The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Purple Yellow Illustrated Let's Join The Space Adventure Presentation_20240628_202630_0000

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 31ภิญญาดา พุ่มพร, 2024-06-28 09:39:59

สรุป ระบบสุริยะ

Purple Yellow Illustrated Let's Join The Space Adventure Presentation_20240628_202630_0000

ระบบสุริยะ


ระบบสุริยะคืออะไร? คือ ระบบที่กำ เนิดมาจากเนบิวลาสุริยะ (Solar Nebular) ซึ่งประกอบไปด้วยฝุ่นและแก๊ส ส่วนใหญ่เป็นแก๊สไฮโดรเจนและฮีเลียมรวมไปถึงธาตุหนักต่าง ๆ ที่ได้ก่อตัวเป็นดวงอาทิตย์ที่บริเวณศูนย์กลางของระบบสุริยะ


ส่วนสสารที่เหลือจะรวมตัวเป็นจานดาวเคราะห์กระจายตัวกันหมุนรอบดวงอาทิตย์ โดยสสารที่มีจุดหลอมเหลวสูงจะกระจายอยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์ ]ส่วนสสารที่มี จุดหลอมเหลวต่ำ จะถูกผลักออกห่างจากดวงอาทิตย์ เกิดการชนกันและพอกพูน มวลเรื่อย ๆ จนกลายมาเป็นดาวเคราะห์บริวารของดวงอาทิตย์ในที่สุด


ระบบสุริยะ มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง ประกอบไปด้วยดาวเคราะห์ (Planet) หรือดาวที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง 8 ดวง ได้แก่ ดาวพุธ, ดาว ศุกร์, โลก, ดาวอังคาร, ดาวพฤหัสบดี, ดาวเสาร์, ดาวยูเรนัส และดาว เนปจูน รวมไปถึงดาวเคราะห์แคระ เช่น ดาวพลูโต, ดวงจันทร์บริวาร, ดาวเคราะห์น้อย, วัตถุในแถบไคเปอร์, ดาวหาง, สะเก็ดดาว และฝุ่น ระหว่างดาวเคราะห์


การแบ่งเขตพื้นที่ของระบบสุริยะ นักดาราศาสตร์ได้แบ่งเขตพื้นที่รอบดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะออกเป็น 4 เขต ตามตำ แหน่งที่เกิด, ลักษณะการเกิด และสัดส่วนของธาตุที่เป็นองค์ประกอบ ดังนี้


ดาวเคราะห์ชั้นใน (Inner Planets) คือ ดาวเคราะห์ที่อยู่ระหว่าง ดวงอาทิตย์กับแถบดาวเคราะห์น้อย ประกอบด้วย ดาวพุธ, ดาว ศุกร์, โลก และดาวอังคาร ดาวเคาระห์ชั้นในจะมีพื้นผิวแข็งเป็น หินและมีแก่นเป็นโลหะ จึงเรียกว่า “ ดาวเคราะห์หิน (Rocky Palnet)” 1.


2. แถบดาวเคราะห์น้อย (Asteroid Belt) คือ กลุ่มของดาวเคราะห์น้อยที่ เป็นเศษที่เหลือจากการพอกพูนมวลซึ่งไม่สามารถประกอบเป็นดาว เคราะห์หินขนาดใหญ่ได้เนื่องจากถูกแรงรบกวนจากดาวพฤหัสบดี แถบ ของดาวเคราะห์น้อยจะตั้งอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี


3 .ดาวเคราะห์ชั้นนอก (Outer Planets) คือ ดาวเคราะห์แก๊สขนาดยักษ์ที่มี องค์ประกอบหลักเป็นไฮโดรเจน, ฮีเลียม และมีเทน อยู่ห่างจากแถบดาวเคราะห์ น้อยออกไป ประกอบด้วย ดาวพฤหัสบดี, ดาวเสาร์, ดาวยูเรนัส และดาว


4. เขตดาวหาง คือ บริเวณที่อยู่ไกลจากดาวเนปจูนออกไป ประกอบด้วย แถบไคเปอร์ (Kuiper Belt) คือ บริเวณที่ประกอบไปด้วยสสารดั้งเดิมของ เนบิวลาสุริยะ ที่ไม่ได้ประกอบตัวเป็นดาวเคราะห์ เช่น มีเทน, แอมโมเนีย และน้ำ ที่อยู่ในสถานะของแข็ง นอกจากนี้ยังสามารถพบดาวเคราะห์แคระ เช่น ดาวพลูโต, ดาวมาเกะมาเกะ, และดาวอีริส เป็นต้น เมฆของออร์ต (Oort Cloud) คือ กลุ่มก้อนน้ำ แข็งปนหินที่อยู่ห่างจากดวง อาทิตย์ออกไป 2 ปีแสง (ประมาณ 18.9 ล้านล้านกิโลเมตร) บริเวณนี้เป็น แหล่งกำ เนิดดาวหางคาบยาว (ดาวหางที่มีคาบการโคจรเป็นวงรีรอบดวงอาทิตย์ ยาวกว่า 200 ปี) จึงมีอีกชื่อเรียกว่า “ ดงดาวหาง


ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ ดาวเคราะห์ (Planet) คือ ดาวที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางอย่างน้อย 500 ไมล์ (804.63 กม.) โดย โคจรรอบดาวฤกษ์ (ดวงอาทิตย์) ไม่ใช่ดวงจันทร์บริวาร และต้องมีแรงดึงดูดมากพอที่จะทำ ให้โครงสร้าง ของดาวเป็นวงกลม โดยในระบบสุริยะมีดาวเคราะห์ทั้งหมด 8 ดวง เรียงลำ ดับจากระยะห่างจากดวง อาทิตย์ ดังนี้


ดาวพุธ (Mercury) คือ ดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดโดยมีระยะทางจากดวง อาทิตย์ประมาณ 60 ล้านกิโลเมตร หรือประมาณ 1 ใน 3 ของระยะทางจากโลกไปยัง ดวงอาทิตย์ ใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบเพียง 88 วัน และหมุนรอบตัวเองใช้เวลา 59 วัน ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่ไม่มีดวงจันทร์บริวาร และได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ มากที่สุด เนื่องจากไม่มีชั้นบรรยากาศห่อหุ้มพื้นผิว จึงร้อนและแห้งแล้ง อุณหภูมิของด้าน สว่างและด้านมืดแตกต่างกันมาก ทำ ให้ดาวพุธมีฉายาว่า “ เตาไฟแช่แข็ง ”


ดาวศุกร์ (Venus) คือ ดาวเคราะห์ที่มีขนาดเล็กกว่าโลกเล็กน้อย จึงได้ชื่อว่าเป็น “ฝาแฝดของ โลก ” ดาวศุกร์มีระยะทางจากดวงอาทิตย์ประมาณ 110 ล้านกิโลเมตร หรือ ประมาณ 2 ใน 3 ของระยะทางจากโลกไปยังดวงอาทิตย์ ดาวศุกร์หมุนรอบตัวเองใช้เวลา ประมาณ 243 วัน และโคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา ประมาณ 225 วัน ของโลก โดยมีทิศทางการหมุนรอบตัวเอง จากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก ซึ่งตรงข้ามกับดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ


ดาวศุกร์ไม่มีดวงจันทร์บริวาร และมีอุณหภูมิสูงที่สุดในบรรดาดาวเคราะห์ทั้งหมดเนื่องจากบรรยากาศ ปกคลุมไปด้วยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่หนาทึบจึงเก็บความร้อนเอาไว้ พื้นผิวมีลักษณะเป็นภูเขา หุบเขา และหลุมบ่อ ดาวศุกร์เป็นดาวที่สว่างรองจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ถ้าเห็นทางทิศตะวันตกในเวลาค่ำ เรียกว่า “ ดาว ประจำ เมือง ” ถ้าเห็นทางทิศตะวันออกในเวลาก่อนรุ่งอรุณ เรียกว่า “ ดาวประกายพรึก ” โดยเวลาที่เห็น คือ ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นหรือหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วไม่เกิน 3 ชั่วโมง


โลก (Earth) คือ ดาวเคราะห์ที่มีลักษณะพิเศษ เพราะบนโลกมีอากาศและน้ำ ซึ่งจำ เป็นสำ หรับการดำ รง ชีวิตของสิ่งมีชีวิต และเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวที่พื้นผิวส่วนใหญ่ปกคลุมไปด้วยน้ำ โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ ใช้เวลา 365 วัน 6 ชั่วโมง 9 นาที โลกหมุนจากทิศตะวันตกไปทิศตะวัน ออก หรือหมุนทวนเข็มนาฬิกา แกนของโลกเอียงเป็นมุมประมาณ 23 องศากับแนวตั้งฉากของระนาบวง โคจร จึงทำ ให้เกิดฤดูกาลต่าง ๆ ขึ้นบนโลก


โลกมีดวงจันทร์เป็นบริวาร 1 ดวง โดยจะหมุนรอบโลกและหมุนรอบ ตัวเอง 1 รอบ ใช้เวลา 27 วัน บนดวงจันทร์ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ อุณหภูมิในเวลากลางวันสูงถึง 127 องศาเซลเซียส เวลากลางคืนมี อุณหภูมิ –150 องศาเซลเซียส และพื้นผิวของดวงจันทร์เต็มไปด้วย หลุมอุกกาบาตและปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้ว


ดาวอังคาร (Mars) คือ ดาวเคราะห์ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1/2 ของโลก มีระยะทางจาก ดวงอาทิตย์ประมาณ 230 ล้านกิโลเมตร ดาวอังคารหมุนรอบตัวเองโดยใช้เวลาประมาณ 25 ชั่วโมง และโคจรรอบดวงอาทิตย์โดยใช้เวลาประมาณ 687 วัน แกนของดาสอังคารเอียงเช่นเดียวกับโลก จึง ทำ ให้บนดาวอังคารมีฤดูกาลคล้ายกับบนโลก ดาวอังคาร มีดวงจันทร์บริวาร 2 ดวง ชื่อ โฟบอสและไดมอส ทั้ง 2 ดวงไม่มีบรรยากาศห่อหุ้ม ดาวอังคาร มักถูกเรียกว่า “ ดาวแดง ” เพราะมีพื้นผิวสีแดง บรรยากาศมีอยู่เบาบางมาก พื้นผิวขรุขระเต็มไปด้วยหิน มีหลุมบ่อ มีปล่องภูเขาไฟ ฝุ่นละออง และพายุทรายที่รุนแรง


ดาวพฤหัสบดี (Jupiter) คือ ดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 142,985 กิโลเมตร หรือประมาณ 11 เท่า ของโลก ดาวพฤหัสบดีโคจรรอบดวงอาทิตย์ โดยมี ระยะทางจากดวงอาทิตย์ประมาณ 780 ล้านกิโลเมตร ดาวพฤหัสบดีหมุนรอบตัวเองโดยใช้เวลา ประมาณ 10 ชั่วโมง และโคจรรอบดวงอาทิตย์โดยใช้เวลาประมาณ 12 ปี ดาวพฤหัสบดี มีดวงจันทร์บริวารไม่น้อยกว่า 63 ดวง และดาวขนาดใหญ่เป็นบริวาร 4 ดวง เรียงกันอยู่ ในแนวเส้นศูนย์สูตรของดาวพฤหัสบดี มีชื่อว่า ไอโอ, ยูโรปา, แกนีมีด และคัลลิสโต


ดาวเสาร์ (Saturn) คือ ดาวเคราะห์ขนาดใหญ่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 120,537 กิโลเมตร หรือใหญ่กว่าโลกประมาณ 9 เท่า มีลักษณะคล้ายดาวพฤหัสบดี คือ มี พื้นผิวสีเหลืองซึ่งเป็นแก๊สที่เบามาก มีความหนาแน่นน้อยกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ โดย โคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ ใช้เวลา 29.5 ปี หมุนรอบตัวเอง 1 รอบ ใช้เวลา 10 ชั่วโมง 39 นาที


ดาวเสาร์มีดาวบริวารมากกว่า 30 ดวง ดวงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีชื่อว่า “ไตตัน ” มีขนาดเท่า ดาวพุธและเป็นดาวบริวารดวงเดียวที่มีบรรยากาศห่อหุ้ม เมฆหมอกที่ปกคลุมดาวเสาร์นั้นเย็น จัด มีอุณหภูมิ -185 องศาเซลเซียส ดาวเสาร์มีวงแหวน 6 วง และวงเล็ก ๆ ประมาณ 1 แสนวงซึ่งเป็นก้อนหินและชิ้นน้ำ แข็งล้อมรอบ


ดาวยูเรนัส (Uranus) หรือดาวมฤตยู คือ ดาวเคราะห์ดวงแรกที่ถูกค้นพบด้วยกล้องโทรทรรศน์ มีลักษณะ เป็นก้อนแก๊สกลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 51,119 กิโลเมตร หรือประมาณ 4 เท่าของโลก และเป็นดาวเคราะห์แก๊สที่มีขนาดใหญ่เป็นลำ ดับที่ 3 โคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ ใช้เวลา 84 ปี และ หมุนรอบตัวเองใช้เวลา 17 ชั่วโมง มีการค้นพบว่า ดาวยูเรนัสมีวงแหวนล้อมรอบคล้ายดาวพฤหัสบดีและดาว เสาร์ วงแหวนประกอบด้วยชิ้นน้ำ แข็ง บรรยากาศของดาวยูเรนัสส่วนใหญ่เป็นแก๊สไฮโดรเจน ที่เหลือเป็น ฮีเลียมและแก๊สอื่นๆ บรรยากาศชั้นบนมีฮีเลียมจำ นวนมากจึงทำ ให้ดาวยูเรนัสมีสีฟ้าอมเขียว แกนกลางเป็น หินแข็งขนาดเล็ก มีอุณหภูมิที่พื้นผิว –210 องศาเซลเซียส และมีดาวบริวาร 21 ดวง


ดาวเนปจูน (Neptune) หรือดาวเกตุ คือ ดาวเคราะห์ดวงแรกที่พบจากการคำ นวณ ของนักดาราศาสตร์ก่อนที่จะตรวจพบบนท้องฟ้าด้วยกล้องโทรทรรศน์ ดาวเนปจูน เป็นดาวเคราะห์แก๊สดวงที่ 4 โคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ ใช้เวลาถึง 165 ปี และ หมุนรอบตัวเอง 1 รอบ ใช้เวลา 15 ชั่วโมง มีดาวบริวาร 8 ดวง ดวงที่ใหญ่ที่สุดชื่อ “ ทริตัน ” และ “ เนรีด ” โดยดาวทริตันหมุนรอบดาวเนปจูนในทิศทางตรงกันข้าม กับทิศทางการหมุนของดาวเนปจูน


ดวงอาทิตย์ (Sun) เป็นดาวฤกษ์ ณ ใจกลางระบบสุริยะ เป็นพลาสมาร้อนทรงเกือบกลมสมบูรณ์[4] [5] โดยมีการเคลื่อนที่พาซึ่งผลิตสนามแม่เหล็กผ่านกระบวนการไดนาโม[6] ปัจจุบันเป็นแหล่ง พลังงานสำ คัญที่สุดสำ หรับสิ่งมีชีวิตบนโลก มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.39 ล้านกิโลเมตร ใหญ่ กว่าโลก 109 เท่า และมีมวลประมาณ 330,000 เท่าของโลก คิดเป็นประมาณร้อยละ 99.86 ของ มวลทั้งหมดของระบบสุริยะ[7] มวลประมาณสามในสี่ของดวงอาทิตย์เป็นไฮโดรเจน ส่วนที่เหลือเป็น ฮีเลียมเป็นหลัก โดยมีปริมาณธาตุหนักกว่าเล็กน้อย รวมทั้งออกซิเจน คาร์บอน นีออน และเหล็ก[8]


ดวงจันทร์ (Moon) เป็นดาราศาสตร์วัตถุที่โคจรรอบโลก เป็นดาวบริวารถาวรดวง เดียวของโลก เป็นดาวบริวารใหญ่ที่สุดอันดับที่ 5 ในระบบสุริยะ และเป็นดาว บริวารขนาดใหญ่สุดเมื่อเทียบกับขนาดของดาวเคราะห์ที่โคจร ดวงจันทร์เป็นดาว บริวารที่มีความหนาแน่นที่สุดเป็นอันดับที่ 2 รองจากไอโอของดาวพฤหัสบดี ซึ่ง บางส่วนไม่ทราบความหนาแน่นมากหรือน้อย


เป็นเรื่องที่มีความสำ คัญมาก เนื่องจากพลังงานในรูปแบบของแสงแดด ที่เป็น ผลผลิตมาจากดวงอาทิตย์ มีความสำ คัญต่อสิ่งมีชีวิต เพราะสิ่งมีชีวิตจะต้องเติบโตด้วย การสังเคราะห์แสง โดยกระบวนการที่สิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในโลกของเราไม่ว่า จะทางตรงหรือทางอ้อม ใช้เพื่อการเจริญเติบโต เกิดจากปรากฏการณ์ทาง อุตุนิยมวิทยาและสภาพอากาศบนโลกทั้งนั้น และองค์ประกอบต่างๆที่เราเรียกกันว่า ดาวเคราะห์ ก็เป็นส่วนสำ คัญที่ทำ ให้ระบบ สุริยะจักรวาลเกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ดังนั้นน้อง ๆ ที่มีความสนใจในเรื่องของ ระบบจักรวาล สิ่งแรกที่จะต้องทำ ความเข้าใจก็คือระบบสุริยะจักรวาลนี้เลย ยิ่งถ้าน้อง ๆ ให้ความสำ คัญกับดวงดาวต่างๆ รวมไปถึงผลงานวิจัยและการค้นพบของนัก ดาราศาสตร์ น้อง ๆ ก็จะสามารถเพิ่มเติมทักษะความรู้ของตัวเองได้มากยิ่งขึ้นด้วย ความสำ คัญของ ระบบสุริยะจักรวาล


1. ดาวเคราะห์วงใน กลุ่มดาวใน ระบบสุริยะจักรวาล ซึ่งมีกลุ่มดวงที่อยู่ใกล้ดวง อาทิตย์มากกว่าโลก ได้แก่ ดาวพุธและดาวศุกร์ สำ หรับดาวเคราะห์นี้บางครั้งอาจถูก เรียกในชื่อ ดาวเคราะห์พื้นแข็ง เนื่องจากมีลักษณะพื้นผิวเป็นลักษณะของแข็ง คล้ายกับโลก กลุ่มดวงดาวสำ คัญ


2. ดาวเคราะห์วงนอก ใน ระบบสุริยะจักรวาล ยังคงเป็นกลุ่มดาวที่อยู่ใกล้กับดวง อาทิตย์มากกว่าโลก ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาว ยูเรนัส และดาวเนปจูน ซึ่งกลุ่มดาวเหล่านี้สามารถที่จะปรากฏให้เห็นชัดในช่วง ตอนกลางคืน


3. ดวงจันทร์บริวาร ใน ระบบสุริยะจักรวาล คือบริเวณของดาวเคราะห์ทั้งหลาย ประกอบ ไปด้วย โลก มีบริวารชื่อดวงจันทร์ ในขณะที่ดาวเคราะห์ดวงอื่นก็มีบริวารเช่นเดียวกัน โดยดาวเคราะห์และดวงจันทร์จะถือกำ เนิดขึ้นในช่วงเวลาพร้อมๆกัน แต่ไม่ได้รวมตัวกัน ซึ่งดวงจันทร์จะก่อตัวขึ้นภายในวงโคจรของดาวเคราะห์นั้น ๆ


4. ดาวเคราะห์น้อย ใน ระบบสุริยะจักรวาล เกิดจากวัสดุที่ไม่สามารถ รวมตัวกันเป็นดาวเคราะห์ได้ เนื่องจากมีแรงรบกวนจากดาวเคราะห์ ขนาดใหญ่ ระดับดาวเคราะห์น้อยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือดาวเคราะห์ น้อยซีเรส


5. ดาวหาง ใน ระบบสุริยะจักรวาล เป็นวัตถุขนาดเล็ก มีวงโคจร ล้อมรอบดวงอาทิตย์เป็นลักษณะของวงรี และมีองค์ประกอบส่วน ใหญ่เป็นก๊าซในลักษณะสถานะเป็นของแข็งนั่นเอง


หลักฐานที่ยืนยันทฤษฏีกำ เนิดระบบสุริยะก็คือ ถ้ามองจากด้านบนของระบบสุริยะ (Top view) จะสังเกตได้ว่า ทั้งดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ และดวงจันทร์บริวารเกือบทุกดวง หมุนรอบตัวเองในทิศทวนเข็มนาฬิกา * และโคจรรอบดวงอาทิตย์ในทิศทวนเข็ม นาฬิกา ** และหากมองจากด้านข้างของระบบสุริยะ (Side view) ก็จะสังเกตได้ว่า ดาว เคราะห์และดวงจันทร์บริวารเกือบทุกดวง มีระนาบวงโคจรใกล้เคียงกับระนาบสุริยวิถี (Ecliptic plane) *** ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากระบบสุริยะทั้งระบบกำ เนิดขึ้นพร้อมๆ กัน จาก การยุบรวมและหมุนตัวของจานฝุ่นใน Solar nebula ดังที่กล่าวมา


ดาวเคราะห์ส่วนมากในระบบสุริยะจะมีระบบเล็ก ๆ ของตัวเองด้วย โดยจะมีวัตถุคล้ายดาวเคราะห์ ขนาดเล็กโคจรไปรอบตัวเองเป็นดาวบริวาร หรือดวงจันทร์ ดวงจันทร์บางดวงมีขนาดใหญ่กว่าดาว เคราะห์เสียอีก ดาวบริวารขนาดใหญ่เหล่านี้จะมีวงโคจรที่สอดคล้องกันเป็นส่วนใหญ่ คือจะหัน หน้าด้านหนึ่งของดาวเข้าหาดาวเคราะห์ดวงแม่ของมันเสมอ ดาวเคราะห์ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ 4ดวงยังมีวงแหวนดาวเคราะห์อยู่รอบตัวด้วย เป็นแถบบาง ๆ ที่ประกอบด้วยเศษชิ้นส่วนเล็ก ๆ โคจรไปรอบ ๆ อย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน


เราไม่อาจระบุได้แน่ชัดว่า ระบบสุริยะสิ้นสุดที่จุดไหน หรืออวกาศระหว่างดาวเริ่มต้นขึ้นที่จุดไหน เพราะขอบเขตรอบนอกของระบบเป็นไปด้วยอิทธิพลของแรง 2 ชนิดที่แตกต่างกัน คือ ลมสุริยะ และแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์ อิทธิพลด้านนอกสุดของลมสุริยะกินเนื้อที่ออกไปประมาณ 4 เท่า ของระยะห่างจากดวงอาทิตย์ถึงดาวพลูโต เรียกว่าขอบเขตเฮลิโอพอส ซึ่งอาจนับเป็นจุดเริ่มต้นของ สสารระหว่างดาวก็ได้[80] อย่างไรก็ดี เชื่อว่าทรงกลมรอชของดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นเนื้อที่ภายใต้ อิทธิพลแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์ กินพื้นที่ไกลออกไปมากกว่านั้นถึงกว่าหนึ่งพันเท่า


ตำ แหน่งของระบบสุริยะในดาราจักรน่าจะเป็นองค์ประกอบสำ คัญต่อวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตบนโลก เพราะวงโคจรของมันจะค่อนข้างเป็นวงกลม และมีระดับความเร็วพอกันกับแขนก้นหอยของดาราจักร ซึ่งแสดงว่ามันไม่ได้เคลื่อนผ่านไปในดาราจักรมากนัก แขนก้นหอยนี้เป็นถิ่นที่อยู่ของวัตถุท้องฟ้า ที่กว่าจะกลายเป็นซูเปอร์โนวาก็ต้องใช้เวลาอีกนาน ทำ ให้โลกมีเวลาอันยาวนานที่จะสร้างสภาวะ เสถียรภาพมากพอสำ หรับการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต


น.ส. ภิญญาดา พุ่มพร เลขที่29 6/6


Click to View FlipBook Version