The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Worawut Game, 2020-12-29 20:18:01

กรีฑา

กรีฑา

แบบเรยี นวชิ าพลศึกษา

ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 3

โ ร ง เ รี ย น ส า ธิ ต แ ห่ ง ม ห า วิ ท ย า ลั ย เ ก ษ ต ร ศ า ส ต ร์
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา

จดั ทำโดย

: อาจารย์วรวุฒิ หวงั สุข

ช่อื ............................................นามสกลุ ............................................หอ้ ง.......................เลขท่.ี .......................

1

ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3

2

สารบญั หน้า

ประวตั ิและความเป็นมาของกรฑี า 4-5
คณุ ค่าและประโยชน์ของกรีฑา 6-7
ความปลอดภัยในการเล่นกรีฑาประเภทของกรฑี า 8
ประเภทของกรีฑา 9
สนามกรฑี า 10
ทักษะกรฑี าประเภทลู่ 11
11
- การเรม่ิ ตน้ ออกว่งิ 12
- การว่งิ เข้าเสน้ ชยั 13
- ลกั ษณะท่าทางการว่ิงท่ถี กู ต้อง 13 - 14
- การวง่ิ ผลัด 15
ทักษะกรีฑาประเภทลาน 15
- การวิ่งกระโดดไกล 16
ดัชนมี วลกาย 17
บรรณานุกรม

แบบเรยี นวชิ าพลศกึ ษา

กรีฑา ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 3

3

กีฬากรีฑา

กีฬากรีฑากรีฑา (อังกฤษ: athletics) หมายถึงกีฬาท่ีเป็นไปในลักษณะของการทดสอบ
ความสามารถของบุคคลโดยใช้เวลาและระยะทางเปน็ ปจั จยั สาคัญโดยทาการแข่งขันในสนามกรีฑาลู่
และลานที่จัดไว้เฉพาะเช่นกรีฑาประเภทลู่ ได้แก่ ว่ิง 100 เมตร 200 เมตรเป็นต้นและกรีฑาประเภท
ลาน ได้แก่ กระโดดไกลกระโดดสูงเป็นต้นด้วยความเรียบง่ายของการแข่งขันและไม่จาเป็นต้องใช้
อุปกรณ์ราคาแพงทาให้กรฑี าเปน็ หนึ่งในกีฬาทม่ี กี ารแข่งขันกันมากทสี่ ดุ ในโลก

ประวัติและความเปน็ มาของกรีฑากรีฑา

ประวัติและความเป็นมาของกรฑี า กรีฑาเป็นกีฬาเก่าแก่มมี านานแล้วสมัยโบราณมนุษยต์ อ้ ง
ต่อสู้กบั ภัยนานาประการตอ้ งจบั สตั วม์ าเปน็ อาหารโดยการใช้หอกแหลนหลาวพุ่งหรอื แทง หรืออาจจะ
ใช้ก้อนหินทุ่มหรือขว้างปา และในบางโอกาสก็ต้องว่ิงหนีหรือว่ิงติดตามและต่อสู้ภัยอันตรายต่าง ๆ
จากสัตว์ร้ายจากภัยธรรมชาติจากชนเผ่าอื่น ๆ ซึ่งจะต้องมีท้ังการว่ิงการเดินการกระโดดข้ามส่ิงกีด
ขวางการใช้ช้ันเชิงในการต่อสู้และหลบหลีกและหลบหลีกในแบบต่าง ๆ สาเหตุเหล่านี้เป็นต้นกาเนิด
ของกรีฑาท่ีมีการถ่ายทอดกนั มาตามกาลสมัยตามประวัติของกรีฑาเชอื่ กันว่าชาวกรกี สมัยโบราณเป็น
ผู้ริเริ่มการแข่งขันขน้ึ ในราว 766 ปีก่อนคริสต์ศักราชการแข่งขนั น้ีได้จัดขึ้น ณ ลานเชิงเขาโอลิมปสั ใน
แคว้นอีลิสโดยมีจุดประสงค์ในการแข่งขันเพื่อฝึกให้พลเมืองมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงมีร่างกายได้
สดั สว่ นสวยงามและกไ็ ด้ดาเนนิ การแข่งขนั ติดต่อกนั เรื่อยมาจนเมื่อสมัยกรีกเส่ือมอานาจตกอยู่ภายใต้
อานาจของชาวโรมันหรือเข้าสู่ระยะโรมันเรืองอานาจจึงทาให้กีฬาเสื่อมลงตามลาดับจนปี ค.ศ. 393
จักรพรรดิธีโอดอร์ซิอุสแห่งโรมันได้ประกาศยกเลิกการแข่งขันกฬี า ณ ลานเชิงเขาโอลิมปัสเนื่องจาก
การแข่งขันน้ันมีการพนันมีการว่าจ้างผู้เล่นซึ่งผิดไปจากวัตถุประสงค์เติมท่ี ถือว่าการฝึกร่างกายให้
แขง็ แรงสมบูรณเ์ ป็นการฝกึ พลศกึ ษาและเพื่อเป็นทหารรับใช้ประเทศชาตใิ นการจัดการแขง่ ขันกีฬา ณ
ลานเชิงเขาโอลิมปัสน้ีได้เรียกชื่อตามสถานที่ว่า “ การแข่งขันกีฬา โอลิมปิค ” กีฬาโอลิมปิคในสมัย
โบราณไดล้ ้มเลิกการแข่งขันไปเป็นเวลานานถึง 15 ศตวรรษจึงได้มีนักกีฬาคนสาคัญชาวฝร่ังเศสชื่อ “

4

บารอนปแิ อรเ์ ดอคแู บร์แตง” (Barron Piere de Coubertin) ไดร้ ิเร่ิมฟืน้ ฟูใหม้ กี ารแขง่ ขนั ขน้ึ ใหม่โดย
ให้ยึดถือเค้าโครงเดิมเป็นหลักในการจัดการแข่งขันในการริเริ่มการแข่งขันก็โดยการติดต่อกับบุคคล
สาคญั ของประเทศตา่ งๆเข้าร่วมประชุมตกลงใหเ้ ปิดการแขง่ ขนั โอลมิ ปคิ ขนึ้ โดยจัดให้มกี ารแข่งขัน 4 ปี
ต่อ 1 คร้ังให้หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันจัดการแข่งขันระหว่างประเทศในเครือสมาชิกการแข่งขันโอ
ลิมปิคสมัยปัจจุบันได้เปิดการแข่งขันคร้ังแรกเมื่อปี ค.ศ. 1896 (พ.ศ. 2439) ณ กรุงเอเธนส์ประเทศ
กรีซและเพ่ือเป็นอนุสรณแ์ ห่งการก่อกาเนิดของกีฬาโอลิมปิคสมยั โบราณในการจัดการแข่งขันทุกคร้ัง
จงึ ให้ถือกรีฑาเปน็ หลักนับตั้งแต่ได้ริเริ่มการแขง่ ขนั กฬี าโอลมิ ปคิ เป็นต้นมาจงึ ถงึ ปจั จบุ นั

5

คุณคา่ และประโยชนข์ องกรีฑา

การเล่นกรีฑาที่เหมาะสมกับเพศวัยและสภาพของร่างกายตลอดจนมีการฝึกอย่างถูก
หลักเกณฑ์และวิธกี ารยอ่ มก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายจติ ใจอารมณ์และสงั คมเช่นเดยี วกับกีฬาชนิด
อ่นื ๆ ดงั น้ี

ประโยชน์ทางด้านรา่ งกาย

1. ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางด้านร่างกายทาให้กล้ามเน้ือแข็งแรงสมบูรณ์มีความคล่องแคล่ว
วอ่ งไวมคี วามทรหดอดทน

2. ชว่ ยเสรมิ บคุ ลิกภาพใหเ้ ปน็ ผสู้ งา่ งามสมสว่ นสงา่ ผา่ เผยการทรงตัวดี
3. ช่วยให้อวัยวะและระบบต่าง ๆ ของร่างกายทางานได้อย่างมีประสิทธิภาพดีย่งิ ขึ้นเช่นระบบการ
หมนุ เวยี นโลหติ ระบบหายใจระบบยอ่ ยอาหาร
4. ชว่ ยให้รา่ งกายมคี วามอดทนทางานไดน้ านเหนอื่ ยช้าและหายเหนือ่ ยเรว็
5. ชว่ ยระบายพลังงานสว่ นเกินออกไปในทางท่ีกอ่ ใหเ้ กิดประโยชนย์ ่ิงข้นึ
6. ชว่ ยใหร้ า่ งกายมีความตา้ นทานโรคได้ดี

ประโยชนท์ างดา้ นจิตใจและอารมณ์

1. ช่วยให้มีความเชื่อมั่นในตนเองมีความกล้าในการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วสามารถแก้ไขปัญหา
เฉพาะ หนา้ ได้

2. ช่วยทาใหเ้ กิดความสนุกสนานเพลดิ เพลนิ เรา้ ใจและตืน่ เตน้
3. ชว่ ยให้มอี ารมณแ์ ละจติ ใจแจม่ ใสรา่ เริง
4. ชว่ ยระบายความตงึ เครียดหลงั จากที่ตรากตราจากการทางาน
5. ชว่ ยให้มนี ้าใจเปน็ นกั กีฬารู้แพร้ ูช้ นะและรอู้ ภัย

6

ประโยชนท์ างดา้ นสงั คม

1. ช่วยให้เป็นผมู้ ีระเบียบวนิ ัยปฏบิ ัติตามกฎระเบยี บกตกิ าอยา่ งเครง่ ครัด
2. ชว่ ยแกป้ ญั หาของสังคมโดยการใช้เวลาวา่ งใหเ้ ปน็ ประโยชน์
3. ชว่ ยให้สามารถปรับตัวเข้ากบั สงั คมไดด้ ี
4. ชว่ ยก่อให้เกิดสมั พนั ธไมตรีและความสามัคคีระหว่างผ้เู ลน่ ท้งั สองฝ่าย
5. ช่วยก่อให้เกดิ สมั พันธไมตรรี ะหวา่ งประเทศโดยใช้การแขง่ ขันกรีฑาเปน็ ส่อื

7

ความปลอดภยั ในการเล่นกรีฑา

การเล่นกรฑี าผู้เล่นไม่จาเป็นต้องเสี่ยงตอ่ อนั ตรายเหมือนกับการเล่นกฬี าบางประเภท แตม่ ี
หลายส่ิงหลายอย่างทีผ่ ู้เล่นควรสังเกตและปฏบิ ตั ิเป็นประจาในขณะท่ีจะเลน่ กรีฑาเพราะถา้ หากขาด
ความรอบคอบแลว้ ผูเ้ ล่นอาจไดร้ ับบาดเจ็บจนรา่ งกายพกิ ารกไ็ ด้สิ่งทผ่ี ้เู ลน่ ควรคานึงในการเล่นกรฑี า
ดว้ ยความปลอดภัย มีดงั นี้

1. ผู้เล่นควรให้แพทย์ตรวจร่างกายก่อนท่ีจะเล่นหรือฝึกซ้อมกรีฑาเม่ือมีความผิดปกติ
ของร่างกาย
2. ก่อนการเล่นทุกคร้ังควรตรวจพ้ืนสนามท่ใี ช้เล่นเสียก่อนเพราะอาจจะเกิดอันตรายได้
งา่ ย
3. ก่อนการเลน่ ผู้เล่นต้องตรวจดูสภาพอปุ กรณ์ทใ่ี ชเ้ ลน่ วา่ อยใู่ นสภาพทีด่ หี รอื ไม่
4. ผู้เลน่ กรฑี าควรแต่งกายให้เหมาะสมเสอื้ กางเกง ถงุ เทา้ และรองเทา้ จะตอ้ งไมห่ ลวม
หรอื คับจนเกินไปเพราะเครอื่ งแต่งกายมีสว่ นช่วยในการเคลอ่ื นไหวขณะที่เล่นด้วย
5. ก่อนและหลังการเล่นทุกครั้งจะต้องมีการอบอุ่นร่างกายเพ่ือเป็นการกระตุ้นให้
ร่างกายและจิตใจมีความพร้อมทจ่ี ะเล่นต่อไปและเพ่ือผ่อนคลายความเครียดและความ
เมือ่ ยลา้ ของร่างกายถา้ ผเู้ ล่นไมอ่ บอนุ่ ร่างกายจะทาใหก้ ลา้ มเน้อื ปวดเมอื่ ย

6. ผู้เล่นต้องมที ักษะมีความรู้ความเข้าใจในกฎกตกิ าและต้องปฏิบตั ติ ามกฎกติกา
7. ผูเ้ ลน่ ตอ้ งฝึกตามขัน้ ตอนเชน่ จากเบาไปหนกั จากท่าทง่ี า่ ยไปหาท่าทีย่ าก
8. ผู้เล่นไมค่ วรฝกึ หรือเลน่ ในขณะท่ฝี นตกหรืออากาศร้อนจัดเกินไป
9. ขณะฝึกไมแ่ กลง้ หรอื หยอกลอ้ กันเพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตไุ ด้
10. ถ้าผเู้ ล่นไดร้ บั บาดเจบ็ เช่นกลา้ มเนือ้ ฉีกขอ้ เทา้ แพลงหรือหลังจากหายเจบ็ ปว่ ย
แล้วต้องหยุดเล่นจนกวา่ แพทยจ์ ะอนุญาตให้เลน่ ต่อไปได้

8

ประเภทของกรฑี า

กรฑี าประเภทลู่ มดี ังตอ่ ไปนี้
1. การวง่ิ ระยะสนั้ หมายถึง การวิ่งในชอ่ งว่ิงทีเ่ รยี บซง่ึ มรี ะยะทางไม่เกิน

400 เมตรเช่นระยะ 100, 200, และ 400 เปน็ ตน้

2. การวิง่ ระยะกลาง หมายถงึ การแข่งขันวิ่งในระยะทาง
800 เมตรและ 1,500 เมตร

3. การวง่ิ ระยะไกล หมายถึงการแข่งขนั วิ่งระยะทางตั้งแต่ 1,500 เมตรขึน้ ไป
4. การวิง่ ผลัด หมายถึงการแขง่ ขนั กรีฑาประเภททมี ซึ่งต้องประกอบดว้ ย

นักกีฬาต้ังแต่ 4 คนข้ึนไปเชน่ 4 x 100 เมตร, 4 x 400 เมตร และ
5 x 80 เมตร เปน็ ต้น

5. การวิง่ ขา้ มเครอื่ งกดี ขวางหรือวิ่งวบิ าก หมายถงึ การวิง่ ทม่ี สี ิ่งกดี ขวาง
เชน่ มรี ้ัวใหก้ ระโดดข้าม และมีแอ่งน้าให้กระโดดขา้ ม เป็นต้น

กรีฑาประเภทลาน มดี งั ต่อไปน้ี
1. การกระโดดไกล คือ การว่งิ และสปริงเทา้ จากพ้นื ให้ตัวลอยไปในอากาศใหไ้ ด้ระยะทางทไี่ กลทส่ี ดุ ก่อน

ลงสู่พื้น
2. การกระโดดสงู เปน็ การวิง่ มากระโดดขึ้นและลอยตวั ขา้ มไมท้ ี่พาตไวโ้ ดยไม่ทาใหไ้ มพ้ าตหล่น
3. การทุ่มนา้ หนัก เปน็ การทุ่มลูกนา้ หนักทมี่ ีน้าหนักเท่า ๆ กันภายในพนื้ ทว่ี งกลมท่ีราบเรยี บโดยทุ่ม

ออกไปข้างหน้าผ้ทู ี่ทุม่ ไดไ้ กลทส่ี ุดเปน็ ผ้ชู นะ
4. การขว้างจกั ร เปน็ การขวา้ งจักรออกจากพน้ื ที่ภายในวงกลมใหจ้ ักรไปตามทศิ ทางและ

กติกาทีก่ าหนดไว้ผทู้ ข่ี วา้ งได้ไกลท่ีสุดเป็นผู้ชนะ
5. พงุ่ แหลน เปน็ การพุ่งแหลนไปขา้ งหนา้ ให้ไดไ้ กลท่ีสดุ

9

สนามกีฬากรีฑา

10

ทกั ษะกรีฑาประเภทลู่

ทกั ษะการเรมิ่ ตน้ ออกว่งิ
การเร่มิ ออกวิ่งเปน็ ทกั ษะอันดบั แรกและสาคญั มากในการแขง่ ขันกรฑี าเพราะผู้ท่ีมีการออกตวั ทด่ี ียอ่ ม

ได้เปรยี บคู่แขง่
ข้ันตอนการเรม่ิ ออกวง่ิ มี 4 ข้ันตอน คอื

1. “ เขา้ ที่” เรม่ิ ต้นจากยน่ื หลังเสน้ เร่ิมต้น จากนนั้ วางเท้า> คกุ เข่า> วางมือ> ลาตวั นิ่งมองตรง

2. “ ระวัง” ให้ยกสะโพกขน้ึ แขนทัง้ สองรับนา้ หนักตวั แนวไหลเ่ ลยมือไปขา้ งหนา้ เลก็ นอ้ ย
ยกสะโพกข้ึนจนกระท่งั เข่าหน้าเปน็ มุมฉาก (1) และสะโพกจะสูงกว่าไหล่เล็กนอ้ ย (2)

3. “ ไป” (เสียงปืน“ ปัง”) ถีบส่งให้ลาตวั พุ่งไปขา้ งหน้าด้วยเท้าหลัง
ยกมอื ทงั้ สองขนึ้ จากพื้นในจังหวะเดียวกันกา้ วเทา้ หลังไปข้างหนา้
อย่างรวดเร็ว

4. “ เรง่ ความเร็ว” พยายามก้าวเทา้ และแกวง่ แขนเร่งความเรว็
ให้เรว็ ท่สี ดุ

11

การวง่ิ เข้าเสน้ ชยั

การวิง่ เขา้ เส้นชยั มีความสาคญั มากพอๆ กบั การเร่ิมออกวิ่ง เพราะหากผวู้ ่งิ มีความเรว็ ในการว่งิ
ใกล้เคยี งกนั การเข้าเส้นชยั ทถ่ี กู ต้องจะชว่ ยให้สามารถแซงคแู่ ข่งขันได้
เทคนิคการว่งิ เข้าเส้นชัย มี 2 แบบ คือ

1. ใช้การกดหน้าอก กม้ ศรีษะเข้าเส้นชยั

2. ใช้การกดไหลเ่ ขา้ เส้นชยั

12

ลักษณะทา่ ทางการว่งิ ทีถ่ ูกตอ้ ง

ท่าทางการวงิ่ ท่ีถกู หลกั ก็จะสง่ ผลตอ่ ความเร็วในการวิ่งโดยมหี ลักดังน้ี
1. การแกว่งแขนให้แกวง่ แขนขนานลาตัวข้อศอกงอเปน็ มุมฉาก (90 องศา)
2. ศรี ษะนิ่งและตั้งตรงอยู่บนแนวไหล่สายตามองตรงไปข้างหนา้ ไม่หันสา่ ยไปมา
3. การกา้ วเทา้ ตอ้ งยกเขา่ สูงขณะยกเท้ากา้ วไปข้างหนา้
4. เทา้ ท่สี ัมผสั พ้นื ดว้ ยฝา่ เทา้ สว่ นบน (ว่งิ ดว้ ยปลายเทา้ )

การวง่ิ ผลัด

การวิ่งผลดั หมายถึง การแข่งขนั กีฬาประเภททมี ซึง่ ในแต่ละทมี จะประกอบดว้ ย นักกีฬาตัง้ แต่
5 คนข้ึนไป ลงทาหน้าท่ีว่ิงในแต่ละช่วงของระยะทางตามที่ตนได้รับมอบหมาย หรือตามระเบียบ
กติกาได้ระบุไว้โดยมีคฑา (ไม้ผลัด) เป็นอุปกรณ์ในการรับส่งในแต่ละช่วงการวิ่งจนกว่าจะหมด
ระยะทางท่ีกาหนดทีมใดสามารถรับส่งไม้ได้ครบถ้วนอย่างสมบูรณ์ และเข้าเส้นชัยก่อน ก็จะเป็นผู้
ชนะ โดยมกี ารแบง่ รายการวงิ่ ผลดั ออกเปน็ หลายรายการ ดังตัวอย่างตอ่ ไปนี้

13

- ว่ิงผลัด 5 x 80 เมตร ผูแ้ ขง่ ขนั 5 คน ว่ิงคนละ 50 เมตร
- ว่งิ ผลดั 8 x 50 เมตร ผ้แู ขง่ ขนั 8 คน วิง่ คนละ 50 เมตร
- ว่งิ ผลดั 4 x 100 เมตร ผูแ้ ข่งขัน 4 คน วงิ่ คนละ 100 เมตร
- วิง่ ผลัด 4 x 200 เมตรผู้แขง่ ขัน 4 คน ว่ิงคนละ 200 เมตร
- วงิ่ ผลัด 4 x 400 เมตรผแู้ ขง่ ขนั 4 คน ว่งิ คนละ 400 เมตร
- วง่ิ ผลัดต่างระยะ (Medley Firlsy) 4 x 100, 200, 300, 400 เมตร ผู้เขา้ แขง่ ขนั 4 คนว่ิง

ตามระยะทกี่ าหนดไม้ที่ 1 วิ่งระยะ 100 เมตรไมท้ ่ี 2 ว่ิงระยะ 200 เมตรตามลาดับ

การรับ-สง่ คฑา

นับได้ว่าเป็นหัวใจสาคัญไม่น้อยไปกว่าความเร็วของผู้วิ่งภายในทีม
หากความแน่นอนแม่นยาของการรับ-ส่งคฑาสัมพันธ์กับความเร็วของการวิ่ง
จะส่งผลต่อความสาเร็จในการแข่งขันมากทส่ี ดุ โดยมีหลักการดงั ต่อไปนี้
1. การจับไม้คฑา ท่ีดที สี่ ุดต้องใหป้ ลายขา้ งหนึง่ ยาวออกไปขา้ งหนา้
2. การถอื ไมค้ ฑา คนท่ี 1 ถอื และสง่ มือขวาคนท่ี 2 รบั และสง่ มอื ซ้ายคนที่ 3

รับและส่งมอื ขวาสับกันไปจนครบทุกไม้
3. การยนื รบั ไม้ 1 ถอื ขวาชดิ ทางซา้ ย ไม้ 2 รับซา้ ยซิดทางขวา ไม้ 3 รบั ขวา

ชดิ ทางซ้าย ตามลาดบั จนครบ เป็นลักษณะสลับฟันปลา
4. การส่งไม้ เรยี กเพือ่ นเม่อื ถึงระยะทจ่ี ะสง่ ได้ตีไม้จากด้านบนลงไปทฝี่ ่ามอื

เพอ่ื น
5. การรับไม้ เมือ่ เพือ่ นวงิ่ ถงึ จุดทกี่ าหนดไว้ ให้ออกตัววิง่ อยา่ งเร็วรอจนกว่า

เพอื่ นเรียก ใหย้ กแขนไปดา้ นหลงั เฉียง 45 องศา แบฝา่ มอื ให้ปลายนว้ิ ช้ี
ออกด้านข้าง แลว้ วนั ไมค้ ฑาวิ่งต่อไป
6. ในขณะรับ-ส่ง จะตอ้ งอยใู่ นเขตรับและส่งเท่านั้น และจะตอ้ งอยใู่ นชอ่ งวงิ่
ของตนเองเท่านัน้ จนกวา่ ทุกทีมจะวิง่ ผ่านไปหมดแล้ว

14

ทกั ษะกรีฑาประเภทลาน

ทกั ษะการวิ่งกระโดดไกล
การว่ิงกระโดดไกลเป็นกรีฑาประเภทลาน ที่มีจุดมุ่งหมายในการแสดงความแข็งแรงของ

กลา้ มเนอื้ ขา โดยประสานระหว่างความเร็วในการวิ่งกับพลังในการถบี เท้ากระโดด โดยผทู้ สี่ ามารถว่ิง
กระโดดไกลได้ระยะที่ไกลท่ีสุดก็จะเป็นผู้ชนะโดย มีข้ันตอนดังนี้ ช่วงการว่ิง ช่วงการกระโดด
ชว่ งการลอยตวั และช่วงการลงสพู่ น้ื
1. ช่วงการว่ิง ส่ิงท่ีสาคัญท่ีสุด คือ ความคงเส้นคงวาของการ
ก้าวเท้า และส่ิงสาคัญอันดับสองคือ ความเร็ว คือเร่ิมต้นวิ่งช้าๆ และ
จะต้องเร่งเร็วข้ึนเรื่อย ๆ อย่างคงที่จนถึงเร็วที่สุดเมื่อถึงจุดส้ินสุด
(กระดานเริม่ )
2. ช่วงการกระโดด จะต้องกระโดดออกจากแผ่นกระดานเริ่ม
พอดีด้วยเท้าข้างเดียว (A) ก้าวสุดท้ายท่ีเหยียบกระดานให้ถีบส่งตัว
สปริงขาไปข้างหนา้ ยกเข่าดงึ ขามาอยดู่ ้านหนา้
3. ช่วงการลอยตัว นักกีฬาแต่ละคนก็มีเทคนิคแตกต่างกันไป
คือ จะต้องพยายามท่ีจะลอยตัวอยู่ให้ได้นานท่ีสุด ด้วยการว่ิงในอากาศ
หรอื ลอยธรรมดาในอากาศ และรวบเทา้ ท้งั สองมาคู่กัน (B)
4. ช่วงการลงสู่พ้ืน เป็นช่วงท่ีสาคัญต่อการตัดสินแพ้ชนะได้
เพราะอาจจะทาความยาวได้อีกคร้ังเมตรถึงหน่ึงเมตร ซึ่งข้ันตอนน้ีเป็น
ช่วงการเหยียดขา จะเป็นประโยชน์ในช่วงน้ีคุณจะต้องงอปลายเท้าเข้า
หาตวั (C) เอาศีรษะเอนเขา้ หาเข่า และลงสพู่ ืน้ ทราย

15

ดชั นีมวลกาย

ดชั นีมวลกาย (Body mass index; คายอ่ BMI) หมายถงึ ค่าชีว้ ัดความเหมาะสมของขนาด
รูปร่างของแต่ละคน แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างนา้ หนัก และส่วนสูง ที่เหมาะสม โดยคานวณจาก
การนาน้าหนักตวั ของตนเอง (เมตร) หารดว้ ยกาลงั สองของสว่ นสูง (กิโลกรัม)

16

บรรณานุกรม

รงั สฤษฎ์ บุญชลอ. 2545. กรฑี า. กรงุ เทพฯ: สกายบ๊กุ ส์
ชมุ พล ปานเกตุ. 2540. การฝกึ สอนกรีฑาเบ้อื งตน้ . กรงุ เทพฯ: โอ.เอส.พรน้ิ ตงิ้ เฮ้าส์.
เจริญ กระบวนรตั น์. 2546. หลักการและเทคนิคการฝกึ กีฬา. กรงุ เทพฯ:

สานักพมิ พม์ หาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์.
ศรานวุ ฒั น์ ชมุ่ ชัง. 2554. กรีฑา 2 ป.6. เอกสารประกอบการเรยี นวิชาพลศกึ ษาระดับชน้ั ป. 6

ปีการศึกษา 2554: หอ้ งพมิ พเ์ อกสารโรงเรียนสาธติ จฬุ าฯ ฝ่ายประถม
พิชิต ภตู จิ ันทร์. 2547. การทดสอบและการประเมนิ ผลทางพลศึกษา. กรุงเทพฯ: โอ.เอส.พริน้ ต้ิงเฮา้ ส์
วรศักดิ์ เพยี รชอบ. 2527. หลกั และวิธีสอนพลศึกษา. พิมพ์คร้ังที่ 2. กรงุ เทพฯ: ไทยวัฒนาพานชิ .
ค่มู อื กีฬา ประเทศญ่ปี ุ่น
สานกั งานงานกองทุนสนบั สนุนการสรา้ งเสรมิ สุขภาพ (สสส.), 2549. แบบทดสอบและเกณฑ์ มาตรฐาน

สมรรถภาพทางกายทสี่ ัมพนั ธ์กับสขุ ภาพส้าหรบั เด็กไทยอายุ 7-8 ป.ี
______การทดสอบและประเมนิ ผลสมรรถภาพทางกาย, พิมพค์ ร้ังท่ี 2. กรงุ เทพมหานคร:

สานกั พฒั นาการพลศกึ ษาสุขภาพและนนั ทนาการกรมพลศกึ ษา, 2529
www.aat.or.th/ (สมาคมกรฑี าแห่งประเทศไทย)
th.wikipedia.org/wiki/ กรีฑา
www.siamsport.co.th/sportdata_athletics_thaihistory.html
www.kpsgame.ku.ac.th/Sport Trip / sport_detail01.php
www.anamai.moph.go.th

17


Click to View FlipBook Version