The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

4.ระบบประสาท ( Nervous System ) (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chwlitmakmul, 2022-10-05 08:39:43

4.ระบบประสาท ( Nervous System ) (1)

4.ระบบประสาท ( Nervous System ) (1)

ระบบประสาท
( NERVOUS SYSTEM )

4.ระบบประสาท




ความหมาย

ระบบการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของสัตว์ ทําให้สัตว์สามารถตอบสนองต่อสิ่เร้างต่าง ๆ รอบตัวอย่าง
รวดเร็ว ช่วยรวบรวมข้อมูลเพื่อให้สามารถตอบสนองได้

ฟองน้ำ ไฮดรา มนุษย์

4.ระบบประสาท




หน้าที่ ระบบ
ประสาท

1.เป็นระบบที่เป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้า ทำให้สามารถต่อสนองสิ่งต่างๆได้รวดเร็ว
2.ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกาย ทั้งใต้อำนาจจิตใจ เช่น การเดิน การนั่งและ นอก

อำนาจจิตใจ เช่น การเต้นของหัวใจ การย่อยของกระเพาะอาหาร
3.รับความรู้สึก การมองเห็น การดมกลิ่น การพูด การเคลื่อนที่ ควบคุมการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่มา

กระตุ้น
4.เป็นแหล่งความคิด ความจำ ไหวพริบเชาว์ปัญญา การแก้ปัญหาการตอบสนองต่อสิ่งเร้า

ระบบประสาทในร่างกายมนุษย์




แบ่งออกเป็น 2 ส่วน

1.ระบบประสาทส่วนกลาง (Central 2.ระบบประสาทรอบนอก ( Peripheral
Nervous System หรือ CNS ) ประกอบ Nervous System หรือ PNS ) ประกอบด้วย เส้น

ด้วย สมอง ไขสันหลัง ประสาท ที่ออกจาก สมอง และไขสันหลัง

ระบบประสาทส่วนกลาง
(Central Nervous System : CNS)

1.ระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System หรือ CNS )

เป็นศูนย์กลางควบคุมการทํางานของร่างกาย ซึ่งทํางานพร้อมกันทั้งในด้านกลไกและทางเคมีภายใต้
อํานาจจิตใจ ซึ่งประกอบด้วยสมองและไขสันหลัง โดยเส้นประสาทหลายล้านเส้นจากทั่วร่างกายจะส่งข้อมูล
ในรูปกระแสประสาทออกจากบริเวณศูนย์กลาง มีอวัยวะที่เกี่ยวข้องดังนี้

สมอง ไขสันหลัง เซลล์ประสาท

ระบบประสาทส่วนกลาง
(Central Nervous System : CNS)

สมอง

หน้าที่

สมอง (brain) เป็นส่วนที่ใหญ่กว่าส่วนอื่นๆ ของระบบ
ประสาทส่วนกลาง ทําหน้าที่ควบคุมการทํากิจกรรม
ทั้งหมดของร่างกาย เป็นอวัยวะชนิดเดียวที่แสดงความ
สามารถด้านสติปัญญา การทํากิจกรรมหรือการ
แสดงออกต่างๆ สมองของสัตว์มีกระดูกสันหลังที่สําคัญ
แบ่งออกเป็น 3 ส่วน

ระบบประสาทของมนุษย์




สมอง (brain)



•เซรีบรัม ( cerebrum) สมองใหญ่เป็นศูนย์รับ
ความรู้สึก ได้แก่ การได้ยินมองเห็น รับรส และ
ดมกลิ่น ควบคุมพฤติกรรมที่ซับซ้อน เกี่ยวกับ
อารมณ์ความรู้สึก ความจำ ความฉลาด ความ
คิด

ระบบประสาทของมนุษย์




สมอง (brain)



•เมดัลลา ออบลองกาตา (medulla oblongata)
อยู่ติดกับไขสันหลัง ระบบประสาทอัตโนมัติ เป็น
ศูนย์ควบคุมเกี่ยวกับกระบวนการหายใจ การ
ย่อยอาหาร การเต้นของหัวใจ ความดันเลือด
การไอ การจาม การสะอึก และการอาเจียน

ระบบประสาทของมนุษย์




สมอง (brain)



เซรีเบลลัม (cerebellum) เป็นศูนย์ประสาน

งานการเคลื่อนไหว และควบคุมการทรงตัว

ของร่างกาย เช่น เดิน วิ่ง ขี่จักรยาน

ระบบประสาทของมนุษย์




เซรีเบลลัม (cerebellum)

สมองส่วนหน้า (forebrain)

ข้อความแจ้งเตือน:

•Olfactory bulm
ทำหน้าที่เกี่ยวกับการดมกลิ่น
•Cerebrum
มีเซลล์ประสาทมาก ทำหน้าที่เกี่ยวกับ ความคิดความจำ
เชาวน์ปัญญา ศูนย์กลางควบคุมการทำงานด้านต่างๆ
•Hypothalamus
มีขนาดเล็ก มีสำคัญในการควบคุม
ขบวนการต่างๆของร่างกาย ควบคุมการทำงาน
พื้นฐานของร่างกาย

สมองส่วนหลัง (hindbrain)

ข้อความแจ้งเตือน:

•Cerebellum
–ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 2 ชั้น ชั้นนอกเรียกว่า cortex มีสีเทา
ชั้นในมีสีขาว
–ทำหน้าที่ควบคุมเคลื่อนไหวและการทรงตัวของร่างกาย
•Pons
–เป็นทางผ่านของกระแสประสาทระหว่าง cerebrum กับ
Cerebellum และCerebellum กับ ไขสันหลัง
–ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของใบหน้า ควบคุมการหายใจ

สมองส่วนหลัง (hindbrain)

ข้อความแจ้งเตือน:

Medulla oblongata
–ติดกับไขสันหลัง
–ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบประสาทอัตโนวัติ
–เป็นทางผ่านของกระแสประสาทระหว่างสมองกับไขสันหลัง

ก้านสมอง (Brainstem)

ก้านสมองประกอบด้วยสมองส่วนสำคัญ 3 ส่วน คือ
- Midbrain (สมองส่วนกลาง)
- Pons
- Medulla of oblongata

•ก้านสมองมีหน้าที่รับความรู้สึกในการสัมผัส ในอาการเจ็บปวด ควบคุมความรู้สึกร้อนหนาวและ
อุณหภูมิร่างกาย นอกจากนั้นยังควบคุมการทำงาน การเต้นของหัวใจ และควบคุมระบบการทำงานของ
ปอด รวมทั้งควบคุมวงจรการนอนหลับ

2.ไขสันหลัง

ไขสันหลัง เป็นส่วนของระบบประสาทส่วนกลาง
ที่อยู่ต่อจากสมองส่วนเมดัลลาออบลองกาตาอยู่
ภายในกระดูกสันหลังข้อแรกไปถึงกระดูก
บั้นเอว และมีเส้นประสาทสันหลัง 31คู่แยกออก
ไปยังอวัยวะต่างๆของร่างกาย ไขสันหลังมีความ
ยาวประมาณ 45 cm

ไขสันหลัง

ไขสันหลัง (SPINAL CORD)

หน้าที่ของไขสันหลัง
•ทำหน้าที่ส่งผ่านกระแสประสาทจากหน่วยรับความรู้สึก (receptor) ไปสู่สมอง และส่งผ่านกระแสประสาทจาก
สมองไปสู่หน่วยปฏิบัติงาน ( effector)
•เป็นศูนย์รีเฟลกซ์ (reflex) เป็นการตอบสนองอย่างรวดเร็วทันทีไม่ต้องผ่านการสั่งการจากสมอง

ตำแหน่งของสมอง ไขสันหลังและเส้นประสาท

ไขสันหลัง และเส้นประสาท

3.เซลล์ประสาท

-เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของระบบประสาท มีเยื่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาซึม และนิวเคลียสเหมือนเซลล์
อื่นๆ แต่มีลักษณะต่างออกไป
-เซลล์ประสาททำหน้าที่เกี่ยวกับการรับรู้และการตอบสนอง
-แต่ละเซลล์อาจมีการเชื่อมโยงเกี่ยวพันกับเซลล์ประสาทอื่นเป็นพันๆ เซลล์
-เซลล์ประสาทสามารถรับและส่งสัญญาณระหว่างสิ่งเร้า ภายนอกกับภายในร่างกายได้อย่างมี
ระบบ

ส่วนประกอบของเซลล์ประสาท

เซลล์ประสาท ประกอบด้วย 2 ส่วน
1. ตัวเซลล์ (cell body) = นิวเคลียส + ไซโทพลาสซึม
2. ใยประสาท (nerve fiber) ประกอบด้วย

2.1 เดนไดร์ต (dendrite ) นำกระแสประสาทเข้าสู่ตัวเซลล์
2.2 แอกซอน (axon) นำกระแสประสาทออกจากตัวเซลล์

Axon Terminal



แอกซอน (axon)

แอกซอน (axon)
จะถูกหุ้มด้วย เยื่อไมอีลิน (myelin sheath) ซึ่งจะช่วยให้ส่งกระแสประสาทให้เร็วขึ้น บริเวณรอยต่อ

ของเยื่อไมอีลิน เป็นส่วนที่คอดเว้า เรียกว่า โนด ออฟ แรนเวียร์ ( node of ranvier ) การเคลื่อนของกระแส
ประสาทไปบนแอกซอนที่มีเยื่อไมอีลินหุ้ม จะกระโดดเป็นช่วงๆ (saltatory conduction) ระหว่างโนดออฟแร
นเวียร์ที่อยู่ติดต่อกัน ทำให้นำกระแสประสาทได้เร็วมาก

Node of ranvier

Myelin sheath

ประเภทของเซลล์ประสาท แบ่งตามหน้าที่

เซลล์ประสาทจำแนกตามหน้าที่การทำงาน ได้ 3 ชนิดคือ

1. เซลล์ประสาทรับความรู้สึก – รับความรู้สึกจากส่วนต่างๆของร่างกาย (หู ตา จมูก ลิ้น ผิวกาย)
2. เซลล์ประสาทสั่งการ- นำกระแสประสาทจากสมองหรือไขสันหลังไปยังหน่วยปฏิบัติงานอวัยวะต่างๆ
3. เซลล์ประสาทประสานงาน - เป็นตัวกลางส่งผ่านกระแสประสาทจากเซลล์หนึ่งไปยังอีกเซลล์ พบในสมองหรือ
ไขสันหลังเท่านั้น

1.เซลล์ประสาทรับความรู้สึก

•รับความรู้สึกจากอวัยวะรับสัมผัส เช่น จมูก ตา หู ผิวหนัง ส่งกระแสประสาทผ่านเซลล์ประสาท
ประสานงาน

2.เซลล์ประสาทประสานงาน

•เป็นตัวเชื่อมโยงกระแสประสาทระหว่างเซลล์รับความรู้สึกกับสมอง ไขสันหลังและเซลล์ประสาท
สั่งการ พบในสมองและไขสันหลังเท่านั้น

3.เซลล์ประสาทสั่งการ

•รับคำสั่งจากสมองหรือไขสันหลัง เพื่อควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ

ขั้นตอนการทำงานของระบบประสาท



การส่งกระแสประสาทผ่านไซแนปส์

กิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้ที่ 1.5

1.จากรูปจงบอกชื่อส่วนประกอบของเซลล์ประสาท

กิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้ที่ 1.5

1.จากรูปจงบอกชื่อส่วนประกอบของเซลล์ประสาท




1. ตำแหน่ง A เรียกว่า เดนไดรต์
ตำแหน่ง B เรียกว่า ตัวเซลล์
ตำแหน่ง C เรียกว่า แอกซอน

กิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้ที่ 1.5

•2. ลำดับขั้นตอนในการทำงานของระบบประสาทเมื่อเกิดบาดแผลที่แขนสามารถตอบสนองต่อ
สถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง ดังนี้

หน่วยรับความรู้สึกที่ผิวหนังรู้สึกเจ็บ → ข้อมูลถูกส่งไปยังไขสันหลัง และไขสันหลังส่งต่อ
ไปยังสมองให้ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น → สมองรับข้อมูล → สมองตัดสินใจสั่งการไปตาม
ไขสันหลังให้ยกแขนที่มีบาดแผลขึ้นมาดู ยกมือซ้ายไปสัมผัสแผล → คำสั่งจากสมองถูก
ส่งไปยังกล้ามเนื้อที่มือและตา จากไขสันหลังไปตามเซลล์ประสาทสั่งการ

4.2 ระบบประสาทรอบนอก

•ทำหน้าที่รับและนำความรู้สึกเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง ได้แก่ สมอง
และไขสันหลัง จากนั้นนำกระแสประสาทสั่งการจากระบบประสาทส่วน
กลางไปยังหน่วยปฎิบัติงานซึ่งประกอบไปด้วย หน่วยรับความรู้สึก และ
อวัยวะรับสัมผัสรวมทั้งเซลล์ประสาทเส้นประสาทที่อยู่นอกระบบประสาท
ส่วนกลาง

ระบบประสาทรอบนอกจำแนกตามลักษณะการทำงานได้ 2 แบบ

1ระบบประสาทโซมาติก(Somatic 2ระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic
Nervous System) ควบคุมการ Nervous System) ควบคุมการทำงาน
ทำงานของกล้ามเนื้อลาย ซึ่งการ ของอวัยวะภายใน คือกล้ามเนื้อเรียบ
ทำงานอยู่ใต้อำนาจจิตใจ และ กล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งการทำงานเป็น


ไปโดยอัตโนมัติอยู่นอกอำนาจจิตใจ

ระบบประสาทโซมาติก
(Somatic Nervous System : SNS)

•เป็นระบบที่อยู่ใต้อำนาจจิตใจ

•ได้แก่ เส้นประสาทสมอง

(cranial nerves) จำนวน 12 คู่

และเส้นประสาทไขสันหลัง

(spinal nerves) จำนวน 31 คู่






reflex action

ปฏิกิริยารีเฟล็กซ์

ปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ หมายถึง การตอบสนองของ
ประสาทอย่างฉับพลันต่อความรู้สึกที่ได้รับ โดยผ่าน

ไขสันหลังแล้วส่งออกทันที

การเกิดรีแฟล็กแอกชัน



ระบบประสาทอัตโนมัติ
(Autonomic Nervous System : ANS)

1. ระบบประสาทซิมพาเทติก (Sympathetic Nervous System) เป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทอัตโนมัติหรืออัต
โนวัติ (Autonomic Nervous System-ANS) ระบบประสาทซิมพาเทติกในแง่ของการทำงานเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน เช่น ไฟ
ไหม้ หรือกำลังจะมีอันตรายเกิดขึ้น ระบบจะสั่งให้สู้หรือหนี โดยเมื่อระบบถูกกระตุ้น มันจะสั่งให้ต่อมหมวกไตชั้นใน
หลั่งฮอร์โมนออกมาเพื่อไปกระตุ้นกล้ามเนื้อหรือต่อมเป้าหมายให้ทำงานตอบสนองต่อสิ่งที่มากระตุ้น

ม่านตาขยาย เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ

ระบบประสาทอัตโนมัติ
(Autonomic Nervous System : ANS)

2. ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (Parasympathetic Nervous System) เป็นส่วนหนึ่งของระบบ
ประสาทอัตโนมัติหรืออัตโนวัติ โดยจะทำงานควบคู่กับระบบประสาทซิมพาเทติก เพื่อให้ร่างกายกลับสู่ภาวะปกติหรือ
ภาวะผ่อนคลาย (Rest and Digest)

ม่านตาหด ชะลออัตราการเต้นของหัวใจ

โดยทั่วไประบบประสาทซิมพาเทติกจะทำงานควบคู่ไปกับ
ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว
หากระบบประสาทซิมพาเทติกทำงานในเชิงของการต่อสู้
หรือความตื่นตัว ระบบประสาทพาราซิมพาเทติกจะทำงาน

ในเชิงของความผ่อนคลาย





ตารางที่ 1.1

ตัวอย่างพฤติกรรมที่เกิดจากระบบ
ประสาทรอบนอก

4.3 พฤติกรรมตอบสนองต่อสิ่งเร้าของมนุษย์

พฤติกรรมตอบสนองต่อสิ่งเร้าของมนุษย์เป็นปฏิกิริยาที่แสดงออกเพื่อการตอบโต้ต่อสิ่งเร้าทั้งภายในและ
ภายนอกร่างกาย เช่น
- สิ่งเร้าภายในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน เอนไซม์ ความหิว ความต้องการทางเพศ
- สิ่งเร้าภายนอกร่างกาย เช่น แสง เสียง อุณหภูมิ อาหาร น้ํา การสัมผัส สารเคมี

4.3 พฤติกรรมตอบสนองต่อสิ่งเร้าของมนุษย์

กิริยาอาการที่แสดงออกเพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกอาศัยการทํางานที่ประสานกันระหว่างระบบต่างๆ ดังนี้
ระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อ ระบบต่อมไร้ท่อ และระบบต่อมมีท่อ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

1. การตอบสนองเมื่อมีแสงเป็นสิ่งเร้า
- เมื่อได้รับแสงสว่างจ้า มนุษย์จะมีพฤติกรรมการหรี่ตาเพื่อลดปริมาณแสงที่ตาได้รับ

2. เมื่ออาหารหรือน้ําเข้าไปในหลอดลมเกิดพฤติกรรมการไอหรือจาม เพื่อขับออกจากหลอดลม

4.4 การดูแลรักษาอวัยวะในระบบประสาท

1 ทําจิตใจให้ผ่องใส ไม่สร้างความเครียด ฝึกคิดบวก มองโลกในแง่ดี ออกกําาลังกายสม่ําาเสมอ

2 นอนหลับให้เพียงพอ

3 ระวังไม่ให้สมองถูกกระทบกระเทือน เช่น การสวมหมวกกันน็อกในการขับขี่รถ
จักรยานยนต์

4 รักษาสุขภาพให้แข็งแรงและรักษาโรคต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการทําางานของระบบ
ประสาท เช่น โรคเบาหวาน

4.4 การดูแลรักษาอวัยวะในระบบประสาท

5 รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณพอเหมาะ โดยเฉพาะอาหารไขมันต่ําา ควร
รับประทานอาหารที่ช่วยบําารุงระบบประสาท เช่น วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และโฟเลต

6 ดื่มน้ําให้เพียงพอ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ใช้สารเสพติด และไม่สูบบุหรี่


Click to View FlipBook Version