The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Weakhomsoh tehroh, 2020-10-26 13:28:33

Block Chain

Block Chain

Block Chain

ระดบั ชนั้ ประกาสนียบตั รวชิ าชพี ชน้ั สงู (ปวส.)
พ.ศ.2563

สาขาวชิ า เทคโนโลยธี รุ กจิ ดจิ ทิ ลั
วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาปัตตานี

เรียบเรียงโดย
นางสาว แวคอมเสาะห์ เตะโระ

ช้ัน ปวส. 1/3

เทคโนโลยที ่ีใช้ในการทาธุรกรรมโดยไม่ต้องผ่าน บุคคลทสี่ าม (Block

Chain)

บลอ็ กเชน (blockchain) หรือวา่ โซ่บลอ็ ก ซ่ึงคาองั กฤษด้งั เดิมเป็นคาสองคาคือ block
chain เป็นรายการระเบียน/บนั ทึก (record) ที่เพิ่มข้ึน/ยาวข้ึนเรื่อยๆ โดยแตล่ ะรายการเรียกวา่ บลอ็ ก
ซ่ึงนามาเช่ือมตอ่ เป็นลูกโซ่ (เชน) โดยตรวจสอบความถกู ตอ้ งและรับประกนั ความปลอดภยั โดย
วิทยาการเขา้ รหสั ลบั บลอ็ กแต่ละบลอ็ กปกติจะมีค่าแฮชของบลอ็ กก่อนหนา้ ซ่ึงสามารถใชย้ นื ยนั ความ
ถูกตอ้ งของบลอ็ กก่อนหนา้ มีตราเวลาและขอ้ มลู ธุรกรรมบลอ็ กเชนออกแบบใหท้ นทานตอ่ การเปลี่ยน
ขอ้ มลู ที่บนั ทึกแลว้ คือมนั เป็น "บญั ชีแยกประเภท (ledger) แบบกระจายและเปิ ด ที่สามารถบนั ทึก
ธุรกรรมระหวา่ งบคุ คลสองพวกอยา่ งมีประสิทธิภาพ ในรูปแบบที่ยนื ยนั ไดแ้ ละถาวร"เมื่อใชเ้ ป็นบญั ชี

แยกประเภทแบบกระจาย บลอ็ กเชนปกติจะจดั การโดยเครือข่ายเพยี ร์ทเู พยี ร์ ซ่ึงร่วมกนั ใชโ้ พรโท
คอลเดียวกนั เพอ่ื การสื่อสารระหวา่ งสถานี (node) และเพอ่ื ยนื ยนั ความถูกตอ้ งของบลอ็ กใหม่ๆ เม่ือ
บนั ทึกแลว้ ขอ้ มลู ในบลอ็ กใดบลอ็ กหน่ึง จะไมส่ ามารถเปล่ียนยอ้ นหลงั โดยไมเ่ ปล่ียนขอ้ มูลในบลอ็ ก
ตอ่ ๆ มาท้งั หมดดว้ ย ซ่ึงจะทาไดก้ ็ต่อเม่ือไดก้ ารร่วมมือจากสถานีโดยมากในเครือขา่ ย

บลอ็ กเชนออกแบบมาต้งั แต่ตน้ เพ่ือใหป้ ลอดภยั (secure by design) และเป็นตวั อยา่ งของ
ระบบคอมพิวเตอร์แบบกระจายท่ีทนตอ่ ความผิดพร่องแบบไบแซนไทน์ไดส้ ูง ดงั น้นั ความเห็นพอ้ ง
แบบไม่รวมศูนย์ จึงเกิดไดโ้ ดยอาศยั บลอ็ กเชน ซ่ึงอาจทาใหม้ นั เหมาะเพ่ือบนั ทึกเหตุการณ์ต่างๆ
บนั ทึกระเบียนการแพทยใ์ นการจดั การบริหารระเบียนแบบอ่ืนๆ เช่น การจดั การผมู้ ีสิทธิเขา้ ถึงระบบ
(identity management) การประมวลผลธุรกรรม การสร้างเอกสารแสดงความเป็นเจา้ ของการตามรอย
การผลิตและขนส่งอาหารหรือการใชส้ ิทธิออกเสียง

บคุ คลหรือกลุ่มบคุ คลผใู้ ชน้ ามแฝง ซาโตชิ นากาโมโตะ ไดป้ ระดิษฐบ์ ลอ็ กเชนข้ึนในปี 2008

(พ.ศ. 2551) เพ่ือใชก้ บั เงินคริปโทสกลุ บิตคอยน์ โดยเป็นบญั ชีแยกประเภทแบบกระจาย บลอ็ กเชน
ทาใหบ้ ิตคอยนเ์ ป็นเงินดิจิทลั สกลุ แรกที่แกป้ ัญหาการใชจ้ ่ายสินทรัพยเ์ กินกวา่ คร้ังเดียว (Double
spending problem) ได้ โดยไมจ่ าเป็นตอ้ งมีบคุ คลท่ีสามซ่ึงเช่ือใจหรือมีคอมพิวเตอร์ศูนยก์ ลาง เป็น
การออกแบบซ่ึงเป็นแรงบนั ดาลใจสาหรับโปรแกรมประยกุ ตอ์ ีกมากมายหลายอยา่ ง

ในกรณีของบิตคอยน์ ผใู้ ชง้ านจะทาการโดยเช่ือมต่อกบั เครือข่ายอินเทอร์เนต็ สามารถซ้ือขาย
และยนื ยนั การใชจ้ ่ายบิตคอยน์ โดยจะมีการสร้างบลอ็ กข้ึนใหมเ่ พอ่ื เกบ็ รายการการซ้ือขายแลกเปลี่ยน

ในอตั ราประมาณหน่ึงบล็อกตอ่ 10 นาทีและแต่ละบลอ็ กจะมีจานวนธุรกรรมเฉล่ียมากกวา่ 500
รายการ

ประวตั ิ

งานวจิ ยั แรกท่ีไดอ้ ธิบายโซ่บลอ็ กท่ีทาใหป้ ลอดภยั ดว้ ยวิทยาการรหสั ลบั ไดต้ ีพมิ พใ์ นปี 1991
(โดย Stuart Haber และ W. Scott Stornetta) ในปี ตอ่ มา นกั วจิ ยั กล่มุ เดียวกนั ไดร้ วมตน้ ไม้
แฮช (Merkle tree) เขา้ ในแบบ ซ่ึงเพิ่มประสิทธิภาพเพราะสามารถรวมเอกสารหลายฉบบั เขา้ เป็น
บลอ็ กเดียวกนั

ในปี 2008 บคุ คลหรือกลุ่มบุคคลผใู้ ชน้ ามแฝง ซาโตชิ นากาโมโตะ ไดส้ ร้างแนวคิดในเรื่อง
บลอ็ กเชนข้ึน ซ่ึงนากาโมโตะนาไปทาใหเ้ กิดผลในปี ต่อมา โดยเป็นส่วนโปรแกรมหลกั ของเงินคริป
โทคือบิตคอยน์ คือใชเ้ ป็นบญั ชีแยกประเภทสาธารณะเพ่อื บนั ทึกธุรกรรมท้งั หมดภายในเครือข่าย
บลอ็ กเชนทาใหบ้ ิตคอยน์เป็นเงินดิจิทลั สกุลแรกที่แกป้ ัญหาการใชจ้ ่ายสินทรัพยเ์ กินกวา่ คร้ังเดียว
(Double spending problem) ได้ โดยไมจ่ าเป็นตอ้ งมีบคุ คลที่สามซ่ึงเช่ือใจหรือคอมพิวเตอร์ศูนยก์ ลาง
และไดเ้ ป็นแรงบนั ดาลใจใหแ้ ก่โปรแกรมประยกุ ตอ์ ีกมากมายหลายอยา่ ง

ในเดือนสิงหาคม 2014 ไฟลบ์ ลอ็ กเชนของบิตคอยน์ ซ่ึงมีระเบียนของธุรกรรมท้งั หมดท่ีได้
เกิดข้ึนภายในเครือข่าย ไดถ้ ึงขนาด 20 จิกะไบต์ (GB) ในเดือนมกราคม 2015 ขนาดไดข้ ยายจนเกือบ
ถึง 30 GB และจากเดือนมกราคม 2016 ถึงมกราคม 2017 ขนาดไดเ้ พิ่มจาก 50 GB จนถึง 100 GB
และโดยเดือนเมษายน 2018 น่ีไดถ้ ึงขนาด 163 GB แลว้

เอกสารด้งั เดิมของนากาโมโตะไดใ้ ชค้ าวา่ "บลอ็ ก" และ "เชน" ตา่ งหาก ๆ แตใ่ นท่ีสุดก็
เปลี่ยนไปตามความนิยมเป็นคาเดียวคือ "บลอ็ กเชน" โดยปี 2016 ส่วนคาวา่ บลอ็ กเชน 2.0 หมายถึง
โปรแกรมใหม่ๆ ที่ใชฐ้ านขอ้ มลู บลอ็ กเชนแบบกระจาย ซ่ึงเร่ิมเกิดข้ึนในปี 2014 นิตยสาร The
Economist ไดก้ ล่าวถึงการใชบ้ ลอ็ กเชนแบบรุ่นสองน้ีวา่ มาพร้อมกบั "ภาษาโปรแกรมท่ีใหผ้ ใู้ ชเ้ ขียน
สญั ญาสมารตท์ ่ีซบั ซอ้ นย่งิ ข้ึน เช่น สร้างใบกากบั สินคา้ ที่จ่ายเองอยา่ งอตั โนมตั ิเมื่อการขนส่ง
เรียบร้อยแลว้ หรือสร้างใบหุน้ ซ่ึงส่งเงินปันผลใหเ้ จา้ ของโดยอตั โนมตั ิเม่ือกาไรไดถ้ ึงขีดหน่ึง
แลว้ " เทคโนโลยบี ลอ็ กเชน 2.0 ไดก้ า้ วหนา้ เกินกวา่ การบนั ทึกธุรกรรม และทาใหส้ ามารถ
"แลกเปล่ียนมลู ค่าโดยไม่ตอ้ งมีคนกลางที่มีอานาจเป็นผตู้ ดั สินในเร่ืองเงินและขอ้ มูล" เป็นเทคโนโลยี

ที่คาดวา่ จะทาใหค้ นท่ีอยนู่ อกระบบเขา้ สู่ระบบเศรษฐกิจโลกได้ ช่วยป้องกนั ภาวะเฉพาะส่วนตวั ของ
ผเู้ ขา้ ร่วม ช่วยทารายไดใ้ หเ้ จา้ ของขอ้ มูล และช่วยใหผ้ คู้ ิดคน้ ไดค้ ่าตอบแทนจากทรัพยส์ ินทาง

ปัญญา เทคโนโลยบี ลอ็ กเชนรุ่นสอง ทาใหส้ ามารถเกบ็ "บตั รประจาตวั และบุคลิกภาพอยา่ งถาวร"
ของบุคคล และอานวยการแกป้ ัญหาความไม่เทา่ เทียมกนั ทางสังคมโดยเป็นโอกาสเปลี่ยนการกระจาย
ความมง่ั มีโดยปี 2016 งานอิมพลิเมน้ ตข์ องบลอ็ กเชน 2.0 กย็ งั ตอ้ งใชร้ ะบบตา่ งหากท่ีจินตนาการไดว้ ่า
เป็น "เคร่ืองออราเคิล"เพือ่ เขา้ ถึง "ขอ้ มลู หรือเหตกุ ารณ์ภายนอกทขี่ ้ึนอยกู่ บั เวลาหรือภาวะการตลาดท่ี
(จาเป็นตอ้ ง) มีปฏิสัมพนั ธก์ บั บลอ็ กเชน"

ในปี 2016 องคก์ รรับฝากหลกั ทรัพยข์ องประเทศรัสเซีย (National Settlement Depository) ได้
ประกาศโครงการนาร่องที่อาศยั แพลต็ ฟอร์ม Nxt blockchain 2.0 ซ่ึงจะสารวจการใชบ้ ลอ็ กเชนทาระบบ
ลงคะแนนเสียงอตั โนมตั ิในเดือนกรกฎาคม 2016 บริษทั ไอบีเอม็ ไดเ้ ปิ ดศูนยว์ จิ ยั นวตั กรรมบลอ็ กเชนใน
ประเทศสิงคโปร์ คณะทางานของสภาเศรษฐกิจโลกไดป้ ระชุมกนั ในเดือนพฤศจิกายน 2016 เพอื่ หารือเรื่อง
การพฒั นาวธิ ีการปกครองที่สัมพนั ธ์กบั บลอ็ กเชน ตามบริษทั ใหค้ าปรึกษาการจดั การบริหาร Accenture
ทฤษฎีการแพร่นวตั กรรม (diffusion of innovations) ไดแ้ สดงวา่ เพราะบลอ็ กเชนไดอ้ ตั ราการยอมรับที่
13.5% ภายในอุตสาหกรรมบริการทางการเงินในปี 2016 ดงั น้นั จึงไดเ้ ขา้ สู่ระยะกลมุ่ นาสมยั (early adopter)
แลว้ กลมุ่ การคา้ อตุ สหกรรมไดร้ ่วมกบั จดั งานการประชุม Global Blockchain Forum ในปี 2016 ซ่ึงเป็น
โครงการริเริ่มขององคก์ รสนบั สนุนอเมริกนั Chamber of Digital Commerce

โครงสร้างและการดาเนินการ

บลอ็ กเชนเป็นบญั ชีแยกประเภทแบบสาธารณะ ไม่รวมศนู ย์ และกระจาย เพอื่ ใชบ้ นั ทึกธุรกรรมใน
ระหวา่ งคอมพิวเตอร์จานวนมาก ท่ีระเบียนจะไมส่ ามารถเปล่ียนยอ้ นหลงั โดยไม่เปลี่ยนบลอ็ กที่สร้างต่อๆ
มา และไมไ่ ดร้ ับการร่วมมือจากเครือข่ายโดยมาก ซ่ึงช่วยใหผ้ มู้ ีส่วนร่วมสามารถยนื ยนั และตรวจสอบ
ธุรกรรมไดโ้ ดยไมเ่ สียค่าใชจ้ ่ายมาก

ฐานขอ้ มลู บลอ็ กเชนจะจดั การอยา่ งเป็นอิสระโดยเครือข่ายเพยี ร์ทเู พียร์ซ่ึงใหบ้ ริการการตราเวลา
แบบกระจาย และยนื ยนั พสิ ูจน์โดยการร่วมมือกนั ของคนจานวนมากที่ไดแ้ รงจูงใจจากผลประโยชน์ส่วนตวั
รวม ๆ กนั ผลก็คือกระแสงานที่ทนทาน ที่ไดค้ วามมน่ั ใจสูงจากผมู้ ีส่วนร่วม

การใชบ้ ลอ็ กเชนไดแ้ กป้ ัญหาการสามารถก๊อปป้ี ซ้าอยา่ งไม่จากดั ซ่ึงสินทรัพยด์ ิจิทลั เพราะมนั
สามารถยนื ยนั ไดว้ า่ สินทรัพยแ์ ต่ละหน่วยจะเปล่ยี นมอื เพียงคร้ังเดียว จึงเป็นการแกป้ ัญหาการใชจ้ ่าย
สินทรัพยเ์ กินกวา่ คร้ังเดียว (Double spending problem) ที่รู้จกั กนั มานานแลว้ จึงไดร้ ับการยกยอ่ งวา่ เป็น

โพรโทคอลท่ีช่วยใหแ้ ลกเปล่ียนมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ การแลกเปลี่ยนมูลค่าโดยอาศยั บลอ็ กเชนสามารถ
เกิดข้ึนไดเ้ ร็วกวา่ ปลอดภยั กวา่ และเสียค่าใชจ้ ่ายนอ้ ยกวา่ ระบบธรรมดา

ธุรกรรมการเงินดจิ ทิ ัล (Fintech)

FinTech หรือ Financial Technology คือการนาเอาเทคโนโลยดี ิจิตอล มาประยกุ ตใ์ ชก้ บั บริการทาง
การเงินในรูปแบบต่างๆ ท้งั การชาระเงิน การลงทนุ การระดมทุน หรือดา้ นประกนั ภยั เพื่อใหส้ ามารถตอบ
โจทยก์ ารใชง้ านของผบู้ ริโภคในยคุ ปัจจุบนั ไดอ้ ยา่ งมี ประสิทธิภาพมากข้ึน ซ่ึงการนาเอา Technology ของ
Fin Tech ผา่ นระบบ online มาใชจ้ ะช่วยใหผ้ บู้ ริโภคสามารถเขา้ ถึงบริการไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว ทุกท่ีทกุ เวลา
(Anywhere Anytime) และมีคา่ ใชจ้ ่ายในการทาธุรกรรมท่ีลดลง

คาวา่ FinTech ในปัจจุบนั ส่วนใหญถ่ ูกนามาใชใ้ นการเรียกบริษทั กลุม่ ธุรกิจ หรือกลมุ่ ผปู้ ระกอบการ
ท่ีคิดคน้ นวตั กรรมทางการเงินในรูปแบบใหม่ๆ ที่ทาใหผ้ บู้ ริโภคไมต่ อ้ งยดึ ติดกบั การทาธุรกรรมที่จากดั อยู่
เพยี ง เงินสด เช็ค บตั รเครดิต บตั รเดบิต หรือการโอนเงินผา่ นบญั ชีธนาคารเท่าน้นั โดยที่ผบู้ ริโภคสามารถ
ทาธุรกรรมผา่ นคอมพวิ เตอร์และ Smart Phone ส่วนตวั ไดด้ ว้ ยตวั เอง โดยไม่ตอ้ งผา่ นตวั กลางทางการเงิน
อยา่ งระบบธนาคารอีกต่อไป แม้ FinTech จะเป็นเรื่องคอ่ นขา้ งใหม่ แตบ่ ทบาทของ FinTech มีการใชม้ า
หลาย 10 ปี โดยตวั อยา่ งรูปแบบของ FinTech ด้งั เดิม (Traditional FinTech) ท่ีเห็นไดช้ ดั และยงั มีการใชอ้ ยู่
ในปัจจุบนั ไดแ้ ก่ ATM, Internet Banking, Mobile Banking ตูก้ ดเติมเงิน โทรศพั ทม์ ือถือ การซ้ือขายหุน้
ผา่ นออนไลน์ เป็นตน้ ซ่ึงทุกอยา่ งเป็นการท าธุรกรรมดว้ ยตนเองโดยไมต่ อ้ งผา่ นเคานเ์ ตอร์ธนาคาร ในขณะ
ที่ FinTech ในรูปแบบใหม่ (Emergent FinTech) จะเกิดข้ึนผา่ นองคก์ รขนาดเลก็ ที่เป็นผนู้ าทางเทคโนโลยี
ใหมๆ่ และนามา สร้างนวตั กรรมทางการเงิน

รูปแบบการให้บริการของธุรกจิ FinTech

ผใู้ หบ้ ริการ FinTech ไดเ้ ห็นช่องวา่ งระหวา่ ง การใหบ้ ริการทางการเงินในรูปแบบเดิมๆกบั เทคโนโลยที ี่
กา้ วไปอยา่ งรวดเร็วจนสามารถพฒั นาเป็นนวตั กรรมทางการเงินและนากลบั มาแกไ้ ขปัญหาท่ีลูกคา้ ประสบ
อยู่ (pain point) ไม่วา่ จะเป็นความลา่ ชา้ ของการใหบ้ ริการ เอกสารท่ีตอ้ งใชท้ าธุรกรรมมีจานวนมาก
ตลอดจนความไม่สะดวกในการเขา้ ถึงบริการทาง การเงิน โดยกลมุ่ ผปู้ ระกอบการหนา้ ใหม่ (Start Up) เขา้
มาจดั ต้งั บริษทั เพือ่ พฒั นาธุรกิจและนาเสนอผลิตภณั ฑ์ ในตลาดการเงินหลากหลายรูปแบบ ท้งั บริการชาระ
เงิน (Payments) โอน เงิ น (MoneyTransfers) กู้ ยื ม เงิ น (Lending)การระดมทนุ (Funding) การลงทนุ
(Investment) และการประกนั ภยั (Insurance) เป็นตน้ โดยธุรกิจ FinTech ในปัจจุบนั ท่ีเขา้ มามีบทบาทและ

ส่งผลกระทบกบั สถาบนั การเงินอยา่ งมีนยั ส าคญั จะเป็นกล่มุ ที่ใหบ้ ริการในดา้ นการชาระเงิน/โอนเงิน
(payments/Transfers) การลงทุน (Investments) และการใหส้ ินเช่ือและเงินทนุ (Lending & Financing)
1.1 FinTech ในกลุ่มการชาระเงิน/โอนเงิน (Payments/Transfers)

เป็นบริการชาระคา่ สินคา้ และบริการผา่ นช่องทาง Digital (e-payment) ซ่ึงถือเป็นจุดกาเนิด
แนวคิด FinTech ท่ีมีจุดเด่นในดา้ นความสะดวกรวดเร็วในการชาระเงิน โดยลูกคา้ ไมจ่ าเป็นตอ้ งใชเ้ งินสด/
บตั รเครดิต/ บตั รเดบิตหรือโอนผา่ นบญั ชีธนาคารเพอ่ื ชาระเงินคา่ สินคา้ /บริการแต่ละคร้ังดงั เช่นในอดีต จึง
ช่วยใหก้ ารซ้ือขาย สินคา้ ออนไลน(์ E-Commerce) มีความคล่องตวั มากข้ึน ตวั อยา่ ง FinTech ที่ใหบ้ ริการรับ
ชาระเงินคา่ สินคา้ และโอนเงินผา่ นออนไลน์ ไดแ้ ก่ Paypal, Alipay, Line Pay, Paysbuyและการใหบ้ ริการ
ของ 3 คา่ ยมือถือ AIS Mpay, Jaew Wallet และ Wallet by TrueMoney ทม่ี ีบริการรับชาระเงินคา่ สินคา้ /
บริการทางออนไลน์จากกระเป๋ าเงินเลก็ ทรอนิกส์ (e-Wallet) ท่ีลกู คา้ สามารถเติมเงินไวส้ าหรับการชาระเงิน
และโอนเงินไดโ้ ดยตรง

1.2 FinTechในกลมุ่ ธุรกรรมที่เก่ียวกบั การลงทุน (Investments)
เป็นบริการดา้ นการลงทุนและท่ีปรึกษาทางการเงินแบบออนไลนซ์ ่ึงโดยทวั่ ไปผทู้ ี่เขา้ ถึง

บริการดา้ นการลงทนุ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มท่ีมีสินทรพั ยส์ ูง แต่ในปัจจุบนั ธุรกิจ FinTech เกี่ยวกบั การลงทนุ
ไดพ้ ฒั นาเพ่อื ช่วยใหก้ ลุ่มผู้ มีรายไดท้ ว่ั ไปสามารถเขา้ ถงึ การวางแผนทางการเงินและการลงทุนไดง้ ่ายข้ึน
โดยการนาเทคโนโลยี Robo-Advisor ที่มีการใช้ (Artificial Intelligence :AI) เขา้ มาใชเ้ รียนรู้พฤติกรรมการ
ลงทุนในรูปแบบตา่ งๆ ผา่ นขอ้ มลู สถิตแิ ละผลการวเิ คราะหท์ ี่ไดจ้ ากการตอบแบบสอบถามทางออนไลน์
โดย Robo-Advisor จะทาหนา้ ท่ีเลือกการลงทนุ ที่เหมาะสมและช่วยบริหารเงินลงทนุ ใหแ้ บบอตั โนมตั ิตาม
ระยะเวลาการลงทนุ ระดบั ผลตอบแทนท่ีตอ้ งการและตามความเส่ียงท่ียอมรับได้ โดยมีค่าธรรมเนียมการ
ลงทุนที่ต่ากวา่ การใหป้ รึกษาทางการเงินผา่ นพนกั งาน สาหรับ FinTech ท่ีใหบ้ ริการ Robo-advisor เช่น
Wealthfrontและ Betterment เป็นตน้

1.3 FinTech ในกลมุ่ ธุรกรรมที่เกี่ยวกบั การใหส้ ินเช่ือและเงินทนุ (Lending & Financing)

มีการ ใหบ้ ริการในหลายรูปแบบ ไดแ้ ก่
- Crowd Funding
เป็นการระดมทุนจากมวลชนผา่ นเวบ็ ไซตเ์ พ่อื เป็นช่องทางการเขา้ ถึงแหลง่ เงินทุน สาหรับผทู้ ี่

มีแนวคิดสร้างสรรค์ หรือริเริ่มโครงการเพอ่ื สงั คมส่วนรวม แตไ่ มม่ ีเงินทนุ ในการดาเนินการ โดยการ ระดม
ทุนของ Crowd Funding มีหลายรูปแบบ เช่น การบริจาคเงิน การจ่ายเงินเพื่อส่ังจองสินคา้ ในโครงการ ที่จะ
ผลิตออกมาขาย การใหเ้ จา้ ของนาเสนอโครงการผา่ นเวป็ ไซดเ์ พือ่ ระดมทุนจากบุคคลทว่ั ไป การร่วมลงทุน

ในหุน้ ของบริษทั และการกยู้ มื เงิน เป็นตน้ โดยผลู้ งทนุ จะไดร้ ับส่วนแบ่งจากการขายเป็นเปอร์เซ็นต์ หรือ
เป็นรายไดใ้ นรูปของอตั รา ดอกเบ้ีย ตวั อยา่ งผใู้ หบ้ ริการ ไดแ้ ก่ Kickstarter Indiegogo Dreamaker และ
Taejai เป็นตน้

- P2P (Peer-to-Peer) Lending
เป็นการใหก้ ูย้ ืมเงินระหวา่ งบุคคลกบั บคุ คลผา่ นออนไลน์แพลตฟอร์ม โดยไม่ตอ้ งผา่ นตวั กลาง
ทางการเงิน เช่น ธนาคารหรือสถาบนั การเงิน แตร่ ะบบจะสามารถเชื่อมโยงระหวา่ ง ผใู้ หก้ กู้ บั ผกู้ เู้ งิน
โดยตรง โดยมีแพลตฟอร์มกลางท่ีเป็นผใู้ หค้ ะแนนเครดิตของแตล่ ะคน ตวั อยา่ งผใู้ หบ้ ริการ ไดแ้ ก่ Zopa
Prosper และ Satangdee
- Marketplace Lending
เป็นการสนบั สนุนเงินลงทุนระยะส้ันเพอ่ื ปลอ่ ยกูใ้ หแ้ ก่ธุรกิจที่ตอ้ งการเงินทนุ หมุนเวยี น
โดยเฉพาะกลมุ่ SMEs ที่อยใู่ น Platform ของผใู้ หบ้ ริการ เช่น Amazon และ Alibaba โดยผู้ ใหบ้ ริการมีการ
คิดคน้ และพฒั นา Credit Scoring Model เป็นของตวั เอง และมีการนาขอ้ มูลผซู้ ้ือผขู้ ายใน ตลาดของตวั เองมา
ใชป้ ระเมินความเส่ียงในการผิดนดั ชาระหน้ี รวมท้งั นาขอ้ มลู ความนิยมสินคา้ และระดบั สินคา้ คงคลงั ของ
ผขู้ ายมาใชป้ ระเมินอตั ราดอกเบ้ียในการปล่อยกรู้ ะยะส้นั 3-6 เดือน ตวั อยา่ งผใู้ หบ้ ริการ ไดแ้ ก่ Kabbage,
Amazon lending และ Alipay Financial

คริปโทเคอร์เรนซี

คริปโทเคอร์เรนซี หรือ เงนิ ตราเขา้ รหสั ลบั (cryptocurrency, crypto currency) เป็นสินทรัพยด์ ิจิทลั
ซ่ึงออกแบบใหเ้ ป็นส่ือกลางการแลกเปลี่ยน ที่ใชว้ ิทยาการเขา้ รหสั ลบั เพื่อรับประกนั ธุรกรรม เพือ่ ควบคุม
การสร้างหน่วยเงินเพม่ิ และเพื่อยนื ยนั ความถูกตอ้ งของการโอนทรัพยเ์ ป็นรูปแบบหน่ึงของเงินดิจิทลั
(digital currency) เงินทางเลือก (alternative currency) และเงินเสมือน (virtual currency) เป็นเงินท่ีควบคุม
โดยกระจายศนู ยก์ ลาง เทียบกบั เงินดิจิทลั ท่ีควบคุมโดยศนู ยก์ ลาง หรือกบั ระบบธนาคารกลาง การควบคุม
แบบกระจายศูนยจ์ ะทาผา่ นบลอ็ กเชน ซ่ึงเป็นฐานขอ้ มลู ธุรกรรมสาธารณะ โดยใชเ้ ป็นบญั ชีแยกประเภท
แบบกระจาย

บิตคอยน์ที่สร้างข้ึนในปี ค.ศ. 2009 เป็นคริปโทเคอร์เรนซีแบบกระจายศนู ยส์ กุลแรกต้งั แต่น้นั มา ก็
มีคริปโทเคอร์เรนซีสกลุ อ่ืนๆ ท่ีสร้างข้ึนอีกมากมาย บอ่ ยคร้ังเงินสกุลเหลา่ น้ีจะเรียกในภาษาองั กฤษวา่
altcoins โดยเป็นคาผสมจากคาวา่ alternative coin (เหรียญทางเลือก)

ประวตั ิ

ในปี 1983 นกั วิทยาการรหสั ลบั ชาวอเมริกนั เดวดิ ชอม ไดค้ ิดคน้ เงินอิเลก็ ทรอนิกส์ที่เขา้ รหสั และนิรนาม
ซ่ึงเรียกวา่ ecash ต่อมาในปี 1995 เขาจึงอิมพลิเมน้ ตม์ นั ใหเ้ ป็น Digicashซ่ึงเป็นวิธีการจ่ายเงินทาง
อิเลก็ ทรอนิกส์โดยเขา้ รหสั ในยคุ ตน้ ซ่ึงผใู้ ชจ้ ะตอ้ งมีซอฟตแ์ วร์เพ่อื ถอนเงินจากธนาคารและกาหนดกญุ แจ
เขา้ รหสั โดยเฉพาะๆ ก่อนจะส่งเงินไปใหผ้ รู้ ับเป็นวธิ ีทท่ี าใหเ้ งินดิจิทลั ไม่สามารถติดตามไดโ้ ดยธนาคารท่ี
ออกเงิน หรือรัฐบาล หรือบคุ คลที่สามอื่นๆ

ในปี 1996 สานกั งานความมน่ั คงแห่งชาติสหรัฐตีพิมพเ์ อกสารชื่อวา่ วิธีสร้างโรงกระษาปรณ์-
วทิ ยาการรหสั ของเงินอิเลก็ ทรอนิกส์นิรนาม (How to Make a Mint: the Cryptography of Anonymous
Electronic Cash) ซ่ึงอธิบายระบบคริปโทเคอร์เรนซี โดยพมิ พม์ นั เป็นคร้ังแรกในบญั ชีจ่าหนา้ ของเอม็ ไอ
ที แลว้ ตอ่ มาจึงพมิ พใ์ นวารสาร The American Law Review

ในปี 1998 Wei Dai ไดต้ ีพมิ พค์ าอธิบายของ b-money ซ่ึงเป็นระบบเงินอิเลก็ ทรอนิกส์แบบกระจาย
และนิรนาม ต่อมาไม่นาน Nick Szabo ก็สร้าง "bit gold" ข้ึน คลา้ ยกบั บิตคอยนแ์ ละคริปโทเคอร์เรนซีอื่นๆ
ท่ีจะติดตามมา bit gold (อยา่ สับสนกบั ตลาดแลกเปลี่ยนทองที่จะเกิดต่อมาคือ BitGold) เป็นระบบเงิน
อิเลก็ ทรอนิกส์ท่ีบงั คบั ใหผ้ ใู้ ชค้ านวณฟังกช์ นั proof of work โดยส่ิงท่ีคานวณจะรวมเขา้ รหสั แลว้ แสดงเป็น
สาธารณะ ส่วนระบบเงินแบบ reusable proof of work ต่อมาจึงสร้างข้ึนโดย Hal Finney

ในปี 2009 นกั พฒั นาซอฟตแ์ วร์โดยนามปากกา ซาโตชิ นะกะโมโต (Satoshi Nakamoto) ไดส้ ร้างค
ริปโทเคอร์เรนซีแบบไมร่ วมศูนยส์ กุลแรกคือ บิตคอยน์ ซ่ึงใช้ SHA-256 เป็นฟังกช์ นั แฮชสาหรับวิธีการ

proof-of-work ในเดือนเมษายน 2011 มีการสร้าง Namecoin ข้ึนโดยเป็นส่วนของการต้งั ดีเอน็ เอ
สแบบกระจายศูนย์ ซ่ึงจะทาให้การตรวจพจิ ารณาอินเทอร์เนต็ ทาไดย้ ากมาก ตอ่ มาในเดือนตลุ าคม 2011 จึง
มีการวางตลาด Litecoin ซ่ึงเป็นคริปโทเคอร์เรนซีสกุลแรกท่ีใช้ scrypt เป็นฟังกช์ นั แฮชแทน SHA-256
ส่วนคริปโทเคอร์เรนซีที่เด่นอีกสกลุ ก็คือ Peercoin ซ่ึงเริ่มใชร้ ะบบผสม คือ proof-of-work/proof-of-stake
เป็นสกลุ แรก ส่วน IOTA เป็นคริปโทเคอร์เรนซีแรกที่ไมไ่ ดใ้ ชบ้ ลอ็ กเชน แต่ใช้ Tangle แทน

ในปี 2017 The Divi Project ทาระบบทีช่ ่วยใหแ้ ลกเปล่ยี นเงินสกุลต่าง ๆ ภายในวอลเลตเดียวกนั ได้
งา่ ย โดยสร้างใชบ้ ลอ็ กเชนแบบพเิ ศษ และใหส้ มรรถภาพในการใหข้ อ้ มูลระบุบคุ คลในธุรกรรมมคี ริปโท
เคอร์เรนซีอ่ืน ๆ อีกมากที่ไดส้ ร้างข้ึน แมน้ อ้ ยมากที่จะประสบความสาเร็จ เพราะลว้ นแตไ่ มม่ ีนวตั กรรมทาง
เทคโนโลยที ี่ทาอะไรไดด้ ีข้ึน

วนั ท่ี 6 สิงหาคม 2014 สหราชอาณาจกั รประกาศวา่ กระทรวงการคลงั ไดร้ ับคาสงั่ ใหศ้ ึกษาคริปโท
เคอร์เรนซี เพ่ือดูวา่ มนั สามารถมีบทบาทในเศรษฐกิจของประเทศไดบ้ า้ งหรือไม่ งานศึกษาก็จะรายงานดว้ ย
วา่ ควรจะมีกฎหมายควบคุมหรือไม่

การทาธุรกจิ ดิจทิ ลั บนสื่อสังคมออนไลน์

Digital marketing คือ การทาการตลาดรูปแบบหน่ึงโดยโปรโมทสินคา้ หรือบริการผา่ นทางส่ือ
ดิจิทลั และสามารถสร้างการมีส่วนร่วมกบั ผบู้ ริโภค เพอ่ื เพิ่มยอดขายโดยใชก้ ลยทุ ธต์ ่างๆ ทางส่ือดิจิทลั ซ่ึง
กาลงั เป็นที่นิยมอยา่ งแพร่หลายในปัจจุบนั เน่ืองจากผบู้ ริโภคสามารถเขา้ ถึงสื่อเหล่าน้ีไดง้ ่าย และสามารถ
เขา้ ถึงไดท้ กุ ที่ทกุ เวลา\n\nนอกจากน้ีการตลาดดิจิทลั คืออีกทางเลือกหน่ึงของการสร้างการรับรู้ใหเ้ กิดข้ึนกบั
ธุรกิจแบรนดใ์ หม่ ทาใหก้ ารรับรู้ในวงกวา้ งไมใ่ ชเ่ รื่องท่ียากอีกต่อไป อีกท้งั ยงั สามารถเขา้ ถึงกลมุ่ เป้าหมาย
ท่ีกาหนดไวใ้ นจานวนมากไดโ้ ดยตรง ธุรกิจแบรนดใ์ หม่จึงมีโอกาสท่ีจะเป็นท่ีรู้จกั และเติบโตไดอ้ ยา่ ง
รวดเร็วช่องทางตา่ งๆของการตลาดแบบดิจิทลั

ใครสามารถทาการตลาดแบบดิจทิ ลั ได้บ้าง?

การตลาดดิจิทลั สามารถใชไ้ ดก้ บั ทกุ ธุรกิจ ทกุ อตุ สาหกรรม ไมว่ า่ ธุรกิจของคณุ จะขายสินคา้ หรือ
บริการใด แต่การตลาดแบบดิจิทลั ยงั คงคานึงถึงผบู้ ริโภคเป็นหลกั เพอ่ื สามารถระบคุ วามตอ้ งการของผเู้ ขา้
ชมและสามารถสร้างเน้ือหาออนไลน์ที่มีคุณคา่ ใหต้ รงใจกลมุ่ เป้าหมายได้ แตอ่ ยา่ งไรก็ตามไม่ได้
หมายความวา่ ทุกธุรกิจควรใชก้ ลยทุ ธก์ ารตลาดแบบดิจิทลั ในลกั ษณะเดียวกนั ท้งั หมดการทาการตลาดแบบ
ดิจิทลั สาหรับธุรกิจB2B (Business to Business) อาจไมไ่ ดร้ ับความสนใจเท่ากบั ธุรกิจแบบ B2C (Business
to Consumer) เนื่องจากตวั เลขสถิติต่างๆ และจานวนผคู้ นท่ีพูดถึงบนโลกออนไลนน์ ้นั ไม่ไดห้ วือหวา
เทา่ กบั การทาการตลาดแบบB2C เพราะการทาการคา้ แบบ B2B น้นั ดว้ ยจานวนของลกู คา้ ไม่ไดม้ ีจานวน
มากเท่าไหร่นกั แต่หากลองเคาะตวั เลขใหด้ ีๆ แลว้ จะพบวา่ ธุรกิจแบบ B2B มีมลู คา่ ในการซ้ือขายต่อ 1
คาสง่ั ซ้ือที่สูงมากหากธุรกิจของคุณเป็นแบบB2C หรือธุรกิจที่ขายสินคา้ ใหก้ บั ผบู้ ริโภคโดยตรง ซ่ึงการทา
การตลาดแบบดิจิทลั สาหรับธุรกิจประเภท B2C น้ี ปัจจุบนั มีขอ้ ไดเ้ ปรียบอยา่ งมากมาย เน่ืองจากเราสามารถ
ใชส้ ื่อออนไลนส์ ื่อสารกบั ผบู้ ริโภคไดโ้ ดยตรงผา่ น Social Media ของแบรนด์ เพ่ือประกาศ พดู คยุ และรับ
ฟังผบู้ ริโภค เพือ่ ทแี่ บรนดจ์ ะไดห้ าวิธีตอบสนองความตอ้ งการของผบู้ ริโภคไดอ้ ยา่ งตรงจุด

ทาไมธุรกจิ ของคุณจงึ ต้องทาการตลาดแบบดิจทิ ลั ?

การทาการตลาดแบบดิจิทลั ไมเ่ พยี งแตช่ ่วยใหธ้ ุรกิจของคุณสามารถทาการโปรโมทสินคา้ และ
บริการไดเ้ ทา่ น้นั แตย่ งั ช่วยใหบ้ ริการลกู คา้ ออนไลนไ์ ดต้ ลอด 24 ชวั่ โมง เพ่อื ใหล้ กู คา้ รู้สึกวา่ ไดร้ ับการดูแล
และเอาใจใส่เป็นอยา่ งดี การใชก้ ารปฏิสัมพนั ธก์ บั โซเชียลมีเดียช่วยใหแ้ บรนดต์ ่างๆไดร้ ับการตอบรับเชิง
บวกและเชิงลบจากลูกคา้ ไดโ้ ดยตรง ดว้ ยเหตุน้ีการตลาดแบบดิจิทลั จึงเป็นประโยชน์สาหรับแบรนดแ์ ละ
ธุรกิจต่างๆ โดยทผี่ บู้ ริโภคทว่ั ไปสามารถโพสตค์ วามคิดเห็นผา่ นทางแหล่งโซเชียลเน็ตเวิร์ค บลอ็ กและ
เวบ็ ไซตเ์ กี่ยวกบั ประสบการณ์การใชส้ ินคา้ และบริการตา่ งๆ ถึงความพงึ พอใจต่อแบรนดน์ ้นั ๆได้ ซ่ึง
แตกต่างจากการทาการตลาดแบบด้งั เดิม หรือออฟไลนแ์ บบสิ้นเชิง\n\nหากคณุ ลงโฆษณาบนหนงั สือพมิ พ์
คุณจะทราบไดอ้ ยา่ งไรวา่ มีจานวนผอู้ ่านกี่คน คนที่อา่ นเป็นใครบา้ ง และเป็นคนจากภูมิภาคใด ในทาง
กลบั กนั การตลาดแบบดิจิทลั สามารถช่วยวดั และวิเคราะห์ขอ้ มูลในส่วนน้นั ได้ หากคุณยงั ไมแ่ น่ใจในการทา
การตลาดแบบดิจิตอลวา่ จะช่วยโปรโมทสินคา้ หรือบริการคุณไดอ้ ยา่ งไร สามารถติดตอ่ เราเพอื่ ขอ
รายละเอียดเพมิ่ เติมและเราสามารถช่วยใหค้ ุณสร้างกลยทุ ธท์ ่ีเหมาะสมสาหรับธุรกิจของคุณได้

การประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยดี ิจทิ ลั ในอาชีพของการเป็ นพลเมืองยุคดจิ ทิ ลั

พลเมืองดิจิทลั หรือ Digital Citizens เป็นกระแสทแี่ พร่หลายไปทวั่ โลกนบั ต้งั แตอ่ นิ เตอร์เน็ตและ
เทคโนโลยสี ารสนเทศไดเ้ ขา้ มามีบทบาทในการดาเนินกิจกรรมดา้ นต่างๆ ในชีวติ ประจาวนั ประเทศไทยให้
ความสาคญั กบั เรื่องดงั กล่าวอยา่ งจริงจงั หลงั จากท่ีรฐั บาลผลกั ดนั นโยบายเศรษฐกิจดิจิทลั (Digital
Economy) เพื่อเสริมสร้างความเขม้ แขง็ ใหก้ บั ระบบเศรษฐกิจและเตรียมความพรอ้ มเขา้ สู่ประชาคมอาเซียน
ในอนาคตอนั ใกลน้ ้ีในยคุ ปัจจุบนั เทคโนโลยสี ารสนเทศมีความเก่ียวขอ้ งกบั การใชช้ ีวติ ประจาวนั อยา่ ง
หลีกเลี่ยงไม่ไดจ้ ึงมีความจาเป็นอยา่ งยง่ิ ที่ทกุ คนควร เสริมสร้างศกั ยภาพการใชเ้ ทคโนโลยดี งั กลา่ วอยา่ ง
ชาญฉลาดและกา้ วเขา้ สู่ความเป็นพลเมืองในยคุ ดิจิตอลไดอ้ ยา่ งภาคภมู ิ

ความหมายและคุณลกั ษณะเบือ้ งต้นของ

พลเมืองดจิ ิทัล

การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งสม่าเสมอและมี
ประสิทธิภาพเป็นคณุ ลกั ษณะเบ้ืองตน้ ของการเป็นพลเมืองในยคุ
ดิจิทลั นอกจากน้ีบุคคลผนู้ ้นั จะตอ้ งมีทกั ษะและความรู้
ท่ีหลากหลายในการใชอ้ ินเทอร์เน็ตผา่ นอุปกรณ์และช่องทางการ

สื่อสารประเภทตา่ งๆ เช่น โซเชียลเน็ตเวริ ์ก (Facebook, Twitter, Instagram, Line) และอุปกรณ์อเิ ลก็ -ทรอ
นิกส์รูปแบบใหม่ (แทบ็ เลต็ และมือถือสมาร์ทโฟน) เป็นตน้ อยา่ งไรกต็ ามมีผตู้ ้งั ขอ้ สังเกตวา่ ทกั ษะการใช้
อินเทอร์เนตและเทคโนโลยสี ารสนเทศเพือ่ ประโยชนใ์ นการดารงชีวิตประจาวนั ไมเ่ พยี งพอตอ่ คุณลกั ษณะ
ของการเป็นพลเมืองดิจิตอลท่ีสมบูรณ์ หากแต่บุคคลผนู้ ้นั จะตอ้ งใชเ้ ทคโนโลยดี งั กลา่ ว ในทางท่ีจะ
ก่อใหเ้ กิดประโยชน์ตอ่ บคุ คลอื่นและสังคม เช่น การเคารพสิทธิและหนา้ ที่ของผอู้ ื่นตลอดจนการใช้
เทคโนโลยเี พ่อื ส่ือสารกบั ภาครัฐและภาคเอกชนเพ่ือกอ่ ใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงในทางท่ีดีและถกู ตอ้ ง

คุณลกั ษณะที่ดขี องพลเมืองดิจทิ ลั

1. การตระหนกั ถงึ ความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศของผ้อู ่ืน

ผใู้ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศทุกคนควรตระหนกั วา่ บุคคลมีโอกาสในการเขา้ ถึงและมีศกั ยภาพใช้
เทคโนโลยสี ารสนเทศทีแ่ ตกต่างกนั พลเมืองดิจิตอลท่ดี ีจึงไมค่ วรเลอื กปฏิบตั ิและดูหมิ่นบคุ คลผขู้ าดทกั ษะ
การใชเ้ ทคโนโลยฯี หากแตจ่ ะตอ้ งช่วยกนั แสวงหามาตรการตา่ งๆเพอื่ เสริมสร้างความเสมอภาคในการ
เขา้ ถึงเทคโนโลยฯี อนั จะทาใหส้ งั คมและประเทศน้นั ๆ กา้ วเขา้ สู่ยคุ ดิจิตอลไดอ้ ยา่ งภาคภมู ิ

2. การเป็ นผ้ปู ระกอบการและผ้บู ริโภคท่มี ีจริยธรรม

เป็นที่ทราบกนั โดยทว่ั ไปวา่ เทคโนโลยสี ารสนเทศไดเ้ ปล่ียนแปลงระบบตลาดแบบด้งั เดิม
(Traditional Marketplace) ไปสู่ตลาดในระบบอิเลคทรอนิกส์ (Electronic-Marketplace) และไดร้ บั ความ
นิยมอยา่ งแพร่หลายดงั จะเห็นไดจ้ ากความหลายหลายของประเภทสินคา้ ที่สามารถซ้ือหาไดใ้ นระบบ
ออนไลน์ ตลอดจนบริการประเภทต่างๆ ท่ีผบู้ ริโภคสามารถทาธุรกรรมไดอ้ ยา่ งสะดวก พลเมืองยคุ ดิจิตอล
จะตอ้ งมีความซ่ือสตั ยแ์ ละมีศีลธรรมในการทานิติกรรมและธุรกรรมทุกประเภทบนโลกออนไลน์ เช่น ไม่
ซ้ือขายและทาธุรกรรมท่ีผดิ กฎหมาย เช่น การดาวน์โหลดส่ิงที่ขดั ตอ่ กฎหมาย ตลอดจนการใชป้ ระโยชน์
จากเทคโนโลยเี พ่ือหลอกลวงผอู้ ่ืนใหซ้ ้ือสินคา้ และบริการที่ไมม่ ีคณุ ภาพ เป็นตน้

3. การเป็ นผ้สู ่งสารและรับสารทม่ี มี รรยาท

รูปแบบการส่ือสารไดม้ ีการพฒั นาและเปล่ียนแปลงไปอยา่ งมากในช่วงศตวรรษท่ี 21 ดงั จะเห็นได้
จากรูปแบบการส่ือสารผา่ นอินเตอร์เนต็ ที่สะดวก รวดเร็วและมีความ
เชื่อมโยงทวั่ โลก เช่น อีเมลลแ์ ละโซเชียลมีเดียหลากหลายประเภท ปัจจุบนั มีผใู้ ชข้ อ้ ไดเ้ ปรียบของช่องทาง
การส่ือสารดงั กลา่ วอยา่ งไมเ่ หมาะสม เช่น การส่งสารที่ มีเจตนา
หมิ่นประมาทผอู้ ื่นและการส่งสารที่มีเจตนาใหส้ ังคมเกิดความแตกแยก ท้งั ที่กระทาไปโดยเจตนาหรือ
รู้เท่าไมถ่ ึงการณ์ ดงั น้นั พลเมืองดิจิตอลท่ีดีจะตอ้ งมีมรรยาทและความรับ

ผดิ ชอบต่อการกระทาของตนในโลกออนไลน์ หรือ ท่ีเรารู้จกั กนั ดีในนามของ (Digital Etiquette) ท่ีจะเป็น
เคร่ืองมอื ในการย้าเตือนสติตลอดจนการกระทาท่ีเหมาะสมในการส่ือสารทกุ ประเภทในยคุ ดิจิตอล

4. การเคารพต่อกฎหมายและกฎระเบียบ

ปัจจุบนั การทาธุรกรรมและนิติกรรมทางอเิ ลคทรอนิกส์อยภู่ ายใตบ้ งั คบั ของกฎหมายและ
กฎระเบียบวา่ ดว้ ยการทาธุรกรรมทางอิเลคทรอนิกส์ซ่ึงมีวตั ถุประสงคห์ ลกั ในการ
ป้องกนั และปราบปรามการละเมิด ในรูปแบบตา่ งๆ ท่ีมลี กั ษณะเป็นอาชญกรรมทางอีเลคทรอนิกส์ เช่น การ
ลกั ขโมยและการจารกรรมขอ้ มลู ประเภทตา่ งๆ เช่น ขอ้ มูลทางธุรกิจและขอ้ มลู ส่วนบุคคล ตลอดจน
มาตรการคุม้ ครองเกี่ยวกบั ทรัพยส์ ินทางปัญญาในรูปแบบตา่ งๆ ดงั น้นั พลเมืองยคุ ติจิตอลท่ีดีจะตอ้ ง
ตระหนกั และรับทราบถึงกฎหมายและกฎระเบียบดงั กล่าว ตลอดจนมีความยบั ย้งั ช่างใจต่อการกระทาของ
ตนที่อาจเป็นการละเมิดสิทธิของบคุ คลอ่ืน

5. การใช้เทคโนโลยีให้มีความเหมาะสมและไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศท่ีขาดความเหมาะสมอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวม เช่น
ความเครียดต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตตลอดจนการก่อใหเ้ กิดการสูญเสียสัมพนั ธ์ภาพในสังคมได้
พลเมืองยคุ ดิจิตอลจะตอ้ งควบคุมการใชอ้ ปุ กรณ์อิเลคทรอนิกส์ใหม้ ีความเหมาะสมเพื่อป้องกนั มิใหเ้ กิด
อาการเสพติดต่อ ส่ิงดงั กลา่ วจนเกิดผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมได้ นอกจากน้ี การลดปริมาณการสื่อสารแบบ
ออนไลน์มาเป็นรูปแบบการสื่อสารแบบด้งั เดิมในบางโอกาสจะก่อใหเ้ กิดผลดีตอ่ สัมพนั ธภาพของบคุ คล
ใกลช้ ิดอีกดว้ ย

6. เรียนรู้วธิ ีการเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยี

พลเมืองดิจิตอลนอกจากจะตอ้ งเป็นผทู้ ่ีมีทกั ษะในการใชเ้ ทคโนโลยอี ยา่ งมีประสิทธิภาพแลว้
จะตอ้ งใฝ่รู้และใหค้ วามสาคญั กบั มาตรการเพ่ือความปลอดภยั และการคุม้ ครองขอ้ มูลส่วนบุคคลดว้ ย
(Digital Security) เนื่องจากในยคุ ดิจิตอลน้นั ผมู้ ีเจตนากระทาผดิ และหลอกลวงสามารถใชเ้ ทคโนโลยที ี่มี
ความทนั สมยั เพือ่ หลอกลวงผอู้ ื่นไดง้ ่ายกวา่ กระบวนการสื่อสารแบบด้งั เดิม วิธีการเสริมสร้างความ
ปลอดภยั ในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ ท่ีสามารถกระทาไดโ้ ดยง่ายมีหลากหลายวธิ ี เช่น การติดต้งั ระบบ
ป้องกนั การจารกรรมและการทาลายขอ้ มลู ใหก้ บั อปุ กรณ์การส่ือสารทกุ ประเภท ตลอดจนรู้เท่าทนั ต่อ
รูปแบบและกลอบุ ายของอาชญากรอิเลคทรอนิกส์ทีม่ กั มีการพฒั นารูปแบบของการกระทาผดิ อยเู่ สมอ


Click to View FlipBook Version