สภาพเศรษฐกจิ เเละสงั คมสมัยอยธุ ยา
1. ปจั จยั ที่สง่ ผลตอ่ ความเจริญทางเศรษฐกิจในสมยั อยุธยา
อาณาจักรอยุธยามีความเจริญร่งุ เรืองทางดา้ นเศรษฐกิจและสังคม เนื่องด้วยปัจจยั สําคัญต่อไปน้ี
1. สภาพทางภูมิศาสตรส์ ่งผลใหก้ รุงศรีอยธุ ยาและหัวเมืองต่างๆ ในราชอาณาจักรมีความ อดุ มสมบูรณ์
เหมาะแกก่ ารเกษตรกรรม
บริเวณท่เี ป็นที่ตั้งของกรุงศรีอยธุ ยาและเมืองตา่ งๆ ทต่ี ้ังอยู่ในบริเวณที่ราบลมุ่ แม่นํา้ บางปะกง แม่นํ้า
ลพบุรี แม่นา้ํ ป่าสัก แมน่ าํ้ เจา้ พระยา แม่น้าํ สุพรรณบรุ ี-นครชยั ศรี-ทา่ จนี และแมน่ ํา้ แม่กลอง ท่ไี หลจากเหนอื
ลงใต้ทอ่ี า่ วไทย ในฤดูฝนน้ําจะไหลบา่ ท่วมพื้นที่ราบลมุ่ แม่นํ้าเจา้ พระยาเกิดการทบั ถมของ ดินตะกอน ทาํ ให้
อยุธยาเป็นแหล่งปลกู ขา้ วทีม่ ีปรมิ าณมากพอเพยี งต่อการเล้ียงประชากร เหลือเปน็ เสบยี ง สาํ หรบั กองทัพ และ
เปน็ สินคา้ ออก
นอกจากน้ี ความอดุ มสมบูรณ์เปน็ ผลใหเ้ กดิ การขยายชมุ ชน การเพ่มิ จาํ นวนประชากร ซ่ึงเป็นปัจจัย
สําคญั ต่อการสรา้ งความม่ันคงของอาณาจักรอยธุ ยา
2. ทาเลที่ต้ังของกรุงศรอี ยธุ ยาซึ่งเปน็ ศูนย์กลางของอาณาจกั ร ส่งผลให้อาณาจักรอยุธยา เป็นศูนยก์ ลาง
ทางการคา้ ท้ังภายในและภายนอกราชอาณาจักร
กรงุ ศรอี ยธุ ยาตง้ั อย่ใู นบริเวณแม่น้ํา 3 สายบรรจบกัน คือ แม่น้ําเจา้ พระยา แม่น้าํ ป่าสกั และแมน่ าํ้
ลพบรุ แี ละตง้ั อยู่ไมห่ า่ งจากปากแม่น้ํา หา่ งจากทะเลไม่มากนัก ทา่ เรือสินค้านานาชาตสิ ามารถ แดนิ เรือเขา้ มา
ค้าขายกับกรงุ ศรีอยุธยาไดส้ ะดวก นอกจากน้แี มน่ ํ้าสายต่างๆ ยงั เปน็ เส้นทางการค้าภายใน ทส่ี ามารถนาํ สนิ ค้า
และของป่าจากดนิ แดนทางตอนเหนอื และตะวันออก มาค้าขายท่ีกรงุ ศรีอยุธยา ทําเล ทีต่ ั้งของกรงุ ศรีอยุธยา
ส่งผลให้พ่อค้าชาติต่างๆ นาํ สินค้าเขา้ มาซื้อขายแลกเปล่ียน จงึ เป็นแหลง่ รวมสินคา้ ทงั้ ภายในและภายนอก
ประเทศ เมือ่ ผนวกกับความอุดมสมบรู ณ์ของพืน้ ดินและแหลง่ นํา้ อยธุ ยาจึงกลายเปน็ ดินแดนที่มั่งคั่งมากท่สี ดุ
แห่งหนง่ึ ในภูมิภาค ซึง่ ส่งผลให้สังคมสมยั อยธุ ยาเป็นสังคมท่ีประกอบด้วย ผู้คนหลายชาติ หลายศาสนารวมอยู่
ดว้ ยกัน
3. นโยบายทางการค้า การเมืองการปกครอง และความสัมพนั ธร์ ะหว่างประเทศของ พระมหากษัตริย์
พระมหากษัตรยิ ์สมยั อยธุ ยาส่วนใหญส่ ่งเสรมิ การค้าซึ่งเป็นปจั จยั ความม่ังคั่งทางเศรษฐกจิ ใหแ้ ก่
อาณาจักรอยุธยา รวมทั้งนโยบายการขยายดินแดนความสัมพันธก์ บั ต่างประเทศลว้ นเพ่ือผลประโยชนท์ าง
การค้าและเศรษฐกิจ อนั ทําให้เกิดความการค้าซึ่งเปน็ ปัจจัยสาํ คัญในการสรา้ ง เบายการขยายดนิ แดนและการ
สรา้ งอนั ทาํ ให้เกดิ ความมั่นคงภายในอาณาจักร และสง่ ผลใหส้ ังคมอยธุ ยามีความหลากหลายทางวฒั นธรรม
ธรรมท่ีเกดิ จากการรับและแลกเปลี่ยนกนั ระหวา่ งผู้คนในพื้นทกี่ ับชาวตา่ งชาตทิ เ่ี ดนิ ทางเข้ามาตง้ั ถ่นิ ฐานใน
ดนิ แดนไทย นอกจากนกี้ ารที่กรุงศรีอยธุ ยามีนโยบายเปิดกว้างและยอมใหช้ าวต่างชาตติ ่างภาษาเหลา่ น้ี
สามารถนบั ถือศาสนา และประกอบพิธีกรรม ทางศาสนาได้อยา่ งเสรี ย่อมดงึ ชาวตา่ งชาติต่างศาสนาทัง้ มุสลิม
คริสต์ และพราหมณ์ ให้เข้ามาค้าขาย เพมิ่ ขึ้น จนกลา่ วได้ว่ากรุงศรีอยธุ ยาเป็นสังคมนานาชาตทิ ี่อยรู่ วมกันได้
อย่างปกติสุข
สภาพเศรษฐกิจเเละสังคมสมยั อยุธยา
2. ลกั ษณะทางเศรษฐกิจสมยั อยธุ ยา
ลักษณะทำเลที่ต้ังและสภำพทำงภมู ิศำสตร์ ส่งผลให้อำณำจักรอยุธยำมีพนื้ ฐำนเศรษฐกิจอยทู่ ่ี
กำรเกษตรและกำรค้ำขำย ซงึ่ มที ้งั กำรค้ำขำยภำยในและกำรค้ำระหวำ่ งประเทศอย่ำงกว้ำงขวำง โดยรำชสำนัก
อยุธยำสง่ เสริมควำมสัมพนั ธ์ระหวำ่ งประเทศ เพ่ือผลประโยชน์ทำงเศรษฐกจิ และกำรค้ำ ซ่งึ สง่ ผลให้เศรษฐกจิ
ของอำณำจักรอยธุ ยำมีควำมมงั่ คง่ั และเจรญิ รงุ่ เรือง
- การเกษตรกรรม
กำรทอี่ ำณำจักรอยุธยำตั้งอยู่ในบรเิ วณทรี่ ำบลุม่ แม่นำ้ เจ้ำพระยำตอนลำ่ งที่เกิดจำกกำรทับถมของดิน
ตะกอนทำให้ดินบรเิ วณนม้ี ีควำมอุดมสมบูรณเ์ หมำะแกก่ ำรทำเกษตรกรรมเปน็ อยำ่ งมำกโดยเฉพำะ กำร
ปลกู ข้ำว พชื สำคัญทีป่ ลูกกนั มำกรองลงมำได้แก่ พรกิ ไทย ฝ้ำย หมำก มะพร้ำว ไม้ผลตำ่ งๆ กำรเกษตรของ
อำณำจักรอยุธยำมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือบริโภคภำยในอำณำจักรเป็นสำคญั และมลี ักษณะเปน็ กำรเกษตร แบบพอ
ยงั ชพี ใช้เทคนคิ กำรผลิตแบบดง้ั เดมิ ทตี่ ้องพ่งึ พำธรรมชำติ โดยใช้แรงงำนคนและสตั วเ์ ป็นสำคัญ และเนื่องจำก
ควำมอุดมสมบรู ณ์ของดินและน้ำ ทำให้มผี ลผลติ ทำงกำรเกษตรเป็นจำนวนมำก ผลผลติ ทเ่ี หลอื จำกกำร
บริโภคภำยในอำณำจกั รอยธุ ยำจะกลำยเปน็ สินค้ำเกษตรที่สง่ ไปขำยยงั ดนิ แดนต่ำงๆ เช่น ขำยหมำกให้จีน
อนิ เดีย และโปรตเุ กส ขำยฝำ้ ยและมะพร้ำวใหญ้ ีป่ ่นุ และมะละกำ ทีส่ ำคัญคือขำ้ วขำยใหม้ ลำยู มะละกำ ชวำ
ลังกำ จีน และญ่ปี นุ่
- การค้าขาย
อำณำจักรอยธุ ยำมีบทบำทสำคญั ในฐำนะเป็นศนู ยก์ ลำงกำรคำ้ ซง่ึ ไดส้ รำ้ งควำมมงั่ คั่งให้แก่อำณำจักร
อย่ำงต่อเน่อื ง ท้งั นีเ้ พรำะสภำพท่ตี ัง้ ของกรุงศรีอยธุ ยำเหมำะสมกับกำรตดิ ต่อค้ำขำยทง้ั ภำยในอำณำจักร และ
กำรค้ำกบั ตำ่ งชำติ ดงั นี้
1. การคา้ ขายภายในอาณาจกั ร
ดว้ ยสภำพทตี่ ัง้ ของอยธุ ยำอยบู่ ริเวณท่ีแม่น้ำสำคัญหลำยสำย ไหลผำ่ น จึงเป็นชมุ ทำงกำรค้ำท่ีพอ่ คำ้
จำกหวั เมืองทำงเหนือจะนำสินค้ำของปำ่ ลงมำแลกเปล่ยี นกับสินค้ำ จำกต่ำงประเทศ โดยใชเ้ สน้ ทำงทำงนำ้
ตดิ ต่อระหว่ำงแวน่ แคว้นภำยในตำ่ งๆ เช่น สุโขทัย ล้ำนนำ ลำ้ นชำ้ ง ท่ีอยู่ทำงเหนือ หวั เมืองทำงตะวนั ตก เช่น
ตะนำวศรี ทวำย และหวั เมืองพมำ่ หวั เมืองตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น เมืองโครำช พิมำย ไปจนถงึ เมอื งพระ
ตะบองของเขมร ควำมสำคญั ของกำรค้ำทำใหร้ ำชสำนักอยุธยำ ส่งเสรมิ กำรค้ำดว้ ยวธิ กี ำรต่ำงๆ ตลอดจนออก
กฎหมำยควบคุมกำรค้ำเพ่ือใหก้ ิจกรรมทำงเศรษฐกจิ ดังกล่ำว ดำเนนิ ไปได้ด้วยดี อย่ำงไรก็ตำมประชำชนทั่วไป
ยังคงค้ำขำยแลกเปล่ยี นสิ่งของที่ตนเองตอ้ งกำรมำกกว่ำ จะแสวงหำกำไรและผลประโยชนโ์ ดยตรง
ศูนย์กลำงกำรค้ำภำยในของกรงุ ศรีอยธุ ยำอยู่ท่ี ย่ำนหรอื ปำ่ ซ่งึ เป็นสถำนที่ผลิตและ ขำยสินค้ำ เชน่
ย่ำนปำ่ ขนม และตลำดน้ำท่ีพ่อค้ำแม่ค้ำชำวพ้นื เมอื งนำสนิ คำ้ มำแลกเปล่ียนกัน สว่ นตลำดบก จะมีทัง้ สนิ คำ้
พื้นเมืองและสนิ ค้ำท่ีนำเขำ้ จำกต่ำงประเทศ
สินคำ้ พ้นื เมืองท่ีขำยตำมตลำดส่วนใหญเ่ ปน็ สินค้ำหัตถกรรม เช่น หม้อ เสื้อ เครื่องดนตรี ฟิก หมอน
มุง้ กระบุง ตะกร้ำ รวมทง้ั อำหำร เชน่ ขนมขบเคีย้ ว ของแหง้ ตำ่ งๆ
2. การคา้ ระหวา่ งประเทศ
อำณำจกั รอยธุ ยำมีชัยภูมิเหมำะสมกับกำรค้ำระหวำ่ งประเทศเนื่องจำกเป็นเมืองทำ่ ท่ีอยู่กงึ่ กลำง
เสน้ ทำงกำรเดนิ เรือค้ำขำยระหวำ่ งประเทศจีนกบั อินเดยี ประกอบกับควำมเข้มแข็งทำงกำรเมืองและนโยบำย
กำรค้ำของผู้นำ ทำใหเ้ ป็นศนู ย์รวมของสนิ ค้ำจำกเมืองทำ่ ต่ำง ๆ โดยเฉพำะของป่ำซ่งึ เป็นสนิ คำ้ ต่ำงชำติ
ต้องกำรด้วยปัจจัยตำ่ ง ๆ นส้ี ่งผลใหอ้ ำณำจกั รอยุธยำกลำยเปน็ เมอื งท่ำ นำๆชำติ นำมำซึ่งผลนำมำซงึ่
ผลประโยชนแ์ ละควำมม่งั คั่งทำงเศรษฐกิจ
กำรคำ้ ระหวำ่ งประเทศน้มี ีววิ ฒั นำกำรตั้งแตก่ ่อนสถำปนำอำณำจกั รอยุธยำ เมืองตำ่ งๆ ตำมชำยฝ่ัง
ทะเลท้ังบรเิ วณรอบอ่ำวไทยและเมอื งท่ำในภมู ภิ ำคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ เปน็ เครือขำ่ ยกำรค้ำของจนี
อนิ เดียและชำติอำหรบั อยู่ก่อนแล้วโดยระบบกำรค้ำในชว่ งพุทธศตวรรษท่ี 19 พ่อค้ำ ตำ่ งชำตจิ ะไม่เดนิ ทำงไกล
ไปยังแหล่งสินค้ำโดยตรงเหมือนแตก่ ่อนซ่งึ พ่อค้ำตำมเมืองท่ำต่ำงๆ ใน แตล่ ะภมู ภิ ำคจะรับสง่ สินคำ้ เปน็ ทอดๆ
ไป
เมอื่ กรงุ ศรีอยธุ ยำสถำปนำขน้ึ เม่ือ พ.ศ. 1893 รำชสำนักอยุธยำประกอบดว้ ยพระมหำกษัตริย์ พระ
รำชวงศห์ รอื เจำ้ นำย หรือขุนนำงรว่ มกับชำวจนี ไดท้ ำกำรค้ำเรอื สำเภำกบั จนี อนิ เดีย ลงั กำ ญี่ปุ่น คำบสมุทร
และหมู่เกำะตำ่ งๆ ในภมู ิภำคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ ในพุทธศตวรรษที่ 21 กำรค้ำ ระหว่ำงประเทศขยำยตัว
เพิ่มมำกขึน้ เพรำะไดต้ ิดต่อค้ำขำยกบั ชำวตะวันตก โดยโปรตเุ กสเปน็ ชำติแรก (พ.ศ. 2054) ทเ่ี ข้ำมำตดิ ต่อ
ค้ำขำย หลงั จำกนั้นมสี เปน (พ.ศ. 2141) ฮอลันดำ (พ.ศ. 2147) องั กฤษ (พ.ศ. 2155) และฝรง่ั เศส
(พ.ศ. 2216) ตำมลำดับ กรงุ ศรอี ยธุ ยาจึงเปน็ ศูนยก์ ลางการคา้ ทีส่ าํ คัญของภูมภิ าคเอเชียตะวนั ออกเฉียง
ใต้ด้วยเหตผุ ลที่สาํ คญั 2 ประการ คอื
- เปน็ แหลง่ รวมของสนิ คา้ ประเภทของป่า
เช่น หนงั กวำง ไม้ฝำง คร้งั กำยำน และแรธ่ ำตุต่ำงๆ เช่น ดีบกุ ตะกวั่ จำกดินแดนตอนในภูมิภำค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นสินคำ้ ทต่ี ลำดระหวำ่ ง ประเทศ ในช่วงพุทธศตวรรษท่ี 19 ถงึ ครึง่ แรกของ
พุทธศตวรรษที่ 23 ต้องกำรเปน็ อยำ่ งมำก
- เป็นศนู ย์กลางของการค้าสง่ ผ่าน
อำณำจักรอยธุ ยำมีบทบำทสำคัญในกำรชว่ ยกระจำยสนิ คำ้ จำกจนี เขำ้ สูด่ ินแดนตอนในของเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งกำรสง่ สินคำ้ จำกจนี ไปยังชำยฝม่ั หำสมทุ ร อนิ เดยี ในขณะเดยี วกันกเ็ ป็นศนู ย์กลำงใน
กำรรวบรวมสนิ คำ้ จำกดนิ แดนตอนในและจำกแถบชำยฝัง่ ทะเล มหำสมทุ รอนิ เดีย เพอื่ ส่งต่อไปขำยให้แกจ่ ีน
และญี่ปุน่
บันทกึ ของชำวต่ำงประเทศท่เี ขำ้ มำคำ้ ขำยในกรงุ ศรอี ยุธยำไดส้ ะท้อนใหเ้ หน็ ถึงควำมเจรญิ รงุ่ เรอื ง
ทำงกำรค้ำนำนำชำติ เช่น ฮอลนั ดำใช้อยธุ ยำเปน็ แหล่งรวบรวมสนิ ค้ำประเภทของป่ำ และสินค้ำเกษตร เชน่
หนังกวำง ไมฝ้ ำง ไม้กฤษณำ หนังปลำกระเบน ดนิ ประสิว ครำม หมำก ตะกวั่ ดีบุก กระวำน ขี้ผึ้ง เพือ่ นำไป
ขำยยงั ตลำดญปี่ ่นุ และนำสินค้ำประเภทเงิน ทองแดง เหล็ก กระสนุ อำวธุ ผ้ำชนดิ ต่ำงๆ เคร่อื งแก้ว และสินคำ้
ฟุ่มเฟอื ย เข้ำมำแลกเปล่ยี น สว่ นพอ่ ค้ำอินเดยี จะซื้อสนิ ค้ำจำกอำณำจักรอยุธยำหลำยชนดิ เชน่ ไมฝ้ ำง หนงั
สตั ว์ ดีบุก งำชำ้ ง และช้ำง และนำผ้ำชนดิ ตำ่ งๆ รวมทง้ั อัญมณมี ำขำยที่กรุงศรีอยุธยำ
ลกั ษณะการค้าของอาณาจกั รอยุธยา กำรคำ้ กับต่ำงประเทศในสมยั อยธุ ยำตอนต้นเป็นกำรค้ำ กึ่งผกู ขำด
เปน็ กำรค้ำสำเภำกบั ชำตติ ่ำงๆ ในภูมิภำคเอเชยี ด้วยกนั ซง่ึ ส่วนใหญ่เป็นกำรคำ้ ท่ีดำเนินกำร โดย
พระมหำกษัตรยิ ์ เจ้ำนำย และขุนนำง แตส่ ำมำรถติดตอ่ คำ้ ขำยกับรำษฎรและพ่อค้ำชำติอื่นที่อยใู่ น กรงุ ศรี
อยุธยำไดโ้ ดยตรง ต่อมำเม่ือค้ำขำยกบั ชำติตะวนั ตกสินค้ำที่นำมำขำยคืออำวธุ ปนื ซึ่งถือเป็น สนิ ค้ำตอ้ งหำ้ ม
ส่วนสนิ คำ้ ที่ชำวต่ำงชำตติ ้องกำรส่วนใหญ่เป็นสินคำ้ ของป่ำ ทำใหม้ กี ำรจัดตง้ั พระคลังสนิ ค้ำ เพ่ือทำหน้ำท่ี
อำนวยควำมสะดวกทำงกำรค้ำโดยรวบรวมสนิ คำ้ เหลำ่ นสี้ ่งตอ่ ให้พอ่ คำ้ ต่ำงชำติ ซงึ่ ทำกำไรใหแ้ กพ่ ระคลังสนิ คำ้
อยำ่ งมหำศำลเม่ือกำรคำ้ ขยำยตวั และทวีควำมสำคัญข้ึนทำให้เกิดกำรผูกขำดทำง กำรคำ้ สนั นษิ ฐำนวำ่ น่ำจะ
เขม้ งวดขน้ึ ในรชั สมัยสมเด็จพระมหำจักรพรรดิรำชสำนักได้ผกู ขำดสินค้ำ หลำยชนดิ มีกำรออกกฎหมำยหลำย
ฉบบั เกีย่ วกบั กำรคำ้ และจดั ระบบกำรคำ้ แบบผูกขำดใหเ้ ป็นระเบยี บ ในสมยั สมเดจ็ พระเจำ้ ปรำสำททอง
พระองค์ทรงหำวธิ ีเพ่ิมรำยได้แผน่ ดินโดยเพ่มิ ประเภทสินค้ำผูกขำดเชน่ ผำ้ แพร เคร่ืองลำยครำม โดยพระ
คลงั สินคำ้ ซึ่งเดิมผูกขำดกำรจำหน่ำยสนิ ค้ำประเภทอำวธุ และดินปืนของ พ่อคำ้ ตะวนั ตกทตี่ อ้ งขำยให้รำช
สำนักเท่ำนั้น ต่อมำขยำยขอบเขตไปถึงสินค้ำต่ำงแดนชนิดอ่ืนๆ ด้วย โดยออกกฎหมำยเกี่ยวกับสินค้ำต้องห้ำม
ซึง่ เปน็ สนิ คำ้ ทีร่ ำชสำนักโดยพระคลังสินค้ำจะเปน็ ผู้ผกู ขำดซ้ือขำย แต่ผเู้ ดียว หรือจะต้องซ้ือจำกพระคลงั สินค้ำ
เท่ำน้ัน สนิ คำ้ ต้องห้ำมทีเ่ ปน็ สินคำ้ นำเข้ำ เช่น ปืนไฟ กระสนุ ดนิ ดำ และกำมะถนั สินคำ้ ออก เชน่ ดีบุก ตะก่วั
ดินประสิว นอแรด งำช้ำงไมก้ ฤษณำ ไม้จนั ทน์ ไมห้ อม และไม้ฝำง
กรมท่า เป็นผดู้ แู ลเกี่ยวกบั กำรค้ำของอำณำจกั ร โดยแบ่งออกเปน็ 2 ส่วน คือ กรมทำ่ ขวำ ซ่งึ จะควบคุม
กำรค้ำกบั ชำติตะวนั ตก เช่น อังกฤษ ชวำ กรมท่ำซ้ำยจะควบคมุ ดูแลกำรค้ำกับจนี และฮอลันดำ หนำ้ ท่ีหลกั
ของกรมท่ำ คอื กำรผูกขำดสนิ คำ้ กำหนดชนดิ ของสนิ ค้ต้องห้ำมและเก็บค่ำธรรมเนียมกำรคำ้ กำรค้ำ
ต่ำงประเทศของอำณำจักรอยุธยำถอื เปน็ พนื้ ฐำนสำคัญของเศรษฐกจิ ซึง่ ทำใหร้ ำชสำนกั อยุธยำ มีรำยได้จำนวน
มำก และนำควำมม่ังค่ังมำสูอ่ ำณำจักร
สภาพเศรษฐกิจเเละสังคมสมยั อยุธยา
3. รายได้เเละรายจ่ายของอาณาจกั รอยธุ ยา
- การจัดเกบ็ รายได้ของอาณาจกั ร
อาณาจกั รอยธุ ยามแี หล่งรายได้ทั้งการคา้ เรือสาํ เภา และการค้าโดยพระคลงั สนิ คา้ ซง่ึ เป็นการคา้
ผูกขาดรายได้จากการเก็บภาษจี ากสนิ ค้าต่างประเทศ รวมทงั้ เคร่ืองราชบรรณาการทีเ่ มืองขนึ้ ต่างๆ ส่งให้ราช
สาํ นกั และรายไดท้ ี่เรยี กเก็บจากราษฎร ภาษีอากรทจี่ ดั เกบ็ เป็นรายไดข้ องอาณาจักร แบ่งออกเปน็ 4 ประเภท
คอื
1. จังกอบ คอื การเก็บค่าผ่านด่านขนอนท้ังทางบกและทางนํ้า ซงึ่ เรียกเก็บจากสนิ คา้ ของราษฎร โดย
เกบ็ ชักส่วนสินค้าไวใ้ นอตั รา 10 ชกั 1 หรอื เกบ็ ตามขนาดยานพาหนะทขี่ นสนิ ค้าเช่นเรือสินค้าเก็บ
ภาษี ตามความกวา้ งของปากเรือตามอตั ราที่กาํ หนด เรยี กภาษปี ากเรือ โดยจะมีการตง้ั ด่านขนอนตาม
ริมนํ้า รอบกรงุ ศรีอยุธยาเพอื่ ให้เจา้ พนักงานตรวจและจัดเก็บจังกอบเรือและจังกอบสนิ ค้าที่ผา่ นเขา้
ออก
2. สว่ ย คือ สง่ิ ของหรือเงินตราที่ไพรห่ ลวงสง่ ให้ทางราชการแทนการถูกเกณฑ์แรงงาน ถ้าจ่ายเป็น เงนิ
เรยี กว่า ค่าาชการ ถา้ สง่ เปน็ ส่ิงของเรยี กวา่ ส่วย ซึง่ ส่วนใหญ่จะเปน็ สิ่งของท่ีมอี ยู่มากในท้องถ่ิน และ
ราชการสามารถนําไปเปน็ สินค้าได้ เชน่ สว่ ยดบี กุ ส่วยมลู ค้างคาว ส่วยไมฝ้ าง
3. อากร เปน็ ภาษีท่ีชกั ส่วนจากผลประโยชนท์ ่รี าษฎรทํามาหากินไดจ้ ากการประกอบกิจการตา่ งๆ เชน่
อากรคา่ นาที่เรยี กวา่ หางขา้ ว ซง่ึ จะเป็นเสบยี งอาหารสําหรับกองทัพอากรสวนเรียกเกบ็ จากผู้ท่ี ทาํ
สวนโดยคดิ ตามประเภทและจํานวนตน้ ไมแ้ ต่ละชนดิ นอกจากนีย้ งั มาจากการขอสิทธหิ รือสมั ปทาน
จากทางราชการ เชน่ การขดุ แร่ การเกบ็ ของป่า การตม้ กล่ันสรุ า เรียกวา่ อากรสุรา การอนุญาต ให้
จับสตั ว์น้าํ เรยี กวา่ อากรค่านํ้า
4. ฤชา เป็นค่าธรรมเนียมตา่ งๆ ที่เรยี กเกบ็ จากราษฎร เมื่อราษฎร ไปตดิ ต่อทางราชการตาม ระเบียบ
กฎหมาย เชน่ ค่าธรรมเนียมในการพจิ ารณาพิพากษาคดีความและค่าธรรมเนียมในการออก เอกสาร
บางอย่างให้ หรอื เรยี กอกี ชื่อหนงึ่ วา่ เงนิ พินยั หลวง คา่ ออกโฉนดที่ดิน
- รายจา่ ยของอาณาจกั ร
รายจา่ ยของอาณาจักรมหี ลายดา้ น เช่น การทําสงครามเพื่อการป้องกัน อาณาเขต หรือขยาย
อํานาจทางการเมือง ซง่ึ คา่ ใช้จา่ ยดังกลา่ วคอ่ นข้างสูงมาก คา่ ใช้จา่ ยในการปูนบาํ เหน็จ ให้ขุนนางและไพร่
พลเมอื งทที่ ําประโยชนใ์ ห้ราชการ รวมทง้ั การพระราชทานใหช้ าวต่างชาติสรา้ งที่พกั อาศยั โบสถต์ ามลัทธิ
ศาสนา คา่ ใชจ้ า่ ยในการก่อสรา้ งสาธารณูปโภค เชน่ สรา้ งสะพาน ขดุ คลอง คา่ ใช้จ่ายในการ ทํานบุ ํารุง
พระพุทธศาสนาอนั จะเปน็ การรกั ษาศลิ ปวัฒนธรรมของชาติ และเปน็ ขวัญกําลงั ใจให้ราษฎร รวมทั้งค่าใชจ้ า่ ย
ในราชสํานกั และการเจริญสัมพันธไมตรีกับตา่ งประเทศ
สภาพเศรษฐกิจเเละสงั คมสมัยอยุธยา
4. ระบบศกั ดนิ าและโครงสรา้ งทางสังคมสมัยอยุธยา
สังคมสมัยอยุธยามกี ารจัดระเบยี บสังคมโดยแบง่ ชนช้ันของสงั คมเป็นดงั นี้
- พระมหากษัตรยิ ์ ทรงเป็นประมุขของอาณาจกั ร มีพระราชอํานาจเหนอื ทกุ คนในสงั คม บนเจ้าแผ่นดนิ
และเจ้าชีวิตของคนทั้งปวง พระมหากษัตริยท์ รงอยใู่ นฐานะมูลนายสงู สดุ ราชทานตําแหน่ง
ยศถาบรรดาศักดแ์ิ ละศักดนิ าแก่เจา้ นายและขนุ นางทที่ ําความชอบใน งานราชการในขณะเดยี วกันก็
จะมีพระราชอาํ นาจในการลดขนั ศักดินาของเจ้านายและขุนนางผ้กู ระทําผิดด้วย
- พระบรมวงศานุวงศ์ คือ บรรดาเจ้านายซึ่งเปน็ เครอื ญาติรวมทง้ั พระราชโอรสและพระราชธดิ า
ของพระมหากษัตริย์ซง่ึ เรยี กรวมวา่ เจา้ นาย เปน็ ชนช้ันท่ีไดร้ บั อภิสทิ ธมิ าแตก่ ําเนิด ลาดบนของ พระ
ราชวงศเ์ รียงตามลําดับประกอบด้วย เจ้าฟ้า พระองค์เจ้า และหม่อมเจา้ บรรดาเจ้านายมีศกั ดนิ า
แตกต่างกันไปตามฐานะ เช่น พระมหาอุปราชเป็นพระราชวงศ์ท่มี ีศกั ดินาสงู สุด คือ 900,000 พระเจ้า
ลูกเธอมศี ักดนิ า 15,000
- ขุนนาง คอื ขา้ ราชการของแผ่นดนิ ซึ่งมีบทบาทในการปกครองอาณาจกั รตามพระราชโองการ ของ
พระมหากษัตรยิ ์ ขุนนางได้รบั การยกย่องและได้รบั อภิสิทธ์ิตา่ งๆ โดยจะมีศักดินาลดหลน่ั กันลงไป
ตามยศท่ีไดร้ บั เช่น สมหุ พระกลาโหมมีศกั ดนิ า 10,000 ในทางเศรษฐกจิ ขุนนาง และเจา้ นายเป็นผทู้ ่ี
ได้ผลประโยชนจ์ ากไพรท่ ่ีอยูใ่ นการควบคุม
- ไพร่ หมายถงึ ราษฎรทตี่ ้องขน้ึ บัญชสี ังกดั ตอ่ มลู นายหรอื ขุนนางตามกรมกองแหง่ ใดแห่งหนึง่ โดยไพร่ท่ี
เปน็ ชายฉกรรจจ์ ะถูกสักขอ้ มือแสดงว่าเปน็ ไพร่เมื่อมีอายุ 18 ปี หน้าทจ่ี องไ.. รับราชการ หรือถูก
เกณฑ์แรงงาน มิฉะนั้นต้องส่งสิง่ ของหรือเงินมาทดแทน
ไพรม่ ีศกั ดินา 5-25 ขน้ึ อยู่กับประเภทของไพร ไพรแ่ บ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
o ไพรห่ ลวง หมายถึง ไพร่ของหลวงทข่ี ้นึ ตรงตอ่ พระมหากษัตริย์ ซ่ึงพระองค์ทรงแจกจา่ ยไพร
หลวงไปตามกรมตา่ งๆ ให้ เจ้ากรมและข้าราชการในกรมเป็นผคู้ วบคุมดูแล หน้าท่ีของไพร่
หลวง คอื การเข้าเวร กําหนดให้ไพรเ่ ขา้ เวรปีละ 6 เดือน โดยเข้าเวร 1 เดอื นแลว้ กลับ
ภูมิลาํ เนา 1 เดือน สลบั กันไป เรยี กว่า เขา้ เดอื นออกเดือน งานท่ีต้องทาํ เช่น สร้างและ
ซ่อมแซมส่งิ ก่อสรา้ งต่างๆ เป็นช่างฝีมอื ในกรมต่างๆ เชน่ ช่างถม ชา่ งทอง สว่ นไพรหลวงที่
มิได้เข้ารบั ราชการถูกเกณฑ์แรงงานแตจ่ ะขอทํามาหากินอยูใ่ นภมู ลิ าํ เนาของตน โดยส่งเงนิ
ทอง หรอื ส่งิ ของ ของปา่ แรธ่ าตุ แกร่ ฐั แทนการทาํ งานตามท่รี ฐั กําหนด เรยี กว่า ไพร่ส่วย ซง่ึ
ส่วยดังกล่าวน้จี ะถูกนาํ มาใช้ในงานราชการหรอื นํามาเป็นสินค้าออกในระบบการคา้ ผูกขาด
ต่อไป
o ไพร่สม หมายถงึ ไพรส่ ่วนตัวของเจ้านายและขุนนางซ่ึง พระมหากษัตริยจ์ ะพระราชทานไพร่
สมให้ตามศักดนิ าของมูลนายแตล่ ะคน ไพรส่ มจะถูกข้นึ ทะเบยี นสักเลกหมายหมู่ในสังกัดมูล
นาย จํานวนไพร่สม ของมูลนายแตล่ ะคนขนึ้ อยู่กับอาํ นาจและความสามารถของมลู นายนั้น
งานของไพร่สม คือ รบั ใช้มูลนายทีต่ นสงั กดั อยหู่ รอื อาจทาํ งานใหร้ าชการตามท่มี ูลนายได้รับ
มอบหมาย
ในยามปกติ ไพรท่ ง้ั 2 ประเภทจะทาํ หนา้ ท่ีตา่ งกัน แต่ในยามสงคราม ไพร่ทุกคนมีหน้าท่ี
เหมอื นกันคือ เป็นกําลงั รบภายใต้บงั คับบญั ชาของมลู นาย นอกจากนีไ้ พร่มีโอกาสเล่ือนชนชน้ั ในสงั คม เชน่
การทําความดคี วามชอบในราชการสงคราม การออกบวชแลว้ เลา่ เรียน เมอื่ ลาสิกขามีความรคู้ วามสามารถ จะ
สมัครเข้ารบั ราชการได้
- ทาส คอื บุคคลท่ีไมม่ ีกรรมสิทธิ์ในแรงงานและชวี ติ ของตนเอง แตต่ กเป็นของนายจนกว่า จะได้รับ
การไถ่ตวั ใหพ้ น้ จากความเป็นทาส นายมสี ทิ ธซิ ้อื ขายทาสได้ทาสมีศักดินา 5 และถอื เปน็ บุคคล ท่ีมี
ฐานะตํา่ ตอ้ ยในสงั คม ในสมยั อยุธยามีทาสอยู่ 7 ประเภท ไดแ้ ก่
1.ทาสสนิ ไถ่
ทาสท่ีซ้ือมาด้วยทรัพย์ในกรณีทม่ี คี นมายอม ขายตนเองเปน็ ทาสหรือขายบตุ รหรือภรรยาเป็นทาส
เพราะต้องการนําเงินไปใช้ หากมีเงินมาไถ่ถอน สามารถพน้ จากการเป็นทาสได้
2.ทาสในเรอื นเบีย้
ทาสที่เกิดจากพ่อแม่ท่เี ป็นทาส ถือเปน็ ทาสโดยกาํ เนิด
3.ทาสท่ไี ดม้ าดว้ ยการรบั มรดก
ทาสทไ่ี ด้รบั เป็นมรดกสบื มาจากบิดามารดา
4.ทาสทา่ นให้
ทาสทส่ี ามารถยกให้กนั ได้
5.ทาสที่ช่วยไวจ้ ากโทษทัณฑ์
ผู้ต้องหาที่ไมม่ ีเงินจ่ายเปน็ ค่าปรับทกี่ ระทาํ ผิด ถ้ามีนายเงนิ มาจา่ ยค่าปรบั ใหแ้ ทน ผนู้ ัน้ ก็ต้องตกเป็น
ทาสของนายเงนิ
6.ทาสทช่ี ว่ ยจากทพุ ภกิ ขภยั
ผู้ท่ีอดอยากในยามข้าวยากหมากแพง แลว้ มาอยู่อาศยั กับมูลนายเป็นเวลานาน และยอมเป็นทาสของ
มูลนายนั้น
7.ทาสเชลย
ทาสทไ่ี ด้มาจากพวกเชลยศึกในสงคราม
นอกจากชนช้นั ปกครองและชนชน้ั ทอ่ี ยู่ใต้การปกครองแลว้ สังคมสมัยอยุธยายังมี พระสงฆ์ ซงึ่ เป็น
กลุ่มคนท่ีได้รับการเคารพนับถอื จากชนชนั้ ต่างๆ ในสงั คม พระสงฆ์ไดร้ บั อภิสทิ ธิ์หลายประการ เชน่ ไมต่ ้องถกู
เกณฑ์แรงงาน ไม่ต้องถูกสกั เลก และไมต่ ้องเป็นไพร่ นอกจากนี้ สังคมสมัยอยธุ ยายงั ประกอบดว้ ย ชาว
ต่างประเทศทีเ่ ดินทางเข้ามาค้าขาย ได้ตง้ั ถน่ิ ฐานอยู่ที่กรงุ ศรีอยุธยาจงึ กลายเป็นประชากรอีกกลุ่มหนงึ่
ชาวต่างชาตใิ นสมัยอยธุ ยา สงั คมสมัยอยุธยาถือเปน็ สงั คมที่มหี ลายชนชาติหลายศาสนา รวมอย่ดู ว้ ยกัน ได้แก่
- ชาวเอเชยี
พ่อค้าท่ีเขา้ มาคา้ ขายและตง้ั หลักแหลง่ ในกรุงศรีอยธุ ยา ท่สี ําคัญได้แก่ ชาวจนี อินเดยี อาหรับมลายู
และญี่ปุน่ ซ่งึ ราชสํานักอยุธยาไดใ้ ห้ความอุปถัมภ์ชาวตา่ งชาตซิ ึ่งราชสํานักอยธุ ยาไดใ้ ห้ความอุปถัมภ์
ชาวต่างชาตเิ หล่าน้ี เช่น จดั สถานท่ี นเรือนอยเู่ ป็นชมุ ชนนอกกาํ แพงเมืองชาวต่างชาติเหล่าน้ีมเี สรภี าพใน
การนบั ถือศาสนาและปฏบิ ัติ ตามประเพณีของตนได้อย่างเต็มท่ี ในดา้ นการปกครองราชสาํ นักได้
มอบหมายให้แตล่ ะชุมชนมีหวั หนา้ ซึง่ เป็นชาวตา่ งชาตดิ ้วยกันคอยดูแลความเปน็ ระเบียบเรยี บรอ้ ย ซึง่
หัวหนา้ บางคนเดเขาบบ เปน็ ขนุ นางในราชสาํ นักอยธุ ยาอีกดว้ ย เชน่ หัวหน้าชาวอนิ เดีย อาหรับ ไดร้ ับ
พระราชทานยศเปน็ พระจฬุ าราชมนตรหี วั หน้าฝา่ ยจีน คือ หลวงโชฎกี ราชเศรษฐี ชาวตา่ งชาติที่มบี ทบาท
สําคัญในราชสานัก อยุธยา อีกพวกหนงึ่ คอื ชาวอาหรบั ซ่ึงมีความสามารถในทางการคา้ ขายและส่วนใหญ่
มีฐานะรํ่ารวย ในสมยั สมเดจ็ พระเจ้าทรงธรรม พ่อค้าชาวเปอร์เซียผหู้ น่งึ ชอ่ื เฉกอะหมัดได้รับราชการเป็น
พระยาเฉกอะหมัด รตั นราชเศรษฐี เจา้ กรมท่าขวาต่อมาได้เลื่อนยศเป็นถึงเจ้าพระยาเฉกอะหมัดรตั นธบิ ดี
มีตาํ แหน่งสมุหนายก ในสมยั สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช นอกจากน้ี ราชสํานกั อยุธยายังมกี องทหาร
รักษาพระองค์เปน็ ชาวตา่ งชาติ เช่น มอญ ลาว จนี และชาวเปอร์เซยี
พอ่ คา้ ตา่ งชาตไิ มต่ ้องถูกเกณฑ์แรงงานเหมือนกับราษฎรท่วั ไป แต่ในเวลาสงครามอาจถูก ขอความ
ชว่ ยเหลือในเรื่องเงินและกําลังคนช่วยรบด้วย นอกจากพ่อค้าแล้วสงั คมอยธุ ยายงั มผี ู้คนชาวต่างชาติ ท่ีอพยพ
ยา้ ยถน่ิ ฐานจากรฐั ตา่ งๆ ใกล้เคยี ง และผู้คนที่ถูกกวาดต้อนเขา้ มาในยามสงคราม
- ชาวตะวนั ตก
สมยั สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ชาวตะวันตกได้เข้ามาค้าขายและตงั้ ถิ่นฐาน ในอยุธยา โดยโปรตุเกสเขา้
มาเปน็ ชาตแิ รก ตามมาดว้ ยชาตอิ ่นื ๆ ได้แก่ สเปนฮอลันดา องั กฤษ และฝร่งั เศสซง่ึ เข้ามาเจรญิ
สัมพันธไมตรีทางการทูต แลว้ ยงั มจี ดุ ประสงค์อ่นื คือ เขา้ มาทาํ การค้าขายและเผยแผ่ คริสต์ศาสนา
ชาวตะวันตกทเี่ ข้ามายังกรุงศรอี ยุธยาเปน็ บุคคลหลายกล่มุ มีทงั้ พ่อค้า บาทหลวง และ นักทอ่ งเท่ียวผจญ
ภัย พระมหากษัตรยิ ส์ มยั อยุธยาทรงยินดีตดิ ต่อคา้ ขายกับชาวตะวันตกอย่างมาก เพราะไดร้ ับผลประโยชน์
ทางเศรษฐกิจและวทิ ยาการความรทู้ ท่ี นั สมัย โดยอนุญาตให้ชาวตะวนั ตก ต้ังบา้ นเรือนอยู่อาศยั บรเิ วณ
ตอนใต้ของพระนคร ไดร้ บั เสรีภาพในการนับถือศาสนาและประกอบพธิ กี รรม ตา่ งๆ ตลอดจนเผยแผ่
ศาสนาครสิ ตใ์ ห้แกค่ นไทยได้โดยเสรี ความต้องการวิทยาการความรูใ้ หม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิง่ ทาง
การทหารและการก่อสรา้ ง ทําให้ชาวตะวันตกเข้ามามีบทบาทในราชสาํ นักอยุธยา เช่น เปน็ ทหารอาสาใน
กองทัพ ทาํ หน้าที่ในกรมทา่ รับผดิ ชอบดา้ นการคา้
สังคมสมัยอยุธยาประกอบดว้ ยผู้คนหลากหลายชนชาติ ทาํ ใหเ้ กิดการประสานและ ผสมกลมกลืน
ทางวฒั นธรรมอันเป็นรากฐานสําคญั ตอ่ พัฒนาการทางสังคมตลอดสมัยอยธุ ยา