The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-03-03 09:13:31

แบบบบันทึกปฏิบัติการสอบ

แบบบันทึกปฏิบัติสอน

Keywords: แบบบันทึกปฏิบัติการสอน

แบบบนั ทึกการปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศึกษา 3
Internship 3

ภาคการศึกษาที่ 2 ปDการศึกษา 2564

ชอื่ นางสาวกัญยารตั ณO อ่มิ ดวR ยบุญ
รหสั ประจำตวั นักศึกษา 62114280114

สาขาวชิ า จิตวิทยาและการแนะแนว

ชอ่ื โรงเรียน สาธิตมหาวิทยาลัยราชภฏั เทพสตร
สงั กดั สำนักงานคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษา

อำเภอ เมือง จงั หวัด ลพบรุ ี

ฝาb ยฝcกประสบการณวO ิชาชพี ครู
คณะครุศาสตรO มหาวิทยาลยั ราชภฏั เทพสตรี

คำรบั รอง
ขา# พเจา# นางสาวกัญยารัตณ3 อม่ิ ดว# ยบญุ รหสั 62114280114 คณะครศุ าสตร3 สาขาจติ วิทยาและการ
แนะแนวขอรบั รองวาH เอกสาร หลกั ฐาน ตลอดจนข#อมลู ท้ังหมดท่บี รรจใุ นแฟมO สระสมผลงานนี้ เปนR ผลงาน
การออกสงั เกตการสอนในสถาณศึกษาของขา# พเจา# เปRนขอ# มลู และหลกั ฐานทถี่ กู ตอ# งและเปนR ความจรงิ ทกุ
ประการ

ลงช่อื ………………………………………นกั ศกึ ษา
(นางสาวกญั ยารตั ณ3 อิ่มดว# ยบญุ )
นักศกึ ษาสังเกตการสอน

คำนำ
ขา# พเจา# นางสาวกัญยารัตณ3 อมิ่ ด#วยบุญ รหสั 62114280114 คณะครศุ าสตร3 สาขาจติ วทิ ยาและการ
แนะแนวได#ออกสงั เกตการสอนวชิ าเฉพาะดา# นการนำเสนอเปRนรูปเลมH รายงานและเปRนแฟOมสะสมผลงาน การ
ปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศกึ ษา 3 ได#จัดทำขนึ้ เพื่อรวบรวมงานตHาง ๆ ทีไ่ ด#ปฏิบตั ิการสอนตลอดภาคการศึกษา
ที่ 2 ปกb ารศกึ ษา 2564 ภายในแฟOมสะสมผลงานประกอบด#วย ตัวอยHางบางสHวนท่เี ปRนหลกั ฐานในการทำงาน
ซงึ่ งานท้ังหมดท่ขี #าพเจ#าได#รวบรวมได#แสดงถงึ ความพยายาม ความตั้งใจ ความอดทน ในการปฏิบตั กิ ารสอน
อยาH งเปRนระบบตลอด 1 ภาคการสังเกตการสอน นับวHาเปนR ความภาคภูมิใจอยHางยิง่ ที่มผี ลงานเปนR ชน้ิ เปนR อนั

ผู#รายงานขอบคณุ นกั เรยี นช้นั มัธยมศึกษาปทbf ่ี 3 ที่ให#ความรHวมมอื ในการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ
Online ขอขอบพระคณุ ครูนิตยา สารวงศ3 ผู#อำนวยการฝาm ยวิชาการและผ#ูทปี่ ระสานงานในการออกปฏบิ ตั ิ
การสงั เกตการสอน ขอขอบคุณอาจารย3ภัยกร เลาสวสั ดิก์ ุลและอาจารยส3 รรชัย ชูชีพ ทีใ่ ห#คำปรึกษาให#การ
ออกปฏิบัติการสง่ั เกตการสอนในวิชาชพี เปRนอยาH งดี

ข#าพเจ#าหวงั เปนR อยHางยงิ่ วHา แฟOมสะสมผลงานเลHมน้จี ะเปRนประโยชนต3 Hอผทู# ส่ี นใจ และเปนR แนวทางใน
การจดั ทำแฟมO สะสมผลงานตอH ๆ ไป และเปRนประโยชนต3 Hอการประกอบวิชาชพี ครใู นอนาคตเพอื่ พฒั นางานดา# น
การจดั การเรยี นการสอนใหด# ยี ่ิงขึน้ ตHอไป

ลงชอื่ ………………………………………นักศึกษา
(นางสาวกญั ยารตั ณ3 อิม่ ด#วยบญุ )
นกั ศึกษาสังเกตการสอน

สารบญั
หัวขอ+
ประวตั ิส*วนตัว หนา+
แบบบนั ทึกการสงั เกตสภาพทวั่ ไปของโรงเรยี น 1
แผนภูมิโครงสราE งการบรหิ ารของโรงเรยี น 2-8
แผนการจัดการเรยี นรูE 9
การวจิ ัยในชนั้ เรียนเพือ่ พัฒนา ดูแล ชว* ยเหลอื ผเูE รียนใหEมคี ุณลกั ษณะอนั พึงประสงคU 10-39
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะความเปนW ครู และพฤตกิ รรมการปฏบิ ัตรงานของนกั ศกึ ษา 40-43
แบบประเมินคุณภาพของแผนการจดั การเรียนรตEู ามสาขาวิชาเฉพาะ 44
แบบประเมนิ ความสามารถในการจัดการเรียนรตูE ามสาขาวิชาเฉพาะ 45
แบบบนั ทกึ ปฏบิ ัติการสอนในสถานศึกษา 46
แบบลงเวลาฝกa ปฏิบัตกิ ารสอนใจสถานศกึ ษ 3 47
ภาคผนวก 48
49

ประวัตสิ eวนตวั

ชื่อ นางสาวกัญยารัตณ3 อ่มิ ดว# ยบญุ ช่อื เลน/ จqะเอr

เกิดวันท่ี 11 เมษายน พ.ศ. 2544 อายุ 20 ปb

เชือ้ ชาติ ไทย สัญชาติ ไทย ศาสนา พุทธ

ข?าพเจ?าเปCนบตุ ร คนที่ 2 มีพ่นี อ# งท้ังหมด 3 คน

ทีอ่ ยเ/ู ดมิ 137/1 หมท/ู ่ี 5 ตำบล โคกสลุง อำเภอ พัฒนานคิ ม จังหวดั ลพบรุ ี

เบอรโH ทร : 088-767-1442

E-mail : [email protected]

ประวัติการศกึ ษา

• สำเรจ็ การสอนชัน้ อนบุ าล จาก โรเงรยี นวดั โคกสลุง
• สำเรจ็ การสอนชนั้ ประถมศกึ ษา จาก โรงเรียนเพ็ญพัฒนา
• สำเร็จการสอนช้นั มันยมศึกษาตอนต?น-ปลาย จาก โรงเรียนพฒั นานคิ ม
• ปVจจบุ นั ศกึ ษาอย/ูระดับปรญิ ญาตรี คณะครุศาสตร3 สาขาจิตวิทยาและการแนะแนว
มหาวิทยาลัยราชภฏั เทพสตรี ลพบรุ ี

นสิ ัยส/วนตัว : ชอบอยูกH บั สงั คมเพอ่ื น รับฟ€งความคดิ เหน็ ของเพอ่ื น ชอบชวH ยเหลือเพ่ือน ไมชH อบความวHุนวาย
มากจนเกนิ ไป รกั ษาความสะอาด รักสตั ว3
ความสามารถพิเศษ -
คตปิ ระจำใจ : ถ#ามัวแตเH ดินตามรอยเทา# ของผ#ูอื่น เรากจ็ ะไมHมรี อยเทา# เปRนของตนเอง
ความชอบส/วนตวั

อาหารท่ชี อบ : หมกู ระทะ
สถานทที่ ช่ี อบ : ทะเล
สิง่ ที่อยากทำ : มีหน#าทกี่ ารงานทด่ี แี ละมน่ั คงในอนาคต

แบบบนั ทึกการสังเกตสภาพท่วั ไปของโรงเรยี น

คำชแี้ จง ใหน+ ักศกึ ษาบันทึกข+อมูลการศกึ ษาและสงั เกตสภาพท่วั ไปตามความเปนI จรงิ ของสถานศึกษาลงในชอL งวาL งตาม
หวั ข+อท่กี ำหนด

1.โรงเรยี น สาธติ มหาวิทยาลยั ราชภฎั เทพสตรี สงั กดั สำนกั งานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

เลขท่ี 321 ถนนนารายณUมหาร ตำบล ทะเลชุบศร อำเภอ เมอื งลพบรุ ี จงั หวดั ลพบรุ ี

รหสั ไปรษณยี Q 15000 โทรศพั ทQ 0-3742-7485-93 ต*อ 17711 (ผูอE ำนวยการ) โทรสาร 0-3641-1079

2.คตพิ จน/Q ปรัชญาของโรงเรยี น : ลกู ธิตฯ มคี ณุ ธรรม นำความรEู อยูอ* ย*างมีสุข

เอกลกั ษณขQ องโรงเรียน : เปนW แหลง* เรียนรวูE ิจยั เพ่ือผลิตคนดีใหแE ผน* ดิน

อัตลกั ษณขQ องโรงเรียน : เลศิ ล้ำวชิ าการ ช้นี ำสงั คม กายฟตi จติ แจ*มใส

3.ชอ่ื ผอ+ู ำนวยการโรงเรยี น
อาจารยU ดร.บญุ ยานุช เฉวียงหงสU
ช่ือรองผ+ูอำนวยการโรงเรียน (ถ+าม)ี

ฝ[ายวชิ าการ : อาจารยฐU ณโชค ไทยฉาย
ฝ[ายงบริหาร : อาจารยUสุเมธ เปnยศิริ

4.บุคลากร ฝ[ายกจิ การ : อาจารยUเอกพล พ*วงเพช็ ร

4.1 คร/ู อาจารยQ จำนวน หญงิ รวม
ระดบั การศึกษา
ชาย - -
ปริญญาเอก 15 20
ปรญิ ญาโท - 12 21
ปรญิ ญาตรี 5 - -
ป.กศ.สงู หรือเทียบเทาL 9 1 1
ครูอตั ราจา+ ง - - -
ธุรการ - - -
อ่ืนๆ - 28 42
รวม -
14

4.2 คนงาน มที งั้ หมด - คน เปWนหญงิ 13 คน เปWนชาย - คน
4.3 นกั เรียนมที ั้งหมด 1,154 คน เปWนหญิง 640 คน เปWนชาย 514 คน

แยกตามลำดับขน้ั ตาL ง ๆ ได+ดังนี้ จำนวนหอ+ ง จำนวนนกั เรียน
ระดับชนั้
6 หญิง ชาย รวม
1 . มัธยมศกึ ษาป`ท่ี 1 6 162 138 300
2. มธั ยมศึกษาป`ท่ี 2 5 162 129 290
3. มัธยมศึกษาป`ท่ี 3 4 137 110 247
4. มัธยมศึกษาปท` ่ี 4 4 63 52 115
5. มธั ยมศึกษาปท` ี่ 5 4 61 59 120
6. มธั ยมศึกษาป`ที่ 6 29 56 26 82
640 514 1,154
รวม

สรุปอัตราสLวนระหวาL งจำนวนครอู าจารยตQ อL จำนวนนกั เรียน โดยประมาณ คือ

ครูอาจารยU 1 คน ตอ* นกั เรียน 25 คน (1:25)

5. อาคารสถานท่ี

5.1 ห+องเรียน มที ้งั หมด 27 หอE ง

5.2 ห+องพักครอู าจารยQ มที ง้ั หมด 10 หEอง

5.3 หอ+ งสLงเสริมวชิ ากา

• หEองธุรการ จำนวน 1 หอE ง

• หอE งวิชาการ จำนวน 1 หEอง

• หอE งกจิ การ จำนวน 1 หอE ง

• หEองพยาบาล จำนวน 1 หอE ง

• หEองสมดุ จำนวน 1 หEอง

• หอE งโรเนียล (ถ*ายเอกสาร) จำนวน 1 หEอง

โดยโรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลยั ราชภัฏเทพสตรี มีอาคารเรยี นหลักอยู* 3 อาคาร ประกอบไปดวE ย
อาคาร 7 เปนW อาคารเรยี น6 ชนั้ ซึ่งประกอบไปดวE ยหอE งตา* ง ๆดังน้ี
ชน้ั ที่ 1 ประกอบดEวย หEองเอกสาร หEองธรุ การ หอE งผูEอำนวยการ หEองวิชาการ และหEองพยาบาล
ชั้นท่ี 2 ประกอบดEวย หEองจัดแสดงผลงานนักเรยี นกลุม* สาระการเรียนรEูวทิ ยาศาสตรU

หอE งปฏิบตั กิ รวิทยาศาสตรUมธั ยมศกึ ษาตอนตEน 1 หอE ง ปฏบิ ตั กิ ารวทิ ยาศาสตรUมัธยมศึกษาตอนตEน 2 หอE ง หEองปฏิบัตกิ าร
เคมี 1 หอE ง และหEองพกั อาจารยกU ลุ*มสาระการเรียนรEูสุขศึกษาและพละศึกษา

ชนั้ ที่ 3 ประกอบดEวย หEองพกั อาจารยกU ล*ุมสาระการเรยี นรEแู นะแนว หอE งสมดุ และหอE งงานฝาt ยอาคาร
ช้นั ที่ 4 ประกอบดEวย หอE งพกั ครกู ลมุ* สาระการเรียนรคEู ณิตศาสตรU หอE งจินตภาวนา หEองเรยี นปรับอากาศของ
นักเรยี นชนั้ ม3/1, ม.3/2 และม.3/3

ช้ันท่ี 5 ประกอบดวE ย หอE งพักครูกล*มุ สาระการเรียนรสEู ังคมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรมหอE งเรียนปรับอากาศของ
นักเรยี นชนั้ ม3/4.ม.3/5ม6/2,ม.6/3 และหEองอาเซยี น

ชั้นท่ี 6 ประกอบดวE ย หEองดนตรไี ทย และ หEองปฏิบัติการคอมพวิ เตอรU
อาคาร 15 เปWนอาคารเรียน 6 ช้ัน ซงึ่ ประกอบไปดEวยหอE งตา* งๆ ดงั นี้

ชน้ั ที่1 ประกอบดEวย หEองคหกรรมศาสตรU และหอE งฝtายกจิ การนักเรียนและคณะกรรมการนกั เรยี น
ชัน้ ที่ 2 ประกอบดEวย หEองปฏบิ ตั ิการชวี วิทยา หอE งปฏิบัติการฟiสกิ สU และหEองดาราศาสตรU
ช้ันที่ 3 ประกอบดEวย หอE งเรยี นปรบั อากาศของนักเรียนชัน้ ม.2/1, ม.2/2 และ ม.2/3
ชน้ั ที่ 4 ประกอบดวE ย หEองเรยี นปรบั อากาศของนกั เรียนช้นั ม.2/4, ม.2/5 และ ม.2/6
ชัน้ ท่ี 5 ประกอบดEวย หอE งเรียนปรบั อากาศของนกั เรยี นชนั้ ม. 1/1, ม.1/2, และ ม.1/3
ชั้นที่ 6 ประกอบดEวย หอE งเรียนปรับอากาศของนกั เรียนชน้ั ม.1/4, ม.1/5, และ ม.1/6
อาคาร 18 ในปกn ารศกึ ษา2554 โรงเรียนไดEกอ* สรEางอาคารมาเพ่มิ เตมิ เปWนอาคารสูง 6 ชน้ั ซงึ่ ประกอบไปดวE ยหอE งตา* ง ๆตงั น้ี
ชนั้ ที่ 1 และ 2 เปนW ใตEถุนยกสงู เพ่ือการใชงE านแบบอเนกประสงคU

ชนั้ ที่ 3 ประกอบดวE ย หEองศกึ ษาคEนควEา หอE งพกั ครกู ลุม* สาระการรูEวทิ ยาศาสตรU หEองพักครูกลมุ* สาระการรูE
ภาษาต*างประเทศ และหอE งประชุมเทพณวรัตนU

ชัน้ ที่ 4 ประกอบดวE ย หอE งพกั ครูกลุ*มสาระการเรยี นรEภู าษาไทย หEองเรยี นปรับอากาศของนกั เรยี นชัน้ ม.4/1, ม.
9/2, และ ม.4/3

ช้นั ที่ 5 ประกอบดEวย หอE งเรยี นปรบั อากาศของนักเรยี นช้ันม.5/1, ม.5/2, ม.5/3 และ ม.6/1

ช้ันท่ี 6 ประกอบดEวย หEองเรียนปรับอากาศของนกั เรียนชน้ั ม.4/4, ม.5/4, และ ม.6/4นอกจากน้ีโรงเรยี นยงั ใชE
พืน้ ทบี่ างสว* นของมหาวทิ ยาลัยราชภัฎเทพสตรใี นการททำกจิ กรรมต*าง ๆ เชน* สำนกั วทิ ยบรกิ ารและเทคโนโลยสี ารสนเทศ
โรงยิมพลศกึ ษา โรงยมิ โสมสวลี ศูนยUวทิ ยาศาสตรU อาคารเรียนของคณะต*าง ๆภายในมหาวิทยาลัยและสนามกฬี า
มหาวิทยาลยั เปWนตนE

6. สภาพแวดลอ+ ม

6.1 สถานทสี่ ำคญั ท่ีอยูLใกล+โรงเรียน ไดแ+ กL

1) วทิ ยาลยั เทคนคิ ลพบุรี

2) โรงเรยี นอนุบาลลพบรุ ี

3) พระปรางคUสามยอด

4) วงั นารายณรU าชนเิ วศ

5) ศาลพระกาฬ

6.2 สถานท่ใี กล+เคยี งโรงเรียนท่เี ปIนแหลงL วทิ ยาการสLงเสริมการจดั การเรียนการสอน

1) สำนักวิทยบริการมหาวทิ ยาลัยราชภัฏเทพสตรี

2) หEองสมุดประชาชน จังหวัดลพบรุ ี

7. สภาพของนกั เรยี น

7.1 สภาพครอบครวั

สภาพครอบครัวนักเรียนส*วนใหญใ* นโรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั เทพสตรอี าศยั อย*ูกับครอบครวั ทค่ี อ* นขEาง
สมบูรณU ฐานะทางเศรษฐกิจมคี วามพรอE มทจี่ ะส*งเสริมทางตEานการศกึ ษา ผปูE กครองประกอบอาชีพ รับราชการ คEาขาย และ
ธุรกจิ สว* นตัว

7.2 พฤตกิ รรมนกั เรียน

สภาพนกั เรียนโดยทัว่ ไปของโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เทพสตรี

- นักเรียนส*วนใหญแ* ต*งกายสะอาดเรยี บรEอย ถกู ตอE งตามกฎระเบียบขEอบงั คับของทางโรงเรยี นและ
นักเรียนค*อนขาE งจะรบั ประทานอาหารทม่ี ปี ระโยชนU

- นักเรยี นจะเลน* กันเปนW กลมุ* ซึง่ นกั เรียนในช*วงชน้ั มธั ยมศึกษาตอนตEนส*วนใหญ*จะชอบเขาE หอE งสมดุ
อา* นหนังสอื การUตูน หรอื ทำกจิ กรรมท่ตี วั เองซอบ ในช*วงช้ันมัธยมตอนปลายในสว* นของผชูE ายจะชอบเลน* ฟตุ บอล บาสเก็ตบอล
หมากรุก เปนW ตนE และในส*วนของนกั เรยี นหญิงสว* นใหญจ* ะช*วยเหลืองานครู หรอื ทำงานท่ีตนเองตอE งส*งคุณครู และเขาE
หEองสมดุ อา* นหนงั สือ

- ในการมาเรียนนักเรียนสว* นใหญจ* ะมาโรงเรยี นแต*เขาE และมคี วามต้ังใจสนใจมาเรียน แตม* เี พยี ง
นกั เรียนบางคนอาจดอ้ื ไม*สนใจในการเรียนและสรEางความหนักใจใหแE ก*ครู

8. ภาระหนา+ ท่ีของครูผส+ู อน

8.1 ครปู ระจำชั้น

- เขEารว* มประชมุ ครูที่ปรกึ ษา เพอ่ื รับฟงw คำชีแ้ จงเกี่ยวกบั แนวทางการปฏิบตั ิงานของครูทป่ี รกึ ษา

- เขาE ร*วมปฐมนเิ ทศนักเรียนประจำปn

- ใหEคำปรึกษาเกี่ยวกบั การลงทะเบียนเรยี น การเพมิ่ -ถอน การเรยี นซอ* มเสริมและการรักสภาพการ
เปWนนักเรียน

- จัดทำประวัตินกั เรยี นท่รี ับผดิ ชอบ

- ตดิ ตามผลการสอบแกตE ัว (0) มส. ขร. ใหEเสร็จส้ินตามระยะเวลาท่ีระเบยี บการวดั ผลและ
ประเมนิ ผลกำหนดหรอื ตามประกาศของโรงเรยี น

- กำหนดวันนดั พบนกั เรียนสปั ดาหลU ะ 1 ครง้ั

- ตรวจสอบผลการเรียนทุกภาคเรียนและแจงE ใหผE ูปE กครองนกั เรยี นทราบ

- ติดตามเวลาเรียนของนกั เรยี นในแตล* ะรายวชิ า และคอยดูแลไมใ* หEนักเรียนขาดเรยี นเกินกำหนด

- ดูแลและแนะนำพฤติกรรมเกี่ยวกับการเรยี นและการเขาE ร*วมกิจกรรมในระหวา* งเรียน

- เสนอรายช่ือนักเรยี นทมี่ ีคณุ สมบตั เิ หมาะสมควรไดรE บั การเชิดชูเกียรติ

- ประสานงานกับครูประจำวชิ าเพือ่ ตรวจสอบเวลาเรยี นและพฤติกรรมการเรยี นของนักเรีย

- คอยดูแล ช*วยเหลือ ใหคE ำปรกึ ษา และชว* ยแกEปwญหานกั เรยี นทมี่ ีพฤติกรรมอนั เปนW เหตุทจ่ี ะทำใหE
ไม*สำเรจ็ การศึกษา และประสานงานกับผูปE กครองนักเรยี น เพ่ือชว* ยกนั แกEไขปญw หาทเ่ี กิดข้ึนกบั นกั เรียน

8. ภาระหน+าท่ขี องครผู สู+ อน
8.1 ครปู ระจำช้ัน
- เขาE รว* มประชมุ ครูท่ปี รึกษา เพ่ือรบั ฟงw คำช้ีแจงเกีย่ วกบั แนวทางการปฏิบตั ิงานของครทู ป่ี รกึ ษ
- เขาE ร*วมปฐมนเิ ทศนกั เรียนประจำปn
-ใหคE ำปรึกษาเกย่ี วกบั การลงทะเบยี นเรียน การเพิม่ -ถอน การเรยี นซอ* มเสริมและการรกั สภาพการ

เปWนนักเรียน
- จัดทำประวัตนิ กั เรียนที่รับผิดชอบ
- ติดตามผลการสอบแกEตวั (0) มส. ขร. ใหEเสร็จส้ินตามระยะเวลาทร่ี ะเบียบการวดั ผลและ

ประเมนิ ผลกำหนดหรอื ตามประกาศของโรงเรียน
- กำหนดวนั นดั พบนักเรยี นสปั ดาหลU ะ 1 ครง้ั
- ตรวจสอบผลการเรยี นทกุ ภาคเรียนและแจEงใหผE ปEู กครองนักเรียนทราบ
- ติดตามเวลาเรยี นของนักเรียนในแตล* ะรายวชิ า และคอยดแู ลไม*ใหนE กั เรียนขาดเรยี นเกนิ กำห
- ดแู ลและแนะนำพฤตกิ รรมเก่ยี วกับการเรยี นและการเขEาร*วมกิจกรรมในระหวา* งเรยี น
- เสนอรายชอื่ นักเรียนท่ีมีคุณสมบัตเิ หมาะสมควรไดEรับการเชดิ ซเู กียรติ
- ประสานงานกับครปู ระจำวิชาเพ่ือตรวจสอบเวลาเรียนและพฤตกิ รรมการเรียนของนักเรยี
- คอยดแู ล ช*วยเหลอื ใหคE ำปรึกษา และชว* ยแกปE ญw หานกั เรยี นทีม่ พี ฤตกิ รรมอนั เปWนเหตทุ จี่ ะทำใหไE ม*

สำเรจ็ การศกึ ษา และประสานงานกบั ผEปู กครองนักเรียน เพอื่ ชว* ยกนั แกไE ขปญw หาทเ่ี กดิ ขน้ึ กับนักเรียน
8.2 งานอื่น ๆ
- งานพัสดุ
- การเงนิ
- งานทะเบียน
- งานวชิ าการ
- งานกจิ การนักเรียน

9. แผนผังแสดงบริเวณและท่ีต้ังของโรงเรยี น
9.1 แผนผังโรเงรยี นสาธิตมหาวิทยาลัยราชภฏั เทพสตรี
อาคาร
อาคาร
อาคาร สนาม

โรงเรียน

9.2 แผนผงั แสดงที่ตง้ั โรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลัยราชภฏั เทพสตรี

10.ประวัติของโรงเรยี น
"โรงเรยี นลวะศรี" จัดตั้งขนึ้ เมอ่ื พ.ศ. 2463 เปWนชอ่ื แรกของโรงเรียนสาธิตฯ ตงั้ อยบู* นพนื้ ที่ 1 ไร* ถนนวิชาเยนทรU

ตำบลท*าหิน อำเภอเมอื งลพบรุ ี จังหวดั ลพบุรี เปดi สอนเปนW 2 ระดบั คอื ชนั้ ประถมศึกษาปnที่ 1-4 เปWนสหศึกษา และช้นั
มธั ยมศกึ ษาปทn ่ี 1-3 รับเฉพาะนกั เรียนหญงิ อีก 15 ปตn *อมา เริม่ เปiดสอนระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย พ.ศ. 2483 โรงเรยี นไดE
ยาE ยมาตั้งในพืน้ ทข่ี องกระทรวงกลาโหม ถนนนารายณUมหาราช และเปล่ยี นช่ือเปนW " โรงเรียนสตรีลพบุรีทพสตรวี ิทยาลัย"
สงั กดั กรมสามญั ศึกษา โดยความชว* ยเหลอื ของ ทางราชการและเงนิ สว* นตัวของจอมพล ป.พบิ ูลสงคราม พ.ศ. 2486 เปiด
สอนแผนกอนบุ าลรบั นักเรยี น ชาย-หญิง เขาE เรยี นถงึ ช้ันประถมศึกษาปทn ่ี 4 จน พ.ศ. 2497 แยกแผนกอนบุ าลออกตัง้ เปWน
โรงเรยี นใหม* พรEอมอาคารท่ีใชEช่ือโรงเรียนอนุบาลลพบุรี มาจนถึง ปจw จุบนั พ.ศ.2498

โรงเรียนไดรE บั การเปล่ยี นชือ่ เปนW "โรงเรียนเทพสตรี วทิ ยาลัย" สงั กัดกรมการฝaกหัดครู และไดEรับการยกฐานะเปWน
วทิ ยาลยั ครู ใชชE ่ือ "วทิ ยาลยั ครูเทพสตร"ี เมอื่ วันที่ 1 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2501 พรอE มท้งั เปiดรบั นักเรียนชน้ั ประถมศกึ ษา เพื่อ

เตรยี มไวEสำหรับนักเรียนฝกa หดั ครู สงั เกตการสอน และฝaกสอน จงึ ถึง พ.ศ.2521 จงึ งดรบั นกั เรยี นช้นั ประถมศึกษา เปดi สอน
เฉพาะชนั้ มัธยมศึกษาใชชE ื่อ "โรงเรียนสาธติ วิทยาลยั ครูเทพสตร"ี

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจEาอยู*หัวทรงพระกรุณาโปรดเกลEา ฯ พระราชทานนาม "สถาบันราชภัฏ"
เปWนชื่อสถาบนั การศกึ ษาในกรมการฝกa หัดครู กระทรวงศกึ ษาธิการ แทนชือ่ "วิทยาลยั ครู" เมื่อวันท่ี 14กุมภาพันธU พ.ศ. 2535
โรงเรียนไดเE ปลี่ยนชื่อเปนW "โรงเรียนสาธิตสถาบนั ราชภัฏเทพสตร"ี และเมือ่ สถาบนั ราชภฏั ไดEรบั สถาปนาเปนW มหาวทิ ยาลัยราช
ภัฏ ตามพระราชบญั ญตั ิหาวิทยาลยั ราชภฏั พ.ศ.2547 เมื่อวันที่ 15 มถิ ุนายน 2547 โรงเรียนจึงใชชE ือ่ ว*า " โรงเรียนสาธิต
มหาวิทยาลยั ราชภฏั เทพสตรี "

11.ข+อมลู โรงเรียนดเี ดLน
รางวลั ชนะเลิศการแข*งขนั ประวัติศาสตรUเพชรยอดมงกุฎ คร้งั ที่ 7
ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปทn ี่ 1-3 พ.ศ. 2557
รางวลั รองชนะเลิศอันดบั 1 การแขง* ขันโครงงานวทิ ยาศาสตรU ประเภทสิง่ ประดิษฐU

ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน+
รางวลั รองชนะเลศิ อันดับ 2 การแข*งขันโครงงานวิทยาศาสตรU ประเภททดลอง

ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย

แผนภมู โิ ครงสร+างการบรหิ ารของโรงเรียน

อธิการบดี

คณะการบริหารโรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เทพสตรี

สมาคมผู้ปกครองและครู อาํ นวยการโรงเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาข9นั พืน9 ฐาน
คณะกรรมการประกนั สุขภาพ

รองผู้อาํ นวยกาโรงเรียน รองผู้อาํ นวยการฝ่ าย รองผู้อาํ นวยการฝ่ าย รองผู้อาํ นวยการฝ่ าย
สาธิตวดั พระพทุ ธบาทร บริหาร วชิ าการ กจิ การนักเรียน

กล่มุ งานอาํ นวยการ คณะกรรมการการบริหารหลกั สูตร คณะกรรมการพฒั นาและประเมนิ
• เลขานุการ และวชิ าการของสถานศึกษา คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของ
• งานธุรการ
• งานประชาสัมพนั ธ์ กล่มุ งานจดั การศึกษาและพฒั นาวชิ าการ โรงเรียน
• งานสวสั ดกิ าร • การจดั การเรียนการสอน
•งานงบประมาณ • กิจกรรมเสริมหลกั สูตรและการสอน กล่มุ งานจดั การศึกษาและพฒั นา
•งานการเงนิ และพสั ดุ • งานกจิ การส่งเสริมความรู้ ว•ิชงาากนาปรก ครองระเบยี บวนิ ัย
• งานดูแลบุคลากร • งานทะเบยี นและวดั ผล • งานแนะแนว
• ผลติ เอกสารตาํ ราเรียน • งานห้องสมุด • งานกจิ กรรมชุมนุม
• งานจดั กาสSือบริการ • งานกฬี าละนันทนาการ
• งานห้องปฏบิ ัตกิ าร • งานนักศวชิ าทหาร
• งานพฒั นาวจิ ยั และการฝึ กประสบการณ์ • งานพยาบาลและอนามยั
• งานประกนั คุณภาพ • งานตรวจสุขภาพนักเรียน
• งานอาจารย์ทปSี รึกษา • งานส่งเสริมศิลปวฒั นธรรม
• งานสัมพนั ธ์ผู้ปกครอง
• งานเวรประจาํ อาจารย์

แผนการจดั การเรียนร.ู

แผนการจดั การเรียนร?ู

กจิ กรรมพัฒนาผ?เู รยี น วชิ า แนะแนว ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาป\ท่ี 3

แผนการจัดการเรียนรู?ที่ 1 เรือ่ ง อาชพี ทฉี่ ันฝนV จำนวน 1 ชว่ั โมง

ผ?สู อน อาจารยนH ติ ยา สารวงศH / นางสาวกัญยารตั ณH อ่มิ ด?วยบุญ ภาคเรียนท่ี 2 ปก\ ารศกึ ษา 2564

วนั ทพี่ ฤหัสบดี 23 ธันวาคม 2564 และวันพุธท่ี 26 มกราคม 2565

มาตรฐานการเรียนร?ู/ตวั ชี้วดั
มาตรฐานที่ 2 ผ#ูเรยี นสามารวางแผนชีวดิ า# นการศึกษา ดา# นอาชีพ และดา# นสHวนตัวและสงคม

ตวั ชว้ี ดั
1. ผEเู รยี นสามารถศึกษาวเิ คราะหU ตัดสนิ ใจ แกปE ญw หาและวางแผนดาE นการศึกษา
2. ผูEเรยี นสามารถคดิ วิเคราะหU ตัดสินใจ แกปE ญw หาและวางแผนดEานอาชพี

3. ผูEเรยี นสามารถคดิ วเิ คราะหU ตัดสนิ ใจ แกEปญw หาและวางแผนดEานสว* นตวั และสังคม

สาระสำคัญ
การดำรงชวี ิตของมนุษยท3 ่ัวไปคือการหารายไดม# าเลี้ยงชพี หรือจัดหาสิ่งจำเปนR สำหรบั ชวี ิต คือ อาหาร

เครอ่ื งดม่ื ทอ่ี ยอูH าศยั และยารักษาโรค การเลอื กอาชีพทีต่ รงกับความสนใจ ความถนดั และมที ัศนคติที่ดีตอH
อาชพี จะทำใหก# ารประกอบอาชพี มีประสิทธภิ าพมากยิง่ ข้นึ การมอี าชีพจะทำให#รูส# ึกวาH ตนเองมีคุณคาH ท่ี
สามารถเลย้ี งชีวิตและครอบครวั ได#

จดุ ประสงคHการเรียนรู?
ดา? นพุทธิพสิ ยั (K)
นกั เรยี นสามารถ อธบิ าย ประโยชน3 ข#อดี และข#อเสียของอาชพี ในฝน€ ของตนได#
ด?านทักษะพสิ ยั (P)
นักเรยี นสามารถตัดสนิ ใจเลอื กอาชีพไดอ# ยาH งมเี หตผุ ลและมคี ณุ ธรรมได#
ดา? นจติ พิสยั (A)
นกั เรียนเห็นคุณคHา มคี วามภมู ิใจในอาชีพทตี่ นเองไดน# ำเสนอและสามารถดำเนิน
ชีวิตไดอ# ยาH งมคี วามสขุ
สาระการเรยี นร?ู
การมองเห็นอาชพี ในอนาคตตนเองและสามรถเลอื กอาชีพไดอ# ยาH งมีเหตผุ ล

สมรรถนะทสี่ ำคญั þ ความสามารถในการคิด
þ ความสามารถในการสอ่ื สาร þ ความสามารถในการใชท# ักษะชีวิต
þ ความสามารถในการแก#ปญ€ หา
þ ความสามารถในการใชเ# ทคโนโลยี

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคH o ซือ่ สตั ย3สจุ รติ
o รกั ชาติ ศาสน3 กษตั ริย3 þ ใฝเm รยี นร#ู
þ มวี ินยั þ มHุงมน่ั ในการทำงาน
o อยอHู ยHางพอเพียง þ จิตสาธารณะ
o รกั ความเปRนไทย

กจิ กรรมการเรยี นร?ู
1. ครูทำความร#จู ักหรือการสนทนา ถามชื่อ และจบไปอยากทำอาชีพใด
2. ครนู ำเขา# สบูH ทเรียน โดยสนทนาซักถาม
-ผ#ปู กครองของนกั เรียนประกอบอาชีพอะไรกันบา# ง
-นกั เรยี นรู#จักอาชพี ในสังคมมากนอ# ยเพียงใด
- นกั เรยี นมคี วามหวังในอาชพี ของตนเองมากน#อยเพยี งใด
- นกั เรียนคนใดต#องการประกอบอาชีพตามผ#ปู กครองบา# ง
3. ครใู หค# วามรู#กับนักเรยี นเกย่ี วกับอาชพี ตาH ง ๆ โดยครูใหด# ูรูปของอาชพี ตาH ง ๆ ในสงั คมและ

แจกใบงานให#กบั นกั เรยี นแตลH ะคนตอบคำถาม
4. ครูใหน# กั เรียนตอบคำถามและเขียนอาชีพที่ตนเองใฝmฝ€นลงในใบงาน
5. นักเรียนสลับกนั ออกมานำเสนออาชพี ของตนเองใหเ# พอ่ื นในห#องได#ฟ€ง
6. ครูและนักเรยี นสรปุ ความรูร# Hวมกนั

ขน้ั สรุป
1. ครแู ละนกั เรียนสรุปความรร#ู Hวมกัน

ช้ินงานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน /ร/องรอยแสดงความร)?ู
-ใบงานเรื่อง "การร#ูจักอาชีพ"

สอื่ และแหลง/ การเรียนรู?
- Power piont
-ใบความรเ#ู ร่ืองอาชีพ
-ใบงานเรื่อง "การรจ#ู ักอาชีพ"

การวดั และประเมินผลการเรยี นร?ู

ดา# น การวดั และประเมินผล เกณฑก3 ารวัด
วิธีวัด เครอ่ื งมือวดั

ความร#ู นกั เรียนสามารถ อธบิ าย ประโยชน3 การตอบคำถาม รวH มกิจกรรม 80%
(K) ข#อดี และข#อเสยี ของอาชพี ในฝน€ ของตน
ได#

ทักษะ นักเรียนสามารถตัดสนิ ใจเลือกอาชพี ได# ใบงาน รHวมกิจกรรม 80%

(P) อยาH งมีเหตผุ ลและมคี ุณธรรมได#

เจตคติ นกั เรยี นเหน็ คุณคาH มีความภมู ิใจใน การใหค# วามรHวมมอื รHวมกจิ กรรม 80%
(A) อาชพี ที่ตนเองไดน# ำเสนอและสามารถ
ดำเนนิ ชีวติ ไดอ# ยาH งมคี วามสขุ

บันทกึ หลงั การจัดกจิ กรรมการเรียนร?ู
- ผลการจดั การเรยี นรู#

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

- ป€ญหาอุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

- แนวทางแกไ# ขปญ€ หา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื …………………………………… ผEูสอน

(นางสาวกญั ยารตั ณ3 อิ่มดว# ยบุญ)

นกั ศึกษาสังเกตการสอน

ความคิดเหน็ และขอE เสนอแนะของหัวหนEากลุ*มสาระการเรียนรEู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........................
.....................................................................................................................................................…………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ………………………………..……
(ครูนติ ยา สารวงศU)

ใบความรเ?ู รอ่ื ง อาชพี
การรจู# ักกำหนดเปาO หมายในอนาคตไวแ# ล#ววาH ตนเองอยากจะประกอบอาชีพใด อาชีพนัน้ ควรจะ
ตรงกบั ความสนใจ ความสามารถและความถนดั ของตนเอง และจะตอ# งวางแผนท่ีจะเขา# สูHอาชีพน้ัน ซ่งึ จะต#อง
มีพนื้ ฐานทั้งดา# นความร#ู ความสามารถและทกั ษะที่สอดคลอ# งในอาชีพทวี่ างแผนไวแ# ละการเตรยี มตวั เองเข#าสูH
งานอาชีพมคี วามสำคัญอยาH งมากตอH การประกอบอาชีพ ซงึ่ หากมกี ารเตรยี มการที่ดยี อH มสHงผลให#สามารถ
ประกอบอาชีพไดอ# ยาH งมปี ระสทิ ธิภาพและประสบความสำเรจ็ ซ่ึงการเตรียมตวั เองเข#าสHงู านอาชีพ มวี ิธีการ
ดงั นี้
๑. การเตรยี มตัวด?านความรท?ู างวชิ าการ จะเปRนความรทู# ไ่ี ดท# ้งั จากภายในและภายนอกหอ# งเรยี นเปRน
พืน้ ฐานความร#ูทส่ี อดคลอ# งในงานอาชพี ทน่ี Hาสนใจ เพ่อื ใหเ# กดิ ความเขา# ใจอยาH งแท#จรงิ
และสามารถนำมาประยกุ ตใ3 หเ# กิดประโยชน3ในสถานการณ3ตาH ง ๆ ได#
๒. การเตรียมตวั ดา? นประสบการณวH ิชาชพี การที่จะไดร# ับประสบการณ3โดยตรงจะตอ# งทำกจิ กรรมนอก
หลกั สตู รการเรยี นโดยใช#ความรู#ทเี่ รียนมาตHอยอดความคดิ เพอื่ เพิม่ ความชำนาญในวิชาชพี นนั้ เชนH การศกึ ษาดู
งานจากแหลงH เรียนร#ู การเข#ารับการฝ‹กประสบการณจ3 ากองค3กรหรอื สถาบันท่ีนHาเช่อื ถอื การสงH ผลงานเข#า
ประกวด การเขา# รHวมการแขHงขัน การรวH มกจิ กรรมกลHุมหรือชมรมตHาง ๆ ตามที่ตนเองสนใจ
๓. การเตรียมตวั ดา? นบุคลกิ ภาพ เปนR ลักษณะโดยรวมของแตลH ะบุคคล ทั้งลกั ษณะภายนอกและลักษณะ
ภายใน ทจ่ี ะทำใหแ# ตลH ะบคุ คลมีความแตกตาH งกัน บุคลกิ ภาพเกดิ จากพนั ธุกรรมและสงิ่ แวดล#อมท่แี ตลH ะบุคคล
สามารถเรียนรแ#ู ละพัฒนาใหเ# กิดขน้ึ ได# ดงั นน้ั เราจึงควรมกี ารเตรยี มตวั เปนR อยาH งดีทั้งบุคลกิ ภาพภายนอก
ได#แกH รปู ราH ง หนา# ตา ผิวพรรณ การแตHงกาย กริ ยิ ามารยาท ฯลฯ และบคุ ลกิ ภาพภายใน ไดแ# กH ความคดิ
ความรู# สตปิ ญ€ ญา อารมณ3 อปุ นิสยั ทศั นคติ ฯลฯ เพ่ือใหเ# กิดความพร#อมและเหมาะสมแกอH าชีพท่ีสนใจ
๔. การเตรยี มตัวด?านความสามารถพเิ ศษ เปนR การแสวงหาความรแู# ละทักษะความสามารถให#ตนเอง
เพื่อให#เอื้อตอH การประกอบอาชีพ ซง่ึ จะทำให#ผู#ปฏิบตั ิมีคุณสมบตั ทิ ่ีโดดเดนH กวาH คนอ่นื เชนH ความสามารถในทาง
เทคโนโลยี ความสามารถในการใช#ภาษา ความสามารถใช#เครอื่ งยนต3 หรือเคร่อื งมือทีจ่ ำเปRนตHออาชีพน้นั ๆ

ใบงาน
“การรูจ? กั อาชีพ”

อาชพี ท่ฉี นั ใฝฝm €น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ฉนั เลือกอาชีพนีเ้ พราะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

PowerPoint
เรื่อง อาชพี ท่ีฉันฝนj

แผนการจัดการเรยี นร?ู

กิจกรรมพฒั นาผเ?ู รยี น วิชา แนะแนว ระดับช้นั มัธยมศึกษาป\ที่ 3

แผนการจัดการเรยี นร?ูท่ี 2 เร่อื ง หน?าที่ของตนเอง จำนวน 1 ช่ัวโมง

ผสู? อน ครูนิตยา สารวงศH / นางสาวกัญยารัตณH อ่ิมดว? ยบุญ ภาคเรียนท่ี 2 ปก\ ารศึกษา 2564

วันพธุ ที่ 29 ธันวาคม 2564 และ วนั พฤหสั ที่ 30 ธันวาคม 2564

มาตรฐานการเรยี นร?/ู ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐานท่ี 1 ผูเ# รยี นรจู# กั เขา# ใจ รกั และเห็นคณคาH ในตนเองและผู#อนื่

ตวั ชวี้ ัด
1. ผเู# รียนรจ#ู กั เขา# ใจ รักและเห็นคณุ คHาในตนเอง และพฒั นาตนเองอยHางตอH เนอ่ื ง
2. ผูเ# รยี นร#ูจกั เข#าใจ รักและเห็นคุณคHาในตนเอง และปฏิบตั ติ Hอผอ#ู ืน่ อยาH งเหมาะสม

สาระสำคัญ
นักเรยี นรู#จกั เขา# ใจและเห็นคุณคHาในตนเอง และผู#อน่ื พัฒนาตนเองอยHางตHอเนื่อง และปฏบิ ตั ติ อH ผ#ูอน่ื

อยาH งเหมาะสม

จุดประสงคHการเรยี นร?ู
ด?านพุทธพิ สิ ัย (K)
นักเรียนสามารถบอกหน#าท่คี วามรบั ผิดชอบของตนเองได#
ดา? นทักษะพสิ ยั (P)
นกั เรียนสามารถเขยี นความคิดความร#สู กึ เกยี่ วกบั หน#าทค่ี วามรบั ผิดชอบของตนเองได#
ดา? นจติ พสิ ยั (A)
นกั เรยี นเห็นคุณคาH และความสำคัญตHอหนา# ท่คี วามรับผิดชอบของตนเองและสามารถดำเนิน

ชวี ติ ไดอ# ยาH งมีความสขุ

สาระการเรยี นร?ู
ความรับผดิ ชอบตอH ตนเองในแตHละวนั และพัฒนาตนเองอยHางตอH เนอื่ ง และปฏิบัติตอH ผอู# นื่

อยHางเหมาะสม

สมรรถนะทส่ี ำคัญ þ ความสามารถในการคดิ
þ ความสามารถในการสื่อสาร þ ความสามารถในการใช#ทักษะชีวติ
þ ความสามารถในการแก#ปญ€ หา
þ ความสามารถในการใช#เทคโนโลยี

คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคH o ซือ่ สัตย3สจุ รติ
o รักชาติ ศาสน3 กษตั ริย3 þ ใฝเm รยี นร#ู
þ มวี นิ ยั þ มุHงมน่ั ในการทำงาน
o อยอHู ยาH งพอเพยี ง þ จติ สาธารณะ
o รกั ความเปนR ไทย

กิจกรรมการเรยี นร?ู
จดั เตรยี มห#องเรียนการเรียนออนไลน3 โดยเขา# เรยี นท่ี Zoom สำหรับนกั เรียน online

ขั้นนำเขา? สู/บทเรียน
1. ทกั ทายนกั เรียน และเชค็ ชอ่ื
2. ครูพดู คุยถงึ เรือ่ งเหตกุ ารณ3ในปจ€ จบุ นั เร่ืองการแพรHระบาดของโรคโควคิ 19 และแนะนำใหร# จู# ัก

ปOองกนั ตนเอง และดูแลตนเอง

ขั้นกิจกรรม
1. นำเข#าสบูH ทเรยี นโดยครถู ามนักเรยี นเกี่ยวกับบทบาทหนา# ท่ขี องตนเองในแตHละวนั วHาทำอะไรบา# ง
2. นักเรียนศึกษาใบความร#ู เรื่อง "ความรับผิดชอบตอH ตนเอง"
3. ครูขออาสาสมคั รนกั เรียน 2-3 คน ใหอ# อกมาเลาH เกย่ี วกบั หนา# ท่ีของตนเองใหเ# พอ่ื น ๆ ฟ€ง ครสู งั เกต

พฤตกิ รรมของนักเรียนจากการเลHาเรื่อง
4. ครูสอบถามนักเรียนเกีย่ วกบั เร่ืองทเี่ พ่อื นออกมาเลาH ให#ฟ€งวHามเี รือ่ งใดที่ เหมอื นตัวเองบ#าง

และทำใบงานท่ี 1 เรอื่ ง "หน#าทีข่ องตนเองในแตHละวัน" โดยใหน# กั เรียนเขียนหนา# ทข่ี องตนเองในแตลH ะวนั วาH ทำ
อะไรเปRนเวลา 1 วนั และนักเรยี นเขยี นแสดงความรส#ู ึกของตนเองทไ่ี ดท# ำหนา# ท่ี ความรส#ู ึกตHอหน#าท่ี สHงให#ครู
ตรวจตอH ไป

5.นกั เรียนและครูชHวยกนั สรปุ การรจ#ู กั หนา# ทค่ี วามรบั ผิดชอบของตนเอง และขอ# คิดท่ีได#จากกจิ กรรมน้ี

ขั้นสรุป
1. ครแู ละนักเรยี นสรปุ ความรู#รHวมกนั

ช้ินงานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน /ร/องรอยแสดงความรู)?
-ใบงานท่ี 1 หน#าทข่ี องตนเองในแตลH ะวัน

ส่ือและแหลง/ การเรียนรู?
1. ใบความรู# เร่ือง " ความรับผิดชอบตHอตนเอง"
2. ใบงานที่ 1 เรื่อง "หน#าทข่ี องตนเองในแตHละวนั "
3. PowerPoint
4. Google Classroom
5. Zoom

การวดั และประเมินผลการเรยี นร?ู

ดา# น การวัดและประเมนิ ผล เกณฑ3การวดั
วิธีวัด เครือ่ งมือวดั

ความรู# นักเรยี นสามารถบอกหนา# ทีค่ วาม การตอบคำถาม รวH มกจิ กรรม 80%

(K) รับผดิ ชอบของตนเอง

ทกั ษะ นักเรยี นสามารถเขียนความคิด ใบงาน รวH มกจิ กรรม 80%
(P) ความร#ูสึกเก่ียวกบั หนา# ท่คี วาม
รบั ผิดชอบของตนเอง

เจตคติ นกั เรยี นเห็นคุณคHาและความสำคัญตHอ การให#ความรHวมมือ รวH มกิจกรรม 80%
(A) หน#าทค่ี วามรับผดิ ชอบของตนเองและ
สามารถดำเนินชวี ิตได#อยาH งมีความสขุ

บนั ทึกหลงั การจัดกจิ กรรมการเรยี นร#ู
- ผลการจดั การเรียนรู#

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

- ปญ€ หาอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

- แนวทางแก#ไขป€ญหา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ชอ่ื …………………………………… ผ#ูสอน
(นางสาวกัญยารัตณ3 อมิ่ ด#วยบญุ )

นกั ศกึ ษาฝ‹กสอน

ความคิดเห็นและขอ? เสนอแนะของหัวหน?ากล/ุมสาระการเรียนรู?
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..............................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ………………………………..……
(ครนู ิตยา สารวงศ)3

ใบความรูR
หนRาท่ขี องตนเอง

ความรับผิดชอบต/อตนเอง
ความรบั ผิดชอบต/อตนเอง หมายถึง การรจ#ู กั บทบาทหนา# ทข่ี องตนเอง รจ#ู ักแก#ปญ€ หาของตนเอง

เชHน การรกั ษาปOองกนั ตนเองให#ปลอดภัยจากอันตราย โรคภยั ไขเ# จบ็ รกั ษารHางกายให#แข็งแรงและปฏิบตั หิ นา# ที่
การงานของตนเองให#ลุลวH งไปอยาH งมีประสทิ ธภิ าพ ทนั และตรงตHอเวลา

การมีความรบั ผดิ ชอบต/อตนเอง หมายถงึ การรบั รบู# ทบาทของตนเองทเี่ ปนR สHวนหนึ่งของสงั คม
จะตอ# งดำรงตนใหอ# ยHใู นฐานะทีส่ ามารถชวH ยเหลอื ตนเองได# ร#วู Hาอะไรผดิ อะไรถูก ยอมรับผลการ กระทำของ
ตนเอง ท้ังที่เปนR ผลดแี ละผลเสยี การมีความรับผิดชอบตอH ตนเอง มีดังน้ี

ตัง้ ใจเรียนหนังสือ หม่ันหาความรเู# พมิ่ เติมอยูเH สมอ ขยันขนั แข็งและอดทนตHออปุ สรรคในการเรียน และ
ป€ญหาตHางๆในการดำรงชีวิต

มีความเชือ่ มั่นในตนเอง ตรงตHอเวลา สามารถพง่ึ ตนเองได# และมลี ักษณะความเปนR ผน#ู ำ
มีความประหยดั อดออม และรอบคอบในการดำรงชีวติ
มีระเบียบวินัยในตนเอง ตงั้ ใจเรอื่ งเรียน และการดำรงชีวติ
ความรับผดิ ชอบตอ/ ครอบครัว
ความรบั ผดิ ชอบตอ/ ครอบครวั สมาชิกในครอบครัว แตลH ะคนมีบทบาทและหนา# ที่ แตกตHางกันออกไป
ครอบครวั จะมีความสขุ ถ#าบคุ คลในครอบครวั ร#จู ักบทบาทและปฏิบัติหน#าทขี่ องตน พ/อ เปนR หวั หนา#
ครอบครวั มีหน#าทรี่ บั ผิดชอบตHอความเปนR อยูขH องทุกคน พอH จงึ ตอ# งทำงานหนกั เพื่อหารายไดม# าเลย้ี งครอบครวั
ทำให#ครอบครัวมฐี านะและความเปRนอยHทู ่ีดี
แม/ เปนR ผูช# HวยของพอH มีหน#าที่รบั ผดิ ชอบคอื เปนR แมHบ#านคอยอบรมเลี้ยงลูก ใหเ# ปนR คนดแี ละดูแลสมาชิก
ในครอบครวั ให#อยูHดกี นิ ดีมีความสุข
ลูก มีหน#าท่ชี วH ยเหลอื พHอแมใH นการทำงานบ#าน ลูกทด่ี ีจะต#องมคี วามรับผดิ ชอบตอH หน#าท่ีทไ่ี ด#รบั
มอบหมาย เพ่อื แบงH เบาภาระของพอH แมH เชนH กวาดบา# น ถบู #าน รดน้ำตน# ไม# นอกจากน้ันลกู ยงั มีหน#าทสี่ ำคัญคอื
ตง้ั ใจเรียนหนังสอื

ความรับผดิ ชอบต/อโรงเรียน
โรงเรยี นเปRนสถานทที่ ่นี กั เรยี นเข#าไปศึกษาหาความรู# มีบุคลากรจำนวนมากท่ีมีความเก่ยี วข#องกับ

ตัวนกั เรียน เชนH ครอู าจารย3 เพ่ือนนักเรียนดว# ยกัน
นกั เรยี นต/อคร-ู อาจารยH

นักเรยี นจะตอ# งใหค# วามเคารพนบั ถอื ครู อาจารย3 และปฏิบตั ติ นใหเ# หมาะสมกับการเปนR นกั เรยี นท่ีดี ดงั นี
• มสี มั มาคารวะตอH ครู อาจารย3 ทง้ั กายวาจาและใจ โดยการทำความเคารพเม่อื พบเห็นทHาน พดู คยุ กบั ทHาน
ดว# ยวาจาสภุ าพอHอนนอ# ม และไมHแสดงกริ ยิ าทไ่ี มเH หมาะ หรือพูดไมHดคี ิดไมHดกี ับทาH น ทั้งตอH หนา# และลบั หลัง
•เชอื่ ฟ€งและปฏิบตั ติ ามคำอบรมสัง่ สอนของครู อาจารย3 ท้งั ในห#องเรียนและนอกหอ# งเรยี น

นักเรียนตอ/ เพือ่ นนกั เรียน
เพอื่ นนกั เรยี น หมายถึง เพ่ือนรวH มชน้ั เรียนเพอ่ื นรHนุ พ่ีหรือรนHุ นอ# งซึง่ เปนR ลกู ศษิ ย3อาจารย3เดียวกันอยูHในโรงเรียน
เดียวกนั มสี ิทธเิ สรีภาพมคี วามเสมอภาคในกรอบของโรงเรียน มคี วามเปRนนักเรยี นเทHาเทยี มกัน จงึ สร#างความ
เปนR เพือ่ นกันเกิดขึน้ การปฏบิ ัติตนตอH เพือ่ นนกั เรียนมีดังนี้

1.รักใครปH รองดองกนั ไมทH ะเลาะวิวาทหรือเอาเปรียบซึง่ กนั และกัน
2.เอือ้ เฟ”“อเผ่อื แผHกัน ชวH ยเหลอื ซึ่งกนั และกนั ยอมรับฟง€ ปญ€ หา และชวH ยเหลือแกไ# ขป€ญหา
3.สHงเสริมเพอ่ื นในทางทถ่ี กู ตอ# ง ใหก# ำลังใจเพ่อื นและชมเชยเมอ่ื เพ่ือนทำความดี
นักเรยี นต/อโรงเรียน
โรงเรียนเปนR สถานท่ีให#ความรแู# กนH กั เรยี นและเปนR สถานทีท่ ี่นกั เรยี นทำกิจกรรมตาH งๆ ทเ่ี ปนR ประโยชน3
เกีย่ วกบั การศกึ ษาเลHาเรยี น และการอยูรH วH มกันกับผู#อน่ื ดังน้นั นักเรยี นจงึ ควรตอบแทนสิง่ ดๆี ที่โรงเรยี นมอบ
ให#แกนH ักเรยี น โดยปฏิบตั ติ น ดังนี้
(1) ปฏบิ ตั ิตามกฎระเบียบ ตาH งๆ ของทางโรงเรยี น เขา# เรยี นตรงเวลา ไมหH นีเรียน
(2) รบั ผดิ ชอบงานตามทไี่ ด#รบั มอบหมาย โดยตงั้ ใจเรยี นหนังสือ
(3) รวH มกิจกรรมสHงเสรมิ ตามหลกั สูตรของโรงเรยี น
(4) การเข#ารวH มกิจกรรมตาH งๆท่ที างโรงเรยี นจัดข้ึน
ความรบั ผดิ ชอบต/อชุมชน
ชุมชน หมายถงึ กลุHมคนทีอ่ ยูHรHวมกันเปนR สังคมในพนื้ ท่ีพ้นื ที่หน่งึ และมักเปนR สังคมขนาดเล็ก
รักษาสุขลกั ษณะของชุมชน ชHวยกนั รกั ษาความสะอาดของชมุ ชน เชHน ชHวยกำจดั สงิ่ ปฏิกูลตHางๆ ทำลาย
ท่ีเพาะพันธขุ3 องยุงลาย
อนรุ กั ษสH งิ่ แวดลอ? มในชุมชน รกั ษาสิง่ แวดลอ# มทางธรรมชาตชิ Hวยดแู ลรกั ษาสงิ่ ของท่เี ปRนสาธารณะ
ปwองกันภยั ในชุมชน เชHน ชวH ยสอดสอH งใหค# วามรวH มมอื และเปนR กำลังสำคัญกบั ทางราชการอยาH งเต็มท่ี
เชนH ชวH ยเจ#าหนา# ทตี่ ำรวจในการปราบปรามโจรผ#รู า# ย
การพฒั นาชุมชน การพฒั นาดา# นวตั ถุ ไดแ# กH ถนนหนทาง สถานที่พกั ผอH นของคนในหมบHู า# น สระนำ้ บอH
นำ้ และอาH งเก็บนำ้

ใบงานท่ี 1
เร่อื ง หนา? ท่ีของตนเองในแต/ละวนั

ใหน# กั เรียนเขียนกจิ กรรม “หน#าท่ขี องตนเองในแตลH ะวัน” ของตนเอง ทำอะไรบ#างในเวลา 1 วนั ให#
สำเร็จ (เลอื กมาเขยี น 1 วัน)

วนั /เดอื น/ป\ หนา? ทอี่ งตนเองในแต/ละวนั ความรู?สึกของฉันทไ่ี ด?ทำหนา? ท่ี

PowerPoint
เรื่องบหนาR ท่ขี องตนเอง

แผนการจัดการเรยี นรู?

กิจกรรมพฒั นาผ?เู รยี น วิชา แนะแนว ระดับชั้นมธั ยมศึกษาป\ที่ 3

แผนการจัดการเรยี นร?ทู ่ี 3 เร่ือง ความรข?ู องอนิ เตอรเH นต็ จำนวน 1 ชว่ั โมง

ผ?สู อน ครนู ติ ยา สารวงศH / นางสาวกญั ยารตั ณH อิม่ ดว? ยบญุ ภาคเรียนท่ี 2 ปก\ ารศกึ ษา 2564

วนั พุธที่ 5 มกราคม 2565 และ วนั พฤหัสบดีที่ 6 มกราคม 2565

มาตรฐานการเรยี นร/?ู ตวั ชี้วดั
มาตรฐานท่ี 4 ปรบั ตัวและดำรงชีวติ อยใูH นสงั คมได#อยาH งมคี วามสขุ

ตวั ช้ีวัด
1. สามารถปฏิบตั ติ นในการแสดงออกได#อยาH งเหมาะสมตามสถานการณ3
2. เห็นคุณคาH การดำเนินชวี ิตตอH ตนเองและผ#ูอื่น

สาระสำคัญ
อนิ เทอร3เนต็ เปนR สอ่ื ที่มคี วามทันสมยั มีลักษณะการใชง# านท่งี HายและครอบคลุมทุกสาระไมวH าH จะเปนR

ด#านการศกึ ษา การหางานทำ และการบันเทิง ทำให#บุคคลที่ใชง# านสามารถเชอ่ื มตHอขอ# มลู อยาH งไรพ# รมแดน
เปRนการเป˜ดโลกกวา# งไดอ# ยาH งกา# วไกล ทง้ั น้เี นือ่ งจากอินเทอรเ3 นต็ กม็ ที ้ังประโยชน3และโทษควบคูHกันไปข้ึนอยูกH ับ
ตวั ผใ#ู ช#เองวHามีลักษณะการใช#งานอยาH งไร ถ#าผู#ใช#มลี ักษณะการใช#งานที่ถกู ตอ# งเหมาะสม ส่ืออนิ เทอร3เน็ตก็จะมี
ประโยชน3แกHตัวผูใ# ช#เปRนอยาH งมาก
จุดประสงคกH ารเรยี นร?ู

ด?านพุทธพิ สิ ัย (K)
นักเรียนสามารถอธิบายประโยชน3 ขอ# ดี และขอ# เสยี ของการใช#สอ่ื ออนไลนไ3 ดอ# ยาH งถูกตอ# ง

และเหมาะสมได#

ดา? นทักษะพสิ ยั (P)
นักเรยี นสามารถเขียนการใชเ# ทคโนโลยใี นการเรียนรู#อยาH งสร#างสรรคแ3 ละมคี ุณธรรมได#

ด?านจิตพิสยั (A)
นกั เรยี นเหน็ คณุ คาH การใช#สือ่ ออนไลนแ3 ละการใชเ# ทคโนโลยใี นการเรียนรูอ# ยาH งสร#างสรรค3

และสามารถดำเนินชีวติ ได#อยHางมีความสุข

สาระการเรยี นร?ู
การทHองโลกอินเทอร3เน็ตอยาH งสร#างสรรค3

สมรรถนะทสี่ ำคัญ þ ความสามารถในการคิด
þ ความสามารถในการสอ่ื สาร þ ความสามารถในการใช#ทกั ษะชีวติ
þ ความสามารถในการแกป# €ญหา
þ ความสามารถในการใช#เทคโนโลยี

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงคH o ซอื่ สัตยส3 ุจริต
o รกั ชาติ ศาสน3 กษัตรยิ 3 þ ใฝเm รียนร#ู
þ มีวนิ ยั þ มุHงมน่ั ในการทำงาน
o อยHอู ยHางพอเพียง þ จติ สาธารณะ
o รักความเปRนไทย

กิจกรรมการเรียนร?ู
จัดเตรียมห#องเรยี นการเรียนออนไลน3 โดยเข#าเรียนที่ Zoom สำหรบั นักเรียน online

ขัน้ นำเข?าส/บู ทเรยี น
1. ทักทายนกั เรยี น และเชค็ ชือ่
2. ครูพูดคยุ ถงึ เรื่องเหตุการณ3ในปจ€ จบุ ัน เร่อื งการแพรHระบาดของโรคโควคิ 19 และแนะนำใหร# จู# กั

ปอO งกันตนเอง และดูแลตนเอง
ข้ันกิจกรรม

1. ครกู ลาH วทกั ทายนกั เรยี น พูดคุยเก่ยี วกับการเรยี นออนไลน3ทผี่ าH นมา และการใชง# านอินเทอรเ3 น็ต
ข้ันกจิ กรรม

2. ครูอธิบายเกี่ยวกบั การการใช#งานอนิ เทอรเ3 น็ตอยาH งไรใหเ# กิดประโยชน3
3. ครูถามนักเรยี นวาH นักเรยี นใชอ# นิ เทอร3เนต็ ทำอะไรบา# งในแตHละวัน
4. ใบความร#ู และให#ดูประกอบการครอู ธบิ าย
5. ครูอธบิ ายใบงานกิจกรรม และใหน# ักเรยี นทำแล#วนำมาสงH เมือ่ โรงเรยี นเป˜ดเรียนตามปกติ

ข้นั สรุป
1. ครสู รุปบทเรียนเพิ่มเติม และฝากให#นกั เรียนดแู ลตนเองจากสถานการณโ3 ควคิ 19 ในปจ€ จบุ นั

ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน /รอ/ งรอยแสดงความร)?ู
- ใบงาน เรือ่ ง รู#เทHาทนั ภัยแฝงบนอินเตอรเ3 นต็
- เกร็ดความรู# เรอื่ ง ขอ# ดแี ละข#อจำกัดของ Internet

สอ่ื และแหล/งการเรยี นรู?
1. PowerPoint
2. Google Classroom
3. Zoom

การวดั และประเมินผลการเรยี นรู?

ดา? น การวัดและประเมนิ ผล เกณฑกH ารวดั
วิธวี ดั เครือ่ งมือวัด

ความร?ู นักเรียนสามารถอธบิ าย ประโยชน3 ข#อดี การตอบคำถาม รวH มกิจกรรม 80%

(K) และขอ# เสียของการใชส# ื่อออนไลน3

ทกั ษะ นกั เรยี นสามารถลงมือฝ‹ก ปฏบิ ตั ิ ในการ ใบงาน รHวมกจิ กรรม 80%
(P) ใช#เทคโนโลยใี นการเรยี นรอ#ู ยาH ง
สร#างสรรคแ3 ละมีคณุ ธรรม

เจตคติ นักเรียนเห็นคุณคาH การใช#ส่อื ออนไลน3 การใหค# วามรวH มมอื รHวมกิจกรรม 80%
(A) และการใชเ# ทคโนโลยใี นการเรียนรู#อยาH ง
สร#างสรรคไ3 ดอ# ยHางมคี วามสุข

บันทึกหลงั การจดั กจิ กรรมการเรียนรู?

- ผลการจดั การเรียนรู#
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

- ปญ€ หาอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

- แนวทางแกไ# ขป€ญหา

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชอ่ื …………………………………… ผสEู อน

(นางสาวกัญยารัตณ3 อิม่ ด#วยบญุ )

นกั ศกึ ษาสังเกตการสอน
ความคิดเหน็ และขอ+ เสนอแนะของหวั หน+ากลุมL สาระการเรยี นรู+

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
.........................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ………………………………..…….......
(ครูนติ ยา สารวงศU)

ใบความรRู

เกร็ดความรู? เรอื่ ง ขอ? ดีและขอ? จำกัดของ Internet

อินเทอร3เน็ตเปRนเทคโนโลยีใหมHในการส่ือสารสารสนเทศ เปรียบเสมือนชุมชนแหHงใหมHของโลกซึ่ง รวม
คนทั่วทุกมุมโลกเข#าด#วยกัน จึงทำให#มีบริการตHางๆ เกิดขึ้นใหมHตลอดเวลา ซ่ึงมีทั้งข#อดีท่ีเปRนประโยชน3และ
ข#อจำกัดบางประการ ดังน้ี ข#อดีของอินเทอร3เน็ต อินเทอร3เน็ตประกอบไปด#วยบริการท่ีหลากหลาย กHอให#เกิด
ประโยชนต3 อH ผู#ใชบ# รกิ ารมากมาย ดงั ตHอไปนี้

1. ค#นคว#าข#อมูลในลักษณะตHาง ๆ เชHน งานวิจัย บทความในหนังสือพิมพ3 ความก#าวหน#าทาง
การแพทย3 ฯลฯ ได#จากแหลHงข#อมูลท่ัวโลก เชHน ห#องสมุด สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัย โดยไมHต#องเสีย
คHาใชจ# Hายและเสยี เวลาในการเดินทางและสามารถสืบคน# ได#ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

2. ติดตามความเคลื่อนไหวตHาง ๆ ทั่วโลกได#อยHางรวดเร็วจากการรายงานขHาวของสำนักขHาวตHางๆ อยูH
รวมท้งั อาH นบทความเรือ่ งราวทล่ี งในนิตยสารหรือวารสารตาH งๆ ไดฟ# รีโดยมีทง้ั ขอ# ความและภาพประกอบด#วย

3. รับสHงไปรษณีย3อิเล็กทรอนิกส3ทั่วโลกได#อยHางรวดเร็วโดยไมHต#องเสียเงินคHาตราไปรษณียากร ถึงแม#
จะเปRนการสHงข#อความไปตHางประเทศก็ไมHต#องเสียเงินเพ่ิมขึ้นเหมือนการสHงจดหมาย การสHงไปรษณีย3
อิเล็กทรอนิกส3นี้นอกจากจะสHงข#อความตัวอักษรแบบจดหมายธรรมดาแล#ว ยังสามารถสHงแฟOมภาพน่ิง
ภาพเคลอื่ นไหว และเสียง พร#อมกนั ไปไดด# #วย

4. สนทนากับผู#อ่ืนท่ีอยูHหHางไกลได#ท้ังในลักษณะการพิมพ3ข#อความและเสียง รHวมกลุHมอภิปรายหรือ
กลุHมขHาวเพ่ือแสดงความคิดเห็น หรือพูดคุยถกป€ญหากับผู#ที่สนใจในเรื่องเดียวกัน เปRนการขยายวิสัยทัศน3ใน
เร่ืองที่ สนใจนั้นๆ

5. ถHายโอนแฟOมข#อความ ภาพ และเสียงจากที่อื่นๆ รวมทั้งโปรแกรมตHางๆ ได#จากแหลHงที่มีผ#ู
ใหบ# รกิ าร

6. ตรวจดูราคาสินค#าและส่ังซ้ือสินค#ารวมท้ังบริการตHางๆ ได#โดยไมHต#องเสียเวลาเดินทางไป
ห#างสรรพสินคา#

7. ให#ความบันเทิงหลายรูปแบบ เชHน การฟ€งเพลง รายการวิทยุ การชมรายการโทรทัศน3 ไปรษณีย3
อิเล็กทรอนิกส3น้ีนอกจากจะสHงข#อความตัวอักษรแบบจดหมายธรรมดาแล#ว ยังสามารถสHงแฟOมภาพนิ่ง
ภาพเคลือ่ นไหว และเสยี งพร#อมกนั ไปได#ดว#

ใบงาน

เร่ือง รู?เท/าทันภัยแฝงบนอนิ เตอรเH น็ต
คำชี้แจง : ใหน? ักเรยี นพจิ ารณาสถานการณตH อ/ ไปนวี้ /าเปนC ภยั แฝงอนิ เทอรHเน็ตแบบใด พรอ? มทำ
เคร่อื งหมายถูกหนา? ขอ? ความทีถ่ กู ต?อง

“คณุ ปาw ของฟwาใส ไดร? บั แจ?งว/า ได?รบั รางวลั การถูกคกุ คาม
จากการส/งคปู องชิงโชค แต/ตอ? งโอนเงิน การถูกหลอกลวง
การโจรกรรมข?อมลู
คา/ ธรรมเนียมในการจัดเตรยี มของรางวัลให?ก/อน
เปนC จำนวนเงิน 10,000 บาท คณุ ปาw จงึ โอนเงิน การหลอกลวง
การโจรกรรมขอ? มลู
ตามข?อตกลง แต/คณุ ปwาไม/ได?รบั รางวัล”
การถูกคุกคาม
“คณุ พอ/ ของลลิ ลีด่ ีรับขอ? ความใหไ? ปรบั เงนิ พิเศษท่ี
ธนาคารแหง/ หน่งึ จึงสง/ ข?อความตอ/ ให?เพอ่ื น และมี การถูกคุกคาม
การสง/ ข?อความต/อกนั ไปเร่อื ยๆ ทำให?มีคนไปรอรับ
เงินที่ธนาคารเปนC จำนวนมาก แตธ/ นาคารแจ?งวา/ การโจรกรรมข?อมลู
การหลอกลวง
ไมไ/ ดม? โี ครงการนแ้ี ต/อย/างใด”

“คุณแมข/ องสายฟwากรอกขอ? มลู สว/ นตวั
ลงในแบบสอบถามออนไลนH โดยได?กรอก
อเี มล
และรหัสผ/านท่ีใชง? านไดจ? ริงลงไปดว? ย
หลังจากนน้ั ปรากฏว/าคณุ แมข/ องสายฟาw
ไมส/ ามารถเข?าใช?งานอเี มลของตนเอง

ได?อกี เลยเพราะรหสั ถกู เปลย่ี นแปลง”

“แอนนาได?รับข?อความจากชายคนหนง่ึ
ชายคนนน้ั ได?สรา? งบัญชี Facebook หลานบญั ชี
ตามรังควานแอนนา ดว? ยการส/งขอ? ความข/มข/ูลว/ ง การถูกคกุ คาม
ละเมิดทางเพศชายคนนี้บรรยายทกุ ส่งิ ทุกอยา/ ง การถกู หลอกลวง
อยา/ งละเอยี ด แอนนาจงึ ปwองกันตวั เองดว? ยการ การโจรกรรมข?อมูล
แจง? ความกบั ตำรวจเพือ่ ความปลอยภยั ของตวั เอง
การหลอกลวง
www.fhygskom./9810.com การโจรกรรมข?อมลู
ใหเ? งินทุนฟรีสำหรับช/วง โควิด-19 การถกู คกุ คาม
คลิกเพอื่ เข?าร/วมตอบแบบสอบถามมสี ิทธิ์ล?นุ รับ
100,000 บาท ทันที!!!

PowerPoint
เรื่อง ควาบมรRขู องอินเตอรOเนต็

แผนการจดั การเรยี นร?ู

กิจกรรมพฒั นาผเ?ู รยี น วชิ า แนะแนว ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปท\ ่ี 3
จำนวน 1 ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรทู? ี่ 3 เรือ่ ง แฟwมสะสมผลงานสฝู/ นV

ผสู? อน อาจารยนH ติ ยา สารวงศH / นางสาวกญั ยารตั ณH อ่ิมดว? ยบญุ

วันพุธท่ี 19 มกราคม 2565 และวนั พฤหัสท่ี 20 มกราคม 2565

มาตรฐานการเรยี นร/ู? ตวั ช้วี ดั
มาตรฐานที่ 2 ผู#เรยี นสามารวางแผนชวี ดิ #านการศึกษา ดา# นอาชีพ และดา# นสHวนตัวและสงั คม

ตวั ชวี้ ดั
1. ผEูเรียนสามารถศึกษาวเิ คราะหU ตดั สนิ ใจ แกปE wญหาและวางแผนดEานการศกึ ษา
2. ผูเE รียนสามารถคิดวเิ คราะหU ตดั สินใจ แกปE wญหาและวางแผนดEานอาชีพ

3. ผเEู รยี นสามารถคิดวิเคราะหU ตดั สินใจ แกปE wญหาและวางแผนดEานส*วนตัวและสงั คม

สาระสำคญั
Portfolio คือแฟมO ท่ีรวบรวมขอ# มลู พ้ืนฐานสHวนตวั และผลงานทเ่ี กิดจากการฝ‹กปฏิบัตอิ ยHางเปRกระ

บวนการมีระบบชดั เจน อาจกอH ให#เกดิ ผลดตี Hอการพัฒนาด#านการเรียนการพฒั นาตนเองสกูH ารศึกษาและอาชพี
ในอนาคตการจดั เกบ็ หลกั ฐานรอH งรอยสามารถสะท#อนใหเ# ห็นภาพความสามารถทแ่ี ทจ# ริงของตนเอง ใช#เปนR
ข#อมลู ประกอบการตดั สินใจเลือกศกึ ษาตHอและการตดั สนิ ใจเลือกอาชพี ในระดับตอH ไป

จดุ ประสงคกH ารเรยี นรู?
ด?านพทุ ธิพิสัย (K)

นกั เรยี นสามารถ อธิบาย ประโยชน3 ของการจัดทำแฟOมสะสมงาน

ด?านทักษะพิสัย (P)
นักเรยี นสามารถพัฒนาตนเองด#านการเรยี นและการประเมินตนเองอยาH งตHอเนื่องจากการ

เรียนรแู# ละเก็บผลงาน
ด?านจติ พิสยั (A)

นักเรียนเหน็ คณุ คHา มีความภมู ิใจในแฟOมสะสมผลงานและสามารถดำเนนิ ชวี ิตได#อยาH งมี
ความสุข

สาระการเรยี นร?ู
การเตรียมจดั เก็บข#อมูลตนเองเพ่ือจัดทำแฟOมสะสมผลงาน

สมรรถนะทส่ี ำคัญ þ ความสามารถในการคดิ
þ ความสามารถในการสอื่ สาร þ ความสามารถในการใช#ทกั ษะชวี ติ
þ ความสามารถในการแกป# ญ€ หา
þ ความสามารถในการใชเ# ทคโนโลยี

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคH

o รักชาติ ศาสน3 กษัตริย3 o ซื่อสัตย3สจุ ริต
þ มวี ินยั þ ใฝเm รียนร#ู

o อยอHู ยาH งพอเพยี ง þ มุงH มนั่ ในการทำงาน

o รักความเปRนไทย þ จิตสาธารณะ

กจิ กรรมการเรยี นร?ู

1. สนทนากบั นักเรียนถงึ การจดั ทำแฟOมสะสมงานในระดับชนั้ มัธยมศึกษาตอนตน#

2. นกั เรยี นชม power point เร่อื ง องคป3 ระกอบการจดั ทำแฟมO สะสมงานให#นักเรียนศกึ ษา

และ ครแู จกใบงาน "แบบบนั ทกึ องค3ประกอบการจดั ทำแฟOมสะสมงาน"

3. นักเรียนแบงH กลHุม กลมุH ละ 5-6 คน รHวมกันศึกษาคน# ควา# และรHวมกนั อภิปรายในหวั ขอ#

"จะเตรยี มตวั อยาH งไร ในการจดั เก็บข#อมูลเพอื่ รูจ# กั ตวั ตนในด#านตาH ง ๆ" เพื่อใช#ในการเก็บข#อมูล

นำเสนอประสบการณ3ด#านการศึกษาตอH

4. ตวั แทนแตHละกลุมH นำเสนองานกลHมุ ในหัวข#อ "จะเตรยี มตัวอยHางไรทำแฟOมสะสมงาน"

5.นกั เรยี นรHวมกนั อภิปรายและสรุปถึงประโยชนข3 องการพฒั นาตนเองสกHู ารศึกษาตHอและอาชพี

แล#วนำเสนอตวั อยาH งการจัดทำแฟOมสะสมงาน

ข้ันสรุป
1. ครูและนักเรยี นสรุปความรู#รวH มกนั

ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน /รอ/ งรอยแสดงความรู?)
-แบบบนั ทกึ องค3ประกอบการจดั ทำแฟมO สะสมผลงาน
-แบบบนั ทึกการเขียนกำหนดการ ข้ันตอนการเตรยี มความพร#อม

สื่อและแหล/งการเรียนรู?
-สื่อ power point เร่อื ง องคป3 ระกอบของการจดั ทำแฟOมสะสมงาน
-ตวั อยาH งการจดั ทำ(ออกแบบ)แฟOมสะสมงาน
-ใบงาน "แบบบันทกี องคป3 ระกอบการจัดทำแฟมO สะสมงาน"

การวัดและประเมินผลการเรียนร?ู

ดา? น การวดั และประเมนิ ผล เกณฑHการวัด
วิธวี ัด เคร่อื งมอื วัด

ความร?ู นักเรียนสามารถ อธบิ าย ประโยชน3 การตอบคำถาม รHวมกิจกรรม 80%

(K) ของการจดั ทำแฟมO สะสมงาน

ทกั ษะ นกั เรียนสามารถพัฒนาตนเองดา# นการ ใบงาน รวH มกิจกรรม 80%
(P) เรยี นและการประเมินตนเองอยHาง
ตHอเนือ่ งจากการเรียนรูแ# ละเกบ็ ผลงาน

เจตคติ นกั เรยี นเหน็ คุณคHา มีความภูมใิ จในแฟมO การใหค# วามรวH มมือ รวH มกจิ กรรม 80%
(A) สะสมผลงานและสามารถดำเนินชีวิตได#
อยาH งมคี วามสุข

บันทึกหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู?
- ผลการจดั การเรียนรู#

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

- ป€ญหาอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

- แนวทางแก#ไขปญ€ หา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชื่อ…………………………………… ผสู+ อน

(นางสาวกญั ยารัตณ3 อ่มิ ด#วยบุญ)

นักศึกษาสังเกตการสอน

ความคดิ เหน็ และข+อเสนอแนะของหัวหนา+ กลLมุ สาระการเรียนร+ู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........................
.....................................................................................................................................................…………………………………………

ลงชอื่ ………………………………..……
(ครูนิตยา สารวงศU)

ใบงาน
“แบบบันทึกองคHประกอบการจัดทำแฟมw สระสมผลงาน”

ประกอบการจดั กิจกรรม เรื่อง แฟwมสระสมผลงาน

ช่อื …………………………………………………………………ชั้น…………………………เลขท่ี

PowerPoint
เรอ่ื ง แฟmมสระสมผลงานสฝูe นj

การวิจยั ในช้นั เรียนเพอ่ื พัฒนา
ดูแล ชว9 ยเหลือผู<เรียนให<มี
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคG

การวิจยั ในชั้นเรยี นเพอ่ื พฒั นา ดแู ล ชวL ยเหลอื ผ+ูเรยี นให+มีคุณลักษณะอันพงึ ประสงคQ
1. ชือ่ เรอื่ ง : การลดปwญหาการไมต* อบคำถามครูผูสE อนในชน้ั เรียนในรกุ แบบ Online
2. ความเปIนมาและความสำคญั ของปญl หา : การเรยี นในปจw จุบันจะเนEนผูEเรียนเปWนสำคญั การทผ่ี ูEเรยี นมสี *วนร*วมใน
กจิ กรรมการแกEปญw หาต*าง ๆ การตั้งคำถาม และการตอบคำถาม จะนำไปสกู* ารเรยี นรูE แตป* wญหาทอ่ี าจารยUผสูE อนมกั ประสบคือ
จะทำอย*างไรใหผE เEู รียนตอE งการมีสว* นรว* มคดิ และตอบคำถามทีอ่ าจารยถU าม และย่งิ ในสถานการณUปwจจุบันนี้ทางโรงเรียน กพ็ บ
กับปญw หาการแพร*ระบาดของเช้ือไวEตัวโควดิ -19 จากกรสงั เกตและเปWนเพราะในสถานการณใU นปจw จุบนั นีเ้ ปWนสถานการณกU าร
แพรร* ะบาดของโควิด-19 จึงทำใหEมผี ลกระทบทางดาE นการเรยี น นกั เรยี นจึงไมส* ามารถดนิ ทางเขาE มาเรยี นในหอE งเรยี นไดอE ย*าง
ปกตไิ ดE จึงตอE งมกี ารเรียน-การสอน ในรปู แบบ Online เพอื่ เปนW การแกEปwญหาการแพรร* ะบาดของโควิด-19 มากย่งิ ข้นึ และ
ในการเรยี น On line ส*งผลทำใหเE ดก็ ในหEองเรียนปiดกลอE งในการเรยี น จึงทำไมนักเรียนในหEองเรยี นไมต* อบคำถามครูผEสู อน
นอกจากเปWนการยำ้ คำถามหรือทวนคำถาม และเมอื่ พิจารณาพบว*าสาเหตุที่นักเรยี นไมต* อบคำถามนกั เรียนสว* นมากคำถามที่
ผูสE อนถามแตผ* ูเE รียนไม*ตอบ และผูเE รยี นแทบจะไมเ* คยถามคำถาม แต*มีเพยี งบางสว* น 6-10 จากนกั เรยี นในหอE ง 50 คน
ทตี่ อบคำถาม อาจเปนW เพราะผูเE รยี น เรยี นในรูปแบบOnline และความเงยี บอาจไดรE บั การตคี วามว*าเปนW การใหEความเคารพ
ความยอมรับ หรือการใชคE วามคิด แตค* ำถามผEูสอนในช้นั เรยี นเปWนคำถามวา* ยๆที่เก่ยี วขEองกบั เน้ือหาท่ีสอน เพราะไม*ตEองการ
อวดตนว*าเก*งกวา* ผูเE รยี นคนอน่ื ๆ นอกจากนกี้ ็อาจเปWนเรือ่ งของการเขินอายและเพราะผูEเรยี นตอE งการเวลาในการหาคำตอบ
และเรยี บเรียงคำพดู การท่ีครผู ูสE อนไมอ* ดทนรอคำตอบ พยายามถามชำ้ หลายคร้งั ตอบใหเE อง
จากการท่ีไดทE ราบถึงปญw หาทที่ ำใหผE Eเู รียนไมย* อมตอบคำถามมาขาE งตEน กม็ าถึงประเดน็ ท่วี *าครผู ูEสอนจะแกปE ญw หาน้ีอย*างไร
ทีจ่ ะสามารถลดความตึงเครียดของบรรยากาศการเรียนการสอนและชว* ยใหEผูเE รยี นมีปฏสิ ัพนั ธกU บั ผEูสอนมากขน้ึ ดังนั้นผEวู ิจยั จึง
ใหEความสำคญั กับการศึกษาการลดปญw หาการไมต* อบคำถามอาจารยผU สEู อนในชน้ั เรียน โดยการสราE งความมั่นใจ ในตนเอง โดย
การสังกต การสมั ภาษณU และสราE งแบบสอบถาม เพื่อเปWนแนวทาง ในการส*งเสริม พัฒนาผูEเรียนใหEเรยี นรEอู ย*างตอ* เน่อื ง และมี
ผลการเรียนอยู* นอกจากน้ียังเปนW การพัฒนตัวผEูสอน สรEางสมั พันธภาพทดี่ รี ะหวา* งครูและนกั เรียน และยังนำไปประยกุ ตUใชE
กบั รายวิชาอืน่ ๆ ไดอE ย*างตอ* เนือ่ ง
3. วตั ถุประสงคQของการวจิ ยั

1. เพ่ือศึกษาเจตคตขิ องผEเู รียนวชิ าการพฒั นาประสทิ ธภิ าพ ในการทำงานเขยี น 1 ในเรื่องทเ่ี รียนกบั ครูผสEู อน
ในชน้ั เรียน

2. เพือ่ ศึกษาสาเหตทุ ี่ผูEเรยี นไม*ชอบตอบคำถามในชั้นเรยี น
3. เพื่อศึกษาปจw จัยท่ีชว* ยกระตนEุ ใหนE กั เรยี นตอบคำถามในชน้ั เรยี นเพ่ิมขนึ้
4. ขอบเขตของการวิจัย
ประชากร
: นกั เรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาชนั้ ปทn ่ี 3 (ม.3/2),(ม.3/4)
กลLุมตวั อยLาง
: นกั เรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาช้ันปnท่ี 3 (ม.3/2),(ม.3/4)
ระยะเวลา
7 ธันวาคม 2564 – 18 กมุ ภาพนั ธU 2565
5. นยิ ามศัพทQเฉพาะ
-นักเรียนไม*ตอบคำถามครูผสูE อน
6.เครอ่ื งมือ
โดยเครื่องมือท่ี ใชEในการเกบ็ รวบรวมขอE มลู เพือ่ ศึกษาคนั ควาE ครัง้ นี้ ใชแE บบสอบถาม ในการเก็บขอE มลู จาก
กลุ*มเป€าหมาย โดยแบง* ออกเปนW 3 สว* น คอื

ส*วนที่ 1 สงั เกตขอE มลู ทวั่ ไป ของนกั เรียนในหอE งเรียน Online ผา* น Z00m รวมถึงรายละเอียดต*าง ๆ ในการเรียน
สว* นที่ 2 ขEอมูลเกีย่ วกับการศึกษาเจตคติ สาเหตุ และปจw จยั กระตEนุ ในการตอบคำถามครูผสูE อนในหอE งเรียน
Online ผ*าน Zoom ไดแE ก*

1. ความคิดเห็นทั่วไปเกีย่ วกับการตอบคำถามครูผEสู อน ในชัน้ เรยี น
2. สาเหตุทนี่ ักเรียนไมต* อบคำถามครผู ูสE อนในหอE งเรียน Online
3. ปจw จยั กระตุEนทช่ี *วย ใหEนกั เรยี นตอบคำถามครผู EูสอนในหEองเรียน Online
สว* นท่ี 3 สราE งแรงจงู ใจในหอE งเรียนหEองเรียน Online ผา* น Zoom เพ่ือใหEมกี ารตอบคำถามในสง่ิ ท่ีครูถามออกไป
เชน* สอนและอธิบายใหEเขEาใจโดยละเอยี ดเกี่ยวกับเนอื้ หาแลEวเม่ือครถู ามนักเรียนจะตEองช*วยกนั ตอบแลวE จะปล*อยใหE
นักเรยี นออกจากหEองซมู กอ* นเวลา
7.วิธดี ำเนนิ การ
วิธีการดำเนนิ การวจิ ยั แบ*งเปWน 2 ส*วน คอื
1.การสงั เกตนกั เรียนในหอE งเรียน Online เปWนการสังเกตหรอื รวบรวมขอE มูลจากต*าง ๆ ความมั่นใจ
ในตนเอง หลักการสรังความม่ันใจ คุณลกั ษณะของคนทีม่ ีความมน่ั ใจในตนเอง เพื่อหาขEอสรปุ ถงึ เจตคติ สาเหตุ และปจw จยั ท่ี
สง* ผลต*อการลดปญw หาการไม*ตอบคำถามครผู Eสู อนในหอE งเรียน Online ผา* น Zoom
2.การวจิ ัยเชิงสำรวจการวจิ ยั คร้ังนีเ้ ปนW การวิจยั เชิงสำรวจ
และการสังเกตนักเรียนของช้ันมัธยมศึกษาปทn ่ี 3/2 และ 3/4 ในหEองเรยี น Online ผา* น Z00m เปนW เคร่ืองมือในการเกบ็
รวบรวมขEอมูลเพ่อื สำรวจเจตคติ สาเหตุ และปwจจัยกระตนEุ ในการตอบคำถามครผู สEู อนในหอE งเรียน Online ผา* น Zoom ของ
นกั เรยี นโรงเรียนนกั เรยี นโรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลัยราชภฏั เทพสตรี ทีเ่ รยี นวิชา แนะแนว ภาคเรยี นที่ 2 ปกn ารศึกษา 2564
จำนวน 100 คน หอE งเรยี น 2 หอE ง
8.ผลการวจิ ยั
1. ขอE มูลทว่ั ไปนกั เรยี นท่ีตอบคำถามส*วนใหญ*เปWนในหอE งเรียน Online ผา* น Z00m เปWนเด็กนกั เรยี นจำนวนโดยประมาน
6-10 คน
2.การศึกษาเจตคติ สาเหตุ และปจw จัยกระตุนE ในการตอบคำถามครูผสูE อนในชัน้ เรยี นความคดิ เห็นท่ัวไปเก่ยี วกับการตอบ
คำถามครผู ูสE อน ในหอE องเรียนโดยภาพรวมจากการสงั เกตนกั เรียนในหEองเรียน On line ผ*าน Zoom มีความคิดเห็นทว่ั ไป
เกย่ี วกับการตอบคำถามครูผEสู อนในชัน้ เรยี นอย*ู ในระดับทดี่ ขี ึ้น แตจ* ากการสังเกต พบวา* นกั เรียน Online ผา* น Zomm มีการ
ตอบคำถามครูผูEสอนในช้นั เรียนอย*ู ในระดบั ดขี นึ้ มาก ลำดับแรก คือนกั เรยี นชอบ คำถามทีเ่ ปWนการแนะแนวเรอ่ื งการสอบ
โครงการ Teeded และการสอบเรียนตอ* ในระดับ ปวช รองลงมาคือทำใหEนักเรยี นชอบคำถามท่ีสนุกและไมท* ำใหEเครียด
3.สาเหตุทนี่ กั ศึกษาไมต* อบคำถามครผู ูEสอน ในชั้นเรยี นโดยภาพรว* มสาเหตทุ ีน่ กั เรยี นไมต* อบคำถามครูผสEู อนในหEองเรียน
Online อย*ใู นระดับ ปานกลาง จากการสังเกตและเปนW เพราะในสถานการณUในปwจจุบนั นเ้ี ปนW สถานการณกU ารแพรร* ะบาดของ
โควิด-19 จึงทำใหEมีผลกระทบทางดาE นการเรยี น
นักเรียนจงึ ไม*สามารถเดินทางเขEามาเรียนในหEองเรียนไดEอย*างปกติไดE จงึ ตอE งมกี ารเรียน-การสอน ในรูปแบบ Online เพอ่ื
เปWนการแกปE ญw หาการแพรร* ะบาดของโควิด-19 มากยงิ่ ขึน้ และในการเรยี น Online ส*งผลทำใหเE ดก็ ในหEองเรียนปiดกลอE งใน
การเรยี น จึงทำไมนกั เรยี นในหEองเรียนไม*ตอบคำถามครูผสEู อน นอกจากเปWนการยำ้ คำถามหรอื ทวนคำถาม และเมอ่ื พจิ ารณา
พบวา* สาเหตุท่นี กั เรยี นไม*ตอบคำถามครผู ูสE อนในหอE งเรียน Online ลำดับแรกคอื นกั เรียนเรียนในรปู แบบ Online นกั เรยี นไม*
ตอบคำถามครผู Eูสอนรวมไปถงึ ปiดกลอE งในขณะท่เี รยี นเปนW ส*วนมาก ครผู สูE อนจะไมเ* ห็นหนาE เดก็ นอกจากครูผEูสอนจะย้ำขึน้ มา
ไมว* *าจะเปนW เร่อื งของการถามตอบหรือใหEนักเรยี นเปดi กลอE งเพอ่ื พดู คุยสนทนากนั เม่อื ตEองตอบคำถามอาจารยU
4.ปwจจยั กระตนEุ ทชี่ ว* ยใหEนกั เรียนตอบคำถามครูผสูE อน ในชั้นเรยี น
- โดยภาพรวมปwจจยั กระตEุนทช่ี *วยใหEนกั เรยี นตอบคำถามครผู สูE อน ในหEองเรยี น Online โดย การสรEางสื่อในการ

สอนใหหE นEาสนใจ สรEางสรรคU ดึงดูดนักเรยี นในหอE งเรียน Online มคี วามสนใจ และสรEางปwจจยั ท่กี ระตนEุ ดEวยการใชคE ำพดู ดวE ย
ความสราE งสรรคสU นุกสนานในหEองเรียนโดยการสนทนาในช*วงก*อนจะเรียกถามตอบ

- บรรยากาศ ในการเรยี นตอE งไม*ตงึ เครียด ครคู วรเปนW มิตร เอาใจใสไ* ม*เขมE งวด และใหEกำลังใจนักศึกษา
ขอ+ เสนอแนะ

-ครไู มค* วรกดดนั นักเรยี นใหEตอบคำถาม ถEานักเรยี นตอบไมไ* ดEถาE นกั เรยี นตอบคำถามไม*ไดEครไู ม*ควรดนุ กั เรยี นและ
ควรอธิบาย ใหEฟwงแทน
- ครูควรยกกรณีศึกษาจากสถานการณจU รงิ เพ่อื สรEางบรรยากาศใหนE ักเรยี นอยากเรียน
- ครูควรใหเE วลาพักกับนักเรยี นผอ* นคลายความเครียด
- ครไู มค* วรถามคำถามบอ* ยเกนิ ไป เพราะนักเรยี นอาจจะเบ่อื และเกรงกลวั ทจี่ ะตอบคำถาม
- ครูควรอธิบายคำตอบถEานกั เรียนตอบไม*ไดEดEวยภาษาท่ไี มเ* ปWนทางการ
- การทำใหEนักเรียนตอบคำถามทุกคน คือ วนหรือถามคนต*อ ๆ ไป เร่อื ย ๆ จนครบ ทกุ คน
- ในกรณีท่ีนกั เรยี นไม*กลาE ตอบคำถาม ใหนE กั เรยี นหาตวั ช*วย เช*น ใหเE พื่อนชว* ย
- ครคู วรใชEคะแนนมาเปนW ตัวกระตุEนใหEนักเรยี นตอบคำถาม
-ใหนE ักเรยี นตอบคำถาม เพื่อเปWนการเชค็ ชื่อไปในตวั โดยต้งั คำถามทท่ี กุ คนสามารถตอบไดE
6. ประโยชนทQ ่คี าดวาL จะไดร+ บั
-นกั เรยี นในหEองเรยี น Online ตอบคำถามครผู สEู อนไดEดขี ้ึนมากกว*า50%
-นกั เรยี นในหEองเรยี น Online ไม*ตึงเครยี ด
-นักเรียนในหEองเรียน Online กลาE ตอบคำถามกบั ครูผูEสอนมากขนึ้

แบบประเมินคุณลกั ษณะความเปนI ครู และพฤติกรรมการปฏบิ ตั ิงานของนักศกึ ษา

ช่อื -นามสกุล นางสาวกญั ยารตั ณQ อ่ิมด+วยบุญ สาขาวิชา จติ วิทยาและการแนะแนว
รหัสประจำตวั นักศกึ ษา 62114280114 ช่อื โรงเรยี น สาธติ มหาวิทยาลัยราชภฏั เทพสตรี

คำช้ีแจง ขอให+ครพู เี่ ลย้ี งของโรงเรยี นประเมินการปฏบิ ัตงิ านของนกั ศกึ ษาตามรายการทกี่ ำหนด โดยพจิ ารณารายการ
ประเมนิ แล+วทำเครื่องหมาย ✓ ลงในชLองผลการประเมนิ ที่ตรงกับความเปนI จรงิ

รายการประเมิน ดีมาก ผลการประเมนิ ควรปรับปรุง
(3) ดี พอใช+ (0)
1. แตง* กายสะอาด สุภาพเรยี บรอE ย ✓ (2) (1)
2. แสดงกริ ิยามารยาทเหมาะสมกบั ความเปWนครู ✓
3. ใชวE าจาสุภาพ ✓
4. มมี นุษยสมั พนั ธUท่ีดี ✓
5. ทำงานเปWนระเบยี บเรียบรอE ย ✓
6. มคี วามรบั ผดิ ชอบต*องานทีร่ ับมอบหมาย ✓
7. มคี วามเอาใจใส*และใฝรt Eใู นงานครู ✓
8. มีความรEคู วามสามารถปฏบิ ัติงานท่ไี ดEรบั มอบหมาย ✓
9. มีความตัง้ ใจในการทำงาน ✓
10. ปฏิบัติงานตรงเวลา ✓

รวม 30 คะแนน 30
ปรับคะแนนเปนI 10 คะแนน (หาร 3) 10

ลงช่อื .....................................................ผปEู ระเมิน
(ครูนติ ยา สารวงศU)

ครูพีเ่ ลยี้ ง
วนั ท่ี 3 เดือน กมุ ภาพันธU พ.ศ. 2565


Click to View FlipBook Version