เรอ่ื ง อ่านสรุป เน้อื หา ความร้แู ละข้อคดิ อศิ รญาณภาษติ หน่วยท่ี ๓ แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ ๑๒
รายวิชาภาษาไทย ท๒๓๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓
บทท่ี ๑
อศิ รญาณชาญกลอนอกั ษรสาร
เทศนาคาไทยใหเ้ ปน็ ทาน โดยตานานศุภอรรถสวัสดี
คาศพั ท์ ตานาน หมายถึง คาโบราณ
ศภุ อรรถ หมายถงึ ถ้อยคาและความหมายท่ีดี
สวัสดี หมายถึง ความดี ความงาม
ถอดความได้ว่า หม่อมเจ้าอิศรญาณผู้ทรงเช่ียวชาญในเชิงกลอนทรงนิพนธ์คากลอนสุภาษิตโบราณ สั่งสอน
เตือนใจไวเ้ พอื่ เป็นทาน
บทท่ี ๒
สาหรบั คนเจอื จติ จรติ เขลา ด้วยมัวเมาโมหม์ ากในซากผี
ตอ้ งหามา้ มโนมยั ใหญ่ยาวรี สาหรับขเ่ี ป็นมา้ อาชาไนย
คาศพั ท์ เจือ หมายถึง เอาส่วนท่มี นี อ้ ยไปประสมลงไปในส่วนมาก
จริต หมายถึง กิรยิ าอาการ หรอื แสดงความประพฤติ
โมห์ หมายถงึ ความลมุ่ หลง
ซากผี หมายถึง รา่ งกายของคนทตี่ ายแล้ว
อาชาไนย หมายถึง กาเนิดดี พันธุ์ หรอื ตระกูลดี ฝกึ หัดมาดแี ล้ว
มา้ มโนมัย หมายถงึ ในบทนีห้ มายถึงใจทร่ี เู้ ทา่ ทนั กิเลสจะได้เป็นพาหนะไปสู่
ความสาเรจ็
ถอดความได้ว่า สาหรับคนที่โง่เขลาเบาปัญญาที่ไปลุ่มหลงในความช่ัวต้องฝึกใจให้รู้เท่าทันกิเลส คือ เอาใจ
เปน็ นายบังคบั ใจตวั เองใหอ้ ยู่เหนือกิเลส เพื่อจะ ไดเ้ ป็นพาหนะไปสูค่ วามสขุ
บทที่ ๓
ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสารโบราณว่า น้าพึ่งเรือเสือพง่ึ ปา่ อัชฌาสยั
เราก็จติ ดเู ล่าเขากใ็ จ รักกนั ไวด้ กี ว่าชังระวงั การ
คาศพั ท์ อัชฌาสยั หมายถงึ กริ ยิ าดี นสิ ัยใจคอ ความรู้จักผอ่ นปรน
ถอดความได้ว่า ผู้ชายกับผู้หญิงน้ันต่างกันดังข้าวเปลือกกับข้าวสาร(โบราณเขาเปรียบเทียบว่า ผู้ชาย
เปรียบเสมือน ข้าวเปลือกตกท่ีไหนก็เจริญงอกงามที่น่ัน ส่วน ผู้หญิงก็เปรียบเสมือนข้าวสาร ตกที่ไหนมันไม่
สามารถเจริญงอกงามได้ขา้ วสาร ก็เนา่ แต่เมื่ออยใู่ นสังคมเดียวกนั ก็ย่อมต้องพ่ึงพาอาศยั กันเป็นธรรมดา เราก็มี
มติ รจติ เขาก็มีมติ รใจฉะนัน้ เรารกั กันดกี วา่ เกลยี ดกัน
สุภาษติ ทีเ่ กี่ยวขอ้ ง ชายข้าวเปลือกหญงิ ข้าวสาร , นา้ พงึ่ เรอื เสือพง่ึ ป่า , รกั กันดกี ว่าชังกนั , มิตรจิตรมิตรใจ
ผใู้ ดดดี ตี อ่ อยา่ กอ่ กจิ บทท่ี ๔
สิบดกี ็ไม่ถงึ กบั กง่ึ พาล ผู้ใดผดิ ผ่อนพักอย่าหักหาญ
เปน็ ชายชาญอย่าเพอ่ คาดประมาทชาย
คาศัพท์ ผใู้ ดดีดตี ่ออย่าก่อกิจ หมายถึง อยา่ กอ่ เร่อื ง
ผ้ใู ดผดิ ผอ่ นพักอยา่ หกั หาญ หมายถึง ผูท้ ่ีทาไมถ่ ูกตอ้ งก็ไมค่ วรโกรธหรือตดั รอนจนแตกหกั
สบิ ดีก็ไม่ถงึ กบั ก่งึ พาล หมายถึง ทาดีสบิ หนไม่เท่ากับทาช่วั เพยี งครึ่งหนความดี
ก็จะหมดไป
ถอดความได้ว่า ผู้ใดทาดีต่อเราเราก็ควรทาดีต่อเขาตอบ ผู้ใดที่ทาไม่ดีต่อเราหรือทาไม่ถูกต้องก็ไม่ควรโกรธ
หรอื ตดั รอน จนแตกหกั ทาความดีสบิ ครง้ั กไ็ มเ่ ทา่ ทาความชั่วครึ่งครง้ั คอื ความชว่ั จะทาลายความดีลงจนหมด
สนิ้ เปน็ ชายน้ัน ไมค่ วรดูถกู ชายดว้ ยกัน
สุภาษติ ท่ีเกย่ี วข้อง
คนล้มอย่าข้าม หมายถงึ คนทต่ี กต่าไมค่ วรลบหลดู่ ถู ูก เพราะอาจจะกลบั มาเฟ่อื งฟูไดอ้ ีก
บทที่ ๕
รักสนั้ น้นั ใหร้ อู้ ยเู่ พยี งสนั้ รักยาวนนั้ อยา่ ให้เย่ินเกนิ กฎหมาย
มใิ ชต่ ายแต่เขาเรากต็ าย แหงนดฟู า้ อยา่ ให้อายเทวดา
คาศัพท์ เยน่ิ หมายถงึ ยาวนานออกไป
ถอดความได้ว่า รักจะอยู่ด้วยกันสั้นๆ ก็จงทาส่ิงไม่ดีต่อไป แต่ถ้าเราจะอยู่ด้วยกันนาน ๆ จงทาความดี อย่า
ทาในสง่ิ ทีผ่ ดิ กฎหมายหรือทาชว่ั ทุกคนต้องตาย ด้วยกันทั้งนั้น จงทาความดีไว้เถิด เวลาที่แหงนดูฟ้าจะได้ไม่
อายเทวดา
สุภาษิตท่เี กี่ยวขอ้ ง
รกั ยาวใหบ้ ่นั รักสนั้ ให้ต่อ หมายถึง รักที่จะมีมิตรไมตรีต่อกันต้องตัดส่ิงท่ีไม่ดีออก อย่าไปพูดถึง แต่ถ้า จะคบ
กันในเวลาสั้น ๆ ให้พูดต่อปากต่อคา ในท่ีนี้ต้องการเฉพาะส่วนแรกคือตัดส่ิงท่ีไม่ดีออกไป รักยาวให้บั่น รักสั้น
ให้ต่อ ..เป็นสานวนเก่าที่ประกอบด้วยคาชวนให้สงสัย คือคาที่มีความหมายขัดกันอยู่ ด้วยวรรคแรกส่ือ
ความหมายว่า ชอบทางยาวแต่ให้บ่ัน คือตัดหรือทอนออกเสีย วรรคหลังบ่งว่า ชอบทางสั้น แต่กลับ ให้ต่อคือ
เพิ่มออกไป การเรียบเรยี งขอ้ ความโดยใชค้ าท่ีมคี วามหมายขดั กนั น้นั ในทางภาษาถือเปน็ กลวิธีอย่างหนึ่ง ท่ีทา
ให้ประโยคมีนา้ หนกั ช่วยให้เกิดรสสะดดุ ใจนา่ ฟงั
รักยาว คือต้องการให้เร่ืองเป็นไปโดยราบร่ืน ไม่ติดขัด ไม่สะดุดจะเป็นการดาเนินธุรกิจ การคบเพ่ือน
การปฏบิ ตั ิงาน หรือเรอ่ื งอะไรก็ตาม
ให้บั่น คือให้ตัดหรือทอนส่วนท่ีขัดข้อง ความกินแหนงแคลงใจเร่ือเล็กน้อยนั้นเสีย ไม่ต้องถือ เป็น
อารมณ์
รกั ส้ัน คอื ต้องการใหเ้ รอ่ื งสน้ิ สดุ แค่นั้น แตกหกั หรอื ดาเนินตอ่ ไมไ่ ด้
ให้ต่อ คือให้ต่อความยาวสาวความยืดต่อไป ให้นามาพิจารณาให้ถกเถียง ให้ถือเอา ให้ว่ากันต่อไป
หากรักจะคบกันต่อไป ก็ให้ตัดเรื่องราวนั้นเสีย โดยไม่ถือโทษโกรธเคืองไม่โต้เถียงเป็นต้น ลักษณะน้ีคือ รัก
ยาวใหบ้ ั่น แตห่ ากรักทางสั้น ไมต่ อ้ งการคบกันอกี ต้องการให้แตกหกั กันเลยก็ให้ต่อเรื่องออกไป ลักษณะน้ีคือ
รกั สัน้ ให้ตอ่
คาศพั ท์ บทที่ ๖
อย่าดูถูกบญุ กรรมวา่ ทาน้อย น้าตาลยอ้ ยหยดเทา่ ไรไดห้ นกั หนา
อย่านอนเปล่าเอากระจกยกออกมา สอ่ งดูหน้าเสียทีหนง่ึ แล้วจงึ นอน
อย่านอนเปล่า หมายถึง อยา่ เขา้ นอนเฉยๆ ในท่ีนห้ี มายถึงให้คิดการกระทาของตน
นา้ ตาลยอ้ ยหยดเท่าไรได้หนกั หนา หมายถึง การสะสมความดที ลี ะนอ้ ย
ถอดความได้ว่า อย่าดูถูกความดีหรือความชั่ว ว่าทาเพียงเล็กน้อยเพราะมันจะสะสมไปเร่ือยๆ และมากข้ึน
ทุกที
เวลาก่อนจะนอนให้ส่องกระจกดูหน้าตนเอง ว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ เหมือนเป็นการให้สารวจจิตใจตนเองอ ยู่
เปน็ นจิ ว่าคิดใฝ่ดีอยูห่ รือเปลา่ เพ่ือจะไดเ้ ตือนตนไว้ได้ทัน (เป็นการเตือนให้เรารู้จักคิด พิจารณา สารวจตัวเอง
ทกุ ๆ วนั )
สุภาษิตทเี่ กี่ยวข้อง จงเตอื นตนด้วยตนเอง
บทท่ี ๗
เหน็ ตอหลักปักขวางหนทางอยู่ พิเคราะหด์ ูควรทึ้งแลว้ จงึ ถอน
เห็นเตม็ ตาแลว้ อยา่ อยากทาปากบอน ตรองเสยี ก่อนแลว้ จึงทากรรมทงั้ มวล
คาศพั ท์ ปากบอน หมายถึง นาความลบั หรือเร่อื งท่ีไมค่ วรพดู ไปบอกผูอ้ ่ืน
ทึ้ง หมายถึง ดงึ ถอน
ถอดความได้ว่า เห็นสิ่งใดกีดขวางทางอยู่ จงพิจารณาให้รอบคอบก่อนท่ีจะเก็บ เพราะอาจเป็นอันตรายได้
และเมื่อไป เห็นการกระทาของใคร อย่าเที่ยวทาปากบอนไปบอกแก่คนอื่น อาจนาผลร้ายมาสู่ตนเองได้ (สอน
ว่า ใหร้ ูจ้ ักคดิ ใคร่ครวญ ไตรตรองกอ่ นจะพดู หรอื ทาสงิ่ ใด)
สภุ าษติ สานวน ท่ีเก่ยี วขอ้ ง คดิ กอ่ นพดู แต่อย่าพูดกอ่ นคิด
บทท่ี ๘
คอ่ ยดาเนนิ ตามไต่ผ้ไู ปหน้า ใจความว่าผู้มีคุณอย่าหนุ หวน
เอาหลงั ตากแดดเป็นนิจคิดคานวณ รถู้ ่ถี ้วนจงึ สบายเมอื่ ปลายมอื
คาศัพท์ ผู้ไปหนา้ หมายถึง คนที่เกดิ กอ่ นยอ่ มมคี วามรูแ้ ละประสบการณ์มากกวา่
หุนหวน หมายถงึ หวน เวียนกลับ
คิดคานวณ หมายถงึ คิดไตร่ตรอง
หลังตากแดด หมายถงึ กม้ หน้าก้มตาทางานหนักอยา่ งชาวนา ทาให้หลงั ถกู แดด
เมื่อปลายมือ หมายถึง ในภายหลัง
ถอดความได้ว่า ให้ประพฤติปฏิบัติตนตามผู้ใหญ่ ซ่ึงเป็นผู้ที่เกิดก่อน ย่อมมีความรู้และประสบการณ์
มากกว่า และอย่าเปน็ คนอกตัญญู จงมคี วามขยนั หมน่ั เพียรทางานอยเู่ สมอแล้วจะมีความสขุ สบายในภายหลงั
สภุ าษติ ทเ่ี กยี่ วข้อง
เดินตามผใู้ หญ่หมาไมก่ ดั หมายถึง ประพฤตติ ามอย่างผใู้ หญย่ ่อมปลอดภยั
หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน หมายถึง ท่ีต้องตรากตราทางานหนัก มักหมายถึงชาวไร่ชาวนาซ่ึงในเวลาทาไร่ทา
นาหลังตอ้ งสกู้ บั แดด และหนา้ ต้องกม้ ลงดิน
บทท่ี ๙
เพชรอยา่ งดีมคี ่าราคายิง่ ส่งให้ลิงจะรคู้ า่ ราคาหรือ
ต่อผูด้ ีมีปัญญาจึงหารือ ให้เขาลอื เสยี ว่าชายน้ขี ายเพชร
คาศัพท์ หารอื หมายถึง ขอความเห็น ปรกึ ษา
ใหเ้ ขาลอื ว่าชายน้ีขายเพชร หมายถงึ ใหเ้ ขาลอื ว่าตนเองมปี ญั ญามากพอที่จะอวดได้
ถอดความได้ว่า เพชรเป็นของที่มีค่ามีราคา อย่านาสิ่งที่มีค่าไปให้แก่ผู้ไม่รู้ค่าย่อมไร้ประโยชน์ ฉะนั้นควรไป
ปรึกษาหารือ กับนักปราชญ์ หรือผู้รู้ เท่าน้ัน เพื่อให้คนเขาร่าลือว่า ตนเองมีปัญญาราวกับมีเพชรมากพอที่จะ
อวดได้
สภุ าษิตท่เี กี่ยวขอ้ ง
ยน่ื แก้วใหว้ านร หมายถงึ เอาของมคี า่ ใหก้ ับผู้ทไ่ี มร่ ู้คณุ คา่ ของ ของสิง่ น้ัน
ลงิ ได้แกว้ หมายถงึ ผู้ทไ่ี มร่ คู้ ุณค่าของสิ่งมีคา่ ท่ีไดม้ าหรอื ท่มี ีอยู่ มีความหมายเดียวกับคาว่า ไก่ได้พลอย
และ หวั ลา้ นได้หวี
บทท่ี ๑๐
ของสงิ่ ใดเจา้ วา่ งามตอ้ งตามเจ้า ใครใดเลา่ จะไมง่ ามตามเสด็จ
จาไวท้ ุกส่ิงจริงหรอื เท็จ พริกไทยเม็ดนดิ เดียวเดี๋ยวก็รอ้ น
คาศัพท์ เจา้ หมายถึง พระเจ้าแผน่ ดนิ หรอื ผเู้ ปน็ ใหญ่
ถอดความไดว้ า่ ของสิ่งใดก็ตามที่พระเจ้าแผ่นดินเห็นว่าเป็นสิ่งดีหรือส่ิงที่สวยงาม เราก็ต้องว่างามตามไปด้วย
ไมว่ ่าจะจรงิ หรือไม่จริง เราไม่ควรไปคัดค้านเพราะท่าน เปน็ ผูม้ ีอานาจเด็ดขาดอาจกรว้ิ ได้
สุภาษิตท่เี ก่ียวขอ้ ง
เหน็ ดีเห็นงาม หมายถึง คิดหรอื รู้สกึ คล้อยตาม
ลูกขุนพลอยพยกั หมายถึง ผทู้ คี่ อยว่าตามหรอื เห็นดว้ ยกบั ผู้ใหญ่เปน็ เชงิ ประจบสอพลอเปน็ ต้น
นา้ ท่วมปาก หมายถึง พดู ไม่ออกเพราะอาจจะมีภัยแก่ตนเองและผู้อืน่
บทที่ ๑๑
เกิดเป็นคนเชิงดูให้รเู้ ท่า ใจของเราไม่สอนใจใครจะสอน
อยากใช้เขาเราต้องกม้ ประนมกร ใครเลยหอ่ นจะว่าตัวเป็นวัวมอ
คาศพั ท์ หอ่ น หมายถงึ ไม่ ไม่เคย
มอ หมายถงึ สีมวั ๆ อย่างสีดาเจือเทา
วัวมอ หมายถงึ วัวตัวผู้
ใครเลยห่อนจะวา่ ตวั เปน็ ววั มอ หมายถึง ไมม่ ใี ครว่าตนเป็นววั ใหค้ นอน่ื เขาใชง้ าน
ถอดความได้ว่า เกิดเป็นคนต้องรู้เท่าทันใจของตนเอง คือต้องสอนใจตนเองหรือเตือนตนเองได้ และถ้าจะขอ
ความช่วยเหลือจากผใู้ ด เราต้องออ่ นนอ้ มถอ่ มตน เพราะไมม่ ใี ครท่จี ะคดิ ว่าตนเปน็ ววั ใหค้ นอ่นื ใชง้ าน
สุภาษิต สานวน ท่เี ก่ยี วข้อง จงเตือนตนดว้ ยตนเอง
บทท่ี ๑๒
เป็นบา้ จน้ี ิยมชมว่าเอก คนโหยกเหยกรักษายากลาบากหมอ
อนั ยศศักด์มิ ิใช่เหลา้ เมาแต่พอ ถา้ เขายอเหมือนอยา่ งเกาใหเ้ ราคัน
คาศพั ท์ บา้ จี้ หมายถงึ บ้ายอ
โหยกเหยก หมายถึง ไม่อยกู่ ับร่องรอย ไม่แน่นอน
ถอดความได้ว่า คนบ้ายอชอบให้คนเขานิยมยกย่องเปรียบเหมือนคนไม่อยู่กับร่องกับรอย ซึ่งแก้ไขได้
ยาก อันว่ายศ หรือตาแหน่ง น้ัน มันไม่ใช่เหล้าจงเมาแต่พอควร อย่าไป ยึดติด หลงยศหลงตาแหน่ง คาป้อย
ตา่ งๆ น้ัน ถ้าเรา หลงเช่อื อาจทาใหเ้ ราเดือดรอ้ นได้
บทท่ี ๑๓
บา้ งโลดเลน่ เตน้ ราทาเปน็ เจา้ เปน็ ไรเขาไม่จบั ผดิ คดิ ดูขัน
ผมี นั หลอกช่างผตี ามทีมัน คนเหมอื นกันหลอกกนั เองกลวั เกรงนกั
คาศัพท์ ทาเปน็ เจ้า หมายถึง ทาทวี า่ ถูกเจ้าเขา้ สิง
ถอดความไดว้ า่ บางคนทาทวี ่าถกู ผเี ข้าสงิ คือพวกทรงเจ้าเข้าผี ทาไมไม่มีใครจับ ดูไปก็น่าหัวเราะถ้าเป็นผีจริง
มนั หลอกก็ช่างมนั เถิด แต่น่ีคนมาหลอกกันเองมันน่ากลัวท่ีสุด ฉะนั้นจึงควรแยกแยะให้ดี อย่าเช่ือในสิ่งที่ตาไม่
เหน็ เพราะทีเห็นน้ันอาจไม่ใชค่ วามจรงิ ทัง้ หมด
สุภาษิต สานวน ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ผีหลอกก็ยังพอทน แตค่ นหลอกคนมันช้าใจจนหลายเทา่ ด"ู กาลามสูตร"
บทท่ี ๑๔
สงู อยา่ ใหส้ ูงกว่าฐานนานไปล้ม จะเรยี นคมเรยี นไปเถดิ อย่าเปดิ ฝกั
คนสามขามปี ญั ญาหาไวท้ กั ทีไ่ หนหลกั แหลมคาจงจาเอา
คาศัพท์ สานวน คนสามขา หมายถึง คนแกท่ ถ่ี ือไมเ้ ท้า
เรยี นคม หมายถึง เรยี นเพื่อหาวชิ าความรู้
อย่าเปดิ ฝกั หมายถึง อยา่ โอ้อวด
ถอดความไดว้ ่า จะสร้างสง่ิ ใดให้สูงก็อย่าสรา้ งเกินวา่ ฐานทจ่ี ะรบั น้าหนักไว้ได้ เพราะจะทาให้ล้มง่าย (สอนให้
รจู้ กั ประมาณ ตน ไม่ให้ทาอะไรเกินฐานะของตนเอง) จะเรียนวิชาอะไรให้มีสติปัญญา เฉียบแหลม ก็เรียนเถิด
แต่ใหเ้ ก็บความรู้ไว้ใช้เมอ่ื ถงึ เวลาอนั สมควร (สอนใหเ้ ป็นคนใฝร่ ู้แต่อย่าอวดรู้) คนแก่มปี ระสบการณ์มากเราควร
เชอื่ ฟังคาทกั ท้วง (สอนใหเ้ หน็ ความสาคัญของผูม้ ีอาวโุ ส)
สภุ าษิตท่เี กี่ยวขอ้ ง คมในฝัก หมายถึง คนที่เขาฉลาดจริงๆ เขาไม่โออ้ วด
บทท่ี ๑๕
เดินตามรอยผู้ใหญ่หมาไม่กดั ไปพดู ขัดเขาทาไมขัดใจเขา
ใครทาตงึ แลว้ หย่อนผอ่ นลงเอา นกั เลงเกา่ เขาไม่หาญพาลนักเลง
คาศพั ท์ นักเลงเกา่ หายถงึ ผู้ท่เี ปน็ นกั เลง
ถอดความได้ว่า ประพฤติตนตามแนวทางท่ีผู้ใหญ่เคยทามาก่อนแล้วย่อมปลอดภัย ไม่ควรไปพูดขัดคอคน
เพราะจะทา ใหเ้ ขาโกรธไมพ่ อใจ ให้รู้จักผ่อนหนักผอ่ นเบา นักเลงเก่าเขาไม่รงั แกหรอื ทารา้ ยนกั เลงดว้ ยกนั
สภุ าษติ ทีเ่ กย่ี วข้อง เดินตามผใู้ หญ่หมาไม่กัด หมายถงึ ประพฤตติ ามอยา่ งผใู้ หญ่ย่อมปลอดภัย
รู้ยาวร้สู ้นั หมายถงึ รู้จักผ่อนปรน รู้จกั ผอ่ นสั้นผ่อนยาว
บทท่ี ๑๖
เป็นผ้หู ญงิ แมห่ มา้ ยทีไ่ รผ้ ัว ชายมักยัว่ ทาเลยี บเทยี บขม่ เหง
ไฟไหม้ยงั ไม่เหมอื นคนทจี่ นเอง ทาอวดเบง่ กบั ข่ือคาว่ากระไร
คาศพั ท์ ทาเป็นเลยี บ หมายถงึ พูดจาแทะโลม
คนท่ีจนเอง หมายถงึ คนที่ทาตัวให้จนเอง
ขอื่ คา หมายถึง เครอื่ งจองจานักโทษ ทาด้วยไม้ มชี อ่ งสาหรับสอดมอื เท้าแล้วมี
ลม่ิ ตอกกากับกนั ขือ่ หลุด
ถอดความไดว้ า่ ผู้ทเ่ี ปน็ หญงิ หม้ายมักถูกผูช้ ายพดู จาแทะโลม เหมือนกับถูกข่มเหง คนที่จนเพราะถูกไฟไหม้
ยงั นา่ สงสาร หรือดีกว่าตนเองทที่ าตัวเองให้จน (จนเพราะเล่นการพนัน) และอย่าอวดเก่งกับข่ือคาท่ีเป็นเครื่อง
จองจา (อยา่ แสดงอานาจโอ้อวดทาสง่ิ ท่ีท้าทายกับบทลงโทษ)
สภุ าษิต สานวน ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง เล่นกบั คุกกบั ตาราง
บทที่ ๑๗
อนั เสาหนิ แปดศอกตอกเป็นหลกั ไปมาผลกั ย่อยเขา้ เสายงั ไหว
จงฟังหูไวห้ ูคอยดูไป เช่ือน้าใจดกี ว่าอย่าเชื่อยุ
คาศัพท์ ฟงั หูไว้หู หมายถงึ รบั ฟังไวแ้ ตไ่ มเ่ ชอื่ ทงั้ หมด
เช่ือน้าใจดกี วา่ อยา่ เชื่อยุ หมายถงึ เป็นคนหนักแนน่ ไม่ฟังคายแุ หย่
ถอดความได้ว่า แม้จะม่ันคงดังเสาหินใหญ่สูงแปดศอก แต่เมื่อถูกผลักบ่อย ๆ เข้า เสานั้นก็อาจคลอน
แคลนได้เปรียบ เหมือนใจคนย่อมอ่อนไหวไปตามคาพูด ของผู้อ่ืนได้ ฉะนั้น จึงควรฟังหูไว้หู และคิดให้
รอบคอบก่อนท่ีจะเช่ือใคร (สอนให้มีใจคอหนักแน่นไม่หลงเช่ือยุยงโดยง่าย ให้รู้จักไตร่ตรองให้ดีเสียก่อนที่ จะ
คลอ้ ยตามคาพูดของผอู้ น่ื )
สุภาษติ ที่เกย่ี วขอ้ ง ฟงั หไู ว้หู หมายถึง รบั ฟงั ไว้แตไ่ มเ่ ชอ่ื ทัง้ หมด
บทที่ ๑๘
หญิงเรยี กแมช่ ายเรียกพ่อยอไว้ใช้ มันชอบใจข้างปลอบไมช่ อบดุ
ท่ีปิดท่ชี ดิ ไขให้ทะลุ คนจกั ษุเหลห่ ลิ่วไพล่พล้วิ พลิก
คาศพั ท์ ไพล่พลิว้ พลิก หมายถึง ใหร้ ู้จักหลีกเล่ยี ง พดู ตรงทาใหเ้ สียน้าใจ
หลวิ่ หมายถงึ เด่ยี ว หนึ่ง
ถอดความได้ว่า เม่ือเวลาจะใช้ใครให้รู้จักพูดจาโดยใช้ถ้อยคาที่อ่อนหวาน ซึ่งใคร ๆ ก็ชอบ ไม่ควรใช้คาดุ
ด่าว่ากล่าว สิ่งใดท่ีปล่อยปละละเลย หรือฟุ่มเฟือยก็ต้องเข้มงวดกวดขันหรือประหยัดถี่ถ้วนข้ึนสิ่งใดที่เข้มงวด
ตระหนีถ่ เ่ี หนยี วจนเกินไป จะต้องแก้ไขทาให้สะดวก หรือคล่องตัวข้ึน และจงประพฤติตนตามท่ีคนส่วนใหญ่เขา
ประพฤติกนั
สภุ าษิตทเ่ี กีย่ วข้อง น้ารอ้ นปลาเปน็ น้าเยน็ ปลาตาย
บทท่ี ๑๙
เอาปลาหมอเป็นครดู ปู ลาหมอ บนบกหนออตุ ส่าหเ์ สือกกระเดือกกระดิก
เขาย่อมว่าฆา่ ควายเสยี ดายพริก รกั หยอกหยิกยบั ท้ังตัวอย่ากลวั เลบ็
คาศพั ท์ เอาปลาหมอเปน็ ครดู ูปลาหมอ หมายถงึ มคี วามอดทนต่อความยากลาบาก
ถอดความไดว้ า่ จงดปู ลาหมอไว้เปน็ ครูสอนใจเรา แมป้ ลาหมอจะถูกปล่อยไวบ้ นบก มันก็ยังกระเสือกกระสน
เพอ่ื จะเอา ชวี ิตรอด ฉะน้ันคนเราจึงไมค่ วรพ่ายแพแ้ ก่อปุ สรรค ต้องดน้ิ รนขวนขวายต่อสูช้ ีวิตตอ่ ไป
สภุ าษติ ที่เกยี่ วข้อง ฆา่ ควายเสยี ดายพรกิ หมายถงึ ทาการใหญ่ไมค่ วรตระหน่ี
ปลาหมอแตกเหงอื ก หมายถงึ กระเสอื กกระสนดนิ้ รน
บทที่ ๒๐
มใิ ช่เนือ้ เอาเปน็ เนื้อก็เหลอื ปล้า แต่หนามคาเข้าสกั นิดกรดี ยงั เจบ็
อันโลภลาภบาปหนาตณั หาเย็บ เมยี รูเ้ กบ็ ผัวรกู้ าพาจาเรญิ
คาศพั ท์ เนื้อ(ในท่ีนี)้ หมายถงึ เน้อื คู่
ตัณหา หมายถงึ ความทะยานอยาก ความใคร่ในกาม
ถอดความได้ว่า คนเราถ้าไม่ใช่เนื้อคู่กัน อยู่ไปก็เปล่าประโยชน์อาจจะมีเร่ืองราวกัน ไม่ผิดอะไรกับถูกหนาม
ตาเข้านิดเดียว ก็เกิดอาการเจ็บปวด ความโลภเป็นบาปทาให้เกิดความอยาก สามีภรรยาคู่ใดถ้าภรรยารู้จัก
ออมรู้จักเก็บ สามี ร้จู ักทาหากินกจ็ ะทาใหช้ วี ิตทสี่ มบรู ณ์
สุภาษิตท่ีเกีย่ วขอ้ ง ผวั หาบเมียคอน ชายหาบหญิงคอน
บทท่ี ๒๑
ถึงรูจ้ รงิ จาไวอ้ ย่าไขรู้ เต็มที่ครู่เดียวเทา่ น้นั เขาสรรเสริญ
ไมค่ วรก้าเกินหน้ากอ็ ย่าเกนิ อยา่ เพลิดเพลินคนชงั นกั คนรกั น้อย
คาศพั ท์ กา้ เกนิ หมายถงึ ล่วงเกิน เกนิ เลย
ก้าเกินหนา้ หมายถงึ เด่นกวา่ คนอน่ื ดีกว่าคนอืน่
ถอดความไดว้ ่า แม้วา่ เราจะรจู้ ริง เราก็ไมต่ อ้ งอวดว่าเรารู้ เดี๋ยวเขาก็จะสรรเสรญิ เอง ไม่ควรทาอะไรเกินหน้า
เกินตาคนอ่ืน เพราะคนเกลยี ดเรามมี ากกวา่ คนรกั เรา
สภุ าษติ ท่เี กี่ยวขอ้ ง เกนิ หนา้ เกินตา, คนรักเทา่ ผนื หนังคนชังเทา่ ผนื เส่อื , คนชังมีนกั คนรกั มีนอ้ ย
บทที่ ๒๒
วาสนาไมค่ ู่เคียงเถยี งเขายาก ถงึ มีปากมีเสยี เปลา่ เหมือนเต่าหอย
ผเี รอื นตัวไมด่ ีผอี นื่ พลอย พดู พลอ่ ยๆ ไม่ดปี ากขี้รวิ้
คาศพั ท์ ผีเรอื น หมายถึง ผที ี่อยูป่ ระจาเรอื น
พูดพลอ่ ยๆ หมายถงึ อาการที่พูดงา่ ย ๆ โดยไม่ตริตรอง
ปากข้รี ้วิ หมายถึง คาพดู ท่ีไมส่ ภุ าพ
ถอดความไดว้ ่า ถ้าไม่มียศถาบรรดาศกั ดเิ์ สมอเขา ไปโตเ้ ถียงกบั เขาก็ไม่มปี ระโยชน์เพราะไม่มีใครเช่ือ คนใน
บา้ นนั่นแหละเป็นใจชว่ ยให้คนนอกบ้านเข้า มาทาความเสียหาย การพดู พลอ่ ยๆ โดยไม่คดิ เป็นสง่ิ ที่ไมค่ วรทา
สุภาษิตทเี่ กย่ี วขอ้ ง ผบี า้ นไม่ดผี ปี า่ ก็พลอย, ปลาหมอตายเพราะปาก
บทที่ ๒๓
แต่ไมไ้ ผ่อันหนึ่งตนั อันหน่งึ แขวะ สแี หยะแหยะตอกตะบันเป็นควนั ฉิว
ช้างถีบอยา่ วา่ เลน่ กระเดน็ ปลิว แรงหรอื หิวชั่งใจดูจะสชู้ ้าง
คาศัพท์ แขวะ หมายถงึ เอาของมคี มแขวะควา้ นให้กวา้ ง
แหยะแหยะ หมายถงึ ชา้ ๆ
ตะบัน หมายถงึ ทม่ิ หรือแทง หรือกดลงไป
แรง หมายถึง มีกาลัง
หวิ หมายถึง อ่อนแรง หมดแรง
ถอดความได้ว่า แม้ไม้ไผ่อันหนึ่งตัน กับอีกอันหนึ่งผ่าคร่ึงออก เมื่อนามาสีกันเบา ๆ อาจเกิดควันได้ ฉะนั้น
จงอย่าได้ ประมาทการกระทาท่ีดูเหมือนจะไม่ เป็นพิษเป็นภัย ช้างเป็นสัตว์ที่มีพลังเมื่อมันถีบเรารับรองว่า
กระเด็นแน่นอน ฉะนั้นหากจะสู้กับช้างก็ควรประเมินกาลังของเราเสียก่อนว่าอยู่ในภาวะใดมีกาลังหรืออ่อน
แรงจะเตรยี มสู้ หรือหนี ดูให้เหมาะแก่สถานการณ์
สุภาษติ ทีเ่ กี่ยวข้อง ไมซ้ ีกงดั ไมซ้ งุ
บทที่ ๒๔
ลอ้ งูเห่าก็ได้ใจกลา้ กลา้ แตว่ า่ อย่ายักเยอ้ื งเข้าเบ้ืองหาง
ต้องว่องไวในทานองคลอ่ งทา่ ทาง ตบหวั ผางเดยี วม้วนจงึ ควรลอ้
คาศพั ท์ ยักเย้อื ง หมายถงึ เลย่ี งไป ไม่ตรงไปตรงมา
ถอดความได้ว่า การล้อเล่นกับงูเห่าซ่ึงเป็นสัตว์ที่มีอันตรายมาก ทาได้ แต่ต้องเป็นคนใจกล้า แต่อย่าไป
เขา้ ข้างหางเพราะอาจเกิดอันตรายได้ และต้องทาด้วยความว่องไวอย่างเด็ดขาดทันที จึงจะไม่ตกอยู่ในฐานะที่
เพลย่ี งพลา้
สภุ าษิตทเ่ี กย่ี วขอ้ ง จบั งขู ้างหาง คือ ทาส่ิงที่เสี่ยงต่ออนั ตราย
บทท่ี ๒๕
ถึงเพ่อื นฝงู ทช่ี อบพอขอกนั ได้ ถา้ แมใ้ ห้ทุกคนกลัวคนขอ
พอ่ แมเ่ ล้ียงปดิ ปกเป็นกกกอ จนแล้วหนอเหมือนเปรตด้วยเหตจุ น
คาศัพท์ ปดิ ปกเปน็ กกกอ หมายถึง โอบอมุ้ ทะนถุ นอมไว้
เปรต หมายถึง อมนุษย์จาพวกหนึ่ง
ถอดความไดว้ า่ การจะขออะไรกับเพื่อนฝงู ทช่ี อบพอกันก็สามารถขอกันได้ แต่จะให้ทุกคนที่ขอคงไม่ได้พ่อแม่
เล้ียงดู ทะนุถนอมมาเปน็ อยา่ งดี ถา้ หากเปน็ คนจนกจ็ ะเหมอื นเปรตที่เท่ียวขอสว่ นบุญ
สุภาษิตทเี่ กยี่ วขอ้ ง เปรตขอส่วนบุญ, ตนเปน็ ทพี่ ึ่งของตน พง่ึ ลาแขง้ ตวั เอง
บทท่ี ๒๖
ถงึ บญุ มไี ม่ประกอบชอบไม่ได้ ตอ้ งอาศัยคดิ ดจี งึ มีผล
บญุ หาไมแ่ ล้วอย่าไดท้ ะนงตน ปุถุชนรกั กบั ชงั ไม่ยง่ั ยืน
คาศพั ท์ ปถุ ุชน หมายถงึ สามญั ชน คนที่ยังมกี เิ ลส
ถอดความได้ว่า ถงึ มบี ญุ วาสนา ไมท่ าการงานใดๆ ก็ไม่ดีต้องเป็นผู้ที่คิดดี ทาดีบุญจึงส่งผล เม่ือหมดบุญลง
แล้วอย่าทะนงตนว่าเป็นผู้มีบุญบารมี ขอให้คนเราคิดว่าความรักความชังนั้นเป็นสิ่งที่ไม่จีรังย่ังยืนเท่าการทา
ความดี
สภุ าษิตทีเ่ กยี่ วข้อง ทาดีไดด้ ี
(http://www.trueplookpanya.com/true/blog_diary_detail.php?diary_id=4975)