The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ณัฐนีย์ วิจัยในชั้นเรียนอ่านจับใจความ ป4 ป

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by srikaengkhro377, 2023-04-20 14:03:05

วิจัยในชั้นเรียนอ่านจับใจความ ป.4 ครูณัฐนีย์

ณัฐนีย์ วิจัยในชั้นเรียนอ่านจับใจความ ป4 ป

รายงานวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญโดยใช้แบบฝึกทักษะ การอ่านจับใจความสำคัญจากนิทานคุณธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ โดย นางสาวณัฐนีย์ ไตรณรงค์ ตำแหน่ง ครู คศ.3 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ


ก คำนำ รายงานวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับ ใจความสำคัญจากนิทานคุณธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ เล่มนี้ มี จุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 โดยใช้แบบฝึกทักษะการ อ่านจับใจความสำคัญจากนิทานคุณธรรม รายงานวิจัยชั้นเรียนครั้งนี้เกิดจากผู้วิจัยได้ค้นพบปัญหาที่เกิดขึ้น ในชั้นเรียน และผู้วิจัยได้แสวงหาข้อมูลและวิธีการที่คาดว่าจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นชั้นเรียน อีกทั้งสามารถช่วย พัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพได้และยังช่วยพัฒนาวิชาชีพครูให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ตาม มาตรฐานด้านการจัดการศึกษา ข้อ 7.7 ของมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษาที่ว่า ครูมีการศึกษา วิจัยและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในวิชาที่ตนรับผิดชอบและใช้ผลในการปรับการสอนของครู ผู้วิจัยขอขอบพระคุณ ดร.ประภาส กองจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีแก้งคร้อ และนายประยูร ศิริคุณ รองผู้อำนวยการโรงเรียนศรีแก้งคร้อที่ส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้ครูได้จัดทำวิจัยในชั้นเรียน คณะ ครูประจำสายชั้น คณะครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยที่กรุณาให้ความอนุเคราะห์ให้คำแนะนำ ให้ความรู้ ข้อคิดเห็นที่มีประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยในครั้งนี้เป็นอย่างดีและขอขอบใจนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 ของโรงเรียนศรีแก้งคร้อทุกคนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการวิจัยและเก็บข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้ง นี้จนกระทั่งการศึกษาวิจัยครั้งนี้เสร็จสมบูรณ์ นางสาวณัฐนีย์ ไตรณรงค์ ผู้วิจัย


ข สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข 1. ชื่อเรื่องวิจัย 1 2. ชื่อผู้วิจัย 1 3. ปีที่คำการวิจัย 1 4. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 1 5. วัตถุประสงค์ของการวิจัย 3 6. สมมติฐานของการวิจัย 3 7. ตัวแปรที่ศึกษา 3 8. ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย 3 9. ขอบเขตของการวิจัย 3 10. ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย 3 11. วิธีดำเนินการวิจัย 4 12. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 4 1 3. ผลการวิจัย 5 1 4. สรุปและอภิปรายผล 6 1 5. ข้อเสนอแนะ 7 เอกสารอ้างอิง ภาคผนวก


1 รายงานวิจัยในชั้นเรียน ชื่อเรื่องวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจาก นิทานคุณธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ ชื่อผู้วิจัย นางสาวณัฐนีย์ ไตรณรงค์ ปีที่ทำการวิจัย ปี 2565 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้ให้ความสำคัญกับภาษาไทยเป็น เครื่องมือแห่งการเรียนรู้ มุ่งเน้นการสอนภาษาไทยเพื่อการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถใช้ ภาษาไทยแก้ปัญหาในการดำรงชีวิตได้ ในสาระสำคัญของหลักสูตรภาษาไทย เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนให้เกิด ความชำนาญในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร โดยเฉพาะทักษะการอ่าน เป็นทักษะ ผู้เรียนจะต้องเรียนรู้การ อ่านเพื่อสร้างความเข้าใจ และความรู้จากเรื่องที่อ่านเพื่อนำไป ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน (กระทรวงศึกษาธิการ, 2552 : 37-55) การอ่านเป็นทักษะทางภาษาที่สำคัญและจําเป็นมากในการดำรงชีวิตในปัจจุบัน เพราะเป็นยุคข้อมูล ข่าวสาร วิทยาการ และเทคโนโลยีต่าง ๆ เจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว การติดต่อสื่อสารจึงมีความสำคัญ มาก จำเป็นต้องอาศัยทักษะการอ่านจึงจะเข้าใจและสื่อความหมายได้ถูกต้อง แม้จะมีการนําเทคโนโลยีมาใช้ ในการติดต่อสื่อสารก็ไม่สามารถใช้ทดแทนการอ่านได้ ตรงกันข้ามคนในยุคนี้กลับต้องอ่านเพิ่มขึ้น ดังนั้น คนเราจึงต้องมีทักษะการอ่านโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนจำเป็นต้องมีทักษะการอ่านเพื่อใช้เป็นเครื่องมือใน การเรียนรู้ แสวงหาความรู้ ประสบการณ์ และนําสิ่งที่เป็นประโยชน์ไปใช้พัฒนาคนและสังคมต่อไป ดังนั้น การอ่านจึงมีความสำคัญสอดคล้องกับคำกล่าวของ ฉวีวรรณ คูหาภินนท์ (2542 : 11) ที่กล่าวว่าทักษะการ อ่านมีความสำคัญต่อชีวิตตั้งแต่เกิดจนโต การอ่านทำให้รู้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ทำให้ผู้อ่านมี ความอยากรู้ อยากเห็น อันเป็นความต้องการของมนุษย์ทุกคน การอ่านมีประโยชน์ในการพัฒนาตนเอง คือ พัฒนา การศึกษา พัฒนาอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิต ทำให้เป็นคนทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ และมีความอยากรู้อยาก เห็น ซึ่งความรู้ต่าง ๆ ก็ได้มาจากการอ่านเพื่อที่จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และการ ประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ การอ่านจับใจความมีคุณประโยชน์อย่างยิ่งในการแสวงหาความรู้ โดยเฉพาะนักเรียนที่ควรได้รับการ ส่งเสริมให้ฝึกทักษะการอ่านจับใจความอย่างต่อเนื่อง และมีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้นักเรียนได้ ฝึกฝนการอ่านจับใจความที่ถูกต้อง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ เอกรินทร์ สี่มหาศาล (2546 : 34) ที่กล่าวว่า การอ่านจับใจความสำคัญเป็นหัวใจสำคัญของการอ่าน ไม่เพียงแต่เฉพาะอ่านแต่สามารถบอกได้ว่าเรื่องที่อ่าน นั้นเป็นอย่างไร ผู้เขียนต้องการบอกอะไรแก่ผู้อ่าน การอ่านจับใจความที่ได้ผลดี จะช่วยให้ผู้อ่านประสบ ความสำเร็จในการเรียน การฝึกฝนการอ่านจับใจความอยู่เสมอจะทำให้ผู้อ่าน อ่านหนังสือเป็น สอดคล้องกับ


2 แนวคิดของ จุไรรัตน์ ลักษณะศิริ และบาหยัน อิ่มสำราญ (2547 : 42) ที่กล่าวว่า การอ่านจับใจความสำคัญมี ความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ในสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคปัจจุบันซึ่งเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร เพราะการอ่านและการฟังจะทำให้ผู้คนได้รับข่าวสารข้อมูลความรู้และได้รับทราบความเคลื่อนไหวตลอดจน ข้อคิดเห็นต่าง ๆ ของผู้คนในสังคม นอกจากนี้ การอ่านยังสามารถพัฒนามนุษย์ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีก ด้วย ผู้รับสารจะได้รับประโยชน์จากการอ่านอย่างเต็มที่ ถ้าผู้รับสารสามารถรับสารที่ผู้ส่งสารส่งให้อ่านอย่าง ครบถ้วนและถูกต้อง กระบวนการสำคัญที่สุดที่ทำให้ผู้รับสารสามารถรับสารจากเรื่องที่อ่านได้ก็คือการอ่าน จับใจความ ดังนั้นการจับใจความจึงเป็นทักษะสำคัญและใช้มากในชีวิตประจำวันเพราะเป็นทักษะที่ใช้เป็น เครื่องมือในการแสวงหาความรู้ในวิชาต่าง ๆ จึงนับได้ว่าการอ่านจับใจความเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการ เรียนการสอน ปีการศึกษา 2565 ผู้วิจัยได้ทำการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาภาษาไทยพร้อมทั้งวัดและ ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ชัยภูมิ เขต 2 พบว่านักเรียนมีปัญหาทางด้านการ อ่านจับใจความสำคัญที่ไม่ดีพอสมควร อ่านแล้วไม่เข้าใจในเนื้อหาจับใจความไม่ได้ เมื่อนักเรียนอ่านแล้วจับ ใจความสำคัญไม่ได้ย่อมส่งผลต่อการเรียนของนักเรียนสิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนต่ำ และการที่นักเรียนอ่านแล้วจับใจความสำคัญไม่ได้ ยังส่งผลกระทบต่อไปในการเรียนการสอนของ กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ อีกด้วย ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ปัญหา โดยแนวทางที่จะ แก้ปัญหาก็คือการให้นักเรียนได้ฝึกการอ่านจับใจความสำคัญโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ จากนิทานคุณธรรมเป็นสื่อในการเรียนรู้ เพราะนิทานจะทำให้นักเรียนมีความเพลิดเพลินสนุกสนาน และไม่ เบื่อในขณะที่อ่านอีกทั้งรูปภาพประกอบนิทานจะทำให้นักเรียนมีความสนใจดึงดูดอยากให้อ่านหนังสือมาก ขึ้น ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้ศึกษาแนวทางในการพัฒนาและเล็งเห็นว่าสิ่งที่จะสามารถนำมาพัฒนานักเรียนใน การอ่านจับใจความสำคัญคือ การนำแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากนิทานคุณธรรมมาใช้ในการ จัดกิจกรรมการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพื่อช่วยให้นักเรียนอ่านจับใจความ สำคัญได้อย่างถูกต้องชัดเจน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น และสามารถนำความรู้ที่ได้จากการอ่านจับ ใจความสำคัญไปพัฒนาทักษะต่อไปได้


3 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อสร้างแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากนิทานคุณธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 2. เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้แบบฝึกทักษะการ อ่านจับใจความสำคัญจากนิทานคุณธรรม สมมติฐานของการวิจัย ทักษะการอ่านจับใจความสำคัญของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดยใช้ แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากนิทานคุณธรรมระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนแตกต่างกัน ตัวแปรที่ศึกษา ตัวแปรอิสระ คือ นักเรียนฝึกอ่านจับใจความจากแบบฝึก ตัวแปรตาม คือ ความสามารถในการอ่านจับใจความ ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย 1. ได้แบบฝึกทักษะสำหรับแก้ปัญหาการอ่านจับใจความสำคัญของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มี คุณภาพและประสิทธิภาพสูง 2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น 3. ได้แนวทางในการพัฒนาประสิทธิภาพในการจัดการเรียนรู้ของครูที่ทำการสอนรายวิชา ท 14101 ภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ขอบเขตของการวิจัย 1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 จำนวน 18 คน 2. แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากนิทานคุณธรรม ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย ปีการศึกษา 2565


4 วิธีดำเนินการวิจัย 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ จำนวนนักเรียน 185 คน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนใน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ ปีการศึกษา 2565 จำนวน 18 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่ม อย่างง่าย (Simplerandom sampling) 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 2.1 แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ 2.3 แผนการจัดการเรียนรู้ 2.3 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 เป็นแบบ ปรนัยชนิดเลือกตอบ 3 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ 2.4 แบบวัดความสามารถในการอ่านจับใจความ ก่อนเรียนและหลังเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 เป็นแบบ ปรนัยชนิดเลือกตอบ 3 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ 3. การวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (X) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)และการทดสอบด้วย t-test dependent


5 ผลการวิจัย จากการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะ เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากนิทานคุณธรรม ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4/3 นักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งเป็นไปตาม วัตถุประสงค์และสอดคล้องกับสมมติฐานที่ผู้วิจัยกำหนดไว้สามารถสรุปผล ได้ดังนี้ 1. ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากนิทานคุณธรรมของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4/3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังแสดงรายละเอียดดังตารางที่ 1 ตารางที่ 1 แสดงประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากนิทานคุณธรรมของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 ผลการเรียน จำนวน นักเรียน คะแนน เต็ม ̅ ร้อยละ ประสิทธิภาพ E1 / E2 ประสิทธิภาพกระบวนการ (E1) 18 60 49.43 82.38 82.38 / 80.28 ประสิทธิภาพของผลลัพธ์(E2) 18 20 16.06 80.28 จากตารางที่ 1 พบว่า ผลจากการนำแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากนิทานคุณธรรมมาใช้ในการ จัดกิจกรรม พบว่า มีประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 82.38/80.28 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ กำหนดไว้ 2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 โดยการนำแบบฝึก ทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากนิทานคุณธรรม ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังแสดงรายละเอียดดังตารางที่ 2 ตารางที่ 2 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 โดยการนำแบบฝึก ทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากนิทานคุณธรรม ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน การ ทดสอบ จำนวน นักเรียน คะแนน เต็ม ̅ S.D. ∑ t p ก่อนเรียน 18 20 8.39 2.43 137 12.05* 0.000 หลังเรียน 18 20 16.09 1.19 * มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05


6 จากตารางพบว่า ค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน (X = 16.09) สูงกว่าก่อนเรียน (X = 8.39) เมื่อ นำมาเปรียบเทียบกันโดยใช้การทดสอบค่าที (t-test for Dependent Sample) ปรากฏว่า sig = .05 ดังนั้น sig < (.00 < .05) แสดงว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 ที่เรียนโดยการใช้ แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากนิทานคุณธรรม หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .05 สรุปและอภิปรายผล จากการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการอ่านจับใจความ ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4/3 โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากนิทานคุณธรรมสามารถอภิปราย ผลได้ดังนี้ 1. แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากนิทานคุณธรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 มี ประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 82.38/80.28 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ 80/80 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ สำคัญจากนิทานคุณธรรม มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ.05 ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ทั้งนี้เนื่องจากการจัดการเรียนรู้โดยการใช้แบบฝึกทักษะ การอ่านจับใจความสำคัญจากนิทานคุณธรรม เป็นขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ที่เป็นระบบ สามารถช่วยให้ นักเรียนเกิดความเข้าใจแนวคิดของเรื่องที่อ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในแต่ละขั้นตอนนั้นจะช่วยพัฒนา ทักษะการอ่านของนักเรียนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเป็นการสอนอ่านที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ การอ่านจับ ใจความสำคัญจากนิทานคุณธรรมสามารถพัฒนาการอ่านจับใจความสำคัญได้ นิทานคุณธรรมที่นำมาเป็นสื่อ ในการอ่านมีความเหมาะสมกับการพัฒนาการอ่านของเด็กเป็นอย่างมาก เนื่องจากเด็กในวัย 10-12 ปีนั้น เป็นระยะที่มีความสนใจในการอ่านมาก เด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายแยกกันอ่านตามความสนใจและความ ต้องการของเด็กวัยนี้ ต้องการความเป็นอิสระในการค้นคว้าหาความรู้ต่าง ๆ สนใจเฉพาะอย่างชอบเรื่อง เกี่ยวกับชีวิตจริงมากขึ้นสนใจในการอ่านหนังสือหลายรสหนังสือที่ควรเลือกให้เด็กวัยนี้อ่าน คือ หนังสือ ประเภทสารคดี การท่องเที่ยวต่าง ๆ หนังสือชีวประวัติของบุคคลสำคัญ และถ้าเป็นนิทานเด็กในวัยนี้จึงต้อง อ่านนิทานที่มักจะให้ข้อคิดคติธรรมสอนใจ เพื่อให้เด็กได้เกิดความรู้ความคิดในการอ่านนิทาน จะส่งเสริมให้ เด็กเกิดเจตคติที่ดีงาม ยามเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ดังนั้นนิทานคุณธรรมจึงมีความเหมาะสมกับการอ่านของเด็กใน แต่ละช่วงวัยเป็นอย่างมาก


7 ข้อเสนอแนะ 1. ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้การอ่านจับใจความสำคัญ ทุก กิจกรรมที่สอน และข้อสำคัญจะต้องรู้และเข้าใจวิธีการและขั้นตอนการ อ่านคิดวิเคราะห์ อย่างถูกต้องและ ชัดเจน 2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้นักเรียนพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญได้นั้น ครูควรคำนึงถึง ความแตกต่างในด้านความสามารถของแต่ละบุคคล


บรรณานุกรม เจตสุภา ใจสอนธิ. ( 2548 ). ผลการสร้างนิทานเป็นสื่อตามแนวการสร้างปัญญาเพื่อพัฒนาความเข้าใจ ในการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. สุชานันท์ ทองดี. ( 2553 ). ผลการใช้ชุดกิจกรรมการอ่านจับใจความจากนิทานคุณธรรม ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจ ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเซนต์โยเซฟ บางนา จังหวัดสมุทรปราการ. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน). คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี. แววมยุรา เหมือนนิล.( 2541 ).การอ่านจับใจความ.(พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ:สุวีริยา. สุคน สินธพานนท์ และคณะ.( 2545).การจัดกระบวนการเรียนรู้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญตามหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน.กรุงเทพฯ:อักษรเจริญทัศน์.


ภาคผนวก


Click to View FlipBook Version