The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คุณธรรมและจริยธรรมสำหรับครู

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 019พัชราภา ทองลิ่ม, 2023-01-22 01:32:14

คุณธรรมและจริยธรรมสำหรับครู

คุณธรรมและจริยธรรมสำหรับครู

คุคุ คุ ณ คุ ณธรรมและ จริริ ริ ยริ ยธรรมสำสำสำสำหรัรั รั บ รั บครูรู รูรู


ตำ ราเล่มนี้เขียนขึ้นเพื่อใช้เป็นตำ ราประกอบการเรียน รายวิชา PC62501 คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ และจิตวิญญาณ ความเป็นครู ผู้เขียนได้ศึกษาค้นคว้า และเรียบเรียงจากตำ รา บทความ เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณธรรม จริยธรรม สำ หรับครู โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เรียน มีความรู้ มีความเข้าใจ ตลอดจนประยุกต์ใช้ความรู้ทั้งทางทฤษฎี และวิธีปฏิบัติ พร้อมทั้งยก ตัวอย่างประกอบ เพื่อให้เกิดความเข้าใจยิ่งขึ้น เนื้อหาของตำ ราเล่มนี้มีขอบเขต โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 12 หัวข้อ ดังต่อไปนี้ ความหมายของคุณธรรม ความหมายของจริยธรรม ความสัมพันธ์ระหว่างคุณธรรมกับจริยธรรม วัตถุประสงค์ของคุณธรรม จริยธรรม ความสำ คัญของคุณธรรม จริยธรรม 6.คุณธรรม จริยธรรม สำ หรับครู 7.คุณธรรมที่พึงประสงค์สำ หรับครู 8.แนวทางการพัฒนา คุณธรรม จริยธรรมสำ หรับครู 9.คุณธรรม 4 ประการ 10.การพัฒนา คุณธรรม จริยธรรมสำ หรับครูด้วยตนเอง หลักคุณธรรมสำ หรับครู 12.แนวทางส่งเสริมคุณธรรมสำ หรับครู คณะผู้จัดทำ 22 มกราคม 2565 คำ นำ ก


เรื่อง หน้า คำ นำ ..................................................................... สารบัญ................................................................. บทที่1 คุณธรรมและจริยธรรมสำ หรับครู................ ความหมายของคุณธรรม........................................ ความหมายของ.จริยธรรม....................................... ความสัมพันธ์ระหว่างคุณธรรมกับจริยธรรม............. วัตถุประสงค์ของคุณธรรม จริยธรรม...................... ความสำ คัญของคุณธรรม จริยธรรม........................ คุณธรรม จริยธรรมสำ หรับครู................................. คุณธรรมที่พึงประสงค์สำ หรับครู............................ แนวทางการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมสำ หรับครู.. คุณธรรม 4 ประการ............................................... การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมสำ หรับครูด้วยตนเอง หลักคุณธรรมสำ หรับครู......................................... แนวทางส่งเสริมคุณธรรมสำ หรับครู...................... บทสรุป.................................................................. คำ ถามทบทวน....................................................... บรรณานุกรม......................................................... บรรณานุกรม(ต่อ)................................................. ก ข 1 1 2 3 4 5 6 8 8 9 11 12 15 15 16 ค ง สารบับั บั ญบั ญ ข


ความหมายของคุณธรรม คุณธรรม เป็นนามธรรมเป็นเรื่องของจิตที่มีหน้าที่คิด ตามสิ่งต่างๆที่มากระทบ เช่น ตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นลิ้มรส กายสัมผัส เย็น ร้อน อ่อน แข็ง ใจเป็นทุกข์เป็นสุข ทำ ให้คิดถึงอดีต ปัจจุบันและอนาคต วนเวียนอยู่อย่างนี้ตลอด ไป เพราะเป็นธรรมชาติของจิตที่มีหน้าที่คิดคุณ ในข้อนี้ หมายถึง ความคิดที่ดีมี ประโยชน์ ต่อตนเองและผู้อื่นธรรม ในข้อนี้ หมายถึง คำ สอนขององค์สมเด็จพระ สัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านตรัสสอนตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นมาแล้ว กับมวล มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายที่อยู่ร่วมกันในโลกนี้คุณธรรม หมายถึง ธรรมชาติที่เป็น คุณ เป็นประโยชน์ ซึ่งธรรมชาติของมนุษย์มีชีวิต จิตใจ มีสติ ปัญญา มีความรู้สึก นึกคิดที่ดีกันทุกคน หรือที่เรียกว่า “ คิดดี” ส่วนจะมีมากหรือมีน้อยแตกต่างกันไปผู้ ที่มีคุณธรรม หมายถึง ผู้ที่มีสติ ปัญญาดีรู้ผิด ชอบ ชั่ว ดีรู้บาป บุญ คุณ โทษ เชื่อ ว่าทำ ดีได้ดี ทำ ชั่วได้ชั่ว คิดแต่สิ่งที่ดีมีประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น รวมทั้งประเทศ ชาติบ้านเมือง หรือได้ศึกษาและปฏิบัติตาม พระธรรมคำ สอนขององค์สมเด็จพระ สัมมาสัมพุทธเจ้ามาดีแล้ว เรียกว่าเป็นผู้มีคุณธรรม ประจำ ใจตัวอย่างผู้ที่มีคุณธรรม ผู้ที่มีคุณธรรม หมายถึงผู้ที่มีความเมตตา กรุณา คือมีความรัก ความสงสาร มีจิตใจ โอบอ้อมอารีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความซื่อสัตย์สุจริตต่อตนเองและผู้อื่น มีความกตัญญู รู้คุณ พ่อแม่ ครู อาจารย์ และชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ มีจิตใจอันสูงส่ง มีหิริ โอตตัปปะ มีความละอายต่อบาป มีความเกรงกลัวต่อบาป ไม่ดูถูกเหยียดหยามผู้ที่ ด้อยกว่า มีจิตสำ นึกอันดีประพฤติตนเป็นคนดีเป็นแบบอย่างที่ดีสร้างความเจริญ รุ่งเรืองให้กับตนเองและผู้อื่น รวมทั้งประเทศชาติบ้านเมือง นี้คือตัวอย่างผู้ที่“มี คุณธรรมประจำ ใจ”ตัวอย่างผู้ที่ขาดคุณธรรม หมายถึง ผู้ที่มีสติ ปัญญาน้อย ขาด ความเมตตา กรุณา ไม่มีความรัก ไม่มีความสงสารต่อผู้ใด ขาดหิริโอตตัปปะ ไม่มี ความละอายต่อบาป ไม่มีความเกรงกลัวต่อบาป ไม่เชื่อคำ สอนของพระผู้มีพระภาค เจ้า ไม่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ไม่เชื่อว่าทำ ดีได้ดี ทำ ชั่วได้ชั่ว ไม่เชื่อว่ามีชาติก่อน มี ชาติหน้า ไม่ได้ศึกษาและปฏิบัติตาม พระธรรมคำ สอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัม พุทธเจ้า จิตถูกกิเลส คือความโลภ ความโกรธ ความหลง ครอบงำ คิดแต่สิ่งชั่วร้าย เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวมสร้างความเดือดร้อนให้กับ ตนเองและผู้อื่น รวมทั้งประเทศชาติบ้านเมือง ถือว่าผู้นั้นมีธรรมชาติที่เป็นโทษ หรือเรียกว่า “ ขำ ดคุณธรรมประจำ ใจ” นี้คือตัวอย่างผู้ที่ขาดคุณธรรม ซึ่งเป็นเพียง ตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ยังมีคำ สอนของพระพุทธเจ้า อีกมากมายที่ผู้ใดนำ มาปฏิบัติ ตามแล้ว จะทำ ให้เกิดคุณธรรมแก่ตนเอง บทที่ที่ ที่ที่ 1 คุคุ คุ ณ คุ ณธรรม จริริริยริ ธรรมสำสำสำสำหรัรั รั บรั บครูรูรูรู 1


ความหมายของจริยธรรม จริยธรรม เป็นรูปธรรม เป็นเรื่องของการแสดงออกทางกาย ทางวาจา จริย หมายถึง การแสดงออกทางกาย ทางวาจา ของมนุษย์ ธรรม ในข้อนี้หมายถึง ธรรมชาติของมนุษย์ที่มีกาย วาจา เป็นสื่อภาษาที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร ระหว่างกัน จริยธรรม หมายถึงการแสดงออกทางกาย ทางวาจาการแสดงออก ทางกาย คือ ทำ แต่สิ่งที่ดีมีประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น รวมทั้งประเทศชาติ บ้านเมือง เรียกว่า “ ทำ ดี” การแสดงออกทางวาจา คือพูดแต่เรื่องที่ดีมี ประโยชน์ต่อตนเอง และผู้อื่นที่เรียกว่า “พูดดี” ผู้มีจริยธรรม หมายถึงผู้ที่มีสติ ปัญญาดีแสดงออกในสิ่งที่ดีงาม ทางกาย ทางวาจา เป็นประโยชน์ต่อตนเอง และผู้อื่น รวมทั้งประเทศชาติ บ้านเมือง หรือผู้ที่ได้รับการอบรมสั่งสอน จากพระ ธรรมค าสอนของ องค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้า มีความส ารวมทางกาย ทาง วาจาดีแล้ว เรียกว่าผู้นั้นมี “ จริยธรรม ” ตัวอย่างผู้ที่มีจริยธรรม ผู้ที่มีจริยธรรม คือผู้ที่มีกิริยาวาจาสุภาพ เรียบร้อย อ่อนน้อมถ่อมตน การแสดงออกทางกาย เช่น แต่งตัวสุภาพ เรียบร้อย ถูกกาลเทศะ ตามขนบธรรมเนียมและประเพณีอัน ดีงามของไทย ไม่แสดงกิริยากระด้าง กระเดื่อง ใช้วาจา สุภาพอ่อนโยน ไม่พูด ปด ไม่พูดคำ หยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ ไม่พูดส่อเสียด ให้ผู้อื่นต้องเสียใจ นี้คือ ตัวอย่างผู้ที่ มีจริยธรรม คือการพูดดี ทำ ดีกายประกอบกรรมดี วาจาพูดแต่เรื่องที่ ดีมีประโยชน์ที่เรียกว่า “ พูดดี ทำ ดี” ดวงเดือน พันธุมนาวิน (2522 : 32-33) ให้ความหมายของจริยธรรมว่า หมาย ถึง ลักษณะทางสังคมหลายลักษณะของมนุษย์ รวมทั้งพฤติกรรมทางสังคม ประเภทต่างๆ ซึ่งสังคมต้องการให้มีในสมาชิก เป็นพฤติกรรมที่สังคมนิยมชม ชอบให้การสนับสนุน และผู้กระทำ ส่วนมากเกิดความพอใจว่า การกระทำ นั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม ระวีภาวิไล (2522 : 8) กล่าวว่า จริยธรรม หมายถึง แนวทางความ ประพฤติและปฏิบัติเพื่อบรรลุถึงสภาพชีวิตอันทรงคุณค่าที่พึงประสงค์ วิทย์ วิศทเวทย์ (2524 : 19) กล่าวว่า จริยธรรม คือ พันธะหรือหน้าที่ที่ เราปฏิบัติต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในทางพระพุทธศาสนา จริยธรรม คือการนำ เอา ความรู้ในความจริงหรือกฎธรรมชาติมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการดำ เนินชีวิตที่ ดีงาม ซึ่งจักก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม กมล ทองธรรมชาติ (2529 : 80-82) กล่าวว่า จริยธรรม คือ การกระทำ ทั้งกาย วาจา และใจ ที่ดีงาม เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม สำ หรับนักการศึกษาต่างประเทศได้มีผู้ให้ความหมายไว้หลากหลายในทัศนะ ของตน ได้แก่ 2


เพียเจต์ (Piaget 1960 : 160-161) มีทรรศนะว่าจริยธรรมเป็นลักษณะ ประสบการณ์ของมนุษย์ และหน้าที่ที่เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ในการให้ความร่วมมือ เกี่ยวกับการจัดเตรียมทางสังคมในเรื่องความสนใจ และอนามัยของแต่ละบุคคล ความสัมพันธ์ร่วมกันในรูปของสิ่งที่ควรกระทำ และสิทธิ์ กู๊ด (Good 1973 : 89) กล่าวถึงจริยธรรมว่า หมายถึง การปรับพฤติกรรม ให้เข้ากับกฎเกณฑ์หรือมาตรฐานของความประพฤติที่ถูกต้องหรือดีงาม โคลเบิร์ก (Kohlberg 1972 : 212) กล่าวถึงจริยธรรมว่า จริยธรรมเป็นความ รู้สึกผิดชอบชั่วดี เป็นกฎเกณฑ์และมาตรฐานของการประพฤติปฏิบัติในสังคมซึ่ง บุคคลพัฒนาขึ้นจนกระทั่งมีพฤติกรรมเป็นของตนเอง โดยสังคมจะเป็นตัวตัดสินผล ของการกระทำ นั้นว่าเป็นการกระทำ ที่ถูกหรือผิด ความสัมพันธ์ระหว่างคุณธรรมกับจริยธรรม เมื่อเราพูดถึงจริยธรรม เรามักนึกถึงพันธกิริยา (กิริยาหรือพฤติกรรมที่กระทำ ระหว่างกัน) ที่มนุษย์มีต่อเพื่อนมนุษย์เป็นพันธะหรือหน้าที่ที่เราจะต้องปฏิบัติต่อสิ่ง ใดสิ่งหนึ่ง เช่น จงอย่าฆ่า จงอย่าพูดเท็จ จงอย่าทุจริต เป็นต้น แต่เมื่อสังคมได้ เพิ่มความสลับซับซ้อนยิ่งขึ้น มนุษย์จึงมีพันธะเพิ่มอีก คือ พันธกิริยาที่มนุษย์มีต่อ สังคม หรือต่อรัฐ ซึ่งเรียกว่า จริยธรรมทางสังคม หรือจริยธรรมองค์การ ดังนั้น จริยธรรม คือ หลักที่ดีงามในการประพฤติปฏิบัติของคนในองค์การต่างๆ เพราะ สมาชิกในองค์การใดหากขาดจริยธรรมในการดำ รงตนแล้ว องค์การหรือหน่วยงาน นั้นย่อมประสบปัญหา มีแต่ความยุ่งยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาในด้าน พฤติกรรมของคนในองค์การ คำ ว่า “คุณธรรม” กับ “จริยธรรม” มักถูกกล่าวคู่กันเสมอ เพราะมีความหมาย ที่ใกล้เคียงกันที่บ่งบอกถึงสภาพแห่งความดี ความงามของหลักประพฤติปฏิบัติ ความจริงแล้วคำ สองคำ นี้มีความหมายใกล้เคียงกันและสัมพันธ์กัน แม้แต่คำ ใน ภาษาอังกฤษที่ใช้ก็มักใช้ไปในลักษณะที่เหมือนกันหรือใกล้เคียงกัน กล่าวคือ คุณธรรม (Virtue, Moral, Principles) และจริยธรรม (Morals, Ethic) แต่ อย่างไรก็ตาม คุณธรรม และ จริยธรรม ก็จะมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด จะเห็นได้ว่า คุณธรรม เป็นลักษณะของความรู้สึกนึกคิดที่ดีทางจิตใจ ส่วน จริยธรรม เป็นลักษณะการแสดงออกที่ดี ซึ่งเป็นพฤติกรรมทางกายวาจา โดยที่ จริยธรรมเป็นกฎระเบียบของสังคมที่สร้างขึ้นมา และเป็นที่ยอมรับของกลุ่มบุคคลใน สังคมรวมทั้งตัวเราเองด้วย เป็นลักษณะพฤติกรรมที่ดีงามที่แสดงออกทางกายวาจา ส่วนคุณธรรมนั้นจะเป็นกระบวนการต่อเนื่องในการทำ ความดีตามที่จิตใจของเรา เห็นดีเห็นงามหรือยินยอมพร้อมใจ เมื่อคนเราปฏิบัติตามเกณฑ์ของสังคมย่อมได้ รับการยอมรับหรือยกย่องว่าเป็นความดีงาม ซึ่งคนเราจะอยู่และเป็นคนดีในสังคม ได้นั้น จะต้องมีคุณธรรมและจริยธรรมเป็นหลักพื้นฐานทางด้านจิตใจ สองประการนี้ 3


มักแยกกันไม่ออก แต่บางกรณีเราอาจกระทำ ลงไปโดยที่เราไม่รู้ว่านี่เป็นจริยธรรม อย่างหนึ่ง แต่เมื่อได้กระทำ ลงไปด้วยความเคยชินจนเป็นปกติวิสัย เป็นสิ่งที่ ตนเองเห็นว่าดีแล้ว เหมาะสมแล้ว แล้วยังเป็นสิ่งที่สังคมยอมรับอีกก็ถือว่าเป็น คุณธรรมที่ดีงาม และยังเป็นจริยธรรมอันถูกต้องอีกด้วย การอยู่ร่วมกันในสังคมหมู่มากของมนุษย์นั้น จำ เป็นจะต้องมีเครื่องยึด เหนี่ยวบุคคลเหล่านั้นให้อยู่ร่วมกัน ทำ งานด้วยกัน แบ่งปันความสุขซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาในองค์การจะต้อง กำ กับดูแลให้องค์การปฏิบัติงานไปด้วยความเรียบร้อยตามวัตถุประสงค์ โดยผู้ใต้ บังคับบัญชาทุกคนร่วมมือกันทำ งาน มีความพึงพอใจและความสุขกับการทำ งาน ดัง นั้น ทุกคนในสังคมจึงต้องมี “คุณธรรมจริยธรรม” ประจำ ใจและเป็นแนวประพฤติ ปฏิบัติ คำ ว่า “คุณธรรม” กับ “จริยธรรม” มักถูกกล่าวคู่กันเสมอ เพราะมีความหมายที่ ใกล้เคียงกันที่บ่งบอกถึงสภาพแห่งความดี ความงามของหลักประพฤติปฏิบัติ ความจริงแล้วคำ สองคำ นี้มีความหมายใกล้เคียง กันและสัมพันธ์กัน แม้แต่คำ ในภาษาอังกฤษที่ใช้ก็มักใช้ไปในลักษณะที่เหมือน กันหรือใกล้เคียงกัน กล่าวคือ คุณธรรม (Virtue, Moral Principles) และ จริยธรรม (Morals) แต่อย่างไรก็ตาม คุณธรรม และ จริยธรรม ก็จะมีความสัมพันธ์ กันอย่างใกล้ชิด ประภาศรี สีหอำ ไพ (2535 : 44-46) ได้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่าคุณธรรม กับจริยธรรมไว้ ดังนี้คุณธรรม คือ สภาพคุณงามความดีภายในตัวบุคคลท าให้เกิด ความชื่นชมยินดี มีจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขขั้นสมบูรณ์ คือความสุขใจ ผลิตผลของความดีเป็นธรรมที่กล่าวได้ว่า ท าได้ดี ใจที่เป็นสุขกล่าวคือ ใจของคน ดีคือใจที่มีแต่จะให้ ให้ความรักความเมตตาความปรารถนาดีต่อผู้อื่น ส่วนอีกความ หมายหนึ่ง คุณธรรมคือ หลักธรรมจริยาที่สร้างความรับผิดชอบชั่วดีในศีลธรรม มี คุณงามความดีภายในจิตใจอยู่ในขั้นสมบูรณ์ อันเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขความ ยินดี การกระทำ ที่ดีย่อมทำ ให้เกิดผลผลิตของความดี วัตถุประสงค์ของคุณธรรม จริยธรรม 1. เพื่อให้นักเรียนเป็นผู้มีสัมมาคารวะ รู้จักทำ ความเคารพและรู้จักการไหว้ที่ถูกต้อง 2. เพื่อให้นักเรียนมีคุณธรรมประจำ ใจมีความรับผิดชอบไม่เอารัดเอาเปรียบและ รู้จักช่วยเหลือผู้อื่นได้ 3. เพื่อฝึกนักเรียนเป็นผู้รู้จักประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย 4


4. เพื่อฝึกนักเรียนให้เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต รู้จักแสดงความยินดีต่อผู้ที่ ทำ ความดี 5. เพื่อให้นักเรียนเป็นผู้มีความเสียสละต่อประโยชน์ส่วนรวม 6. ทำ ให้เด็กและเยาวชนของชาติตระหนักในค่านิยมด้านคุณธรรมจริยธรรม สามารถนำ ไปประพฤติปฏิบัติในชีวิต ประจำ วันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะ เป็นการสร้างทรัพยากรบุคคลของชาติให้มีคุณธรรมจริยธรรมและมีประสิทธิภาพ อันเป็นปัจจัยในการพัฒนาประเทศให้เกิดประสิทธิผลต่อไป 7.เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณธรรมจริยธรรมและสามารถดำ เนินชีวิตได้อย่างมี ความสุข 8.เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียนมีสติรู้ตัวตลอดเวล 9.เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียน ใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีความสุข ความสำ คัญของคุณธรรม จริยธรรม ช่วยให้ชีวิตดำ เนินไปด้วยความราบรื่นและสงบช่วยให้มีสติสัมปชัญญะ อยู่ตลอดเวลาช่วยสร้างความมีระเบียบวินัยให้แก่บุคคลในชาติช่วยควบคุมไม่ให้ คนชั่วมีจำ นวนมากขึ้นช่วยให้มนุษย์นำ ความรู้และประสบการณ์มาสร้างสรรค์แต่ สิ่งที่มีคุณค่าช่วยควบคุมความเจริญทางด้านวัตถุและจิตใจของคนให้เจริญไป พร้อม ๆ กันคุณธรรมในการทำ งาน คุณธรรมในการทำ งาน หมายถึงลักษณะนิสัยที่ดีที่ควรประพฤติปฏิบัติในการ ประกอบอาชีพคุณธรรมสำ คัญที่ช่วยให้การทำ งานประสบความสำ เร็จมีดังนี้ - ความมีสติสัมปชัญญะ หมายถึงการควบคุมตนเองให้พร้อมมีสภาพตื่นตัว ฉับไวในการรับรู้ทางประสาทสัมผัสการใช้ปัญญาและเหตุผลในการตัดสินใจที่ จะประพฤติปฏิบัติในเรื่องต่างๆ ได้อย่างรอบคอบ เหมาะสม และถูกต้อง - ความซื่อสัตย์สุจริต หมายถึงการประพฤติปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมาทั้งกาย วาจา และใจ ไม่คิดคดทรยศไม่คดโกง และไม่หลอกลวงใคร - ความขยันหมั่นเพียร หมายถึงความพยายามในการทำ งานหรือหน้าที่ของ ตนเองอย่างแข็งขัน ด้วยความมุ่งมั่นเอาใจใส่อย่างจริงจังพยายามทำ เรื่อยไป จนกว่างานจะสำ เร็จ - ความมีระเบียบวินัย หมายถึงแบบแผนที่วางไว้เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติและ ดำ เนินการให้ถูกลำ ดับ ถูกที่มีความเรียบร้อยถูกต้องเหมาะสมกับจรรยาบรรณข้อ บังคับ ข้อตกลง กฎหมายและศีลธรรม 5


- ความรับผิดชอบ หมายถึงความเอาใจใส่มุ่งมั่นตั้งใจต่องานหน้าที่ ด้วยความ ผูกพัน ความพากเพียรเพื่อให้งานสำ เร็จตามจุดมุ่งหมายที่กำ หนดไว้ - ความมีน้ำ ใจ คือปรารถนาดีมีไมตรีจิตต้องการช่วยเหลือให้ทุกคนประสบความ สุข และชาวยเหลือผู้อื่นให้พ้นทุกข์ - ความประหยัด หมายถึงการรู้จักใช้ รู้จักออมรู้จักประหยัดเวลาตามความจำ เป็น เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด - ความสามัคคี หมายถึงการที่ทุกคนมีความพร้อมทั้งกายจิตใจ และความเป็นน้ำ หนึ่งใจเดียวกันมีจุดมุ่งหมายที่จะปฏิบัติงานให้ประสบความสำ เร็จโดยไม่มีการเกี่ยง งอน จริยธรรมในการทำ งาน หมายถึงกฎเกณฑ์ที่เป็นแนวทางปฏิบัติตนในการประกอบ อาชีพที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีงาน เหทาะสมและยอมรับการทำ งานหรือการประกอบอาชีพ ต่าง ๆ จะเน้นในเรื่องของจริยธรรมที่มีความแตกต่างกันดังนี้ จริยธรรมในการทำ งาน ทั่วไป จริยธรรมที่นำ มาซึ่งความสุขความเจริญในการทำ งานและการดำ รงชีวิต เรียก ว่ามงคล 38 ประการ มงคลชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการทำ งานมีดังนี้ ชำ นาญในวิชาชีพของตน (มงคลชีวิตข้อที่ 8) เป็นการนำ ความรู้ที่เล่าเรียน ฝึกฝน อบรมมาปฏิบัติให้เกิดความชำ นาญจนสามารถยึดเป็นอาชีพได้ ระเบียบวินัย (มงคลชีวิตข้อที่ 9) การฝึกกายวาจาให้อยู่ในระเบียบวินัยที่สังคมหรือ สถาบันวางไว้เป็นแบบแผน กล่าววาจาดี (มงคลชีวิตข้อที่ 10) คือ วจีสุจริต4ประการ ได้แก่ ความจริงคำ ประสานสามัคคี คำ สุภาพ คำ มีประโยชน์ ทำ งานไม่คั่งค้างสับสน (มงคลชีวิตข้อที่ 14) ลักษณะการทำ งานของคนโดยทั่วไปมี 2 แบบ คือ – การทำ งานคั่งค้างสับสน คือ ทำ งานหยาบยุ่งเหยิง ทำ งานไม่สำ เร็จ – การทำ งานไม่คั่งค้าง คือ การทำ งานดีมีระเบียบ ทำ งานเต็มฝีมือ และทำ งานให้ เสร็จ คุณธรรม จริยธรรมสำ หรับครู คุณธรรมของครูตามข้อเสนอของคุรุสภาคุรุสภาได้จัดประชุมสัมมนาวิชาชีพครู ครั้งที่6 เมื่อวันที่ 27-28 เมษายน พ.ศ.2532 ได้ผลสรุปว่าบุคคลผู้ประกอบวิชาชีพครู ควรมีลักษณะพื้นฐาน 4 ประการคือ รอบรู้ 6


สอนดี มีคุณธรรมจรรยาบรรณ และมุ่งมั่นพัฒนา (สำ นักงานเลขาธิการคุรุสภา 2534 : 6-9) ในที่นี้จะนำ มากล่าวเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อคุณธรรมตามจรรยาบรรณ ซึ่งมี คุรุสภากำ หนดไว้ 9 ข้อดังต่อไปนี้ 1. มีเมตตากรุณา พฤติกรรมหลัก คือ มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือเพื่อนร่วม งานและสังคม มีความสนใจและห่วงใยในการเรียนและความประพฤติของ นักเรียนส่วนพฤติกรรมบ่งชี้ คือ ไม่นิ่งดูดายและเต็มใจช่วยเหลือผู้อื่นตามก าลัง ความสามารถ ให้ความรักความเอาใจใส่ช่วยเหลือดูแลเด็กให้ได้รับความสุขและ พ้นทุกข์ เป็นกันเองกับนักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีความรู้สึกเปิดเผยไว้วางใจ และ เป็นที่พึ่งของนักเรียน 2. มีความยุติธรรม พฤติกรรมหลัก คือ มีความเป็นธรรมต่อนักเรียนและมีความเป็นก ลางพฤติกรรมบ่งชี้ คือ เอาใจใส่และปฏิบัติต่อนักเรียนทุกคนอย่างเสมอภาคและ ไม่ลำ เอียง ตัดสินคู่มือส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณของครูและ บุคลากรทางการศึกษาปัญหาของนักเรียนด้วยความเป็นกลาง ยินดีช่วยเหลือ นักเรียน ผู้ร่วมงานและผู้บริหารโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง 3. มีความรับผิดชอบพฤติกรรมหลัก คือ มุ่งมั่นในผลงาน ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าและ ปฏิบัติหน้าที่ครบถ้วนพฤติกรรมบ่งชี้ คือ มีวิธีการที่จะปฏิบัติงานให้บรรลุ วัตถุประสงค์ วางแผนการใช้เวลาอย่างเหมาะสมและปฏิบัติงานให้ทันเวลา ใช้ เวลาคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ วางแผนการปฏิบัติงานอย่างมีระบบ ปฏิบัติงานตาม แผนได้เสร็จและมีประสิทธิภาพ มีความรอบคอบ ระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ทุก ด้าน ปฏิบัติภารกิจทุกด้านได้ครบตามความสามารถและประเมินผลการปฏิบัติงาน ได้อย่างเหมาะสม 4. มีวินัยพฤติกรรมหลัก คือ มีวินัยในตนเอง และปฏิบัติตามกฎและระเบียบ พฤติกรรมบ่งชี้ คือ ควบคุมตนเองให้ปฏิบัติตนอย่างถูกต้องตามทำ นองคลองธรรม มีวิธีทำ งานที่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้อื่นได้ ปฏิบัติตามกฎและระเบียบของหน่วย งานและสถานศึกษาปฏิบัติหน้าที่การงานเป็นไปตามขั้นตอน 5. มีความขยันพฤติกรรมหลัก คือ มีความตั้งใจและมีความพยายามพฤติกรรมบ่งชี้ คือ กระตือรือร้นและปฏิบัติงานเต็มความสามารถอย่างสม่ำ เสมอ ไม่ท้อถอยต่อ อุปสรรคในการททำ งาน และมีความพยายามที่จะสอนเด็กให้บรรลุจุดหมาย 6. มีความอดทนพฤติกรรมหลัก คือ อดทนเมื่อเกิดอุปสรรค และมีความสามารถใน การควบคุมอารมณ์พฤติกรรมบ่งชี้ คือ ปฏิบัติงานเต็มไม่ทิ้งขว้างกลางคัน ไม่โกรธ ง่าย และสามารถควบคุมอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม และอดทนอดกลั้นคำ วิพากษ์ วิจารณ์ 7. มีความประหยัดพฤติกรรมหลัก คือ รู้จักประหยัดและออม และใช้ของให้คุ้มค่า พฤติกรรมบ่งชี้ คือ ช่วยรักษาและใช้ของส่วนรวมอย่างประหยัด ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เกินฐานะของตนรู้จักเก็บออมทรัพย์ เพื่อความมั่นคงของฐานะ และรู้จักใช้และเก็บ รักษาของอย่างถูกวิธี 7


8. มีความรักและศรัทธาในอาชีพครูพฤติกรรมหลัก คือ เห็นความสำ คัญของอาชีพ ครูและรักษาชื่อเสียงวิชาชีพครูพฤติกรรมบ่งชี้ คือ สนับสนุนการดำ เนินงานของ องค์กรวิชาชีพครู เข้าร่วมกิจกรรมวิชาชีพครูร่วมมือและส่งเสริมให้มีการพัฒนา มาตรฐานวิชาชีพครู ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลดีและเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม เป็นสำ คัญ รักษาความสามัคคีและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหน้าที่การงาน ปกป้องและสร้างความเข้าใจอันดีต่อสังคมเกี่ยวกับวิชาชีพครูคู่มือส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณของครูและบุคลากรทางการศึกษา 9. มีความเป็นประชาธิปไตยในการปฏิบัติงานและการดำ รงชีวิตพฤติกรรมหลัก คือ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และมีเหตุผลพฤติกรรมบ่งชี้ คือ เปิดโอกาสให้ผู้อื่น แสดงความคิดเห็น รับฟังความคิดเห็นและข้อโต้แย้งของผู้อื่นยอมรับและปฏิบัติ ตามความคิดที่มีเหตุผล โดยคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก และใช้หลักการและ เหตุผลในการตัดสินใจและแก้ปัญหาหลักคุณธรรมจรรยาบรรณของคุรุสภาทั้ง 9 ประการนี้คุรุสภาพยายามท าให้เป็นรูปธรรมเชิงพฤติกรรมและเผยแพร่ให้สมาชิก คุรุสภาทราบ ซึ่งโดยเนื้อแท้แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งของคุณธรรมตามหลักศาสนาต่างๆ ดังกล่าวนั่นเอง คุณธรรมที่พึงประสงค์สำ หรับครู ผู้บริหารการศึกษา ครูอาจารย์ อยู่ในฐานะที่เป็นผู้นำ และเป็นแบบอย่างที่ ดีของนักเรียน นักศึกษาการที่ศิษย์จะเคารพนับถือและมีความศรัทธาต่อครูอาจารย์ ของตนนั้น ครูอาจารย์ต้องมีคุณธรรมเป็นปัจจัยสำ คัญคุณธรรม 4 ประการ นอกจากหลักธรรม 4 ประการดังกล่าวมาแล้ว ผู้บริหาร ครู อาจารย์และเจ้า หน้าที่ในสถาบันการศึกษายังต้องประพฤติและปฏิบัติตามหัวข้อธรรมดังกล่าว เพื่อ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ และนักเรียนอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ การเรียนการสอนก็ จะต้องจัดตามความมุ่งหมายของรัฐ การศึกษาตามนัยแห่งแผนการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2520 เป็นกระ บวนการต่อเนื่องกันตลอดชีวิตเพื่อมุ่งสร้างเสริมคุณภาพของพลเมืองให้สามารถ ดำ รงชีวิตและทำ ประโยชน์แก่สังคมโดยเน้นการศึกษาเองสร้างเสริมความอยู่รอด ปลอดภัยความมั่นคงและความผาสุกร่วมกันในสังคมไทยเป็นประการสำ คัญ จึงได้ กำ หนดความมุ่งหมายของการศึกษาไว้ 9ข้อความมุ่งหมายของการศึกษา 9 ข้อ เน้น เรื่องคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่ดีงามของบุคคลเพื่อสร้างเสริมคุณภาพ ของพลเมือง ซึ่งอาจสรุปเป็นคุณลักษณะของคนไทยที่มีความจำ เป็นจะต้องปลูกฝัง ให้ถึงพร้อมในสถานการณ์ปัจจุบัน แนวทางการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมสำ หรับครู คุณธรรมจริยธรรมมีความสําคัญต่อครู และวิชาชีพครู ครูจึงตองเข้าใจความ หมายและความสําคัญของ คุณธรรมจริยธรรมที่มีต่อบุคลากรครูและวิชาชีพครูดังนี้้ 8


การประเมินวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครู เพื่อให้ข้าราชการ ครู และบุคลากรทางทางการศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะ(ชำ นาญการพิเศษ) จะ ประเมินใน 6 เรื่อง ได้แก่ 1.พฤติกรรมการรักษาระเบียบวินัย ได้แก่ การควบคุมการประพฤติปฏิบัติของตนเอง ให้อยู่ในกฎระเบียบของหน่วยงานและสังคมในกรณีมีความรับผิดชอบและซื่อตรง ต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยยึดถือประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อส่วนรวมเป็นสำ คัญ 2.การประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ได้แก่ พฤติกรรมการปฏิบัติทั้งพฤติกรรมส่วน ตนและพฤติกรรมการปฏิบัติงาน ทั้งในเรื่องความสามัคคีและวิถีประชาธิปไตยใน การดำ เนินชีวิต 3.การดำ รงชีวิตอย่างเหมาะสม ได้แก่ การประพฤติปฎิบัติตนในการดำ รงชีวิตที่ยึด หลักความพอเพียง การหลีกเลี่ยงอบายมุข การรู้รักสามัคคีและวิถีประชาธิปไตยใน การดำ เนินชีวิต 4.ความรักและศรัทธาในวิชาชีพ ได้แก่ ความพึงพอใจและอุทิศเวลาในการปฏิบัติ งานในหน้าที่ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ โดยมุ่งผลสำ เร็จที่เป็นความเจริญก้าวหน้า ของการจัดการศึกษา 5.ความรับผิดชอบในวิชาชีพ ได้แก่ การปฏิบัติงานในหน้าที่โดยคำ นึงถึงความถูก ต้อง ความซื่อสัตย์สุจริต และผลประโยชน์ของหน่วยงานและผู้รับบริการเป็น สำ คัญ 6.ค่านิยม และอุดมการณ์ของความเป็นครู และบุคลากรทางการศึกษา ได้แก่ ค่า นิยมพื้นฐาน 5 ประการ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ฯลฯ คุณธรรม 4 ประการ พระราชดำ รัส ข้อคิดในการใช้ชีวิตในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราช ดำ รัสในองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คุณธรรมสี่ประการสำ หรับคนไทย คุณธรรมสี่ประการสำ หรับคนไทยที่จะกล่าวต่อไปนี้จำ แนกออกเป็น 2 ประเด็นด้วย กัน กล่าวคือ ประเด็นแรก เป็นคุณธรรมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพล อดุลยเดชมหาราชได้ทรงพระราชทานหลักคุณธรรมสำ หรับคนไทยไว้ 4 ประการ ในพระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบุรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ณ มณฑลพิธีท้อง สนามหลวง เมื่อวันจันทร์ที่ 5 เมษายน พุทธศักราช 2525 เนื่องในวโรกาสเฉลิม ฉลองกรุงรัตนโกสินทร์มีอายุครบ 200 ปี ส่วนอีกประเด็นหนึ่งนั้นเป็นคุณธรรมที่ พระองค์ทรงมีพระราชดำ รัสตอบผู้ 9


เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทจากสถาบันต่างๆ ที่กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อวันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม คุณธรรมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานไว้ทั้ง 2 วาระเป็นมหา มงคลวโรกาสมีดังนี้ 3.1 คุณธรรมที่พระราชทานเนื่องในวโรกาสเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์มีอายุครบ 200 ปี เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2525 สาระสำ คัญ มีดังนี้ - ประการแรก คือ การรักษาความสัจความจริงใจต่อตัวเองที่จะประพฤติปฏิบัติ แต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรม - ประการที่สอง คือ การรู้จักข่มใจตนเอง ฝึกใจตนเอง ให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ ในความสัจความดีนั้น - ประการที่สาม คือ การอดทน อดกลั้น และอดออม ที่จะไม่ประพฤติล่วงความ สัจสุจริต ไม่ว่าจะด้วยเหตุประการใด - ประการที่สี่ คือ การรู้จักละวางความชั่ว ความทุจริต และรู้จักสละประโยชน์ส่วน น้อยของตนเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง คุณธรรมสี่ประการนี้ถ้าแต่ละคนพยายามปลูกฝังและบำ รุงให้มีความเจริญงอกงาม ขึ้นโดยทั่วกันแล้ว จะช่วยให้ประเทศชาติบังเกิดความสุขความร่มเย็น และมีโอกาส ที่จะปรับปรุงพัฒนาให้มั่นคงก้าวหน้าต่อไปได้ดังประสงค์..." คุณธรรมทั้งสี่ประการ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ตามที่ผู้เขียนได้ อัญเชิญมากล่าวในที่นี้ ความจริง คือ หลัก "ฆราวาสธรรม" ในพระพุทธศาสนา นั่นเอง ซึ่งประกอบด้วย (1)สัจจะ คือ ความจริงใจ (2) ทมะ คือการข่มใจ บังคับใจ (3) ขันติ คือ ความอดทน อดกลั้น และ (4) จาคะ คือ การละกิเลสละความชั่วความ ทุจริต หลักธรรมทั้งสี่ประการนี้ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็น "ธรรมะ สำ หรับผู้ครอง เรือน" หรือ "หลักธรรมสำ หรับการครองตน" เพราะฉะนั้นหากบุคคลใดนำ ไปยึดถือ ปฏิบัติในชีวิตประจำ วันแล้ว ย่อมจะนำ แต่ความสุขความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ตนเอง และครอบครัวอย่างแน่แท้ 3.2 คุณธรรมที่พระราชทานเนื่องในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี วันศุกร์ ที่ 9 มิถุนายน 2549 สาระสำ คัญมีดังนี้ "...คุณธรรมที่เป็นที่ตั้งของความรักความ สามัคคีที่ทำ ให้คนไทยเราสามารถร่วมมือร่วมใจกันและรักษาและพัฒนาชาติบ้าน เมืองให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันไปได้ตลอดรอดฝั่ง ประการแรก คือ การที่ทุกคนคิด พูด ทำ ด้วยความเมตตา มุ่งดี มุ่งเจริญต่อกายต่อ ใจต่อกัน ประการที่สอง คือ การที่แต่ละคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประสานงาน ประสาน ประโยชกัน ให้งานที่ทำ สำ เร็จผล ทั้งแก่ตน แก่ผู้อื่น และแก่ประเทศชาติ 10


ประการที่สาม คือ การที่ทุกคนประพฤติปฏิบัติตนสุจริตในกฎกติกาและใน ระเบียบแบบแผนโดยเท่าเทียมเสมอกัน ประการที่สี่ คือการที่ต่างคนต่างพยายามทำ ความคิดความเห็นของตนให้ถูกต้อง เที่ยงตรงและมั่นคงอยู่ในเหตุในผล หากความคิดจิตใจและการประพฤติปฏิบัติที่ ลงรอยเดียวกันในทางที่ดีที่เจริญนี้ยังมีพร้อมมูลในกายในใจคนไทย ก็มั่นใจว่า ประเทศชาติไทยจะดำ รงมั่นคงอยู่ต่อไปได้ จึงขอให้ท่านทั้งหลายในมหาสมาคมนี้ทั้งประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ได้รักษาจิตใจและคุณธรรมนี้ไว้ให้เหนียวแน่น และถ่ายทอดความคิดจิตใจนี้กัน ต่อไปอย่าให้ขาดสายเพื่อให้ประเทศชาติของเราดำ รงยืนยงด้วยความร่มเย็น เป็นสุข ทั้งปัจจุบันและภายหน้า..." กล่าวโดยสรุป คุณธรรมทั้งสี่ประการนี้พระบท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลอดุลยเดชมหาราชทรงมุ่งเน้นให้คนไทยมีความสมัคร สมานสามัคคีปรองดองกันโดยยึดคุณธรรมดังกล่าวมาประพฤติปฏิบัติอย่าง สม่ำ เสมออย่าให้ขาดสาย อันได้แก่ การมีหวังดีต่อกัน การประพฤติที่เกื้อกูลต่อกัน การปฏิบัติตนสุจริตในกฎกติกา และการทำ ความคิดของตนให้เที่ยงตรงในเหตุ ในผล การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมสำ หรับครูด้วยตนเอง 12.1 การพัฒนาคุณธรรม/จริยธรรมของครูด้วยตนเอง แนวทางการพัฒนา คุณธรรมของครูตามที่ได้เสนอไว้ข้างต้นนั้นจะไร้ผลถ้าหากกอบวิชาชีพครูไม่สนใจ ที่จะพัฒนาตนเองให้เป็นคนดีมีคุณธรรม ดังนั้นผู้เป็นคจะต้องตระหนักอยู่เสมอว่า บุคคลที่เป็นครูนั้นเป็นผู้ที่มีบทบาทหน้ที่ในการพัฒนาดีศิษย์ดีมีความรู้ความ สามารถ จึงจำ เป็นต้องพัฒนาตนเองให้เป็นคนดีมีความรู้สามารถก่อนที่จะไป พัฒนาผู้อื่นต้องกระทำ ตนให้สมกับที่สังคมยกย่องให้เงิน "ปูชนียบุคคล"ของศิษย์ และของสังคม เพราะฉะนั้นหลักการเบื้องต้นที่ครูทุกคนต้องกระทำ คือ การยึดหลัก ธรรมคำ สอนของพระพุทธองค์ที่ทรงสอนให้ทุกคน "ละความชั่วทั้งปวง กระทำ ความ ดีให้ถึงพร้อม และทำ จิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์" เมื่อสามารถปฏิบัติตามหลักคำ สอน ดังกล่าวได้แล้ว ขั้นต่อไป คือ "พยายามป้องกันความชั่วมิให้เกิดขึ้นอีก ขณะ เดียวกันก็พยายามรักษาความดีที่ได้กระทำ แล้วนั้นให้คงอยู่ตลอดไป" เมื่อผู้ ประกอบวิชาชีพครูทุกคนสามารถปฏิบัติได้ดังกล่าวแล้ว ขั้นต่อไปก็คือ "การเพิ่มพูน คุณความดีต่างๆ ให้เกิดกับตนเองอย่างต่อเนื่อง" กล่าวโดยสรุป การพัฒนา คุณธรรมของครูด้วยตนเอง มีวิธีการปฏิบัติได้ดังเช่น 12.2 ปฏิบัติตามคุณธรรมของศาสนาที่ตนนับถืออย่างเคร่งครัด เช่น พุทธศาสนิกชนควรรักษาศีล 5 ให้เป็นปกติวิสัย เป็นต้น 11


12.3 เพิ่มคุณความดีให้กับตนเองอยู่เสมอ เช่น การให้ทาน รักษาศีลเนกขัมมะ (การออกบวช) เป็นต้น นอกจากนี้จะต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ในหลักธรรมคำ สอน ให้ถูกต้องถ่องแท้ ไม่หลงงมงายในเรื่องที่ไร้สาระซึ่งมิใช่หลักธรรมคำ สอนของ พระพุทธเจ้า 12.4 พยายามประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีของศิษย์และบุคคลทั่วไป เมื่อได้ปฏิบัติจนเป็นนิสัยแล้ว คุณความดีต่างๆ จะเกิดกับตนเองไปตามธรรมชาติ 12.5 หมั่นสำ รวจตรวจสอบตนเองว่ามีข้อบกพร่องอย่างไรบ้าง หรือมีคุณ ความดีอย่างไรบ้าง สิ่งใดที่บกพร่องผิดพลาดก็จงพยายามแก้ไขให้ดีขึ้น ขณะ เดียวกันหากตนเองมีคุณความดีใดๆ ก็จงพยายามรักษาไว้ประดุจดังเกลือรักษา ความเค็ม และจงเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะในการทำ งานต่างๆ เสมอ 12.6 พยายามประพฤติปฏิบัติตนตามบุคคลที่มีคุณธรรมดีเด่นซึ่งเป็นที่ ยอมรับของสังคมทุกชั้น หรืออย่างน้อยก็ให้รำ ลึกนึกถึงครูอาจารย์ในอดีตที่ตนเอง เคยให้ความเคารพนับถืออย่างมาก แล้วนำ เอาคุณลักษณะของท่านเหล่านั้นมา เป็นแนวปฏิบัติสำ หรับตนเอง หลักคุณธรรมสำ หรับครู คุณธรรมกับความเป็นครูเป็นสิ่งที่ไม่สามารถจะแยกจากกันได้ ดังนั้น คุณธรรมสำ หรับครูจึงได้นำ หลักธรรมที่สำ คัญของพระพุทธศาสนามาอธิบายเพื่อเป็น ทางสายกลางที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา เพื่อนำ ไปสู่การปฏิบัติและฝึกฝนใจใน ทางที่ควรจะเป็นอย่างเหมาะสม หลักธรรมเหล่านี้คือ 1. อริยมรรค มีองค์ 8 ซึ่งถือได้ว่าเป็นธรรมขั้นสูงในพุทธศาสนา ได้แก่ 1.1 สัมมาทิฏฐิ การเห็นชอบ หมายถึง การเห็นชอบตามทำ นองคลองธรรม เป็นแสงสว่างส่องทางให้พันทุกข์ ครูทั้งหลายหากมีสัมมาทิฏฐิและถือปฏิบัติเป็น อย่างดีย่อมเป็นครูที่มีความเป็นครู 1.2 ส้มมาสังกัปปะ การดำ ริชอบ หมายถึง การคิดอย่างฉลาด รอบคอบ รู้จักไตร่ตรอง เป็นผู้มีวิธีคิดรู้จักใช้ความคิดในทางที่ถูกต้องดีงาม คิดในทาง สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ต่อศิษย์ และต่อสังคม 1.3 สัมมาวาจา การพูดจาชอบ หมายถึง การไม่พูดจาส่อเสียด ไม่เพ้อเจ้อไม่ พูดหยาบ และไม่พูดปดพูดเท็จ วิธีพูดของครูมีผลต่อความรู้สึก และจิตใจของศิษย์ เสมอหากครูพูดด้วยความจริงใจ อ่อนโยน ไพเราะ ย่อมทำ ให้ศิษย์มีความเคารพ และรักนับถือ 12


1.4 สัมมากัมมันตะ การทำ การงานชอบ หมายถึง การกระทำ กิจการต่างๆด้วยความ เต็มใจ และตั้งใจอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้เกิดผลดีต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง 1.5 สัมมาอาชีวะ การเลี้ยงชีวิตชอบ หมายถึง การทำ อาชีพสุจริต และไม่ผิด กฎหมายทั้งหลาย 1.6 สัมมาวายามะ การเพียรชอบ หมายถึง การมุ่งมั่นพยายามในทางดี ครู ต้องมีความเพียร คือ พยายามศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ มีมานะพยายามสร้างความ ก้าวหน้าในชีวิตและหน้าที่การงานตามทำ นองคลองธรรม 1.7 สัมมาสติ การระลึกชอบ หมายถึง การพิจารณาไตร่ตรองในทางที่ถูก ทั้งมีสติปัญญาเฉียบแหลมรอบคอบในการผจญปัญหาต่างๆ 1.8 สัมมาสมาธิ ความตั้งใจมั่นชอบ หมายถึง การตั้งอยู่ในความสงบ ไม่ ให้กิเลสทั้งหลายเกิดขึ้นจนทำ ให้หลงผิด หากครูผู้มีความตั้งใจมั่นชอบย่อมเป็นผู้ ประสบความสำ เร็จในการดำ เนินอาชีพครู สรุป อริยมรรดงคนี้จำ แนกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก ได้แก่ ส้มมาทิฏฐิกับสัมมาสังกัปปะเป็นเรื่องของปัญญาหรือความสว่าง กล่าวคือ ผู้มีปัญญาหรือความสว่างย่อมรู้ และคิดในทางที่ถูกและที่ดี กลุ่มที่สอง คือ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ และสัมมาอาชีวะ เป็นกลุ่มธรรมที่เกี่ยว กับการรักษาศีลหรือความสะอาด ผู้มีธรรมเหล่านี้ย่อมไม่เกิดความสับสน วุ่นวาย ทะเลาะเบาะแว้งแข่งขันชิงดีชิงเด่นกลุ่มสุดท้าย คือ สัมมาวายามะ สัมมาสติและ สัมมาสมาธิ เป็นธรรมที่เกี่ยว 2. พรหมวิหาร 4 เป็นธรรมที่ค้ำ จุนโลก ครูจะต้องมีธรรมประจำ ใจอันประเสริฐนี้เพื่อ เป็นหลักประพฤติปฏิบัติตนที่ดีงาม ได้แก่ 2. 1 เมตตา คือ ความรักใคร่ ปรารถนาดีอยากให้เขามีความสุข มีจิตใจที่ดีงาม ผู้ ที่เป็นครูอาจารย์จะต้องมีเมตตาเป็นที่ตั้ง 2.2 กรุณา ความสงสาร เอ็นดูศิษย์พึ่งช่วยเหลือให้พ้นจากความทุกข์และความ ไม่รู้ 2.3 มุทิตา คือ ความชื่นชมยินดีเมื่อศิษย์ได้ดี และยกย่องเชิดชูให้ปรากฏอัน เป็นการให้กำ ลังใจและช่วยให้เกิดความภูมิใจในตนเอง 2.4 อุเบกขา คือ การวางตัววางใจเป็นกลาง อันจะให้ดำ รงอยู่ในธรรมตามที่ พิจารณาเห็นด้วยปัญญามีจิตเรียบตรงเที่ยงธรรมดุจตราชั่งไม่เอนเอียงด้วยรักหรือ ชังพร้อมที่จะวินิจฉัยและปฏิบัติไปตามธรรม พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเกื้อกูล เมื่อผู้อื่นร้อนเป็นทุกข์ 13


3. ฆราวาสธรรม 4 เป็นหลักธรรมที่ให้แนวคิดเกี่ยวกับการครองเรือนและหลักการ ครองชีวิตของคฤหัสถ์ มี 4 ประการ คือ 3.1 สัจจะ คือ ความจริง ความซื่อตรงซื่อสัตย์และจริงใจ ซึ่งจำ แนกออกได้เป็น สัจจะต่อตนเอง ต่อผู้อื่น ต่อหน้าที่การงาน และต่อประเทศชาติ 3.2 ทมะ คือ การฝึกงาน การข่มใจ ฝึกนิสัย รู้จักควบคุมจิตใจ แก้ไขข้อบกพร่อง และปรับปรุงตัวให้เจริญก้าวหน้าด้วยสติปัญญา 3.3 ขันติ คือ ความอดทน ตั้งหน้าทำ หน้าที่การงานด้วยความขยันหมั่นเพียร เข้ม แข็ง ตั้งมั่นใจจุดหมายไม่ท้อถอย 3.4 จาคะ คือ การเสียสละ การให้รู้จักละกิเลส มีใจกว้างพร้อมที่จะรับฟัง ความ ทุกข์ ความคิดเห็นแสดงความต้องการของผู้อื่น พร้อมที่จะร่วมมือ ช่วยเหลือเอื้อเฝื้อ เผื่อแผ่แก่ผู้อื่น 4. สังคหวัตถุ 4 เป็นหลักธรรมที่ให้แนวคิดเกี่ยวกับการยึดเหนี่ยวจิตใจบุคคล และการประสานความสามัคคีในกลุ่มคน ประกอบด้วย 4.1 ทาน หมายถึง การให้ ครูอาจารย์จะต้องให้คำ แนะนำ สั่งสอน ให้ความรู้และ ความเข้าใจในเรื่องต่างๆ 4.2 ปียวาจา หมายถึง พูดจาด้วยน้ำ ใจหวังดี มุ่งให้เป็นประโยชน์และเกิดผลดี ทำ ให้เกิดความเชื่อถือและเคารพนับถือ 4.3 อัตถจริยา หมายถึง การประพฤติอันเป็นประโยชน์ การขวนขวายช่วยเหลือ กิจการสาธารณประโยชน์ ตลอดจนช่วยแก้ไขปรับปรุงส่งเสริมในทางจริยธรรมแก่ ผู้อื่น 4.4 สมานัตตตา หมายถึง การทำ ตนให้เสมอต้นเสมอปลาย ตลอดจนการวางตัว ให้เหมาะแก่ฐานะ ภาวะ บุคคล เหตุการณ์และสิ่งแวดล้อม 5. อิทธิบาท 4 เป็นหลักธรรมที่ทำ ให้ทำ งานประสบความสำ เร็จ ประกอบ 5.1 ฉันทะ คือ ความพึงพอใจ ความต้องการที่จะทำ ใฝ่ใจรักจะทำ สิ่งนั้นอยู่เสมอ และปรารถนาทำ ให้ได้ผลดียิ่งๆ ขึ้นไป 5.2 วิริยะ คือ ความเพียร ขยันหมั่นเพียรประกอบสิ่งนั้นๆ ด้วยความพยายาม เข้ม แข็งอดทน 5.3 จิตตะ คือ ความคิดตั้งจิตรับรู้ในสิ่งที่ทำ และทำ สิ่งนั้นด้วยความคิดเอาจิตฝักใฝ่ ไม่ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่านจากสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ 14


5.4 วิมังสา คือ ความไตร่ตรอง หมั่นใช้ปัญญาพิจารณาใครครวญตรวจตราหาเหตุ ผล และมีการวางแผน ปรับปรุงงานอยู่เสมอ แนวทางการส่งเสริมคุณธรรมสำ หรับครู เมื่อสังคมคาดหวังให้ครูเป็นผู้ประพฤติดี ประพฤติชอบ มีสติสัมปชัญญะ มีคุณธรรม ดังนั้นจึงจำ เป็นที่ครูจะต้องหาวิธีส่งเสริมคุณธรมให้กับตนเอง เพื่อเป็น แนวทางในการพัฒนาคุณธรรมของตนให้ได้เหมาะสมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นครู ดังนี้ วิธีที่ 1 การเลียนแบบจากตัวแบบที่ดี เพื่อโน้มน้าวให้ครูมีความกระตือรือร้นที่จะ ปฏิบัติงาน วิธีที่ 2 การรวมพลังกลุ่ม กลุ่มครูที่มีแนวคิดและวางแผนปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ด้วยดี จะมีอิทธิพลต่อครูคนอื่น สามารถนำ กลุ่มชักนำ ให้ครูอื่นๆ ประพฤติตามครู กลุ่มหนึ่งวางแผนกันประหยัดเพื่อเก็บเงินสำ หรับอนาคตและเพื่อพัฒนาตนเอง หรือลดความฟุ้มเฟือยต่าง ๆ เพื่อประหยัดทรัพย์สินส่วนตัว ทรัพย์สินของทาง ราชการและสาธารณสมบัติ เช่น ตั้งโครงการประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ โครงการ ซ่อมบำ รุงเครื่องมือเครื่องใช้ภายในหน่วยงานด้วยตนเอง เป็นต้น วิธีที่ 3 การเพิ่มสมรรถภาพทางจิต ด้วยวิธี 3.1 ฝึกการควบคุมอารมณ์ของตนเอง ให้มีความยับยั้งชั่งใจที่จะไม่แสดงปฏิกิริยา ตอบสนองในทางลบ แต่ให้ใช้วิธีไตร่ตรอง ศึกษาสาเหตุที่แท้จริงของพฤติกรรม นั้นๆ เสียก่อน 3.2 พยายามเอาชนะอุปสรรดด้วยการสร้างคำ มั่นสัญญา และบันทึกผล การปฏิบัติของตนเองไว้ วิธีนี้อาจให้เพื่อนครูหรือผู้ใกล้ชิดเป็นผู้ประเมินความ ก้าวหน้าให้ 3.3 การฝึกสมาธิ เพื่อให้มีจิตใจที่สงบไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยวิธีนี้จะช่วยให้ครูมี ความแจ่มใสในอารมณ์ สามารถที่จะเพิ่มสมรรถภาพทางจิตให้กับตนเองได้เป็น อย่างดี ในเวลาเดียวกันจะช่วยให้ครูตระหนักและมองเห็นคุณค่าของสมาธิมี เหตุผลที่จะประพฤติปฏิบัติสมาธิอย่างต่อเนื่องตลอดไปจนกลายเป็นกิจนิสัยที่ดี บทสรุป บุคลิกภาพเป็นสิ่งสำ คัญในการสร้างความประทับใจ ความศรัทธา ให้แก่ผู้ที่ พบเห็นอีกทั้งยังเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคลอีกด้วย ดังนั้นครูจำ เป็นต้องมี บุคลิกภาพที่ดีเพื่อเป็นแบบอย่างแก่ศิษย์ ครูต้องพัฒนาบุคลิกภาพให้เหมาะสม ทั้งนี้ต้องวิเคราะห์ตนเอง ปรับปรุงตนเอง ฝึกฝนตนเองและประเมินตนเอง 15


ลักษณะของครูที่ดีควรมีคุณสมบัติเฉพาะสำ หรับวิชาชีพครู ครูต้องมีความศรัทธา ในวิชาชีพครู และลักษณะของครูไทยที่พึงประสงค์ควรมีลักษณะที่สำ คัญประการ คือ มีความรู้ดี มีบุคลิกภาพดี และมีคุณธรรมจริยธรรม คำ ถามทบทวน 1. คุณธรม 4 ประการมีอะไรบ้าง 2. คุณธรรมหมายถึงอะไร 3. จงยกตัว วัตถุประสงค์ของคุณธรม และจริยธรรมมา อย่างน้อย 3 ข้อ 4. คุณธรรมและจริยธรรม มีความสำ คัญอย่างไร 5. คุณมีคุณธรรมตรงกับข้อใด เพราะเหตุใด 16


ธีรศักดิ์ อัครบวร.(2542).ความเป็นครู(พิมพ์ครั้งที่3). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ ก.พลพิมพ์ (1996) จำ กัด. วิไล ตั้งจิตสมคิด.(2554).ความเป็นครู(พิมพ์ครั้งที่3). กรุงเทพมหานคร: โอ.เอส. พริ้น ติ้ง เฮ้าส์. วิไล ตั้งจิตสมคิด.(2557).ความเป็นครู(พิมพ์ครั้งที่4). กรุงเทพมหานคร: โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮ้าส์. สันติ บุญภิรมย์.(2557).ความเป็นครู(พิมพ์ครั้งที่1). กรุงเทพฯ:ทริปเพิ้ล เอ็ดดูเคชั่น. ชัยเศรษฐ์ พรหมศรี.(2549). “02ความหมายของจริยธรรม” [ระบบออนไลน์]. https://sites.google.com/a/chauatwit.ac.th (สืบค้นเมื่อ วันที่ 30พฤศจิกายน 2565). ดรุณี คิดกล้า.(กรกฎาคม 3, 2013). “ความหมายของคุณธรรม”[ระบบออนไลน์]. https://sites.google.com/site/phasathaionline/hnwy-kar -reiyn-ru9 (สืบค้นเมื่อวันที่ 30พฤศจิกายน 2565). ประวัติ พื้นผาสุก.(2549). “ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม” [ระบบออนไลน์]. http://dspace.bru.ac.th (สืบค้นเมื่อวัน ที่ 30พฤศจิกายน 2565). พนิตา ภักดี.(2558). “การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณธรรมและจริยธรรมที่ มีอยู่กับผลการปฏิบัติงานของพนักงานบริษัทเอกชน” [ระ บบออนไลน์]. https://so05.tcithaijo.org/index.php/researchjournallru/article/view/80117 (สืบค้นเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565). วิทยา พัฒนเมธาดา.(30/07/2021).“คุณธรรมจริยธรรมสำ หรับครู” [ระบบออนไลน์]. https://www.kansuksa.com/249/ (สืบค้นเมื่อวัน ที่30พฤศจิกายน 2565). สงวน สุทธิ์เลิศอรุณ.(2536). “ปรัชญาและคุณธรรมสำ หรับครู และลักษณะครูที่ดี” [ระบบออนไลน์]. https://www.kroobannok.com/2601 (สืบค้นเมื่อวันที่30พฤศจิกายน 2565). สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์.(2535). “ความหมายของจริยธรรม” [ระบบออนไลน์]. ค บรรณานุนุ นุ ก นุ กรม


https://www.baanjomyut.com/library_2/ethics/01 .html (สืบค้นเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565). สำ เนียง ยอดคีรี.(2560). “จริยศาสตร์, จริยธรรม และคุณธรรม ตามแนวความ คิดของนักปรัชญา”[ระบบออนไลน์]. https://so05.tci-thaijo.org (สืบค้นเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565). อำ ไพ สุจริตกุล.(2534). “ความหมายของคุณธรรมจริยธรรม” [ระบบออนไลน์]. https://www.chiangmainews.co.th/social/1887395/ (สืบค้นเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565). Krootewan.(ม.ป.ป.). “คุณธรรม จริยธรรมในการทำ งาน” [ระบบออนไลน์]. https://krootewan2013.wordpress.com (สืบค้นเมื่อวันที่ 30พฤศจิกายน 2565). Sambydee.(18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554). “จริยธรรม (Ethics)2” [ระบบ ออนไลน์]. http://sambydee.blogspot.com/2011/11/ethics2.html (สืบค้นเมื่อวันที่ 30พฤศจิกายน 2565). บรรณานุนุ นุ ก นุ กรม(ต่ต่ ต่ อ ต่ อ) ง


Click to View FlipBook Version