The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือเตรียมสอบ-เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน-สพฐ.-2 รหัส 888899

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sk.dsd0478, 2022-06-23 23:12:18

คู่มือเตรียมสอบ-เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน-สพฐ.-2 รหัส 888899

คู่มือเตรียมสอบ-เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน-สพฐ.-2 รหัส 888899

-48-

รวบรวมและจัดทาโดย แอดมนิ ดษิ ฐ์

18. อานาจหนา้ ที่ของนายกรัฐมนตรีมที ้งั หมดก่ขี ้อ ตามระเบยี บบริหารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534
ก. 9 ขอ้
ข. 10 ขอ้
ค. 11 ข้อ
ง. 12 ข้อ
เฉลย ก. 9 ข้อ

19. ขอ้ ใดเปน็ หลักการในการบริหารราชการตามพระราชบัญญตั ิระเบียบบริหารราชการแผ่นดนิ พ.ศ. 2534
และทแ่ี ก้ไขเพม่ิ เตมิ
ก. เพือ่ ประโยชน์สขุ ของประชาชน
ข. เพอื่ ลดภารกจิ และยุบเลิกหนว่ ยงานท่ไี มจ่ าเปน็
ค. เพ่อื กระจายอานาจตดั สนิ ใจ
ง. ถูก ขอ้ ก. และ ค.
เฉลย ง. ถกู ขอ้ ก. และ ค.

20. การจัดระเบยี บบรหิ ารราชการแผน่ ดิน ตามพระราชบญั ญัติระเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดนิ มีรปู แบบใดบ้าง
ก. กระทรวง ทบวง กรม
ข. จังหวัด อาเภอ
ค. จังหวัด อาเภอ ก่งิ อาเภอ ตาบล หมู่บา้ น
ง. ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค สว่ นทอ้ งถ่ิน
เฉลย ง. สว่ นกลาง สว่ นภูมิภาค สว่ นท้องถ่นิ

21. การบริหารราชการสว่ นกลาง ข้อใดถูกตอ้ ง
ก. กระทรวง
ข. ทบวง
ค. สว่ นราชการที่ชื่อเรียกอยา่ งอนื่ มฐี านะเป็นกรม แตไ่ มไ่ ด้สงั กัดกระทรวงหรอื ทบวง
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง. ถูกทกุ ขอ้

22. หน่วยงานใดมีหน้าท่ีในการตรวจสอบดูแล ส่วนราชการท่ีจัดตั้งข้ึนใหม่ มิให้มีการกาหนดตาแหน่งหรือ
อตั รากาลงั ของขา้ ราชการหรือลกู จา้ งเพมิ่ ข้นึ จนกวา่ จะครบสามปี
ก. สานักงานพัฒนาระบบราชการ
ข. สานกั งานคณะกรรมการข้าราชการพลเรอื น
ค. สานกั งบประมาณ
ง. ขอ้ ข. และ ค.
เฉลย ง. ขอ้ ข. และ ค.

23. หากต้องการยบุ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะต้องตราเปน็ กฎหมายใด
ก. พระราชบญั ญัติ
ข. พระราชกฤษฎีกา
ค. พระราชกาหนด
ง. กฎกระทรวง
เฉลย ข. พระราชกฤษฎีกา

-49-

รวบรวมและจดั ทาโดย แอดมนิ ดิษฐ์

24. การแบ่งสว่ นราชการภายในกรม จะต้องตราเป็นกฎหมายขอ้ ใด
ก. พระราชบัญญัติ
ข. พระราชกฤษฎกี า
ค. พระราชกาหนด
ง. กฎกระทรวง
เฉลย ง. กฎกระทรวง

25. ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีตาย ขาดคุณสมบัติต้องคาพิพากษาให้จาคุก หรือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความ
เป็นรัฐมนตรีของนายกส้ินสุดลงในระหว่างที่รอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามารับหน้าที่นั้น คณะรัฐมนตรี
ชุดเดมิ จะต้องทาอยา่ งไร ตามระเบยี บบรหิ ารราชการแผน่ ดิน พ.ศ. 2534
ก. มอบหมายใหร้ องนายกรฐั มนตรีคนใดคนหนึ่งรักษาราชการแทนนายกรฐั มนตรี
ข. มอบหมายใหร้ องนายกรฐั มนตรีคนใดคนหน่งึ ปฏบิ ตั หิ น้าท่ีแทนนายกรฐั มนตรี
ค. มอบหมายใหร้ องนายกรฐั มนตรคี นใดคนหนงึ่ ปฏิบตั ิราชการแทนนายกรฐั มนตรี
ง. มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรคี นใดคนหน่งึ ปฏบิ ัติหนา้ ทแ่ี ทนนายกรัฐมนตรีแล้วแตก่ รณี
เฉลย ง. มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหน่ึงปฏิบัตหิ นา้ ท่ีแทนนายกรฐั มนตรีแล้วแต่กรณี

26. ขอ้ ใดกล่าวผิดเกี่ยวกบั อานาจหนา้ ทข่ี องนายกรัฐมนตรใี นฐานะหัวหน้ารัฐบาล ตามระเบียบบริหารราชการ
แผน่ ดิน พ.ศ. 2534
ก. สงั่ ใหร้ าชการสว่ นกลางรายงานการปฏบิ ัตริ าชการ
ข. สง่ั ใหร้ าชการสว่ นภูมิภาคชีแ้ จงแสดงความคิดเห็น
ค. สัง่ ให้ราชการสว่ นท้องถิน่ รายงานการปฏบิ ัตริ าชการ
ง. สงั่ สอบสวนขอ้ เทจ็ จรงิ เก่ยี วกับการปฏบิ ตั ิราชการของราชการสว่ นท้องถิ่น
เฉลย ค. สั่งให้ราชการสว่ นทอ้ งถิ่นรายงานการปฏบิ ตั ิราชการ

27. นายกรฐั มนตรีสามารถยับยัง้ การปฏิบตั ิราชการของหน่วยงานใดไดบ้ า้ ง หากหนว่ ยงานนั้นปฏิบตั ิราชการ
ขดั ต่อนโยบายของรัฐบาล
ก. ราชการสว่ นกลาง
ข. ราชการส่วนภูมิภาค
ค. ราชการสว่ นทอ้ งถิน่
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง. ถูกทุกขอ้

28. ตาแหน่งใดเป็นข้าราชการเมอื ง ตามพระราชบัญญตั บิ รหิ ารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ.2534 และแก้ไขเพิ่มเตมิ
ก. เลขาธกิ ารนายกรัฐมนตรี
ข. รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรฝี ุายบรหิ าร
ค. เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ง. ไม่มีข้อถูก
เฉลย ก. เลขาธิการนายกรฐั มนตรี

-50-

รวบรวมและจัดทาโดย แอดมนิ ดษิ ฐ์

29. สานกั เลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรี มีอานาจหนา้ ท่ีในเรื่องใด ตามระเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534
ก. ราชการทางการเมอื ง
ข. ราชการของรฐั สภา
ค. ราชการในพระองค์
ง. ขอ้ ข. และ ค. ถกู
เฉลย ง. ขอ้ ข. และ ค. ถูก

30. ตามระเบยี บบริหารราชการแผ่นดินข้อใดมไิ ด้กาหนดตาแหน่งไว้
ก. ผ้ชู ่วยเลขาธิการนายกรฐั มนตรี
ข. ผู้ช่วยปลัดสานักนายกรัฐมนตรี
ค. ผูช้ ว่ ยเลขาธิการคณะรฐั มนตรี
ง. ผ้ชู ่วยปลัดกระทรวง
เฉลย ง. ผู้ช่วยปลดั กระทรวง

31. ตามระเบยี บบรหิ ารราชการแผน่ ดินสว่ นราชการใดไม่มฐี านะเปน็ นติ ิบุคคล
ก. สานกั นายกรัฐมนตรี
ข. สานกั งานปลดั กระทรวง
ค. สานกั งานรฐั มนตรี
ง. กรม
เฉลย ค. สานกั งานรฐั มนตรี

32. การกาหนดใหส้ ว่ นราชการระดบั กรมตง้ั แตส่ องกรมขึ้นไป อยู่ภายใต้กล่มุ ภารกจิ เดียวกัน สามารถกระทาได้
โดยอาศัยกฎหมายตามข้อใด ตามพระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บริหาราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534
ก. พระราชกฤษฎีกา
ข. มตคิ ณะรฐั มนตรี
ค. เป็นไปตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการปรบั ปรงุ กระทรวง ทบวง กรม
ง. กฎกระทรวง
เฉลย ง. กฎกระทรวง

33. การปฏิบตั ริ าชการของ หัวหนา้ กลมุ่ ภารกจิ ข้นึ ตรงต่อใคร ตามระเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534
ก. รฐั มนตรี
ข. ปลดั กระทรวง
ค. รองปลัดกระทรวง
ง. รฐั มนตรหี รอื ปลัดกระทรวงตามกาหนดไวใ้ นกฎกระทรวง
เฉลย ง. รัฐมนตรหี รอื ปลดั กระทรวงตามกาหนดไวใ้ นกฎกระทรวง

34. ในการจัดระเบียบบรหิ ารราชการของกระทรวง สว่ นราชการใดอาจกาหนดให้มีหรอื ไม่มกี ็ได้
ก. สานกั นายกรัฐมนตรี
ข. สานกั งานปลดั กระทรวง
ค. กรม
ง. ขอ้ ก. และ ข.
เฉลย ค. กรม

-51-

รวบรวมและจัดทาโดย แอดมินดษิ ฐ์

35. สานกั งานรัฐมนตรีมีอานาจหน้าที่เกี่ยวกับเร่ืองใด
ก. ราชการทางการเมือง
ข. ราชการทัว่ ไปของกระทรวง
ค. ราชการท่ีมิได้กาหนดให้เป็นหนา้ ที่ของกรมหน่ึงกรมใดโดยเฉพาะ
ง. ขอ้ ก. และ ข.
เฉลย ก. ราชการทางการเมือง

36. ขอ้ ใดคืออานาจหนา้ ทขี่ องสานกั งานปลัดกระทรวง
ก. ราชการทวั่ ไปของกระทรวง
ข. ราชการทีม่ ิได้กาหนดให้เป็นหน้าทข่ี องกรมหนึ่งกรมใดโดยเฉพาะ
ค. เรง่ รัดการปฏบิ ัตริ าชการของส่วนราชการในกระทรวง
ง. ถูกทกุ ขอ้
เฉลย ง. ถกู ทกุ ขอ้

37. ในการจดั ระเบยี บราชการในกรม โดยทัว่ ไปสว่ นราชการใด จะตอ้ งถกู กาหนดไว้เสมอ
ก. สานักงานเลขานุการกรม
ข. กอง
ค. ส่วนราชการท่มี ีฐานะเทียบกอง
ง. ขอ้ ก. และ ข.
เฉลย ก. สานักงานเลขานุการกรม

38. การแบ่งท้องทอี่ อกเป็นเขตและใหม้ หี ัวหนา้ ส่วนราชการประจาเขต มีวัตถปุ ระสงคใ์ นการแบง่ เขตอย่างไร
ก. เพ่อื ปฏบิ ตั ิทางการเงิน
ข. เพ่ือปฏิบัติงานวิชาการ
ค. เพือ่ ปฏิบัตงิ านตรวจสอบ
ง. เพอื่ ปฏบิ ัตงิ านการวจิ ยั
เฉลย ข. เพ่ือปฏิบตั งิ านวิชาการ

39. การที่กระทรวง ทบวง กรม จะกาหนดให้มผี ตู้ รวจราชการของกระทรวง ทบวง กรม ต้องพจิ ารณาจากสง่ิ ใด
ก. ลักษณะงานที่มีการตรวจสอบ
ข. สภาพและประมาณของงาน
ค. ภารกจิ ที่รับผดิ ชอบ
ง. ขอ้ ข. และ ค.
เฉลย ข. สภาพและประมาณของงาน

40. ในกรณีท่ีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบอานาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทน
หากผวู้ า่ ราชการจังหวัดมอบอานาจดังกลา่ วให้ปลัดจังหวัดปฏิบตั ิราชการแทน จะตอ้ งทาอยา่ งไร
ก. สามารถมอบอานาจได้ทนั ที
ข. มอบอานาจแล้วรายงานให้รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทยทราบ
ค. ไม่สามารถมอบไดเ้ พราะเป็นอานาจเฉพาะตัว
ง. ขอความเห็นชอบจากรฐั มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เม่ือได้รับความเหน็ ชอบแลว้ สามารถมอบอานาจได้
เฉลย ง. ขอความเหน็ ชอบจากรัฐมนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทยก่อน เม่ือไดร้ บั ความเห็นชอบแล้ว
สามารถทาการมอบอานาจได้

-52-

รวบรวมและจัดทาโดย แอดมนิ ดิษฐ์

41. การรักษาราชการแทนข้อใดถูกต้อง ตามพระราชบัญญตั ิระเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
ก. กรณที ่ีนายกรฐั มนตรีไมอ่ าจปฏบิ ตั ิราชการแทนได้และไมม่ ผี ู้ดารงตาแหน่งรองนายกรัฐมนตรีให้
รฐั มนตรีประจาสานกั นายกรฐั มนตรีเปน็ ผรู้ ักษาราชการแทน
ข. กรณีนายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ให้คณะรัฐมนตรมี อบอานาจให้รฐั มนตรีคนใดคนหน่งึ เปน็
ผู้รกั ษาราชการแทน
ค. กรณที ีน่ ายกรฐั มนตรไี ม่อาจปฏิบัตริ าชการได้และมีรองนายกรัฐมนตรหี ลายคนใหน้ ายกรฐั มนตรี
มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนง่ึ เปน็ ผู้รกั ษาราชการแทน
ง. กรณีทีน่ ายกรฐั มนตรไี ม่อาจปฏิบตั ริ าชการไดแ้ ละมีรองนายกรฐั มนตรหี ลายคนไดใ้ ห้คณะรัฐมนตรี
มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรคี นใดคนหนึง่ เปน็ ผู้รกั ษาราชการแทน
เฉลย ง. กรณีท่ีนายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้และมีรองนายกรัฐมนตรีหลายคนได้ให้คณะรัฐมนตรี
มอบหมายใหร้ องนายกรัฐมนตรคี นใดคนหนง่ึ เปน็ ผรู้ ักษาราชการแทน

42. การรกั ษาราชการแทนตาม พ.ร.บ. ระเบยี บบรหิ ารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ไมใ่ ชบ้ งั คบั แก่ส่วนราชการใด
ก. กระทรวงศึกษาธิการ
ข. กระทรวงการคลัง
ค. สานักงานตารวจแห่งชาติ
ง. กระทรวงกลาโหม
เฉลย ง. กระทรวงกลาโหม

43. "หัวหน้าคณะผู้แทน" ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม
เป็นขา้ ราชการสังกัดสว่ นราชการใด
ก. สานักนายกรฐั มนตรี
ข. กระทรวงการต่างประเทศ
ค. กระทรวงกลาโหม
ง. กระทรวงใดกไ็ ด้ท่ีได้รับแต่งตัง้ จากนายกรัฐมนตรี
เฉลย ข. กระทรวงการตา่ งประเทศ

44. การจดั ระเบยี บบริหารราชการสว่ นภมู ิภาค เปน็ ไปตามข้อใด
ก. จงั หวดั อาเภอ
ข. ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค สว่ นท้องถิ่น
ค. จงั หวัด อาเภอ ตาบล หมู่บ้าน
ง. จงั หวดั อาเภอ ก่ิงอาเภอ
เฉลย ก. จังหวดั อาเภอ

45. หากจังหวัดสรุ นิ ทร์ ต้องการจะแบง่ เขตพ้นื ท่ี ของบางอาเภอ ใหเ้ ปน็ ของจงั หวัดรอ้ ยเอด็ จะตอ้ งตราเป็นกฎหมายใด
ก. ทาเป็นคาส่ังของกระทรวงมหาดไทย
ข. ตราเป็นพระราชกฤษฎกี า
ค. ตราเปน็ พระราชกาหนด
ง. ตราเป็นพระราชบญั ญตั ิ
เฉลย ง. ตราเปน็ พระราชบัญญตั ิ

-53-

รวบรวมและจัดทาโดย แอดมนิ ดษิ ฐ์

46. การบรหิ ารราชการแผ่นดินของจังหวัดใด ตาแหนง่ ใดมหี นา้ ทเ่ี ป็นทีป่ รึกษาของผ้วู า่ ราชการจังหวัด
ก. สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎรในจังหวดั
ข. สภาจังหวดั
ค. คณะกรรมการจังหวัด
ง. คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด
เฉลย ค. คณะกรรมการจังหวัด

47. ขอ้ ใดเปน็ อานาจหน้าท่ขี องคณะกรรมการจังหวัด ตามพระราชบญั ญัติระเบยี บบริหารราชการแผ่นดิน
ก. ใหค้ วามเห็นชอบในการจดั ทาแผนพัฒนาจงั หวดั
ข. ทาหนา้ ท่เี ป็นท่ปี รึกษาของผวู้ า่ ราชการจงั หวัด
ค. ปฏบิ ัตหิ น้าทอ่ี ่ืนตามทีก่ ฎหมายหรอื มติของคณะรฐั มนตรีกาหนด
ง. ถูกเฉพาะขอ้ ข. และ ค.
เฉลย ข. ทาหนา้ ท่เี ป็นทีป่ รึกษาของผู้ว่าราชการจงั หวดั

48. ผู้บังคบั บัญชาของข้าราชการในสานักงานคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรือนคือตาแหนง่ ใด
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. ปลดั สานกั นายกรัฐมนตรี
ค. รฐั มนตรปี ระจาสานักนายกรฐั มนตรี
ง. เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรอื น
เฉลย ง. เลขาธกิ ารคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรือน

49. ขอ้ ใดเป็นราชการบรหิ ารสว่ นทอ้ งถน่ิ ตามระเบียบบริหารราชการแผน่ ดิน พ.ศ.2534
ก. จงั หวัด
ข. อาเภอ
ค. ตาบล
ง. กรุงเทพมหานคร
เฉลย ง. กรงุ เทพมหานคร

50. ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้ เปน็ การจดั ระเบียบราชการส่วนกลาง ตามพระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบริหารราชการแผ่นดนิ
ก. อาเภอ
ข. ตาบล
ค. กรุงเทพมหานคร
ง. กรมพัฒนาชุมชน
เฉลย ง. กรมพฒั นาชมุ ชน

51. กระทรวงดจิ ิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เกิดจากการตรากฎหมายใด
ก. พระราชกฤษฎีกา
ข. พระราชบญั ญตั ิ
ค. พระราชกาหนด
ง. มติของ คสช.
เฉลย ข. พระราชบญั ญัติ

-54-

รวบรวมและจัดทาโดย แอดมินดิษฐ์

52. ผทู้ รงคุณวุฒใิ นคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) บุคคลใดเป็นผู้แต่งต้ัง
ก. นายกรฐั มนตรี
ข. เลขาธิการ ก.พ.ร.
ค. คณะรฐั มนตรี
ง. ปลดั สานกั นายกรัฐมนตรี
เฉลย ค. คณะรัฐมนตรี

53. นายอาเภอสังกดั หนว่ ยงานใด
ก. สานักนายกรฐั มนตรี
ข. กระทรวงมหาดไทย
ค. กรมการปกครอง
ง. สานักงานจังหวดั
เฉลย ข. กระทรวงมหาดไทย

-55-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมินดษิ ฐ์

สรุปสาระสาคญั พระราชบัญญัตริ ะเบยี บบรหิ ารราชการ กระทรวงศึกษาธกิ าร 2546 และแกไ้ ขเพิ่มเติม

 ฉบับที่ 1 (ผู้รบั สนองพระบรมราชโองการ พันตารวจโท ทักษณิ ชินวตั ร)
 ประกาศใช้ 6 กรกฎาคม 2546
 มผี ลบงั คบั ใช้ 7 กรกฎาคม 2546

 ฉบบั ที่ 2 (ผ้รู ับสนองพระบรมราชโองการ นายอภสิ ิทธิ์ เวชชาชวี ะ)
 ประกาศใช้ 22 กรกฎาคม 2553
 มผี ลบังคบั ใช้ 23 กรกฎาคม 2553

 ฉบบั ที่ 3 (ผรู้ บั สนองพระบรมราชโองการ พลเอกประยทุ ธ์ จันโอชา)
 ประกาศใช้ 21 มีนาคม 2559
 มผี ลบงั คบั ใช้ 22 มนี าคม 2559

 มีผลบงั คบั ใช้
 ถัดจากวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป

 ผู้รักษาการตามพระราชบญั ญัตนิ ี้
 รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงศกึ ษาธิการ

 มที ้งั หมด 5 หมวด 82 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล

 ให้จดั ระเบยี บราชการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้
 ระเบียบบรหิ ารราชการสว่ นกลาง
 ระเบยี บบริหารราชการเขตพื้นท่กี ารศึกษา
 ระเบยี บบรหิ ารราชการในสถานศกึ ษาของรัฐทีจ่ ัดการศกึ ษาปริญญาท่เี ป็นนิตบิ ุคคล แต่ไมร่ วมถงึ
การจดั การศึกษาท่ีอยูใ่ นอานาจหนา้ ทข่ี องกระทรวงอื่นทม่ี กี ฎหมายกาหนดไวเ้ ป็นการเฉพาะ

 การกาหนดตาแหนง่ และอัตราเงินเดอื นของข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ
» ใหค้ านงึ ถึงคุณวฒุ ิประสบการณ์ มาตรฐานวชิ าชีพ ลักษณะหน้าที่ความรับผดิ ชอบ และคุณภาพของงาน

หมวด 1
การจดั ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง

 ใหจ้ ัดระเบยี บบรหิ ารราชการสว่ นกลาง ดงั น้ี
 สานักงานปลัดกระทรวง
 สว่ นราชการทมี่ หี วั หนา้ สว่ นราชการขน้ึ ตรงต่อรัฐมนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร

 การแบ่งส่วนราชการในส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ ให้มีหัวหน้าส่วนราชการข้ึนตรงต่อ
รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ดังน้ี
 สานักงานรัฐมนตรี (ไมเ่ ปน็ นิติบุคคล)
 สานักงานปลัดกระทรวง (นติ บิ ุคคล)
 สานกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษา (นิติบุคคล)
 สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน (นิตบิ คุ คล)
 สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา (นิตบิ คุ คล)

-56-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมนิ ดิษฐ์

กระทรวงศึกษาธกิ ารมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและกาหนด
นโยบาย เปูาหมาย และผลสัมฤทธ์ิของงานในกระทรวงศึกษาธิการ ให้สอดคล้องกับนโยบายที่คณะรัฐมนตรี
แถลงไว้ต่อรัฐสภา หรือที่คณะรัฐมนตรีกาหนดหรืออนุมัติ โดยจะให้มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เปน็ ผชู้ ว่ ยสง่ั และปฏิบตั ริ าชการก็ได้

ในกรณีท่ีมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ การสั่งหรือการปฏิบัติราชการของรัฐมนตรีช่วย
ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ใหเ้ ปน็ ไปตามทร่ี ัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ ารมอบหมาย

 สภาการศึกษา มีหน้าที่
(๑) พิจารณาเสนอแผนการศึกษาแหง่ ชาติทบ่ี ูรณาการศาสนา ศลิ ปะ วัฒนธรรม และกีฬากับการศึกษา

ทกุ ระดับ
(๒) พิจารณาเสนอนโยบาย แผน และมาตรฐานการศึกษาเพ่อื ดาเนินการใหเ้ ป็นไปตามแผนตาม (๑)
(๓) พิจารณาเสนอนโยบายและแผนในการสนับสนุนทรัพยากรเพ่ือการศึกษา
(๔) ดาเนนิ การประเมินผลการจัดการศกึ ษาตาม (๑)
(๕) ให้ความเห็นหรือคาแนะนาในเรอ่ื งกฎหมายและกฎกระทรวงทเี่ กย่ี วกบั การศึกษา
» การเสนอนโยบาย แผนการศึกษาแห่งชาติ และมาตรฐานการศึกษา ให้เสนอตอ่ คณะรัฐมนตรี

 คณะกรรมการสภาการศกึ ษา ประกอบดว้ ย
 ประธานกรรมการ
» รฐั มนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ ประธานกรรมการ
 กรรมการโดยตาแหน่ง
» ผู้แทนองค์กรเอกชน
» ผแู้ ทนองค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่
» ผูแ้ ทนองค์กรวชิ าชพี
» พระภิกษุซึ่งเปน็ ผู้แทนคณะสงฆ์
» ผูแ้ ทนคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
» ผูแ้ ทนองค์กรศาสนาอ่นื
 กรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ิ
» ซง่ึ มจี านวนไมน่ ้อยกวา่ จานวนกรรมการประเภทอื่นรวมกัน
 เลขาธกิ ารสภาการศึกษา
» ทาหนา้ ท่ีเปน็ กรรมการและเลขานุการของสภาการศกึ ษา
» สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษาทาหน้าท่ีรับผิดชอบงานเลขานุการของสภาการศึกษา

 คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐาน มหี นา้ ที่

 พิจารณาเสนอนโยบายแผนพัฒนามาตรฐาน และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่

สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนการศึกษาแห่งชาติ การ

สนับสนุนทรัพยากรการติดตามตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และ

เสนอแนะในการออกระเบียบหลกั เกณฑแ์ ละประกาศท่ีเกย่ี วกับการบริหารงานของสานักงาน

 ให้ความเห็นหรือให้คาแนะนาแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหรือคณะรัฐมนตรี และมี

อานาจหน้าที่อ่ืนตามที่กฎหมายกาหนดหรือตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

มอบหมาย

-57-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมินดิษฐ์

 คณะกรรมการการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน ประกอบดว้ ย
 กรรมการโดยตาแหนง่
» ผแู้ ทนองค์กรเอกชน
» ผู้แทนองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ
» ผู้แทนองค์กรวชิ าชพี
 กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิ
» ซง่ึ มีจานวนไม่น้อยกว่าจานวนกรรมการประเภทอืน่ รวมกัน
 กรรมการและเลขานุการ
» เลขาธกิ ารคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน
» ให้ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ทาหน้าท่ีรับผิดชอบงานเลขานุการของ

คณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน

 คณะกรรมการการอาชวี ศึกษา มหี น้าท่ี
 พิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนามาตรฐาน และหลักสูตรการอาชีวศึกษาทุกระดับ ที่สอดคล้อง
กับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและแผนการศึกษาแห่งชาติ การส่งเสริมประสานงาน
การจัดการอาชีวศึกษาของรัฐและเอกชน การสนับสนุนทรัพยากร การติดตาม ตรวจสอบ และ
ประเมินผลการจัดการศึกษาอาชีวศึกษา โดยคานึงถึงคุณภาพและความเป็นเลิศทางวิชาชีพ และ
เสนอแนะในการออกระเบยี บ หลักเกณฑ์ และประกาศ ท่เี ก่ียวกบั การบรหิ ารงานของสานกั งาน
 พิจารณานโยบาย แผนพัฒนา และมาตรฐานการอาชีวศึกษาระดับปริญญา ให้คณะกรรมการการ
อาชีวศึกษาพิจารณาให้สอดคล้องกับนโยบายแผนพัฒนา และเป็นไปตามมาตรฐานการศึกษา
ระดบั อุดมศกึ ษาของคณะกรรมการการอุดมศึกษา
 ให้ความเห็นหรือให้คาแนะนาแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหรือคณะรัฐมนตรี และมี
อานาจหน้าที่อ่ืนตามที่กฎหมายกาหนดหรือตามทร่ี ัฐมนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธิการมอบหมาย

 คณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ประกอบดว้ ย
 กรรมการโดยตาแหนง่
» ผ้แู ทนองค์กรเอกชน
» ผู้แทนองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
» ผู้แทนองค์กรวิชาชพี
 กรรมการผ้ทู รงคณุ วุฒิ
» ซง่ึ มีจานวนไมน่ ้อยกว่าจานวนกรรมการประเภทอืน่ รวมกัน
 กรรมการและเลขานุการ
» เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
» สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาทาหนา้ ท่ีรบั ผดิ ชอบงานเลขานุการของคณะกรรมการ

การอาชีวศกึ ษา

-58-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมนิ ดษิ ฐ์

 การจดั ระเบยี บราชการในสานกั งานปลัดกระทรวง
 กระทรวงศึกษาธกิ าร มปี ลดั กระทรวงคนหน่งึ มอี านาจหน้าที่ ดงั นี้
» รับผิดชอบควบคุมราชการประจาในกระทรวงแปลงนโยบายเปน็ แนวทางและแผนปฏบิ ตั ิราชการ
กากบั การทางานของส่วนราชการในกระทรวงให้เกดิ ผลสมั ฤทธ์ิ และประสานการปฏิบัติงานของ
ส่วนราชการในกระทรวงให้มีเอกภาพสอดคล้องกัน รวมท้ังเร่งรัดติดตามและประเมินผลการ
ปฏิบัติราชการของส่วนราชการในกระทรวงใหเ้ ป็นไปตามแผนงานของกระทรวง
» เปน็ ผบู้ งั คบั บัญชาข้าราชการของส่วนราชการในสานักงานปลดั กระทรวงรองจากรัฐมนตรีวา่ การ
กระทรวงศึกษาธิการ และรับผิดชอบในการปฏิบัตริ าชการของสานักงานปลดั กระทรวง

 สานกั งานปลดั กระทรวง มีอานาจหนา้ ท่ี ดงั น้ี
(๑) ดาเนินการเกี่ยวกับราชการประจาทั่วไปของกระทรวงและราชการที่คณะรัฐมนตรีมิได้กาหนดให้เป็น

หนา้ ทีข่ องสานกั งานใดสานกั งานหนึง่ ในสงั กดั กระทรวงโดยเฉพาะ
(๒) ประสานงานต่าง ๆ ในกระทรวง และดาเนินงานต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นงานท่ีต้องปฏิบัติตามสายงาน

การบังคบั บัญชาอันเปน็ อานาจหนา้ ที่ซ่งึ จะต้องมีการกาหนดไวใ้ นพระราชบญั ญัติน้ี หรอื กาหนดในกฎหมายอืน่
(๓) จัดทางบประมาณและแผนปฏบิ ัตริ าชการของกระทรวง เร่งรัด ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติ

ราชการในกระทรวงให้เป็นไปตามนโยบาย แนวทาง และแผนปฏิบัตริ าชการของกระทรวง
(๔)ดาเนินการเก่ียวกับกฎหมายว่าดว้ ยการศึกษาแห่งชาติที่มิได้อยู่ในอานาจของสว่ นราชการอน่ื
(๕) ดาเนนิ การอ่ืนตามที่กาหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการแบ่งสว่ นราชการ

 สานกั งานปลัดกระทรวง อาจแบง่ สว่ นราชการ ดงั นี้
(๑) สานักอานวยการ
(๒) สานัก สานักบริหารงาน หรือส่วนราชการท่ีเรียกชื่ออย่างอ่ืนท่ีมีฐานะเทียบเท่าสานักหรือสานัก

บริหารงาน

 สานกั งานท่ีมีหัวหนา้ สว่ นราชการข้ึนตรงตอ่ รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงศกึ ษาธิการ
 มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติ
ราชการของสานักงาน และอาจแบง่ ส่วนราชการ ดงั น้ี
(๑) สานักอานวยการ
(๒) สานัก สานกั บริหารงาน หรือสว่ นราชการทีเ่ รยี กชื่ออย่างอ่ืนที่มีฐานะเทียบเท่าสานักหรือสานัก
บริหารงานสานักงานใดมีความจาเป็น
 การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ยึดเขตพื้นท่ีการศึกษาโดยคานึงถึงระดับของ
การศึกษาขน้ั พ้ืนฐานจานวนสถานศึกษา จานวนประชากร วัฒนธรรมและความเหมาะสมด้านอน่ื ด้วย
(เวน้ แต่การจัดการศึกษาขนั้ พื้นฐานตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการอาชวี ศึกษา)
 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคาแนะนาของสภาการศึกษามีอานาจประกาศในราช
กิจจานุเบกษากาหนดเขตพ้ืนท่ีการศึกษาเพ่ือการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานแบ่งเป็นเขต
พื้นที่การศกึ ษาประถมศึกษาและเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษามัธยมศึกษา
 ในกรณีท่ีสถานศึกษาใดจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาการ
กาหนดให้สถานศึกษาแห่งน้ันอยู่ในเขตพื้นท่ีการศึกษาใดให้ยึดระดับการศึกษาของสถานศึกษานั้น
เป็นสาคญั
 ในกรณีท่ีมีความจาเป็นเพ่ือประโยชน์ในการจัดการศึกษาหรือมีเหตุผลความจาเป็นอย่างอ่ืนตาม
สภาพการจดั การศกึ ษาบางประเภท

-59-
รวบรวมและจดั ทาโดย แอดมนิ ดิษฐ์

 ให้จัดระเบยี บบริหารราชการของเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษา ดงั น้ี
(๑) สานักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษา
(๒) สถานศึกษาทจ่ี ัดการศึกษาขนั้ พื้นฐานหรือสว่ นราชการที่เรียกชอื่ อย่างอน่ื
» ให้มี สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา เพ่ือทาหน้าท่ีในการดาเนินการให้เปน็ ไปตามอานาจหน้าทขี่ อง
คณะกรรมการสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
» ใหม้ ีอานาจหนา้ ทเ่ี กีย่ วกับการศกึ ษา ตามที่กาหนดไวใ้ นกฎหมายน้หี รือกฎหมายอน่ื และมีอานาจ
หน้าท่ี ดังน้ี
(๑) อานาจหน้าที่ในการบริหารและการจัดการศึกษา และพัฒนาสาระของหลักสูตรการศึกษาให้
สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานของสานักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขน้ั พื้นฐาน
(๒) อานาจหน้าท่ีในการพัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายใน
สถานศกึ ษาร่วมกบั สถานศกึ ษา
(๓) รับผิดชอบในการพิจารณาแบ่งส่วนราชการภายในสถานศึกษาของสถานศึกษาและสานักงาน
เขตพ้นื ทก่ี ารศึกษา
(๔) ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่อี ่นื ตามที่กฎหมายกาหนด

 การปฏิบตั ิราชการแทน ให้
» ปลดั กระทรวง
» เลขาธิการสภาการศกึ ษา
» เลขาธิการคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน
» เลขาธกิ ารคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
» กระจายอานาจการบรหิ ารและการจัดการศกึ ษาท้งั ด้านวชิ าการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล

และการบริหารทว่ั ไป
ไปยังคณะกรรมการเขตพ้นื ที่การศึกษา และสานักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาและสถานศึกษาโดยตรง

 การจัดการศึกษาของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ภายใต้หลักการบริหารงานการศึกษา
ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) อานาจหน้าที่ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับงบประมาณและการดาเนินการทาง

งบประมาณของผู้อานวยการสานกั งานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาหรอื ผู้อานวยการสถานศึกษา
(๒) หลกั เกณฑ์การพิจารณาความดีความชอบ การพัฒนา และดาเนินการทางวินัยกับครูและบุคลากร

ทางการศึกษาโดยสัมพนั ธ์กับแนวทางท่กี าหนด
 ปลัดกระทรวง เลขาธิการสภาการศกึ ษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน และเลขาธกิ าร

คณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา

 อาจกาหนดให้หัวหนา้ สว่ นราชการในสังกดั มอบอานาจในส่วนทเ่ี กีย่ วขอ้ งกบั ภารกิจท่ีตนรบั ผิดชอบ

ไปยังผูอ้ านวยการสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาและผู้อานวยการสถานศึกษาในเขตพ้นื ท่ีการศึกษา

โดยตรงก็ได้

-60-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมนิ ดษิ ฐ์

 ผู้อานวยการสานกั บริหารงานในสงั กดั สานักงานปลดั กระทรวง ผู้อานวยการสานักบริหารงานในสังกัด
สานักงานคณะกรรมการต่างๆ
 อาจมอบอานาจในส่วนที่เก่ียวกับภารกิจทต่ี นรบั ผดิ ชอบหรือที่ไดร้ บั มอบหมายตามระเบียบข้อบังคับ
ตา่ งๆจากสานักงานคณะกรรมการต่างๆ ไปยงั ผอู้ านวยการสานักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษา หรอื
ผอู้ านวยการสถานศึกษา หรือหวั หน้าหน่วยงานทเ่ี รยี กช่ืออยา่ งอืน่ ที่มฐี านะเทียบเท่าผู้อานวยการ
สถานศึกษาโดยตรงได้

 อานาจในการส่ัง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการหรือการดาเนินการอน่ื
 อาจมอบอานาจให้ผู้ดารงตาแหน่งอื่นปฏิบัติราชการแทนได้โดยคานึงถึงความเป็นอิสระการ
บริหารงานที่คล่องตัวในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาและของสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ดงั ตอ่ ไปนี้
» รฐั มนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร อาจมอบอานาจให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ปลัดกระทรวง เลขาธิการ หัวหน้าสว่ นราชการซ่ึงดารงตาแหนง่ เทยี บเทา่ อธิการบดี หรอื ผวู้ า่ ราชการจงั หวัด
» ปลัดกระทรวง อาจมอบอานาจให้รองปลัดกระทรวง ผู้ช่วยปลัดกระทรวง เลขาธิการ หัวหน้า

ส่วนราชการซ่ึงดารงตาแหน่งเทียบเท่าอธิการบดี ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา ผู้อานวยการ
สถานศึกษา หรือผู้วา่ ราชการจงั หวดั

» เลขาธิการ อาจมอบอานาจให้รองเลขาธิการ ผู้ช่วยเลขาธิการ หัวหน้าส่วนราชการซึ่งดารง
ตาแหน่งเทียบเท่าอธิการบดี ผู้อานวยการสานัก ผู้อานวยการสานักบริหารงานหรือผู้ดารงตาแหน่งเทียบเท่า
ผู้อานวยการสานกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษา ผู้อานวยการสถานศึกษา หรอื ผู้วา่ ราชการจงั หวัด

» ผู้อานวยการสานัก ผู้อานวยการสานักบริหารงาน หรือผู้ดารงตาแหน่งเทียบเท่า อาจมอบอานาจ
ให้ผอู้ านวยการสานกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษา ผู้อานวยการสถานศกึ ษา หรือผ้ดู ารงตาแหนง่ เทียบเท่า

» ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือผู้ดารงตาแหน่งเทียบเท่า อาจมอบอานาจให้
ข้าราชการในสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา หรือผู้อานวยการสถานศึกษาหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกช่ืออย่าง
อน่ื ในเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษาที่ตนรับผดิ ชอบได้ตามระเบยี บที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐานกาหนด

» ผู้อานวยการสถานศึกษาหรือผู้ดารงตาแหน่งเทียบเท่า อาจมอบอานาจให้ข้าราชการใน
สถานศกึ ษาหรือในหน่วยงานที่เรยี กช่ืออย่างอื่นได้ ตามระเบียบท่คี ณะกรรมการเขตพืน้ ที่การศึกษากาหนด

**** การมอบอานาจ ให้ทาเปน็ หนังสอื

 การรกั ษาราชการแทน
 ในกรณีที่ไม่มีผดู้ ารงตาแหน่งรัฐมนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร หรือมแี ต่ไม่อาจปฏบิ ัติราชการได้
ใหร้ ฐั มนตรชี ่วยวา่ การกระทรวงศึกษาธกิ ารเป็นผู้รกั ษาราชการแทน
» ถ้ามีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการหลายคน ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรี
ชว่ ยวา่ การกระทรวงศึกษาธกิ ารคนใดคนหนงึ่ เป็นผู้รักษาราชการแทน
» ถ้าไม่มผี ู้ดารงตาแหนง่ รัฐมนตรชี ่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หรือมแี ต่ไม่อาจปฏิบตั ิราชการ
ได้ ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหนง่ึ เป็นผูร้ ักษาราชการแทน

 ในกรณที ี่ไมม่ ีผดู้ ารงตาแหน่งเลขานุการรฐั มนตรี หรือมีแต่ไม่อาจปฏบิ ัติราชการได้ ให้ผชู้ ว่ ยเลขานุการ

รัฐมนตรีเปน็ ผ้รู ักษาราชการแทน

» ถ้ามีผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีหลายคนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบหมายให้

ผูช้ ่วยเลขานุการรัฐมนตรคี นใดคนหนง่ึ เป็นผู้รักษาราชการแทน

-61-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมนิ ดษิ ฐ์

» ถ้าไม่มีผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรี ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งต้ังข้าราชการใน
กระทรวงคนหน่ึงเปน็ ผรู้ กั ษาราชการแทน

 ในกรณีท่ไี มม่ ผี ู้ดารงตาแหนง่ ปลัดกระทรวง หรือมีแตไ่ ม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองปลัดกระทรวง
เปน็ ผรู้ กั ษาราชการแทน
» ถ้ามีรองปลัดกระทรวงหลายคน ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งต้ังรองปลัดกระทรวง
คนใดคนหน่ึงเปน็ ผูร้ กั ษาราชการแทน
» ถ้าไม่มีผู้ดารงตาแหน่งรองปลัดกระทรวง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งข้าราชการในกระทรวงซ่ึงดารง ตาแหน่งไม่ต่ากว่าเลขาธิการหรือ
เทยี บเท่าเป็นผู้รักษาราชการแทน

 ในกรณีที่ไม่มีผู้ดารงตาแหน่งเลขาธิการ หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองเลขาธิการเป็น
ผรู้ กั ษาราชการแทน
» ถ้ามีรองเลขาธิการหลายคน ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งต้ังรองเลขาธิการคนใด
คนหนึง่ เป็นผูร้ ักษาราชการแทน
» ถ้าไม่มีผู้ดารงตาแหน่งรองเลขาธิการ หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งข้าราชการในสานักงานซ่ึงดารงตาแหน่ งเทียบเท่ารองเลขาธิการ
หรอื ข้าราชการตาแหนง่ เลขาธิการสานักหรือผู้อานวยการสานักหรือเทียบเท่าขึ้นไปคนหนึ่งเป็น
ผู้รักษาราชการแทน แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอาจแต่งต้ังข้าราชการคนหนึ่งซ่ึง
ดารงตาแหน่งไม่ต่ากว่ารองเลขาธิการหรือเทยี บเท่ามาเปน็ ผู้รกั ษาราชการแทนก็ได้

 ในกรณที ไี่ ม่มผี ดู้ ารงตาแหน่งผูอ้ านวยการสานกั หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองผู้อานวยการ
สานักเปน็ ผ้รู ักษาราชการแทน
» ถ้ามีรองผู้อานวยการสานักหลายคน ให้ปลัดกระทรวงหรือเลขาธิการ แล้วแต่กรณี แต่งต้ังรอง
ผู้อานวยการสานกั คนใดคนหนึ่งเปน็ ผู้รกั ษาราชการแทน
» ถ้าไม่มีผู้ดารงตาแหน่งรองผู้อานวยการสานัก หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ปลัดกระทรวง
หรือเลขาธิการแต่งต้ังข้าราชการในสานักซึ่งดารงตาแหน่งเทียบเท่ารองผู้อานวยการสานักคนหน่ึง
เป็นผรู้ ักษาราชการแทน

 ในกรณีทไี่ มม่ ีผ้ดู ารงตาแหนง่ รองผู้อานวยการสานัก หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ปลัดกระทรวง
หรือเลขาธิการ แล้วแต่กรณี แต่งต้ังข้าราชการในสานักบริหารงานหรือสานักซึ่งดารงตาแหน่ง
เทยี บเท่ารองผู้อานวยการสานักเปน็ ผู้รกั ษาราชการแทนก็ได้

 ในกรณีที่ไม่มีผู้ดารงตาแหน่งผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติ
ราชการได้ ให้รองผอู้ านวยการสานกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษารักษาราชการแทน
» ถ้ามีรองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาหลายคน ให้เลขาธิการคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพ้ืนฐานแต่งต้ังรองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาคนใดคนหน่ึงรักษา
ราชการแทน

-62-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมนิ ดิษฐ์

» ถ้าไม่มีผู้ดารงตาแหน่งรองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติ
ราชการได้ ให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานแต่งตั้งข้าราชการในเขตพ้ืนที่
การศึกษาซึ่งดารงตาแหน่งเทียบเท่ารองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือดารง
ตาแหน่งไม่ต่ากว่าผู้อานวยการสถานศึกษาหรือตาแหน่งเทียบเท่าข้ึนไปคนใดคนหน่ึงเป็น
ผู้รักษาราชการแทนก็ได้

 ในกรณีท่ีไม่มีผู้ดารงตาแหน่งผู้อานวยการสถานศึกษา หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รอง
ผ้อู านวยการสถานศึกษารกั ษาราชการแทน
» ถ้ามีรองผู้อานวยการสถานศึกษาหลายคน ให้ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาแต่งตั้ง
รองผอู้ านวยการสถานศกึ ษาคนใดคนหนงึ่ รกั ษาราชการแทน
» ถ้าไม่มีผู้ดารงตาแหน่งรองผู้อานวยการสถานศึกษา หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้
ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาแต่งต้ังข้าราชการในสถานศึกษาคนใดคนหน่ึงเป็น
ผ้รู ักษาราชการแทนกไ็ ด้

-63-
รวบรวมและจดั ทาโดย แอดมินดษิ ฐ์

แนวข้อข้อสอบพระราชบัญญตั ิระเบียบบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 2546 และแกไ้ ขเพิ่มเติม

1. พระราชบัญญัติระเบยี บบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 2546 (ฉบับที่ 1) มผี ลบงั คบั ใช้เม่ือใด
ก. 7 กรกฎาคม 2546
ข. 8 กรกฎาคม 2546
ค. 9 กรกฎาคม 2546
ง. 10 กรกฎาคม 2546
เฉลย ก. 7 กรกฎาคม 2546

2. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ 2546 (ฉบับที่ 2) มผี ลบังคับใช้เม่ือใด
ก. 22 กรกฎาคม 2553
ข. 23 กรกฎาคม 2553
ค. 24 กรกฎาคม 2553
ง. 25 กรกฎาคม 2553
เฉลย ข. 23 กรกฎาคม 2553

3. พระราชบญั ญัติระเบยี บบรหิ ารราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ 2546 (ฉบบั ที่ 3) มผี ลบงั คบั ใช้เมื่อใด
ก. 20 มีนาคม 2559
ข. 21 มีนาคม 2559
ค. 22 มีนาคม 2559
ง. 23 มนี าคม 2559
เฉลย ค. 22 มนี าคม 2559

4. พระราชบัญญัตริ ะเบยี บบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ 2546 มผี ลใชบ้ งั คบั เม่ือใด
ก. 30 วนั นับถัดจากวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
ข. 60 วันนับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
ค. 90 วันนบั ถดั จากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
ง. ถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ต้นไป
เฉลย ง. ถดั จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

5. บคุ คลใดรักษาการตามพระราชบัญญัตริ ะเบยี บบรหิ ารราชการกระทรวงศึกษาธิการ 2546 และแก้ไข
เพ่มิ เติม
ก. นายกรฐั มนตรี
ข. รฐั มนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ค. ปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
ง. รฐั มนตรปี ระจาสานักนายกรัฐมนตรี
เฉลย ข. รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร

6. พระราชบัญญตั ริ ะเบยี บบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 2546 มีทงั้ หมดกหี่ มวดก่ีมาตรา ข้อใดถกู ตอ้ ง
ก. 5 หมวด 82 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
ข. 6 หมวด 83 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
ค. 7 หมวด 84 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
ง. 8 หมวด 85 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
เฉลย ก. 5 หมวด 82 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล

-64-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมินดษิ ฐ์

7. การแบง่ ส่วนราชการในสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาให้ออกเปน็ กฎหมายใด
ก. กฎกระทรวง
ข. ประกาศกระทรวง
ค. พระราชกฤษฎกี า
ง. ระเบยี บของ ก.ค.ศ.
เฉลย ข. ประกาศกระทรวง

8. อานาจหน้าท่ีของกระทรวงศึกษาธิการกาหนดไวใ้ นพระราชบัญญตั ิฉบบั ใด
ก. รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย 2560
ข. พระราชบัญญัติระเบยี บบริหารราชการแผ่นดิน 2534
ค. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ
ง. พระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ. ศ.2542
เฉลย ง. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ. ศ.2542

9. ข้อใดคือการจดั ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ขอ้ ใดกล่าวถูกต้อง
ก. ส่วนกลาง สว่ นภมู ิภาค สว่ นท้องถิน่
ข. สว่ นกลาง สว่ นทอ้ งถน่ิ และสถานศึกษาขั้นพ้นื ฐาน
ค. สว่ นกลาง สว่ นภูมภิ าค และสถานศึกษาขั้นพืน้ ฐาน
ง. สว่ นกลาง เขตพื้นท่ีการศกึ ษา และสถานศกึ ษาของรัฐ
เฉลย ข. ส่วนกลาง ส่วนท้องถ่ิน และสถานศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน

10. ข้อใดคือการจัดระเบียบบรหิ ารราชการส่วนกลาง ตามพระราชบญั ญตั ิระเบยี บบริหารราชการกระทรวง
ศกึ ษาธิการ 2546 และแก้ไขเพ่มิ เติม
ก. สานกั งานปลัดกระทรวง
ข. สานกั งานรัฐมนตรี
ค. สานกั งานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา
ง. ถกู ทกุ ขอ้
เฉลย ง. ถกู ทกุ ขอ้

11. ในกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไม่สามารถปฏิบัติหน้าท่ีได้และมีรัฐมนตรีช่วยหลายคนใคร
เปน็ ผู้มอบหมายให้รฐั มนตรชี ว่ ยคนใดคนหน่งึ เปน็ ผู้รักษาราชการแทน
ก. นายกรฐั มนตรี
ข. ปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
ค. รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ง. คณะรฐั มนตรี
เฉลย ง. คณะรฐั มนตรี

12. บคุ คลใดเป็นประธานคณะกรรมการสภาการศึกษา ตามพระราชบัญญัตริ ะเบียบบริหารราชการกระทรวง
ศกึ ษาธิการ 2546 และแก้ไขเพ่มิ เตมิ
ก. รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. คณะรัฐมนตรเี ปน็ ผู้แตง่ ต้ัง
ค. คณะกรรมการสภาคัดเลือกกันเอง
ง. นายกรัฐมนตรี
เฉลย ก. รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร

-65-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมินดษิ ฐ์

13. สว่ นราชการสว่ นกลางของกระทรวงศึกษาธิการตามข้อใดท่ีไม่เป็นนิติบคุ คล
ก. สานักงานเลขาธิการสภาการศกึ ษา
ข. สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
ค. สานกั งานรฐั มนตรี
ง. สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน
เฉลย ค. สานักงานรฐั มนตรี

14. บคุ คลใดเป็นผบู้ งั คบั บัญชาขา้ ราชการในสถานศึกษาของรฐั ในสังกัดสานักงานคณะกรรมการการอาชวี ะศึกษา
ก. เลขาธกิ ารคณะกรรมการการอาชวี ะศึกษา
ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค. เลขาธกิ ารคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน
เฉลย ก. เลขาธิการคณะกรรมการการอาชวี ะศึกษา

15. คณะกรรมการที่ทาหนา้ ท่ใี นการกากับและสง่ เสรมิ สนับสนุนกิจการของสถานศกึ ษาตามข้อใดถูกต้อง
ก. คณะกรรมการสถานศึกษาระดบั อดุ มศึกษาทต่ี า่ กวา่ ปริญญา
ข. คณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พื้นฐาน
ค. คณะกรรมการสถานศึกษาระดบั อาชีวะศกึ ษา
ง. ถกู ทุกข้อ
เฉลย ง. ถูกทกุ ข้อ

16. ตาแหน่งใดมีอานาจประกาศกาหนดเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ
กระทรวงศึกษาธิการ 2546 และแก้ไขเพิ่มเตมิ
ก. นายกรฐั มนตรี
ข. รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงศึกษา
ค. รฐั มนตรีว่าการกระทรวงศึกษาโดยคาแนะนาของสภาการศกึ ษา
ง. คณะรฐั มนตรี
เฉลย ค. รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงศกึ ษาโดยคาแนะนาของสภาการศกึ ษา

17. การปฏิบัตริ าชการแทนเพ่ือให้เกิดวัตถุประสงคส์ ่งิ ใด
ก. การรวมอานาจ
ข. การแบ่งอานาจ
ค. การกระจายอานาจ
ง. การกระจายอานาจและการมอบอานาจ
เฉลย ง. การกระจายอานาจและการมอบอานาจ

18. ใครเป็นผู้กาหนดให้เขตพื้นท่ีการศึกษาสามารถขยายบริการการศึกษาออกไปในเขตพ้ืนท่ีอ่ืนได้ เพื่อ
ประโยชนท์ างการศึกษา
ก. นายกรฐั มนตรี
ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน
ค. รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร
ง. คณะรฐั มนตรี
เฉลย ข. คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน

-66-
รวบรวมและจดั ทาโดย แอดมนิ ดษิ ฐ์

19. การแบ่งสว่ นราชการในสถานศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานใหด้ าเนินการตามขอ้ ใด
ก. พระราชบญั ญัติ
ข. ประกาศกระทรวง
ค. ระเบียบทค่ี ณะกรรมการเขตพ้นื ท่ีการศึกษากาหนด
ง. พระราชกฤษฎกี า
เฉลย ค. ระเบยี บที่คณะกรรมการเขตพืน้ ที่การศึกษากาหนด

20. ในกรณีท่ไี ม่มีผดู้ ารงตาแหน่งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัตหิ น้าท่ไี ด้ให้ดาเนนิ การตามข้อใด
ก. การรักษาราชการแทน
ข. การปฏบิ ตั ิหนา้ ที่แทน
ค. การปฏบิ ัติราชการแทน
ง. การรกั ษาการในตาแหน่ง
เฉลย ก. การรักษาราชการแทน

-67-
รวบรวมและจดั ทาโดย แอดมินดษิ ฐ์

พระราชกฤษฎีกา
วา่ ดว้ ยหลักเกณฑ์และวธิ ีการบริหารกจิ การบ้านเมืองท่ดี ี

พ.ศ. ๒๕๔๖
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วนั ท่ี ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๖
เปน็ ปที ่ี ๕๘ ในรชั กาลปัจจบุ ัน

พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช มพี ระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศวา่
โดยทีเ่ ปน็ การสมควรกาหนดหลกั เกณฑ์และวธิ ีการบรหิ ารกิจการบา้ นเมืองท่ดี ี
อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับ
มาตรา ๓/๑ และมาตรา ๗๑/๑๐ (๕) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔
ซงึ่ แกไ้ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ จึงทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขน้ึ ไว้ดงั ตอ่ ไปนี้

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกาน้ีเรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการ
บ้านเมอื งที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖”

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกาน้ีให้ใชบ้ งั คบั ตัง้ แต่วันถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นตน้ ไป

มาตรา ๓ การปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกานี้ในเร่ืองใดสมควรที่ส่วนราชการใดจะปฏิบัติเม่ือใด และ
จะต้องมเี งอ่ื นไขอย่างใด ให้เปน็ ไปตามท่ีคณะรัฐมนตรีกาหนดตามข้อเสนอแนะของ ก.พ.ร.

ออกบ่อย มาตรา ๔ ในพระราชกฤษฎกี านี้

“ส่วนราชการ” หมายความว่า ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม

และหนว่ ยงานอน่ื ของรัฐทอ่ี ยใู่ นกากบั ของราชการฝาุ ยบรหิ าร แตไ่ ม่รวมถงึ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน

“รัฐวิสาหกิจ” หมายความวา่ รฐั วสิ าหกิจที่จดั ตั้งขึ้นโดยพระราชบญั ญัตหิ รอื พระราชกฤษฎกี า

“ข้าราชการ” หมายความรวมถึงพนักงาน ลกู จ้าง หรือผปู้ ฏิบัติงานในส่วนราชการ

มาตรา ๕ ให้นายกรฐั มนตรีรกั ษาการตามพระราชกฤษฎกี านี้

หมวด ๑
การบริหารกจิ การบา้ นเมืองที่ดี

ควรจา

มาตรา ๖ การบริหารกิจการบา้ นเมอื งทด่ี ี ได้แก่ การบรหิ ารราชการเพื่อบรรลุเปาู หมาย ดงั ต่อไปนี้
(๑) เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
(๒) เกดิ ผลสัมฤทธติ์ อ่ ภารกจิ ของรัฐ
(๓) มปี ระสทิ ธิภาพและเกิดความค้มุ ค่าในเชิงภารกิจของรฐั
(๔) ไมม่ ีขั้นตอนการปฏบิ ัตงิ านเกินความจาเป็น
(๕) มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทนั ตอ่ สถานการณ์
(๖) ประชาชนได้รับการอานวยความสะดวกและได้รบั การตอบสนองความต้องการ
(๗) มีการประเมินผลการปฏบิ ตั ิราชการอย่างสม่าเสมอ

-68-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมนิ ดษิ ฐ์

หมวด ๒
การบรหิ ารราชการเพ่ือให้เกิดประโยชน์สุขของประชาชน

มาตรา ๗ การบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน หมายถึง การปฏิบัติราชการท่ีมีเปูาหมาย
เพ่อื ให้เกดิ ความผาสกุ และความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ตลอดจน
ประโยชนส์ งู สดุ ของประเทศ

ออกบ่อย มาตรา ๘ ในการบริหารราชการเพ่อื ประโยชนส์ ขุ ของประชาชน ส่วนราชการจะต้องดาเนินการโดยถือ

วา่ ประชาชนเป็นศนู ยก์ ลางท่ีจะไดร้ บั การบริการจากรฐั และจะต้องมแี นวทางการบริหารราชการ ดงั ตอ่ ไปน้ี

(๑) การกาหนดภารกิจของรัฐและส่วนราชการต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ตาม มาตรา ๗ และ

สอดคลอ้ งกบั แนวนโยบายแห่งรฐั และนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรฐั สภา

(๒) การปฏิบัตภิ ารกิจของสว่ นราชการตอ้ งเปน็ ไปโดยซือ่ สตั ยส์ จุ ริต สามารถตรวจสอบได้และมุ่งให้เกิด

ประโยชนส์ ขุ แกป่ ระชาชนท้งั ในระดบั ประเทศและท้องถิ่น

(๓) ก่อนเริ่มดาเนินการ ส่วนราชการต้องจัดให้มีการศึกษาวิเคราะห์ผลดีและผลเสีย ให้ครบถ้วนทุกด้าน

กาหนดขั้นตอนการดาเนินการที่โปร่งใส มีกลไกตรวจสอบการดาเนินการในแต่ละขั้นตอน ในกรณีท่ีภารกิจใด

จะมีผลกระทบต่อประชาชน ส่วนราชการต้องดาเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนหรือช้ีแจงทาความ

เข้าใจเพอ่ื ให้ประชาชนไดต้ ระหนกั ถึงประโยชน์ท่สี ่วนรวมจะได้รับจากภารกิจนั้น

(๔) ให้เป็นหน้าที่ของข้าราชการท่ีจะต้องคอยรับฟังความคิดเห็นและความพึงพอใจของสังคมโดยรวม

และประชาชนผรู้ บั บริการ เพอ่ื ปรบั ปรุงหรอื เสนอแนะต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อให้มีการปรับปรุงวิธีปฏิบัติราชการ

ใหเ้ หมาะสม

(๕) ในกรณีที่เกิดปัญหาและอุปสรรคจากการดาเนินการ ให้ส่วนราชการดาเนินการแก้ไขปัญหาและ

อุปสรรคน้ันโดยเร็ว ในกรณีที่ปัญหาหรืออุปสรรคนั้นเกิดข้ึนจากส่วนราชการอื่นหรือระเบียบข้อบังคับท่ีออก

โดยส่วนราชการอ่ืน ให้ส่วนราชการแจ้งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อดาเนินการแก้ไขปรับปรุงโดยเร็ว

ต่อไป และให้แจ้ง ก.พ.ร. ทราบด้วย

การดาเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ส่วนราชการกาหนดวิธีปฏิบัติให้เหมาะสมกับภารกิจแต่ละเร่ือง ทั้งน้ี
ก.พ.ร. จะกาหนดแนวทางการดาเนนิ การทั่วไปให้สว่ นราชการปฏบิ ัตใิ ห้เปน็ ไปตามมาตรานี้ดว้ ยก็ได้

หมวด ๓

ออกบอ่ ย การบรหิ ารราชการเพือ่ ใหเ้ กิดผลสัมฤทธติ์ อ่ ภารกจิ ของรัฐ

มาตรา ๙ การบรหิ ารราชการเพื่อให้เกิดผลสมั ฤทธิ์ตอ่ ภารกิจของรัฐ ให้ส่วนราชการปฏบิ ตั ดิ ังต่อไปนี้

(๑) กอ่ นจะดาเนนิ การตามภารกจิ ใด สว่ นราชการตอ้ งจัดทาแผนปฏิบัตริ าชการไว้เปน็ การล่วงหนา้

(๒) การกาหนดแผนปฏิบัติราชการของสว่ นราชการตาม (๑) ตอ้ งมรี ายละเอียดของขั้นตอน ระยะเวลา

และงบประมาณที่จะต้องใช้ในการดาเนินการของแต่ละขั้นตอน เปูาหมายของภารกิจ ผลสัมฤทธ์ิของภารกิจ

และตวั ชีว้ ดั ความสาเรจ็ ของภารกจิ

(๓) ส่วนราชการต้องจัดให้มีการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติราชการตาม

หลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการทีส่ ่วนราชการกาหนดขึ้น ซง่ึ ต้องสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานท่ี ก.พ.ร. กาหนด

(๔) ในกรณีทีก่ ารปฏิบัติภารกิจ หรือการปฏบิ ัติตามแผนปฏิบัติราชการเกิดผลกระทบต่อประชาชน ให้เป็นหน้าที่

ของสว่ นราชการทจี่ ะต้องดาเนนิ การแก้ไขหรือบรรเทาผลกระทบนัน้ หรือเปล่ยี นแผนปฏบิ ตั ริ าชการให้เหมาะสม

-69-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมินดษิ ฐ์

มาตรา ๑๐ ในกรณีที่ภารกิจใดมีความเกี่ยวข้องกับหลายส่วนราชการหรือเป็นภารกิจที่ใกล้เคียงหรือ
ต่อเนื่องกัน ให้ส่วนราชการท่ีเก่ียวข้องนั้นกาหนดแนวทางการปฏิบัติราชการ เพ่ือให้เกิดการบริหารราชการ
แบบบรู ณาการร่วมกัน โดยมงุ่ ให้เกดิ ผลสมั ฤทธต์ิ ่อภารกจิ ของรัฐ

ให้ส่วนราชการมีหน้าท่ีสนับสนุนการปฏิบัติราชการของผู้ว่าราชการจังหวัดหรือหัวหน้าคณะผู้แทนใน
ต่างประเทศ เพื่อให้การบริหารราชการแบบบูรณาการในจังหวัดหรือในต่างประเทศ แล้วแต่กรณีสามารถใช้
อานาจตามกฎหมายได้ครบถ้วนตามความจาเป็นและบรหิ ารราชการได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ

มาตรา ๑๑ ส่วนราชการมีหน้าที่พัฒนาความรู้ในส่วนราชการ เพ่ือให้มีลักษณะเป็นองค์การแห่งการ
เรียนรู้อย่างสม่าเสมอ โดยต้องรับรู้ข้อมูลข่าวสารและสามารถประมวลผลความรู้ในด้านต่าง ๆ เพ่ือนามา
ประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วและเหมาะสมกับสถานการณ์รวมท้ังต้องส่งเสริมและ
พัฒนาความรู้ความสามารถ สร้างวิสัยทัศน์และปรับเปล่ียนทัศนคติของข้าราชการในสังกัดให้เป็นบุคลากรท่ีมี
ประสทิ ธิภาพและมกี ารเรียนรรู้ ว่ มกัน ทง้ั นีเ้ พอ่ื ประโยชน์ในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการให้สอดคล้องกับ
การบรหิ ารราชการให้เกิดผลสมั ฤทธ์ิ ตามพระราชกฤษฎกี าน้ี

มาตรา ๑๒ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการให้เกิดผลสัมฤทธ์ิ ก.พ.ร. อาจเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
เพ่ือกาหนดมาตรการกากบั การปฏบิ ตั ริ าชการ โดยวิธกี ารจดั ทาความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือโดยวิธีการ
อนื่ ใด เพ่อื แสดงความรบั ผิดชอบในการปฏิบตั ิราชการ

(ยกเลกิ ) มาตรา ๑๓ ให้คณะรฐั มนตรจี ดั ให้มแี ผนการบริหารราชการแผ่นดิน ตลอดระยะเวลาการบริหาร
ราชการของคณะรฐั มนตรี

เม่ือคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว ให้สานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สานักเลขาธิการ
นายกรัฐมนตรีสานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและสานักงบประมาณ ร่วมกัน
จัดทาแผนการบริหารราชการแผ่นดิน เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรี
แถลงนโยบายต่อรัฐสภา

เม่ือคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในแผนการบริหารราชการแผ่นดินตามวรรคหนึ่ง แล้ว ให้มีผล
ผูกพันคณะรัฐมนตรีรัฐมนตรีและส่วนราชการ ท่ีจะต้องดาเนินการจัดทาภารกิจให้เป็นไปตามแผนการบริหาร
ราชการแผน่ ดินนัน้

(ยกเลิก) มาตรา ๑๔ ในการจัดทาแผนการบริหารราชการแผ่นดินตามมาตรา ๑๓ ให้จัดทาเป็นแผนสี่ปี
โดยนานโยบายของรัฐบาลทแ่ี ถลงต่อรัฐสภามาพิจารณาดาเนินการให้สอดคล้องกับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และแผนพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้
อย่างน้อยจะต้องมีสาระสาคัญเกี่ยวกับการกาหนดเปูาหมาย และผลสัมฤทธ์ิของงานส่วนราชการหรือบุคคลท่ี
จะรบั ผดิ ชอบในแต่ละภารกิจ ประมาณการรายได้ และรายจ่ายและทรัพยากรต่าง ๆ ท่ีจะต้องใช้ระยะเวลาการ
ดาเนินการ และการตดิ ตามประเมินผล

(ยกเลิก) มาตรา ๑๕ เมื่อมีการประกาศใช้บังคับแผนการบริหารราชการแผ่นดินแล้ว ให้สานักงาน
คณะกรรมการกฤษฎีกาและสานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีร่วมกันพิจารณาจัดทาแผนนิติบัญญัติโดยมี
รายละเอียดเก่ียวกับกฎหมายที่จะต้องจัดให้มีข้ึนใหม่หรือกฎหมายท่ีต้องมีการแก้ไขเพ่ิมเติมหรือยกเลิกให้
สอดคล้องกบั แผนการบริหารราชการแผ่นดิน สว่ นราชการผ้รู ับผิดชอบ และระยะเวลาท่ีตอ้ งดาเนนิ การ

แผนนิติบัญญัตินั้นเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามท่ีสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสานัก
เลขาธกิ ารนายกรฐั มนตรีเสนอแลว้ ให้มผี ลผกู พนั สว่ นราชการทีเ่ ก่ยี วขอ้ งท่ีจะตอ้ งปฏิบตั ใิ หเ้ ปน็ ไปตามน้นั

-70-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมินดษิ ฐ์

ในกรณีที่เห็นสมควร สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอาจเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพ่ือกาหนด
หลกั เกณฑ์การจดั ทาแผนนิตบิ ัญญตั เิ พื่อใหเ้ กิดความรว่ มมือในการปฏบิ ตั งิ านก็ได้

(ยกเลกิ ) มาตรา ๑๖ ใหส้ ่วนราชการจดั ทาแผนปฏบิ ตั ิราชการของส่วนราชการนั้น โดยจัดทาเป็นแผนส่ีปี
ซ่งึ จะตอ้ งสอดคล้องกับแผนการบริหารราชการแผ่นดินตามมาตรา ๑๓ ในแต่ละปีงบประมาณ ให้ส่วนราชการ
จัดทาแผนปฏิบัติราชการประจาปีโดยให้ระบุสาระสาคัญเกี่ยวกับนโยบายการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ
เปูาหมายและผลสมั ฤทธ์ิของงาน รวมทัง้ ประมาณการรายได้และรายจ่ายและทรัพยากรอ่ืนที่จะต้องใช้เสนอต่อ
รัฐมนตรีเพอื่ ให้ความเห็นชอบ

เมอ่ื รฐั มนตรีใหค้ วามเหน็ ชอบแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการใดตามวรรคสอง แล้วให้สานักงบประมาณ
ดาเนนิ การจดั สรรงบประมาณเพ่ือปฏิบัติงานให้บรรลผุ ลสาเรจ็ ในแต่ละภารกจิ ตามแผนปฏบิ ตั ิราชการดังกลา่ ว

ในกรณีที่ส่วนราชการมิได้เสนอแผนปฏิบัติราชการในภารกิจใดหรือภารกิจใดไม่ได้รั บความเห็นชอบ
จากรัฐมนตรมี ิให้สานักงบประมาณจดั สรรงบประมาณสาหรบั ภารกิจน้ัน

เม่ือส้ินปีงบประมาณให้ส่วนราชการจัดทารายงานแสดงผลสัมฤทธ์ิของแผนปฏิบัติราชการประจาปี
เสนอตอ่ คณะรัฐมนตรี

มาตรา ๑๗ ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณกาหนดให้ส่วนราชการต้องจัดทาแผนปฏิบัติ
ราชการเพ่ือขอรับงบประมาณ ให้สานักงบประมาณและ ก.พ.ร. ร่วมกันกาหนดแนวทางการจัดทาแผนปฏิบัติ
ราชการตามมาตรา ๑๖ ให้สามารถใช้ได้กับแผนปฏิบัติราชการท่ีต้องจัดทาตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการ
งบประมาณ ท้ังน้เี พื่อมิให้เพิ่มภาระงานในการจดั ทาแผนจนเกินสมควร

มาตรา ๑๘ เมื่อมีการกาหนดงบประมาณรายจ่ายประจาปีตามแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการใด
แล้ว การโอนงบประมาณจากภารกิจหน่ึงตามท่ีกาหนดในแผนปฏิบัติราชการไป ดาเนินการอย่างอื่น ซึ่งมีผลทา
ให้ภารกิจเดิมไม่บรรลุเปูาหมายหรือนาไปใช้ในภารกิจใหม่ที่มิได้กาหนด ในแผนปฏิบัติราชการ จะกระทาได้
ตอ่ เม่อื ไดร้ บั อนุมตั จิ ากคณะรัฐมนตรีใหป้ รบั แผนปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกนั แลว้

การปรับแผนปฏิบัติราชการตามวรรคหนึ่งจะกระทาได้เฉพาะในกรณีท่ีงานหรือ ภารกิจใดไม่อาจ
ดาเนินการตามวัตถุประสงค์ต่อไปได้หรือหมดความจาเป็นหรือไม่เป็นประโยชน์หรือ หากดาเนินการต่อไป
จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเกินความจาเป็น หรือมีความจาเป็นอย่างอ่ืนอันไม่อาจ หลีกเลี่ยงได้ที่จะต้องเปลี่ยนแปลง
สาระสาคญั ของแผนปฏบิ ัติราชการ

(ยกเลกิ ) เม่ือคณะรฐั มนตรมี มี ตอิ นุมัติให้ปรับแผนปฏิบัติราชการแล้ว ให้ดาเนินการแก้ไขแผนการบริหาร
ราชการแผ่นดนิ ให้สอดคลอ้ งกันดว้ ย

มาตรา ๑๙ เมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นจากตาแหน่ง ให้หัวหน้าส่วนราชการมีหน้าที่สรุปผลการปฏิบัติ
ราชการและให้ข้อมูลต่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ตามท่ีนายกรัฐมนตรีคนใหม่สั่งการ ท้ังนี้เพ่ือนายกรัฐมนตรีคน
ใหม่จะไดใ้ ชเ้ ปน็ ขอ้ มลู ในการพิจารณากาหนดนโยบายการบริหารราชการแผน่ ดนิ ต่อไป

หมวด ๔

การบรหิ ารราชการอย่างมีประสทิ ธิภาพ และเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกจิ ของรฐั

ออกบ่อย

มาตรา ๒๐ เพ่ือให้การปฏิบัติราชการภายในส่วนราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ส่วนราชการ
กาหนดเปูาหมาย แผนการทางาน ระยะเวลาแล้วเสร็จของงานหรือโครงการ และงบประมาณท่ีจะต้องใช้ในแต่
ละงานหรอื โครงการ และตอ้ งเผยแพร่ใหข้ า้ ราชการและประชาชนทราบทวั่ กนั ด้วย

-71-
รวบรวมและจดั ทาโดย แอดมินดิษฐ์

ควรจา

มาตรา ๒๑ ใหส้ ่วนราชการจดั ทาบัญชตี น้ ทนุ ในงานบริการสาธารณะแตล่ ะประเภทขึ้น ตามหลักเกณฑ์
และวธิ ีการทก่ี รมบญั ชกี ลางกาหนด

ให้ส่วนราชการคานวณรายจ่ายต่อหน่วยของงานบริการสาธารณะท่ีอยู่ในความรับผิดชอบของส่วน
ราชการน้ันตามระยะเวลาท่ีกรมบัญชีกลางกาหนด และรายงานให้สานักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และ
ก.พ.ร. ทราบ

ออกบอ่ ย ในกรณีทร่ี ายจา่ ยตอ่ หน่วยของงานบรกิ ารสาธารณะใดของส่วนราชการใดสูงกว่ารายจ่ายต่อหน่วยของ
งานบริการสาธารณะประเภทและคุณภาพเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันของส่วนราชการอ่ืน ให้ส่วนราชการน้ัน
จัดทาแผนการลดรายจ่ายต่อหน่วยของงานบริการสาธารณะดังกล่าว เสนอสานักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง
และ ก.พ.ร. ทราบ และถ้ามิได้มีข้อทักท้วงประการใดภายในสิบห้าวัน ก็ให้ส่วนราชการดังกล่าวถือปฏิบัติตาม
แผนการลดรายจา่ ยน้ันตอ่ ไปได้

มาตรา ๒๒ ให้สานกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสานักงบประมาณ
ร่วมกันจัดให้มีการประเมินความคุ้มค่าในการปฏิบัติภารกิจของรัฐที่ส่วนราชการดาเนินการอยู่ เพื่อรายงาน
คณะรัฐมนตรีสาหรับเป็นแนวทางในการพิจารณาว่าภารกิจใด สมควรจะได้ดาเนินการต่อไปหรือยุบเลิก และ
เพอ่ื ประโยชน์ในการจัดต้ังงบประมาณของสว่ นราชการ ในปตี อ่ ไป ทง้ั น้ตี ามระยะเวลาที่คณะรฐั มนตรีกาหนด

ในการประเมนิ ความคุ้มค่าตามวรรคหนึง่ ให้คานึงถึงประเภทและสภาพของแต่ละภารกิจ ความเป็นไป

ได้ของภารกิจหรือโครงการที่ดาเนินการ ประโยชน์ท่ีรัฐและประชาชนจะพึงได้ และรายจ่ายท่ีต้องเสียไปก่อน

และหลังทสี่ ว่ นราชการดาเนนิ การดว้ ย

ความคุม้ ค่าตามมาตรานี้ใหห้ มายความถงึ ประโยชน์หรือผลเสียทางสังคม และประโยชน์หรือผลเสียอ่ืน

ซง่ึ ไมอ่ าจคานวณเป็นตวั เงนิ ไดด้ ว้ ย

ออกบอ่ ย มาตรา ๒๓ ในการจัดซื้อหรือจัดจ้าง ให้ส่วนราชการดาเนินการโดยเปิดเผยและเท่ียงธรรม

โดยพิจารณาถึงประโยชน์และผลเสียทางสังคม ภาระต่อประชาชน คุณภาพ วัตถุประสงค์ ที่จะใช้ราคาและ

ประโยชนร์ ะยะยาวของสว่ นราชการที่จะได้รบั ประกอบกัน

ในกรณีท่ีวัตถุประสงค์ในการใช้เป็นเหตุให้ต้องคานึงถึงคุณภาพและการดูแลรักษา เป็นสาคัญ

ใหส้ ามารถกระทาได้โดยไมต่ ้องถือราคาต่าสุดในการเสนอซ้อื หรือจา้ งเสมอไป

ให้ส่วนราชการที่มีหน้าที่ดูแลระเบียบเก่ียวกับการพัสดุปรับปรุงระเบียบท่ีเก่ียวข้อง เพ่ือให้ส่วน

ราชการดาเนนิ การตามวรรคหน่ึงและวรรคสองได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ

ออกบ่อย มาตรา ๒๔ ในการปฏิบัติภารกิจใด หากส่วนราชการจาเป็นต้องได้รับอนุญาต อนุมัติหรือความ

เห็นชอบจากส่วนราชการอื่นตามที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือ มติคณะรัฐมนตรีกาหนด

ให้ส่วนราชการท่ีมีอานาจอนุญาต อนุมัติหรือให้ความเห็นชอบดังกล่าว แจ้งผลการพิจารณาให้ส่วนราชการท่ี

ย่นื คาขอทราบภายในสบิ หา้ วนั นับแต่วันท่ีได้รับคาขอ

ในกรณที ่เี ร่อื งใดมกี ฎหมาย กฎ ระเบียบ ขอ้ บังคับ ประกาศ หรือมติคณะรัฐมนตรี กาหนดขั้นตอนการ

ปฏิบัติไว้และขั้นตอนการปฏิบัติน้ันต้องใช้ระยะเวลาเกินสิบห้าวัน ให้ส่วนราชการ ท่ีมีอานาจอนุญาต อนุมัติ

หรือให้ความเหน็ ชอบ ประกาศกาหนดระยะเวลาการพจิ ารณาไวใ้ หส้ ่วนราชการอน่ื ทราบ

-72-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมนิ ดิษฐ์

ส่วนราชการใดท่ีมีอานาจอนุญาต อนุมัติหรือให้ความเห็นชอบ มิได้ดาเนินการให้แล้วเสร็จตามวรรค
หนงึ่ หรอื วรรคสอง หากเกิดความเสียหายใดขึน้ ให้ถอื วา่ ข้าราชการซึ่งมีหน้าที่เก่ยี วข้องและหัวหน้าส่วนราชการ
นัน้ ประมาทเลินเล่ออย่างรา้ ยแรง เวน้ แต่จะพสิ ูจนไ์ ดว้ ่าความล่าชา้ นัน้ มิไดเ้ กดิ ขน้ึ จากความผิดของตน

มาตรา ๒๕ ในการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาใด ๆ ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการท่ีรับผิดชอบใน
ปัญหานั้น ๆ จะต้องพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดโดยเร็ว การตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณา วินิจฉัย ให้ดาเนินการได้
เท่าทจ่ี าเปน็ อันไมอ่ าจหลกี เลี่ยงได้

ในการพิจารณาเร่ืองใด ๆ โดยคณะกรรมการ เมื่อคณะกรรมการมีมติเป็นประการใดแล้ว ให้มติของ
คณะกรรมการผูกพันส่วนราชการซ่ึงมีผู้แทนร่วมเป็นกรรมการอยู่ด้วย แม้ว่าในการพิจารณาวินิจฉัยเร่ืองน้ัน
ผแู้ ทนของสว่ นราชการที่เป็นกรรมการจะมิได้เข้าร่วมพิจารณาวินิจฉัยก็ตาม ถ้ามีความเห็นแตกต่างกันสองฝุาย
ใหบ้ ันทึกความเหน็ ของกรรมการฝุายขา้ งน้อยไวใ้ ห้ปรากฏในเร่ืองน้ันดว้ ย

ความผกู พันที่กาหนดไว้ในวรรคสอง มิใหใ้ ชบ้ งั คบั กบั การวนิ ิจฉัยในปญั หาดา้ นกฎหมาย

ควรจา

มาตรา ๒๖ การสั่งราชการโดยปกติให้กระทาเป็นลายลักษณ์อักษร เว้นแต่ในกรณีท่ีผู้บังคับบัญชามี
ความจาเปน็ ทไ่ี มอ่ าจสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรในขณะนั้น จะสั่งราชการด้วยวาจาก็ได้ แต่ให้ผู้รับคาสั่งนั้นบันทึก
คาสัง่ ดว้ ยวาจาไว้เปน็ ลายลกั ษณอ์ ักษรและเม่อื ไดป้ ฏิบัตริ าชการตามคาสง่ั ดังกล่าวแล้วให้บันทึกรายงานให้ผู้ส่ัง
ราชการทราบ ในบันทกึ ใหอ้ ้างอิงคาสง่ั ด้วยวาจาไวด้ ้วย

หมวด ๕

ออกบอ่ ย การลดขั้นตอนการปฏิบตั งิ าน

มาตรา ๒๗ ให้ส่วนราชการจัดให้มีการกระจายอานาจการตดั สินใจเก่ียวกับการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ
การปฏบิ ตั ริ าชการ หรือการดาเนินการอืน่ ใดของผู้ดารงตาแหน่งใดให้แก่ผู้ดารงตาแหน่งที่มีหน้าที่รับผิดชอบใน
การดาเนินการในเร่ืองน้ันโดยตรง เพ่ือให้เกิดความรวดเร็วและลดขั้นตอนการปฏิบัติราชการ ท้ังนี้ในการ
กระจายอานาจการตัดสินใจดงั กล่าวตอ้ งมุง่ ผลใหเ้ กดิ ความสะดวกและรวดเร็วในการบริการประชาชน

เมอ่ื ไดม้ กี ารกระจายอานาจการตัดสินใจตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ส่วนราชการกาหนดหลักเกณฑ์การควบคุม
ติดตาม และกากับดูแลการใช้อานาจและความรับผิดชอบของผู้รับมอบอานาจ และผู้มอบอานาจไว้ด้วย
หลักเกณฑ์ดังกล่าวต้องไม่สร้างข้ันตอนหรือการกล่ันกรองงานท่ีไม่จาเป็นในการปฏิบัติงานของข้าราชการ ใน
การน้หี ากสามารถใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศหรือโทรคมนาคมแล้วจะ เป็นการลดขั้นตอน เพิ่มประสิทธิภาพและ
ประหยัดค่าใช้จ่าย รวมทั้งไม่เกิดผลเสียหายแก่ราชการ ให้ส่วนราชการดาเนินการให้ข้าราชการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศหรือโทรคมนาคมตามความเหมาะสมและกาลังเงินงบประมาณ

เม่ือส่วนราชการใดได้มีการกระจายอานาจการตัดสินใจตามวรรคหนึ่ง หรือได้มีการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศหรอื โทรคมนาคมตามวรรคสอง แลว้ ให้สว่ นราชการน้ันเผยแพรใ่ หป้ ระชาชนทราบเปน็ การทวั่ ไป

มาตรา ๒๘ เพ่ือประโยชน์ในการกระจายอานาจการตัดสินใจตามมาตรา ๒๗ ก.พ.ร. ด้วยความ
เห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจะกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการหรือแนวทางในการกระจายอานาจการตัดสินใจ
ความรับผิดชอบระหว่างผู้มอบอานาจและผู้รับมอบอานาจ และการลดข้ันตอนในการปฏิบัติราชการให้ส่วน
ราชการถอื ปฏิบัติกไ็ ด้

-73-

รวบรวมและจัดทาโดย แอดมินดษิ ฐ์

ออกบอ่ ย

มาตรา ๒๙ ในการปฏิบัติงานท่ีเก่ียวข้องกับการบริการประชาชนหรือการติดต่อประสานงานระหว่าง
ส่วนราชการด้วยกัน ให้ส่วนราชการแต่ละแห่งจัดทาแผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลาการดาเนินการ รวมทั้ง
รายละเอียดอื่น ๆ ที่เก่ียวข้องในแต่ละขั้นตอนเปิดเผยไว้ ณ ท่ีทาการของส่วนราชการและในระบบเครือข่าย
สารสนเทศของสว่ นราชการ เพ่ือให้ประชาชนหรอื ผู้ทเ่ี กยี่ วขอ้ งเข้าตรวจดูได้

มาตรา ๓๐ ในกระทรวงหนึ่ง ให้เป็นหน้าที่ของปลัดกระทรวงท่ีจะต้องจัดให้ส่วนราชการภายใน
กระทรวงท่ีรับผิดชอบปฏิบัติงานเก่ียวกับการบริการประชาชนร่วมกันจัดตั้งศูนย์บริการร่วม เพื่ออานวยความ
สะดวกแก่ประชาชนในการที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎอื่นใด ทั้งน้ี เพ่ือให้ประชาชนสามารถติดต่อ
สอบถาม ขอทราบข้อมูล ขออนุญาต หรือขออนุมัติในเร่ืองใด ๆ ที่เป็นอานาจหน้าที่ของส่วนราชการใน
กระทรวงเดียวกนั โดยตดิ ต่อเจ้าหน้าที่ ณ ศูนยบ์ ริการรว่ มเพียงแห่งเดยี ว

มาตรา ๓๑ ในศูนย์บริการร่วมตามมาตรา ๓๐ ให้จัดให้มีเจ้าหน้าที่รับเร่ืองราวต่าง ๆ และดาเนินการ
ส่งต่อให้เจ้าหน้าท่ีของส่วนราชการท่ีเก่ียวข้องเพ่ือดาเนินการต่อไป โดยให้มีข้อมูลและเอกสารที่เก่ียวข้องกับ
อานาจหน้าที่ของทุกส่วนราชการในกระทรวง รวมทั้งแบบคาขอต่าง ๆ ไว้ให้พร้อมท่ีจะบริการประชาชนได้
ณ ศูนยบ์ รกิ ารร่วม

ให้เป็นหน้าท่ีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องที่จะต้องจัดพิมพ์รายละเอียดของเอกสารหลักฐานที่ประชาชน
จะต้องจัดหามาในการขออนุมัติหรือขออนุญาตในแต่ละเร่ืองมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ของศูนย์บริการร่วม และให้
เป็นหนา้ ทขี่ องเจา้ หน้าทศี่ ูนย์บริการร่วมทจ่ี ะต้องแจ้งให้ประชาชนที่มาติดต่อได้ทราบในคร้ังแรกท่ีมาติดต่อและ
ตรวจสอบวา่ เอกสารหลักฐานท่ีจาเปน็ ดังกล่าวน้ันประชาชน ได้ยื่นมาครบถ้วนหรือไม่ พร้อมท้ังแจ้งให้ทราบถึง
ระยะเวลาทจ่ี ะตอ้ งใชด้ าเนินการในเรอ่ื งน้นั

ในการยื่นคาร้องหรือคาขอต่อศูนย์บริการร่วมตามมาตรา ๓๐ ให้ถือว่าเป็นการยื่นต่อส่วนราชการที่
เกย่ี วข้องท้งั หมดตามที่ระบไุ วใ้ นกฎหมายหรอื กฎแลว้

ในการดาเนินการตามวรรคหนึ่ง หากมีปัญหาหรืออุปสรรคในการปฏิบัติราชการให้เป็นไปตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่กาหนดในกฎหมายหรือกฎในเรื่องใด ให้ส่วนราชการท่ีเกี่ยวข้อง แจ้งให้ ก.พ.ร. ทราบ
เพ่ือดาเนินการเสนอคณะรฐั มนตรีให้มีการปรบั ปรงุ หลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารตามกฎหมายหรือกฎน้นั ตอ่ ไป

ออกบอ่ ย มาตรา ๓๒ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอาเภอ และปลัดอาเภอผู้เป็นหัวหน้าประจาก่ิงอาเภอ จัดให้

ส่วนราชการท่ีรับผิดชอบดาเนินการเก่ียวกับการบริการประชาชนในเรื่องเดียวกันหรือ ต่อเน่ืองกันในจังหวัด

อาเภอ หรือกิ่งอาเภอนั้น ร่วมกนั จดั ต้งั ศนู ย์บรกิ ารร่วมไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด ท่ีว่าการอาเภอ หรือที่ว่าการกิ่ง

อาเภอ หรือสถานท่ีอื่นตามที่เห็นสมควร โดยประกาศให้ประชาชนทราบ และให้นาความในมาตรา ๓๐ และ

มาตรา ๓๑ มาใชบ้ งั คบั ดว้ ยโดยอนโุ ลม

หมวด ๖

การปรบั ปรงุ ภารกจิ ของสว่ นราชการ

(ยกเลิก) มาตรา ๓๓ ให้ส่วนราชการจัดให้มีการทบทวนภารกิจของตนว่าภารกิจใดมีความจาเป็น หรือ
สมควรทจี่ ะได้ดาเนินการต่อไปหรือไม่ โดยคานึงถึงแผนการบริหารราชการแผ่นดิน นโยบายของคณะรัฐมนตรี
กาลังเงนิ งบประมาณของประเทศ ความคมุ้ ค่าของภารกจิ และสถานการณ์ อน่ื ประกอบกัน

กาหนดเวลาในการจดั ใหม้ ีการทบทวนตามวรรคหนงึ่ ให้เปน็ ไปตามที่ ก.พ.ร. กาหนด

-74-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมนิ ดิษฐ์

ในกรณีท่ีส่วนราชการเห็นควรยกเลิก ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงภารกิจ ให้ส่วนราชการดาเนินการ

ปรับปรุงอานาจหน้าท่ี โครงสร้าง และอัตรากาลังของส่วนราชการให้สอดคล้องกัน และเสนอคณะรัฐมนตรี

พิจารณาให้ความเหน็ ชอบเพอื่ ดาเนินการต่อไป

ออกบอ่ ย ในกรณีที่ ก.พ.ร. พิจารณาแล้วเห็นว่าภารกิจของรัฐที่ส่วนราชการใดรับผิดชอบดาเนินการอยู่สมควร

เปล่ียนแปลง ยกเลิก หรือเพิ่มเติม ให้เสนอคณะรัฐมนตรีเพ่ือพิจารณา เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้วให้ส่วน

ราชการน้ันดาเนินการปรับปรุงภารกิจ อานาจหน้าที่ โครงสร้าง และอัตรากาลังของส่วนราชการน้ันให้

สอดคลอ้ งกัน

(ยกเลิก) มาตรา ๓๔ ในกรณีที่มีการยุบเลิก โอน หรือรวมส่วนราชการใดท้ังหมดหรือบางส่วน ห้ามมิให้
จัดตั้งส่วนราชการท่ีมีภารกิจหรืออานาจหน้าท่ีที่มีลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน กับส่วนราชการดังกล่าว
ขน้ึ อีก เวน้ แตม่ กี ารเปล่ยี นแปลงแผนการบริหารราชการแผ่นดิน และมีเหตุผลจาเป็นเพ่ือรักษาความมั่นคงของ
รฐั หรอื เศรษฐกิจของประเทศ หรือรกั ษาผลประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน และโดยได้รับความเห็นชอบจาก ก.พ.ร

มาตรา ๓๕ สว่ นราชการมีหน้าที่สารวจ ตรวจสอบ และทบทวนกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และ

ประกาศ ทีอ่ ยใู่ นความรับผิดชอบ เพอ่ื ดาเนนิ การยกเลกิ ปรบั ปรุง หรอื จดั ให้มี กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ

หรือประกาศขึ้นใหม่ ให้ทันสมัยและเหมาะสมกับสภาวการณ์หรือสอดคล้องกับความจาเป็นทางเศรษฐกิจ

สังคม และความมัน่ คงของประเทศ ทงั้ นโี้ ดยคานึงถึงความสะดวกรวดเร็วและลดภาระของประชาชนเป็นสาคัญ

ในการดาเนินการตามวรรคหน่ึง ให้ส่วนราชการนาความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะของประชาชนมา

ประกอบการพจิ ารณาด้วย

ออกบ่อย มาตรา ๓๖ ในกรณีท่ีสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่ากฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือ

ประกาศ ท่ีอยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการใด ไม่สอดคล้องหรือเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ไม่

เอ้ืออานวยต่อการพัฒนาประเทศ เป็นอุปสรรคต่อการ ประกอบกิจการหรือการดารงชีวิตของประชาชน หรือ

กอ่ ให้เกิดภาระหรือความยุง่ ยากตอ่ ประชาชนเกนิ สมควร ให้สานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี าเสนอแนะต่อส่วน

ราชการน้ันเพ่ือดาเนนิ การแก้ไข ปรบั ปรุง หรือยกเลิกโดยเรว็ ตอ่ ไป

ใ น ก ร ณี ท่ี ส่ ว น ร า ช ก า ร ที่ ไ ด้ รั บ ก า ร เ ส น อ แ น ะ ไ ม่ เ ห็ น ช อ บ ด้ ว ย กั บ ค า เ ส น อ แ น ะ ข อ ง ส า นั ก ง า น

คณะกรรมการกฤษฎกี า ใหเ้ สนอเรอ่ื งตอ่ คณะรฐั มนตรีเพอ่ื พิจารณาวนิ จิ ฉยั

หมวด ๗

ออกบอ่ ย การอานวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน

มาตรา ๓๗ ในการปฏิบัติราชการที่เก่ียวข้องกับการบริการประชาชนหรือติดต่อประสานงานระหว่าง

ส่วนราชการด้วยกัน ให้ส่วนราชการกาหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานแต่ละงาน และประกาศให้ประชาชน

และข้าราชการทราบเป็นการทั่วไป ส่วนราชการใดมิได้กาหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานใด และ ก.พ.ร.

พิจารณาเห็นว่างานนน้ั มีลักษณะที่สามารถกาหนดระยะเวลาแล้วเสร็จได้หรือส่วนราชการได้กาหนดระยะเวลา

แล้วเสรจ็ ไว้แต่ ก.พ.ร. เห็นวา่ เปน็ ระยะเวลาท่ีล่าช้าเกนิ สมควร ก.พ.ร. จะกาหนดเวลาแล้วเสร็จให้ส่วนราชการ

นั้นต้องปฏบิ ัติกไ็ ด้

ใ ห้ เ ป็ น ห น้ า ท่ี ข อง ผู้ บั ง คั บ บั ญ ช า ท่ี จ ะ ต้ อ ง ต ร ว จ ส อ บ ใ ห้ ข้ า ร า ช กา ร ป ฏิ บั ติ ง า น ใ ห้ แ ล้ ว เ ส ร็ จ ต า ม

กาหนดเวลาตามวรรคหน่ึง

-75-

รวบรวมและจดั ทาโดย แอดมินดิษฐ์

ออกบอ่ ย มาตรา ๓๘ เมื่อส่วนราชการใดได้รับการติดต่อสอบถามเป็นหนังสือจากประชาชน หรือจากส่วน

ราชการดว้ ยกนั เก่ียวกบั งานทอ่ี ยู่ในอานาจหน้าทขี่ องส่วนราชการน้นั ให้เป็นหนา้ ที่ของส่วนราชการน้ันที่จะต้อง

ตอบคาถามหรือแจ้งการดาเนินการให้ทราบภายในสิบห้าวนั หรือภายในกาหนดเวลาที่กาหนดไวต้ ามมาตรา ๓๗

มาตรา ๓๙ ใหส้ ่วนราชการจัดใหม้ ีระบบเครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการเพื่ออานวยความสะดวก

ให้แก่ประชาชนที่จะสามารถติดต่อสอบถามหรือขอข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็น เก่ียวกับการปฏิบัติราชการ

ของส่วนราชการ

ระบบเครือข่ายสารสนเทศตามวรรคหน่งึ ตอ้ งจดั ทาในระบบเดียวกับที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ

ออกบ่อย และการสอ่ื สารจัดใหม้ ีขึน้ ตามมาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ เพ่ืออานวยความสะดวกและความรวดเร็วแก่ประชาชนในการติดต่อกับส่วนราชการทุก

แห่ง ให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารจัดให้มรี ะบบเครอื ข่ายสารสนเทศกลางข้นึ

ในกรณีท่ีส่วนราชการใดไม่อาจจัดให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการได้ อาจร้องขอให้
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารดาเนินการจัดทาระบบเครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการ
ดงั กลา่ วกไ็ ดใ้ นการน้ีกระทรวงเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารจะขอให้ส่วนราชการให้ความช่วยเหลือด้าน
บคุ ลากร คา่ ใชจ้ ่าย และข้อมูลในการดาเนนิ การกไ็ ด้

มาตรา ๔๑ ในกรณีท่ีส่วนราชการได้รับคาร้องเรียน เสนอแนะ หรือความคิดเห็นเก่ียวกับวิธีปฏิบัติ
ราชการ อุปสรรค ความยุ่งยาก หรือปัญหาอื่นใดจากบุคคลใด โดยมีข้อมูลและสาระตามสมควร ให้เป็นหน้าท่ี
ของส่วนราชการน้ันท่จี ะต้องพจิ ารณาดาเนินการใหล้ ลุ ว่ งไป และในกรณีทมี่ ี ท่อี ยู่ของบุคคลน้ัน ให้แจ้งให้บุคคล
นั้นทราบผลการดาเนนิ การด้วย ทงั้ น้ีอาจแจง้ ให้ทราบผ่านทางระบบเครือขา่ ยสารสนเทศของสว่ นราชการด้วยก็ได้

ในกรณกี ารแจ้งผา่ นทางระบบเครือข่ายสารสนเทศ มิให้เปิดเผยชื่อหรือที่อยู่ของผู้ร้องเรียน เสนอแนะ
หรอื แสดงความคดิ เห็น

มาตรา ๔๒ เพื่อใหก้ ารปฏบิ ตั ิราชการเปน็ ไปอยา่ งมีประสิทธิภาพและเกิดความ สะดวกรวดเร็ว ให้ส่วน

ราชการทีม่ ีอานาจออกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศ เพ่ือใช้บังคับกับส่วนราชการอ่ืน มีหน้าที่ตรวจสอบ

วา่ กฎ ระเบียบ ขอ้ บงั คับ หรือประกาศน้ัน เปน็ อุปสรรคหรือก่อใหเ้ กดิ ความย่งุ ยาก ซ้าซ้อน หรือความล่าช้า ต่อ

การปฏบิ ตั หิ น้าทขี่ องสว่ นราชการอืน่ หรอื ไม่ เพ่อื ดาเนนิ การปรับปรุงแกไ้ ขให้เหมาะสมโดยเรว็ ตอ่ ไป

ในกรณีท่ีได้รับการร้องเรียนหรือเสนอแนะจากข้าราชการหรือส่วนราชการอ่ืนในเร่ืองใด ให้ส่วน

ราชการท่อี อกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศนั้นพิจารณาโดยทันทีและในกรณีที่เห็นว่าการร้องเรียนหรือ

เสนอแนะนั้นเกิดจากความเข้าใจผิดหรือความไม่เข้าใจในกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศ ให้ชี้แจงให้ผู้

ร้องเรียนหรือเสนอแนะทราบภายในสบิ ห้าวนั

การร้องเรียนหรอื เสนอแนะตามวรรคสอง จะแจ้งผ่าน ก.พ.ร. ก็ได้

ในกรณีที่ ก.พ.ร. เห็นว่า กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศใดมีลักษณะตามวรรคหน่ึง ให้ ก.พ.ร.

แจ้งให้ส่วนราชการท่ีออก กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศนั้นทราบเพ่ือดาเนินการปรับปรุงแก้ไข หรือ

ออกบ่อย ยกเลิกต่อไปโดยเร็ว

มาตรา ๔๓ การปฏิบัติราชการในเรื่องใดๆ โดยปกติให้ถือว่าเป็นเร่ืองเปิดเผย เว้นแต่กรณีมีความ

จาเป็นอย่างย่ิงเพ่ือประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของประเทศ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การรักษาความ

สงบเรยี บร้อยของประชาชน หรอื การคุ้มครองสทิ ธสิ ว่ นบุคคล จึงใหก้ าหนดเปน็ ความลบั ได้เท่าทจ่ี าเปน็

-76-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมินดิษฐ์

มาตรา ๔๔ ส่วนราชการต้องจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลเก่ียวกับงบประมาณรายจ่าย แต่ละปีรายการ
เก่ียวกับการจัดซ้ือหรือจัดจ้างท่ีจะดาเนินการในปีงบประมาณนั้น และสัญญาใด ๆ ท่ีได้มีการอนุมัติให้จัดซื้อ
หรือจัดจ้างแล้ว ให้ประชาชนสามารถขอดูหรือตรวจสอบได้ ณ สถานทาการของส่วนราชการ และระบบ
เครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการ ท้ังนี้การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ต้องไม่ก่อให้เกิดความได้เปรียบหรือ
เสียเปรียบหรอื ความเสยี หายแกบ่ ุคคลใดในการจัดซือ้ หรือจัดจา้ ง

ในการจัดทาสัญญาจัดซ้ือหรือจัดจ้าง ห้ามมิให้มีข้อความหรือข้อตกลงห้ามมิให้เปิดเผยข้อความหรือ
ข้อตกลงในสัญญาดังกล่าว เว้นแต่ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่อยู่ภายใต้บังคับ กฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือ
ข้อบงั คบั ทเ่ี กยี่ วกับการคุ้มครองความลับทางราชการ หรอื ในสว่ นท่ีเปน็ ความลบั ทางการค้า

หมวด ๘

การประเมนิ ผลการปฏบิ ัติราชการ

มาตรา ๔๕ นอกจากการจัดให้มีการประเมินผลตามมาตรา ๙ (๓) แล้ว ให้ส่วนราชการจัดให้มีคณะผู้

ประเมินอสิ ระดาเนินการประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการเกี่ยวกับผลสัมฤทธ์ิของภารกิจ คุณภาพ

การให้บริการ ความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ ความคุ้มค่าในภารกิจ ทั้งน้ีตามหลักเกณฑ์วิธีการและ

ระยะเวลาที่ ก.พ.ร. กาหนด

ออกบ่อย มาตรา ๔๖ สว่ นราชการอาจจัดใหม้ ีการประเมินภาพรวมของผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับหรือหน่วยงาน

ในส่วนราชการก็ได้ ท้ังน้ีการประเมินดังกล่าวต้องกระทาเป็นความลับและเป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งความ

สามัคคีของขา้ ราชการ

มาตรา ๔๗ ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคล ให้
สว่ นราชการประเมนิ โดยคานงึ ถงึ ผลการปฏิบัติงานเฉพาะตัวของข้าราชการผู้น้ัน ในตาแหน่งท่ีปฏิบัติประโยชน์
และผลสมั ฤทธท์ิ ่หี นว่ ยงานท่ขี ้าราชการผ้นู ้ันสังกดั ไดร้ ับจากการปฏบิ ตั ิงานของขา้ ราชการผนู้ น้ั

ออกบอ่ ย มาตรา ๔๘ ในกรณีท่ีส่วนราชการใดดาเนินการให้บริการท่ีมีคุณภาพและเป็นไปตามเปูาหมายท่ี

กาหนด รวมท้ังเป็นที่พึงพอใจแก่ประชาชน ให้ ก.พ.ร. เสนอคณะรัฐมนตรีจัดสรรเงินเพ่ิมพิเศษเป็นบาเหน็จ

ความชอบแก่ส่วนราชการหรือให้ส่วนราชการใช้เงินงบประมาณเหลือจ่ายของส่วนราชการน้ัน เพ่ือนาไปใช้ใน

การปรับปรุงการปฏิบัติงานของส่วนราชการหรือจัดสรรเป็นรางวัลให้ข้าราชการในสังกัด ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์

และวิธกี ารท่ี ก.พ.ร. กาหนดโดยความเหน็ ชอบของคณะรัฐมนตรี

มาตรา ๔๙ เมือ่ ส่วนราชการใดได้ดาเนินงานไปตามเปูาหมาย สามารถเพ่ิมผลงาน และผลสัมฤทธ์ิโดย
ไม่เปน็ การเพ่มิ ค่าใช้จ่ายและคุ้มค่าต่อภารกิจของรัฐหรือสามารถดาเนินการตามแผนการลดค่าใช้จ่ายต่อหน่วย
ไดต้ ามหลกั เกณฑท์ ี่ ก.พ.ร. กาหนด ให้ ก.พ.ร. เสนอคณะรฐั มนตรี จดั สรรเงนิ รางวลั การเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่
ส่วนราชการน้ัน หรือให้ส่วนราชการใช้เงินงบประมาณ เหลือจ่ายของส่วนราชการนั้น เพื่อนาไปใช้ในการ
ปรบั ปรุงการปฏิบัติงานของส่วนราชการหรือจัดสรร เป็นรางวัลให้ข้าราชการในสังกัด ท้ังน้ีตามหลักเกณฑ์และ
วิธกี ารที่ ก.พ.ร. กาหนดโดยความเหน็ ชอบของคณะรฐั มนตรี

-77-

รวบรวมและจดั ทาโดย แอดมินดษิ ฐ์

หมวด ๙

บทเบด็ เตลด็

มาตรา ๕๐ เพ่ือให้การบริหารราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
ก.พ.ร. โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีอาจกาหนดให้ส่วนราชการต้องปฏิบัติการใดนอกเหนือจากท่ี
กาหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้รวมทั้งกาหนดมาตรการอ่ืนเพิ่มเติมจากท่ีบัญญัติ ไว้ในมาตรา ๔๘ และมาตรา
๔๙ กไ็ ด้

มาตรา ๕๑ ในกรณีท่ีพระราชกฤษฎีกาน้ีกาหนดให้ส่วนราชการต้องจัดทาแผนงาน ในเรื่องใดและมี
กฎหมายฉบับอื่นกาหนดให้ส่วนราชการต้องจัดทาแผนงานในเร่ืองเดียวกันทั้งหมด หรือบางส่วน เมื่อส่วน
ราชการได้จัดทาแผนงานตามกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งแล้วให้ถือว่าส่วนราชการนั้นได้จัดทาแผนตามพระราช
กฤษฎีกานีด้ ว้ ยแลว้

มาตรา ๕๒ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทาหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดีตาม
แนวทางของพระราชกฤษฎกี านีโ้ ดยอย่างน้อยต้องมหี ลักเกณฑ์เก่ียวกับการลด ขั้นตอนการปฏิบัติงาน และการ
อานวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชนท่ีสอดคล้องกับบทบัญญัติในหมวด ๕ และ
หมวด ๗ ให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยดูแลและให้ความช่วยเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการ
จดั ทาหลกั เกณฑ์ตามวรรคหนึง่

มาตรา ๕๓ ให้องค์การมหาชนและรัฐวิสาหกิจ จัดให้มีหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดีตาม
แนวทางของพระราชกฤษฎีกาน้ี

ในกรณีท่ี ก.พ.ร. เห็นว่าองค์การมหาชนหรือรัฐวิสาหกิจใดไม่จัดให้มีหลักเกณฑ์ตามวรรคหน่ึง หรือมี
แต่ไมส่ อดคลอ้ งกบั พระราชกฤษฎีกาน้ีใหแ้ จง้ รฐั มนตรีซงึ่ มหี นา้ ทก่ี ากบั ดแู ลองคก์ ารมหาชนหรือรัฐวิสาหกิจ เพื่อ
พิจารณาส่ังการใหอ้ งค์การมหาชนหรือรฐั วสิ าหกจิ นน้ั ดาเนินการใหถ้ ูกต้องต่อไป

ผู้รบั สนองพระบรมราชโองการ
พนั ตารวจโท ทกั ษิณ ชินวัตร

นายกรฐั มนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้คือ โดยที่มีการปฏิรูประบบราชการ
เพ่ือให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศและให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างมี
ประสิทธิภาพย่ิงขึ้น ซึ่งการบริหารราชการและการปฏิบัติหน้าท่ีของส่วนราชการนี้ต้องใช้วิธีการบริหารกิจการ
บา้ นเมอื งที่ดเี พอื่ ให้การบรหิ ารราชการแผ่นดินเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธ์ิต่อภารกิจ
ของรัฐ มีประสิทธิภาพ เกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ ลดข้ันตอนการปฏิบัติงานที่เกินความจาเป็น และ
ประชาชนได้รับการอานวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ รวมทั้งมีการประเมินผลการ
ปฏิบตั ิราชการอย่างสม่าเสมอ และเนื่องจาก มาตรา ๓/๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
พ.ศ. ๒๕๓๔ ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕
บัญญตั ิใหก้ ารกาหนดหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการในการปฏิบัติราชการและการส่ังการให้ส่วนราชการและข้าราชการ
ปฏิบัติราชการเพ่ือให้เกิดการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีกระทาโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจาเป็นต้อง
ตราพระราชกฤษฎีกานี้

-78-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมินดิษฐ์

พระราชกฤษฎีกา
วา่ ดว้ ยหลกั เกณฑ์และวิธกี ารบริหารกจิ การบา้ นเมืองท่ดี ี (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๖๒
สมเด็จพระเจ้าอย่หู ัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกรู

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕ ๖ ๒
เป็นปที ี่ ๔ ในรัชกาลปัจจบุ ัน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ใหป้ ระกาศวา่
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพ่ิมเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการ
บา้ นเมืองทดี่ ี
อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓/๑ วรรคสี่
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบ
บริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาข้ึนไว้
ดงั ตอ่ ไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกาน้ีเรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการ
บา้ นเมอื งทด่ี ี (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ ”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎกี านี้ให้ใชบ้ งั คบั ตงั้ แตว่ ันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน็ ต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์
และวธิ ีการบริหารกจิ การบ้านเมืองทด่ี ี พ.ศ. ๒๕๔๖
มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในวรรคหน่ึงของมาตรา ๑๖ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และ
วิธกี ารบรหิ ารกิจการบ้านเมืองทดี่ ี พ.ศ. ๒๕๔๖ และให้ใช้ความตอ่ ไปนีแ้ ทน
“มาตรา ๑๖ ให้ส่วนราชการจัดทาแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการน้ันโดยจัดทาเป็นแผนห้าปี
ซึ่งต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ นโยบายของคณะรฐั มนตรที ่แี ถลงตอ่ รัฐสภาและแผนอนื่ ที่เก่ยี วขอ้ ง”
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกวรรคสามของมาตรา ๑๘ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการ
บริหารกิจการบ้านเมอื งท่ดี ี พ.ศ. ๒๕๔๖
มาตรา ๖ ให้เพิ่มความต่อไปน้ีเป็นวรรคสองของมาตรา ๒๙ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์
และวธิ ีการบริหารกจิ การบา้ นเมืองทด่ี ี พ.ศ. ๒๕๔๖ “การบริการประชาชนและการติดต่อประสานงานระหว่าง
ส่วนราชการด้วยกัน ต้องกระทาโดยใช้ แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางท่ีสานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การ
มหาชน) กาหนดดว้ ย ”
มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในวรรคหน่ึงของมาตรา ๓๓ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และ
วธิ ีการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี พ.ศ. ๒๕๔๖ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปน้ีแทน
“มาตรา ๓๓ ให้ส่วนราชการจัดให้มีการทบทวนภารกิจของตนวา่ ภารกิจใดมีความจาเป็น หรือ สมควร
ที่จะยกเลิก ปรับปรุง หรือเปล่ียนแปลงการดาเนินการต่อไปหรือไม่ โดยคานึงถึงยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท
แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายของคณะรัฐมนตรี ที่แถลงต่อรัฐสภา
และแผนอ่ืนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกาลังเงินงบประมาณของประเทศ ความคุ้มค่าของภารกิจ และสถานการณ์อื่น
ประกอบกนั ”

-79-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมนิ ดิษฐ์

มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหาร
กจิ การบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ และให้ใช้ความตอ่ ไปนแ้ี ทน

“มาตรา ๓๔ ในกรณีที่มีการยุบเลิก โอน หรือรวมส่วนราชการใดทั้งหมดหรือบางส่วน ห้ามมิให้จัดตั้ง
ส่วนราชการท่ีมีภารกิจหรืออานาจหน้าท่ีท่ีมีลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันกับส่วนราชการดังกล่าวขึ้นอีก
เว้นแตม่ ีเหตุผลและความจาเป็นเพ่อื รักษาความม่นั คงของรัฐหรอื เศรษฐกจิ ของประเทศ หรือรักษาผลประโยชน์
สว่ นรวมของประชาชน และโดยได้รับความเห็นชอบจาก ก.พ.ร”

มาตรา ๙ ในวาระเริม่ แรก การจัดทาแผนปฏิบัตริ าชการของส่วนราชการเป็นแผนห้าปี ตามมาตรา ๑๖
แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยพระราชกฤษฎีกาน้ี ให้จัดทาเป็นแผนสามปีโดยมีห้วงระยะเวลา ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึง
ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕

มาตรา ๑๐ ในวาระเร่ิมแรก ให้สานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) จัดให้มีแพลตฟอร์ม
ดิจิทลั กลาง เพื่อให้ส่วนราชการใช้ในการบริการประชาชนและการติดต่อประสานงาน ระหว่างกันได้ภายในเก้าสิบ
วนั นับแตว่ นั ทพ่ี ระราชกฤษฎกี านี้ใชบ้ ังคับ

ให้เป็นหน้าท่ีของหัวหน้าส่วนราชการท่ีจะต้องดาเนินการให้การบริการประชาชนและการติดต่อ
ประสานงานระหว่างส่วนราชการด้วยกัน โดยการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางให้แล้วเสร็จภายในสองปี นับแต่
พน้ กาหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง

ในกรณีที่ส่วนราชการใดมีเหตุผลความจาเป็นที่ไม่สามารถดาเนินการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางได้ ภายใน
ระยะเวลาทกี่ าหนดในวรรคสอง ใหห้ วั หน้าส่วนราชการนั้นเสนอ ก.พ.ร. เพอ่ื พิจารณาขยาย ระยะเวลาดงั กล่าวได้

ผรู้ บั สนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทรโ์ อชา

นายกรฐั มนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยท่ีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์
และวธิ ีการบรหิ ารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ กาหนดให้คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง จัดให้มี
แผนการบริหารราชการแผ่นดินและแผนนิติบัญญัติข้ึน เพื่อเป็นกรอบในการบริหารราชการแผ่นดิน ให้มีความ
ชัดเจน แต่เนอ่ื งจากรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้กาหนดให้รัฐจัดให้มียุทธศาสตร์
ชาติเปน็ เปูาหมายการพัฒนาประเทศอย่างย่ังยืน และต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติ การจัดทายุทธศาสตร์
ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ และพระราชบัญญัติแผนและข้ันตอนการดาเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้ึน ซึ่ง
กฎหมายดังกล่าวได้กาหนดใหม้ ีการจัดทากรอบในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนไว้ในรูปยุทธศาสตร์ชาติซึ่งทุก
หน่วยงานต้องปฏิบัติตาม ประกอบกับได้มีการจัดทาแผนการปฏิรูปประเทศเพ่ือเป็นกลไกวิธีการและขั้นตอน
การดาเนินการปฏริ ูปประเทศในด้านต่าง ๆ ข้ึนแล้ว จึงไม่มีความจาเป็นท่ีจะต้องจัดทาแผนการบริหารราชการ
แผ่นดินและแผนนิติบัญญัติให้ซ้าซ้อนกันอีก สมควรยกเลิกการจัดทาแผนการบริหารราชการแผ่นดินและแผน
นิติบัญญัติ และปรับปรุงการจัดทาแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผน
แม่บท แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อ
รัฐสภา และแผนอ่ืนทเี่ กย่ี วขอ้ ง รวมทั้งสมควรกาหนดให้การปฏบิ ตั ิงานท่ีเกี่ยวข้องกับการบริการประชาชนและ
การตดิ ต่อประสานงานระหว่างส่วนราชการด้วยกันต้องกระทาโดยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางเพื่อให้สอดคล้อง
กับการปฏิรูปประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการและการบริหารราชการแผ่นดิน ตามรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจกั รไทย จงึ จาเป็นตอ้ งตราพระราชกฤษฎกี านี้

-80-

รวบรวมและจัดทาโดย แอดมนิ ดษิ ฐ์

แนวข้อสอบ พระราชกฤษฎีกาวา่ ดว้ ยหลกั เกณฑ์และวธิ ีการบริหารกจิ การบา้ นเมืองท่ดี ี พ.ศ. 2546
แกไ้ ขเพม่ิ เติมฉบับท่ี 2 พ.ศ. 2562

1. พระราชกฤษฎีกาวา่ ด้วยหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี พ.ศ. 2546 นีบ้ งั คบั ใช้เมือ่ ใด
ก. วนั ทป่ี ระกาศในราชกิจจานเุ บกษา
ข. วนั ถดั จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ค. วันพ้นกาหนด 30 วัน นับตัง้ แต่วนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
ง. วนั พ้นกาหนด 90 วนั นับตัง้ แต่วนั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
เฉลย ข. วันถัดจากวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

2. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี พ.ศ. 2546 แก้ไขเพ่ิมเติม
ฉบับท่ี 2 พ.ศ. 2562 ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ีเท่าใด
ก. 26 มกราคม 2562
ข. 26 ตลุ าคม 2562
ค. 26 กุมภาพนั ธ์ 2562
ง. ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒
เฉลย ง. ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒

3. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี พ.ศ. 2546 แก้ไขเพ่ิมเติม
ฉบบั ท่ี 2 พ.ศ. 2562 ประกาศ วันที่เท่าใด
ก. 30 มกราคม 2562
ข. 30 ตลุ าคม 2562
ค. 30 กมุ ภาพนั ธ์ 2562
ง. 30 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒
เฉลย ง. 30 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒

4. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี พ.ศ. 2546 มีผลบังคับใช้ใน
ราชกจิ จานเุ บกษา วันทเ่ี ท่าใด
ก. 1 มกราคม 2562
ข. 1 ตุลาคม 2562
ค. 1 กมุ ภาพนั ธ์ 2562
ง. 1 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
เฉลย ง. 1 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒

5. พระราชกฤษฎีกาว่าดว้ ยหลักเกณฑแ์ ละวิธีการบรหิ ารกิจการบ้านเมืองทดี่ ี พ.ศ. 2546 มีกีห่ มวดก่มี าตรา
ก. 9 หมวด 53 มาตรา
ข. 8 หมวด 52 มาตรา
ค. 9 หมวด 54 มาตรา
ง. 8 หมวด 54 มาตรา
เฉลย ก. 9 หมวด 53 มาตรา

-81-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมินดษิ ฐ์

6. การกาหนดแนวดาเนินการทวั่ ไปให้กบั สว่ นราชการเพอ่ื ให้เกิดการบรหิ ารจัดการท่ีดี ได้แก่หน่วยงานใด
ก. คณะกรรมการปฏริ ปู ระบบราชการ
ข. คณะกรรมการพฒั นาระบบขา้ ราชการ
ค. คณะกรรมการปฏิรปู ระบบขา้ ราชการ
ง. คณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ
เฉลย ง. คณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ

7. เปูาหมายสูงสดุ ตามพระราชกฤษีกาว่าดว้ ยหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีบริหารกจิ การบา้ นเมอื งทด่ี ไี ดแ้ ก่ขอ้ ใด
ก. เกิดประโยชนส์ ุขของประชาชน
ข. เกิดผลสัมฤทธิต์ ่อภารกจิ ของรฐั
ค. มีประสิทธิภาพและเกิดความคมุ้ ค่าภารกิจของรฐั
ง. ไมม่ ีขน้ั ตอนการปฏิบัตงิ านทเ่ี กินความจาเป็น
เฉลย ก. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน

8. ส่วนราชการต้องบริหารจัดการอยา่ งไรใหเ้ กดิ เพ่อื ประโยชน์สุขของประชาชน
ก. ปฏิบัตกิ ารเพื่อใหเ้ กิดทีใ่ ห้ประชาชนเปน็ ศนู ยก์ ลางของการบรกิ ารจากรฐั ปฏบิ ตั ิการเพื่อใหเ้ กิดความ
ผาสุกและเป็นอยทู่ ี่ดีของประชาชน
ข. ปฏิบตั ิการเพื่อให้เกดิ ความสงบสขุ และความปลอดภัยของสว่ นรวม
ค. ปฏบิ ตั ิการเพ่ือให้เกดิ ความผาสุกและเปน็ อยูท่ ดี่ ีของประชาชน
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง. ถูกทกุ ขอ้

9. การบรหิ ารราชการเพ่ือประโยชนส์ ุขของประชาชน ไดแ้ ก่การปฏบิ ัติราชการแบบใด
ก. การปฏิบตั ริ าชการทีม่ เี ปูาหมาย
ข. การปฏบิ ัติราชการแบบมุ่งผลสัมฤทธ์ิ
ค การบริหารราชการแบบใหม่
ง. การบริหารตามหลกั ธรรมาภบิ าล
เฉลย ก. การปฏบิ ัติราชการที่มเี ปูาหมาย

10. แนวดาเนนิ การในการบริหารราชการเพ่ือประโยชน์สุขของประชาชน
ก. การปฏิบตั ิภารกิจของรฐั ต้องเปน็ ไปดว้ ยความซ่ือสัตย์ สจุ ริต สามารถตรวจสอบได้
ข. ภารกจิ ที่มีผลกระทบต่อประชาชนต้องรบั ฟังความคดิ เห็นจากประชาชน
ค. ก่อนดาเนนิ งานสวนราชการต้องศึกษาวเิ คราะหผ์ ลดีผลเสียใหค้ รบทกุ ดา้ น
ง. ถกู ทุกขอ้
เฉลย ง. ถกู ทุกข้อ

11. ข้อใดคือหลกั การบริหารกจิ การบา้ นเมอื งทีด่ ี ตรงกบั ภาษาอังกฤษ ตามข้อใด
ก. Good Governance
ข. Good Governanc
ค. Good Govenance
ง. ถูกทุกขอ้
เฉลย ก. Good Governance

-82-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมนิ ดษิ ฐ์

12. การบรหิ ารราชการเพ่ือให้เกิดผลสัมฤทธ์ติ ่อภารกจิ ของรฐั คือข้อใด
ก. กอ่ นดาเนินการตามภารกิจ ตอ้ งจดั แผนปฏิบัติไว้ลว่ งหน้า
ข. แผนปฏิบัตริ าชการต้องมีรายละเอียดของขัน้ ตอน ระยะเวลา และงบประมาณที่ต้องดาเนินการ
เปาู หมาย ผลสมั ฤทธ์ิ และตัวช้วี ัดความสาเรจ็
ค. การปฏิบัตติ ามแผนปฏบิ ัติราชการเกดิ ผลกระทบต่อประชาชน ต้องดาเนินการแก้ไข
ง. ถกู ทกุ ขอ้
เฉลย ง. ถูกทุกข้อ

13. ส่วนราชการท่ีมีภารกิจใกล้เคียงกันหรือต่อเน่ืองกัน ให้ส่วนราชการกาหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดการ
บริหารราชการแบบบรู ณาการร่วมกนั โดยมีจดุ มุง่ หมายเพอ่ื ให้เกดิ ตามข้อใด
ก. เกิดผลสัมฤทธต์ิ ่อภารกจิ ของรัฐ
ข. เกดิ ความสามัคคีในหนว่ ยงาน
ค. เพอ่ื ลดขน้ั ตอนการปฏบิ ัตงิ าน
ง. เพือ่ ความคุ้มคา่ ในการปฏิบตั ิงาน
เฉลย ก. เกิดผลสมั ฤทธ์ิต่อภารกิจของรฐั

14. “ส่วนราชการต้องจัดทาแผนปฏบิ ัติการไวล้ ว่ งหน้า” สนองต่อเปาู หมายการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีขอ้ ใด
ก. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
ข. เกดิ ผลสมั ฤทธติ์ ่อภารกจิ ของรฐั
ค. มีประสทิ ธิภาพและเกิดความคุ้มคา่ เชิงภารกจิ รฐั
ง. ไม่มีข้ันตอนการปฏิบตั ิงานทเี่ กนิ ความจาเป็น
เฉลย ข. เกิดผลสมั ฤทธติ์ ่อภารกิจของรัฐ

13. การบริหารราชการจังหวัดแบบบรู ณาการ (CEO) สนองต่อเปาู หมายข้อใด
ก. เกดิ ประโยชนส์ ุขของประชาชน
ข. เกดิ ผลสัมฤทธต์ิ ่อภารกจิ ของรัฐ
ค. มีประสิทธิภาพและเกดิ ความคุ้มคา่ เชงิ ภารกิจรัฐ
ง. ปรบั ปรุงภารกจิ ของสว่ นราชการให้ทนั ตอ่ เหตกุ ารณ์
เฉลย ข. เกิดผลสัมฤทธ์ติ ่อภารกจิ ของรฐั

14. สว่ นราชการต้องจัดให้มกี ารตดิ ตามและประเมนิ ผลการปฏิบัตติ ามแผนปฏิบัติราชการตามหลักเกณฑ์ และ
วธิ กี ารทสี่ ว่ นราชการกาหนดขึ้นต้องสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานทใ่ี ครกาหนด
ก. คณะรัฐมนตรี
ข. รัฐมนตรี
ค. สานกั งบประมาณ
ง. คณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ
เฉลย ง. คณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ

-83-
รวบรวมและจดั ทาโดย แอดมินดษิ ฐ์

15. กอ่ นบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ คณะรฐั มนตรจี ะต้องทาอย่างไรก่อน
ก. แถลงนโยบาย
ข. จดั ทาแผนปฏบิ ัตริ าชการ
ค. จัดทาแผนบรหิ ารแผ่นดนิ
ง. จัดทาแผนนิติบญั ญตั ิ
เฉลย ก. แถลงนโยบาย

16. หน่วยงานทมี่ หี นา้ จดั ทาแผนบริหารราชการแผน่ ดินเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรใี ห้ความเหน็ ชอบ
ก. สานักงานเลขาธกิ ารคณะรัฐมนตรี
ข. สานักงานเลขาธกิ ารนายกรัฐมนตรี
ค. สานกั งบประมาณ
ง. ถกู ทุกขอ้
เฉลย ง. ถูกทกุ ขอ้

17. ตอ้ งจดั ทาแผนการบริหารราชการแผ่นดินเสนอคณะรัฐมนตรภี ายในกว่ี นั
ก. ภายใน 15 วันนบั ตั้งแต่วนั ทแ่ี ถลงนโยบาย
ข. ภายใน 30 วนั นับต้งั แต่วันทีแ่ ถลงนโยบาย
ค. ภายใน 60 วนั นบั ตง้ั แตว่ ันท่แี ถลงนโยบาย
ง. ภายใน 90 วนั นบั ตัง้ แตว่ นั ทีแ่ ถลงนโยบาย
เฉลย ง. ภายใน 90 วันนบั ตั้งแต่วันทแ่ี ถลงนโยบาย

18. แผนปฏบิ ัตริ าชการของสว่ นราชการกาหนดระยะเวลาไว้ตามข้อใด
ก. 1 ปี
ข. 2 ปี
ค. 3 ปี
ง. 5 ปี
เฉลย ง. 5 ปี

19. ขอ้ ใดกล่าวถูกตอ้ งเกยี่ วกับแผนบริหารราชการแผ่นดนิ
ก. สาระสาคญั ต้องมีกาหนดเปูาหมายและผลสมั ฤทธิ์ของงาน
ข. ต้องมบี ุคคลทีร่ ับผิดชอบในแตล่ ะภารกจิ
ค. ตอ้ งมีประมาณการรายได้และรายจ่ายและทรพั ยากรต่างๆ
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง. ถูกทกุ ขอ้

22. เม่ือสิ้นปงี บประมาณให้ส่วนราชการจดั ทารายงานแสดงผลสัมฤทธข์ิ องแผนปฏิบตั ิราชการประจาปีเสนอต่อใคร
ก. นายรัฐมนตรี
ข. คณะรฐั มนตรี
ค. รฐั มนตรี
ง. ปลดั กระทรวง
เฉลย ข. คณะรฐั มนตรี

-84-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมินดิษฐ์

23. ส่วนราชการต้องจดั ทาแผนปฏบิ ัตริ าชการเพ่ือขอรบั งบประมาณหนว่ ยงานใดกาหนดแนวทางจดั ทา
ก. สานกั งานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
ข. สานกั งบประมาณ
ค. สานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
เฉลย ง. ถกู ทั้งข้อ ก และ ข

24. ในการปฏิบัติราชการในส่วนราชการให้มีประสิทธิภาพข้อมูลข่าวสารใดที่ต้องเผยแพร่ให้ข้าราชการและ
ประชาชนทราบทัว่ โดยท่ัวกนั
ก. เปูาหมาย
ข. แผนการทางานและงบประมาณ
ค. ระยะเวลาเสรจ็ โครงการ
ง. ถูกทุกขอ้
เฉลย ง. ถกู ทกุ ข้อ

25. รายจา่ ยต่อหน่วยของงานบริการสาธารณะใดของส่วนราชการใดสูงกว่ารายจ่ายต่อหน่วยของส่วนราชการ
อ่นื ทม่ี ปี ระเภทและคณุ ภาพคล้ายคลงึ กัน ให้สว่ นราชการนน้ั จดั ทาแผนลดรายจ่ายเสนอตอ่ ใคร
ก. สานกั งบประมาณ
ข. กรมบญั ชกี ลาง
ค. สานกั งานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
ง. ถกู ทกุ ข้อ
เฉลย ง. ถกู ทุกขอ้

26. หน่วยงานใดจัดใหม้ ีการประเมินความคุ้มค่าในการปฏบิ ัตภิ ารกจิ ของรฐั ที่ส่วนราชการดาเนนิ การอยู่
ก. สานกั งานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ
ข. สานักงบประมาณ
ค. สานักงานเลขาธกิ ารคณะรัฐมนตรี
ง. ถูกท้ัง ก และ ข
เฉลย ง. ถกู ทั้ง ก และ ข

27. การประเมนิ ความคมุ้ ค่าข้อใดต่อไปนีถ้ ูกตอ้ งใหค้ านึงถึงอะไร
ก. ประเภทและสภาพของแต่ละภารกจิ
ข. ความเป็นไปไดข้ องภารกิจหรือโครงการท่ีดาเนนิ การ
ค. ประโยชนท์ ี่รฐั และประชาชนจะพึงได้ และรายจ่ายท่ตี ้องเสียไปก่อนและหลังดาเนนิ การ
ง. ถูกทกุ ข้อ
เฉลย ง. ถกู ทุกข้อ

28. การจดั ซื้อจดั จา้ ง สนองต่อเปาู หมายการบริหารจัดการบา้ นเมอื งท่ดี ีข้อใด
ก. เกิดประโยชนส์ ุขของประชาชน
ข. เกิดผลสมั ฤทธติ์ อ่ ภารกิจของรฐั
ค. มปี ระสทิ ธภิ าพและเกดิ ความคมุ คา่ เชิงภารกจิ รฐั
ง. ปรับปรุงภารกิจของสว่ นราชการให้ทันตอ่ เหตกุ ารณ์
เฉลย ค. มปี ระสิทธิภาพและเกิดความคมุ คา่ เชิงภารกจิ รฐั

-85-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมินดษิ ฐ์

29. การจดั ซ้ือจดั จา้ งข้อใดกลา่ วถกู ตอ้ ง
ก. เปิดเผย และ เที่ยงธรรม
ข. คานึงถงึ ผลประโยชนแ์ ละผลเสยี ทางสงั คม
ค. ไมต่ ้องถือราคาต่าสดุ เสมอไป
ง. ถกู ทกุ ข้อ
เฉลย ง. ถกู ทกุ ขอ้

30. ส่วนราชการท่ีรับเรื่องการอนุญาต อนุมัติตามกฎหมายกาหนดจากส่วนราชการอ่ืน ต้องพิจารณาและแจ้ง
ผลใหส้ ่วนราชการที่ย่ืนเร่อื งภายในกี่วันนับจากไดร้ ับคาขอ
ก. ภายใน 7 วนั
ข. ภายใน 15 วัน
ค. ภายใน 30 วัน
ง. ภายใน 45 วนั
เฉลย ข. ภายใน 15 วัน

31. เร่ืองใดที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือมติคณะรัฐมนตรีกาหนดขั้นตอนการปฏิบัติไว้
และขน้ั ตอนการปฏิบัตินน้ั ต้องใช้เกนิ ระยะเวลาให้สว่ นราชการอน่ื นน้ั ดาเนนิ การอย่างไร
ก. ดาเนินโดยดว่ นเมือ่ ไดร้ ับการประสาน
ข. แจง้ ใหส้ ่วนราชการนัน้ ทราบล่วงหน้า
ค. ประกาศกาหนดระยะเวลาไว้
ง. ถูกทกุ ขอ้
เฉลย ค. ประกาศกาหนดระยะเวลาไว้

32. การส่ังราชการโดยปกตใิ ห้กระทาเป็นลายลักษณ์อักษร เว้นแต่ผู้บังคับบัญชามีความจาเป็นท่ีไม่อาจส่ังเป็น
ลายลกั ษณ์อักษรได้ จะสงั่ ราชการดว้ ยวาจากไ็ ด้ ผูร้ บั คาสัง่ ตอ้ งดาเนินการอย่างไร
ก. บันทึกคาสั่งดว้ ยวาจาไว้เปน็ ลายลกั ษณ์อกั ษร
ข. ปฏบิ ัตริ าชการตามคาสงั่
ค. บนั ทึกรายงานให้ผู้สงั่ ทราบพร้อมบนั ทกึ อิงคาสง่ั ดว้ ยวาจาไว้
ง. ถูกทกุ ขอ้
เฉลย ง. ถูกทุกข้อ

33. การกระจายอานาจการตัดสนิ ใจเกีย่ วกับการอนุญาต อนุมตั ิ หรอื การปฏิบัตริ าชการ มุ่งใหเ้ กิดความ
สะดวกและรวดเรว็ ในการบริการประชาชน
ก. เกดิ ผลสมั ฤทธิต์ อ่ ภารกจิ ของรฐั
ข. มีประสิทธภิ าพและเกิดความคมุ คา่ เชิงภารกจิ รัฐ
ค. ปรบั ปรงุ ภารกิจของส่วนราชการให้ทนั ต่อเหตุการณ์
ง. การลดขั้นตอนการปฏิบตั ิงาน
เฉลย ง. การลดขั้นตอนการปฏบิ ัตงิ าน

-86-
รวบรวมและจดั ทาโดย แอดมนิ ดษิ ฐ์

34. หน่วยงานใดเป็นผู้กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการหรือแนวทางในการกระจายอานาจการตัดสินใจความรับผิดชอบ
ระหวา่ งผูม้ อบอานาจและผูร้ บั มอบ และการลดขน้ั ตอนในการปฏบิ ตั ริ าชการให้ส่วนราชการถือปฏบิ ตั ิ
ก. สานกั งานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
ข. สานกั งบประมาณ
ค. สานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ง. ถกู ทงั้ ข้อ ข และ ค
เฉลย ก. สานกั งานคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ

35. ใครให้ความเห็นชอบหลักเกณฑ์และวธิ กี ารหรอื แนวทางในการกระจายอานาจการตดั สินใจความรบั ผดิ ชอบ
ระหวา่ งผู้มอบอานาจและผูร้ ับมอบ และการลดขั้นตอนในการปฏบิ ตั ิราชการให้ส่วนราชการถอื ปฏบิ ตั ิ
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. คณะรฐั มนตรี
ค. รัฐมนตรี
ง. ปลดั กระทรวง
เฉลย ข. คณะรฐั มนตรี

36. สว่ นราชการตอ้ งจดั ทาแผนภูมิ ขัน้ ตอนระยะเวลาในการปฏบิ ตั ิราชการเปดิ เผยใหป้ ระชาชนทราบไว้ที่ใด
ก. สานกั งานท่ที าการส่วนราชการนนั้
ข. เผยแพร่ในราชกิจจานเุ บกษา
ค. เว็บไซตข์ องหน่วยงาน
ง. ขอ้ ก และ ค
เฉลย ง. ข้อ ก และ ค

37. One Stop Service สนองต่อเปาู หมายการบรหิ ารจัดการบ้านเมืองทด่ี ีข้อใด
ก. เกดิ ผลสมั ฤทธติ์ ่อภารกิจของรฐั
ข. มปี ระสิทธิภาพและเกิดความคุมค่าเชงิ ภารกิจรฐั
ค. ปรบั ปรงุ ภารกิจของสว่ นราชการให้ทนั ตอ่ เหตุการณ์
ง. การลดข้ันตอนการปฏบิ ัติงาน
เฉลย ง. การลดข้ันตอนการปฏบิ ัตงิ าน

42. หากประชาชนมีหนังสือสอบถามเรื่องตามอานาจหน้าที่มายังหน่วยงานราชการนั้นๆจะต้องตอบหรือแจ้ง
การดาเนนิ งานใหป้ ระชาชนทราบภายในกว่ี ัน
ก. ภายใน 5 วนั
ข. ภายใน 7 วนั
ค. ภายใน 15 วัน
ง. ภายใน 30 วัน
เฉลย ค. ภายใน 15 วัน

-87-
รวบรวมและจดั ทาโดย แอดมนิ ดษิ ฐ์

43. กรณีส่วนราชการใดไม่อาจจัดให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการได้ อาจขอร้องให้
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารดาเนินการจัดทาระบบให้ แต่กระทรวงเทคโนโลยีฯ จะขอ
ส่งิ ใดจากส่วนราชการ
ก. บคุ ลากร
ข. คา่ ใช้จา่ ย
ค. ข้อมลู
ง. ถูกทกุ ข้อ
เฉลย ง. ถูกทุกขอ้

44. ในกรณีท่ีได้รับการร้องเรียนหรือข้อเสนอแนะจากส่วนราชการอื่นในเร่ืองใด ให้ส่วนราชการนั้นช้ีแจงต่อผู้
รอ้ งเรียนหรอื ข้อเสนอแนะจากส่วนราชการอนื่ ภายในกี่วัน
ก. ภายใน 5 วัน
ข. ภายใน 7 วนั
ค. ภายใน 15 วนั
ง. ภายใน 30 วัน
เฉลย ค. ภายใน 15 วนั

45. การปฏบิ ัติราชการในเร่ืองใดๆ โดยปกตถิ ือวา่ เปน็ เรื่องเปดิ เผย เวน้ แตเ่ ร่ืองต่อไปนี้ให้กาหนดเป็นความลับ
ก. เพอ่ื ประโยชน์ในการรักษาความมน่ั คงของประเทศและความม่ันคั่งทางเศรษฐกจิ
ข. การคุ้มครองสิทธิส่วนบคุ คล
ค. การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ง. ถกู ทุกข้อ
เฉลย ง. ถูกทุกขอ้

46. ส่วนราชการต้องเปิดเผยข้อมูลงบประมาณรายจ่ายแต่ละปี รายการจัดซื้อจัดจ้าง สัญญาต่างๆ ให้ประชาชน
สามารถขอดหู รือตรวจสอบได้ โดยเปดิ เผยให้ประชาชนทราบไว้ทีใ่ ด
ก. สานักงานทีท่ าการส่วนราชการนน้ั
ข. เผยแพรใ่ นราชกิจจานุเบกษา
ค. เวบ็ ไซตข์ องหนว่ ยงาน
ง. ขอ้ ก และ ค
เฉลย ง. ข้อ ก และ ค

-88-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมนิ ดษิ ฐ์

47. ขอ้ ใดไม่ถูกต้องเกีย่ วกับดาเนินการประเมนิ ผลการปฏบิ ัตริ าชการของสว่ นราชการ
ก. ประเมินเก่ียวกับผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ คุณภาพการให้บริการ ความพึงพอใจขอประชาชนผู้รับบริการ
ความคุ้มคา่ ในภารกจิ
ข. การประเมนิ ต้องกระทาเป็นความลบั และเป็นไปเพอ่ื ประโยชนแ์ ห่งความสามคั คีของข้าราชการ
ค. การประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคล ให้ส่วนราชการ
ประเมินโดยคานึงถึงผลการปฏิบัติงานของข้าราชการทั้งหมดในหน่วยงานนั้น เพ่ือประโยชน์และ
ผลสมั ฤทธ์ิที่เกิดขึ้นกบั หน่วยงานนนั้
ง. ส่วนราชการใดได้ดาเนินงานไปตามเปูาหมาย สามารถเพิ่มผลงานและผลสัมฤทธ์ิ โดยไม่เป็นการเพิ่ม
ค่าใช้จ่ายและคุ้มค่าต่อภารกิจของรัฐ ให้ ก.พ.ร. เสนอคณะรัฐมนตรีจัดสรรเงินรางวัลการเพิ่ม
ประสิทธภิ าพใหแ้ ก่ส่วนราชการนั้น
เฉลย ค. การประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการเพ่ือประโยชน์ในการบริหารงานบุคคล ให้ส่วน
ราชการประเมินโดยคานึงถึงผลการปฏิบัติงานของข้าราชการทั้งหมดในหน่วยงานน้ัน เพ่ือประโยชน์และ
ผลสัมฤทธทิ์ ่ีเกดิ ขึน้ กบั หนว่ ยงานน้นั

48. สว่ นราชการทดี่ าเนนิ การให้บรกิ ารทม่ี ีคุณภาพเป็นไปตามเปาู หมาย ประชาชนพงึ พอใจ จะไดร้ ับ
ก. เงินเพ่มิ พิเศษ
ข. เงนิ โบนสั
ค. เงนิ ตอบแทน
ง. เงินรางวัลการเพิ่มประสทิ ธิภาพ
เฉลย ง. เงินรางวลั การเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพ

49. หน่วยงานใดให้ความเห็นชอบใหร้ างวัลแกส่ ่วนราชการตามดาเนนิ การใหบ้ รกิ ารทีม่ คี ุณภาพเปน็ ไปตาม
เปาู หมาย ประชาชนพงึ พอใจ
ก. สานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
ข. นายกรฐั มนตรี
ค. รฐั มนตรีที่ส่วนราชการนน้ั สงั กัด
ง. คณะรฐั มนตรี
เฉลย ง. คณะรัฐมนตรี

50. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทาหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีให้สอดคล้องกับบทบัญญัติ
น้ีเกี่ยวกับเรือ่ งใด
ก. การลดข้ันตอนการปฏบิ ัตงิ าน
ข. การบริหารเพื่อใหเ้ กิดผลสมั ฤทธิ์ตอ่ ภารกิจของรัฐ
ค. การอานวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน
ง. ถกู ท้ังข้อ ก และ ค
เฉลย ง. ถูกท้ังข้อ ก และ ค

-89-
รวบรวมและจดั ทาโดย แอดมนิ ดษิ ฐ์

พระราชบญั ญัตวิ ธิ ีปฏิบตั ริ าชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
และแก้ไขเพิ่มเตมิ

ออกบอ่ ย มาตรา 1 พระราชบัญญัตินเี้ รียกว่า “พระราชบัญญตั วิ ธิ ปี ฏบิ ตั ริ าชการทางปกครอง พ.ศ. 2539”

มาตรา 2 พระราชบัญญัติน้ีให้ใชบ้ งั คบั เมอ่ื พ้นกาหนดหน่ึงร้อยแปดสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศ

ในราชกจิ จานุเบกษาเป็นต้นไป (ประกาศราชกจิ จานเุ บกษาเมอื่ วันที่ 14 พฤศจกิ ายน 2539)

มาตรา 3 วิธีปฏบิ ัติราชการทางปกครองตามกฎหมายตา่ งๆ ให้เป็นไปตามท่ีกาหนดในพระราชบัญญัติ
นี้ เว้นแต่ในกรณีท่ีกฎหมายใดกาหนดวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองเร่ืองใดไว้โดยเฉพาะและมีหลักเกณฑ์ที่
ประกนั ความเปน็ ธรรมหรือมมี าตรฐานในการปฏิบตั ริ าชการไมต่ ่ากวา่ หลักเกณฑท์ ี่กาหนดในพระราชบญั ญตั ินี้

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใชบ้ ังคับกบั ข้นั ตอนและระยะเวลาอุทธรณ์หรอื โตแ้ ยง้ ท่ีกาหนดในกฎหมาย

ออกบ่อย มาตรา 4 พระราชบัญญตั นิ ี้มิให้ใช้บงั คบั แก่
(1) รฐั สภาและคณะรฐั มนตรี
(2) องคก์ รท่ีใชอ้ านาจตามรัฐธรรมนญู โดยเฉพาะ
(3) การพจิ ารณาของนายกรัฐมนตรีหรือรฐั มนตรใี นงานทางนโยบายโดยตรง
(4) การพิจารณาพพิ ากษาคดีของศาลและการดาเนนิ งานของเจ้าหนา้ ที่ในกระบวนการพิจารณาคดี
การบงั คับคดี และการวางทรัพย์
(5) การพจิ ารณาวนิ ิจฉัยเรื่องร้องทุกขแ์ ละการส่ังการตามกฎหมายวา่ ด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกา
(6) การดาเนนิ งานเกย่ี วกับนโยบายการต่างประเทศ
(7) การดาเนนิ งานเก่ยี วกับราชการทหารหรอื เจา้ หน้าท่ซี ง่ึ ปฏิบตั หิ น้าท่ที างยุทธการร่วมกับทหารใน
การปอู งกันและรักษาความมั่นคงของราชอาณาจักรจากภัยคุกคามทงั้ ภายนอกและภายในประเทศ
(8) การดาเนินงานตามกระบวนการยตุ ิธรรมทางอาญา
(9) การดาเนนิ กจิ การขององค์การทางศาสนา
การยกเว้นไม่ให้นาบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติน้ีมาใช้บังคับแก่การดาเนินกิจการใดหรือกับ

หน่วยงานใดนอกจากที่กาหนดไว้ในวรรคหน่ึง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาตามข้อเสนอของคณะกรรมการวิธี
ปฏิบัตริ าชการทางปกครอง

มาตรา 5 ในพระราชบัญญัติน้ี
“วิธีปฏบิ ัตริ าชการทางปกครอง” หมายความวา่ การเตรียมการและการดาเนินการของเจ้าหนา้ ท่ีเพ่ือ
จดั ใหม้ ีคาสง่ั ทางปกครองหรือกฎ และรวมถงึ การดาเนินการใดๆ ในทางปกครองตามพระราชบัญญตั ิน้ี
“การพจิ ารณาทางปกครอง” หมายความว่า การเตรยี มการและการดาเนินการของเจา้ หนา้ ที่เพ่ือจดั
ใหม้ คี าสง่ั ทางปกครอง
“คาส่งั ทางปกครอง” หมายความว่า
(1) การใช้อานาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ข้ึนระหว่างบุคคลในอันที่
จะกอ่ เปลยี่ นแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมผี ลกระทบตอ่ สถานภาพของสทิ ธหิ รอื หน้าทข่ี องบุคคล ไม่ว่าจะเป็น
การถาวรหรือชั่วคราว เช่น การส่ังการ การอนุญาต การอนุมัติ การวินิจฉัยอุทธรณ์ การรับรอง และการรับจด
ทะเบยี น แต่ไมห่ มายความรวมถึงการออกกฎ
(2) การอน่ื ท่กี าหนดในกฎกระทรวง

ออกบ่อย -90-
รวบรวมและจดั ทาโดย แอดมินดษิ ฐ์

“กฎ” หมายความว่า พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถ่ิน ระเบียบ
ข้อบังคับ หรือบทบัญญัติอื่นที่มีผลบังคับเป็นการท่ัวไป โดยไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดหรือบุคคลใดเป็น
การเฉพาะ

“คณะกรรมการวินิจฉยั ข้อพิพาท” หมายความวา่ คณะกรรมการทีจ่ ดั ต้ังข้นึ ตามกฎหมายทมี่ ีการจดั
องค์กรและวิธีพจิ ารณาสาหรับการวนิ จิ ฉยั ชี้ขาดสทิ ธิและหนา้ ที่ตามกฎหมาย

“เจ้าหนา้ ที่” หมายความวา่ บุคคล คณะบคุ คล หรอื นติ บิ ุคคล ซงึ่ ใช้อานาจหรือได้รับมอบใหใ้ ช้อานาจ
ทางปกครองของรัฐในการดาเนินการอย่างหน่ึงอยา่ งใดตามกฎหมาย ไม่วา่ จะเป็นการจดั ต้ังขนึ้ ในระบบราชการ
รฐั วิสาหกิจหรือกจิ การอนื่ ของรัฐหรือไมก่ ็ตาม

“คู่กรณี” หมายความว่า ผู้ย่นื คาขอหรอื ผูค้ ัดคา้ นคาขอ ผู้อยูใ่ นบังคับหรือจะอยู่ในบงั คับของคาสัง่ ทาง
ปกครอง และผู้ซง่ึ ไดเ้ ขา้ มาในกระบวนการพจิ ารณาทางปกครองเนื่องจากสิทธิของผนู้ ้ันจะถูกกระทบกระเทือน
จากผลของคาสั่งทางปกครอง

มาตรา 6 ให้นายกรฐั มนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอานาจออกกฎกระทรวงและ
ประกาศ เพื่อปฏบิ ัติการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี

กฎกระทรวงและประกาศน้นั เมอื่ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

หมวด 1
คณะกรรมการวธิ ีปฏิบัตริ าชการทางปกครอง

ออกบอ่ ย มาตรา 7 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง”

ประกอบด้วยประธานกรรมการคนหน่ึง ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการ

คณะรัฐมนตรี เลขาธกิ ารคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรอื น เลขาธกิ ารคณะกรรมการกฤษฎีกาและผู้ทรงคุณวุฒิ

อกี ไมน่ อ้ ยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเกา้ คนเปน็ กรรมการ

ให้คณะรัฐมนตรีแต่งต้ังประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความ
เช่ยี วชาญในทางนิติศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ผู้
นั้นต้องไมเ่ ปน็ ผดู้ ารงตาแหนง่ ทางการเมอื ง

ให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาแต่งต้ังข้าราชการของสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็น
เลขานุการและผชู้ ว่ ยเลขานกุ าร

มาตรา 8 ใหก้ รรมการซงึ่ คณะรฐั มนตรแี ตง่ ตงั้ มวี าระดารงตาแหน่งคราวละสามปี กรรมการซึ่งพ้นจาก
ตาแหน่งอาจไดร้ บั แต่งตั้งอกี ได้

ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตาแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้แต่งตั้งกรรมการใหม่ ให้กรรมการน้ันปฏิบัติ
หน้าทีไ่ ปพลางกอ่ นจนกว่าจะได้แต่งต้ังกรรมการใหม่

มาตรา 9 นอกจากการพ้นจากตาแหน่งตามวาระตามมาตรา 8 กรรมการซึ่งคณะรฐั มนตรแี ตง่ ตัง้ พน้
จากตาแหน่งเมอ่ื คณะรัฐมนตรีมมี ติให้ออกหรือเมื่อมีเหตหุ นง่ึ เหตุใดตามมาตรา 76

-91-
รวบรวมและจดั ทาโดย แอดมนิ ดษิ ฐ์

ออกบ่อย

มาตรา 10 ให้สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทาหน้าท่ีเป็นสานักงานเลขานุการของ
คณะกรรมการวิธีปฏิบัตริ าชการทางปกครอง รบั ผดิ ชอบงานธุรการ งานประชุม การศึกษาหาข้อมูลและกิจการ
ตา่ งๆ ที่เก่ียวกับงานของคณะกรรมการวธิ ปี ฏบิ ตั ริ าชการทางปกครอง

ควรจา มาตรา 11 คณะกรรมการวธิ ีปฏิบัติราชการทางปกครองมีอานาจหนา้ ท่ี ดังตอ่ ไปน้ี
(1) สอดส่องดูแลและให้คาแนะนาเกี่ยวกับการดาเนินงานของเจ้าหน้าท่ีในการปฏิบัติตาม

พระราชบัญญัติน้ี
(2) ให้คาปรึกษาแก่เจ้าหน้าท่ีเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ี ตามท่ีบุคคลดังกล่าวร้องขอ

ท้งั นี้ ตามหลกั เกณฑ์ทคี่ ณะกรรมการวิธีปฏบิ ัติราชการทางปกครองกาหนด
(3) มหี นงั สอื เรยี กให้เจา้ หนา้ ท่ีหรือบคุ คลอ่นื ใดมาชแี้ จงหรือแสดงความเห็นประกอบการพจิ ารณาได้
(4) เสนอแนะในการตราพระราชกฤษฎกี าและการออกกฎกระทรวงหรอื ประกาศตามพระราชบญั ญัติน้ี
(5) จดั ทารายงานเก่ียวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้เสนอคณะรัฐมนตรีเป็นครั้งคราวตามความ

เหมาะสมแต่อย่างน้อยปีละหน่ึงคร้ัง เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการปฏิบัติราชการทางปกครองให้เป็นไปโดยมี
ความเปน็ ธรรมและมีประสิทธภิ าพย่งิ ข้นึ

(6) เร่อื งอืน่ ตามทค่ี ณะรฐั มนตรหี รอื นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

หมวด 2
คาส่งั ทางปกครอง
--------------------------

สว่ นท่ี 1
เจา้ หนา้ ท่ี

ออกบอ่ ย

มาตรา 12 คาส่ังทางปกครองจะต้องกระทาโดยเจา้ หนา้ ท่ีซ่งึ มีอานาจหน้าท่ีในเรื่องนัน้

มาตรา 13 เจ้าหนา้ ทดี่ ังต่อไปน้จี ะทาการพจิ ารณาทางปกครองไม่ได้
(1) เป็นคู่กรณีเอง
(2) เปน็ คูห่ มั้นหรือคสู่ มรสของคกู่ รณี
(3) เป็นญาติของคูก่ รณี คอื เป็นบพุ การีหรือผสู้ บื สันดานไม่ว่าช้นั ใดๆ หรือเป็นพ่นี ้องหรือลูกพ่ลี กู น้อง
นับได้เพยี งภายในสามชัน้ หรือเป็นญาตเิ ก่ยี วพนั ทางแต่งงานนับไดเ้ พียงสองช้นั
(4) เป็นหรือเคยเป็นผ้แู ทนโดยชอบธรรมหรือผู้พิทักษ์หรือผูแ้ ทนหรอื ตวั แทนของคู่กรณี
(5) เป็นเจ้าหนห้ี รอื ลูกหน้ี หรือเป็นนายจา้ งของคูก่ รณี
(6) กรณีอื่นตามที่กาหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 14 เม่ือมีกรณีตามมาตรา 13 หรือคู่กรณีคัดค้านว่าเจ้าหน้าที่ผู้ใดเป็นบุคคลตามมาตรา 13
ให้เจ้าหน้าท่ีผู้น้ันหยุดการพิจารณาเร่ืองไว้ก่อน และแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาเหนือตนข้ึนไปชั้นหนึ่งทราบ
เพ่ือท่ีผ้บู ังคับบัญชาดงั กลา่ วจะได้มีคาสั่งตอ่ ไป

การยื่นคาคัดค้าน การพิจารณาคาคัดค้าน และการสั่งให้เจ้าหน้าท่ีอ่ืนเข้าปฏิบัติหน้าท่ีแทนผู้ที่ถูก
คัดค้านใหเ้ ปน็ ไปตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการทีก่ าหนดในกฎกระทรวง

-92-
รวบรวมและจดั ทาโดย แอดมินดิษฐ์

มาตรา 15 เม่ือมีกรณีตามมาตรา 13 หรือคู่กรณีคัดค้านว่ากรรมการในคณะกรรมการที่มีอานาจ
พิจารณาทางปกครองคณะใดมีลักษณะดังกล่าว ให้ประธานกรรมการเรียกประชุมคณะกรรมการเพ่ือพิจารณา
เหตคุ ัดคา้ นนัน้ ในการประชมุ ดังกลา่ วกรรมการผู้ถูกคัดค้านเม่ือได้ช้ีแจงข้อเท็จจริงและตอบข้อซักถามแล้วต้อง
ออกจากทป่ี ระชมุ

ถ้าคณะกรรมการท่ีมีอานาจพิจารณาทางปกครองคณะใดมีผู้ถูกคัดค้านในระหว่างท่ีกรรมการผู้ถูก
คดั คา้ นตอ้ งออกจากทีป่ ระชุม ใหถ้ อื วา่ คณะกรรมการคณะนน้ั ประกอบด้วยกรรมการทกุ คนท่ีไม่ถูกคัดคา้ น

ถ้าท่ีประชุมมีมติให้กรรมการผู้ถูกคัดค้านปฏิบัติหน้าท่ีต่อไปด้วยคะแนนเสียงไม่น้อย กว่าสองในสาม
ของกรรมการท่ีไม่ถกู คัดค้าน กใ็ หก้ รรมการผนู้ ้ันปฏบิ ัตหิ น้าทตี่ ่อไปได้ มตดิ งั กลา่ วให้กระทาโดยวิธีลงคะแนนลับ
และให้เปน็ ทส่ี ดุ

การยื่นคาคัดค้านและการพจิ ารณาคาคัดค้านให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กาหนดในกฎกระทรวง

ควรจา

มาตรา 16 ในกรณีมีเหตุอื่นใดนอกจากท่ีบัญญัติไว้ในมาตรา 13 เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่หรือกรรมการใน
คณะกรรมการทีม่ อี านาจพิจารณาทางปกครองซึ่งมีสภาพร้ายแรงอันอาจทาให้การพิจารณาทางปกครองไม่เป็นกลาง
เจ้าหน้าทหี่ รือกรรมการผ้นู ้นั จะทาการพจิ ารณาทางปกครองในเรื่องนัน้ ไมไ่ ด้

ในกรณตี ามวรรคหน่งึ ใหด้ าเนนิ การดงั นี้
(1) ถ้าผู้นน้ั เหน็ เองว่าตนมกี รณีดังกล่าว ให้ผนู้ ้ันหยดุ การพจิ ารณาเรื่องไวก้ อ่ นและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชา
เหนอื ตนขึ้นไปชัน้ หน่งึ หรือประธานกรรมการทราบ แลว้ แต่กรณี
(2) ถ้ามีคู่กรณีคัดค้านว่าผู้น้ันมีเหตุดังกล่าว หากผู้น้ันเห็นว่าตนไม่มีเหตุตามท่ีคัดค้านน้ัน ผู้น้ันจะทา
การพิจารณาเรื่องต่อไปก็ได้แต่ต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาเหนือตนข้ึนไปชั้นหนึ่งหรือประธานกรรมการทราบ
แล้วแต่กรณี
(3) ให้ผบู้ งั คับบัญชาของผ้นู นั้ หรือคณะกรรมการทม่ี อี านาจพจิ ารณาทางปกครองซ่ึงผู้น้ันเป็นกรรมการ
อยูม่ คี าส่ังหรอื มีมตโิ ดยไมช่ กั ช้า แล้วแตก่ รณี วา่ ผ้นู นั้ มอี านาจในการพจิ ารณาทางปกครองในเร่ืองนั้นหรือไม่
ใหน้ าบทบัญญตั มิ าตรา 14 วรรคสอง และมาตรา 15 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสีม่ าใชบ้ ังคับโดย
อนโุ ลม

มาตรา 17 การกระทาใดๆ ของเจ้าหน้าท่ีหรือกรรมการในคณะกรรมการที่มีอานาจพิจารณาทาง
ปกครองท่ีไดก้ ระทาไปกอ่ นหยดุ การพิจารณาตามมาตรา 14 และมาตรา 16 ย่อมไม่เสียไป เว้นแต่เจ้าหน้าที่ผู้
เข้าปฏิบัติหน้าที่แทนผู้ถูกคัดค้านหรือคณะกรรมการท่ีมีอานาจพิจารณาทางปกครอง แล้วแต่กรณีจ ะ
เหน็ สมควรดาเนินการสว่ นหนง่ึ สว่ นใดเสยี ใหมก่ ็ได้

มาตรา 18 บทบัญญัติมาตรา 13 ถึงมาตรา 16 ไม่ให้นามาใช้บังคับกับกรณีท่ีมีความจาเป็นเร่งด่วน
หากปล่อยให้ล่าช้าไปจะเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะหรือสิทธิของบุคคลจะเสียหายโดยไม่มีทางแก้ไขได้
หรือไม่มีเจ้าหน้าทอี่ น่ื ปฏิบตั ิหนา้ ที่แทนผู้นน้ั ได้

มาตรา 19 ถ้าปรากฏภายหลังว่าเจ้าหน้าท่ีหรือกรรมการในคณะกรรมการที่มีอานาจพิจารณาทาง
ปกครองใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหรือการแต่งตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นเหตุให้ผู้น้ันต้อง
พ้นจากตาแหน่ง การพ้นจากตาแหนง่ เช่นวา่ น้ไี ม่กระทบกระเทือนถงึ การใดที่ผนู้ ้ันไดป้ ฏบิ ัตไิ ปตามอานาจหนา้ ท่ี

มาตรา 20 ผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปช้ันหน่ึงตามมาตรา 14 และมาตรา 16 ให้หมายความ
รวมถึง ผู้ซึ่งกฎหมายกาหนดให้มีอานาจกากับหรือควบคุมดูแลสาหรับกรณีของเจ้าหน้าที่ท่ีไม่มีผู้บังคับบัญชา
โดยตรง และนายกรัฐมนตรีสาหรับกรณีท่ีเจ้าหนา้ ทผี่ ู้น้ันเป็นรฐั มนตรี

-93-
รวบรวมและจดั ทาโดย แอดมินดิษฐ์

สว่ นที่ 2
คู่กรณี

ควรจา

มาตรา 21 บุคคลธรรมดา คณะบุคคล หรือนิติบุคคล อาจเป็นคู่กรณีในการพิจารณาทางปกครองได้
ตามขอบเขตท่ีสิทธิของตนถกู กระทบกระเทือนหรืออาจถูกกระทบกระเทอื นโดยมิอาจหลีกเลีย่ งได้

มาตรา 22 ผู้มคี วามสามารถกระทาการในกระบวนการพิจารณาทางปกครองได้ จะต้องเป็น
(1) ผซู้ ึ่งบรรลุนติ ภิ าวะ
(2) ผู้ซ่ึงมีบทกฎหมายเฉพาะกาหนดใหม้ คี วามสามารถกระทาการในเรื่องท่ีกาหนดได้ แม้ผู้นั้นจะยังไม่
บรรลุนิตภิ าวะหรอื ความสามารถถกู จากดั ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์
(3) นติ ิบุคคลหรือคณะบุคคลตามมาตรา 21 โดยผ้แู ทนหรือตัวแทน แล้วแต่กรณี
(4) ผู้ซึ่งมีประกาศของนายกรัฐมนตรีหรอื ผู้ซงึ่ นายกรัฐมนตรมี อบหมายในราชกิจจานุเบกษากาหนดให้
มีความสามารถกระทาการในเร่ืองท่ีกาหนดได้ แม้ผู้นั้นจะยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือความสามารถถูกจากัดตาม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์

มาตรา 23 ในการพิจารณาทางปกครองท่ีคู่กรณีต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าหน้าท่ี คู่กรณีมีสิทธินา
ทนายความหรอื ท่ีปรกึ ษาของตนเข้ามาในการพจิ ารณาทางปกครองได้

การใดท่ีทนายความหรือท่ีปรึกษาได้ทาลงต่อหน้าคู่กรณีให้ถือว่าเป็นการกระทาของคู่กรณี เว้นแต่
ค่กู รณจี ะไดค้ ดั คา้ นเสียแต่ในขณะนั้น

มาตรา 24 คู่กรณีอาจมีหนังสือแต่งตั้งให้บุคคลหน่ึงบุคคลใดซึ่งบรรลุนิติภาวะกระทาการอย่างหนึ่ง

อย่างใดตามท่ีกาหนดแทนตนในกระบวนการพิจารณาทางปกครองใดๆ ได้ ในการน้ี เจ้าหน้าท่ีจะดาเนิน

กระบวนพิจารณาทางปกครองกับตัวค่กู รณีไดเ้ ฉพาะเม่ือเป็นเรื่องที่ผู้น้ันมีหน้าท่ีโดยตรงท่ีจะต้องทาการนั้นด้วย

ตนเองและต้องแจ้งใหผ้ ู้ไดร้ ับการแตง่ ต้งั ให้กระทาการแทนทราบด้วย

หากปรากฏว่าผู้ได้รับการแต่งต้ังให้กระทาการแทนผู้ใดไม่ทราบข้อเท็จจริงในเร่ืองนั้นเพียงพอหรือมี

เหตไุ ม่ควรไวว้ างใจในความสามารถของบคุ คลดังกลา่ วใหเ้ จ้าหน้าท่ีแจ้งใหค้ ู่กรณที ราบโดยไมช่ ักช้า

การแต่งตงั้ ให้กระทาการแทนไมถ่ อื วา่ สิ้นสดุ ลงเพราะความตายของคู่กรณีหรือการที่ความสามารถหรือ

ความเป็นผู้แทนของคู่กรณีเปล่ียนแปลงไป เว้นแต่ผู้สืบสิทธิตามกฎหมายของคู่กรณีหรือคู่กรณีจะถอนการ

แตง่ ตง้ั ดงั กล่าว

ออกบอ่ ย มาตรา 25 ในกรณีที่มีการยื่นคาขอโดยมีผู้ลงชื่อร่วมกันเกินห้าสิบคนหรือมีคู่กรณีเกินห้าสิบคนยื่นคา

ขอที่มีข้อความอย่างเดียวกันหรือทานองเดียวกัน ถ้าในคาขอมีการระบุให้บุคคลใดเป็นตัวแทนของบุคคลดังกล่าว

หรอื มขี อ้ ความเป็นปรยิ ายให้เข้าใจไดเ้ ชน่ นัน้ ใหถ้ อื วา่ ผทู้ ี่ถูกระบุชื่อดังกล่าวเป็นตวั แทนร่วมของคู่กรณีเหลา่ นั้น

ในกรณีที่มีคู่กรณีเกินห้าสิบคนย่ืนคาขอให้มีคาส่ังทางปกครองในเรื่องเดียวกัน โดยไม่มีการกาหนดให้

บุคคลใดเป็นตัวแทนร่วมของตนตามวรรคหน่ึง ให้เจ้าหน้าท่ีในเร่ืองนั้นแต่งต้ังบุคคลท่ีคู่กรณีฝุายข้างมาก

เห็นชอบเป็นตัวแทนร่วมของบุคคลดังกล่าว ในกรณีนี้ให้นามาตรา 24 วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับ

โดยอนุโลม

ตัวแทนร่วมตามวรรคหนึง่ หรือวรรคสองต้องเปน็ บุคคลธรรมดา

-94-
รวบรวมและจดั ทาโดย แอดมนิ ดษิ ฐ์

คู่กรณีจะบอกเลิกการให้ตัวแทนร่วมดาเนินการแทนตนเมื่อใดก็ได้แต่ต้องมีหนังสือแจ้งให้เจ้าหน้าที่
ทราบและดาเนนิ การใดๆ ในกระบวนการพจิ ารณาทางปกครองต่อไปด้วยตนเอง

ตัวแทนร่วมจะบอกเลิกการเป็นตัวแทนเมื่อใดก็ได้ แต่ต้องมีหนังสือแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบกับต้องแจ้ง
ใหค้ ู่กรณที กุ รายทราบด้วย

ส่วนที่ 3

การพิจารณา

มาตรา 26 เอกสารท่ียน่ื ต่อเจา้ หนา้ ท่ีใหจ้ ดั ทาเป็นภาษาไทย ถ้าเป็นเอกสารท่ีทาข้ึนเป็นภาษาต่างประเทศ
ให้คู่กรณีจัดทาคาแปลเป็นภาษาไทยท่ีมีการรับรองความถูกต้องมาให้ภายในระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่กาหนด
ในกรณีนี้ให้ถือว่าเอกสารดังกล่าวได้ยื่นต่อเจ้าหน้าท่ีในวันท่ีเจ้าหน้าที่ได้รับคาแปลน้ัน เว้นแต่เจ้าหน้าที่จะ
ยอมรับเอกสารที่ทาขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศ และในกรณีน้ีให้ถือว่าวันท่ีได้ยื่นเอกสารฉบับท่ีทาข้ึนเป็น
ภาษาตา่ งประเทศเปน็ วนั ทเ่ี จ้าหน้าทไ่ี ดร้ บั เอกสารดงั กลา่ ว

การรับรองความถูกต้องของคาแปลเป็นภาษาไทยหรือการยอมรับเอกสารที่ทาข้ึนเป็นภาษาต่างประเทศ
ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์และวิธกี ารท่กี าหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 27 ให้เจา้ หน้าท่ีแจ้งสทิ ธิและหน้าท่ใี นกระบวนการพจิ ารณาทางปกครองให้คู่กรณีทราบตาม
ความจาเป็นแก่กรณี

เมื่อมีผู้ยื่นคาขอเพื่อให้เจ้าหน้าที่มีคาส่ังทางปกครอง ให้เป็นหน้าท่ีของเจ้าหน้าที่ผู้รับคาขอท่ีจะต้อง
ดาเนินการตรวจสอบความถูกต้องของคาขอและความครบถ้วนของเอกสาร บรรดาที่มีกฎหมายหรือกฎ
กาหนดให้ต้องย่ืนมาพร้อมกับคาขอ หากคาขอไม่ถูกต้อง ให้เจ้าหน้าท่ีดังกล่าวแนะนาให้ผู้ย่ืนคาขอดาเนินการ
แก้ไขเพ่ิมเติมเสียให้ถูกต้อง และหากมีเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้แจ้งให้ผู้ยื่นคาขอทราบทันทีหรือภายในไม่เกิน
เจ็ดวันนับแต่วันท่ีได้รับคาขอ ในการแจ้งดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ทาเป็นหนังสือลงลายมือช่ือของผู้รับคาขอและ
ระบุรายการเอกสารท่ีไม่ถูกต้องหรือยังไม่ครบถ้วนให้ผู้ย่ืนคาขอทราบพร้อมทั้งบันทึกการแจ้งดังกล่าวไว้ใน
กระบวนพจิ ารณาจัดทาคาสงั่ ทางปกครองนนั้ ดว้ ย

เม่ือผู้ ยื่น คา ขอได้แ ก้ไขคาขอห รื อจั ดส่ งเ อกสา ร ตา มท่ีระบุในกา รแ จ้ง ตา มว รร คสองครบ ถ้ว นแ ล้ ว
เจ้าหนา้ ทีจ่ ะปฏเิ สธไมด่ าเนินการตามคาขอเพราะเหตุยังขาดเอกสารอีกมิได้ เว้นแต่มีความจาเป็นเพื่อปฏิบัติให้
ถูกต้องตามกฎหมายหรือกฎและได้รับความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชาเหนือตนข้ึนไปช้ันหนึ่งตามมาตรา 20
ในกรณเี ชน่ น้นั ใหผ้ บู้ ังคับบญั ชาดงั กล่าวดาเนินการตรวจสอบขอ้ เท็จจรงิ โดยพลนั หากเห็นว่าเป็นความบกพร่อง
ของเจ้าหน้าทีใ่ ห้ดาเนินการทางวนิ ัยตอ่ ไป

ผูย้ น่ื คาขอตอ้ งดาเนนิ การแก้ไขหรือส่งเอกสารเพิม่ เติมต่อเจ้าหน้าท่ีภายในเวลาท่ีเจ้าหน้าท่ีกาหนดหรือ
ภายในเวลาทีเ่ จ้าหนา้ ทอี่ นุญาตใหข้ ยายออกไป เม่อื พน้ กาหนดเวลาดังกล่าวแล้ว หากผู้ย่ืนคาขอไม่แก้ไขหรือส่ง
เอกสารเพ่มิ เติมใหค้ รบถ้วน ให้ถือว่าผู้ย่ืนคาขอไม่ประสงค์ท่ีจะให้เจ้าหน้าท่ีดาเนินการตามคาขอต่อไป ในกรณี
เช่นน้ันให้เจ้าหน้าท่ีส่งเอกสารคืนให้ผู้ยื่นคาขอพร้อมท้ังแจ้งสิทธิในการอุทธรณ์ให้ผู้ยื่นคาขอทราบ และบันทึก
การดาเนนิ การดังกล่าวไว้

มาตรา 28 ในการพจิ ารณาทางปกครอง เจ้าหน้าท่ีอาจตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ตามความเหมาะสมใน
เรือ่ งน้ันๆ โดยไม่ตอ้ งผกู พนั อย่กู บั คาขอหรอื พยานหลกั ฐานของค่กู รณี

-95-
รวบรวมและจดั ทาโดย แอดมนิ ดิษฐ์

มาตรา 29 เจ้าหนา้ ทตี่ อ้ งพจิ ารณาพยานหลกั ฐานที่ตนเหน็ ว่าจาเปน็ แกก่ ารพสิ ูจน์ข้อเท็จจริง ในการนี้
ใหร้ วมถึงการดาเนนิ การดงั ต่อไปนี้

(1) แสวงหาพยานหลกั ฐานทุกอย่างท่เี ก่ยี วข้อง
(2) รับฟังพยานหลักฐาน คาชี้แจง หรือความเห็นของคู่กรณีหรือของพยานบุคคลหรือพยานผู้เช่ียวชาญ
ทคี่ กู่ รณกี ล่าวอา้ ง เวน้ แต่เจ้าหน้าทีเ่ หน็ ว่าเป็นการกล่าวอา้ งที่ไม่จาเปน็ ฟุมเฟือยหรือเพอื่ ประวงิ เวลา
(3) ขอข้อเทจ็ จริงหรือความเห็นจากค่กู รณี พยานบุคคล หรือพยานผู้เชี่ยวชาญ
(4) ขอใหผ้ คู้ รอบครองเอกสารส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง
(5) ออกไปตรวจสถานท่ี
คู่กรณีต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง และมีหน้าท่ีแจ้งพยานหลักฐานที่ตน
ทราบแกเ่ จ้าหน้าท่ี
พยานหรอื พยานผเู้ ช่ียวชาญท่เี จา้ หนา้ ที่เรียกมาให้ถ้อยคาหรือทาความเห็นมีสิทธิได้รับค่าปุวยการตาม
หลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารทก่ี าหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 30 ในกรณที ่คี าสง่ั ทางปกครองอาจกระทบถึงสิทธิของคู่กรณี เจ้าหน้าที่ต้องให้คู่กรณีมีโอกาส
ทีจ่ ะได้ทราบข้อเทจ็ จรงิ อยา่ งเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แยง้ และแสดงพยานหลกั ฐานของตน

ความในวรรคหนึ่งมิใหน้ ามาใช้บงั คับในกรณีดังต่อไปน้ี เวน้ แต่เจา้ หน้าทจ่ี ะเห็นสมควรปฏบิ ัติเป็นอย่างอ่ืน
(1) เม่ือมีความจาเป็นรีบด่วนหากปล่อยให้เน่ินช้าไปจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หน่ึง
ผู้ใดหรอื จะกระทบตอ่ ประโยชน์สาธารณะ
(2) เมือ่ จะมีผลทาให้ระยะเวลาท่ีกฎหมายหรือกฎกาหนดไว้ในการทาคาสั่งทางปกครองต้องล่าชา้ ออกไป
(3) เมือ่ เปน็ ขอ้ เทจ็ จรงิ ท่ีคกู่ รณนี ัน้ เองไดใ้ ห้ไว้ในคาขอ คาให้การหรือคาแถลง
(4) เมอื่ โดยสภาพเห็นไดช้ ัดในตวั ว่าการให้โอกาสดงั กล่าวไมอ่ าจกระทาได้
(5) เมอ่ื เป็นมาตรการบงั คับทางปกครอง
(6) กรณีอ่ืนตามที่กาหนดในกฎกระทรวง
ห้ามมใิ หเ้ จา้ หนา้ ที่ใหโ้ อกาสตามวรรคหน่ึง ถา้ จะก่อให้เกิดผลเสียหายอยา่ งร้ายแรงต่อประโยชน์สาธารณะ

ออกบ่อย

มาตรา 31 คกู่ รณมี สี ิทธิขอตรวจดูเอกสารที่จาเปน็ ต้องรูเ้ พ่ือการโต้แย้งหรือชแี้ จงหรอื ปูองกันสิทธิของ
ตนได้ แตถ่ ้ายังไม่ได้ทาคาสั่งทางปกครองในเร่ืองนัน้ คู่กรณีไมม่ สี ทิ ธิขอตรวจดูเอกสารอันเปน็ ต้นรา่ งคาวนิ ิจฉยั

การตรวจดูเอกสาร คา่ ใช้จา่ ยในการตรวจดเู อกสาร หรือการจัดทาสาเนาเอกสารให้เป็นไปตาม
หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารที่กาหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 32 เจ้าหน้าที่อาจไม่อนุญาตให้ตรวจดูเอกสารหรือพยานหลักฐานได้ ถ้าเป็นกรณีที่ต้องรักษา
ไวเ้ ปน็ ความลบั

มาตรา 33 เพื่อประโยชน์ในการอานวยความสะดวกแก่ประชาชน ความประหยัดและความมี
ประสิทธิภาพในการดาเนินงานของรัฐ ให้คณะรัฐมนตรีวางระเบียบกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพ่ือให้
เจา้ หนา้ ทกี่ าหนดเวลาสาหรบั การพิจารณาทางปกครองข้ึนไว้ตามความเหมาะสมแก่กรณี ทั้งน้ี เท่าที่ไม่ขัดหรือ
แยง้ กับกฎหมายหรอื กฎในเร่อื งนั้น

ในกรณที ่ีการดาเนนิ งานในเรื่องใดจะต้องผ่านการพิจารณาของเจ้าหน้าที่มากกว่าหน่ึงราย เจ้าหน้าท่ีที่
เกย่ี วขอ้ งมหี น้าที่ต้องประสานงานกนั ในการกาหนดเวลาเพ่ือการดาเนินงานในเร่ืองนน้ั

-96-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมินดิษฐ์

ส่วนที่ 4

รูปแบบและผลของคาสั่งทางปกครอง

ออกบ่อย

มาตรา 34 คาสัง่ ทางปกครองอาจทาเป็นหนังสือหรือวาจาหรอื โดยการส่ือความหมายในรปู แบบอื่นก็ได้
แตต่ อ้ งมขี ้อความหรือความหมายท่ีชัดเจนเพียงพอที่จะเข้าใจได้

มาตรา 35 ในกรณีท่ีคาสั่งทางปกครองเป็นคาสั่งด้วยวาจา ถ้าผู้รับคาส่ังน้ันร้องขอและการร้องขอได้
กระทาโดยมีเหตุอันสมควรภายในเจ็ดวันนับแต่วันท่ีมีคาส่ังดังกล่าว เจ้าหน้าท่ีผู้ออกคาสั่งต้องยืนยันคาส่ังนั้น
เป็นหนงั สอื

มาตรา 36 คาส่ังทางปกครองที่ทาเป็นหนังสืออย่างน้อยต้องระบุ วัน เดือน และปีที่ทาคาส่ัง ช่ือและ
ตาแหน่งของเจา้ หนา้ ทผี่ ู้ทาคาสงั่ พร้อมทงั้ มลี ายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ผ้ทู าคาส่งั นน้ั

มาตรา 37 คาสั่งทางปกครองที่ทาเป็นหนังสือและการยืนยันคาส่ังทางปกครองเป็นหนังสือต้องจัดให้
มเี หตผุ ลไว้ดว้ ย และเหตผุ ลนน้ั อย่างนอ้ ยต้องประกอบดว้ ย

(1) ขอ้ เท็จจริงอันเปน็ สาระสาคญั
(2) ข้อกฎหมายท่ีอ้างองิ
(3) ขอ้ พจิ ารณาและขอ้ สนบั สนนุ ในการใชด้ ุลพนิ จิ
นายกรัฐมนตรีหรอื ผูซ้ ่ึงนายกรัฐมนตรมี อบหมายอาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากาหนดให้คาสั่งทาง
ปกครองกรณีหนึง่ กรณีใดต้องระบุเหตผุ ลไวใ้ นคาสั่งนัน้ เองหรอื ในเอกสารแนบทา้ ยคาสง่ั น้ันก็ได้

บทบญั ญตั ิตามวรรคหนงึ่ ไมใ่ ช้บังคบั กบั กรณีดงั ตอ่ ไปนี้
(1) เปน็ กรณีทม่ี ีผลตรงตามคาขอและไมก่ ระทบสทิ ธแิ ละหน้าท่ีของบุคคลอนื่
(2) เหตผุ ลนน้ั เป็นทร่ี ูก้ ันอย่แู ล้วโดยไม่จาตอ้ งระบอุ ีก
(3) เปน็ กรณีท่ีต้องรกั ษาไว้เป็นความลบั ตามมาตรา 32
(4) เปน็ การออกคาสั่งทางปกครองด้วยวาจาหรือเป็นกรณีเร่งด่วน แต่ต้องให้เหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร
ในเวลาอนั ควรหากผูอ้ ยู่ในบังคบั ของคาส่งั นั้นร้องขอ

มาตรา 38 บทบญั ญตั ิตามมาตรา 36 และมาตรา 37 วรรคหนึ่ง มใิ หใ้ ชบ้ งั คับกบั คาสง่ั ทางปกครองที่
กาหนดในกฎกระทรวง ทัง้ น้ี ตามหลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเงื่อนไขที่กาหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 39 การออกคาสั่งทางปกครองเจ้าหน้าที่อาจกาหนดเง่ือนไขใดๆ ได้เท่าท่ีจาเป็นเพ่ือให้บรรลุ
วตั ถุประสงคข์ องกฎหมาย เว้นแต่กฎหมายจะกาหนดขอ้ จากดั ดลุ พินิจเปน็ อย่างอน่ื

การกาหนดเง่ือนไขตามวรรคหน่ึง ให้หมายความรวมถึงการกาหนดเง่ือนไขในกรณีดังต่อไปน้ี ตาม
ความเหมาะสมแก่กรณีด้วย

(1) การกาหนดให้สทิ ธหิ รือภาระหน้าท่ีเริ่มมผี ลหรือสิน้ ผล ณ เวลาใดเวลาหน่ึง
(2) การกาหนดให้การเร่ิมมผี ลหรือสิ้นผลของสิทธิหรือภาระหน้าท่ีต้องขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ในอนาคตที่
ไมแ่ น่นอน
(3) ข้อสงวนสิทธิทจ่ี ะยกเลิกคาสั่งทางปกครอง
(4) การกาหนดให้ผู้ได้รับประโยชน์ต้องกระทาหรืองดเว้นกระทาหรือต้องมีภาระหน้าท่ีหรือยอมรับภาระหน้าท่ี
หรอื ความรบั ผิดชอบบางประการ หรือการกาหนดข้อความในการจัดใหม้ ีเปลี่ยนแปลง หรือเพมิ่ ข้อกาหนดดังกล่าว

-97-
รวบรวมและจัดทาโดย แอดมินดษิ ฐ์

ออกบ่อย

มาตรา 39/1 การออกคาส่ังทางปกครองเป็นหนังสือในเร่ืองใด หากมิได้มีกฎหมายหรือกฎกาหนด
ระยะเวลาในการออกคาสั่งทางปกครองในเร่ืองนั้นไว้เป็นประการอื่น ให้เจ้าหน้าที่ออกคาสั่งทางปกครองน้ัน
ให้แล้วเสรจ็ ภายในสามสบิ วันนบั แต่วันทเี่ จา้ หนา้ ที่ได้รับคาขอและเอกสารถกู ต้องครบถว้ น

ใหเ้ ปน็ หน้าทข่ี องผู้บังคบั บัญชาชั้นเหนือขึ้นไปของเจ้าหน้าที่ ที่จะกากับดูแลให้เจ้าหน้าท่ีดาเนินการให้
เปน็ ไปตามวรรคหนึง่

มาตรา 40 คาส่ังทางปกครองที่อาจอุทธรณ์หรือโต้แย้งต่อไปได้ให้ระบุกรณีท่ีอาจอุทธรณ์หรือโต้แย้ง
การยน่ื คาอทุ ธรณ์หรือคาโตแ้ ยง้ และระยะเวลาสาหรบั การอทุ ธรณห์ รอื การโตแ้ ยง้ ดงั กลา่ วไวด้ ว้ ย

ในกรณีท่ีมีการฝุาฝืนบทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ให้ระยะเวลาสาหรับการอุทธรณ์หรือการโต้แย้งเร่ิมนับ
ใหมต่ ้ังแตว่ นั ทไ่ี ด้รบั แจง้ หลกั เกณฑ์ตามวรรคหนึง่ แต่ถ้าไม่มีการแจ้งใหม่และระยะเวลาดังกล่าวมีระยะเวลาสั้น
กวา่ หนงึ่ ปี ใหข้ ยายเปน็ หน่ึงปนี ับแต่วนั ท่ีไดร้ บั คาสั่งทางปกครอง

มาตรา 41 คาสั่งทางปกครองที่ออกโดยการฝุาฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปน้ี ไม่เป็นเหตุ
ใหค้ าสั่งทางปกครองนน้ั ไม่สมบรู ณ์

(1) การออกคาสัง่ ทางปกครองโดยยังไม่มผี ้ยู ่นื คาขอในกรณีท่ีเจ้าหน้าที่จะดาเนินการเองไม่ได้นอกจาก
จะมีผ้ยู ืน่ คาขอ ถ้าต่อมาในภายหลังได้มกี ารยน่ื คาขอเชน่ นนั้ แล้ว

(2) คาสั่งทางปกครองที่ต้องจัดให้มีเหตุผลตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง ถ้าได้มีการจัดให้มีเหตุผล
ดงั กลา่ วในภายหลงั

(3) การรบั ฟังคูก่ รณีที่จาเปน็ ตอ้ งกระทาได้ดาเนนิ การมาโดยไมส่ มบูรณ์ ถ้าได้มกี ารรบั ฟังให้สมบรู ณ์ในภายหลัง
(4) คาสง่ั ทางปกครองที่ตอ้ งใหเ้ จา้ หนา้ ที่อนื่ ให้ความเห็นชอบก่อน ถ้าเจ้าหน้าที่น้ันได้ให้ความเห็นชอบ
ในภายหลัง
เม่ือมีการดาเนินการตามวรรคหนึ่ง (1) (2) (3) หรือ (4) แล้ว และเจ้าหน้าที่ผู้มีคาส่ังทางปกครอง
ประสงค์ให้ผลเป็นไปตามคาส่ังเดิมให้เจ้าหน้าท่ีผู้น้ันบันทึกข้อเท็จจริงและความประสงค์ของตนไว้ในหรือแนบ
ไวก้ บั คาสง่ั เดิมและตอ้ งมีหนังสือแจง้ ความประสงค์ของตนใหค้ ู่กรณที ราบด้วย
กรณีตาม (2) (3) และ (4) จะต้องกระทาก่อนส้ินสุดกระบวนการพิจารณาอุทธรณ์ตามส่วนที่ 5 ของ
หมวดนี้ หรอื ตามกฎหมายเฉพาะวา่ ด้วยการนัน้ หรอื ถ้าเป็นกรณีที่ไม่ต้องมีการอุทธรณ์ดังกล่าวก็ต้องก่อนมีการ
นาคาสง่ั ทางปกครองไปสู่การพจิ ารณาของผมู้ ีอานาจพิจารณาวนิ จิ ฉัยความถูกต้องของคาสงั่ ทางปกครองนั้น

มาตรา 42 คาสงั่ ทางปกครองให้มผี ลใชย้ ันตอ่ บุคคลตั้งแต่ขณะท่ีผนู้ ้นั ไดร้ บั แจง้ เปน็ ตน้ ไป
คาสั่งทางปกครองย่อมมีผลตราบเทา่ ทยี่ งั ไมม่ ีการเพิกถอนหรอื ส้ินผลลงโดยเงอ่ื นเวลาหรอื โดยเหตอุ ื่น
เม่ือคาส่ังทางปกครองส้ินผลลง ให้เจ้าหน้าที่มีอานาจเรียกผู้ซ่ึงครอบครองเอกสารหรือวัตถุอ่ืนใดท่ีได้
จดั ทาข้นึ เนอื่ งในการมีคาส่ังทางปกครองดังกล่าว ซึ่งมีข้อความหรือเครื่องหมายแสดงถึงการมีอยู่ของคาสั่งทาง
ปกครองนั้น ให้ส่งคืนส่ิงนั้นหรือให้นาสิ่งของดังกล่าวอันเป็นกรรมสิทธ์ิของผู้นั้นมาให้เจ้าหน้าที่จัดทา
เครอื่ งหมายแสดงการส้ินผลของคาส่ังทางปกครองดงั กล่าวได้

มาตรา 43 คาสั่งทางปกครองที่มีข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือผิดหลงเล็กน้อยนั้น เจ้าหน้าท่ีอาจแก้ไข
เพิม่ เติมไดเ้ สมอ

ในการแก้ไขเพ่ิมเติมคาสั่งทางปกครองตามวรรคหนึ่งให้แจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบตามควรแก่กรณี ใน
การน้ี เจ้าหน้าท่ีอาจเรียกให้ผู้ที่เก่ียวข้องจัดส่งคาสั่งทางปกครอง เอกสารหรือวัตถุอื่นใดท่ีได้จัดทาข้ึนเน่ืองใน
การมคี าสัง่ ทางปกครองดังกลา่ วมาเพื่อการแก้ไขเพิ่มเติมได้


Click to View FlipBook Version
Previous Book
ราชองครักษ์และนายทหารพิเศษ พ.ศ.๒๕๔๒ (อทร. ๑๐๐๕)
Next Book
Epson Product Catalogue 2022