กิตติกรรมประกาศ รายงานผลการพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) โดยใช้แบบฝึกทักษะนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ฉบับนี้ สำเร็จลุล่วงได้ ขอขอบคุณคณะครู นักเรียน โรงเรียนศรีแก้งคร้อ ที่ให้ความร่วมมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการพัฒนาการ จัดการเรียนรู้ในครั้งนี้ คุณค่าและประโยชน์ของรายงานฉบับนี้ ผู้รายงานขอมอบเป็นเครื่องแสดงความกตัญญูต่อบิดา มารดา ที่ให้การศึกษา อบรมสั่งสอน ให้มีสติปัญญาและคุณธรรมทั้งหลาย อันเป็นเครื่องมือนำไปสู่ความสำเร็จ ในชีวิตของผู้รายงาน กรีกาญจน์ ฤทธิ์สมบูรณ์ ผู้จัดทำวิจัย
ชื่อเรื่องงานวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้ชุดแบบฝึกทักษะการ อ่านสะกดคำภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชื่อผู้ทำวิจัย นางสาวกรีกาญจน์ ฤทธิ์สมบูรณ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) บทคัดย่อ การทำวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้ชุดแบบฝึกทักษะการ อ่านสะกดคำพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ควรรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาทักษะ การอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยผู้วิจัยได้สร้างชุดฝึกการอ่านคำศัพท์ จำนวน 10 ชุด โดยจัดเรียงตามตัวอักษร จำนวน 10 ชุด เพราะกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษา ดังนั้นการเรียนรู้คำศัพท์ให้มากที่สุดจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ผู้วิจัยให้นักเรียนกลุ่มเป้าหมายอ่านแบบทดสอบก่อน ฝึก หลังจากนั้นดำเนินการฝึกทักษะการอ่านของนักเรียนด้วยแบบฝึก ทั้ง 10 ชุด โดยเริ่มทีละชุด ก่อนเริ่มเรียน ครั้งละประมาณ 15 นาที และหลังจากนั้นก็ เข้าสู่บทเรียน แล้วมอบหมายให้นักเรียนไปฝึกการอ่านเป็น การบ้าน จากการศึกษาปรากฏว่า นักเรียนกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนามีทักษะการอ่านของนักเรียนในระดับที่ น่าพอใจ นักเรียนมีทักษะการอ่านเพิ่มขึ้น ร้อยละ 100 ดังจะเห็นได้จากการเปรียบเทียบผลการทดสอบก่อน เรียนและหลังเรียนของนักเรียนแต่ละคน
สารบัญ บทที่ หน้า กิตติกรรมประกาศ ก บทคัดย่อ ข 1. บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 1 จุดมุ่งหมาย 2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2 กรอบแนวคิดในการวิจัย ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 3 ขอบเขตการวิจัย 3 ตัวแปรการวิจัย 3 2. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 4 การพัฒนาทักษะการออกเสียง และการพูด 4 ทฤษฎีและแนวคิดเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนภาษาอังกฤษ 4 คุณลักษณะของครูผู้สอนภาษาอังกฤษ 5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 6 งานวิจัยต่างประเทศ 7 3. บทที่ 3 8 ประชากร และกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย 8 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 8 ขั้นตอนในการดำเนินการ 8 ขั้นวิเคราะห์ข้อมูล 9 บทที่ 4 วิธีดำเนินการวิจัย 10 บทที่ 5 สรุปผลการศึกษาวิจัย 12 บรรณานุกรม ภาคผนวค
1 บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ปัจจุบันมีภาษาต่างๆ ที่มนุษย์ใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างกัน “ภาษาพูด” ถือเป็นสื่อที่มนุษย์ใช้ในการ ติดต่อสื่อสารอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด โดยมนุษย์จะถ่ายทอดความคิดและความรู้สึกต่างๆออกมาในรูปของ คำพูดแม้มนุษย์จะพัฒนาสื่อต่างๆในการติดต่อสื่อสารหลายรูปแบบแต่สื่อที่เป็น“ภาษาพูด”ก็ยังคงเป็นสื่อหลัก ในการติดต่อสื่อสารของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษาศิลปวัฒนธรรม การพาณิชย์ หรือด้านความบันเทิง ภาษา เป็นเครื่องมือในการสื่อสารของคนในสังคม ดังที่ วิลกินส์ (Wilkins, 1970 อ้างถึงในธูปทอง กว้างสวัสดิ, 2545 : 2) ได้กล่าวว่า ภาษา คือ สื่อของการติดต่อสื่อสารที่ใช้กันมากที่สุด ภาษาเป็นสื่อที่ท าให้โครงสร้างสังคม มีความประณีตและสมบูรณ์ ภาษาจึงเป็นหัวใจของการสื่อสาร และการติดต่อสื่อสารด้วยวิธีการใดๆ ก็ตาม จะ ไม่สมบูรณ์เท่ากับการสื่อสารที่มาในรูปของ“เสียง” ทั้งนี้เพราะ “เสียง” เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดใน “สื่อ ภาษาพูด” และวิชาที่เกี่ยวข้องกับเสียงพูด คือวิชาสัทศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาที่ว่าด้วยการผลิตเสียง ดังนั้น การ เรียนรู้ภาษาต่างประเทศจึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ในเรื่องการออกเสียง คำต่างๆ ในภาษานั้นๆ ได้อย่างถูกต้อง (เอกสารประกอบการสอนสัทศาสตร์ ประกอบ ผลงาม, 2549 : 2-5) การ เรียนภาษาต่างประเทศแตกต่างจากการเรียนสาระการเรียนรู้อื่น เนื่องจากผู้เรียนไม่ได้เรียนเพื่อความรู้ทาง ภาษาเท่านั้น แต่เรียนเพื่อให้สามารถใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้ตามความต้องการใน สถานการณ์ต่างๆ ทั้งในชีวิตประจำวันและการท างาน การที่จะให้ผู้เรียนมีความสามารถตามที่คาดหวังดังกล่าว หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กำหนดองค์ความรู้มาตรฐานการเรียนรู้ รวมถึงคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของ ผู้เรียนตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร เพื่อเป็นแนวทางในการประกันคุณภาพการศึกษา โดยแบ่งสาระการเรียนรู้ ในการเรียนภาษาต่างประเทศออกเป็น 4 สาระ คือ สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร สาระที่ 2 ภาษาและ วัฒนธรรม สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และสาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์ กับชุมชนและโลกซี่งกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดให้สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศเป็นสาระการเรียนรู้ที่ นักเรียนต้องเรียน โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะในการสื่อสารเพื่อใช้ในการดำเนินชีวิต ทันต่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมรับข้อมูลข่าวสารและสื่อสารข้ามวัฒนธรรมได้การจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศมีความคาดหวัง ว่าเมื่อผู้เรียนเรียนภาษาต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษา ผู้เรียนจะมีเจตคติที่ดีต่อภาษาต่างประเทศ สามารถใช้ภาษาต่างประเทศสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆ แสวงหา ความรู้ ประกอบอาชีพ และศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น รวมทั้งมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องราวและวัฒนธรรมอัน หลากหลายของประชาคมโลกและสามารถถ่ายทอดความคิดและวัฒนธรรมไปสู่สังคมโลกได้อย่างสร้างสรรค์
2 (กรมวิชาการ,2544 : 2)จากสภาพการเรียนการสอนในปัจจุบัน นักเรียนส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้ภาษาในการ สื่อสารได้มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร จึงจำเป็นต้องฝึกฝนให้ผู้เรียนสามารถออกเสียงคำศัพท์ได้อย่างถูกต้อง ถือ เป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองการเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อ ช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารได้อย่างเข้าใจ และมั่นใจมากยิ่งขึ้น ทางเลือกที่คาดว่าจะแก้ปัญหา 1. จูงใจและให้กำลังใจเพื่อให้นักเรียนสนใจในความสำคัญของการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ 2. บันทึกสาเหตุและปัญหาของความบกพร่องทางกระบวนการอ่านของนักเรียน 3. ให้ผู้เรียนฝึกทักษะกระบวนการอ่านจากแบบฝึกต่าง ๆ รวมทั้งฝึกอ่านออกเสียงคำศัพท์ก่อนเรียน ทุกครั้ง 4. ให้แบบฝึกการอ่านคำศัพท์เพิ่มเติม จุดมุ่งหมาย เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความสามารถในทักษะกระบวนการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้เพิ่มขึ้นจาก 50 % เป็น 80 % ตัวแปรที่ศึกษา 1. ชุดคำศัพท์ภาษาอังกฤษ 10 ชุด 2. ระดับผลสัมฤทธิ์ของคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน กรอบแนวคิดในการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้มุ่งเน้นที่การส่งเสริมทักษะกระบวนการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 ผู้วิจัยได้จัดทำชุดคำศัพท์เพื่อให้นักเรียนไม่เบื่อและสนุกสนานในการเรียน ทั้งยังสามารถ นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน การเตรียมตัวเพื่อศึกษาต่อ และชุดแบบทดสอบที่ผู้วิจัยได้จัดทำขึ้น ผู้วิจัยได้ทำการ เปรียบเทียบผลคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน เพื่อศึกษาการพัฒนาของนักเรียนหลังจากที่ได้มีการฝึกทักษะ กระบวนการต่าง ๆ ว่ามีความแตกต่างหรือมีการเปลี่ยนแปลงโดยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นหรือไม่ อย่างไร
3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทาการเรียนก่อนการใช้แบบฝึกกับหลังการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการ เขียนสะกดคำภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2. ได้เพิ่มความรู้การอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง ได้แนวคิดที่ว่า การเรียนภาษาอังกฤษ จำเป็น ที่จะต้องออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการสื่อสารภาษาอังกฤษ ขอบเขตของการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการใช้ชุดศึกษาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ เพื่อช่วยฝึกและเพิ่มพูนทักษะการออกเสียง คำศัพท์ภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง และได้กำหนดขอบเขตการวิจัยไว้ดังนี้ 1. ประชากร ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ ภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2565 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 2 จำนวนทั้งสิ้น 20 คน ซึ่งได้มา โดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) 2. เนื้อหา / หลักวิชา ชุดการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษ จากคำศัพท์พื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ ที่สอดคล้องกับหลักสูตรของโรงเรียน ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในเรื่องนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 ภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2565 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 2 ตัวแปรที่วิจัย ตัวแปรต้น ได้แก่ ชุดการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษ จากคำศัพท์พื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการที่ สอดคล้องกับหลักสูตรของโรงเรียน ตัวแปรตาม ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่าน ชุดการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากคำศัพท์พื้นฐานของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ ภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2565 สำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 2
4 บทที่ 2 แนวทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาทักษะการออกเสียง และการพูด การพัฒนาทักษะทางการออกเสียง และการพูดเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นที่จะต้องฝึกฝน ดังที่ เบิร์น ( Byrne 1986 : 10-11) กล่าวว่า การสอนการพูดจำเป็นต้องฝึกผู้เรียน 2 อย่าง คือ 1. ฝึกในการใช้ส่วนที่คงที่ ของภาษา ได้แก่ เสียงและรูปแบบไวยากรณ์และ คำศัพท์2. โอกาสสำหรับแต่ละคนได้แสดงออก ผู้สอนต้องให้ ความสนใจใน เรื่องความถูกต้อง และความคล่องแคล่วในขั้นที่แตกต่างกันของระดับการเรียน ในขั้นต้นควรเน้น ความถูกต้อง ส่วน ในขั้นสูงควรเน้นความคล่องแคล่ว การพัฒนาความสามารถในการพูดเป็นบ่อเกิดที่ดีของ แรงจูงใจสำหรับผู้เรียน สิ่ง ที่ผู้สอน ควรคำนึง คือ 1. พยายามหาวิธีแสดงต่อผู้เรียนว่าพวกเขาก าลังพัฒนา ภาษาตลอดเวลาโดยการจัด กิจกรรม ต่างๆเป็นครั้งคราว เช่น เกมหรือการอภิปราย เพื่อให้พวกเขาเห็นว่าพวก เขาสามารถใช้ภาษาได้มากแค่ ไหน 2. ในการฝึกควบคุมนั้นผู้สอนจะต้องเลือกกิจกรรมและแก้ไขข้อผิดพลาดใน โอกาสที่ เหมาะสมให้ผู้เรียนได้รับ การดลใจอยู่เสมอ 3. แสดงให้ผู้เรียนรู้ว่าจะได้สิ่งที่พวกเขารู้เพียงเล็กน้อยได้ อย่างไร บางครั้งพวกเขาไม่ สามารถ แสดงความคิดเห็นได้เพราะว่าไม่มีภาษาที่แม่นยำอยู่ในใจ จึงจำเป็นต้องใช้ การถอดความ และการแสดงออกที่ เปลี่ยนแปลง สรุปว่า การพัฒนาทักษะการพูดเป็นสิ่งที่สำคัญที่ผู้สอนควรพัฒนาทักษะด้านนี้ให้เกิดแก่ ผู้เรียน โดย ฝึกให้ผู้เรียนมีทักษะด้านการออกเสียง การใช้ค าศัพท์และไวยากรณ์ให้ถูกต้อง และในขั้นต้นผู้สอนควรเน้น ผู้เรียนในเรื่องของความถูกต้องในการใช้ภาษา ส่วนในขั้นสูงขึ้นไปนั้นผู้สอน ควรให้ผู้เรียนเน้นในเรื่องของความ คล่องแคล่วในการ สนทนาและให้ผู้เรียนทราบว่าจะต้องมีการ พัฒนาทางภาษาอยู่ตลอดเวลา ทฤษฎีและแนวคิดเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนภาษาอังกฤษ มีผู้ตั้งทฤษฎีและแนวคิดเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนไว้หลายท่าน ซึ่งแต่ละท่านได้วิจัย ศึกษา และ เสนอทฤษฎีไว้แตกต่างกัน การศึกษาทฤษฎีและแนวคิดเกี่ยวกับปัจจัยในการเรียน ภาษาอังกฤษในฐานะ ภาษาต่างประเทศหรือภาษาที่สองนั้นได้มีผู้ศึกษาไว้ดังนี้1) ทฤษฎีและแนวคิดของบลูม บลูม (Bloom 1976 : 167-176) ได้ทำการวิจัยและเสนอทฤษฎีเกี่ยวกับระบบการเรียน การสอนในโรงเรียน โดยกล่าวถึงปัจจัยหรือ องค์ประกอบที่มีผลกระทบต่อการเรียน 3 องค์ประกอบ ดังนี้1. พฤติกรรมด้านความรู้ความคิด (Cognitive entry behaviors) หมายถึง ความสามารถ ทั้งหมดของผู้เรียน ประกอบด้วยความถนัดและพื้นฐานความรู้เดิม ของผู้เรียน 2. คุณลักษณะทางด้านจิตพิสัย (Affective entry characteristics) หมายถึง สภาพการณ์หรือ แรงจูงใจที่จะท า ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ใหม่ ซึ่งได้แก่ ความสนใจและเจตคติที่มีต่อเนื้อหาวิชา โรงเรียน ระบบ การเรียน ความ คิดเห็นเกี่ยวกับตนเองและลักษณะซึ่งเป็นคุณลักษณะ ต่างๆทางด้านจิตพิสัยซึ่งบางอย่างอาจ
5 เปลี่ยนแปลงได้แต่ บางอย่างยังคงอยู่ 3. คุณภาพการสอน (Quality of instruction) ได้แก่ การได้รับคำแนะนำ การมีส่วนร่วม ในการ เรียนการสอน การเสริมสร้างของครู การแก้ไขข้อผิดพลาดและรู้ผลว่าตนเองกระท าได้ ถูกต้องหรือไม่ 2) ทฤษฎีและแนวคิดของจาโคโบวิทส์จาโคโบวิทส์ (Jakobovits 1971 : 103-115) ได้ศึกษา เกี่ยวกับปัจจัยในการ เรียนการสอน ภาษาต่างประเทศหรือภาษาที่สองและสรุปได้ว่าปัจจัยที่ท าให้การเรียน การสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพนั้นมี 3 ประการ คือ 1. ปัจจัยด้านการสอน ประกอบด้วยคุณภาพการสอน ของครูซึ่งขึ้นอยู่กับความรู้ ความสามารถทางภาษาและการสอนของครู โอกาสทางการเรียนรู้ของผู้เรียนซึ่ง รวมทั้งเวลาที่ใช้เรียนทั้งในและ นอกห้องเรียน เกณฑ์การประเมินผลซึ่งอาจประเมินได้จากแบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 2. ปัจจัยด้านตัวผู้เรียน ประกอบด้วยความสามารถที่จะเข้าใจการสอนขึ้นอยู่กับ สติปัญญา ความสามารถทาง ภาษา ความถนัด ได้แก่ องค์ประกอบความถนัดทางการเรียนทาง ภาษา ความ มานะบากบั่น เกิดจากแรงจูงใจใฝ่ สัมฤทธิ์เจตคติที่มีต่อครูผู้สอน ความสนใจในภาษา ที่เรียนและเจตคติต่อ วัฒนธรรมต่างประเทศ ส่วนกลยุทธ์และ วิธีการเรียนประกอบด้วยสมรรถภาพ ในการรับความรู้ใหม่ สมรรถภาพในการถ่ายโอนสิ่งที่เรียนรู้ไปสู่ความรู้ใหม่ นิสัยทางการเรียน และการประเมินผลความสามารถของ ตนเอง 3. ปัจจัยด้านสังคมและวัฒนธรรมที่มีอิทธิพลต่อ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ภาษาต่างประเทศ ได้แก่ ความยึดมั่นต่อภาษาของตนเอง องค์ประกอบทางภาษาศาสตร์ ทางภาษา ของตนเองและภาวะของวัฒนธรรม ที่ปรากฏในสังคม คุณลักษณะของครูผู้สอนภาษาอังกฤษ บลูม (Bloom, 1976 : 115-126) กล่าวถึงคุณภาพการสอนที่ ดีสรุปได้ว่า ครูต้องให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างเหมาะสม ให้แรงเสริมที่สอดคล้องกับผู้เรียน ค้นหา ข้อมูล ย้อนกลับและแก้ไขข้อบกพร่อง มีการวางแผน เตรียมการสอนและเตรียมความพร้อมของครู ให้ผู้เรียนมี ความ เข้าใจจุดมุ่งหมายและขั้นตอนในการทำงาน มีการลำดับเนื้อหาจากง่ายไปยาก ใช้อุปกรณ์การสอนอย่าง เหมาะสม มีการเปลี่ยนแปลงกิจกรรม ใช้เทคนิคการสอนที่น่าสนใจ รับฟัง ความคิดเห็นของผู้เรียน สามารถ ควบคุมอารมณ์ได้แม่นยำในเนื้อหาวิชาและความรู้ในเรื่องที่สอน ให้นักเรียนค้นคว้าเพิ่มเติมนอกเหนือจากเรื่อง ที่เรียน เน้นการปฏิบัติควบคู่กับเนื้อหาวิชาและมีความสามารถในการอธิบายให้นักเรียนเข้าใจ ครูยุคปัจจุบัน ควรมีคุณสมบัติที่จัดว่าเป็นนักวิชาการ นักปฏิบัติและผู้จัดการรวมอยู่ ในตัวคนเดียวกันจึงจะสามารถ ทำหน้าที่ บูรณาการความรู้และกระบวนการเรียนรู้นำผู้เรียนไปสู่ เป้าหมายของการศึกษาได้ (กรมวิชาการ, 2546 : 5-10) คุณสมบัติของครูที่พึงปรารถนาและเป็นที่ คาดหวังของสังคม ได้แก่ มีความรอบรู้ในเนื้อหาวิชาที่สอนอย่าง ลุ่ม ลึก สามารถสังเคราะห์ความรู้นำใช้ให้เป็นประโยชน์กับการเรียนการสอนทำให้ศาสตร์ที่สอนมีความเข้มแข็ง และเข้มข้น ติดตามความก้าวหน้าในเทคนิควิธีสอนตลอดเวลาและนำมาใช้พัฒนาการเรียนการสอนของตนใน ชั้น เรียน เป็นแบบอย่างในการคิดการทำRole modeling) ครูมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้เรียน เป็นอย่างมาก การกระทำของครูจะอยู่ในสายตาของผู้เรียนตลอดเวลา ผู้เรียนจะเลียนแบบครูโดยไม่ รู้สึกตัว ดังนั้นหากครู ต้องการให้ผู้เรียนมีพฤติกรรมอย่างไร คิดอย่างไร ครูควรนำสิ่งเหล่านี้มา สะสมไว้ในตัวครูขณะทำ
6 การสอนด้วย ครูต้องเป็น นักจิตวิทยาการเรียนรู้ ครูต้องรู้จักผู้เรียนเป็น อย่างดี รู้ว่าผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถอย่างไร มีความสนใจและ ความถนัดในเรื่องใด ทำอย่างไรจึงจะกระตุ้นให้ผู้เรียนใฝ่รู้ใฝ่เรียน ก้าว ทันความรู้และสามารถปรับตัวเข้ากับ สิ่งแวดล้อมที่ เปลี่ยนแปลงได้ เป็นนักเทคโนโลยีสารสนเทศ ครูต้องเข้าถึง แหล่งการเรียนรู้ใหม่ๆรู้วิธีและใช้เครื่องมือค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งต่างๆได้รวมถึงสามารถนำ โปรแกรม การศึกษาต่างๆมาใช้ใน การเรียนการสอน ได้อย่างเหมาะสม เป็นผู้เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ ครูต้องเป็นผู้เห็น คุณค่าและ ความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต สรุปว่า พฤติกรรมการสอนของครูผู้สอนเป็นสิ่งมีผลโดยตรง ต่อพฤติกรรมการเรียน ของผู้เรียนเพราะพฤติกรรมการ สอนและพฤติกรรมการเรียนมีความสัมพันธ์กันอย่าง ใกล้ชิด ดังนั้น พฤติกรรมการเรียนที่ดีหรือไม่ดีนั้นขึ้นอยู่กับ พฤติกรรมการสอนของครูผู้สอน ซึ่งพฤติกรรม การ สอนของครูถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อผู้เรียนเช่นกัน งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง นิตยา วัยโรจนวงศ์ ( 2543) ได้ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความสามารถในการออกเสียง ภาษาอังกฤษของ นักศึกษาระดับอุดมศึกษา ศึกษาเฉพาะกรณี : นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สถาบันราชภัฏสวนดุสิต พบว่า ความสามารถ ใน การออกเสียงภาษาอังกฤษของนักศึกษามีน้อยมาก กล่าวคือ สามารถสื่อสารเข้าใจได้ดีเพียงร้อยละ 4.8 ปาน กลาง ร้อยละ 32.9 ไม่สามารถสื่อสารได้ร้อยละ 25.3 สื่อสารได้เล็กน้อยร้อยละ 37 และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ ความสามารถในการออกเสียง ภาษาอังกฤษสรุปได้ 3 ประเด็น คือ 1) ปัจจัยด้านภูมิหลังและคุณลักษณะของ แต่ละ บุคคลอันมีผล จากการศึกษาและอาชีพบิดารวมถึงเกรดภาษาอังกฤษหลักและเสริมของนักศึกษา 2) ปัจจัยด้านการเรียนการสอนที่ผ่านมาและโอกาสสัมผัสภาษาที่มีต่อความสามารถในการออกเสียงภาษาอังกฤษ 3) ปัจจัยด้าน เจตคติ แรงจูงใจและบุคลิกภาพ พบว่า มีเพียงเจตคติและความรับผิดชอบที่มีอิทธิพล ต่อ ความสามารถในการออกเสียงภาษาอังกฤษ อรชร วงษ์ษา(2548) ได้ศึกษาการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (วิชาภาษาอังกฤษ) โดยใช้นิทานพื้นบ้านอีสานเป็นสื่อ สำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2) กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 35 คน ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนหลัง สิ้นสุดการทดลองวงจรตามแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้นิทานพื้นบ้านอีสานเป็นสื่อ มีจำนวนนักเรียนที่สอบ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม จำนวน 27 คน คิดเป็นร้อยละ 77.14 สุจิตรา ศาสตรวาหา (2541 อ้างถึงใน รุ่งวนา สุดจิตต์, 2545) ได้ทำการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในชั้นเรียนที่มีการสอนแบบสื่อสารโดยมีนิทานเป็น องค์ประกอบ กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 30 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 15 คน กลุ่มควบคุม 15 คน ทำการสอนแบบสื่อสารที่มีนิทานเป็นองค์ประกอบ จำนวน 3 เรื่อง ในกลุ่มทดลอง ส่วนกลุ่มควบคุมทำการสอนตามคู่มือครู นิทานที่เลือกใช้เป็นนิทานของชนชาติอื่น มีการสังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียนทั้ง 2 กลุ่ม ผลการวิจัยสรุปได้ว่านักเรียนในกลุ่มทดลองมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่ากลุ่ม
7 ควบคุม ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงให้เห็นว่าแนวทางการเรียนการสอน แบบสื่อสารโดยมีนิทานเป็นองค์ประกอบ เป็นแนวการสอนที่ดีมีประสิทธิภาพส่งผลให้นักเรียนมีความก้าวหน้า และพัฒนาทักษะทางภาษาทั้ง 4 ด้าน จากการสังเกตพฤติกรรมในขณะที่เรียนพบว่านักเรียนในกลุ่มทดลองมี การแสดงพฤติกรรมที่อยู่ในเกณฑ์ที่สูงกว่านักเรียนในกลุ่มควบคุม ทั้งนี้เพราะนักเรียนในกลุ่มทดลองมีความ สนใจชื่นชอบทำให้สามารถทำความเข้าใจเนื้อหาที่เรียนได้ดี วิไลลักษณ์ ลาจันทึก (2548) ได้ศึกษาการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษโดยใช้หนังสือ การ์ตูนประกอบบทเรียนสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ผลการวิจัยพบว่าการจัดการเรียนรู้โดยใช้หนังสือการ์ตูนประกอบบทเรียนส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้และฝึก ทักษะการอ่านภาษาอังกฤษด้วยตนเอง มีปฏิสัมพันธ์ในการช่วยเหลือกัน ในการเรียนรู้ และหนังสือการ์ตูนได้ ช่วยกระตุ้นความสนใจของนักเรียนให้เกิดความกระตือรือร้นและเข้าใจบทเรียนมากยิ่งขึ้นผลการทดสอบ ผู้เรียนพบว่านักเรียนมีการพัฒนาทางด้านการอ่านภาษาอังกฤษในด้านทักษะการอ่านออกเสียงคิดเป็นร้อยละ 68 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดและด้านทักษะการอ่านในใจ นักเรียนทุกคนผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด ด้านความคิดเห็นพบว่านักเรียนมีความคิดเห็นสอดคล้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการ อ่านภาษาอังกฤษโดยใช้หนังสือการ์ตูนประกอบบทเรียนในทุกๆ ด้าน งานวิจัยต่างประเทศ ลอเรย์ (Lawrey. 1978 : 817-A) ได้ศึกษาผลสัมฤทธิ์ของการใช้แบบฝึกทักษะกับ นักเรียนระดับ 1 ถึงระดับ 3 จำนวน 87 คน พบว่านักเรียนที่ได้รับการฝึกโดยใช้แบบฝึกทักษะ มีคะแนน หลังการทำแบบฝึกมากกว่าคะแนนการทดสอบก่อนการทำแบบฝึกทักษะ แมคพิค (Mcpeake. 1979 : 7199-A) ได้ศึกษาผลการเรียนจากแบบฝึกอย่างเป็น ระบบตั้งแต่เริ่มศึกษาจนถึงความในการอ่านและเพศที่มีต่อความสามารถในการสะกดคำของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่าแบบฝึกช่วยปรับปรุงความสามารถในการสะกดคำของนักเรียนทุกคน แต่เวลา 12 สัปดาห์ไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการถ่ายโยงการเรียนรู้ ในการสะกดคำไปสู่คำใหม่ที่ยังไม่ได้ศึกษา และคะแนน นักเรียนหญิงสูงกว่านักเรียนชายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิตินอกจากนี้การอ่านยังมีความสัมพันธ์กับ ความสามารถในการสะกดคำ จากการศึกษางานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศสรุปได้ว่า แบบฝึกทักษะ เป็นสื่อการเรียนการสอนที่สำคัญสำหรับนักเรียน ทำให้นักเรียนสนใจบทเรียน เกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้และเข้าใจบทเรียนได้เร็ว ทำให้การสอนของครู การเรียนของนักเรียนมี ประสิทธิภาพและนักเรียนมีพัฒนาการทักษะทางภาษาได้ดียิ่งขึ้น
8 บทที่ 3 ประชากร และกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย 1.ประชากร และกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ในการศึกษาการวิจัยครั้งนี้เป็นการใช้ชุดศึกษาทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เพื่อช่วยฝึก และเพิ่มพูนทักษะการออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง และได้กำหนดขอบเขตการ วิจัยไว้ดังนี้ 1. ประชากร ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ ประจำปีการศึกษา 2565 จำนวนทั้งสิ้น 20 คน 2. เนื้อหา / หลักวิชา ชุดการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษ จากคำศัพท์พื้นฐานของ กระทรวงศึกษาธิการ ที่สอดคล้องกับหลักสูตรของโรงเรียนศรีแก้งคร้อ 2.เครื่องมือในการวิจัย 1. ทดสอบวัดความรู้ก่อนเรียน (Pre-test) 2. ชุดแบบฝึกหัดการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษ 3. ทดสอบวัดความรู้หลังเรียน (Post-test) 3. ขั้นตอนการดำเนินการ ในการดำเนินการศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีการดำเนินการและรายละเอียดเป็นขั้นตอน ดังนี้ 1. ขั้นวิเคราะห์ 1.1 วิเคราะห์ผู้เรียน การวิเคราะห์ผู้เรียนได้กำหนดไว้ดังนี้ประชากร คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ ประจำปีการศึกษา 2565 จำนวนทั้งสิ้น 20 คน 1.2 วิเคราะห์เนื้อหา ขั้นตอนการดำเนินการมีดังนี้ เนื้อหาที่จะใช้สร้างแบบทดสอบ และชุดคำศัพท์ จำนวน 10 ชุด คือชุดคำศัพท์พื้นฐานของ กระทรวงศึกษาธิก
9 2.ขั้นออกแบบ ขั้นออกแบบทดสอบ และแบบฝึกหัดมีขั้นตอนดังนี้ ทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) เป็นแบบฝึกหัดอ่านออกเสียงค าศัพท์ภาษาอังกฤษที่กำหนดให้จากชุด คำศัพท์ทั้ง 10 ชุด ซึ่งเป็นแบบฝึกที่ใช้ในการพัฒนาทักษะกระบวนการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ทดสอบหลังเรียน (Post-test) เป็นแบบฝึกหัดอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่กำหนดให้จากชุด คำศัพท์ทั้ง 10 ชุด ซึ่งเป็นแบบฝึกที่ใช้ในการพัฒนาทักษะกระบวนการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษแบบเดียวกับ แบบทดสอบก่อนเรียน 3. ขั้นดำเนินการ มีการดำเนินการดังนี้ 3.1 ทำการทดลองกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำศัพท์ที่กำหนดให้และ บันทึกผลคะแนน 3.2 ดำเนินการพัฒนาทักษะกระบวนการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่กำหนดให้ทั้ง 10 ชุด โดยครูเริ่มอ่าน ให้ฟังเพื่อเป็นตัวอย่างทีละชุด ก่อนเริ่มเรียน ครั้งละประมาณ 15 นาที และหลังจากนั้นนักเรียนก็อ่านเอง และเข้าสู่บทเรียน แล้วมอบหมายให้นักเรียนไปฝึกการอ่านเป็นการบ้าน ทำการทดสอบอีก ครั้งโดยให้นักเรียน อ่านออกเสียงด้วยตนเอง 3.3 ทำการทดสอบอีกครั้งโดยให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำศัพท์ที่กำหนดให้และทำการบันทึกผลคะแนน 4. ขั้นวิเคราะห์ข้อมูล - วิเคราะห์ผลจากคะแนนที่ได้จากการทำแบบฝึกหัดก่อนเรียน - วิเคราะห์ผลจากคะแนนที่ได้จากการทำแบบฝึกหัดหลังเรียน
10 บทที่ 4 วิธีดำเนินการวิจัย วิธีดำเนินการวิจัย ระยะเวลาในการดำเนินงาน วัน เดือน ปี กิจกรรม หมายเหตุ 1 พฤศจิกายน 2564 นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน ผู้วิจัยบันทึกคะแนน 23 มกราคม 2565 นักเรียนอ่านออกเสียงคำศัพท์ ภาษาอังกฤษที่กำหนดให้ทั้ง10ชุด ผู้วิจัยบันทึกคะแนน 24 มกราคม 2565 นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน ผู้วิจัยบันทึกคะแนน ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูล เก็บข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูลจากการ ทำแบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน จัดทำตารางเปรียบเทียบผลต่าง ระหว่างก่อนฝึก และ หลังฝึก หาผลต่างจากการปฏิบัติดังนี้ ตารางแสดงผลการเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียน – หลังเรียน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เลขที่ ชื่อ-นามสกุล Pre-test 40คำ Post-test40คำ ผลต่าง หมายเหตุ 1 เด็กหญิงชนิภรณ์เหลืองอ่อน 15 23 8 2 เด็กหญิงณิชา เถื่อนนุช 3 18 15 3 เด็กหญิงจิรชยา พระไตรยะ 26 35 8 4 เด็กหญิงธารา ไพชาญ 18 28 10 5 เด็กหญิงธัญกมล ฉิมงาม 12 25 13 6 เด็กหญิงปรินทร ดอนชดา 13 28 15 7 เด็กชายวิชชากร อาจหาญ 28 38 10 8 เด็กหญิงปริยากร เลี้ยงพรม 9 21 12 9 เด็กหญิงไอยรา พิกุลแก้ว 3 17 14 10 เด็กหญิงเขมจิรา รังคณารัตนกูล 9 24 15 11 เด็กหญิงฑิฆัมพร ถึงแสง 27 35 8 12 เด็กหญิงธมลวรรณ นาพิมพ์ 21 32 11 13 เด็กหญิงอังคณา ประดิษฐนอก 13 29 16 14 เด็กชายธันวา โอษฐประไพ 25 36 11 15 เด็กหญิงพิมชญา พลเยี่ยม 17 32 15
16 เด็กชายณัฐวุฒิ รักษ์มณี 16 35 9 17 เด็กหญิงลษิกา ดวงโพธิ์ศรี 15 24 9 18 เด็กหญิงกัลยกร นามบุดดี 18 33 15 19 เด็กหญิงมนัสนันท์ เหล็กเพชร 19 36 17 20 เด็กหญิงชญานุช วิจิตรจันทร์ 6 17 11 จากตารางจะเห็นว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์หลังทดสอบ(Post-test) ในการอ่านออกเสียงคำศัพท์ที่ ถูกต้องสูงกว่าก่อนการทดสอบ(Pre-test) ร้อยละ 100 11
บทที่ 5 สรุปผลการศึกษาวิจัย สรุปผลการศึกษาวิจัย สรุปผลการวิจัย จากการศึกษาและวิเคราะห์คะแนนที่ได้จากการทดสอบก่อนเรียนนั้นแสดงให้เห็นว่านักเรียนไม่ สามารถอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่กำหนดให้ทั้ง 10 ชุด ได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้อาจมีพื้นฐานความรู้มา บ้างแต่ไม่สามารถอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศได้ถูกต้อง แต่หลังจากนักเรียนได้ฝึกอ่าน และทำการฝึกอ่านเพิ่มเติมที่บ้าน ทำให้นักเรียนมีความรู้ และสามารถอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่กำหนดให้ และเข้าใจความหมายมากยิ่งขึ้น สามารถทำแบบทดสอบหลังเรียนได้คะแนนเพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีนักเรียนบาง คนที่มีค่าคะแนนจากการทำแบบฝึกหัดไม่ค่อยดีเท่าที่ควรนั้น ก็อาจเป็นเพราะว่านักเรียนยังขาดความต่อเนื่อง ในการฝึกอ่าน ออกเสียงคำศัพท์และเนื่องจากมีกิจกรรมต่าง ๆ ของทางโรงเรียนมาคั่นความต่อเนื่องของการ เรียนรู้และดึงความสนใจของนักเรียนไปด้วย และอีกสาเหตุจากการสอบถามโดยตรงจากนักเรียนทำให้ผู้วิจัยได้ พบข้อมูลเพิ่มเติมว่านักเรียนไม่ได้กลับไปทบทวนและทำความเข้าใจเพิ่มเติมนอกห้องเรียน ดังนั้นผู้วิจัยจึง เล็งเห็นว่าปัญหานี้ควรจะนำไปพัฒนาในครั้งต่อไป อภิปรายผลจากการศึกษา จากการสร้างแบบฝึกหัดภาษาอังกฤษในครั้งนี้สามารถอภิปรายผลได้ดังนี้ 1. สังเกตได้ว่านักเรียนสามารถพัฒนาความรู้ โดยดูผลการเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน 2. จากการวิจัยครั้งนี้ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้การคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ซึ่งล้วนเป็นคำศัพท์พื้นฐานของ กระทรวงศึกษาธิการ 3. จะเห็นได้ว่าเมื่อนักเรียนได้รับการสอนที่เน้นย้ำในจุดที่นักเรียนมักจะสับสนหรือผิดพลาดบ่อย ๆ ทำให้นักเรียนผิดพลาดน้อยลง ข้อเสนอแนะ การอ่านเป็นทักษะซึ่งจะสมฤทธิ์ผลได้จากการกระทำอย่างต่อเนื่องหรือสม่ำเสมอดังนั้นจึงควรมีการ พัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงต่อไป โดยการกระตุ้นให้นักเรียนเห็นความสำคัญและรักการอ่าน เพื่อให้ผู้เรียนได้มีความมั่นใจในการออกเสียงได้มากยิ่งขึ้น โดยครูผู้สอนเรียกนักเรียนมาอ่านให้ฟังเป็นระยะ ๆ และควรพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียง กับนักเรียนระดับชั้น อื่น ๆ 12
ภาคผนวก
ชุดคำศัพท์พื้นฐาน วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชุดที่ 1 1 advertisement n. การโฆษณา 2 aeroplane n. เครื่องบิน 3 afraid adj. กลัว 4 ahead adj ข้างหน้า 5 amusement n. สันทนาการ,ความสนุกสนาน 6 ancient adj. เก่าแก่,โบราณ 7 animate v. เคลื่อนไหว,มีชีวิต 8 aquarium n. ตู้ปลา 9 architect n. สถาปนิก 10 arrange v. จัด,เตรียม 11 arrive v. มา,มาถึง 12 astronaut n. นักบินอวกาศ 13 astronomy n. วิชาดาราศาสตร์ 14 attraction n. การดึงดูด, เสน่ห์ 15 autograph n. ลายเซ็นต์ของผู้มีชื่อเสียง 16 backpack n. นักเดินทางไกลโดยมีเป้สะพายหลัง 17 beat v. ตี,เฆี่ยน 18 bill n. ใบแจ้งหนี้ 19 biography n. ชีวประวัติ 20 bleed v. เลือดไหล
ชุดคำศัพท์พื้นฐาน วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชุดที่ 2 21 bracelet n. สร้อยข้อมือ, กำไลข้อมือ 22 brain n. สมอง 23 brave adj. กล้าหาญ 24 breath n. ลมหายใจ 25 bride n. เจ้าสาว 26 brilliant adj. ฉลาดมาก,ปราดเปรื่อง 27 brother in law n. พี่เขย,น้องเขย 28 Buddhist n. พุทธศาสนิกชน 29 business n. ธุรกิจ 30 cafeteria n. โรงอาหาร,ร้านอาหารที่บริการตนเอง 31 capital n. เมืองหลวง 32 cash n. เงินสด 33 catch v. จับ,คว้า 34 celebrate v. เฉลิมฉลอง 35 cell phone n. โทรศัพท์เคลื่อนที่ 36 century n. ศตวรรษ 37 ceremony n. พิธีการ งานพิธี 38 character n. ลักษณะ,บทบาทในละคร 39 charity n. การกุศล,ความใจบุญ 40 charming adj. มีเสน่ห์
ชุดคำศัพท์พื้นฐาน วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชุดที่ 3 41 chemist n. นักเคมี 42 classify v. จัดกลุ่ม 43 classmate n. เพื่อนร่วมชั้นเรียน 44 clear adj. ชัดเจน โปร่งใส 45 clever adj. ฉลาด , มีไหวพริบ 46 column n. การจัดเรียงตามลำดับแนวยาว,คอลัมน์ 47 community n. ชุมชน 48 competition n. การแข่งขัน 49 complain v. บ่น,กล่าวหา 50 concert n. การแสดงดนตรี 51 confident adj. ซึ่งไว้วางใจ,มั่นใจ 52 congratulations n. การแสดงความยินดี 53 consist of v. ประกอบด้วย 54 contact n. การติดต่อ 55 coral reef n. แนวปะการัง 56 costume n. เครื่องแต่งกาย 57 cough v. ไอ 58 creative adj. มีความคิดสร้างสรรค์, มีจินตนาการ 59 crosswalk n. ทางเดินข้ามถนน 60 crowd n. กลุ่ม,ฝูงชน
ชุดคำศัพท์พื้นฐาน วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชุดที่ 4 61 crown n. มงกุฎ 62 cruel adj. โหดร้าย 63 culture n. วัฒนธรรม 64 damage n. การทำลาย,ความเสียหาย 65 deaf adj. ซึ่งหูหนวก 66 death n. ความตาย 67 debate v. โต้วาที, ถกเถียง, อภิปราย 68 decide v. ตัดสินใจ 69 decorate v. ตกแต่ง ประดับ 70 democracy n. การปกครองระบอบประชาธิปไตย 71 depart v. ออกเดินทาง 72 describe v. บรรยาย พรรณา 73 dessert n. ของหวาน 74 detective n. นักสืบ 75 diagram n. แผนภูมิ, แผนภาพ 76 diarrhea n. โรคท้องเสีย,โรคท้องร่วง 77 difficult adj. ยาก 78 digital adj. ซึ่งบันทึกภาพ,เสียงในระบบตัวเลข 79 direction n. ทิศทาง,คำแนะนำ 80 discuss v. อภิปราย พิจารณา
ชุดคำศัพท์พื้นฐาน วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชุดที่ 5 81 distance n. ระยะทาง 82 divorce n. การหย่าร้าง 83 dollar n. หน่วยเงินตราอเมริกัน,ดอลล่าร์ 84 donate v. บริจาค 85 dragonfly n. แมลงปอ 86 dustbin n. ถังขยะ 87 earache n. อาการเจ็บหู 88 education n. การศึกษา 89 effect n. ผลกระทบ 90 electricity n. ไฟฟ้า 91 energy n. พลังงาน,พลังกาย 92 engineer n. วิศวกร 93 entrance n. ประตูทางเข้า 94 environment n. สิ่งแวดล้อม 95 escape v. หนี 96 exact adj. ถูกต้อง, แม่นยำ 97 excellent adj. ดีมาก 98 exciting adj. น่าตื่นเต้น 99 exhibition n. นิทรรศการ 100 exit n. ทางออก
ชุดคำศัพท์พื้นฐาน วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชุดที่ 6 101 expect v. คาดหวัง 102 explode v. ระเบิด 103 explore v. สำรวจ,ค้นหา 104 fantastic adj. ยอดเยี่ยม,วิเศษ 105 fashion n. แฟชั่น,รูปแบบ 106 father in law n. พ่อตา 107 feather n. ขนนก 108 ferry n. ท่าเรือข้ามฟาก 109 fever n. ไข้ 110 figure n. รูปร่าง 111 flight attendant n. พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน 112 flood n. น้ำท่วม 113 florist n. คนขายดอกไม้ 114 fluent adj. คล่องแคล่ว 115 forehead n. หน้าผาก 116 freeze v. แช่แข็ง 117 fresh adj. สดชื่น 118 friendship n. มิตรภาพ 119 gallery n. การจัดแสดง 120 garbage n. ขยะ
ชุดคำศัพท์พื้นฐาน วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชุดที่ 7 121 garlic n. กระเทียม 122 gentleman n. สุภาพบุรุษ 123 geography n. ภูมิศาสตร์ 124 godmother n. แม่อุปถัมภ์ 125 grain n. เมล็ดข้าว 126 groom n. เจ้าบ่าว 127 guard n. ยาม 128 habitat n. ที่อยู่อาศัย 129 hairdryer n. เครื่องเป่าผม 130 handkerchief n. ผ้าเช็ดหน้า 131 handsome adj. หล่อ 132 harmful adj. เป็นอันตราย 133 helmet n. หมวกกันน็อค 134 helpful adj. ซึ่งเป็นประโยชน์ 135 honor n. เกียรติยศ 136 horoscope n. ดวงชะตาราศี 137 immediately adv. ทันทีทันใด 138 important adj. สำคัญ 139 improve v. พัฒนา, ปรับปรุง 140 information n. ข้อมูล, ข่าวสาร
ชุดคำศัพท์พื้นฐาน วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชุดที่ 8 141 ingredient n. ส่วนผสม, ส่วนประกอบ 142 instruction n. การแนะน า 143 intelligent adj. ฉลาด, ซึ่งมีสติปัญญา 144 interview v. สัมภาษณ์ 145 introduce v. แนะนำ 146 invent v. ประดิษฐ์, สร้างสรรค์ 147 invite v. เชื้อเชิญ, ขอร้อง 148 jail n. คุก 149 journey n. การเดินทาง 150 kingdom n. อาณาจักร 151 knowledge n. ความรู้ 152 label n. ป้าย, ฉลาก 153 labor n. แรงงาน 154 language n. ภาษา 155 laundry n. สถานที่ซักรีดเสื้อผ้า 156 leather n. หนังสัตว์ 157 length n. ความยาว, ส่วนยาว 158 liquid n. ของเหลว 159 location n. สถานที่ตั้ง 160 lottery n. ล๊อตเตอรี่
ชุดคำศัพท์พื้นฐาน วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชุดที่ 9 161 marble n. ลูกแก้ว, หินอ่อน, ลูกหิน 162 message n. ข้อความ, ข่าวสาร 163 messy adj. ยุ่งเหยิง, ไม่เรียบร้อย 164 mistake n. ความผิดพลาด 165 mix v. ผสม 166 modern adj. ทันสมัย 167 monument n. อนุสาวรีย์ 168 mother in law n. แม่ยาย, แม่สามี 169 narrow adj. แคบ 170 neighbor n. เพื่อนบ้าน 171 notice v. ประกาศ, แจ้ง 172 observe v. สังเกต, เฝ้าดู 173 opinion n. ความคิดเห็น 174 opposite prep. ตรงกันข้าม 175 palace n. พระราชวัง 176 paragraph n. ข้อความในหนึ่งย่อหน้า 177 passport n. หนังสือเดินทาง 178 peace n. สันติภาพ 179 period n. รอบ, ระยะเวลา 180 personality n. บุคลิกภาพ
ชุดคำศัพท์พื้นฐาน วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชุดที่ 10 181 photographer n. ช่างถ่ายภาพ 182 planetarium n. หอดูดาว, ท้องฟ้าจำลอง 183 plump adj. ท้วม 184 poison n. ยาพิษ 185 polite adj. สุภาพ, เรียบร้อย 186 pollution n. มลพิษ 187 predict v. พยากรณ์ 188 president n. ประธานาธิบดี, ประธาน 189 prince n. เจ้าชาย 190 princess n. เจ้าหญิง 191 prize n. รางวัล 192 problem n. ปัญหา 193 professional n. ผู้เชี่ยวชาญ 194 pronounce v. ออกเสียง, เปล่งเสียง 195 publish n. จัดพิมพ์ ตีพิมพ์ 196 quiz n. การทดสอบความรู้ การสอบถาม 197 reason n. เหตุผล 198 recipe n. ตำราอาหาร 199 reduce v. ลดลง ย่อลง 200 refrigerator n. ตู้เย็น
แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) จงอ่านออกเสียงคำที่กำหนดให้ต่อไปนี้ 1 aquarium n. ตู้ปลา 2 architect n. สถาปนิก 3 arrange v. จัด,เตรียม 4 arrive v. มา,มาถึง 5 astronaut n. นักบินอวกาศ 6 astronomy n. วิชาดาราศาสตร์ 7 attraction n. การดึงดูด, เสน่ห์ 8 autograph n. ลายเซ็นต์ของผู้มีชื่อเสียง 9 brain n. สมอง 10 brave adj. กล้าหาญ 11 breath n. ลมหายใจ 12 bride n. เจ้าสาว 13 brilliant adj. ฉลาดมาก,ปราดเปรื่อง 14 brother in law n. พี่เขย,น้องเขย 15 Buddhist n. พุทธศาสนิกชน 16 business n. ธุรกิจ 17 difficult adj. ยาก 18 digital adj. ซึ่งบันทึกภาพ,เสียงในระบบตัวเลข 19 direction n. ทิศทาง,คำแนะนำ 20 discuss v. อภิปราย พิจารณา **อ่านคำศัพท์ถูกต้อง 1 คำ ได้ 1 คะแนน
แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) จงอ่านออกเสียงคำที่กำหนดให้ต่อไปนี้ 21 expect v. คาดหวัง 22 explode v. ระเบิด 23 explore v. สำรวจ,ค้นหา 24 fantastic adj. ยอดเยี่ยม,วิเศษ 25 fashion n. แฟชั่น,รูปแบบ 26 father in law n. พ่อตา 27 feather n. ขนนก 28 ferry n. ท่าเรือข้ามฟาก 29 harmful adj. เป็นอันตราย 30 helmet n. หมวกกันน็อค 31 helpful adj. ซึ่งเป็นประโยชน์ 32 honor n. เกียรติยศ 33 horoscope n. ดวงชะตาราศี 34 leather n. หนังสัตว์ 35 length n. ความยาว, ส่วนยาว 36 liquid n. ของเหลว 37 location n. สถานที่ตั้ง 38 lottery n. ล๊อตเตอรี่ 39 reason n. เหตุผล 40 refrigerator n. ตู้เย็น **อ่านคำศัพท์ถูกต้อง 1 คำ ได้ 1 คะแนน
แบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) จงอ่านออกเสียงคำที่กำหนดให้ต่อไปนี้ 1 aquarium n. ตู้ปลา 2 architect n. สถาปนิก 3 arrange v. จัด,เตรียม 4 arrive v. มา,มาถึง 5 astronaut n. นักบินอวกาศ 6 astronomy n. วิชาดาราศาสตร์ 7 attraction n. การดึงดูด, เสน่ห์ 8 autograph n. ลายเซ็นต์ของผู้มีชื่อเสียง 9 brain n. สมอง 10 brave adj. กล้าหาญ 11 breath n. ลมหายใจ 12 bride n. เจ้าสาว 13 brilliant adj. ฉลาดมาก,ปราดเปรื่อง 14 brother in law n. พี่เขย,น้องเขย 15 Buddhist n. พุทธศาสนิกชน 16 business n. ธุรกิจ 17 difficult adj. ยาก 18 digital adj. ซึ่งบันทึกภาพ,เสียงในระบบตัวเลข 19 direction n. ทิศทาง,คำแนะนำ 20 discuss v. อภิปราย พิจารณา **อ่านคำศัพท์ถูกต้อง 1 คำ ได้ 1 คะแนน
แบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) จงอ่านออกเสียงคำที่กำหนดให้ต่อไปนี้ 21 expect v. คาดหวัง 22 explode v. ระเบิด 23 explore v. สำรวจ,ค้นหา 24 fantastic adj. ยอดเยี่ยม,วิเศษ 25 fashion n. แฟชั่น,รูปแบบ 26 father in law n. พ่อตา 27 feather n. ขนนก 28 ferry n. ท่าเรือข้ามฟาก 29 harmful adj. เป็นอันตราย 30 helmet n. หมวกกันน็อค 31 helpful adj. ซึ่งเป็นประโยชน์ 32 honor n. เกียรติยศ 33 horoscope n. ดวงชะตาราศี 34 leather n. หนังสัตว์ 35 length n. ความยาว, ส่วนยาว 36 liquid n. ของเหลว 37 location n. สถานที่ตั้ง 38 lottery n. ล๊อตเตอรี่ 39 reason n. เหตุผล 40 refrigerator n. ตู้เย็น **อ่านคำศัพท์ถูกต้อง 1 คำ ได้ 1 คะแนน