The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียน.เรื่องการพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานในกีฬาแฮนด์บอล โดยใช้ตาราง 9 ช่อง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 รายวิชาพลศึกษา รหัสวิชา พ21101 ภาคเรียนที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by KruPaePE, 2023-07-09 02:54:15

วิจัยในชั้นเรียน.พลศึกษา.ม.1เรื่องการพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานในกีฬาแฮนด์บอล โดยใช้ตาราง 9 ช่อง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 รายวิชาพลศึกษา รหัสวิชา พ21101 ภาคเรียนที่ 1

วิจัยในชั้นเรียน.เรื่องการพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานในกีฬาแฮนด์บอล โดยใช้ตาราง 9 ช่อง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 รายวิชาพลศึกษา รหัสวิชา พ21101 ภาคเรียนที่ 1

Keywords: กีฬาเเฮนบอล,รร

๔๕ 1.1.3 วิเคราะห์เนื้อหาสาระการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปี คำอธิบายรายวิชา การจัดสาระการเรียนรู้ โครงสร้างการจัดสาระการเรียนรู้รายวิชาพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. การทดสอบเครื่องมือ 2.1 นำเเบบฝึกทักษะความคล่องไว โดยใช้ตาราง 9 ช่อง ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ที่ผู้วิจัยสร้าง ขึ้นเสนอต่อกลุ่มครูแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณาตรวจความเรียบร้อย เสนอแนะเพื่อปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องตามข้อเสนอแนะ 2.2 กลุ่มครูแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) หรือผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับมอบหมาย ประเมินเเบบฝึกทักษะความคล่องไวโดยวิธีของ Likert เป็นแบบ Rating Scale มี 5 ระดับ ดังต่อไปนี้ (บุญชม ศรีสะอาด, 2545) 4.51 – 5.00 มีค่าเท่ากับ มีความเหมาะสมมากที่สุด 3.51 – 4.50 มีค่าเท่ากับ มีความเหมาะสมมาก 2.51 – 3.50 มีค่าเท่ากับ มีความเหมาะสมปานกลาง 1.51 – 2.50 มีค่าเท่ากับ มีความเหมาะสมน้อย 1.00 – 1.50 มีค่าเท่ากับ มีความเหมาะสมน้อยที่สุด โดยค่าความเหมาะสมมีค่าเฉลี่ย 3.50 ขึ้นไปเป็นเกณฑ์ตัดสินถือว่าเป็นแผนการจัดการ เรียนรู้ที่มีความเหมาะสมและใช้ได้ 2.3 ตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) โดยหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Objective Conguence) ที่มีค่าตั้งแต่ 0.50 2.4 นำแบบสอบถามวัดความพึงพอใจมาทดสอบความเชื่อถือได้ (Reliability) ด้วยการ คำนวณหาค่าคงที่ภายใน (Internal Consistency) โดยใช้สูตรการหาค่าสัมประสิทธิ์ของครอนบาค (Cronbach ’s Alpha Coefficient) การคำนวณประสิทธิภาพของแบบฝึก กระทำโดยใช้สูตรต่อไปนี้ E1 = A N X x 100 E2 = B N Y x 100 E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการคิดเป็นร้อยละจากการตอบแบบฝึกหัด ของชุดการฝึกได้ถูกต้อง


๔๖ E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์คิดเป็นร้อยละจากการทำแบบทดสอบ หลังการฝึกแต่ละชุดได้ถูกต้อง X แทน คะแนนรวมของผู้เรียนจากแบบฝึกหัด Y แทน คะแนนรวมของการทดสอบหลังจากฝึก N แทน จำนวนของผู้เรียน A แทน คะแนนเต็มของแบบฝึก B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังการฝึก E1 ได้จากการนำคะแนนงานทุกชิ้นของนักเรียนแต่ละคนรวมกันแล้วหาค่าเฉลี่ยเทียบเป็นร้อยละ E2 ได้จากการนำคะแนนผลการสอบหลังการทดลองของนักเรียนทั้งหมดรวมกัน แล้วหาค่าเฉลี่ยเทียบ เป็นร้อยละ การสร้างแบบประเมินเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน โดยใช้ตาราง 9 ช่อง 1. แบบประเมินคุณภาพของเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน โดยใช้ตาราง 9 ช่อง ที่ใช้ในการ สอน จะสร้างเพื่อให้ทุกคนที่ใช้เเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน โดยใช้ตาราง 9 ช่อง และผู้เชี่ยวชาญ ได้มีการ ประเมินด้านเนื้อหาความเหมาะสมของแบบฝึกก่อนที่จะมีการปรับปรุงมาใช้จริงในวิจัย 2. สร้างแบบประเมินคุณภาพของเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน โดยใช้ตาราง 9 ช่อง ที่ใช้ใน การสอน ด้านของเนื้อหา 3. แก้ไขปรับปรุงแบบประเมินที่ได้รับคำแนะนำจากครูผู้เชี่ยวชาญและสมาชิกกลุ่มครูแลกเปลี่ยน เรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) 4. นำแบบประเมินไปใช้เป็นเครื่องมือในการหาคุณภาพของเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน โดย ใช้ตาราง ๙ ช่อง ที่ใช้ในการสอนในรายวิชาที่สอน โดยกำหนดระดับคุณภาพคำถามแบบใช้คำถามที่วัดข้อมูล ประเภทอันตรภาค (Interval Scale) เรียงจากมากไปหาน้อย เพื่อวัดระดับความเห็นต่อกระบวนการตัดสินใจโดย แบ่งเป็น 5 คะแนนใช้มาตราวัดของไลเคิร์ท (Likert scale) ได้แก่ (ธานินทร์ ศิลป์จารุ, 2557:336) คะแนน 5 หมายถึง มากที่สุด คะแนน 4 หมายถึง มาก คะแนน 3 หมายถึง ปานกลาง คะแนน 2 หมายถึง น้อย คะแนน 1 หมายถึง น้อยที่สุด โดยเกณฑ์การยอมรับคุณภาพของการผลิตเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน โดยใช้ตาราง 9 ช่อง ที่ใช้ในการสอนซึ่งพิจารณาจากค่าเฉลี่ยของคาถามแต่ละข้อ ข้อใดที่ได้ค่าเฉลี่ย “ดี ถึง ดีมาก”จึงจะยอมรับ


๔๗ นอกจากนั้นค่าเฉลี่ยรวมต้องไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ “ดี” ซึ่งผู้วิจัย ได้กาหนดค่าเฉลี่ยดังนี้ (ธานินทร์ ศิลป์จารุ, 2557:336) ค่าเฉลี่ย 4.50-5.00 หมายถึง มีคุณภาพในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ย 3.50-4.49 หมายถึง มีคุณภาพในระดับดี ค่าเฉลี่ย 2.50-3.49 หมายถึง มีคุณภาพในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.50-2.49 หมายถึง มีคุณภาพในระดับน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00-1.49 หมายถึง มีคุณภาพในระดับน้อยที่สุด ค่าเฉลี่ย 1.00-1.49 หมายถึง มีคุณภาพในระดับดีน้อยที่สุด แบบแผนการทดลองและขั้นตอนการดำเนินการทดลอง 1. แบบแผนการทดลอง การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง (Quasi – experimental Research) โดยใช้แบบแผนการทดลองแบบ One Group Pre – test Post – test Design (ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ, 2556 : 249) โดยมีลักษณะการทดลองดังตาราง ดังนี้ ตารางที่ 1 แบบแผนการทดลองแบบแบบ One Group Pre – test Post – test Design กลุ่ม Pre-test Treatment Post-test ทดลอง T1 X T2 T1 หมายถึง การทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) X หมายถึง การจัดการเรียนรู้โดยใช้เเบบฝึกทักษะความคล่องไว T2 หมายถึง การทดสอบหลังเรียน (Post-test) 2. ขั้นตอนการดำเนินการทดลอง ขั้นเตรียมการสอน ผู้วิจัยชี้แจงให้นักเรียนกลุ่มตัวอย่างทราบถึงวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้ตาราง ๙ ช่อง เพื่อพัฒนาทักษะการ เคลื่อนไหวพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้เข้าใจตรงกัน และปฏิบัติกิจกรรม ได้อย่างถูกต้อง ขั้นดำเนินการสอน ผู้วิจัยดำเนินการจัดการเรียนรู้ด้วยตนเองตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นระยะเวลา 6 ชั่วโมง ดังนี้ 1. ก่อนทำการสอนผู้วิจัยทำการทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) ซึ่งใช้แบบทดสอบทักษะพื้นฐานกีฬา แฮนด์บอลและแบบทดสอบสมรรถภาพทางกาย กับนักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง 2. ดำเนินการสอนโดยใช้เเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานโดยใช้ตาราง 9 ช่อง ใช้เวลาสอนทั้งหมด 12 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง


๔๘ 3. ครูให้คำแนะนำกับการใช้เเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานโดยใช้ตาราง 9 ช่อง และสาธิตการทำให้ นักเรียนเข้าใจ 4. ครูนำกิจกรรมการสอนมาประยุกต์ใช้กับชุดเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานโดยใช้ตาราง 9 ช่อง ให้ นักเรียนได้ปฏิบัติ ขั้นสิ้นสุดการสอน 1. ผู้วิจัยทำการทดสอบหลังเรียน (Post-test) ด้วยแบบทดสอบทักษะพื้นฐานกีฬาแฮนด์บอลและ แบบทดสอบสมรรถภาพทางกาย กับนักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง 2. นำแบบทดสอบทักษะพื้นฐานกีฬาแฮนด์บอลและแบบทดสอบสมรรถภาพทางกาย มาประเมินผล คะแนน การจัดกระทำข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล การศึกษาครั้งนี้ ผู้รายงานทำการวิเคราะห์ข้อมูล โดยดำเนินการจัดกระทำกับข้อมูล และวิเคราะห์ ข้อมูล ดังนี้ 1. วิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละของคะแนนเฉลี่ยที่ได้จากการทำ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน 2. วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานโดยใช้ตาราง 9 ช่อง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3. วิเคราะห์หาคะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละของคะแนนเฉลี่ย ที่ได้จากการประเมินพฤติกรรมการทำงานกิจกรรมกลุ่ม และการทำเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานโดยใช้ ตาราง 9 ช่อง ระหว่างเรียน 4. การหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน โดยใช้ตาราง 9 ช่อง 4.1 หาค่าสถิติพื้นฐานคะแนนจากการทำแบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียนจาก แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 4.2 วิเคราะห์เปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ก่อนเรียน และหลังเรียนโดยใช้การทดสอบ t-test แบบ Dependent Samples สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. สถิติพื้นฐาน ได้แก่ 1. ร้อยละ (Percentage) ใช้สูตร P สูตร = 100 N f P เมื่อ P แทน ร้อยละ f แทน ความถี่ที่ต้องการแปลงให้เป็นร้อยละ N แทน จำนวนความถี่ทั้งหมด 2. ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (mean) โดยคำนวณจากสูตร (ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ.2558: 73)


๔๙ N x x = เมื่อ x แทน ค่าเฉลี่ยของคะแนน x แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด N แทน จำนวนนักเรียนทั้งหมด *การคำนวณหาประสิทธิภาพ คือ การหาค่าประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) และประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) ซึ่งมีแนวทางการคำนวณ ดังนี้ 3. การคำนวณหาประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) x100 NxA X E 1 1 = เมื่อ E1 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ X1 คือ คะแนนรวมของแบบฝึกหัดหรือกิจกรรมในบทเรียน A คือ คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดหรือกิจกรรมในบทเรียน N คือ จำนวนผู้เรียน 4. การคำนวณหาประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) x100 NxB X E 2 2 = เมื่อ E2 คือ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ X2 คือ คะแนนรวมของแบบทดสอบหลังเรียน B คือ คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียน N คือ จำนวนผู้เรียน การยอมรับประสิทธิภาพ 1. สูงกว่าเกณฑ์ คือ ตั้งเกณฑ์ E1 / E2 ไว้แล้วได้ค่าประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เช่น ตั้งเกณฑ์มาตรฐานไว้ 90/90 แล้วคำนวณค่าประสิทธิภาพบทเรียนสำเร็จรูปได้ 95/95 2. เท่าเกณฑ์ คือ ตั้งเกณฑ์ E1 / E2 ไว้ แล้วได้ค่าประสิทธิภาพเท่ากับเกณฑ์ที่ตั้งไว้พอดี เช่น ตั้งเกณฑ์มาตรฐานไว้ 90/90 แล้วคำนวณค่าประสิทธิภาพบทเรียนสำเร็จรูปได้ 90/90 3. ต่ำกว่าเกณฑ์ คือ ตั้งเกณฑ์ E1 / E2 ไว้แล้วได้ค่าประสิทธิภาพต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ไม่เกิน + 2.5 % 5. สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการหาคุณภาพเครื่องมือ = ∑ เมื่อ คือ ดัชนีความสอดคล้องระหว่าง -1 ถึง +1 ∑ คือ ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด


๕๐ คือ จำนวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด 6. การหาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยคำนวณจากสูตร (ล้วน สายยศ และอังคณาสายยศ. 2538:39) S.D. = N x 2 - ( x ) ² N (N-1) เมื่อ S.D. แทน ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน x แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด x 2 แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตัวยกกำลังสอง N แทน จำนวนนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง 7. คะแนนมาตรฐาน (T-Score) เป็นคะแนนที่นำคะแนนดิบมาผ่านขั้นตอนทางสถิติ ทำให้ สามารถวัดได้ว่าผู้เข้าสอบมีความสามารถเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับผู้เข้าสอบในวิชาเดียวกัน (ประภัสสร พ่วงคำ . 2557:98) จึงเป็นการแปลงคะแนนของกลุ่ม โดยทำให้มีคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มเป็น 50 และมีส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานเท่ากับ 10 นั่นเอง คะแนนสอบทั้งกลุ่มจึงมีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 100 การประเมินคะแนนมาตรฐานที (T-Score) อาจกำหนดระดับคุณภาพเป็น 5 ระดับดังนี้ ตั้งแต่ T 65 และสูงกว่า แปลว่า ดีมาก ตั้งแต่ T 55 – 65 แปลว่า ดี ตั้งแต่ T 45 – 55 แปลว่า พอใช้ เฉพาะ T 50 แปลว่า มีความสามารถปานกลางพอดี ตั้งแต่ T 35 -45 แปลว่า ยังไม่พอใช้ ตั้งแต่ T 35 และต่ำกว่า แปลว่า อ่อน


๕๑ บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การรายงานผลการวิจัยการพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานในกีฬาแฮนด์บอล โดยใช้ตาราง 9 ช่อง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย ใน ครั้งนี้ ผู้รายงานได้เสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับขั้น ดังนี้ 1. สัญลักษณ์ที่ใช้ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 2. ลำดับขั้นในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 1. สัญลักษณ์ที่ใช้ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยใช้สัญลักษณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ X แทน คะแนนทดสอบก่อนเรียน Y แทน คะแนนทดสอบหลังเรียน D แทน ผลต่างระหว่างคะแนนทดสอบก่อนเรียนและคะแนนทดสอบหลังเรียน D 2 แทน ผลต่างระหว่างคะแนนทดสอบก่อนเรียนและคะแนนทดสอบหลังเรียนยกกำลังสอง n แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่าง แทน ค่าเฉลี่ยของคะแนน S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) t แทน ค่าพิจารณาในการแจกแจงแบบทีใน (t – distribution) * แทน ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 E1 แทน คะแนนรวมเฉลี่ยร้อยละของคะแนนการปฏิบัติกิจกรรมจากเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหว พื้นฐาน E2 แทน คะแนนรวมเฉลี่ยร้อยละของคะแนนการทดสอบหลังเรียน 2. ลำดับขั้นตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้รายงาน ได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับขั้นตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 การวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน โดยใช้ตาราง 9 ช่อง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ตอนที่ 2 การวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิผลของเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน โดยใช้ตาราง 9 ช่อง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 x


๕๒ 3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน โดยใช้ตาราง 9 ช่อง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ปรากฏผลดังตารางที่ 2 ดังนี้ ตารางที่ 2 แสดงคะแนนเฉลี่ย และร้อยละ ประสิทธิภาพของเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน โดยใช้ ตาราง 9 ช่อง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แบบทดสอบ N ร้อยละ S.D. T ก่อนเรียน 32 คน 64.50 64.50 8.18 10.41 หลังเรียน 32 คน 81.62 81.62 5.73 * มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ประสิทธิภาพของกระบวนการจัดการเรียนรู้ (E1/E2 = 82.75/84.57) จากตารางที่ 2 พบว่า คะแนนเฉลี่ยจากการประเมินพฤติกรรมกลุ่มระหว่างเรียนและการทำเเบบฝึกทักษะ การเคลื่อนไหวพื้นฐาน โดยใช้ตาราง 9 ช่อง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วย การจัดการเรียนรู้พล ศึกษา เรื่องทักษะพื้นฐานกีฬาแฮนด์บอล โดยใช้เเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน โดยใช้ตาราง 9 ช่อง ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 /3 จำนวน 32 คน เท่ากับ 82.75 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 82.75 ของคะแนนเต็ม และคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน เท่ากับ 84.57 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 84.57 ของคะแนนเต็ม ดังนั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เเบ บฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน โดยใช้ตาราง 9 ช่อง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 82.75/84.57 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่ตั้งไว้ ตารางที่ 3 เปรียบเทียบคะแนนสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน เลขที่ ชื่อ - นามสกุล คะแนนก่อนเรียน คะแนนหลังเรียน สรุปผลการประเมิน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ของนักเรียน 1 30 48 ผ่าน 2 37 38 ผ่าน 3 27 37 ผ่าน 4 45 50 ผ่าน 5 49 50 ผ่าน 6 50 54 ผ่าน 7 37 38 ผ่าน 8 24 35 ผ่าน 9 26 39 ผ่าน X


๕๓ 10 38 47 ผ่าน 11 42 47 ผ่าน 12 48 49 ผ่าน 13 32 45 ผ่าน 14 26 40 ผ่าน 15 27 37 ผ่าน 16 26 38 ผ่าน 17 26 36 ผ่าน 18 36 39 ผ่าน 19 46 49 ผ่าน 20 24 38 ผ่าน 21 26 38 ผ่าน 22 25 32 ผ่าน 23 22 32 ผ่าน 24 29 38 ผ่าน 25 30 40 ผ่าน 26 31 47 ผ่าน 27 29 39 ผ่าน 28 28 32 ผ่าน 29 26 34 ผ่าน 30 29 40 ผ่าน 31 35 45 ผ่าน 32 26 39 ผ่าน ค่าเฉลี่ยผลรวมคะแนน 32.25 40.81 ผลต่างคะแนนพัฒนาการ 8.56 - ร้อยละของคะแนนที่เพิ่มขึ้น 22.51% - จากข้อมูลในตารางเปรียบเทียบคะแนนสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน ผลปรากฎว่านักเรียนทุก คนมีผลคะแนนที่ดีขึ้นหลังจากใช้แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนในภาพรวม ซึ่งมีค่าเฉลี่ยผลรวมคะแนนก่อน เรียนเป็น 32.25 คะแนน และค่าเฉลี่ยผลรวมคะแนนหลังเรียนเป็น 40.81 คะแนน และมีค่าผลต่างคะแนน พัฒนาการ +8.56 คะแนน คิดเป็นร้อยละที่เพิ่มขึ้น 22.51 % ซึ่งผลการวิจัยนี้จะช่วยยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนในรายวิชาของนักเรียนให้สูงขึ้นได้ต่อไป ตารางที่ 4 ประสิทธิภาพของการทำเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานโดยใช้ตาราง 9 ช่อง ตามเกณฑ์ 80/80 จำนวนนักเรียน คะแนนเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน (E1) โดยใช้ตาราง 9 ช่อง คะแนนวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (E2) ค่าคะแนนเฉลี่ย(คะแนนเต็ม) ร้อยละ ค่าคะแนนเฉลี่ย(คะแนนเต็ม) ร้อยละ ๓๒ คน 81.88 81.88 84.09 84.09


๕๔ จากตารางที่ 4 พบว่าประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน ที่สร้างขึ้นมีค่าเท่ากับ 81.88/84.09 หมายความว่าเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน ทำให้นักเรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้เท่ากับ 81.88และมีประสิทธิภาพทางการเรียนรู้หรือประสิทธิภาพของเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน ในการ เปลี่ยนแปลงผลการเรียนรู้ของนักเรียนเท่ากับร้อยละ 84.09 แสดงว่าเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย และสามารถนำไปใช้ในการเรียนรู้ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ตารางที่ 5 การวิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิต่อแบบทดสอบที่ใช้ในการเรียนการสอน +1 หมายถึง มั่นใจว่าแบบทดสอบวัดได้ตรงจุดประสงค์ 0 หมายถึง ไม่มั่นใจว่าแบบทดสอบวัดได้ตรงจุดประสงค์หรือไม่ -1 หมายถึง มั่นใจว่าแบบทดสอบวัดไม่ตรงจุดประสงค์ ข้อ/แบบทดสอบ คะแนนจากผู้เชี่ยวชาญคนที่ R N R IOC = แปลผล 1 2 3 ข้อที่ 1 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ ข้อที่ 2 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ ข้อที่ 3 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ ข้อที่ 4 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ ข้อที่ 5 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ ข้อที่ 6 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ ข้อที่ 7 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ ข้อที่ 8 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ ข้อที่ 9 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ ข้อที่ 10 +1 +1 +0 2.00 0.67 ใช้ได้ ค่า IOC = 1.0+1.0+1.0+1.0+1.0+1.0+1.0+1.0+1.0+0.67 / 10 = 9.67/10 = 0.967 สรุปว่า แบบทดสอบการเรียนการสอดังกล่าวนั้นใช้ได้


๕๕ บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การรายงานในครั้งนี้ เป็นการใช้นวัตกรรม คือ เเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานโดยใช้ตาราง 9 ช่อง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย สรุปผลการ ดำเนินงาน ดังนี้ 1. วัตถุประสงค์ในการศึกษา 2. กลุ่มเป้าหมาย 3. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 4. การดำเนินการศึกษา 5. สรุปผล 6. อภิปรายผล 7. ข้อเสนอแนะ 1. วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1. เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาพลศึกษา (กีฬาแฮนด์บอล) สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษา ปีที่ 1 โดยใช้ตาราง 9 ช่อง ให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น 2. เพื่อสร้างและพัฒนาเเบบฝึกตาราง 9 ช่อง เพื่อพัฒนาทักษะทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานของ กีฬาแฮนด์บอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 1. ประชากร ประชากร เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนมกุฎ เมืองราชวิทยาลัย จำนวน 181 คน 2. กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียน มกุฎเมืองราชวิทยาลัย จำนวน 32 คน โดยการสุ่มแบบเจาะจง 3. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ตามลักษณะการใช้ดังนี้ 1.1 ชุดเเบบฝึกความคล่องไวโดยใช้ตาราง 9 ช่อง วิชาพลศึกษา เรื่องการพัฒนาทักษะการ เคลื่อนไหวพื้นฐานในกีฬาแฮนด์บอล 1.2 แบบทดสอบสมรรถภาพ และ ทักษะพื้นฐานกีฬาแฮนด์บอล 4. การดำเนินการศึกษา การรายงานในครั้งนี้ ผู้รายงานเป็นผู้ดำเนินการทดลองด้วยตนเองเอง เป็นการสอนตามปกติ ซึ่งใช้เวลา ในการทดลอง 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ไม่รวมการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ซึ่งมีขั้นตอนในการดำเนินการ ดังนี้


๕๖ 4.1 ทดสอบก่อนเรียนกับนักเรียนกลุ่มเป้าหมายด้วยแบบทดสอบสมรรถภาพและทักษะกีฬาแฮนด์บอล เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ด้วยการทดสอบภาคปฏิบัติ 4.2 จัดกิจกรรมการเรียนการสอน ด้วยเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานโดยใช้ตาราง 9 ช่อง ภาค เรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 4.3 เมื่อสิ้นสุดการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแล้ว ได้ทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้วย แบบทดสอบสมรรถภาพและทักษะกีฬาแฮนด์บอลแบบเดียวกับ การทดสอบภาคปฏิบัติก่อนเรียน 5. สรุปผล ในการทำรายงานวิจัยในครั้งนี้ ผู้รายงานได้ใช้เเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานโดยใช้ตาราง 9 ช่อง ใน การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สรุปผลได้ดังนี้ คะแนนเฉลี่ยจากการประเมินพฤติกรรมกลุ่มระหว่างเรียนและการทำเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหว พื้นฐานโดยใช้ตาราง 9 ช่อง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วย การจัดการเรียนรู้พลศึกษา เรื่องการ พัฒนาสมรรถภาพทางกาย โดยใช้เเบบฝึกทักษะความคล่องไวชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/3 จำนวน 32 คน เท่ากับ 81 .88 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 81 .88 ของคะแนนเต็ม และคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน เท่ากับ 84.09 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 84.09 ของ คะแนนเต็ม ดังนั้น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานโดยใช้ตาราง 9 ช่อง สำหรับ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 82.75/84.57 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่ตั้งไว้ นักเรียนทุกคนมีผลคะแนนที่ดีขึ้นหลังจากใช้แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนในภาพรวม ซึ่งมี ค่าเฉลี่ยผลรวมคะแนนก่อนเรียนเป็น 32.25 คะแนน และค่าเฉลี่ยผลรวมคะแนนหลังเรียนเป็น 40.81 คะแนน และมีค่าผลต่างคะแนนพัฒนาการ +8.56 คะแนน คิดเป็นร้อยละที่เพิ่มขึ้น 22.51 % ซึ่งผลการวิจัยนี้จะช่วย ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาของนักเรียนให้สูงขึ้นได้ต่อไป 6. อภิปรายผล จากผลการพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานในกีฬาแฮนด์บอล โดยใช้ตาราง 9 ช่อง ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 พบประเด็นสำคัญที่ควรนำมาอภิปรายผล ดังนี้ 1. ผลสัมฤทธิ์ทางเรียนวิชาพลศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ได้รับการจัดการเรียนการสอนโดย ใช้เเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานโดยใช้ตาราง 9 ช่อง หลังจากเรียนด้วยการใช้เเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหว พื้นฐานโดยใช้ตาราง 9 ช่อง แล้วนักเรียนกลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อน เรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้ 2. เเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานโดยใช้ตาราง 9 ช่อง มีประสิทธิภาพ E1/E2 สูงกว่าเกณฑ์ มาตรฐานที่กำหนดไว้คือ 80/80 จึงมีความเหมาะสมที่จะนำเเบบฝึกทักษะความคล่องไวเรื่องการพัฒนาสมรรถภาพ ทางกาย เหมาะสมนำใช้ในการจัดการเรียนการสอนในวิชาพลศึกษาต่อไป


๕๗ 3. แบบประเมินคุณภาพเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานโดยใช้ตาราง 9 ช่อง สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 จากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน ในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้านการให้คำแนะนำในการใช้เเบบฝึก ทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานโดยใช้ตาราง 9 ช่อง ด้านเนื้อหา ด้านแบบทดสอบ ด้านการออกแบบ ด้านการจัดการ และภาพรวมของ เเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานโดยใช้ตาราง 9 ช่อง อยู่ในระดับ ดีมาก 7. ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะทั่วไป 1.1 ครูผู้สอนควรช่วยสนับสนุนให้มีการนำเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานโดยใช้ตาราง 9 ช่อง มาใช้กับการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น 1.2 ควรจัดให้มีการฝึกอบรมวิชาพลศึกษาให้แก่ครูผู้สอนระดับชั้นอื่นเพื่อครูจะได้พัฒนากระบวนการ เรียนการสอนอันส่งผลถึงความเจริญทางการศึกษาต่อไปในอนาคต 2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการสร้างเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานโดยใช้ตาราง 9 ช่อง มาใช้กับเนื้อหาสาระ การเรียนพลศึกษาในชั้นอื่น ๆ 2.2 ควรส่งเสริมให้มีการศึกษาวิจัยพัฒนาการนำแนวคิดวิเคราะห์ไปช่วยสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ อื่นๆ เพิ่มมากยิ่งขึ้น 2.3 การพัฒนาเเบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานโดยใช้ตาราง 9 ช่อง ควรเลือกเนื้อหาที่เหมาะสม กับวัยของเด็กนักเรียนและเป็นเรื่องไม่ยากเกินไป


๕๘ บรรณานุกรม ถวัลย์ มาศจรัส และคณะ. (2557). แบบฝึกหัด เเบบฝึกทักษะความคล่องไวเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ผู้เรียน จัดทำผลงานวิชาการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : ธารอักษร. บุญชม ศรีสะอาด. (2557). การวิจัยเบื้องต้นสำหรับการสอน. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : สุวิริยาสาส์น. พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2558). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และการสอนพลศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พิมลรัตน์ ธนรัตพิมลกุล. (2558). ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูแนะแนวในโรงเรียนขยาย โอกาสทางการศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต, เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. กระทรวงศึกษาธิการ. (2558). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. กระทรวงศึกษาธิการ. (2558). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้พลศึกษา ตามหลักสูตรปกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย บุญชม ศรีสะอาด. (2558). วิธีการสร้างเเบบฝึกทักษะความคล่องไวเพื่อการวิจัย เล่ม 2. มหาสารคาม : ภาควิชาพื้นฐานการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมหาสารคาม. ปอเรียม แสงชาลี. (2559). แบบฝึกโดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนตามรูปแบบซิปปา (CIPPA MODEL) และกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยชุดเเบบฝึกทักษะความคล่องไว ที่มีผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1-3. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน. บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. พิมพ์พันธ์ เดชะคุปต์. (2559). หลักการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ แนวคิดวิธีและ เทคนิคการสอน 2. กรุงเทพมหานคร : พิมพ์ที่บริษัทเดอะมาสเตอร์กรุ๊ปแมเนจเม้นท์ จำกัด. มาลี จุฑา. (2559). หลักทฤษฎีการเรียนรู้ (Theory of Learning) De Cecco & Crawford. มหาสารคาม : ภาควิชาพื้นฐานการศึกษาและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม. วราภรณ์ แตงมีแสง. (2559). การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญโดยใช้เเบบฝึก ทักษะความคล่องไวในวิชาพลศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา พลศึกษาศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.


๕๙ วารินทร์ รัศมีพรหม. (2560). ทฤษฎีการเรียนรู้ (Theory of Learning) De Cecco & Crawford. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขา พลศึกษาศึกษา. บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น. สงวน สุทธิเลิศอรุณ. (2560). ทฤษฎีการเรียนรู้ (Theory of worksheet) Randy Ann & Guilardy of Learning. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขา พลศึกษาศึกษา. บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น. สงบ เลี่ยมชัดพร. (2561). ทฤษฎีการเรียนรู้จากการใช้เเบบฝึกทักษะความคล่องไวและการสร้าง. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพลศึกษาศึกษา. บัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (กอง การศึกษาใหม่). อรุณรัตน์ ชัยสง. (2562). การพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางโดยใช้เเบ บฝึกทักษะความคล่องไว พลศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษาศึกษา.บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น. กิตติภูมิ บริสุทธิ์. (2555). ผลของการฝึกความคล่องแคล่วว่องไวต่อการทดสอบตารางเก้าช่องใน นักกีฬาเทเบิลเทนนิส. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรบัณทิต. คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. จตุรงค์ เหมรา. (2560). หลักการและการปฏิบัติ : การทดสอบสมรรถภาพทางกาย. ลำปาง: บรรณกิจพริ้นติ้ง. เจริญ กระบวนรัตน์. (2545). หลักการและเทคนิคการฝึกกรีฑา. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์. ______. (2548). ความเป็นมาของตารางเก้าช่องกับการพัฒนาตนเอง. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ______. (2552). ตาราง 9 ช่องกับการพัฒนาสมอง. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สินธนา กอปปี้เซ็นเตอร์. ช่อพุทธรักษา หมายบุญ. (2559, ตุลาคม-ธันวาคม). ผลของการฝึกรูปแบบตารางเก้าช่องที่มีต่อ ความคล่องแคล่วว่องไวของนักกีฬาเนตบอลหญิง ทีมโรงเรียนกัลยาณวัตร. วารสารศึกษาศาสตร์ฉบับวิจัย บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 10(4): 41-47. ชารี จันสุพรม. (2556). ผลของการฝึกด้วยแรงต้านและการเคลื่อนที่แบบเฉพาะเจาะจงที่มี ต่อพลังกล้ามเนื้อและความคล่องแคล่วว่องไวในนักกีฬาแบดมินตัน. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณทิต. คณะ ศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ชูชีพ คงมีชนม์. (2560). ผลของการฝึกตารางเก้าช่องที่มีต่อการเล่นกีฬาตะกร้อด้วยข้างเท้า ด้านใน. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. คณะศึกษาศาสตร์สถาบันการพลศึกษา. ชูศักดิ์เวชแพทย์; และ กันยา ปาละวิวัธน์. (2540). สรีรวิทยาของการออกกาลังกาย. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: ธรรมกมลการพิมพ์. ถาวร กมุทศรี. (2558). เกณฑ์สมรรถภาพทางกาย นักกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย.


๖๐ วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล. ______. (2560). การเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. วิทยาลัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล. ทวิช ไกลถิ่น. (2552). ผลการฝึกแบบผสมผสานที่มีต่อความเร็วและความคล่องแคล่วว่องไวของ นักฟุตบอล. การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา.บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ทวีศักดิ์ หนูสุวรรณ. (2555). ผลของการฝึกตาราง 9 ช่องที่มีต่อความคล่องตัวของนักกีฬาเซปัก ตะกร้อชาย. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต พลศึกษา. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ. ธนากาญจน์ เสถียรพูนสุข. (2561). การพัฒนาแบบทดสอบความคล่องแคล่วว่องไวบนพื้นทราย สำหรับนักกีฬาแฮนด์บอลชายหาด. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยบูรพา. นภสร นีละไพจิตร. (2549). ผลการฝึกการทำงานของเท้าโดยใช้ตารางเก้าช่องที่มีขนาดต่างกัน ต่อความเร็วในการวิ่งระยะทาง 25 เมตร. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. นรินทรา จันทศร. (2562, กันยายน-ตุลาคม). การพัฒนาความคล่องแคล่วว่องไวด้วยการฝึกพลัยโอ เมตริก. วารสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร. 12(6): 578-598. ปราชญ์ อัคคะสาระกุล. (2555). ผลของการฝึกพลัยโอเมตริกในน้ำที่มีต่อพลังกล้ามเนื้อขาและ ความคล่องแคล่วว่องไวในนักกีฬาบาสเกตบอลชายระดับมหาวิทยาลัย. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปริญญ์ พรหมม่วง. (2560). ผลของการฝึกความมั่นคงแกนกลางลำตัวร่วมกับการฝึกตาราง เก้าช่องที่มีต่อความคล่องแคล่วว่องไวในนักกีฬาฟุตซอล. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร มหาบัณฑิต. คณะ วิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปวเรศร์ พันธยุทธ์. (2560). การทดสอบสมรรถภาพทางกาย. สุพรรณบุรี: สุพรรณการพิมพ์. พชร ชลวณิช. (2559). ผลของการฝึกเสริมความแข็งแรงของแกนกลางลำตัวที่มีต่อความคล่อง แคล่วว่องไว และการทรงตัวในนักกีฬาเทนนิส. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พิทักษ์ชัย ทางทอง. (2552). ผลของการฝึกเสริมด้วยโปรแกรมการฝึกความคล่องแคล่วว่องไวที่มี ต่อความสามารถในการเลี้ยงลูกฟุตซอลของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พิริยา ชนรักษา. (2560). ผลของการฝึกเสริมด้วยการวิ่งหลายทิศทางที่มีต่อความคล่องแคล่ว ว่องไวในกีฬาฮอกกี้หญิงระดับเยาวชน. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ฟอง เกิดแก้ว. (2527). กระบี่ กระบอง. กรุงเทพ: โอเดียนสโตร์. ภัทรพนธ์ เหมหงส์. (2554). ผลการฝึกตารางเก้าช่องและความอ่อนตัวที่มีต่อความคล่องแคล่ว ว่องไว. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ภาคภูมิพิลึก. (2552). ผลของการฝึกตาราง 9 ชองขนาดแตกต่างกันที่มีต่อเวลาปฏิกิริยา ตอบสนอง. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.


๖๑ มาริน หิรัญอร. (2558). ผลของโปรแกรมการฝึกความคล่องแคล่วว่องไวที่มีต่อความสามารถใน การเลี้ยงลูกฟุตซอล ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. วชิราวุธ โพธิ์เหล็ก. (2561). ผลของการฝึกการเคลื่อนที่แบบเฉพาะเจาะจงที่มีผลต่อความ คล่องแคล่วว่องไวในนักกีฬาบาสเกตบอลชายระดับเยาวชน. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร มหาบัณฑิต. คณะ วิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วรศักดิ์เพียรชอบ. (2545). หลักและวิธีสอนพลศึกษา. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช. วัชรินทร์ เลิศนอก. (2560). ผลของการฝึกตารางเก้าช่องที่มีต่อทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานของ นักเรียนกลุ่มบกพร่องทางการเรียนรู้. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. คณะศึกษาศาสตร์ สถาบันการพลศึกษา. วัฒนพงษ์ ศรีธรรมมา. (2557). ผลของโปรแกรมการฝึก เอส เอ คิว เพื่อเสริมสร้างความ คล่องแคล่วว่องไวในกีฬาวอลเลย์บอลของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหา บัณฑิต. คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศิริรัตน์ หิรัญรัตน์. (2539). สมรรถภาพทางกายและกีฬา. กรุงเทพฯ: ภาควิชาศัลยศาสตร์ ออโธปิดิกส์และกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล. สนธยา สีละมาด. (2560). หลักการฝึกกีฬาสำหลับผู้ฝึกสอนกีฬา. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: สรัญรัฐ มนุญญานนท์. (2554). ผลการฝึกตารางเก้าช่องที่มีขนาดต่างกันต่อความคล่องแคล่ว ว่องไวในกีฬาแบดมินตัน. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สหรัฐฯ ศรีพุทธา. (2560). ผลของการฝึกเสริมพลัยโอเมตริกควบคู่กับการฝึกกล้ามเนื้อแกนกลาง ลำตัวที่มีต่อความคล่องแคล่วว่องไวในนักกีฬาฟุตซอล. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. คณะวิทยาศาสตร์ การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สารัช ดีงาม. (2552). การพัฒนารูปแบบการให้บริการด้านการออกกำลังกายแก่ชุมชนของ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิ โรฒ. สุขสวัสดิ์ชนะพาล. (2550). ผลของการฝึกเสริมด้วยโปรแกรมการฝึกความคล่องแคล่วว่องไวที่มี ต่อความสามารถในการเลี้ยงลูกฟุตบอลของนักกีฬาฟุตบอลอายุ12 – 14 ปี. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต พลศึกษา. คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุคนธ์ทิพย์ เกิดเจริญ. (2551). ผลของการฝึกตาราง 9 ช่องบนโต๊ะเรียนที่ระดับความเร็ว 90 และ 120 ครั้งต่อนาทีที่มีต่อเวลาตอบสนองของมือในนักเรียนชายที่มีอายุ 7-8 ปี. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต. คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.


๖๒ ภาคผนวก


๖๓ เกณฑ์การเจริญเติบโตตามสัดส่วนของน้ำหนักและส่วนสูง รายละเอียดการเจริญเติบโตตามสัดส่วนของน้ำหนักและส่วนสูง มีรายละเอียดตามตาราง ตารางที่ 6 เกณฑ์การเจริญเติบโตของนักเรียนไทย เทียบจากสัดส่วนของน้ำหนักและส่วนสูงของ กรมอนามัย กระทรวงศึกษาธิการ ส่วนสูง ( ซม.) น้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูงของเพศชาย ( กก.) น้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูงของเพศหญิง ( กก.) ผอม สมส่วน อ้วน ผอม สมส่วน อ้วน 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 ต่ำกว่า 11.1 ต่ำกว่า 11.3 ต่ำกว่า 11.5 ต่ำกว่า 11.7 ต่ำกว่า 12.0 ต่ำกว่า 12.2 ต่ำกว่า 12.4 ต่ำกว่า 12.6 ต่ำกว่า 12.8 ต่ำกว่า 13.1 ต่ำกว่า 13.3 ต่ำกว่า 13.5 ต่ำกว่า 13.8 ต่ำกว่า 14.0 ต่ำกว่า 14.2 11.1-15.9 11.3-16.2 11.5-16.5 11.7-16.8 12.0-17.2 12.2-17.5 12.4-17.8 12.6-18.4 12.8-18.4 13.1-18.7 13.3-19.0 13.5-19.3 13.8-13.6 14.0-19.9 14.2-20.3 14.5-20.6 14.6-21.0 14.9-21.4 15.1-21.7 15.4-22.1 15.7-22.7 16.0-23.1 16.2-23.5 16.5-24.0 16.8-24.5 17.1-25.0 17.4-25.5 17.7-26.1 18.1-26.6 18.4-27.2 18.7-27.2 18.7-27.9 19.0-28.5 มากกว่า15.9 มากกว่า16.2 มากกว่า16.5 มากกว่า16.8 มากกว่า17.2 มากกว่า17.5 มากกว่า17.8 มากกว่า18.1 มากกว่า18.4 มากกว่า18.7 มากกว่า19.0 มากกว่า19.3 มากกว่า19.6 มากกว่า19.9 มากกว่า20.3 มากกว่า20.6 มากกว่า21.0 มากกว่า21.4 มากกว่า21.7 มากกว่า22.1 มากกว่า22.7 มากกว่า23.1 มากกว่า23.5 มากกว่า24.0 มากกว่า24.5 มากกว่า25.0 มากกว่า25.5 มากกว่า26.1 มากกว่า26.6 ต่ำกว่า 10.8 ต่ำกว่า 11.0 ต่ำกว่า 11.2 ต่ำกว่า 11.4 ต่ำกว่า 11.6 ต่ำกว่า 11.8 ต่ำกว่า 12.1 ต่ำกว่า 12.3 ต่ำกว่า 12.5 ต่ำกว่า 12.7 ต่ำกว่า 13.0 ต่ำกว่า 13.2 ต่ำกว่า 13.4 ต่ำกว่า 13.5 ต่ำกว่า 13.8 10.8-15.5 11.0-15.8 11.2-16.1 11.4-16.4 11.6-16.7 11.8-17.0 12.1-17.3 12.3-17.7 12.5-18.0 12.7-18.4 13.0-18.7 13.2-19.1 13.4-19.4 13.5-19.8 13.8-20.1 14.0-20.5 14.3-20.9 14.5-21.3 14.8-21.7 15.0-22.2 15.3-22.6 15.5-23.1 15.8-23.5 16.1-24.0 16.4-24.5 16.7-25.0 16.9-25.3 17.2-25.7 17.5-26.7 17.8-27.4 18.2-28.1 18.5-28.7 18.8-29.4 มากกว่า15.5 มากกว่า15.8 มากกว่า16.1 มากกว่า16.4 มากกว่า16.7 มากกว่า17.0 มากกว่า17.3 มากกว่า17.7 มากกว่า18.0 มากกว่า18.4 มากกว่า18.7 มากกว่า19.1 มากกว่า19.4 มากกว่า19.8 มากกว่า20.1 มากกว่า20.5 มากกว่า20.9 มากกว่า21.3 มากกว่า21.7 มากกว่า22.2 มากกว่า22.6 มากกว่า23.1 มากกว่า23.5 มากกว่า24.0 มากกว่า24.5 มากกว่า25.0 มากกว่า25.3 มากกว่า25.7 มากกว่า26.7


๖๔ 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133 134 135 136 137 138 139 140 141 142 143 144 145 146 147 148 149 150 151 152 153 154 155 156 157 158 159 160 161 162 163 164 165 166 ต่ำกว่า 14.5 ต่ำกว่า 14.6 ต่ำกว่า 14.9 ต่ำกว่า 15.1 ต่ำกว่า 15.4 ต่ำกว่า 15.7 ต่ำกว่า 16.0 ต่ำกว่า 16.2 ต่ำกว่า 16.5 ต่ำกว่า 16.8 ต่ำกว่า 17.1 ต่ำกว่า 17.4 ต่ำกว่า 17.7 ต่ำกว่า 18.1 ต่ำกว่า 18.4 ต่ำกว่า 18.7 ต่ำกว่า 19.0 ต่ำกว่า 19.4 ต่ำกว่า 19.7 19.4-29.1 19.7-29.7 20.1-30.4 20.4-31.0 20.8-31.7 21.2-32.6 21.5-33.3 21.9-34.1 22.2-35.0 22.6-35.9 23.1-36.8 23.5-37.8 23.9-38.7 24.4-39.6 24.8-40.5 25.3-41.4 25.7-42.4 26.6-44.1 27.144.9 27.6-45.7 28.1-46.5 28.6-47.3 29.2-48.2 29.7-49.0 30.3-49.9 30.9-50.8 31.5-51.6 32.1-52.4 32.8-53.2 33.3-54.0 34.0-54.8 34.6-55.6 35.3-56.4 36.0-57.2 36.7-58.0 37.4-58.8 38.1-59.7 38.7-60.4 39.5-61.2 40.2-62.0 40.9-62.8 41.6-63.6 42.3-64.4 43.1-65.2 มากกว่า27.2 มากกว่า27.9 มากกว่า28.5 มากกว่า29.1 มากกว่า29.7 มากกว่า30.4 มากกว่า31.0 มากกว่า31.7 มากกว่า32.6 มากกว่า33.3 มากกว่า34.1 มากกว่า35.0 มากกว่า35.9 มากกว่า36.8 มากกว่า37.8 มากกว่า38.7 มากกว่า39.6 มากกว่า40.5 มากกว่า41.4 มากกว่า42.4 มากกว่า43.2 มากกว่า44.1 มากกว่า44.9 มากกว่า45.7 มากกว่า46.5 มากกว่า47.3 มากกว่า48.2 มากกว่า49.0 มากกว่า49.9 มากกว่า50.8 มากกว่า51.6 มากกว่า52.4 มากกว่า53.2 มากกว่า54.0 มากกว่า54.8 มากกว่า55.6 มากกว่า56.4 มากกว่า57.2 ต่ำกว่า 14.0 ต่ำกว่า 14.3 ต่ำกว่า 14.5 ต่ำกว่า 14.8 ต่ำกว่า 15.0 ต่ำกว่า 15.3 ต่ำกว่า 15.5 ต่ำกว่า 15.8 ต่ำกว่า 16.1 ต่ำกว่า 16.4 ต่ำกว่า 16.7 ต่ำกว่า 16.9 ต่ำกว่า 17.2 ต่ำกว่า 17.5 ต่ำกว่า 17.8 ต่ำกว่า 18.2 ต่ำกว่า 18.5 ต่ำกว่า 18.8 ต่ำกว่า 19.1 19.1-30.2 19.5-30.9 19.8-31.8 20.0-32.6 20.4-33.4 20.7-34.2 21.1-35.2 21.4-36.1 21.8-37.0 22.2-37.9 22.6-38.8 23.0-39.9 23.3-40.8 23.8-41.8 24.2-42.7 24.7-43.6 25.5-44.6 25.8-45.5 26.2-46.6 26.8-47.5 27.4-48.4 28.1-49.3 28.7-50.3 29.4-51.2 30.2-52.1 30.9-53.0 31.5-53.8 32.3-54.7 33.1-55.5 33.8-56.3 34.6-57-1 35.3-57.9 36.0-58.7 36.7-59.4 37.4-60.1 38.1-60.8 38.8-61.4 39.5-62.1 40.1-62.7 40.8-63.3 41.5-64.0 42.1-64.6 42.8-65.1 43.6-65.6 มากกว่า27.4 มากกว่า28.1 มากกว่า28.7 มากกว่า29.4 มากกว่า30.2 มากกว่า30.9 มากกว่า31.8 มากกว่า32.6 มากกว่า33.4 มากกว่า34.2 มากกว่า35.2 มากกว่า36.1 มากกว่า37.0 มากกว่า37.9 มากกว่า38.8 มากกว่า39.9 มากกว่า40.8 มากกว่า41.8 มากกว่า42.7 มากกว่า43.6 มากกว่า44.6 มากกว่า45.5 มากกว่า46.6 มากกว่า47.5 มากกว่า48.4 มากกว่า49.3 มากกว่า50.3 มากกว่า51.2 มากกว่า52.1 มากกว่า53.0 มากกว่า53.8 มากกว่า54.7 มากกว่า55.5 มากกว่า56.3 มากกว่า57.1 มากกว่า57.9 มากกว่า58.7 มากกว่า59.4


๖๕ 167 168 169 170 171 172 173 174 175 176 177 178 179 180 ต่ำกว่า 20.1 ต่ำกว่า 20.4 ต่ำกว่า 20.8 ต่ำกว่า 21.2 ต่ำกว่า 21.5 ต่ำกว่า 21.9 ต่ำกว่า 22.2 ต่ำกว่า 22.6 ต่ำกว่า 23.1 ต่ำกว่า 23.5 ต่ำกว่า 23.9 ต่ำกว่า 24.4 ต่ำกว่า 24.8 ต่ำกว่า 25.3 ต่ำกว่า 25.7 ต่ำกว่า 26.2 ต่ำกว่า 26.6 ต่ำกว่า 27.1 ต่ำกว่า 27.6 43.8-66.0 44.566.8 45.1-67.6 45.8-68.3 46.5-69.1 47.2-69.8 48.0-70.5 48.7-71.1 49.5-71.8 50.2-72.5 51.0-73.2 51.873.8 52.6-74.5 53.4-75.0 มากกว่า58.0 มากกว่า28.8 มากกว่า59.7 มากกว่า60.4 มากกว่า61.2 มากกว่า62.0 มากกว่า62.8 มากกว่า63.6 มากกว่า34.4 มากกว่า65.2 มากกว่า66.0 มากกว่า66.8 มากกว่า67.6 มากกว่า68.3 มากกว่า69.1 มากกว่า69.8 มากกว่า70.5 มากกว่า71.1 มากกว่า71.8 มากกว่า72.5 มากกว่า73.2 มากกว่า73.8 มากกว่า74.5 มากกว่า75.0 ต่ำกว่า 19.5 ต่ำกว่า 19.8 ต่ำกว่า 20.0 ต่ำกว่า 20.4 ต่ำกว่า 20.7 ต่ำกว่า 21.1 ต่ำกว่า 21.4 ต่ำกว่า 21.8 ต่ำกว่า 22.2 ต่ำกว่า 22.6 ต่ำกว่า 23.0 ต่ำกว่า 23.3 ต่ำกว่า 23.8 ต่ำกว่า 24.2 ต่ำกว่า 24.7 ต่ำกว่า 25.2 ต่ำกว่า 25.8 ต่ำกว่า 26.2 ต่ำกว่า 26.8 44.3-66.2 45.1-66.7 45.9-67.3 46.8-67.7 มากกว่า60.1 มากกว่า60.8 มากกว่า61.4 มากกว่า62.1 มากกว่า62.7 มากกว่า63.3 มากกว่า64.0 มากกว่า64.6 มากกว่า65.1 มากกว่า65.6 มากกว่า66.2 มากกว่า66.7 มากกว่า67.3 มากกว่า67.7


๖๖ ต่ำกว่า 28.1 ต่ำกว่า 28.6 ต่ำกว่า 29.2 ต่ำกว่า 29.7 ต่ำกว่า 30.3 ต่ำกว่า 30.9 ต่ำกว่า 31.5 ต่ำกว่า 32.1 ต่ำกว่า 32.8 ต่ำกว่า 33.3 ต่ำกว่า 34.0 ต่ำกว่า 34.6 ต่ำกว่า 35.3 ต่ำกว่า 36.0 ต่ำกว่า 36.7 ต่ำกว่า 37.4 ต่ำกว่า 38.1 ต่ำกว่า 38.7 ต่ำกว่า 39.5 ต่ำกว่า 27.4 ต่ำกว่า 28.1 ต่ำกว่า 28.7 ต่ำกว่า 29.4 ต่ำกว่า 30.2 ต่ำกว่า 30.9 ต่ำกว่า 31.5 ต่ำกว่า 32.3 ต่ำกว่า 33.1 ต่ำกว่า 33.8 ต่ำกว่า 34.6 ต่ำกว่า 35.3 ต่ำกว่า 36.0 ต่ำกว่า 36.7 ต่ำกว่า 37.4 ต่ำกว่า 38.1 ต่ำกว่า 38.8 ต่ำกว่า 39.5 ต่ำกว่า 40.1


๖๗ ต่ำกว่า 40.2 ต่ำกว่า 40.9 ต่ำกว่า 41.6 ต่ำกว่า 42.3 ต่ำกว่า 43.1 ต่ำกว่า 43.8 ต่ำกว่า 44.5 ต่ำกว่า 45.1 ต่ำกว่า 45.8 ต่ำกว่า 46.5 ต่ำกว่า 47.2 ต่ำกว่า 48.0 ต่ำกว่า 48.7 ต่ำกว่า 49.5 ต่ำกว่า 50.2 ต่ำกว่า 51.0 ต่ำกว่า 51.8 ต่ำกว่า 52.6 ต่ำกว่า 53.4 ต่ำกว่า 40.8 ต่ำกว่า 41.5 ต่ำกว่า 42.1 ต่ำกว่า 42.8 ต่ำกว่า 43.6 ต่ำกว่า 44.3 ต่ำกว่า 45.1 ต่ำกว่า 45.9 ต่ำกว่า 46.8


๖๘ (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ และกรมอนามัย. 2542:31-33) ตารางที่ 7 เกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายนักเรียนชายอายุ 14 ปี รายการ ดีมาก ดี ปานกลาง ต่ำ ต่ำมาก 1. วิ่ง 50 เมตร (นาที) 7.39 ลงมา 7.40-7-94 7.95-9.05 9.06-9.60 9.61 ขึ้นไป 2. ยืนกระโดดไกล (เซนติเมตร) 207ขึ้นไป 195-206 171-194 159-170 158 ลงมา 3. แรงบีบมือที่ถนัด (กิโลกรัม) 36.8 ขึ้นไป 33.2-36.7 25.9-33.1 22.3-25.8 22.2 ลงมา 4. ลุก-นั่ง 30 วินาที (ครั้ง) 28 ขึ้น 26-27 21-25 19-20 18 ลงมา 5. ดึงข้อราวเดียว (ครั้ง) 8ขึ้นไป 7 3-6 2 1 6. วิ่งเก็บของ (วินาที) 10.85 ลง มา 10.86- 11.34 11.35- 12.33 12.34- 12.82 12.83 ขึ้นไป 7. วิ่ง 1000 เมตร (นาที) 4.21 ลงมา 4.22-4.48 4.49-5.42 5.43-6.8 6.09 ขึ้นไป 8. งอตัวข้างหน้า (เซนติเมตร) 13.1 ขึ้นไป 10.3-13.0 4.610.2 1.8-4.5 1.7 ลงมา (กรมพลศึกษา. 2540 : 64) ตารางที่ 8 เกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายนักเรียนหญิงอายุ 14 ปี รายการ ดีมาก ดี ปานกลาง ต่ำ ต่ำมาก 1. วิ่ง 50 เมตร (นาที) 8.72 ลงมา 8.73-9.34 9.35-10.58 10.59- 11.19 11.20ขึ้นไป 2. ยืนกระโดดไกล (เซนติเมตร) 168ขึ้นไป 158-167 139-157 129-138 128ลงมา 3. แรงบีบมือที่ถนัด (กิโลกรัม) 28.2ขึ้นไป 25.9-28.1 21.2-25.8 18.9-21.1 18.8 ลงมา 4. ลุก-นั่ง 30 วินาที (ครั้ง) 21 ขึ้น 19-20 14-18 11-13 10 ลงมา 5. งอแขนห้อยตัว (วินาที) 10.04ขึ้น ไป 7.51- 10.03 2.44-7.50 0.09-2.43 0.08 ลงมา 6. วิ่งเก็บของ (วินาที) 12.24 ลง มา 12.25- 12.79 12.80- 13.90 13.91- 14.45 14.46ขึ้นไป 7. วิ่ง 800 เมตร (นาที) 4.24 ลงมา 4.25-4.51 4.52-5.45 5.56-6.12 6.13 ขึ้นไป 8. งอตัวข้างหน้า (เซนติเมตร) 13 ขึ้นไป 10.3-12.9 4.8-10.2 2.0-4.7 1.9 ลงมา (กรมพลศึกษา. 2540 : 66)


๖๙ แบบประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียน ประกอบหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 แผนการเรียนรู้ที่ 1 คำชี้แจง ครูสังเกตพฤติกรรมการเรียน และการปฏิบัติงานของนักเรียน แล้วขีด / ให้คะแนนลงในช่อง ที่ตรง กับพฤติกรรมของนักเรียน เลขที่ คุณลักษณะที่ประเมิน ความสนใจ และ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ความ ซื่อสัตย์ ความมี ระเบียบ ความรับผิด ชอบ ต่องาน การตรงต่อ เวลาในการ ทำงาน สรุปผล การประเมิน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15 ผ่าน/ไม่ ผ่าน 1 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน 2 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผ่าน 3 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 13 ผ่าน 4 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน 5 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 13 ผ่าน 6 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผ่าน 7 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผ่าน 8 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผ่าน 9 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน 10 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผ่าน 11 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน 12 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน 13 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผ่าน 14 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน 15 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน 16 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน 17 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 13 ผ่าน 18 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผ่าน 19 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน 20 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผ่าน 21 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผ่าน 22 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผ่าน 23 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน 24 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน


๗๐ 25 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผ่าน 26 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน 27 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน 28 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผ่าน 29 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน 30 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผ่าน 31 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน 32 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน เกณฑ์การประเมิน ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ประเมินต้องได้คะแนน 12 คะแนนขึ้นไป ถือว่าผ่าน ลงชื่อ ผู้ประเมิน (…………........…………………………………..)


๗๑ แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียนรายบุคคล ชื่อ ชั้น เลขที่ คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนนที่กำหนด ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ำใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม


๗๒ แบบแสดงความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิที่มีต่อแบบทดสอบการประเมินผลตามจุดประสงค์ คำชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อแบบทดสอบการประเมินผลตาม จุดประสงค์โดยใส่เครื่องหมาย ( ✓) ลงในช่องความคิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ใน การนำไปพิจารณาปรับปรุงต่อไป +1 หมายถึง มั่นใจว่าแบบทดสอบวัดได้ตรงจุดประสงค์ 0 หมายถึง ไม่มั่นใจว่าแบบทดสอบวัดได้ตรงจุดประสงค์หรือไม่ -1 หมายถึง มั่นใจว่าแบบทดสอบวัดไม่ตรงจุดประสงค์ รายการขอความคิดเห็น ความคิดเห็น เหมาะสม ข้อเสนอแนะ 1 ไม่แน่ใจ 0 ไม่ เหมาะสม -1 1. ความสอดคล้องเหมาะสมกับหลักสูตร 2. ความสอดคล้องเหมาะสมกับธรรมชาติวิชา 3. ความสอดคล้องเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน 4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับสภาพปัจจุบันและ ปัญหา 5. ความเหมาะสมต่อกระบวนการพัฒนาผู้เรียน 6. ความเหมาะสมของเนื้อหา 7. ความเหมาะสมของขนาดตัวอักษร 8. ความเหมาะสมของการใช้ภาษา 9. ความเหมาะสมกับความสนใจของนักเรียน 10. ความเหมาะสมของรูปแบบการสอน ขอแสดงความขอบคุณอย่างยิ่ง ............................................ (..............................................)


๗๓ ภาพการทำกิจกรรมการเรียนการสอน


๗๔ ภาพการทำกิจกรรมการเรียนการสอน


๗๕ ภาพการทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)


๗๖ รายงานสรุปการจัดกิจกกรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ PLC


๗๗ โปรแกรมการฝึกตาราง 9 ช่อง รูปแบบการฝึกตารางเก้าช่อง ตาราง 9 ช่องมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีขนาด 90x90 เซนติเมตร ประกอบด้วยตาราง สี่เหลี่ยมเล็ก 9 ช่อง การปฏิบัติให้ฝึก ก้าวเท้าขึ้น ก้าวเท้าลง ก้าวเท้าออกด้านข้าง และก้าวเท้าเข้า ด้านใน ให้ลงช่อง 1 – 9 ตามรูปแบบที่ก าหนด จ านวน 5 รูปแบบ คือ 1. การก้าวเท้าขึ้นลง 2. การก้าวเท้ารูปตัววี 3. การก้าวเป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด 4. การก้าวเป็นรูปกากบาท 5. การก้าวเท้าทแยงมุงแบบรัศมีดาว วัตถุประสงค์ 1. เพื่อช่วยประสานความสัมพันธ์ระหว่างระบบประสาทและกล้ามเนื้อ 2. เพื่อกระตุ้นและพัฒนาความคล่องแคล่วว่องไว ขั้นตอนการปฏิบัติ แต่ละรูปแบบมีขั้นตอนการปฏิบัติ ดังนี้ 1. เมื่อสัญญาณเริ่ม ให้ก้าวเท้าซ้ายลงในช่องตามรูปแบบที่ก าหนดเป็นเท้านำในจังหวะที่ 1 2. ก้าวเท้าขวาตามเป็นจังหวะที่ 2 ลงในช่องตามรูปแบบที่กำหนด 3. ก้าวเท้าซ้าย ก้าวเท้าขวา สลับกันโดยไม่ให้มีการซ้ำในการก้าวเท้า 4. ปฏิบัติจนครบจังหวะ แล้วให้เริ่มจังหวะที่ 1ใหม่ทันทีทันใด 5. ปฏิบัติจนครบเวลา 15 วินาที เป็น 1 เที่ยว 6. พักระหว่างเที่ยว 105 วินาที (พักทุกเที่ยวที่ปฏิบัติ) 7. เมื่อครบเวลาพัก ให้เริ่มปฏิบัติเช่นเดิมอีก 1 เที่ยว เวลา 15 วินาที (เที่ยวที่ 2) 8. ปฏิบัติจรครบ 2 เที่ยว เป็น 1 เซต (1 รูปแบบการฝึก) 9. ใช้เวลาในการฝึกเซลละ 4 นาที (รวมเวลาการพัก) 10. ปฏิบัติเช่นเดียวกัน จนครบทั้ง 5 แบบฝึก โดยใช้เวลาทั้งหมด 20 นาที วิธีการปฏิบัติ รูปแบบโปรแกรมตาราง 9 ช่อง จำนวน 5 รูปแบบ ดังนี้การก้าวเท้าขึ้นลง วัตถุประสงค์เพื่อฝึกการ เคลื่อนที่ในการเข้าและถอยแบบทางตรง


๗๘ ขั้นตอนการปฏิบัติ ผู้ฝึกยืนด้วยเท้าสองข้างอยู่ช่องหมายเลข 1 และ 3 ช่องที่ใช้เคลื่อนไหวในการฝึก คือช่อง หมายเลข 1,3,7 และ 9 (ใช้เท้าขวาเป็นเท่านนำ) เตรียม ขั้นตอนที่ 1 ก้าวเท้าขวาไปที่ช่องหมายเลข 9 ขั้นตอนที่ 2 ก้าวเท้าซ้ายไปที่ช่องหมายเลข 7 ขั้นตอนที่ 3 ก้าวเท้าขวาไปที่ช่องหมายเลข 5 ขั้นตอนที่ 4 ถอยเท้าซ้ายลงไปที่ช่องหมายเลข 1


๗๙ ก้าวเท้ารูปตัววี วัตถุประสงค์ เพื่อฝึกการเคลื่อนที่ในการเข้าตีจากด้านข้างจังหวะเดียว ขั้นตอนการปฏิบัติ ผู้ฝึกยืนด้วยเท้าทั้งสองข้างอยู่ที่ช่องหมายเลข 2 ช่องที่ใช้เคลื่อนไหวในการฝึก คือช่องหมายเลข 2,4 และ 6 (ใช้เท้าขวาเป็นเท้านำ) เตรียม ขั้นตอนที่ 1 ก้าวเท้าขวาไปที่ช่อง หมายเลข 6 ขั้นตอนที่ 2 ก้าวเท้าซ้ายไปที่ช่องหมายเลข 4 ขั้นตอนที่ 3 ก้าวเท้าขวาไปที่ช่องหมายเลข 2 ขั้นตอนที่ 4 ก้าวเท้าซ้ายไปที่ช่องหมายเลข 2


๘๐ ก้าวเท้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด วัตถุประสงค์ เพื่อฝึกการเพิ่มลักษณะเคลื่อนที่ในการเข้าและถอยจากด้านข้าง 2 จังหวะ ขั้นตอนการปฏิบัติ ผู้ฝืนยืนอยู่ด้วยเท้าสองข้างอยู่ที่ช่องหมายเลข 3 ช่องที่ใช้เคลื่อนไหวในการฝึกคือ ช่องที่ 2,4,6 และ 8 (โดย ใช้เท้าขวาน า) เตรียม ขั้นตอนที่ 1 ก้าวเท้าขวาไปที่ช่องหมายเลข 6 ขั้นตอนที่ 2 ก้าวเท้าซ้ายไปที่ช่องหมายเลข 4 ขั้นตอนที่ 3 ก้าวเท้าขวาไปที่ช่องหมายเลข 8


๘๑ ขั้นตอนที่ 4 ก้าวเท้าซ้ายไปที่ช่องหมายเลข 8 ขั้นตอนที่ 5 ก้าวเท้าขวาไปที่ช่องหมายเลข 6 ขั้นตอนที่ 6 ก้าวเท้าซ้ายไปที่ช่องหมายเลข 4 ขั้นตอนที่ 7 ก้าวเท้าขวาไปที่ช่องหมายเลข 2 ขั้นตอนที่8 ก้าวเท้าซ้ายไปที่ช่องหมายเลข 4


๘๒ ก้าวเท้าทแยงมุมรัศมีดาว วัตถุประสงค์ เพื่อฝึกการเพิ่มลักษณะเคลื่อนที่แบบเฉียงออกด้านข้าง ขั้นตอนการปฏิบัติ ผู้ฝึกยืนอยู่ด้วยเท้าทั้งสองข้างอยู่ที่ช่องหมายเลข 5 ช่องที่ใช้เคลื่อนไหวในการฝึกคือ ช่องที่ 1,3,5,7 และ 9 (โดยใช้เท้าขวานำ) เตรียม ขั้นตอนที่ 1 ก้าวเท้าขวาไปที่ช่องหมายเลข 9 ขั้นตอนที่ 2 ก้าวเท้าซ้ายไปที่ช่องหมายเลข 1 ขั้นตอนที่ 3 ก้าวเท้าขวาไปที่ช่องหมายเลข 5


๘๓ ขั้นตอนที่ 4 ก้าวเท้าซ้ายไปที่ช่องหมายเลข 5 ขั้นตอนที่ 5 ก้าวเท้าขวาไปที่ช่องหมายเลข 3 ขั้นตอนที่ 6 ก้าวเท้าซ้ายไปที่ช่องหมายเลข 7 ขั้นตอนที่ 7 ก้าวเท้าขวาไปที่ช่องหมายเลข 5 ขั้นตอนที่8 ก้าวเท้าซ้ายไปที่ช่องหมายเลข 5


Click to View FlipBook Version