The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมหน่วยการเรียนรู้ที่1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by arunee19, 2019-11-14 03:47:59

รวมหน่วยการเรียนรู้ที่1

รวมหน่วยการเรียนรู้ที่1

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เร่ือง เทค
รายวิชา
4. ทกั ษะการส่ือสาร สารสนเทศและเทา่ ทันสื่อ
ดา้ นคณุ ลักษณะ ท่ี 3.1 เรือ่ งการใช้เทคโนโลยีส
นาเสนอหนา้ ช้ันเรียน
1. ซอ่ื สตั ยส์ จุ ริต
2. มวี นิ ัย 4. เปดิ โอกาสให้นกั เรียนสน
3. ใฝเ่ รยี นรู้ ให้รว่ มกันปรบั ปรงุ แกไ้ ขผลงาน
4. มุ่งมนั่ ในการทางาน
5. ครูและนักเรียนร่วมกนั อภ
สารสนเทศอย่างสร้างสรรค์ ให
mind map (decomposition
แตล่ ะคนบันทึกลงในสมดุ
ขั้นสรปุ

1. ใหน้ กั เรียนทาใบงานที่ 3.
สารสนเทศอยา่ งสรา้ งสรรค์ โด
mind map (decomposition

เรอ่ื ง การใช้เทคโนโลยีอย่างสรา้ งสรรค์ 681
คโนโลยีกับมนุษย์
เวลา 2 ชวั่ โมง
เทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2
สารสนเทศอย่างสรา้ งสรรค์และ

นทนาซกั ถามและเสนอแนะ
นของตนเอง
ภปิ รายและสรุปการใชเ้ ทคโนโลยี
ห้ตวั แทนกลมุ่ บนั ทึกโดยใช้
n) ที่หนา้ กระดาน แล้วนักเรียน

.2 เรอ่ื งการใชเ้ ทคโนโลยี
ดยสรุปเปน็ องค์ความร้โู ดยใช้
n)

682

การวดั และประเมินผล (ใสใ่ นทุกแผนการจัดการเรยี นรู)้

สิง่ ท่ีต้องการวดั /ประเมิน วิธีการ เคร่ืองมอื ท่ีใช้ เกณฑ์
1. ดา้ นความรู้ (K) - ใบงานท่ี 3.1 - แบบประเมินการคดิ - นกั เรียนทกุ คนผา่ นเกณฑ์
- ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศได้ - ใบงานที่ 3.2 วจิ ารณญาณ ไมต่ า่ กวา่ ร้อยละ 80
อย่างปลอดภยั -แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรยี นทุกคนผ่านเกณฑ์ไม่
- ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ ง - สงั เกตพฤติกรรม -แบบประเมนิ ผังมโน ต่ากวา่ ร้อยละ 80
มคี วามรบั ผิดชอบ การเรียนร้ขู อง ทัศน์
- สรา้ งและแสดงสทิ ธิความเปน็ นักเรยี น -แบบประเมิน - นักเรยี นทุกคนผ่านเกณฑ์
เจา้ ของผลงาน พฤติกรรมการทางาน ไม่ต่ากว่าร้อยละ 80
-กาหนดสทิ ธิ์การใช้ข้อมูลได้ - สังเกตพฤติกรรม กลมุ่
2. ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) ของนักเรียน - แบบประเมินผล
- ทกั ษะในการทางานรว่ มกนั พฤติกรรมทางานกลุม่
- ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
- ทกั ษะการสือ่ สาร - แบบประเมนิ ผล - นักเรยี นทกุ คนผา่ นเกณฑ์
- ทกั ษะการคดิ อยา่ งมี ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึง ไม่ตา่ กว่าร้อยละ 80
วจิ ารณญาณ ประสงค์เทยี บกับ
- ทกั ษะความคิดสร้างสรรค์ เกณฑ์
3. ด้านคณุ ลักษณะ (A)

1. ซอื่ สัตยส์ ุจริต
2. มีวนิ ัย
3. ใฝเ่ รยี นรู้
4. มุง่ มั่นในการทางาน

683

8. บันทึกผลหลงั สอน
ผลการเรยี นรู้

............................................................................................................................. ................................................
ปญั หาและอปุ สรรค

............................................................................................................................. .............................................
ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไข

...........................................................................................................................................................................

ลงช่อื ......................................ผสู้ อน
(.......................................................)
วนั ที.่ .....เดอื น...............................พ.ศ.............

9. ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะของผู้บรหิ ารหรือผู้ทีไ่ ด้รบั มอบหมาย
.................................................................................................................................................................. .........

ลงชื่อ ......................................ผูต้ รวจ
(.......................................................)
วนั ท.่ี .....เดือน...............................พ.ศ.............

684

ใบความรู้ท่ี 3.1
เรอื่ ง การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งสรา้ งสรรค์

ภัยคุกคามจาก Social Network
http://gg.gg/c9grc

การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งไดป้ ลอดภยั

ในปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology: IT) ท่ีมีจานวนมากมายมหาศาล
มีอิทธิพลในการดาเนินชีวิตประจาวันของมนุษย์ จะเห็นไดจ้ ากในทุกพื้นท่ีมีสัญญาณอินเตอร์ อุปกรณ์ในการ
ใช้งานต่างๆ ก็มีราคาถูก มนุษย์จึงมีโอกาสที่จะเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศต่างๆ ได้อย่างท่ัวถึง ผลกระทบของ
เทคโนโลยีสารสนเทศมีทั้งด้านดีหากใช้ถกู วิธี แต่หากใช้ไม่ถูกวธิ ีภยั คุกคามจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศจะ
สง่ ผลเสียได้มากเช่นกัน อาจมผี ู้ไม่ประสงค์ดีใชส้ ื่อออนไลน์เป็นช่องทางในการสร้างความเสียหายให้กับคนอ่ืน
หรือตัวผู้ใช้เองท่ีกระทาการโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงเส่ียงต่อการกระทาผิดกฎหมายท่ีเก่ียวกับเทคโนโลยี
สารสนเทศ ดงั น้นั การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศใหป้ ลอดภัยควรปฏิบตั ติ น ดังนี้

1. ไม่เปิดเผยข้อมลู ส่วนตวั เช่น เลขประจาตัวประชาชน เบอร์โทรศพั ท์ รหัสผา่ นเข้าเฟส
2. ไม่ส่งหลักฐานส่วนตัวของตนเองและคนในครอบครัวให้ผู้อ่ืน เช่น สาเนาบัตรประชาชน เอกสาร
ตา่ งๆ รวมถงึ รหัสบตั รต่างๆ เช่น เอทีเอม็ บตั รเครดิต ฯลฯ
3. ไม่ควรโอนเงินใหใ้ ครอยา่ งเด็ดขาด ตอ้ งตรวจสอบกอ่ นการโอนเงนิ ทุกคร้งั
4. ไม่ออกไปพบเพ่ือนที่รู้จักทางอินเทอรเ์ น็ต เวน้ เสยี แต่วา่ ได้รับอนุญาตจากพ่อแมผ่ ู้ปกครอง และควร
มผี ้ใู หญ่หรือเพอ่ื นไปด้วยหลายๆ คน เพ่ือป้องกนั การลักพาตัว หรอื การกระทามิดีมิร้ายต่างๆ
5. ระมัดระวังการซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต รวมถึงคาโฆษณาชวนเช่ืออ่ืนๆ เด็กต้องปรึกษาพ่อแม่
ผปู้ กครอง โดยต้องใชว้ ิจารณญาณ พจิ ารณาความนา่ เชอ่ื ถือของผูข้ าย
6. จัดการกับอีเมล์ขยะ เพื่อแยกแยะประเภทของอีเมล์ เราจึงต้องทาความเข้าใจ และเรียนรู้ท่ีจะคัด
กรองจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ด้วยตวั เอง เพอื่ กันไมใ่ หม้ าปะปนกับจดหมายดๆี เพราะอาจมีไวรสั แอบแฝงมา
7. จัดการกับไวรัสคอมพิวเตอร์คอมพิวเตอร์ทุกเคร่ืองจาเป็นต้องมีโปรแกรมสแกนดักจับและฆ่าไวรัส
เนอื่ งจากไวรัสพฒั นาเร็วมาก ตอ้ งอพั เดทโปรแกรมจากดั ไวรสั บ่อยๆ
8. ไม่บันทึกช่อื ผูใ้ ชแ้ ละรหัสผา่ นขณะใช้เครื่องคอมพวิ เตอร์สาธารณะ
9. ไม่ควรแชร์และสนับสนุนข้อมูลที่ไม่เหมาะสม เช่น การโพสเคร่ืองดื่มแอลกอฮอล์ การแชร์ข้อมูล
ก่อใหเ้ กดิ ความแตกแยกในสงั คมเพจปลอม ข้อมูลทห่ี ยาบคาย

685

10. ไม่ควรบันทึกภาพวิดีโอ หรือเสียงท่ีไมเหมาะสมบนคอมพิวเตอร์ หรือบนมือถือเพราะภาพ เสียง
หรอื วดี ีโอนน้ั ๆ รั่วไหลได้

11. ไม่แชร์เรอื่ งราวหรอื ขา่ วสารท่ไี มเ่ ปน็ ความจริง “ชวั รก์ ่อนแชร์”
การรกั ษาความปลอดภัยข้อมูลและสารสนเทศมีความสาคญั ผูด้ ูแลระบบจะตอ้ งความตระหนักถงึ การ
รักษาความม่ันคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ (Data Confidentiality) ข้อมูลถูกเก็บเป็นความลับ (Data
Integrity) และข้อมูลมีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ (System Availability) ด้วยประโยชน์ที่หลากหลายของ
การเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ส่ิงท่ีต้องพึงระวังคือ ภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อความ
ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของบุคคลและหน่วยงาน ทั้งในรูปแบบการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคลอันเป็น
ความลับ
ภัยคุกคาม (Threat) คือ วัตถุ ส่ิงของ ตัวบุคคล หรือสิ่งอื่นใดที่เป็นตัวแทนของการกระทาอันตราย
ต่อทรพั ยส์ ินขององค์กร หรือส่ิงท่ีอาจจะก่อให้เกดิ เสียหายตอ่ คุณสมบัติของข้อมูลด้านใดดา้ นหนึ่งหรือมากกว่า
หนึ่งด้าน (ความลับ (Confidentiality), ความสมบูรณ์ (Integrity), ความพร้อมใช้ (Availability))ภัยคุกคามที่
ถูกทาให้เกิดข้ึนโดยเจตนา ได้แก่ ภัยคุกคามทถี่ ูกทาให้เกิดขึน้ โดยไมเ่ จตนา ภัยคุกคามที่เกดิ จากภัยธรรมชาติ
และภัยคกุ คามท่ีเกดิ จากผใู้ ชใ้ นองคก์ รเอง มีรปู แบบภัยคุกคามความมัน่ คงปลอดภยั สารสนเทศ ดังนี้
1. การโจมตี (Attack) คือการกระทาบางอย่างท่ีอาศัยความได้เปรียบจากช่องโหว่ของระบบ โดยมี
จุดมุ่งหมายเพื่อเข้าควบคุมการทางานของระบบทาให้ระบบเกิดความเสียหาย โจรกรรมสารสนเทศ เช่น
Malicious Code ห รื อ Malmare, Virus, Worm, Trojan, Spyware, Backdoor, Rootkit, Denial-of-
Service (Dos), Spam
2. การดกั รบั ข้อมูล เป็นรปู แบบการโจมตีโดยการตง้ั ชื่อ Wireless Network หรือท่เี รียกวา่ SSID ให้มี
ชื่อเหมือนกับ Network เดิมทม่ี อี ยู่ เชน่ ICT Free Wi-Fi แลว้ แฮกเกอร์จะสามารถเหน็ ขอ้ มลู ทร่ี บั สง่ กนั
การป้องกันภัยคกุ คาม ควรปฏบิ ัติ ดังนี้
1. หลีกเล่ยี งการใช้งาน Free Wi-Fi ในพนื้ ที่สาธารณะ
2. หากจาเปน็ ต้องใชง้ าน Free Wi-Fi ให้ใชง้ านเฉพาะจาเป็น ไมค่ วรเข้าถึงระบบท่มี ีความสาคัญ เชน่
ระบบ e-Banking ระบบอเี มลล์
3. พจิ ารณาการใชง้ านระบบที่มีความสาคญั ทม่ี ีการเข้ารหสั ลบั เช่น เว็บไซตท์ ่มี กี ารใชง้ าน https
4. ไม่ใช้ Password ที่คาดเดาได้ง่าย เชน่ คาท่ีมีใน Dictionary
5. ใช้การผสมอักขระท่ีซบั ซ้อน
6. เปลยี่ น Password อย่างสมา่ เสมอ เมื่อถึงเวลาทเ่ี หมาะสม เชน่ ทกุ ๆ 90 วนั
7. ตัง้ Password ซง่ึ ผสมอักษรภาษาอังกฤษตวั เล็ก อักษรภาษาอังกฤษตวั ใหญ่ ตวั เล็ก และตวั อักขระ
พเิ ศษ

การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งมีความรับผิดชอบ
การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศน้ันผใู้ ช้งานจะต้องคานงึ ถงึ ผลกระทบที่จะตามมา ตอ้ งรบั ผดิ ชอบในการ

686

ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ดังนี้
1. เทคโนโลยีสารสนเทศกับความรบั ผิดชอบต่อสงั คม
1.1 ความรับผดิ ชอบต่อสงั คมระดบั บุคคล
- ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งมจี รยิ ธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย
- ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างสรา้ งสรรคแ์ ละเป็นมิตรทด่ี ีกับคนอืน่
- ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพือ่ กอ่ ใหเ้ กดิ ความรักสามัคคใี นหม่คู ณะ
- ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสร้างกิจกรรมทางสงั คมทเี่ ปน็ ประโยชน์
- ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศท่เี ปน็ มติ รกบั สงิ่ แวดลอ้ มรักษาส่ิงแวดล้อมและคานึงถงึ การ

ประหยัดพลังงาน
1.2 ความรับผิดชอบต่อสังคมระดับองค์กร (Corporate Social Responsibility: CSR)

หมายถึง การดาเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการใส่ใจดูแลรักษาส่ิงแวดล้อมในชุมชนและสังคมภายใต้หลักจริยธรรม
การกากับดูแลท่ีดี (good governance) เพ่ือนาไปสู่การดาเนินธุรกิจที่ประสบความสาเร็จอย่างย่ังยืนในการ
ดาเนินธุรกิจอยา่ งมีความรับผิดชอบต่อสังคมนน้ั

2. เทคโนโลยสี ารสนเทศกบั สิ่งแวดล้อม
2.1 เป้าหมายของกรีนไอที
- การออกแบบจากแหล่งกาเนิดไปยังแหล่งกาเนิดการใช้งานของสิ่งต่างๆก็จะเป็นวัฏจักรของ

ผลติ ภัณฑโ์ ดยการสรา้ งผลติ ภณั ฑใ์ หส้ ามารถนากลบั มาใชง้ านใหมไ่ ด้ (recycle)
- การลดข้อมูลเป็นการลดท้ิงและมลพิษโดยการเปลี่ยนรูปแบบของการนาไปสร้างผลิตภัณฑ์

และการบริโภค
- พัฒนาสิ่งใหม่ๆ เป็นการพัฒนาเพ่ือเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นการนาซากสัตว์มาเป็น
- ความสามารถในการดารงชีวิตสร้างศูนย์กลางทางด้านเศรษฐศาสตร์ให้เหมาะสมกับ

เทคโนโลยแี ละผลิตภัณฑ์
- พลังงานต้องรับรู้ข่าวสารทางด้านเทคโนโลยีสีเขียวรวมไปถึงการพัฒนาของเชื้อเพลิง
- สภาพสงิ่ แวดลอ้ มนาไปสู่การค้นหาสาหรับผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อค้นหาสิ่งทบี่ รรลุและวิธที ที่ าให้

เกิดการกระทบกับสภาพแวดลอ้ มนอ้ ยทส่ี ุด
3. สภาพแวดล้อมทไ่ี ด้รับผลกระทบจากการใชง้ านระบบไอที
เคร่ืองคอมพิวเตอร์ท่ีใช้งานอยู่นี้ก่อให้เกิดปัญหาต่อสภาพแวดล้อม แต่พอเคร่ืองคอมพิวเตอร์

หมดอายุการใช้งานกลายเปน็ “ขยะอิเลก็ ทรอนกิ ส์” ซึง่ อปุ กรณ์บางอย่างก็ไมส่ ามารถย่อยสลายได้
การสร้างและแสดงสทิ ธคิ วามเป็นเจา้ ของผลงาน

ลขิ สทิ ธิ์ (Copyright)
ลิขสิทธิ์ หมายถึง สิทธิแต่เพียงผู้เดียวท่ีจะกระทาการใด ๆ เกี่ยวกับงานท่ีผู้สร้างสรรค์ได้ริเร่ิมโดยการ
ใช้สติปัญญาความรู้ ความสามารถ และความวิริยะอุตสาหะของตนเองในการสร้างสรรค์ โดยไม่ลอกเลียนงาน
ของผ้อู ่ืน โดยงานท่ีสร้างสรรค์ตอ้ งเป็นงานตามประเภทท่กี ฎหมายลิขสทิ ธิ์ให้คุ้มครอง โดยผู้สรา้ งสรรค์จะได้รับ

687

ความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์โดยไม่ต้องจดทะเบียนการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา มิได้
เป็นการรับรองสิทธิ์ของเจ้าของลิขสิทธิ์แต่อย่างใด แต่เป็นเพียงการแจ้งต่อหน่วยงานราชการว่าตนเองเป็น
เจ้าของสิทธ์ิในผลงานลิขสิทธิ์ท่ีแจ้งไว้เท่านั้น โดยผู้แจ้งต้องรับรองตนเองว่าเป็นเจ้าของผลงานที่นามาแจ้ง
ขอ้ มูลลิขสทิ ธแ์ิ ละหนงั สือรับรองทีก่ รมทรพั ย์สนิ ทางปญั ญาออกให้ กม็ ไิ ดร้ ับรองว่าผแู้ จง้ เปน็ เจ้าของงานลขิ สิทธ์ิ
แต่อย่างใด หากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของลิขสิทธ์ิ ผู้แจ้งจาเป็นต้องพิสูจน์ความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
นนั้ เอง ลขิ สิทธใิ์ หค้ วามคมุ้ ครองแก่งานสรา้ งสรรค์ 9 ประเภทตามทีก่ ฎหมายกาหนด ไดแ้ ก่

1. งานวรรณกรรม เช่น หนังสือ จุลสาร ส่ิงเขียน ส่ิงพิมพ์ คาปราศรัย โปรแกรมคอมพิวเตอร์
2. งานนาฏกรรม เช่น งานที่เก่ียวกับการรา การเต้น การทาท่า หรือการแสดงประกอบข้ึนเป็น
เรื่องราว รวมถงึ การแสดงโดยวิธใี บด้ ว้ ย
3. งานศิลปกรรม เช่น งานจิตรกรรม งานประติมากรรม ภาพพิมพ์ งานสถาปัตยกรรม ภาพถ่าย
ภาพประกอบ หรืองานสร้างสรรค์รปู ทรงสามมติ ิเกี่ยวกับภูมิประเทศ หรือวทิ ยาศาสตร์ งานศิลปะประยุกต์ ซ่ึง
รวมถงึ ภาพถ่ายและแผนผงั ของงานดงั กล่าวด้วย
4. งานดนตรีกรรม เช่น คาร้อง ทานอง การเรียบเรียงเสียงประสานรวมถึงโน้ตเพลงท่ีแยกและเรียบ
เรียงเสยี งประสานแล้ว
5. งานสิ่งบันทึกเสียง เช่น เทปเพลง แผ่นคอมแพ็คดิสก์ (ซีดี) ท่ีบันทึกข้อมูลเสียง ท้ังน้ีไม่รวมถึงเสียง
ประกอบภาพยนตร์ หรอื เสยี งประกอบโสตทัศนวสั ดอุ ย่างอื่น
6. งานโสตทัศนวัสดุ เช่น วีดีโอเทป วีซีดี ดีวีดี แผ่นเลเซอรด์ ิสก์ท่ีบันทึกข้อมูลประกอบด้วยลาดับของ
ภาพหรอื ภาพและเสยี งอนั สามารถทจ่ี ะนามาเลน่ ซ้าได้อีก
7. งานภาพยนตร์ เช่น ภาพยนตร์ รวมท้ังเสียงประกอบของภาพยนตรน์ ้นั ด้วย (ถา้ มี)
8. งานแพร่เสียงแพร่ภาพ เชน่ การกระจายเสียงวิทยุ การแพรเ่ สยี ง หรือภาพทางโทรทัศน์
9. งานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
นอกจากผลงานที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีอีกหลายอย่างท่ีเป็นผลงานท่ีไม่ถือว่าเป็นลิขสิทธ์ิ มีดังน้ี
1. ข่าวประจาวันและข้อเท็จจริงต่างๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร เช่น วัน เวลา สถานที่ ชื่อบุคคล
จานวนคน ปริมาณ เป็นต้น ท้ังน้ี หากมีการนาข้อมูลดังกล่าวมาเรียบเรียงจนมีลักษณะเป็นงานวรรณกรรม
อาทิ การวิเคราะห์ข่าว บทความ ผลงานน้ันอาจจะได้รับความคุ้มครองในลักษณะของงานวรรณกรรม
2. รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
3. ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คาส่ัง คาช้ีแจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือ
หนว่ ยงานอ่ืนใดของรัฐหรอื ของทอ้ งถิน่
4. คาพพิ ากษา คาสั่ง คาวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
5. คาแปลและการรวบรวมส่ิงต่างๆ ตามข้อ 3.1 - 3.4 ซึ่งกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใด
ของรฐั หรอื ของทอ้ งถิ่นจัดทาข้นึ
6. ความคิด ข้ันตอน กรรมวธิ ี ระบบ วิธีใช้หรือทางาน แนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือทฤษฎี
ทางวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์

688

การแจง้ ขอ้ มูลลขิ สทิ ธิ์ เอกสารทใ่ี ช้ประกอบการแจง้ ข้อมลู ลิขสิทธ์ิ
1. สาเนาบัตรประชาชน พรอ้ มรบั รองสาเนาถูกต้อง (กรณีเป็นบคุ คลธรรมดา)
2. สาเนาหนังสือรบั รองนิติบุคคล ทน่ี ายทะเบยี นออกใหไ้ ม่เกิน 6 เดือน ของเจา้ ของลิขสิทธิ์ (กรณีเป็น
นิตบิ คุ คล)
3. ผลงานหรอื ภาพถ่ายงานลขิ สิทธ์ิ จานวน 1 ชุด
4. หนังสือมอบอานาจติดอากรแสตมป์ 30 บาท พร้อมสาเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอานาจ
(รับรองสาเนาถกู ต้อง)
5. หน่วยงานหรือองค์กรของรัฐบาลใช้สาเนาหนังสือแต่งตั้งผู้บริหารหน่วยงานหรือองค์กรฯ รวมทั้ง
สาเนาบัตรประชาชนของผู้ย่ืนคาขอ (รับรองสาเนาถกู ตอ้ ง)
การกาหนดสิทธ์ิการใชข้ ้อมูล
การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ จะต้องมีการรักษาความปลอดภัย มีวฒั นาการของมาตรการรักษา
ความปลอดภัยของขอ้ มลู ดังน้ี
1. การรักษาความปลอดภัยด้านกายภาพ (Physical Security) ในอดีตข้อมูลท่ีสาคัญจะอยู่ใน
รปู แบบวัตถุโดยจะถูกบันทึกไวบ้ นแผ่นหินแผ่นหนังหรอื กระดาษแต่บุคคลสาคัญส่วนใหญ่ไมน่ ิยมบนั ทึกข้อมูลที่
สาคัญมากๆ ลงบนสื่อถาวรและไม่สนทนาเกี่ยวกับข้อมูลกับคนที่ไม่ไว้ใจ ถ้าต้องส่งข้อมูลไปท่ีอ่ืนต้องมีผู้คุ้มกัน
ตดิ ตามไปดว้ ยเพราะภยั อันตรายจะอยู่ในรูปแบบทางกายภาพ เช่น การขโมย
2. การรักษาความปลอดภัยด้านการสื่อสาร (Communication Security) การรักษาความ
ปลอดภัยด้านการส่ือสารถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงสงครามที่ขอ้ มูลข่าวสารเป็นปัจจัยสาคัญ
ของชัยชนะ เช่น ยุคของจูเลียสซีซาร์ (ยุคศตวรรษที่ 2) มีการคิดค้นวิธีใช้สาหรับ “ซ่อน” ข้อมูลหรือการ
เข้ารหัสข้อมูล (Encryption) เรียกว่า รหัสซีซาร์ (Caesar cipher) ซ่ึงจัดเป็นวิธีเข้ารหัสท่ีง่ายและแพร่หลาย
ท่ีสุด โดยใช้หลักการแทนที่ตัวอักษร โดยตัวอักษรในข้อความต้นฉบับแต่ละตัวจะถูกแทนด้วยตัวอักษรท่ีอยู่ใน
ลาดับถัดไปตามจานวนที่แน่นอน เช่น ถ้าเข้ารหัสโดยเล่ือนไป 3 ตัวอักษร ตัวอักษร B ในต้นฉบับก็จะถูกแทน
ดว้ ยตัวอกั ษร E เปน็ ตน้
3. การรักษาความปลอดภัยการแผ่รังสี (Emissions Security) ในช่วงทศวรรษ 1950 มีการ
ค้นพบว่าอุปกรณ์และสายสัญญาณที่ใช้ในการรับส่งข้อมูลนั้นมีการแผ่รังสีออกมา และสามารถใช้อุปกรณ์
ตรวจจับและแปลงกลับมาเป็นข้อมูลได้ จึงมีการกาหนดมาตรฐานเกี่ยวกับการแผ่รังสีช่ือ เทมเพสต์(Tempest
: Transient Electromagnetic Pulse Emanations Standard) ควบคุมการแผ่รังสีของอุปกรณค์ อมพิวเตอร์
เพ่อื ลดการแผร่ ังสที ่อี าจถกู ใช้ในการดักจับข้อมลู ได้
4. การรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์(Computer Security) ช่วงทศวรรษ 1970 มีการพัฒนา
แม่แบบสาหรับการรักษาความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะแบ่งระดับความปลอดภัยออกเป็น
4 ช้ันคือ ไม่ลับ ลับ ลับมาก และลับที่สุด ผู้ท่ีสามารถเข้าถึงข้อมูลในระดับใดระดับหนึ่งได้จะต้องมีสิทธิ์เท่ากับ
หรอื สูงกวา่ ชั้นความลับของข้อมูลนั้น ดังน้ันผู้ท่ีมีสิทธิ์น้อยกวา่ ช้ันความลับของไฟล์จะไม่สามารถเข้าถึงไฟล์น้ัน
ได้ แนวคดิ น้ีไดถ้ ูกนาไปใช้ในกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกาโดยได้ช่ือวา่ มาตรฐาน 5200.28 หรอื ออเรนจ์

689

บุ๊ค (Orange Book) ซ่ึงได้กาหนดระดับความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ออกเป็นระดับต่างๆ คือ D, C1, C2,
B1, B2, B3, A1 ในแต่ระดับออเรนจ์บุ๊คได้กาหนดฟังก์ชันต่างๆ ที่ระบบต้องมี ระบบท่ีต้องการใบรับรองว่าจัด
อย่ใู นระดับใดระบบนัน้ ตอ้ งมีท้งั ฟังกช์ ันตา่ งๆ ทก่ี าหนดในระดบั นน้ั ๆ

5. การรกั ษาความปลอดภัยเครือข่าย (Network Security) เมื่อคอมพิวเตอร์เชื่อมตอ่ กันเขา้ เป็น
เครือข่าย ปัญหาใหม่ก็เกิดขึ้น เช่น การสื่อสารคอมพิวเตอร์เปลี่ยนจาก WAN มาเป็น LAN ซึ่งมีแบนด์วิธที่สูง
มากอาจมีหลายเครื่องที่เช่ือมต่อเข้ากับส่ือเดียวกัน การเข้ารหัสโดยใช้เครื่องเข้ารหัสเด่ียวๆ อาจไม่ได้ผลในปี
1987 จงึ ไดม้ ีการใชม้ าตรฐาน TNI หรือเรดบคุ๊ (Red Book) ซ่งึ ได้เพ่ิมส่วนทเ่ี กี่ยวข้องกบั เครอื ข่ายเข้าไป

6. การรักษาความปลอดภัยข้อมูล (Information Security) อาจกล่าวได้ว่าไม่มีวิธีการใดท่ี
สามารถแก้ปัญหาเก่ียวกับการรักษาความปลอดภัยได้ทั้งหมด ความปลอดภัยที่ดีต้องใช้ทุกวิธีการท่ีกล่าวมา
รว่ มกัน จึงจะสามารถให้บรกิ ารการรักษาความปลอดภัยข้อมลู ได้ จึงต้องมกี ารกาหนดสิทธิ์การเข้าใช้งานของ
แต่ละบุคคลเพ่ือความปลอดภัยของข้อมูล เช่น กาหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานท่ีให้สามารถดูได้
แตไ่ ม่สามารถแก้ไขได้

อ้างอิง :
https://sites.google.com/a/msts.ac.th/kittithat/contact/social-network/kar-chi-

thekhnoloyi-dicithal-thi-plxdphay-laea-kd-ktika-maryath-ni-kar-chi-thekhnoloyi-dicithal
http://www.ecpat-thailand.org/th/make%20it%20safe.html
http://thedctmike.blogspot.com/2013/01/technology-lesson-10_22.html
http://tuipi.tu.ac.th/tuip02.php
https://www.ipthailand.go.th/th/copyright-001.html
https://sites.google.com/site/ges0503chiwitkabthekhnoloyi/bth-thi-5-khwam-

mankhng-plxdphay-khxng-rabb-sarsnthes/3-prawati-khxng-kar-raksa-khwam-plxdphay-khxng-
khxmul

http://www.erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=549

690

ใบงานที่ 3.1 การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างสรา้ งสรรค์

ให้นกั เรยี นระดมความคดิ จากสถานการณ์ท่ีกาหนดให้ (ในหน้าถัดไป) โดยใหแ้ ต่ละกลุ่มพิจารณา

ตามเร่อื งทีก่ าหนดให้ไปนาเสนอหน้าช้นั เรยี น

1. นกั เรยี นระดมความคิดกันในกลมุ่ ตามหัวข้อทีจ่ ับสลากได้ทาลงในกระดาษบรุฟ๊ ตามตารางที่

กาหนดใหด้ า้ นล่าง

2. นาเสนอหน้าช้นั เรยี นตามหัวขอ้ ท่ีได้รับมอบหมาย

สถานการณ์ จะเกิดภัยคุกคามหรือไม่ จะมีวิธกี ารป้องกันหรือแก้ปัญหานี้อยา่ งไร
เกิด ไม่เกิด ไม่ให้เกดิ ปัญหานเี้ กดิ ขน้ึ อีกต่อไปในอนาคต

691

หัวข้อท่ี สถานการณ์
1 ส้มโอเปน็ พนักงานบรษิ ทั แหง่ หนงึ่ ทมี่ ชี ื่อเสียงท้ังในและตา่ งประเทศ ทางานมาหลายปีจนสนิทสนม
และคบหาดูใจกันกับลูกชายเจ้าของบริษัท จนกระทั่งได้แต่งงานและจดทะเบียนสมรสกัน สร้าง
2 ความภาคภูมิใจให้กับส้มโอเป็นอย่างยิ่ง ในวันที่ไปจดทะเบียนสมรสส้มโอได้เปล่ียนมาใช้นามสกุล
3 ของสามี และย้ายท่ีอยู่มาอยู่กับสามี ส้มโอได้ทาบัตรประจาตัวประชาชนใหม่ จึงถ่ายรูปบัตร
4 ประจาตัวประชาชนอัพขึ้นหน้าเฟสของตัวเองเพ่ือให้เพื่อนๆ รับรู้ว่าส้มโอได้เปล่ียนนามสกุลและ
เปลยี่ นทอี่ ย่แู ลว้ เพ่ือนๆ จะได้ติดตอ่ ไดถ้ ูกตามสถานทต่ี ามบตั ร
5 นิพลกับวงศกรเป็นเพ่ือนสนิทกัน ทุกครั้งที่นิพลทาอะไรก็จะต้องให้วงศกรรับรู้ด้วยเสมอ
6 เพ่ือท่ีจะให้วงศกรเป็นคนช่วยจาเรอื่ งราวต่างๆ ของตนเอง แม้กระทั่งรหัสผา่ นต่างๆ วงศกรก็บอก
นพิ ลทุกครงั้ เพือ่ ให้ตัวเองสามารถเขา้ ใชง้ านไดง้ า่ ยสะดวกสบายเพราะมีคนช่วยจารหัสผ่าน
อานาจเป็นคนท่ีมีความรู้ความสามารถในด้าน IT มาก เขาใช้ความรู้ความสามารถที่เขามีมาสร้าง
เวบ็ ไซต์พนนั ฟุตบอล เพ่ือสรา้ งรายได้ให้กับตนเอง จนเขาสามารถเลี้ยงดบู ดิ ามารดาไดอ้ ยสู่ ุขสบาย
ภารดีเป็นตัวแทนจาหน่ายนาฬิกาหรูราคาเรือนละ 20,000 บาท มีเพจขายสินค้าผ่านทางออนไลน์
มีลูกค้าที่สนใจเข้ามาสอบถามรายละเอียดของสินค้าและสั่งซ้ือหลายคน จนมีลูกค้าประจาท่ีส่ัง
นาฬิกาจากภารดีไปขายต่อที่ร้านของตนเอง เม่ือหักต้นทุนของนาฬิกาแล้วภารดีได้กาไรจากการ
ขายนาฬิกาเรือนละ 2,000 บาท ต่อมาภารดีมีความจาเป็นจะใช้เงินจานวนหน่ึงแต่มีเงินในบัญชี
ไม่เพียงพอ จึงออกอุบายว่าถ้าสั่งซื่อนาฬิกาต้ังแต่ 20 เรือนข้ึนไปจะลดราคาให้ 50% ลูกค้าจึง
สนใจสั่ง 30 เรือนพร้อมท้ังโอนเงินเข้าบัญชีให้กับภารดี แต่ภารดีไม่ได้ส่งนาฬิกาให้กับลูกค้า แต่
กลับให้เหตุผลกับลูกค้าว่าต้องรอก่อนเนื่องจากโรงงานผลิตไม่มัน เพราะมีลูกค้าส่ังจองเข้ามา
จานวนมาก จากน้ันภารดีก็ลบเพจของตนเองพร้อมท้งั เปลย่ี นเบอรโ์ ทรศพั ทเ์ พ่อื ไมใ่ หล้ ูกค่าสามารถ
ตดิ ต่อได้
ประกิจเรียนวิชาเทคโนโลยี ในการเรียนวันน้ันครูผู้สอนได้แนะนาให้ใช้ YouTube ทาให้ประกิจ
เกิดแนวความคิดว่าจะใช้ YouTube ในการสร้างรายได้ เขาจึงโหลดเพลงท่ีกาลังเป็นที่นิยมใน
ปัจจุบันมาแล้วนามาทาเป็น CD เพลง เพื่อจาหน่ายตามท้องตลาด ทาให้ประกิจช่วยแบ่งเบาภาระ
ของครอบครัวได้มาก เพราะประกิจมีเงินไปโรงเรียนจากการหารายได้ของตนเอง
วันเพ็ญ สมัครใช้งานเฟสบุ๊คในช่ือของ “สมสมร ร่ารวย” รวมทั้งใช้รูปภาพโปรไฟล์เป็นรูปของสม
สมร ร่ารวย จากนั้นได้สง่ คาร้องขอเปน็ เพือ่ นกับยุพินซึ่งเป็นพื่อนของสมสมร รา่ รวย ยุพนิ ได้ตอบ
รับ การเป็นเพ่ือน ต่อมาก็ได้ส่งข้อความไปขอให้ยุพินโอนเงินชาระค่าแหวนเพชรให้จานวน
100,000 บาท โดยอ้างว่าแอปพลิเคชันของธนาคารที่ตนเองติดตั้งในโทรศัพท์ใช้งานไม่ได้ จึงให้
เพื่อนโอนชาระใหก้ ่อน ยพุ ินจึงหลงเชอ่ื และไดโ้ อนเงินให้

692

ใบงานที่ 3.2 องค์ความร้กู ารใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งสรา้ งสรรค์
ให้นกั เรียนสรุปเป็นองคค์ วามรูโ้ ดยใช้ mind map (decomposition) ในการปฏิบตั ติ นอยา่ งไรให้
ไม่ไดร้ ับผลกระทบด้านลบจากภัยคุกคามในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ

693

แบบบนั ทึกการประเมินผเู้ รยี น ดา้ นความรู้

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 3 เรอื่ ง การใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรื่อง เทคโนโลยกี ับมนษุ ย์

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ วชิ า เทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 2

รายการประเมิน

การใช้ การใช้ การสรา้ งและ การกาหนด

เทคโนโลยี เทคโนโลยี แสดงสทิ ธิ สทิ ธ์ิการใช้

เลขท่ี ช่ือ-สกลุ สารสนเทศได้ สารสนเทศ ความเป็น ข้อมูล

อยา่ งปลอดภยั อยา่ งมีความ เจ้าของผลงาน

เมอื่ พบเนือ้ หา รับผดิ ชอบ

ท่ไี มเ่ หมาะสม

1

2

3

4

5

เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
4 คะแนน ระดับ 4 ดีมาก (………….…………………………………….)
3 คะแนน ระดับ 3 ดี ครผู ูส้ อน
2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้
1 คะแนน ระดับ 1 ปรบั ปรงุ

*เกณฑ์การผา่ น ระดบั 2 ขึ้นไป

694

แบบบันทกึ การประเมนิ ผเู้ รียน ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ

แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 3 เรอ่ื ง การใช้เทคโนโลยอี ยา่ งสร้างสรรค์

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรอื่ ง เทคโนโลยกี บั มนุษย์

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ วชิ า เทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 2

รายการประเมนิ

เลขท่ี ช่ือ-สกลุ ทกั ษะในการทางาน ทักษะการคิด ทักษะการคิดอย่างมี ทกั ษะการสื่อสาร

ร่วมกัน วเิ คราะห์ วิจารณญาณ สารสนเทศและเท่า

ทนั สอื่

1

2

3

4

5

เกณฑ์การให้คะแนน ลงช่ือ...................................................ผปู้ ระเมิน
4 คะแนน ระดับ 4 ดีมาก (………….…………………………………….)
3 คะแนน ระดับ 3 ดี ครผู ้สู อน
2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้
1 คะแนน ระดับ 1 ปรับปรุง

*เกณฑ์การผา่ น ระดับ 2 ข้นึ ไป

695

แบบบนั ทกึ การประเมินผู้เรยี น ดา้ นคุณลกั ษณะ
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรื่อง การใช้เทคโนโลยอี ยา่ งสร้างสรรค์

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 เรอื่ ง เทคโนโลยกี บั มนุษย์
กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ วชิ า เทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2

รายการประเมิน
เลขที่ ชอ่ื -สกลุ ซ่อื สัตยส์ จุ ริต มวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ ม่งุ ม่นั ในการ

ทางาน
1
2
3
4
5

เกณฑ์การให้คะแนน ลงช่ือ...................................................ผูป้ ระเมิน
4 คะแนน ระดับ 4 ดมี าก (………….…………………………………….)
3 คะแนน ระดับ 3 ดี ครูผู้สอน
2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้
1 คะแนน ระดับ 1 ปรับปรงุ

*เกณฑ์การผา่ น ระดบั 2 ขึน้ ไป

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 เร่อื ง การส

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 เรอื่ ง เทคโนโลย

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ รายวิชา เทค

ขอบเขตเนือ้ หา กิจกรรมการเรียนรู้

1. การสรา้ งและแสดงสทิ ธ์ิความเปน็ ขนั้ นา (10 นาที )

เจ้าของผลงาน 1. ครทู บทวนความรู้เรอื่ งการใช้เทคโ

2. การกาหนดสทิ ธก์ิ ารใชข้ ้อมลู แลว้

2. ครูนาเข้าสู่บทเรยี นโดยใหน้ ักเรียน

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ และการนาขอ้ มูลข่าวสารมาใช้ในชวี ติ ป

ด้านความรู้ 3. ครนู านักเรยี นสนทนาการสร้างแล

1. อธบิ ายและวิเคราะหก์ ารสรา้ งแสดง ผลงาน

สทิ ธิค์ วามเป็นเจ้าของผลงานได้ 4. ครนู านกั เรยี นอภปิ รายจากการดูค

2. อธบิ ายและวิเคราะหก์ ารกาหนดสิทธิ์ สทิ ธิ์ความเป็นเจ้าของผลงานทดี่ าวนโ์ หล

การใช้ข้อมูล และในใบความรู้ 4.1 เรื่องการสร้างแ

ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ ผลงาน เมอ่ื ดจู บ ครูตั้งคาถามกระตนุ้ กา

1. สรา้ งแสดงสิทธค์ิ วามเป็นเจา้ ของผลงาน รปู ภาพมาใช้งานหรือเผยแพร่ เรามวี ธิ ีก

ได้ ซงึ่ ขอ้ มูลและรปู ภาพ

2. กาหนดสิทธกิ์ ารใช้ได้ ขนั้ สอน

1. ครูยกตัวอยา่ งการสรา้ งและแสดงส

ใบความรู้ 4.1 การสรา้ งและแสดงสทิ ธิค์

ความรูจ้ ะมี รปู ภาพ QR Code ท่นี กั เรีย

696

สร้างและแสดงสิทธคิ์ วามเปน็ เจ้าของผลงาน

ยกี บั มนุษย์ เวลา 2 ชว่ั โมง

คโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 2

ส่อื /แหล่งเรียนรู้

- ใบความรทู้ ี่ 4.1 เรอ่ื ง การสรา้ งและแสดงสทิ ธ์ิ

โนโลยีอยา่ งสร้างสรรคใ์ นช่ัวโมงที่ ความเป็นเจ้าของผลงาน

- คลปิ วีดโี อ เรอ่ื งรทู้ นั ลิขสิทธิ์

นรว่ มกันสนทนาการส่งตอ่ ข้อมลู https://www.youtube.com/

ประจาวัน watch?v=XPRrvR69Iyc

ละแสดงสิทธค์ิ วามเป็นเจา้ ของ - ใบงานที่ 4.1 เรอ่ื ง การสรา้ งและแสดงสิทธ์ิ

ความเปน็ เจ้าของผลงาน

คลปิ วดิ ีโอ เรือ่ งการสรา้ งและแสดง - ใบความรู้ท่ี 4.2 เรือ่ ง การกาหนดสิทธิ์การใช้

ลดไว้ ขอ้ มลู

และแสดงสทิ ธ์ิความเป็นเจา้ ของ - ใบงานท่ี 4.2 เรื่อง การกาหนดสิทธกิ์ ารใช้

ารคดิ เชน่ การนาเอาข้อมลู หรือ ข้อมูล

การอยา่ งไรท่ีจะไมล่ ะเมิดลิขสิทธิ์ หมายเหตุ:

หอ้ งคอมพวิ เตอร์

สทิ ธ์คิ วามเป็นเจา้ ของผลงาน จาก
ความเป็นเจา้ ของผลงาน โดยทใ่ี บ
ยนสามารถแสกนไปหาลิงค์ เรอ่ื ง

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เร่ือง การส
กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เรอื่ ง เทคโนโลย
ด้านคณุ ลกั ษณะ รายวิชา เทค

1. มีความรับผิดชอบ รูจ้ ักกบั Creative Commons
2. ซ่ือสตั ย์ 2. ครแู ละนกั เรยี นร่วมอภปิ รายจากเน
3. มุ่งม่นั ในการทางาน
4. เหน็ คณุ คา่ และความสาคญั การใช้ กบั Creative Commons
เทคโนโลยี 3. นกั เรียนแบง่ กลมุ่ ๆ ละ 4 คน แต่ล

ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมใบงานที่ 4.1 เรือ่ ง การส
เจา้ ของผลงาน

4. นักเรยี นนาเสนอ ใบงานที่ 4.1 เรอ่ื
เปน็ เจ้าของผลงาน แล้วรว่ มกันสรุปประ
การสรา้ งและแสดงสทิ ธ์ิความเปน็ เจา้ ขอ

5. นักเรียนศกึ ษาการใบความรู้ท่ี 4.2
ข้อมูลและทา ใบงานท่ี 4.2 เร่ือง การกา
วิเคราะห์ สมาชกิ ภายในกลมุ่ ชว่ ยกันอภ
เรยี น เพือ่ นในช้นั เรยี นรว่ มกนั อภิปราย
เสริมความรู้
6. นกั เรยี นอภปิ รายสรุปการสร้างและ
กลุ่มรว่ มกันอภปิ ราย นาเสนอหน้าชั้นเร
การเรยี นรู้ท่ีสาคัญลงในสมุด

สร้างและแสดงสิทธิ์ความเปน็ เจ้าของผลงาน 697
ยกี บั มนษุ ย์
คโนโลยี เวลา 2 ช่วั โมง
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 2
น้อื หาทน่ี ักเรยี นศึกษาเรอ่ื ง รูจ้ ัก

ละกลุ่มร่วมกนั ระดมความคดิ
สรา้ งและแสดงสทิ ธ์ิความเปน็

อง การสรา้ งและแสดงสทิ ธิ์ความ
ะเด็นจากการทาใบงานท่ี 4.1 เร่อื ง
องผลงาน
2 เรือ่ ง การกาหนดสิทธ์ิการใช้
าหนดสิทธก์ิ ารใช้ข้อมูลแล้วไป
ภปิ ราย จากนัน้ นาเสนอหน้าชนั้
ครทู าหน้าท่ีเปน็ โค้ชคอยแนะนา

ะการกาหนดสทิ ธิ์ ใหส้ มาชิกใน
รยี น สรุปองค์ความรเู้ นื้อหา

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 1 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 4 เรื่อง การส
กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เรอ่ื ง เทคโนโลย
รายวชิ า เทค

ขน้ั สรุป
1. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรปุ เนื้อหาเร
ด้วยคาถามดังนี้

1. การสรา้ งสิทธิ์และแสดงผลงาน
2. การกาหนดสิทธิ์ทาอยา่ งไร
2. นกั เรียนสรุปองค์ความรู้เนือ้ หาการ
รปู แบบทค่ี รสู ร้างไว้ เพ่ือแลกเปล่ียนเรยี

สรา้ งและแสดงสิทธ์ิความเปน็ เจา้ ของผลงาน 698
ยกี ับมนษุ ย์
คโนโลยี เวลา 2 ช่ัวโมง
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
รอ่ื งการสรา้ งและการกาหนดสทิ ธิ

นของตนเองทาได้อย่างไร

รเรียนรู้ท่สี าคญั ลงในสมดุ ตาม
ยนรู้กนั

699

การวดั และประเมินผล

ส่งิ ทต่ี ้องการวดั /ประเมิน วิธีการ เครือ่ งมือที่ใช้ เกณฑ์
1. ด้านความร้คู วามเขา้ ใจ - ตรวจใบงานท่ี 4.1
(Content Understanding) การสร้างและแสดง - แบบประเมนิ การ - นกั เรยี นทุกคนผ่านเกณฑไ์ ม่ต่า
ในประเด็นดังต่อไปน้ี สิทธ์คิ วามเปน็
เจ้าของผลงาน นาเสนอผลงาน กวา่ รอ้ ยละ 80
1. การสรา้ งและแสดงสทิ ธ์ิความเปน็ - ตรวจใบงานที่ 4.2
เจ้าของผลงาน การกาหนดสิทธ์กิ าร - แบบสังเกต - นักเรยี นทกุ คนผ่านเกณฑไ์ ม่ต่า
2. การกาหนดสิทธกิ์ ารใช้ขอ้ มลู ใช้ขอ้ มูล
พฤติกรรมการ กว่าร้อยละ 80

ทางานรายบคุ คล

2. ด้านทกั ษะและกระบวนการ 1. สงั เกตพฤติกรรม 1.แบบประเมนิ เกณฑ์ประเมนิ คุณลักษณะและ
ความสามารถของผเู้ รยี นตาม
(Skills/Processes/Competencies) การเรียนรแู้ ละ Rubric scoring ระดบั คุณภาพ ดงั นี้
ระดับคุณภาพ 5 หมายถงึ ดีเยี่ยม
1. สร้างแสดงสทิ ธ์ิความเปน็ เจ้าของ นาเสนองานของ 2.แบบสัมภาษณ์ ระดับคุณภาพ 4 หมายถงึ ดีมาก
ระดับคุณภาพ 3 หมายถึง ดี
ผลงานได้ นกั เรยี น 3.แบบสอบถาม ระดับคุณภาพ 2 หมายถงึ พอใช้
ระดบั คุณภาพ 1 หมายถึง
2. กาหนดสิทธ์กิ ารใช้ได้ 2.สมั ภาษณ์ ปรบั ปรงุ

3.สอบถาม

3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1.สงั เกตพฤติกรรม 1.แบบประเมนิ 1.นักเรยี นท่ผี า่ นโดยมีค่าเฉล่ยี
(Desired Characteristics) Rating Scale (Mean) ตัง้ แต่ 3 ขน้ึ ไป

1. มคี วามรับผดิ ชอบ
2. ซอ่ื สตั ย์
3. มุง่ ม่ันในการทางาน
4. เห็นคุณคา่ และความสาคัญการใช้
เทคโนโลยี

700

8. บันทึกผลหลังสอน
ผลการเรียนรู้

............................................................................................................................. ................................................
ปัญหาและอุปสรรค

.................................................................................................................................................................... ......
ข้อเสนอแนะและแนวทางแกไ้ ข

............................................................................................................................. ..............................................

ลงช่ือ ......................................ผสู้ อน
(.......................................................)
วนั ท.่ี .....เดือน...............................พ.ศ.............

9. ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผ้บู ริหารหรือผู้ท่ีไดร้ บั มอบหมาย
............................................................................................................................. ..............................................

ลงชอ่ื ......................................ผตู้ รวจ
(.......................................................)
วนั ท่.ี .....เดอื น...............................พ.ศ.............

701

ใบความร้ทู ่ี 4.1 เรอื่ ง การสร้างและแสดงสทิ ธ์ิความเป็นเจา้ ของ

จริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ หมายถึง หลักศีลธรรมจรรยาที่กาหนดข้ึนเพื่อใช้เป็นแนวทาง
ปฏิบัติ หรือควบคุมการใช้ ระบบคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ในทางปฏิบัติแล้วการระบุวา่ การกระทาส่ิงใดผิด
จรยิ ธรรมน้ัน อาจกล่าวได้ไม่ชดั เจนมากนักทั้งนี้ ย่อมข้นึ อยกู่ ับวัฒนธรรมของสังคมในแต่ละประเทศด้วย หาก
ผู้ใช้ไม่ระมัดระวังหรือนาไปใช้ในทางท่ีไม่ถูกต้อง ดังน้ัน ในการการใช้งานคอมพิวเตอร์ร่วมกันในสังคม ในแต่
ละประเทศจึงได้มีการกาหนดระเบียบ กฎเกณฑ์ รวมถึงกฎหมายที่ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อให้เกิด
จริยธรรม ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การกระทาที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นการกระทาที่ผิด
จรยิ ธรรม เชน่

- การใช้คอมพิวเตอร์ทาร้ายผู้อ่ืนให้เกิดความเสียหาย หรือก่อให้เกิดความรา คาญ
- การใช้คอมพิวเตอรใ์ นการขโมยข้อมูล
- การเข้าถงึ ขอ้ มูลหรือคอมพวิ เตอรข์ องผู้อน่ื โดยไม่ได้รบั อนุญาต
- การละเมดิ ลขิ สิทธ์ิ
โดยท่ัวไป เม่ือพิจารณาถึงจริยธรรมเก่ียวกับการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศแล้ว จะ
กลา่ วถงึ ใน 4 ประเดน็ ท่รี ู้จกั กันในลักษณะตัวยอ่ วา่ PAPA ประกอบด้วย
1. ความเปน็ สว่ นตวั (Information Privacy)
2. ความถกู ต้อง (Information Accuracy)
3. ความเปน็ เจ้าของ (Information Property)
4. การเขา้ ถงึ ขอ้ มลู (Data Accessibility) ความเป็นสว่ นตัว (Information Privacy)

ความเปน็ สว่ นตัว (Information Privacy)

ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศ โดยท่ัวไป หมายถึง สิทธทิ ่ีจะอยู่ตามลาพังและเป็นสิทธิท่ี
เจ้าของสามารถที่จะควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น สิทธินี้ใช้ได้ครอบคลุมท้ังส่วนบุคคล
กลุ่มบุคคล และองค์กรต่างๆ ปัจจุบันมีประเด็นเก่ียวกับความเป็นส่วนตัวที่เป็นข้อหน้าสังเกตดังนี้

1. การเข้าไปดูข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และการบันทึกข้อมูลในเคร่ืองคอมพิวเตอร์
รวมทัง้ การบนั ทกึ แลกเปลยี่ นขอ้ มูลที่บคุ คลเขา้ ไปใช้บรกิ ารเวบ็ ไซตแ์ ละกล่มุ ขา่ วสาร

2. การใช้เทคโนโลยีในการติดตามความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมของบุคคล เช่น บริษัทใช้
คอมพิวเตอร์ในการตรวจจับหรือเฝ้าดูการปฏิบัติงาน การใช้บริการของพนักงาน ถึงแม้ว่าจะเป็นการติดตาม
การทางานเพ่ือการพัฒนาคุณภาพการใช้บริการ แต่กิจกรรมหลายอย่างของพนักงานก็ถูกเฝ้าดูด้วย พนักงาน
สญู เสยี ความเป็นสว่ นตัว ซงึ่ การกระทาเชน่ น้ถี อื เป็นการผดิ จริยธรรม

702

3. การใชข้ ้อมูลของลกู ค้าจากแหลง่ ตา่ งๆ เพือ่ ผลประโยชนใ์ นการขยายตลาด
4. การรวบรวมหมายเลขโทรศพั ท์ ทีอ่ ยู่อีเมล์ หมายเลขบัตรเครดติ และขอ้ มลู สว่ นตวั อ่ืนๆ เพ่ือ
นาไปสร้างฐานข้อมลู ประวตั ลิ ูกค้าขึ้นมาใหม่ แล้วนาไปขายให้กบั บรษิ ทั อ่นื

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของ
ข้อมูลและสารสนเทศ จึงควรจะต้องระวังการให้ข้อมูล โดยเฉพาะการใช้
อินเตอร์เน็ตท่ีมีการให้โปรโมชั่น หรือระบุให้มีการลงทะเบียนก่อนเข้าใช้
บริการ เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต และ ที่อยู่อีเมล์ ก่อนจะเผยแพร่ข้อมูลทุก
ครง้ั ตอ้ งคานึงถงึ ขอ้ มูลทีม่ ีความเป็นสว่ นตวั ผลเสียจากการเผยแพรข่ ้อมูล
เหล่านี้ อาจย้อนกลบั มาสร้างความเดือนรอ้ นให้กับตนเองหรือผ้ทู ่ีเกี่ยวข้อง
ได้ในอนาคต เช่น นักเรียนโพสต์รูปของตนเองและเพื่อนไว้ในเว็บไซต์
เครือขา่ ยทางสงั คม แต่เพอ่ื นของนกั เรยี นอาจได้ผลกระทบจากรูปนัน้ ก็เปน็ ได้
ตัวอย่างการกาหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้แต่ละกลุ่ม ในบางกรณีการไม่เปิดเผยข้อมูลอาจ
เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ได้ เช่น ในการปรึกษาเกี่ยวกับแพทย์ เรื่องความผิดปกติทางเพศ หรือการเป็นโรคติดต่อ
ร้ายแรง หากตอ้ งเปิดเผยขอ้ มูลจริงเหลา่ น้ี การใชน้ ามแฝงแทนจะเปน็ วธิ ีการทเี่ หมาะสมทีส่ ุดในการแลกเปลย่ี น
ขอ้ มลู แต่กรณีเหล่านจ้ี ะไมส่ ามารถทาได้ ในเวบ็ ไซต์ทีก่ าหนดใหก้ รอกข้อมลู จรงิ เพ่ือสมคั รใชบ้ รกิ าร

ความถูกตอ้ ง (Information Accuracy)
ในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการรวบรวม จัดเก็บ และเรยี กใช้ขอ้ มูลนั้น คุณลักษณะที่สาคัญประการ

หนึ่ง คือ ความน่าเช่ือถอื ของข้อมูล ทั้งน้ี ข้อมูลจะมคี วามน่าเชื่อถือมากน้อยเพยี งใดยอ่ มขึ้นอย่กู บั ความถกู ตอ้ ง
ในการบันทึกข้อมูลด้วย ประเด็นด้านจริยธรรมท่ีเกี่ยวข้องกับความถูกต้องของข้อมูล โดยทั่วไปจะพิจารณาว่า
ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลที่จัดเก็บและเผยแพร่ เช่น ในกรณีท่ีองค์กรให้ลูกค้า
ลงทะเบียนด้วยตนเอง หรือกรณีของข้อมูลท่ีเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ อีกประเด็น คือ จะทราบได้อย่างไรว่า
ข้อผิดพลาดท่ีเกิดข้ึนน้ันไม่ได้เกิดจากความจงใจ และผู้ใดจะเป็นผู้รับผิดชอบหากเกิดข้อผิดพลาดในการจัดทา
ข้อมูลและสารสนเทศให้มีความถูกต้องและน่าเช่ือถือน้ัน ข้อมูลควรได้รับการตรวจสอบความถูกต้องก่อนท่ีจะ
นาเข้าฐานข้อมูล รวมถึงการปรับปรุงข้อมูลให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ นอกจากนี้ควรให้สิทธิแก่บุคคลในการ
เข้าไป ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลของตนเองได้ เช่น ผู้สอนสามารถดูคะแนนของนักศึกษาในความ
รบั ผิดชอบหรือที่สอน เพื่อตรวจสอบวา่ คะแนนท่ีป้อนไมถ่ ูกแก้ไขเปลยี่ นแปลง

703

ความเป็นเจ้าของ (Information Property)

สิทธคิ วามเปน็ เจ้าของ หมายถงึ กรรมสิทธใ์ิ นการถือครองทรพั ยส์ ิน ซง่ึ
อาจเป็นทรัพยส์ นิ ท่วั ไปท่จี ับต้องได้ เชน่ รถยนต์ คอมพิวเตอร์ หรืออาจเป็นทรัพยส์ ิน
ทางปัญญา (ความคิด) ท่จี บั ต้องไมไ่ ด้ เช่น บทเพลง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่
สามารถถา่ ยทอดและบันทึกลงในสอ่ื ต่างๆ ได้ เชน่ สง่ิ พิมพ์ เทป ซีดีรอม เป็นต้น

ในสังคมของเทคโนโลยีสารสนเทศ มักจะกล่าวถึงการละเมิดลิขสิทธิ์
ซอฟต์แวร์ เม่ือท่านซอ้ื โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีการจดลิขสิทธ์ิ นนั่ หมายความว่าทา่ นได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ในการ
ใช้ซอฟต์แวร์น้ันสาหรับท่านเอง หลังจากท่ีท่านเปิดกล่อง หรือบรรจุภัณฑ์แล้ว หมายความว่า ท่านได้ยอมรับ
ข้อตกลงเกย่ี วกับลขิ สิทธ์ใิ นการใช้สินค้านั้น ซึ่งลิขสิทธ์ิในการใช้จะแตกต่างกันไปในแต่ละสินคา้ และบรษิ ัท บาง
โปรแกรมจะอนุญาตให้ติดต้ังได้เพียงครั้งเดียว หรือไม่อนุญาตให้ใช้กับคอมพิวเตอร์เครื่องอ่ืนๆ ถึงแม้ว่า
คอมพิวเตอร์เคร่ืองนั้นๆ ท่านเป็นเจ้าของ และไม่มีผู้อ่ืนใช้ก็ตาม ในขณะที่บางบริษัทอนุญาตให้ใช้โปรแกรม
นั้นๆได้ หลายๆ เครื่อง ตราบใดท่ียงั เปน็ บคุ คลทม่ี สี ทิ ธใิ์ นโปรแกรมคอมพวิ เตอรท์ ซ่ี ้ือมา

การคัดลอกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้กับเพือ่ น เปน็ การกระทาที่จะต้องพจิ ารณาให้รอบคอบก่อน
วา่ โปรแกรมทีจ่ ะทาการคัดลอกนัน้ เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ท่ีทา่ นมีสิทธใ์ิ นระดับใด เชน่

Copyright หรือ Software License ทา่ นซื้อซอฟต์แวร์ลขิ สทิ ธิม์ า และมสี ิทธใิ์ ช้
Shareware ซอฟตแ์ วรใ์ หท้ ดลองใช้ไดก้ อ่ นทจ่ี ะตัดสนิ ใจซือ้
Freeware ซอฟตแ์ วรใ์ ช้งานได้ฟรี คัดลอก และเผยแพร่ให้ผู้อ่นื ได้

การเข้าถงึ ขอ้ มลู (Data Accessibility)

สิทธ์ิในการเข้าถึงข้อมูล เพื่อเป็นการ
รักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูล ในการเก็บข้อมูลในฐานะข้อมูลจะมีการ
กาหนดสิทธ์ิในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้แต่ละกลุ่ม โดยระบบจะอนุญาตให้ผู้ใช้
คนหน่ึงเข้าถึงข้อมูลต้องมีการตรวจสอบว่า จะให้เข้าถึงข้อมูลใดได้บ้าง หรือไม่
มสี ิทธิ์ในการเข้าถงึ ข้อมูลใดบ้าง ตวั อยา่ งเช่น พนักงานแหนกการเงินซ่งึ สามารถ
เข้าถึงข้อมูลเงินเดือน ไม่ควรได้สิทธ์ินาการเข้าถึงข้อมูลประวิติส่วนตัวของ
พนักงานท่วั ไปได้เป็นต้น ตวั อยา่ งการกาหนดสิทธใิ์ นการเข้าถงึ ข้อมลู ของผู้ใช้แต่ละกลมุ่

ในการใช้งานคอมพิวเตอร์และเครือข่ายร่วมกันให้เป็นระเบียบ หาก
ผู้ใช้ร่วมใจกันปฏิบัติ ตามระเบียบและข้อบังคับของแต่ละหน่วยงานอย่าง
เคร่งครัดแล้ว การผิดจริยธรรมตามประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นก็คงจะไม่
เกิดขึ้น หากการเข้าใช้ระบบเพื่อเข้าถึงข้อมูลเป็นส่วนหน่ึงของเร่ืองสิทธิ์ใน
การเข้าถึงข้อมูล ดงั น้ันสิทธิ์ในการเข้าใช้ระบบก็จะอยใู่ นเกณฑ์ข้อน้ีด้วย โดย

704

ปกติแล้วการเข้าถึงระบบใดๆ นั้น ผู้ใช้จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลระบบ ( system administrator ) ซ่ึงมี
หน้าท่คี อยดูแล บารงุ รกั ษาระบบ ใหส้ ามารถทางานไดเ้ ปน็ ปกติ

จะเห็นว่า ข้อมูล สารสนเทศ และความรู้เป็นส่ิงท่ีมีประโยชน์
มีมูลค่าถึงแม้ว่าสิ่งต่างๆ เหล่าน้ี จะไม่ได้รับการตีราคาออกมาเป็น
จานวนเงิน แต่ผู้ท่ีมีข้อมูล สารสนเทศ และความรู้ รวมถึงมีวิธี
บรหิ ารงานภายในองคก์ ร และสามารถแข่งขนั กบั โลกภายนอกได้เป็น
อย่างดี ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิด
เกยี่ วกบั คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 พระราชบัญญตั ิวา่ ด้วยการกระทา
ความผิดเกย่ี วกับคอมพวิ เตอร์ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2560
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การนาข้อมูลมาใช้ประโยชน์ รวมถึงการเลือกใช้เครื่องมือท่ี
เหมาะสม เป็นสิ่งที่ควรรู้ และเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝน ซ่ึงในปัจจุบันเคร่ืองมือทางด้านสารสนเทศเพ่ือการเก็บ
รวบรวม ประมวลผล รวมถึงแสดงข้อมูลและสารสนเทศเหล่าน้ี มีให้ใช้ได้อย่างหลากหลาย ควรเลือกใช้ให้
ถกู ต้อง และมีจริยธรรม ควรพิจารณาได้ดีว่า การใช้เครอ่ื งมือข้อความ รูปภาพ ใดๆ ท่ีได้มาควรปฏิบัติอย่างไร
จงึ จะถกู กฎหมาย และจริยธรรม รวมทั้งไม่สร้างความเดือดร้อน ราคาญใหแ้ กผ่ ู้อ่นื จากการใช้สิ่งเหลา่ น้นั

705

เกรด็ ความรู้

ทรพั ย์สินทางปัญญา แบง่ เปน็ 3 ประเภท ไดแ้ ก่

ลิขสิทธ์ิ (copyright) หมายถึง สิทธิ์แต่เพียงเดียวที่กฎหมายรับรองให้ผู้สร้างสรรค์กระทาการ
ใดๆเกี่ยวกับงานท่ีตนได้ทาขึ้น อันได้แก่ สิทธิ์ท่ีจะทาซ้า ดัดแปลง หรือนา

ออกโฆษณา ไม่ว่าในรูปแบบลักษณะอย่างใดหรือวิธีใด รวมทั้งอนุญาตให้ผู้อื่นนางานนั้นไปใช้ด้วย สาหรับ
โปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือซอฟแวรถ์ ือเปน็ งานทเ่ี ข้าข่ายทม่ี ลี ขิ สิทธิ์

เครอ่ื งหมายการคา้ (Trademark ) ใช้สัญลักษณ์สากล TM หรือ ® หมายถึงเครื่องหมายท่ีให้หรือจะ
ใ ช้ เ ป็ น เค ร่ื อ ง ห ม า ย เก่ี ย ว กั บ สิ น ค้ า เพ่ื อ แ ส ด ว่ า สิ น ค้ า ท่ี ใ ช้

เครื่องหมายของเจ้าของเคร่ืองหมายการค้าน้ัน แตกต่างกับสินค้าท่ีใช้เคร่ืองหมายการค้าของบุคคลอ่ืน โดย

สญั ลักษณอ์ าจจะประกอบไปดว้ ย ชื่อ ขอ้ ความ วลี สญั ลกั ษณ์ ภาพ งานออกแบบ

สิทธบิ ัตร ( patent ) หมายถึง สิทธ์ิพิเศษที่กฎหมายบัญญัติให้เจ้าของสิทธิบัตรมีสิทธ์ิแต่เพียง
ผู้เดียว ในการแสวงหาประโยชน์จากการประดิษฐ์หรือการออกแบบ

ผลิตภณั ฑท์ ี่ไดร้ บั สิทธบิ ัตรนั้น เชน่ การผลติ และจาหน่าย เปน็ ตน้
สาหรับการละเมิดสิทธ์ิไม่ว่าจะเป็นการคัดลอก หรือผลิตซ้าเก่ียวกับทรัพย์สินทางปัญญาท้ัง 3

ประเภทนถี้ อื ว่าเปน็ การกระทาความผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติ
ตัวอยา่ งการใชส้ ัญลกั ษณเ์ พื่อบอกข้อกาหนดของการใช้สือ่
อนุญาตใหใ้ ช้ ดดั แปลง ทาสาเนา และเผยแพร่ โดยต้องอา้ งถึงเจา้ ของผลงาน
อนญุ าตให้ใช้ ดดั แปลง ทาสาเนา และเผยแพร่ โดยต้องอ้างถึงเจา้ ของผลงาน และถา้ มีการแกไ้ ข

ตน้ ฉบบั ตอ้ งอ้างถึงสญั ญาเดิม
อนุญาตให้ใช้ ดดั แปลง ทาสาเนา และเผยแพร่ได้ โดยตอ้ งมีการอ้างถึงเจา้ ของผลงานและห้ามใช้

ทางการคา้
อนุญาตให้ใช้ ดดั แปลง ทาสาเนา และเผยแพร่ได้ โดยมีการอ้างถึงเจา้ ของผลงานและหา้ มมกี าร

แก้ไขตน้ ฉบบั

706

ใบงานที่ 4.1 เรือ่ ง การสร้างและแสดงสิทธคิ์ วามเปน็ เจ้าของ
ใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็น จากสถานการณต์ อ่ ไปนี้

1. ถา้ นักเรยี นโพสต์รปู ของตนเองท่ีไปเทยี่ วกับเพ่ือน โดยที่รูปของเพื่อนนนั้ แสดง
ท่าทางไม่ดี นักเรยี นคดิ วา่ ในอนาคตเพ่ือนของนักเรียนอาจจะได้รบั ความเดือนร้อนจากการ
กระทานหี้ รือไม่ และอยา่ งไร

-----------------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------------------------

2. นกั เรียนคิดวา่ การส่งข้อมูลอีเมล์ทีไ่ ด้รบั จากเพือ่ นสนิทไปยงั บุคคลอืน่ ๆ ทไ่ี ม่
คุ้นเคยในกลุม่ เปน็ ผลดีหรอื ผลเสียอยา่ งไร ให้อธิบาย

----------------------------------------------------------------------------------------------------
----------------------------------------------------------------------------------------------------
----------------------------------------------------------------------------------------------------
----------------------------------------------------------------------------------------------------
----------------------------------------------------------------------------------------------------
----------------------------------------------------------------------------------------------------

3. นกั เรียนคิดวา่ ขอ้ งมูลที่นักเรยี นค้นหาจากอินเทอรเ์ นต็ สามารถนามาใช้ประกอบใน
รายงานหรอื ประกอบการทาเอกสารอ้างอิงในโครงงานไดท้ ันทหี รือไม่ ถา้ ไม่สามารถนามาใช้ได้
ทันทจี ะต้องทาอย่างไรจงึ จะนามาใชไ้ ด้

-------------------------------------------------------------------------------------------------------
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
-------------------------------------------------------------------------------------------------------

707

ใบความรู้ที่ 4.2 เรื่อง การสร้างและแสดงสิทธ์ิการใช้ข้อมูล

ปจั จุบนั การใช้งานคอมพิวเตอร์ ยังเป็นการใช้งานแบบหลายคนในเคร่อื งเดยี ว เพราะด้วยค่าใช้จ่ายที่
ยงั ดสู ูงเกินไป ในการซ้ือคอมพิวเตอร์ท่ีเพียงพอกับความต้องการ แต่การใช้งานร่วมกันบางครั้งก็อาจเกิดปัญหา
ขึ้นมาได้ อยา่ งเชน่ การลบไฟล์หรอื เขา้ ไปเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ของผู้ใช้แต่ละคน จนอาจทาให้เกิดความเสียหาย
ได้ไม่น้อย ดังน้ันจึงต้องหามาตรการป้องกัน แต่ก็ควรที่จะต้องให้ผู้ใช้เข้าถึงโฟลเดอร์ข้อมูลท่ีเป็นส่วนรวม
สาหรับการแบง่ ปนั ไฟล์ได้ดว้ ย ซึ่งวิธกี ารก็ไม่ได้ซบั ซอ้ นมากมายนัก แต่สิ่งที่ตอ้ งทาก่อนก็คือ เข้าไปกาหนดสิทธ์ิ
User เพอื่ บอกให้ผใู้ ชแ้ ต่ละคนมีการเข้าถึงข้อมูลอยา่ งไรได้บ้าง

กาหนดสิทธิ์ User เพือ่ บอกให้ผใู้ ชแ้ ตล่ ะคนมีการเขา้ ถึงข้อมลู
1. เรม่ิ ตน้ ตอ้ งเป็นใช้ลอ็ กอนิ ทเี่ ปน็ Administrator ให้เขา้ ไปยงั Control panel แลว้ ไปท่ี User

Account and Family Safety

708

2. คลกิ ไปท่ี User Account เพื่อเขา้ ไปกาหนดสิทธ์ิ

3. คลกิ ท่ี Manage another account เพอื่ เลือก Account อ่ืนท่ีตอ้ งการแกไ้ ข

709

4. คลกิ ทเ่ี ลือก Account ทตี่ อ้ งการจะกาหนดสิทธใิ ห้

5. หากตอ้ งการให้เปน็ ผู้ใช้ทั่วไป ใหเ้ ลือกที่เปน็ Standard User แต่ในกรณีที่ตอ้ งการใหม้ สี ทิ ธ์ิ
แกไ้ ขไดด้ ว้ ย กต็ ้องเลอื กเปน็ Administrator จากน้นั คลกิ Chang Account Type

710

6. เมื่อออกมาแล้ว ใหไ้ ปที่โฟลเดอรท์ ีต่ ้องการแชรข์ ้อมลู คลกิ ขวาแลว้ เลือกที่ Sharing

7. คลกิ ท่ี Share ในหวั ข้อ Network File and Folder Sharing

711

8. เลอื กที่ชอ่ื ของ Account ท่จี ะกาหนดสิทธิ์ให้ จากนั้นคลกิ ที่ Permission level แลว้ เลอื กวา่
เปน็ Read หรือ Read/Write เสร็จแลว้ คลกิ Share

เพียงเทา่ น้ผี ู้ใชท้ ่ีใช้งานคอมพิวเตอรร์ ่วมกนั กจ็ ะเขา้ ถึงข้อมูลในโฟลเดอรด์ ังกล่าวได้ทั้งแบบ Read/ Write
นอกจากน้ียงั สามารถ Add และแกไ้ ขสิทธิ์การใช้งานอนื่ ๆ เพ่มิ เตมิ ได้อกี ดว้ ย

712

การกาหนดสิทธิ์การเขา้ ถงึ เอกสาร PDF
เอกสาร PDF จะต้องกาหนดสทิ ธิก์ ารเข้าถึงเอกสารและเนื้อหาให้เหมาะสมกอ่ นเผยแพร่ โดยการ

ส่งออกดว้ ย Acrobat Professional ทาไดโ้ ดยเลอื กคาส่ัง File, Print, Adobe PDF คลิกเลือกปุ่ม Properties
มีข้นั ตอนดังนี้

1. เลอื กรายการ Adobe PDF Security เป็น Reconfirm … จากนั้นคลกิ ปุ่ม Edit เพื่อเขา้ ไปกาหนด
สทิ ธ์ิการเขา้ ถึงเนื้อหาและเอกสารให้เหมาะสม

2. คลกิ เลอื กรายการ Require a password to open the document เพอื่ กาหนดรหัสผา่ นให้กบั เอกสาร
PDF สาหรบั การเปิดเรียกดูเอกสาร

3. คลิกเลือกรายการ Restrict editing and printing of the document. เพอื่ กาหนดสทิ ธก์ิ ารเขา้ ถงึ
เนอื้ หา ดงั นี้
a. Printing Allowed อนญุ าตใหพ้ มิ พ์เอกสารได้หรอื ไม่ และไดร้ ะดับใด
b. Change Allowed อนญุ าตให้ปรบั แก้ไขเอกสารได้หรือไม่ อย่างไร
c. Enable Copying of text, image and other content อนุญาตให้คัดเลือกเนื้อหาได้หรือไม่

713

ใบงานท่ี 4.2 การกาหนดสิทธิ์และการใชข้ ้อมูล

ปัจจบุ ัน AI ไดเ้ ข้ามามีบทบาทในสงั คมเป็นอย่างมาก อีกทั้งส่งิ แวดล้อมในโลกของเรากถ็ ูกทาลายเป็น
จานวนมาก นกั เรียนจะมวี ธิ ีชว่ ยโลกอยา่ งไร

นกั เรียนลองมาออกแบบสงิ่ ประดิษฐ์ IOT กันดีกวา่ แล้วเขียนโฟชาร์จ สง่ิ ประดิษฐ์ IOT รกั ษส์ ิ่งแวดลอ้ ม
จากน้นั บนั ทึกเอกสารเป็น PDF แลว้ ทาการกาหนดสทิ ธก์ิ ารเข้าถึงเอกสาร PDF ดงั นี้

1. กาหนดรหัสผา่ นใหก้ ับเอกสาร PDF สาหรบั การเปิดเรยี กดูเอกสาร
2. อนุญาตให้พิมพเ์ อกสารได้
3. ไม่อนุญาตใหป้ รบั แก้ไขเอกสาร
4. ไม่อนุญาตให้คดั ลอกเนือ้ หา

คิดออกแล้วไปทากนั เลย....

714

แบบประเมินผลงานผงั มโนทัศน์

คาชีแ้ จง : ให้ผู้สอนประเมินผลงาน/ชน้ิ งานของนักเรยี นตามรายการท่ีกาหนด แล้วขีด ลงในชอ่ งท่ตี รงกับ

ระดบั คะแนน

ลาดับท่ี รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ

4 3 21

1 ความสอดคล้องกบั จุดประสงค์

2 ความถูกต้องของเนื้อหา

3 ความคิดสรา้ งสรรค์

4 ความตรงต่อเวลา

รวม

ลงชอ่ื ................................................... ผู้ประเมนิ
............../................./................

715

เกณฑ์ประเมนิ ผังมโนทัศน์

ประเด็นทปี่ ระเมนิ ระดับคะแนน

1. ผลงานตรงกบั 432 1
จุดประสงค์ท่ี
กาหนด ผลงานสอดคลอ้ งกับ ผลงานสอดคล้องกบั ผลงานสอดคล้องกบั ผลงานไมส่ อดคล้อง
กับจุดประสงค์
2. ผลงานมคี วาม จุดประสงคท์ ุก จดุ ประสงค์เป็นส่วน จุดประสงค์บาง
ถกู ต้องสมบูรณ์ เน้ือหาสาระของ
ประเด็น ใหญ่ ประเด็น ผลงานไมถ่ ูกตอ้ งเปน็
3. ผลงานมีความคิด ส่วนใหญ่
สร้างสรรค์ เน้อื หาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เน้ือหาสาระของ ผลงานไมแ่ สดง
แนวคดิ ใหม่
ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเปน็ ผลงานถูกต้องเปน็

ครบถ้วน สว่ นใหญ่ บางประเดน็

ผลงานแสดงออกถึง ผลงานมีแนวคิด ผลงานมีความ

ความคิดสร้างสรรค์ แปลกใหม่แต่ยงั ไม่ น่าสนใจ แตย่ ังไม่มี

แปลกใหม่และเป็น เป็นระบบ แนวคดิ แปลกใหม่

ระบบ

4. ผลงานมคี วาม ผลงานมีความเป็น ผลงานส่วนใหญ่มี ผลงานมีความเปน็ ผ ล งา น ส่ ว น ให ญ่ ไม่
เปน็ ระเบยี บ ระเบียบแตม่ ี เป็นระเบียบและมีข้อ
ระเบียบแสดงออกถึง ความเปน็ ระเบียบแต่ ข้อบกพร่องบางสว่ น บกพร่องมาก

ความประณตี ยังมี

ข้อบกพร่องเลก็ น้อย

เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ

14–16 ดมี าก

11–13 ดี

8–10 พอใช้

ต่ากว่า 8 ปรับปรุง

716

แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน

คาชีแ้ จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องท่ี

ตรงกับระดบั คะแนน

ลาดับท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
32

1 ความถูกต้องของเนอ้ื หา  

2 ความคิดสร้างสรรค์  

3 วิธีการนาเสนอผลงาน  

4 การนาไปใชป้ ระโยชน์  

5 การตรงต่อเวลา  

รวม

ลงชื่อ ................................................... ผูป้ ระเมนิ
............/................./...................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ บางสว่ น

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ

14–15 ดีมาก

11–13 ดี

8–10 พอใช้

ตา่ กวา่ 8 ปรับปรุง

717

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล

คาช้แี จง : ให้ผ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งท่ี

ตรงกับระดบั คะแนน

ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1
32

1 การแสดงความคิดเหน็  

2 การยอมรับฟังความคิดเหน็ ของผอู้ นื่  

3 การทางานตามหน้าท่ีทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย  

4 ความมีนา้ ใจ  

5 การตรงต่อเวลา  

รวม

ลงชอ่ื ................................................... ผ้ปู ระเมนิ
............/.................../................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

14–15 ดมี าก

11–13 ดี

8–10 พอใช้

ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ

718

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม

คาชีแ้ จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่องที่

ตรงกับระดบั คะแนน

การมี

ลาดบั ที่ ช่ือ–สกลุ การแสดง การ การทางาน ความมี ส่วนร่วม รวม
ของนักเรยี น ความ ยอมรับฟัง ตามที่ น้าใจ ในการ 15
คดิ เหน็ ไดร้ ับ ปรับปรงุ คะแนน
คนอนื่ ผลงาน
มอบหมาย กลมุ่

321321321321321

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงชอื่ ................................................... ผปู้ ระเมนิ
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ............./.................../...............
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครัง้ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

14–15 ดมี าก

11–13 ดี

8–10 พอใช้

ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ

719

แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คาชแ้ี จง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่องที่

ตรงกบั ระดับคะแนน

คุณลักษณะ ระดบั คะแนน

อนั พงึ ประสงค์ รายการประเมิน 321

ดา้ น

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาติได้
กษัตริย์ 1.2 เขา้ ร่วมกิจกรรมท่สี รา้ งความสามัคคีปรองดอง และเปน็ ประโยชน์

ตอ่ โรงเรยี น

1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาท่ีตนนับถอื ปฏบิ ัติตามหลักศาสนา

1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมที่เก่ยี วกับสถาบันพระมหากษัตริยต์ ามทีโ่ รงเรียนจดั ขึ้น

2. ซอ่ื สัตย์ สจุ รติ 2.1 ใหข้ ้อมลู ท่ีถกู ต้องและเป็นจรงิ
3. มีวินยั รับผดิ ชอบ 2.2 ปฏิบตั ิในสงิ่ ทถ่ี ูกต้อง
3.1 ปฏบิ ตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คบั ของครอบครวั

มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัติกิจกรรมตา่ งๆ ในชวี ิตประจาวัน

4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รูจ้ กั ใช้เวลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปปฏิบัติได้

4.2 รู้จกั จดั สรรเวลาให้เหมาะสม

4.3 เชอ่ื ฟงั คาสง่ั สอนของบดิ า-มารดา โดยไมโ่ ต้แย้ง

4.4 ตง้ั ใจเรียน

5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใชท้ รัพยส์ ินและสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด

5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรู้คุณคา่

5.3 ใช้จ่ายอยา่ งประหยัดและมีการเกบ็ ออมเงิน

6. ม่งุ ม่นั ในการ 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทางานที่ได้รบั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแทต้ ่ออุปสรรคเพือ่ ให้งานสาเร็จ

7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มจี ิตสานกึ ในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย

8. มจี ิตสาธารณะ 7.2 เหน็ คุณค่าและปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย
8.1 รูจ้ กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครูทางาน
8.2 ร้จู ักการดูแลรกั ษาทรพั ย์สมบตั ิและส่ิงแวดลอ้ มของห้องเรยี นและโรงเรยี น

ลงช่ือ .................................................. ผ้ปู ระเมนิ
............/.................../................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
ให้ 2 คะแนน 51–60 ดมี าก
พฤตกิ รรมท่ีปฏิบตั ชิ ดั เจนและสม่าเสมอ ให้ 1 คะแนน 41–50 ดี
พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั ิชัดเจนและบอ่ ยคร้ัง 30–40 พอใช้
พฤตกิ รรมทีป่ ฏบิ ตั ิบางครง้ั ต่ากวา่ 30 ปรบั ปรุง

720

แบบบันทกึ การประเมนิ ผ้เู รียน ดา้ นความรู้

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 4 เรอ่ื ง การสรา้ งและแสดงสิทธิ์ความเป็นเจา้ ของผลงาน

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 เรอื่ ง เทคโนโลยีกับมนุษย์

กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ วิชา เทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2

รายการประเมิน

เลขที่ ชือ่ -สกลุ อธิบายและวเิ คราะห์การสร้าง อธบิ ายและวเิ คราะห์การ
แสดงสิทธ์คิ วามเปน็ เจา้ ของ กาหนดสทิ ธกิ์ ารใชข้ ้อมูล

ผลงานได้

1

2

3

4

5

เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอื่ ...................................................ผูป้ ระเมิน
4 คะแนน ระดับ 4 ดมี าก (………….…………………………………….)
3 คะแนน ระดับ 3 ดี ครผู สู้ อน
2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้
1 คะแนน ระดับ 1 ปรับปรุง

*เกณฑ์การผ่าน ระดับ 2 ขึน้ ไป

721

แบบบนั ทกึ การประเมนิ ผู้เรยี น ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4 เรือ่ ง การสรา้ งและแสดงสิทธิ์ความเปน็ เจา้ ของผลงาน

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 เรอื่ ง เทคโนโลยีกับมนุษย์

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ วิชา เทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 2

รายการประเมนิ

เลขที่ ช่อื -สกลุ สร้างแสดงสทิ ธคิ์ วามเป็น กาหนดสทิ ธ์กิ ารใช้ได้

เจ้าของผลงานได้

1

2

3

4

5

เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
4 คะแนน ระดับ 4 ดมี าก (………….…………………………………….)
3 คะแนน ระดับ 3 ดี ครผู ูส้ อน
2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้
1 คะแนน ระดับ 1 ปรบั ปรุง

*เกณฑ์การผา่ น ระดับ 2 ขน้ึ ไป

722

แบบบันทกึ การประเมินผู้เรยี น ดา้ นคุณลักษณะ

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 4 เร่ือง การสร้างและแสดงสทิ ธิค์ วามเป็นเจ้าของผลงาน

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 เรอ่ื ง เทคโนโลยีกับมนุษย์

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ วชิ า เทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 2

รายการประเมนิ

เลขท่ี ช่อื -สกลุ มคี วามรับผิดชอบ ซื่อสตั ย์ เห็นคุณค่าและ
และมุ่งม่ันในการทางาน ความสาคัญการใช้

เทคโนโลยี

1

2

3

4

5

เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน
4 คะแนน ระดับ 4 ดมี าก (………….…………………………………….)
3 คะแนน ระดับ 3 ดี ครูผู้สอน
2 คะแนน ระดับ 2 พอใช้
1 คะแนน ระดับ 1 ปรับปรุง

*เกณฑ์การผา่ น ระดบั 2 ขึ้นไป


Click to View FlipBook Version