The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by iizewinatda, 2021-09-15 12:20:58

การตั้งถิ่นฐานในดินแดนประเทศไทย

สรุปการตั้งถิ่นฐาน

Keywords: การตั้งถิ่นฐาน

๑๖ ก.ย. ๖๔

วิชาประวตั ศิ าสตร์

เรอ่ื ง การตั้งถิ่นฐานในดนิ แดนประเทศไทยในอดีต
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
จัดทาโดย

คณุ ครวู นิ ัทดา ยะปะนนั ท์

๑. ยุคสมยั ในการศกึ ษาประวตั ศิ าสตร์

การแบ่งยคุ สมยั ทางประวตั ศิ าสตร์ ยุคสมยั ทางประวตั ิศาสตรเ์ ปน็ ชว่ งเวลาที่
ยาวนาน ดงั น้นั เพ่ือความสะดวกในการศึกษาประวตั ิศาสตร์ นักประวัติศาสตร์
และนักโบราณคดี จึงแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์โดยใช้เกณฑ์จากการท่ี
มนุษย์รจู้ ักคิดประดิษฐ์ตวั อกั ษรขึน้ มาใช้ แบ่งออกเปน็ ๒ สมัย ดงั นี้

๑.๑ สมยั ก่อนประวัตศิ าสตร์

คือ ยุคสมัยที่มนุษย์ยังไม่ได้ประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นมาใช้ การศึกษา
เรื่องราวของผูค้ นในยุคนีจ้ งึ ศึกษาจากเคร่ืองมอื เครื่องใช้ท่ีสว่ นใหญ่
ทำจากหินหรือโลหะ นอกจากนี้ยังศึกษาจากโครงกระดูก ซากพืช
ซากสัตว์ และถ้ำที่อยู่อาศัย สมัยก่อนประวัติศาสตร์แบ่งยุคสมัย
ยอ่ ยลงไป ไดแ้ ก่ ยคุ หิน และยุคโลหะ
ยุคหิน คือ ยุคที่มนุษย์นำหินมา
ประดิษฐ์เป็นเครื่องมือเครือ่ งใช้ แบ่ง
ต าม ลักษณ ะขอ งเ ครื่อ งม ือหิน
ออกเป็น ๓ ยุค ได้แก่ ยุคหินเก่า
ยคุ หินกลาง ยุคหนิ ใหม่

เคร่ืองมือเครือ่ งใชใ้ นยุคหนิ

ยุคโลหะ คือ ยุคทมี่ นษุ ยน์ ำโลหะมา
ประดษิ ฐเ์ ป็นเครื่องมือเครอ่ื งใช้
และเครือ่ งประดบั เชน่ สำรดิ เหล็ก

เครอ่ื งมอื เคร่ืองใช้ในยุคโลหะ

๑.๒ สมยั ประวัติศาสตร์

คือ ยุคสมัยที่มนุษย์รู้จักคิดประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นใช้เพื่อบันทึกเรื่องราว
ต่าง ๆ การศึกษาประวัติศาสตร์ไทย นักประวัติศาสตร์อาจใช้เหตุการณ์สำคัญ
ในแตล่ ะช่วงเวลาของการเปน็ เมอื งหลวงเป็นเกณฑ์ในการแบง่ ยคุ สมยั คือ
๑) สมัยก่อนสุโขทัย เริ่มต้นเมื่อมีการพบหลักฐานการใช้ตัวอักษรในดินแดน
ไทย ในพุทธศตวรรษที่ ๑๒ ของกลุ่มคนที่ตั้งถิ่นฐานเป็นบ้านเมือง แคว้น ใน
แผ่นดนิ ไทย แควน้ สำคญั ไดแ้ ก่ ทวารวดี หรภิ ุญชยั ศรีวชิ ยั และตามพรลงิ ค์
๒) สมัยสุโขทัย เริ่มจากปีที่พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ขึ้นครองราชย์และสถาปนา
สุโขทัยเป็นเมืองหลวงจนกระทั่งสุโขทัยถูกรวมเข้ากับอาณาจักรอยุธยา
ประมาณ พ.ศ. ๑๗๙๒ ถึง พ.ศ. ๒๐๐๖
๓) สมัยอยุธยา เริ่มจากปีที่สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง)ขึ้น
ครองราชย์ และสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองหลวงจนกระทั่งถึงปีที่กรุงศรี
อยุธยาแตก ซง่ึ เปน็ ชว่ งระหว่าง พ.ศ. ๑๘๙๓ ถึงพ.ศ. ๒๓๑๐

๑.๒ สมัยประวตั ิศาสตร์

๔) สมัยธนบุรี เริ่มจากปีที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชขึ้นครองราชย์และ
สถาปนากรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวง จนถึงปีสุดท้ายของรัชกาล ซึ่งเป็นช่วง
ระหว่าง พ.ศ. ๒๓๑๐ถงึ พ.ศ. ๒๓๒๕
๕ ) ส ม ั ย ร ั ต น โ ก ส ิ น ท ร์ เ ร ิ ่ ม จ า ก ป ี ท ี ่ พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ พ ุท ธ -
ยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ขึ้นครองราชย์และสถาปนากรุงเทพมหานครเป็น
เมอื งหลวง ซ่งึ เปน็ ชว่ งระหวา่ ง พ.ศ. ๒๓๒๕ ถึงปัจจุบัน

วัดมหาธาตุในอุทยานประวตั ิศาสตรส์ โุ ขทเั ปน็ หลักฐานทแี่ สดงให้เหน็ ถึง
ความเจริญรุ่งเรอื งในสมัยสโุ ขทยั

หลักฐานทางประวัติศาสตร์

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ คือ ข้อเท็จจริงหรือร่องรอย
การกระทำของมนุษยใ์ นอดตี ทย่ี งั หลงเหลอื ในปัจจบุ ัน

หลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ แบง่ ตามความสำคญั มี ๒ ประเภท
๑.หลักฐานชั้นต้น คือ หลักฐานที่เขียนหรือสร้างขึ้นในสมัยท่ี
เกิดเหตุการณ์นั้น หรือผู้เขียนหรือผู้สร้างเป็นผู้อยู่ร่วมกับ
เหตุการณน์ น้ั
๒.หลักฐานช้นั รอง คือ หลักฐานทสี่ รา้ งหรอื เขียนข้ึนหลังจากที่
เกิดเหตุการณ์นั้นแล้ว จัดทำโดยผู้ไม่มีส่วนร่วมกับเหตุการณ์
นน้ั

ถ้าแบ่งตามเกณฑ์ลักษณะของหลักฐานได้ ๒ ประเภท
คือ
๑. หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร คือ หลักฐานที่มีการ
บนั ทึกเป็นลายลกั ษณอ์ ักษรบอกเล่าเรอื่ งราว ตา่ งๆ ได้แก่ ศิลา
จารึก พงศาวดาร ใบลาน จดหมายเหตุ วรรณกรรม ชีวประวัติ
หนังสือพิมพ์ วารสาร
๒. หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร คือ สิ่งที่มนุษย์สร้าง
ขึ้นทั้งหมดที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่ สิ่งก่อสร้าง
โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปการแสดง คำบอกเลา่ นาฏศลิ ป์
ตนตรี จิตรกรรม ฯลฯ



การตัง้ ถ่ินฐานและการดำเนินชีวิตของมนษุ ย์สมยั ก่อน
ประวตั ิศาสตร์

แบ่งออกเป็น 2 ยุค คอื

๑. ยุคหิน มนุษย์จะอาศัยอยู่ตามถ้ำ มีการ

เคลื่อนย้ายไปตามแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ การ

ดำรงชีวิตในยุคนี้จะดำรงชีวิตโดยการหาของป่า ล่า

สัตว์ เก็บพืชผักผลไม้รับประทาน นับถืออำนาจ

เหนือธรรมชาติ มนุษยใ์ นยคุ น้ีจะนำหนิ มากะเทาะให้ เคร่ืองมอื หนิ กะเทาะ ท่บี า้ นแม่ทะ

เกิดความคมเพื่อนำไปใช้ในการบด ตัด เฉือน ขุด จงั หวดั ลำปาง

และใช้เป็นเครือ่ งมือล่าสตั ว์
รอ่ งรอยการต้งั หลักแหลง่ ของมนษุ ย์ในสมยั ก่อนประวัตศิ าสตร์

พบอยู่ทัว่ ทกุ แห่งในดนิ แดนไทย เชน่

• ภาคเหนือ พบเครื่องมือหินกะเทาะ ที่บ้านแม่ทะ จังหวัด

ลำปาง

• ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบเครื่องมือหิน ที่บริเวณฝั่ง

แมน่ ้ำโขง อำเภอเชยี งคาน จังหวัดเลย

• ภาคตะวันตก พบเครื่องมือหินและเศษภาชนะดินเผาโครง

กระดูกมนุษย์และกระดูกสัตว์ ที่บริเวณแม่น้ำแควน้อย จังหวัด

กาญจนบุร•ี ภาคใต้ พบเคร่อื งมอื หินกะเทาะ บรเิ วณถำ้ หลงั โรงเรียน

ทบั ปริก อำเภอเมอื ง จังหวัดกระบี่

• ภาคกลาง พบเครื่องมือหินกะเทาะ เช่น ขวานหิน

กะเทาะกำไลหิน ทบี่ ้านหนองเปล้า จังหวดั สุพรรณบุรี

๒. ยุคโลหะ มนุษย์ยุคโลหะอาศัยอยู่ ภาชนะดนิ เผาลายเขยี นสี
รวมกนั เป็นกลุ่ม สร้างทอ่ี ยูอ่ าศัยเป็นหลักแหล่ง พบทบี่ ้านเชยี ง จงั หวัดอดุ รธานี
การดำรงชีวิตในยุคนี้ มีการค้าขายระหว่างกัน
เกิดการขยายตัวของชุมชน เปลี่ยนชุมชนเกษตร
เป็นชุมชนเมือง มนุษย์ยุคโลหะจะนำเอาโลหะ
และสำริด มาทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้
เครื่องประดับ และสร้างบ้าน ต่อเรือ ล่าสัตว์
และตอ่ ส้กู บั ศัตรู

ตารางแสดงเคร่ืองมอื เครอื่ งใช้ของมนุษยย์ ุคโลหะ

3. แควน้ ลงั กาสกุ ะ 7. แควน้ โคตรบูร 6. แควน้ หรภิ ญุ ชยั
ทตี่ ง้ั ปจั จบุ นั จังหวัดปัตตานี ทต่ี งั้ ปจั จบุ นั จงั หวัดนครพนม ทตี่ ง้ั ปจั จบุ นั จงั หวัดลำพนู

2. แควน้ ละโว้ 5. แควน้ ตามพรลงิ ค์
ทต่ี ง้ั ปจั จบุ นั จังหวดั ลพบรุ ี ทตี่ งั้ ปจั จบุ นั จงั หวัดนครศรีธรรมราช

1. แควน้ ทวาราวดี 6. แควน้ ศรวี ชิ ยั
ทตี่ ง้ั ปจั จบุ นั แถบภาคกลาง เชน่ สมยั กอ่ นสโุ ขทยั : แควน้ ไทยโบราณ ทต่ี งั้ ปจั จบุ นั อำเภอไชยา
เมอื งนครชัยศรี นครปฐม เมืองอู่ทอง
จงั หวดั สุราษฎร์ธานี

สพุ รรณบุรี เมอื งคบู ัว ราชบุรี พฒั นาการมนษุ ย์

ทต่ี งั้ อยู่ตอนเหนือของแม่น้ำเจ้าพระยา ยคุ ประวตั ศิ าสตร์ ผกู้ อ่ ตงั้ พ่อขุนศรีอินทราทติ ย์
มคี วามอดุ มสมบูรณ์ ปัจจบุ ันอยูบ่ ริเวณ ในดนิ แดนไทย เป็นชุมชนก่อนประวตั ิศาสตร์
ได้อทิ ธิพลจากวัฒนธรรมขอม

จงั หวัดสโุ ขทยั สมยั สุโขทยั

หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
ศลิ าจารึก วัด เตาทเุ รียง
การดำรงชวี ติ ชาวสุโขทยั ประกอบอาชพี เป็นเตาเผาเครอื่ งสงั คโลก
เกษตรกรรม ทำนา เพาะปลูก เล้ียง

สัตว์ ทำเคร่อื งสงั คโลก มคี วามเป็นอยู่
อยา่ งเรียบง่าย

พฒั นาการมนษุ ยย์ คุ ประวตั ศิ าสตร์
ในดนิ แดนไทย

สมยั อยธุ ยา

ทตี่ งั้ อยู่บรเิ วณลุ่มนำ้ เจา้ พระยาตอนล่าง มคี วามอุดมสมบรู ณ์ มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน
ปัจจบุ ันอยู่บริเวณจังหวดั พระนครศรีอยุธยา
ผูก้ อ่ ตง้ั สมเด็จพระรามาธิบดที ี่ 1 (พระเจา้ อ่ทู อง)
การดำรงชวี ติ มกี ารประกอบอาชีพทำนา เพาะปลูก เลย้ี งสตั ว์และหาอาหารตามแหล่งน้ำ บางสว่ น
มกี ารคา้ ขายกบั ชาวต่างชาติ สว่ นใหญ่ นบั ถอื ศาสนาพุทธ
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ โบราณสถาน โบราณวตั ถุ เชน่ วดั วงั พระราชพงศาวดาร จดหมาย
เหตุ บันทกึ ความทรงจำทัง้ ของชาวไทย และต่างชาติ

สมยั ธนบรุ ี

ทต่ี ง้ั อยู่บรเิ วณลุม่ นำ้ เจ้าพระยาทางตอนใตข้ อง กรุงศรอี ยธุ ยา มีแมน่ ้ำล้อมรอบ มีปอ้ มปราการ
ปอ้ งกันข้าศึก ไม่ไกลจากทะเล ติดต่อค้าขายกบั ต่างชาตไิ ดส้ ะดวก
ผูก้ อ่ ตงั้ สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราช
การดำรงชวี ติ ระยะแรกมคี วามยากล าบาก เพราะขาดแคลนขา้ ว ตอ่ มาแก้ไขไดส้ าเร็จ ไดร้ ับ
ความเจริญดา้ นต่าง ๆ จากกรงุ ศรอี ยุธยา มชี าวตา่ งชาตเิ ข้ามาตง้ั ถนิ่ ฐาน เชน่ ชาวจีน มุสลิม
โปรตุเกส ท าใหม้ หี ลากหลายวฒั นธรรม
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ โบราณสถาน พระราชพงศาวดารกรงุ ธนบุรี จดหมายเหตุ

สมยั รตั นโกสนิ ทร์

ทตี่ งั้ อยู่บรเิ วณตรงขา้ มกบั กรุงธนบุรี บริเวณท่ีราบปากแม่นำ้ เจา้ พระยา สามารถขยายเมืองได้
มกี ารขุดคเู มืองโดยรอบเพอ่ื ป้องกันข้าศกึ

ผูก้ อ่ ตงั้ พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราข

การดำรงชวี ติ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีการติดตอ่ คา้ ขายกับชาวต่างชาติ ต่อมาในสมยั
รัชกาลที่ 5 ทรงเลกิ ทาสทำใหส้ งั คมมีความเทา่ เทียมกัน มีการปรับปรุงด้านการศึกษา กฎหมาย
คมนาคม ตอ่ มีการเปลีย่ นแปลง การปกครองเป็นระบอบประชาธปิ ไตย

เมอื งโบราณในภาคเหนอื บรเิ วณทพ่ี บ เมอื งโบราณภาคกลาง บริเวณทีพ่ บ ไดแ้ ก่
ไดแ้ ก่ เมืองหริภญุ ชยั จ.ลำพูน เมอื งอูท่ อง จ.สุพรรณบุรี เมอื งคูบัว จ.ราชบุรี
เวยี งพุกาม จ.เชียงใหม่ เมอื งศรีมโหสถ จ.ปราจีนบรุ ี เมืองศรเี ทพ จ.เพชรบูรณ์
เวยี งเถาะ จ.เชียงใหม่ แหลง่ โบราณคดบี า้ นเกา่ หลักฐานทพ่ี บ โครงกระดูก

มนุษย์ สัตว์ เปลือกหอย เครอื่ งมือหนิ ขดั

หลักฐานทางประวัติศาสตร์
ที่พบในแตล่ ะภมู ภิ าคของไทย

แหลง่ โบราณคดบี า้ นเชยี ง จ.อดุ รธานี หลักฐานที่พบ แหลง่ โบราณคดถี ำ้ หมอเขยี ว จ.กระบี่

ไดแ้ ก่ เคร่อื งมือเคร่อื งใช้ เชน่ ขวาน ใบหอก หลกั ฐานทพ่ี บ ได้แก่ เคร่อื งมือหิน เชน่
เครื่องประดับ เช่น กำไล ตุ้มหู ภาชนะดนิ เผาเขยี นสี ขวานหนิ ขัด เศษภาชนะดินเผา โครงกระดกู
เมอื งโบราณภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื บรเิ วณที่พบ มนษุ ย์ กระดูกสตั ว์ เปลือกหอย
เมืองฟา้ แดดสงยาง จ.กาฬสนิ ธ์ุ เมอื งโบราณภาคใต้ บรเิ วณท่ีพบ

เมอื งพิมาย จ.นครราชสีมา เมอื งสทิงพระ จ.สงขลา
เมอื งยะรงั จ.ปตั ตานี


Click to View FlipBook Version