The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2567(โรงเรียนบ้านเมืองคลอง)NEW

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Supranee Kaewkhoomlek, 2024-05-29 04:34:03

หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2567(โรงเรียนบ้านเมืองคลอง)NEW

หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2567(โรงเรียนบ้านเมืองคลอง)NEW


ก คำนำ กระทรวงศึกษาธิการประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖0 เพื่อให้การจัด การศึกษาปฐมวัยที่ต้องพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิด – ๖ ปี ให้มีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและ สติปัญญาที่เหมาะสมกับวัย ความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคลเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะเรียนรู้และ สร้างรากฐานชีวิต ให้พัฒนาเด็กปฐมวัยไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ และมีความ รับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๔ จากการติดตามประเมินผลการใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕46 พบว่ามีจุดดีหลาย ประการ เช่น เป็นหลักสูตรที่มีความเป็นเอกภาพ มีความยืดหยุ่น มีความเป็นสากลบนพื้นฐานความเป็นไทย สถานศึกษามีส่วนร่วมและมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยให้สอดคล้องกับบริบทความ ต้องการของตนเอง และหลักสูตรใช้ได้กับทุกกลุ่มเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาดังกล่าว ได้สะท้อนให้เห็นถึง ประเด็นที่เป็นปัญหาที่มีอยู่รอบด้าน และความไม่ชัดเจนของการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติ ได้แก่ ปัญหาความไม่ ชัดเจนของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย สถานศึกษาส่วนใหญ่ขาดการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่าง พัฒนาการเด็กปฐมวัย มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ปัญหาการประเมินพัฒนาการใน สภาพจริง ปัญหาความเชื่อมโยงกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ รวมถึงปัญหา คุณภาพเด็กที่จบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ที่ผลการประเมินพัฒนาการในภาพรวมไม่เป็นไปตามสภาพการ เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ดำเนินการทบทวนหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช ๒๕๔๖ ให้มีความสอดคล้องและทันต่อการเปลี่ยนแปลงทุกด้านเพื่อนำไปสู่หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ โดยนำข้อมูลที่ได้จาการศึกษาวิจัย และแผนแม่บทกฎหมายต่าง ๆ มาใช้ในการพัฒนาหลักสูตรการศึกษา ปฐมวัยให้มีความเหมาะสมชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพเด็กและกระบวนการนำหลักสูตรไปสู่การ ปฏิบัติในระดับเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา การจัดหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จะประสบ ความสำเร็จตามเป้าหมายที่คาดหวังได้ หากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับชาติ ชุมชน และครอบครัวเห็นคุณค่าของ การศึกษาปฐมวัย มีความกระตือรือร้นที่จะเข้ามามีส่วนรับรู้และสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยร่วมกันทำงานอย่าง ต่อเนื่อง เป็นระบบ ในการวางแผน ส่งเสริม สนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพื่อสิทธิที่เด็กทุกคนจะต้อง ได้รับจาการอบรมเลี้ยงดูและการศึกษาที่มีคุณภาพ ซึ่งสถานศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐานนั้นจำเป็นต้องมีการนำ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ลงสู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กปฐมวัยพัฒนา ไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติต่อไป โรงเรียนบ้านเมืองคลอง


ข สารบัญ เนื้อหา หน้า 1.คำนำ............................................................................................................................. ..............ก 2.สารบัญ...................................................................................................................... ..................ข 3.ประกาศโรงเรียนบ้านเมืองคลองที่ / ๒๕๖7………………………………………………………….......ค 4.ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย............................................................................................................1 5.วิสัยทัศน์.....................................................................................................................................1 6.หลักการ......................................................................................................................................1 7. ปรัชญาการศึกษาปฐมวัยโรงเรียนโรงเรียนบ้านเมืองคลอง…………………………………………… …..2 8. วิสัยทัศน์....................................................................................................................................2 9.ภารกิจหรือพันธกิจ…………………………………………………………………………………………………… ….2 10.หลักการและจุดมุ่งหมายของหลักสูตร……………………………………………………………………………2 11. จุดหมายของหลักสูตร.............................................................................................................3 12.มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์..........................................................................................3 13. เป้าหมายของหลักสูตร.......................……………………………………………………………………….....3 14. มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้และสภาพที่พึงประสงค์......................................5 15. การจัดเวลาเรียน.....................................................................................................................12 16.สาระการเรียนรู้................................. ............................................................................... ....12 17.การจัดประสบการณ์................................................................................................................19 18.โครงสร้างสาระการเรียนรู้รายปี……………………………………………………………………………….. …65 19. โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖7…………………………………..75 20.การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้................................................................................................77 21. สภาพแวดล้อมในห้องเรียน……………………………………………………………………………………. ....78 22.สื่อและแหล่งเรียนรู้..................................................................................................................79 23.การประเมินพัฒนาการ.............................................................................................................87 24.การบริหารจัดการหลักสูตร…………………………………………………………………………………………105 25.การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย ( เด็กอายุ ๓ – ๖ ปี) สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ...............109 26 .การสร้างรอยเชื่อมต่อระหว่างการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ ………….109 27.การกำกับ ติดตาม ประเมินและรายงาน..................................................................................111 ภาคผนวก……………………………………………………………………………………………………………………….112 -คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านเมืองคลอง………….113 -บันทึกข้อความอนุมัติให้ใช้หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านเมืองคลอง...................................116


ค ประกาศโรงเรียนบ้านเมืองคลอง เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย โรงเรียนบ้านเมืองคลอง พุทธศักราช ๒๕๖7 ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ด้วยกระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งที่ สพฐ.๑๒๒๓/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๐ เรื่อง ให้ใช้หลักสูตร การศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เพื่อให้การจัดการศึกษาปฐมวัยที่ต้องพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิด – ๖ ปีบริบูรณ์ ให้มีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญาที่เหมาะสมกับวัย เป็นการเตรียมความพร้อมที่จะ เรียนรู้และสร้างรากฐานชีวิต ให้พัฒนาเด็กปฐมวัยไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติเกิด คุณค่าต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๔ และโดยอาศัยอำนาจความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ กระทรวงศึกษาธิการจึงให้ใช้หลักสูตร พุทธศักราช ๒๕๖๐ แทน หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ๒๕๔๖ เพื่อให้สถานศึกษาหรือสถาบันพัฒนาเด็กปฐมวัยทุกสังกัด นำหลักสูตรไปใช้โดยให้ ปรับปรุงให้เหมาะสมกับเด็กและสภาพท้องถิ่น โรงเรียนบ้านเมืองคลองจึงดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖7 โดย พัฒนาปรับปรุงหลักสูตรให้มีความเหมาะสมกับเด็ก สภาพท้องถิ่น ความต้องการของชุมชนและสอดคล้องกับสภาพ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เพื่อนำไปพัฒนาจัดการศึกษาระดับปฐมวัย ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ คาดหวังไว้ ประกาศ ณ วันที่ 20 พฤษภาคม ๒๕๖7 (นายสมาน วงค์เสนา) (นายเรวัตร ภูแย้ม) ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเมืองคลอง


1 หลักสูตรสถานศึกษา ระดับการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖4 สำหรับเด็กอายุ ๓ – ๖ ปี ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง ๖ ปี บริบูรณ์ อย่างเป็นองค์รวม บนพื้นฐานการอบรม เลี้ยงดู และส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการตามวัยของเด็กแต่ละคนให้เต็มตาม ศักยภาพ ภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอื้ออาทรและความเข้าใจของทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เกิดคุณค่าต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และ ประเทศชาติ” วิสัยทัศน์ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยมุ่งพัฒนาเด็กทุกคนให้ได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และ สติปัญญาอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างมีความสุขและเหมาะสมตามวัย มี ทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นคนดี มีวินัย และสำนึกความเป็นไทย โดยความ ร่วมมือระหว่างสถานศึกษา พ่อแม่ ครอบครัว ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็ก หลักการ เด็กทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมพัฒนาการตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ตลอดจน ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างเหมาะสม ด้วยปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับพ่อแม่ เด็กกับผู้สอน เด็กกับ ผู้เลี้ยงดูหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในการอบรมเลี้ยงดูการพัฒนา และให้การศึกษาแก่เด็กปฐมวัย เพื่อให้เด็กมีโอกาสพัฒนา ตนเองตามลำดับขั้นของพัฒนาการทุกด้าน อย่างเป็นองค์รวม มีคุณภาพ และเต็มตามศักยภาพโดยมีหลักการดังนี้ ๑. ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการที่ครอบคลุมเด็กปฐมวัยทุกคน ๒. ยึดหลักการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และวิถีชีวิตของเด็กตามบริบทของชุมชน สังคม และวัฒนธรรมไทย ๓. ยึดพัฒนาการและการพัฒนาเด็กโดยองค์รวมผ่านการเล่นอย่างมีความหมายและมีกิจกรรมที่หลากหลาย ได้ลงมือกระทำในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับวัย และมีการพักผ่อนที่เพียงพอ ๔. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีทักษะชีวิต และสามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง เป็นคนดี มีวินัย และมีความสุข ๕. สร้างความรู้ ความเข้าใจและประสานความร่วมมือในการพัฒนาเด็กระหว่างสถานศึกษากับพ่อแม่ ครอบครัว ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย


ปรัชญาการศึกษาปฐมวัยโรงเรียนโรงเรียนบ้านเมืองคลอง โรงเรียนจัดการพัฒนาเด็กอายุ 3 - ๖ ปีบนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่ สอดคล้องกับการพัฒนาการทางสมองของเด็กแต่ละคนให้เต็มตามศักยภาพ ผ่านการเล่น การช่วยเหลือตนเอง มี ทักษะในการดำรงชีวิตประจำวันตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้วยความรัก ความเข้าใจของทุกคน เพื่อสร้าง รากฐานคุณภาพชีวิต และพัฒนาเด็กมีพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา วิสัยทัศน์ โรงเรียนบ้านเมืองคลอง เป็นสถานศึกษาสีขาว ได้รับมาตรฐานความปลอดภัย ทันสมัยเทคโนโลยี ผู้เรียนมี คุณภาพ เป็นคนดีตามวิถีลูกเสือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภารกิจหรือพันธกิจ 1) พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย และการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรมมีระเบียบวินัย สุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรงปลอดภัยจากยา เสพติด 3) ปรับปรุงภูมิทัศน์ สิ่งแวดล้อม แหล่งเรียนรู้ และน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในโรงเรียน 4) ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ มีจิตสาธารณะและรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม 5) ส่งเสริมให้ท้องถิ่น ชุมชน เอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 6) พัฒนาครูและนักเรียนให้มีความสามารถในการใช้สื่อและเทคโนโลยี หลักการและจุดมุ่งหมายของหลักสูตร หลักการของหลักสูตร เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการอบรมเลี้ยงดู และการส่งเสริมพัฒนาการตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ตลอดจนได้รับการจัดประสบการณ์เรียนรู้อย่างเหมาะสม ด้วยปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่ เด็กกับผู้สอน เด็กกับผู้ เลี้ยงดูหรือ ผู้เกี่ยวข้องกับการอบรมเลี้ยงดู การพัฒนา และการให้การศึกษาแก่เด็กปฐมวัย เพื่อให้เด็กมีโอกาสพัฒนา ตนเองตามลำดับขั้นตอนของพัฒนาการทุกด้าน อย่างเป็นองค์รวม มีคุณภาพ และเต็มตามศักยภาพ โดยกำหนด หลักการดังนี้ ๑. เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญาเป็นองค์รวมอย่างสมดุล และมีความสุข ๒. ครูมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเล่นโดยใช้กระบวนการ วางแผน การปฏิบัติ และการทบทวน ๓. มีสภาพแวดล้อม สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยอย่างพอเพียง ๔. ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กปฐมวัย 2


จุดมุ่งหมายของหลักสูตร หลักสูตรสถานศึกษา ระดับการศึกษาปฐมวัยมุ่งให้เด็กมีพัฒนาการตามวัยเต็มตามศักยภาพ และเมื่อมีความ พร้อมในการเรียนรู้ต่อไป จึงกำหนดจุดหมายเพื่อให้เกิดกับเด็กเมื่อเด็กจบการศึกษาระดับปฐมวัย ดังนี้ ๑. มีร่างกายเจริญเติบโตตามวัย แข็งแรง และมีสุขนิสัยที่ดี ๒. มีสุขภาพจิตดี มีสุนทรียภาพ มีคุณธรรม จริยธรรมและจิตใจที่ดีงาม ๓. มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีวินัย และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมี ความสุข ๔. มีทักษะการคิด การใช้ภาษาสื่อสาร และการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์เป็นการกำหนดความคาดหวังที่เกิดขึ้นกับเด็กปฐมวัยหลังจากจบหลักสูตร แล้ว มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์จะต้องกำหนดให้ตรงกับหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จำนวน ๑๒ มาตรฐาน ประกอบด้วยมาตรฐานด้านต่างๆ ดังนี้ ๑.พัฒนาการด้านร่างกาย ประกอบด้วย ๒ มาตรฐานคือ มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน ๒.พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ประกอบด้วย ๓ มาตรฐานคือ มาตรฐานที่ ๓ มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข มาตรฐานที่ ๔ ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว มาตรฐานที่ ๕ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม ๓.พัฒนาการด้านสังคม ประกอบด้วย ๓ มาตรฐานคือ มาตรฐานที่ ๖ มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมใน ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๔.พัฒนาการด้านสติปัญญา ประกอบด้วย ๔ มาตรฐานคือ มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย มาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานการเรียนรู้ มาตรฐานที่ ๑๑ มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย 3


เป้าหมายของหลักสูตร 1) ผู้เรียนได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา 2) ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัยตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อยู่ในสังคมได้อย่างมี ความสุขและไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทุกชนิด 3) ผู้เรียนสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ 4) ผู้เรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่แข็งแรงสมบูรณ์ ปลอดจากยาเสพติด 5) โรงเรียนสะอาดรื่นรมย์ ปลอดภัย น่าอยู่ น่าดู น่าเรียน 6) ครูมีความรู้และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี เป้าหมายเชิงปริมาณ มาตรฐานที่ ๑ ร้อยละ ๘๐ ของเด็กปฐมวัยร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี มาตรฐานที่ ๒ ร้อยละ ๘๐ ของเด็กปฐมวัยกล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่าง คล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน มาตรฐานที่ ๓ ร้อยละ ๘๐ ของเด็กปฐมวัยมีสุขภาพจิตดีและมีความสุข มาตรฐานที่ ๔ ร้อยละ ๘๐ ของเด็กปฐมวัยชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการ เคลื่อนไหว มาตรฐานที่ ๕ ร้อยละ ๘๐ ของเด็กปฐมวัยมีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม มาตรฐานที่ ๖ ร้อยละ ๘๐ ของเด็กปฐมวัย มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง มาตรฐานที่ ๗ ร้อยละ ๘๐ ของเด็กปฐมวัยรักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็น ไทย มาตรฐานที่ ๘ ร้อยละ ๘๐ ของเด็กปฐมวัยอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็น สมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาตรฐานที่ ๙ ร้อยละ ๘๐ ของเด็กปฐมวัยใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย มาตรฐานที่ ๑๐ ร้อยละ ๘๐ ของเด็กปฐมวัยมีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานการเรียนรู้ มาตรฐานที่ ๑๑ ร้อยละ ๘๐ ของเด็กปฐมวัยมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ มาตรฐานที่ ๑๒ ร้อยละ ๘๐ ของเด็กปฐมวัยมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และมีความสามารถในการ แสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย 4


เป้าหมายเชิงคุณภาพ มาตรฐานที่ ๑ เด็กปฐมวัยร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดีในระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม มาตรฐานที่ ๒ เด็กปฐมวัยกล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและ ประสานสัมพันธ์กันในระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม มาตรฐานที่ ๓ เด็กปฐมวัยมีสุขภาพจิตดีและมีความสุขในระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม มาตรฐานที่ ๔ เด็กปฐมวัยชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหวในระดับ คุณภาพ ดีเยี่ยม มาตรฐานที่ ๕ เด็กปฐมวัยมีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงามในระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม มาตรฐานที่ ๖ เด็กปฐมวัยมีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใน ระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม มาตรฐานที่ ๗ เด็กปฐมวัยรักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทยในระดับ คุณภาพ ดีเยี่ยม มาตรฐานที่ ๘ เด็กปฐมวัยอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของ สังคมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม มาตรฐานที่ ๙ เด็กปฐมวัยใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัยในระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม มาตรฐานที่ ๑๐ เด็กปฐมวัยมีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานการเรียนรู้ในระดับคุณภาพ ดี เยี่ยม มาตรฐานที่ ๑๑ เด็กปฐมวัยมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ในระดับคุณภาพ ดีมาก มาตรฐานที่ ๑๒ เด็กปฐมวัยมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้ เหมาะสมกับวัยในระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้และสภาพที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาเด็ก และสภาพที่พึงประสงค์เป็นความสามารถตามวัยที่คาดหวังให้เกิดขึ้น บนพื้นฐานพัฒนาการและธรรมชาติของเด็กแต่ละช่วงอายุเพื่อนำไปกำหนดในสาระการเรียนรู้และการประเมิน พัฒนาการ มีรายละเอียด ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ดังนี้ 5


มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ - ๔ ปี อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ - ๖ ปี ๑.๑ มีน้ำหนักและส่วนสูง ตามเกณฑ์ ๑.๑.๑ น้ำหนักและส่วนสูง ตามเกณฑ์ของกรมอนามัย ๑.๑.๑ น้ำหนักและส่วนสูง ตามเกณฑ์ของกรมอนามัย ๑.๑.๑ น้ำหนักและส่วนสูง ตามเกณฑ์ของกรมอนามัย ๑.๒ มีสุขภาพอนามัยสุข นิสัยที่ดี ๑.๒.๑ ยอมรับประทาน อาหารที่มีประโยชน์และดื่ม น้ำที่สะอาดเมื่อมีผู้ชี้แนะ ๑.๒.๑ รับประทานอาหาร ที่มีประโยชน์และดื่มน้ำ สะอาดด้วยตนเอง ๑.๒.๑ รับประทานอาหาร ที่มีประโยชน์ได้หลายชนิด และดื่มน้ำสะอาดได้ด้วย ตนเอง ๑ .๒ . ๒ ล้ า ง มื อ ก่ อ น รับป ระทานอาหารและ หลังจากใช้ห้องน้ำห้องส้วม เมื่อมีผู้ชี้แนะ ๑ .๒ .๒ ล้ า ง มื อ ก่ อ น รับประทานอาหารและ หลังจากใช้ห้องน้ำห้องส้วม ด้วยตนเอง ๑ .๒ .๒ ล้ า ง มื อ ก่อ น รับประทานอาหารและ หลังจากใช้ห้องน้ำห้องส้วม ด้วยตนเอง ๑.๒.๓ นอนพักผ่อนเป็น เวลา ๑.๒.๓ นอนพักผ่อนเป็น เวลา ๑.๒.๓ นอนพักผ่อนเป็น เวลา ๑.๒.๔ ออกกำลังกายเป็น เวลา ๑.๒.๔ ออกกำลังกายเป็น เวลา ๑.๒.๔ ออกกำลังกายเป็น เวลา ๑.๓ รักษาความปลอดภัย ของตนเองและผู้อื่น ๑.๓.๑ เล่นและทำกิจกรรม อย่างปลอดภัยเมื่อมีผู้ชี้แนะ ๑ .๓ .๑ เล่ น แ ล ะ ท ำ กิจกรรมอย่างปลอดภัย ด้วยตนเอง ๑.๓.๑ เล่น ทำกิจกรรม และปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่าง ปลอดภัย มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ - ๔ ปี อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ - ๖ ปี ๒.๑ เคลื่อนไหวร่างกาย อย่างคล่องแคล่วประสาน สัมพันธ์และทรงตัวได้ ๒ .๑ .๑ เดิ น ต าม แ น วที่ กำหนดได้ ๒ .๑ .๑ เดิ น ต่ อ เท้ าไป ข้างหน้าเป็นเส้นตรงได้โดย ไม่ต้องกางแขน ๒.๑.๑ เดินต่อเท้าถอยหลัง เป็นเส้นตรงได้โดยไม่ต้อง กางแขน ๒.๑.๒ กระโดดสองขา ขึ้น ลงอยู่กับที่ได้ ๒.๑.๒ กระโดดขาเดียวอยู่ กับที่ได้โดยไม่เสียการทรง ตัว ๒.๑.๒ กระโดดขาเดียว ไป ข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่เสียการทรงตัว ๒.๑.๓ วิ่งแล้วหยุดได้ ๒.๑.๓ วิ่งหลบหลีกสิ่งกีด ขวางได้ ๒.๑.๓ วิ่งหลบหลีกสิ่งกีด ขวางได้อย่างคล่องแคล่ว ๒.๑.๔ รับลูกบอลโดยใช้มือ และลำตัวช่วย ๒.๑.๔ รับลูกบอลได้ด้วย มือทั้งสองข้าง ๒ .๑ .๔ รั บ ลู ก บ อ ล ที่ กระดอนขึ้นจากพื้นได้ 6


๒.๒ ใช้มือ-ตาประสาน สัมพันธ์กัน ๒.๒.๑ใช้กรรไกรตัด กระดาษขาดจากกันได้โดย ใช้มือเดียว ๒.๒.๑ ใช้กรรไกรตัด กระดาษตามแนวเส้นตรง ได้ ๒.๒.๑ ใช้กรรไกรตัด กระดาษตามแนวเส้นโค้ง ได้ ๒.๒.๒เขียนรูปวงกลมตาม แบบได้ ๒.๒.๒ เขียนรูปสี่เหลี่ยม ตามแบบได้อย่างมีมุม ชัดเจน ๒.๒.๒ เขียนรูปสามเหลี่ยม ตามแบบได้อย่างมีมุม ชัดเจน ๒.๒.๓ ร้อยวัสดุที่มีรูขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง ๑ ซม.ได้ ๒.๒.๒ ร้อยวัสดุที่มีรูขนาด เส้นผ่านศูนย์ ๐.๕ ซม.ได้ ๒.๒.๒ ร้อยวัสดุที่มีรูขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง๐.๒๕ ซม.ได้ มาตรฐานที่ ๓ มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ - ๔ ปี อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ - ๖ ปี ๓.๑ แสดงออกทางอารมณ์ อย่างเหมาะสม ๓ .๑ .๑ แ ส ดงอ า ร ม ณ์ ความรู้สึกได้เหมาะสมกับ บางสถานการณ์ ๓ .๑ .๑ แ ส ด งอ ารม ณ์ ค ว า ม รู้ สึ ก ไ ด้ ต า ม สถานการณ์ ๓ .๑ .๑ แ ส ด งอ ารม ณ์ ความรู้สึกได้สอดคล้องกับ สถานการณ์อย่างเหมาะสม ๓ .๒ มี ความ รู้สึกที่ดีต่ อ ตนเองและผู้อื่น ๓ .๒ .๑ ก ล้ า พู ด ก ล้ า แสดงออก ๓ .๒ .๑ ก ล้ า พู ด ก ล้า แสดงออกอย่างเหมาะสม บางสถานการณ์ ๓ .๒ .๑ ก ล้ า พูด ก ล้า แสดงออกอย่างเหมาะสม ตามสถานการณ์ ๓.๒.๒ แสดงความพอใจใน ผลงานตนเอง ๓.๒.๒ แสดงความพอใจใน ผลงานและความสามารถ ของตนเอง ๓.๒.๒ แสดงความพอใจใน ผลงานและความสามารถ ของตนเองและผู้อื่น มาตรฐานที่ ๔ ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ - ๔ ปี อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ - ๖ ปี ๔.๑ สนใจและมีความสุขและ แสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรีและการเคลื่อนไหว ๔.๑.๑ สนใจและมีความสุข และแสดงออกผ่านงาน ศิลปะ ๔.๑.๑ สนใจและมี ความสุขและแสดงออก ผ่านงานศิลปะ ๔.๑.๑ สนใจและมี ความสุขและแสดงออก ผ่านงานศิลปะ ๔.๑.๒ สนใจ มีความสุขและ แสดงออกผ่านเสียงเพลง ดนตรี ๔.๑.๒ สนใจ มีความสุข และแสดงออกผ่าน เสียงเพลง ดนตรี ๔.๑.๒ สนใจ มีความสุข และแสดงออกผ่าน เสียงเพลง ดนตรี ๔.๑.๓ สนใจ มีความสุขและ แสดงท่าทาง/เคลื่อนไหว ประกอบเพลง จังหวะและ ดนตรี ๔.๑.๓ สนใจ มีความสุข และแสดงท่าทาง/ เคลื่อนไหวประกอบเพลง จังหวะและ ดนตรี ๔.๑.๓ สนใจ มีความสุข และแสดงท่าทาง/ เคลื่อนไหวประกอบเพลง จังหวะและ ดนตรี 7


มาตรฐานที่ ๕ มีคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงาม ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ - ๔ ปี อายุ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ - ๖ ปี ๕.๑ ซื่อสัตย์ สุจริต ๕.๑.๑ บอกหรือชี้ได้ว่าสิ่งใด เป็นของตนเองและสิ่งใด เป็นของผู้อื่น ๕.๑.๑ ขออนุญาตหรือรอ คอยเมื่อต้องการสิ่งของ ของผู้อื่นเมื่อมีผู้ชี้แนะ ๕.๑.๑ ขออนุญาตหรือรอ คอยเมื่อต้องการสิ่งของ ของผู้อื่นด้วยตนเอง ๕.๒ มีความเมตตา กรุณา มี น้ำใจและช่วยเหลือแบ่งปัน ๕.๒.๑ แสดงความรักเพื่อน และมีเมตตาสัตว์เลี้ยง ๕.๒.๑ แสดงความรัก เพื่อนและมีเมตตาสัตว์ เลี้ยง ๕.๒.๑ แสดงความรักเพื่อน และมีเมตตาสัตว์เลี้ยง ๕.๒.๒ แบ่งปันสิ่งของให้ ผู้อื่นได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ ๕.๒.๒ ช่วยเหลือและ แบ่งปันผู้อื่นได้เมื่อมีผู้ ชี้แนะ ๕.๒.๒ ช่วยเหลือและ แบ่งปันผู้อื่นได้ด้วยตนเอง มาตรฐานที่ ๕ มีคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงาม (ต่อ) ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ - ๔ ปี อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ - ๖ ปี ๕.๓ มีความเห็นอกเห็นใจ ผู้อื่น ๕.๓.๑ แสดงสีหน้าหรือ ท่าทางรับรู้ความรู้สึกผู้อื่น ๕.๓.๑ แสดงสีหน้าหรือ ท่าทางรับรู้ความรู้สึกผู้อื่น ๕.๓.๑ แสดงสีหน้าหรือ ท่าทางรับรู้ความรู้สึกผู้อื่น อย่างสอดคล้องกบ สถานการณ์ ๕.๔ มีความรับผิดชอบ ๕.๔.๑ ทำงานที่ได้รับ มอบหมายจนสำเร็จเมื่อมี ผู้ช่วยเหลือ ๕.๔.๑ ทำงานที่ได้รับ มอบหมายจนสำเร็จเมื่อมีผู้ ชี้แนะ ๕.๔.๑ ทำงานที่ได้รับ มอบหมายจนสำเร็จด้วย ตนเอง มาตรฐานที่ ๖ มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ - ๔ ปี อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ - ๖ ปี ๖.๑ ช่วยเหลือตนเองในการ ปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ๖.๑.๑ แต่งตัวโดยมีผู้ ช่วยเหลือ ๖.๑.๑ แต่งตัวด้วยตนเอง ๖.๑.๑ แต่งตัวด้วยตนเอง ได้อย่างคล่องแคล่ว ๖.๑.๒ รับประทานอาหาร ด้วยตนเอง ๖.๑.๒ รับประทานอาหาร ด้วยตนเอง ๖.๑.๒ รับประทานอาหาร ด้วยตนเองอย่างถูกวิธี ๖.๑.๓ ใช้ห้องน้ำห้องส้วม โดยมีผู้ช่วยเหลือ ๖.๑.๓ ใช้ห้องน้ำห้องส้วม ด้วยตนเอง ๖.๑.๓ ใช้และทำความ สะอาดหลังใช้ห้องน้ำห้อง ส้วมด้วยตนเอง ๖.๒ มีวินัยในตนอง ๖.๒.๑ เก็บของเล่นของใช้ เข้าที่เมื่อมีผู้ชี้แนะ ๖.๒.๑ เก็บของเล่นของใช้ เข้าที่ด้วยตนเอง ๖.๒.๑ เก็บของเล่นของใช้ เข้าที่อย่างเรียบร้อยด้วย 8


ตนเอง 6.2.2 เข้าแถวตามลำดับ ก่อนหลังได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ 6.2.2 เข้าแถวตามลำดับ ก่อนหลังได้ 6.2.2 เข้าแถวตามลำดับ ก่อนหลังได้ด้วยตนเอง ๖.๓ ประหยัดและพอเพียง ๖.๓.๑ ใช้สิ่งของเครื่องใช้ อย่างประหยัดและพอเพียง เมื่อมีผู้ชี้แนะ ๖.๓.๑ ใช้สิ่งของเครื่องใช้ อย่างประหยัดและ พอเพียงเมื่อมีผู้ชี้แนะ ๖.๓.๑ ใช้สิ่งของเครื่องใช้ อย่างประหยัดและพอเพียง ด้วยตนเอง มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ - ๔ ปี อายุ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ - ๖ ปี ๗.๑ ดูแลรักษาธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ๗.๑.๑ มีส่วนร่วมในการ ดูแลรักษาธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมเมื่อมีผู้ชี้แนะ ๗.๑.๑ มีส่วนร่วมในการ ดูแลรักษาธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมเมื่อมีผู้ชี้แนะ ๗.๑.๑ มีส่วนร่วมในการ ดูแลรักษาธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมด้วยตนเอง ๗.๑.๒ ทิ้งขยะได้ถูกที่ ๗.๑.๒ ทิ้งขยะได้ถูกที่ ๗.๑.๒ ทิ้งขยะได้ถูกที่ ๗.๒ มีมารยาทตาม วัฒนธรรมไทยและรักความ เป็นไทย ๗.๒.๑ ปฏิบัติตนตาม มารยาทไทยได้ เมื่อมีผู้ ชี้แนะ ๗.๒.๑ ปฏิบัติตนตาม มารยาทไทยได้ด้วยตนเอง ๗.๒.๑ ปฏิบัติตนตาม มารยาทไทยได้ ตาม กาลเทศะ ๗.๒.๒ กล่าวคำขอบคุณ และขอโทษเมื่อมีผู้ชี้แนะ ๗.๒.๒ กล่าวคำขอบคุณ และขอโทษด้วยตนเอง ๗.๒.๒ กล่าวคำขอบคุณ และขอโทษด้วยตนเอง ๗.๒.๓ หยุดเมื่อได้ยินเพลง ชาติไทยและเพลงสรรเสริญ พระบารมี ๗.๒.๓ ยืนตรงเมื่อได้ยิน เพลงชาติไทยและเพลง สรรเสริญพระบารมี ๗.๒.๓ ยืนตรงและร่วมร้อง เพลงชาติไทยและเพลง สรรเสริญพระมารมี มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ - ๔ ปี อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ - ๖ ปี ๘.๑ ยอมรับความ เหมือนและความ แตกต่างระหว่างบุคคล ๘.๑.๑ เล่นและทำกิจกรรม ร่วมกับเด็กที่แตกต่างไปจาก ตน ๘.๑.๑ เล่นและทำกิจกรรม ร่วมกับกลุ่มเด็กที่แตกต่างไป จากตน ๘.๑.๑ เล่นและทำกิจกรรม ร่วมกับเด็กที่แตกต่างไปจาก ตน ๘.๒ มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับ ผู้อื่น ๘.๒.๑ เล่นร่วมกับเพื่อน ๘.๒.๑ เล่นหรือทำงาน ร่วมกับเพื่อนเป็นกลุ่ม ๘.๒.๑ เล่นหรือทำงานร่วมกับ เพื่อนอย่างมีเป้าหมาย ๘.๒.๒ ยิ้มหรือทักทาย ผู้ใหญ่และบุคคลที่คุ้นเคย เมื่อมีผู้ชี้แนะ ๘.๒.๒ ยิ้มหรือทักทายหรือ พูดคุยกับผู้ใหญ่และบุคคลที่ คุ้นเคยได้ด้วยตนเอง ๘.๒.๒ ยิ้มหรือทักทายหรือ พูดคุยกับผู้ใหญ่และบุคคลที่ คุ้นเคยได้เหมาะสมกับ สถานการณ์ 9


๘.๓ ปฏิบัติตนเบื้องต้น ในการเป็นสมาชิกที่ดี ของสังคม ๘.๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง เมื่อมีผู้ชี้แนะ ๘.๓.๑ มีส่วนร่วมสร้าง ข้อตกลงและปฏิบัติตาม ข้อตกลงเมื่อมีผู้ชี้แนะ ๘.๓.๑ มีส่วนร่วมสร้าง ข้อตกลงและปฏิบัติตาม ข้อตกลงด้วยตนเอง ๘.๓.๒ ปฏิบัติตนเป็นผู้นำ และผู้ตามเมื่อมีผู้ชี้แนะ ๘.๓.๒ ปฏิบัติตนเป็นผู้นำ และผู้ตามที่ดีได้ด้วยตนเอง ๘.๓.๒ ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและ ผู้ตามได้เหมาะสมกับ สถานการณ์ ๘.๓.๓ ยอมรับการ ประนีประนอมแก้ไขปัญหา เมื่อมีผู้ชี้แนะ ๘.๓.๓ ประนีประนอมแก้ไข ปัญหาโดยปราศจากการใช้ ความรุนแรงเมื่อมีผู้ชี้แนะ ๘.๓.๓ ประนีประนอมแก้ไข ปัญหาโดยปราศจากการใช้ ความรุนแรงด้วยตนเอง มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ - ๔ ปี อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ - ๖ ปี ๙.๑ สนทนาโต้ตอบและ เล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ ๙.๑.๑ ฟังผู้อื่นพูดจนจบ และโต้ตอบเกี่ยวกับเรื่องที่ ฟัง ๙.๑.๑ ฟังผู้อื่นพูดจนจบ และสนทนาโต้ตอบ สอดคล้องกับเรื่องที่ฟัง ๙.๑.๑ ฟังผู้อื่นพูดจนจบและ สนทนาโต้ตอบอย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงกับเรื่องที่ฟัง ๙.๑.๒ เล่า เรื่องด้วย ประโยคสั้นๆ ๙.๑.๒ เล่าเรื่องเป็น ประโยคอย่างต่อเนื่อง ๙.๑.๒ เล่าเป็นเรื่องราวต่อเนื่อง ได้ ๙.๒ อ่าน เขียนภาพ และสัญลักษณ์ได้ ๙.๒.๑ อ่านภาพ และพูด ข้อความด้วยภาษา ของตน ๙.๒.๑ อ่านภาพ สัญลักษณ์ คำ พร้อมทั้งชี้ หรือกวาดตามองข้อความ ตามบรรทัด ๙.๒.๑ อ่านภาพ สัญลักษณ์ คำ ด้วยการชี้ หรือกวาดตามอง จุดเริ่มต้นและจุดจบของ ข้อความ ๙.๒.๒ เขียนขีด เขี่ย อย่างมี ทิศทาง ๙.๒.๒ เขียนคล้าย ตัวอักษร ๙.๒.๒ เขียนชื่อของตนเอง ตาม แบบเขียนข้อความด้วยวิธีที่คิด ขึ้นเอง มาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ - ๔ ปี อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ๕ - ๖ ปี ๑๐.๑ มีความสามารถใน การคิดรวบยอด ๑๐.๑.๑ บอกลักษณะของ สิ่งของต่างๆจากการสังเกต โดยใช้ประสาทสัมผัส ๑๐.๑.๑ บอกลักษณะและ ส่วนประกอบของสิ่งของ ต่างๆจากการสังเกตโดยใช้ ประสาทสัมผัส ๑๐.๑.๑ บอกลักษณะ ส่วนประกอบ การ เปลี่ยนแปลง หรือ ความสัมพันธ์ของสิ่งของ ต่างๆจากการสังเกตโดยใช้ ประสาทสัมผัส ๑๐.๑.๒ จับคู่หรือ เปรียบเทียบสิ่งต่างๆโดยใช้ ลักษณะหรือหน้าที่การงาน ๑๐.๑.๒ จับคู่และ เปรียบเทียบความแตกต่าง หรือความเหมือนของสิ่ง ๑๐.๑.๒ จับคู่และ เปรียบเทียบความแตกต่าง หรือความเหมือนของสิ่ง 10


เพียงลักษณะเดียว ต่างๆโดยใช้ลักษณะที่สังเกต พบเพียงลักษณะเดียว ต่างๆโดยใช้ลักษณะที่สังเกต พบสองลักษณะขึ้นไป ๑๐.๑.๓ คัดแยกสิ่งต่างๆ ตามลักษณะหรือหน้าที่การ ใช้งาน ๑๐.๑.๓ จำแนกและจัด กลุ่มสิ่งต่างๆโดยใช้อย่าง น้อยหนึ่งลักษณะเป็น เกณฑ์ ๑๐.๑.๓ จำแนกและจัด กลุ่มสิ่งต่างๆโดยใช้ตั้งแต่ สองลักษณะขึ้นไปเป็น เกณฑ์ ๑๐.๑.๔ เรียงลำดับสิ่งของ หรือเหตุการณ์อย่างน้อย ๓ ลำดับ ๑๐.๑.๔ เรียงลำดับสิ่งของ หรือเหตุการณ์อย่างน้อย ๔ ลำดับ ๑๐.๑.๔ เรียงลำดับสิ่งของ หรือเหตุการณ์อย่างน้อย ๕ ลำดับ ๑๐.๒ มีความสามารถใน การคิดเชิงเหตุผล ๑๐.๒.๑ ระบุผลที่เกิดขึ้นใน เหตุการณ์หรือการกระทำ เมื่อมีผู้ชี้แนะ ๑๐.๒.๑ ระบุสาเหตุหรือ ผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ หรือ การกระทำเมื่อมีผู้ ชี้แนะ ๑๐.๒.๑ อธิบายเชื่อมโยง สาเหตุและผลที่เกิดขึ้นใน เหตุการณ์หรือการกระทำ ด้วยตนเอง ๑๐.๒.๒ คาดเดา หรือ คาดคะเนสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ๑๐.๒.๒ คาดเดา หรือ คาดคะเนสิ่งที่อาจจะ เกิดขึ้น หรือมีส่วนร่วมใน การลงความเห็นจากข้อมูล ๑๐.๒.๒ คาดคะเนสิ่งที่ อาจจะเกิดขึ้น และมีส่วน ร่วมในการลงความเห็น จากข้อมูลอย่างมีเหตุผล ๑๐.๓ มีความสามารถใน การคิดแก้ปัญหาและ ตัดสินใจ ๑๐.๓.๑ ตัดสินใจในเรื่อง ง่ายๆ ๑๐.๓.๑ ตัดสินใจในเรื่อง ง่ายๆและเริ่มเรียนรู้ผลที่ เกิดขึ้น ๑๐.๓.๑ ตัดสินใจในเรื่อง ง่ายๆและยอมรับผลที่ เกิดขึ้น ๑๐.๓.๒ แก้ปัญหาโดยลอง ผิดลองถูก ๑๐.๓.๒ ระบุปัญหา และ แก้ปัญหาโดยลองผิดลองถูก ๑๐.๓.๒ ระบุปัญหาสร้าง ทางเลือกและเลือกวิธี แก้ปัญหา มาตรฐานที่ ๑๑ มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ - ๔ ปี อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ - ๖ ปี ๑๑.๑ ทำงานศิลปะตาม จินตนาการและความคิด สร้างสรรค์ ๑๑.๑.๑ สร้างผลงานศิลปะ เพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเอง ๑๑.๑.๑ สร้างผลงาน ศิลปะเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเองโดยมี การดัดแปลงและแปลก ใหม่จากเดิมหรือมี รายละเอียดเพิ่มขึ้น ๑๑.๑.๑ สร้างผลงาน ศิลปะเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเองโดยมี การดัดแปลงและแปลก ใหม่จากเดิมและมี รายละเอียดเพิ่มขึ้น ๑๑.๒ แสดงท่าทาง/ เคลื่อนไหวตามจินตนาการ อย่างสร้างสรรค์ ๑๑.๒.๑ เคลื่อนไหวท่าทาง เพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเอง ๑๑.๒.๑ เคลื่อนไหวท่าทาง เพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเองอย่าง หลากหลายหรือแปลกใหม่ ๑๑.๒.๑ เคลื่อนไหวท่าทาง เพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเองอย่าง หลากหลายและแปลกใหม่ 11


มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ - ๔ ปี อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ - ๖ ปี ๑๒.๑ มีเจตคติที่ดีต่อการ เรียนรู้ ๑๒.๑.๑ สนใจฟังหรืออ่าน หนังสือด้วยตนเอง ๑๒.๑.๑ สนใจซักถาม เกี่ยวกับสัญลักษณ์หรือ ตัวหนังสือที่พบเห็น ๑๒.๑.๑ หยิบหนังสือมา อ่านและเขียนสื่อความคิด ด้วยตนเองเป็นประจำ อย่างต่อเนื่อง ๑๒.๑.๒ กระตือรือร้นใน การเข้าร่วมกิจกรรม ๑๒.๑.๒ กระตือรือร้นใน การเข้าร่วมกิจกรรม ๑๒.๑.๒ กระตือรือร้นใน การร่วมกิจกรรมตั้งแต่ต้น จนจบ ๑๒.๒ มีความสามารถใน การแสวงหาความรู้ ๑๒.๒.๑ ค้นหาคำตอบของ ข้อสงสัยต่างๆ ตามวิธีการที่ มีผู้ชี้แนะ ๑๒.๒.๑ ค้นหาคำตอบของ ข้อสงสัยต่างๆ ตามวิธีการ ของตนเอง ๑๒.๒.๑ ค้นหาคำตอบของ ข้อสงสัยต่างๆ ตามวิธีการ ที่หลากหลายด้วยตนเอง ๑๒.๒.๒ เชื่อมโยงคำถา “อะไร” ในการค้นหา คำตอบ ๑๒.๒.๒ ใช้ประโยค คำถามว่า “ที่ไหน” “ทำไม” ในการค้นหา คำตอบ ๑๒.๒.๒ ใช้ประโยค คำถามว่า “เมื่อไร” อย่างไร” ในการค้นหา คำตอบ การจัดเวลาเรียน หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาในการจัดประสบการณ์ให้กับเด็ก ๑-๓ ปีการศึกษา โดยประมาณ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับอายุของเด็กที่เริ่มเข้าสถานศึกษาหรือสถาบันพัฒนาเด็กปฐมวัย เวลาเรียนสำหรับเด็ก ปฐมวัยขึ้นอยู่กับสถานศึกษาแต่ละแห่ง โดยมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วันต่อ ๑ ปีการศึกษา ในแต่ละวันจะใช้เวลา ไม่น้อยกว่า ๕ ชั่วโมง แบ่งเป็น ๒ ภาคเรียน โดยสามารถปรับให้เหมาะสมตามบริบทของสถานศึกษาและสถาบัน พัฒนาเด็กปฐมวัย สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้เป็นสื่อกลางในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็ก เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทุก ด้านให้เป็นไปตามจุดหมายของหลักสูตรที่กำหนด การกำหนดสาระการเรียนรู้รายปีเป็นการเตรียมตัวล่วงหน้าว่าแต่ ล่ะช่วงวัยควรเรียนรู้เรื่องอะไร บนหลักการของการพัฒนาเด็ก หลักการจัดการศึกษา ประสบการณ์สำคัญและสาระที่ ควรเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ความต้องการ/ความสนใจของเด็กปฐมวัยสำหรับสาระ ที่ควรเรียนรู้นั้นควรพิจารณาเรื่องราวในชีวิตประจำวันที่ใกล้ตัวเด็ก และข้อมูลสภาพภูมิศาสตร์ สถานที่สำคัญ วัฒนธรรมด้านอาหาร ประเพณีสำคัญชุมชน ท้องถิ่นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ ที่เหมาะสมกับระดับพัฒนาการเด็กปฐมวัย โดยอาศัยประสบการณ์ของครูผู้สอน ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนชุมชนร่วมกันกำหนดสาระที่ควรเรียนรู้รายปี ให้ สอดคล้องกับความต้องการ/ความสนใจของเด็กปฐมวัย มีความทันสมัย และควรตรวจสอบความครอบคลุมหัวเรื่องที่ 12


ระบุไว้ ๔ สาระการเรียนรู้ และประสบการณ์สำคัญของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และได้นำ รายละเอียดมาบรรจุไว้ในหลักสูตรสถานศึกษา ดังนี้ ๑. ประสบการณ์สำคัญ ประสบการณ์สำคัญเป็นแนวทางสำหรับผู้สอนไปใช้ในการออกแบบการจัด ประสบการณ์ ให้เด็กปฐมวัยเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติ และได้รับการส่งเสริมพัฒนาการครอบคลุมทุกด้าน ดังนี้ ๑.๑ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาส พัฒนาการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก และการประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อและระบบประสาท ในการทำ กิจวัตรประจำวันหรือทำกิจกรรมต่างๆและสนับสนุนให้เด็กมีโอกาสดูแลสุขภาพและสุขอนามัย และการรักษาความ ปลอดภัย ดังนี้ ด้านร่างกาย ประสบการณ์สำคัญ ๑.๑.๑ การใช้กล้ามเนื้อใหญ่ (๑) การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ (๒) การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ (๓) การเคลื่อนไหวพร้อมวัสดุอุปกรณ์ (๔) การเคลื่อนไหวที่ใช้การประสานสัมพันธ์ของการใช้กล้ามเนื้อมัด ใหญ่ในการขว้าง การจับ การโยน การเตะ (๕) การเล่นเครื่องเล่นสนามอย่างอิสระ ๑.๑.๒ การใช้กล้ามเนื้อเล็ก (๑) การเล่นเครื่องเล่นสัมผัสและการสร้างจากแท่งไม้ บล็อก (๒) การเขียนภาพและการเล่นกับสี (๓) การปั้น (๔) การประดิษฐ์สิ่งต่างๆด้วย เศษวัสดุ (๕) การหยิบจับ การใช้กรรไกร การฉีก การตัด การปะ และการร้อย วัสดุ ด้านร่างกาย (ต่อ) ประสบการณ์สำคัญ (ต่อ) ๑.๑.๓ การรักษาสุขภาพอนามัย ส่วนตัว (๑) การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีในกิจวัตรประจำวัน ๑.๑.๔ การรักษาความปลอดภัย (๑) การปฏิบัติตนให้ปลอดภัยในกิจวัตรประจำวัน (๒) การฟังนิทาน เรื่องราว เหตุการณ์ เกี่ยวกับการป้องกันและรักษา ความปลอดภัย (๓) การเล่นเครื่องเล่นอย่างปลอดภัย (๔) การเล่นบทบาทสมมติเหตุการณ์ต่างๆ ๑ .๑ .๕ การตระห นั กรู้เกี่ยวกับ ร่างกายตนเอง (๑) การเคลื่อนไหวเพื่อควบคุมตนเองไปในทิศทาง ระดับ และพื้นที่ (๒) การเคลื่อนไหวข้ามสิ่งกีดขวาง ๑.๒ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์จิตใจ เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้แสดงออก ทางอารมณ์และความรู้สึกของตนเองที่เหมาะสมกับวัย ตระหนักถึงลักษณะพิเศษเฉพาะ ที่เป็นอัตลักษณ์ ความเป็นตัว ของตัวเอง มีความสุข ร่าเริงแจ่มใส การเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม สุนทรียภาพ ความรู้สึกที่ดีต่อ ตนเอง และความเชื่อมั่นในตนเองขณะปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ 13


ด้านอารมณ์ จิตใจ ประสบการณ์สำคัญ ๑.๒.๑ สุนทรียภาพ ดนตรี (๑) การฟังเพลง การร้องเพลง และการแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบ เสียงดนตรี (๒) การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี (๓) การเล่นบทบาทสมมติ (๔) การทำกิจกรรมศิลปะต่างๆ (๕) การสร้างสรรค์สิ่งสวยงาม ๑.๒.๒ การเล่น (๑) การเล่นอิสระ (๒) การเล่นรายบุคคล กลุ่มย่อย กลุ่มใหญ่ (๓) การเล่นตามมุมประสบการณ์ (๔) การเล่นนอกห้องเรียน ๑.๒.๓ คุณธรรม จริยธรรม (๑) การปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่นับถือ (๒) การฟังนิทานเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม (๓) การร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงจริยธรรม ๑.๒.๔ การแสดงออกทางอารมณ์ (๑) การสะท้อนความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น (๒) การเล่นบทบาทสมมติ (๓) การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี (๔) การร้องเพลง (๕) การทำงานศิลปะ ๑.๒.๕ การมีอัตลักษณ์เฉพาะตนและ เชื่อว่าตนเองมีความสามารถ (๑) การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆตามความสามารถของตนเอง ๑.๒.๖ การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (๑) การแสดงความยินดีเมื่อผู้อื่นมีความสุข เห็นอกเห็นใจเมื่อผู้อื่นเศร้า หรือเสียใจ และการช่วยเหลือปลอบโยนเมื่อผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ๑.๓ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาสปฏิสัมพันธ์กับ บุคลและสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัวจากการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ผ่านการเรียนรู้ทางสังคม เช่น การเล่น การทำงานกับ ผู้อื่น ฯลฯ การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน การแก้ปัญหาข้อขัดแย้งต่างๆ ด้านสังคม ประสบการณ์สำคัญ ๑.๓.๑ การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน (๑) การช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจำวัน (๒) การปฏิบัติตนตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๑.๓.๒ การดูแลรักษาธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม (๑) การมีส่วนร่วมรับผิดชอบดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและ ภายนอกห้องเรียน (๒) การใช้วัสดุและสิ่งของเครื่องใช้อย่างคุ้มค่า (๓) การทำงานศิลปะที่ใช้วัสดุหรือสิ่งของที่ใช้แล้วมาใช้ซ้ำหรือแปรรูป แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ (๔) การเพาะปลูกและดูแลต้นไม้ (๕) การเลี้ยงสัตว์ 14


(๖) การสนทนาข่าวและเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในชีวิตประจำวัน ๑.๓.๓ การปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้อง ถิ่นที่อาศัยและความเป็นไทย (๑) การเล่นบทบาทสมมุติการปฏิบัติตนในความเป็นคนไทย (๒) การปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อาศัยและประเพณีไทย (๓) การประกอบอาหารไทย (๔) การศึกษานอกสถานที่ (๕) การละเล่นพื้นบ้านของไทย ๑.๓.๔ การมีปฏิสัมพันธ์ มีวินัย มี สวนร่วม และบทบาทสมาชิกของ สังคม (๑) การร่วมกำหนดข้อตกลงของห้องเรียน (๒) การปฏิบัติตนเป็นสมาชิที่ดีของห้องเรียน (๓) การให้ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ (๔) การดูแลห้องเรียนร่วมกัน (๕) การร่วมกิจกรรมวันสำคัญ ๑.๓.๕ การเล่นแบบร่วมมือร่วมใจ (๑) การร่วมสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น (๒) การเล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่น (๓) การทำศิลปะแบบร่วมมือ ๑.๓.๖ การแก้ปัญหาความขัดแย้ง (๑) การมีส่วนร่วมในการเลือกวิธีการแก้ปัญหา (๒) การมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ๑.๓.๗ การยอมรับในความเหมือน และความแตกต่างระหว่างบุคคล (๑) การเล่นหรือ ทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มเพื่อน ๑.๔ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้รับรู้และเรียนรู้สิ่ง ต่างๆรอบตัวผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม บุคคลและสื่อต่างๆ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อเปิด โอกาสให้เด็กพัฒนาการใช้ภาษา จินตนาการความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การคิดเชิงเหตุผล และการคิดรวบ ยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัวและมีความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ที่เป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น ต่อไป ดังนี้ 15


ด้านสติปัญญา ประสบการณ์สำคัญ ๑.๔.๑ การใช้ภาษา (๑) การฟังเสียงต่างๆ ในสิ่งแวดล้อม (๒) การฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำ (๓) การฟังเพลง นิทาน คำคล้องจอง บทร้อยกรงหรือเรื่องราวต่างๆ (๔) การแสดงความคิด ความรู้สึก และความต้องการ (๕) การพูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเอง หรือพูดเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง (๖) การพูดอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของ เหตุการณ์ และความสัมพันธ์ของสิ่ง ต่างๆ (๗) การพูดอย่างสร้างสรรค์ในการเล่น และการกระทำต่างๆ (๘) การรอจังหวะที่เหมาะสมในการพูด (๙) การพูดเรียงลำดับคำเพื่อใช้ในการสื่อสาร (๑๐) การอ่านหนังสือภาพ นิทาน หลากหลายประเภท/รูปแบบ (๑๑) การอ่านอิสระตามลำพัง การอ่านร่วมกัน การอ่านโดยมีผู้ชี้แนะ (๑๒) การเห็นแบบอย่างของการอ่านที่ถูกต้อง (๑๓) การสังเกตทิศทางการอ่านตัวอักษร คำ และข้อความ (๑๔) การอ่านและชี้ข้อความ โดยกวาดสายตาตามบรรทัดจากซ้ายไป ขวา จากบนลงล่าง (๑๕) การสังเกตตัวอักษรในชื่อของตน หรือคำคุ้นเคย (๑๖) การสังเกตตัวอักษรที่ประกอบเป็นคำผ่านการอ่านหรือเขียนของ ผู้ใหญ่ (๑๗) การคาดเดาคำ วลี หรือประโยค ที่มีโครงสร้างซ้ำๆกัน จากนิทาน เพลง คำคล้องจอง (๑๘) การเล่นเกมทางภาษา (๑๙) การเห็นแบบอย่างของการเขียนที่ถูกต้อง (๒๐) การเขียนร่วมกันตามโอกาส และการเขียนอิสระ (๒๑) การเขียนคำที่มีความหมายกับตัวเด็ก/คำคุ้นเคย (๒๒) การคิดสะกดคำและเขียนเพื่อสื่อความหมายด้วยตนเองอย่าง อิสระ ๑.๔.๒ การคิดรวบยอด การคิดเชิง เหตุผล การตัดสินใจและแก้ปัญหา (๑) การสังเกตลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง และ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ โดยใช้ประสาทสัมผัสอย่างเหมาะสม (๒) การสังเกตสิ่งต่างๆ และสถานที่จากมุมมองที่ต่างกัน (๓) การบอกและแสดงตำแหน่ง ทิศทาง และระยะทางของสิ่งต่างๆด้วย การกระทำ ภาพวาด ภาพถ่าย และรูปภาพ (๔) การเล่นกับสื่อต่างๆที่เป็นทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกระบอก กรวย (๕) การคัดแยก การจัดกลุ่ม และการจำแนกสิ่งต่างๆตามลักษณะและ รูปร่าง รูปทรง 16


(๖) การต่อของชิ้นเล็กเติมในชิ้นใหญ่ให้สมบูรณ์ และการแยกชิ้นส่วน (๗) การทำซ้ำ การต่อเติม และการสร้างแบบรูป (๘) การนับและแสดงจำนวนของสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน (๙) การเปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนของสิ่งต่างๆ (๑๐) การรวมและการแยกสิ่งต่างๆ (๑๑) การบอกและแสดงอันดับที่ของสิ่งต่างๆ (๑๒) การชั่ง ตวง วัดสิ่งต่างๆโดยใช้เครื่องมือและหน่วยที่ไม่ใช่หน่วย มาตรฐาน (๑๓) การจับคู่ การเปรียบเทียบ และการเรียงลำดับ สิ่งต่างๆ ตาม ลักษณะความยาว/ความสูงน้ำหนัก ปริมาตร (๑๔) การบอกและเรียงลำดับกิจกรรมหรือเหตูการณ์ตามช่วงเวลา (๑๕) การใช้ภาษาทางคณิตศาสตร์กับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน (๑๖) การอธิบายเชื่อมโยงสาเหตุและผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือการ กระทำ (๑๗) การคาดเดาหรือการคาดคะเนสิ่งที่อาจเกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล (๑๘) การมีส่วนร่วมในการลงความเห็นจากข้อมูลอย่างมีเหตุผล (๑๙) การตัดสินใจและมีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ปัญหา ๑.๔.๓ จินตนาการและความคิด สร้างสรรค์ (๑) การรับรู้ และแสดงความคิดความรู้สึกผ่านสื่อ วัสดุ ของเล่น และ ชิ้นงานการปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่นับถือ (๒) การแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านภาษา ท่าทาง การเคลื่อนไหว และศิลปะ (๓) การสร้างสรรค์ชิ้นงานโดยใช้รูปร่างรูปทรงจากวัสดุที่หลากหลาย ๑.๔.๔ เจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และ การแสวงหาความรู้ (๑) การสำรวจสิ่งต่างๆ และแหล่งเรียนรู้รอบตัว (๒) การตั้งคำถามในเรื่องที่สนใจ (๓) การสืบเสาะหาความรู้เพื่อค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่างๆ (๔) การมีส่วนร่วมในการรวบรวมข้อมูลและนำเสนอข้อมูลจากการสืบ เสาะหาความรู้ในรูปแบบต่างๆและแผนภูมิอย่างง่าย ๒. สาระที่ควรเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ เป็นเรื่องราวรอบตัวเด็กที่นำมาเป็นสื่อกลางในการจัดกิจกรรมให้เด็กเกิดแนวคิดหลังจาก ได้รับการจัดประสบการณ์ เพื่อให้บรรลุจัดหมายที่กำหนดไว้ทั้งนี้ไม่เน้นการท่องจำเนื้อหา ผู้สอนสามารถกำหนด รายละเอียดขึ้นเองให้สอดคล้องกับวัย ความต้องการ และความสนใจของเด็ก โดยให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ สำคัญ ทั้งนี้ อาจยืดหยุ่นเนื้อหาได้โดยคำนึงถึงประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมในชีวิตจริงของเด็ก ดังนี้ ๒.๑ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก เด็กควรรู้จักชื่อ นามสกุล รูปร่างหน้าตา รู้จักอวัยวะต่างๆ วิธีระวังรักษา ร่างกายให้สะอาดและมีสุขภาพอนามัยที่ดีการรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์เช่น ข้าว ขนมปัง นม เนย น้ำ ผลไม้ตามฤดูกาล เป็นต้น การระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองจากผู้อื่นและภัยใกล้ตัว รวมทั้งการปฏิบัติต่อผู้อื่น อย่างปลอดภัย การรู้จักความเป็นมาของตนเองและครอบครัว การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวและ โรงเรียน การเคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่น การรู้จักแสดงความคิดเห็นของตนเองและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การกำกับตนเอง การเล่นและทำสิ่งต่างๆด้วยตนเองตามลำพังหรือกับผู้อื่น การตระหนักรู้เกี่ยวกับตนเอง ความ 17


ภาคภูมิใจในตนเอง การสะท้อนการรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น การแสดงออกทางอารมณ์และ ความรู้สึกอย่างเหมาะสม การแสดงมารยาทที่ดี การมีคุณธรรมจริยธรรม ๒.๒ เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน และบุคคลต่างๆ ที่เด็กต้องเกี่ยวข้องหรือใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน สถานที่สำคัญในชุมชนได้แก่ วัด หัวหมาก เป็นต้น วันสำคัญได้แก่ วันสงกรานต์(รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ) วันเข้าพรรษา วันสารทเดือนสิบ (ประเพณีส่งตา ยาย) ประเพณีลากพระ เป็นต้น อาชีพของคนในชุมชนได้แก่ ทำเกษตร (ปลูกผัก ผลไม้ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน) เลี้ยง สัตว์เป็นต้น ศาสนา แหล่งวัฒนธรรมในชุมชน ได้แก่ วัดหัวหมาก เทศบาลตำบลช้างซ้าย เป็นต้น สัญลักษณ์สำคัญ ของชาติไทยและการปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่นและความเป็นไทย หรือแหล่งเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น มโนราห์ จักรสาน ความเป็นมาของโรงเรียนและชุมชน ๒.๓ ธรรมชาติรอบตัว เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับชื่อ ลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ ของมนุษย์ สัตว์ได้แก่ การเลี้ยงไก่ไข่ เป็ด นกกระทา ปลาดุก หมูเป็นต้น พืช ได้แก่ มะนาว กล้วย มะละกอ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน เงาะ มังคุด ผักสวนครัว เป็นต้น ตลอดจนการรู้จักเกี่ยวกับดิน น้ำ ท้องฟ้า สภาพ อากาศ ภัยธรรมชาติ แรงลม และพลังงานในชีวิตประจำวันที่แวดล้อมเด็ก รวมทั้งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการ รักษาสาธารณสมบัติ ๒.๔ สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาเพื่อสื่อความหมายในชีวิตประจำวัน ความรู้ พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้หนังสือและตัวหนังสือ รู้จักชื่อ ลักษณะ สี ผิวสัมผัส ขนาด รูปร่าง รูปทรง ปริมาตร น้ำหนัก จำนวน ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆรอบตัว เวลา เงิน ประโยชน์การใช้งาน และ การเลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ยานพาหนะ การคมนาคมในชุมชนที่เด็กควรรู้จักได้แก่ อุปกรณ์การเกษตร รถชนิดต่างๆที่ ใช้เดินทาง และใช้ทำการเกษตร เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบิน เรือชนิดต่าง ๆ เช่น เรือเฟอร์รี่ เป็นต้น เทคโนโลยีและการ สื่อสารต่างๆ ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันอย่างประหยัด ปลอดภัยและรักษาสิ่งแวดล้อม ได้แก่ แหล่งต้นน้ำและลำคลอง บริเวณรอบโรงเรียน 18


การวิเคราะห์พัฒนาการ ด้านร่างกาย มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ชั้นอนุบาล ๑ อายุ ๓-๔ ปี ชั้นอนุบาล ๒ อายุ๔-๕ ปี ๑.๑ น้ำหนักและส่วนสูง ตามเกณฑ์ ๑.๑.๑ น้ำหนักและส่วนสูง ตามเกณฑ์ของกรมอนามัย ๑.๑.๑ น้ำหนักและส่วนสูง ตามเกณฑ์ของกรมอนามัย ๑.๒ มีสุขภาพอนามัย สุขนิสัยที่ดี ๑.๒.๑ ยอมรับประทาน อาหารที่มีประโยชน์และดื่ม น้ำสะอาดเมื่อมีผู้ชี้แนะ ๑.๒.๑ รับประทานอาหารที่ประโยชน์และดื่มน้ำสะอาดได้ด้วยตนเอง


ห์สาระการเรียนรู้รายปี สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๓ อายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑.๑.๑ น้ำหนักและส่วนสูง ตามเกณฑ์ของกรมอนามัย ๑.๑.๓ การรักษาสุขภาพ อนามัยส่วนตัว (๑) การปฏิบัติตนตาม สุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีใน กิจวัตรประจำวัน เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - การรับประทานอาหารที่มี ประโยชน์ ที่มี ๑.๒.๑ รับประทานอาหารที่มี ประโยชน์ได้หลายชนิดและ ดื่มน้ำสะอาดได้ด้วยตนเอง ๑.๑.๓ การรักษาสุขภาพ อนามัยส่วนตัว (๑) การปฏิบัติตนตาม สุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีใน กิจวัตรประจำวัน (๒) การประกอบอาหารไทย เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - อาหารที่มีประโยชน์และไม่ มีประโยชน์ - อาหารหลัก ๕ หมู่ - การรับประทานอาหาร - การมีเจตคติที่มีต่อการ รับประทานอาหารที่มี ประโยชน์ - มารยาทในการรับประทาน อาหาร 19


ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ชั้นอนุบาล ๑ อายุ ๓-๔ ปี ชั้นอนุบาล ๒ อายุ ๔-๕ ปี ๑.๒ มีสุขภาพอนามัย สุขนิสัยที่ดี ๑.๒.๒ ล้างมือก่อน รับประทานอาหารและ หลังจากใช้ห้องน้ำห้องส้วม เมื่อมีผู้ชี้แนะ ๑.๒.๒ ล้างมือก่อน รับประทานอาหารและ หลังจากใช้ห้องน้ำห้องส้วด้วยตนเอง


สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๓ อายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ม ๑.๒.๒ ล้างมือก่อน รับประทานอาหารและ หลังจากใช้ห้องน้ำห้องส้วม ด้วยตนเอง ๑.๑.๓ การรักษาสุขภาพ อนามัยส่วนตัว (๑) การปฏิบัติตนตาม สุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีใน กิจวัตรประจำวัน ๑.๑.๔ การรักษาความ ปลอดภัย (๑) การปฏิบัติให้ปลอดภัย ในกิจวัตรประจำวัน (๒)การฟังนิทานเรื่องราว เหตุการณ์เกี่ยวกับการ ป้องกันและรักษาความ ปลอดภัย (๓) การช่วยเหลือตนเองใน กิจวัตรประจำวัน เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - อวัยวะต่างๆ ของร่างกาย และการรักษาความ ปลอดภัย - วิธีระวังรักษาร่างกายให้ สะอาดและมีสุขอนามัยที่ดี 20


ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ชั้นอนุบาล ๑ อายุ ๓-๔ ปี ชั้นอนุบาล ๒ อายุ ๔-๕ ปี ๑.๒ มีสุขภาพอนามัย สุขนิสัยที่ดี ๑.๒.๓ นอนพักผ่อนเป็นเวลา ๑.๒.๓ นอนพักผ่อนเป็นเว


สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๓ อายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ วลา ๑.๒.๓ นอนพักผ่อนเป็นเวลา ๑.๑.๓ การรักษาสุขภาพ อนามัยส่วนตัว (๑) การปฏิบัติตนตาม สุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีใน กิจวัตรประจำวัน (๕) การเล่นเครื่องเล่น สนามอย่างอิสระ ๑.๑.๕ การตระหนักรู้ เกี่ยวกับร่างกายตนเอง (๑)การเคลื่อนไหวโดย ควบคุมตัวเองไปในทิศทาง ระดับ และพื้นที่ (๒) การเคลื่อนไหวข้าม สิ่งกีดขวาง เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - ประโยชน์ของการนอน หลับพักผ่อน 21


ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ชั้นอนุบาล ๑ อายุ ๓-๔ ปี ชั้นอนุบาล ๒ อายุ ๔-๕ ปี ๑.๒ มีสุขภาพอนามัย สุขนิสัยที่ดี ๑.๒.๔ ออกกำลังกาย เป็นเวลา ๑.๒.๔ ออกกำลังกาย เป็นเวลา


สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๓ อายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑.๒.๔ ออกกำลังกาย เป็นเวลา ๑.๑.๑ ใช้กล้ามเนื้อใหญ่ (๑)การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ (๒)การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ (๓)การเคลื่อนไหวพร้อม วัสดุอุปกรณ์ (๔)การเคลื่อนไหวที่ใช้ การประสานสัมพันธ์ของ การใช้การเนื้อใหญ่ (๕) การเล่นเครื่องเล่น สนามอย่างอิสระ ๑.๑.๕ การตระหนักรู้ เกี่ยวกับร่างกายตนเอง (๑)การเคลื่อนไหวโดย ควบคุมตัวเองไปในทิศทาง ระดับ และพื้นที่ (๒) การเคลื่อนไหวข้าม สิ่งกีดขวาง เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - ประโยชน์ของการออก กำลังกาย - การเล่นเครื่องเล่นสนาม อย่างถูกวิธี 22


ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ชั้นอนุบาล ๑ อายุ ๓-๔ ปี ชั้นอนุบาล ๒ อายุ ๔-๕ ปี ๑.๓ รักษาความปลอดภัย ของตนเองและผู้อื่น ๑.๓.๑ เล่นและทำกิจกรรม อย่างปลอดภัยเมื่อมีผู้ชี้แนะ ๑.๓.๑ เล่นและทำกิจกรรมอย่างปลอดภัยด้วยตนเอง


สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๓ อายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ม ๑.๓.๑ เล่นและทำกิจกรรม และปฏิบัติต่อผู้อื่น อย่าง ปลอดภัย ๑.๑.๔ การรักษาความ ปลอดภัย (๑) การปฏิบัติให้ปลอดภัย ในกิจวัตรประจำวัน (๒) การฟังนิทาน เรื่องราว เหตุการณ์ เกี่ยวกับการ ป้องกันและรักษาความ ปลอดภัย (๓) การเล่นเครื่องเล่น อย่างปลอดภัย (๔) การเล่นบทบาทสมมุติ เหตุการณ์ต่างๆ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - การรักษาความปลอดภัย ของตนเองและการปฏิบัติ ต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัยใน ชีวิตประจำวัน - การปฏิบัติตนอย่าง เหมาะสม เมื่อเจ็บป่วย - การระวังภัยจากคนแปลก หน้าและอุบัติเหตุต่างๆ 23


พัฒนาการ ด้านร่างกาย มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง ใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ชั้นอนุบาล ๑ อายุ ๓-๔ ปี ชั้นอนุบาล ๒ อายุ ๔-๕ ปี ๒.๑ เคลื่อนไหวร่างกาย อย่างคล่องแคล่ว ประสาน สัมพันธ์ และทรงตัวได้ ๒.๑.๑ เดินตามแนว ที่กำหนดได้ ๒.๑.๑ เดินต่อเท้าไปข้างหเป็นเส้นตรงได้ โดยไม่ต้องกางแขน ๒.๑.๒ กระโดดสองขา ขึ้นลง อยู่กับที่ได้ ๒.๑.๒ กระโดดขาเดียว อยู่กับที่ได้โดยไม่เสียการทรงตัว


สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๓ อายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ หน้า ง ๒.๑.๑ เดินต่อเท้าถอยหลัง เป็นเส้นตรงได้ โดยไม่ต้อง กางแขน ๑.๑.๑ ใช้กล้ามเนื้อใหญ่ (๑) การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ (๒) การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ (๓) การเคลื่อนไหวพร้อม วัสดุอุปกรณ์ (๔) การเคลื่อนไหวที่ใช้ ประสานสัมพันธ์ของการใช้ กล้ามเนื้อใหญ่ในการขว้าง การจับ การโยน การเตะ (๕)การเล่นเครื่องเล่นสนาม อิสระ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - สามารถเคลื่อนไหวโดย ควบคุมร่างกายไปใน ทิศทาง ระดับและพื้นที่ ต่างๆ ๒.๑.๒ กระโดดขาเดียว ไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่เสียการทรงตัว ๑.๑.๑ ใช้กล้ามเนื้อใหญ่ (๑) การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ (๒) การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - สามารถเคลื่อนไหวโดย ควบคุมร่างกายไปใน ทิศทาง ระดับและพื้นที่ ต่างๆ 24


ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ชั้นอนุบาล ๑ อายุ ๓-๔ ปี ชั้นอนุบาล ๒ อายุ ๔-๕ ปี ๒.๑ เคลื่อนไหวร่างกาย อย่างคล่องแคล่ว ประสาน สัมพันธ์และทรงตัวได้ ๒.๑.๓ วิ่งแล้วหยุดได้ ๒.๑.๓ วิ่งหลบหลีกสิ่งกีด ขวางได้


สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๓ อายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ (๓) การเคลื่อนไหวพร้อม วัสดุอุปกรณ์ (๔) การเคลื่อนไหวที่ใช้ ประสานสัมพันธ์ของการใช้ กล้ามเนื้อใหญ่ในการขว้าง การจับ การโยน การเตะ (๕) การเล่นเครื่องเล่น สนามอิสระ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - สามารถเคลื่อนไหว ร่างกายโดยควบคุมให้อยู่ กับที่ ๒.๑.๓ วิ่งหลบหลีกสิ่งกีด ขวาง ได้อย่างคล่องแคล่ว ๑.๑.๑ ใช้กล้ามเนื้อใหญ่ (๒) การเคลื่อนไหว เคลื่อนที่ ๑.๑.๕ การตระหนักรู้ เกี่ยวกับร่างกายตนเอง (๑) การเคลื่อนไหวโดย ควบคุมตนเองไปในทิศทาง ระดับ และพื้นที่ (๒) การเคลื่อนไหวข้าม สิ่งกีดขวาง เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - สามารถเคลื่อนไหวโดย การควบคุมร่างกายไป ในทางทิศทาง ระดับและ พื้นที่ต่างๆ 25


ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ชั้นอนุบาล ๑ อายุ ๓-๔ ปี ชั้นอนุบาล ๒ อายุ ๔-๕ ปี ๒.๑ เคลื่อนไหวร่างกาย อย่างคล่องแคล่ว ประสาน สัมพันธ์ และทรงตัวได้ ๒.๑.๔ รับลูกบอลโดยใช้มือ และลำตัวช่วย ๒.๑.๔ รับลูกบอลโดยใช้มือ ทั้งสองข้าง


สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๓ อายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๒.๑.๔ รับลูกบอลที่กระดอน ขึ้นจากพื้นได้ ๑.๑.๑ ใช้กล้ามเนื้อใหญ่ (๒) การเคลื่อนไหว เคลื่อนที่ (๓) การเคลื่อนไหวพร้อม วัสดุอุปกรณ์ (๔) การเคลื่อนไหวที่ใช้ ประสานสัมพันธ์ของการใช้ กล้ามเนื้อใหญ่ในการขว้าง การจับ การโยน การเตะ ๑.๑.๕ การตระหนักรู้ เกี่ยวกับร่างกายตนเอง (๑) การเคลื่อนไหวโดย ควบคุมตนเองไปในทาง ทิศทาง ระดับ และพื้นที่ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - สามารถเคลื่อนไหวโดย การควบคุมร่างกายไป ในทางทิศทาง ระดับและ พื้นที่ต่างๆ 26


ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ชั้นอนุบาล ๑ อายุ ๓-๔ ปี ชั้นอนุบาล ๒ อายุ ๔-๕ ปี ๒.๒ ใช้มือ - ตา ประสาน สัมพันธ์กัน ๒.๒.๑ ใช้กรรไกรตัดกระดาษ ขาดจากกันได้โดยใช้มือเดียว ๒.๒.๑ ใช้กรรไกรตัดกระดาษตามแนวเส้นตรงได้ ๒.๒.๒ เขียนรูปวงกลม ตาม แบบได้ ๒.๒.๒ เขียนรูปสี่เหลี่ยม ตามแบบได้อย่างมีมุมชัดเจน ๒.๒.๓ ร้อยวัสดุที่มีรูขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง ๑ เซนติเมตร ได้ ๒.๒.๓ ร้อยวัสดุที่มีรูขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.๕ เซนติเมตร ได้


สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๓ อายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ษ ๒.๒.๑ ใช้กรรไกรตัดกระดาษ ตามแนวเส้นโค้งได้ ๑.๑.๒ การใช้กล้ามเนื้อ เล็ก (๕) การหยิบจับ การใช้ กรรไกร การฉีก การตัด การปะ และการร้อยวัสดุ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - การกำกับตนเอง - การเล่นและทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง ตามลำพังหรือ กับผู้อื่น ม ๒.๒.๒ เขียนรูปสามเหลี่ยม ตามแบบได้อย่างมีมุมชัดเจน ๑.๑.๒ การใช้กล้ามเนื้อ เล็ก (๒) การเขียนภาพและการ เล่นกับสี เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - การกำกับตนเอง - การเล่นและทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง ตามลำพังหรือ กับผู้อื่น ๒.๒.๓ ร้อยวัสดุที่มีรูขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.๒๕ เซนติเมตร ได้ ๑.๑.๒ การใช้กล้ามเนื้อ เล็ก (๕) การหยิบจับ การใช้ กรรไกร การฉีก การตัด การปะ และการร้อยวัสดุ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - การกำกับตนเอง - การเล่นและทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง ตามลำพังหรือ กับผู้อื่น 27


พัฒนาการ ด้านอารมณ์ จิตใจ มาตรฐานที่ ๓ มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ชั้นอนุบาล ๑ อายุ ๓-๔ ปี ชั้นอนุบาล ๒ อายุ ๔-๕ ปี ๓.๑ แสดงออกทางอารมณ์ ได้อย่างเหมาะสม ๓.๑.๑ แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้เหมาะสมกับบาง สถานการณ์ ๓.๑.๑ แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้ตามสถานการณ์ ๓.ควสถ๓.๒ มีความรู้สึกที่ดีต่อ ตนเองและผู้อื่น ๓.๒.๑ กล้าพูดกล้า แสดงออก ๓.๒.๑ กล้าพูดกล้า แสดงออกอย่างเหมาะสม บางสถานการณ์ ๓.แสตา


สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๓ อายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑.๑ แสดงอารมณ์ วามรู้สึกได้สอดคล้องกับ ถานการณ์อย่างเหมาะสม ๑.๒.๒ การเล่น (๑) การเล่นอิสระ (๒) การเล่นรายบุคคล กลุ่ม ย่อย กลุ่มใหญ่ (๓) การเล่นตามมุมประสบการณ์ (๔) การเล่นนอกห้องเรียน เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก -การแสดงออกทางอารมณ์ และความรู้สึกอย่าง เหมาะสม ๒.๑ กล้าพูดกล้า สดงออกอย่างเหมาะสม ามสถานการณ์ ๑.๒.๑ สุนทรีภาพ ดนตรี (๑) การฟังเพลง การร้องเพลง และการแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบ เสียงดนตรี(๒) การเล่นเครื่อง เล่นดนตรีประกอบจังหวะ (๓) การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง ดนตรี (๔) การเล่นบทบาทสมมติ ๑.๒.๓ คุณธรรมจริยธรรม (๓) การร่วมสนทนาและ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิง จริยธรรม เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - การแสดงความคิดเห็นของ ตนเองและรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่น 28


ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ชั้นอนุบาล ๑ อายุ ๓-๔ ปี ชั้นอนุบาล ๒ อายุ ๔-๕ ปี ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ชั้นอนุบาล ๑ อายุ ๓-๔ ปี ชั้นอนุบาล ๒ อายุ ๔-๕ ปี ๓.๒ มีความรู้สึกที่ดีต่อ ตนเองและผู้อื่น ๓.๒.๒ แสดงความพอใจใน ผลงานตนเอง ๓.๒.๒ แสดงความพอใจ ในผลงานและความสามารถ ของตนเอง ๓.ผลขอ


สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๓ อายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑.๒.๔ การแสดงออกทาง อารมณ์ (๑) การพูดสะท้อนความรู้สึกของ ตนเอง และผู้อื่น (๒) การเล่นบทบาทสมมติ (๓) การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง ดนตรี (๔) การร้องเพลง สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๓ อายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๒.๒แสดงความพอใจใน ลงานและความสามารถ องตนเองและผู้อื่น ๑.๒.๕ การมีอัตลักษณ์เฉพาะ ตนและเชื่อว่าตนเองมี ความสามารถ (๑) การปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ตามความสามารถของตนเอง ๑.๒.๖ การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (๑) การแสดงความยินดีเมื่อผู้อื่น มีความสุข เห็นใจเมื่อผู้อื่นเศร้า เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - การตระหนักรู้เกี่ยวกับ ตนเอง 29


ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ชั้นอนุบาล ๑ อายุ ๓-๔ ปี ชั้นอนุบาล ๒ อายุ ๔-๕ ปี พัฒนาการ ด้านอารมณ์ จิตใจ มาตรฐานที่ ๔ ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ชั้นอนุบาล ๑ อายุ ๓-๔ ปี ชั้นอนุบาล ๒ อายุ ๔-๕ ปี ๔.๑ สนใจ มีความสุข และแสดงออก ผ่านงาน ศิลปะ ดนตรี และการ เคลื่อนไหว ๔.๑.๑ สนใจ มีความสุข และ แสดงออกผ่านงานศิลปะ ๔.๑.๑ สนใจ มีความสุข และ แสดงออกผ่านงานศิลปะ ๔.แส๔.๑.๒ สนใจ มีความสุขและ แสดงออกผ่านเสียงเพลง ดนตรี ๔.๑.๒ สนใจ มีความสุขและ แสดงออกผ่านเสียงเพลง ดนตรี ๔.แสดน


สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๓ อายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ หรือเสียใจ และการช่วยเหลือ ปลอบโยนเมื่อผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๓ อายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑.๑ สนใจ มีความสุข และ สดงออกผ่านงานศิลปะ ๑.๒.๑ สุนทรีภาพ ดนตรี (๕) การทำกิจกรรมศิลปะต่างๆ (๖) การสร้างสรรค์สิ่งสวยงาม ๑.๒.๔ การแสดงออกทาง อารมณ์ (๕) การทำงานศิลปะ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - ความภูมิใจในตนเอง การ สะท้อนการรับรู้อารมณ์และ ความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น ๑.๒ สนใจ มีความสุขและ สดงออกผ่านเสียงเพลง นตรี ๑.๒.๑สุนทรีภาพ ดนตรี (๑) การฟังเพลง การร้องเพลง และการแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบ เสียงดนตรี (๒) การเล่นเครื่องดนตรีประกอบ จังหวะ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - การเคลื่อนไหวร่างกาย ประกอบเพลง 30


ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ชั้นอนุบาล ๑ อายุ ๓-๔ ปี ชั้นอนุบาล ๒ อายุ ๔-๕ ปี ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ชั้นอนุบาล ๑ อายุ๓-๔ ปี ชั้นอนุบาล ๒ อายุ ๔-๕ ปี ๔.๑ สนใจ มีความสุข และแสดงออก ผ่านงาน ศิลปะ ดนตรี และการ เคลื่อนไหว ๔.๑.๓ สนใจ มีความสุข และ แสดงท่าทาง/เคลื่อนไหว ประกอบเพลงจังหวะ และ ดนตรี ๔.๑.๓ สนใจ มีความสุข และ แสดงท่าทาง/เคลื่อนไหว ประกอบเพลง จังหวะ และ ดนตรี ๔.แสปรดน


สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๓ อายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑.๒.๔ การแสดงออกทาง อารมณ์ (๔) การร้องเพลง สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๓ อายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑.๓ สนใจ มีความสุข และ สดงท่าทาง/เคลื่อนไหว ระกอบเพลง จังหวะ และ นตรี ๑.๒.๑ สุนทรีภาพ ดนตรี (๓) การเคลื่อนไหวตาม เสียงเพลง/ดนตรี (๔) การเล่นบทบาทสมมุติ ๑.๒.๔ การแสดงออกทาง อารมณ์ (๓) การเคลื่อนไหวตาม เสียงเพลง/ดนตรี เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - การกำกับตนเองการเล่น และทำสิ่งต่างด้วยตนเองตาม ลำพังหรือกับผู้อื่น 31


พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ มาตรฐานที่ ๕ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ชั้นอนุบาล ๑ อายุ ๓-๔ ปี ชั้นอนุบาล ๒ อายุ ๔-๕ ปี ๕.๑ ซื่อสัตย์สุจริต ๕.๑.๑ บอกหรือชี้ได้ว่าสิ่งใด เป็นของตนเองและสิ่งใดเป็น ของผู้อื่น ๕.๑.๑ ขออนุญาต หรือ รอคอย เมื่อต้องการสิ่งของ ของผู้อื่น เมื่อมีผู้ชี้แนะ ๕.รอขอ


สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๓ อายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑.๑ ขออนุญาต หรือ อคอย เมื่อต้องการสิ่งของ องผู้อื่น ด้วยตนเอง ๑.๒.๑ สุนทรีภาพ ดนตรี (๔) การเล่นบทบาทสมมติ ๑.๒.๓ คุณธรรมจริยธรรม (๒) การฟังนิทานเกี่ยวกับ คุณธรรม จริยธรรม (๓) การร่วมสนทนาและ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิง จริยธรรม ๑.๓.๔ การมีปฏิสัมพันธ์ มีวินัย มีส่วนร่วมและบทบาท สมาชิกของสังคม (๒) การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดี ของห้องเรียน ๑.๓.๕ การเล่นและทำงานแบบ ร่วมมือร่วมใจ (๑) การร่วมสนทนาและ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น (๒) การเล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่น เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - มีคุณธรรม จริยธรรม ความเมตตากรุณา - เคารพสิทธิของตนเองและ ผู้อื่น - การคิดแยกแยะระหว่าง ผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม (การเข้าแถว) - พลเมืองกับความ รับผิดชอบต่อสังคม (ความรับผิดชอบต่อตนเอง) 32


Click to View FlipBook Version