก และรัฐบาลมีภาระค่าใช้จ่ายสูงข้ึน แต่ยืนยันว่าไม่ละท้ิงแนวคิด
ขับเคล่ือนการจัดสวัสดิการเด็กเล็กให้เป็นแบบถ้วนหน้า แม้ว่าขณะน้ียังไม่มีงบสวัสดิการแบบถ้วนหน้า
แต่ก็นับว่าสามารถดูแลเด็กแรกเกิด - ๖ ปี ทั้งประเทศได้เกินคร่ึงหนึ่ง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔
มีการจ่ายเงินอุดหนุนเพ่ือการเล้ียงดูเด็กแรกเกิดได้ ร้อยละ ๕๔ และในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕
(ณ เดอื นพฤษภาคม ๒๕๖๕) จา่ ยเงนิ อุดหนุนฯ ได้ร้อยละ ๕๖

๔. ปัญหาและอุปสรรคในการดาเนินการ ได้แก่ ความสับสนในขั้นตอนการรับสิทธิ
และการลงทะเบียน ความซับซ้อนของกระบวนการรับรองสถานะความยากจน ครอบครัวที่ยากจน
บางครอบครัวไม่มีบัญชีธนาคารหรือไม่สามารถเข้าถึงบริการเครื่องกดเงินอัตโนมัติ เอกสารทางราชการ
ไม่ครบถ้วน บางครอบครัวท่ีอยู่ห่างไกลประสบปัญหาในการเดินทาง กระบวนการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย
มีความยุ่งยากและกอ่ ให้เกิดความขัดแย้ง การรับรองสถานะของครัวเรือนไม่สามารถรับประกันได้ว่าผู้ได้รบั การ
รับรองสมควรได้สิทธิจริง การประมาณการงบประมาณเงินอุดหนุนเพื่อการเล้ียงดูเด็กแรกเกิดมักคลาดเคล่ือน
ทาให้เกิดปัญหา งบประมาณขาดช่วง ปัญหาเหล่านี้ทาให้ประเทศไทยเสียโอกาสในการสร้างเด็กและแรงงาน
ที่มีคุณภาพในอนาคต และในท่ีสุดทาให้กระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว และสามารถแก้ไข
ได้โดยเปลย่ี นนโยบายเป็นแบบถ้วนหนา้

จงึ เรยี นมาเพื่อโปรดทราบ

ขอแสดงความนับถือ

(นางจตพุ ร โรจนพานชิ )
อธบิ ดกี รมกจิ การเด็กและเยาวชน

ศูนยป์ ฏบิ ัติการโครงการเงนิ อุดหนุนเพ่ือการเลย้ี งดเู ด็กแรกเกิด

โทรศัพท์ ๐๙ ๙๙๕๒ ๘๒๖๒ (วารุณ)ี โทรสาร 0 2253 9119



[29]

ภาคผนวก จ

ท่ี พม ๐๓๐๙/6215 กรมกิจการเด็กและเยาวชน
๖๑๘/๑ ถนนนคิ มมักกะสัน
เขตราชเทวี กทม. ๑๐๔๐๐

24 มถิ นุ ายน ๒๕๖๕

เรื่อง ข้อมูลประกอบการพิจารณาศึกษา (เพิ่มเติม) ของคณะอนุกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน
และผู้ด้อยโอกาส ในคณะกรรมาธกิ ารการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สงู อายุ คนพิการ
และผู้ดอ้ ยโอกาส วุฒิสภา

เรยี น ประธานคณะกรรมาธิการการพฒั นาสังคม และกจิ การเดก็ เยาวชน สตรี ผูส้ งู อายุ คนพิการ และผดู้ ้อยโอกาส
วุฒิสภา

อ้างถึง หนังสือคณะกรรมาธิการการพฒั นาสงั คมฯ วุฒสิ ภา ด่วนที่สุด ท่ี สว (กมธ ๓) ๐๐๑๙/๒๗๖๓
ลงวันที่ ๒๐ มิถนุ ายน ๒๕๖๕

ตามหนังสือท่ีอา้ งถงึ คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกจิ การเดก็ เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ
คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ได้พิจารณาข้อมูลประกอบการพิจารณาศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการ
กิจการเด็ก เยาวชน และผู้ด้อยโอกาส ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ วุฒิสภา ที่กรมกิจการเด็ก
และเยาวชนจัดส่งให้ ตามหนังสือกรมกิจการเด็กและเยาวชน ด่วนมาก ท่ี พม ๐๓๐๙/๕๘๘๙ ลงวันท่ี ๑๖
มิถนุ ายน ๒๕๖๕ แล้วมขี อ้ สงั เกต และขอความอนเุ คราะห์กรมกิจการเด็กและเยาวชนจดั ส่งข้อมูลเพิ่มเตมิ ดงั นี้

๑. การจัดสรรงบประมาณตามโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ๐ - ๖ ปี
กลุ่มเป้าหมายท่ีอยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ตามมติคณะรัฐมนตรีเม่ือวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๒ จานวน
๒,๖๕๕,๒๗๒ ราย ปัจจุบันมีเด็กได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเล้ียงดูเด็กแรกเกิด จานวน ๒,๓๔๕,๕๗๙ ราย น้ัน
ต้องการทราบวา่ ขอ้ มลู เดก็ ท่ีหายไป จานวน ๓๐๙,๖๙๓ ราย เกดิ จากสาเหตุใด

๒. ขอให้กรมกิจการเด็กและเยาวชนจัดทาข้อเสนอแนะท่ีมีต่อรัฐบาล โดยแบ่งข้อเสนอแนะ
การจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนเพ่ือการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดแบบถ้วนหน้า และการจัดสวัสดิการเงินอุดหนุน
เพอ่ื การเลยี้ งดูเดก็ แบบไม่ถว้ นหน้า เพอื่ เป็นข้อมลู ประกอบการพจิ ารณาต่อไป
ความละเอียดแจง้ แลว้ นน้ั

ในการนี้ กรมกจิ การเดก็ และเยาวชน ขอนาเรียนการดาเนินงาน ดังน้ี
๑. การจัดสรรงบประมาณตามโครงการเงินอุดหนุนเพ่ือการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ๐ - ๖ ปี
กลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในครัวเรือนท่ีมีรายได้น้อย ตามมติคณะรัฐมนตรีเม่ือวันท่ี ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๒ จานวน
๒,๖๕๕,๒๗๒ ราย ซึ่งเป็นกรอบค่าเป้าหมายจากสานักงบประมาณ โดยคิดคานวณจากฐานรายได้เฉล่ีย
ครวั เรอื นไมเ่ กิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เดก็ แรกเกดิ ๐ - ๖ ปี รายละเอยี ดปรากฏตามตารางท่ี ๑

/ตารางที่ ๑ ...

[30]

ตารางท่ี ๑ แสดงการคดิ คานวณกรอบคา่ เป้าหมายจากฐานรายได้เฉล่ียครัวเรอื นไมเ่ กนิ ๑๐๐,๐๐๐ บาท

เดก็ แรกเกิด ๐ - ๖ ปี (ที่มา : สานกั งบประมาณ, ๒๕๖๔)

ชว่ งการเกดิ ปีงบประมาณ เด็กแรกเกิด ๐ - ๖ ปี หมายเหตุ

ฐานรายได้เฉลี่ยครัวเรอื น ๑๐๐,๐๐๐ บาท/คน/ปี

อายุ (ป)ี จานวนเด็ก จานวนเงิน
(ราย) (ล้านบาท)

(๑ ต .ค .๖ ๔ - ๒๕๖๕ อายุ ๐ ปี (แรกเกิด- ๓๐๖,๗๗๓ ๑,๑๙๖.๔๑๔๗ ประมาณการ

๓๐ ก.ย.๖๕) ๑๑ เดือน)

(๑ ต .ค .๖ ๓ - ๒๕๖๔ อายุ ๑ ปี (๑ ปี- ๓๒๘,๕๒๗ ๒,๓๖๕.๓๙๔๔

๓๐ ก.ย.๖๔) ๑ ป๑ี ๑ เดอื น)

(๑ ต .ค .๖ ๒ - ๒๕๖๓ อายุ ๒ ปี (๒ ปี- ๓๘๘,๗๒๕ ๒,๗๙๘.๘๒๐๐

๓๐ ก.ย.๖๓) ๒ ป๑ี ๑ เดอื น)

(๑ ต .ค .๖ ๑ - ๒๕๖๒ อายุ ๓ ปี (๓ ปี- ๔๒๐,๘๖๖ ๓,๐๓๐.๒๓๕๒ ขอ้ มลู จรงิ

๓๐ ก.ย.๖๒) ๓ ป๑ี ๑ เดอื น)

(๑ ต .ค .๖ ๐ - ๒๕๖๑ อายุ ๔ ปี (๔ ปี- ๔๒๒,๖๓๗ ๓,๐๔๒.๙๘๖๔

๓๐ ก.ย.๖๑) ๔ ปี ๑๑ เดอื น)

(๑ ต .ค .๕ ๙ - ๒๕๖๐ อายุ ๕ ปี (๕ ปี- ๔๑๒,๓๙๓ ๒,๙๖๙.๒๒๙๖

๓๐ ก.ย.๖๐) ๕ ปี ๑๑ เดือน)

(๑ ต .ค .๕ ๘ - ๒๕๕๙ อายุ ๖ ปี ๓๔๑,๐๖๓ ๑,๒๕๖.๔๐๙๖ ๖ ปี บริบู รณ์ ในปี ๒๕๖๕
๓๐ ก.ย. ๕๙)
(ตามเดือนเกิด) ไม่รวมเด็กเกิด
ต.ค.๕๘จานวน ๓๔,๒๘๘คน

รวมทั้งส้นิ ๒,๖๒๐,๙๘๔ ๑๖,๖๕๙.๔๘๙๙

ปจั จุบันมีเด็กได้รบั เงนิ อุดหนนุ เพ่อื การเลย้ี งดูเด็กแรกเกดิ จานวน ๒,๓๔๕,๕๗๙ ราย ขอ้ มูลเดก็ ท่ีหายไป จานวน
๓๐๙,๖๙๓ ราย น้ัน เกิดเน่ืองจากการประมาณการจานวนเด็กที่อายุครบ ๖ ปี ท่ีได้สิ้นสุดสิทธิ ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยปรากฏว่า ปัจจุบันยอดสะสม (ตุลาคม ๒๕๖๔ – มิถุนายน ๒๕๖๕) เด็กอายุครบ ๖ ปี
ท่ีส้ินสุดสิทธิ มีจานวน ๒๘๙,๙๓๓ ราย

๒. ขอ้ เสนอแนะแนวทางการจัดสวสั ดิการเงินอุดหนนุ เพ่อื การเลีย้ งดูเด็กแรกเกดิ ดงั น้ี
๒.๑ ขอ้ เสนอแนะการจัดสวัสดกิ ารเงินอุดหนุนเพ่อื การเลยี้ งดูเด็กแรกเกิดแบบถว้ นหน้า
๑) แนวทางที่ ๑ ถว้ นหน้าทันทตี ้ังแตป่ ีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นการให้เงนิ อดุ หนุน

กับเด็กทุกคนในช่วงอายุ ๐ - ๖ ปี ซ่ึงจะรวมท้ังเด็กในโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดปัจจุบัน
และเด็กนอกโครงการฯ ด้วย แต่ไม่เสนอให้จ่ายเงินอุดหนุนย้อนหลังถึงเมื่อแรกเกิด เช่น เด็กที่อายุ ๓ ขวบ
บริบูรณ์ในวันท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ และไม่เคยได้รับเงินอุดหนุนมาก่อน จะได้รับเงินอุดหนุนไปอีก ๓ ปี จนอายุครบ
๖ ปีบริบูรณ์ แต่ไม่ได้รับเงินย้อนหลังในช่วงต้ังแต่เกิดจนถึงวันท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ แนวทางนี้ทาให้ไม่ต้อง
มีการคัดกรองรายได้ของครอบครัวอีกต่อไป และจะขจัดปัญหาเด็กยากจนตกหล่นได้ดีที่สุดและเป็นไปอย่าง
ทันที เหมาะกับช่วงเวลาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ที่ยังมีเด็กท่ีครอบครัวได้รับ
ผลกระทบทางเศรษฐกิจแต่ไมเ่ คยได้รบั เงินอุดหนุนมาก่อน

/๒) แนวทาง...

[31]

๒) แนวทางท่ี ๒ ถ้วนหน้าเฉพาะเด็กที่เกิดใหม่ต้ังแต่วันท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ แนวทางนี้
จะเริม่ ให้เงินอุดหนนุ เพือ่ การเลย้ี งดูเดก็ แรกเกิดกับเดก็ ทุกคนที่เกิดในวันท่ี ๑ ตลุ าคม ๒๕๖๔ เปน็ ต้นไป และให้
ต่อเนื่องจนถึงอายุ ๖ ปีบริบูรณ์ ส่วนเด็กในช่วงวัย ๐ - ๖ ปีที่เกิดก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ แยกเป็น
สองกลุ่มย่อย กลุ่มย่อยท่ีเคยได้รับเงินอุดหนุนจะได้รับต่อเนื่องจนถึงอายุ ๖ ปี ส่วนกลุ่มย่อยที่ไม่เคยไม่รับ
เงินอุดหนุนจะยังคงไม่ได้รบั เงินอุดหนุนต่อไป วิธีน้ีจะทาให้รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณเพ่ิมเติมเม่ือเทียบกับ
เกณฑ์ปัจจุบันเฉพาะเด็กเกิดใหม่ต้ังแต่วันท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ ที่ครอบครัวมีรายได้เฉลี่ยครัวเรือนสูงกว่า
๑๐๐,๐๐๐ บาท ต่อคน ต่อปี งบประมาณจะค่อย ๆ ทยอยปรับขึ้นจนเท่ากับแนวทางที่ ๑ เมื่อเวลา
ผ่านไป ๖ ปี คือในปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐

แนวทางนี้จะยังคงมีเด็กยากจนตกหล่นต่อไปในระยะแรก ซ่ึงรวมถึงครอบครัวเด็กเล็ก
ปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ และไม่เคยได้รับเงินอุดหนุน
มาก่อน แต่จานวนเด็กตกหล่นจะค่อย ๆ ลดลงจนถึงปีงบประมาณ ๒๕๗๐ เช่นกัน แนวทางน้ีไม่ต้องมีการคัดกรอง
รายได้ของครอบครัวสาหรับเด็กที่เกิดต้ังแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ แต่อาจยังต้องเปิดช่องการร้องเรียนขอรับ
เงินอุดหนุนสาหรับเด็กทีเ่ กิดกอ่ นหน้าแตย่ ังไม่ไดร้ ับเงนิ อุดหนุน

๓) แนวทางที่ ๓ ถ้วนหนา้ หลงั คัดกรองครอบครวั ที่มีฐานะออก แนวทางนเ้ี หมาะกับการ
แก้ปัญหาเด็กยากจนตกหล่นอย่างทันทีในขณะท่ีงบประมาณที่ใช้สามารถทยอยปรับข้ึนได้ วิธีการกาหนด
แรกเร่ิมให้เด็กในช่วงอายุ ๐ - ๖ ปี ทุกคนได้รับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ยกเว้นเด็กในครอบครัวที่มีฐานะ
เพียงพอจะเลี้ยงดูเด็กได้โดยไม่ต้องรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ วิธีการดาเนินงาน คือ นาฐานข้อมูล
ผู้ปกครองของเด็กอายุช่วงน้ีทุกคนมาทาการตรวจสอบกับฐานข้อมูลที่สามารถกาหนดได้ว่า ผู้ปกครองเป็นผู้มี
ฐานะหรือไม่ หากมีข้อบ่งชี้ว่ามีฐานะ เป็นเจ้าของบ้านและที่ดินมูลค่าสูง เป็นผู้มีเงินได้พึง ประเมินสูง
ในการเสยี ภาษปี ที ี่ผ่านมา มีเงินฝากในสถาบันการเงนิ มากระดบั หนงึ่ ฯลฯ กต็ ดั สิทธใิ นการไดร้ บั เงินอุดหนนุ ฯ

แนวทางน้ีเป็นแนวทางเดียวกับท่ีรัฐบาลเคยใช้ในการคัดกรองผู้มีฐานะออกจากผ้มู ีสิทธิ
ถือครองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซ่ึงกระทรวงการคลังใช้ฐานข้อมูล ๒๖ ฐานข้อมูลในการคัดกรองผู้มีฐานะดีออก
ดังนั้นการดาเนินการตามวิธีการนี้จะต้องได้รับความร่วมมือจากกระทรวงการคลังตลอดเวลา หรือให้
กระทรวงการคลังถ่ายทอดวธิ ีการและฐานขอ้ มูลให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย์

การใช้แนวทางน้ีสามารถกระทาได้ ๒ วิธี คือ วิธีท่ีหน่ึง คือ กาหนดเกณฑ์ในการคัดออก
เช่น หากบ้านหรือท่ดี ินในครอบครองของผปู้ กครองเด็กมมี ูลคา่ รวมกนั เกนิ ๒ ล้านบาท หรอื มเี งินได้พงึ ประเมิน
ในปีที่ผา่ นมารวมกันเกิน ๑.๒ ล้านบาท (เฉลย่ี เดอื นละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท) หรอื เกณฑอ์ ื่น ๆ เด็กในครอบครัวน้ัน
จะไม่ได้รับเงินอุดหนุนฯ โดยเป้าหมายครอบคลุมเด็ก ร้อยละ ๖๖ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ร้อยละ ๘๓
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ และร้อยละ ๑๐๐ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ วิธีท่ีสอง คือ ตั้งเป้าสัดส่วนเด็กเล็ก
ในครอบครัวที่มีฐานะท่ีจะถูกคัดออก เช่น ร้อยละ ๒๐ แล้วทยอยตัดเด็กเล็กในครอบครัวท่ีฐานะดีท่ีสุดเร่ือยลงมา
จนครบรอ้ ยละ ๒๐ ท่ีเหลือไมถ่ ูกตัดออกกจ็ ะไดร้ บั เงนิ อุดหนุน
รายละเอยี ดแนวทางที่ ๑ - ๓ ปรากฏตามตารางที่ ๒

/ตารางท่ี ๒ ...

[32]

ตารางท่ี ๒ แสดงขอ้ เสนอแนะการจดั สวัสดกิ ารเงนิ อุดหนนุ เพื่อการเลี้ยงดเู ดก็ แบบถ้วนหน้า
(ทมี่ า : สถาบันวิจยั เพ่ือการพฒั นาประเทศไทย, ๒๕๖๔)

แนวทางท่ี เงือ่ นไข พ.ศ. ๒๕๖๕ ปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๖๖ พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๘ พ.ศ. ๒๕๖๙

๑. กรณใี ห้เงินอดุ หนุน ๖๐๐ บาท/คน/เดอื น ๔,๑๘๓,๓๐๘ ๔,๑๒๕,๖๖๙ ๔,๐๖๗,๔๐๗ ๔,๐๐๘,๒๘๗ ๓,๙๔๘,๑๓๓
แบบถว้ นหน้าทนั ที
๓๐,๑๒๐ ๒๙,๗๐๕ ๒๙,๒๘๕ ๒๘,๘๖๐ ๒๘,๔๒๗
กล่มุ เป้าหมาย (คน)
งบประมาณ (ลา้ นบาท)

๒. ถว้ นหนา้ เฉพาะเด็กเกดิ ใหม่ ๖๗๕,๓๖๔ ๑,๓๓๘,๗๘๖ ๑,๙๙๑,๗๐๑ ๒,๖๓๔,๐๙๘ ๓,๒๖๕,๘๖๖
ตงั้ แตว่ ันที่ ๑ ต.ค. ๖๔ ๒,๔๘๔,๙๔๔ ๒,๗๒๗,๕๕๕ ๒,๙๕๓,๒๕๘ ๓,๑๖๗,๐๕๕ ๓,๓๙๘,๘๒๐

เปา้ หมายเด็กเกิดตงั้ แต่ ต.ค. ๖๔ ๑๙,๔๔๐ ๒๑,๓๒๖ ๒๒,๙๕๔ ๒๔,๔๘๕ ๒๖,๐๒๕

กลมุ่ เป้าหมาย (คน)

งบประมาณ (ล้านบาท)

๓. ถว้ นหนา้ หลงั คัดกรองครอบครวั
มฐี านะออก

๓.๑ คอ่ ยๆ ใหค้ รอบคลุมเด็กมากขึน้

เดก็ อายุตา่ กวา่ ๖ ปี (คน) ๔,๑๘๓,๓๐๘ ๔,๑๒๕,๖๖๙ ๔,๐๖๗,๔๐๗ ๔,๐๐๘,๒๘๗ ๓,๙๔๘,๑๓๓
๒,๗๖๐,๙๘๓ ๓,๔๒๔,๓๐๕ ๔,๐๖๗,๔๐๗ ๔,๐๐๘,๒๘๗ ๓,๙๔๘,๑๓๓
เดก็ เปา้ หมาย (ร้อยละ ๖๖ รอ้ ยละ ๘๓ และ
ร้อยละ ๑๐๐)

งบประมาณ (ลา้ นบาท) ๑๙,๘๗๙ ๒๔,๖๕๕ ๒๙,๒๘๕ ๒๘,๘๖๐ ๒๘,๔๒๗

๓.๒ ครอบคลุมเด็ก ร้อยละ ๘๐ ตลอดไป

เด็กอายตุ า่ กวา่ ๖ ปี (คน) ๔,๑๘๓,๓๐๘ ๔,๑๒๕,๖๖๙ ๔,๐๖๗,๔๐๗ ๔,๐๐๘,๒๘๗ ๓,๙๔๘,๑๓๓

เดก็ เป้าหมาย (ร้อยละ ๘๐ ของเดก็ ทั้งหมด) ๓,๓๔๖,๖๔๖ ๓,๓๐๐,๕๓๕ ๓,๒๕๓,๙๒๖ ๓,๒๐๖,๖๒๙ ๓,๑๕๘,๕๐๖

งบประมาณ (ล้านบาท) ๒๔,๐๙๖ ๒๓,๗๖๔ ๒๓,๔๒๘ ๒๓,๐๘๘ ๒๒,๗๔๑

๒.๒ ข้อเสนอแนะการจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนเพ่ือการเล้ียงดูเด็กแบบไม่ถ้วนหน้าโดยปรับ
เกณฑ์รายได้เฉล่ียครัวเรือน ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ต่อคน ต่อปี แนวทางนี้ยังคงมีกระบวนการคัดกรอง
เหมือนปัจจุบัน แต่ยกระดับเกณฑ์รายได้ข้ึน จะทาให้มีเด็กแรกเกิดจานวนมากข้ีนได้รับเงินอุดหนุนฯ อย่างไรก็ตาม
แนวทางน้ียังจะทาให้มีเด็กยากจนตกหล่นอยู่ต่อไป เน่ืองจากกระบวนการคัดกรองมักจะมีความผิดพลาดเสมอ
รายละเอยี ดปรากฏตามตารางที่ ๓

/ตารางท่ี ๓ …

[33]

ตารางที่ ๓ แสดงขอ้ เสนอแนะการจดั สวสั ดิการเงนิ อุดหนุนเพือ่ การเล้ยี งดูเด็กแบบไม่ถว้ นหน้า
(ท่ีมา : สถาบนั วิจัยเพ่อื การพัฒนาประเทศไทย, ๒๕๖๔)

เง่อื นไข พ.ศ. ๒๕๖๕ ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
พ.ศ. ๒๕๖๖ พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ๒๕๖๘

การปรบั เกณฑร์ ายได้ครอบครวั

เด็กอายุต่ากวา่ ๖ ปี (คน) ๔,๑๘๓,๓๐๘ ๔,๑๒๕,๖๖๙ ๔,๐๖๗,๔๐๗ ๔,๐๐๘,๒๘๗ ๓,๙๔๘,๑๓๓

๑. เกณฑ์รายได้เฉลยี่ ไมเ่ กิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท/คน/ปี

ร้อยละรายไดน้ อ้ ยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ บาท/คน/ป*ี ร้อยละ ๘๐.๒ ร้อยละ ๗๘.๖ ร้อยละ ๗๗.๐ ร้อยละ ๗๕.๕ รอ้ ยละ ๗๔.๐

เด็กเปา้ หมาย (คน) ๓,๓๕๔,๕๙๑ ๓,๒๔๒,๒๐๓ ๓,๑๓๒,๔๘๙ ๓,๐๒๕,๒๑๘ ๒,๙๒๐,๒๒๒

งบประมาณ (ล้านบาท) ๒๔,๑๕๓ ๒๓,๓๔๔ ๒๒,๕๕๔ ๒๑,๗๘๒ ๒๑,๐๒๖

๒. เกณฑ์รายได้เฉล่ยี ไมเ่ กนิ ๓๐๐,๐๐๐ บาท/คน/ปี

รอ้ ยละรายได้นอ้ ยกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท/คน/ปี* รอ้ ยละ ๙๓.๔ รอ้ ยละ ๙๑.๕ ร้อยละ ๘๙.๗ รอ้ ยละ ๘๗.๙ ร้อยละ ๘๖.๑

เด็กเป้าหมาย (คน) ๓,๙๐๕,๓๒๒ ๓,๗๗๔,๔๘๓ ๓,๖๔๖,๗๕๗ ๓,๕๒๑,๘๗๖ ๓,๓๙๙,๖๔๑

งบประมาณ (ลา้ นบาท) ๒๘,๑๑๘ ๒๗,๑๗๖ ๒๖,๒๕๗ ๒๕,๓๕๘ ๒๔,๔๗๗

๓. เกณฑร์ ายได้เฉลยี่ ไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท/คน/ปี

ร้อยละรายได้นอ้ ยกว่า ๔๐๐,๐๐๐ บาท/คน/ป*ี ร้อยละ ๙๗.๐ รอ้ ยละ ๙๕.๑ รอ้ ยละ ๙๓.๒ ร้อยละ ๙๑.๓ รอ้ ยละ ๘๙.๕

เดก็ เป้าหมาย (คน) ๔,๐๕๘,๘๔๑ ๓,๙๒๒,๘๕๙ ๓,๗๙๐,๑๑๓ ๓,๖๖๐,๓๒๒ ๓,๕๓๓,๒๘๒

งบประมาณ (ลา้ นบาท) ๒๙,๒๒๔ ๒๘,๒๔๕ ๒๗,๒๘๙ ๒๖,๓๕๔ ๒๕,๔๔๐

๔. เกณฑร์ ายได้เฉลยี่ ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท/คน/ปี

รอ้ ยละรายได้น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท/คน/ปี* รอ้ ยละ ๙๙.๖ รอ้ ยละ ๙๗.๖ รอ้ ยละ ๙๕.๗ ร้อยละ ๙๓.๗ ร้อยละ ๙๑.๙

เดก็ เป้าหมาย (คน) ๔,๑๖๖,๕๗๔ ๔,๐๒๖,๙๘๓ ๓,๘๙๐,๗๑๓ ๓,๗๕๗,๔๗๗ ๓,๖๒๗,๐๖๖

งบประมาณ (ลา้ นบาท) ๒๙,๙๙๙ ๒๘,๙๙๔ ๒๘,๐๑๓ ๒๗,๐๕๔ ๒๖,๑๑๕

หมายเหตุ * สัดส่วนเด็กท่ีอยู่ในครัวเรือนรายได้เฉลี่ยต่ากว่าค่าเป้าหมาย เป็นตัวเลขในปี พ.ศ. ๒๕๖๒

และสมมติให้คงท่ีจนถึงปี พ.ศ. ๒๕๖๕ หลังจากนั้นลดลงปีละ ร้อยละ ๒ (ท่ีมา : สถาบันวิจัยเพ่ือการพัฒนา

ประเทศไทย, ๒๕๖๔)

จงึ เรยี นมาเพอ่ื โปรดทราบ

ขอแสดงความนบั ถือ

(นางจตพุ ร โรจนพานชิ )
อธบิ ดกี รมกิจการเด็กและเยาวชน

ศูนยป์ ฏิบัตกิ ารโครงการเงนิ อุดหนุนเพ่อื การเล้ยี งดเู ด็กแรกเกดิ
โทรศัพท์ ๐๙ ๙๙๕๒ ๘๒๖๒ (วารณุ )ี
โทรสาร ๐ ๒๒๕๓ ๙๑๑๙



[35]

ภาคผนวก ฉ

รายชือ่ คณะกรรมาธกิ ารพฒั นาสังคม และกจิ การเด็ก เยาวชน

สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ดอ้ ยโอกาส

วฒุ สิ ภา

๑. นายวลั ลภ ตงั คณานรุ ักษ์ ประธานคณะกรรมาธกิ าร

๒. พลตรี โอสถ ภาวไิ ล รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนที่หนึ่ง

๓. นางเพ็ญพักตร์ ศรที อง รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทีส่ อง

๔. นายกติ ติศกั ด์ิ รตั นวราหะ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทสี่ าม

๕. นางทศั นา ยวุ านนท์ เลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ าร

๖. พลเอก ไพชยนต์ คา้ ทนั เจรญิ โฆษกคณะกรรมาธิการ

๗. นางผาณติ นติ ทิ ณั ฑ์ประภาศ ประธานทปี่ รกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร

๘. นายเนาวรตั น์ พงษไ์ พบลู ย์ ที่ปรกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร

๙. หม่อมหลวงปนดั ดา ดศิ กลุ ทีป่ รึกษาคณะกรรมาธกิ าร

๑๐. นายพีระศักดิ์ พอจิต ทีป่ รกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร

๑๑. นางประยรู เหลา่ สายเชอื้ กรรมาธกิ าร

๑๒. นายปรชี า บัววริ ตั นเ์ ลศิ กรรมาธกิ าร

๑๓. นายมณเฑยี ร บุญตนั กรรมาธิการ

๑๔. นายยุทธนา ทพั เจรญิ กรรมาธิการ

๑๕. พลเอก วลติ โรจนภกั ดี กรรมาธกิ าร

๑๖. นายอาพล จินดาวฒั นะ กรรมาธิการ

[36]

รายชือ่ ที่ปรึกษา ผชู้ านาญการ นักวชิ าการ
และเลขานกุ ารประจาคณะกรรมาธกิ าร

๑. นางจิราภรณ์ เล้าเจริญ ท่ปี รึกษาประจาคณะกรรมาธกิ าร
๒. นางณฐั ณภรณ์ เอกนราจนิ ดาวฒั น์ ผู้ชานาญการประจาคณะกรรมาธกิ าร
๓. นายวงศพ์ ันธ์ ณธนั ยพตั ผู้ชานาญการประจาคณะกรรมาธกิ าร
๔. นายศภุ ชยั สถีรศลิ ปนิ ผู้ชานาญการประจาคณะกรรมาธกิ าร
๕. นางอบุ ล หลมิ สกุล ผชู้ านาญการประจาคณะกรรมาธกิ าร
๖. นายเอกกมล แพทยานนั ท์ ผชู้ านาญการประจาคณะกรรมาธกิ าร
๗. นายอคั รเดช สพุ รรณฝา่ ย ผ้ชู านาญการประจาคณะกรรมาธกิ าร
๘. นายสวุ ัช สงิ หพนั ธ์ุ ผ้ชู านาญการประจาคณะกรรมาธกิ าร
๙. นางงามจติ แต้สวุ รรณ นักวชิ าการประจาคณะกรรมาธิการ
๑๐. นางสาวบญุ ชริ า ภชู่ นะจติ นกั วชิ าการประจาคณะกรรมาธิการ
๑๑. พลเอก ศขุ เกษม องคะศิลป์ นกั วชิ าการประจาคณะกรรมาธกิ าร
๑๒. นางนฤมล ลอ้ มทอง นักวชิ าการประจาคณะกรรมาธิการ
๑๓. นายเอกพิทยา เอ่ียมคงเอก นกั วชิ าการประจาคณะกรรมาธกิ าร
๑๔. พนั เอก หญงิ เรอื งพรรษา ช่นื เนยี มธรรม นกั วชิ าการประจาคณะกรรมาธิการ
๑๕. นางณฏั ฐภัค อตเิ ชษฐธนศิ นักวชิ าการประจาคณะกรรมาธกิ าร
๑๖. นายนติ ิ ถาวรวณชิ ย์ นักวชิ าการประจาคณะกรรมาธิการ
๑๗. นางอาทชิ า นราวรวัชร นักวชิ าการประจาคณะกรรมาธิการ
๑๘. นางสาวบุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์ นักวชิ าการประจาคณะกรรมาธกิ าร
๑๙. นางพฒั นฉตั ร ภทั รศาสศวตั วงศ์ นกั วชิ าการประจาคณะกรรมาธกิ าร
๒๐. นางณฐั นนั ท์ สว่างวงศ์ นักวชิ าการประจาคณะกรรมาธิการ
๒๑. นางสาวมาลัย สาแกว้ นกั วชิ าการประจาคณะกรรมาธกิ าร
๒๒. พนั เอก ธนญั ชยั พยตั ตพงษ์ เลขานกุ ารประจาคณะกรรมาธิการ
๒๓. นายวกิ ร ภวู พัชร์ เลขานกุ ารประจาคณะกรรมาธกิ าร
24. นางสาวสุภาพิชญ์ ไชยดษิ ฐ์ เลขานกุ ารประจาคณะกรรมาธิการ
๒5. นางสาวโชตกิ า รักเมอื ง เลขานกุ ารประจาคณะกรรมาธกิ าร
๒6. นายสถาวร จันรทร์ผอ่ งศรี เลขานกุ ารประจาคณะกรรมาธิการ

[37]

รายช่อื คณะอนุกรรมาธกิ าร
คณะอนุกรรมาธกิ ารกิจการเด็ก เยาวชน และผดู้ อ้ ยโอกาส

๑. นายวัลลภ ตงั คณานุรักษ์ ประธานคณะอนกุ รรมาธิการ

๒. พลเอก ไพชยนต์ ค้าทนั เจรญิ รองประธานคณะอนกุ รรมาธกิ าร คนทหี่ นงึ่

๓. นางจริ าภรณ์ เล้าเจรญิ รองประธานคณะอนกุ รรมาธกิ าร คนที่สอง

๔. นางงามจิต แต้สวุ รรณ อนุกรรมาธกิ าร

๕. นายศภุ ชัย สถรี ศิลปิน อนุกรรมาธกิ าร

๖. นายสาราญ อรณุ ธาดา อนกุ รรมาธิการ

๗. นางวรภทั ร แสงแกว้ อนกุ รรมาธกิ าร

๘. นายธนะรตั น์ ธาราภรณ์ อนุกรรมาธิการ

๙. นายอคั รเดช สุพรรณฝา่ ย อนกุ รรมาธกิ าร

๑๐. นายศุภากร ปทุมรตั นาธาร อนุกรรมาธิการ

๑๑. นางณฐั นนั ท์ สวา่ งวงศ์ อนกุ รรมาธกิ ารและเลขานกุ าร

๑๒. นางเพชรรัตน์ มหาสิงห์ อนุกรรมาธิการและผูช้ ว่ ยเลขานกุ าร

ทปี่ รึกษาคณะอนกุ รรมาธกิ าร ประกอบดว้ ย

๑. นางทศั นา ยุวานนท์ ประธานทป่ี รกึ ษาคณะอนกุ รรมาธิการ

๒. นายปรีชา บวั วริ ัตน์เลิศ ทีป่ รกึ ษาคณะอนกุ รรมาธิการ

[38]
รายชือ่ คณะอนกุ รรมาธกิ าร
คณะอนุกรรมาธิการกิจการสตรี และผมู้ คี วามหลากหลายทางเพศ

๑. นายวลั ลภ ตงั คณานรุ กั ษ์ ประธานทปี่ รกึ ษาคณะอนุกรรมาธกิ าร

และอนุกรรมาธกิ าร

๒. นางประยรู เหล่าสายเช้ือ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ

๓. นางทัศนา ยวุ านนท์ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนทีห่ นงึ่

๔.. นางจริ าภรณ์ เล้าเจรญิ รองประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร คนท่สี อง

๕. นางณัฐณภรณ์ เอกนราจินดาวัฒน์ อนุกรรมาธกิ าร

๖. นางงามจิต แต้สุวรรณ อนกุ รรมาธกิ าร

๗. นางณัฐนนั ท์ สวา่ งวงศ์ อนกุ รรมาธิการ

๘. นางสาวอุไร เล็กนอ้ ย อนกุ รรมาธิการ

๙. นางสาวองั คณา ใจกิจสวุ รรณ อนกุ รรมาธกิ าร

๑๐. นางสาวพัฐศรา พอจติ อนกุ รรมาธกิ าร

๑๑. นายธรี วฒุ ิ กลน่ิ กุสุม อนกุ รรมาธิการ

๑๒. นางสาวฉัตรสุดา ศิริวงศ์ อนุกรรมาธิการและเลขานุการ

ที่ปรึกษาคณะอนกุ รรมาธิการ ประกอบดว้ ย
๑. นางจริ พรรณ์ อนศุ าสน์อมรกุล ทีป่ รกึ ษาคณะอนุกรรมาธิการ
๒. นางสาวอรณิชชา ภาคพเิ ศษ ท่ีปรกึ ษาคณะอนกุ รรมาธกิ าร

[39]
รายชอื่ คณะอนุกรรมาธิการ
คณะอนกุ รรมาธกิ ารกิจการคนพิการ

๑. นายมณเฑยี ร บญุ ตนั ประธานคณะอนกุ รรมาธิการ
๒. นายกิตตศิ กั ดิ์ รตั นวราหะ รองประธานคณะอนกุ รรมาธกิ าร คนที่หนง่ึ
๓. ศาสตราจารยว์ ริ ยิ ะ นามศิรพิ งศ์พนั ธุ์ รองประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร คนที่สอง
๔. นางสาวเครือวัลย์ เที่ยงธรรม อนกุ รรมาธิการ
๕. นางสาววิจติ า รชตะนนั ทิกลุ อนกุ รรมาธิการ
๖. นางสาววนั ทนีย์ พนั ธชาติ อนุกรรมาธกิ าร
๗. นายวทิ ยตุ บนุ นาค อนุกรรมาธกิ าร
๘. นายสชุ าติ โอวาทวรรณสกุล อนุกรรมาธกิ าร
๙. นางอาทชิ า นราวรวชั ร อนกุ รรมาธกิ าร
10. นายสวา่ ง ศรสี ม อนกุ รรมาธิการ
๑1. นายรตั น์ กจิ ธรรม อนกุ รรมาธิการและเลขานกุ าร
๑2. นางสาวพมิ พป์ ญา อตสิ ริ าวชั ร์ อนุกรรมาธกิ ารและผชู้ ว่ ยเลขานุการ
ทป่ี รึกษาคณะอนกุ รรมาธกิ าร ประกอบดว้ ย
๑. พลตรี โอสถ ภาวไิ ล ประธานทป่ี รกึ ษาคณะอนกุ รรมาธิการ
๒. นายชศู กั ดิ์ จนั ทยานนท์ ที่ปรกึ ษาคณะอนุกรรมาธกิ าร
๓. นายธีรยทุ ธ สคุ นธวทิ ท่ีปรกึ ษาคณะอนกุ รรมาธิการ
๔. นางนชุ จารี คลา้ ยสวุ รรณ ที่ปรกึ ษาคณะอนุกรรมาธกิ าร
5. นางพวงแกว้ กิจธรรม ที่ปรกึ ษาคณะอนุกรรมาธิการ
6. นางวชั รา รวิ้ ไพบูลย์ ทป่ี รกึ ษาคณะอนกุ รรมาธกิ าร
7. นายศภุ ชีพ ดิษเทศ ทป่ี รึกษาคณะอนกุ รรมาธิการ
8. นางสาวสราญภทั ร อนมุ ตั ิราชกจิ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธกิ าร
9. นายสพุ ล บรสิ ุทธิ์ ท่ีปรึกษาคณะอนกุ รรมาธกิ าร
10. นายสภุ รธรรม มงคลสวัสดิ์ ที่ปรึกษาคณะอนกุ รรมาธิการ
11. นายเอกกมล แพทยานันท์ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ
12. รองศาสตราจารย์ณัฎฐนียา โตรกั ษา ท่ปี รกึ ษาคณะอนกุ รรมาธกิ าร

[40]
รายชื่อคณะอนกุ รรมาธิการ
คณะอนกุ รรมาธิการปฏริ ูปด้านสังคม กิจการผสู้ ูงอายุและสงั คมสงู วยั

๑. นางเพ็ญพักตร์ ศรที อง อนุกรรมาธิการและทปี่ รกึ ษา
๒. นายอาพล จนิ ดาวฒั นะ ประธานคณะอนกุ รรมาธกิ าร
๓. นายยุทธนา ทพั เจรญิ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนท่หี นึ่ง
๔. นางจารนุ นั ท์ อึ้งภากรณ์ รองประธานคณะอนกุ รรมาธิการ คนท่สี อง
๕. นายณฐั เมศร์ เรอื งพชิ ยั พร อนุกรรมาธกิ าร
๖. นายดารนัย อินสว่าง อนกุ รรมาธกิ าร
๗. ศาสตราจารยเ์ กียรติคณุ ธรรมศักดิ์ พงศ์พชิ ญามาตย์ อนุกรรมาธกิ าร
๘. พลเอก บญุ ลือ วงษ์ทา้ ว อนุกรรมาธิการ
๙. นายประกาศติ กายะสทิ ธิ์ อนุกรรมาธิการ
๑๐. นางสาววรญั ญา เตียวกุล อนกุ รรมาธกิ าร
๑๑. นางกรรณกิ าร์ บรรเทงิ จติ ร อนุกรรมาธิการและเลขานกุ าร
๑๒. นางสาวบษุ ยรัตน์ กาญจนดิษฐ์ อนกุ รรมาธกิ ารและผู้ชว่ ยเลขานุการ

ทป่ี รกึ ษาคณะอนกุ รรมาธกิ าร ประกอบด้วย
1. แพทย์หญิงพรรณพมิ ล วปิ ุลากร ทีป่ รึกษาคณะอนุกรรมาธิการ
2. นายพลากร วงคก์ องแกว้ ทีป่ รึกษาคณะอนกุ รรมาธกิ าร

[41]
รายช่ือฝ่ายเลขานุการคณะกรรมาธกิ ารการพัฒนาสังคม และกิจการเดก็ เยาวชน

สตรี ผู้สูงอายุ คนพกิ าร และผ้ดู อ้ ยโอกาส
วฒุ ิสภา

๑. นางสาวภิรมย์ นิลทัพ นติ กิ รเชยี่ วชาญ ปฏิบตั ิหนา้ ที่
กากบั ดแู ลการปฏิบัตริ าชการ
๒. นางธนยา สิงห์มณี ของกลมุ่ งานคณะกรรมาธกิ าร
๓. นางสาวพมิ พป์ ญา อตสิ ริ าวัชร์ การพัฒนาสังคมฯ
๔. นางสาวธรรมรัตน์ ศรีทองกลู นิตกิ รชานาญการ
๕. นางเพชรรัตน์ มหาสงิ ห์ นิตกิ รชานาญการ
๖. นางจติ ตนิ นั ท์ ศริ อิ ังกานนท์ นติ ิกรชานาญการ
๗. นางสาวฉตั รสดุ า ศริ วิ งศ์ วทิ ยากรชานาญการ
๘. นางสาวจติ รลดา องอาจ วทิ ยากรชานาญการ
๙. นางสาวสุธาทิพย์ สมคั รการ นติ ิกรปฏบิ ตั ิการ
๑๐. นายรงุ่ เพชร งามพรอ้ ม เจา้ พนักงานธุรการชานาญงาน
๑๑. นายปยิ ะพงษ์ นอ้ ยเจรญิ เจ้าพนกั งานธุรการชานาญงาน
๑๒. นางสาวนธดิ า ศรอี ตุ ะ เจา้ พนกั งานธรุ การปฏบิ ตั งิ าน
๑๓. นางสาวศกลวรรณ พึ่งฉ่า นักวชิ าการสนบั สนนุ งานวิชาการ
พนกั งานสนับสนนุ การประชมุ
พนกั งานสนบั สนุนการประชมุ

--------------------------------------------------------

กลุม่ งานคณะกรรมาธิการการพฒั นาสังคมและกจิ การเด็ก
เยาวชน สตรี ผู้สงู อายุ คนพกิ าร และผดู้ ้อยโอกาส สานกั กรรมาธกิ าร ๓ สานกั งานเลขาธกิ ารวุฒสิ ภา

โทรศพั ท์ ๐ ๒๘๓๑ ๙๒๒๕ – ๖





55 E""E-8&)< & č L=

T V\WU ]XUYŲ T V\WU ]XZZŲ 9001:2015
T V\WU ]X[VŲ T V\WU ]X[Z


Click to View FlipBook Version