งานสำรวจฐานทรพั ยากรท้องถ่นิ
(ชื่อหมูบ่ ้าน ชมุ ชน แขวง) บ้านดงฤาษี
ตำบล/แขวง บา้ นโฮง่ อำเภอ/เขต บา้ นโฮ่ง จังหวัด ลำพูน
สนองพระราชดำริโดย...
เทศบาลตำบลบา้ นโฮ่ง
อำเภอบา้ นโฮง่ จงั หวัดลำพูน
ใบงานท่ี 1
เรื่อง การเกบ็ ข้อมูลพ้ืนฐานในทอ้ งถ่นิ
1. ช่ือหมู่บา้ น ชุมชน (ท่ีเป็นทางการ) ดงฤาษี ช่ือชุมชนท่ีชาวบ้านเรียก ดงฤาษี
บา้ นโฮง่
2. ท่ีตั้ง หมู่ 8 ซอย - ถนน - แขวง/ตาบล
ลาพูน
เขต/อาเภอ บ้านโฮง่ เทศบาล ตาบลบ้านโฮง่ จังหวัด
เหนอื
เสน้ ทางหลวง หมายเลข - เส้นทางท้องถิ่น -
แผนทห่ี มบู่ า้ นโดยสังเขป
3. ข้อมูลทางศาสนา พุทธ วัด 1 แหง่ เจ้าอาวาส รูป พระ รูป
อิสลาม มัสยิด แหง่ อิหม่าม คน แหง่
คริสต์ โบสถ์ แหง่ บาทหลวง คน
อื่นๆ เช่น ศาลเจ้า โรงเจ สถานปฏิบตั ิธรรม
4. จานวนประชากร 271 ครัวเรือน จานวนพ้ืนท่ี 500 ตารางกิโลเมตร
จานวนประชากร 650 คน ชาย 307 คน หญิง 343 คน
เด็กเลก็ (แรกเกิด -12ปี) 49 คน ชาย 22 คน หญิง 27 คน
วัยรุ่น (12-18 ปี) 24 คน ชาย 12 คน หญิง 12 คน
วัยทางาน (18-60 ปี) 336 คน ชาย 166 คน หญิง 170 คน
ผู้สงู อายุ (60 ปีข้ึนไป) 241 คน ชาย 107 คน หญิง 134 คน
หมายเหตุ : พิมพ์วันที่ 10 มีนาคม 2565 ข้อมูลจากรายงาน : นายสมยศ ศรีอรรถิกานนั ท์
5. ข้อมูลสถานศึกษาที่เปิดใหบ้ ริการ - แหง่ ประถมศึกษา - แหง่
อนุบาล
มัธยมศึกษาตอนต้น - แหง่ มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. - แหง่
ปวส./อนุปริญญา
สงู กว่าปริญญาตรี - แห่ง ปริญญาตรี - แห่ง
- แห่ง อ่ืนๆ - แหง่
โรงเรียน /สถานศึกษา
ช่ือโรงเรียน / สถานศึกษา
ผู้อานวยการโรงเรียน /สถานศึกษา
จานวนครู คน
จานวนนักเรียน คน นักเรียนชาย คน นกั เรียนหญิง คน
โรงเรียน /สถานศึกษา
ชื่อโรงเรียน / สถานศึกษา
ผู้อานวยการโรงเรียน /สถานศึกษา
จานวนครู คน
จานวนนกั เรียน คน นักเรียนชาย คน นกั เรียนหญิง คน
(หมายเหตุ : หากมีสถานศึกมากกว่า 2 แห่ง สามารถเพิ่มข้อมูลของสถานศึกษาได้ตามจริง)
6. ข้อมูลบริหารขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน
สถานที่ตัง้ ของหม่บู ้านสงั กัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตาบล อื่นๆ
ตาแหนง่ นายกเทศมนตรี
ผู้บริหาร ช่ือ - สกุล นางศรีรัตน์ เขียวสงิ ห์
7. ศูนย์สุขภาพชุมชน /โรงพยาบาล - แหง่
แหง่
8. สถานีตารวจ -
ใบงานที่ 2
เร่ือง การเก็บข้อมลู การประกอบอาชพี ในทอ้ งถ่ิน
9. การประกอบอาชีพ 74.95 ไร่ ( 35 ครัวเรือน) 74.95 ไร่ (35 ครัวเรือน)
9.1 ด้านเกษตรกรรม จานวน
พ้ืนที่ทานา
1 ข้าวเหนียว 4
พ้ืนท่ีทาสวน 588.29 ไร่ ( 218 ครัวเรือน)
พืชสวนท่ีสาคัญ ได้แก่
1 มะม่วง จานวน 415.91 ไร่ ( 156 ครัวเรือน)
273.44 ไร่ ( 101 ครัวเรือน)
- มะม่วงเขียวมรกต (ทองดา) จานวน 46.87 ไร่ ( 22 ครัวเรือน)
- มะม่วงมหาชนก จานวน 3.58 ไร่ ( 3 ครัวเรือน)
18.85 ไร่ ( 3 ครัวเรือน)
- มะม่วงแดงจักรพรรด์ิ จานวน 13.19 ไร่ ( 8 ครัวเรือน)
21.02 ไร่ ( 3 ครัวเรือน)
- มะม่วงงาช้างแดง จานวน 16.49 ไร่ ( 10 ครัวเรือน)
1.13 ไร่ ( 1 ครัวเรือน)
- มะม่วงอาร์ทูอีทู จานวน 21.34 ไร่ ( 5 ครัวเรือน)
167.16 ไร่ ( 59 ครัวเรือน)
- มะม่วงมันศรีวิชัย จานวน 164.08 ไร่ ( 58 ครัวเรือน)
3.08 ไร่ ( 1 ครัวเรือน)
- มะม่วงพันธุ์จินหวง จานวน 1.13 ไร่ ( 1 ครัวเรือน)
4.09 ไร่ ( 2 ครัวเรือน)
- มะม่วงน้าดอกไม้สที อง จานวน
- มะม่วงพันธุ์อ่ืนๆ จานวน
2 ลาไย จานวน
- ลาไยพันธุ์อีดอ จานวน
- ลาไยพันธุ์สชี มพู จานวน
3 องนุ่ จานวน
4 พืชผัก จานวน
พ้ืนที่ทาไร่ 10.00 ไร่ ( 21 ครัวเรือน)
บนั ทึกขอ้ มลู โดยหนว่ ยงาน : สานักงานเกษตรอาเภอ
ปศุสัตว์ ไก่พ้ืนเมือง 793 ตัว ไก่เน้ือ 8,700 ตัว
จานวนสตั ว์ในพื้นที่โดยรวม ไก่ไข่ 52 ตัว อ่ืนๆ - ตัว
โคเนอ้ื 3 ตัว
เป็ด - ตัว
บันทึกข้อมลู โดยหน่วยงาน : สานกั งานปศุสัตว์อาเภอ
ประมง แหง่ พื้นที่
แหง่ พ้ืนท่ี
แหลง่ น้าสาธารณะเพาะพันธ์ุสตั ว์นา้ - แห่ง - ไร่
ตัน/ปี - ไร่
สถานที่เพาะเลี้ยงสตั ว์น้าเอกชน - ตัน/ปี
ท่าเทียบเรือ/สะพานปลา จานวน -
ผลผลติ สตั ว์น้าจากการเพาะเล้ียง -
ผลผลิตสตั ว์น้าจากแหล่งนา้ สาธารณะ -
อื่นๆ -
ใบงานท่ี 2
เร่ือง การเกบ็ ขอ้ มลู การประกอบอาชีพในทอ้ งถ่นิ
9. การประกอบอาชีพ
9.1 ด้านเกษตรกรรม
พื้นที่ทานา ไร่ ครัวเรือน
พ้ืนท่ีทาสวน ไร่ ครัวเรือน
พืชสวนท่ีสาคัญ ได้แก่
1 มะม่วง จานวน 385.02 ไร่ ( 118 ครัวเรือน)
2 ลาไยพันธุ์อีดอ จานวน 164.08 ไร่ ( 58 ครัวเรือน)
3 ลาไยพันธ์ุลาไยสชี มพู จานวน 3.08 ไร่ ( 1 ครัวเรือน)
4 จานวน ไร่
พ้ืนท่ีทาไร่ ไร่ ครัวเรือน
พืชสวนที่สาคัญ ได้แก่
1 จานวน ไร่
2 จานวน ไร่
3 จานวน ไร่
4 จานวน ไร่
9.2 ด้านอุตสาหกรรม
จานวนโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ - แหง่
(มีคนงานตงั้ แต่ 200 คนข้ึนไป หรือมีทรัพย์สินเกินกว่า 50 ลา้ นบาทข้ึนไป)
กิจการอุตสาหกรรม เกี่ยวกับ
1
2
จานวนโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลาง - แหง่
(มีคนงานตง้ั แต่ 10-49 คน หรือมีทรัพย์สินต้งั แต่ 10-50 ลา้ นบาท)
กิจการอุตสาหกรรม เก่ียวกับ
1
2
จานวนโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลาง - แห่ง
(มีคนงานต่ากว่า 10 คน หรือมีทรัพย์สินตัง้ แต่ 10 ล้านบาท)
กิจการอุตสาหกรรม เกี่ยวกับ
1
2
10. การพาณิชย์ - แห่ง สถานบี ริการนา้ มัน - แหง่
ธนาคาร - แหง่ ศูนย์การค้า/ห้างสรรพสินค้า - แห่ง
บริษัท - แห่ง ตลาดสด - แหง่
ห้างหุน้ สว่ นจากัด - แห่ง โรงฆา่ สัตว์ - แห่ง
ร้านค้าต่างๆ - แหง่ โรงสีข้าว - แห่ง
อื่นๆ
11. สถานบริการ - แห่ง
โรงแรม 2 แหง่ 1. ร้านวรรณรัตน์ 2. ร้านก๋วยเตยี๋ วแม่ดี
ร้านอาหาร - แหง่
โรงภาพยนตร์ - แหง่
สถานขี นสง่ - แห่ง
อ่ืนๆ
บนั ทึกข้อมูลโดยหนว่ ยงาน : กองคลงั เทศบาลตาบลบา้ นโฮง่
ใบงานที่ 3
เรอื่ ง การเกบ็ ข้อมูลดา้ นกายภาพในท้องถ่ิน
12.สภาพภมู ิประเทศ เช่น ท่ีราบ ลาดเอยี ง เนนิ ภูเขา ลุ่ม แอง่ สังคมพืช เชน่ ป่าชายหาด ปา่ ชายเลน ป่าพรุ
หมู่บ้านดงฤาษี เปน็ ชุมชนขนาดกลาง ซ่ึงต้งั เปน็ แนวยาวตามลำนำ้ ล้ี สภาพภมู ิประเทศเปน็ ที่ราบ ติดกบั
หมู่บา้ นกลางและหมูบ่ ้านสบล้อง มถี นนสายดงฤาษี - บ้านกลาง - บา้ นโฮ่ง เป็นถนนสายหลักท่ใี ชส้ ญั จรระหวา่ ง
หมบู่ ้าน อำเภอและจงั หวัดได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว มีอาณาเขตตดิ ต่อกัน ดังนี้
ทิศเหนอื ติดต่อกบั บา้ นม่วงโตน หมูท่ ่ี 1 ต.เหลา่ ยาว อ.บา้ นโฮ่ง จ.ลำพูน
ทิศใต้ ตดิ ตอ่ กับ บ้านกลาง หมทู่ ี่ 18 ต.บา้ นโฮ่ง อ.บ้านโฮง่ จ.ลำพูน
ทศิ ตะวันออก ติดต่อกับ บา้ นเหลา่ หมุ้น หมูท่ ี่ 10 ต.เหลา่ ยาว อ.บ้านโฮง่ จ.ลำพนู
ทศิ ตะวันตก ตดิ ตอ่ กับ บา้ นสบล้อง หมูท่ ี่ 11 ต.บ้านโฮ่ง อ.บ้านโฮง่ จ.ลำพนู
13.ลักษณะดนิ
ชดุ ดิน กลมุ่ ชุดดนิ ที่ 33
ลักษณะกลุ่มชุดดนิ ที่ 33
ลักษณะเด่น กลุ่มดินทรายแป้งละเอียดหรือดินร่วนละเอียดลึกมากที่เกิดจากตะกอนแม่น้ำหรือตะกอนน้ำพา
รปู พดั ปฏิกริ ยิ าดนิ เปน็ กรดเลก็ นอ้ ยถึงเปน็ กลาง การระบายนำ้ ดีถึงดีปานกลาง ความอดุ มสมบูรณป์ านกลาง
สมบตั ิของดิน เป็นกลมุ่ ชดุ ดนิ ท่ีมีวตั ถตุ ้นกำเนดิ ดินเปน็ พวกตะกอนลำน้ำ พบบนสนั ดินริมน้ำเก่า เนินตะกอนรูป
พัด หรือที่ราบตะกอนน้ำพา พบบริเวณพื้นที่ดอนที่มีสภาพพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบถึงเป็นลูกคลื่นลอนลาด
เป็นดนิ ลกึ มาก การระบายน้ำดีถึงดปี านกลาง เน้ือดินเป็นพวกดนิ ทรายแป้งหรือดินร่วนละเอยี ด สีดนิ เป็น สนี ้ำตาล
หรือสีน้ำตาลปนแดง บางแห่งในดินล่างลึกๆ มีจุดประสีเทาและสีน้ำตาล อาจมีแร่ไมกาหรือก้อนปูนปะปนอยูด่ ้วย
ดินชั้นบนมักมีปฏิกิริยาเป็นกรดปานกลางถึงเป็นกลาง ส่วนชั้นดินล่าง ถ้ามีก้อนปูนปะปน มีปฏิกิริยาเป็นกลาง
ถึงเป็นดา่ งจดั มีคา่ ความเป็นกรดเป็นดา่ งประมาณ 7.0-8.5
อินทรียวตั ถุ ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ความเปน็ กรดเปน็ ด่าง
(เปอร์เซ็นต์) (ส่วนตอ่ ลา้ นส่วน) (สว่ นตอ่ ล้านส่วน) (pH)
ดนิ บน 2.6 98.7 272.8 6.0-7.0
ดินลา่ ง 1.9 43.1 195.4 7.0-8.5
*เปอร์เซ็นต์ค่าไนโตรเจน มคี ่าเทา่ กบั เปอรเ์ ซ็นต์อินทรียวตั ถุ x 0.05
ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ปานกลาง
การใช้ประโยชน์ ใช้ปลกู พืชไรต่ า่ งๆ เชน่ ข้าวโพด อ้อย ฝา้ ย ยาสูบ ถ่วั ต่างๆ และสบั ปะรด บางแห่งใชป้ ลูกไมผ้ ล
หรอื เป็นที่อยู่อาศัย
ปญั หา ดนิ กลุ่มน้ี ไมค่ ่อยมีปัญหาในการใช้ประโยชน์ แต่อาจขาดแคลนนำ้ ในระยะทีฝ่ นท้ิงช่วงนาน บางพน้ื ท่อี าจ
พบชัน้ ดานแข็งที่เกิดจากการเกษตรกรรม
แนวทางการจดั การดนิ เพื่อการเพาะปลูก
ปลกู พชื ไร่ หรือพืชผกั ไถพรวนขณะทดี่ นิ มีความชื้นท่เี หมาะสม จัดระบบการปลูกพชื หมนุ เวยี นให้มีการปลูกพืช
บำรุงดนิ อย่ดู ว้ ย ปรับปรุงดนิ ด้วยป๋ยุ หมักหรอื ปุ๋ยคอก 2-3 ตัน/ไร่ หรอื ไถกลบพืชปุ๋ยสด (หวา่ นเมล็ดถวั่ พร้า 8-10
กก./ไร่ เมล็ดถ่วั พ่มุ 6-8 กก./ไร่ หรือปอเทอื ง 4-6 กก./ไร่ ไถกลบระยะออกดอก ปล่อยไว้ 1-2 สัปดาห)์ รว่ มกบั
ปุย๋ เคมี หรอื ปยุ๋ อินทรีย์นำ้ มีวสั ดคุ ลมุ ดิน หรอื ทำแนวรั้วหญา้ แฝก มกี ารใชป้ ยุ๋ เคมหี รือปุย๋ อินทรยี ์น้ำตามชนดิ พืชที่ปลกู
เพื่อรักษาความสามารถในการผลติ ของดนิ ไวไ้ ม่ใหเ้ ส่ือมโทรมลงพัฒนาแหล่งนำ้ และจดั ระบบการให้นำ้ ในแปลงปลูก
ปลูกไมผ้ ล ขดุ หลมุ ปลูกขนาด 50x50x50 ซม. ปรบั ปรงุ หลมุ ปลูกดว้ ยปยุ๋ หมักหรือปุ๋ยคอก 20-35 กก./หลุม
มีวัสดุคลุมดนิ ปลูกพชื คลุมดิน ปลกู พืชแซม ทำแนวรั้วหรือฐานหญา้ แฝกเฉพาะต้น ในช่วงเจรญิ เตบิ โต
แหลง่ อา้ งองิ กรมพฒั นาท่ีดินกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
http://oss101.ldd.go.th/web_thaisoilinf/62_soilgroup/62sg_desc/desc_33.html
14. แหล่งน้ำ
แหล่งน้ำธรรมชำติ (จ้ำนวน ควำมกว้ำง ควำมยำว ปริมำณน้ำ มีน้ำตลอดปี หรือเปน็ ฤดูกำล)
คลอง ชื่อ ล้ำเหมืองน้ำเสีย
ขนำด ควำมกว้ำง 0.003 กิโลเมตร ควำมยำว 2.148 กิโลเมตร
o มีน้ำตลอดปี มีนำ้ เปน็ ฤดูกำล
ช่ือ ล้ำเหมืองบ้ำนโฮ่ง - ดงฤำษี
ขนำด ควำมกว้ำง 0.003 กิโลเมตร ควำมยำว 1.816 กิโลเมตร
o มีนำ้ ตลอดปี มีน้ำเป็นฤดูกำล
แม่น้ำ ชื่อ แม่นำ้ ลี 0.030 กิโลเมตร ควำมยำว 2.286 กิโลเมตร
ขนำด ควำมกว้ำง มีนำ้ เปน็ ฤดูกำล
o มีน้ำตลอดปี
แหล่งนำ้ ชลประทำน (จ้ำนวน ควำมกว้ำง ควำมยำว ปริมำณนำ้ มีน้ำตลอดปี หรือเปน็ ฤดูกำล)
ฝำย ชื่อ
ขนำด ควำมกว้ำง กิโลเมตร ควำมยำว กิโลเมตร
o มีนำ้ ตลอดปี o มีน้ำเป็นฤดูกำล
คลองชลประทำน ช่ือ
ขนำด ควำมกว้ำง กิโลเมตร ควำมยำว กิโลเมตร
o มีนำ้ ตลอดปี o มีนำ้ เป็นฤดูกำล
เข่ือน ช่ือ
ขนำด ควำมกว้ำง กิโลเมตร ควำมยำว กิโลเมตร
o มีนำ้ ตลอดปี o มีนำ้ เปน็ ฤดูกำล
อ่ำงเก็บน้ำ ชื่อ
ขนำด ควำมกว้ำง กิโลเมตร ควำมยำว กิโลเมตร
o มีนำ้ ตลอดปี o มีน้ำเปน็ ฤดูกำล
o ฝำยชะลอควำมชุ่มชืน จ้ำนวน ครอบคลมุ พืนท่ี
o ปริมำณน้ำฝนเฉล่ียต่อปี มิลลเิ มตร
o ปริมำณน้ำฝนเฉลี่ยสงู สุดต่อปี มิลลิเมตรช่วงเดือน -เดือน
-เดือน
o ปริมำณน้ำฝนเฉล่ียต่้ำสดุ ต่อปี มิลลเิ มตรช่วงเดือน
ปริมำณควำมต้องกำรใช้นำ้ เปรียบเทียบกับปริมำณนำ้ ท่ีมีในพืนท่ี
o เพียงพอตลอดปี
o นำ้ แห้งในช่วงเดือน -เดือน
o น้ำท่วมในช่วงเดือน -เดือน
คุณภำพของน้ำ
o ปนเป้ือนโลหะหนัก
o ปนเป้ือนจุลนิ ทรีย์
o นำ้ สะอำดไม่มีปัญหำกำรปนเปือ้ น
15. อุณหภูมิ เช้ำ องศำเซลเซียส เท่ียง องศำเซลเซียส เย็น องศำเซลเซียส
สูงสดุ องศำเซลเซียส ต้่ำสุด
องศำเซลเซียส ณ พืนที่เก็บโดยรวมต่อวัน
16. ปริมำณแสง เช้ำ เปอร์เซนต์ เที่ยง เปอร์เซนต์ เย็น เปอร์เซนต์
17. พกิ ดั ทำงภูมิศำสตร์ ค่ำ X: ค่ำ Y:
บันทึกข้อมลู โดยหนว่ ยงำน กองช่ำง เทศบำลตำ้ บลบำ้ นโฮ่ง
วัน/เดือน/ปี 25 มีนำคม 2565
ใบงานท่ี 4
เรอ่ื ง การเก็บข้อมูลประวัติหมบู่ า้ น ชุมชน วิถีชุมชน
18. ขอ้ มลู ประวตั ิหมู่บา้ น ชุมชน แขวง
1. ชอ่ื บ้าน ดงฤาษี เป็นชือ่ ท่ีผสมกันระหวา่ งคำสองคำ คือคำว่า ดง และคำวา่ ฤาษี
“ดง” หมายถงึ สภาพปา่ เขาทห่ี นาแนน่ เต็มไปด้วยไม้หลากนา ๆ พนั ธุ์ และยงั เปน็ แหล่งทีม่ ีทรพั ยากรอนั เหมาะสม
“ฤาษ”ี เปน็ ช่ือของพระฤาษสี องพีน่ ้อง ซ่งึ มีตำนานมาต้งั แตอ่ ดตี เนอื่ งจากความเชอ่ื และศรัทธาของคนในทอ้ งถน่ิ
2. ประวัติชุมชน ชุมชนบ้านดงฤาษี เป็นชุมชนที่มีความน่าสนใจ เพราะมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้าน
โบราณสถาน ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านกลุ่มอาชีพ ประชาชนมีพื้นฐานในการนับถือศาสนาพุทธอย่างเคร่งครัด
มีวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจ ดำเนินชีวิตในวิถีพุทธมีการทำบุญตักบาตร เจริญสมาธิ โดยมีผู้เฒ่าผู้แก่เป็นผู้นำให้คนรุ่น
ใหม่ ๆ ไดส้ บื ทอดพทุ ธศาสนาจากรนุ่ สู่รุน่ อยา่ งต่อเน่อื ง
หมู่บา้ นดงฤาษเี ปน็ ชุมชนขนาดกลาง พน้ื ทต่ี ั้งเป็นแนวยาวตามลำน้ำลี้ ติดอยกู่ บั หม่บู ้านกลาง และหมู่บ้าน
สบล้องสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบ ประชาชนส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากไทยยอง ภาษาที่ใช้เป็นภาษาคำเมือง
(อยู้ อง อู้ลาว) สำเนยี งคลา้ ย ๆ กบั คนในตวั เมืองป่าซาง หรือท่เี ชียงใหม่ ภาษาอืน่ ๆ มบี า้ ง เนอ่ื งจากมีคนถิ่นอ่ืนมา
สร้างครอบครัวที่นี่ แต่อย่างไรก็ตาม บุตรธิดาที่เกิดมาภายหลัง ได้ใช้ภาษาพูด เช่นเดียวกับผู้คนในชุมชนด้าน
การแต่งกาย ชาวบ้านส่วนใหญ่ สวมใส่เสื้อผ้าตามแบบสมัยนิยม ไม่นิยมแต่งกายตามเชื้อสายหรือชาติพันธุ์
เหมือนกับคนไทยเชอื้ สายอนื่ ๆ ความเปน็ อย่กู ารสรา้ งบ้านเรอื นในอดิต สรา้ งบ้านแบบเสานไม้สัก ยกพ้นื ใหส้ งู เพื่อ
ป้องกันสตั วป์ า่ มาทำร้ายและป้องกนั น้ำป่าเขา้ มาท่วมอีกทางหน่ึง บ้านเรอื นเป็นเรือนไม้ท้ังหลงั หลังคามุงกระเบื้อง
ดนิ แดง แผ่นเลก็ ๆ ซ่ึงในปจั จบุ ันหาดูได้ยาก เพราะบ้านเก่าแกด่ ั้งเดิม เสื่อมคามกาลเวลา และได้ร้อื ถอนสร้างแบบ
ใหม่ไปหมดแล้ว หรือ บางหลัง เป็นแบบกึ่งเก่ากึ่งใหม่ก็มีให้เห็นอยู่ ประชากรส่วนใหญ่ จะประกอบอาชีพทางดา้ น
เกษตรกรรม เช่น ปลูกหอมแดง กระเทียม และพืชผักหมุนเวียนกันไป ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ
มวี ดั ดงฤาษเี ปน็ ศนู ยร์ ามทางวัฒนธรรม ขนบธรรมเนยี มประเพณี
สมยั ก่อนผนื แผ่นดินทเ่ี ราเรยี กว่า จงั หวัดลำพูน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวดั ลำปาง ฯลฯ เปน็ ทอี่ ยู่ของชนชาติ
ลัวะ เมง็ (มอญ) และขอม แมจ้ ะมคี นไทยยวน ไทยลอื้ ไทยยอง มาอาศัยอยู่แตม่ ีจำนวนนอ้ ย
บ้านขุนแปะ (อยู่ในเขตอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่) ในสมัยโบราณเป็นหมู่บ้นที่ใหญ่โต กว้างขาวง
ผู้คนม่งั ค่ังดว้ ยทรัพยส์ มบัติ การค้าขายไปมาถึงกันงา่ ย โดยอาศยั ลำนำ้ ปิง เป็นศนู ยก์ ลางการค้าบา้ นขุนแปะ จึงเป็น
ชุมชนที่หนาแน่นใหญ่โตแห่งหนึ่ง ในหมู่บ้านนี้มีเศรษฐีคนหนึ่งไม่ปรากฎชื่อ ร่ำรวยกว่าเศรษฐีทั้งปวงในบ้านขุน
แปะ เพราะชำนาญ ทางออ้ ม เศรษฐคี นน้ีจะทำทุกวิถที างทจี่ ะกอบโกยเอาทรัพยส์ ินจากคนอน่ื ให้ได้ ไม่ว่าในการใช้
จ่าย แกจะจ่ายก็ต่อเมื่อได้รับกำไรทุกครั้ง ไม่ว่าจะด้านใด แม้แต่การทำบุญทำทาน ก็ต้องคิดเสียก่อนว่าจะได้จาก
การทำบุญครั้งนี้หรือไม่ เป็นคนไม่ไม่ยอมเสียเปรียบใคร เศรษฐีคนนี้มีบุตร 2 คน ไม่ปรากฎชื่อเช่นกัน หลังจาก
ภรรยาได้ตายจากไป ก็ได้ทุ่มเทความรักใหก้ ับบุตรชายทั้ง 2 เหมือนดังแก้วตาด้านซ้ายและขวาของแก เด็กทั้งสอง
เกิดมาทา่ มกลางความกอบโกยมกั ได้ของพอ่ ได้เห็นการเอาเปรยี บคนจน ทำให้เกดิ ความคิดสงสารแปรนสิ ยั
ห่างไกลจากผู้เป็นพ่อเป็นอย่างมาก พอเจริญวัยขึ้น เศรษฐีจึงได้นำลูกทั้งสองไปฝากวัดเพื่อให้ศึกษาเล่าเรียน
วิชาการต่างๆ ซึ่งในสมัยนั้นวัดเป็นแหล่งวิทยาการทั้งหลาย แทนที่เด็กทั้งสองจะสนใจวิชาชีพเหมือนเพื่อนทั่วไป
แต่กลับสนใจเรียนกรรมฐานและปฏิบัติได้ดี ต่อมาพ่อเศรษฐีก็อนุญาตให้บรรพชาเป็นสามเณรเป็นที่พอใจ แต่ท้ัง
สองได้ศึกษาธรรมให้สูงขึ้น ไม่เคยพูดว่าจะลาสิกขาเลย จนอายุครบอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ตั้งหน้าตั้งตาศึกษา
ปฏบิ ตั ิในกิจของสมณะมากยิง่ ขน้ึ
ท่านเศรษฐีรอคอยพระลูกชายทั้งคู่จะลาสิกขาบทปีแล้ว ปีเล่า ก็ไม่มีวี่แวว รู้สึกเป็นห่วงทรัพย์สมบัติที่ตง้ั
หน้าตั้งตาสะสมต้ังแต่หนุ่มจนแก่ จะไม่มีใครมาครอบครอง ถ้าแม้ลูกทั้งสองจะไม่สึกออกมาความทุกข์เช่นน้ีจึงเกิด
ขึ้นกับเศรษฐีผู้นั้น มหาเศรษฐีวิตกเป็นห่วงทรัพย์สินมาก จึงกลับไปวัดอีกครั้ง ตั้งใจเด็ดขาดที่จะให้ลูกชายทั้งสอง
สึกให้ได้ แม้ท่านครูบาเจ้าอาวาสจะพยายามชี้แจงอย่างไร ก็ไม่สามารถทำให้เศรษฐีมีใจไม่เอียด มองเห็นความสุข
และคุณค่าของการบวชได้ ครูบาจึงแนะนำว่าทา่ นไปพูดจาตกลกกับลูกชายเถิด เมื่อเป็นความประสงค์ทั้งสองฝา่ ย
อาตมากไ็ มอ่ าจหา้ มได้
เศรษฐีจึงเจรจาเรื่องที่ตนต้องการกับพระลูกชายทั้งสอง ส่วนพระลูกชายทั้งสองได้สำนึกในบุญคุณของ
บดิ าคดิ ว่าถ้าสิ้นอายเุ พราะเหตุไม่สึกก็จะเปน็ กรรมแลกนิ แหนงแคลงใจกันในภายหลัง จึงไดข้ องเวลา 2-3 วัน แล้ว
จะสกึ
หลงั จากนน้ั ไม่นานพระทัง้ สองจึงได้ลาสิกขาบทมาอยู่กับบิดา ชว่ ยบิดาประกอบการงานด้วยความซื่อสัตย์
พยายามชแ้ี จงให้บดิ าทราบในเร่ืองของความซ่ือสัตย์ แต่บิดาก็ไดแ้ ย้งตลอด
หลายปีผ่านไป ความเป็นอยู่ของครอบครัวนี้เป็นไปอย่างสงบ แต่เศรษฐีไม่พอใจที่ลูกชายไม่ปฏิบัติตน
เหมอื นชายหนุ่มทั่วไป ไมช่ อบเทีย่ ว ไม่สนใจผูห้ ญงิ เศรษฐหี าทางเปลย่ี นแปลงนิสัยของลูกทั้งสองใหส้ นุกสนาน กับ
ชีวิตการเป็นฆราวาส ได้ให้นางระบำแสดงการยั่วยวนให้เกิดอารมณ์คึกคัก เลี้ยงดูด้วยสุราอาหาร แต่ก็ไม่เป็น
ผลสำเร็จ ยงิ่ เศรษฐีพยายามทำทุกวถิ ีทาง ก็ย่งิ ทำให้ลูกท้งั สองเกดิ ความเบ่ือหน่าย พยายามหลีกเลย่ี งไม่ทำตามใจผู้
เป็นบิดา ในคืนหนึ่งจึงชวนกันหนีออกจากหมู่บ้านมุ่งหน้าเดินทางสู่ทิศเหนือเลียบตามฝั่งแม่น้ำปิงขึ้นมาเพื่อ
แสวงหาท่สี งบเงียบ ห่างไกลจากบ้านขุนแปะ ไมใ่ ห้ผเู้ ปน็ บิดาติดตามพบได้ ทั้งสองเดนิ ทางไปจนถึงสบล้ีคือแม่น้ำล้ี
ที่ไหลมาบรรจบแม่น้ำปิง ทั้งสองเดินทางตามฝั่งแม่น้ำลี้มาทางทิศตะวันออก จนถึงบริเวณที่สร้างวัดดงฤาษี ใน
ปัจจุบัน ซึ่งบริเวณป่านั้นชาวบ้านเรยี กว่า “ดงป่าหวาย” และได้อธิฐานถือบวชเป็นฤาษี ตั้งหน้าตั้งตาบำเพ็ญเพียร
ภาวนา โดยไม่คำนึงถึงวันเวลาที่ผา่ นไป ร่างกายซูบผอมเพราะได้รับอาหารไม่เพียงพอ ไม่นานก็มรณภาพ ด้วยกัน
ทัง้ คู่ ทบ่ี า้ นดงป่าหวาย ปจั จุบันคอื “บ้านดงฤาษี” พอดใี นระยะนนั้ คนรบั ใชก้ ลุม่ หน่งึ ของเศรษฐี บา้ นขุนแปะกำลัง
สบื หาทงั้ สองอยู่พอดี ได้ยนิ ชาวบ้านหลายคนพูดถึงฤาษี 2 รปู ไดม้ รณภาพพร้อมกัน จึงชวนกนั ไปดูเม่ือเห็นก็ตกใจ
เพราะพระฤาษีทง้ั สองคนเปน็ ลูกชายของเศรษฐบี า้ นขุนแปะ จงึ นำความมาบอกทา่ นเศรษฐี
ท่านเศรษฐีได้ก่อสร้างสถูปบรรจุอัฐิของพระฤาษีไว้ พระสถูปเจดีย์นั้นเป็นรูปทรงข้าวบิณฑ์ และให้ช่างก่อ
รูปพระฤาษีทั้งสองไว้เป็นรูปยืนสูง 10 ศอก หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ยืนห่างกันประมาณ 6 ศอก ฐานที่รอง
รอบรปู ป้นั เป็นดินแท่งใหญเ่ หมอื นหิน รูปร่างลกั ษณะเป็นพระยืนหม่ ผา้ เหมอื นพระทว่ั ไป มอื ขวากมุ หลงั มอื ซา้ ยไว้
ที่ใต้สะดือ เพื่อเป็นอนุสรณแ์ ก่พระฤาษี ทั้งสองที่ได้มาอยู่และได้มรณภาพในสถานที่แห่งนี้ ซึ่งในปัจจุบันเป็นวัดดง
ฤาษี ดดยการนำของบุคคลท่านหนึ่งชื่อว่า “พ่อหนานคำธิยะ” ซึ่งเป็นชาวไทยลื้อ ไทยยอง ที่อพยพมาจากอำเภอ
ป่าซางในสมัยนั้น ซึ่งการอพยพย้ายถิ่นฐานในสมัยโบราณน้ัน ได้มีการต่อแพไม้ไผ่ขึ้น เพื่อใช้ในการเดินทางรวมถึง
การขนส่งสมั ภาระต่างๆ ในสมยั กอ่ นเส้นทางคมนาคมไม่สะดวกจึงต้องใช้วิธีการถ่อแพข้ามแม่นำ้ ต่างๆ และได้ข้าม
แมน่ ้ำลม้ี จี นถึงดงปา่ หวาย
พ่อหนานคำธิยะ เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน ท่านได้เห็นบริเวณป่าดงฤาษี (ดงป่าหวาย) มีสถูปเจดีย์
และมีพระฤาษีก่อยืนอยู่แต่เศียรได้หักหายไป จึงชกั ชวนชาวบา้ นชว่ ยกันแผว้ ถางและสร้างกฏุ ิเป็นท่ีอยู่ของสามเณร
ขน้ึ ทงั้ ยงั สร้างวิหารครอบคลมุ รปู ก่อพระฤาษไี ว้ ตลอดถงึ เสนาสนะอืน่ ๆ ในสมัยตอ่ ๆมาจนถงึ ปัจจุบัน
19.ข้อมูลวถิ ชี ีวติ ของหม่บู า้ น ชุมชน แขวง
ชมุ ชนดงฤาษี มีทุนทางทรัพยากรธรรมชาติ ไมว่ ่าจะเปน็ ความอดุ มสมบูรณ์ของพื้นดิน ท่ีมแี ร่ธาตุที่เหมาะแก่
การเพาะปลกู มแี มน่ ำ้ ลีไ้ หลผ่าน พร้อมทง้ั มีระบบการชลประทานที่ดที ่วั ทั้งหมบู่ ้าน จึงทำให้เกษตรกรมีความพร้อม
ในการเพาะปลูกพืชผักต่าง ๆ ไดต้ ้ังแต่อดีตท่ีผ่านมาจนถึงปัจจุบัน และยังมีต้นทุนทางวัฒนธรรมอันดีมาแต่โบราณกาล
ทำให้ชุมชนเกิดพลังสามัคคี มีความเข้มแข็ง มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เห็นได้จากการปรับภูมิทัศน์รวมถึง
รั้วบ้านตลอดสองฝากฝั่งถนนของหมู่บ้าน ให้เป็นสีฟ้า - ขาว สีฟ้าแสดงออกถึงความสามัคคีของคนในชุมชน
สขี าว แสดงออกถึงวดั และพระพุทธศาสนาซ่ึงทำใหจ้ ิตใจบริสุทธ์ิ ชาวบา้ นดงฤาษีส่วนใหญ่จะสบื เช้ือสายมาจากไทย
ยอง ภาษาที่ใช้เป็นภาษาคำเมือง (อู้ยอง อู้ลาว) การแต่งกาย ตามแบบสมัยนิยม ความเป็นอยู่ในอดีตสร้างบ้าน
แบบเสาไม้สัก ยกพื้นให้สูงเพราะป้องกันสัตว์ป่ามาทำร้าย และยังป้องกันน้ำป่าเข้ามาท่วมอีกทางหนึ่ง ปัจจุบัน
ประชากรในชุมชนได้ร่วมมือร่วมใจที่จะพัฒนาหมู่บ้านให้น่าอยู่ น่าอาศัย จึงกลายมาเป็นโครงการฮอมมือ ฮ่วมใจ๋
สายใยฮัก สู่ชุมชนคนดงฤาษี ทำให้หมู่บ้านสวยงามร่มรื่น ก่อให้เกิดความเป็นอยู่ที่รู้สึกอบอุ่นปลอดภัยทั้งร่างกาย
และทรัพย์สิน ชุมชนดงฤาษี เป็นชุมชนคนเข้มแข็ง เพราะการรวมพลังของคนในชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่น
หน่วยงานภาคราชการร่วมบูรณาการทุกสิ่งทุกอย่างเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ สมดังคำขวัญที่ว่า “หอมแดงเยี่ยม
กระเทียมดี กะหลำ่ ปลใี ส ลำไยหวาน ประสานสามคั คี หอไตรเปน็ ศรี ประเพณีเป็นสงา่ กราบบูชาพระฤาษี”
อาชพี ของคนในหมบู่ า้ นห้วยห้า ในฤดูกาลต่าง ๆ
เดือน 3 เหนอื (ธ.ค. - ม.ค.) เดือน 4 เหนือ (ม.ค. -ก.พ.) เดอื น 5 เหนอื (ก.พ. - ม.ี ค.)
ปลกู หอมแดง ปลูกกระเทียม ปลูก เก็บดอกหอม ปลกู ผักเพ่ือจำหน่าย ถอนหอม และกระเทียม ปลูกผัก
ผกั เพื่อจำหน่าย เกบ็ ผักหวานจากภูเขา
เดอื น 6 เหนือ (มี.ค. -เม.ย.) เดือน 7 เหนอื ( เม.ย. – พ.ค.) เดอื น 8 เหนอื (พ.ค. -มิ.ย.)
ถอนหอม และกระเทียม ปลูกผกั ขดุ ดนิ ยกแปลงเพื่อทำเกษตร ปลูกหอมแดง ปลูกผัก
เพ่อื จำหน่ายและขยายพนั ธุ์
เดอื น9 เหนือ (ม.ิ ย. - ก.ค.) เดอื น 10 เหนือ (ก.ค.- ส.ค.) เดือน 11 เหนือ (ส.ค. – ก.ย.)
ปลกู หอมแดง ถอนหอม และกระเทียม ปลกู ผัก หว่านกล้า ปลูกข้าวในนา
ปลกู ผกั เพื่อจำหนา่ ย ผลิตท็อปฟี่ ปลูกหอมแดง และปลูกผกั
ลำไย
เดอื น 12 เหนือ (ก.ย. - ต.ค.) เดอื น ย่ี เหนือ (ต.ค. - พ.ย.) เดือน เก๋ยี ง เหนือ (พ.ย. - ธ.ค.)
ปลูกผักท่วั ไป ผลิตท็อปฟลี่ ำไย เก่ียวขา้ ว ฟาดข้าว เก็บดอกหอม
เก็บเหด็ เหลอื งจากภเู ขา เพอื่ การบรโิ ภคและจำหนา่ ย เตรยี มรบั การทำเกษตร
แบบบันทึกวิถีชีวิตของหม่บู ้าน ชุมชน แขวง ลำพูน
คำชีแ้ จง : ใหแ้ ต่ละกลุ่มนำขอ้ มลู วถิ ชี ีวิต มาสรปุ ข้อมูลเป็นวิถีชมุ ชน
ชือ่ หม่บู า้ น /ชุมชน บา้ นดงฤาษี
หมูท่ ่ี 8 ตำบล/แขวง บา้ นโฮง่ อำเภอ/เขต บ้านโฮ่ง จังหวดั
วิถชี ุมชน/แขวง
1. เดอื นมกราคม เดือน 4 เหนือ (มกราคม – กุมภาพนั ธ์)
- ประเพณีทำบุญตักบาตรเน่ืองในวนั มาฆบูชา
- ตานหลัวผงิ ไฟพระเจ้า
- ทำบุญวันมรณภาพครูบาปนั
2. เดอื นกุมภาพนั ธ์ เดือน 5 เหนือ (กุมภาพนั ธ์ -มีนาคม )
- ประเพณีทำบุญกิน๋ ตานฉลองเสนาสนะวัดวาอารามตา่ ง ๆ
3. เดือนมนี าคม เดือน 6 เหนือ (มนี าคม - เมษายน)
- ประเพณีทำบุญกนิ๋ ตานฉลองเสนาสนะวัดวาอารามตา่ ง ๆ
- ประเพณสี รงนำ้ พระธาตุ
- ประเพณแี ห่ไมค้ ำ้ สะหลี
4. เดือนเมษายน เดือน 7 เหนอื (เมษายน – พฤษภาคม)
- ประเพณีสรงน้ำพระฤาษี
- ประเพณีปใ๋ี หมเ่ มือง
- ประเพณขี นทรายเข้าวดั
- ประเพณีรดน้ำดำหวั
- ประเพณีการตานขันข้าว
- ประเพณีบวชเณรภาคฤดรู ้อน
5. เดอื นพฤษภาคม เดือน 8 เหนอื (พฤษภาคม - มถิ นุ ายน)
- ทำบุญตกั บาตรวนั อาสาฬหบูชาและวนั เขา้ พรรษา
6. เดือนมถิ นุ ายน เดือน 9 เหนอื (มถิ ุนายน – กรกฎาคม)
- งานทำบญุ ทัว่ ไป
- ถวายต้นเทยี นพรรษา
7. เดือนกรกฎาคม เดอื น 10 เหนอื (กรกฎาคม - สงิ หาคม)
- ประเพณีทำบุญเข้าพรรษา วันอาสาฬหบชู า
- ประเพณหี วา่ นกล้า ดำนา ปลูกข้าว
8. เดอื นสิงหาคม เดือน 11 เหนอื (สงิ หาคม - กันยายน)
- ประเพณที ำบญุ ตกั บาตรเนื่องในวนั แม่แหง่ ชาติ
9. เดอื นกนั ยายน เดือน 12 เหนอื (กันยายน – ตลุ าคม)
- ประเพณที ำบุญเขา้ พรรษา
10.เดอื นตุลาคม เดอื น ย่ี เหนือ ( ตุลาคม – พฤศจกิ ายน )
- ทำบุญตกั บาตรวนั ออกพรรษา
- ถวายผา้ จำนำพรรษา
- ประเพณกี ารทอดกฐิน
- ประเพณีแข่งแพไม้ไผ่และทำบุญตานกว๋ ยสลาก
- ประเพณลี อยกระทง
- ประเพณกี ารแห่แคห่ ลวง
- ประเพณกี ารแห่แคห่ ลวง ประเพณีการฟังเทศน์มหาชาติ
11.เดือนพฤศจกิ ายน เดือน เกีย๋ ง เหนือ (พฤศจิกายน - ธันวาคม )
- เทศกลาส่งทา้ ยปีเก่าตอ้ นรับปีใหม่
12.เดือนธันวาคม เดอื น 3 เหนือ (ธันวาคม – มกราคม)
- ประเพณถี วายทานข้าวใหม่
- การทำบุญวนั ขึน้ ปีใหม่
- ประเพณีเข้าวตั รรุกมลู กรรม
บันทกึ ข้อมลู เพ่ิมเตมิ
บนั ทึกข้อมลู โดยหนว่ ยงาน/โรงเรยี น หอศลิ ป1์ 00 ปี ทว่ี า่ การอำเภอบา้ นโฮ่ง
วัน/เดือน/ปี -
ทะเบียนพรรณ
(ชอื่ หมู่บา้ น ชุมชน แขวง) บ้า
ตำบล/แขวง บา้ นโฮง่ อำเภอ/เขต
ณไม้ในชุมชน
านดงฤาษี
บา้ นโฮ่ง จงั หวัด ลำพูน
การสำรวจคร้งั ที่ 1 /2565
ทะเบียนพรรณไมใ้ นชุมชน บา้ นดงฤาษี ตำบล/แขวง
(ชื่อหมู่บา้ น ชุมชน แขวง)
รหสั พรรณไม้ ชื่อพืน้ เมือง ลักษณะ ลักษณะเดน่ ของพืช
(ช่ือทท่ี ้องถิน่ วสิ ยั
8-5510301-08- น้นั เรยี ก) (เช่น สี กลนิ่ ยาง มหี น
001 (เชน่ ไม้ต้น ฯลฯ)
8-5510301-08- ไม้พุ่ม ไม้
002/1 เลอ้ื ย ไมร้ อ
8-5510301-08-
002/2 เล้ือย ฯลฯ)
8-5510301-08-
002/3 เสล่ยี มครฑุ ไม้พุ่ม เป็นมีลักษณะย่อยๆ
8-5510301-08-
002/4 ผกั หวานบ้าน ไม้พุ่ม มีใบสีเขยี วยอดอ่อน
8-5510301-08- ผกั หวานบา้ น ไม้พุ่ม
002/5 ผักหวานบ้าน ไมพ้ ุ่ม ใบใหญ่กว่าผกั หวานปา่
8-5510301-08- ผักหวานบา้ น ไมพ้ ุ่ม เขม้ กวา่
002/6 ผักหวานบ้าน ไมพ้ ุ่ม มใี บสเี ขยี วอ่อนรสชาติ
ผักหวานบา้ น ไม้พุ่ม หวาน
ใบอ่อนมรี สหวาน
มีใบสีเขยี วเขียวอ่อนเล
มีรสชาติหวาน
มีใบสเี ขยี วเล็กๆมรี สชา
หวาน
บ้านโฮง่ อำเภอ/เขต บา้ นโฮง่ จงั หวัด ลำพูน
ช ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิน่ บริเวณที่พบ
นาม (เช่น เป็นอาหาร ยารักษาโรค (ระบุ ชอ่ื หม่บู ้าน ตำบล หมายเหตุ
เคร่ืองมือเครือ่ งใช้ ฯลฯ) อำเภอ จงั หวัด)
นิยมนำมาเป็นผกั แนม 51 ม.8 ต.บ้านโฮง่ อ.
บา้ นโฮ่ง จ.ลำพูน
นิยมนำมาประกอบอาหาร
า สี นยิ มนำยอดมาประกอบอาหาร 46 ม.8 ต.บ้านโฮง่ อ.
บา้ นโฮง่ จ.ลำพูน
นิยมนำมาประกอบอาหาร
68 ม.8 ต.บา้ นโฮ่ง อ.
นิยมนำยอมาประกอบอาหาร บา้ นโฮ่ง จ.ลำพูน
ล็กๆ นำยอดมามาประกอบอาหาร
าติ นิยมนำยอดมาประกอบทำอาหาร 42/1 ม.8 ต.บ้านโฮง่
อ.บ้านโฮง่ จ.ลำพนู
41 ม.8 ต.บ้านโฮง่ อ.
บา้ นโฮง่ จ.ลำพูน
10/3 ม.8 ต.บ้านโฮ่ง
อ.บา้ นโฮง่ จ.ลำพูน
11 ม.8 ต.บ้านโฮ่ง อ.
บา้ นโฮง่ จ.ลำพูน
8-5510301-08- ผกั หวานบ้าน ไม้พุ่ม ใบมีลกั ษณะคล้ายใบมะ
002/7 มีรสหวาน
8-5510301-08- ผักหวานบา้ น ไม้พุ่ม ลำตน้ สงู ใหญใ่ บสีเขยี ว
002/8 ผักหวานบา้ น ไม้พุ่ม เล็กๆมีรสชาตหิ วาน
8-5510301-08-
002/9 ผกั หวานบา้ น ไมพ้ ุ่ม ใบสีเขยี วสด รสชาตหิ ว
8-5510301-08- ลำไย พันธุ์ ไม้ยืนต้น วานบ้าน ต้นผกั หวานบ
002/10 ครสิ ตอล จดั เปน็ ไม้พมุ่ ขนาดกลา
ความสงู ของตน้ ประมา
8-5510301-08- มะมว่ ง พนั ธ์ุ ไม้ยนื ต้น 0.5-3เมตร ลำต้นแขง็
003 เขยี วมรกต แตกกิ่งกา้ นระนาบไปก
8-5510301-08- พน้ื หรือเกอื บปรกดนิ ล
004 ต้นออ่ น กลม หรอื เปน็
เหลย่ี ม เปลอื กต้นขรขุ ร
เป็นสนี ำ้ ตาล สว่ นก่งิ อ่อ
เปน็ สเี ขียวเขม้ ผวิ เรียบ
เรียวงอเล็กนอ้ ยตามข้อ
ผวิ เปลือกคล้ายมงั คดุ เ
รสชาตคิ ล้ายลำไยผสม
เงาะ สผี วิ เนอื้ เหมือนล้นิ
แตม่ กี ลิ่นทุเรียนอ่อนๆ
พนั ธ์ทองดำ รสชาติเปร
อมหวาน
ะยม นยิ มนำยอดไปประกอบอาหาร 125/1 ม.8 ต.บา้ น
โฮ่ง อ.บา้ นโฮง่ จ.
ลำพูน
124/1 ม.8 ต.บ้าน
ใช้ยอดประกอบทำอาหาร โฮ่ง อ.บ้านโฮง่ จ.
ลำพูน
วาน ใช้ประกอบอาหาร 137 ม.8 ต.บ้านโฮ่ง
อ.บ้านโฮง่ จ.ลำพนู
บ้าน
าง มี
าณ
ง
กบั 115/1 ม.8 ต.บา้ น
ลำ นิยมนำยอดอ่อนมาประกอบอาหาร โฮง่ อ.บ้านโฮ่ง จ.
น ลำพูน
ระ
อน
บ กิง่
อ
เน้ือ
นจี่ ผลสุมารับประทาน 47/1 ม.8 ต.บา้ นโฮง่
อ.บ้านโฮง่ จ.ลำพนู
รยี้ ว ใช้รับประทานทั้งผลดบิ ผลสุกและ 71 ม.8 ต.บา้ นโฮ่ง อ.
จำหน่าย บ้านโฮ่ง จ.ลำพนู
8-5510301-08- มะม่วง พันธุ์ ไม้ยืนต้น พนั ธ์ทองดำ รสชาตเิ ปร
005 เขียวมรกต อมหวาน
รูปทรงผลมะม่วงอาร์ท
8-5510301-08- มะม่วง พันธุ์ ไมย้ ืนต้น มลี กั ษณะทรงกลมคล้า
006 อารท์ ูอีทู รูปหัวใจ มีน้ำหนักผลเฉ
500 กรัม ถงึ 1,000
8-5510301-08- ใบพลู เลื้อย กรมั (ข้นึ อยกู่ บั การไว้ผ
005 และการบำรุง) ความยา
8-5510301-08- เขือง ไม้ยนื ต้น ของผล เฉลี่ย 10-12
006 เซนติเมตร และความก
8-5510301-08- ส้มป่อย ไมย้ นื ตน้ ของผล เฉล่ยี 7-10
007 ชะพลู ไม้ล้มลุก เซนตเิ มตร สีเนอ้ื เม่ือสกุ
8-5510301-08- เหลืองสด ลักษณะผลข
008 เนอื้ มเี ส้ียนน้อย เน้อื แข
รสชาติหวานหอม ทาน
อรอ่ ย และไม่มีกล่ินขีไ้ ต
มีใบเปน็ รูปหัวใจสีเขียว
มีขนาดใหญ่ ใบหยกั สเี
สด
ใบย่อยๆเป็นช่อ
ผิวใบเรยี บสีเขียวเขม้ เป
มนั ใบรูปหวั ใจ
รี้ยว รบั ประทานผลดบิ ผลสกุ และเพอ่ื 91/1 ม.8 ต.บ้านโฮ่ง
จำหนา่ ย อ.บา้ นโฮง่ จ.ลำพูน
ทูอีทู 21 ม.8 ต.บา้ นโฮง่ อ.
าย บา้ นโฮง่ จ.ลำพนู
ฉล่ยี
0
ผล
าว
กว้าง นิยมนำผลสุกมารับประทาน
กมีสี
ของ
ข็ง
น
ต้
ว ใชเ้ ป็นเครือ่ งแนม 72 ม.8 ต.บา้ นโฮง่ อ.
บา้ นโฮง่ จ.ลำพูน
เขยี ว นำตงุ กระดาษมามัดกบั กา้ นเขือง
ปักบนเจดยี ท์ รายในวันเขา้ วดั 56 ม.8 ต.บา้ นโฮ่ง อ.
บ้านโฮง่ จ.ลำพูน
ทำบุญในวนั มหาสงกรานต์
60/2 ม.8 ต.บ้านโฮง่
ยอดนำมาประกอบอาหาร อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน
56/1 ม.8 ต.บ้านโฮ่ง
ปน็ นำมาประกอบในการทำอาหาร อ.บ้านโฮง่ จ.ลำพูน
8-5510301-08- ผักเฮือด ไมย้ นื ต้น ใบรีปลแหลมยอดออ่ นม
009/1 ไม้ยืนต้น ชมพูอมสม้
8-5510301-08- ผกั เฮือด ไมย้ ืนต้น เป็นใบเด่ยี วเรยี งสลับ ใ
009/2 แกร่ ูปรหี รอื รูปไข่ขอบ
ขนาน ปลายใบมนมลี ำ
8-5510301-08- ผักเฮือด สงู ใหญ่
009/3
เมื่อใบเริ่มออกจะลักษณ
คลา้ ยดอกจำปาตอนตูม
กลมรยี าวปลายแหลม
ปลอกบางๆ หุม้ เป็นกา
ใบ มองดูใสโปรง่ สวยงา
เด่นสะดุดตาน่าเชยชมไ
ทั่วท้งั กงิ่ กา้ น เม่ือยอดอ
ใบอ่อนเจรญิ เปน็ ใบแก
เขียว เป็นใบเดยี่ วเรยี ง
สลบั ใบแก่รูปรีหรือรปู
ขอบขนาน ปลายใบมน
ขอบใบเรียว ผิวใบมัน
กวา้ ง 5-8 เซนตเิ มตร
8-15 เซนตเิ มตร มีหใู
ขนาดเล็กตดิ โคนใบนดิ
ดอกออกเปน็ ช่อ ดอกเล
เส้นผา่ ศูนยก์ ลาง 0.4-
เซนติเมตร ก้านดอกส้ัน
ดอกออกตามซอกใบ ผ
มีสี นิยนำยอดอ่อนมาประกอบอาหาร 77 ม.8 ต.บ้านโฮ่ง อ.
ใบ บ้านโฮ่ง จ.ลำพนู
ำตน้ นิยมนำยอกมาประกอบอาหาร
60 ม.8 ต.บา้ นโฮง่ อ.
บา้ นโฮง่ จ.ลำพนู
ณะ 141 ม.8 ต.บ้านโฮง่
ม อ.บา้ นโฮ่ง จ.ลำพนู
มี
าบ
าม
ไป
อ่อน
ก่สี
ปไข่ นยิ นำยอดอ่อนมาประกอบอาหาร
น
ยาว
ใบ
ดๆ
ล็ก
-0.6
น
ผล
8-5510301-08- ผักเฮือด ไม้ยนื ตน้ ออ่ นสเี ขยี ว ขนาด 1-2
009/4 หวั ละมาน ไมพ้ ุ่ม เซนตเิ มตร เมื่อแก่
8-5510301-08- งาดำ ไม้ล้มลุก เปลีย่ นเปน็ สีชมพแู ดง
010 ดอกแค ไม้ยืนต้น ม่วงอมดำ หรือดำ
8-5510301-08- เชยี งดา ไมล้ ม้ ลกุ
011 กล้วยหอม ไม้ยนื ตน้ ลำตน้ สงู ใหญม่ ใี บใหญ่
8-5510301-08- เชยี งราย ไม้ล้มลกุ
012 ดว่ นใต้ ไมย้ ืนตน้ ใบหยักกลมมน ดอกเป
8-5510301-08- โป่งฟา้ ไม้ยืนตน้ ช่อมสี ีสม้ แดง
013 ผกั เสี้ยว ตน้ สีเขียวใบเรียวยาว
8-5510301-08- ไม้ยนื ต้น ปลายแหลมดอกสขี าว
014 ต้นหมอ่ น ดอกมีสขี าว ใบรีเลก็ รีก
8-5510301-08- เป็นใบใหญ่
015
8-5510301-08- ใบมีสเี ขียวมันเงา
016
8-5510301-08- ผลใหญย่ าวมกี ล่มิ หอม
017
ใบมขี นออ่ นๆ ขอบใบม
8-5510301-08- หยัก
018
ใบรียาวมกี ลิ่มหอมเย็น
ใบคลา้ ยผรเสอื้ ดอกมสี
ชมพู
มใี บยักสเี ขยี วมีผลสมี ว่
เมอื่ สกุ จะมีรสชาติหวา
อมเปรย้ี ว
2
มว่ ง
นยิ มนำยอดมาทำอาหาร 121 ม.8 ต.บา้ นโฮ่ง
อ.บ้านโฮง่ จ.ลำพนู
ปน็ นำยางมาทาแผลสด 34 ม.8 ต.บา้ นโฮ่ง อ.
บา้ นโฮง่ จ.ลำพูน
นิยมนำเมลด็ มาแปรรปู 63 ม.8 ต.บา้ นโฮง่ อ.
บา้ นโฮง่ จ.ลำพูน
กนั นิยมนำดอกมาประกอบอาหาร 28 ม.8 ต.บา้ นโฮ่ง อ.
บา้ นโฮง่ จ.ลำพนู
นยิ มนำยอดอ่อนมาประกอบอาหาร 41/1 ม.8 ต.บ้านโฮง่
อ.บา้ นโฮง่ จ.ลำพูน
ม สามารถนำผลมารบั ประทาน ลำตน้ 42 ม.8 ต.บา้ นโฮ่ง อ.
ออ่ น ปลีมาประกอบอาหาร บ้านโฮง่ จ.ลำพูน
มี นำมาตำใสห่ ัวเดก็ 42/1 ม.8 ต.บ้านโฮ่ง
อ.บ้านโฮง่ จ.ลำพูน
น นิยมนำมาเป็นผักแนม 42/2 ม.8 ต.บา้ นโฮ่ง
อ.บ้านโฮง่ จ.ลำพูน
สี นยิ มนำยอดออ่ นมาประกอบอาหาร 87 ม.8 ต.บ้านโฮ่ง อ.
บา้ นโฮ่ง จ.ลำพูน
วง 143 ม.8 ต.บ้านโฮ่ง
าน นิยมทานผล อ.บา้ นโฮง่ จ.ลำพนู
8-5510301-08- ชะอม ไม้พุ่ม ลำต้นมหี นามมีกลิน่ เฉพ
019
8-5510301-08- เพกา ไมย้ นื ต้น ลำต้นสูง มีผลเปน็ ฝักย
020 อโวคาโด้ ไมย้ ืนต้น คลา้ ยดาบ
ลิ้นจ่ี ไมย้ นื ตน้
8-5510301-08- ลองกอง ไม้ยนื ต้น ผลมีสีเขียวรสมัน จืด
021 ละมดุ อินเดยี ไม้ยนื ต้น
8-5510301-08- มะยงชดิ ไมย้ ืนต้น ผลมีสีแดงขรุขระมีรส
022 พรกิ ไทย ไม้พุ่ม หวานอมเปร้ียว
8-5510301-08- ดปี ลี เลอื้ ย ผลมีสีเหลืองอ่อนรสหว
023 อมเปรีย้ ว
8-5510301-08- ขนุน ไมย้ ืนต้น ละมดุ อินเดยี ผลสกุ มสี ี
024 เหลือง
8-5510301-08-
025 ผลใหญ่สเี หลอื ง มรี สห
8-5510301-08-
026 ใบกลมคล้ายหัวใจ
8-5510301-08- เปน็ ไม้เลือ้ ยมใี บสเี ขยี ว
027 ปลายแหลมมผี ลสีแดงเ
สุก
8-5510301-08- ลำตน้ สงู ใบใหญ่มีผลสี
028 เหลืองเม่ือสุกจะมีกลิ่น
เฉพาะตวั
พาะ นิยมนยอดอ่อนมาประกอบอาหาร 100/2 ม.8 ต.บ้าน
โฮ่ง อ.บา้ นโฮง่ จ.
ยาว นำฝักมาเปน็ เคร่ืองแนม ลำพนู
110/1 ม.8 ต.บา้ น
นิยมนำผลสกุ มารบั ประทาน โฮ่ง อ.บ้านโฮง่ จ.
นิยมนำผลสกุ มารบั ประทาน ลำพูน
วาน นยิ มนำผลสกุ มารับประทาน 86/2 ม.8 ต.บ้านโฮง่
นิยมนำผลสกุ มารบั ประทาน อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน
หวาน นยิ มนสกุ มารับประทาน 86/2 ม.8 ต.บ้านโฮ่ง
นิยมนำผลมาประกอบอาหาร อ.บา้ นโฮง่ จ.ลำพนู
วรูปรี 86/2 ม.8 ต.บา้ นโฮง่
เมื่อ ผลนำมาทำเครื่องเทศ อ.บา้ นโฮง่ จ.ลำพูน
86/2 ม.8 ต.บ้านโฮง่
อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน
10/4 ม.8 ต.บ้านโฮ่ง
อ.บ้านโฮง่ จ.ลำพนู
90 ม.8 ต.บา้ นโฮง่ อ.
บ้านโฮ่ง จ.ลำพนู
114 ม.8 ต.บ้านโฮง่
อ.บา้ นโฮ่ง จ.ลำพนู
น นำผบมาประกอบอาหาร 27 ม.8 ต.บา้ นโฮ่ง อ.
บา้ นโฮง่ จ.ลำพูน
8-5510301-08- ใบหนาด ไมย้ ืนตน้ ใบใหญ่มีขนอ่อนๆปลา
029 แหลม
หนาด เปน็ พชื ที่นิยมปลูกไวห้ น้า
บ้าน เพราะมคี วามเช่ือว่า หนาดไล่
ผหี รอื ป้องกันผไี ม่ให้มาหลอกหลอน
ข้อเท็จจรงิ น้ีไมส่ ามารถพิสจู น์ได้
นอกจากน้ยี ังเอาไวท้ ำนำ้ มนต์ ทัง้
นำไปประพรมใหว้ วั ควาย กันผี
และปลูกเอาไวใ้ ชท้ ำยา
ใบหนาดมสี รรพคุณยอดนิยมในการ
ใช้เปน็ ยาคอื ใชเ้ ปน็ ยาแช่ โดยตม้ ใบ
หนาดในน้ำใหก้ บั แม่หลังคลอดและ
าย ทารกไดแ้ ช่ ได้อาบ รวมทงั้ ให้แมล่ กู 5/1 ม.8 ต.บา้ นโฮ่ง อ.
อ่อนดื่มกนิ ดว้ ย ชาวบ้านเช่ือกันว่า บา้ นโฮ่ง จ.ลำพูน
ผหู้ ญิงหลังคลอดลกู ใหม่ๆเลือดจะ
เสยี การกนิ นำ้ ใบหนาดต้มจะช่วย
บำรุงเลือด ช่วยขับน้ำคาวปลาให้
แม่ ซงึ่ ใบหนาดเป็นยาร้อนจงึ ช่วย
กระต้นุ การไหลเวียนของเลอื ด ท้งั
ยังมีฤทธ์ิแก้อักเสบจึงเหมาะกับแม่
หลังคลอด
ใบหนาดยังเปน็ สมนุ ไพรท่ีมี
สรรพคณุ ในการช่วยลดการอักเสบ
ของผิวหนงั และการทีใ่ บหนาดมี
น้ำมันมีนำ้ มนั หอมระเหยจึงช่วย
กระต้นุ ระบบประสาทและระบบ
8-5510301-08- อินทผลัม ไมย้ นื ตน้ ใบเรียวยาวปลายแหลม
030 ไม้เลอ้ื ย เรยี งกันเป็นแถวมสี ีเขยี
หมน่
8-5510301-08- ดาวอนิ คา
031 ลำต้นแตกก่ิงเปน็ เถาเล
ได้ยาวมากวา่ 2 เมตร
อ่อนมีสเี ขียว เถาแกห่ ร
โคนเถามีสีน้ำตาล แก่น
แขง็ และเหนียว ใบขอ
การหายใจ ซ่ึงไม่เพียงแต่ใช้ต้มอาบ
ใหแ้ มแ่ ละทารกตอนคลอดใหมๆ่
เท่านัน้ ใบหนาดยงั ใชต้ ้มอาบ หรอื
ใช้เป็นยาอบ แกผ้ ดผืน่ คนั รกั ษา
อาการผวิ หนงั อักเสบ ช่วยทำให้ผิว
สวย ลดปญั หาเรื่องผิวพรรณ ใช้ตำ
พอกฝเี พ่ือแก้อักเสบ ใชน้ ้ำคัน้ สดๆ
ทาแผลสดเพ่ือห้ามเลอื ดได้อีกดว้ ย
หนาดเป็นยาร้อนและมนี ำ้ มันหอม
ระเหย จงึ มสี รรพคุณในการชว่ ย
ยอ่ ย แก้ท้องอืดท้องเฟอ้ จุกเสยี ด
ช่วยขบั ลม แกป้ วดทอ้ ง แก้หวัด แก้
ไอ ทำให้หายใจโล่ง โดยใช้ใบหนาด
ชงกินหรือตม้ กิน หรือเคย้ี วกินใบ
สดๆหรอื เคี้ยวกินกบั ใบพลเู พ้ือแก้
จดุ เสียดแนน่ ก็ได้
ม 100/1 ม.8 ต.บ้าน
ยว นยิ มนำผลสกุ มารบั ประทาน โฮ่ง อ.บา้ นโฮ่ง จ.
ลำพูน
ลื้อย
เถา 112 ม.8 ต.บา้ นโฮง่
รอื นยิ มผลมาแปรรปู รับประทาน อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน
นเถา
องถว่ั
ดาวอนิ คาเป็นพชื ใบเลย้ี
แตกใบเป็นใบเดี่ยว เรยี
สลับเยอ้ื งกันตามความ
ของเถา ใบมรี ปู หัวใจ โ
ใบกว้าง และเวา้ ตรงกล
เป็นฐานหวั ใจ ส่วนปลา
ใบแหลม แผ่นใบมสี เี ขีย
สด และมีร่องต้ืนๆตาม
แขนงใบ สว่ นขอบใบห
เป็นฟนั เล่ือย มีก้านใบย
ประมาณ 2-4 เซนติเม
ส่วนแผน่ ใบกวา้ งประม
8-10 เซนติเมตร ยาว
ประมาณ 12-18
เซนตเิ มตร ดอกเปน็ ชอ่
ตามซอกใบบนเถา แตล่
ชอ่ มดี อกขนาดเล็กจำน
มาก ดอกมีลักษณะทรง
กลม สีเขียวอมเหลือง
ดอกชนดิ แยกเพส แต่
รวมอย่ใู นชอ่ ดอก และต
เดยี วกัน โดยดอกเพสเม
จะอยู่บริเวณโคนช่อดอ
2-4 ดอก ส่วนดอกเพศ
จำนวนมากถดั จากดอก
ยงคู่
ยง
มยาว
โคน
ลาง
าย
ยว
มเส้น
หยกั
ยาว
มตร
มาณ
อ
ละ
นวน
ง
เป็น
ะต้น
มีย
อก
ศผมู้ ี
ก
8-5510301-08- กลว้ ยใตแ้ ม่ ไม้ยนื ตน้ เพศเมียมาจนถึงปลายช
032 อ่อง ไม้ยนื ต้น ดอก ทั้งนี้ ถวั่ ดาวอินคา
สะเดา ไม้ยนื ตน้ ติดดอกคร้ังแรกเม่ืออาย
8-5510301-08- ประมาณ 5 เดือน หลัง
033 สม้ ปอ่ ย เมลด็ งอก และผลจะแก
พรอ้ มเกบ็ ไดป้ ระมาณอ
8-5510301-08- 3-4 เดอื น หลังออกดอ
034 ผลเรียกเปน็ ฝัก มลี กั ษณ
เป็นแคปซลู ทีแ่ บง่ ออกเ
พๆู หรือแฉก 4-7 พู ขน
ฝักกว้าง 3-5 เซนติเมต
เปลือกผลอ่อนมีสีเขียว
และมปี ระสขี าวกระจา
ท่วั แล้วคอ่ ยๆเปล่ียนเป
ดำเมือ่ สุก และแก่จนแห
เปล่ียนเปน็ สีนำ้ ตาล พร
กบั เปลือกปรแิ ตกจน
มองเหน็ เมลด็ ดา้ นใน
ผลสุกมีกลนิ่ หอม รสชา
หวาน
ต้นสงู ใหญ่ ใบหยัก มี
รสชาตขิ ม
ลำต้นมหี นาม ใบย่อยส
เขยี วสด รสชาตเิ ปรยี้ ว
ชอ่ 101 ม.8 ต.บ้านโฮ่ง
าจะ อ.บา้ นโฮ่ง จ.ลำพนู
ยุ
ง 115 ม.8 ต.บ้านโฮง่
กท่ ี่ อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน
อีก
อก 79 ม.8 ต.บา้ นโฮ่ง อ.
ณะ บ้านโฮง่ จ.ลำพนู
เปน็
นาด
ตร
วสด
าย
ปน็ สี
ห้ง
ร้อม
าติ ใชร้ บั ประทานผลและลำตน้
ใชเ้ ปน็ ผกั แนมอาหาร
สี ใชใ้ นการประกอบอาหาร
8-5510301-08- ต้นตาล ไม้ยนื ตน้ ลำต้นใหญ่และเนื้อแข็ง
035 ปา่ เหว้ หมอง ไม้ยืนตน้ มาก และเปน็ ปาล์มท่ีแ
มะรมุ ไม้ยืนต้น เพศกนั อยู่คนละต้น ลำ
8-5510301-08- ขนาดประมาณ 30-60
036 เซนติเมตร มคี วามสงู ข
ต้นไดถ้ ึง 25-40 เมตร
8-5510301-08- ตน้ เปน็ เสย้ี นสดี ำและแ
037 มาก แต่ไสก้ ลางของลำ
จะอ่อน สว่ นบรเิ วณโคน
ตน้ จะมีรากเป็นกลุม่ ให
ในขณะท่ีตน้ ยังเตีย้ จะม
ทางใบแห้งและตดิ แน่น
ใบใหญ่ปลายแหลม มี
ผิวสัมผัสสาก
ไม้ยนื ต้น ขนาดกลาง ล
ต้นมีความสูงประมาณ
– 20 เมตร ลำต้นเปน็
โปรง่ เปลอื กลำตน้ เป็น
เทาอ่อน ผวิ ค่อนข้างเร
เติบโตมคี วามสูงถึง 4
เมตร และออกดอกภาย
ปแี รกท่ปี ลูก ใบเปน็ ใบ
ประกอบแบบขนนก ช
ท่ีแตกใบยอ่ ย 3 ชนั้ ยา
งแรง
แยก
ำตน้
0
ของ นิยมนำมาใชป้ ระกอบอาหารและใช้ 21/1 ม.8 ต.บ้านโฮ่ง
ร ลำ ในงานหัตถกรรมต่าง ๆ และอาจมี อ.บา้ นโฮง่ จ.ลำพนู
แข็ง การนำไปใช้ทางยาสมนุ ไพรบ้าง
ำต้น
น
หญ่
มี
น
136/1 ม.8 ต.บา้ น
รับประทานเพื่อเปน็ ยารักษาโรค โฮง่ อ.บา้ นโฮ่ง จ.
ลำพูน
ลำ
15
นพมุ่
นสี
รยี บ นิยมนยอดอ่อน ฝักอ่อน มา 11/2 ม.8 ต.บ้านโฮ่ง
ประกอบอาหาร อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน
ยใน
บ
ชนดิ
าว
20 – 40 ซม.ออกเรีย
แบบสลบั ใบยอ่ ยยาว 1
3 ซม. รปู ไข่ ปลายใบแ
ฐานในมน ผวิ ใบดา้ นลา่
ออ่ นกวา่ และมีขนเล็กน
ขณะทใี่ บยังออ่ น ออกด
ในฤดหู นาว ดอกเปน็ ด
ชอ่ สีขาว กลบี เรียง มี
กลีบ กลบี ดอกมี 5 กล
แยกกนั ผลเปน็ ฝักยาว
เปลือกสเี ขยี วมสี ่วนคอ
และส่วนมน เป็นระยะ
ตามยาวของฝักฝกั ยาว
– 50 ซม. เมล็ดเป็นรูป
สามเหลย่ี ม มีปีกบางห
ปีก เส้นผา่ ศนู ย์กลางขอ
เมล็ดประมาณ ซม.
8-5510301-08- ผักไชยา ไมย้ ืนตน้ ก้านใบยาว ใบหยักเว้า
038 แฉกคลา้ ยใบมะละกอ
8-5510301-08- เพชรสังฆาต ไมเ้ ลอื้ ย เปน็ ไมเ้ ถา เถาออ่ นสีเข
039 เปน็ สเ่ี หลยี่ มเป็นขอ้ ต่อ
ใบเพชรสังฆาต ใบเปน็
เดย่ี วรปู สามเหล่ียม แผ
ยง
1–
และ
างสี
น้อย
ดอก
ดอก
5
ลบี
ว
อด
ะๆ
ว 20
ป
ห้มุ 3
อง
าเปน็ ใช้ในการประกอบอาหาร 3/1 ม.8 ต.บ้านโฮ่ง อ.
บา้ นโฮง่ จ.ลำพนู
ขยี ว ทโ่ี ดดเดน่ กค็ งหนีไม่พน้ การใช้เป็น 134/1 ม.8 ต.บา้ น
อกัน ยารักษาโรครดิ สดี วงทวาร โดยมี โฮง่ อ.บ้านโฮ่ง จ.
นใบ งานวจิ ยั ของ พญ. ดวงรัตน์ ลำพูน
ผ่น เชย่ี วชาญวิทย์ และคณะ ได้
8-5510301-08- เสลดพังพอน ไม้พุ่ม ใบเรียบสีเขยี วเป็นมนั
040 ออกเรียงสลับตามขอ้ ต
ปลายใบมน โคนใบเวา้
ขอบใบหยักมนห่าง ๆ
กา้ นยาว 2-3 เซนตเิ มต
ดอกเพชรสงั ฆาต ดอกเ
สีเขยี วออ่ น ออกเป็นช่อ
ตามข้อตรงขา้ มกับใบ ก
ดอกมี 4 กลีบ โคนดา้ น
นอกสแี ดง ด้านในเขียว
ออ่ น เมื่อดอกบานเตม็ ท
จะงองุ้มไปด้านลา่ ง ทีด่
มเี กสรเพศผู้ 4 อัน ผล
เพชรสงั ฆาต ผลเป็น
รูปทรงกลม ผิวเรยี บเป
มัน ผลอ่อนสีเขียว ผลส
แดงออกดำ ในผลมเี มล
กลมสีนำ้ ตาล 1 เมล็ด
สว่ นทน่ี ำมาใชเ้ ป็นยา
สมนุ ไพร ไดแ้ ก่ เถา รา
ใบยอดอ่อน และน้ำจา
ตน้
เป็นพรรณไม้พุ่มแกมเถ
มกั เล้อื ยพาดไปตามตน้
อนื่ ๆ มคี วามสูงได้
ประเมนิ ประสทิ ธิภาพของสมุนไพร
ตน้ เพชรสังฆาตกับผู้ป่วยทเ่ี ปน็ โรค
า รดิ สีดวงทวารจำนวน 121 คน
เปรียบเทยี บกับยาแผนปจั จบุ นั
ตร อยา่ งดาฟลอน (Daflon) โดย
เปน็ ผลการวจิ ยั พบวา่ ค่าเฉลี่ยคะแนน
อ ของการประเมนิ ผลของสมุนไพร
กลีบ เพชรสังฆาตกบั ยาดาฟลอนไม่
น แตกตา่ งกันอย่างมนี ัยสำคัญทาง
ว สถิติ และทส่ี ำคัญยงั พบวา่ คา่ ใช้จ่าย
ที่ ของยาแคปซูลเพชรสังฆาตถูกกวา่
ดอก ยาดาฟลอนถงึ 20 เท่าอกี ด้วย
ล ผลการวจิ ยั นี้จงึ สรปุ ได้ว่าแคปซลู
เพชรสงั ฆาตสามารถใช้ทดแทน
ปน็ ยาดาฟลอนในการรักษาโรค
สุกสี รดิ สดี วงทวารได้เป็นอย่างดี
ลด็
โดย
าก
าก
ถา 134/2 ม.8 ต.บา้ น
นไม้ นยิ มนำไปเขา้ ยา โฮ่ง อ.บ้านโฮ่ง จ.
ลำพูน
ประมาณ 1-3 เมตร ล
ตน้ มีลกั ษณะเกลยี้ ง ตน้
อ่อนเปน็ สีเขยี ว ลำต้นม
ลักษณะกลม ผิวเรียบเป
ปล้องสีเขียว ใบ
เสลดพงั พอนตัวเมีย ใบ
เปน็ ใบเด่ยี ว ออกเรยี งต
ขา้ มกนั เป็นคู่ ๆ ลกั ษณ
ของใบเป็นรูปใบหอก ร
แคบขอบขนาน ปลายใ
และโคนใบแหลม สว่ น
ขอบใบเรียบ ใบมขี นาด
กว้างประมาณ 2-3
เซนตเิ มตร และยาว
ประมาณ 7-9 เซนตเิ ม
แผ่นใบเปน็ สีเขยี วเข้ม
ใบเรียบ
ลำ
น
มี
ป็น
บ
ตรง
ณะ
รปู รี
ใบ
น
ด
มตร
ผิว
ทะเบียนพันธ
(ชอื่ หมู่บา้ น ชุมชน แขวง) บา้
ตำบล/แขวง บา้ นโฮง่ อำเภอ/เขต
ธ์ุสัตว์ในชมุ ชน
านดงฤาษี
บา้ นโฮ่ง จังหวัด ลำพูน
การสำรวจคร้งั ที่ 1 /2565