คำนำ รายงานวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ โดยใช้ แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนศรีแก้งคร้อเล่มนี้ มีจุดมุ่งหมาย เพื่อสร้างแบบฝึกทักษะการคูณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ โดยใช้แบบฝึกทักษะการคูณของนักเรียน หลัง เรียนเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 70 และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน หลังการเรียนรู้เรื่อง การคูณ โดยใช้ แบบฝึกทักษะการคูณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 รายงานวิจัยชั้นเรียนครั้งนี้เกิดจากผู้วิจัยได้ค้นพบปัญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน และผู้วิจัยได้แสวงหา ข้อมูลและวิธีการที่คาดว่าจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นชั้นเรียน อีกทั้งสามารถช่วยพัฒนาการเรียนการสอนให้มี ประสิทธิภาพได้และยังช่วยพัฒนาวิชาชีพครูให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ตามมาตรฐานด้านการจัดการศึกษา ข้อ 7.7 ของมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษาที่ว่า ครูมีการศึกษา วิจัยและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ในวิชาที่ตนรับผิดชอบและใช้ผลในการปรับการสอนของครู ผู้วิจัยขอขอบพระคุณ ดร.ประภาส กองจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีแก้งคร้อ นายประยูร ศิริคุณ นายปรีชา น้อยปัญญา และนายจำรัส คูณแก้ว รองผู้อำนวยการโรงเรียนศรีแก้งคร้อ ที่ส่งเสริมและ อำนวยความสะดวกให้ครูได้จัดทำวิจัยในชั้นเรียนคณะครูประจำสายชั้น คณะครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ที่กรุณาให้ความอนุเคราะห์ให้คำแนะนำ ให้ความรู้ ข้อคิดเห็นที่มีประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยใน ครั้งนี้เป็นอย่างดีและขอขอบใจนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 ของโรงเรียนศรีแก้งคร้อทุกคนที่ให้ความ ร่วมมือเป็นอย่างดีในการวิจัยและเก็บข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้จนกระทั่งการศึกษาวิจัยครั้งนี้เสร็จ สมบูรณ์ นางสาวอุมาภรณ์ ชุมสงฆ์ ผู้วิจัย
สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข 1. หลักการและเหตุผล 1 2. วัตถุประสงค์การวิจัย 4 3. นิยามศัพท์ 4 4. วรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 5 5. กรอบแนวคิดของการวิจัย 5 6. สมมติฐานการวิจัย 5 7. ตัวแปรอิสระ 6 8. ตัวแปรตาม 6 9. กลุ่มเป้าหมาย 6 10. เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล 6 11. การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ 6 12. การเก็บรวบรวมข้อมูล และระยะเวลาการเก็บข้อมูล 7 13. การวิเคราะห์ข้อมูล 7 14. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 8 15. สรุปผลการวิจัย 10 16. อภิปรายผล 11 17. ข้อเสนอแนะ 11 บรรณานุกรม 12 ภาคผนวก
โรงเรียนศรีแก้งคร้อ งานวิจัยในชั้นเรียน / งานวิจัยเชิงปฏิบัติการ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ชื่องานวิจัย การสร้างแบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ชื่อคุณครู อุมาภรณ์ ชุมสงฆ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 1. หลักการและเหตุผล คณิตศาสตร์เป็นวิชาหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการศึกษา เป็นเครื่องมือพัฒนาคนในชาติให้มี ความรู้ความสามารถ มีความละเอียดรอบคอบ ช่างสังเกต มีความคิดสร้างสรรค์อันจะนำไปสู่ความ เจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เศรษฐกิจและสังคม จึงกล่าวได้ว่า ความเจริญในวิทยาการทุกแขนงจาเป็นต้อง อาศัยหลักการทางคณิตศาสตร์เป็นพื้นฐาน นอกจากวิชาคณิตศาสตร์จะเป็นพื้นฐานของวิทยาการแขนงต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการพัฒนาคุณภาพของมนุษย์ เพราะคณิตศาสตร์ช่วยพัฒนาความคิดของ ผู้เรียนให้สามารถคิดได้อย่างมีระบบมีเหตุผล และสามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แบบฝึกมีความสำคัญต่อการจัดการเรียนการสอนว่าเป็นสื่อการสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และ เข้าใจเร็วขึ้น ทำให้ครูทราบจุดเด่นและจุดด้อยของแบบฝึกและของนักเรียนเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป พัฒนาความรู้ทักษะและเจตคติด้านต่างๆ ของผู้เรียน ครูได้แนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อให้ ผู้เรียนเรียนรู้ได้ดีที่สุดตามความสามารถของตนเอง พร้อมทั้งเป็นการพัฒนาศักยภาพทางด้านการคิดเชิง วิเคราะห์คิดอย่างเป็นระบบของผู้เรียนและนำไปประโยชน์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขช่วยให้เกิดการ เรียนรู้ของผู้เรียน ผู้จัดทำควรศึกษาวิธีการทำแบบฝึกให้มีความแตกต่างระหว่างบุคคล เรียงลาดับจากง่าย ไป หายากเข้าใจง่ายมีความน่าสนใจและมีความเหมาะสมกับระดับสติปัญญาและสามารถกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการ เรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพดังที่ (วิมลรัตน์สุนทรโรจน์. 2549 : 131) กล่าวถึงความสำคัญของแบบฝึกทักษะ ว่า แบบฝึกทักษะ เป็นเทคนิคการสอนที่สนุกอีกวิธีหนึ่ง คือการให้นักเรียนทำแบบฝึกทักษะมากๆ สิ่งที่จะช่วย ให้นักเรียนมีพัฒนาการทางการเรียนเรียนรู้ในเนื้อหาวิชาได้ดีขึ้น เพราะนักเรียนได้มีโอกาสนำความรู้ที่ได้เรียน มาแล้ว มาฝึกให้เกิดความเข้าใจกว้างขวางยิ่งขึ้นและสอดคล้องกับผลการวิจัยของ(ธิดารัตน์จูมพลา. 2546 : 21) ที่กล่าวว่า แบบฝึกมีความสำคัญและจำเป็นต่อการเรียนอย่างมาก เพราะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจบทเรียนดีขึ้น สามารถจำเนื้อหาในบทเรียน ทำให้เกิดความสนุกสนานขณะที่เรียน ทราบความก้าวหน้าของตนเอง สามารถ นำแบบฝึกหัดมาทบทวนเนื้อหาเดิมด้วยตนเอง นำมาวัดผลการเรียนหลังจากที่เรียนแล้ว ตลอดจนทราบ ข้อบกพร่องของนักเรียนและนำไปปรับปรุงการเรียนการสอนได้ การคูณเป็นอีกหนึ่งเนื้อหาที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้เรื่องเนื้อหาวิชาอื่นๆได้แก่การบวก การ ลบ และการหาร ซึ่งการที่ผู้เรียนจะมีพัฒนาการทางการเรียนและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการคูณ ได้ดี นั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้เรียนจะต้องเข้าใจในเรื่องการคูณด้วยเช่นกัน แต่จากประสบการณ์การสอนทำให้
ทราบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่มีพัฒนาการทางการเรียนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการคูณต่ำลงทุกปีเพราะ ขาดพื้นฐานที่ดี จากเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้ผู้วิจัยเกิดแรงจูงใจที่จะสร้างแบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะเรื่อง การคูณ ของ นักเรียนชั้นประถมปีที่ 4 ให้ดีขึ้นและเพื่อนำผลที่ได้จากการวิจัยมาใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและ พัฒนาการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้น่าสนใจและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 2. วัตถุประสงค์การวิจัย 1. เพื่อสร้างแบบฝึกทักษะการคูณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ โดยใช้แบบฝึกทักษะเพื่อ พัฒนาการคูณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 70 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังการเรียนรู้เรื่อง การคูณ โดยใช้ แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการคูณ 3. นิยามศัพท์ 1. แบบฝึก หมายถึง แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้เรื่องการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4 จำนวน 10 แบบฝึก 2. ประสิทธิภาพของแบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้เรื่องการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4 หมายถึงคุณภาพของแบบฝึกที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ซึ่งมีขั้นตอนในการหาประสิทธิภาพดังนี้กำหนดเกณฑ์ ประสิทธิภาพ เมื่อนำแบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้เรื่องการคูณไปใช้แล้วมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 • 80 ตัวแรก หมายถึง คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมดจากการทำแบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะ การเรียนรู้เรื่องการคูณ คิดเป็นร้อยละ 80 ของคะแนนทั้งหมด • 80 ตัวหลัง หมายถึง คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมดจากการทำแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน เรื่องการคูณ คิดเป็นร้อยละ 80 ของคะแนนทั้งหมด 3. แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการคูณ หมายถึงแบบวัดที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเพื่อใช้วัด ความสามารถในการเรียนรู้เรื่องการคูณหลังจากที่ได้ทำการทดลองใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้เรื่อง การคูณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 แล้ว 4. ความพึงพอใจต่อการเรียนรู้หมายถึง ความรู้สึกชอบ พอใจ เต็มใจในการร่วมปฏิบัติกิจกรรมการ เรียนการสอน และต้องการดำเนินกิจกรรมนั้น ๆ จนบรรลุผลสำเร็จ ซึ่งวัดได้จากแบบสอบถามความพึงพอใจที่ ผู้ศึกษาค้นคว้าสร้างขึ้น เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ
5. เกณฑ์ หมายถึง คะแนนขั้นต่ำที่จะยอมรับว่านักเรียนมีความสามารถใน เรื่องการคูณ โดยใช้แบบ ฝึกทักษะเพื่อพัฒนาการคูณ วิเคราะห์ได้จากคะแนนสอบหลังเรียน โดยที่ผู้วิจัยใช้เกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไปของ คะแนนเต็ม 4. ความรู้/ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องก่อนทำการวิจัย วิธีการสอนแบบนิรนัย กู๊ด (Good. 1973: 168) ได้ให้ความหมายของวิธีการสอนแบบนิรนัย ว่าเป็นวิธีการเรียนการสอนหรือ การโต้แย้งซึ่งอาศัยหลักกว้างๆ หรือหลักทั่วๆ ไป เป็นการประยุกต์จากกฎไปหาส่วนย่อยเป็นวิธีที่แสดงให้เห็น ถึงความถูกต้องของข้อสรุป เอ็กเกน (Eggen; Kauchak; & Harder. 1979: 129) ได้ให้ความหมายของการสอนแบบนิรนัยว่า เป็น การสอนที่มีลักษณะคล้ายกับวิธีการสอนแบบอุปนัย ในด้านเนื้อหาซึ่งใช้เป็นตัวอย่างในการสอนแต่แตกต่างกัน ในด้านวิธีการที่จะนาไปสู่เป้าหมาย เพราะวิธีการสอนแบบนิรนัยนั้นเริ่มด้วยการให้ความหมายของมโนทัศน์ หรือหลักการก่อน แล้วจึงแสดงตัวอย่าง อำไพทิพย์ยกยิ่ง (2530: 26) ได้ให้ความหมายของวิธีการสอนแบบนิรนัยไว้ว่าเป็นวิธีการสอนแบบ อนุมานเริ่มต้นด้วยกฎเกณฑ์หลักการนำสู่รายละเอียดภายหลัง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทดสอบหลักการนั้น รัฐกรณ์คิดการ (2534: 21) กล่าวว่า วิธีการสอนแบบนิรนัยเป็นการสอนที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จาก กฎเกณฑ์หรือหลักการก่อนแล้วนำไปสู่รายละเอียดหรือตัวอย่างภายหลังโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทดสอบหลักการ นั้น สุบิน ปาโต (2538 : 28) กล่าวไว้ว่า วิธีการสอนแบบนิรนัย เป็นวิธีการสอนที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จาก กฎเกณฑ์หรือหลักการก่อน แล้วนำไปสู่ตัวอย่างหรือรายละเอียดปลีกย่อยภายหลัง โดยการพิจารณาจาก ตัวอย่างหลาย ๆ ตัวอย่างเพื่อนำข้อเท็จจริงไปทดสอบหลักการนั้น อรรถพล คำภู(2543: 18) กล่าวว่า การสอนแบบนิรนัยเป็นวิธีการสอนที่ยึดหลักให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ กฎ หรือหลักความจริงโดยทั่วไปเสียก่อน แล้วจึงค้นคว้าส่วนปลีกย่อยเกี่ยวกับหลักหรือกฎนั้นๆ อย่างละเอียด ภายหลัง หรืออีกนัยหนึ่งวิธีการสอนแบบนิรนัย เป็นวิธีการสอนจากกฎไปหาตัวอย่าง หรือนำกฎ มาอธิบาย ข้อปลีกย่อย โดยแยกแยะให้เข้าใจละเอียดยิ่งขึ้น จากเอกสารดังกล่าวสรุปความหมายของการสอนแบบนิรนัยได้ว่า เป็นวิธีการสอนที่ทำให้ ผู้เรียนได้รู้ถึงหลักการ เหตุผล ข้อเท็จจริงโดยทั่วไปก่อนแล้วจึงศึกษาค้นคว้า ข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับ หลักการ เหตุผล ข้อเท็จจริงเหล่านั้นเพื่อพิสูจน์ความน่าเชื่อถือ
5. กรอบแนวคิดของการวิจัย ตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม 6. สมมติฐานการวิจัย 1. แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้เรื่องการคูณของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 มี ประสิทธิภาพตามเกณฑ์80/80 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ โดยใช้แบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาการคูณของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังการเรียนรู้เรื่อง การคูณ โดยใช้ แบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาการคูณ อยู่ในระดับมาก 7. ตัวแปรอิสระ แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้เรื่องการคูณ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 8. ตัวแปรตาม 1. ประสิทธิภาพของแบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้เรื่องการคูณของนักเรียนระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4/1 ตามเกณฑ์80/80 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 3. ความพึงพอใจของนักเรียนหลังจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 9. กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 จำนวน 39 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบเจาะจง 10. เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล 1. แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้เรื่องการคูณ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 10 ชุด ประสิทธิภาพของแบบฝึกเพื่อพัฒนา ทักษะ การเรียนรู้เรื่องการคูณของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามเกณฑ์80/80 แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการคูณของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 ความสามารถในการคิด
2. แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เป็น แบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก ให้มีคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียวให้ตรงกับจุดประสงค์การ เรียนรู้และครอบคลุมเนื้อหาตามแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 20 ข้อ 3. แบบวัดความพึงพอใจต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ตาม วิธีการของลิเคอร์ท (Likert) 11. การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ 1. แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้เรื่องการคูณ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 1.1 สร้างแบบฝึกโดยผู้วิจัยเป็นผู้ออกแบบเอง 1.2 นำไปให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่านตรวจสอบ 1.3 นำไปปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ 1.4 นำไปทดลองใช้ 2. แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการคูณ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 2.1 สร้างแบบทดสอบ 2.2 นำไปให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่านตรวจสอบ 2.3 นำไปปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ 2.4 นำไปทดลองใช้ 3. แบบวัดความพึงพอใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง การคูณ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 3.1 สร้างแบบวัดความพึงพอใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ 3.2 นำไปให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่านตรวจสอบ 3.3 นำไปปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ 3.4 นำไปทดลองใช้ 12. การเก็บรวบรวมข้อมูล และระยะเวลาการเก็บข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้ ขั้นเตรียมการ ชี้แจงให้นักเรียนกลุ่มตัวอย่างทราบถึงการใช้แบบฝึกเรื่องการคูณ เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้ เข้าใจตรงกัน และปฏิบัติกิจกรรมได้อย่างถูกต้อง ขั้นดำเนินการ ขั้นการทดลองเพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกเรื่องการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้
1. ผู้วิจัยให้นักเรียนจำนวน 39 คนทำแบบฝึกเรื่องการคูณจำนวน 10 แบบฝึก โดยการทำ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 1 แบบฝึก จำนวน 4 สัปดาห์เก็บคะแนนจากการทำแบบฝึกในแต่ละครั้งไว้ คำนวณค่าประสิทธิภาพของกระบวนการ( E1) 2.หลังการทดลองผู้วิจัยดำเนินการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการคูณ แล้วนำคะแนนที่ ได้ไปคำนวณค่าประสิทธิภาพของผลลัพธ์(E2) 3. นักเรียนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน (Posttest) เรื่อง การคูณ เพื่อวัดความรู้พื้นฐานและเก็บผลการทดสอบไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์หลังใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะ การคูณ 4. นักเรียนทำแบบวัดความพึงพอใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เพื่อวัดทักษะและเก็บผล การทดลองหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการคูณ 13. การวิเคราะห์ข้อมูล 1. วิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย จากคะแนนการทำแบบฝึกเรื่องการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4/1 2. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลัง การใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการคูณกับเกณฑ์ร้อยละ 70 ใช้การทดสอบค่าที (One sample t-test) 3. วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเพื่อ พัฒนาทักษะการคูณ โดยการหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ซึ่งกำหนดแปลผลคะแนนตามระดับ ความพึงพอใจ 5 ระดับ ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย 4.51–5.00 หมายถึง มีความพึงพอใจระดับมากที่สุด 3.51–4.50 หมายถึง มีความพึงพอใจระดับมาก 2.51–3.50 หมายถึง มีความพึงพอใจระดับปานกลาง 1.51–2.50 หมายถึง มีความพึงพอใจระดับน้อย 1.00–1.50 หมายถึง มีความพึงพอใจระดับน้อยที่สุด 14. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยเรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ โดยใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนา ทักษะการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แสดงประสิทธิภาพของแบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะเรื่องการ คูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยพิจารณาจากคะแนนการทำแบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะเรื่อง การคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และคะแนนจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ตามตาราง 1 แสดงประสิทธิภาพของแบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะ เรื่อง การคูณ ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4/1 N A B 39 10 9.16 20 18.46 90.26/86.84 N แทน จำนวนนักเรียน A แทน คะแนนเต็มของแบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะเรื่อง การคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4/1 B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบเรื่องการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 แทน คะแนนเฉลี่ยที่ได้จากการทำแบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะเรื่องการคูณ ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4/1 แทน คะแนนเฉลี่ยที่ได้จากการทำแบบทดสอบเรื่อง การคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4/1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการฝึกโดยวัดได้จากการทำแบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะ เรื่อง การคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 คิดเป็นร้อยละ 80 ของคะแนนทั้งหมด แทน ประสิทธิภาพของผลรวมของการฝึกโดยวัดได้จากการทำแบบทดสอบเรื่อง การคูณ ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 คิดเป็นร้อยละ 80 ของคะแนนทั้งหมด จากตาราง พบว่าแบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะเรื่อง การคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 มี ประสิทธิภาพ 90.26/86.84 ถือว่ามีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้คือ 80/80 ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้ ตอนที่ 2 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ โดยใช้แบบฝึกทักษะเพื่อ พัฒนาการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 70 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ โดยใช้แบบฝึกทักษะเพื่อ พัฒนาการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 70 นำเสนอตามตาราง ดังนี้ ตารางที่ 2 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ โดยใช้แบบฝึกทักษะเพื่อ พัฒนาการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 70 สภาพการณ์ N คะแนนเต็ม ร้อยละ 70 x̅ S.D. t p หลังเรียน 39 20 14 18.46 2.747 4.387 .000 จากตารางที่ 2 พบว่า การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ โดยใช้แบบ ฝึกทักษะเพื่อพัฒนาการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 18.46 คะแนน เมื่อเทียบคะแนนหลังเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 70 พบว่าคะแนนสอบหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 X Y 1 2 E E/ X Y 1 E 2 E
ตอนที่ 3 การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ โดยใช้แบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาการคูณ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ โดย ใช้แบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 นำเสนอตามตารางที่ 3 ดังนี้ ตารางที่ 3 การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ โดยใช้แบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข้อความ ̅ S.D. ระดับความพึงพอใจ 1. ด้านเนื้อหา 1.1 เนื้อหาในการเรียนเรียงจากง่ายไปหายาก 4.533 0.819 มากที่สุด 1.2 เนื้อหาในการเรียนมีความยากง่ายเหมาะสม 4.167 1.053 มาก 1.3 เนื้อหาให้ความรู้ความเข้าใจชัดเจน 4.533 0.860 มากที่สุด 2. ด้านกิจกรรม 2.1 มีการชี้แจงการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึก เพื่อพัฒนาทักษะการคูณ ให้นักเรียนเข้าใจ อย่างชัดเจน 4.400 1.003 มาก 2.2 กิจกรรมการเรียนรู้มีขั้นตอนลำดับจากง่ายไป ยากสามารถปฏิบัติได้ 4.333 0.994 มาก 2.3 คำถามในกิจกรรมใช้ภาษาเข้าใจง่าย 4.133 0.973 มาก 3. ด้านความรู้สึก 3.1 นักเรียนต้องการเรียนในเนื้อหาอื่นๆ ในวิชา คณิตศาสตร์ 4.500 0.938 มาก 3.2 นักเรียนรู้สึกมีความสุขกับการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการคูณ 4.233 1.001 มาก 3.3การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนา ทักษะการคูณ ง่ายเพราะมีขั้นตอนที่ชัดเจน 4.100 1.028 มาก 3.4 นักเรียนมีความตั้งใจและสนใจในการทำ แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการคูณ 4.433 0.898 มาก เฉลี่ย 4.337 1.033 มาก จากตารางที่ 3 พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ โดยใช้แบบฝึก ทักษะเพื่อพัฒนาการคูณ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อยู่ในระดับมาก (x̅ = 4.337, S.D. = 1.033) และ เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 2 ข้อ และระดับมาก 8 ข้อ
15. สรุปผลการวิจัย 1. แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะเรื่อง การคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 มีประสิทธิภาพ 90.26/86.84 ถือว่ามีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้คือ 80/80 ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้ 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ โดยใช้แบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาการคูณ สูง กว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ 3. ความพึงพอใจของนักเรียนส่วนใหญ่ที่มีต่อการจัดกิจกรรมเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ โดย ใช้แบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาการคูณ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากขึ้นไป ( x = 4.47, S.D. = 0.7609) 16. อภิปรายผล จากการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ โดยใช้แบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาการ คูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อภิปรายผลได้ดังนี้ 1. จากการวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้เรียนที่ได้รับการฝึกโดยการใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะเรื่องการ คูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 สามารถพัฒนาทักษะเรื่องการคูณ ได้ผลดีเนื่องจากแบบฝึกที่ผู้วิจัย สร้างขึ้นคำนึงถึงความสามารถและปัญหาทางการเรียนรู้ของผู้เรียนจึงจัดทำแบบฝึกที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ ด้วยตนเอง แต่ละแบบฝึกมีตัวอย่าง มีใบความรู้ให้ผู้เรียนได้ศึกษาก่อนการทำโจทย์ที่กำหนดให้ส่วนใหญ่เป็น โจทย์ที่พบได้ในชีวิตประจำวันของนักเรียนและจำนวนของตัวเลขที่กำหนดให้ในโจทย์เป็นจำนวนที่ไม่มาก จนเกินไปเพื่อให้ผู้เรียนมีกำลังใจที่จะหาคาตอบได้ตามความสามารถ ในส่วนของเนื้อหาผู้วิจัยทำแบบฝึกตาม หลักสูตรเรียงลาดับเนื้อหาจากง่ายไปหายาก แบบฝึกมีรูปภาพประกอบ ให้ผู้เรียนได้ระบายสีให้สวยงาม แต่ละ แบบฝึกมีจำนวนข้อที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไปทำให้ผู้เรียน มีกำลังใจ รู้สึกสนุก มีความสุข เกิดความมั่นใจ ภาคภูมิใจในตนเอง ที่สามารถทำแบบฝึกได้ด้วยตนเองเป็นผลสำเร็จทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เกิดทักษะ ความเข้าใจ จนสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้เรื่อง อื่นๆ ต่อไป อีกทั้งทำให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์มีความภาคภูมิใจ มั่นใจในการเรียนคณิตศาสตร์ มากยิ่งขึ้น 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ โดยใช้แบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาการคูณ ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้เนื่องมาจากการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาการคูณ เป็น การจัดสภาพการณ์ของการเรียนการสอน จากที่กล่าวมาข้างต้น จะพบว่า การจัดการเรียนรู้ใช้แบบฝึกทักษะ เพื่อพัฒนาการคูณ เป็นประโยชน์กับนักเรียนอย่างมาก ทำให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและ ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนสูงขึ้น 2. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ โดย ใช้แบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 10 ข้อ อยู่ในระดับมาก ทั้งนี้
อาจเนื่องมาจากกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ช่วยให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ ในเนื้อหาเรื่อง การ คูณ มากขึ้น สามารถพัฒนานักเรียนให้มีทักษะการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ (x̅= 4.337, S.D. = 1.033) 17. ข้อเสนอแนะ จากผลการวิจัย ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้ 1. ข้อเสนอแนะจากการวิจัยครั้งนี้ 1.1 จากการศึกษาพบว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาการคูณ เป็นการสอน ที่ช่วยพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ให้มี ประสิทธิภาพ ผู้สอนควรนำแบบฝึกทักษะรูปแบบดังกล่าวไปใช้ในการสอนคณิตศาสตร์ ในชั้นเรียนวิชา คณิตศาสตร์เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียน 2. ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยต่อไป 2.1 ในการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะเพื่อ พัฒนาการคูณ ในการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ป.4 เท่านั้น จึงควรมีการศึกษาในชั้นอื่นๆด้วย เพื่อทำให้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนดียิ่งขึ้น บรรณานุกรม ธิติยา ใจชื่น. 2552 การสร้างแบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาเรื่องรูปสี่เหลี่ยม สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 สารนิพนธ์กศม. (การประถมศึกษา) กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรี นครินทรวิโรฒ กระทรวงศึกษาธิการ. (2552),หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: สำนักงาน ทดสอบทางการศึกษา กรมวิชาการ. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2565). คู่มือการใช้หลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2565). กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี. สถาบันทดสอบทางกาศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน). (2565). ร้ายงานผลการทดสอบทางการศึกษา ระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เข้าถึงได้จาก http//www.niets.or.th ลงชื่อ..........................................ผู้วิจัย (นางสาวอุมาภรณ์ ชุมสงฆ์) ตำแหน่ง ครู
ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ................................................ (นายประยูร ศิริคุณ) รองผู้อำนวยการโรงเรียนศรีแก้งคร้อ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้อำนวยการสถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ................................................ (นายประภาส กองจันทร์) ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีแก้งคร้อ
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 รายวิชาคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565
ภาคผนวก ข ตารางแสดงคะแนนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 ปีการศึกษา 2565
ตารางแสดงคะแนนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 ปีการศึกษา 2565 ที่ ชื่อ – สกุล คะแนนแบบฝึกทักษะ เรื่อง การคูณ รวม (100) คะแนน สอบ (20) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 1 เด็กชายธีรภัทร กระแสเทพ 9 9 10 10 10 9 10 8 10 8 93 18 2 เด็กชายธนภัทร มาชัยภูมิ 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 100 20 3 เด็กชายภัคพงษ์ทำยาฤทธิ์ศักดิ์ 9 10 10 10 10 9 9 10 9 8 94 18 4 เด็กชายกีรติ พงษ์ลิขิตตานนท์ 8 8 9 8 9 9 7 9 9 7 83 17 5 เด็กหญิงศรัญญา พิเศษฤทธิ์ 10 10 10 10 9 10 10 10 10 10 99 20 6 เด็กหญิงพรพิมล ดวงฟู 10 10 9 10 9 9 8 9 9 7 90 19 7 เด็กหญิงปรศมล สุวรรณ 8 9 8 10 7 9 9 7 8 9 84 18 8 เด็กหญิงกานต์ธิดา คงสตรี 9 10 7 9 10 9 8 7 5 7 81 17 9 เด็กหญิงธีรธิดา จันเหนือ 10 10 10 9 9 10 10 10 8 9 95 20 10 เด็กหญิงเอื้องน้ำต้น เคนโพธิ์ 10 10 10 10 10 10 10 9 8 10 97 20 11 เด็กหญิงปุณณญา คำบุญเบ้า 10 9 10 10 10 10 10 10 10 10 99 20 12 เด็กชายทองสาน ผูกพันธ์ 10 10 10 10 9 10 10 9 8 8 94 17 13 เด็กหญิงชยันตา โชคบัณฑิต 10 10 10 9 9 10 10 10 8 9 95 17 14 เด็กหญิงฌญาพัทร์การถวิล 10 10 8 8 10 9 8 9 10 10 92 18 15 เด็กชายศักดิ์ดา กุลมาลา 10 10 9 10 10 10 9 9 8 9 94 18 16 เด็กชายภูปกรณ์เสาธง 10 9 10 10 10 10 10 10 10 10 99 20 17 เด็กชายธนกฤต สร้อยพาน 10 8 10 8 10 8 9 10 10 10 93 17 18 เด็กชายวทัญญูอุตอามาตย์ 10 10 10 8 10 10 10 10 8 9 95 18 19 เด็กหญิงชวนพิศ ลอยครบุรี 8 8 8 9 7 8 8 8 8 7 79 17 20 เด็กหญิงฐิระนันท์ธนา กลางวงค์ 8 7 9 7 7 8 8 6 9 5 74 16 21 เด็กหญิงพีชญา คณะเพชร 9 9 10 9 9 10 9 9 10 9 93 18 22 เด็กหญิงพิชญาภัค เรเรือง 10 10 10 10 10 10 10 10 10 6 96 18 23 เด็กชายเจษฎา สู้ศึก 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 100 19 24 เด็กหญิงภัทรวดีหลวงเพ็ชร 10 10 10 10 10 10 9 10 9 9 97 17 25 เด็กหญิงวันวิษา สูงบุญมา 9 8 8 9 7 8 6 8 8 9 80 18 26 เด็กชายจรรยธรรศ เปรมจิตร 9 10 10 10 10 10 10 10 10 10 99 19 27 เด็กชายพัชรกรณ์เขื่องสถุ่ง 8 8 8 9 7 8 8 8 8 7 79 17
ที่ ชื่อ – สกุล คะแนนแบบฝึกทักษะ เรื่อง การคูณ รวม (100) คะแนน สอบ (20) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 28 เด็กชายปุณมนัส ดีกลาง 10 10 10 10 9 9 10 8 9 8 93 18 29 เด็กชายศุภณัฐกวีกุลแสนเตา 9 10 10 10 10 9 10 9 7 8 92 18 30 เด็กชายณัฐภัทร จำปาสิงห์ 10 10 10 9 10 10 10 9 10 9 97 19 31 เด็กหญิงณัฐิดา แฝดสุระ 10 9 10 10 10 10 10 10 10 10 99 20 32 เด็กหญิงบุษบามินตรา นิยมนา 10 9 10 10 10 7 10 8 7 5 86 20 33 เด็กชายกฤษฎา คำสิงห์ 10 10 10 9 10 10 9 10 9 6 93 19 34 เด็กหญิงอิศวรา บุตะเขียว 10 10 10 9 10 10 10 10 9 10 98 20 35 เด็กหญิงธัญชนก เสือขำ 10 10 8 6 9 8 7 9 10 9 86 20 36 เด็กหญิงปุญณิสา จำเริญบุญ 10 10 10 10 10 8 10 9 10 7 94 19 37 เด็กหญิงอรุโณทัย อุทัยแพน 7 6 6 6 7 5 7 7 9 7 67 16 38 เด็กหญิงธันยา ไพชาญ 9 10 10 10 10 9 10 9 10 10 97 20 39 เด็กหญิงสุพรรษา พันธ์พิม 10 10 10 9 10 10 10 10 9 10 98 20 ค่าเฉลี่ย 9.46 9.38 9.41 9.23 9.31 9.18 9.18 9.05 8.95 8.49 91.64 18.46 ค่าเฉลี่ยร้อยละ 94.62 93.85 94.10 92.31 93.08 91.79 91.79 90.51 89.49 84.87 91.61 92.31
ภาคผนวก ค ภาพกิจกรรมการดำเนินการวิจัย เรื่อง การสร้างแบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 รายวิชาคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ภาพกิจกรรม
ภาพกิจกรรม