The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 3
เครื่องมือทางการเกษตร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by panjit poasa, 2023-07-20 23:59:46

บทที่ 3 เครื่องมือทางการเกษตร

บทที่ 3
เครื่องมือทางการเกษตร

บทที่ 3 เครื่องมือทางการเกษตร เครื่องมือและเครื่องทุ่นแรงที่ใช้ในการเกษตร หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่มนุษยป์ระดิษฐ์หรือสร้างขึ้นเพื่อใช้ ผ่อนแรงในการทำการเกษตร และทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็วขึ้น ประโยชน์เครื่องมือและเครื่องทุ่นแรง คือ 1. ทำงานได้รวดเร็ว ทันต่อช่วงเวลาของการเพาะปลูกที่มีจำกัด 2. ประหยัดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจ้างแรงงานคน 3. เพิ่มพื้นที่เพาะปลูกได้มากขึ้น 4. ปฏิบัติงานได้ทุกขั้นตอนอย่างประณีต เช่น ขั้นปลูก ขั้นกำจัดวัชพืช ขั้นใส่ปุ๋ย ขั้นเก็บเกี่ยวและการนวด เป็นต้น 5. ลดการสูญเสียผลิตผลในช่วงการเก็บเกี่ยวและการนวด 6. เพิ่มผลิตผล และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรสูงขึ้น การแบ่งเครื่องมือทางการเกษตรตามการทุ่นแรงสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ 1. เครื่องมือที่ใช้แรง 2. เครื่องมือทุ่นแรง หรือที่ใช้ต้นกำลัง 1. เครื่องมือที่ใช้แรง แบ่งได้ดังนี้ 1) ครื่องมือที่ใช้แรงคน เป็นเครื่องมือที่จำเป็นอันดับแรกใช้การประกอบอาชีพการ เกษตร สามารถที่ จะใช้งานประณีตที่เครื่องทุ่นแรงอื่น ๆ ไม่สามารถใช้ได้ เครื่องมือประเภทนี้ได้แก่ 1.1 จอบ (Hoe) ที่ผลิตขึ้นมาใช้งานนั้น เพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานและที่สำคัญ ช่วยในการผ่อนแรงหรือใช้กับงานหนัก งานเบาได้แก่จอบรับขุด จอบสาหรับใช้ถาก (แบบฟันโค้งและแบบฟัน ตรง) ดังแสดงในภาพที่ 1 จอบดายหญ้าและจอบขุด ภาพที่ 1 จอบดายหญ้าและจอบขุด จอบเป็นเครื่องมือหลักที่จำเป็นสำหรับงานหลายชนิด การเข้าด้ามจอบเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะถ้าด้ามจอบ หลวมและโยกคลอดจะทำงานไม่ได้ผล วิธีเข้าด้ามจอบ ควรบากด้ามจอบให้เล็กกว่าคอจอบเล็กน้อย แล้วงหายาง รถยนต์เก่าๆ หรือแผ่นหนังตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมสอดใส่ระหว่างด้ามกับคอจอบ จากนั้นจึงใช้ลิ้มอัดให้แน่น


19 หลักการใช้จอบ คือ 1. ควรเลือกจอบให้เหมาะกับการใช้งาน ถ้าจะขุดดิน พลิกดินที่มีลักษณะแข็ง หรือมีตอไม้รากไม้ก็ควรใช้จอบ ขุด ถ้าต้องการถากหญ้าดายหญ้า หรือเกลี่ยดิน ก็ควรใช้จอบถาก ซึ่งมีลักษณะบอบบางและเบากว่าจอบขุด 2. จอบต้องคมปานกลางและเข้าด้ามแน่น 3. ในขณะขุดดิน ไม่ควรขยับเท้าบ่อยๆ เพราะจะทำให้ดินแน่น ควรยืนอยู่กับที่และขุดดิน จนสุดด้าม จอบจึงจะเปลี่ยนที่ใหม่ 4. ควรขุดดินขณะที่ดินมีความช้ืนพอดีอาจขุดดินไวเ้ป็นก้อนโตๆ แล้วตากดินให้แห้ง ต่อไปใช้หัวจอบ หรือสันจอบทุบลงบนก้อนดินให้ดินแตก การเกลี่ยดินให้เรียบควรใช้ด้านข้างสำหรับเกลี่ย 5. เมื่อขุดไปติดรากไม้งัดไม่หลุด ควรใชม้ือดึงคอจอบแรงๆ หรือใชเ้ทา้ถีบให้ตะแคงแลว้ดึง อย่า พยายามงัดหรือดัน เพราะด้ามจะหัก 6. ต้องหยุดการใช้จอบทันทีเมื่อมีคนมาขวางหรือยืนอยู่หน้าจอบ การใช้ ใช้ขุดดิน พรวนดิน และถางหญ้า ทำด้วยเหล็ก มีด้ามยาวเป็นเครื่องมือขุดเดิน ที่มีน้ำหนัก ปลานกลางและมีความทนทานสูง จอบใช้ในการขุดดินแข็งๆ และ ขุดหลุมให้มีขนาดกว้างและลึกได้ ลักษณะ เด่นของ จอบ คือ มีใบที่แบนกว้างและคม สามารถเจาะผ่านพื้นดินหรือก้อนดินที่แข็งๆให้แยกขาดออกจากกัน ได้โดยง่าย การดูแลรักษา หลังจากการใช้ทุกครั้งควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำ เพื่อกำจัดดินที่ติดตามใบ จอบและคมจอบให้หมด 1.2 เสียม (Spades) ใช้สำหรับขุดงัดแงะ พรวนดิน ใช้ช่วยดึงหญ้าหรือวัชพืช ออกจากต้นไม้ที่ปลูก มีหลายขนาดใช้แตกต่างกันเช่น ขนาดเล็ก ใช้ขุดพรวนดินในพื้นที่เล็ก ๆ ขนาดใหญ่ใช้ขุดแต่งหลุมปรับพื้นดิน ปลูกต้นไม้ ขุดเสารั้ว เสาเรือน หากมีหน้ากว้าง ใช้ขุดดินนิ่มหรือตักโคลน เสียมทำมาจากเหล็กเป็นรางสั้น ๆ ปลายตัด โคนม้วนเป็นบ้องสำหรับสวมด้ามดังแสดงในภาพที่ 2 และ 3 ภาพที่ 2 แสดงลักษณะเสียมขุดบอลต้นไม้ ภาพที่ 3 แสดงลักษณะเสียมใช้สำหรับขุด ภาพที่ 4 แสดงลักษณะเสียมสำหรับขุดหลุม การใช้งาน ใช้มือทั้งสองข้างจับด้ามเสียมให้มือยู่ห่างกันพอสมควร แล้วกด ปลายเสียมลงไปในดิน แล้วงัดเพื่อให้ดิน ขาดออกจากกันแล้วดึงกลับขึ้นมา การดูแลรักษา หลังจากการใช้ทุกครั้งควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำ เพื่อกำจัดดินที่ติดตามปลายเสียมให้หมด


20 1.3 คราด (Dredges) ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในการเตรียมดินให้มีความเหมาะสมกับการปลูกพืช มากที่สุด โดยการเกลี่ยดินให้มีความละเอียดและใช้ฟันที่แตกต่างกันตามลักษณะของฟันคราด ได้แก่ คราดฟันหยาบ คราดละเอียด ดังแสดงในภาพที่ 5 และภาพที่ 6 ภาพที่ 5 คราดฟันหยาบ ภาพที่ 6 คราดละเอียด การใช้ใช้สำหรับย่อยดินและเก็บเศษหญ้า แต่งแปลงปลูก การ จับคราดใช้มือทั้งสองจับด้ามคราดให้ห่างกัน พอสมควร แล้วดึงคราดเข้าหาตัว การเก็บรักษา หลังจากใช้แล้วล้างทำความสะอาดและใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง ทาน้ำมันกันสนิมแล้วเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย 1.4 พลั่ว (Shovels) เป็นอุปกรณ์ขุดดินอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการทำงานเกษตรไม่น้อย ช่วย เพิ่มความสะดวกและทุ่นแรงสำหรับงานสวน งานปลูกต้นไม้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตักดิน ตักปุ๋ย หรือขุดหลุม ขนาดเล็กที่ไม่ลึกมาก รวมไปถึงการพรวนดินในบางกรณี ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนสำคัญในการเริ่มทำงานสวน สามารถใช้งานในการขุดดินได้เช่นกัน โดยในการใช้งานพลั่วส่วนใหญ่อาจจะต้องออกแรง แต่จะออกแรงน้อย หรืออกแรงมาก ก็ขึ้นอยู่กับดินที่ต้องการขุด ว่าเป็นดินร่วน ดินทราย หรือดินเหนียว และที่สำคัญการใช้งาน พลั่วควรเป็นไปอย่างระมัดระวัง เพราะถึงแม้ว่าส่วนปลายของพลั่วนั้นจะไม่แหลมคมมาก แล้วพลั่วจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ พลั่วปลายแหลม และพลั่วปลายตัด พลั่วปลายแหลม เป็นพลั่วที่นิยมใช้งานกันทั่วไปในงานเกษตร เหมาะสำหรับงานขุดดินโดยเฉพาะ แต่ก็ สามารถใช้ตักดินได้เช่นกัน พลั่วปลายตัด มีลักษณะโดยรวมคล้ายกับพลั่วปลายแหลมทุกอย่าง แต่มีเพียงแค่ตัวพลั่วที่เป็นแบบตัด และมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมไว้ใช้งานสำหรับงานตักดิน ดังแสดงในภาพที่ 7 ก. ข. ภาพที่ 7 ก. พลั่วปลายแหลม ข. พลั่วปลายตัด


21 การใช้งานพลั่ว ควรใช้มือทั้งสองข้างจับด้ามพลั่วและปลายพลั่ว แล้วนำตัวพลั่วกดลงไปที่กองเศษดิน เศษทราย ที่ คุณต้องการจะตัก แล้วโน้มตัวพร้อมกับดันแขนไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน เพื่อให้เกิดแรงส่งในการตักเศษดิน และเศษ ทรายต่างๆ จากนั้นให้กระดกขึ้นโดยการเกร็งข้อมือ และข้อแขนเล็กน้อยเพื่อให้เกิดแรงในการเคลื่อนย้าย การเก็บรักษา หลังจากใช้แล้วล้างทำความสะอาดและใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง ทาน้ำมันกันสนิมแล้วเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย 1.5 มีดทางการเกษตร (Knife) ใช้ในงานตัดเกี่ยวกับพืชทุกชนิดความแข็งแรงของมีดขึ้นอยู่กับความ แข็งแรง ของมีดนั้นด้วย ได้แก่ มีดอีโต้ มีขอ ดังแสดงในภาพที่ 8 ภาพที่ 8 แสดงลักษณะมีดที่ใช้ทางการเกษตร การใช้งานของมีดชนิดต่างๆ มีดหวดหรือมีดขอ ใช้งานตัดพงหญ้าและวัชพืชในเรือกสวนไร่นา มีดพร้าสั้น หรือมีดอีโต้ใช้ในการสับปลายไม้ไผ่ให้แหลมในแนวเฉียง มีดเหน็บ ความยาวใบมีดมาตราฐานของมีดจะยาวประมาณ 9-11 นิ้ว มีดเหน็บเพราะพกพาสะดวก เหน็บ ได้ไม่หนักเกินไป จัดเป็นมีดอเนกประสงค์ ใช้งานตัดแต่งต้นไม้ รานกิ่ง ผ่าฟืน มีปลายแหลมใช้ป้องกันตัวจาก สัตว์ร้าย ขุดเห็ด ขุดสมุนไพร และยังใช้ปลายแทงตัดหน่อไม้ในกอไผ่ มีดปลายวาย มีดลาบ ใช้งานสับอาหาร ด้วยคมมีดที่ตรงเป็นแนวยาว มีดปารัง จะไม่มีความคมเพื่อให้สามารถใช้ทำงานเหลาได้ถนัดมือ มีดแรมโบ้ เป็นมีดเดินป่า ใช้ แทง แซะ งัดแงะ สามารถสะบัดฟันได้ตั้งแต่กิ่งไม้และเถาวัลย์รกเรื้อ รวมถึงใช้ ฟันท่อนไม้เนื้อแข็งกิ่งใหญ่


22 1.6 เลื่อย (Saw) ใช้เมื่อ ตัดกิ่งก้านต้นไม้เพื่อให้เจริญเติบโตได้ดีและมีรูปทรงที่สวยงาม เรียกว่า “การตัด แต่ง” การตัดต้นไม้เรียกว่า “การโค่น” และการทำให้ต้นไม้และพุ่มไม้ เตี้ยในระดับเดียวกับพื้น เรียกว่า “การ ถาง” การตัดต้นไม้ที่ล้มและเล็มกิ่งก้านให้ มีขนาดเท่าฟืน เรียกว่า “การเลื่อย” ดังแสดงในภาพที่ 9 และ 10 ภาพที่ 9 แสดงลักษณะการเลื่อย ภาพที่ 10 แสดงลักษณะการใช้เลื่อยตัดแต่ง เลื่อยเป็นทางเลือก สำหรับตัดแต่งกิ่งไม้ที่มีความหนาประมาณ 1.5 นิ้วขึ้นไป และเป็นทางเลือก สุดท้ายถ้าไม้มีขนาดใหญ่มาก ก็สามารถใช้เลื่อยไฟฟ้า การใช้งานเลื่อย 1. เลือกเลื่อยกิ่งไม้ที่คุณสามารถยกได้สบายๆ ด้วยมือข้างเดียว 2. สำรวจต้นไม้หรือกิ่งไม้ที่ต้องการตัด และกะประมาณแนวที่จะตัดด้วยสายตาก่อน จากนั้นวาดเส้น ด้วยชอล์ก สีเทียน หรือปากกาเคมีเตะในที่ที่ใช้ในการวิจัยที่มี 3. จับโครงเลื่อยด้วยมือข้างที่ถนัดให้อยู่เหนือส่วนล่างสุดของใบมีด จากนั้นวางแนวฟันเลื่อยให้อยู่ตาม แนวของเส้นที่ต้องการจะตัด 4. วางเท้าทั้งสองข้างให้มั่น 5. ต้องระวังมืออีกข้างของคุณ ถ้าไม่ได้อยู่บนตัวเลื่อยก็อย่าวางไว้ใกล้แนวตัดเพราะเลื่อยอาจพลาดไป โดนและตัดมือคุณได้ 6. ออกแรงดันเลื่อย และลองสังเกตฝุ่นเลื่อยหรือเศษไม้ทื่ออกมา ถ้าฟันเลื่อยยังคมอยู่จะมีเศษไม้ ออกมาไม้ได้ไม่มากนัก รวมถึงไม่ต้องออกแรงมาก ด้วย แต่ถ้าไม่ใช่ แสดงว่าใบเลื่อยทื่อ อาจต้องเปลี่ยนใหม่ 7. ดึงใบเลื่อยกลับให้สุดความยาว จากนั้นก็ผลักและดึงต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเลื่อยกินเนื้อไม้ได้หมด 8. ถ้าคุณต้องการตัดกิ่งไม้ที่มีน้ำหนักมากออกไป ให้ทำตามขั้นตอน 3 ขั้น ต่อไปนี้ เริ่มตัดครั้งแรกที่ ระยะห่างประมาณฝ่ามือจากกิ่งหลัก ระยะประมาณ 1 ใน 3 ตัดครั้งที่สองจากบนลงมาด้านล่าง การทำเช่นนี้ จะช่วยลดน้ำหนักของกิ่งโดยไม่ทำให้เปลือกไม้ไม่ฉีกออก และยังเหลือ 1.7 กรรไกรที่ใช้ทางการเกษตร 1) กรรไกรตัดแต่งกิ่ง ส่วนใหญ่ใช้ในการตัดแต่ง กิ่ง หรือตัดพุ่มไม้ ตัดแต่งกิ่งที่มีขนาดเล็ก ลักษณะที่ดีของกรรไกร ตัดแต่งกิ่ง คือ 1. ควรเลือกกรรไกรตัดกิ่งที่ทำจากวัสดุคุณภาพดี มีการ รับประกันสินค้าแม้ว่าจะราคาสูงกว่า แต่ก็คุ้มค่าในการใช้งานระยะยาว


23 2. ก่อนซื้อทุกครั้งควรลองจับ และตัดวัตถุว่าถนัดมือหรือไม่ เพื่อให้ได้กรรไกรตจัดกิ่งที่เราพอใจกับ คุณภาพการใช้งานที่ต้องการ 3. เลือกใช้กรรไกรตัดกิ่งให้ถูกประเภทและเหมาะกับการใช้งาน ไม่ควรนำกรรไกรขนาดเล็กสำหรับ งานเบา ๆไปใช้กับกิ่งขนาดใหญ่เกินไป จะทำให้กรรไกรเสียหายได้ 4. มีสปริงช่วยในการยืดหยุ่นได้ดี ตัดแล้วเด้งกลับอัตโนมัติ น้ำหนักเบา วัสดุทนทาน และไม่ต้องใช้ แรงกดเยอะก็ตัดได้อย่างง่ายดาย ดูแลและใช้งานให้ถูกวิธี • หมั่นลับคมกรรไกรตัดกิ่งเป็นครั้งคราวเพื่อให้เครื่องมือพร้อมใช้งาน กรรไกรที่คมจะช่วยผ่อนแรงใน การใช้งาน และสร้างความปลอดภัยได้อีกทางหนึ่ง • หลังใช้กรรไกรตัดกิ่งทุกครั้งควรล้าง หรือเช็ดทำความสะอาดเอาคราบสกปรก และคราบยางไม้ออก ทันที วางผึ่งไว้ให้แห้ง จากนั้นฉีดสเปรย์หล่อลื่น หรือทาน้ำมัน ก่อนนำไปเก็บเพื่อป้องกันสนิม • หากนำกรรไกรไปตัดต้นไม้ที่มีแมลงหรือโรค ไม่ควรนำไปตัดกิ่งต้นอื่นต่อทันที แต่ให้นำมาล้างน้ำให้ สะอาดและเช็ดแอลกอฮอล์ให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันการระบาดไปยังต้นไม้อื่น ๆ ในสวน • เมื่อใช้งานเสร็จไม่ควรอ้ากรรไกรตัดกิ่งทิ้งไว้ แต่ให้ล็อคให้เรียบร้อย และไม่ควรวางกรรไกรทิ้งไว้บน พื้น เนื่องจากเป็นเครื่องมือขนาดเล็กที่สังเกตเห็นยากอาจเป็นอันตรายต่อเด็กและสัตว์เลี้ยงได้ • ไม่ควรเก็บกรรไกรไว้ในกระเป๋ากางเกง กระโปรง หรือเสื้อเพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุโดยไม่ตั้งใจ แต่ควรใส่ซองหรือกระเป๋าคาดเอวขณะใช้งาน • เตรียมผ้าผืนเล็กชุบน้ำมัน ใส่ถุงซิปล็อคไว้ในกล่องเครื่องมือสวน เมื่อใช้อุปกรณ์ต่างๆเสร็จ สามารถ นำออกมาทาเคลือบน้ำมันก่อนเก็บได้ทันที 2) กรรไกรตัดหญ้า ใช้ตัดแต่งกิ่งไม้ พุ่มไม้ รั้วต้นไม้ หรือต้นหญ้าต่างๆ ในส่วนที่เป็นโรค ส่วนที่ตายแล้ว หรือส่วนที่ไม่ ต้องการออกได้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว จะเป็นกรรไกรที่มีใบมีดขนาด ใหญ่ ผลิตจากสแตนเลสหรือเหล็กกล้าคาร์บอนสูง ใบมีดกรรไกรจึงมี ความแข็งแรง คงทน และทนต่อการใช้งานสูง มีด้ามจับ 2 ข้าง ด้ามมี หลายรูปแบบ เช่น ด้ามโลหะเปลือย ด้ามจับหุ้มยาง หรือด้ามจับไม้ เป็นต้น การเก็บรักษา ทำความสะอาดอุปกรณ์โดยการเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ หลังการใช้งาน และรักษาเครื่องมือของ คุณให้คมเพื่อให้งานง่ายขึ้น 1.8 เครื่องมืออื่นๆ เช่น อีหอบเครื่องกำจัดวัชพืช ดังแสดงในภาพที่ 11 และ 12 เครื่องถอนมันสำปะหลัง ภาพที่ 11 อีหอบเครื่องกำจัดวัชพืช ภาพที่ 12 เครื่องถอนมันสำปะหลัง


24 2) เครื่องมือที่ใช้แรงงานสัตว์เป็นเครื่องมือทุ่นแรงที่เหมาะสำหรับพื้นที่เพาะปลูกในพื้นที่ไม่มากนัก แรงงานสัตว์ส่วนใหญ่จะใช้สัตว์พวก วัว ควาย เครื่องมือที่ใช้แรงงานสัตว์ ได้แก่ ไถ คราด อีขลุบ เป็นต้น ภาพที่ 13 การไถ ภาคที่ 14 การคราด ภาพที่ 15 อีขลุบ 2. เครื่องมือทุ่นแรงหรือที่ใช้ต้นกำลัง เครื่องมือที่ใช้ต้นกำลังหรือเครื่องทุ่นแรงในฟาร์ม (Farm Machinery) เป็นเครื่องมือที่มนุษย์สร้าง ขึ้นมาเพื่อใช้ในกิจกรรมการผลิตทั้งทางพืชและสัตว์การแปรสภาพผลผลิต และการควบคุมสภาพแวดล้อม ต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ การนำเครื่องทุ่นแรงมาใช้ในกิจกรรมทางการเกษตรได้เป็นที่แพร่หลายในยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น สามารถเพิ่มผลผลิตและยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรได้อย่างชัดเจน งาน เกษตรกรรมเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับเวลา และขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ สภาพแวดล้อมอื่นๆ การที่จะทำงานให้ เสร็จทันเวลาที่ผลผลิตจะได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติตามฤดูกาล การลดระยะเวลาในการทำงานให้ เหลือเวลาที่จะใช้ในการผลิตผลทางการเกษตรอย่างอื่น ย่อมทำให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น ยังช่วยลดการใช้


25 แรงงานคน และสัตว์ที่ล่าช้า หรือไม่สามารถทำงานบางประเภทได้เครื่องทุ่นแรงยังช่วยแก้ปัญหาการขาด แรงงาน มีความปลอดภัยและสะดวกสบายในการทำงาน ช่วยให้เกษตรกรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องมือทุ่นแรง หมายถึง เครื่องจักรเครื่องมือที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อใช้ในกิจการผลิตทั้งทางพืช และสัตว์การแปรสภาพผลผลิตและการควบคุมสภาพแวดล้อมด้านต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีผลทำให้ เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์มากมาย ประโยชน์ของการใช้เครื่องทุ่นแรง 1. ช่วยทุ่นแรง ลดความเหนื่อยยากของเกษตรกร และทดแทนแรงงานซึ่งหายากขึ้นทุกวัน 2. ลดต้นทุนการผลิต เพราะเครื่องทุ่นแรงสามารถทำงานได้มากกว่าเมื่อเทียบระยะเวลาเท่ากัน 3. ช่วยประหยัดเวลา สามารถเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวได้ทันเวลาตามฤดูกาล แม้ในพื้นที่ขนาดใหญ่ ตลอดจนการขนส่งที่รวดเร็วก่อนผลผลิตจะเสียหาย 4. เป็นการเพิ่มปริมาณผลผลิต เช่น การเตรียมดินที่ถูกต้องจะทำให้พืชเจริญเติบโตดีผลผลิตที่ได้ก็จะ สูง หรือสามารถปลูกพืชได้ปีละหลายครั้ง 5. เป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า และสงวนรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมให้คงสภาพ ดีได้ 6. ทำให้เศรษฐกิจของประเทศชาติและความเป็นอยู่ของเกษตรกรดีขึ้น 7. พัฒนาการเกษตรให้เจริญก้าวหน้า ทันกับการเปลี่ยนแปลงของประเทศ ประเภทของเครื่องทุ่นแรง เครื่องทุ่นแรงที่ใช้ในงานฟาร์มแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ดังนี้ 1. เครื่องมือเตรียมดิน จะใช้รถแทรกเตอร์ในการเตรียมดิน (Tillage equipment) แบ่งออกได้ 1.1 เครื่องมือเตรียมดินขั้นแรก (Primary tillage equipment) ใช้สำหรับเตรียมความลึกของชั้น หน้าดินให้เหมาะกับความลึกของรากพืชที่จะปลูก ได้แก่ 1.1.1 ไถหัวหมู(Moldboard plow) ไถหัวหมูสามารถพลิกดินได้ดีเหมาะสำหรับพื้นที่ที่ ปรับระดับแล้ว ไม่มีรากไม้ตอไม้หรือก้อนหินในพื้นที่ที่เตรียมดิน ภาพที่13 ไถหัวหมู


26 1.1.2 ไถจาน (Disk plow) ไถจานหรือเรียกอีกอย่างว่า “ไถบุกเบิก” หรือ “ไถกระทะ” เหมาะสำหรับพื้นที่ที่บุกเบิกใหม่ๆ หรือพื้นที่ที่มีรากไม้ตอไม้ก้อนหินอยู่ เพราะไถชนิดนี้สามารถกลิ้งผ่านสิ่ง กีดขวางต่าง ๆ ได้ ภาพที่14 ไถจาน (Disk plow) 1.1.3 ไถดินดาน (Sub soiled) ไถดินดานใช้สำหรับระเบิดชั้นดินดาน ที่เกิดจากไถเตรียมดิน เพาะปลูก ปีละหลายครั้งทำให้เกิดชั้นดินดานขึ้นรากพืชไม่สามารถหยั่งลึกลงหาน้ำใต้ดินได้นอกจากนั้นยังทำ ให้พืชไม่เจริญเติบโตการใช้ไถดินดานควรใช้3 ปีต่อครั้งหรือบ่อยกว่านั้น ภาพที่15 ไถดินดาน (Sub soiled) 1.1.4 ไถสิ่ว (Chisel plow) ใช้กับพื้นที่ที่เป็นดินแห้งและแข็งมาก ๆ โดยจะทำให้ดิน แตกแยกออกจากกัน แต่ไม่สามารถพลิกดินได้ ภาพที่16 ไถสิ่ว (Chisel plow)


27 1.1.5 ไถระบายน้ำ (Mole drain) ใช้ไถเพื่อทำทางระบายน้ำใต้ผิวดินให้ออกจากพื้นที่ เพาะปลูก ภาพที่17 ไถระบายน้ำ (Mole drain 1.2 เครื่องมือเตรียมดิน ขั้นที่สอง (Secondary tillage equipment) ใช้สำหรับย่อยขี้ไถให้ได้ขนาดเล็กลงหลังจากการไถเตรียมดินขั้นแรก นอกจากนี้ยังช่วยป้องกัน และทำลายวัชพืชด้วย เครื่องมือเตรียมดินขั้นที่สองมีหลายชนิดแบ่งออกได้ดังนี้ 1.2.1 พรวนจาน (Disk harrow) ใช้สำหรับย่อยดินให้มีขนาดเล็กลงเท่ากับขนาดของเมล็ด พืชที่จะปลูก และยังกำจัดวัชพืชหลังจากการเตรียมครั้งแรก ภาพที่18 พรวนจาน (Disk harrow) 1.2.2 พรวนซี่ (Tooth harrow) ใช้สำหรับเกลี่ยดินให้เรียบ สามารถปรับผิวหน้าดินให้มี ระดับ สม่ำเสมอหลังจากการไถแล้ว ภาพที่19 พรวนซี่ (Tooth harrow)


28 1.2.3 พรวนหมุน (Rotary and oscillating harrow) เป็นพรวนแบบซี่ที่มีซี่พรวนหมุน เคลื่อนที่ไปมาได้การหมุนของซี่พรวนจะไปขุดคุ้ยดินให้แตกละเอียด ภาพที่20 พรวนหมุน (Rotary & Oscillating harrow) 1.2.4 พรวนผสม (Seed bed combination) เป็นเครื่องมือเตรียมดินขั้นที่สอง ที่มีเครื่องมือ มากกว่าหนึ่งอย่างผสมอยู่ในชุดเดียวกัน เช่น พรวนสปริงผสมกับพรวนซี่ พรวนสปริงผสมกับพรวนหมุน พรวน ซี่ผสมกับพรวนหมุน เป็นต้น ภาพที่21 พรวนผสม (Seed bad combination) 1.2.5 ทุ่นลาก (Float) เป็นเครื่องมือสำหรับเกลี่ยหน้าดินให้เรียบ เพื่อกลบร่องรอยไถพรวน และยังช่วยให้ดินแตกละเอียดยิ่งขึ้น ภาพที่22 ทุ่นลาก (Float)


29 1.2.6 ลูกกลิ้ง (Land roller and pulverization) ใช้สำหรับบดและอัดให้หน้าดินแน่น เพื่อ กันการระเหยของน้ำ นอกจากนี้ยังใช้บดทับให้เมล็ดพืชจมลงไปในดินอีกด้วย ภาพที่23 ลูกกลิ้ง (Land Roller & Pulverization) 2. เครื่องมือปลูก (Planting equipment) เครื่องมือปลูกเป็นเครื่องทุ่นแรงที่สำคัญชนิดหนึ่ง เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการปลูกพืชชนิดต่างๆ ภายหลังจากการเตรียมดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว นอกจากจะทำการปลูกพืชได้เป็นแถว เป็นระเบียบแล้วยังมีส่วน ทำให้ผลผลิตมีปริมาณเพิ่มขึ้น เครื่องมือปลูกพืชแบ่งตามวิธีการปลูกโดยทั่ว ๆ ไปแบ่งออก ได้6 วิธีคือ 2.1 เครื่องหว่านเมล็ด (Broadcast seed) หมายถึง การใช้เครื่องมือทำให้เมล็ดพืชกระจาย บนพื้นที่เพาะปลูกอย่างสม่ำเสมอ ภาพที่24 เครื่องหว่านเมล็ด 2.2 เครื่องหยอดเป็นแถวหรือการโรยเมล็ด (Drilling seed or Some in drills) หมายถึง การใช้เครื่องเปิดหน้าดินเป็นร่อง และโรยเมล็ดลงพร้อมกลบดินด้วย ภาพที่25 เครื่องหยอดเมล็ดหรือเครื่องโรยเมล็ด


30 2.3 เครื่องหยอดเป็นหลุม (Drilling seed sown in groups) หมายถึง การหยอด เมล็ดพืช ลงเป็นหลุม ๆ หลุมละเท่า ๆ กัน ภาพที่26 เครื่องหยอดปุ๋ยและเมล็ดเป็นหลุม 2.4 เครื่องปลูกหรือฝัง (Planting setting) หมายถึง การปลูกพืช เป็นหัวลงไปในดินแล้วกลบ ด้วย เช่น เครื่องปลูกหัวหอม (onion planter) เครื่องปลูกข้าว ภาพที่27 เครื่องปลูกหัวหอม 2.5 เครื่องปลูกหรือปักอ้อย (Sugarcane planter) หมายถึง การใช้ลำต้นปักลงไปในดินและกลบด้วย ภาพที่28 เครื่องปลูกหรือปักอ้อย


31 2.6 เครื่องปลูกกล้า (Transplanting) หมายถึง การใช้เครื่องปลูกต้นกล้าอ่อน ๆ เช่นเครื่อง ปลูกข้าว เป็นต้น ภาพที่29 เครื่องมือปลูกกล้า 3. เครื่องมือบำรุงรักษา (Crop protection & Fertilizing equipment) เครื่องมือบำรุงรักษาพืช หมายถึง เครื่องมือที่ช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับ พืชจาก ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่มีผลทำให้ปริมาณผลผลิตของพืชลดลง ทั้งทางตรงและทางอ้อม เครื่องมือบำรุงรักษาพืช ที่นำมาใช้ในเครื่องทุ่นแรงฟาร์มแบ่งออกได้ดังนี้ 3.1 เครื่องมือกำจัดวัชพืชโดยการเขตกรรม (Cultivation) เครื่องมือกำจัดวัชพืชประเภทนี้ส่วนใหญ่ จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ประกอบเข้ากับรถแทรกเตอร์ทำงานโดยอาศัยการฉุดลากของรถแทรกเตอร์หรือบาง ชนิดใช้กำลังขับจากเพลาอำนวยกำลัง (Power Take Off) หรือเพลา T.P.O. ของรถแทรกเตอร์ในการเลือกใช้ เครื่องมือแต่ละชนิด จะขึ้นอยู่กับชนิดของพืชที่ปลูก เช่น การไถพรวนระหว่างแถว พรวนจานเป็นต้น ภาพที่30 เครื่องมือกำจัดวัชพืชโดยเขตกรรม 3.2 เครื่องมือปราบศัตรูพืช (Plant protection & Pest control) เครื่องมือปราบศัตรูพืชส่วนใหญ่ จะใช้ในการพ่นสารเคมีเพื่อป้องกันและกำจัดศัตรูพืชพวกโรคและแมลง เช่น เครื่องพ่นยา (Sprayer) ต่าง ๆ เป็นต้น


32 ภาพที่31 เครื่องมือปราบศัตรูพืช 3.3 เครื่องมือให้ปุ๋ย (Fertilizer equipment) เครื่องมือให้ปุ๋ยเป็นเครื่องมือบำรุงรักษาพืช ชนิดใช้ใน การเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดินและพืช เพื่อให้ได้ผลผลิตเพิ่มสูงขึ้น เช่น เครื่องมือให้ปุ๋ยอินทรีย์และ เครื่องมือให้ปุ๋ยเคมีต่าง ๆ เป็นต้น ภาพที่32 เครื่องหยอดปุ๋ยสวนทุเรียนและเครื่องหยอดปุ๋ยสวนปาล์ม 3.4 เครื่องมือที่ใช้ในการสูบน้ำ (Pump) เครื่องสูบน้ำ เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือบำรุงรักษาพืชที่ใช้ สำหรับ การให้น้ำในระบบชลประทาน ยามเมื่อพืชขาดน้ำหรือเมื่อต้องการระบายน้ำออกจากพื้นที่แปลง เพาะปลูก ภาพที่33 เครื่องมือที่ใช้ในการสูบน้ำ


33 4. เครื่องมือเก็บเกี่ยว (Harvesting equipment) ในการที่จะนำผลผลิตเข้าสู่ตลาด หรือจำหน่ายจำเป็นต้องมีการคัดแยกผล หรือเมล็ดออกจากลำต้น ก่อน ในขั้นตอนนี้จะต้องมีการเก็บเกี่ยวก่อน โดยจะเริ่มตั้งแต่ตัดส่วนของลำต้นที่มีผล หรือเมล็ดติดอยู่จากนั้น นำเข้าสู่การแยกเมล็ดออกจากลำต้นเครื่องเก็บเกี่ยวต่างๆ ได้แก่ เครื่องนวดข้าว (Combine harvester) เครื่องเก็บถั่ว และข้าวโพด (Bean & Corn harvester) เครื่องหั่นอาหารสัตว์(Chopper) เครื่องเก็บเกี่ยว หญ้า (Forage harvester) เป็นต้น ภาพที่34 เครื่องมือเก็บเกี่ยว 5. เครื่องมือแปรสภาพผลผลิต (Produce transmutation equipment) การแปรสภาพผลผลิตทางการเกษตร จะเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการใช้เครื่องทุ่นแรงที่จะ นำผลผลิตการเกษตรต่าง ๆ ไปใช้ในการบริโภค แต่เนื่องจากผลผลิตที่ได้จากการเก็บเกี่ยวมาส่วนหนึ่งสามารถ นำไปจำหน่ายในรูปของวัตถุดิบได้เช่น ข้าวเปลือก ข้าวโพด ถั่วเหลือง ฯลฯ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ยังไม่สามารถ นำมาบริโภคโดยตรงได้จึงจำเป็นต้องนำมาผ่านกรรมวิธีการแปรรสภาพก่อน เช่น การสกัดน้ำมันจากถั่วเหลือง การสีข้าว การกะเทาะเมล็ด การบดต่าง ๆ ตัวอย่างเครื่องมือแปรสภาพผลผลิต ได้แก่ เครื่องกะเทาะเปลือกถั่วลิสง เครื่องกะเทาะเปลือกถั่วเขียว เครื่องกะเทาะข้าวโพด เครื่องสีข้าว เป็นต้น เครื่องกะเทาะข้าวโพด เครื่องสีข้าว ภาพที่35 เครื่องมือแปรสภาพผลผลิต **********************************************************************************


Click to View FlipBook Version